OS / SF Chicken Lemons [Yuwin & NCT]

ตอนที่ 5 : Baby , I'm so Lonely [Yuwin]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,293
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 31 ครั้ง
    24 ก.ค. 60

[OS] Baby , I’m so Lonely

Pairing : Nakamoto Yuta X Dong Sicheng

 

 

ถ้าเราไม่ชอบพี่จะถอยออกมาก็ได้

 

            คำพูดพร้อมสีหน้าเศร้าๆของเขายังคงติดอยู่ในหัวของผมเสมอ และนี้ก็เป็นเวลาเกือบจะหนึ่งสัปดาห์แล้วที่ความสัมพันธ์ของเราไม่ได้เป็นดังเดิม

 

            ด้วยความเป็นคนที่มีโลกส่วนตัวสูง จึงทำให้เกิดอาการแบบนี้อยู่บ่อยๆจนเผลอแสดงออกไปเหมือนว่าเราไม่ชอบการกระทำของเขา พอบ่อยเข้าก็เหมือนเป็นรอยร้าวเล็กๆที่สะสมตัวและเกิดเป็นแผลใหญ่ในที่สุด

 

            บรรยากาศที่ห้องนอนในหอเริ่มไม่เหมือนเดิม ความรู้ผิดที่เกาะกินอยู่ในหัวใจ อยากจะเข้าไปทักพูดคุยกับเขาก็ไม่กล้า เพราะต้องรักษาฟอร์มไว้ มันกำลังส่งผลกระทบให้เขาอยู่ในตอนนี้

 

เขาเหงาเหลือเกิน

เขาคิดถึงพี่ยูตะพี่ยูตะคนเดิมที่คอยเล่นกับเขา

 

พี่วินวินไปทานข้าวกันครับ

 

            เสียงของมาร์คลี รูมเมทคนใหม่เดินเข้ามาเรียก ก่อนที่เจ้าของเรือนผมสีแดงไวน์คล้ายเขาจะเดินเข้ามาสมทบ

 

พี่วินวินนี่ไปกินข้าวกันทุกคนรออยู่

 

อืมรอแป๊ปนะ

 

            ผละจากเจ้าลูกบอลแก้วที่ข้างในบรรจุปราสาทโอซาก้าจำลองที่ได้รับมาจากเขาในตอนนั้น ก่อนจะจับมันวางไว้บนโต๊ะข้างหัวนอนเหมือนเดิม นับตั้งแต่วันนั้นที่ได้มาก็รักษาของชิ้นนี้อย่างดีตลอดให้สมกับคนให้ที่ตั้งใจให้

 

            ขาเรียวยาวขยับลุกจากที่นอนที่คอยดูดเขาไว้ไม่ให้ออกไปไหน มือเล็กๆข้างนึงเสยผมหน้าที่เริ่มปกตาตัวเองเล็กน้อย ก่อนจะเดินตามน้องชายทั้งสองคนออกไป

 

            เป็นอย่างที่คิดไว้ วันนี้คนๆนั้นก็ย้ายที่นั่งต่างไปจากเดิม ดูเหมือนเจ้าของเรือนผมสีน้ำตาลเข้มจะแสร้งเฉหน้าหันไปทางอื่นเมื่อตอนที่เขามาถึง เขาจึงต้องกลับไปนั่้งที่นั่้งเดิม ที่มีมาร์คกับแฮชานนั่งอยู่ข้างๆ

 

            เป็นเรื่องปกติเวลารับประทานอาหาร มีพูดคุยเรื่องตารางงานและตารางซ้อมตามปกติ ก่อนที่จะแยกย้ายกันเข้าห้องเพื่อให้เวลาพักผ่อนและเตรียมตัวสำหรับการซ้อมคอนเสิร์ตในรอบที่กำลังจะถึง ตัวเขาเองเมื่อทานข้าวเสร็จก็รอมาร์คและแฮชานที่ล้างจานตามหน้าที่น้องเล็ก บริเวณห้องนั่งเล่นของหอ เปิดโทรทัศน์ดูรายการเพลินๆก็เหลือบไปเห็นร่างที่เริ่มมีกล้ามเนื้่อของพี่เขาลักษณะเหมือนยืนชะงักอยู่ตรงหน้าประตู

 

            เพราะว่าห้องนั่งเล่นนั้นเป็นทางเชื่อมที่ทุกคนจะต้องผ่านเพื่อไปห้องของคนใดคนนึงอยู่แล้วนั้นจึงเป็นสถานการณ์ที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่พี่ยูตะจะไม่เดินผ่านหน้าเขา

 

 

 

            แน่นอนด้วยความสัมพันธ์ของพวกเขาตอนนี้ต่างคนต่างก็ทำตัวไม่ถูก ท่าทางยึกยักจะเข้ามาดีมั้ย ไม่เข้ามาดีมั้ยของพี่ยูตะเป็นสิ่งที่บอกได้ดีว่าพวกเขาทำตัวไม่ถูก ซึ่งมันต่างจากปกติที่เขาเป็น

 

ยิ่งเห็นแล้วยิ่งรู้สึกผิด เพราะความเอาแต่ใจของตัวเองแท้ๆที่ทำให้เป็นแบบนี้….

 

พี่ยูตะจะไปห้องพี่แทยงหรอ เดี๋ยวผมไปหลบหลังโซฟาก็ได้ ถ้าพี่ไม่สะดวก

 

            พูดก่อนจะลุกไปอยู่หลังโซฟาตามที่บอก พี่เขาก็เดินเลาะไปทางฝั่งโทรทัศน์ที่ตั้งอยู่ ด้วยความเร็วระดับกึ่งวิ่ง

 

            ให้ตายเถอะเขาไม่ชอบอะไรแบบนี้เลย ทำเหมือนเขาเป็นผีไปได้ !

