[ KIHAE-KYUMIN ] Heartless II.. หากจะเกิดมาไร้หัวใจ *

ตอนที่ 16 : |; chapter 13

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 958
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    30 ม.ค. 53

HEARTLESSII… หากจะเกิดมาไร้หัวใจ    *

Leading Couple.. Kibum x Donghae

Written By... PRETTY.KKZ

10/09/2552   23.00 PM.

 

 

 

Part 13

 

.

.

.

.

 

 

 

 

 

รูปร่างเพรียวบางกำลังยืนปัดฝุ่นให้แจกันใบโตกลางคฤหาสต์กว้าง

กว่าสัปดาห์แล้วที่ทงเฮออกจากโรงพยาบาลพร้อมกับอาการที่หายเป็นปกติ

แม้ภายนอกทงเฮจะดูยิ้มแย้มมากกว่าเก่าขึ้นบ้าง แต่สภาพจิตใจกลับไม่ได้รับการฟื้นฟูเลย

 

บ้านทั้งบ้านเงียบสงัดราวกับไร้สิ่งมีชีวิตใดๆอาศัย

คุณหนูซองมินเปลี่ยนไปมากจนทงเฮต้องดูแลหนักกว่าเดิมเป็นสองเท่า

เหมือนกับครั้งแรกที่ทงเฮเหยียบย่างเข้ามาไม่มีผิด..

คฤหาสต์หลังกว้างที่มีบริวารอาศัยอยู่หลายสิบหลายร้อย หากแต่ดูเหมือนไม่มีใครเลยสักคน..

 

มือบางสีซีดจงใจเคาะลงบนประตูไม้บานโตเบาๆสองสามครั้ง

ก่อนที่จะตัดสินใจเปิดออกอย่างเช่นทุกๆวัน

ร่างเล็กในเสื้อผ้าที่ขาวทั้งชุดนั่งอยู่บนเก้าอี้โยก ใบหน้าสวยหวานหลับพริ้มไม่รับรู้เรื่องราว

คราบน้ำตาลากเป็นทางลบคราบเครื่องแป้งออกจนหมดสิ้น

เหมือนกับวันแรกที่พบคุณหนูซองมินไม่มีผิด...ต่างกันที่ว่าวันนั้น คุณหนูเธอยังคงเป็นเด็กไร้เดียงสา

 

ร่างบางวางถาดอาหารไว้บนโต๊ะกลมกลางห้องนอนสีดำ

จากนั้นจึงยกถาดอาหารว่างที่วางไว้ตั้งแต่บ่ายออกนอกห้อง

ข้าวของทุกอย่างทงเฮแทบจะไม่จำเป็นต้องปัดกวาด จัดเก็บอะไรให้เป็นการใหญ่

เพราะดูเหมือนว่าเจ้าของห้องนั้นจะไม่ถูกรื้อค้นสิ่งของของตัวเองเลยสักนิด

คุณหนูซองมินกลับกลายเป็นดั่งรูปปั้นที่มีลมหายใจ มีโอกาสที่จะรู้สึกได้แต่กลับเลือกที่จะวางเฉย

 

เหมือนทุกสิ่งอย่างที่ทงเฮได้พบเจอ..

กำลังย้อนกลับมายังวังวนเดิมๆ ทุกสิ่งกำลังจะเป็นไปตามแบบเดิม

หากแต่ความเจ็บช้ำ...ย่อมเป็นไปได้มากกว่าเดิม

และไม่มีใครล่วงรู้เลยว่า พระบิดาท่านลิขิตให้พวกเราเหล่านี้..

หลุดพ้นจากกงล้อแห่งความชอกช้ำนี้เช่นไร

 

 

 

            คุณหนูซองมินฮะ

            น้ำเสียงหวานใสเอ่ยขึ้นเบาๆต่อหน้าบุคคลที่ชาเฉย

            แววตาของคุณหนูซองมินไม่ได้บ่งบอกถึงการมีชีวิตอยู่เลยด้วยซ้ำ

            แต่ก็คงไม่ต่างอะไรจากทงเฮเท่าไรนัก เพียงแต่ทงเฮกลับทำอย่างที่คุณหนูทำไม่ได้

            และทงเฮก็ไม่ได้ต้องการจะเป็นเช่นนั้น..

