Somebody to you : MarkMin #ไม่เซมมม

ตอนที่ 6 : 6th. György Ligeti - Musica Ricercata no.9

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 24
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    25 มิ.ย. 61

6th. György Ligeti - Musica Ricercata no.9

' I feel sleepy... I have a headache... I can't control my body... '



     เมื่อผมลืมตาตื่นขึ้นมาและหลังจากกระพริบตาปรับโฟกัสแสงของดวงตาแล้ว ก็พบกับเพดานสีขาว ไม่มีเสียงรบกวนไดๆรอบๆตัว จึงเดาได้ว่าที่นี่ไม่ใช่ห้องเรียนของตัวเองแน่นอน

     ผมค่อยๆดันตัวเองขึ้นจากเตียงนุ่มๆสีขาวสะอาดด้วยแรงอันน้อยนิด แต่ก็ต้องล้มลงไปนอนอีกครั้ง เพราะอาการปวดหัวแล่นจี๊ดขึ้นมาอีกครั้ง และดูเหมือนคนในห้องจะได้ยินเสียงเหตุการณ์เมื่อกี้ คุณครูพยาบาลผู้หญิงคนหนึ่งจึงเปปิดม่านกั้นระหว่างเตียงคนไข้ออก และเอ่ยปากถามอาการผม

     "เป็นไงบ้างจ๊ะ คุณนาแจมิน ยังปวดหัวอยู่มั้ย" เธอถามผมด้วยน้ำเสียงที่ดูใจดี เหมาะกับครูพยาบาล

     "เมื่อกี้ เปวดหัวนิดหน่อยครับ" ผมยิ้มตอบหญิงวัยกลางคนตรงหน้า

     "งั้นนอนพักอีกหน่อยเนอะ ถ้าต้องการอะไรเรียนครูได้นะจ๊ะ โต๊ะครูอยู่ใกล้ๆนี้นี่เองจ๊ะ" เธอส่งยิ้งเอ็นดูให้ผมอีกครั้ง

     "ครับ ขอบคุณครับ เอ่อ... คุณครูครับ ตอนนี้กี่โมงแล้วหรอครับ" ผมนอนจ้องเธอตาแป๋วอย่างรอคอยคำตอบ

     "เอ่อ..." เธอยกมือขึ้นมาดูฬิกาข้อมือของตัวเองแล้วอ่ยต่อ "บ่ายสองโมงสี่สิบจ๊ะ อีก 20 นาทีก็เลิกเรียนแล้ว"

     "ขอบคุณมากครับ" เมื่อผมพูดเสร็จเธอจึงเดินออกไปแล้วปิดผ้าม่าน ผมจึงหลับตาลงนอนต่ออย่างไม่ลังเล

     ผมค่อนข้างเป็นไข้บ่อยครั้ง แต่จะหายเร็ว ส่วนใหญ่เหตุก็เกิดจากการพักผ่อนไม่เพียงพอบ้าง ดากแดดนานๆ ร่างกายทำงานหนักจากการออกแรงมากๆบ้าง

      สรุปผมก็คือ 'คนหล่อที่อ่อนแอและรักเพลงคลาสสิกมาก' นี่เอง

     และด้วยเหตุนี้แค่นอนเยอะๆแล้วก็กินยา ผมป่วยแค่ 2-3 วันก็หายแล้ว

     จริงๆผมควรเรียกให้แม่มารับไปนอนป่วยต่อที่บ้าน แต่ตอนนี้ที่บ้านผมไม่มีใครอยู่เลย เพราะแม่ของผมมักจะเลิกงานแล้วกลับมาถึงบ้านตอน 3 โมงครึ่งเสมอ และถ้ากลับไปตอนนี้คงได้นอนสลบเกาะขอบรั้วประตูบ้านมากกว่า ผมเลยกะว่าพอเลิกเรียนแล้วจะขอติดรถพ่อเจโน่ไปส่งที่บ้าน แต่เรื่องนี้ผมยังไม่ได้บอกใครเลยครับ ขอนอนอีกซักงีบแล้วค่อยไลน์ไปบอกดีกว่า


     เมื่อออดเลิดเรียนดังผมจึงตื่นแล้วซักพักเพื่อนซี้ทั้งสามก็มาหาผม เจ้าเล่อทำหน้าเศร้าอย่างกันผมกำลังจะตาย เหรินจวิ้นก็ถามไถ่อาการอยู่ตลอด ส่วนไอ้โน่มันมองผมอย่างสมน้ำหน้า ตั้งแต่เข้าห้องมาเจอผมนอนซมอยู่จนมันลงจากรถมา พาผมเข้าบ้านแล้วลากขึ้นบันไดมานอนบนที่นอนของตัวเองเลยครับ

