Somebody to you : MarkMin #ไม่เซมมม

ตอนที่ 3 : 3rd. Bolcom - Twelve New Etude No.1 (Fast, Furious)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 73
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    11 พ.ค. 61

3rd. Bolcom - Twelve New Etude No.1 (Fast, Furious)

'What do you want? Don't bother me!'




     หงุดหงิดๆๆๆ ทำไมผอ.ถึงทำแบบนี้กับผมอุตส่าห์ตั้งใจเรียน ฝึกซ้อมเพลงเป็นร้อยๆเพลงเพื่อไปสอบแล้วสร้างชื่อให้โรงเรียนตั้งแต่เข้า ม.1 มา แล้วสิ่งที่ได้คือ.... รวมห้องเปียโนกับวงดนตรีร็อค..... เอาเปียโนมาให้ผมไปนั่งเล่นในสวนยังดีกว่า

     ผมลากเฉินเล่อออกมาจากห้องนั้นแล้วมุ่งตรงไปยังที่ม้านั่งหินอ่อนที่เดิมของเรา

     "
น้องแจมิน! พี่ขอเบอร์เราหน่อย!" แล้วจู่ๆก็มีเสียงของไอคนที่เพื่อนเชื้อสายจีนของผมชมว่าหล่อแบบนั้น สาวกรี๊ดแบบนี้ (จริงๆผมจำชื่อเขาไม่ได้ด้วยซ้ำ) ตะโกนมาจากข้างหลัง ทำให้ผมหยุดยืนคิ้วขมวดมุ่น

    
".....?" เอาไปทำไมวะ....

    
"เอ่อ.....เอาไป... คุย....เรื่องห้องซ้อมไง!" อีกฝ่ายดูเหมือนจะเข้าใจการสื่อสารทางสายตาของผมก็ตอบออกมาอย่างเลิ่กลั่ก

    
"เราคุยกันจบแล้วนี่ครับ ไม่ต้องคุยอะไรกันแล้ว" แล้วผมก็ลากเพื่อนเดินออกมาเลย ไม่เสียเวลากับนักดนตรีร็อคอีกต่อไป แต่ก็พอหันไปเห็นเพื่อนสนิทของตัวเองทำหน้าตาเลิ่กลั่กซะยิ่งกว่าผู้ชายคนเมื่อกี้ ก็ทำให้ผมหงุดหงิดจนต้องถามมันออกไป

     "แล้วแกจะทำหน้าตาเลิ่กลั่กแบบเขาทำไมมมมม" ผมพูดแล้วเอานิ้วกลางดีดคิ้วที่ขมวดของเพื่อนตัวดีจะดัง ป๊อก!

     "เจ็บโว้ย!! เมื่อกี้แกทำอะไรลงไปอ่ะแจม! เมื่อกี้พี่มาร์คลีมาขอเบอร์เลยนะเว้ย แล้วแกยังจะไปพูดแบบนั้นกับพี่เขาอีก" ไอ้เล่อพูด แล้วเบะปากทำหน้างอนใส่ผม

     "เอ้า.... แล้วเราทำไรผิดอ่ะ..." คนตรงหน้าผมถอนหายใจแล้วส่ายหน้าอย่างหน่ายเหนื่อย เดินกลับไปที่โต๊ะม้าหินอ่อนประจำกลุ่ม ส่วนผมก้ได้แต่คิ้วขมวดเดินตามไปแบบงงๆ

     "เล่อเป็นไรอ่ะ ทำไมกุมขมับแบบนั้น" เหรินจวิ้นช่วยถามคำถามที่ผมก็อยากรู้เหมือนกันว่ามันเป็นอะไร

     "เฮ้อ...... พี่มาร์คลีมาขอเบอร์ไอแจม"

     "เฮ้ยจริงดิ!!!" จวิ้นกับโน่ อุทานพร้อมกันอย่างตกใจ

     "แล้วได้ไลน์พี่มาร์คมาป่ะ!! จะเอาไปขายต่อเพื่อนในห้อง" เจโน่เพื่อนหน้าเงินของผมถามอย่างตื่นเต้น

     "มันไม่ยอมให้.." เล่อพูดแล้วล้มตัวลงฟุบหน้าลงกับโต๊ะ

     "อ้าว!!!! แล้วทำไมแกไม่ให้!!!" จวิ้นกับโน่พูดพร้อมกับแล้วหันหน้ามามองผมอย่างต้องการคำตอบ

