แมวเหมียวอย่างผม รักเธอเข้าแล้ว

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 181 Views

  • 5 Comments

  • 5 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    3

    Overall
    181

ตอนที่ 2 : 100 %

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 31
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    3 ม.ค. 62

เวลาหลังเลิกเรียนของทุกวัน นักเรียนในอาคารเรียนเริ่มน้อยลง

ฉันที่กำลังจะไปหาห้องแนะแนว เพื่อหาความรู้เรื่องเรียนต่อมหาลัย ดันไปเจอรุ่นพี่ผู้ชายคนหนึ่งดันมาสารภาพรักซะได้

“พี่ชอบน้องนะ คบกับพี่ไหม” รุ่นพี่ผู้ชายสูงหน้าตาดี ถามฉัน ฉันรู้จักรุ่นพี่ผู้ชายคนนี้ตอนไปเข้าค่ายลูกเสือ เขาอาสาเป็นคนดูแลรุ่นน้อง หรือเป็นพี่เลี้ยงนั้นเอง เขาชื่อ ‘รุ่นพี่’ แต่ฉันไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าเขาจะชอบฉัน

“ฉันมีแฟนแล้ว” ฉันตอบแบบส่งๆ ฉันเบื่อคนที่ตามจีบฉันเต็มทน

“มันเป็นใคร?” เขาถามอีก

ฉันจะเอายังไงดี ฉันควรจะตอบชื่อผู้ชายที่เป็นคนที่แบบคนที่ตามจีบฉันรู้สึกท้อ คนที่สอบได้อันดับสองของระดับ ชื่ออะไรนะ? สมชาย คงไม่ได้สิ ใครอีกนะ

ต้าห้องหก” ฉันตอบ ต้าฉันขอโทษยกโทษให้ฉันเถอะ

และรุ่นพี่คนนั้นก็เดินคอตกกลับไป

แล้ววันต่อมาอยู่ดีๆก็มีข่าวฉันคบกับต้าขึ้นมาซะงั้น

ในวันปกติที่ฉันต้องอยู่คนเดียวก็แย่อยู่แล้ว ดันมาเจอข่าวลือแบบนี้อีก

ตลอดเวลาที่ผ่านมาไม่ใช่ว่าฉันไม่อยากมีเพื่อน แต่ไม่มีใครเข้ากับฉันได้เลย

ยิ่งงานกลุ่มเป็นอะไรที่ฝันร้ายสุดๆ ฉันพยายามทำตัวให้มีประโยชน์ ช่วยอย่างเต็มที่แต่กลับถูกหมั่นไส้ซะงั้น

เพราะงั้นเวลาว่างๆฉันเลือกที่จะทำการบ้าน ไม่ก็อ่านหนังสือ ถ้าเบื่อๆหน่อยก็นอนฟุ้บอยู่กับโต๊ะเฉยๆ ฉันรู้สึกว่าไม่มีใครสนใจฉันยังดีกว่ามีแต่คนเกลียดฉัน เอาฉันไปพูดแบบผิดๆ

และในตอนพักกลางวันนั้นเอง ฉันนั่งกินข้าวผัดปลากระป๋องร้านประจำอยู่คนเดียวที่โต๊ะ

ส่วนใหญ่เดินมาและมองที่ฉัน ฉันรู้เลยว่าพวกเขาพูดถึงฉันอยู่

“ไง” ขณะที่ฉันกินข้าวอยู่ดีๆ ต้าก็เดินมานั่งตรงข้ามฉัน ฉันตกใจนิดนึง

ฉันเงียบไม่พูดอะไรแต่ถ้าสังเกตเห็นจะเห็นว่าฉันหน้าแดงอยู่

“รู้สึกยังไงกับข่าวลือ?” เขาถาม บรรยากาศระหว่างเราเริ่มตึง

“ขะ ข่าวลืออะไรเหรอ?” ให้ตายสิ ฉันไม่น่าถาม ก็น่าจะรู้ๆกันทำเป็นไม่รู้ได้ยังไง!

