[Apink] ห้องรวมฟิคลั่น

ตอนที่ 3 : [OS] This Time .rps ♡ EUNRONG

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 154
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    25 ต.ค. 60



ไปซื้อเหล้ากับของแกล้มกัน ฉันอยากดื่ม

 

พัคโชรงหันหน้าไปมองคนที่จู่ๆ ก็พูดขึ้นอย่างไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย แววตาไม่ได้ฉายความงุนงงสักเท่าไหร่นัก เพราะนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่จองอึนจีเอ่ยปากเช่นนี้

 

“ดึกแล้วนะ” โชรงเอ่ยท้วงพอเป็นพิธีไปเท่านั้นขณะจัดผมและเสื้อผ้าของตัวเองเพื่อดูแลความเรียบร้อยก่อนออกไปข้างนอก

 

“ก็ดี จะได้เมาหลับไปเลย”

 

“งั้นจะดื่มที่ไหน”

 

อึนจีไม่ได้คิดนาน - เรียกว่าไม่ได้คิดเลยจะดีกว่า - มันเหมือนเป็นปฏิกิริยาตอบรับอัตโนมัติด้วยซ้ำ

 

“ห้องพี่”

 

.

.

 

สุดท้ายพวกเธอสองคนจึงมาอยู่ที่ห้องของโชรง...อีกครั้ง

 

ใช่ ก็บอกแล้วว่านี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่อึนจีเอ่ยปากชวน ไม่ใช่ครั้งแรกที่โชรงตอบตกลง ไม่ใช่ครั้งแรกที่ห้องของโชรงกลายเป็นร้านเหล้าส่วนตัวยามดึกของพวกเธอสองคน

 

และเพราะมันไม่ใช่ครั้งแรกนี่แหละ พวกเธอจึงรู้ดีว่าการชวนดื่มอย่างไร้เหตุผลไม่ใช่แค่เพราะการอยากดื่มเฉยๆ

 

อึนจีวางขวดโซจูลงกับพื้นห้องเป็นครั้งที่แปด ในขณะที่โชรงยังคงถือกระป๋องเบียร์ไว้พร้อมกับเคี้ยวกับแกล้มไปด้วย

 

มันเป็นแบบนี้เสมอ แทบทุกครั้งที่พวกเธอดื่มด้วยกันสองคน อึนจีจะดื่มโซจูเปล่าๆ ไม่แตะกับแกล้มอะไรสักนิด ในขณะที่โชรงจะกินเบียร์พร้อมกับแกล้มพวกนี้จนหมดคนเดียว

 

เหตุผลน่ะเหรอมีอยู่แล้ว...

 

“ง่วงไหม”

“ยัง เธอล่ะ”

“ง่วง”

“ก็ไปนอน”

“พรุ่งนี้พี่ไม่มีตารางงานใช่ไหม”

“ฉันไม่ เธอล่ะ”

“ไม่มีเหมือนกัน ไม่งั้นฉันจะชวนพี่ดื่มทำไม”

“นั่นสินะ”

“แต่ก็ไม่แน่นะ ฉันอาจจะอยากเมาค้างไปออกรายการเพลงก็ได้”

“สองขวดมันทำเธอเมาค้างได้เลยเหรอ”

“คิดว่าได้นะ ฉันยิ่งคออ่อนอยู่ซะด้วยสิ”

“เป็นมุกเหรอ แล้วฉันต้องขำไหม”

“ขำให้หน่อยก็ดี”

 

บทสนทนาไร้สาระยังดำเนินต่อไปเรื่อยๆ คล้ายกับว่าพวกเธอไม่ได้คิดประเด็นอะไรมาโต้ตอบกันเลย คำพูดที่ไม่มีแบบแผนยังคงไหลออกมาอย่างเป็นธรรมชาติ พร้อมๆ กับเครื่องดื่มสองชนิดที่ไหลลงคอของทั้งสอง

 

ดวงตาของคนที่ดื่มแต่โซจูเปล่าๆ เริ่มฉ่ำปรือด้วยฤทธิ์แอลกอฮอลล์ โชรงมองการเปลี่ยนแปลงของคนเป็นน้องด้วยแววตานิ่ง

 

ถ้าเป็นแบบนี้ก็คงจะ...สาม...

