ลำนำแม่ทัพแห่งเป่ยหยาง | ป๋อจ้าน

ตอนที่ 2 : ลำนำบท 2 หวังเจิ้นฮว๋า

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 332
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 36 ครั้ง
    20 ส.ค. 63


ลำนำบท 2 หวังเจิ้นฮว๋า

 

การผ่าตัดผ่านไปได้ด้วยดี ท่านอดีตหมอหลวงหรือผู้เป็นบิดาของจื่อเจินเก็บอุปกรณ์เข้าที่เรียบร้อย ซับเหงื่อพลางหันไปบ่นกับลูกชายของตัวเองพลางว่าให้ระมัดระวังตัว อย่าเที่ยวออกไปเพ่นพ่านตัวคนเดียวเป็นอันขาด เนื่องจากช่วงนี้มีการรบบ่อยครั้ง

จื่อเจินเพียงพยักหน้าให้บิดาอย่างเชื่อฟัง แต่กลับไม่ได้ตกปากรับคำใดๆ ก่อนจะก้มหน้าแอบอมยิ้มอย่างมีเลศนัย

คนอย่างเขาน่ะเหรอจะเชื่อฟัง การออกไปเตร็ดเตร่อยู่ข้างนอก ได้ไล่จับสัตว์ตัวเล็ก ได้ออกไปดูสมุนไพรแปลกๆ เป็นอะไรที่เขาชอบ

“เจ้าเองก็เหนื่อยแล้ว ไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเถอะ” อดีตหมอหลวงกล่าวเมื่อเพิ่งสังเกตเห็นว่าชุดที่บุตรตัวเองสวมใส่เคยเป็นสีขาวบัดนี้ถูกแต้มไปด้วยสีโลหิตเนื่องจากพาคนเจ็บกลับมารักษา อีกอย่างยังเป็นผู้ช่วยในการผ่าตัดครั้งนี้ด้วย

ถึงแม้ว่าจื่อเจินจะเป็นบุตรของอดีตหมอหลวง ความรู้ความสามารถในเรื่องของยาสมุนไพรและการรักษาก็มีพอสมควร แต่ยังห่างชั้นกับผู้อาวุโสกว่ามากนัก

ก่อนร่างโปร่งจะเดินออกไป ก็ยังได้ยินเสียงทุ้มพูดตามหลังมา

“แล้วก็จัดยาให้คนเจ็บด้วยล่ะ”

 

 

ผ่านไป 7 วัน บาดแผลของคนเจ็บดีขึ้นมาก แต่เจ้าตัวก็ยังไม่ฟื้นขึ้นมาสักที

ก็แน่ล่ะ แผลจากดอกศรหัวโลหะฝังลึกเข้าไปในกายถึงขนาดนั้น อีกอย่างยังถูกอาบด้วยยาพิษ เท่านั้นยังไม่พอ ยังไม่นอนแอ้งแม้งอยู่ในน้ำไม่รู้ตั้งนานเท่าไหร่ รอดมาได้ก็ถือว่าเป็นเพราะมู่หรงจื่อเจินแท้ๆ

เจ้าตัวนั่งคิดถึงคุณงามความดีที่ตัวเองทำ ขณะที่มือก็บิดผ้าชุบน้ำเช็ดตัวให้คนเจ็บอย่างลวกๆ หลังจากที่จัดการเปลี่ยนผ้าพันแผลให้ใหม่ ตัวก็เช็ดมาตั้ง 7 วันแล้ว ร่างกายที่ร้อนในช่วงสองสามวันแรกก็ค่อยๆ ดีขึ้นตามลำดับ วันนี้ก็เช็ดพอเป็นพิธีก็พอ คิดแล้วมือเรียวก็วางผ้าลงในกะละมังน้ำกำลังจะยกไปเก็บ ก็พอดีได้ยินเสียงดังแผ่วเบาจากคนที่นอนอยู่ ดวงตาทั้งสองข้างยังคงปิดสนิท แต่หัวคิ้วขมวดมุ่น

“น้ำ...” จื่อเจินเลิกคิ้ว ก่อนจะรีบถลันเข้าไปจับชีพจรดูอาการอย่างคุ้นเคย

“เจ้ารอเดี๋ยว” พูดจบก็จัดการยกกะละมังน้ำไปเก็บ แล้วกลับมาพร้อมกับถ้วยยาต้มกลิ่นฉุนจมูก

ร่างโปร่งไม่รอช้าตรงเข้าสอดแขนข้างหนึ่งตรงท้ายทอยแล้วประคองขึ้นช้าๆ ส่วนตัวเองก็ขยับเอาไปนั่งเยื้องๆ อยู่แถวไหล่กว้างนั้นเพื่อรองรับเอาไว้ไม่ให้คนเจ็บทิ้งตัวลงมา

