OS / SF Chicken Lemons [Yuwin & NCT]

ตอนที่ 3 : あなたの名前は何ですか?(What is your name) [Yuwin]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,221
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 38 ครั้ง
    4 พ.ค. 60

[OS]あなたの名前は何ですか?(What is your name)

Pairing : Nakamoto Yuta X Dong Si cheng

 

                                                                                    勇気出して  歩いてみる                          

                                                                                                            10秒くらい目が合った

 

รุ่นพี่ครับเราก็เจอกันที่ป้ายรถบัสทุกวัน รุ่นพี่ชื่ออะไรหรอครับ

 

ฉันหรอ? ฉันชื่อ -------”                                                                                                                              

 

ต่งซือเฉิง !! เธอหลับในเวลาเรียนของฉัน ออกไปยืนหน้าห้องเดี๋ยวนี้!! ” ผมสะดุ้งตื่นจากความฝัน ก่อนจะเงยหน้ามามองอาจารย์ที่แทบจะกินหัวของเขา

 

แจฮยอนนะแจฮยอน ทำไมไม่สะกิดกันก่อนวะ !!

 

อาจารย์ครับ ผมขอโทษนะครับ แต่ผมไม่ไปยืนหน้าห้องได้มั้ย ผมอายเขา แถมนี่ก็เป็นครั้งแรกของผมอีก ผมสัญญาผมจะไม่ทำครั้งต่อไปนะครับผมยกมือไหว้ขอร้องอาจารย์พร้อมแสร้งทำหน้าเศร้าแบบขั้นสุด ระดับเจ้าของรางวัลออสการ์ก็ยังต้องยอมแพ้

 

เอาวะยังไงอาจารย์ท่านก็ต้องเห็นใจอยู่ละ วินสมชื่อจริงๆเลยตู ( ´_`)

 

 

เรื่องมาก ! ถ้าไม่อยากยืนก็ไปวิ่งรอบสนามฟุตบอล สักสิบรอบไป!!!”

เงียบ

 

 

เงียบกริบ ทั้งผมและเพื่อนๆในห้อง ผมหันไปมองเพื่อนๆอย่างเลิ่กลั่ก เหงื่อบนใบหน้าเริ่มผุดเต็มไปหมด อีกทั้งสายตาเพื่อนๆที่มองผมตอนนี้

 

มันเป็นสายตาเวทนาและสงสารผมเสียเหลือเกิน

 

 

บางคนก็ทำท่าพนมมือขอพร บางคนก็ทำท่าประสานมืออ้อนวอนพระเจ้า ไหนจะอิเพื่อนรักข้างๆที่ทำหน้าเหมือนขอให้ผมได้เกิดใหม่ในชาติภพดีๆ

 

เออ ช่วยกูได้มากเลย ฮือ (ಥಥ)

 

ไม่แปลกหรอกครับที่ทุกคนจะทำหน้าอย่างนั้น ก็อีสนามบอลโรงเรียนผมเนี่ย มันใหญ่ขนาดมาตรฐานสนามฟุตบอลของFIFA !!!

 

แค่รอบเดียวก็หอบเป็นหมาแล้ว

สิบรอบหรอคงไม่ตายก็คางเหลือ

 

 

ฮือออออ อิพ่อ อิแม่ ช่วยหนูด้วย หนูยังไม่อยากตายยยยยยยยยย !!!!!

 

อะ อาจารย์ครับ…”

 

ไม่ต้องพูดมาก หรือจะเอาสักร้อยรอบ!!”

 

สิบรอบก็สิบรอบครับผมตอบกลับไปด้วยใบหน้าหมาหงอย ก่อนจะดันตัวลุกขึ้นจากโต๊ะเรียน เพื่อไปรับผลกรรมที่ก่อไว้  สีหน้าอาจารย์ตอนที่ผมเดินผ่านนี่แบบอยากจะหันไปถามว่าลงมาวิ่งไปเพื่อนผมมั้ยสักทีแต่ก็ได้แค่คิดแหละ ขืนถามเข้าไปตรงๆ ผมคงตายอย่างเขียดแน่ๆ

 

 

แม่จ๋าถ้าหนูไม่ได้กลับบ้านไป ขอให้แม่รู้ไว้ว่าหนูอาจจะอยู่ที่ห้องดับจิตที่ไหนสักแห่งนะจ๊ะ (இஇ`)

 

 

                                                                                                                                                                                                                        #あなたの名前は何ですか?

 

 

ผมเดินมองสนามฟุตบอลจากชั้นบนด้วยความหวาดกลัว พอนึกว่าจะต้องวิ่งไปแต่ละก้าวในสนามนั้นก็รู้สึกเหมือนวิ่งเข้าสู่ประตูแห่งความตาย

 

ผมคงลืมบอกไปว่าช่วงนี้เป็นช่วงปิดเทอมฤดูหนาว และที่ผมต้องมาเรียนเนี่ยก็เพราะดันไปสอบตกวิชาเจ๊เมื่อกี้นี้แหละ ในห้องนั้นก็เหมือนกันทั้งหมด พวกตกวิชาอาจารย์ป้าเจ๊ ที่โดนนัดมาเรียนช่วงปิดเทอมเล็กในฤดูหนาว

 

คนอะไรก็ไม่รู้ สอนก็ไม่เข้าใจ แถมยังดุยังกะ หม----  

 

ฮือ พูดแล้วก็อยากร้องไห้ครั้งที่ร้อย ทำไมชีวิตของหนูต้องมาเจออะไรแบบนี้ด้วย !!

 

 

แต่

 

 

นั้นพวกชมรมฟุตบอลนี่

 

ด้วยความสายตาดีของผม จึงเหลือบไปเห็นนักกีฬาฟุตบอลของโรงเรียนกำลังวอร์มอัพกันอยู่ที่สนามกันอยู่ เอาวะอย่างน้อย เราก็ไม่ได้วิ่งคนเดียวโว้ย

 

ฮุฮุ เนียนไปอีก

 

ว่าแต่ชมรมฟุตบอลงั้นหรอ….