 

 

 

           

มีใครชอบที่จะอึดอัดกับคนรักหรอก เขาก็เช่นกัน พอตัดสินใจที่จะปล่อยวางฟอร์มตัวเองที่รักษาไว้ตลอดแล้ว พี่ยูตะก็ไม่เปิดโอกาสให้เขาคุยเลย

 

            อาจจะเป็นเพราะปกติ เรื่องราวที่เขากับคนรักกระทบกระทั่งกันนั้นเขามักเป็นฝ่ายงอนอยู่เสมอ จึงไม่เคยมีโอกาสได้เอ่ยปากง้องอนหรือขอโทษไปเลยสักครั้ง แต่ในกลับกันครั้งนี้ เขาเป็นฝ่ายผิดซะเอง พอจะเอ่ยปากขอโทษมันก็ดูลำบากไปหมด

 

และอีกอย่างคือเขาไม่รู้ด้วยซ้ำ ว่าสถานะของเขาตอนนี้มันเป็นยังไง

 

ยังเป็นคนรักอยู่ หรือ ว่าเป็นแค่เพื่อนร่วมงาน?

 

            ในสมองยังคงรู้สึกเหมือนว่าจะมีแต่เรื่องของเขา  ทำให้วันนี้ซือเฉิงไม่มีสมาธิในการซ้อมเลยแม้แต่น้อย ร่างบางเดินถอนหายใจไปมาวนอยู่ในห้องซ้อมซ้ำแล้วซ้ำเล่า หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเล่นเกมก็แล้ว นั่งคุยกับแฮชานก็แล้ว พยายามหาหนังสือมาเรียนภาษาต่อก็แล้ว ก็ยังคงจิตใจไม่เป็นสุขอยู่ดี

 

            รู้สึกคิดถึงพี่ยูตะอีกแล้ว

 

            ความรู้สึกซ้ำๆแบบนี้ยังคงมีอยู่ตลอด ถ้าเขากับพี่ยูตะไม่ได้มีปัญหากัน ป่านนี้ก็คงจะนั่งเล่นเกมด้วยกัน เรียนภาษาด้วยกัน หรือหาหนังสือการ์ตูนอ่านด้วยกันไปแล้ว

 

            ยิ่งคิดเท่าไร่ ก็ยิ่งคิดถึงพี่ยูตะ

 

พี่วินวินมีปัญหาอะไรกับพี่ยูตะรึเปล่าครับ

 

น้องชายผู้เป็นรูมเมทใหม่ที่เดินเข้ามานั่งด้วย ถามออกมา อาจจะเพราะอยู่ในห้องด้วยกันจึงทำให้รู้สึกถึงบรรยากาศในห้องที่เปลี่ยนไป  สายตาของเด็กหนุ่มสัญชาติแคนนาดา ดูจริงจังและคาดคั้นกว่าปกติ

 

ทำไมมาร์คคิดอย่างงั้นล่ะ

 

ผมอึดอัด ปกติพวกพี่ไม่ได้เป็นกันแบบนี้ซะหน่อย ไม่ต้องสังเกตก็รู้ว่าพวกพี่มีปัญหากัน

 

“…”

 

ความจริงผมไม่อยากพูดหรอกนะพี่วินวิน แต่ครั้งนี้ผมว่ามันนานไปแล้ว ถ้าปล่อยไว้นานกว่านี้เดี๋ยวจะมองหน้ากันไม่ติดนะ

 

            แค่ตอนนี้ก็ไม่ติดเแล้วล่ะ...’

 

พี่ไม่รู้นี่จะพูดยังไง โอกาสก็ไม่มีที่จะให้พูดด้วยซ้ำ พอเจอหน้ากันก็หลบตลอด แล้วอีกอย่างพี่ไม่เคยโดนงอนเลย เอาตรงๆนะง้อไม่เป็นอะ…”

 

            มาร์คลีหลุดหัวเราะแห้งๆออกมา ใครจะไปคิดล่ะว่าคนที่รักวินวินมากๆ รักจนเกินเบอร์ อย่างยูตะ จะกล้างอนพี่ชายจากเมืองจีนคนนี้ ซ้ำปัญหาที่หนักกว่าคือ คนขี้อายที่นั่งอยู่ข้างๆก็ดันปากหนักเหลือเกิน

 

 

 

 

 

                                                                       ***

 

             พรุ่งนี้พอหลังจากอัดรายการ Music Bank จบ ก็ต้องไปสนามบินอินชอนต่อเพื่อไปบินยังโอซาก้า บ้านเกิดของพี่ยูตะ

 

            พอนึกถึงโอซาก้าทีไร เขาก็ยังคงคิดถึงวันนั้นเสมอ ตอนที่เขาลงจากรถเพื่อเข้าไปเช็คอินที่สนามบิน เป็นวันที่เขายิ้มกว้างกว่าปกติ

 

            เพราะเขามีความสุข

 

            ถึงแม้ว่ามันจะเป็นการถ่ายรายการ ซึ่งแน่นอนว่าย่อมมีสคริปต์อะไรอยู่แล้ว เป็นเรื่องปกติ แต่ก็ยังรู้สึกดีใจอยู่ดีที่ได้ไปเที่ยวกับพี่ยูตะ ไปเที่ยวในบ้านเกิดของเขา

 

            วันนั้นมีแฟนๆรู้เรื่องการจะไปอัดรายการอยู่ไม่น้อยจึงไม่ได้เป็นการไปอย่างเป็นส่วนตัว  แต่เพราะมีพี่ยูตะคอยยืนคุมอยู่ข้างหลังจึงทำให้อาการประหม่าของเขาหายไปแทบหมด

 

            ถึงใครจะมองว่าการที่พี่ยูตะ เข้ามาแนบชิดเขาดูรุนแรงมากเกินไป

            แต่กลับกัน เขากับชอบมัน เขาชอบที่พี่ยูตะ ปกป้องเขาด้วยวิธีแบบนี้

 

 

ปกติแล้วเรามักเดิน และ นั่งแต่งหน้าใกล้ๆกันเสมอ แต่วันนี้กลับไม่ การมาอัดรายการ Mcountdown วันนี้จึงเป็นแฮชานที่ต้องมาคอยเล่นกับเขาแทน  ก็รู้สึกแปลกเหมือนกันทั้งๆที่ว่า

 