“ก็เรื่องที่มีคนบอกว่าเราสองคนคบกันไง” เขาดูเหมือนว่าจะเริ่มหมดความอดทน “ฉันไม่ชอบที่มีคนมาพูดถึงฉันแถมยังเกี่ยวกับเธออีก” เขาเริ่มพูดเสียงดัง จากตอนแรกก็เป็นที่สนใจของทุกคนอยู่แล้วแต่ตอนนี้ทุกคนหยุดการกระทำทุกอย่างเพื่อฟังเราสองคน

ฉันทั้งช็อคทั้งอึ้งทั้งเสียใจกับสิ่งที่เขาพูด ก้มหน้าก้มตาฝืนกินข้าวต่อไปราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นเพราะพูดอะไรไม่ออก

นั่นอาจจะยิ่งทำให้ต้าโมโห “ทุกคน! ฟังให้ดี ผมกับคนที่ชื่อขวัญเราไม่ได้เป็นอะไรกัน และขอให้ทุกคนหยุดนำเรื่องของเรามาพูดมั่วๆสักที” เขาลุกขึ้นเดินออกจากโรงอาหารอย่างไม่สบอารมณ์

ทิ้งให้ฉันจมอยู่กับเสียงซุบซิบที่ดังรอบๆบริเวณ

ฉันรีบลุกจากตรงนั้น เดินออกนอกโรงอาหารไป ฉันใช้เวลาพักเที่ยงอยู่กับการนั่งคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อยในห้องน้ำ ฉันพยายามที่จะไม่ร้องไห้ขอเก็บไปร้องที่บ้านยังจะสบายใจกว่า

เมื่อถึงเวลาเรียน ไม่มีใครพูดกับฉันเลย แต่ลืมไปเลยว่ามันเป็นแบบนี้มาตั้งนานแล้ว ฉันควรชินกับมันได้สักที ผ่านมาหนึ่งปีแล้วตั้งแต่ขึ้นมัถยมปลาย ทนอีกสองปีจะเป็นอะไรไป

พอเลิกเรียน ฉันกำลังจะเดินกลับบ้านเหมือนปกติ บ้านของฉันอยู่ในซอยข้างโรงเรียนนี้เอง

แต่เมื่อออกจากประตูโรงเรียนปุ้บ ก็เจอกับหญิงสาวสวยผมสีทองยาวเดินเข้ามาคุย

“฿&@@&(;” สาวผมทองพูดภาษาอะไรสักอย่าง ฉันจึงรู้เลยว่าเธอคงเป็นชาวต่างชาติ

“พูดภาษาไทยได้ไหมคะ?” ฉันลองถามเธอดู

“หืออ พุดด้ายนิดน้อย” สาวผมทองตอบ เสียงของเธอฟังดูไพเราะ

“มีอะไรให้ช่วยไหมคะ?” ฉันถามช้าๆชัดๆ เพื่อให้เธอเข้าใจที่ฉันพูด

“ฉันอยากกินขนมครก” เธอคนนั้นพูด ฉันไม่ได้สังเกตเลยว่าเธอพูดภาษาไทยได้อย่างชัดเจน ถึงแม้มันจะแปลกก็เถอะที่มีคนมาถามหาขนมครก แต่ฉันก็ยังจะแนะนำเธอ

“ที่หลังโรงเรียนมีตลาดเล็กๆอยู่ ลองไปดูไหมคะ?” ฉันแนะนำ

สาวผมทองพยักหน้าตอบตกลงฉันจึงพาเธอไปที่ตลาดเล็กๆหลังโรงเรียน เมื่อถึงตลาดฉันจึงเดินนำสาวผมทางมาเพื่อจะพาไปร้านขนมครก แต่เมื่อถึงร้านแล้วหันกลับไป สาวผมทองคนนั้นก็หายไปแล้ว ฉันงงอยู่สักพักนึงก็คิดว่าไหนๆก็ไหนๆหาอะไรกินดีกว่า แต่ตาของฉันดันไปสะดุดกับแมวที่นอนอยู่ใต้ต้นไม้ที่ถัดจากร้านขนมครก

แมวตัวนั้นมีขนสีเทาเงางามเหมือนกับซีซ่าร์แมวตัวเก่าของฉันที่ตายเพราะถูกรถชนเมื่อสองวันก่อน

ฉันรู้ตัวอีกทีฉันก็นั่งยองๆข้างๆน้องแมวแล้วลูบหัวมันซะแล้ว

“ตื่นแล้วเหรอ” ฉันลูบหัวได้ซักพักน้องแมวก็ตื่น ฉันแปลกใจนิดๆที่มันไม่หนีไปไหน เพราะแมวปกติมันออกจะขี้กลัวไปหน่อย แต่หน้ามันดูงงๆหน่อยๆ