 

 

งั้นชมรมฟุตบอลก็มีพี่คนในฝันสิ !!!!


โอ้มายก๊อด โอ้มายก๊อด โอ้มายก๊อดดดดดดดดดด
!!! อยากจะอุทานประหนึ่งไอเด็กมาร์ค ลี ที่อยู่ปี1 ชะมัด ฟ้าจะเป็นใจอะไรขนาดนั้น ขนาดโดนทำโทษ ยังได้เห็นผู้ชายคนที่ชอบ โอเค งั้นเรื่องนี้จะยกเป็นความดีความชอบให้อาจารย์ป้าเจ๊แล้วกัน

 

วิ่งสิบรอบ แล้วก็แกล้งทำเป็น เป็นลมตรงหน้าพี่เขา ให้พี่เขาอุ้มไปห้องพยาบาลไรงี้  หูยแผนดีเลิศ งานนี้พี่เขาเสร็จไอ้วินแน่ *ยิ้มอย่างชั่วร้าย*

 

เอ่อว่าแต่พี่เขาชื่ออะไรวะ

 

นึกถึงแล้วก็อยากจะบ้าตาย แอบชอบพี่เขามาสองปี ยังไม่รู้เลยพี่เขาชื่ออะไร () รู้แค่ว่าอยู่ชมรมฟุตบอล บ้านอยู่หมู่บ้านเดียวกันเพราะลงป้ายเดียวกัน เรียนปี3 นอกจากนั้นก็ไม่รู้อะไรเกี่ยวกับแม่งเลย

 

ชอบเขาภาษาอะไรวะเนี่ย ?...

 

นี่ยังไม่ลงไปวิ่งอีก จะต้องให้ฉันไปคุมเลยมั้ย!!” เสียงอาจารย์ป้าเจ๊ไล่ตามหลังมาติดๆ   

 

โหใจเย็นๆมั้งเหอะป้านี่ก็อยากลงไปดูพี่เขาใจแทบขาดละ

 

 

ผมรีบวิ่งไปลงก่อนจะใช้เวลาไม่นานนักก็ถึงสนามฟุตบอล ทุกคนในชมรมฟุตบอลมองผมเป็นสายตาเดียวกัน ก่อนจะมีใครบางคนเดินแทรกออกมา

 

 

พี่คนนั้น คนที่ผมไม่รู้จักชื่อ

 

น้องชื่อ ต่ง ซือเฉิงใช่มั้ย

 

โอ้ มาย ก๊อดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด !!!

 

พี่เขาเรียกชื่อหนู  ((((;゚Д))))

 

เอ่อ ผมเองครับผมตอบกลับไป พลางก้มหน้ามองพื้นดินด้วยความเขิน บ้าบอ บ้าบอที่สุด ทำไมต้องเขินขนาดนี้วะเนี่ย ()

 

อาจารย์โทรมาให้พี่คุมนายวิ่งน่ะ ที่หลังก็อย่ามัวแต่หลับในคาบสิ

 

สิ้นคำผมราวกับถูกฟ้าผ่ากลางสนามฟุตบอล

 

อีป้าเจ๊ เมิงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง !!!!!

 

 

สุดท้ายแล้วทำไงได้ละครับ ชื่อพี่เขาก็ไม่รู้ แถมมีท่าทีว่าจะนกอยู่ ภาพลักษณ์เด็กใสๆของผมที่เจอกันที่ป้ายรถบัสทุกวันหมดไปแล้ว เพราะอาจารย์ป้าเจ๊คนเดียว ฮือออออออ วินวินจะเอาหน้าไปซุกไว้ในหลืบไหน

 

อีกสองรอบเอง สู้ๆ

 

ค้าบบบบบบ

 

ตอบไปด้วยน้ำเสียงยานๆ ฮือออ ถึงพี่คนนั้นแม้ว่าผมจะดีใจที่ได้คุยกับพี่ แต่พี่อย่าพึ่งชวนผมคุยได้มั้ย ผมไม่มีแรงจะตอบแล้วนะ

 

การวิ่งของผมนั้น เหลือจุดหมายอีกแค่2รอบเท่านั้น แต่ทำไมตัวผมรู้สึกผมวิ่งไปยังที่ ที่ไม่มีจุดหมายเลยล่ะ ทำไมระยะทางมันดูยาวไกลไปเสียหมด 

 

ทำไมทุกคนดูตัวเล็กลง

 

และทำไมผมก้าวขาวิ่งต่อไม่ออกกันนะ

 

 

พรึ่บ !

 

เห้ย  !”  เสียงร้องเห้ยดังมาก เสียจนผมได้ยิน ตอนนี้ผมคงจะล้มไปกองกับพื้นแล้วสินะ  ให้ตายสิ ทั้งๆที่กะจะแกล้งเป็นลมแท้ๆ แต่กลับมาขาอ่อนหมดแรงล้มลงไปกับพื้นซะก่อน

 

ทุกคนต่างวิ่งกรู มารุมที่มุงที่ตัวผม ก่อนจะเป็นรุ่นพี่คนนั้น ที่ไล่ทุกคนที่มามุงออกไป

 

เห้ย อย่ามามุงสิวะ ไม่เคยเรียนปฐมพยาบาลรึไง ใครช่วยอะไรไม่ได้ก็กลับไปซ้อมซะ ! ” พี่เขาดุจัง แต่ก็เท่ดีนะ

 

ไปห้องพยาบาลกับฉัน นายลุกขึ้นไหวมั้ย? เดี๋ยวฉันพยุงนายไปห้องพยาบาลเองผมพยักหน้าเชิงไหว ความจริงผมคิดว่าผมน่าจะไหวแหละ

 

ค่อยๆลุก”  ผมดันตัวขึ้นอย่างช้าๆตามที่พี่เขาบอก สงสัยผมคงจะคำนวณพลาดจริงๆ ขาผมยังรู้สึกไม่มีแรงอยู่เลย

แต่เอาวะ ยังไงวันนี้วินวินต้องรู้ชื่อพี่เขาให้ได้ !!!

