แมวเหมียวอย่างผม รักเธอเข้าแล้ว

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 183 Views

  • 5 Comments

  • 5 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    0

    Overall
    183

ตอนที่ 1 : 100 %

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 53
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    6 ก.พ. 62

“ได้ยินว่าขวัญคบกับต้าเหรอ”

“จริงเหรอ?! เล่าสิแก”

“ก็เมื่อวานฉันไปส่งการบ้านภาษาจีน ดันไปเห็นขวัญอยู่กับผู้ชายคนหนึ่ง น่าจะเป็นรุ่นพี่มั้ง 

‘ฉันมีแฟนแล้ว’ ขวัญพูด นี่ พวกแก อย่ามองฉันแบบนี้สิ ฉันไม่ได้ตั้งใจที่จะแอบฟังสักหน่อย อ่ะๆ ต่อๆ 

‘มันเป็นใคร?’ รุ่นพี่ถามขวัญ 

ต้าห้องหก’ ขวัญตอบ โอ้ย ตายแก ช็อคมาก”

“จริงดิ! โห ไม่คิดว่าขวัญเป็นคนแบบนี้ ถ้าให้เดาก็คงไปอ่อยเขาแน่ๆ”

ผมเมื่อได้ยินกลุ่มนักเรียนหญิงในห้องนั่งคุยกันเสียงดัง ห่างจากผมประมาณสองโต๊ะ

อะแฮ่ม! ผมทำเสียงให้พวกนั้นรู้ว่าผมได้ยิน

พวกนั้นตกใจสะดุ้งและแยกย้ายกันไปนั่งที่โต๊ะของตัวเองแต่ก่อนจะเดินไปก็มีเสียงคนหนึ่งพูดว่า “สงสัยต้าไม่พอใจที่พวกเรานินทาแฟนแน่ๆ”

กลับกันเลยตังหาก จากที่ตอนแรกผมไม่ค่อยรู้จักขวัญแต่ตอนนี้กลับกลายเป็นไม่ชอบขึ้นมา

และแล้วข่าวลือก็แพร่ไปทั่วโรงเรียนอย่างรวดเร็ว

ผมและขวัญเป็นประเด็นที่พูดถึงบ่อยที่สุด ไม่แปลกใจเลยที่เราสองคนต่างเป็นที่สนใจของคนในโรงเรียน ผมเป็นคนที่เก่งในทุกๆเรื่อง ไม่ว่าการเรียนและกีฬาหรือแม้แต่หน้าตา ผมเลยเป็นที่สนใจของทุกคนในโรงเรียน

ส่วนขวัญเธอเป็นคนเรียนเก่ง สอบได้อันดับหนึ่งของระดับชั้นตลอด เมื่อไม่นานมานี้เธอได้ไปสอบวัดความรู้ระดับประเทศมา และด้วยหน้าตาที่สวยแล้ว ทำให้มีผู้ชายมาจีบบ่อยๆ ที่ผมรู้เกี่ยวกับเธอเพราะได้ยินคนเขาพูดมา แต่ส่วนตัวผมเองไม่รู้จักเธอเลย 

เมื่อถึงเวลาพักกลางวันผมได้ยินคนส่วนใหญ่พูดถึงผมและขวัญกันตลอดทาง มันเริ่มทำให้ผมหงุดหงิดขึ้นมา

“นายคบกับขวัญตอนไหนวะ?” นาราเพื่อนสนิทของผมถามระหว่างที่เรายืนต่อแถวซื้อกับข้าว

“ไม่ได้คบเว่ย” ผมตอบ

“ได้ยินคนเขาพูดกันทั้งโรงเรียน” นาราพูด

หลังจากที่ผมซื้อกับข้าวแล้ว ผมก็เตรียมจะเดินไปหาที่นั่ง ปกติผมจะนั่งกับนาราสองคน แต่เมื่อผมมองหาโต๊ะว่างๆ ผมดันสะดุดตากับนักเรียนหญิงคนหนึ่งดูมีออร่าโดดเด่น ที่ผมได้ยินมาคือขวัญจะไม่มีเพื่อนเลย เธอจะเอาเวลาส่วนมากไปอยู่กับการบ้านและอ่านหนังสือ

