BLIND BRIDE DOLL ตุ๊กตาเจ้าสาว | ป๋อจ้าน

ตอนที่ 7 : BLIND BRIDE DOLL#6 เผชิญหน้า

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 351
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 15 ครั้ง
    18 ส.ค. 63



Chapter 6 

 


วันที่ 11 กันยายน

ดวงตากลมกำลังมองผ่านหน้าต่างกระจกบานใสที่มีเม็ดฝนโปรยปรายอยู่ภายนอก บ้างก็ไหลลงตามแผ่นกระจกเป็นรูปร่างต่างๆ บัดนี้เซียวจ้านถูกพาตัวมาที่โรงแรมแห่งหนึ่งในเขตหนิงโป

“จะทำตัวเป็นพระเอกเอ็มวีไง?” น้ำเสียงกวนประสาทถูกส่งมาจากบุคคลที่ยืนกอดอกพิงขอบประตูห้องน้ำเบื้องหลัง เซียวจ้านหันกลับไปแว่บเดียวแล้วก็เบือนหน้ากลับไปสนใจวิวภายนอกหน้าต่างอีกครั้งเมื่อเห็นว่าเป็นร่างสูงที่บัดนี้ถอดเสื้อออกเผยให้เห็นแผงกล้ามหน้าท้องและมัดกล้าม ต้นแขนมีผ้าพันแผลสีขาวที่บัดนี้มีสีแดงสดซึมออกมาประปราย

...ถอดเสื้อโชว์ คิดว่าเท่ห์ตายแหละ...

“ทำไมต้องลากฉันมาเกี่ยวด้วย”

ไม่มีเสียงตอบรับ มีเพียงแค่การยักไหล่จากร่างสูงโปร่งก่อนที่เจ้าของร่างจะเดินไปหยุดยืนกอดอกอยู่ข้างหลังคนตัวเล็กกว่าพร้อมกับมองเลยไหล่ลาดออกไปยังสายฝนด้านนอกอย่างใช้ความคิด ความเงียบปกคลุมภายในห้องสี่เหลี่ยมอยู่พักใหญ่ จู่ๆ เซียวจ้านก็หันขวับกลับมาก่อนจะต้องตกใจเมื่อเห็นว่าอีกคนอยู่ห่างจากตัวเองเพียงแค่คืบ อี้ป๋อก้มลงมองนิ่ง ผิดกับอีกคนที่ทำหน้าตาเลิกลั่ก

“ไม่สบายหรือเปล่า?” เสียงทุ้มเอ่ยถามเรียบๆ

“ปละ เปล่า.. ขอใช้โทรศัพท์หน่อยได้มั้ย?” เซียวจ้านถามตะกุกตะกัก พลางเดินเลี่ยงไปยังเตียงสีขาวที่มีข้าวของของร่างสูงวางอยู่ หากแต่ของของร่างบางกลับมีเพียงแค่กล้องที่ถูกอีกฝ่ายยึดไป ส่วนเรื่องมือถือลืมไปได้เลย เขาลืมเอาไว้ที่บ้านตั้งแต่ก่อนจะออกไปที่โรงแรมแกรนด์แล้ว

“จะโทรหาใคร?”

“เรื่องของฉัน”

“งั้นก็ไม่ต้องใช้” อี้ป๋อเดินย้อนกลับมาหยิบกระเป๋าเสื้อผ้ารวมทั้งอาวุธต่างๆ ไปใส่ไว้ในตู้เสื้อผ้าและตู้เซฟที่ทางโรงแรมมีไว้ให้ตามลำดับ ก่อนจะกดรหัสล็อก

“ปล่อยฉันไปเถอะ...”

“หยุดพูดสักที แล้วก็จำไว้ ตราบใดที่ผมยังอยู่คุณไม่มีทางรอด” ทันทีที่อี้ป๋อหันกลับมา หมอนใบโตก็ถูกปาไปตรงตำแหน่งใบหน้าหล่อคม หากแต่เจ้าหน้าที่หน่วยปฏิบัติการพิเศษอย่างเขาก็หลบได้อย่างง่ายดาย ตามด้วยการยักคิ้วท้าทาย...เป้าหมายเพียงเพื่อยั่วโมโหคนตัวเล็กตรงหน้า

“แก!” เซียวจ้านกัดฟันกรอด

“?”

“ไอ้!..” ยังไม่ทันจะพ่นคำด่าออกไป อี้ป๋อก็พุ่งพรวดเข้าไปปิดปากอีกคนพร้อมกับจุ๊ปากเป็นสัญลักษณ์ให้อีกฝ่ายอยู่ในความสงบ

เมื่อครู่จู่ๆ ก็ได้ยินเสียงแปลกๆ ขึ้นมา ดวงตาคมกวาดมองไปรอบๆ ห้องที่ทางโรงแรมจัดไว้ให้อย่างระวัง แต่ดูเหมือนว่าอีกคนกลับไม่รู้เรื่องอะไรเลย ปากเรียวงับเข้าที่มือหนาอย่างแรง

“โอ้ย”

ไวเท่าความคิด ขาเล็กรีบพาตัวเองวิ่งไปยังประตูหน้าห้อง แต่แล้วจู่ๆ ห้องทั้งห้องก็ดับมืดลง

“คุณ!

