-
-
![]() |
เพื่อนรักผู้จากไป(อย่างไม่มีวันกลับมาอีกตลอดกาล) :: 18 ตุลาคม 2549 |
![]() |
วันนี้วันที่ 18 ตุลาคม 2549 เป็นวันที่คนทุกคนในบ้านวุ่นวายมากเอาการ ถ้าถามว่าทำไมน่ะเหรอ...ก็เป็นเพราะ แบ่มแบ๊ม สุนัขเพศเมียตัวเดียวของบ้านเกิดนอนสลบอยู่ใต้ต้นวาสนาตั้งแต่ตี 5 มันฟังดูไม่น่าตกใจเท่าไหร่หรอก แต่มันผิดปกติมาก เพราะ ทุกวันถ้าย่าของเราไปตลาดตอนเช้า แบ่มแบ๊มมันก็ต้องวิ่งฉลุยออกไปวิ่งเล่นนอกบ้าน พอ 6.00 น. มันจึงกลับมาถีบประตูบ้าน แต่วันนี้มันนอนสลบอยู่ใต้ต้นไม้ ย่าลองเอาเท้าเขี่ยมันก็ไม่ลุกขึ้น ที่สำคัญมันถ่ายออกมาเป็นเลือดกองใหญ่อีกด้วย ย่าเห็นว่าท่าจะไม่ดีแล้วเลยเรียกพ่อของเราให้ลงมาดู แล้วพ่อก็เรียกป้า เรีกป้าแล้วก็มาเรียกแม่ แล้วแม่ก็มาเรียกเรา ทุกคนตื่นแต่เช้าหมดเพื่อมาดูแบ่มแบ๊มที่อาการร่อแร่เต็มที เหมือนพ่อกระวนกระวายว่าจะพามันไปหาหมอยังไง เพราะ ตัวของมันใหญ่มาก มันอ้วนกลมแต่ก็น่ารัก อีกอย่าง...เช้าตรู่ขนาดนี้ก็คงไม่มีหมอที่ไหนจะตื่นขึ้นมาเปิดร้านหรือคลีนิคหรอก สุดท้ายพ่อก็โทรเรียกอาที่อยู่อีกบ้านมา อาก็มาพร้อมกับลุง
ความจริงเมื่อก่อนนี้แบ่มแบ๊ม คือ หมาของอาของเรา แต่เพราะบ้านของอาเป็นร้านขายของกิฟชอปจึงเลี้ยงไม่ได้ เลยเอามาบ้านย่าหรือบ้านที่เราอยู่ แต่อาของเราก็รักมันมากนะ เวลามันไม่สบายอาก็คอยห่วงเหมือนกับมันเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต แต่บ้านของเราก็ดูมันอย่างดีเหมือนกัน เราก็เล่นกับมันบ่อย ๆ แช่วงหลัง ๆ ไม่ค่อยได้เล่น เพราะ ยุ่งงานบ้าน เราก็ได้แต่เดินผ่านมันแล้วเรียกชื่อซ้ำ ๆ บ่อย ๆ เหมือนต้องการให้มันรู้ว่าเราไม่เคยลืมมัน
(เข้าเรื่อง...)พออามาถึงที่บ้าน อาก็ถามไถ่อาการของมันใหญ่ เราที่ตื่นเช้าที่สุดตั้งแต่ปิดเทอมมาก็นั่งอยู่ข้าง ๆ มัน หูก็เงี่ยฟังอาการของแบ่มแบ๊ม เรานั่งดูอาที่นั่งยอง ๆ อยู่ข้างมันแล้วเรียกแต่ชื่อแบ่มแบ๊ม ๆ แล้วก็แบ่มแบ๊ม ย่า พ่อ แม่ ป้านั่งคุยกันถึงเรื่องของแบ่มแบ๊มว่ามันเป็นอย่างนี้ได้ยังไง ป้าเราว่าบางทีมันอาจจะถูกรถชนแล้วช้ำใน แต่พ่อเราว่าบางทีมันกินข้าวเยอะไปหรือไม่ก็กินอาหารที่เสียแล้ว พูดไปพูดมาอาเราก็พูดว่ารึว่ามันโดนยาเบื่อ....