 

เอ่อ รุ่นพี่ครั--”

 

 ไม่ทันที่จะพูดจบ ร่างบางก็ทรุดลงกับพื้นอีกครั้ง ในรูปแบบที่ไม่ได้สติจริงๆ ดวงหน้าใสที่ผุดไปด้วยเหงื่อ หลับตาลงพร้อมกับอกที่สั่นกระเพื่อมไปด้วยความเหนื่อยล้า จนลงไปกองที่แทบเท้ากัปตันชมรมฟุตบอล ที่กำลังจะพยุงรุ่นน้องคนนี้ไปยังห้องพยาบาล

 

เห้ยน้อง !!! ”

 

                                                                                                      #あなたの名前は何ですか?

 

ที่นี่ ที่ไหน ??

 

ผนังและเพดานสีขาวคุ้นๆแบบนี้ ….

 

ห้องพยาบาล !!!!

 

ผมสะดุ้งเฮือก ก่อนที่จะลุกขึ้นมาเห็นเพื่อนสนิทอย่างแจฮยอนที่นั่งอยู่ข้างเตียง พร้อมกับรุ่นพี่คนนั้น

 

เห้ยค่อยลุกดีๆสิวะ วินวินผู้ชายผมสีบลอนด์ทองบอกกับเพื่อนสนิท ก่อนที่จะเดินไปประครองเพื่อที่กำลังจะนั่งบนเตียงของห้องพยาบาล

 

เอาน้ำมั้ยมึง?” คนตัวบางไม่ตอบอะไรก่อนพยักหน้าให้เพื่อนช้าๆ แต่สายตานี่สิ ยังคงมองรุ่นพี่ที่มานั่งเฝ้าตนด้วยเช่นกัน

 

เอ่อรุ่นพี่ครับ ขอบคุณมาส่งนะครับ

 

หลังจากได้ดื่มน้ำที่เพื่อนสนิทหามาให้ เจ้าของร่างบางนามว่า ต่ง ซือเฉิงก็หันมาขอบคุณรุ่นพี่ผู้เป็นคนนำตนมาส่งที่นี่  

 

ไม่เป็นไรหรอก อาจารย์ก็ลงโทษเราเกินไป ว่าแต่ทำไมไม่ไหวแล้วไม่บอกกัน ถ้าเกิดเป็นอะไรขึ้นมาจะทำไง

 

เสียงพี่เขาดูดุเล็กน้อย แต่จะให้ทำไงได้ล่ะ ในเมื่อคนมันไม่กล้าบอกนี่!

 

ถ้าบอกกันว่าเหนื่อยพี่ก็จะโกงให้เราแล้วแท้ๆ ที่หลังอย่ารั้นแบบนี้นะ” 

 

งะ.. อยากร้องไห้  พี่หยุดดุผมได้แล้ว แจฮยอนโว้ย หยุดพี่แกให้ที

 

ผม…”

 

ไม่ต้องพูดแล้ว นอนพักเถอะ พี่ไปแล้วนะ

 

ร่างโปร่งของนักกีฬาโรงเรียนถัดตัวเองลุกขึ้นจากเก้าอี้ข้างเตียง ก่อนจะโดนรุ่นน้องที่ตนพึ่งช่วยมาเรียกเสียก่อน

 

เดี๋ยวก่อนครับรุ่นพี่!!”   

 

คนถูกเรียกหันขวับ

 

มีอะไหรอ?”

 

เอ่อ รุ่นพี่ชื่ออะไรหรอครับ

 

YES !!! ในที่สุดก็ถามสำเร็จแล้วโว้ย ยังไงวันนี้ ต่งซือเฉิงคนนี้จะต้องได้รู้ชื่อพี่เขาแน่นอน !! 

 

แต่ ….

 

Trrrr Trrrr

 

แป๊ปนึงนะ แม่โทรมา

 

โว้ย !!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!

 

ถ้าไม่ติดว่าเพิ่งเป็นลมมาจะกรี๊ดๆๆๆๆๆๆๆ ให้ดังลั่นห้องพยาบาลเลย ทำไมต้องนกซ้ำนกซ้อน นกในนกในนกเบอร์นี้ วินวินไม่เข้าใจ

 

อ่าเชิญรุ่นพี่เลยครับ

 

แม้ในใจจะเป็นเดือดเป็นร้อนถึงเพียงไหน แต่ความจริงแล้วก็ได้แค่นั่งทำตาแป๋ว มองหลังพี่เขาที่เดินออกไปจากห้องพยาบาล

 

เฮ้อ ไม่เคยอยากร้องไห้ขนาดนี้เลย !

 

ทำหน้าเบะแบบนี้ นี่มึงยังไม่รู้ชื่อพี่เขาอีกหรอจองแจฮยอนที่นั่งอยู่ข้างๆ ถามเพื่อนของตนด้วยความสงสัย เขาก็พอจะรู้อยู่หรอกว่ารุ่นพี่คนนี้ เป็นคนที่เพื่อนของตนแอบชอบมาตลอด

 

แต่นี่มันก็2ปีแล้ว ไอ้จิ๊บมันยังไม่รู้ชื่อพี่เขาอีกหรอวะ โคตรกาก!

 

มึงก็ดูดิ พอกูจะได้ถามก็เป็นแบบนี้ทุกที เมื่อกี้ตอนที่กุหลับแล้วโดนป้าเจ๊ไล่ออกมาทำโทษ กูก็ฝันว่ากำลังถามชื่อเขานี่แหละ

 

เออ ไอ้นี่มันเป็นเอามากเว้ย’  จองแจฮยอนได้แต่คิดอย่างนั้น

 

เออ ว่าแต่มึงนั่งกับพี่เขาตั้งนาน มึงได้ถามชื่อพี่เขามั้ย

 

เหมือนพึ่งนึกออกว่าเพื่อนรักของตนนั่งเฝ้าตนกับรุ่นพี่คนนั้น เจ้าของใบหน้าที่มีลักษณะคล้ายลูกเจี๊ยบก็รีบหันไปถามเพื่อนด้วยใบหน้าที่ตื่นเต้น อย่างคนที่กำลังมีความหวัง

 

เอาล่ะ นั่งด้วยกันมาตลอดขนาดนี้ ไม่ปริปากบอกชื่อก็ไม่รู้จะว่าไงละ!

