OS / SF Chicken Lemons [Yuwin & NCT]

ตอนที่ 9 : [OS] Future Letter [Yuwin] #HappyWinwinDay

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 934
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 26 ครั้ง
    28 ต.ค. 60

[OS]  Future Letter

Pairing : Nakamoto Yuta X Dong Sicheng

 

 

                        สวัสดีตัวฉันในอนาคต ตอนนี้นายยังสบายดีอยู่มั้ย?’

 

            27.10.2017

 

            ร่างบางในเสื้อเชิ้ตสีขาวแบบพนักงานออฟฟิศทั่วไป กำลังเริ่มเอนตัวลงไปกับเก้าอี้ที่เป็นพนักพิงหลังจากเหนื่อยล้ามาทั้งวัน จากการจ้องอยู่เพียงแค่หน้าคอมเป็นเวลาหลายชั่วโมงติดต่อกัน

 

            ต่ง ซือเฉิง

ในอายุ26ปี เป็นเพียงพนักงานออฟฟิศกินเงินเดือนธรรมดาทั่วไป ตั้งแต่เรียนจบมาก็ได้บรรจุเข้าทำงานในบริษัทเกี่ยวกับการตลาดตามสาขาที่ได้เรียนมาในช่วงอุดมศึกษา ชีวิตวันๆออกจากบ้าน-ทำงาน ทำงาน-กลับบ้าน เป็นแบบนี้ซ้ำๆมาตั้งแต่เรียนจบเลยก็ว่าได้

 

ดูเป็นชีวิตธรรมดาๆ แบบคนธรรมดาอย่างเขานั่นแหละ

 

ติ๊ง~!

 

เสียงอีเมล์จากการเชื่อมบัญชีไว้ในเครื่องสมาร์ทโฟนดังขึ้นมา ทำให้ซือเฉิงต้องหยิบโทรศัพท์มาเช็คตามความเคยชิน ความจริงแล้วเขาใช้อีเมล์แยกกัน ระหว่างอีเมล์เก่าซึ่งใช้สมัครเป็นแอคเคาท์apple id กับ อีเมล์ใหม่ที่ใช้ตั้งแต่สมัยมหาวิทยาลัยเพื่อเป็นการส่งงานต่างๆจนถึงปัจจุบัน ซึ่งนั่นจึงทำให้เขาแปลกใจที่มีอีเมล์เข้ามาในแอคเคาท์นี้ หลังจากที่ไม่มีอีเมล์เกี่ยวกับโฆษณาต่างๆเข้ามานาน

 

หัวข้อ : Your Future Letter from 2007

From : futureme.outlook.com

To : DSC_DongDong.luv@hotmail.com

 

            Hi Dong Sicheng

 

            This is your Future Letter

 

            เพียงกดเข้าไปดูก็ทำเอาซือเฉิงรู้สึกเหมือนหัวใจกระตุกวูบอยู่ไปชั่วครู่ จดหมายที่เคยเขียนไว้ในวิชาคอมพิวเตอร์สมัยตอนเรียนไฮสคูลปี1 ในตอนที่อาจารย์ว่างไม่มีอะไรจะสอน มันเหมือนเป็นภาพแฟลชแบลคเข้ามาในหัว

 

ไม่รู้ว่าตอนนั้นเขียนอะไรลงไปบ้างแต่คิดว่าช่วงนั้นน่าจะมีเหตุการณ์หลายๆอย่างผ่านเข้ามาในชีวิต

 

นั่นจึงเป็นสาเหตุและแรงจูงใจ ที่ทำให้ซือเฉิง เลื่อนข้อความในหน้าจอโทรศัพท์ลงเพื่อที่จะอ่านข้อความที่กำลังแสดงต่อจากนี้

 

หัวข้อ : Your Future Letter from 2007

From : futureme.outlook.com

To : DSC_DongDong.luv@yahoo.co.jp

 

            Hi Dong Sicheng

 

            This is your Future Letter

 

            สวัสดีตัวฉันในอนาคต ตอนนี้นายยังสบายดีอยู่มั้ย?

 

            เราจะพิมพ์อะไรดีนะ ฮ่าๆ ทำตัวไม่ถูกเลย เอาเป็นว่า เราขอทักทายนายนะ

สวัสดีนี่คือต่งซือเฉิงตอนเรียนไฮสคูลปี1ล่ะ วันนี้เรามีอายุ15ปี แต่พรุ่งนี้จะ16ปีแล้วนะ

เพราะพรุ่งนี้วันที่28 ตุลาคม ของทุกๆปีคือวันเกิดของเราล่ะ

 

            ว่าแต่พรุ่งนี้นายจะไปเที่ยวสังสรรค์กับเพื่อนๆ หรือกลับบ้านไปเยี่ยมพ่อแม่กันนะ

แอบอยากรู้จริงๆ ว่านายจะกลับมาเปิดมันอ่านมั้ย อนาคตนายจะยังใช้อีเมล์อันแรกใน

ชีวิตของนายอยู่รึเปล่าฮ่าๆ เราจริงจังไปหรือเปล่าเนี่ย

 

            นายคิดแบบนั้นมั้ย ซือเฉิงผู้ที่พรุ่งนี้จะมีอายุ26ปี?