     "แม่กะไว้แล้วเชียวว่าสภาพเมื่อเช้า น้องแจมต้องไปไม่รอดแน่ๆ" ท่านพูดแล้วยิ้มอ่อนให้ผมที่นอนเบะปากแกล้งงอนใส่คนเป็นแม่ "จริงๆไม่น่าลำบากเจโน่เลยนะลูก โทรบอกแม่ก็ได้" หญิงคนเดียวในห้องนอนของผมหันไปถามเด็กผู้ชายที่ยืนยิ้มอยู่ข้างๆเธอ

     "เรื่องแค่นี้ไม่ลำบากหรอกครับ ถ้ามันจะทำให้แจมินทำตัวดีๆกับผมบ้าง" เจโน่พูดแล้วหันมายิ้มเยาะเย้ยใส่ผม

     เกลียดมันว่ะ

     "ทีหลังน้องแจมต้องทำตัวดีๆกับเพื่อนนะครับ" แม่หันมาพูดแกล้วผม

     "งือ... ออกไปได้แล้ว... น้องแจมจะนอนแล้ว..." ผมพูดงืมงำในลำคอแล้วซุกหน้าเข้าที่หมอนนุ่มๆที่รองหัวตัวเองอยู่ จากนนั้นแม่ก็เดินมาหยิกแก้มผมแรงๆหนึ่งที แล้วเดินออกจาห้องไป ปล่อยให้เด็กหนุ่มสองคนได้คุยกัน

     "ฝันดีนะแจม เล่อฝากมาบอกว่าเดี๋ยวให้ลอกการบ้าน แต่หลังจากเจโน่ลอกเสร็จแล้ว"

     "กูรู้ประโยคหลังมึงเติมเอง" ผมกรอกตามองบนให้มันไปอีกหนึ่งที่หลังพูดจบ

     "แสนรู้จริง" เพื่อนสนิทจึงส่งตายิ้มปลอมๆมาให้ผม แล้วเดินเข้ามาใกล้ๆเตียงของผม ก่อนจะเอามือใหญ่ๆของเขายีฟัวผมแรงๆ

     "โว้ย! กลับบ้านไปได้แล่ว เดี๋ยวพ่อด่าหรอก"

     "เออ อย่าเกรี้ยวกราดดิ บายฝันดีนะไอแจม" เจโน่โบกมือส่งยิ้มให้ผมแล้วเดินออกจากห้องไปเงียบๆ

     ผมกับเจโน่เราเป็นเพื่อนสนิทกันมาตั้งแค่ประถมตอนนั้นเราก็พูด กู-มึง กันแบบนี้ แต่พอขึ้นม.1 โรงเรียนนี้ เราก็ได้เพื่อนเพิ่มมาเป็นเหรินจวิ้นและเฉินเล่อ ผู้น่ารักทั้งสองคน ด้วยความที่เพื่อนเราใสๆ จะให้พูดหยาบๆใส่ก็คงดูเลวเกินไป ผมกับโน่เลยปรับตัวเพื่อรักษาความน่ารักของเพื่อนตัวน้อยไว้

     หลังจากเจโน่กลับไปซักพัก แม่ผมก็เข้ามาในห้องผมพร้อมกับข้าวต้มหอมๆในมือ แต่ตอนนี้ร่างกายแทบจะไม่มีคววามอยากอาหารอยู่เลยและไม่มีแรงแม้แต่จะขยับหัว ผมจึงทำได้แค่ส่งยิ้มบางๆให้แม่ของตัวเอง

     "มาน้องแจม ลุกขึ้นมากินข้าวก่อนเร็วครับ"

     "น้องแจมไม่หิวอ่ะครับ..." ผมดึงกระชับผ้าห่มตัวเองให้มาปิดถึงคางแล้วส่งสายตาอ้อนๆไปให้ท่าน

     "ทำไมเป็นแบบนี้ตลอดเลยน้าคนเรา... เวลาน้องป่วยทีไรน้องก็บอกไม่หิวตลอด ไม่ต้องมางอแงเป็นเด็ก ลุกขึ้นมาเร็วลูก" แม่ว่าแล้วดึงผ้าห่มผมออกไม่แรงมากแต่ผมก็ไม่มีแรงดึงมันไว้อยู่ดี

     นี่แหละน้าคนเรา พอกับเพื่อนลูกล่ะใจดีอย่างกับนางฟ้า พอเป็นลูกตัวเองนี่ดุอย่างกับแม่เสือ