ไม่อะ ทำไมกูต้องถาม ตอนนั่งรอมึงกูก็เห็นแต่เขานั่งเงียบๆ ชวนกูคุยสักคำยังไม่มี

 

โอ๊ยยยยยย ไอ้แจฮยอน ไอ้ฉลาดแค่เรื่องกินกับเรื่องเรียน !!!!! 

 

มึงไม่ต้องทำหนัาเหมือนคนจะร้องไห้เลยวินวิน ไม่สงสารเว้ย

 

ก็มึงไม่เข้าใจกูอะ แจฮยอน มึงดูสิโอกาสที่จะได้เจอพี่เขาใกล้ๆแบบนี้มันไม่ได้มีบ่อยๆนะเว้ย

 

มึงเจอพี่เขาทุกวันที่ป้ายรถบัสวินวิน = = ”

 

คนตัวบางทำหน้างอหลังจากเถียงผู้เป็นเพื่อนไม่ออก ก็จริงอย่างที่แจฮยอนกล่าวมาว่าเขาเจอหน้ารุ่นพี่คนนี้แทบทุกวัน แต่พี่เขาคงจำหน้าเราไม่ได้หรอกมั้ง ขนาดตอนมาวิ่งพี่เขายังไม่ทักเลยว่าเป็นน้องคนที่เจอบ่อยๆที่ป้ายรถบัส

 

นึกแล้วก็น้อยใจ น่ารักขนาดนี้ทำไมจำไม่ได้กันนะ !

 

นี่วินวิน

หึ้ม?”

เลิกกาก แล้วลุยใส่พี่เขาเชื่อกู

 

แจฮยอนบอกก่อนที่จะใช้มือหนาทั้งสองข้างมาแตะที่ไหล่แคบที่ลู่ลงทั้งสองข้างของคนที่นอนอยู่บนเตียงของห้องพยาบาล เพื่อเป็นการถ่ายทอดกำลังใจ

 

กูต้องทำได้ แจฮยอน กูต้องทำได้ !!!”

 

เอาล่ะ ต่งซือเฉิงตั้งใจแล้วซะอย่าง ยังไงก็ต้องทำได้อยู่แล้ว !!

 

สู้โว้ย !!!!!

 

                                                                                                   #あなたの名前は何ですか?

 

ทำได้เราทำได้ !!!

.

.

.

.

.

.

.

 

ทำได้เชี่ยอะไรล่ะ !!!

 

นี่ก็ผ่านมา2เดือนกับอีก15วันแล้ว เขายังไม่ได้เดินหน้าคุยกับรุ่นพี่คนนั้นเลย กากกว่านี้ ก็กากไก่แล้ว !!

 

กลีบดอกซากุระที่เริ่มร่วงหล่นลงมาอย่างประปรายเป็นสัญญาณแห่งการเริ่มต้นและการจากลาอีกครั้ง นี่ก็เข้าเดือน3แล้ว อากาศปีนี้เย็นยะเยือกกว่าปกติ ลมหนาวที่คอยพัดมาทำเอาเขาแทบไม่อยากจะก้าวขาออกจากบ้านเลย

 

ซือเฉิงเร็วๆหน่อยได้มั้ยวะ จะสายแล้ว”  เสียงของจองแจฮยอน ตะโกนบอกกับเพื่อนของตนที่เดินเตาะแตะ เตาะแตะ ไม่ต่างจากเจ้าเพนกวินตัวอ้วน

 

เออๆ ก็มันหนาวนี่ จะให้ก้าวขายังไงให้ไววะต่งซือเฉิงตอบกลับผู้เป็นเพื่อน ก่อนจะรีบวิ่งไปเกาะเพื่อนที่ตัวหนากว่าเพื่อช่วยกันหนาว

 

ต้องขอบคุณแจฮยอนนะเนี่ยที่อ้วนอะ ช่วยเราหายหนาวได้เยอะเลย

พูดมากนะมึง

 

คนตัวบางยิ้มแห้งๆ ก่อนจะเกาะแขนผู้เป็นเพื่อนเดินเข้าไปในโรงเรียน ที่วันนี้มีคนชุกชุมเหลือเกิน อาจจะเป็นเพราะวันนี้เป็นพิธีจบการศึกษาของรุ่นพี่ม.ปลายปี3 ก็ได้คนเลยเต็มไปหมดอย่างนี้

 

ว่าถึงรุ่นพี่ม.ปลายปี3 ก็รวมไปถึงพี่คนนั้นน่ะแหละ

 

ทุกวันนี้ก็ยังไม่รู้ชื่อเขาเลย เฮ้อ

 

ความจริงแล้วใช่ว่าจะไม่สามารถรู้ชื่อพี่เขาได้เลย ถามใครก็น่าจะรู้กันหมด แต่เป็นเพราะเขาเลือกเองแล้วต่างหากว่าถ้าตนยังไม่กล้าพอขนาดนี้ก็สู้ไม่ต้องรู้จักพี่เขา และปล่อยให้เขาเป็นคนไร้ชื่อจากหัวตัวเองจะดีกว่า

 

ดีกว่าเยอะเลยจริงๆ

 

น้องวินวิน วันนี้ทำผมใหม่น่ารักจังเลยเสียงของพี่โดยองแฟนของแจฮยอน บอกกับผมก่อนจะชี้ไปที่ทรงผมใหม่ที่วันนี้ผมลองเซ็ตมาอย่างดี จากที่ปกติไม่เซ็ตมาโรงเรียนสักเท่าไหร่

 

ขอบคุณฮะพี่โดยองเป็นเพราะโรงเรียนเราเป็นโรงเรียน นานาชาติ จึงมีคนมากหน้าหลายตา หลายเชื้อชาติเต็มไปหมด ผมที่ย้ายมาอยู่ประเทศญี่ปุ่นตั้งแต่เด็กก็ถูกจับเข้าโรงเรียนนี้เหมือนกัน เพื่อที่จะได้มีเพื่อนหลายสัญชาติ  คุณแม่ว่างั้น