 

อึนจีวางขวดโซจูขวดที่สองลงเป็นครั้งที่สิบเอ็ด และนั่นคงเป็นครั้งสุดท้าย เพราะในขวดของเจ้าตัวไม่มีของเหลวสีใสนั่นเหลืออยู่แล้ว

 

สอง...

 

โชรงกลืนกับแกล้มลงไปอีกครั้ง และนั่นก็เป็นครั้งสุดท้ายเช่นกัน เพราะกับแกล้มในจานของเธอก็หมดพอดี

 

หนึ่ง...

 

อึนจีหันหน้ามาหาเธอที่นั่งอยู่ข้างๆ สอดมือเข้ามาใต้คอ และประกบริมฝีปากที่เคลือบด้วยโซจูนั้นลงมาอย่างตั้งใจ

 

ศูนย์...

 

แน่นอน โชรงตอบรับจูบรสโซจูขมๆ นั้นอย่างเต็มใจ – อีกครั้ง

 

นั่นคือสาเหตุเดียวที่อึนจีไม่แตะกับแกล้มสักชิ้น ในขณะที่โชรงกินกับแกล้มจนหมด


อึนจีแค่อยากเมา เพื่อหาเหตุผลในการจูบเธอโดยไม่รู้สึกล้ำเส้นความสัมพันธ์ของพี่น้อง


ส่วนโชรงก็แค่ไม่อยากเมา เพื่อใช้สติที่หลงเหลืออยู่เก็บความรู้สึกเกินพี่น้องนี้เอาไว้ในทุกสัมผัสที่ได้รับมา

 

คืนนั้น ก็แค่อีกครั้งที่แอลกอฮอลล์เป็นเพียงข้ออ้างให้กับความสัมพันธ์ของผู้หญิงสองคนอย่างพวกเธอ

 

--------------------

 

ไปซื้อเบียร์กัน

 

ประโยคคล้ายเดิมวนกลับอีกครั้งมาในเดือนต่อมา โชรงค่อนข้างมั่นใจว่าอึนจีรู้ตารางงานของเธอดี ไม่ว่าจะถามจากเมเนเจอร์อปป้ามาหรือไปหามาเองก็ตาม แต่อย่างน้อยหล่อนก็รู้ จึงได้เอ่ยปากชวนแทบทุกครั้งที่วันต่อมาเป็นวันหยุดของเธอ

 

“เอาสิ” คราวนี้เธอไม่ได้ท้วงนิดหน่อยเหมือนอย่างเคย แต่เป็นการตอบรับพร้อมลุกขึ้นเดินนำออกไปในทันที

 

“รู้เหรอว่าจะดื่มที่ไหน” อึนจีแกล้งถามเสียงกลั้วหัวเราะ

 

“ที่ห้องฉัน”

 

“หือ? คราวนี้พี่มาแปลกนะ”

 

“ฉันจะตอบยังไง สุดท้ายมันก็ลงเอยเหมือนเดิม ก็เลยไม่รู้จะพูดยาวๆ ไปให้ได้อะไรขึ้นมา เปลืองน้ำลายเปล่าๆ”

 

“แต่ประโยคนี้ยาวมากเลยนะ”

 

สัญชาติญาติลีดเดอร์โดยธรรมชาติทำให้โชรงตวัดสายตาไปมองคนที่ชอบปีนเกลียวเป็นกิจวัตรด้วยสายตาประจำตัว

 

คนที่อำนาจน้อยกว่าด้วยตำแหน่งและอายุแกล้งทำท่ากัดเล็บด้วยความกลัวอย่างที่ชอบทำ “ขออภัยค่ะลีดเดอร์นิม”

 

.

.