 

            จริงที่สภาพจิตใจของคุณหนูคิมซองมินแทบไม่ต่างอะไรจากอีทงเฮ

            แต่คุณหนูซองมินเลือกที่จะปิดใจทำเป็นไม่รับรู้..แต่ก็อ่อนไหวไปตามเหตุ

            ส่วนทงเฮยินดีจะรับรู้ทุกสิ่งที่เกิดขึ้นได้อย่างเข้มแข็ง

 

 

            หรือแท้จริงแล้ว นั่นคือ ความชินชา กันแน่นะ?

 

 

 

            อีทงเฮ...

            น้ำเสียงอ่อนหวานพูดขึ้นมาเบาๆราวกระซิบ

            ใบหน้าสวยเงยขึ้นได้องศา ก่อนที่จะประกายยิ้มหยักที่เรียวปากสีแดงสด

            หากแต่ดวงตาของทงเฮนั้น ไม่ได้แสดงออกถึงความสุขเลยแม้แต่น้อย

 

 

            หากมันฝืนมากเสียจนเกินไป เธอก็ไม่ต้องยิ้มหรอกทงเฮ...หากมันทรมาน

            นิ้วเรียวเล็กไล้ไปตามโครงหน้าอ่อนเยาว์

            อีทงเฮมีอายุมากกว่าคุณหนูซองมินเพียงไม่กี่เดือน หากแต่แววตากลับใสซื่อ

            ยิ่งดูก็ยิ่งไม่รู้เลยว่าโดนคุณชายคิบอมขืนใจมาอย่างหนักหนา

            แทนที่จะดูเจนโลกเช่นคนธรรมดา แต่กลับดูไร้เดียงสามิได้เปลี่ยนแปลง

 

 

            ไม่มากมายเท่าไรหรอกฮะคุณหนู สิ่งที่ทรมานกว่านี้...ทงเฮก็ฝืนมันมาแล้ว

 

 

            ที่เธอรักคิบอมนั่นใช่ไหมที่เธอเรียกมันว่า ความทรมาน?

            ดวงตาของทงเฮเบิกโพลงเมื่อชื่อนั้นกลับเข้ามาในห้วงของความนึกคิด

            ทุกเวลานาทีที่ทงเฮพยายามหาอะไรทำอยู่ตลอดเวลาเพื่อไม่ให้คิดถึง

            ทำให้ทงเฮดำรงอยู่ได้จนถึงวันนี้โดยชาเฉยต่อความปวดร้าว

            ทุกคราวที่ต้องพานพบ ทงเฮจะหลบหลีกให้ถึงที่สุด

            ทุกครั้งที่ต้องพูดคุย ทงเฮจะปิดหูไม่ให้ได้ยินเสียงของคุณชายที่เปล่งออกมา

            และทุกเวลาที่ต้องเสียใจ...ทงเฮจะท่องไว้ว่า จะไม่ร้องไห้เพราะคุณชายคิบอม

 

            ท้ายที่สุดก็พังทลาย...ไม่มีสิ่งไหนที่ทงเฮทำได้เพื่อลืมคุณชายคิบอม

            ไม่มี...

 

 

            รู้ว่าเจ็บแล้วทำไมยังรัก?  ทำไมถึงรักคิบอมขนาดนั้น..

 

            เช่นเดียวกับที่คิมซองมินรักโจคยูฮยอนอยู่อย่างนี้..

            รู้ดีว่าต้องเจ็บหนักเสียจนทนแทบไม่ไหว แต่ทำไมยังคงรักได้มากมายเพียงนี้?

 

 

 

            นั่นน่ะสิฮะคุณหนู ทำไมถึงยังต้องรักมากขนาดนี้...

 

            เข้าสู่ความเงียบเพียงชั่วครู่..

            หัวใจของทงเฮแทบหยุดนิ่ง ร่างทั้งร่างเหมือนถูกดูดกลืนเข้าไปกับอะไรสักแห่ง

            เหมือนมีแรงใดมากระชากหนักๆเสียจนจะลุกยืนต่อไปไม่ได้

            ความรัก...มีอิทธิพลกับชีวิตมากขนาดนี้เชียวหรือ?

 

 

 

            มนุษย์เราย่อมสามารถมองหาเหตุผลในสิ่งที่ตนเองล้มเลิกที่จะกระทำได้

            แต่ไม่อาจหาเหตุผลในสิ่งที่ตนเองกำลังกระทำได้

 

            เช่นเดียวกับที่ทงเฮไม่อาจหาเหตุผลได้เลยว่า ทำไมจึงรักคุณชายมากถึงเพียงนี้

            แต่ทงเฮย่อมรู้เหตุผลดีที่จะเลิกรัก

 

            ...เพราะคุณชายทำให้เจ็บ ทงเฮจึงต้องการที่จะเลิกรักคุณชาย

 

 

 

 

            หากแต่ทงเฮกลับทำไม่ได้เสียที!”