 

            เราคิดว่ามันจริงจังเกินไปละ เรามาลองคุยเรื่องราว เลิฟๆ บ้างดีมั้ยนะ ? ><

ก็น่ะนะช่วงนี้กำลังอินนี่หน่า ใครจะไปคิดล่ะ ว่าเด็กอย่างเราจะมีแฟนเป็นกัปตันชมรมฟุตบอล

พูดแล้วเหมือนอวดเลยเนอะ ก็แหมเราภูมิใจนี่ ผู้ชายที่เด็กผู้หญิงกรี๊ดทั้งโรงเรียน

มาเป็นแฟนเราทั้งคน เราขออวดหน่อยไม่ได้หรอ ? ฮ่าๆ  

 

            อยากรู้จังว่าตอนนี้หลังจากที่นายอ่านเรื่องแฟนของเรา นายจะทำหน้ายังไงนะ

นายกำลังยิ้ม ? นายกำลังทำสีหน้าขยะแขยง หรือนายกำลังนึกถึงกัปตันชมรมฟุตบอลคนนั้น

เราอยากให้นายเป็นแบบแรกจัง เราหวังว่าอนาคตเรายังจะคบกับเขาอยู่เรื่อยๆถึง10ปีนะ

 

            เพราะนากาโมโตะ ยูตะน่ะเป็นคนดีที่ี1เลย !

 

            เฮ้อ นี่เราจะโม้แต่แฟนเราจริงๆใช่ป่ะ ฮ่าๆ ขอโทษทีนะ เรามาเข้าเรื่องจริงจังอีกบ้างดีกว่า

ตอนนี้นายได้ทำงานเกี่ยวกับมาร์เก็ตติ้งอยู่มั้ย ซือเฉิง? ฉันในตอนนี้น่ะ ชอบเกี่ยวกับมันมาก

เลยล่ะ นายต้องสานฝันฉันให้ได้นะ ห้ามทิ้ง เข้าใจมั้ย?!  

                        พอแล้ว เราขี้เกียจพิมพ์แล้วล่ะ พิมพ์ไปอาจารย์ก็ไม่ตรวจอยู่ดี

 

                        ปล.ถ้านายกลับมาอ่านข้อความนี้ แล้วนายเลิกกับนากาโมโตะ ยูตะไปแล้ว

                               นายลองติดต่อเขาที่ อีเมล์ nkmtyt_yutaa@yahoo.co.jp ดูนะ เผื่อว่า

                                เขาจะยังใช้อีเมล์นี้อยู่ อย่าลืมล่ะ ลองทักเข้าไปหาเข้าดู ห้ามปอดนะ!

                             

 

                                                                                                ไปล่ะ

                                                                                    จาก ต่ง ซือเฉิง ตอนอายุ15ปีกับอีก364วัน

           

            ข้อความที่ได้อ่านข้างต้นมันสร้างรีแอคชั่นหลากหลายให้กับต่งซือเฉิง เขาทั้งยิ้ม เขาทั้งหัวเราะ และเขาก็นึกถึง

 

            นึกถึง นากาโมโตะ ยูตะ อดีตคนรักที่เลิกรากันก่อนที่เขาจะเรียนจบไม่กี่เดือน

 

            นับเวลารวมๆแล้วก็คบกันถึง7ปี ก่อนที่อีก4ปีต่อมาเขาจะเป็นโสดและใช้ชีวิตธรรมดาในเมืองหลวงที่แสนวุ่นวายของประเทศที่ไม่ใช่บ้านเกิดของเขา

 

            เมื่อย้อนกลับมาอ่านแล้ว มันก็รู้สึกเจ็บใจพิลึกนะ หลายสิ่งหลายอย่างที่ตนพิมพ์ลงไปแบบนั้นในจดหมายเมื่อ10ปีก่อน มันเหมือนเป็นดาบสองคมที่ย้อนเข้ามาในชีวิตของเขาอย่างไงอย่างงั้น

 

            ต่งซือเฉิง ในตอนนั้นที่พิมพ์อะไรเล่นๆหัวๆ

 

            กับต่งซือเฉิงในตอนนี้

 

            คงมีอย่างเดียวที่ถูกใจต่งซือเฉิงเมื่อตอน10ปีก่อน ก็น่าจะเป็นอาชีพที่เขาทำอยู่ในตอนนี้

 

            นอกเหนือจากนั้นหรอไม่เลยล่ะ ไม่มีอะไรถูกใจต่งซือเฉิง เมื่อ10ปีที่แล้วแน่นอน

 

            ต่งซือเฉิงคนนี้ไม่มีความสุขในชีวิตเลยแม้แต่น้อยนิด

            ต่งซือเฉิงคนนี้ไม่สามารถกลับบ้านไปหาพ่อแม่ได้เพราะภาระงานที่หนักอึ้ง

            และ

            ต่งซือเฉิงคนนี้ไม่สามารถรักษาผู้ชายดีๆอย่างเขาได้

 

            ขอโทษนะ ตัวฉันในตอนนั้น

 

 

-          Future      Letter      -

 

 

            เบียร์ยี่ห้อดังที่มีชื่อเป็นเมืองๆนึงในตอนเหนือของประเทศญี่ปุ่น ถูกยกมากระดกและส่งน้ำสีอำ พันลงไปสู่ลำคอรวดเดียวหมดเหมือนที่เคยทำ ซือเฉิงปาดปากของตนเบาๆครั้งนึง ก่อนจะเดินเซๆ เข้าไปหยิบข้าวกล่องในตู้เย็นเพื่อทำการอุ่น

 