ไม่รู้ทำไมอยู่ดีๆผมเดินตรงไปที่โต๊ะนั้น

“เฮ้ย ไอต้า จะไปไหนเนี่ย โต๊ะตรงนี้ก็ว่าง” เสียงเพื่อนผมตะโกนเรียกผมแต่ผมไม่ฟัง ยังคงเดินไปที่โต๊ะตัวนั้น

“ไง” ผมนั่งลงตรงข้ามกับขวัญพร้อมกับจานข้าวผัดปู

ขวัญไม่ตอบอะไร นั่งก้มหน้ากินข้าวอย่างเงียบๆ

ผมรู้สึกได้เลยว่าคนรอบข้างมองเราอยู่

“รู้สึกยังไงกับข่าวลือ?” ผมถาม บรรยากาศระหว่างเราเริ่มตึง

“ขะ ข่าวลืออะไรเหรอ?” เธอเงยหน้าขึ้นมาถาม

“ก็เรื่องที่มีคนบอกว่าเราสองคนคบกันไง” ผมเริ่มจะทนเธอไม่ไหว และแล้วผมก็คิดได้ว่าตอนนี้เราสองคนกำลังเป็นที่สนใจของคนรอบข้างอยู่ในตอนนี้ “ฉันไม่ชอบที่มีคนมาพูดถึงฉันแถมยังเกี่ยวกับเธออีก” ผมเริ่มพูดเสียงดัง จากตอนแรกก็เป็นที่สนใจของทุกคนอยู่แล้วแต่ตอนนี้ทุกคนหยุดการกระทำทุกอย่างเพื่อฟังเราสองคนคุยกัน

ขวัญก้มหน้าก้มตากินข้าวต่อไปอย่างไม่รู้สึกรู้สาอะไร มันทำให้ผมยิ่งโมโห “ทุกคน! ฟังให้ดี ผมกับคนที่ชื่อขวัญเราไม่ได้เป็นอะไรกัน และขอให้ทุกคนหยุดนำเรื่องของเรามาพูดมั่วๆ สักที” ผมรีบลุกขึ้นเดินออกจากโรงอาหาร และเสียงของผู้คนในโรงอาหารก็เริ่มกลับมาพูดคุยเป็นปกติ

เมื่อถึงเวลาเรียนคาบบ่าย ทุกอย่างก็เกือบจะกลับมาเป็นปกติ ทุกคนในห้องเงียบกริบกันหมดไม่มีใครกล้าพูดถึงผมอีกเลย มันทำให้ผมรู้สึกดีขึ้น

 

เวลาเลิกเรียนของทุกวัน ผมและนารากลับบ้านพร้อมกัน บ้านของผมและโรงเรียนอยู่ไม่ไกลกันนัก ห่างกันเพียงหนึ่งป้ายรถเมล์เท่านั้น ผมจึงเลือกที่จะเดินกลับมากกว่า ส่วนนาราไปทางเดียวกันกับผมบ้านเราอยู่ไม่ไกลกันมากนัก 

นาราดันอยากกินขนมหลังโรงเรียนสักหน่อย พวกเราจึงเดินกันไปที่หลังโรงเรียน

ที่นั่นจะมีตลาดเล็กๆ โรงเรียนของเราอยู่ติดกับแม่น้ำ แม่ค้าส่วนใหญ่จะขายพวกขนมของกินเล่นมากกว่าเพราะนักเรียนจะชอบซื้อกันประจำ

เราเดินมาหยุดที่หน้าร้านขนมครกที่ติดกับแม่น้ำที่สุด ระหว่างที่นารารอขนมครกอย่างใจจดใจจ่อ ผมดันเหลือบไปเห็นหญิงสาวผมยาวผมสีทองสลวยยืนอยู่ข้างแม่น้ำ ผมเธอปลิวไปตามแรงลมดูสวยงาม แต่ไม่นานเธอก็กระโดดลงน้ำไป เธอกำลังกระโดดน้ำตาย!?