     ผมจึงทำได้แค่ลุกมานั่งดีๆแล้วอ้าปากรอช้อนกลางพร้อมข้าวต้มอุ่นๆในเมื่อแม่

     "ไม่ต้องมารอให้ป้อน โตขนาดนี้แล้ว แม่จะไปปูผ้าปูที่นอน" แต่แล้วท่านก็ยัดชามข้าวต้มใส่มือผม จากนั้นก็เดินจากไปแล้วปิดประตูห้องเบาๆ และประตูบานนั้นก็ต้องเปิดขึ้นมาอีกครั้งเมื่อท่านลืมบางสิ่ง "อีก 40 นาทีแม่จะเข้ามาดู ถ้ากินไม่หมดแม่จะยึดเปียโน และแม่ดูออกนะว่าแบบไหนคือกินแบบไหนเททิ้ง"

     "มันเยอะอ่ะครับ..." ผมหน้างอเบะปากตอบแม่เสียงอ่อย

     "ถ้าน้องกินดีๆนั่นไม่ถึงสิบคำนะครับ แม่รู้ว่าน้องกินเท่าไหน แม่ตักมาน้อยแล้ว  กิน-ให้-หมด" และแม่ผมก็จากไปพร้อมกับคำสั่งที่ยากจะทำตาม

     ทำไมแม่ไม่อ่อนโยนกับแจมเลยอ่ะ นี่คนป่วยนะครับ

     ถามอีก 40 นาที กับข้าวต้มสิบคำ ผมก็จะต้องกิน 4 นาทีต่อหนึ่งคำ มีเวลานั่งเอื่ยเฉื่อยไม่ก็สับปะหงกอีกเยอะ ไม่รีบๆ

     ผมจึกตักข้าวต้มเข้าปากหนึ่งคำใหญ่ๆโดยไม่ได้เป่า เพราะถ้ามันร้อนจนต้องคายออกมาผมจะได้ลดปริมาณข้าวต้มที่ต้องกินไป 1 คำ แถมมีข้ออ้างให้แม่ด้วย

     ผมนี่ทั้งหล่อและฉลาดเลยว่ะ

     เมื่อปากกำลังเคี้ยวตุ้ยๆ ผมจึงวางชามข้าวต้มไว้บนโต๊ะข้างหัวเตียง แล้วกึ่งนั่งกึ่งนอนพิง หมอนอันใหญ่และหัวเตียง ผมพยายามต้านหนังตาที่แสนหนักของตัวเองให้มันเปิดขึ้น แต่ก็ไม่สามารถ ผมจึงผลอยหลับไปโดยในใจก็คิดว่าอีก 3 นาทีก็คงตื่นมากินข้าวอีกคำ









MARK LEE is thinking

     "มาร์ค ยูไปกินอะไรมาทำไมยิ้มแบบนั้น" มัมของผมถามขึ้นขณะที่เรากำลังทานอาหารเย็นกันอยู่

     "ไอกำลังมีความสุขอยู่อ่ะ อย่าขัดดิ" ผมตักข้าวเข้าปากอย่างไม่รู้สึกรู้สาอะไรเลย ทั้งๆที่เพิ่งพูดจาไร้มารยาทกับแม่ตัวเองไป

     "นี่ไอเลี้ยงลูกยังไงให้ปากไม่ดีแบบนี้เนี่ย..." มัมพูดแล้วกุมขับตัวเอง ก่อนจะเอานิ้วชี้จิ้มลงมาที่กลางหัวของผมอย่างแรง จนผมเบะปากและทำหน้าหงิกส่งไปแทน "ถึงยูจะไปอินเลิฟมาจากที่ไหนแต่ตอนนี้ยูกำลังกินข้าวกับไออยู่ เพราะฉะนั้น ยูต้องสนใจไอ"

     "มัมยูเดาถูกอ่ะ!!!!" ผมพูดยิ้มๆแล้ววิ่งเอาจานข้าวที่กินไปได้แค่ครึ่งไปเก็บที่อ่างล้างจาน

     "ยูมันลูกที่แย่ มาร์ค" มัมเบะปากมองบนให้ผม

     "ไอถึงได้เป็นลูกยูไง" ไม่ลืมที่จะแลบลิ้นปลิ้นตาให้แม่แท้ๆของตัวเองก่อนจะรีบวิ่งหนีขึ้นบ้านพร้อมคำด่าที่ไล่หลังมา