            ซือเฉิงไม่ใช่คนคอแข็งการที่ดื่มเบียร์ไปเพียงกระป๋องเดียว ก็ทำให้รู้สึกมึนๆที่หัวเข้าแล้ว แต่ที่ฝืนๆดื่มน้ำเมานี้ลงไป ก็เพราะหวังว่าจะให้ยามค่ำคืนอันแสนหนาวเหน็บนี้จบลงไปไวๆและผ่านไปได้ด้วยดี

 

            ซึ่งนั่นมันก็เป็นเพียงวิธีที่ใช้ได้ชั่วคราวเท่านั้น

 

            เพราะกระทั่งเบียร์ซัปโปโรที่เขาดื่มนั้น ก็เป็นเบียร์ยี่ห้อโปรดของอดีตกัปตันชมรมฟุตบอลคนนั้นอยู่ดี  

 

 

            สุดท้าย ทั้งๆที่เราเป็นคนบอกเลิกเขาแท้ๆ แต่ก็กลับยังลืมเขาไม่ลงสักที

 

            ซือเฉิงที่ตั้งใจว่าจะนอนหลับแต่สุดท้ายก็ได้แต่นอนพลิกไปพลิกมาจับสมาร์ทโฟนขึ้นมาเล่นและอ่านข้อความในนั้นซ้ำแล้วซ้ำอีก และครั้งนี้น่าจะเป็นครั้งที่สิบแล้ว กับการอ่านจดหมายอีเล็กทรอนิกส์นั้นซ้ำๆ

 

            ซือเฉิงเป็นคนชอบย้ำคิดย้ำทำ และชอบย่ำอยู่กับที่เดิมๆ บางทีก็ชอบคิดถึงแต่เรื่องเก่าๆ

 

 

            ก็นะอย่างที่คำคนเคยว่า

 

เรื่องอยากจำเรากลับลืม แต่เรื่องที่อยากลืมเรากลับจำ

 

ถ้าไม่ใช่เพราะความงี่เง่าและวู่วามของตนในตอนนั้น ก็คงไม่ต้องมานั่งรู้สึกผิดกับเรื่องเก่าๆแบบนี้   อยากจะลองทักทายถามสารทุกข์สุกดิบตามที่ท้ายจดหมายได้เขียนปัจฉิมลิขิตเอาไว้ แต่ก็ไม่กล้าอยู่ดี

 

ต่งซือเฉิงเป็นคนปอดแหกจริงๆ

 

ขอโทษอีกครั้งนะ ซือเฉิงในอดีต

 

 

28.10.2017

00.00 A.M

 

เสียง ติ้ง~’ ของอีเมล์ในโทรศัพท์สมาร์ทโฟนหรูดังขึ้นอีกครั้ง

 

ซือเฉิงที่กำลังจะอ่านอีเมล์นี้เป็นครั้งที่ยี่สิบกว่าๆ สัมผัสบริเวณหัวมุมหน้าจอเพื่อกลับไปดูยังคลังอีเมล์ขาเข้า ก่อนที่จะต้องเบิกตากว้างด้วยความตกใจ เมื่อพบว่าต้นทางของอีเมล์ที่เข้ามาใหม่นั้น

 

เป็นอีเมล์ที่เขาเขียนลงไว้ในปัจฉิมลิขิตของจดหมายที่พึ่งอ่านเสร็จ

 

หัวข้อ : Happy Birthday ^_^

            From : nkmtyu_yutaa@yahoo.co.jp

To : DSC_DongDong.luv@yahoo.co.jp

 

            สุขสันต์วันเกิดซือเฉิง

 

            ไม่รู้นายจะยังใช้อีเมล์ที่เราแลกกันตั้งแต่สมัยมัธยมอยู่มั้ย

            ถ้ายังใช้อยู่ตอบกลับกันมาหน่อยนะ พี่ยังใช้เมล์นี้อยู่เสมอ

            ซือเฉิงสบายดีหรือเปล่า ? อ้วนขึ้นบ้างหรือยัง

            ตั้งแต่เราเลิกกัน นี่ก็เข้าปีที่4แล้วเนอะ ที่ไม่ได้เจอหน้ากัน

            เราจะลืมหน้าพี่ไปยังนะ หรือว่าไม่อยากจำอยู่แล้ว T_T

           

            พิมพ์ไปเรื่อยเลยเนอะ นายที่เปลี่ยนกระทั่งเบอร์ ทั้งที่อยู่

            คงไม่ใช้อีเมล์นี้หรอก ความจริงวันที่27 ของเมื่อ10ปีก่อน

             พี่ถูกเจ้าเด็กแก้มอ้วน บังคับให้ส่งจดหมายถึงตัวเองในอนาคต

            เป็นเพื่อนน่ะ  วันที่27มันเลยถูกส่งกลับมา

            เป็นเหมือนการย้ำความทรงจำในวัยเด็กเลยเนอะ

            สิ่งที่พี่เขียนตอนนั้น มีแค่เรื่องของเรา กับ ฟุตบอลนั่นแหละ

           

            ตอนนี้หน้าของเราจะเป็นยังไงนะ? สงสัยจริงๆ

จะกดลบจดหมายฉบับนี้ไปหรือยัง หรือว่าจะอ่านอยู่

ถ้าสบายดี ได้โปรดช่วยตอบกลับมาหน่อยนะ

 

