ลำนำแม่ทัพแห่งเป่ยหยาง | ป๋อจ้าน

ตอนที่ 5 : ลำนำบท 5 รุก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 286
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 32 ครั้ง
    22 ส.ค. 63


ลำนำบท 5  รุก

 

แม่ทัพหวังตื่นขึ้นอย่างเคยชินในเวลารุ่งสาง คนที่นอนข้างๆ ยังคงหลับสนิท ใบหน้าได้รูปนั้นยามนอนช่างดูงดงามหมดจด ผิดกับท่านอนราวกับเด็ก แขนไปทางขาไปทาง เห็นแล้วก็อดขำไม่ได้

ร่างสูงปล่อยให้จื่อเจินนอนต่อ ส่วนตัวเองเดินไปหยิบชุดคลุมที่เมื่อคืนโยนกองไว้มาสวมใส่ลวกๆ ก่อนจะเดินออกไปหน้ากระโจม สั่งอะไรกับทหารเฝ้ายามสองสามคำ แล้วเดินต่อไปยังจุดฝึกดาบของพวกทหาร

ชายกว่าร้อยกำลังฝึกฝนดาบกันอย่างขยันขันแข็ง โดยมีขุนพลมากฝีมือเป็นผู้คุม หวังเจิ้นฮว๋าเมื่อเห็นเช่นนั้นก็หันหลังเตรียมเดินกลับ พอดีกับที่ทหารเฝ้ายามหน้ากระโจมวิ่งมาแจ้งว่าได้เตรียมอาหารให้เรียบร้อยแล้ว

แม่ทัพพยักหน้ารับรู้แล้วเดินกลับไปที่กระโจม ด้านหน้ามีคนถือถาดอาหารสองสามถาดรออยู่ กับทหารอีกสามคนที่แบกถังน้ำมาคนละสองถัง รอจนแม่ทัพเอ่ย

“เอาเข้าไปข้างใน” จึงค่อยๆ ทยอยยกถาดอาหารและถังน้ำลำเลียงเข้าไปด้านในกระโจม ถาดอาหารถูกวางไว้ข้างๆ ตั่งอย่างเป็นระเบียบ ส่วนที่ขนถังน้ำเข้าไปจัดการเทน้ำในถังอาบน้ำใบใหญ่ออก แล้วจึงเติมน้ำสะอาดลงไปใหม่ เมื่อเสร็จธุระแล้ว ทุกคนก็ทยอยเดินออกไป เหลือเพียงทหารคนหนึ่งที่ยืนอยู่ข้างถาดอาหาร

รอหวังเจิ้นฮว๋าเดินเข้ามาภายใน ทหารคนนั้นก็ใช้ช้อนตักอาหารแต่ละอย่างขึ้นมาใส่จานเล็กอย่างละนิด ก่อนจะหยิบช้อนขนาดจิ๋วมาจัดการตักอาหารในจานเล็กเข้าปากจนครบทุกอย่าง ใช้เวลาเพียงไม่ถึงสองนาทีเท่านั้น เมื่อเห็นว่าไม่มีปฏิกิริยาแปลกๆ ใดๆ แม่ทัพก็พยักหน้าให้ทหารคนนั้นออกจากกระโจมไปอีกคน

เวลาผ่านไปอีกสองชั่วยาม ร่างบางบนตั่งจึงค่อยๆ ขยับกายไล่ความเมื่อยขบ เปลือกตาบางกระพริบถี่ๆ เพื่อให้คุ้นชินกับแสงสว่างของวันใหม่ ก่อนที่ร่างทั้งร่างจะขยับลุกขึ้นนั่ง มองไปรอบๆ ไม่พบเงาของแม่ทัพ แต่พบกับของกินก็ยิ้มกว้าง ก่อนจะรีบปรี่เข้าไปหาอาหารแล้วคีบกินอย่างเอร็ดอร่อย

ไม่น่าเชื่อว่าอาหารในกองทัพจะอร่อยถึงเพียงนี้ นี่สินะถึงจะเรียกว่ากองทัพต้องเดินด้วยท้อง อาหารต้องอร่อยกองทัพถึงจะมีแรง กินไปคิดไปจนอิ่มหนำ อาหารตรงหน้าเหลือเพียงไม่กี่อย่าง ซึ่งส่วนใหญ่ที่เหลือก็จะเป็นพวกเต้าหู้และผัก ส่วนเนื้อสัตว์ถูกกินเรียบไปแล้ว รวมถึงข้าวสวยทั้งสองถ้วย