ฯลฯ พอคุยไปคุยมาสักพัก เลือดที่มันถ่ายออกมาก็มีเพิ่มอีก พ่อเราเลยพูดกับอาว่า พามันไปหาหมอเลยมั้ย ? อาเราก็ว่า ป่านนี้คงไม่มีหมอคนไหนตื่นก่อนหรอก ไว้เดี๋ยวเจ็ดโมงจะมารับแล้วกัน พ่อเราก็ตกลง
ช่วงนั้นทุกคนเริ่มแยกย้ายกันไปทำธุระส่วนตัว แต่เรายังนั่งอยู่ข้าง ๆ แบ่มแบ๊ม ส่วนพ่อกับลุงของเราก็ไปจัดการเรื่องคราบเลือดที่มันถ่ายออกมากันยกใหญ่ สักพักก็เรียบร้อย แต่เรายังนั่งอยู่ที่เดิม เราได้ยินย่าพูดแว่ว ๆ ว่า สงสัยจะไม่รอด เพราะ มันโงหัวไม่ขึ้น... เราก็กลัวว่ามันจะตายแต่เราก็ว่ามันต้องรอด เรานั่งไปนึกไปถึงเรื่องเก่า ๆ แล้วเรื่องที่กำลังจะเกิด ถ้ามันตาย...เวลาเรานั่งอยู่ในบ้านคนเดียวเราจะนั่งคุยกับใคร เวลาต้องนั่งรอพ่อ แม่นอกบ้านเราจะอยู่กับใคร ...ฯลฯ... แต่อย่างน้อยถึงมันจะเป็นหมา แต่มันก็ทำให้เราก็ยังอุ่นใจได้เวลาอยู่คนเดียว คิดไปคิดมาเราก็มองหน้ามัน แล้วพูดกับมันเบา ๆ ว่า "แบ่มแบ๊ม ไม่เป็นอะไรนะ เดี๋ยวพ่อกับอา...ก็พาแกไปหาหมอ รอหน่อยนะ..."แล้วเราก็ลูบหัวมันสองสามที ก่อนจะเดินเข้าบ้านไป
7.30 น.
เรายืนอยู่หน้าบ้านข้างแบ่มแบ๊ม ดูว่าเมื่อไหร่อาจะมาสักที รอไปได้สักพักอาก็มา เราก็ถามว่า"หมอมายัง ?" อาก็ว่า"ยัง" เราก็ไม่ว่าอะไรไปนั่งที่ข้างแบ่มแบ๊มต่อ เราได้ยินอาพูดกับพ่อว่าจะพามันไปหาหมอตอนแปดโมง เราก็ว่ายังดีที่ไม่สายไป แต่พอฟังไปฟังมาดูเหมือนมันจะไม่ไหว เลยตกลงว่าจะไปรับหมอมาที่บ้าน พอพ่อกับอาออกไปแล้วมันก็ตะกายขาทั้งสี่ขาใหญ่ เราก็คิดว่ามันชัก ทำอะไรไมถูก ก็ได้แต่เรียกป้าและคนอื่น ๆ พอสักเดี๋ยวมันก็สงบลงแล้วก็นอนหลับต่อ เราเดินไปเดินมาอยู่เรื่อย ๆ ตอนหลังจากที่พ่อกับอาไปที่ร้านหมอ เราเดินมานั่งข้าง ๆ มันช้า ๆ แล้วจ้องไปที่หน้ามัน เราเห็นหน้ามันชุ่มไปด้วยน้ำตา สักพักมันก็ตะกายขาอีก อีกเดี๋ยวเดียวก็หยุด เราก็เริ่มหิวแล้วก็เลยเดินเข้าบ้านไป
8.30 น.