“ดื่มซะ” จื่อเจินเอ่ยพร้อมประคองถ้วยยาจ่อเข้าที่ปากซีดนั้น ทันทีที่ยาถูกกรอกเข้าปากเพียงนิดก็พุ่งออกมาโดยสัญชาตญาณ จื่อเจินกรอกตามองแล้วเอ็ด

“เจ้าคิดว่าน้ำชาหรืออย่างไร? ดื่มเข้าไปให้หมดเดี๋ยวนี้” ไม่พูดเปล่ามือเรียวยังคงดันถ้วยเข้าไปจ่อปากไว้อย่างนั้นจนคนเจ็บจำใจต้องยอมกระดกเข้าปาก ใบหน้ารูปงามนั้นเหยเกยามกลืนน้ำยาสีน้ำตาลนั้นลงลำคอ

จื่อเจินค่อยๆ วางร่างนั้นลงอย่างช้าๆ ส่ายหน้าเล็กๆ หยิบผ้าที่วางอยู่ข้างตัวมาซับยาตามลำคอและหน้าอกของอีกฝ่าย ก่อนเก็บข้าวของแล้วเดินออกไป

ดวงตาคมค่อยๆ เปิดเปลือกตาขึ้นช้าๆ พบว่าตนเองนอนอยู่ในห้องสี่เหลี่ยมว่างๆ ห้องหนึ่ง ด้านข้างมีโต๊ะเล็กๆ วางผ้าสีขาวและอุปกรณ์บางอย่างเอาไว้สองสามชิ้น แต่กลับไม่พบใคร บาดแผลที่สีข้างด้านขวาทำเอาปวดร้าวไปทั้งแถบ

ปกติแล้วเขาไม่ใช่คนที่จะมาเจ็บปวดกับแผลเพียงแค่นี้ แต่อาจเป็นเพราะการรบที่ยืดเยื้อ กระทั่งถูกยิงและถูกสายฝนซัดกระหน่ำหลายชั่วโมง ทำให้ร่างกายบัดนี้ไม่สามารถกลับมาเชื่อฟังเขาอย่างเมื่อก่อน

หวัง เจิ้นฮว๋า คิดทบทวนถึงเหตุการณ์ที่ผ่านมา มือหนาพยายามยันตัวเองลุกขึ้น มองหาอาวุธคู่กายแต่กลับไม่พบ เขาลากสังขารตัวเองไปยังประตู เมื่อเปิดออกกลับพบว่าด้านหน้าประตูมีแมวอ้วนสองตัวนอนผึ่งพุงอาบแดด ดวงตาสองคู่เล็กๆ นั้นหันมองขวับอย่างตกใจที่มีคนมารบกวนเวลาพักผ่อนอันแสนสุขยามบ่ายของพวกมัน แม่ทัพหวังไม่ได้สนใจ พาเท้าทั้งสองก้าวไปตามทางเดินริมสระบัวจนกระทั่งพบคนที่ดูเหมือนจะเป็นผู้รับใช้ของที่นี่

“ไปตามคุณชายเร็ว” หนึ่งในสองคนนั้นพูดอย่างรีบร้อน ก่อนที่อีกคนจะวิ่งกลับไปทางเดิม ส่วนคนที่พูดเมื่อครู่รีบตรงเข้ามาหาเขาพร้อมกล่าว

“ท่านมิควรออกมาข้างนอก”

“ที่นี่ที่ไหน?” ร่างสูงถาม

“โอสถสถานตระกูลมู่หรงขอรับ”

เจิ้นฮว๋าขมวดคิ้วเล็กน้อย โอสถสถานมู่หรงแห่งนี้มีชื่อเสียงยิ่งนัก หากแต่อยู่ในเขตแคว้นของศัตรู เหตุใดเจ้าอาชาของเขาจึงได้พาเขามาที่นี่ได้ คิดแล้วจึงถามออกไปอีกครั้ง

“ม้าของข้า?”

“ม้าของท่านพักผ่อนอยู่ที่สวนด้านหลังขอรับ” เมื่อได้คำตอบแล้ว ขายาวไม่รอช้ารีบก้าวฉับๆ ไปทันที หากแต่เมื่อเดินมาได้ไม่ถึงสิบก้าวก็ชะงักไป ที่ด้านหลังมีผู้รับใช้คนเดิมเดินตามมาห่างๆ

ใช่... เขาไม่รู้ทางที่นี่นี่นะ...