            แฮชานเป็นคนตลกเหมือนพี่ยูตะ

            แฮชานเป็นคนสร้างเสียงหัวเราะเก่งเหมือนพี่ยูตะ

 

            แต่แฮชานก็ไม่ใช่พี่ยูตะอยู่ดี

 

 

เฮ้อ   คิดถึงพี่ยูตะอีกแล้ว

 

ว่ากันว่า เหงากาย ไม่เท่าเหงาใจ คงจะเป็นอย่างนั้นจริงๆ ถึงแม้จะมีแฮชาน พี่แทอิล พี่โดยอง หรือ แจฮยอนมาเล่นด้วย ความรู้สึกเปล่าเปลี่ยวในใจก็ยังไม่หายไป

 

รู้สึกแค่ว่าเหมือนในหัวใจมันเรียกร้องว่าต้องการใครสักคน ที่ชื่อ นากาโมโตะ ยูตะ

 

เท่านั้นเอง

 

                                                                                                #LonelyYW

 

การฝืนใจจะเลิกชอบใครสักคนเป็นเรื่องที่ค่อนข้างทรมาน

 

และยูตะก็กำลังเผชิญกับสิ่งนั้นอยู่

 

สำหรับยูตะแล้ว การกระทำที่ทำออกไปทั้งหมด เป็นการกระทำที่ออกมาจากใจ อยากแสดงให้ทุกคนได้รู้ว่าเขารักและหวงเด็กนี้ขนาดไหน  รักมากจนแทบอยากจะกลืนกินเด็กคนนี้ลงท้องไปให้เสียสิ้นๆ เพื่อที่จะเป็นการซ่อนเด็กคนนี้จากสายตาของทุกคน

 

ความน่ารักที่มีค่ามากกว่าดอกไม้แรกแย้มของวินวินทุกคนย่อมรู้ดีจากการกระทำของตัววินวินเอง คำพูด คำจา แม้จะมีบางคำที่ดูไม่เพราะบ้าง แต่เขาก็กลับชอบมัน เพราะมันมาจากคนที่บริสุทธิ์มากๆอย่างวินวินนั้นเอง

 

เรียกได้ว่าเขาชอบแทบทุกอย่างของวินวิน

 

ไม่ว่าจะเส้นผมที่มีกลิ่นหอม ดวงตาเรียวเฉียบที่มีประกายของความบริสุทธิ์ พวงแก้มที่มีไขมันออกมาเล็กน้อยที่แสนน่าหยิก หรือริมฝีปากสีเชอร์รี่คู่อวบนั้น

 

เขาชอบมันทั้งหมด

 

 

แต่ดูเหมือนวินวินจะไม่ชอบเขา

 

 

สิ่งที่น่าเศร้าสำหรับคนที่ตกลงปลงใจเป็นคนรักกัน ร่วมใช้ชีวิตด้วยกันแม้จะเป็นเวลาไม่นานแต่เขาก็พร้อมที่จะมอบมันหมดทั้งหัวใจที่เขามีให้ แต่สิ่งที่ได้รับตอบกลับมา มันทำให้เขารู้สึกคลุมเครือเหลือเกิน

 

แม้ปากของวินวินจะบอกว่ารักเขา ชอบเขา

 

แต่การกระทำกลับสวนทางกัน

 

 

ไม่ใช่ว่าเขาเห็นวินวินไปรักคนอื่นหรอก แต่เขาไม่รู้สึกเลยว่าวินวิน รักเขาดังที่ปากพูด บางทีก็ดูเหมือนน้องจะชอบการกระทำของเขา แต่บางทีก็ดูปฏิเสธรุนแรงนั้นก็ทำให้เขาเกิดอาการหน้าชาหน่อยๆ

 

 

และมันเริ่มหนักขึ้น หนักขึ้นทุกวัน จนส่งผลกระทบต่อจิตใจของเขา

 

 

เคยลองคิดอยากอยู่สองคนแล้วคุยเรื่องแบบนี้ แบบตั้งใจสักทีเพื่อที่จะเคลียร์กัน แต่พอมาคิดว่าถ้าถามไปแล้ว เด็กนี่ก็คงจะบอกว่ารักเขาอยู่แล้ว แต่ใจขอเขานี่สิ มันรู้สึกไม่แน่ใจจริงๆว่าเด็กนี้พูดตามแบบที่คิดหรือเปล่า

 

ถ้าเราไม่ชอบพี่จะถอยออกมาก็ได้

 

เป็นคำพูดที่เขาเลือกจะพูดออกไปเองแท้ๆแบบไม่มีปี่ ไม่มีขลุ่ย ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตอนนั้นตัวเองมีสีหน้ายังไง รู้แต่แค่ว่าฝืนกลั้นน้ำตาเพราะไม่อยากแสดงมุมที่อ่อนแอออกไป

 

พอมาคิดได้ตอนนี้ก็รู้สึกว่าการกระทำของเขามันโง่เพราะเกิน

 

 

เพราะเขากำลังคิดถึงวินวิน คิดถึงจนใจแทบขาด

 

เหงาเหลือเกินที่ไม่มีสำเนียงเกาหลีแบบอู้อี้นั้นมาพูดข้างหู

เหงาเหลือเกินที่ไม่มีตัวนุ่มๆหอมๆนั้นมาให้กอด

เหงาเหลือเกินที่ไม่ได้มองตาเด็กคนนั้นก่อนนอน

 

 

เหงาเหลือเกิน

 

 

แต่เรื่องทั้งหมดมันก็เป็นเพราะตัวเขาเอง ในเมื่อเขาตัดสินใจพูดแบบนั้นออกไปแล้ว ความสัมพันธ์ที่เหมือนแก้ว เมื่อมันแตกแล้วก็คงจะไม่สามารถกลับมาต่อได้

 

ก็คงต้องทนฝืนใจ เลิกชอบให้ได้จริงๆ

 

 

 

ทรมานเหลือเกินทำไมความรักมันทำให้คนทรมานได้ถึงขนาดนี้นะ

 

 

ยูตะ

 

มีอะไรแทยง

 