เรากินข้าวเสร็จแล้วก็นั่งอ่านนิยายในบ้าน สักเดี๋ยวพ่อก็มา เราก็วิ่งไปที่ประตูตะโกนถามว่า "หมอมายัง ?" ถามจบก็เห็นผู้ชายคนหนึ่งเดินเข้ามา ในมือมีกระเป๋าใบเล็ก ๆ คิดว่านั่นคงเป็นกระเป๋าอุปกรณ์ เราก็รู้ทันทีว่านั่นเป็นหมอ หมอมาถึงก็คุยอะไรบางอย่างกับพ่อซึ่งเราก็ไม่รู้ แล้วพ่อก็บอกลุงให้ย้ายมันมาตรงข้างประตูบ้าน หมอบอกว่าต้องให้น้ำเกลือ พ่อก็ไม่ว่าอะไร ระหว่างที่หมอกำลัวให้น้ำเกลือแบ่มแบ๊มอยู่มันก็ตะกายขาใหญ่ พ่อต้องช่วยจับไว้เพราะเดี๋ยวเข็มจะหักใน พอหมอเห็นหมอก็เลยเอาปาสเตอร์มาพันไว้ อีกเดี๋ยวแบ่มแบ๊มก็นิ่งแล้วก็สลบไป พ่อถามว่ามันจะรอดมั้ย หมอบอกว่า "ถ้ามันยังถ่ายเป็นเลือดไม่หยุดหรือกินน้ำแล้วอวกออกมา มันก็คงไม่รอด..." เราก็หวังว่ามันคงจะไม่เป็นอย่างที่หมอว่า เพราะ เห็นว่ามันหยุดถ่ายแล้ว เรายืนกอดประตูดูหมอที่กำลังนั่งยอง ๆ เปิดดูม่านตาของมัน หมอบอกว่ามันสลบ แต่ตอนนั้นไม่มีใครคิดอะไรมาก เพราะ มันถึงมือหมอแล้ว หมอยังบอกอีกว่า "จะมาดูอีกทีตอนบ่ายสอง" พอเสร็จธุระป้าก็จ่ายเงินให้หมอ ทั้งหมดสี่ร้อยบาท
12.30 น.
เรานั่งเล่นคอมอยู่ ความจริงเรียกว่าเพิ่งเปิดมากกว่า ป้ากำลังเดินลงมาจากบันไดเพื่อมาดูแบ่มแบ๊ม แต่พอลงมากแบ่มแบ๊มก็ร้องเหมือนหอนเสียเสียงดัง ป้าเราก็บอกว่า นั่นมันกำลังร้องไห้... เราก็"ม่รู้จะพูดอะไรดี เลยเดินออกไปดู เห็นมันเงียบไปเราก็เลยเดินมาที่คอมเหมือนเดิม สักพักพ่อก็มาบ้านพร้อมข้าวห่อไว้กินกัน พ่อมาแล้วหยุดดูแบ่มแบ๊มแล้วพูดว่า "กิ๊ก ทำไมมันตายแล้วอ่ะ เนี่ยมันไม่หายใจแล้ว ฮือ..."พ่อเราเอาเท้าแหย่มันเบา ๆ แล้วหันมาพูดกับเรา เราก็พูดออกมาคำเดียว่า "เฮ้ย..." แล้วพ่อก็บอกว่า "ไปเอาข้าวใส่ห่อให้มันเยอะ ๆ หน่อยไป" เราก็ไปเอาข้าวผัดที่เรายังไม่กินใส่ในห่อกระดาษให้มันหมดเลย ป้าเราก็ไปเอาข้าวสวยมาใส่ให้มันเพิ่ม พอดีย่าเราลงมาเลยบอกว่า "ปลาทอดในตู้มี เอาไปให้มันด้วย แบ่มแบ๊มมันชอบกิน ตอนมันยังไม่ตายมันก็กินทุกวันนั่นแหละ" ย่าเดินไปที่ตู้กับข้าวแล้วเอาเนื้อปลาที่มีให้มันหมดทั้งตัว ตอนนั้นพ่อกับลุงช่วยกันขุดหลุมฝังมันข้าง ๆ กับเสือ หมาเพศผู้ที่ตายไปเมื่อเกือบปี เราก็เดินไปนั่งยอง ๆ ข้างศพแบ่มแบ๊ม จ้องมองไปที่ตาของมัน มันตายโดยที่ไม่หลับตา...มันคงยังไม่อยากตายหรือไม่ก็ยังเป็นห่วงอะไรอยู่ ไม่นานพ่อกับลุงก็ขุดหลุมเสร็จ พ่อกับลุงก็ย้ายศพแบ่มแบ๊มไปใส่หลุมฝัง เรายื่นห่อข้าวให้พ่อ พ่อบอกว่าไปเอาน้ำให้มันหน่อย เราก็งงว่าจะเอามาให้ยังไง พ่อเลยบอกว่าให้เอาน้ำใส่ขวดมา เราก็ไปหยิบมาตามที่บอก พอมาถึงเราก็ถามว่า"แล้วมันจะกินยังไง ?" พ่อบอกว่าให้เปิดฝาออก พอเปิดฝาเสร็จเราก็ยื่นให้พ่อ พ่อก็ฌอาขวดน้ำทั้งสองขวดใส่ลงไปในหลุมขนาบหัวมันทั้งสองข้างซ้าย ขวา แล้วเอาผ้าของมันมาปิดปากขวดนิดหน่อยเพื่อไม่ให้เศษดินลงไปในน้ำ แล้วพ่อก็ให้เรากับลุงช่วยกันกลบดินฝังมัน พอฝังใกล้เสร็จอาก็มา เราเดินไปนั่งกับย่างที่อาคุยกับคนอื่น ๆ ได้ยินเป็นรอบที่สองว่า อาของเรานอนฝันเมื่อคืนวันอาทิตย์ว่า ฟันหักสี่ซี่... เราว่าน่าจะหมายถึง ขาสี่ขา แต่พ่อเราก็ฝันเหมือนกัน แต่ฝันว่าฟันหักสองซี่ อันนี้เราไม่รู้ว่าหมายความว่าไง แต่สุดท้ายแบ่มแบ๊มก็ไม่รอด
ตั้งแต่เมื่อวานทุกคนพร่ำพูถึงแต่แบ่มแบ๊ม พ่อก็ดูเศร้า พ่อยังว่า...ทุกทีที่มาจากข้างนอก เวลากลับเข้าบ้านก็จะมีแบ่มแบ๊มมาคอยรับ แต่จากนี้ไม่มี... พ่อยังบอกเราว่า "ในคิมมีรูปแบ่มแบ๊ม" แต่นั่นก็มีไม่มาก ถึงเราแสดงอาการว่าเราไม่ได้ใส่ใจอะไร (เรื่องแบบนี้แสดงไม่เก่งอ่ะ)แต่ในใจเราก็อดเศร้าไม่ได้หรอก มันน่าใจหาย หมอยังบอกว่าทำไมเร็วอย่างนั้น แบ่มแบ๊มคงเป็นมานานแล้วแต่ไม่แสดงอาการ พ่อยังเสียใจว่าถ้าว่างพามันไปฉีดยาคุ้มกันให้เร็วกว่านี้ มันก็คงจะไม่เป็นอะไร...
