คัดลอกลิงก์เเล้ว

[ASTRO] Now, You&Me ,, EunSan

โดย Alex_z

ตอนจบของซีรี่ย์ครูสอนพิเศษคิม ดงมิน และเด็กป่วนยุน ซานฮา ความรักที่ผ่านมา 5 ปี ไม่ว่าอะไรจะเปลี่ยนไป คนข้างๆของดงมินจะก็เป็นซานฮาตลอดไป

ยอดวิวรวม

767

ยอดวิวเดือนนี้

2

ยอดวิวรวม


767

ความคิดเห็น


1

คนติดตาม


20
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  26 พ.ย. 60 / 01:41 น.
นิยาย [ASTRO] Now, You&Me ,, EunSan [ASTRO] Now, You&Me ,, EunSan | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
เรื่องสั้นที่มหากาพย์ที่สุดในชีวิต 55555 ไม่รู้ว่าสื่อมาได้ดีแค่ไหนเหมือนกันนะคะ แต่เรารักน้องทั้งสองคนนี้ไปแล้ว 5555 เลยกลายเป็นซีรี่ย์อย่างที่เห็น

ฉาก bed scene บอกเลยว่าตอนนี้มันแบบ.. พี่ไม่สามารถทำซีรี่ย์มากกว่านี้แล้ว พี่ขอลาก่อย แงงงง

อ่านเรียงจากเสน่ห์หนูซานฮา (your fascination) >ทางเลือก (our choice) > แล้วค่อยเเป็นเรื่องนี้ หนูกะพี่ (YOU&ME) 

ใครอ่านแล้วรู้สึกยังไงกันคอมเม้นกันได้เลยน้าาา 



สำหรับซีรี่ย์บินกี้ที่ค้างมาเปนปีทั้งสองเรื่อง บอกตามตรงเลยว่าดองจนไฟล์หาย 5555555555555 /น้ำตานั้นไหลมาจากไหน แต่พลอตที่คิดไว้ยังไม่ลืม และไม่เปลี่ยนแปลง คือว่าจะมาต่อในเร็ววันค่ะ


เนื้อเรื่อง อัปเดต 26 พ.ย. 60 / 01:41


Now, YOU & ME 


 

ผ่านมาเกือบจะห้าปีแล้วจากที่ซานฮาได้รู้จักพี่ชายแสนดีอย่างดงมิน จากคนรู้จักผันกลายมาเป็นคุณครูสอนพิเศษนอกเวลา จากความนับถือก็กลายเป็นความผูกพันจนเกิดเป็นความรัก ซานฮาเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็วจนดงมินเองยังไม่อยากจะยอมรับ เด็กชายตัวผอม สูง ปากเล็กที่ระบายด้วยรอยยิ้ม และเสียงหัวเราะไร้สาระตามแบบฉบับเด็กแสบกวนประสาท กลายเป็นเด็กหนุ่มตัวสูงร่างสมส่วน มีกล้ามเนื้อเล็กน้อยในแบบที่เขาไม่คุ้นเคย รอยยิ้มแสนซื่อกลายเป็นเจ้าเล่ห์ เสียงโวยวายหายไปกลับเป็นเสียงทุ้มจนอดสติหลุดเคลิ้มตามไม่ได้ ผมสีดำตามธรรมชาติถูกย้อมเป็นสีน้ำตาลเข้ม ทั้งหมดทำให้ดงมินได้แต่มองกลับมาที่ตัวเองที่ดูจะกลายเป็นลูกไก่ในกำมือของเจ้าเด็กแสบนี้เข้าไปทุกที

 

“ยุนซานฮา นายจะฉีดน้ำหอมมากไปหน่อยแล้วนะ” ดงมินบ่นคนขับรถที่นั่งอยู่ข้างกัน

“ทำไมครับ หอมออก” ซานฮายิ้มมุมปากอย่างสบายๆ มือขวาจับพวงมาลัย ส่วนอีกข้างก็กุมอยู่ที่มือคนขี้เบื่อ

“ให้มันน้อย ๆหน่อยเถอะซานฮา นายใส่ยังกะจะไปล่อฝูงผึ้งยังงั้น” คนแก่กว่าบ่นงึมงำด้วยสายตาไม่พอใจ

“กลัวผมจะไปล่อผู้หญิงที่ไหนเหรอครับ” เด็กหนุ่มหัวเราะในลำคอเหมือนล้อเล่น ยิ่งเห็นยิ่งทำให้อีกคนหงุดหงิด

“ถ้าผมจะล่อ ก็มีแค่พี่แหละครับ จริง ๆนะ” ซานฮาละมือออกมาว่าที่บ่าของดงมินใช้นิ้วชี้ยาวไล้แก้มขาวเบาๆหวังจะง้อ

“อย่างฉันนายคงไม่ต้องล่อแล้วล่ะ ฉันติดกับนายไปหมดทั้งตัวแล้วนิ” ยิ้มใจดีที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลง กับแก้มสีชมพูระเรือคู่กันทำให้คนเห็นใจสั่นไปหมดทั้งใจทุกครั้ง ถ้าไม่ติดว่าตอนนี้กลับขับรถ แก้มสีหวานเนื้อนุ่มนั้นต้องโดนจิ้งจอกหนุ่มซานฮาฟัดไปแล้ว

“จริงสิ สูทหลังรถนั้นนายเอาไปซักรึยัง” พี่ชายเบี่ยงประเด็นก่อนที่จะรู้สึกร้อนแก้มมากไปกว่านี้

“เรียบร้อยแล้วครับทั้งของผมกับพี่เลย” เด็กหนุ่มตอบ แล้วหันหน้าไปทางจุดหมายที่เขาอยากจะพาอีกคนมาในวันนี้

“ทะเล?” พี่ชายขมวดคิ้ว

ไม่ใช่ว่าเขาไม่ชอบรึรังเกียจอะไรผืนน้ำกว้างใหญ่สีใส ตัดคู่กับฟ้าสีคราม รึสายลมเย็นที่พัดผ่านไอทะเลให้มากระทบหน้าหรอกนะ แต่เมื่อสองวันก่อนเขากับเพื่อนที่ทำงานเพิ่งมาสัมมนาที่ใกล้ๆกันนี่เอง

“ครับ ก็วันนั้นพี่มากับที่ทำงานคงจะไม่สนุก วันนี้ผมเลยอยากพาพี่มาสร้างความทรงจำดีๆที่ทะเลแทนไงครับ” ซานฮายิ้ม จนดงมินได้แต่ถอนใจแล้วยิ้มตาม หลังๆมาเด็กชายที่คอยตามใจเขา ได้กลายเป็นเด็กหนุ่มจอมวางแผนไปแล้ว แล้วสีหน้าตอนนี้ไม่ต้องพยายามคิดก็พอจะเดาได้ว่าเจ้าตัวแสบนี้มีแผนอะไรในใจอยู่แน่นอน