ทะเลาะอะไรกับวินวินหรือเปล่า

 

ไม่ทันให้ได้ตั้งตัว ลี แทยง ลีดเดอร์ของวงและเพื่อนของเขาก็เดินเข้ามาถามในจังหวะที่อยู่ในสถานที่ลับตาคน

 

เปล่า

 

อย่ามาโกหก

 

ก็เปล่าจริงๆ ไม่ได้ทะเลาะ แค่เลิกกันก็แค่นั้นเอง

 

เรือนผมสีชมพูอ่อนหันไปมองขวับด้วยสายตาที่ขึงขัง เขารู้ว่าคำตอบที่ตอบออกไปกำลังทำให้ลี แทยงโกรธ

 

ทำไมมึงพูดงี้วะ มึงรักของมึง มึงออกหน้าออกตาขนาดนี้ แล้วน้องมันจะรู้สึกยังไงวะที่มึงบอกเลิกอะ ไอ้เวร

 

ก็น้องไม่ได้รักกู

 

แล้วมึงรู้ได้ไง ว่าน้องไม่รักมึง ไอ้โง่ !!”

 

ลี แทยงใช้มือทั้งสองข้างบีบไหล่ของเขาด้วยแรงทั้งหมดที่มี ใบหน้าหลังจากได้ยินเหตุผลของเขาแล้ว น่ากลัวกว่าตอนที่บอกว่าเลิกกันเสียอีก

 

ถ้าไม่ติดว่าอีกไม่กี่นาทีจะอัดรายการ กูต่อยมึงแน่ยูตะ

 

พูดจบก็ผลักอกเพื่อนตัวดีก่อนจะเดินฟึดฟัดออกไปด้วยความหัวเสีย

 

เป็นอย่างงี้แหละ ยูตะพอที่จะทำใจไว้แล้วว่าถ้าทุกคนรู้เรื่องคนที่จะโดนจัดการคือเขาอย่างแน่นอน เพราะเมมเบอร์ทุกคนรักวินวินเสียยิ่งกว่าอะไร

 

ก็เหมือนเขานั้นแหละ ที่รักวินวินเสียยิ่งกว่าอะไร

 

 

 

 

 

 

 

หลังจากที่อัดการแสดงใน Music Bank จบแล้ว สมาชิกNCT127 ทุกๆคนก็กลับเข้ามายังห้องพักที่ทางสถานีได้จัดไว้ให้ เวลาของการพักผ่อนมีไม่มากนักเพราะทุกๆคนต้องเตรียมตัวเดินทางไป ประเทศญี่ปุ่นเพื่อนแสดงคอนเสิร์ตที่จะเกิดขึ้นในวันถัดไป

 

เอ้าเด็กๆ มาถ่ายรูปกัน

 

เพราะการแสดงในรอบนี้เป็นการแสดงรอบสุดท้ายของการโปรโมตซิงเกิ้ล Cherry  Bomb เมเนเจอร์จึงสั่งให้ทุกคนมารวมตัวกันถ่ายรูปเพื่อที่จะเก็บไว้ลงทางโซเชี่ยลมีเดียต่างๆของวง

 

วินวินมาถ่ายรูปกัน

 

แจฮยอนด้วย!”

 

เสียงของลีดเดอร์ ลี แทยง เรียกสองสมาชิกมาเข้าเฟรมถ่ายรูปด้วยกัน ซึ่งแทยงเห็นอยู่แล้วว่ายูตะกำลังมองอยู่จึงจงใจที่จะเรียกออกไปอย่างนั้น

 

นากาโมโตะ เสมองไปทางอื่นแบบพยายามไม่สนใจ แต่เหมือนยิ่งพยายามหลีกเลี่ยงเท่าไหร่ ตาเจ้ากรรมก็จะพาลเหลือบไปเห็นทุกคนบนโซฟากำลังยิ้มใส่กล้องกัน

 

และ แจฮยอนที่กำลังนั่งตักวินวิน

 

แจฮยอนเราหนักกกกกกกกกกก

 

เสียงโวยวายที่อู้ๆอี้ๆนั้น ยิ่งทำให้เขาสนใจเข้าไปใหญ่ เขาชอบเวลาวินวินโวยวาย เพราะมันน่ารัก แต่เขาไม่ชอบที่แจฮยอน มันกำลังบดตัวของตัวเองลงตักวินวินโว้ย  !!

 

ไปไปหมดแล้วสติ อยากจะเข้าไปกระชากคอเสื้อของไอ้เด็กหน้าหล่อ  

 

แล้วยิ่งเห็นสายตาที่มันดูจงใจจะส่งมาอีก นี่กูพี่มึงนะโว้ย แจฮยอน  !

 

จะ !! เอา !! ยัง !! ไง !!

 

วินวิน ไปถ่ายรูปกันสองคนเถอะ

 

ยังไม่ทันที่จะเดินเข้าไปหาเด็กกลิ่นตัวหอมนั่น เสียงของโดยองก็ทักวินวินขึ้นมาก่อน แล้วไงล่ะ น้องก็ไปตามอย่างงายได้

 

ให้ตายเถอะ !   เหมือนทุกคนพร้อมที่จะเล่นสงครามประสาทกับเขา และยิ่งไปกว่านั้นทุกคนทำสำเร็จ เพราะเขากำลังหัวเสียเป็นอย่างมาก

 

เป็นไงล่ะ อยากจะเข้าไปแยกน้องออกจากทุกคนก็ทำไม่ได้

 

หึ สมน้ำหน้า

 

เออ ลีแทยง เออ !! อย่าให้มีปัญหาบ้างแล้วกัน ไอ้ยูตะคนนี้นี่แหละ จะขยี้ๆๆๆๆ เอง!!! 