จื่อเจินกวาดตามองสำรวจภายในกระโจมอีกครั้งอย่างถี่ถ้วน เพราะเมื่อคืนมีอีกคนหนึ่งอยู่จึงไม่สามารถสำรวจอะไรได้มากนัก ดาบคู่กายแม่ทัพและชุดเกราะบัดนี้อันตรธานหายไปแล้วพร้อมกับตัวแม่ทัพ นั่นทำให้จื่อเจินรู้สึกสบายใจยิ่งขึ้นในการแอบทำการสำรวจ

แต่ของในนี้ก็ไม่มีอะไรต่างไปจากเมื่อคืน สิ่งที่น่าสนใจเพียงอย่างเดียวเห็นจะเห็นหีบใหญ่ใบนั้น มือเรียวเปิดหีบออกอย่างที่ตั้งใจ แต่ด้านในไม่มีอะไรนอกจากเสื้อผ้าเท่านั้น จื่อเจินถอนหายใจ ก่อนจะปิดมันลงอย่างเดิม

“เจออะไรหรือไม่?” เสียงทุ้มดังมาจากด้านหลัง ร่างบางหน้าซีดก่อนจะค่อยๆ หันตัวกลับไปจึงพบว่าแม่ทัพหวังยืนอยู่เบื้องหลังเขา แล้วก็ไม่รู้ว่าเข้ามาตั้งแต่เมื่อไหร่ด้วย ในมือแกร่งกำดาบร่างกายชุ่มเหงื่อ

“จะ เจ้า ขะ ข้าเปล่า” จื่อเจินตกใจปฏิเสธพัลวันทั้งที่หลักฐานคาตา

“กินข้าวหรือยัง?” เสียงทุ้มถามพร้อมกับมองไปที่ถาดอาหารที่เหลืออาหารเพียงไม่กี่อย่างเท่านั้น ส่วนใหญ่จะเป็นจานเปล่า เห็นเช่นนั้นก็เข้าใจได้โดยไม่ต้องมีคำตอบใดๆ จากร่างบางตรงหน้า

จื่อเจินเบี่ยงตัวออกไปด้านข้างก็พอดีกับที่แม่ทัพหวังเอาฝักดาบเสียบเข้าที่แท่นวางข้างหีบ ก่อนจะไปนั่งบนตั่ง หยิบถาดอาหารที่เหลือมาจัดการคีบเข้าปาก

ร่างบางเลิกคิ้วมอง พร้อมกับคิด ตายละวา...นั่นอาหารของแม่ทัพหรอกเหรอ? เพียงเท่านั้นก็เสหน้ามองไปทางอื่นทำไม่รู้ไม่ชี้

เวลาผ่านไปเพียงครู่ แม่ทัพกินอาหารเหลือๆ ของจื่อเจินจนหมดก็เอ่ยทำลายความเงียบ

“เจ้ากลัวข้าหรือ?”

“ข้าเปล่า” ปฏิเสธทันควัน แต่ก็ตัวก็ยังยืนแข็งทื่ออยู่แถวๆ หีบเสื้อผ้าใบนั้น

หวังเจิ้นฮว๋าเลิกคิ้วมองพร้อมกับยันกายลุกขึ้นเดินดุ่มเข้าไปหาจื่อเจิน

“จื่อเจินคนเก่งของข้าหายไปไหนเสียแล้วเล่า?” ไม่ถามเปล่า ตาคมยังจ้องมองคนตรงหน้าไม่วางตา

“คือว่าข้า..”

“?”

“ข้า...” จื่อเจินเองก็ไม่รู้ว่าตัวเองเป็นอะไร เขาไม่รู้ว่าคนตรงหน้าใช่ผู้บาดเจ็บที่เขาเคยช่วยไว้คนนั้นแน่หรือเปล่า เพราะบัดนี้รอบกายเขามีแต่คนเรียกคนผู้นี้ว่าท่านแม่ทัพบ้างล่ะ แม่ทัพหวังบ้างล่ะ ทำให้ตัวจื่อเจินรูสึกประหม่าอย่างบอกไม่ถูก จะให้พูดคุยหยอกล้อแบบเมื่อก่อน ก็ทำไม่ลง ก็เมื่อก่อนตอนนั้นเขายังไม่รู้นี่ว่าคนตรงหน้าเป็นถึงแม่ทัพแห่งเป่ยหยาง

“กลัวข้างั้นหรือ?” เสียงทุ้มย้ำถามคำถามเดิมอีกครั้ง แต่ไม่ได้รับคำตอบ ทำให้ร่างสูงถอนหายใจออกมา

“จื่อเจิน”

“...”