เฮ้อ เรานี่หวังอะไรลมๆแล้งๆจริง

ขอโทษนะที่ตอนนั้นทำให้เราไว้ใจไม่ได้น่ะ

ที่ส่งจดหมายนี้มาก็แค่อยากจะถามสารทุกข์สุกดิบ

อยากจะรู้ว่าเราอยู่เป็นอย่างไรแล้วบาง

แล้วก็อยากขอโทษน่ะ

 

สุขสันต์วันเกิดนะซือเฉิง อายุ26ปีแล้ว รีบตามพี่มาไวๆล่ะ

ขอให้เราเป็นผู้ใหญ่ที่ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขนะ

 

                                                            รักและคิดถึงเสมอ

                                                            นากาโมโตะ ยูตะ

 

 

            รู้ตัวอีกทีหยดน้ำจากดวงตาคู่สวยก็เลอะเต็มหน้าจอสมาร์ทโฟนจนไหลลงขอบข้างแล้ว ซือเฉิงเอาผ้าห่มของตนเช็ดหน้าจออย่างลวกๆ ก่อนจะซุกหน้าลงกับหมอนใบใหญ่เพื่อปลดปล่อยน้ำตาออกมา

 

            ข้อความแต่ละประโยค ตัวอักษรแต่ละตัว มันทำให้ซือเฉิงรู้สึกเหมือนมีก้อนอะไรบางอย่างจุกขึ้นมาที่ลำคอเต็มไปหมด อยากจะปล่อยโฮให้ดังๆ แต่สิ่งที่ทำกลับเป็นเพียงนั่งกอดโทรศัพท์แนบอกไว้ราวกับมันเป็นสิ่งที่ตนหวงแหนและเสียมันไปไม่ได้

 

            ยากเหลือเกินไม่อยากเอาตัวเองไปยุ่งเกี่ยวกับคนดีๆแบบนั้นอีกแล้ว

 

 

            แต่จิตใจมันกลับร้องเรียกหาเขาตลอด

 

 

 

-          Future      Letter      -

 

 

 

การตัดสินใจส่งจดหมายอีเล็กทรอนิกส์กลับไปในครั้งนี้ สำหรับยูตะแล้วมันเป็นสิ่งที่ยูตะถือว่าเป็นความกล้าหาญที่สุดในระยะเวลา4ปีเลยก็ได้

 

เพราะสายอาชีพที่เรียนตามใจมารดาขอ เป็นอาชีพที่ต้องมีเพื่อนร่วมงานเป็นเพศตรงข้ามเยอะ มันจึงเกิดเหตุการณ์บางอย่างและบ่อยครั้งมาขึ้นจนสุดท้ายมันสะสมและก่อตัวเป็นจุดแตกหักของความรักที่เพาะปลูกมาเป็นเวลา7ปี  

 

            ทั้งๆที่ความจริงแล้วมันไม่มีอะไรเลย

 

            ซือเฉิงและเขาในตอนนั้นต่างก็เป็นคนหุนหันพลันแล่น เจอเหตุการณ์อะไรเข้ามานิดหน่อยก็รู้สึกหลงเข้าไปในสถานการณ์นั้นทั้งหมด จนในที่สุดซือเฉิงก็เป็นฝ่ายบอกเลิกเขาก่อน

 

 

            เป็นการโดนบอกเลิกทั้งๆที่ใจเราก็ยังรักอยู่

           

            ในตอนนั้นต่างคนต่างก็พูดนะว่า ขอให้มันเป็นการเลิกรา เป็นการลาจากและเป็นการจบกันด้วยดี แต่สุดท้ายพอเลิกกันไปแล้วต่างคนก็ต่างหลบหน้ากันเสียเอง

 

            ไม่รู้หรอกนะว่า4ปีที่จากลากันซือเฉิงจะมีใครในใจคนใหม่หรือเปล่า

 

            แต่เขา4ปีที่ไม่ได้เจอกันนั้นคนในใจก็ยังไม่เปลี่ยนแปลง

 

 

            เพราะคนในใจขอเขาจะต้องเป็น ต่ง ซือเฉิงตลอดไป

 

           

           

-You have a new mail-

 

แท็บแจ้งเตือนเล็กๆที่ขึ้นมาตรงมุมของหน้าคอมพิวเตอร์แล็บท็อป เรียกความสนใจให้คนที่รอคอยการตอบกลับมาไม่น้อย

 

ร่างโปร่งของนากาโมโตะ ยูตะ รีบยกคอมพิวเตอร์แล็บท็อปที่ตั้งไว้บนโต๊ะตรงหัวนอนมาวางไว้บนตักอย่างรวดเร็ว ก่อนที่จะเข้าไปดูตามที่แจ้งเตือนได้แจ้งไว้

 

หัวข้อ : ขอบคุณครับ สุขสันต์วันเกิดย้อนหลังนะ

From : DSC_DongDong.luv@yahoo.co.jp 

To : nkmtyt_yutaa@yahoo.co.jp 

 

            สบายดีมั้ยครับ?  