 

 

                                                                                                            #LonelyYW

 

 

ต่งซือเฉิงไม่ชอบที่สูง

ต่งซือเฉิงไม่ชอบการเดินทางโดยเครื่องบิน

 

และ

 

ต่งซือเฉิงกำลังกลัว

 

 

            ใบหน้าที่ไร้อารมณ์หลังจากเดินลงมาจากรถตู้นั้นไม่ใช่เพราะอารมณ์เสียหรืออะไร แต่เพราะไม่อยากที่จะแสดงสีหน้าว่ากำลังกลัวออกไปต่างหาก

 

            โดยปกติแล้วการเดินทางโดยเครื่องบินมักจะมีพี่ยูตะคอยเดินตามประกบอยู่เสมอเพื่อคอยช่วยคลายความกังวลกับเขา แต่วันนี้ไม่มี

 

            คิดถึงพี่ยูตะอีกแล้ว แต่ทำไมพี่ยูตะต้องใจแข็งขนาดนั้นด้วยนะ!

 

 

            เรียวขายาวที่มีความโก่งเล็กน้อยของต่งซือเฉิง ก้าวข้ามทางผ่านเข้าไปบนเครื่องอย่างกล้าๆ กลัวๆ วันนี้ยังไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่าจะได้นั่งข้างใคร แต่อย่างน้อยที่นั่งของสายการบินที่ขึ้นเป็นแบบสามที่นั่ง ก็คงจะเป็นพี่ๆในวงที่นั่งด้วยไม่ก็คงเป็นมาร์คกับแฮชาน ตามอายุของพวกเขาทั้งสามคน

 

            พี่วินวินนั่งแถวไหนหรอครับ

 

            ขณะที่กำลังเดินหาที่นั่งอยู่นั้น ก็เป็นรูมเมทอย่างมาร์คที่เดินเข้ามาถามเขาจากข้างหลังของเขา

 

            แถวที่17น่ะ มาร์คแถวไหน

 

            “17เหมือนกันครับ

 

            อ้าว แล้วแฮชานล่ะ

 

            ไปนั่งกับพี่โดยองครับ

 

            งั้นหรอ นึกเราจะนั่งกัน3คนซะอีก อีกคนนึงไม่รู้จะเป็นพี่คนไหนเนอะ

 

            พูดกับน้องชายผู้ถือสัญชาติแคนาดาไปก็มองหาเลขของแถวที่ตนจะนั่งไป ก่อนจะเหลือบไปเห็นเลขแถวที่ตนจะนั่ง

 

            นี่ไงมาร์คแถวรเรา  เสียงสุดท้ายถูกพูดออกมาอย่างแผ่วเบา เพราะคนที่มานั่งรอในที่นั่งติดหน้าต่างนั้นเองที่เป็นสาเหตุ

 

            พี่ยูตะ…”

 

            มันเป็นความรู้สึกที่แปลกไม่น้อยจริงๆ ทั้งๆที่ใจบ่นคิดถึงเขาอยู่เสมอ แต่พอเจอแล้วก็กลับทำตัวไม่ถูก ใบหน้าสวยเริ่มมีหยดเหงื่อขึ้นมาเกาะเล็กน้อย

 

            ขาเรียวยาวแข็งฉับพลันราวกับถูกสตัฟฟ์ไว้ เขาไม่สามารถที่จะตัดสินใจเข้าไปนั่งได้โดยทันทีเพราะความรู้สึกที่ยังคงติดอยู่ในใจ

 

            ไปโอซาก้ารอบที่แล้วเราไม่ได้นั่งข้างกัน ครั้งนี้นายจะนั่งข้างพี่ได้มั้ย

 

            เป็นคำชวนที่ถึงแม้จะดูห่ามๆเพราะคนพูด แต่มันก็ทำให้หัวใจของเขาสั่นไหวอยู่ไม่น้อย จังหวะที่เต้นตุบๆ จากความรู้สึกที่มันบีบออกมา ทำเอาแก้มกลมๆของซือเฉิงผลัดเป็นสีแดงอ่อน

 

            เข้าไปสิพี่วินวิน พี่ยูตะมาขนาดนี้แล้ว”  

 

            เสียงของน้องชายชาวต่างชาติเข้ามากระซิบที่ข้างหูและดันตัวของเขาเข้าไปนั่งข้างใน ก่อนที่ต่อไปไม่นานเสียงของพนักงานบนเครื่องบินก็ประกาศให้ทำตามกฏก่อนที่เครื่องจะออก คนตัวบางเริ่มมีอาการที่จะสั่นเล็กน้อยด้วยความกลัวอีกครั้งจนยูตะที่นั่งอยู่ข้างๆอดจะเป็นห่วงไม่ได้

 

            ถ้ากลัวก็จับมือพี่ไว้ก็ได้ ทำเหมือนทุกครั้งที่เราเคยทำน่ะ

 

            ขอบคุณครับพี่ยูตะ…”

 

            มือเล็กของซือเฉิงค่อยๆสอดเข้าไปในมือของคนที่นั่งข้างๆตามคำเชื้อเชิญ ความอุ่นของฝ่ามือและแรงบีบเบาๆของคนข้างๆนั้นทำให้ซือเฉิงคลายกังวลไปได้ไม่น้อย  ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมเขาขาดผู้ชายคนนี้ไม่ได้ เขาไม่แปลกใจเลยจริงๆ

 

            หูอื้อมั้ย? ถ้าง่วงก็นอนพิงก็ได้นะ

 

            ความรักและความอบอุ่นของนากาโมโตะ ยูตะ คงกว้างใหญ่เหนือกว่าน่านฟ้าที่เครื่องบินลำนี้กำลังผ่านอยู่ด้วยซ้ำ  

 

            ความอบอุ่นของเขาไม่ใช่เปลวไฟที่คอยให้ความอบอุ่นยามฤดูหนาว

            แต่ความอบอุ่นของเขามันเหมือนกับช็อกโกแลตร้อนที่ดื่มยามเช้าเสียมากกว่า

 

            ซึ่งมันเป็นความอบอุ่น ที่เขาชอบที่สุด

 

รู้ตัวอีกทีเขาก็ถูกปลุกจากคนข้างๆเสียแล้ว ทั้งๆที่ว่ามีเรื่องที่จะตั้งใจจะคุยแท้ๆ แต่ก็เผลอหลับเอาหัวพิงพี่ยูตะไปตลอดทางเสียได้