 

แต่พอมานึกดูดีๆ ปีหน้าก็จะจบแล้ว ก็ยังมีเพื่อนอยู่คนเดียว

 

น่าผิดหวังแทนความหวังของแม่จริงๆ

 

พี่โดยองพิธีจะเริ่มตอนไหนอะ”  เสียงทุ้มของแจฮยอนถามกับคนรักของตนเอง

 

อืม…” พี่โดยองยกข้อมือของตนที่เองที่มีนาฬิกาข้อมูลมาดู

 

อีก10นาทีก็น่าจะเริ่มแล้วล่ะ

 

งั้นพี่โดยองไปเลย ผมกับวินวินจะรออยู่ข้างนอกนี่แหละ แล้วก็อย่าลืมเรื่องนั้นที่เราตกลงกันนะ”  โดยองทำท่าตกลงกับแจฮยอนกันสองคน  ก่อนจะโบกมือลาคนรักกับเพื่อนของคนรักเดินเข้าบริเวณงานพิธีไป  ทิ้งให้แต่ เจ้าเด็กน้อยที่หน้าตาเหมือนลูกเจี๊ยบยืนมองทั้งสอง ด้วยสายตาที่สงสัย

 

ตกลงอะไรกันอะ แจฮยอน

เรื่องของคนเป็นแฟนกัน เพื่อนไม่เกี่ยวเว้ย

 

ต่งซือเฉิง เดินวนสำรวจเพื่อนของตนเพื่อพยายามจะจับพิรุธ แต่ก็โดนเพื่อนที่ตัวใหญ่กว่าเยอะ จับตัวเขาให้หยุดเดินวน ก่อนที่จะพูดอะไรบางอย่างออกมา

 

เดี๋ยวโดยองออกมาก็รู้แล้ว ใจเย็นๆหน่อย ไอ้จิ๊บ

 

คนโดนเรียก ไอ้จิ๊บถอนหายใจกระฟึดกระฟัดอย่างขัดใจ ก่อนจะนั่งลงกับบันได ทางเข้าพิธีงานด้วยใจจ่อใจจ่อ

 

ถ้าพี่โดยองออกมาแล้ว ไม่มีเรื่องสำคัญจริงๆนะมึง … ”

 

เออหน่า อดใจรอนิดเดียวเอง รับรอง เซอร์ไพรส์แน่นอน

 

ต่งซือเฉิงจ้องเพื่อนยังไม่วางตา ก่อนจะต้องมานั่งกอดเข่าตัวเองด้วยความหนาว หลังจากที่ลมพึ่งพัดผ่านบริเวณที่พวกเขาทั้งสองนั่งอยู่

 

ไม่นานนัก ประตูของบริเวณงานพิธีก็ถูกเปิดลง พร้อมกับฝูงคนที่ทยอยออกมาเป็นจำนวนมาก ก่อนที่ต่อมาจะเป็นนักเรียนผู้พึ่งจบการศึกษาใหม่ ออกมาพบปะรุ่นน้องที่มารออยู่บริเวณหน้าพิธี บ้างก็เดินเข้าไปหาผู้เป็นปกครองที่มาแสดงความยินดี  บ้างก็เดินออกมาคนเดียวและตรงออกจากโรงเรียนทำเหมือนไม่มีอะไร

 

อืมดูแล้ว คิดว่าปีหน้าน่าจะเป็นแบบหลังนี่แหละ

 

ต่งซือเฉิงถอนหายใจดังเฮือกใหญ่ ก่อนจะพยายามสอดส่อง หาคนที่ตนแอบชอบ แต่ก็ดูเหมือนว่าคนจะเยอะเกินไปจนที่ไม่สามารถจะมองหาคนๆนั้นเห็นเลย

 

ก็คงหมดหวังแล้วแหละ  งั้นจะพยายามเลิกชอบแล้วกัน

 

คนตัวบางคนตกเล็กน้อย แค่ลองคิดว่าคนที่เขาเจอที่ป้ายรถบัสเกือบทุกวันที่มาเรียน กำลังจะหายไปแล้วก็รู้สึกแปลกๆ ความรู้สึกโหวงๆที่เกิดขึ้นมาในใจ ยิ่งตอกย้ำความรู้สึกนึกคิดว่าตนเองแอบชอบเขาเข้าไปกันใหญ่

 

แล้วอย่างงี้ถ้าเขาไปแล้วจริงๆ โดยที่เราไม่ได้พูดอะไร มันจะดีจริงๆหรอ ?

 

วินวินเสียงเรียกที่เหมือนจะคุ้นเคย ดังเข้ามาในโสตประสาทกับรับฟัง มันเหมือนจะคุ้นๆเสียงนี้อยู่หรอกนะ แต่มาลองนึกดูอีกที นอกจากแม่ แจฮยอน พี่โดยอง ก็ไม่มีใครเรียกเขาด้วยชื่อนี้เลย

 

แล้วคนที่เรียกน่ะ ใครหรอ?

 

หันมาดูข้างหลังสิเจ้าของเสียงพูดอีกครั้งก่อนที่จะใช้มือของเขาสะกิดที่หลังของต่งซือเฉิง ที่ตอนนี้กำลังยืนงุงงนกับเสียงที่พึ่งเข้ามาอยู่

 

คนตัวบางหันขวับตามคำสั่งของเสียงนั้น ก่อนที่จะเห็นเป็นโดยอง แจฮยอน และ

 

 

รุ่นพี่คนนั้น !!!