 

ทั้งสองใช้เวลาเก็บของเข้าที่พักไม่นานเพราะไม่ได้มีของเครื่องใช้อะไรมากนั้น และของส่วนใหญ่ก็จะใช้ร่วมกันอยู่แล้ว แต่พอรู้ตัวอีกทีเสื้อเชิ้ตสีน้ำเงินแขนยาวกับกางเกงขายาวก็ถูกถอดออกเป็นเสื้อกล้ามสีขาวกับกางเกงชายหาดสีน้ำเงินบนร่างสมส่วนของซานฮาซะแล้ว กล้ามเนื้อที่ต้นแขน รับการความยาวของกระดูกทำให้พี่ชายไม่สามารถละสายตาออกไปได้ ตาโตที่ดูหวานขึ้นทุกครั้งเมื่อมองไปที่ซานฮาทำให้คนที่ถูกมองอมยิ้มออกมา ปากอิ่มยกยิ้มแหย่

“อย่าจ้องกันแบบนั้นสิครับ พี่เองก็รีบเปลี่ยนเสื้อสิ ไปเดินเล่นกัน” มือหยาบจากการเล่นกีฬาและเล่นเวททำให้สัมผัสที่คุ้นเคยแตกต่างออกไป มือนั้นลวงเข้าไปใต้เสื้อเชิ้ตสีครีมตัวโปรดของดงมิน แล้วถอดเสื้อนอกออกไป

“หยิบเสื้อกล้ามสีดำให้พี่หน่อยสิ” แก้มกลมแดงระเรื่อขึ้นอีกครั้ง เหมือนเชิญชวนคนตรงหน้าให้ปลอบโยนมันให้หายร้อน ด้วยริมฝีปาก

“จริง ๆ ไม่ต้องใส่แบบนี้ก็ดีนะครับ” ซานฮาหยอก มือซ้ายตะหวัดเอวคนข้างหน้าให้มาแนบชิดกันมากขึ้น มือขวาประคองศีรษะกลมอย่างเบามือ ลมหายใจร้อนพ่นลงบนคอสีขาวนมจนคนเป็นพี่ต้องสั่น ปากบางที่เคยส่งยิ้มให้อย่างร่าเริงตอนนี้กลับยิ้มเหยียดออกเหมือนถูกใจที่ได้เป็นคนคุม สำหรับดงมินแล้วการที่ต้องเป็นผู้ตามแบบนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย แต่เพราะท่าทีที่ดูถูกใจซะเหลือเกินของคนตรงหน้าทำให้เขายินดีที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเอง

“อยากจูบจัง” ดงมินเงยหน้าจ้องเข้าไปในตาของอีกคน

“พี่ชอบยั่วผมแบบนี้ทุกที” ปากหยักจูบลงที่ปากสีหวานของอีกคนอย่างทะนุนถนอน แม้ว่าความสัมพันธ์ของทั้งสองจะเดินทางมาอย่างยาวนานสักแค่ไหน แต่คนตรงหน้ายังเป็นสิ่งมีค่าของกันและกันเสมอมาเช่นกัน ซานฮาสูดลมหายใจเข้าช้า ๆ ก่อนจะประทับจูบลงที่แก้มกลมนั้นอีกครั้งก่อนจะเดินจากไป

“ซานฮา?” ดงมินยังรู้สึกได้ถึงไออุ่นของอ้อมกอดคนตรงหน้าอยู่ และอยากสัมผัสมันอีก เขาทำได้เพียงส่งเสียงเว้าวอน แต่ชายหนุ่มอีกคนกลับเดินกลับมาพร้อมชุดลงทะเลให้กับพี่ชาย

“ผมก็อยากจะให้พี่ใส่แค่กางเกงว่ายน้ำหรอกนะครับ แต่..” ซานฮาก้มลงไปมองร่างขาวนวลอย่างหลงใหล นิ้วยาวลูบไปที่จุดดึงดูดสายตาสีชมพูของคนตรงหน้าเรียกน้ำเสียงชวนเสน่หา

“อา.. ผมชักจะเข้าใจความรู้สึกของพี่แล้วล่ะ ตอนที่พี่เคยบอกว่ามันยากจะที่หยุดตัวเองเนี่ย มันยากจริงๆด้วยแหะ” เสียงครางในลำคอสร้างความพอใจให้คนจู่โจมอย่างมากแต่ก็ทรมานไม่แพ้กัน

“รีบเปลี่ยนชุดเร็วเถอะครับ ก่อนที่เราจะไม่ได้ลงทะเลกัน” เสียงต่ำเอ่ย แล้วทิ้งชายอีกคนไว้ในห้องลำพัง หัวใจที่เต้นรัวอย่างหยุดตัวเองไม่ได้ เขาหวังให้การผ่อนลมหายใจจะช่วยลดจังหวะมันลง

 

 

 

แม้ว่าผมจะคบกับซานฮามานานถึง 5 ปี แล้ว และใจของเราได้ประสานกันอย่างดี แต่ในทุกวันนี้ผมกับซานฮากลับต้องห่างกันมากกว่าเดิม การจะก้าวเข้าไปดูแลธุรกิจนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย ทั้งความสัมพันธ์ของลูกค้า ผู้ร่วมงาน และผู้ใต้บัญชาอีกมากมายทำให้ผมและครอบครัวมีความเห็นตรงกันที่จะเริ่มให้ผมเรียนรู้จากจุดเริ่มต้น คือการร่วมอยู่ในทีมดูแลและรับรองลูกค้า ผมขอสารภพาเลยว่าทั้งการเดินทาง การเลี้ยงรับรอง มันวุ่นวายซะจนผมเองแทบไม่มีเวลาให้ตัวเองด้วยซ้ำ คอนโดหลังเดิมที่ผมกับน้องเคยใช้ชีวิตร่วมในตอนที่น้องเพิ่งเริ่มเรียนมหาลัย ได้กลายเป็นของซานฮาเพียงคนเดียว ส่วนผมต้องกลับไปอยู่ที่บ้านใหญ่ เพื่อให้ง่ายต่อการเดินทาง และการดูงานทุกครั้งเมื่อครอบครัวผมต้องการ เราได้ใช้เวลาร่วมกันที่คอนโดนั้นเพียง 3 เดือนเท่านั้น แต่มันเป็นความทรงจำที่ดีที่สุดสำหรับผมตั้งแต่มีชีวิตมา 26 ปี และผมเชื่อว่ามันคงจะดีขึ้นเรื่อยถ้ามีเด็กจอมซนคนนี้อยู่เคียงข้าง