“ถ้าเช่นนั้นทำไมถึงห่างเหินกับข้านัก” หวังเจิ้นฮว๋าตัดพ้อ ทำเอาร่างบางใจกระตุกวูบ แต่ก็เพียงครู่เดียวเท่านั้น แขนแกร่งตวัดเข้าที่เอวบางแล้วรั้งเข้ามาแนบชิดกายแกร่ง กลิ่นเหงื่อบนกายของแม่ทัพหวังหลังจากซ้อมดาบทำให้จื่อเจินรู้สึกปั่นป่วนในช่องท้อง

“เจ้าจะทำอะไร?” เสียงนั้นสั่นอย่างปิดไม่มิด

“แบบที่เจ้าได้ยินเมื่อคืน...ดีหรือไม่?” รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฎขึ้นบนใบหน้าคมนั้น ร่างบางแหวใส่ทันที

“อย่าทำอะไรบ้าๆ นะ”

“ถ้าเช่นนั้นจะคุยกับข้าดีๆ ได้หรือไม่?”

“จะให้ข้าคุยอะไรเล่า?” คิ้วบางขมวดมุ่น มือเรียวพยายามผลักอกแกร่งให้ออกห่าง

“คุยกับข้าเหมือนตอนอยู่ที่โอสถสถานมู่หรงจะได้หรือไม่” ดวงตาคมนั้นอ่อนแสงลง แต่กลับจ้องลึกที่ดวงตาเรียวสดใสนั้นอย่างสื่อความหมาย มือหนาเกลี่ยเส้นผมที่ปรกหน้าสวยออก

“ปละ ปล่อยข้าก่อน” มือเรียวออกแรงผลักอีกครั้ง แต่ดูเหมือนท่านแม่ทัพจะไม่ฟัง กลับยันกายไปด้านหน้าจนร่างทั้งสองแนบชิด

“ถ้าไม่ปล่อยข้าจะตะโกนให้ได้ยินไปข้างนอกเลย”

เจิ้นฮว๋าเลิกคิ้วกับคำพูดนั้นก่อนจะหลุดขำออกมา

“แล้วอย่างไรต่อเล่า?”

“ละ แล้วข้าจะเรียกให้คนช่วย” เสียงใสตอบอย่างกล้าๆ กลัวๆ

จื่อเจินในสายตาของเจิ้นฮว๋าบัดนี้ช่างน่าเอ็นดูยิ่งนัก ยิ่งในยามที่กลัวเขาขนาดนี้ เป็นสิ่งที่ตัวเจิ้นฮว๋าเองก็ไม่คาดคิดมาก่อนว่าจะได้เห็น ผิดกับยามที่ถือดาบปกป้องโอสถสถานลิบลับ

“ช่วยรึ? ช่วยเจ้าหรือช่วยข้ากันล่ะ?” แม่ทัพหวังยกยิ้มอย่างผู้ชนะ เขาแสร้งเอ่ยยั่วคนตรงหน้าไปอย่างนั้นเพราะอยากฟังน้ำเสียงเจื้อยแจ้ว แต่ตอนนี้กลับไม่อยากได้ยินคำตอบใดๆ อีกแล้ว  มือหนาข้างหนึ่งเลื่อนไปประคองเข้าที่ต้นคอระหง

ใบหน้าคมโน้มต่ำเข้าใกล้ดวงหน้าเรียวสวยนั้นก่อนประทับจูบแผ่วเบาลงไปบนพวงแก้มแดงระเรื่อ แล้วเอ่ย “สำหรับอาหารมื้อเช้าในส่วนของข้าที่เจ้าแย่งไป”

ร่างบางเบิกตาโต หันหน้าหนี มือเรียวสองข้างพยายามดันสุดแรงแต่ไม่เป็นผล  แขนแกร่งของเจิ้นฮว๋าเลื่อนรัดบั้นเอวคนตรงหน้าไว้แน่น ส่วนมืออีกข้างก็เลื่อนจากลำคอระหงลงไปที่ไหล่ นิ้วเรียวเกี่ยวสาบเสื้อสีขาวออกจนเผยให้เห็นไหล่ลาดนวลเนียนตา

“ผิวกายเจ้าช่างหอมนัก ใช้สมุนไพรอะไรบำรุงผิวงั้นหรือ?” น้ำเสียงทุ้มนุ่มถามอย่างที่คิด แต่จื่อเจินไม่ตอบ จะให้เขาตอบว่าอย่างไรเล่า ในเมื่อตัวเขาเป็นชายก็อาบน้ำแบบชายทั่วไปมิได้ใช้เครื่องหอมใดๆ

“จะ เจ้าปล่อยข้านะ!” จื่อเจินพยายามสะบัดตัว แต่กลับรู้สึกว่าตัวเองไม่มีแรงขึ้นมาเสียเฉยๆ ทั้งยังรู้สึกมวนช่องท้องอย่างประหลาด

แม่ทัพหวังไม่ฟัง มือหนาจัดการปลดเปลื้องเสื้อตัวบนออกจากร่างบางก่อนจะใช้แขนทั้งสองข้างช้อนไปที่แผ่นหลังและข้อพับเข่าของจื่อเจิน ทันทีนั้นเองร่างทั้งร่างก็ลอยขึ้นจากพื้น จื่อเจินหลับตาปี๋ รู้ตัวอีกทีก็รู้สึกถึงความเย็นของน้ำที่สัมผัสกาย

ดวงตาเรียวเปิดขึ้นก็พบว่าตอนนี้ตัวเองอยู่ในถังอาบน้ำใบใหญ่เสียแล้ว หวังเจิ้นฮว๋ายืนกอดอกพร้อมยกยิ้มเจ้าเล่ห์ให้

“เจ้าเขินข้างั้นหรือ?”

