เอ็มเมอรัลเป็นหญิงสาวคนหนึ่งที่ชอบอ่านหนังสือมาก ๆ เธอใช้เวลาว่างเท่าที่มีกับการเที่ยวตระเวนตามร้านหนังสือเท่าที่จะทำได้ เธอเป็นหญิงสาวหน้าตาสะสวย ดวงตาสีเขียวดุจมรกตเหมือนชื่อชวนให้ผู้สบตาหลงใหล เส้นผมสีน้ำตาลแดงยาวสยายถึงกลางหลังพลิ้วไสวตามตัวทุกครั้งที่เธอก้าวเดิน
เอ็มเมอรัลเดินดูหนังสือในร้านโปรดเสียทั่วร้าน เธอเดินไปรอบแล้วรอบเล่าก็ยังไม่เจอหนังสือที่ถูกใจเสียที เธอหยุดเดินด้วยความเบื่อก่อนที่สายตาจะไปสะดุดเข้ากับหนังสือเล่มโตเล่มหนึ่ง หน้าปกของมันมีอักษรสีทองสวยเขียนไว้ว่า Atarezere เอ็มเมอรัลเดินเข้าไปแล้วหยิบมันขึ้นมา เธอรู้สึกชอบมัน ไม่สิเธอรู้สึกรักและผูกพันกับมันมาก ๆ เลยทีเดียว เอ็มเมอรัลตัดสินใจซื้อหนังสือเล่มนี้ เมื่อเธอยื่นให้คนขายเพื่อจ่ายเงิน เธอและคนขายกลับพบว่าทางร้านไม่เคยติดต่อสั่งซื้อหนังสือเล่มนี้มาก่อน อีกอย่าง...มันไม่มีรายชื่ออยู่ในเครื่องคอมพิวเตอร์ด้วย คนขายเลยมอบหนังสือเล่มนี้ให้กับเธอฟรี ๆ ไม่รู้ว่านี้เป็นความโชคดีหรือเปล่า ?
หลายวันต่อมาเอ็มเมอรัลก็อ่านหนังสือเล่มนี้จบ เธอรู้สึกดีที่อยู่ใกล้มันทุกครั้ง เอ็มเมอรัลลูบหน้าปกที่ไม่มีแม้แต่รอยขีดข่วนแม้แต่น้อยด้วยความรักอย่างเช่นคนที่รักหนังสือมาก ๆ คนหนึ่ง แต่อยู่ดี ๆ ก็เกิดแสงสีทองเปล่งออกมาจากตัวอักษรที่ว่า Atarezere แสงนั้นสว่างจ้ามากจนเธอต้องเอาแขนมาป้องแสงเอาไว้อย่างเร่งด่วน ในใจก็รู้ตระหนกกับสิ่งที่เกิดขึ้น แม้เธอยังคงเอาแขนป้องตาจากแสงสีทองที่สว่างจ้าจนเป็นสีขาวโพลนนั่นไว้ แต่เธอก็ยังรู้สึกถึงความจ้าที่ทวีคูณขึ้นของมันอย่างชัดเจน เมื่อแสงพวกนั้นหายไปเอ็มเมอรัลจึงเอาแขนลง เอ็มเมอรัลรู้สึกสับสนและงงงวยว่าเมื่อครู่นี้เกิดอะไรขึ้น หนังสือยังวางอยู่ที่เดิม สิ่งของทุกอย่างแม้แต่บ้านก็ยังเหมือนเดิม แล้วเมื่อครู่นี้มันคืออะไร เธอพยายามคิดว่าเธอตาฝาด คิดไปเองหรือไม่ก็ฝันไป แต่นั่นก็ทำให้เธอสลัดความคิดพวกนั้นไม่ได้สักที
เมื่อราตรีกาลมาถึง เอ็มเมอรัลจึงเดินไปยังห้องนอนของเธอ เมื่อเธอเปิดประตูเข้าไปก็พบกับความเปลี่ยนแปลงของห้องซึ่งเธอไม่เคยเปลี่ยนแปลงมันมานานแล้ว บนโต๊ะข้างเตียงมีหนังสือเล่มโตที่เธอประทับตรามันว่าเป็นหนังสือเล่มโปรดวางเอาไว้ บนหนังสือมีสร้อยเงินเส้นหนึ่งวางพวดอยู่ ลักษณะของสร้อยดูแปลกตาแต่ก็จัดได้ว่าเป็นสร้อยที่สวยมากเส้นหนึ่ง เธอเดินเข้ามาในห้องช้า ๆ ด้วยความสงสัย ก็หนังสือเล่มนั้นเธอยังวางไว้ที่โต๊ะอ่านหนังสือข้างล่างไม่ใช่หรือ แล้วมันมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไรกัน...