แต่ก็อย่างที่เห็น ตอนนี้ทุกอย่างดูจะกลับตาลปัตรกันไปหมด เพราะทันทีที่ผมกลับมาอยู่ที่บ้าน น้องชายสุดที่รักของผมได้เปลี่ยนไป ตั้งแต่เมื่อไรก็ไม่รู้ที่เด็กชายขี้เล่นกลายเป็นเด็กหนุ่มที่ดูสุขุมขึ้น ถึงจะยังไม่ทิ้งนิสัยการเป็นคนคุยเก่ง หัวเราะง่ายไป แต่เสน่ห์แบบชายหนุ่มที่ผมไม่คุ้นเคยกลับมาแทนที่เสน่ห์น่ารัก น่าฟัดของน้องซะอย่างงั้น กล้ามเนื้อที่ดูแข็งแรง สมส่วน ผิวสีขาวนวลชวนสัมผัสกลับดูกร้านและคล้ำแดด ผมไม่อยากจะพูดออกไปหรอกนะครับ แต่.. ตอนนี้น้องชายที่น่ารักของผมกลายเป็นเด็กหนุ่มสุดฮอตไปซะแล้ว แม้ผมจะชินและไม่ได้รู้สึกถูกใจกับเรื่องนี้เท่าไรนัก แต่ซานฮาก็ยังเป็นซานฮา ชายหนุ่มที่ชอบดูแล และเอาใจใส่ทกความรู้สึกของคนรอบข้างยังคงเป็นเหมือนเดิมครับ

 

ในช่วงสายของวันนั้น ต้องขอบคุณก้อนเมฆก้อนโตที่ช่วยบังแดดให้เราได้เดินเล่นกันอย่างสบายใจ ลมทะเลไม่แรงจนทำให้รู้สึกเหนียวตัว ผมรู้สึกดีมากจริง ๆที่วันนี้ได้มาเดินเล่นริมทะเลกับน้อง

“ดีจังนะครับ วันนี้อากาศดี ฟ้าสวยด้วย” มือยาววางพาดลงบนไหล่ผม บอกตามตรงนะครับ ผมไม่ชอบใจเลย

“นี่ เกินไปแล้วนะ ยุนซานฮา” ผมตีมือนั้นจนเจ้าของแขนยาว ๆ ยอมทิ้งแขนไปแกว่งเล่นแบบเด็กโดนขัดใจ

“ก็ผมอยากให้คนอื่นรู้ว่าเรามาด้วยกันนิ” ซานฮายื่นหน้ามากระซิบที่ข้างหูผม น่าแปลกใจที่ลมหายใจเบาๆนั้นทำให้ผมรู้สึกร้อน จนลมทะเลไม่ช่วยให้รู้สึกเย็นได้เลย

“เดินใกล้กันแบบนี้ใครจะไม่รู้บ้างล่ะ” ผมตอบ

“พี่ดูสิ คนเป็นแฟนเขาเดินจูงมือกันทั้งนั้น ผมก็อยากจูงมือกับพี่บ้างนะครับ” ลูกอ้อนที่ไม่เคยเปลี่ยนไปจากตอนเด็ก ๆ ทำผมใจอ่อน ผมจึงได้เพียงจับแขนนั้นกลับมาพาดบ่าผมอีกครั้ง

“พอใจรึยัง” ผมรู้ครับ ผมตามใจน้องเขามากจริง ๆ

“ครับผม” ซานฮายิ้มกว้างอีกครั้ง

 

เราเดินกันอยู่สักพักใหญ่ เล่นน้ำกันบ้าง คุยกันบ้าง ยิ้มให้กันบ้าง ถ่ายรูปให้กันบ้าง ผมยังไม่อยากจะเชื่อว่าทะเลที่นี่คือที่เดียวกับที่ผมมาเมื่อไม่กี่วันก่อน ทำไมวันนี้มันถึงสวยได้ขนาดนี้กันนะ

“ขอโทษนะคะ เอ่อ พี่ใช่พี่ซานฮาชมรมบาสมหาลัยเอสรึเปล่าคะ” เด็กผู้หญิง 2 คนท่าทางน่ารักเข้ามาคุยกับซานฮา ผมรู้สึกได้ถึงความแก่ของตัวเองยังไงชอบกล ถ้าเป็นเมื่อก่อนคงต้องเป็นผมมากกว่าที่มีผู้หญิงมารุมล้อม

“ครับ” น้องยิ้มและตอบรับอย่างสุภาพ ผมเดินละออกมาจากตรงนั้นนิดนึงให้เด็ก ๆได้คุยกัน ถึงจะออกห่างมา แต่สายตาผมก็ยังดีพอจะเห็นว่าเด็กสาวในชุดบิกินี่ตัวเล็ก ผมสั้นสีน้ำตาลเทากำลังจับมือของแฟนผมอยู่ พร้อมกับเพื่อนอีกคน ที่พยายามจะคล้องแขนแฟนผมอีกข้างนึง ถ้าผมมองไม่ผิด เหมือนหน้าอกเธอจะถูเข้ากับต้นแขนของเขาด้วยสิ

ภาพตรงหน้าทำให้ผมอารมณ์เสียพอตัว น้ำทะเลสีฟ้าเมื่อกี้ด้วยหม่นลง คงเพราะอารมณ์ของผม ขาผมออกแรงเดินตรงไปอีกนิดหน่อย ให้ห่างกับกลุ่มเด็กพวกนั้น แล้วก็ทิ้งตัวลงนั่งกับพื้นทราย รออยู่ตรงนั้น

“พี่ดงมิน” เขาเรียกผมพร้อมกับวิ่งเยาะๆมาหา

“ไปกันครับ หิวรึยังไปกินข้าวกันนะครับ” ผมได้แค่ฝืนยิ้มแล้วเดินทางเขาไป

ผมรู้สึกเหมือนคนที่เดินอยู่ข้างหน้าพูดอะไรบ้างอย่าง แต่ผมได้ยินไม่ชัด ผมพยายามจะตอบเขาเท่าที่ผมทำได้ แม้จะทำได้แค่พูดว่า เหรอ งั้นเหรอ ก็ดีสิ ดีจังนะ เหมือนเวลาที่ผมต้องเข้าพบกับลูกค้า

“เบื่องั้นเหรอครับ” มืออุ่นๆนั้นจับหน้าผม สภาพเราตอนนี้ทำให้ผมได้แค่เบี่ยงหน้าหนี้แล้วยิ้มตอบ

“เปล่าหรอก พี่เหนื่อยน่ะ”

“พี่รู้ไหมเด็กพวกนั้นถามผมว่าอะไร” ทำไมเขาถึงต้องพูดเรื่องให้ผมอารมณ์ไม่ดีมากขึ้นด้วยเนี่ย

