:: To Dad
::
ความจริงก็อยากบอกว่ารักพ่อนะ แต่ไม่บอก สำหรับพี่ พ่อเป็นเหมือนพ่อ เพื่อนและครู พ่อเหมือนอากาศนั่นแหละ ที่อยู่ข้างพี่อยู่เสมอ พ่อไม่ค่อยให้คำแนะนำอะไรกับพี่นอกจากบอกว่า "เธอแก้ปัญหาของเธอเอง..." บางทีพี่ก็ฉุนเฉียวนะว่าทำไมพ่อตัวเองกับพ่อคนอื่นถึงไม่เหมือนกัน พ่อคนอื่นเขายังให้คำแนะนำดี ๆ กับลูก แต่พ่อเราชอบให้เราคิดเอง บางทีก็ไม่คิดเอง ไม่ใช่ว่าคิดไม่ได้ แต่อยากรู้เหมือนกันว่าถ้าเกิดปัญหาอย่างนี้พ่อจะแก้ปัญหาให้ลูกคนนี้ยังไง พ่อชอบเคร่งกฏของโรงเรียน เพราะ พ่อเป็นครู ถ้าอยู่ในโรงเรียนพี่ไม่ว่าหรอกถ้าพี่ทำผิดจริง แต่ทำไมตอนที่น้องมันไม่สบายพ่อยังต้องเคร่งกฏด้วยอ่ะ งงมากเลยตอนนั้นอ่ะ
บางทีพ่อก็เป็นคนตลก แต่อยู่ดี ๆ ก็มาขรึมซะงั้น บางทีพ่อก็ถามเราว่าอยากได้อะไรพ่อจะซื้อให้ แต่บางทีอยู่ดี ๆ บอกว่าแพงซะงั้น ไปติดนิสัยแม่มาเมื่อไหร่อ่า ?? ในปกติใคร ๆ ก็จะบอกว่า "แม่ขี้บ่นมากกว่าพ่อ" แต่ทำไมกับเราเหมือนพ่อขี้บ่นมากกว่าแม่อ่า ?? บางทีอยากบอกพ่อว่าพ่อชอบบ่นพี่กับเรื่องไม่เป็นเรื่องเลยนะ บางทีพี่อยากบอกพ่อเหมือนกันว่าพี่โตแล้ว คิดอะไรเองได้แล้ว แค่จะทำในสิ่งที่คิดช้าไปสักชั่วโมงสองชั่วโมงแค่นี้เอง
คำบ่นของพ่อ บางคำก็ทำให้พี่คิดเหมือนกัน แต่ที่ทำตัวบ้า ๆ เหมือนอยู่กับเพื่อนไปก็บอกไม่ถูกเหมือนกันว่าเพราะอะไรที่ทำไปอย่างนั้น แต่บางทีคำบ่นของพ่อก็ทำให้พี่สอบตกเหมือนกัน พ่อก็เป็นพ่อ พี่ก็เป็นพี่ บางทีพ่ออาจจะไม่รู้นิสัยพี่ดีพอ หรือบางทีพ่อรู้แต่ทำตัวเหมือนเดิม ?? พี่เรียนอ่อนในบางวิชาพ่อก็รู้ แต่พอเราตั้งใจว่าจะอ่านหนังสือ จะได้สอบได้คะแนนดี ๆ เหมือนเพื่อนเขาบ้างก็หมดหวังทุกที พ่อชอบมาสั่งงานให้ทำตอนที่อ่านหนังสือ แล้วพี่เองก็ดันเป็นคนที่ไม่ชอบให้ใครมาเรียกขัดจังหวะในเวลาอ่านหนังสือซะด้วยสิ แล้วก็ไม่รู้ทำไมเหมือนกัน เวลาพ่อพูดแบบนี้พี่ต้องเป็นอันเกิดอาการหงุดหงิดขึ้นมาตงิด ๆ แต่ก็พยายามไม่หงุดหงิดแล้วก็จะมาอ่านหนังสือต่อ แต่พอจะมาอ่านต่อเหมือนมันไม่มีอารมณ์ที่จะตั้งใจอ่านแล้ว แล้วที่อ่าน ๆ มาก็เหมือนทำท่ว่าจะลืมหมด พอถึงตอนสอบ คะแนนก็เลยออกมาได้แบบไม่ค่อยน่าพอใจมากเท่าไหร่ แต่ก็ยังดีใจที่ยังสอบผ่านแบบเฉียดฉิว
อยากบอกพ่อว่า ตอนนี้พี่จะตั้งใจเรียนแล้ว อยากให้พ่อลดอัตราการบ่นให้น้อยลงหน่อยนะ ถ้าพ่อไม่อยากเห็นพี่อยู่ ม.2 เหมือนเดิมอ่า