“เฮ้ย!” ผมร้องออกมา แม่น้ำตรงนั้นลึกมาก ผมเคยได้ยินข่าวเด็กที่จมน้ำตายอยู่บ่อยๆ มันทำให้ผมรู้สึกไม่ดี

ผมเมื่อเห็นอย่างนั้นก็ไม่ลังเล รีบกระโดดลงน้ำตามไป

ผมจมน้ำ ผมสำลักน้ำเต็มๆ ตอนนั้นผมรู้สึกหายใจไม่ออก มันทรมาณเหลือเกิน ผมพยายามว่ายขึ้นเหนือผิวน้ำเพื่อหายใจ แต่พยายามว่ายเท่าไหร่ก็ไม่เป็นผล จนผมลืมไปเลยว่าผมกระโดดลงน้ำมาเพื่ออะไร ผมจำได้เป็นอย่างสุดท้ายคือนาราลงมาช่วยผมและภาพทุกอย่างก็ดับลง

“มันเกิดขึ้นได้ยังไง” เสียงผู้หญิงที่คุ้นเคยมากมีท่าทีรีบร้อนและตกใจ เสียงของแม่ของผมนั้นเอง เสียงผู้คนรอบข้างยังคงวุ่นวาย มีคนกลุ่มนึงมุงดูผมอยู่ “พอนาราโทรบอกแม่ แม่ก็รีบออกมาเลย”

“ตอนนั้นผมกำลังซื้อขนมครกอยู่ อยู่ดีๆต้าก็ตะโกนเสียงดัง ‘เฮ้ย!’ แล้วก็กระโดดลงน้ำไป ผมไม่รุ้ว่าเขากระโดดลงไปทำไม ไม่รู้ว่าเขาเห็นอะไร” เสียงนาราเริ่มสั่น

“เอาหน่า ไม่เป็นไรๆ แค่ตอนนี้ต้าปลอดภัยแม่ก็โอเคแล้ว” เสียงแม่ของผมปลอบนารา “เราพาต้ากลับบ้านก่อนดีกว่า”

และผมก็หลับไปอีก

“ตื่นได้แล้ว” เสียงผู้หญิงกระซิบข้างหูผม

ผมค่อยๆลืมตาขึ้น ผู้หญิงสละสวย ผมสีทองยาวที่ผมเห็นที่ข้างแม่น้ำตอนแรกยืนอยู่ข้างเตียงในห้องของผม ตอนนี้ผมกลับมาอยู่ที่บ้านแล้ว

“นายมันคนใจร้ายจังนะ” เสียงของเธอเบาและฟังดูไพเราะ

ผมไม่เข้าใจที่เธอพูด แต่อยู่ดีๆภาพความทรงจำในโรงอาหารก็แวบขึ้นมา ผมไม่มีแรงที่จะพูดหรือจะถามอะไรถึงแม้ในหัวของผมจะสงสัยก็ตาม

“ฉันจะให้นายใกล้ชิดกับเด็กสาวคนนั้น แล้วเมื่อไหร่ที่นายตกหลุมรักเด็กคนนั้นขึ้นมา ฉันจะให้นายกลับมา” กลับมาที่ไหนกัน? ผมสงสัย แล้วจะให้ผมไปยังไง? “หลับซะเถอะนะ คนดี” เสียงไพเราะของหญิงสาวตรงหน้าพูดพลางเอามือมาปิดตาของผม

ผมหลับอีกครั้ง มารู้สึกอีกทีตอนที่มีมือบางๆนุ่มๆมาลูบหัวผม

“ตื่นแล้วเหรอ” เสียงสดใสของผู้หญิงพูดเมื่อเห็นผมตื่น เธอคือขวัญนั้นเอง

ผมจำสถานที่ตรงนี้ได้ มันคือที่ๆผมเจอผู้หญิงผมทองครั้งแรก และผมก็กระโดดน้ำลงไป

ขวัญนั่งยองๆข้างผม ผมรู้สึกแปลกใจว่าทำไมเธอถึงดูตัวใหญ่นัก ทุกอย่างดูใหญ่โตไปหมด หรือผมเตี้ยลง

“ป้าคะ แมวตัวนี้มาจากไหนเหรอคะ?” เธอหันไปถามป้าขนมครกพลางชี้มาที่ผม

แมว?! เธอเห็นผมเป็นแมวเหรอ ! ผมก้มลงมองมือตัวเองหรือในตอนนี้จะเรียกว่าขาหน้าก็ได้ ขาหน้าเล็กๆปกคลุมด้วยขนสีเทาเงางาม

“เอ๋ ป้าก็เพิ่งเห็นก็ตอนหนูบอกเนี้ยแหละ ป้าก็ไม่รู้เหมือนกัน” แล้วป้าแกก็หันไปหยอดขนมครกต่อ

“งั้นหนูเอาไปเลี้ยงนะ” ขวัญพูดอย่างดีใจ

หะ! เอาไปเลี้ยงเนี้ยนะ ขออยู่ตรงนี้ดีกว่าที่จะไปกับเธอ ทำไมพระเจ้าต้องให้ผมเป็นแมว โธ่!