...ไร้เสียงตอบรับ...

ประตูห้องที่ควรจะถูกเปิดเพื่อเป็นทางหนีให้กับเซียวจ้านกลับยังนิ่งอยู่ในความมืด ไม่มีแสงสว่างลอดผ่านจากการเปิดประตู

อี้ป๋อก้าวฉับๆ ฝ่าความมืดไปยังตำแหน่งที่คิดว่าอีกคนน่าจะหยุดอยู่ แล้วก็จริงอย่างที่คิด.. เมื่อสายตาปรับแสงในความมืดได้แล้วก็เห็นร่างร่างหนึ่งฟุบอยู่บนพื้น

อี้ป๋อเข้าไปเขย่าเรียก แต่กลับไร้ปฏิกิริยา ไวเท่าความคิดแขนแกร่งก็ช้อนเอาคนตัวบางไปวางบนเตียงใหญ่กลางห้อง ก่อนจะไปค้นของบางอย่างในตู้เสื้อผ้าสักพัก แท่งไฟเล็กสีเหลืองอ่อนถูกจุดประกายด้วยแบตเตอรี่ที่สามารถใช้ได้กว่า 8 ชั่วโมงจะถูกถือเข้าใกล้เตียงที่เซียวจ้านนอนอยู่ ใบหน้าเรียวเริ่มชัดขึ้นตามแสงที่เริ่มเข้าใกล้ ทันทีที่เห็นคนตรงหน้าอย่างชัดเจนภายใต้แสงไฟสลัวแล้ว อี้ป๋อถึงกับหลุดเอ่ยเสียงเรียกชื่อในห้วงความฝันนั้นออกมาอย่างไม่รู้ตัว

“จื่อเจิน?”

นิ้วเรียวเกลี่ยไปที่ใบหน้าสวยได้รูปของคนที่หมดสติไปอีกครั้ง ไอร้อนจากร่างกายท่อนบนที่เปลือยเปล่าค่อยๆ แผ่ซ่าน อี้ป๋อไม่รู้ว่าเขาจ้องมองใบหน้านั้นเป็นเวลานานเท่าไหร่ รู้ตัวอีกทีริมฝีปากของเขาก็สัมผัสเข้าที่ริมฝีปากนุ่มแล้ว...

 

การกราบเคารพครั้งสุดท้ายเสร็จสิ้น

“ท่านแม่ทัพ เชิญทางนี้เพคะ”

ท่านแม่ทัพประคองร่างเพรียวบางในชุดแต่งงาน มีผู้รับใช้เดินนำไปจนกระทั่งส่งถึงหน้าประตูห้องหอ เมื่อเข้าถึงสู่ภายในตัวห้องแล้ว ผู้รับใช้ก็ได้รับการพยักหน้าเป็นสัญญาณว่าทุกอย่างเรียบร้อยดี เธอจึงโค้งคำนับแล้วรีบเดินออกไป ก่อนที่ประตูจะถูกปิดลง

ใบหน้าขาวใสภายใต้ผ้าคลุมหน้าสีแดงค่อยๆ ถูกเผยออกเมื่อพัดในมือของอีกฝ่ายเลื่อนเปิดผ้าคลุมนั้น ก่อนชายในชุดแต่งงานสีแดงสดปักเลื่อมสีทองวิจิตรจะยกยิ้มอย่างพอใจ

“เจ้ามีความสุขหรือไม่?” ท่านแม่ทัพขยับเข้าไปใกล้ เมื่ออีกฝ่ายถูกถามด้วยคำถามนี้ใบหน้าอีกฝ่ายก็เผยรอยยิ้มพร้อมพยักหน้าเบาๆ

ทำเอาร่างสูงอดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมาเบาๆ แล้วหอมแก้มใสฟอดใหญ่ด้วยความหมั่นเขี้ยว มือเล็กตีเผียะไปที่ท่อนแขนคนตรงหน้า

“เจิ้นฮว๋า! เจ้า!

“ข้าเจ็บรู้หรือไม่” ว่าแล้วก็สวมกอดรอบเอวบางอย่างเอาใจ เส้นผมยาวสลวยสีดำสยายลงมาถึงกลางแผ่นหลังถูกจมูกโด่งสูดดมครั้งแล้วครั้งเล่า เมื่ออีกฝ่ายไม่ได้พูดอะไร จึงเอ่ยถาม “เจ้าอยากอาบน้ำหรือไม่?”

“อะ อื้ม”

“ข้าอาบให้” เสียงทุ้มกระซิบต่ำอยู่ข้างใบหูทำเอาอีกคนเสียวสะท้านไปทั้งร่าง

“มิดีหรอก อีกอย่างข้าเองก็เป็นชาย...ข้าอาบเอง”

แต่คำพูดประโยคถัดมาของ เจิ้นฮว๋า เล่นเอาดวงหน้าเรียวขึ้นสีแดงจัด “ข้าอาบให้มิดีอย่างไรงั้นหรือ?