“ไม่รู้สิ”

“เขาถามผมว่าพี่ชายที่มาด้วย มีแฟนรึยัง”

“เหรอ” ผมตอบ

“ผมเลยบอกว่าพี่มีแฟนแล้ว แฟนพี่เขามาพาทะเล เด็กพวกนั้นโวยวายกันใหญ่”

“อ่า เหรอ” ไม่รู้สิ ผมไม่ค่อยสนใจบนสนทนานี้เท่าไร

“เขาเลยถามว่าแล้วผมว่างไหม” ทั้ง ๆที่ตั้งใจจะไม่ตั้งใจฟังเรื่องนี้แล้วแท้ๆ ผมได้แต่เบนหน้าไปทางอื่นแล้วปล่อยให้อีกคนเล่าต่อ

“ผมเลยบอกว่า วันนี้ผมพาแฟนมาทะเล เด็กพวกนั้นทำท่างงๆ ผมเลยบอกว่า แฟนผมนั่งรออยู่นานแล้ว ขอตัวก่อนนะ เดี๋ยวแฟนผมจะเหงา” มือที่เคยเล็กและบอบบางวันนั้น ใหญ่ขึ้นและอบอุ่นขึ้นในวันนี้ ความรู้สึกเหมือนจะกลับตาลปัตร แต่ความรู้สึกหนึ่งที่ผมมีให้ซานฮาไม่เคยเปลี่ยน คือความรัก มือเล็กที่คอยจับอยู่ที่เสื้อผม วันนี้ประสานมือและกุมมือผมไว้เหมือนผมเองที่เป็นของมีค่า เหมือนผมเองที่จะแตกสลายไม่ใช่เด็กชายคนนี้อีกแล้ว

“ถ้าไม่ใช่วันนี้ ผมคงอยากให้พี่ดงมินหึงผมให้นานกว่านี้หรอกนะ แต่วันนี้ผมอยากให้พี่ดงมินมีความสุข ยิ้มให้ผมทั้งวันเหมือนเมื่อก่อน” บอกตามตรงนะครับ ผมไม่แน่ใจว่าเจ้านี้ไปเรียนวิธีพูดน้ำเน่าแบบนี้มากจากไหน รึเพราะผมทิ้งเจ้านี้ไว้กับกองหนังสือนิยายรักโลกแตกมากเกินไปกันแน่ แต่ตอนนี้มองหน้าเขาไม่ได้จริง ๆ

“แต่ผมไม่ใช่ลูกแมวตัวเล็กขี้อ้อนของพี่เหมือนเมื่อก่อนแล้ว พี่คงไม่รักผมเท่าเมื่อก่อนแล้วล่ะมั้ง” ผมรู้สึกได้ถึงร่มเงาจากต้นไม้ต้นใหญ่ ถึงจะไม่มองหน้าผมก็เดาสีหน้าแสนงอน ปากยื่นปากยาวของคนรักของผมได้ดี

“หน้าผมก็ยังไม่อยากมองเลยเหรอครับ” มือซนโอบรอบเอวผม จนผมทนไม่ต้องลงโทษเจ้าตัวแสบนี้ให้รู้จักกาลเทศะ

“เดี๋ยวเถอะนี้มันข้างนอกนะ น้อย ๆหน่อย” ซานฮาเอาแต่ยิ้มแล้วส่ายหน้าไม่ยอมปล่อย

“ไม่มีใครเห็นหรอกครับ ถึงเห็นก็ไม่เป็นไรนิ ก็ผมเป็นแฟนพี่นิ” วงแขนโอบกอดตัวผมไว้ จนหน้าผมแนบลงกับอกเด็กชายตรงหน้า เขาตัวสูงขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไรกันนะ

“จะเป็นแฟนรึอะไรก็ไม่ได้”

“ไม่กอดก็ได้ครับ” ความอุ่นถูกคลายใจ ผมก็รู้สึกโล่งใจอยู่หรอก เพียงแต่ มือไวนั้นฉวยจับใบหน้าผมให้เงยขึ้น และจูบลงที่ปากผมอย่างรวดเร็วเช่นกัน เหมือนโจรตัวร้ายที่ไม่รู้จักผิดบาป

“เจ้าตัวแสบ” ถึงผมจะว่าอะไรไปแต่ซานฮาเอาแต่หัวเราะ หยอกผมไปมา รู้ตัวอีกทีหัวผมก็มีแต่เด็กชายคนนี้ จนลืมเรื่องเด็กสาวสองคนนั้นไปจนหมด

 

 

 

ครับ จริงๆแล้วผมโกหกครับ ถ้ากับพี่ดงมินแล้วผมไม่เคยที่จะโกหกอะไรพี่เขาเลย ถ้าไม่นับเวลาที่ต้องการจะเซอไพร์สพี่เขา หรือเวลาที่ต้องทำให้พี่เขาสบายใจ มันเป็นการโกหกเพราะหวังดีและบริสุทธิ์ใจนะครับ จริง ๆ อันที่จริงตอนนั้น เด็กสาวพวกนั้นเข้ามาหาผม เธอเป็นรุ่นน้องในมหาลัยเดียวกับผม

“ทักงี้จะจีบพี่ซานฮาสุดหล่อนักบาสม.เอสหรอครัช” ผมแซวเด็กสาวรุ่นน้องที่สนิทกัน

“แหม พี่ก็ตีเนียนปะวะ” เด็กสาวทั้งสองตอบแล้วหัวเราะกันคิกคัก

“พี่ซานฮา พี่ชายคนนั้น หล่อจังเลยอะ ผิวก็ดีดี๊” รุ่นน้องในเมเจอร์เดียวกันกับผมพูด ผมอยากจะเดินหนีพวกเธอแล้วไปเดินเล่นกับพี่ดงมินต่อจะแย่

“มีธุระอะไรไหม”

“พี่ถามตรง หนูขอตอบตรงเลย หนูอยากได้เบอร์เขาอะพี่ ขอหน่อยดิ ชอบอะ” เด็กผู้หญิงเดียวนี้หน้าไม่อายจริงๆ

“เขามีแฟนแล้ว” ผมตอบตามความจริง

“มีแฟนได้ก็เลิกได้ มีฮยอนล็อคแขนพี่ซานฮาไว้เร็ว”

“เขาไม่เลิกกันง่ายๆหรอก วันนี้เขามาเดทกัน” อันนี้ผมก็ไม่ได้โกหกนะ

“เดทอะไรพี่ หนูเห็นพี่เดินกัน 2 คน อย่ามาโม้”