“เอาไปเถอะ แถวนี้นะ หมาดุจะตายเผลอๆอยู่ได้ไม่ถึงคืน” ป้าที่ขายไก่ทอดที่อยู่ตรงข้ามกับร้านขนมครกพูด เมื่อผมได้ยินอย่างนั้น ตัวผมก็สั่นไปทั้งตัว

“จริงเหรอคะ?” ขวัญทำหน้าตกใจ

“จริงสิ มีศพแมวให้เห็นบ่อยๆ ป้าที่กวาดถนนแกต้องคอยเก็บตลอดเลย” ป้าไก่ทอดพูด “แต่ดีนะ ที่ตัวนี้ยังดูเชื่องๆ ไม่วิ่งหนี ไม่กัดไม่ข่วนด้วย” ป้าแกหันมามองผม

“จริงด้วยค่ะ หนูรู้สึกชอบมันขึ้นมา” ขวัญพูดพลางอุ้มผมขึ้น เธอยิ้มให้พวกป้าๆแล้วเดินออกจากตลาดไป

“ที่บ้านของฉัน เจ้าซีซาร์มันเพิ่งตาย” ขวัญคุยกับผมระหว่างเดินกลับบ้าน ผมรับรู้อารมณ์เศร้าที่ออกจากตัวเธอตอนนี้ “ฉันเห็นแกเหมือนกับซีซาร์เลย ฉันคิดถึงมัน” เธอพูดกับผมตลอดทาง ผมเงียบและฟังเธอพูด

“ยังมีของเหลือใช้สำหรับแมวเหมียวด้วย ฉันจะตั้งชื่อแกว่าอะไรดีนะ” เธอลูบหัวผม “เฉินหลงไหม? แกหลงนี่นา” เธอยิ้มให้ผม

สำหรับคนอื่นอาจจะมองว่าเธอบ้าคุยกับแมว แต่สำหรับผมในฐานะแมวตัวหนึ่งฟังแล้วอบอุ่นเหลือเกิน

อะไรกัน! ทำไมผมต้องมารู้สึกแบบนี้กับคนชื่อขวัญด้วย

“ถึงแล้ว บ้านของฉันเอง” ขวัญรีบเปิดประตูเข้าไป “แม่คะ! ดูสิหนูเจออะไร”

“หืม ว่าไงจ๊ะ เจออะไรลูก” แม่ของเธอโผล่หน้ามาจากห้องครัว แม่ของเธอเป็นหญิงวัยกลางคน ดูท่าทางใจดี เมื่อเห็นหน้าแม่ของเธอก็รู้เลยว่าความสวยของขวัญนั้นมาจากใคร

“เฉินหลงค่ะแม่” เธออุ้มผมให้แม่ของเธอดู

“น่ารักจังเลย ไปเจอจากไหนเหรอ?” แม่เธอถามพลางกลับไปล้างผักต่อ

“ข้างแม่น้ำค่ะ ตรงตลาดเล็กหลังโรงเรียนค่ะ” เธอตอบพลางอุ้มผมไปที่ที่นอนของแมว

กลิ่นเหม็นสาบแมวที่ไม่คุ้นตีขึ้นจมูกหลังจากที่ขวัญวางผมลง ผมรีบเดินออกจากที่นอน

“อ่าว สงสัยมันยังไม่ชินกับที่นอน แม่งั้นหนูพาเฉินหลงไปอาบน้ำก่อนนะคะ” เธอพูดพลางอุ้มผมขึ้นมา

“จ้า รีบนะ ข้าวเย็นใกล้เสร็จแล้ว” แม่ตะโกนบอกพร้อมกับผัดอะไรสักอย่างในกะทะ

“ค่า แม่หนูฝากซักที่นอนด้วยสิ หนูว่าเจ้าเฉินหลงคงไม่ชอบกลิ่นซีซ่าร์มากกว่า” ขวัญพูดพลางหยิบที่นอนของแมวไปไว้หลังบ้าน ที่น่าจะเป็นที่ๆซักผ้า