 

รุ่นพี่…” ใบหน้าสวยเลิ่กลั่กมองซ้ายมองขวา ก่อนที่จะรวบรวมความกล้าทั้งหมดออกมา แล้วเดินไปหาผู้ชายคนนั้น ที่เพิ่งเดินกลับขึ้นไปอยู่ที่เดียวกับเพื่อนของเขา

 

เอ่อ…” ร่างกระอึดกระอัก ยิ่งเมื่อตอนที่จะเงยหน้าขึ้นมาพูดกับเขา  สายตาที่สบกันเพียงแค่10วินาที ก็ทำเอาต่งซือเฉิง พูดอะไรไม่ออกแล้วล่ะ

 

 

ยอมรับ ยอมรับจริงๆ ว่าเป็นคนกาก

 

ที่ถามตอนนั้นน่ะพี่ชื่อ นากาโมโตะ ยูตะ

 

น้ำเสียงแสนอบอุ่นของเขาบอก ก่อนที่ร่างโปร่งของคนที่พึ่งรู้จักชื่อ จะทำอะไรสักอย่างกับเสื้อของเขาแล้วนำเอาอะไรสักอย่างมาใส่ไว้ที่มือของต่งซือเฉิง ที่กำลังก้มหน้างุดด้วยความเขินอายไม่กล้าสู้หน้าคนตรงหน้า

 

ช่วยรับไว้ได้มั้ย กระดุมเม็ดที่2ของพี่น่ะ”  

 

ต่งซือเฉิง เงยหน้ามามองสิ่งของที่ถูกยัดใส่ในมือ ก่อนจะเห็นเป็นกระดุมเม็ดใหญ่จะเสื้อทับนอกของชุดนักเรียนอย่างที่เขาบอกจริงๆ

 

ว่ากันว่า นักเรียนชาวญี่ปุ่นที่จบการศึกษาแล้ว มักมอบกระดุมเม็ดที่สองของชุดนักเรียนให้กับคนที่แอบชอบ โดยการที่ให้กระดุมเม็ดที่2นั้น เพราะมันตรงกับตำแหน่งของหัวใจยังไงล่ะ

 

ราวกับกำลังบอกว่า ผมยกหัวใจให้คุณแล้วประมาณนั้นเลย

 

พี่ให้ผมจริงๆหรอ?” ซือเฉิงไปต่อไม่ถูก ไม่คิดไม่ฝันว่านอกจากจะรู้ชื่อของเขาแล้ว ยังได้สิ่งที่หลายคนใฝ่ฝันมาตลอดอีกด้วย

 

อืม ให้จริงสิ แอบชอบมาตั้งนานแล้วน่ะ เห็นที่ป้ายรถบัสทุกวัน อยากจะทักแต่ก็ไม่กล้าสักที”  กัปตันชมรมทีมฟุตบอลสุดฮอตเกาท้ายทอยตัวเองแก้เขิน ก่อนที่จะมีเสียงแซวจะคนสองคนที่กำลังยืนเฝ้าดูเหตุการณ์อยู่

 

 

วิ๊ดวิ๊วววววว น้องวินวิน ได้กระดุมเม็ดที่2จากกัปตันทีมฟุตบอลโว้ยเสียงของแจฮยอนโห่แซวดัง จนหลายคนเริ่มสนใจ และต่างก็เริ่มลุ้นกันว่า กัปตันชมรมฟุตบอลคนนี้จะได้รับการตอบตกลงหรือเปล่า

 

 

ไอ้แจฮยอน หยุดแซวเลยนะ !”  คนร่างบาง หันไปแว๊ดใส่เพื่อนก่อนที่จะก้มหน้างุดอีกครั้งเมื่อเห็นสายตาของคนรอบข้างที่กำลังสนใจตัวเองอยู่

 

ว่าไงตกลงแล้วจะรับกระดุมเม็ดที่2ของพี่ได้มั้ย น้องวินวิน

 

น้ำเสียงคาดคั่นของคนตรงหน้าทำเอาคนหน้าสวยได้แต่ยืนใจสั่น  ใบหน้าจากที่ตอนแรกโดนความหนาวเย็นทำให้แดงอยู่แล้วยิ่งแดงขึ้นไปใหญ่

 

ว่าไง?”

เจ้าของริมฝีปากอวบกัดปากของตัวเองด้วยความเขิน ก่อนที่จะกลั้นใจ พูดสิ่งที่คนตรงหน้าปรารถนาออกไป

 

 

อืมตกลงครับ”  

 

สิ้นเสียงคำตอบรับ คนบริเวณนั้นก็ส่งเสียงเฮกันใหญ่ เพราะความที่นากาโมโตะ ยูตะเป็นที่รักของใครหลายๆคนในโรงเรียนนี้ จึงทำให้ทุกคนพลอยดีใจกับเขาไปด้วย

 

ไม่น่าเชื่อเลย ว่ากลีบดอกซากุระที่ผลิบานและร่วงโรยในวันที่อากาศหนาวเหน็บ จะเป็นกลีบดอกซากุระที่สวยที่สุดสำหรับเขา ….

 

 

                                                                                                            #あなたの名前は何ですか?

 

 

นี่ก็เป็นเวลาผ่านไปเกือบ10ปีแล้ว หลังจากเหตุการณ์ในวันนั้น  คำสารภาพของ จองแจฮยอน นี่ถูกเขาคาดคั่นในวันนั้น เขาก็ยังคงจำได้ดี มานึกๆดูแล้ว ชีวิตคู่ของเขาก็ต้องขอบคุณจองแจฮยอน และ คิมโดยองไม่น้อย ที่ทำให้คนสองคนที่ต่างไม่กล้าที่จะพูดความในใจต่อกัน ได้มาคบกันในฐานะคู่รักในวันนี้

 

อันที่จริงแล้ว จองแจฮยอนรู้ชื่อของนากาโมโตะ ยูตะ มานานแล้วเพราะนอกจากที่เขาจะเป็นกัปตันชมรมฟุตบอลที่ทำชื่อเสียงให้โรงเรียนนับครั้งไม่ถ้วนแล้ว เขายังเป็นเพื่อนกับโดยองคนรักของแจฮยอนอีกด้วย

 