ฉันไม่รู้สาเหตุของการมาอยู่ของแมวตัวนี้จึงลองถามป้าขายขนมครก ป้าแกก็ไม่รู้เหมือนกัน เหมือนกับว่ามันเพิ่งโผล่มาเมื่อกี้นี้เอง

ฉันตัดสินใจที่จะเลี้ยงมันและพอฟังป้าๆในตลาดเล่าเกี่ยวกับหมาแถวนี้ก็ยิ่งสงสารน้องแมว กลัวว่ามันจะอยู่ได้ไม่ถึงคืน

สุดท้ายก็อุ้มมันเดินกลับบ้านด้วยกัน ฉันพูดกับมันตลอดทางที่กลับบ้าน

มันเป็นผู้ฟังที่ดีทีเดียว มันฟังฉันพูดอย่างเงียบๆตลอดทางกับบ้าน ฉันอาจจะรู้สึกไปเองว่ามันฟังฉันรู้เรื่อง

ฉันตั้งชื่อให้มันว่าเฉินหลง มาจากดาราหนังจีนที่ฉันชอบและอีกอย่างมันหลงทาง

และในคืนวันนั้นเองฉันรู้สึกอยากปล่อยอารมณ์ของฉันให้สุดไปเลยหลังจากที่กลั้นไว้ที่โรงเรียนเกี่ยวกับเรื่องที่เกิดขึ้นในโรงอาหาร ฉันร้องไห้จนเผลอหลับไป

 

ผมตื่นมาจึงได้รู้ว่าผมนอนกับขวัญทั้งคืน

ผมนอนขดอยู่ข้างหัวของขวัญบนหมอนหนุนนุ่มๆใบใหญ่ ใบหน้าเธอมีคราบน้ำตาอยู่และก็ เอ๊ะ น้ำลาย เธอน้ำลายไหลเลอะเต็มหมอนเลย

ผมรีบลุกออกจากหมอนเมื่อมองนาฬิกาที่อยู่บนโต๊ะเล็กๆข้างเตียง ตอนนี้เป็นเวลาตีห้าสิบห้านาทีเท่านั้น

ผมจึงหลับต่อผมย้ายไปนอนบนโต๊ะทำงานที่ทำจากไม้ พื้นไม้มันอาจจะเย็นบ้างหลังจากที่โดนแอร์ทั้งคืนแต่ผมไม่อยากนอนข้างๆน้ำลายของยัยขวัญ

เสียงโครมครามเสียงดังทำผมตื่นอีกครั้ง ขวัญที่ใส่ชุดนักเรียนมีท่าทีลนลานหน่อยๆ รีบเก็บข้าวเก็บของจัดกระเป๋า

“ให้ตายสิ! สมุดภาษาอังกฤษของฉันไปไหน!” ขวัญโวยวายพลางหาของในห้องอย่างร้อนรน “ฉันสายแล้วเนี่ย”

ตอนนี้เวลาเจ็ดโมงสิบห้า ไม่รู้ว่าเธอจำเป็นต้องรีบขนาดนั้นด้วยเหรอทั้งๆที่อยู่ใกล้โรงเรียนขนาดนี้แท้ๆ

“เฉินหลงแกเอาไปใช่ไหม” พาลใส่แมวเฉย ผมไม่ฟังเธอพูดขดตัวนอนต่อด้วยความขี้เกียจ “จริงด้วยแกเอาสมุดของฉันไป”

หือ? ไม่ทันจะได้รู้สึกตัว สมุดที่ผมนอนทับก็ถูกหยิบไปทำเอาผมตกใจนิดๆ

“งอนเฉินหลงแล้ว ทำฉันสายไปสองนาที” แล้วเธอก็เปิดประตูเดินออกไป เธอไม่ได้ปิดประตูคงเป็นเพราะผม เธอคงเผื่อว่าผมจะทำธุระส่วนตัวด้วย

ผมที่โดนปลุกด้วยเสียงที่ขวัญทำ ผมจึงกระโดดลงจากโต๊ะ รู้สึกว่าการเป็นแมวนี่ดีจริงๆ กระโดดได้สูงพอตัว