 

            ไม่ได้คุยกันนานเลยเนอะ 4 ปีแหนะ

            วันนี้ผมก็ได้อ่านจดหมายถึงตัวเองในอนาคตเหมือนกัน

            ไม่คิดเลยว่าพี่ยูตะจะได้รับและส่งมันกลับมาเล่าให้ผมฟังด้วย

            สำหรับเรื่องขอโทษ ผมคิดว่าผมควรต้องเป็นคนขอโทษมากกว่านะ

           

            ตอนนี้อยู่ที่ไหนครับ? โอซาก้าหรือเปล่า

            เวลาผมไปทำธุระแถวนั้นก็นึกถึงพี่ตลอดเลย

            ถ้าขึ้นมาโตเกียวแวะมาหากันบ้างนะครับ

 

            และก็สุขสันต์วันเกิดย้อนหลังครับ

            รู้สึกแย่นิดนึงที่ไม่ได้ส่งไปอวยพรพี่ก่อน

            ความจริงแล้วผมใช้อีกอีเมล์นึงน่ะครับ

            แต่อีเมล์นี้ก็ยังล็อกอินในมือถืออยู่

            ขอโทษนะที่ตอนนั้นตัดการสื่อสารทุกช่องทาง

           

            เอ่อแล้วก็สุดท้ายนี้

            ขอบคุณนะครับที่ส่งข้อความมาอวยพรคนแรก

            อย่างน้อยปีนี้ก็คงไม่ได้มีแค่พ่อแม่ที่ให้คำอวยพรผม

 

 

                                                            ต่ง ซือเฉิง

 

การตอบกลับที่รอคอยทำเอานากาโมโตะ ยูตะแอบเผลอยิ้มกับหน้าจอเครื่องใช้ไฟฟ้าเสียนานเป็นนาที ถึงแม้ลักษณะตัวอักษรจะดูเป็นทางการมากกว่าซือเฉิงคนที่เขาเคยรู้จักก็เถอะ

 

            แต่การที่ซือเฉิงตอบกลับมาน่ะ ก็ดีแล้วไม่ใช่หรอ?...

 

 

 

 

กว่าจะกลั้นใจพิมพ์ตอบกลับไปได้ซือเฉิงก็พิมพ์แล้วลบ พิมพ์แล้วลบไปหลายครั้งเหมือนกัน การรวบรวมความกล้าที่จะกดส่งออกข้อความผ่านจดหมายอีเล็กทรอนิกส์นั้นก็เช่นกัน

 

ยากเหลือเกินแต่เขาทำมันลงไปแล้ว

 

เก่งที่สุดเลยซือเฉิง

 

นี่คงเป็นคำชมที่มอบให้แก่ตัวเองในรอบ4ปี หลังจากที่เข้าบริษัทอสังหาริมทรัพย์ชื่อดังได้สำเร็จเลยเสียล่ะมั้ง แต่ก็ไม่รู้หรอกนะว่าการกระทำเพียงแค่นี้จะเรียกได้ว่าเป็นสุดยอดของความกล้าหาญได้หรือเปล่า แต่คิดว่าการที่ีตนกล้าทำแบบนี้ลงไปได้ก็เก่งมากๆแล้วแหละ

 

ก็นะสำหรับคนขี้ขลาดน่ะ กล้าทำขนาดนี้ก็สุดๆไปเลยไม่ใช่หรอ?

 

            ติ้ง~

 

            ไม่ต้องเดาว่าเป็นอะไรอีก ซือเฉิงที่ตอนนี้ปรับโหมดมาเป็นนั่งยิ้มหน้าบานรีบเปิดโทรศัพท์เข้าไปอ่านจดหมายอีกครั้ง ถึงแม้ว่าหนังตาจะเริ่มไม่สามัคคีกับเสียงของหัวใจของตัวเองตอนนี้ก็เถอะ แต่ก็ยังอยากที่จะฝืนอยู่ต่อเพื่อที่จะได้อ่านข้อความจากคนที่เขากำลังคิดถึงอยู่

 

 

หัวข้อ : ดีใจที่เราตอบกลับ

            From : nkmtyu_yutaa@yahoo.co.jp

To : DSC_DongDong.luv@yahoo.co.jp

 

                        ยังไม่นอนอีกหรอ เกือบตี2แล้วนะครับ

                        พี่ไม่คิดเลยว่าเราจะมาตอบพี่ด้วย

                        ดีใจนะ ดีใจมากๆเลย

                        ตอนนี้ไม่ได้อยู่โอซาก้าแล้วครับ

                        พี่อยู่โตเกียวนี่แหละ

                        พึ่งย้ายมาทำงานตอนเดือน7ที่ผ่านมาน่ะ

                        พรุ่งนี้เราว่างมั้ย?

                        ถ้าเป็นไปได้พรุ่งนี้ให้พี่เลี้ยงข้าวเราได้มั้ย

                        นี่ไลน์ไอดีของพี่ แอดมานะ nakamotoyt

                        ฝันดีนะครับ ไปนอนได้แล้ว

 

            พออ่านข้อความจบ สิ่งแรกที่ซือเฉิงทำคือการรีบเข้าแอพพลิเคชั่นสนทนาออนไลน์ที่เป็นที่นิยมในวัยรุ่นญี่ปุ่นปัจจุบันพร้อมกับทำการเพิ่มเพื่อนผ่านทางไอดีที่ได้มาทันที

 

            เจอกันพรุ่งนี้ครับ

 

            ประโยคสั้นๆที่พิมพ์ตอบกลับไป ไม่รู้ว่าจะสร้างรอยยิ้มบนใบหน้าอีกคนได้หรือเปล่า แต่ที่แน่ๆซือเฉิงในตอนนี้ยิ้มหวานราวกับคนที่ร้องไห้เมื่อกี้ไม่ใช่ตัวเอง

 

รู้สึกมีความสุขแบบบอกไม่ถูกยังไงก็ไม่รู้

 

 

-          Future      Letter      -

 