รู้เหมือนกันนะว่าพ่อเหนื่อย พ่อเป็นครูแต่อยู่ฝ่ายสถานที่ พอมีงานอะไรก็ต้องเป็นคนจัดสถานที่ในโรงเรียนทุกที บางทีพ่อก็ไปโรงเรียนตั้งแต่เช้า กลับมาก็ค่ำ แต่เมื่อวันก่อนที่พ่อไปโรงเรียนตั้งแต่เช้าพร้อมพี่ แล้วกลับมาส่งพี่ที่บ้านตอนเที่ยงพร้อมพี่ พอตอนเย็นก็กลับมาแล้วอีกประเดี๋ยวก็ไปโรงเรียนอีก พอสักทุ่มหรือสองทุ่มพ่อก็กลับมาบ้านอีก จำได้ว่าคืนนั้นพี่อ่านหนังสือวิทย์เตรียมสอบอยู่ พอก็ลงมาข้างล่างตอนสี่ทุ่มกว่า ๆ เพื่อไปโรงเรียนอีก เห็นพ่อตอนนั้นแล้วรู้สึกสงสารพ่อขึ้นมาว่าทำไมพ่อทำงานหนักมากแบบนั้น แต่พี่ก็ไม่ได้บอกอะไรพ่อ นอกจากบอกว่า "ไปไหน...-กลับมาเร็ว ๆ นะ..." แค่นี้เอง พออ่านจนง่วงแล้วพี่ก็ขึ้นนอน พอมาตอนเช้าพี่ก็ไม่ได้คิดสงสัยว่าเมื่อคืนพ่อกลับมากี่โมง จนตอนที่พ่อไปส่งน้องกับพี่ เพื่อนครูที่โรงเรียนโทรศัพท์เข้ามาหาพ่อ พี่ได้ยินพ่อพูดว่า "เมื่อคืนกลับมาเที่ยงคืนกว่า..."แล้วพ่อก็หัวเราะ จากนั้นพ่อก็รีบขับรถไปโรงเรียนอีก ตอนนั้นที่ได้ยินก็รู้สึกแปลก ๆ กับตัวเอง เหมือนตัวเองได้คิด...คิดว่า
พ่อทำงานมากขนาดนี้ แล้วเราทำอะไรให้พ่อบ้าง...?
บางทีที่เรียนหนังสือแล้วเรียนไม่รู้เรื่อง แถมยังคิดจะแอบนั่งหลับในห้องเรียนอีก บางทีในหัวก็นึกคำพูดขึ้นมาประโยคหนึ่งว่า "พ่อแม่อุตส่าห์ทำงานหาเงินมาให้เราเรียน เราเรียนได้แค่นี้เองหรอ ??" เรามีตังค์ที่จะได้เรียนต่อ แต่บางคนแทบไม่มีโอกาสเลย เราคิดได้แบบนั้น วันนั้นเราก็ตั้งใจเรียนทั้งวัน มีบ้างที่แอบเล่นกับเพื่อน แต่ก็พยายามนั่งอยู่ในกรอบที่ความคิดตัวเองวางเอาไว้
อยากให้พ่อเพลา ๆ งานลงบ้าง พ่อทำงานหนักมากตั้งแต่พี่ยังไม่เกิด พ่อทำงานหนักมากตั้งแต่พ่อตัวขาวจนตอนนี้กลายเป็นดำไปแล้ว พ่อทำงานตั้งแต่อายุยี่สิบกว่าจนห้าสิบกว่าแล้ว บอกจริง ๆ ว่าตอนนี้พี่คงทำได้มากที่สุดของพี่แค่นี้ พี่อาจจะยังแพ้เพื่อนหลาย ๆ คนในห้อง แต่นี่ก็สุด ๆ แล้ว ต่อไปนี้จะอ่านหนังสือเรียน จะทำตัวให้ดีกว่าเดิม จะไม่ให้พ่อกลุ้มใจ แม้ตอนนี้พี่จะรู้ว่าตัวเองชอบอะไรแต่ก็ยังไม่รู้ว่าตัวเองอยากไปทางไหน จำได้ว่าพ่ออยากให้ต่อกิฟเซทไทย แต่พี่ไม่เจ้าบทเจ้ากลอน เรียนแล้วง่วงนอนทุกทีก็เลยไม่รู้ว่าจะไปไหวหรือเปล่า แต่พี่ก็จะทำให้ดีที่สุดแล้วกันนะ อยากให้พ่อเข้าใจพี่บ้างว่าพี่คงไม่เหมือนลูกครูหรือลูกใครที่เรียนเก่งจนขนาดสอบไปเป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนได้ แต่พี่ก็เรียนของพี่ไม่แต่งตัวตามสมัย ไม่หนีเที่ยว ไม่บ้าผู้ชาย ไม่ทำตัวเหลวแหลก ไม่บ้าแฟชั่น ไม่บ้าของแพง แถมขี้งกเหมือนแม่อีกต่างหากก็คิดว่าคงพอแล้ว
จะพยายามทำตัวให้ดีกว่าเดิมเป็นของขวัญปีใหม่ให้พ่อนะ
ถ้ามีเวลาว่างก็อยู่กับลูกบ้างนะ อย่าขรึมให้มาก บางทีลูกก็อยากเห็นพ่อในช่วงเวลาต่าง ๆ ที่การกระทำต่างกันออกไปเหมือนกัน...