เมื่อผมออกจากห้องของขวัญแล้วเดินลงบันไดลงมา เจอแม่ของขวัญที่กำลังซักผ้าอยู่ที่หลังบ้าน ผมจึงเดินไปที่ห้องที่เมื่อวานนั่งกินข้าวกัน ผมเพิ่งสังเกตุเห็นว่าที่ผนังมีใบประกาศนียบัตรและเหรียญทองแขวนอยู่ รู้เลยว่าเป็นของขวัญ

ผมปีนโต๊ะที่อยู่ติดผนังแล้วดูใบประกาศนียบัตรดู ทุกใบเป็นการสอบแข่งขันด้านวิชาการหมด

ใบแรกเป็นใบรางวัลชนะเลิสระหว่างโรงเรียน เมื่อปี25xxตอนนั้นคงจะม.1สินะ ใบที่สองเป็นรางวัลชนะเลิสระดับภาค ใบนี้ห่างจากใบแรกปีนึงคงจะม.2 ใบต่อไปของม.3การแข่งขันระดับจังหวัดได้รางวัลชนะเลิสด้วยเหมือนกันและใบสุดท้ายก็ยังคงชนะเลิสอยู่แต่เป็นการแข่งขันระดับประเทศ สุดยอดเลยอัฉริยะ

และยังมีเหรียญทองที่แข่งประกวดรางวัลย่อยๆอีก

จริงสิถ้าผมไม่ไปเรียนอย่างนี้จะมีผลอะไรไหมเนี่ย ผมค่อนข้างใส่ใจเรื่องคะแนนด้วยเหมือนกันแต่เกิดเหตุการณ์แบบนี้ก็แย่หน่อย ไม่รู้ว่านาราเพื่อนสนิทผมจะเป็นยังไง รวมถึงแม่ของผมคงเห็นผมยังไม่ตื่นสินะ

เสียงประตูหลังบ้านเปิดเข้ามา แม่ของขวัญเดินเข้ามาเมื่อเห็นผมก็แปลกใจนิดๆ “เอ๊ะ ปกติเจ้าขวัญจะไปไหนก็จะพาไปตลอดนี่นา”

ผมไม่รู้ว่าเธอพูดถึงผมหรือเปล่า แต่แล้วไม่นานประตูหน้าบ้านก็เปิด

“หนูลืมไปเลยว่าวันนี้วันเสาร์ ทำไมแม่ไม่เตือนหนู โธ่” ขวัญเดินเข้ามาทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ราวกับโดนคนแกล้ง

“อ่าว แม่ก็หลงวันเหมือนกัน ฮ่าๆ” แล้วแม่ก็เดินไปที่ห้องครัว

“โธ่” ขวัญที่กำลังจะเดินขึ้นห้องก็ทำท่าเหมือนจะนึกอะไรออก “จริงสิแม่ วันนี้หนูพาเฉินหลงไปฉีดวัคซีนนะคะ”

อะไรนะ?! ช่วยลืมๆมันไปเถอะ ขนาดวันหยุดเธอยังลืมเลย

ผมรีบหาที่แอบแต่คงไม่พ้น ขวัญอุ้มผมขึ้นและพาผมขึ้นห้องนอนพร้อมกับปิดประตู

ผมพยายามที่จะเปิดประตูออกแต่ด้วยร่างที่เป็นแมวคงยากหน่อยจึงเปลี่ยนเป็นตะกุยแทน เล็บคมๆข่วนกับประตูไม้แต่แล้วผมก็รู้สึกว่าผมรู้สึกดีกับการตะกุยของแบบนี้

“เปลี่ยนเสื้อก่อน” ขวัญพูดกับผม แล้วก็ไม่เกรงใจผมถอดเสื้อนักเรียนออกรวมถึงกระโปรงแล้วเปลี่ยนเป็นเสื้อยืดกางเกงขายาว สาบานได้ว่าผมไม่ได้แอบมองเธอเปลี่ยนเสื้อผ้า

เมื่อแต่งตัวเสร็จเธอก็อุ้มผมขึ้นแล้วก็เดินออกจากห้องไป ผมพยายามดิ้นสุดขีดแต่ก็ไม่เป็นผลจึงจำใจยอมรับชะตากรรม

เมื่อถึงโรงพยาบาลสัตว์เล็กๆที่อยู่ปากซอยหน้าบ้านผมมันห่างจากบ้านขวัญแค่หนึ่งป้ายรถเมล์เท่านั้นเธอจึงเลือกที่จะเดินแทน