ต้องขอบคุณเมื่อคืนที่ซัดเบียร์ไปกระป๋องนึงเต็มๆ ไม่งั้นเมื่อคืนซือเฉิงคงต้องนอนไม่หลับแน่ๆ  

 

เพราะอะไรน่ะหรอ

 

 

ก็เพราะซือเฉิงน่ะ ตื่นเต้นสุดๆเลยยังไงล่ะ

 

สายวันเสาร์แห่งวันหยุดงาน และเป็นวันเสาร์ที่เป็นวันครบรอบ26ปี สิ่งแรกที่ซือเฉิงทำคือการโทรไปหาผู้ให้กำเนิดของตนที่ย้ายกลับอยู่ประเทศจีนบ้านเกิด ก่อนจะลุกขึ้นมาอาบน้ำเตรียมตัวไปสถานที่ ที่ได้นัดหมายไว้

 

 

แสงแดดอ่อนๆ กับลมหนาวที่กำลังพอทำให้สบายตัวในช่วงฤดูใบไม้ร่วงนั้นช่างส่งเสริมให้ซือเฉิงมีแรงที่จะเดินจากอพาร์ทเม้นต์ไปยังสถานีรถไฟที่อยู่ใกล้ย่านพักพิงของตน

 

 

ก่อนที่จะใช้เวลาไม่นานสักเท่าไหร่นักร่างบางที่วันนี้สวมเสื้อโค้ทสีครีมตัวโปรด ก็เดินทางถึงสถานีชิบูย่าตามที่ได้นัดหมายกับอดีตคนรักไว้  

 

สุขสันต์วันเกิดซือเฉิง

 

ยืนรอได้ไม่นานเสียงเรียกที่ไม่ได้ยินมาเกือบ4ปีก็ดังเข้ามาในโสตประสาต ร่างบางเอี้ยวตัวไปข้างหลังก็พบกับเจ้าของเสียงเรียกที่ดูไม่เปลี่ยนไปสักนิดจากความทรงจำของเขา

 

พี่ยูตะ

 

ไม่เจอกันนานเลยสบายดีมั้ย?”

 

ท่าทีสบายๆเหมือนเคยที่ถูกส่งมาทำให้ซือเฉิงสามารถตอบกลับไปว่า สบายดีครับได้อย่างสบายใจ  ที่ผ่านมาสิ่งที่ซือเฉิงแอบกลัวอีกหนึ่งอย่างก็คงเป็นการทำตัวต่อหน้าคนที่ไม่ได้เจอกันนานนี่แหละ

 

 

 

                                                            ***

 

 

 

พี่ยูตะย้ายมาทำงานที่นี้ได้สักพักแล้วหรอครับ?”

 

 

ก็ตั้งแต่เดือน7นั่นแหละ ตอนนี้พี่ผันมาทำงานพวกฟิตเนสโค้ชให้ทีมฟุตบอลแล้ว

 

 

ดีจังเลยนะครับ อย่างน้อยก็ยังได้คลุกคลีอยู่กับสิ่งที่พี่ยูตะรัก

 

 

หลังจากที่เข้ามายังร้านอาหารในย่านนั้น ทั้งสองคนก็เริ่มพูดคุยโดนการถามข่าวคราวความเป็นมาหลังจากไม่ได้เจอกันนาน

 

แล้วเราล่ะได้ทำงานแบบที่เราหวังมั้ย

 

ศีรษะทุยของซือเฉิงผงกเบาๆเป็นคำตอบในเชิงบวก ถึงแม้ว่าคนตรงข้ามตนจะพูดด้วยท่าทีสบายมากแค่ไหน แต่สำหรับซือเฉิงคนขี้อายแล้วนั้น ก็ยากที่จะพูดอะไรออกไปง่ายๆเหมือนกัน

 

ก็ได้ทำบริษัทที่หวังไว้นั่นแหละครับ แต่งานค่อนข้างหนักนิดหน่อย

 

ตอบแบบอ้อมแอ้มสมกับเป็นซือเฉิง จนยูตะที่นั่งอยู่อดที่จะส่ายหัวไม่ได้  เพราะท่าทางของคนตรงข้ามเขานั่นช่างดูไม่เป็นธรรมชาติเอาเสียเลย

 

เลิกเกร็งได้แล้ว

 

กระซิบเบาๆ หวังให้แค่คนที่ตนต้องการส่งข้อความนี้ได้ยินเท่านั้น ซือเฉิงรีบก้มหัวเบาๆเพื่อเป็นการขอโทษอย่างเลิ่กลัก จนยูตะเสียเอง ที่ต้องเป็นคนทำลายบรรยากาศแบบนี้ด้วยการชวนคุยเกี่ยวกับเรื่องราวในอดีตและเสริมสร้างบรรยากาศด้วยการใช้น้ำละลายพฤติกรรม จนในที่สุดมันก็ค่อยๆทะลายกำแพงน้ำแข็งของซือเฉิงลงได้ และตบท้ายด้วยเสียงหัวเราะของคนขี้อาย

 

 

นึกถึงตอนนั้นพี่ที่ยูตะพาไปจิบะเนอะ พอกลับมาก็โดนป๊าตีใหญ่เลยเพราะไม่ยอมขออนุญาติก่อน

 