“ยูมิ ฉันว่าพี่เขาคงไม่โกหกหรอก” เด็กอีกคนที่จับแขนผมไว้เบาๆบอก

“ไม่จริงหรอก พี่ซานฮาชอบหลอก” ผมไม่คิดจะปิดบัง และผมว่ามันก็เป็นเรื่องที่ดีถ้าผมจะพูดความจริง

“ฉันไม่ได้โกหก พี่เขาก็มาเดินเล่นกับแฟนเขาไง” ผมยิ้ม

“แต่.. เอ๊ะ” เด็กทั้งสองคนปล่อยมือ

“ตามนั้นแหละ พี่เขาเป็นแฟนฉันเอง อย่ามาทำให้เดทของเราต้องมาเสียบรรยากาศได้ไหม ไปไหนก็ไป ไป๊” ผมอยากให้คนทั้งโลกได้รู้ด้วยซ้ำว่าผมกับพี่เขาเป็นแฟนกัน รักกัน ผมอยากจะเดินจูงเขาไว้ตลอดด้วยซ้ำไป

“พี่.. เดี๋ยวเอ๊ะ เอ๊ะ!” พวกนั้นดูตกใจจนยอมปล่อมผมออกมา ผมเลยได้ทำท่าจุ๊ ๆใส่แล้วเดินหนีออกมา แต่ยังได้ยินเสียงหวีดจากด้านหลังเบาๆ

 

หลังทานข้าวเที่ยงกันเสร็จ ผมกับพี่ดงมินก็กลับเข้ามาที่ห้องพักอีกครั้ง หัวไหล่ขาวๆของพี่ดงมินดูแดงขึ้นเพราะสัมผัสจากไอแดด

“แสบไหมครับ” ผมหยิบผ้าชุบน้ำส่งไปให้พี่เขาได้ประคบแขนตัวเอง

“อือ นิดหน่อย มันมีครีมอาฟเตอซันอยู่ในห้องน้ำนิ ฝากนายหยิบให้หน่อยสิ” สมกับที่เป็นพี่ดงมิน เขาคงเดินสำรวจห้องและของต่าง ๆจนเรียบร้อยแล้ว

“ครับ ผมทาให้นะ” เจลสีใสถูกบีบลงบนนิ้วของผมและลูบบนต้นแขนและหัวไหล่มนอย่างเบามือ

“อูย เย็นแหะ” พี่เขาบ่นเบาๆพร้อมทำหน้าเหย่เก

“อย่ามาส่งเสียงร้องอะไรแปลกๆตอนนี้สิครับ” ผมหัวเราะในลำคอ ตั้งใจจะแหย่เขาเฉยๆเท่านั้น

“ก็ตอนนี้มีแค่เรานิ” ครับ เหมือนพี่ชายตรงหน้าจะรู้ดีกว่าใครว่าสวิตติดเครื่องของผมอยู่ตรงไหน เขาถึงเปิดมันได้ทุกครั้ง

“เดี๋ยวผมจะทำให้ร้องมากกว่าอีกนะ” แก้มใส และตาหวานของเขาเหมือนดูดผมเข้าไปหา

“ไม่เอา พี่ยังแสบตัวอยู่เลย” ถึงจะสงสารแต่ผมเองก็ไม่อยากจะหยุดตัวเองเลย

“ถอดเสื้อออกสิครับ เดี๋ยวผมทายาให้ นะ” ผมจงใจจูบที่หูเข้าตอนพูดจบ เหมือนที่เขาชอบแกล้งผมตอนผมยังเด็ก ได้เวลาทวงคืนแล้ว

“นายมัน” หน้าแดงไปถึงใบหู ทำให้ผมใจเต้นแรง

“เอ้า ฮึบชูมือขึ้นครับ ถอดเสื้อออกเร็ว” พี่ชายทำตามอย่างว่าง่าย ผมพี่ดงมินที่เคยยาวตอนสมัยเรียนมหาลัยถูกตัดสั้น ทำให้แม้แต่ต้นคอขาวนั้นยังโดนแดดทำร้ายไปด้วย

“แดงไปหมดเลยครับ” เจลใสทาลงไปทั่วจุดที่เป็นสีแดง ทั้งต้นคอ  ไหล่และหลังบางส่วนที่อยูนอกเสื้อ คนตัวเล็กสำหรับผมในตอนนี้สะดุ้งทุกครั้งที่เจลสัมผัสผิว คงเพราะความรู้สึกแสบจากรอยไหม้

“นายมือเบากว่าตอนเด็ก ๆเยอะเลยนะ” ผมย้ายตัวไปนั่งบนเตียงด้านหลังของเขา เพิ่งรู้สึกจริง ๆว่าหลังที่เคยดูกว้าง และคอยดูแลปกป้องผมมาตลอด 5 ปี แท้จริงมันเล็ก และบอบบางแค่ไหน

“แต่อย่างอื่นผมไม่เบานะครับ” ผมแซว แต่เขากลับหันมายิ้มให้อย่างสบายใจ

“เท่าที่พี่เคยเห็นมันบ่อย ๆ มันก็..ไม่ได้หนักมากหรอกนะพี่ว่า” ลิ้นเล็กเลียริมฝีปาก ดูสิครับนี่เขาจงใจจะยั่วผมทั้ง ๆที่ผมยังทายาให้เขาไม่เสร็จเนี่ยนะ! แล้วผมจะทนได้ยังไงอะ

“เข้าใจรึยัง ตอนเด็ก ๆนายชอบยั่วในเวลาแบบนี้ ทุกครั้งที่นายป่วย นายชอบบอกให้ฉันกอดนายบ้าง จูบนายบ้าง มันทรมานนะ” ตาโตยิ้มจนตาปิด ผมอยากจะกอดเขาไว้ให้แน่นแต่กลัวว่าจะทำให้เขาเจ็บหลังมากขึ้นไปอีก

“พี่เก่งจังครับ พี่อยากจะกอดพี่จนจะบ้าอยู่แล้ว ผมอยากจะทำให้พี่ร้องเรียกชื่อผม บอกรักผม อยู่ในอกผม” ไม่มีอะไรต้องปิดบัง ทุกความรู้สึกผมอยากจะส่งผ่านไปให้เขาทั้งหมด ตั้งแต่ที่พี่ดงมินทำงาน เวลาที่เราใช้ร่วมกันก็ลดลงเรื่อย ๆ ยิ่งช่วง 4-5 เดือนมานี้ เราเจอกันเพียง 2 สัปดาห์ครั้ง หรือน้อยกว่านั้นถ้าพี่ต้องไปทำงานที่ต่างจังหวัด สำหรับหนุ่มกำลังเจริญวัยแบบผม มันไม่ง่ายเลยที่จะอดทนรอ