           

 

            ไม่มีอีกแล้วน้ำตาของความอ่อนแอของทงเฮผู้บริสุทธิ์

            หัวใจกำลังบีบร้องอย่างทรมาน แต่ในห้วงของความรู้สึกมันคือความชาชิน

            ต่อให้หัวใจจะแตกสลายลงตรงหน้าแล้วเอามาให้คุณชายบีบขยี้ให้ละเอียด

            ความเจ็บปวดมันก็คงไม่ได้เพิ่มไปมากกว่าเดิมสักเท่าไร..

            เจ็บปวดกว่านี้ มันยังจะมีอีกหรือ?

 

 

 

            อี ทงเฮ...หากอยู่ถึงจุดที่เธอจะอดทนแทบไม่ไหว เธอจะไปก็ได้นะ

 

            น้ำเสียงหวานกังวาลก้องไปทั่วห้องหับสีทะมึน

            ลมหายใจของทงเฮขาดช่วง อัตราการเต้นของหัวใจแทบเป็นศูนย์

            นั่นสิ..รู้ว่าเจ็บแล้วทำไมยังไม่ไป ?

            หลายครั้งที่ทงเฮคิดจะออกมาจากชีวิตของคุณชาย แต่ทำไมร่างกายกลับไม่ปฏิบัติ

           

            หรือความเป็นจริงแล้ว..

 

 

            เพราะทงเฮขาดคุณชายไม่ได้ฮะ

            ..เหมือนกับที่คุณหนูซองมินเองก็ขาดคุณชายคยูฮยอนไม่ได้

 

 

 

            อย่าพูดชื่อเขา!!!!!!!!!

 

 

 

            คุณหนูฮะ…”

 

 

 

อย่าพูดถึงผู้ชายคนนี้อีก!! ฮึก...

           

            ทันทีที่ขาดคำ มือเรียวคว้ากรอบรูปใกล้ตัวขว้างออกไปให้ไกล

            เศษแก้วแตกกระจัดกระจายเช่นเดียวกับที่กรอบไม้ก็หักพัง

            ภาพงานวันหมั้นของคุณหนูคิมกับคุณชายโจยับยู่ยี่ราวกับของไร้ค่า

           

            น้ำตาของคุณหนูซองมินพรั่งพรูออกมา หากแต่ไร้ซึ่งเสียงสะอื้น

            ความปวดหนึบคุกคามเข้ามาภายในหัวสมอง ลมหายใจหอบถี่และแรงขึ้นเรื่อยๆ

            ต่อจากนั้น...ภายในห้องสีมืดสนิทก็เกิดแต่ความวุ่นวายอีกครั้ง

            เสียงกรีดร้องดังลั่น เช่นเดียวกับที่คิมซองมินไม่อาจควบคุมตัวเองได้..

 

 

            ยิ่งนานวัน อาการทางประสาทของคุณหนูซองมินก็ไม่อาจลดลงได้เลย..

 

 

 

 

 

--------------------------------------------------------------------------

           

 

 

 

กลิ่นยาฉุนเตะจมูกให้คนในห้องพักต้องลืมตาตื่น

ใบหน้าขาวซีดดูมีเลือดฝาดพร้อมๆกับที่เหงื่อกาฬผุดพราย

รอยแผลเล็กๆที่หน้าผากทำให้ทงเฮรู้ว่างถูกคุณหนูซองมินทำร้ายจนสลบไป

แต่ทงเฮไม่ได้ถือโทษโกรธแต่อย่างใด..

ถ้าหากทงเฮไม่พูดถึงชื่อคุณชายคยูฮยอน คุณหนูซองมินก็คงไม่เป็นเช่นนั้น

 

หากเทียบแผลในกายที่เกิดขึ้นกับทงและแผลในใจที่ถูกสะกิดให้ช้ำกว่าเดิม

มันคงเป็นเพียงเศษเถ้าธุลีที่ทงเฮได้รับ..