 

หลังจากที่เดินทางไปโรงแรมกัน การแบ่งห้องในครั้งนี้ก็เป็นแบบแบ่งตามรูมเมทในห้อง นั้นจึงทำให้เขาได้นอนกับพี่ยูตะ และ มาร์คเหมือนเดิม และดูเหมือนมาร์คจะรู้งานของเขา จึงขอตัวออกไปเล่นที่ห้องของโดยองและแฮชาน

 

ซึ่งนั่นก็ทำให้เขาได้ เคลียร์กับพี่ยูตะสักที

 

บรรยากาศในห้องกลับมาดูแปลกๆอีกครั้ง ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้มันดีขึ้นแล้วแท้ๆ แต่จู่ๆ อาการเคอะเขินแบบเงอะๆงะๆ ก็กลับมาอีกครั้ง

 

พูดยากจริงๆ ทั้งพูดยากทั้งไม่รู้จะเริ่มพูดไปว่าอย่างไร มันทำให้เขาเริ่มกังวลไปหมดจนเผลอยกมือขึ้นมากัดเล็บตามนิสัยที่เคยชิน แต่ก็ต้องหยุดเมื่อโดนพี่ยูตะเห็น

 

กัดเล็บอีกแล้ว เล็บจะกุดไม่เหลือให้เรากัดแล้วนะ

 

ก็ผมกังวลนี่

 

ยูตะคลี่ยิ้มก่อนจะจับไหล่ทั้งสองข้างของซือเฉิงและกดให้นั่งลงที่เตียงพร้อมกัน ก่อนที่ทั้งสองจะหันหน้าไปมองกันโดยอัตโนมัติและเริ่มที่จะเคลียร์เรื่องราวต่างๆ ที่ทำให้ทั้งสองมองหน้ากันไม่ติดเป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์

 

เอ่อ ผมขอโทษครับพี่ยูตะ

 

ขอโทษพี่ทำไม พี่สิต้องขอโทษเราต่างหาก ที่พูดแบบนั้นออกไป

 

ตอนนั้นน่ะ ผมตกใจนะ เสียใจด้วย แต่มันทำอะไรไม่ถูก รู้ตัวอีกทีเราก็ไม่เหมือนเดิมแล้ว

 

ขอโทษนะ

 

ที่หลังอย่าบอกว่าจะเลิกรักผมนะห้ามถอย ห้ามอะไรทั้งนั้นด้วย รู้มั้ยผมเหงามากเลยนะ ห้ามคิดว่าผมไม่แสดงความรักกลับว่าผมไม่รักได้แล้ว ผมรักพี่มาก แต่ผมแค่ขี้อายเท่านั้นเอง

 

คนที่เริ่มพูดภาษาเกาหลีเก่งขึ้นพูดออกมายาวเป็นชุด จนยูตะอดที่จะเอ็นดูไม่ได้ เลยใช้นิ้วของจิ้มไปที่พวงแก้มเนียนที่ยกขึ้นลงไปตามจังหวะคนพูดด้วยความเอ็นดู

 

ห้ามเลิกรักผมนะ

 

เน้นย้ำอีกครั้งก่อนจะสวมกอดผู้เป็นพี่อย่างเอาใจ ตอนนี้สำหรับยูตะแล้ว ซือเฉิงก็เหมือนเจ้าแมวตัวน้อยๆที่คอยอ้อนเจ้าของของมัน

 

ชอบจังเวลาเรากอดพี่ อ้อนพี่แบบนี้ อยากโดนทำแบบนี้บ่อยๆ ต้องงอนเราบ่อยๆรึเปล่าเนี่ย

 

พูดติดตลกก่อนจะลูบหัวคนที่เข้ามากอดตน ซึ่งบัดนี้ได้เอาหน้าสวยๆมาฝังไว้ที่ไหล่ของเขา ก่อนจะบ่นอะไรบางอย่างจนเสียงอู้อี้

 

เราว่าอะไรนะ พี่ไม่ได้ยิน

 

ทั้งๆที่พอจะจับใจความน้ำเสียงอู้อี้นั้นได้อยู่ แต่ยูตะก็คือยูตะวันยังค่ำ อยากจะแกล้งเจ้าเด็กตัวหอมนี่ ให้หนำใจ  จนคนที่ฝังหน้าลงไปก่อนหน้านี้เงยหน้าขึ้นมา

 

ก็บอกว่าห้ามงอนไง ผมเหงา ห้ามทำแบบนั้นอีกนะ สัญญาสิ สัญญา

 

โวยวายเป็นเด็กเล็กที่ถูกผู้ใหญ่ขัดใจไม่ให้ของเล่น คงเป็นคำนิยามอาการของซือเฉิงในตอนนี้ นากาโมโตะแกล้งหยั่งเชิงทำท่าคิดไปคิดมา จนเด็กที่อ้อนอยู่ลุกลี้ลุกลนใหญ่

 

อยากให้อ้อนบ่อยๆหรอ ได้ๆ แต่ห้ามงอนอีกนะ

 

พูดจบร่างบางของซือเฉิงก็เลื่อนหน้าของตนมาก่อนที่จะฝังจมูกลงไปบนแก้มของคนอายุเยอะกว่า แรงสูดแบบเงอะๆงะๆ นั้นทำให้คนโดนกระทำพอใจอยู่ไม่น้อย

 

ชอบให้อ้อนใช่มั้ยฮะ

 

เปลี่ยนข้างจู่โจม ซ้ายที ขวาที จนแก้มของนากาโมโตะ ยูตะแทบจะช้ำ แต่มีหรือที่เขาจะไม่พอใจอยากจะนั่งไปเรื่อยๆให้เด็กดื้อหอมเขาจะแก้มยุบไปข้างเลยด้วยซ้ำ แต่ติดว่าคิดเรื่องบางอย่างออกจึงตัดสินใจผลักคนที่จู่โจมตนให้ติดลงกับเตียงนุ่มๆของโรงแรม ก่อนที่จะเริ่มปีนป่ายขึ้นมาอยู่ในตำแหน่งที่เหนือกว่า