“เจ้าบ้า” ยิ้มหวานเหมือนทุกที

“นายมันยังอ่อนหัด” ใจผมเต้นเร็วขึ้นเรื่อยทุกครั้งที่เขาขยับตัว

“เจ้ามือจอมซนของนาย ต้องโดนจัดการเป็นอย่างแรก” ผ้าอะไรสักอย่างมัดข้อมือผมไว้กับหัวเตียงทีละข้าง แน่นอนผมไม่คิดจะขัดขืนเลยแม้แต่น้อย ทุกท่วงท่ามันยั่วยวนผมจนใจจะขาด

“ตามด้วยเสื้อกล้ามที่เกะกะตัวนี้” มือขาว ลูบเข้ามาใต้เสื้อ จนผมตัวเกร็ง โชคดีแล้วที่พีมัดมือผมไว้แน่น ไม่งั้นผมคงกระชากมันหลุดแล้วกดเขาลงให้จมเตียง เสื้อกล้ามถูกเลิกขึ้นกองอยู่ตรงหน้าอก และพาดขึ้นจากหัวผม ตอนนี้ผมรู้สึกเหมือนพวกดาราถ่ายปกวาบหวิวยังไงชอบกล

“แล้วฉันก็...” ขายาวพาดคล่อมบนตัวผม สาบานเลยว่าวินาทีนั้นผมกระชากแขนจนสุดแรงจนได้ยินเสียงจากแรงตรึงของผ้านั้น ผมอยากจะโอบกอดคนข้างบนจนใจจะขาด กลิ่นหอมที่เย้ายวนไม่เคยเปลี่ยน แก้มใสที่ชวนให้สัมผัส ปากสีแดงสดที่เหมือนอยาากจะให้ผมจูบมันซ้ำแล้วซ้ำเล่า

“คล่อมลงตรงนี้” เหมือนแกล้งกันพี่ชายตัวเล็กคนนี้นั่งลงบนหน้าท้องผม ไม่ห่างจากจุดอ่อนไหวเท่าไรนัก แต่ชวนให้อึดอัดแทบบ้า นิ้วยาวลูบและปากจูบลงที่ข้อมือผม

“อย่ากระชากอีกล่ะ ข้อมือนายแดงหมดแล้ว”

“พี่ก็อย่าแกล้งผมสิ” ความพยายามประคองเสียงให้สงบดูจะยากเกินไปถ้าต้องอยู่กับพี่ดงมินในสภาพนี้

“งั้นเหรอ พี่ขอโทษนะ” ปากสีแดงน่ารักจูบลงที่ปากผม เราจูบกันอยู่นานจนความร้อนในกายกำลังเผาเราทั้งสองทั้งเป็น

“นานแล้วเนอะ ที่ฉันไม่ได้อยู่ข้างบนแบบนี้” หน้าที่แดงจากไฟในกายของเราทั้งสองห่างกันไม่ถึงคืบ ถึงพี่เขาจะทำเป็นหยอกล้อแล้วหัวเราะออกมา แต่สายตาที่หวานเยิ้มนั้นกลับตรงข้าม ผมจูบเขาที่คางมนนั้นเบาๆ

“ทำสิ่งที่อยากทำเถอะครับ” ไม่ว่าจะเป็นอะไร ถ้าเป็นพี่ดงมิน ไม่ว่าอะไรก็ดีหมดนั้นแหละ แค่อย่าทรมานกันแบบนี้เลย

“มันนานเกินไปแล้วล่ะ ถ้าทำกันนายจะเจ็บเปล่า ๆ” มืออุ่นคู่เดิมที่คอยประคองหัวใจผมไว้จับอยู่ที่แก้ม พร้อมสะโพกของคนด้านบนตัวผมเลื่อนลงไปเนิบนาบ ใจที่เต้นจนเหมือนจะระเบิดทำให้ผมต้องกลืนน้ำลายลงไปอึกใหญ่แล้วเงยหน้าขึ้น หนีภาพที่บาดใจนี้ไป

“อะไรกัน ไม่อยากมองฉันหรอกซานฮา” สะโพกกลมจงใจบดลงจนผมแทบคลั่ง กางเกงว่ายน้ำสองตัวของเราแทบละลายหายไป เพราะความร้อนของเรา ไม่รู้ว่าเป็นครั้งที่เท่าไรที่ผมเผลอกระชากมือออกจากหัวเตียง

“พี่ดงมิน” ช่วงท้องที่กระอักกระอ่วนจนไม่สามารถทานรับอากาศเข้าไปได้ ร่างท่อนบนที่เปลือยเปล่าของเราทั้งสองทาบทับกัน มือร้อนที่เป็นอิสระ ลูบมาที่หน้าท้อง หน้าอก ไหล่ แขน และใบหน้าของผม จมูกโด่งคลอเคลียอยู่ที่จมูกของผมไม่ห่าง ผมไม่มีทางสู้พี่เขาได้เลยแม้แต่นิดเดียว

“ฉันไม่คิดเลยว่านายจะกลายเป็นหนุ่มเต็มตัวแบบนี้” สะโพกยังคงขยับและกดลงบนตัวผม

“พี่ครับ เร็วเถอะ ผมจะบ้าอยู่แล้ว” เสียงผมแห้งจากความร้อนที่คนข้างบนสุ่มอย่างไม่หยุดหย่อน

“ตรงนี้มันก็เหงาๆเหมือนกัน พอมือนายต้องถูกขึงอยู่แบบนั้น” มือข้างนึงลูบผ่านหน้าอกและจุดสังเกตที่โดดเด่น และอ่อนไหวสีชมพู ผมได้แค่เม้มปาก ไว้หวังว่าหัวใจจะไม่วายก่อนจะได้เริ่มเรื่องนี้กัน มือเล็กนั้นเลื่อนจากหน้าอกไปที่หน้าท้องแบนราบ กล้ามเนื้อน้อย ๆ สร้างโครงสร้างชวนให้ผมจ้องอย่างไม่ละสายตา ก่อนมือนั้นจะเข้าไปในกางเกงว่ายน้ำขาสั้นสีดำของคนข้างบน ผมภาวนา และอ้อนวอนต่ออะไรบางอย่าง แค่มือข้างนึงก็ได้ ใครก็ได้ชวนปล่อยมือผมที ผมอยากสัมผัสคนตรงหน้าจนจะทนไม่ไหวแล้ว

“พี่ ปล่อยมือผมสิ แค่ข้างเดียวนะ”

“เสียงอ้อนของนายเคยหวานกว่านี้นิ” มือซนอีกข้างที่ว่างจากการสัมผัสตัวเองลูบไปที่ต้นขาผม

“พี่ดงมิน” แล้วร้อนและชื้นเพิ่มขึ้นจนผมตาลาย คล้ายคนใกล้ขาดสติ  แต่ร่างด้านบนลุกขึ้นทำให้ผมยังประคองสติไว้ได้