ผมจำที่นี่ได้เพราะผ่านบ่อยๆแต่ไม่เคยเข้าเลยสักครั้ง แต่ครั้งนี้ครั้งแรกในฐานะผู้ป่วย

เมื่อเปิดประตูเข้าไปกลิ่นยาปนกับกลิ่นของสัตว์ก็ขึ้นจมูกแต่ดีที่ไม่เหม็นเท่าไหร่ยังพอรับได้

“สวัสดีค่ะ น้องเป็นอะไรมาหรือเปล่าคะ?” หญิงสาวสวยที่นั่งที่เคาน์เตอร์เมื่อเห็นผมและขวัญก็ทักทายอย่างเป็นมิตร น้องที่เธอคนนั้นพูดถึงคงจะหมายถึงผม

“หนูพาแมวมาฉีดวัคซีนพิษสุนัขบ้าค่ะ” ขวัญตอบ

“อ๋อ เคยมาที่นี่หรือเปล่าจ๊ะ? เผื่อมีประวัติอยู่ พี่ว่าพี่คุ้นหน้าหนูอยู่นะ” เธอคนนั้นพูดพลางมองผมกับขวัญ

“เคยเมื่อนานมาแล้วอะค่ะ” กลิ่นความเศร้าออกมาจากตัวขวัญนิดนึง ผมสังเกตได้ว่าตอนผมร่างเป็นแมวผมจะรับรู้อารมณ์ความรู้สึกของมนุษย์ผ่านทางกลิ่น

“งั้นพี่ขอประวัติใหม่นะ เดี๋ยวน้องกรอกตรงนี้ให้พี่ที” เธอคนนั้นยื่นใบประวัติให้กรอก

“ได้ค่ะ” ขวัญวางผมไว้บนเคาน์เตอร์แล้วรับใบนั้นมาและหยิบปากกาที่วางอยู่ตรงเคาน์เตอร์มาเขียน

เสียงผู้ชายคุยกับคุณหมอข้างในดังออกมาเมื่อประตูเปิด แล้วชายคนนั้นก็เดินออกมาจากห้องพร้อมอุ้มแมวขนสีดำปนขาวออกมา แล้วเขาก็สังเกตเห็นขวัญ เขาจึงเดินตรงเข้ามาหา

เฮ้ย ใครน่ะ จะเดินมาหาเราทำไม

“ไงขวัญ” ชายคนนั้นทักขวัญ

“คะ? ระ รุ่นพี่” ขวัญเงยหน้ามาก็ตกใจเล็กน้อย

“มาทำอะไรเหรอ” เขาถามพลางมองที่ผม ผมควรจะขู่ดีไหมให้สมกับเป็นแมว เจ้าของเจอคนที่ไม่น่าไว้ใจ เอ๊ะ เจ้าของเหรอ แต่นิสัยแมวเป็นอย่างนี้หรือเปล่านะ

“พาเฉินมาฉีดวัคซีน” ขวัญตอบแบบส่งๆแล้วก้มเขียนใบประวัติต่อ บรรยากาศของเธอตอนนี้พอๆกับเธอที่โรงเรียนเลย

“เฉินเหรอ ชื่อน่ารักจัง พี่ก็พาพาสต้ามาหาหมอเหมือนกัน” เขาพูดพลางอุ้มแมวที่อยู่ในมือชูให้ขวัญดู

ผมคิดว่าขวัญจะเมินแต่ไม่เลย เธอเงยหน้ามองพาสต้า ตาของเธอเป็นประกาย

“น่ารักจังเลย” เธอพูดกับพาสต้า

“ใช่ไหมๆ” ชายคนนั้นดีใจที่ได้ยินขวัญพูดแบบนั้น

แต่ดูเหมือนว่าขวัญจะไม่ฟังเอาแต่เล่นกับพาสต้า

ไม่นานชายคนนั้นก็ขอตัวกลับบ้านก่อน แต่ดูเหมือนจะทำให้ขวัญทำหน้าเสียใจ สงสัยเพราะอดเล่นกับพาสต้า แต่ดูไปดูมาก็น่ารักดี เธอดูเป็นคนที่รักแมวมากๆแน่

ผมอาจจะอาการหนักแล้วก็ได้ที่มองขวัญแบบนี้



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

1 ความคิดเห็น

  1. #5 KKK (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 3 มกราคม 2562 / 23:11

    รักแอม

    #5
    0