ทุกคนยังรักและคิดถึงมันเสมอ บ่าว่าอาจจะมีคนในบ้านเป็นอะไรที่โชคร้ายก็ได้ หมามันเลยต้องรับเคราะห์แทน เมื่อปีที่แล้ว พ่อเราไปหาของที่ชั้นที่โรงเรียน แล้วปีนขึ้นไป พลาดตกลงมาชั้นเหล็กล้มทับใส่ขา กระดูกขาร้าว.. อยู่ไม่เท่าไหร่เสือมันก็ตาย ย่าคิดว่ามันคงรับเคราะห์แทนพ่อมั้ง แต่เสือตายตอน ตี 5 ที่หน้าประตูส่วนที่เป็นรั้วบ้าน เสือนอนตายอยู่กลางประตูเลย ตอนนั้นพ่อก็เศร้าไม่น้อยเหมือนกัน ที่น่าแปลกคือหมาที่บ้านเรามักตายกันที่ใกล้ ๆ ประตู หรือตรงประตูราวกับมันจะเฝ้าบ้าน แบ่มแบ๊มตายตรงประตูด้านในส่วนที่เป็นบ้านทางด้านซ้าย เจ้าตุ๊ดตู่หมาเพศเมียของย่าตายตรงประตูที่เคยเป็นโรงจอดรถ ซึ่งประตูนั้นสามารถเปิดเข้าออกได้แต่ตอนนี้ปิดใช้บริการแล้ว ติ๊ดตี่มานอนตายข้าง ๆ ที่ย่าทำอาหาร ม่อนตายตรงทางเดินไปหลังบ้าน ตาลก็ตายแถวนั้น รอบ ๆ บ้านภายใต้พื้นดินก็มีแต่ร่างของสุนัขถูกฝังอยู่เรื่อยไป ค่ำคืนนี้และค่ำคืนต่อไปจะเป็นอย่างไรไม่มีใครรู้ เมื่อเพื่อนรักที่ซื่อสัตย์จากโลกนี้ไปแล้ว
รักเจ้าสุนัข เพื่อนผู้ซื่อสัตย์ทุกตัว ถึงแม้พวกแกจะจากโลกนี้ไปแล้ว แต่ฉัน..และทุกคนในบ้านยังไม่เคยลืมแกสักตัว
ขอให้จากไปอย่างสงบ สู่สุขติ ไปสู่โลกที่ดีกว่านี้
รักพวกแกเสมอ ม่อน ตาล ตุ๊ดตู่ ติ๊ดตี่ เสือและแบ่มแบ๊ม
จาก...เด็กผู้หญิงที่เป็นเจ้าของพวกแกคนหนึ่ง ที่เมื่อก่อนเคยเป็นเด็กตัวเล็กที่เกรงกลัวเมื่อพวกแกกระโจนแย่งขนมปังจากมือของฉัน และเป็นคนเดียวกับที่แบ่มแบ๊มอึกใส่มือเมื่อแรกเกิด
รักเสมอ...ตลอดไป


ความคิดเห็น
แบ่มแบ๊มเนะขอให้แบ่มแบ๊มมีความสุขมากๆนะค่ะ
อย่างงายคนที่ห่วงแบ่มแบ๊ม ก็ยังมีกิ๊ก เพื่อนของแบ่มแบ๊มคนหนึ่งที่ห่วงแบ่มแบ๊มมากที่สุดนี่เนอะค่ะ
กิ๊กเองก็สู้ๆนะค่ะ สู้ๆสู้ตายค่ะ
อ่านไม่จบ....
ถึงแค่ที่มันตายก้อร้องไห้แล้ว T____T
พี่ก้อมีลูกชายอยู่ตัวนึงที่พี่รักมันมากๆๆๆๆๆๆๆเหมือนกัน
ถ้ามันตายไปพี่คงทำอะไรไม่ถูกเลย เพราะที่อยู่หอไม่เหงาส่วนนึงก้อเพราะสปายนี่แหละ
อยู่กะแม่นานๆนะสปาย แม่รักหนูนะลูก T___T
ง่า อินมากไป แงๆๆๆ น้ำตาไม่หยุดไหลซักทีอ่ะ เสียใจด้วยน๊ากิ๊ก เอาเป็นว่าพี่เข้าใจสุดๆๆๆเลยล่ะ T^T
ไปที่อื่นมา แล้วมาอ่านจนจบ อุตสาห์หายร้องไห้แล้วน๊า พออ่านถึงตอนนี้น้ำตาไหลอีกแล้วอ่า T_T
นึกถึงตอนที่สปายผ่าตัดต้องนอนโรงบาล T^T พอพี่กลับมาถึงหอ ปกติมันต้องส่ายหางจนก้นเป๋ไปข้างนึง = =" ออกมารับพี่แท้ๆ
แต่วันนั้น ไม่มี.... พี่ทรุดลงนั่งร้องไห้เลยทั้งๆที่มันยังไม่ตาย แต่ตอนนั้นหมอบอกให้ทำใจอ่ะ พี่ก้อใจเสียอ่ะจิ T___T
ขอหั้ยแบ่มแบ๊มไปสู่สุขตินะคะ (TOT)/