 

อึนจีเปิดเบียร์กระป๋องใหม่เป็นครั้งที่ห้าพร้อมกับหยิบกับแกล้มเข้าปาก แววตาปรือลงแต่ไม่ได้แสดงออกถึงคำว่าเมาเลยสักนิด

 

“พรุ่งนี้เธอไม่มีงานเหรอ”

“อือ ไม่มี”

“แต่ฉันว่าเธอมี

“ก็มีนัดคุยกับโปรดิวเซอร์ตอนบ่าย ถ้าพี่จะนับมันเป็นงานน่ะนะ”

“ก็ต้องนับสิ”

“ฉันนึกว่าพี่จะหมายถึงแค่การออกสื่อหรือไปให้แฟนๆ เห็นหน้า”

“ฉันหมายถึงทุกอย่างที่เธอออกไปข้างนอก...”

“ซื้อเบียร์?”

“...แบบไม่ใช่เรื่องส่วนตัว”

“งั้น ไปเดท?”

“แบบนั้นเขาเรียกว่าเรื่องส่วนตัว พาโบยา”

“ฉันนึกว่าเป็นเรื่องส่วนเราซะอีก”

 

โชรงชะงักไปเล็กน้อย พยายามมองหาคำว่าเมาในตาของอึนจี เพื่อพบว่ามันไม่มีอยู่เลยสักนิด

 

ก็ไม่แปลก แค่เบียร์ห้ากระป๋อง

 

“เรานี่หมายถึงเราไหน”

“นั่นสินะ เราไหน”

“อึนจี อย่ามายอกย้อน”

“คำว่าเราสำหรับพี่มันแปลได้หลายแบบมากนักเหรอ”

“ใช่ หลายแบบ”

“งั้น ฉันกับพี่ คำนี้แปลได้แบบเดียวหรือเปล่า”

“น่าจะแบบเดียว ถามทำไม”

“ถามเฉยๆ ค่ะ แค่อยากรู้พจนานุกรมของพี่”

 

บทสนทนาของเราสองคนมันดำเนินมาถึงตรงนี้ได้ยังไงนะ?

 

ถึงจะบอกว่าครั้งนี้คืออีกครั้งที่อึนจีเอ่ยปากชวนดื่ม อีกครั้งที่โชรงตอบตกลง อีกครั้งที่ห้องของโชรงกลายเป็นร้านเหล้าส่วนตัวยามดึกของพวกเธอสองคน

 

แต่ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่พวกเธอพูดถึงเรื่องของเรากันจริงๆ

 

“ทำไมคราวนี้เธอถึงดื่มเบียร์กระป๋องล่ะ”

 

อึนจีขำออกมานิดหน่อย โชรงค่อนข้างแน่ใจว่าหล่อนขำกับวิธีการเปลี่ยนเรื่องของเธอ แต่ถึงอย่างนั้นคนเป็นน้องก็ยังตอบคำถามที่ใช้เปลี่ยนเรื่องนั้นแต่โดยดี

 

“ก็อยากลองรสชาติที่พี่ชอบ”

“ทำไมต้องรสที่ฉันชอบ”

 

อึนจียิ้ม วางกระป๋องในมือลงบนพื้นเบาๆ แล้วหันหน้ามามองเธอ

 

...สาม...สอ--

 

สติในการนับเลขถูกกลืนหายไปพร้อมกับจูบรสเบียร์ของอึนจี นั่นเป็นครั้งแรกจริงๆ ที่โชรงไม่มีสติในการจดจำสัมผัสใดๆ ของอีกฝ่าย รู้ตัวอีกทีอึนจีก็ผละออก พร้อมคำตอบของคำถามก่อนหน้าที่ปรากฏขึ้นในหัวของโชรงอย่างง่ายดาย

 

อยากลองรสชาติที่พี่ชอบ  รสจูบที่พี่ชอบ

 

รงรงออนนี่

หือ?”

ฉันรักพี่

ฮะ?”

งงอะไรคะ

มันง่ายขนาดนั้นเลยเหรอ

ก็แล้วมันยากตรงไหน พี่รักฉันหรือเปล่าล่ะ

นี่เธอไม่ได้เมาเหรอ

ฉันบอกพี่ว่าฉันเมาเหรอ

เปล่า...