แม้จะปวดเนื้อ ปวดตัว และปวดหนึบที่ศีรษะทันทีที่รู้สึก

แต่สุขภาพของคุณหนูคือสิ่งที่ทงเฮเป็นห่วงที่สุดในตอนนี้

 

เสียงก้าวหนักๆของใครบางคนหยุดลงที่หน้าห้องผู้ป่วย

ประตูไม้ถูกปิดดังโครมก่อนจะมีเสียงสนทนาของคนสองคน

และแน่นอน ทงเฮย่อมจำเสียงนั้นได้ดี..

 

 

           

            คุณชายคะ ทงเฮคงไม่ได้ตั้งใจ ซันนี่ว่าใจเย็นๆก่อนดีกว่าไหมคะ?

 

            เสียงแหลมปรี๊ดที่ฟังดูไม่ได้ใส่จริตเหมือนที่เคยดังขึ้นในโสตประสาท

            ทงเฮไม่อาจเดาออกเลยว่า นั่นซันนี่สร้างภาพหรือพูดออกมาจากใจกันแน่

            ตอนนี้เสียงฝีเท้าเข้ามาใกล้แล้ว ร่างบางค่อยๆยันตัวเองขึ้นพิงพนักเตียง

            ก่อนที่ใบหน้าและแววตาอำมหิตของใครบางคนมาปรากฏให้เห็น

 

 

 

            อีทงเฮ! เกิดอะไรขึ้นกับพี่ซองมิน?

           

            น้ำเสียงเคร่งขรึมถามออกมาอย่างเด็ดขาด

            อาการอาละวาดครั้งนี้ไม่เหมือนครั้งก่อนๆเป็นแน่

            เพราะคุณหนูซองมินไม่เพียงแค่ทำลายข้าวของในห้องอย่างเคย

แต่กลับทำร้ายตัวเอง ทำร้ายคนรอบข้าง และไม่มีทีท่าจะสงบ

จนสุดท้ายคุณหมอซีวอนต้องมาฉีดยาระงับและส่งตัวเข้าโรงพยาบาลทันที

 

 

 

...ทงเฮไม่รู้ฮะ

 

 

 

เธอจะบอกว่าไม่รู้ได้ยังไง!!!!!”

ยังไม่ทันจะได้ตั้งตัว ข้อแขนเล็กก็ถูกกระชากอย่างแรง

ใบหน้าหวานใสกำลังจ่อจนปลายจมูกแทบชิดกับอีกฝ่าย

มือไม้ของทงเฮสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวเช่นเดิมอย่างที่เคยเป็น

 

 

 

            เดี๋ยวนี้จะคุยกับทงเฮดีๆไม่ได้แล้วใช่ไหมฮะ?

            น้ำเสียงแหบหวานพูดขึ้นเบาๆ

ดวงตาแดงก่ำชื้นแฉะที่เต็มไปด้วยของเหลวใสที่รวมตัวหล่อเลี้ยง

หากแต่ไม่ได้รินไหลลงมาอย่างง่ายดายเช่นแต่ก่อนนี้

น้ำตาของทงเฮมีค่ามากกว่านั้น..มากกว่าที่จะเสียให้คุณชายคิบอม

 

 

 

ทงเฮ...

และแล้วข้อแขนบางนั้นก็ถูกปล่อยให้เป็นอิสระ

คนตัวเล็กทิ้งร่างพิงพนักเตียงหนาอย่างอ่อนแรง

คุณชายตัวดียืนกุมขมับอยู่ห่างๆ เพียงหวังว่าทงเฮจะเข้าใจ

 

คิบอมไม่ได้มีเจตนาจะทำให้ทงเฮต้องเจ็บตัว..

ผิดที่เขาเองใจร้อนมากเสียจนเกินไป

หลังจากกลับจากโรงพยาบาลคราวที่แล้ว ทงเฮกับเขาก็แทบจะไม่ได้พูดอะไรกันอีกเลย

เพียงบางครั้งที่เขาจะสัมผัสแตะเนื้อต้องตัว ทงเฮก็ไม่ยอมให้..

 

หรือความผิดที่เขาได้ทำมันผิดหนักหนา ?

ร้ายแรงถึงขนาดที่คนที่มีความรู้สึกดีๆให้เขาอย่างเช่นทงเฮจะไม่ให้อภัยเลยหรือ ?