ประตูห้องปิดลงดังโครม เอ็มเมอรัลสะดุ้งด้วยความตกใจพร้อมกับร่างที่หันหลังไปพอดี พอหันกลับมาอีกทีก็พบว่ามีชายคนหนึ่งยืนอยู่ใกล้ ๆ เก้าอี้ตัวโปรดของเธอ ความสับสนเกิดขึ้นมาอีกครั้งว่าเขามาในห้องนี้ได้อย่างไรกัน ที่สำคัญเขาคือใคร แต่ที่เธอตกใจไปมากกว่านั้นก็คือ ของภายในห้องลอยคว้างอยู่บนอากาศราวกับไร้ซึ่งน้ำหนัก อีกทั้งห้องนอนของเธอก็กลายเป็นห้องนอนของใครคนอื่น มันเหมือนห้องนอนผู้หญิงในแบบที่ทันสมัยและมันก็สวยมาก เธอรู้สึกคุ้นเคยกับมันมาก ๆ ใช่แล้ว...มันคือห้องนอนในแบบที่หนังสือกล่าวเอาไว้เลย...
"นี่คือห้องของเธอ เอ็มเมอรัล"เสียงนุ่มของชายตรงหน้าเอ่ยออกมา เขาหันหน้ามาทางเอ็มเมอรัลทำให้เธอมองเห็นใบหน้าหล่อเหลาของเขาได้ชัดขึ้น เส้นผมสีดำสนิทตัดกับผิวขาว ดวงตาสีเขียวเหมือนมรกตจ้องมองมายังเธอด้วยแววตาที่อ่านไม่ออก ชุดสีดำของเขาทำให้เธอรู้สึกเกรงขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก "ฉันชื่อไซน์ แอมเพอเรีย"
"คุณรู้ชื่อของฉันได้ยังไงคะ แล้วนี่ฉันอยู่ที่ไหน"เอ็มเมอรัลถามออกไปเพื่อให้รู้ว่านี่เธอฝันไปหรือเปล่า
"ก็เธอเพิ่งบอกกับฉันเมื่อครู่ไม่ใช่เหรอ ? อ้อ...ที่นี่คือเอทาเรเซีย ดินแดนโบราณที่ทันสมัยที่สุด"เอ็มเมอรัลตกใจอีกครั้ง นี่มันคือสถานที่ที่ในหนังสือเล่มนั้นกล่าวไว้นี่นา
"คุณคือนักเรียนดีเด่นของโรงเรียนเวทแห่งเอทาเรเซียใช่ไหม ?"เธอลองถามออกไปอีกครั้งหลังจากที่เรียงลำดับเหตุการณ์ในหนังสือที่เคยอ่านมา
"ใช่"เขาตอบสั้น ๆ แล้วออกไป
หลายวันผ่านไปเธอแล้วเขารู้สึกสนิทสนมกันมากขึ้นด้วยเพราะอยู่บ้านเดียวกันแต่คนละห้อง บางครั้งเอ็มเมอรัลก็ลืมไปว่านี่ไม่ใช่ที่ที่เธอเคยอยู่หรือเรียกอีกอย่างว่าที่ที่จากมา ในขณะที่เขาและเธอกำลังคุยกันอย่างสนุกสนานกันอยู่นั้น จู่ ๆ จดหมายซองหนึ่งก็ปรากฏขึ้นบนโต๊ะอาหาร ไซน์อ่านมันจนจบและพับเก็บเข้าซองตามเดิมด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
"มีอะไรเหรอ ?"เอ็มเมอรัลถาม
"ที่นี่กำลังสลายไปทีละนิดด้วยอำนาจแห่งคำสาปของแมเธอร์ เอทาเรเซียกำลังจะหายไปจากหน้าประวัติศาสตร์เวทมนต์และทุกคน...กำลังจะตาย"ด้วยคำพูดของเขาทำให้เธอตกใจเป็นอย่างมาก เธอไม่อยากให้เกิดเรื่องอย่างนี้ขึ้น ไม่อยากให้เอทาเรเซียต้องหายไปและไม่อยากให้ทุกคนต้องตาย นี่มันเป็นเรื่องราวตามในหนังสือเล่มนั้นชัด ๆ ไอ้หนังสือเฮ็งซวย...
"ไม่มีทางแก้เลยหรือ ?"