     อย่าหาว่าผมเป็นลูกที่อกตัญญูเลยครับ เพราะเราสองคนก็พูดกันแบบนี้มาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว มัมเลี้ยงผมแบบฝรั่ง เลยไม่ค่อยมีเรื่องระบบอาวุโส มาเกี่ยวข้องเท่าไหร่ ท่าบอกว่าอยากคุยกันแบบเพื่อนเราจะได้ไม่มีอะไรปิดบังกัน ผมเลยจัดฐานะเพื่อนสนิทให้มัมเลย

     เมื่อเดินเข้าห้องนอนของตัวเองก็กระโดดขึ้นเตียง แล้วหยิบหมอนแถวๆนั้นมาอุดปากตัวเอง แล้วกรี๊ดใส่หมอนดังๆ

     วันนี้ผมร้องเพลงจีบน้องแจมินไปแล้วอ่ะ!
     ลูบหัวน้องแจมินด้วยอ่ะ!
     แม่งรู้สึกเหมือนเป็นสาวม.ปลายที่เจอรุ่นพี่ที่ชอบกำลังหลับอยู่เลยแอบหอมแก้มเลยว่ะ
     มาร์คลีแม่งสาวน้อยชิบหาย

     ผมได้แต่นอนคิดถึงเรื่องน้องว่า มันเป็นไงมาไง คิดไปก็เขินไป เมื่อนอนแผ่บนเตียงแล้วคิดไปคิดมาซักพักก็มีความคิดนึงแล่นเข้ามาในหัวว่า

     เรายอมน้องมากไปป่าววะ

     ตั้งแต่แรกที่ผมขอเบอร์น้องแล้วน้องไม่ให้ ถ้าเป็นมาร์คลีคนจริงแค่นั่งจ้องแล้วส่งสายตายิ้มๆให้แบบมองจากปากซอยก็รู้ว่าอ่อย น้องก็ควรวิ่งมาขอเบอร์เองแล้ว แต่ผมกลายเป็นหมาลีขี้แพ้ ไปขอไลน์น้องแจมินจากเพื่อนของน้อง  แล้วยังต้องมานั่งเจี๋ยมเจี้ยมฟังน้องเล่นเปียโนโดยห้ามกระทำการรบกวนไดๆอีก แถมล่าสุดจ้า แอบร้องเพลงให้เขาฟัง

     ต่อจากนี้ถ้าผมยังทำตัวเรียบร้อย กลัวน้องแจมินแบบนี้อีก เรียกผมว่าหมาลีไปเลย

     เออ... เดี๋ยวโพสลงเฟส The City เลยว่า ผมคือหมาลี

     ห๊ะ ยังไม่พอหรอ... ให้แจมินลูบหัวกับเกาคางเลยอะ

     เมื่อคิดได้ดังนั้นผมจึงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาแล้วเข้าแอพพลิเคชั่นไลน์กลุ่มเพื่อนสนิทตัวเองทันที และก็มีคนมาตอบแทบจะในทันทีที่ผมกดส่งข้อความ

     แหมมมมม ทีเร่องนี้ล่ะโคตรเร็วเลย


The City เด็กเมือง (4)


Mxrk Lxx : ถ้ากูกลัวน้อง มึงเรียกกูว่าหมาลีเลย
Read 3

Hach-The-Sun : น้องไหนวะ
Hach-The-Sun : ถ้าหมายถึงน้องแจมิน กูซ้อมเรียกมึงว่าหมาลีรอเลยละกัน

JIO-OSUNG : ผมก็เรียกว่าหมาลีได้ใช่ป่ะ

P'Jo_Lucas : แล้วคุณไปเกี่ยวไรกับน้องเขาอ่ะ

Mxrk Lxx : มาร์คลีคนนี้จะรุกหนักแล้วล่ะครับ
Read 3



     เมื่อผมพิมพ์ข้อความนั้นเสร็จก็กดปิดหน้าจอทันที ไม่อยากฟังพวกเพื่อนของตัวเอง วี้ดว้ายในความขี้โม้ของตัวเอง

     สิงโตหนุ่มมาร์คลี กำลังรุกหนักแล้วนะครับ









    

จบแล้วววว ตอน 3
ได้พล็อตที่น่าสนใจมากๆมาจากเพื่อนตัวเองด้วยล่ะ
ช่วงนี้ก็จะเหงาๆหน่อย
เมื่อไหร่หนูๆจะมีโมเม้นค้าบบบบบ
คิดถึง NCT

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

6 ความคิดเห็น

  1. #6 plynvk (@PLOYPLOYYYYY) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 26 มิถุนายน 2561 / 14:35
    แงง ชอบๆ รอติดตามอยู่น่ะฮะ มาร์คมินอีสเดอะเบส อ้ากกก
    #6
    0