 

 

 

 

 

ดวงตะวันกำลังจะลาลับ

ขอบฟ้าสีม่วงอ่อนแกมด้วยสีส้มแสดที่กระจายไปทั่วทั้งผืน

หมู่นกโบยบินกลับสู่ถิ่นถาน ดำเนินชีวิตตามความเป็นจริงอย่างที่มีอิสระ

แต่กับชีวิตของใครบางคนนั้น กลับไม่ได้รับอิสระเลยสักน้อยถึงแม้จะต้องการความเป็นอิสระมากแค่ไหน

ไม่มีร่างของใครมาดึงรั้งเอาไว้ ไม่มีคำพูดใดเหนี่ยวยึดไม่ให้ไป

แต่พันธนาการหนึ่งที่แน่นหนาเกินกว่าจะสะบัดให้หลุดออกไปได้

 

นั่นคือ..

 

 

พันธนาการของความรัก

 

ทงเฮไม่อาจหาวิธีเอาชนะพันธนาการนี้ได้เลยสักนิด

โซ่ตรวน ที่ใครเขาว่าแข็งกล้าสักปานใด..

ค่อยๆบ่มออกทุกวัน ๆ ก็หลุดขาดออกจากกันได้

 

หากแต่ความรัก...ที่เป็นเพียงเส้นใยบางๆเท่านั้น

แต่ก็น่าแปลกนัก.. ต่อให้ตัดออกเท่าไร แต่ทำไม...ก็ยังตัดไม่ขาดเสียที

 

 

ครืด..ครืด

อุปกรณ์สื่อสารสั่นอยู่บนโต๊ะไม้ตัวเล็กก่อนที่ใครบางคนจะตัดสินใจหยิบมันเพื่อใช้งาน

คุณชายคิบอมทิ้งตัวลงบนโซฟาสีเรียบ ใบหน้าหล่อเหลาเคร่งขรึมตามแบบฉบับ

เวลางานของคุณชายทำให้ทงเฮค้นพบความแตกต่างอย่างเห็นได้ชัด

คุณชายคิบอมที่โหดร้าย วางอารมณ์ของตนเองเป็นใหญ่ในโลกของทงเฮผู้เดียว

กลับเป็นผู้บริหารคนเก่ง พูดจาฉะฉานและเป็นคนดังระดับประเทศได้ในโลกของบุคคลอื่น

 

แต่คนที่ไม่ดีในสายตาของทงเฮอย่างคุณชายคิบอมนั้น..

ก็เป็นคนเดียวกันกับคนที่ทงเฮยินดีจะรักหมดทั้งใจ

 

 

 

ร่างบางเดินเคียงข้างกับร่างของใครอีกคนเข้าไปในห้องพักผู้ป่วยวีไอพี

คุณหนูซองมินกำหลังนอนหลับสนิทภายใต้อ้อมกอดของคุณชายคยูฮยอน

นิ้วมือหยาบยาวไล้ตามโครงหน้ารูปไข่แต่ก็ไม่ได้ใส่ใจอะไรเท่าไรนัก

สายตากลับจับจ้องไปยังหนังสืออีกเล่มที่อยู่ในมืออีกข้างหนึ่ง

 

คุณชายคิมคิบอมแทบจะกระโจนไปกระชากคอเสื้อของคนตรงหน้าขึ้นมา

ในฐานที่ไม่ทำท่าทีละเลยพี่ชายของตน แต่ก็ต้องยั้งการกระทำเอาไว้

เมื่อสายตาเหลือบไปเห็นตัวหนังสือตัวใหญ่บนปกของหนังสือเล่มนั้น..

 

 

‘Our Wedding’

 

 

ร่างโปร่งบนเตียงหันมาโปรยยิ้มให้บางๆก่อนที่จะคลายอ้อมกอดนั้นออก

มือยาวบรรจงวางหนังสือเล่มบางลงบนโต๊ะข้างๆเตียงผู้ป่วย ก่อนที่จะจัดแจงชุดเสื้อผ้าให้เข้าที่

ใบหน้าคมคายอมยิ้มอย่างอ่อนโยน ภาพนั้นบอกถึงชาติตระกูลของผู้ที่มีสายเลือดผู้ดีโดยแท้

แตกต่างกับคุณชายคิบอม..

ไม่ใช่ว่าคุณชายคิบอมมีข้อเสียที่ใดให้ด้อยกว่าคุณชายโจ

หากแต่คุณชายคิบอมดูสง่าผ่าเผย ในขณะที่คุณชายคยูฮยอนกลับดูอ่อนโยนอย่างประหลาด

 

เพียงเวลาไม่นานเท่าไร..