 

เราอ้อนแก้มพี่บ่อยแล้ว พี่ขออ้อนปากเราได้มั้ย

 

อื้อ

 

ตอบรับผ่านเสียงจากลำคอที่เปร่งออกมา ใบหน้าสวยของซือเฉิงที่แดงซ่านผิงหน้าซบหมอนด้วยความเขิน แต่ก็ยังถูกคนที่ขออนุญาตินั้นล่วงล้ำริมฝีปากอวบอยู่ดี

 

รสสัมผัสที่อ่อนโยนของริมฝีปากที่ถูกทาบมาทำเอาซือเฉิงแทบจะลอยเพราะสัมผัสที่หอมหวานนั้น ยูตะยังคงละเมียดละไมบดริมฝีปากมาอย่างไม่ลดละ แม้ว่าจะไม่ได้เป็นสัมผัสแบบมูมมามที่ร้อนแรงดุจไฟ แต่ก็เป็นสัมผัสเบาๆ ที่คล้ายสายน้ำ แต่ทำเอาซือเฉิงแทบอยากจะหยุดลมหายใจ

 

บรรยากาศในห้องช่างเงียบเสียเหลือเกิน ที่ได้ยินก็คงจะเป็นแต่เสียงเครื่องปรับอากาศ เพราะคนทั้งสองนั้นต่างไม่พูดจากันแบบออกเสียง หากแต่ยังคงใช้ใจสื่อสารกันแทน  ยูตะยังคงกล่อมคนใต้ร่างของตนด้วยบทเพลงรักจากปากไม่สิ้นสุด แต่จู่ๆก็ต้องหยุดลงเมื่อรู้สึกถึงอะไรบางอย่าง

 

วินวินเดี๋ยวพี่มานะ

 

ผละจากร่างบางที่ตนอยู่เหนือมาตลอด ก่อนจะลุกขึ้นจากเตียงใหญ่หนานุ่ม ขาแกร่งที่มาจากการออกกำลังกายก้าวออกไปยังประตูห้องก่อนที่จะเปิดมันออกมาและพบเหล่าบุคคลที่มายืนอยู่ออกันอยู่หน้าห้อง ล้มจับกบไม่เป็นท่าอยู่ตรงหน้าเขา

 

            ไอ้พวกเวร

 

            ยูตะกัดฟันกรอดมองสมาชิกร่วมวงแทบทุกคนที่มายืนเกาะเป็นตุ๊กแกอยู่หน้าห้อง เพราะว่าเสียงในห้องนั้นเงียบจึงทำให้เขาได้ยินเสียงที่ออกมาจากข้างนอก ดูท่าว่าการเสือกครั้งนี้จะนำทัพโดยไอ้เพื่อนตัวดีของเขาและวินวิน อย่าง แทยง และ แจฮยอน

 

            คืองี้ ผมก็แค่จะมาลุ้นว่าพี่คืนดีกันยังไง นู้นโทษมาร์คลีเลย เขามาบอกพวกผมเอง

 

            เป็นแจฮยอนที่ยิ้มแห้งๆ ก่อนจะรีบโบ้ยให้น้องสนิทอย่างมาร์คลีที่ตอนนี้ทำหน้าเด๋อด๋า ยืนอยู่ข้างหลังกับโดยอง

 

            เห้ย อะไรพี่ไม่เกี่ยวกับผมซะหน่อย

 

            น้องชายสัญาติแคนาดาปฏิเสธเสียงแข็ง ก่อนจะเข้าไปหลบข้างหลังของแทอิลกับโดยองพี่ชายสองคนที่ปกป้องมาร์คราวกับลูกในไส้

 

            เห้ย ใจเย็นๆยูตะน้องมันก็แค่หวังดี

 

            มึงอะตัวดีเลยแทยง

 

            ยูตะทำท่าจะบ้องหูเพื่อนรักผู้เป็นหัวหน้าวงสักที แต่ก็ถูกคว้ามือไว้ทันก่อน และเพราะเสียงโวยวายที่เริ่มดังขึ้นมาบ้าง จึงทำให้ซือเฉิงที่นอนอยู่บนเตียงลุกขึ้นมาดูเหตุการณ์

 

            มีอะไรกันหรอครับพี่ยูตะ        

 

            ร่างบาเข้ามาถามด้วยสีหน้างุนงง เพราะสมาชิกในตอนนี้ยืนออเต็มหน้าประตูห้องกันไปหมด นี่ถ้าเมเนเจอร์รู้เรื่องนี้ คงต้องมีคนโดนลงโทษแน่ๆ

 

            ไอ้พวกนี้มันแอบฟังเรา

 

            จริงหรอเจย์?”

 

            เปล่าจ้า วินวิน เปล่าเล๊ยยยยเพื่อนตัวดียืนเหงื่อตก

 

            เห็นยืนกันอยู่ทนโท่ทั้งวง แล้วยังจะมาปฏิเสธ ซือเฉิงถอนลมหายใจพร้อมกลอกตา ใจอยากจะเข้าไปเตะเพื่อนตัวดีสักป๊าบ แต่ก็กลัวเพื่อนเจ็บ

 

            ไม่ต้องมาโกหกเลย แล้วนี่มายืนกันอย่างงี้ พี่เมเนก็บอกไม่ใช่หรอ ว่าห้ามออกนอกห้องถ้าไม่จำเป็นอะ

 

            พี่แทยงก็เอากับเขาด้วย กลับห้องกันให้หมดเลยครับ มาร์คด้วย กลับมาที่ห้องได้แล้ว

 

            เข้าสู่โหมด อาจารย์ต่งผู้เคร่งขึม ซือเฉิงร่ายภาษาเกาหลียาวๆแบบแทบไม่หายใจดุพี่ๆน้องๆร่วมวงที่มายืนอยู่หน้าห้อง อย่างไม่จริงจังนัก แต่ก็ทำสองแกนนำอย่างแทยงและแจฮยอน หน้าหงอยๆไปได้เหมือนกัน

 