เรื่องราวนี้เกิดได้หลังจากเพียงแค่พวกเขาคบกันไม่ถึงปีด้วยซ้ำ ซือเฉิงในตอนนั้นที่ยังอายุเพียงแค่16ปี ก็แอบไปเที่ยวทะเลแถบจิบะกับยูตะเพียงสองคน กว่าจะกลับถึงบ้านก็ตกค่ำจนทำให้ผู้ปกครองที่รออยู่บ้านเกิดความเป็นห่วง

 

ตอนนั้นพี่เขาไปรับไม้แทนเราด้วย เจ็บมากๆเลย แต่ก็ไม่อยากให้เราเจ็บ

 

แต่สุดท้ายก็ถูกตีทั้งคู่อยู่ดีอ่ะเนอะ

 

ซือเฉิงหัวเราะจนตัวงอ นึกถึงภาพตอนนั้นที่เด็กวัยกำลังโตสองคนถูกฟาดด้วยไม้แขวนเสื้อก็ตลกดีไม่ใช่น้อย ในตอนนั้นน่ะ ด้วยความเป็นเด็กมันจึงเป็นเรื่องแบบนี้เป็นเรื่องที่ท้าทาย ซือเฉิงในตอนนั้นจึงไม่กลัวที่จะถูกลงโทษเลย

 

ตอนนี้เรามีแฟนใหม่ยังล่ะ

 

คำถามยอดฮิตเมื่อเจอหน้าแฟนเก่ามีหรือที่จะไม่ถูกถามออกไป ถ้าเป็นซือเฉิงคนที่พึ่งเข้ามานั่งในร้านใหม่ๆคงนั่งเงียบแน่ๆ แต่เพราะฤทธิ์แอลกลอฮอล์ที่ดื่มไปพอกรึ่มๆทำให้ซือเฉิงพูดออกไปตามความเป็นจริง

 

ตั้งแต่เลิกกับพี่ไปผมก็ยังไม่มีคนใหม่เลย…”

 

 

ความจริงคำถามนี้ต้องเป็นผมที่ถามพี่เองซะมากกว่า

 

            ซือเฉิงพูดออกไปตรงๆแบบที่จิตใจและสมองส่วนลึกนึกคิดและสั่งให้ปากพูดออกไป แม้ไม่รู้ว่าคำตอบที่จะออกมาหรือไม่ออกมาจากปากคนตรงหน้านั้นจะเป็นที่พึงพอใจแก่ตนมั้ย

 

            แต่เขาก็อยากรู้อยู่ดี

 

            ก็เหมือนเรานั่นแหละ…” 

 

            ยูตะเว้นช่วงไป

 

            ความจริงตั้งแต่เลิกกับเรามาก็มีคนคุยด้วยอยู่คนสองคน แต่ว่าสุดท้ายความรู้สึกที่ว่าคนนี้มันใช่ ก็ไม่ได้เกิดขึ้นกับใครสักคนอยู่ดี

 

            จากบรรยากาศครื้นเครงเมื่อกี้กลับถูกกลบด้วยความเงียบของคนทั้งสอง ซือเฉิงแก้เก้อด้วยการหยิบอาหารเข้าปากทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

 

            แต่สุดท้ายก็เป็นซือเฉิงเองนั่นแหละที่ไม่สามารถทนกับความเงียบนี้ได้

 

            ผมขอโทษนะที่ตอนนั้นขี้หึงมากเกินไปอ่ะ

 

 

            “…”

 

           

            ความจริงตั้งแต่ผมเลิกกับพี่ไป ผมก็ไม่รู้จะรักใครต่อได้จริงๆ มันยังไงล่ะมันเหมือนกับว่าผมยังยึดติดอยู่กับพี่หมดทุกอย่าง ทั้งๆที่พยายามหนี พยายามลืมขนาดนั้นแต่สุดท้ายก็ทำไม่ได้อยู่ดี

 

            ซือเฉิงทิ้งช่วง ก่อนจะเงยหน้ามามองคนตรงข้ามตอนที่นั่งเงียบจ้องตนกลับ

 

            ที่ผม----”

 

            ยังไม่ทันที่จะได้พูดประโยคต่อไป ก็ถูกคนอายุเยอะกว่าที่นั่งตรงข้ามกันเลื่อนมือขึ้นมาจับกุม พร้อมกับส่ายหน้าเบาๆเป็นสัญญาณว่าให้หยุดพูดต่อก่อนที่จะต้องมีใครสักคนรู้สึกแย่ไปซะก่อน

 

            ลืมเรื่องในอดีตเถอะนะมันแก้ไขไม่ได้แล้วแหละ

 

           

“…”

 

 

            แต่ที่ที่มันแก้ไขไม่ได้ เราก็มาสร้างมันใหม่ได้นี่…”

            .

.

.

.

.

 

คนที่อายุเยอะกว่าถอนหายใจเฮือกใหญ่ ก่อนที่จะตัดสินใจรวบรวมความกล้าและพูดประโยคที่อยากพูดออกมาตลอด4ปีนั้นออกมา

 

 

จะเป็นอะไรมั้ยถ้าพี่จะขอเริ่มจีบเราใหม่อีกครั้ง

 

 

            พี่ยูตะพูดจริงหรอครับ

 

            เพราะความดีใจ เพราะความกลัว และเพราะความรู้สึกหลายๆอย่างตีปนเปกันไปหมดในหัวของซือเฉิง จึงทำให้เผลอพูดแบบนั้นออกไป

           

             พี่พูดจริงครับ

 

            ผม…”

 

            ไม่ได้ใช่มั้ย

           