คนรับใช้ผู้นั้นเหมือนกับจะรู้ว่าคนตรงหน้าต้องการสิ่งใด จึงรีบพยักหน้าแล้วนำทางไป

“ทำไมเจ้าปล่อยให้คนเจ็บออกมาเดินเช่นนั้นเล่า?” เสียงดุนั้นดังมาจากเบื้องหน้าก่อนจะปรากฎร่างโปร่งในชุดสีแดงเข้มพร้อมบ่าวรับใช้อีกสองคนเดินตามมาข้างหลัง

หวัง เจิ้นฮว๋ามองคนตรงหน้า มือซ้ายยังคงเอื้อมกุมบริเวณที่บาดเจ็บ

คนตรงหน้าเขารูปร่างโปร่งบางแต่ไม่สูงนัก ใบหน้าได้รูป ดวงตาเรียวสวยนั้นดูเป็นประกายสดใส เพียงดูก็รู้ว่าเป็น คุณชาย ของตระกูลนี้มิผิดแน่ แต่รูปร่างช่างบอบบางราวอิสตรีนัก

คนในชุดสีแดงเลือดหมูหันไปพยักหน้ากับคนรับใช้เพียงครั้งหนึ่ง คนรับคำสั่งก็วิ่งหายไป

“เจ้ากำลังจะไปที่ใด?” จื่อเจินหันมาเอ่ยปากถามคนเจ็บ พร้อมกวาดสายตาสำรวจร่างกายคนตรงหน้าว่าหายดีแล้วหรือไม่

“ดาบและม้าของข้า?” เจิ้นฮว๋าพูดเอ่ยเพียงแค่นั้น คนตรงหน้าก็เผยยิ้มออกมา

“ม้าเจ้าอยู่ที่สวน ส่วนดาบ...” ยังไม่ทันพูดจบ บ่าวรับใช้ก็วิ่งมาแต่ไกลในมือมีของยาวๆ ดูคุ้นตา เมื่อวิ่งมาถึงก็ยื่นดาบนั้นให้กับจื่อเจิน เขามองคนเจ็บก่อนจะตอบ

“ดาบเจ้าอยู่นี่” มือหนาคว้าหมับเข้าที่ฝักดาบของตนเอง ปราดตามองดูว่าไม่ได้รับความเสียหายอะไร แล้วจึงชักดาบออกมาเพียงครึ่งเพื่อสำรวจแผ่นโลหะคม

คนตรงหน้าที่มองอยู่เบิกตากว้างเมื่อเห็นว่าทันทีที่เจ้าของดาบสวยนั้นชักดาบออกจากฝัก ก็ปรากฎโลหิตเกรอะกรังติดขึ้นมา

เจิ้นฮว๋าเสียบดาบกลับเข้าฝักอย่างเดิมก่อนเอ่ย

“ทำไมข้ามาอยู่ที่นี่?”

“คุณชายเป็นคนช่วยพาท่านมารักษาที่นี่” เป็นคนรับใช้ที่เอ่ยแทนผู้เป็นนาย

“เจ้าไม่ต้องกังวลอันใดทั้งสิ้น พักผ่อนให้หายดีก่อนเถิด” ทันทีที่จื่อเจินพูดจบ คนตรงข้ามเหมือนกับเชื่อฟังง่ายๆ แต่ก็ยังไม่ขยับตัว จื่อเจินจึงก้าวเข้าไปใกล้พร้อมกับจับเข้าที่ข้อมืออีกฝ่าย เจิ้นฮว๋ายังไม่ทันได้ฝืนตัวก็จะเป็นต้องเดินตามแรงลากของคนตัวเล็กนั้นไปยังห้องพัก โดยมีบ่าวรับใช้สามคนตามมาข้างหลังติดๆ

 

เมื่อเอนตัวลงพิงกับผนังห้องแล้ว เจิ้นฮว๋าก็เอ่ยขึ้น

“ขอข้าดื่มน้ำได้หรือไม่?”

“ไม่ได้” ร่างโปร่งตอบทันควัน ก่อนอธิบาย

“ระหว่างนี้เจ้าดื่มได้แค่ยาต้มเท่านั้น” เจิ้นฮว๋ากำลังจะเอ่ยปากอีกครั้งแต่จื่อเจินก็ยกมือขึ้นปิดปากคนตรงหน้าฉับ  เจิ้นฮว๋าชะงัก..

...กลิ่นที่คุ้นเคยนี้เอง...

ใช่ ระหว่างที่เขาหลับใหลไม่ได้สตินั้นมิรู้ว่าสติล่องลอยอยู่หนใด แต่มีกลิ่นหนึ่งที่เขาจำได้แม่นยำนัก ในห้วงเวลาที่แสนมืดมิดนั้นเขามักจะได้กลิ่นอ่อนๆ นี้ประจำ

“ไม่ต้องพูดอะไรแล้ว เจ้านอนพักซะ พรุ่งนี้ค่อยไปดูม้าของเจ้า” จื่อเจินตัดบทเตรียมลุกขึ้นก็มีเสียงทุ้มดังไล่หลังมา

“เจ้าชื่ออะไร?” จื่อเจินหันกลับไปยิ้มกว้างให้แล้วตอบก่อนจะเดินออกไป

“มู่หรง จื่อเจิน”