     "ทำไมต้องให้อ่ะ...." ผมตอบไปแบบงง นี่จะเครียดกันอย่างกับนักธุรกิจเจรจาค้าขายน้ำมันทำไม

     "เฮ้อ.... ทำไมเพื่อนเรามันโง่แบบนี้ว้าา..." อ้าวนั่นปากหรอเจโน่

     "แจมน่าจะให้เบอร์พี่เขาไปนะ เพราะทุกคนในโรงเรียนแทบจะฆ่าฟันกันเพื่อเอาไลน์กับเบอร์พี่มาร์ค" จวิ้นพูดด้วยน้ำเสียงเสียดาย

     "งั้นคราวหน้าเดี๋ยวเราเบอร์เจโน่ให้พี่เขาแล้ว เอาเงินขายไลน์มาแบ่งเราด้วย"

     "แบบนั้นไม่ได้เด็ดขาด!!!!" เล่อสะดุ้งเมื่อได้ยินสิ่งที่ผมพูดแล้วเอามือทั้งสองมาดึงแก้มผม  "ห้ามเอาไลน์คนอื่นไปใช้ในการสร้างกำไรผิดกฎหมาย เราต้องช่วยพี่มาร์ค ที่บังอาจมีคนใจร้ายอย่างแจมินมาหักหน้าพี่เขา" ผมเอามือเล่อออกจากแก้มนิ่มของตัวเอง

     "พูดซะผมดูเลวเลยนะครับ" ก่อนที่เราจะได้เถียงกันมากกว่านี้ เสียงออดก็ดังขึ้นเป็นสัญญาณให้นักเรียนทุกคนเข้าเรียนตามระดับชั้นของตัวเอง ผมเลยรีบเดินตัวปลิวไป โดยไม่ลืมที่จะหันมาโบกมือลาเพื่อนทั้งสาม โดยที่จงเฉินเล่อมองค้อนใส่ผม แต่มันมอค้อนผมไม่ได้ตลอดหรอกเพราะเรียนห้องเดียวกันนั่งข้างกันด้วย ถ้าทำแบบนั้นครูคงคิดว่ามันไปอมบอระเพ็ดมา

     ทำไมผมต้องให้เบอร์พี่มาร์คด้วย มันไม่ได้เป็นประโยชน์กับผมซักหน่อย ถ้าเขามีพี่เป็นนักเปียโนคลาสสิคที่ฝีมือเก่งกาจ ผมก็ให้เบอร์ไปแล่ว

     แล้วเวลาเรียนก็ผ่านไปเรื่อยๆ จนออดพักกลางวันดัง ผมรีบเก็บของแล้วหันไปทางเพื่อนสนิทที่เก็บของช้าอย่างกับเต่า

     "เลอเล่อเก็บของเร็วๆ จิ จะมิงอยากไปกิงข้าวแล้วไปเล่นเปียโนแย้วน้า" ผมอ้อนเล่อเหมือนทุกทีเวลาที่ผมทำให้มันงอน

     "จะมิงเป็นลูกกรอกหรอครับ" แหนะ... มากวนบาทาผมแบบนี้แปลว่าหายโกรธแล้ว ผมเลยกึ่งลากกึ่งจูงแขนเพื่อนตัวขาว ไปโรงอาหาร

     พวกเรากินข้าวเป็นกลุ่ม 4 คนกันที่เดิม เหมือนทุกๆวัน แต่วันนี้ผมรีบกินนิดหน่อยเพราะวันที่จะได้ซ้อมเปียโนลดลงแล้วเลยตอนรีบกอบโกยเวลาว่าง วันนี้เหรินจวิ้นจะมาดูผมเล่นเปียโนด้วยเพราะอยากอวดเพลง Solfeggietto ที่เพิ่งลองเล่นเมื่อคืน

     เราสองคนจึงเดินไปที่ห้องเปียโน ระหว่างทางเราก็คุยกันตามประสานักเปียโนทั่วไปต่างกันแค่ผมเล่นเปียโนเพลงคลาสสิค แต่เหรินจวิ้นแล้วทั้งคลาสสิคและป๊อปด้วย พอถึงห้องผมก็นั่งบนเก้าอี้ อัพไรท์เปียโน (เปียโนที่คล้ายๆสี่เหลี่ยมผืนผ้า) หลังหนึ่งที่วางไว้มุมในสุดของห้อง และอีกฝั่งของเปียโนเป็นอัพไรท์เปียโนอีกหลังที่วางไว้ให้ด้านหลังติดกัน ห่างไปอีกประมาณ 2-3 เมตรมีแกรนด์เปียโนหลังหนึ่งอยู่ ห้องเปียโนตอนนี้โดนแบ่งครึ่งให้เปียโนอยู่ฝั่งนึงส่วนอีกฝั่งกลายเป็นที่วางของของ The City