"ไม่มี เราทำได้แต่รอรับความเป็นจริง เพราะ นี่คือคำสาปในตำนานเมื่อหมื่นปีก่อนที่มันกำลังสำแดงในปัจจุบันนี้"ไซน์เงียบไปครู่หนึ่งก่อนที่เขาจะเอ่ยอะไรบางอย่าง"ฉันจะตายแต่เธอจะไม่ตาย เพราะ เธอไม่ใช่คนของที่นี่ คำสาปจะไม่มีผลต่อคนต่างแดน"
"แต่ฉันจะอยู่หรือตายมันก็เหมือนกันนั่นแหละ เพราะ ถึงอย่างไรฉันก็กลับไปในที่ที่จากมาไม่ได้อยู่แล้ว"น้ำเสียงของเธอเริ่มสะอื้น
"มันเป็นเรื่องของคำสาปที่ทำให้เราสองคนพบกันและจากกัน ฉันถูกคำสาปให้เจอคนที่ฉันรัก เธอคนนั้นคือคนที่อยู่ต่างมิติกับฉันซึ่งเราไม่มีวันได้อยู่ร่วมกัน และเธอคนนั้นก็ต้องจากไปพร้อมรักที่ฉันมีให้หมดใจ และเธอคือคนที่ทำให้คำสาปที่ฉันได้รับเสร็จสมบูรณ์"
"ฉันขอโทษ"หลังจากที่ได้ฟังเหตุผลของเขาบวกกับเรื่องราวที่เธอได้อ่านจากหนังสือปริศนาที่ทำให้เธอได้พบเรื่องราวมากมายมันก็ทำให้เธอรู้สึกผิดขึ้นมา ถ้าเธอไม่เจอหนังสือเล่มนั้น เรื่องอย่างนี้ก็คงไม่เกิด
"มันเป็นเรื่องของสัญญาเวทมนต์ หนังสือเล่มที่เธอได้อ่านคือหนังสือเวทมนต์ที่ต้องคำสาป เธอจะได้กลับไปยังโลกที่เธออยู่ในอีกไม่ช้า"เขารู้เรื่องนี้มาก่อนแล้วหรือนี่
"แต่ฉันไม่อยากกลับ เอ๊ะ...เมื่อกี้นายพูดว่าอะไรนะ 'ถูกคำสาปให้เจอคนที่ฉันรัก เธอคนนั้นคือคนที่อยู่ต่างมิติกับฉัน'นายหมายถึง...ฉันเหรอ ?"เอ็มเมอรัลเอ่ยอย่างไม่แน่ใจ เขาพยักหน้าตอบ ความเงียบเข้าครอบครองทุกอย่าง
ในที่สุดเวลาที่ไม่อยากมีใครให้มาถึงก็มาเยือน เอทาเรเซียเริ่มเลือนหายไปอย่างช้า ๆ ภาพบ้านเรือนไกล ๆ นั้นกลายเป็นสีเทาก่อนที่จะกลายเป็นมวลอากาศบางเบาที่สัมผัสไม่ได้ ไซน์ใช้ช่วงเวลาอันน้อยนิดนั้นจูงมือของหญิงสาวที่เขารักวิ่งขึ้นบันไดหินไปยังห้องนอนของเธอ หนังสือจอมบงการทุกอย่างยังวางอยู่ที่เดิม สร้อยที่วางอยู่บนหนังสือถูกมือใหญ่หยิบขึ้นมาสวมให้หญิงสาว เขาหยิบหนังสือขึ้นแล้วพูดบางอย่างเหมือนร่ายมนต์
"ฉันไม่อยากไป"
"เธอต้องไป อยู่เพื่อฉัน"
"ฉัน...ฉันมีอะไรจะบอก ฉันคิดว่าช่วงเวลาที่เราอยู่ด้วยกันมันเป็นช่วงเวลาที่มีค่าที่สุดในชีวิตของฉัน สำหรับคนที่ใช้ชีวิตอยู่คนเดียว เพียงแค่นี้มันก็มากเกินพอแล้วที่ทำให้ฉันได้รู้จักคนคนหนึ่ง คนที่ทำให้ฉันได้รู้ว่ารักมันเป็นอย่างไร ฉันอยากทำตามที่นายว่า...แต่มันคงยากถ้าฉันต้องอยู่คนเดียว แต่...ฉันจะอยู่เพื่อนายนะ ไซน์ แอมเพอเรีย"เธอร้องไห้ เขาเช็ดน้ำตาให้อย่างอ่อนโยน เป็นครั้งที่สองที่เขาได้ยินเสียงเรียกชื่อของเขาเต็มจากปากของเธอ และมันคงเป็นเสียงสุดท้ายที่เขาได้ยิน เขาจูบเธอเป็นครั้งสุดท้ายก่อนที่จะหยิบหนังสือเล่มเดิมขึ้นมา แล้วร่ายมนต์เพื่อให้เธอได้กลับไปยังโลกที่จากมา
เกิดแสงสีทองสว่างจ้าจนขาวโพลนไปทั่ว เอ็มเมอรัลเอาแขนป้องตาเหมือนที่เคยทำ เมื่อแสงหายไปทุกสิ่งทุกอย่างก็กลับมาเป็นเหมือนเดิม เหมือนดังเมื่อตอนที่เธอไม่เคยมีเขา แต่บัดนี้มันคงเหลือเพียงความว่างเปล่าของชีวิต เธอเดินไปยังหนังสือที่วางอยู่บนโต๊ะข้างเตียง เธอลูบมันเบา ๆ น้ำตาของเธอหยาดหยดลงบนปกหนังสือ ภาพหน้าของไซน์ยังคงลอยวนอยู่ในใจแต่เธอก็ทำอะไรไม่ได้เสียแล้วในเมื่อเอทาเรเซียได้สลายไป ผู้คนตายกันหมด แม้แต่เขา... แต่เสียงที่เขาเคยบอกยังทำให้เธอจำได้ขึ้นใจ
"ไซน์ แอมเพอเรียคนนี้ หนังสือเล่มนี้ สร้อยเส้นนั้น และรักของเราจะคงอยู่ตลอดไป..."
**จะแก้ไขในไม่ช้านี้
ความคิดเห็น
เออ...ก็ดีนะ