 

แม่ทัพหวังหลังจากที่ร่างกายฟื้นตัว ก็ยังไม่คิดจะกลับไปร่วมกับกองทัพที่บัดนี้ไม่รู้เป็นอย่างไรบ้าง

จิตใจของเขาตอนนี้รู้เพียงแค่อยากจะถ่วงเวลาอยู่ที่นี่อีกสักพัก ในหัวนอกจากจะคิดเรื่องของการรบในสมรภูมิที่ผ่านมา การนำทัพออกรบในครั้งหน้า หรือแม้กระทั่งคิดไปถึงเรื่องของการถูกปลดจากตำแหน่งแม่ทัพ แต่นั่นก็หาได้สำคัญเท่ากับความคิดที่ว่า มู่หรง จื่อเจิน ช่างน่าเอ็นดูนัก

จากที่ได้เจอ ได้พูดคุยกันบ้างไม่กี่ประโยคในทุกวัน เพียงแค่ถามไถ่ถึงเรื่องอาการบาดเจ็บ แผล และการฟื้นตัวเท่านั้น หากแต่หัวใจของท่านแม่ทัพกลับรู้สึกพองโตอย่างบอกไม่ถูก

แต่จนกระทั่งเวลานี้ เขาก็ยังไม่ได้บอกชื่อและสถานะของตัวเองออกไป

เสียงดาบโลหะกระทบกันจากการต่อสู้ ร่างของคนสองคนทั้งรุกและตั้งรับอย่างเท่าทันกัน หากแต่สามารถรักษาระดับแบบนี้ไว้ได้เพียงไม่เท่าไรก็เสียจังหวะ อีกฝ่ายเงื้อดาบหวังจะฟันลงมา ส่วนอีกคนก็ใช้ตัวโลหะวาวตั้งรับก่อนจะออกแรงดัน พลันนั้นเองปลายดาบแปลมคมก็จ่อเข้าที่ลำคอขาวของจื่อเจินที่ยิ้มท้าทาย

เจิ้นฮว๋าลดดาบลงเก็บเข้าฝักก่อนจะเอ่ยสิ่งที่ค้างอยู่ในใจ

“เจ้าไม่อยากรู้หรือว่าข้าเป็นใคร?”

จื่อเจินที่หย่อนตัวลงนั่งริมธารหันมองผู้ที่เอ่ยถามพร้อมกับเลิกคิ้ว

“รู้แล้วได้อะไรเล่า?”

“...”

“หรือว่าเจ้าเป็น...กษัตริย์งั้นรึ?” ร่างบางหัวเราะ ได้ยินเรื่องเล่าเหล่านี้มานักต่อนักแล้วเขาเองก็นึกขำ มือเรียวคว้าก้อนหินเล็กๆ ข้างกายปาลงไปในลำน้ำที่ไหลเอื่อยกระทบผิวน้ำเป็นเสียงไพเราะ อาชาสีดำปลอดส่งเสียงขึ้นจมูกฟึดฟัดอย่างขัดใจพร้อมกระทืบเท้าหน้าสองสามครั้งราวกับแสดงความรู้สึกแทนนายของมันไปแล้ว

“ไม่ใช่” เจิ้นฮว๋าตอบด้วยสีหน้าเรียบ

“ข้าก็ว่างั้น” เขาพูดยิ้มๆ แล้วหันไปมองกระรอกตัวเล็กๆ สองสามตัวที่ไต่ลงมาจากต้นไม้เพื่อมากินเมล็ดพืชที่วางกองเอาไว้ใต้ต้นไม้ใหญ่

ร่างสูงไม่สนใจว่าอีกคนจะสนใจอยากรู้หรือไม่ เพราะเขาตัดสินใจมาตั้งแต่เมื่อคืนแล้วว่าอย่างไรเสีย วันนี้ก็ต้องบอกให้ได้

“หวัง เจิ้นฮว๋า...”

“?” จื่อเจินที่ได้ยินก็หันขวับ มองใบหน้าคมนิ่ง

“หวังเจิ้นฮว๋า คือชื่อของข้า”


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 36 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

37 ความคิดเห็น

  1. #35 mdoublee_43 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2563 / 00:42
    คุณหมอทั้งน่ารักทั้งซนเลย ติดตามนะค้า
    #35
    0
  2. #2 Rieng (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 21 สิงหาคม 2563 / 11:09

    ♥️💕♥️💕 ขอบคุณค่ะไรท์ รอตอนต่อไปอยู่น๊า 😊😊😊

    #2
    1
    • #2-1 lollistar(จากตอนที่ 2)
      21 สิงหาคม 2563 / 22:42
      ขอบคุณที่ติดตามนะคะ จะพยายามอัพบ่อยๆ ค่า 😊💕
      #2-1