     จากนั้นผมก็โชว์ฝีมือให้เหรินจวิ้นดู แล้วหลงอยู่ในภวังค์ของดนตรีคลาสสิค ผมเล่นไปซักพัก เพื่อนสนิทของผมก็ขอตัวไปเข้าห้องน้ำ ผมจึงเล่นต่ออย่างสนุกสนาน





     MARK LEE is thinking

     ผมกินข้าวเสร็จก็แอบมาห้องเปียโน เพื่อหวังว่าจะได้เจอแจมิน พอไปใกล้ๆก็ได้ยินเสียงเปียโนคลาสสิคเพลงที่ผมไม่รู้จัก ดังขึ้นเรื่อยๆตามระยะห่างระหว่างผมแล้วห้องซึ่งสั้นลงเรื่อยๆ ผมแอบมองเข้าไปในห้องเปียโนก็เห็นเด็กผู้ชายตัวเล็กหน้าตาน่ารักยืนมอง คนที่เป็นจุดประสงค์ในการมาห้องเปียโนครั้งนี้ของผม

     เด็กผู้ชายตัวผอมสูงนั่งหลังตรง บรรจงกดปลาดนิ้วทั้งสิบของตัวเองลงบนแป้นสีขาวสลับดำ อย่างรวดเร็วแล้วไพเราะ ใบหน้าหวานนั้นเปื้อนยิ้มอ่อนๆ ตาหวานและแพขนตายาวมองเปียโนอย่างอ่อนโยน หลับตาพริ้ม เพื่อจะได้ดื่มดำกับดนตรีที่ตัวเองเล่น สายหน้าน้อยๆอย่างมีความสุข

     ในตอนนี้แจมินช่างงดงาม มีเสน่ห์น่าหลงไหล อ่อนโยนราวกับเด็กผู้หญิง วูบหนึ่งเหมือนตัวผมตกลงอยู่ในภวังค์ของแจมิน ราวกับว่าดนตรีของเขาทำให้ในสมองของผมกลายเป็นสีขาว และในนั้นมีเพียงผมที่ยืนอยู่ เบื้องหน้ามีเด็กผู้ชายหน้าตาหวานหยด เล่นเปียโน แสนไพเราะ

     ผมที่ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ยืนอย่หน้าห้องก็เผลอไปสบตาเข้ากับเด็กผู้ชายที่ยืนอยู่ข้างๆแจมิน เขาพูดบางอย่างกับแจมินแล้ว เดินมาที่ประตู ผมเลยหลบหลังกำแพง เขาไม่เห็นผมใช่มั้ย...เขาบอกแจมินรึปล่าวว่าผมแอบมาดู... เด็กคนนั้นเปิดประตูแล้วมองหาผม แล้วพูดประโยคที่ทำให้ผมถึงกับชะงัก

     "ตอนพี่มองเพื่อนผมหน้าพี่เหมือนโรคจิตมากเลยอ่ะ" เขาพูดแล้วหัวเราะเล็กน้อย ผมได้แค่ยืนเกาหลังคออย่างอายๆ "อย่าแกล้งแจมนะพี่ ^^" ผมยิ้มให้กับประโยคถัดมาของเพื่อนแจมิน แบบนี้แปลว่าเพื่อนเขาอนุญาติให้ผมเข้าหาแจมินได้ใช่ป่ะ! ดีใจ! แล้วน้องรู้ได้ไงว่าพี่จะมาหาน้องแจมิน

     เด็กคนนั้นเดินจากไปแล้วทิ้งผมไว้กับเสียงเปียโนจากคนในห้อง ผมเลยตัดสินใจเปิดประตูเข้าไปแล้วก้าวขาแข็งๆของตัวเองเข้าไปในห้องนี้