แจฮยอนบอกว่าที่ปิดบังไม่บอกชื่อของคนตรงหน้า เพราะเขาก็รู้ว่าต่างคนต่างชอบกันนั้นแหละ แต่เพราะทั้งสองฝ่ายไม่ยอมที่จะรุกกันก่อน เขาเลยอยากที่จะปิดความลับนี่ไว้ แล้วให้คนทั้งสองรวบรวมความกล้า ที่จะเดินหน้าเข้าไปคุยด้วยกันเอง และดูเหมือนแจฮยอนจะคิดผิด

 

เพราะความที่ต่างคนต่างเป็นคนที่ขี้อายเหมือนกัน มันจึงเป็นเรื่องยากต่อการที่จะสานสัมพันธ์ต่างๆ อีกทั้งสถานะของต่างคนที่ต่างกันลิบลับ ระหว่างกัปตันทีมฟุตบอลสุดฮอต และ เด็กนักเรียนที่จืดจางประจำห้อง มันจึงยากที่จะเข้าถึง ดังนั้น เขาจึงวางแผนกับโดยองและออกมาเป็นเหตุการณ์ในวันนั้น

 

 

กำลังดูรูปวันนั้นอยู่หรอครับเจ้าของเสียงอบอุ่นที่เดินคนแก้วกาแฟมาจากห้องครัว เดินเข้ามานั่งข้างกับคนรักของตนเอง ก่อนจะหยิบกลุ่มผมสีดำที่มีกลิ่นหอมของแชมพูที่เขาคุ้นเคยเข้ามาสูดดม

 

ครับ ดูแล้วก็นึกถึงวันเก่าๆ ตอนนั้นพี่ยูตะยังดูตัวบางอยู่เลย แต่ดูวันนี้สิ มีกล้ามขึ้นมาแล้วเนี่ย”  ต่งซือเฉิงพูดก่อนที่จะจิ้มกล้ามแขนของคนรักที่มีขึ้นมาประมาณหนึ่งอย่างไม่น่าเกลียด

 

ก็เหมือนเรานั้นแหละ วันนั้นยังไม่น่ารักเท่าวันนี้เลยคนได้ฟัง ได้แต่นั่งยิ้มกับความปากหวานของคนข้างๆ

 

ยิ่งเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ เขายิ่งรู้สึกหลงรักผู้ชายคนนี้มากกว่าเก่า ไม่ได้มีเบื่อเลย แม้กระทั่งวันที่ทะเลาะกัน

 

ปากหวานจังเลยนะครับ คุณนากาโมโตะคนหน้าสวยเอ่ยแซว ก่อนที่จะหยิกแก้มของคนรักด้วยความหมั่นเขี้ยว

 

ก็รู้กันอยู่ เราก็ได้กินปากพี่ไปตั้งหลายรอบแล้วนี่ ว่าแต่ตอนนี้อยากกินปากพี่อีกมั้ยนะคนพูดรุ่มร่าม วางแก้วกาแฟไว้กับโต๊ะ ก่อนที่จะหันมาจ้องใบหน้ามนของคนรักที่กำลังยิ้มด้วยความเขินอาย จนดวงตาเรียวทั้งสองข้างปิดสนิท

 

น่ารักจัง

 

พูดแล้วก็ฉวยโอกาสจุ๊บเบาๆที่ริมฝีปากคนตรงหน้า ก่อนที่จะต้องรีบผละออกมาเพราะกลัวว่าจะเลยเถิดไปมากกว่านี้

 

ถ้าไม่ติดว่าวันนี้ต้องเข้าแล๊ปวิจัยนะ จะนอนอยู่เป็นเพื่อนเราทั้งคืนเลยคนปากหวานพูด ก่อนที่จะเดินไปหยิบกระเป๋าเอกสารของตน แล้วเดินวนมาที่ร่างบางที่กำลังนั่งอยู่บนโซฟาอีกที

 

พี่ไปแล้วนะ คืนนี้ถ้าดึกมากก็กินข้าวเข้านอนเลยไม่ต้องห่วงพี่นะครับคนตัวบางพยักหน้ารับก่อนที่จะลุกแล้วหยิบข้าวกล่องที่ตนทำไว้ยื่นให้กับคนรัก แล้วเดินไปส่งยังหน้าประตูบ้านตามความเคยชินที่ทำในทุกๆวัน

 

ไปดีมานะดีนะครับ พี่ยูตะร่างบางกดจมูกของตัวเองลงที่แก้มของคนรักดังฟอดใหญ่ ก่อนที่จะยืนอยู่หน้าประตูบ้าน คอยโบกมือให้กับคนที่จะออกไปทำงานเพื่อเลี้ยงดูครอบครัว

 

 

นีแหละ ชีวิตของเขา ชีวิตเรียบๆง่ายๆ ตามสไตล์ของคนทั้งสอง ที่จูนเข้ากันอย่างลงตัว จากความรักของเด็กมัธยมก็พัฒนาขึ้นมาเป็น ครอบครัวๆนึง ถึงแม้ว่าเขาจะไม่สามารถมีลูกให้กับคนรักได้ แต่การที่ได้อยู่สองคนดูแลกันและกัน ก็ทำให้เขาเชื่อว่าเขาทั้งสองคนนั้นไม่ต้องการอะไรไปนอกจากนี้แล้วล่ะ

 

 

END

 

ฟู่ววววววว ฟิคแก้บนค่ะ บนไว้ว่าจะอัพฟิคถ้ายูตะวินวิน เดินด้วยกันที่ สนบ.เพราะช่วงนี้เรือแห้งมากถึงขนาดต้องบนกันเลยทีเดียว T___T  แต่ในที่สุดได้เห็นคนพี่คนน้องเดินข้างกันแบบนี้ก็มีความสุขแล้วเนอะ

ฟิค คุณพ่อยูตะที่ลงไป ได้รับกระแสตอบรับมาดีเลยที่เดียว (สำหรับเราค่ะ เพราะไม่เคยได้ฟีดแบคตอบมาขนาดนี้ ) ขอบคุณทุกๆคนมากเลยนะคะ หวังว่าจะอยู่อ่าน เรื่องนี้กันด้วยนะ

 