ทั้งห้องพักห้องเดิมก็ตกอยู่ในภวังค์ของความเงียบสงบ

คุณชายคิบอมออกไปคุยกับคุณชายคยูฮยอนที่ร้านอาหารด้านล่างของโรงพยาบาล

ทิ้งให้ทงเฮอยู่กับคุณหนูซองมินที่บัดนี้ยังไม่ฟื้นเพียงลำพัง

 

บาดแผลจากหัวใจคุณหนูซองมินกำลังแสดงออกทางร่างกาย

เพราะความรักเท่านั้น...แค่ความรักเพียงเรื่องเดียวทำให้ชีวิตทั้งชีวิตของคุณหนูผู้สูงศักดิ์เป็นเช่นนี้

รอยแผลบนเรือนร่างนั้นมากกว่าที่ทงเฮคาดเอาไว้

 

ไม่เพียงรอยฟกช้ำอย่างเช่นครั้งก่อนๆที่ว่าหนักหนา

กลับมีรอยขีดข่วนจากของเศษแก้วกระจกคมไปปรากฏทั่วร่างกาย

รอยกรีดที่ข้อมือบางนับสิบรอยทำให้ทงเฮรู้สึกยิ่งหดหู่หนักหนา

ทงเฮรู้ดีว่าคุณหนูซองมินต้องอดทนมามากแค่ไหนกับการที่รักคุณชายโจ..

ตั้งกี่ครั้งต่อกี่ครั้งที่คุณชายโจแสดงความรักที่มีให้เจ้านายของทงเฮให้คุณหนูเห็น

เพียงเท่านั้นก็คงเจ็บปวดมากจนเกินพอ หากแต่ยังจะมีพูดบอกให้คุณหนูซองมินต้องรับรู้ให้ปวดใจ

เป็นใคร ใครก็ทนไม่ไหวเช่นกัน..

 

 

 

 

 

--------------------------------------------------------------------------

           

 

 

 

อากาศหนาวยะเยือกในเวลากลางดึกผ่านเข้ามาเป็นระยะ

ต้นไม้ใบหญ้ากำลังแตกใบอ่อนที่เป็นไปตามฤดูกาล

ร่างเพรียวบางของใครบางคงยืนตระหง่านอยู่บนถนนเล็กๆซึ่งเป็นทางลงจากหุบเขากว้าง

จองซูโอบกอดตัวเองอีกครั้ง ก่อนที่จะทอดายตาปยังคฤหาสต์ที่เงียบเหงา

เป็นอีกคืนแล้ว...กับสถานที่แห่งนี้

 

บ้านหลังโตที่มีคนอาศัยนับหลายสิบ

แต่กลับมีเพียงความเงียบงัน วังเวงเฉกเช่นไร้วิญญานใดๆสิงสถิต

หากวันใดที่ไม่ได้เงียบสนิทเช่นนี้ ก็ต้องเป็นวันที่วุ่นวาย ใครหลายๆคนต้องเดือดร้อน

อย่างเช่นวันนี้..

 

เจ้าของรูปร่างหนาเดินออกมาจากความมืด

ใบหน้าที่แฝงไปด้วยรอยยิ้มที่จริงใจเผยออกมาให้เห็นตลอดเวลา

ถึงแม้เวลานี้มันจะดูสุขไม่เต็มกำลัง แต่จองซูก็ยังรู้สึกสบายใจทุกครั้งที่เห็นรอยยิ้มนี้

 

 

 

            คุณจองซู...ดึกแบบนี้ ไม่ควรออกมาตากลมนะครับ

            น้ำเสียงอุ่มนุ่มพูดถึงท่ามกลางความเยือกเย็น

            ใบหน้าเนียนสะอาดปรายมองช้าๆ ก่อนที่จะเขยิบร่างเข้าใกล้อีกฝ่ายมากขึ้น

            สองแขนเล็กโอบรอบร่างกายอ้อนแอ้นเพราะความหนาวเย็นในอุณหภูมิ

 

            โค้ทตัวใหญ่ถูกถอดออกจากเจ้าของร่างสูงท้วม

            ต่อจากนั้นจึงนำไปวางคลุมไว้บนไหล่มนเล็กของเจ้านายคนสนิทแล้วเขยิบห่างออกมาอีกก้าว

            หลายปีแล้วที่เป็นเช่นนี้...ยองอุนไม่อาจกล้าแตะเนื้อต้องตัวจองซูได้เลย

            เพราะจองซูเป็นเจ้านายที่ยองอุนบริสุทธิ์ใจจะปกป้อง

            และในขณะเดียวกัน จองซูก็เป็นคนที่ยองอุนรัก..รักเสียจนกลัวว่าจะทำร้ายอะไรให้เจ็บปวด