     "จวิ้นเราเล่น....." น้องแจมินที่ตอนแรกพูดเสียงสดใสหน้าตายิ้มแย้มเพราะคิดว่าผมคือเพื่อนของเขา คิ้วขมวดทันที ที่เห็นว่าคนที่เข้ามาคือผมไม่ใช่เพื่อนของน้อง "พี่เข้ามาทำไมครับ เราตกลงกันแล้วว่าพักกลางวันผมใช้ห้อง แล้วพี่ก็ห้ามมาขัด" รู้มั้ยว่าทำหน้าดุแบบนั้นแต่มันไม่น่ากลัวเลยน่าแจมิน

     "เอ่อ....พ..พี่มาเอาของ" ผมเอามือจับต้นคอแก้เก้อ แล้วตอบไปอย่างเลิ่กลั่ก คนที่เด็กกว่าก็พยักหน้าเป็นเชิงบอกว่า 'ถ้ามาเอาของก็รีบๆหยิบแล้วออกไป' ผมเลยได้แต่รีบๆเดินไปหยิบกีต้าร์โปร่งของตัวเองแล้วเดินออกจากห้องไป แจมินเลยเล่นเปียโนต่อเหมือนเดิม

     ....มาร์คลีนายทำอะไรของนายเนี่ย เดินเข้าไปแล้วออกมา ไม่ได้พูดกับน้องเป็นประโยคดีๆซักคำ แล้วกีต้าร์ในมือนี่เอาออกมาทำไม จะเอาไปเก็บที่ไหนล่ะทีนี้.....

     ผมเดินเข้าไปในห้องอีกครั้งพร้อมประโยคข้ออ้างโง่ๆ ที่สมองอันน้อยนิดคิดได้แค่นั้น


     "พี่มาเก็บกีต้าร์"
น้องทำหน้าเหว๋อเมื่อได้ฟังประโยคนั้น แต่ผมก็ไม่กล้าหันไปมองหน้าน้องเพราะอายกับสิ่งที่พูดเมื่อกี้เหมือนกันเหมือนกัน

     ผมวางกีต้าร์ลงแต่ก็ยังยืนอยู่ที่เดิมแล้วตัดสินใจทำสิ่งที่อยากทำตอนนี้

     "ทำไมพี่ยังไม่ไปอีกอ่ะ" น้องมองผมคิ้วขมวดงงๆอีกแล้ว น่ารัก...

     "พี่ไม่มีอะไรทำ ขอนั่งเฉยๆตรงนี้ได้มั้ย" ผมพูดแล้วชี้เก้าอี้ตัวหนึ่งที่อยู่ใกล้ๆกลองชุด

     "เพื่อนพี่ไม่คบแล้วหรอ" คนเด็กกว่าทำหน้ากวนโอ๊ย แต่ก็ยังน่ารักอยู่ดี

     "ก็ตอนกลางวันกะจะซ้อมกันแต่พอดีมีคนมาใช้ห้องซะก่อน" ผมพูดยิ้มๆให้น้อง กวนมากวนกลับไม่โกง

     "ขอโทษละกันครับ แต่ผมอ่ะมีเพื่อนคบมันไปห้องน้ำเดี๋ยวมันก็กลับมาแล้ว" คนน่ารักพูดแล้วทำมือชิ่วๆไล่ผม

     "งั้นขอรอจนกว่าเพื่อนน้องจะกลับมา ได้มั้ย"

     ".......... แล้วแต่" คนพูดขมวดคิ้วแล้วหันไปสนใจเปียโนต่อ แจมินให้ผมนั่งฟังเขาเล่นเปียโน กรี๊สสสส I'm so happy mannnnnn

     ผมเลยนั่งมองเขาเล่นเปียโนอย่างเพลินตา เขาไม่สนใจผมเลยอ่ะครับ อย่างกับผมเป็นอากาศธาตุ เขาเล่นโดยไม่พักไปนานมากจนผมแทบจะหลับแต่เขาก็เล่นเปียโนเป็นจังหวะเสียงดังจนผมสะดุ้งตกเก้าอี้ แล้วยังจะมาหัวเราะผมอีก

     ฮึ่มมมมม น่ารักโว้ย

     "ทำไมน้องแจมินถึงดูไม่ชอบขี้หน้าพวกพี่จัง" ผมนั่งบนพื้นแล้วช้อนตามองหน้าแจมินที่มองผมอยู่เหมือนกัน เราสบตากันเพียงเสี้ยววิแล้วน้องก็หันไปทางอื่น