“แหม ลูกคนนี้นี่” แม่ของเธอพูด

ขวัญไม่พูดอะไรต่อพลางอุ้มผมเข้าไปในห้องน้ำ

“เอาผ้าเช็ดตัวก่อนนะ” เธอพูดกับผมแล้วเดินออกไป

ขวัญในตอนนี้กับขวัญที่อยู่ที่โรงเรียนมันต่างกันสิ้นเชิง ที่โรงเรียนเธอดูหยิ่งๆกับทุกคน แต่ในตอนนี้เธอกลับดูอบอุ่น สบายๆอ่อนโยน

เอาอีกแล้ว ผมคิดอะไรของผมเนี่ย

“แกเป็นเด็กดีจัง” ขณะที่ผมเหม่อ ขวัญก็เข้ามาพอดีเธอมาพร้อมแชมพูน้องแมว กะละมังและก็ผ้าเช็ดตัว “ไม่หนีไปไหนด้วย” จะหนีได้ยังไงล่ะ กลัวหมาข้างนอกกัดตาย “มา เริ่มอาบกันเล้ยยย” เธอพูดพลางจับผมเข้ากะละมัง นี่เธอคิดว่าเธอซักผ้าเหรอ จะเอากะละมังมาทำไม

เธอหยิบฝักบัวมาพลางเปิดน้ำ น้ำเย็นๆไหลมาถูกตัวผม ผมสะดุ้งออกนอกกะละมัง

“ว้าย เปียกหมดแล้ว หนาวเหรอ” เธออุ้มผมกลับเข้ามาในกะละมังอีกครั้ง เธอปรับอะไรสักอย่างแถวๆนั้น น้ำที่ไหลออกมาเริ่มอุ่นขึ้น ผมรู้สึกผ่อนคลายไปกับน้ำและมือเล็กๆของเธอที่ลูบผม เธอนั่งลงข้างๆผมบนเก้าอี้ซักผ้าตัวเตี้ย

แต่ไม่นาน น้ำที่อุ่นๆกลับค่อยๆเป็นน้ำร้อน ผมสะดุ้งออกจากกะละมังอีกครั้ง เฮ้ย! เธอคิดจะต้มผมเรอะ ขวัญเมื่อเห็นอย่างนั้นก็หันไปดูที่เครื่องทำน้ำอุ่น “เป็นอีกแล้วเหรอเนี่ย” เธอหันไปหมุนระดับความร้อนให้อุ่น แล้วจับผมกลับเข้ากะละมังอีกครั้ง น้ำกลับมาอุ่นสบายอีกครั้ง เธอบีบแชมพูน้องแมวมาราดตัวผม เอ๊ะ... เดี๋ยว... เขาทำกันอย่างนี่เหรอ แต่ช่างมันเถอะ

กลิ่นแชมพูน้องแมวหอมเต็มห้องน้ำ ขวัญอาบน้ำให้ผมเสร็จก็จับผมออกมาหน้าห้องน้ำแล้วเช็ดตัวผมอย่างตั้งใจ

“แม่ ระหว่างที่รอแม่ซักที่นอนหนูให้มันนอนกับหนูนะ” เธอหันไปพูดกับแม่ที่กำลังจัดโต๊ะอาหารเย็นอยู่

หะ นอนกับเธอเนี่ยนะ ให้ตายเถอะ

“แล้วแต่ลูกเลย แม่พูดยังไงลูกคงไม่ฟัง” แม่ของเธอพูด

“โธ่ แม่ก็พูดไป” ขวัญพูด และเมื่อเห็นว่าผมตัวเริ่มแห้งก็ปล่อยผมอย่างอิสระ “เสียงรถพ่อนี่ พ่อมาแล้ว” เสียงรถเก่าๆคันหนึ่งเข้ามาจอดหน้าบ้าน แล้วเสียงเครื่องยนต์ก็ดับไป ผมรู้สึกว่าหูผมดีขึ้นกว่าตอนเป็นคนปกติ ประตูหน้าบ้านก็เปิดขึ้น ชายวัยกลางคนเดินเข้ามา ลงพุงนิดๆแต่ไม่น่าเกลียดมาก ผมเริ่มบางลงบ้างไปตามอายุ แต่ถ้าให้เดา ตอนหนุ่มเขาคงเป็นชายที่หน้าตาดีทีเดียว