 

 

            ขอบใจนะยองอุน

            ใบหน้าสวยคลี่ยิ้มบางๆหากแต่จะฝืนใจเสียเต็มที

            จองซูเหนื่อยล้า โหมงานหนักมาทั้งวัน ไหนจะเรื่องที่บ้านก็ปวดหัวแทบแย่

            บางที...อะไรๆ มันก็หนักมากจนเกินกว่าคนอายุไม่เท่าไรเช่นนี้จะรับผิดชอบไหว

            แต่จะอะไรก็ตาม...จองซูก็ต้องทนให้ไหว

 

 

 

            อะไรที่มันหนักเกินไป อย่าแบกรับเอาไว้คนเดียวเลยครับ

            แม้จะตีสีหน้าได้นิ่งสนิท ความรู้สึกอ่อนไหวและอะไรที่แฝงไปด้วยความหมาย

            กลับถูกแสดงออกมาทางแววตาที่เป็นประกาย

            จองซูรับรู้ถึงหัวใจของยองอุนดี ถึงแม้ว่าจะไม่เคยได้ยินมันเลยสักครั้ง

            ยองอุนเป็นคนดี ซื่อสัตย์..

            แต่บางที คนที่ว่าดีนี้ มันอาจจะดีเกินไป...เกินกว่าที่จองซูจะรับไว้ได้

 

 

            เพราะคิมจองซูคิดเสมอว่า  เขาไม่ใช่ คนดี

 

 

 

            ยองอุน...ฉันกอดได้ไหม?  

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

------------------------------------------------------------------

 

 

TO BE CONTINUE ON PART 14

THANKS FOR COMMENT

THANKS FOR ATTENTION

 

 

>>> 

 

 
1. คอมเม้นท์ยาว ๆ อิน ๆ เพราะกี้ชอบอ่าน มันเพลินดี 55555

2. ขอให้แฟนฟิคติดตาม Heartless ตลอดไปน้ะ

3. ขอโหวตในบทความหน่อยจ้า

ใครทำให้เอา รอยจูบ ของไรเตอร์ไปเป็นของรางวัล ;]

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

802 ความคิดเห็น

  1. #711 Tik tok 'N (@luvsj-n) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2553 / 15:15
    สงสารมินกับด๊องมากๆ
    อ่านแล้วน้ำตาไหลเลยอ่ะ

    เจ็บแทนมินเลย TT
    #711
    0
  2. #667 nook15 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 30 มิถุนายน 2553 / 22:35
    ยิ่งอ่านยิ่งสงสาร หมวยน้อย



    ทำไมคิบอมต้องทำรุนแรงด้วย



    หนูหมวยยิ่งเบาะบางอยู่



    ขอให้ต่อไปแต่งให้คิบอมทรมานมากเลย



    จะได้เท่ากับหมวยและให้หมวยใจแข็งไว้



    รักเรื่องนี้มากฮะ



    แต่งต่อไปนานๆเลย



    129
    #667
    0
  3. #655 P_lovKiihae*** (@pp-225) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2553 / 01:14

    ไรท์เตอร์คะ..เศร้ามากค่ะ
    สงสารหนูมินที่ทำร้ายตัวเอง 
    สงสารหมวยที่พลอยถูกเข้าใจผิดไปด้วย
    แล้วกี้จะรักมินได้หรือยังคะเนี่ย..???

    #655
    0
  4. #608 มินมิ้น :}} (@Mint14786) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2553 / 13:25

    น่าโมโหกี้ชะมัดดด Y_Y
    สงสารมินอ่ะ มินรักกี้มากกกก

    เฮก้น่าสงสาร บอมกับกี้ใจร้ายที่สุดดดดดดดด

    #608
    0
  5. #503 ice-cream (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 29 มีนาคม 2553 / 23:36
    ทำไมพี่จองซูถึงคิดว่าพี่หมีไม่ใช่คนดีคะ???