สำหรับเรื่องนี้แล้ว ไม่มีตอนต่อแน่นอนค่ะ ตั้งใจเขียนให้จบไปในตอนเลย

แต่... คุณพ่อยูตะ มีside story และเรื่องราวของคู่อื่นๆ ต่อแน่นอนค่ะ สปอยไว้ตรงนี้เลยว่า นอกจาก ยูวินแล้ว ตั้งใจจะแต่ง มาร์คฮยอกค่ะ ><  ยังไงก็ฝากติดตามผลงานของเราเรื่อยๆด้วยนะคะ

 

สำหรับนี่ลองเขียนฟิคคอมเมดี้ดูสักเรื่อง ค่อนข้างยากน่าดูเลย อยากจะบอกว่าเรื่องนี้เคยแต่งไว้ก่อนหน้าเมื่อประมาณ ต้นเดือนเมษาค่ะ แต่ช่วงนั้นมีเรื่องเครียดเข้ามาในหัวเยอะจน ไม่สามารถที่จะแต่งฟิคที่มีฉากสนุกได้ ยอมรับว่าเทไปแล้วจริงๆ ไม่อยากเชื่อเลยว่าเราจะสามารถต่อให้มันจบได้ และในที่สุดมันก็จบลงแล้ว ถ้ามีภาษาใด ที่ดูแปลกๆ หรือดราม่ามากเกินไปต้องขอโทษด้วยนะคะ ไม่รู้จะสนุกรึเปล่า พึ่งลองแต่งแนวนี้ดูจริงๆ

 

อ่อ สำหรับคนที่มาติดตาม เรามีฟิค ยูวินยาวเรื่องนึงค่ะ ชื่อ The Sixth Nakamoto หรือ #นากาโมโตะรุ่นที่6 นั้นเอง ใครสนใจอ่านฟิคยูวินแนวอบอุ่น ไปอ่านกันได้นะคะ

 

สุดท้ายนี้ ฝากคอมเม้นต์ ส่งกลับฟีดแบคกลับมาด้วยนะคะ เราอยากรู้ว่า เป็นยังไงกับการลองแต่งคอมเมดี้ เพื่อที่เราจะได้เอาไปฝึกฝนให้มันพัฒนาขึ้นเรื่อยๆค่ะ

 

ขอบคุณที่ทนอ่าน ทอล์คกันมาจนจบนะคะ พูดมากจริงๆเลย อ่าๆไปแล้วล่ะค่ะ ขอไปอ่านชีทก่อนนะคะ พรุ่งนี้สอบไฟนอลตัวสุดท้ายแล้วววววว

 

Bye bye ค่า

 

*ยังไม่ได้แก้คำผิดนะคะ*


ฝากแฮชแท็ก #วอยนยูวิน ด้วยนะคะ >< พึ่งนึกขึ้นได้ว่าลืมใส่ แฮชแท็ก 

 

 

 

                                                                                                                                  

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 



 

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 38 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

65 ความคิดเห็น

  1. #57 Jjaji (@Jajub16) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 22 เมษายน 2562 / 22:10
    กระดุมเม็ดที่สองน่ารักมากๆเลยอ่าาา
    #57
    0
  2. #46 komurola01 (@KachaSaijoog) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2561 / 21:29
    วินโกะน่ารักอ่าาาาาาา
    #46
    0
  3. #41 Alixx (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 10 เมษายน 2561 / 00:08

    วินวินน่ารักกกกกกก อบอุ่นละมุนแล้วก็ตลกมากๆเลยค่ะ

    #41
    0
  4. #27 Midiizney (@mildsuka) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2560 / 22:32
    อ๋อยยยยย เพิ่งเคยได้รู้เรื่องกระดุมเม็ดที่สองก็วันนี้แหละ เขินมากๆเลยค่ะ น่ารักมากๆ
    #27
    0
  5. #25 Pandanui (@chulhono) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2560 / 14:50
    อบอุ่นจัง ชอบในความค่อยๆเป็นค่อยๆไป คนอื่นอาจจะมองว่า เออ มันก็กากทั้งคู่อ่ะ แต่นี่ว่าความรักที่ผลีผลามเกิดขึ้นเร็ว ไม่ได้สั่งสมประสบการณ์หรือความรู้สึก ไม่ได้ไตร่ตรอง มันก็อาจจะจบเร็วก็ได้ เหมือนว่าจากตอนแรกที่ไม่กล้า มันก็ทำให้เรามีเวลาทบทวนนะ แบบ ฉันชอบพี่คนนี้เค้าจริงๆ พอมีโอกาสได้คุย ได้จูนกันมันก็จะทำให้ความสัมพันธ์ยืนยาวอ่ะ ดูดิ คบกันมาตั้ง10ปี เห้อ นานจัง5555555555
    #25
    1
  6. #13 JRmmmmin (@JRmmmmin) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2560 / 18:57
    วินวินน่ารักมากเลยยยยยยยย มากัดเค้ากะได้ให้กัด55555
    #13
    0
  7. #12 Chez-moi (@Chez-moi) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2560 / 22:59
    งือออ น้องวินวินน่ารัก ขี้อายกันทั้งคู่เลย พี่ยูตะก็น่ารักกกก
    #12
    0
  8. #11 lillet rosé (@lilletrose) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2560 / 23:24
    งือ น้องก็ไม่กล้าพี่ก็ไม่กล้า พอฮึดจะลุยขึ้นมานี่ก็ฮึดพร้อมกันเลยนะคะ สงสารซือเฉิงมากกว่าจะได้รู้ชื่อพี่เขาโดนขัดตลอด ฮ่า แต่สุดท้ายก็มาได้ยินจากปากพี่เขาเองล่ะเนอะ แถมยังได้กระดุมไปอีก เขินจังค่ะ ฮือ อ่านแล้วยิ้มไม่หุบเหมือนคนบ้าเลย
    #11
    0
  9. #10 P'lu N'hun (@1330800294900) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2560 / 12:59
    ฮ่อลลล ต่างคนต่างขี้อายไม่กล้าเข้าไปหา แต่สุดท้ายคนเรามันจะคู่กันยังไงมันก็ต้องคู่กัน ชอบบ
    #10
    0