“เอ๊ะ แมวจากไหน” พ่อของขวัญแปลกใจกับแมวที่มีหน้าตาเหมือนซีซ่าร์เป๊ะๆ

“หนูเจอมันค่ะ” ขวัญตอบ

“อ๋อ แล้วพาไปฉีดยาหรือยังลูก เผื่อมีโรคพิษสุนัขบ้า” พ่อพูด เขาเดินไปวางของที่โต๊ะข้างๆทีวีแล้วไปล้างมือ จากนั้นก็มานั่งกินข้าว อนามัยสุดๆ

แต่เดี๋ยว ฉะ ฉะ ฉีดยาเหรอ ไม่เอาาา ผมรีบเดินไปแอบในห้องครัว

“งั้นพามันไปพรุ่งนี้ก็ได้ค่ะ” ขวัญพูด แล้วเดินมาร่วมโต๊ะกับพ่อและแม่เพื่อกินข้าวกัน และก็ไม่ลืมที่จะให้อาหารแมวแบบกระป๋องกับผมด้วย

ผมคิดว่ามันจะแย่แบบแหวะๆ แต่ไม่เลย มันอร่อยเอามากๆ หรือไม่ผมก็หิวเกินไป

หลังจากกินข้าวเย็นกันเสร็จแล้ว ขวัญอุ้มผมขึ้นห้องนอนและเธอก็ไปอาบน้ำ

ระหว่างที่เธออาบน้ำผมจึงถือโอกาสสำรวจของห้องเธอดู ห้องที่เป็นระเบียบเรียบร้อยห้องออกแนวไปโทนสีชมพูหวานดูสบายตา ผมกระโดดขึ้นเตียงสีชมพูนุ่มๆของเธอ อะไรมันจะชมพูทั้งห้องขนาดนี้ เห็นอยู่ที่โรงเรียนคิดว่าเธอจะเป็นคนมืดมนซะอีก ผ้าห่มสีชมพู ผ้าปูที่นอนสีชมพู ตุ๊กตาหมีสีชมพู หมอนสีชมพู ชุดนอนสีชมพู กางเกงในสีชมพู

เอ๊ะ ชุดนอนกับกางเกงใน ทำไมอยู่บนเตียง อย่าบอกนะ เธอจะมาแต่งตัวในห้อง ไม่นะ

แอ่ดดด

ไม่ทันขาดคำเสียงประตูก็เปิดออก ขวัญห่มผ้าเช็ดตัวเดินเข้ามาและเมื่อปิดประตูก็โยนผ้าเช็ดตัวไปที่เตียง

เฮ้ย! เดี๋ยวๆๆ เกรงใจแมวบ้างดิเฮ้ย ผมรีบหันไปทางอื่น ตั้งแต่ผมเกิดมาผมไม่เคยเจอผู้หญิงโป๊มาก่อน

ขวัญแต่งตัวเหมือนกับไม่มีใครอยู่ในห้อง เมื่อแต่งเสร็จเธอก็อุ้มผมขึ้นมานอนบนเตียงด้วยกันกับเธอ แค่ขวัญแต่งตัวโดยไม่เกรงใจผมก็แย่อยู่แล้ว เธอยังโนบลาอีก ยั่วกันเรอะ (ลืมไปว่าตัวเองเป็นแมว)

เธอลูบหัวผมเงียบๆ พลางเหม่อและแล้วกลิ่นไอแห่งความเศร้าก็ออกมาจากตัวเธอ น้ำตาเธอไหลออกมา เธอรีบเอาแขนมาเช็ดน้ำตา

“เฉินหลง รู้ไหม วันนี้ฉันโดนต้าเกลียดด้วยแหละ” เธอยังคงร้องไห้ต่อไป ผมเกือบลืมชื่อจริงๆของผมไปแล้ว

“แกรู้ไหม ฉันแอบชอบเขามาตั้งปีกว่าเชียวนะ ไม่คิดเลยว่าจะเกิดเรื่องแบบนี้ เห้ออ” เธอทิ้งตัวลงนอนพลางนอนเหม่อคิดอะไรไปเรื่อย เป็นเวลานานอยู่กว่าเธอจะหลับ

ผมช็อคอยู่ที่เพิ่งรู้ว่าขวัญชอบผม แต่ใครจะสนหล่ะ ทำไมต้องเอาชื่อผมไปอ้างว่าเป็นแฟนผม



 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

0 ความคิดเห็น