    คิบอมอย่าทำร้ายทงเฮสิ มันไม่ใช่ความผิดของทงเฮเลยนะ



    สงสารซองมินจับใจ เมื่อไหร่จะตัดใจจากคยูฮยอนได้สักทีนะ



    อย่าทำร้ายตัวเองเลยน๊า



    ไรเตอร์แต่งได้ดีมากๆเลยอ่ะ หยุดอ่านไม่ได้เลย



    อ่านมาหลายชั่วโมงแล้วนะเนี่ย
    #503
    0
  6. #464 คนที่เธอก็รู้ว่าใคร - - (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 20 มีนาคม 2553 / 05:33
    ซองมิ๊นนนนนนนนน~
    #464
    0
  7. #425 พุทรา (@chonan) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 12 มีนาคม 2553 / 02:22

    หมวยจ๋า เจ็บตัวซะเยอะเลยเรื่องนี้
    สงสาร ! 

    ไรเตอร์เเต่งเก่ง บทมันเศร้าก็โครตเศร้าเลย
    อ่านไปร้องไป มีปวดหัวนิดๆด้วย
    555555555555555555555

    ไม่เกี่ยว ๆ ง่วงนอน
    เเต่ขออ่านให้จบก่อน อิอิ

    #425
    0
  8. #409 sheeppy (@sheeppy) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 11 มีนาคม 2553 / 14:51
    ฮือๆๆๆ ซองมิน..อย่าทำร้ายตัวเองเลย มีแต่เจ็บเปล่าๆ

    คยูจะแต่งงานกับมินจริงๆเหรอ แล้วจะทำให้มินเสียใจอีกมั้ย???

    บอม...ช่วยทำตัวดีๆกับด๊องหน่อยเหอะ สงสารด๊อง T T
    #409
    0
  9. #358 pakarang-sj (@pakarang-sj) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 9 มีนาคม 2553 / 00:17
    แล้วเมื่อไหร่มินจะตัดใจได้ สงสารสุดๆๆๆๆ

    ปลาน้อยเจ็บตัวอีกแล้วอ่ะ
    #358
    0
  10. #343 KH*EH*TM (@june256) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 8 มีนาคม 2553 / 17:05

    ตกลงคยูรู้สึกรักมินบ้างมั้ยเนี่ย...
    มินถึงขนาดทำร้ายตัวเองเลยหรอ อย่าน้าาา
    เข้มแข็งไว้น้ามินนน ด๊องก้อด้วยยย

    #343
    0
  11. #242 ~lll...IceY_Pl2iEnceSs...lll~ (@maprangpunk) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2553 / 12:34
    เพราะยังไงก็ต้องแต่ง ...

    คยูต้องมาเห็นฉากสวีทคังทึก
    หึหึ
    จะได้รับรู้ความเจ็บปวดซะมั่ง
    แต่ไม่ได้ครึ่งหนึ่งของความรู้สึกพี่มิ้นหรอก
    ชิชิ
    #242
    0
  12. #168 ann (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2553 / 08:56
    กี้ แกจะแต่งกับหนูมินจริงๆหรอ



    ความรัก หรือ สงสารล่ะ หาคำตอบก่อนได้มั้ย ไม่อยากให้มินต้องทรมานอีกแล้ว
    #168
    0
  13. #134 เอมิลี่ (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2553 / 22:31
    เหมือนกับไปจุดชนวนระเบิดทำให้อาการกำเริบจนคุ้มคลั่งขนาดนั้น



    แต่ก็ไม่ใช่ความผิดของทงเฮ เพราะแค่รอเวลาว่าเมื่อไหร่จะถึงเวลาเท่านั้น



    แล้วทุกอย่างก็ควบคุมไม่ได้อีกต่อไป ทุกอย่างกำลังพังไม่มีชิ้นดี



    ทั้งร่างกายและจิตใจของคิมซองมิน แตกละเอียดยิ่งกว่าแก้วบางๆซะอีก



    และคงจะไม่มียาวิเศษที่ไหนจะมาเยียวยาได้อีกแล้ว



    มีแต่รอเวลาให้สูญสลายเหมือนฝุ่นในสายลม



    #134
    0
  14. #113 vhan (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 30 มกราคม 2553 / 17:50
    ไรเตอร์ไปเอาเหตุการณ์หรือความรู้สึกแบบนี้มาจากไหนเนี้ยเจ็บชะมัดเลยอ่ะ

    เจ็บปวดแต่ก็ยังรัก โฮ๊ยสงสารทั้งซองมินและทงเฮเลยอ่ะ
    #113
    0
  15. #69 OK_Free (@onewtype) (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 7 มีนาคม 2553 / 11:18
    คังทึกกก ;'DDD


    ซองมินเศร้าอ่า T^T สู้ๆ
    #69
    0