“ประสาท” พูดแค่นั้นก็ขยับตัวลงต่ำจนคางและเรียวปากสวยจมลงไปอยู่ใต้ผิวน้ำ ดวงตาเรียวเสมองไปทางอื่น

“ช่างน่าเอ็นดูนัก” เสียงทุ้มเอ่ยก่อนที่จะพาร่างของตัวเองก้าวลงไปในถังอาบน้ำใบโตนั้นอีกคน ทำเอาจื่อเจินเบิกตาโต

“เจ้าจะทำอะไร!?”

“เจ้าคิดว่าข้าจะทำอะไรงั้นรึ?”

“อย่าทำอะไรไม่เข้าท่านะ” ร่างบางไม่ตอบ แต่ส่งคำพูดเป็นเชิงคำสั่งออกไป ขาเรียวหดเข่าเข้าแนบชิดลำตัวพร้อมกับใช้สองแขนกอดเอาไว้

“อะไรไม่เข้าท่างั้นหรือ?” เจิ้นฮว๋าถามไม่รู้ไม่ชี้

“...”

“จริงหรือไม่ ที่ไม่มีใครเคยเห็นผิวกายของเจ้า” เมื่อไม่ได้คำตอบ เจิ้นฮว๋าก็เปลี่ยนประเด็น สายตาคมมองสำรวจไปทั่วเรือนร่างขาวผ่องของคนตรงหน้า

“หยุดมองข้าเดี๋ยวนี้” จื่อเจินโวยวายใส่

“ถ้าเช่นนั้นเจ้ามีอะไรแลกเปลี่ยนหรือไม่เล่า?”

“เจ้าต้องการอะไรแลกเปลี่ยนกันเล่า?” จื่อเจินตอกกลับ อย่างเขาจะไปมีอะไรให้แลกเปลี่ยนกันล่ะ

“...” ใบหน้าคมมองนิ่งที่คนตรงหน้าอย่างใช้ความคิด จื่อเจินรู้สึกหนาวๆ ร้อนๆ อย่างบอกไม่ถูก ยิ่งอยู่ในถังไม้ใบใหญ่แบบนี้ แต่เมื่อมีคนสองคนกลับรู้สึกเบียดเหลือเกิน

“ดวงใจของเจ้า มอบให้ข้าได้หรือไม่?”

“...”

คนที่ได้ฟังถึงกับพูดไม่ออก ดวงหน้าเรียวบัดนี้ขึ้นสีแดงจัด รู้สึกร้อนวูบวาบไปทั้งใบหน้า ส่วนคนพูดก็เหมือนจะยังไม่ต้องการคำตอบอะไร ปลดเสื้อของตัวเองออก จัดการชำระล้างร่างกายจากคราบเหงื่อต่างๆ เสร็จก็ลุกขึ้นก้าวออกจากถัง เช็ดเนื้อตัวแล้วสวมเครื่องแบบแม่ทัพเสร็จก็พอดีกับที่มีทหารมาส่งเสียงด้านนอกกระโจมที่พัก

“ท่านแม่ทัพขอรับ”

“มีเรื่องอันใด?”

“ขุนพลอู๋ซวงขอเข้าคุยการศึกขอรับ”

ร่างสูงเหลือบมองจื่อเจินแว่บหนึ่งก่อนจะคว้าดาบออกจากระโจมที่พักไปยังสถานที่วางแผนด้านการรบทันที

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 32 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

37 ความคิดเห็น

  1. #37 mdoublee_43 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2563 / 01:01
    รุกเกินไปแลเววว
    #37
    0
  2. #16 karasuno (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 2 กันยายน 2563 / 14:26

    เขิน เขินมาก พูดได้คำเดียวเลยว่าท่านแม่ทัพทำเขินมากแม่!!!!!~

    #16
    0
  3. #7 Rieng (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 24 สิงหาคม 2563 / 00:20

    รุกเร็ว รุกแรง สมกับเป็นท่านแม่ทัพ 😏😏😏 ยัยน้อง สู้ๆ 😁😁😁 ขอบคุณค่ะไรท์♥️💕♥️💕

    #7
    0