            ยูตะทำหน้าหงอยลงทันทีอย่างเห็นได้ชัด จนซือเฉิงแอบหลุดยิ้ม เพราะไม่คิดว่าจะได้เห็นปฏิกิริยาตอบสนองแบบนี้จากคนตรงหน้า  

 

            ได้สิครับ ผมแค่จะบอกว่าแต่ผมดีใจมากๆแค่นั้นเอง พี่ยูตะชอบแย่งผมพูดจัง

 

            ใบหน้าสวยยิ้มกว้างจนเห็นฟันครบแทบทุกซี่เป็นการยืนยันคำตอบ ก่อนที่จะมีเสียงร้องด้วยความดีใจพร้อมกระโดดโลดเต้นไปทั่วห้องอาหารส่วนตัวที่จองไว้จนเหมือนเด็กน้อย จนซือเฉิงเองต้องเป็นคนปรามบุคคลที่อาวุโสกว่าให้หยุดก่อนที่จะโดนเจ้าของร้านมาไล่

 

 

 

-          Future      Letter      -

 

 

กลับดีๆนะครับพี่ยูตะ

 

เพราะว่าดื่มมาจากร้านอาหารเยอะไปหน่อยทำให้ยูตะเป็นคนเสนอที่จะมาส่งถึงอพาร์ทเม้นต์เนื่องจากเป็นห่วงในความปลอดภัยของคนที่ดื่มไม่เก่งสักเท่าไหร่

           

            ครับ เราก็อาบน้ำอาบท่านะ เผื่อจะช่วยให้ดีขึ้นมานิดนึงคนมาส่งสั่งปิดท้ายไว้

 

ครับ

 

            งั้นพี่ไปก่อนนะ สุขสันต์วันเกิดนะซือเฉิง

 

            ขอบคุณครับพี่ยูตะ

 

            ซือเฉิงยิ้มหวานปิดท้ายก่อนจะยืนโบกไม้โบกมือตรงหน้าประตูห้องของตนจนคนที่มาส่งเดินไปจนลับสายตาก่อนที่ตนจะเดินเข้าห้องไปแต่เขาก็ยังไม่สามารถที่จะทำตามคำสั่งนั้นได้ทันที ร่างบางเอาตัวพิงประตูห้องพร้อมกับยืนนิ่งและปล่อยสมองให้นึกถึงเรื่องราวในก่อนหน้านี้

 

            ถ้าไม่ได้จดหมายถึงตัวเองในอนาคต และความกล้าในตอนนั้น ซือเฉิงจะได้ยิ้มอย่างมีความสุขในตอนนี้มั้ยนะ

            นั่นเป็นเรื่องที่เขาแอบคิดระหว่างอยู่บนรถตอนทางกลับบ้านจนต้องมาคิดต่อถึงในห้องนอนเช่นกับในตอนนี้

 

 

แต่ที่แน่ๆเลยสิ่งที่เขาคิดได้ในตอนนี้ก็คือความจริงที่บางทีของขวัญที่ดีที่สุดไม่จำเป็นที่จะต้องเป็นของราคาแพง ของหายาก หรือของที่มีคุณค่าทางจิตใจก็ได้ เพราะสำหรับซือเฉิงในตอนนี้แล้ว ของขวัญของเขา ขอเป็นเพียงความสุขที่ได้คืนกลับมามันก็ดีมากๆแล้วไม่ใช่หรอ…?

 

                                                                        END

#HappyWinwinday

 

TALK :

สุขสันต์วันเกิด ต่งซือเฉิง ลูกน้อยที่แสนน่ารักของเราค่ะ ;___;

ความจริงแล้วฟิคเรื่องนี้เป็นฟิคที่เราเขียนจบก่อนเรื่องที่ลงไปสองตอนก่อนหน้าอีกค่ะ

ตั้งใจอยากเขียนแนวนี้มานาน เพราะได้แรงบันดาลใจจากการดูคลิปรายการในประเทศญี่ปุ่นคลิปนึง

เลยได้มาเป็นเรื่องนี้

ยังไงก็ฝากติชมและเป็นกำลังใจให้ด้วยนะคะ

 

ปีหน้าก็ยังอยากที่จะลงฟิคสามวันติดแบบนี้อีก และตลอดไปเลย

 

 

ขอบคุณทุกคนที่ให้การสนับสนุนค่ะ ????

 

           

 

 

           

 

 

           

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 26 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

65 ความคิดเห็น

  1. #49 songjibong (@mintrawan) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2561 / 15:03
    คนจะคู่กัน ยังไงสักวันก็ต้องมาบรรจบกันอยู่ดี
    #49
    0
  2. #35 iseyeol (@warangk) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2560 / 18:48
    สุขสันต์วันเกิดหนูซือเฉิง ชอบการส่งจดหมายหาตัวเองในอนาคตมาก เห็นความคิด ความรู้สึกที่เปลี่ยนไปเลยนะคะ ขอบคุณที่บังคับให้พี่ยูตะส่งด้วยไม่งั้นไม่ได้คุยกันแน่ อบอุ่นมากๆเลยค่ะ
    #35
    0
  3. #32 puzzle97 (@jktfb97) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2560 / 20:04
    สุขสันต์วันเกิดวินวิน น่ารักมากค่า ดีที่ยูตะส่งมาหาก่อนไม่งั้นไม่รู้ยัยวินจะกล้าส่งไปหาไหม ฮือ ชอบนะคะ สู้ๆนะค้าไรท์:)
    #32
    0