            พี่วินวินนอนกับพี่ยูตะก็ได้ครับ เดี๋ยวผมไปนอนกับพี่โดยองเอง

 

            ไม่เอาอะ มาร์คมานอนกับพี่แหละดีแล้วไม่ต้องไปรบกวนพี่---”

 

            ยังไม่ทันจะได้พูดจบ ซือเฉิงก็ถูกมือของคนรักปิดปากไว้แน่น ก่อนที่เขาจะพูดแทนตน

 

            ไปนอนห้องนั้นแหละดีแล้ว พี่ลงโทษนายมาร์ค โทษฐานเอาเรื่องไปบอกพวกนี้

 

            สิ้นเสียงนากาโมโตะ ยูตะ ก็ปิดประตูใส่หน้าพวกเมมเบอร์ทั้งหมดดังปึ้ง ก่อนจะล็อกห้องและลากร่างบางกลับไปยังเตียงนอนเรือนใหญ่ดังเดิม

 

            มีโอกาสจะได้นอนสองคนทั้งที อย่าทิ้งโอกาสนั้นสิครับ

 

            พูดจบนากาโมโตะ ยูตะก็ผลักร่างของซือเฉิงลงกับเตียง ก่อนที่จะขึ้นมาคร่อมและมอบจุมพิตรสหวานให้กับเด็กตัวหอมใต้ร่าง

 

            ครั้งนี้ยูตะไม่ให้โอกาสคนใต้ร่างของตนได้ท้วงอีกแล้ว ในเมื่อมีโอกาสทั้งทีครั้งนี้ก็อยากจะขอฟันกำไรคืนหลังจากที่ห่างหายมานานเกือบสัปดาห์

 

            ซือเฉิงพี่ขอโทษนะ แต่พี่ทนหิวเราต้องเกือบสัปดาห์ ขอกินให้หนำใจหน่อยแล้วกัน

 

 

END

 

เอ้าสุดท้ายฟิคก็เขาเรื่องกามจนได้ ทำไมฉันเป็นคนบาปขนาดนี้

ช่วงนี้อัพ OS มาสองเรื่องติด เพราะอยากลงแก้บนค่ะ ไม่ใช่อะไร บนไว้เยอะเหลือเกิน

เรื่องนี้เราอิงจากสถานการณ์ช่วงนึงที่เราแอบคิดว่า สองคนนี้ปั้นหน้าตึงใส่กันค่ะ

ก็เลยได้เรื่องนี้ออกมา ที่ชื่อเรื่องเป็นแบบนี้เพราะฟังเพลง Lonely ของ จงฮยอนค่ะ เลยนึกถึงเวลาการที่เราบอกเลิกใครสักคน แล้วทนคิดถึงเขาแทบไม่ไหว มันรู้สึกเหงาๆอะเนอะ เหมือนที่ตอนนี้เราก็เหงาใจเพราะ อซทล. จบแล้ว แงงงงง T___T

 

หลังจากนี้คาดว่าจะไล่ลงฟิคยาว ทั้งนากาโมโตะ รุ่นที่6 และ How to be yours สักพักนะคะ ดองไว้นานแล้ว เดี๋ยวหลายๆคนจะลืมเนื้อเรื่องซะก่อน

 

คอมเม้นต์พูดคุยกันได้ เมนชั่นมาคุยกันก็ได้น้า ว่างๆตอบเสมอ ฮือ ไม่อยากคุยคนเดียวไปมากกว่านี้แล้วง่า

 

 

สุดท้ายนี้ ฝันดีค่ะ ขอบคุณที่เข้ามาอ่านนะคะ ฝากติดตามผลงานเราต่อไปเรื่อยๆด้วยน้า

 



จำลองภาพพี่ยูตะตอนที่แอบยืนมอง เจย์บดๆที่ขาน้องวิน ด้วยความอิสสา คิคิ

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 31 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

65 ความคิดเห็น

  1. #62 ttchalee (@ttchalee) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 3 พฤศจิกายน 2562 / 22:49
    ชื่อเรื่องมาจากเพลง lonelyของbol4 ใช่ป่ะ
    #62
    1
    • #62-1 melody12077 (@melody12077) (จากตอนที่ 5)
      19 ธันวาคม 2562 / 15:45
      จองพี่จงฮยอนค่ะ
      #62-1
  2. #59 Jjaji (@Jajub16) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 23 เมษายน 2562 / 12:06
    น่ารักมากก วินวินหาทางอยู่กับพี่เขาสองคนจนได้ อรั้ยย
    #59
    0
  3. #52 puzzle97 (@jktfb97) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 21 พฤศจิกายน 2561 / 06:09
    This is true story! I love it
    #52
    0
  4. #22 Pandanui (@chulhono) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2560 / 18:43
    ฮือออออออออ แบบสงสารอ่ะตอนที่งอนกัน ต่างคนต่างเหงาเนอะ แต่ก็นั่นแหละทุกความเหงามันก็ต้องมีคนที่ทำให้เราหายเหงาแล้วก็ไม่ใช่ใครก็ได้ซะด้วยสิ เห้อ แต่แบบ กลับมาดีกันแล้ว ตอนแรกคิดว่าจะไม่ได้แล้วอ่เพราะมีคนแอบฟัง555555 แต่สุดท้ายก็จบแบบที่อยากให้จบเลย ฮือออออ ขอให้ห้องเก็บเสียง //บาป
    #22
    0
  5. #21 lillet rosé (@lilletrose) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2560 / 18:30
    "ห้ามเลิกรักผมนะ" โอโห ดาเมจแรงมากเลยค่ะตอนน้องวินพูด ตอนนี้พี่เขาก็รักจนไม่รู้จะถอนตัวยังไงแล้วตัวดีเอ้ย งือ ขำเมมเบอร์คนอื่นปั่นหัวพี่ยูตะมากค่ะ เป็นเรื่องที่ดูมีความ based on true story มากเลย ชอบมาก . /// .
    #21
    0
  6. #20 หน้าฟักทอง (@pim123-) (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2560 / 06:20
    ตายๆๆๆๆ น่ารักมากกกก
    #20
    0