รักพ่อนั่นแหละ...
:: To Mom
::
เคยมีความคิดว่าเรารักแม่มากกว่าพ่อนะ แต่ตอนนี้รักเท่า ๆ กัน เพราะ พ่อกับแม่เกิดพี่มาเหมือนกัน(พ่อไม่ได้ท้องน้า...) อยากบอกแม่ว่า แม่ขี้งกมากกว่าพ่อมาก ๆ แต่บางทีก็ยอมเสียเงินซื้อของที่ประมาณว่าแพงให้พี่แบบบางทีพี่ยังคิดเลยว่า นี่มันจำเป็นหรอ ? แต่คิดตอนนั้นแม่ก็ซื้อให้แล้ว แม่ขี้บ่นเหมือนกัน แต่เหมือนแม่เข้าใจพี่มากกว่าพ่อ แม่รู้ว่าเวลาพี่สอบพี่จะไม่ชอบฟังใครพูดให้ได้ยิน แม่เป็นคนที่พูดกับพี่ได้ทุกเรื่อง ทั้งเรื่องเพื่อน เรื่องตัวเอง เรื่องอะไรต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับพี่ ปัจจุบันพี่เป็นคนอยู่ในสังคมออนไลน์มากเกินไปซึ่งแม่ก็รู้ พี่ก็บอกแม่ทุกอย่างแบบไม่ปิดอะไร แม่เป็นเหมือนเพื่อน เหมือนครูสอนวิชาชีวิต เหมือนแม่ที่เข้าใจพี่ทุกอย่าง แม่ยังเคยถามว่าอยู่โรงเรียนมีโดนล้อบ้างมั้ยว่าชอบใครหรือใครชอบ พี่ก็บอกไปตามจริงว่ามี แต่ก็รู้ว่าที่มันบอกว่ามีกันนั้นก็คือเล่นกัน บอกแม่ไปแม่ก็ไม่ว่าอะไรแต่ก็สอนอะไรหลาย ๆ อย่าง เป็นที่รู้ ๆ ว่าเด็กกับผู้ใหญ่ก็เหมือนถ่านคนละขั้ว พอแม่พูดอะไรที่สอนแง่คิดให้ฟัง แม่พูดผิดสักคำพี่ก็เอามาแซวแม่เล่นจนแม่ดุ แต่พี่ไม่ได้โกรธหรอก แล้วก็ฟังต่อ
แม่ทำงานหนักเหมือนพ่อ ทั้งงานบริษัทและงานบ้าน แม่อยู่ฝ่ายบัญชีพี่ก็รู้ แม่ต้องคิดคำนวนเลขหลายหลักหลายจำนวน บางทีมีผิดบ้างก็โดนเจ้านายว่า พอกลับมาบ้านก็ต้องมาเลี้ยงน้องอีก ทำงานบ้านอีก บางทีพี่ก็ช่วยนะแต่มันไม่สอาดถูกใจแม่อ่ะทำไงได้
เรื่องที่จะบอกกับแม่ก็คงน้อยกว่าพ่ออยู่แล้ว เพราะ พี่ก็คุยกับแม่มามากกว่าพ่อเยอะแยะ หวังว่าแม่คงเข้าใจบ้างนะ
แม่ทำงานหนักเหมือนพ่อเพื่อครอบครัว พี่ก็คิดจะตั้งใจเรียนกับเขาสักที ได้แค่ไหนเอาแค่นั้นอย่าบ่นนะ ก็ตั้งใจสุด ๆ แล้ว สมองมันขี้เบลออ่ะ ถ้าว่างก็มีเวลาอยู่กับลูกบ้างนะ ทำกิจกรรมอะไรก็ได้กับลูกบ้าง ลูกคนนี้อาจจะทำตัวไม่ดีเท่าไหร่ แต่ก็รักพ่อ-รักแม่กับคนอื่นเป็นเหมือนกัน ไม่ต้องถามหรอกว่ารักแม่มั้ย รักพ่อมั้ย คำตอบที่ตอบออกมากี่ทีก็คงเหมือนเดิม ว่า รัก
สู้ ๆ นะแม่
รักแม่นะ...
:: To Ek
::
อยากบอกแกในฐานะพี่ กินนมเยอะ ๆ นะเดี๋ยวเตี้ย หัดพูดคำอื่นบ้างนะอยากได้ยิน
รักแก ไอน้องซาลาเปาเดินได้...
ความคิดเห็น
PS. ~๑~เปลี่ยนตัวเองมั้ยได้ซักที~๑~