“รอแปบนะเดี๋ยวฉันมา” ร่างขาวนั้นเดินออกไปเฉยๆ ผมก้มมองร่างตัวเองด้านล่างที่แทบระเบิด

“มาละ” พี่ชายยิ้มหวานดูเย้ายวนกับขวดเลิฟโลชั่นในมือ เขาโยนมันไว้ที่ข้างตัวผมแล้วมือนั้นก็เลื่อนไปถอดกางเกงว่ายน้ำที่ไร้ประโยชน์ของเราออกไป

 

 

มาถึงนาทีนี้ผมต้องบอกเลยครับว่ามันเป้นช่วงเวลาที่ดีจนเกินจะเป็นจริง ร่างกายที่ร้อนรุ่มของพี่ดงมินนอนหอบทับร่างผมอยู่ มือที่เป็นอิสระของผมถูกที่เขาจูบรอยแดงอยู่ซ้ำ ๆ แก้มใสของเขาถูกผมลงโทษจนเปื่อย ยิ้มของเรายังคงมีให้กันเสมอ และตลอดไป

“วันนี้ผมควรจะทำให้พี่มีความสุขแท้ๆ” หัวกลมหนุนอยู่ที่ไหล่ผม ผมกอดพี่เขาไว้หลวมๆไม่ให้โดนรอยไหม้

“นายก็ทำเยอะแล้วล่ะ ให้คนแก่ได้เล่นสนุกบ้างสิ” พี่เขาพูดและจูบลงที่ปากผมเบาๆ

“ผมใจจะขาดอยู่แล้ว”

“ขอโทษนะ ข้อมือนายเลยเป็นแผลถลอกเลย” พี่ดงมินจับมือข้อมือผมแล้วจูบมันซ้ำ ๆไม่ยอมเลิก เหมือนผมจะใช้มือคู่นี้ไม่ได้แล้วยังงั้น

“แค่แผลเองครับ พี่สิ คงปวดไปอีกหลายวัน” แขนข้างที่พี่ใช้หนุนดันหลังพี่เขาให้เข้ามาใกล้อกมามากขึ้นเหมือนที่เขาชอบทำตอนที่ผมนอนหนุนแขนเขา

“ไม่ใช่ความผิดนายนิ ก็ฉันเป็นคนขยับเอง” ถึงจะมองหน้านั้นไม่ชัด แต่ความร้อนจากแก้มนั้นทำให้ผมหลงใหล จนเกือบจะลืมเรื่องสำคัญ ดีที่หางตาเหลือบไปเห็นนาฬิกาซะก่อน

’22:13 P.M.’ ผมยังจำตัวเลขสีแดงนั้นได้แม่น เกือบหมดวันแล้วสิ

 

“ชิบแล้ว!” ผมโดดลงจากเตียงไปควานหาของในกระเป๋า

กล่องสีดำเรียบเหมือนที่พี่เขาชอบอยู่ในมือผม เหมือนหัวใจของผมที่อยู่ในกล่องนี้

“พี่ครับ” ผมไม่รู้ว่าควรจะทำยังไงด้วยซ้ำ ต้องยืน นั่ง หรืออะไร ผมเพียงงแค่คุกเข่าอยู่ข้างเตียง เหมือนเด็กที่มาเยี่ยมคนไข้บนเตียง ดูน่าตลกสิ้นดี

“ครับ?” พี่ดงมินชันตัวขึ้นนั่ง ท่าทางสับสน

“ทุก ๆวัน พี่ให้อะไรมาผมมาเยอะแยะไปหมด เพราะงั้นวันนี้” ทั้ง ๆที่ผมกับไอมินฮยอกช่วยกันเขียนบทพูดสุดซึ้งมาแล้วแท้ๆ ทำไมตอนนี้หัวมันถึงว่างเปล่าขนาดนี้นะ

 

“ผมคงรักพี่มากไปกว่านี้ไม่ได้ แล้วผมคงหาใครที่ผมรักมากกว่าพี่ไม่ได้ ผมน่ะ กลัวมาตลอด”

 

“ผมกลัวว่าสักวันเราจะต้องเลิกกัน ผมคิดแบบนี้มาตั้งแต่วันแรกที่เราคบกัน จนวันนี้ ผมไม่มั่นใจหรอกว่าเราจะอยู่ด้วยกันไปตลอดชีวิตได้ไหม”

 

 “แต่ตอนนี้ วันนี้ ผมไม่คิดจะรักใครนอกจากพี่แล้ว แล้วผมจะไม่ยอมปล่อยพี่ไป พี่จำได้ไหม วันที่เราแลกหัวใจของเรา คืนที่ผมไปค้างคอนโดนั้นวันแรก” อ่าเสียงผมสั่นอยู่รึเปล่านะ แต่ผมรู้สึกเหมือนตามันพร่าไปหมดเพราะน้ำตา

 

 

“วันนี้ ครบรอบ 5 ปีแล้วนะครับ หัวใจผมยังอยู่ที่พี่ แต่วันนี้ผมอยากจะให้มันอยู่กับพี่จริง ๆ” มือผมสั่นจนเปิดกล่องนี้แทบไม่ไหว จนมืออุ่นของคนบนเตียงจับมันแล้วช่วยกันเปิดกล่องนั้นขึ้น

“ไม่ใช่ของแพงหรอกนะฮะ แค่ของธรรมดา แต่มันคือหัวใจของผมฮะ” เด็กชายขี้โวยวาย และขี้แยคนนั้นยังไม่ได้หายไปไหน เขายังเป็นตัวผม

“ซานฮา ขี้แยตลอดเลยนะ” พี่ดงมินกอดคอผมไว้ ไหล่เล็กนี้ที่ค่อยปลอบเวลาผมร้องไห้ แม้ในวันนี้ก็เช่นกัน ความเข้มแข็งของพี่มาจากไหนกันนะ

“ทั้ง ๆที่ผมต้องเป็นไหล่ให้พี่ซบแท้ๆ ขอโทษนะฮะ” ผมรู้สึกถึงจูบเบาๆที่หูของผม

“ใครสนล่ะ แค่เรากอดกัน แค่นั้นเราก็เข้มแข็งพอแล้วไม่ใช่เหรอซานฮา” พี่ดงมินดึงผมออกแล้วจูบลงที่ตาของผมเหมือนทุกครั้ง ความร้อนจากริมฝีปากรึน้ำตาทำให้ใจผมยิ่งอ่อนลง

“อย่ามัวแต่ร้องไห้สิ นายเป็นคนให้ของขวัญฉันแท้ๆ จะไม่ยอมสวมมันให้ฉันเหรอ หื้อ” ผมได้แค่พยักหน้า หยิบแหวนสีเงินสองวงวางคู่กัน ผมหยิบวงนึงขึ้นมา สวมมันกับนิ้วกลางของพี่ดงมิน