     "แล้วพี่จะให้ชอบคนที่มายึดห้องเปียโนที่ผมใช้มา 5 ปีหรอ" น้องตอบอย่างกวนๆ แล้วแกล้งทำหน้าคิ้วขมวดอย่างไม่เข้าใจ

     "งั้นทำไงแจมินถึงจะชอบพี่" น้องสะตั้นกับคำพูดผม ส่วนผมก็สะตั้นกับคำพูดตัวเองเหมือนกัน เดี๋ยวๆๆๆเมื่อกี้ผมพูดอะไรออกไป มันไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้นนะ พี่ไม่รีบ ขนาดนั้น "เอ่อ...หมายถึงไม่เกลียดพี่" ผมรีบแก้ตัว ก่อนที่มันจะเกิดเดธแอร์นานกว่านี้

     "ทำไมผมต้องชอบพี่ล่ะ ยังไงผมก็ไม่ให้พี่ใช้ห้องในเวลาของผมหรอก" น้องมองตาขวางใส่ผมอย่างกับว่ามาโขมยห้องเปียโนอย่างนั้นแหละ

     "งั้น..น้องไม่ชอบเพลงร็อคหรอ" ผมพยายามหาเรื่องมาคุยกับน้อง

     "ใช่ ผมไม่ชอบเพลงร็อค" น้องตอบไปเล่นเปียโนไปอย่างไม่ใส่ใจนัก

     "ทำไมล่ะ"

     "ผมชอบเพลงคลาสิคที่สุด ไม่ชอบเพลงแนวอื่น" แจมินตอบโดยไม่มองหน้าผมเหมือนเดิม

     "งั้นเพลงป๊อปช้าๆล่ะ ชอบมั้ย"

     "เอ๊ะ...นี่พี่จะถามอะไรผมนักหนาเนี่ย ออกไปได้แล้ว มันกวนสมาธิผม" คิ้วเรียวสวยดั่งภาพวาดแต่ตอนนี้กลับตอนนี้ขมวดเป็นปม เขามองมาที่ผมแล้วพูดด้วยน้ำเสียงรำคาญ

     "เอ่อ....งั้นพรุ่งนี้พี่จะมาอีกนะ" ผมพูดแล้วรีบเดินออกจากห้องไปไม่งั้นต้องโดนห้ามไม่ให้มายุ่งกับเขาอีกแน่นอน ผมปิดประตูแล้วทิ้งให้เด็กดื้อในห้องนั่งขมวดคิ้วต่อไป

     พรุ่งนี้ก็ต้องพยายามให้มากกว่าวันนี้ ไม่ช้าก็เร็วเดี๋ยวแจมินก็ต้องเปิดใจให้ผม

     MARK LEE end





     "พี่เขาต้องการอะไรจากเรานักหนา ยุ่งกับเราอยู่ได้" ผมขมวดคิ้วแล้วนึกถึงทุกอย่างที่พี่เขาทำไป เออ...ช่างมันละกัน ถ้าเขายังมายุ่งอีกก็ปล่อยเขาไปแล้วกัน แล้วเจ้าเพื่อนตัวดีของผมมันไปไหนซะแล้วล่ะเนี่ยตกส้วมตายไปรึยังไม่รู้

     แล้วเสียงแจ้าเตือนแอพพลิเคชั่นไลน์ของผมก็ดังขึ้น ผมเลยหยิบมาดู สรุปก็ไปไอ้เพื่อนที่ควรตกส้วมตายไปแล้วนี่เอง

Renjun_Injun : ทำอะไรกับพี่มาร์คไปบ้าง บอกด้วย <3

    
ไอ้เพื่อน........












ไปแล้วจ้าตอนที่ 3
พิมัคก็จะเกร็งๆหน่อย
ความสำเร็จแรกของพี่ : ได้ยินเสียงน้องหัวเราะ
แหนะรู้ยังว่าถ้าชื่อเรื่องเป็นเพลงคลาสสิคจะเป็นแจมคิด
แต่เพลงป็อปเป็นมาร์คคิด
แต่ละเพลงเราเอามาแสดงความรู้สึกเจ้าสองคนนี้นะ
#ไม่เซมมม
 
แนบรูปน้องคิ้วขมวดมุ่น
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

6 ความคิดเห็น

  1. #3 MimiminMi (@MimiminMi) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2561 / 20:14
    อ่านไปต้องหาเพลงฟังจริงๆ555
    #3
    0