ฉันก็ว่าฉันไม่ได้เมา

“แต่เราเป็นผู้หญิงนะ”

“อือ ฉันไม่ได้เมา ฉันรู้เพศตัวเองน่า”

เราเป็นผู้หญิงเหมือนกัน”

“แล้วไง พี่ไม่รักฉันเหรอ”

เปล่า พี่ก็รักเธอ

รักแบบไหน

ความหมายเดียวกับเธอ”

“แล้วรักในความหมายของฉันแปลว่าอะไร พี่รู้เหรอ”

“ไม่รู้สิ ลองบอกหน่อยได้ไหม”

“รักของฉันก็หมายความว่ารัก ไม่มีอะไรพิเศษไปกว่านี้”

“เหรอ”

“แต่ถ้าฉันรักพี่ อึนจีรักโชรง อันนี้สิถึงพิเศษ”

“พิเศษยังไง”

“พิเศษกว่าคำว่ารักแบบอื่น เพราะฉันจะรักพี่แบบนี้แค่คนเดียว”

“อือ... โชรงก็รักอึนจี รักในความหมายเดียวกับอึนจีทุกอย่างเลย”


อึนจีรั้งคอเธอเข้าไปหาอีกครั้ง ครั้งนี้สติของโชรงมีมากพอที่จะรับรสนั้นได้ นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่พวกเราจูบกัน แต่นี่เป็นครั้งแรกที่ไม่ใช่จูบรสโซจูหรือรสเบียร์อย่างเคย

 

ครั้งนี้...จูบรสจองอึนจี...

 

เจ้าของรสจูบที่มีเพียงหนึ่งเดียวในโลกผละออกเบาๆ พร้อมรอยยิ้มตาปิดประจำตัว

 

“ชอบรสนี้ไหม?”

“ชอบ”

“ชอบมากกว่ารสเบียร์ไหม?”

“ชอบมากกว่าทุกอย่าง”

 

อึนจียิ้มกว้าง ย้ำรสชาติของตัวเองให้เธออีกครั้ง


คราวนี้ คำว่าเราของพี่แปลได้แบบเดียวหรือยัง?

ถ้าเธอแปล ‘เรา’ ว่า ‘ฉันกับเธอ’ ก็น่าจะแปลได้แบบเดียวเหมือนกัน

 

โชรงมองตาที่ไม่ฉ่ำปรือเหมือนทุกครั้งของอึนจี ครั้งนี้หล่อนไม่ได้เมา และไม่ได้ต้องการรักษาความเป็นพี่น้องไว้เหมือนทุกครั้ง เธอยิ้ม ก่อนจะหลับตารับสัมผัสใหม่อีกครั้งอย่างเต็มใจที่สุด

 

ครั้งนี้น่าจะเป็น...จูบรสฉันกับเธอ...

 

-------------------- This Time--------------------


มาอย่างงงๆ จบอย่างงงๆ ค่ะ 5555

ชอบฟิคโทนนี้ เรื่องนี้เลยน่าจะเป็น OS ที่แต่งแล้วไหลลื่นปนไม่มั่นใจที่สุดตั้งแต่เขียนลั่นๆ ออกมา

แอบใส่พวกความนัยไปเยอะเลย เลยไม่มั่นใจด้วยว่ามันจะเยอะไปหรือเปล่า

จะตีความมันยังไง ขอให้ผู้อ่านตัดสินแล้วกันนะคะ 

ตอนตั้งชื่อเรื่องเราคิดนานกว่าเรื่องอื่น สุดท้ายก็เลือกชื่อนี้เพราะไม่อยากให้ชื่อเรื่องชี้นำที่จุดใดจุดหนึ่งในเรื่องมากไป

อาจจะไม่ได้ดีมาก แต่เราก็อยากให้ชอบนะคะ เพราะเราก็ชอบมันเหมือนกัน :)

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

8 ความคิดเห็น

  1. #8 ALERT__ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2560 / 06:18
    ไอเทมแรร์ ติดตามอยู่น้าาา
    #8
    0
  2. #7 Panxx (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2560 / 15:36
    เราชอบอ่านแนวนี้เลยไรต์ เรื่อยๆเอื่อยๆแต่อบอุ่น ขอบคุณที่แต่งขึ้นมานะ รอเรื่องต่อไปค่าา
    #7
    0
  3. #6 APAINK (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2560 / 14:23
    โอ้ยชอบบบ5555 รอต่อนะคะ
    #6
    0