“อะไรกัน นายใส่ผิดนิ้วแล้ว” น่าสมเพชชะมัดที่เรื่องเท่านี้ทำให้ผมรู้สึกใจสั่นจนเผลอเงยหน้าขึ้นไปมองพี่ดงมินจนตาแทบเหลือก เราไม่เคยแสดงความเป็นเจ้าของของกันและกันเลยแม้แต่น้อย แม้แต่รูปของกันและกัน ยังไม่มีให้ดูต่างหน้า แต่ในวันนี้หัวใจของเขาเป็นของผมแล้วจริง ๆ

“ผมขอใส่นิ้วนางนะฮะ” คำพูดที่โคตรซื่อบื้อของผมทำให้พี่ดงมินหัวเราะแล้วลูบหัวผมเบาๆ

“ของนายด้วย” ผมมองมือนั้นหยิบแหวนอีกวงในกล่องมาสวมที่นิ้วนางของผม

“ฉันคงใส่ไปทำงานไม่ได้ แต่ฉันสัญญาว่าจะใส่มันตลอดเลยนะ” พี่ดงมินพูด ก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบของในลิ้นชักใกล้หัวนอน

“ไม่ได้มีแค่นายหรอกนะที่เตรียมของขวัญมาน่ะ” กล่องสีกรมบุผ้าอย่างดี

“ไม่รู้ทำไมพี่ถึงซื้อมันมา แต่พอพี่เห็นแล้วมันคิดถึงนายน่ะ” เขาเปิดกล่องออก เป็นสร้อยเส้นเล็กวางคู่กับกำไรข้อมือสีเงิน ลายสักคล้ายตะปู

“พี่ก็อยากจะให้ของที่เป็นคู่กันนะแต่พี่ใส่กำไรคงไม่เหมาะ ส่วนนายคงใส่สร้อยไม่เหมาะเหมือนกัน” พี่เขาเงียบไปพักหนึ่งจนผมต้องเงยหน้าจากกล่องมามองที่หน้าแดงๆนั้น

“จริงๆ มันเป็นแบบใหม่ของทางบริษัทน่ะ ยังไม่ลงคอลเลกชั่นเลยแต่พี่ขอให้เขาทำเป็นทองคำขาวมาให้” เขาเม้มปากอยู่สักพัก

 

“มันเป็นคอลเลกชั่นคู่รักอันแรกของบริษัท เอาไว้ในแฟนหนุ่มกับแฟนสาวได้ใช้ของคู่กันอะไรทำนองนั้นน่ะ” แก้มแดงขึ้นเรื่อย ๆ จนผมอดจะสัมผัสมันเบาๆไม่ได้ ตาหวานช้อนขึ้นมองมาที่ตาผม

“งี้พี่ก็เป็นแฟนสาวผมสินะ” ถึงจะหยอกไปแบบนั้น แต่สายตาที่มีความหมายของเรายังสบกันไม่ขาด

“วันไหนฉันเป็นแฟนหนุ่มบ้าง นายจะน้ำตาตกนะเจ้าตัวแสบ” ยิ้มกว้างตอบกลับมา ทำให้ผมยิ้มกว้างกลับไปให้เช่นกัน

“ตอนทำงานฉันคงต้องเอาแหวนใส่ไว้กันสร้อยล่ะนะ” เขาพูดตอนสวมกำไรให้ผม แล้วผมก็สวมสร้อยนั้นให้เขา

“มันออกจะแพงไปหน่อยสำหรับผมนะครับ” ผมลูบที่สร้อยข้อมือนั้น

“ไม่เลย” เขาหยุดแล้วยิ้มออกมาอีก

 

“ทองคำขาวน่ะ เหมือนพี่นั้นแหละซานฮา ถึงคนจะมองว่ามันล้ำค่าแค่ไหน แต่เพราะราคาของมันทำให้ไม่มีใครอยากจะซื้อมันเลยสักคน แถมเอาไปขายต่อไม่ได้ราคาด้วยรู้ไหม เขาถึงบอกว่าพวกที่ซื้อทองคำขาวไม่บ้า ก็พวกชาตินี้ไม่มีวันจมน่ะ” พี่ชายหัวเราะ แต่ผมยังไม่เข้าใจ

“แต่ฉันมองว่าคนที่ซื้อมัน ครอบครองมันน่ะจะต้องรู้ค่าของมันดีที่สุด ทำให้มันมีค่าที่สุดเมื่อมันอยู่ในมือของคนที่รักมันที่สุดไง”

“หวังว่านายจะเห็นค่าของฉัน และรักฉันไปนานเท่านานนะ เพราะถ้าวันนึงนายเลิกฉัน ฉันคงไร้ค่า เหมือนสร้อยนี้แหละ” เรื่องราวน่าเสียใจเล่าด้วยรอยยิ้ม ไม่มีอีกแล้ความหวั่นใจ ไม่มีอีกแล้วความกลัวที่ต้องแตกสลาย หรือต้องจากลา ขอแค่มีอีกคน ผมไม่กลัวอะไรอีกแล้ว

“ผมจะรักพี่จนกว่าพี่จะขอให้ผมหยุดเลย” เราจูบอีกครั้ง

“จริง ๆ ถึงพี่จะบอกให้หยุด ผมก็ไม่หยุดหรอกนะ” ผมยิ้ม แล้วปีนกลับไปที่เตียงอีกครั้ง

 

ความรู้สึกทั้งหมดไม่เคยเปลี่ยนแปลง แต่ทุกคำ ทุกการกระทำที่ย้ำเตือนเราถึงกันและกันทำให้หัวใจพองโตได้ทุกครั้ง บทรักของเราเชื่องช้า เนิบนาบ ทั้งยิ้มให้กัน ทั้งหัวเราะให้กัน แต่ใจเรายังสัมผัสกันทุกความอบอุ่น แม้พี่เขาจะต้องร้องออกมาเพราะความรู้สึกที่เจ็บปวด และหลากหลาย แต่มือเราทั้งสองยังคงกุมกันไว้ เหมือนตะปูสองตัวที่เกี่ยวกันบนสร้อยข้อมือผม จากนี้ และตลอดไป

 

ผมสัญญา






By Kim Dongmin&Yoon Sanha

ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ Alex_z จากทั้งหมด 4 บทความ

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

1 ความคิดเห็น

  1. #1 MylittleBaeby (@letbemystar) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 20 มีนาคม 2561 / 17:10
    พอโตเป็นหนุ่มแล้วแซ่บมากเลยนะซานฮา!!!

    มีความพลิกโพสลับๆกันไปใช่ไหมคะไรต์ 5555
    #1
    0