ไม่รอคำแย้งใดๆ อีก ร่างสูงก็ถอดชุดคลุมสีแดงลายมังกรของตัวเองออก ก่อนจะช้อนร่างเล็กกว่าไปวางบนเตียง ปลดเสื้อคลุมสีแดงสดเฉกเช่นเดียวกันออกเผยให้เห็นลำคอและไหล่เนียนราวอิสตรี

มือเล็กเรียวเลื่อนลูบไปตามโครงหน้าหล่อคมก่อนจะไล้ไปที่สันจมูก...เลื่อนเรื่อยมาจนถึงปากเรียว มือหนากุมมือเล็กเอาไว้พร้อมเอ่ยถาม

“จะลูบข้าไปถึงไหนกัน?”

“ไหนเจ้าว่าจะอาบน้ำให้ข้า” มือเล็กที่ถูกจับกุมเอาไว้ถูกพาเลื่อนไปยังแผ่นอกกว้าง หน้าท้องแกร่ง และเลื่อนไปยังช่วงล่าง

“ขอข้าสัมผัสเจ้าก่อนได้หรือไม่ จื่อเจิน” เสียงหัวเราะคิกหลุดออกมาจากปากอิ่มของร่างบางเมื่อได้สัมผัสกับความใหญ่โตคับพอง ก่อนดวงตาที่เป็นประกายในตอนแรกหม่นแสง แต่ยังไม่ทันได้เอ่ยคำใด นิ้วโป้งเรียวของแม่ทัพหวัง เจิ้นฮว๋าก็ทาบเข้าที่เรียวปากสวยแล้วชิงพูดขึ้นมาซะก่อน

“จากวันนี้ข้าเป็นคู่ชีวิตของเจ้าแล้ว ข้าจะเป็นดวงตาให้เจ้าเอง จื่อเจิน”

 

BLIND BRIDE DOLL

 

 เซียวจ้านสะดุ้งตื่นขึ้นมากลางดึก คนที่ควรจะอยู่ในห้องนี้อีกคนกลับหายตัวไป เม็ดเหงื่อเล็กๆ ผุดพรายบนใบหน้าใสก่อนจะรู้สึกเจ็บร้าวไปทั้งร่าง ลำคอแห้งผากจนต้องลากตัวเองไปยังตู้เย็นขนาดเล็กที่อยู่ห่างจากเตียงไม่ไกล น้ำเย็นจากขวดแก้วถูกกรอกลงสู่ลำคอจนพอใจก่อนที่เซียวจ้านจะเดินเข้าห้องน้ำ ร่างบอบบางราวกับหญิงสะท้อนผ่านกระจกเงาตรงอ่างล้างหน้าขนาดกะทัดรัด เจ้าของมองสำรวจตัวเองอย่างถี่ถ้วนแล้วเปิดก๊อกน้ำให้สายน้ำไหลผ่านมือบาง วักขึ้นล้างหน้าแล้วตบแรงๆ สองสามครั้ง หยดน้ำใสเกาะพราวทั่วใบหน้าและเส้นผมสีน้ำตาลอ่อน

“ฝันบ้าอะไร บ้าไปแล้วเซียวจ้าน” ดวงตากลมภาพสะท้อนตัวเองในกระจกพลางนึกย้อนไปถึงความฝันที่ทำให้ตัวเองต้องสะดุ้งตื่นขึ้นมา

“จื่อเจิน เจิ้นฮว๋า...” ชื่อเรียกในความฝันนั้นเซียวจ้านจำมันได้ดี ภาพงานแต่งงานที่ถูกจัดขึ้นอย่างใหญ่โตเป็นสิ่งที่บ่งบอกได้อย่างชัดเจนว่าทั้งฝ่ายเจ้าบ่าวและเจ้าสาว ไม่สิ ความจริงคือเจ้าบ่าวด้วยกันทั้งคู่ อีกทั้งไม่ใช่เพียงแค่สามัญชนธรรมดา แต่สิ่งที่ทำให้เขาว้าวุ่นใจยิ่งกว่าคือจื่อเจินกับเจิ้นฮว๋าในฝันหน้าเหมือนเขากับคนที่ลากเขามาไม่มีผิดเพี้ยน! แล้วเขาทั้งสองคนยัง...มีอะไรกันอีกเนี่ยนะ จะบ้าไปแล้ว เซียวจ้านคิดเพียงเท่านั้นก็มือขึ้นลูบหน้าตัวเองเพื่อตั้งสติ

 หัวคิ้วเรียวมุ่นเป็นปมพร้อมกับจังหวะที่สายตาสะดุดเข้ากับจี้หยกสีเขียวที่ห้อยอยู่ที่ลำคอ ความคิดในวันที่เกิดเรื่องที่โรงแรมแกรนด์แว่บเข้ามาราวกับม้วนฟิล์มที่ได้รับการรีเพลย์ใหม่อีกครั้ง

... “สวมนี่เอาไว้ อย่าถอดเด็ดขาด มันจะช่วยคุ้มครองนายจากสิ่งชั่วร้าย ที่สำคัญ...ยังเป็นเครื่องรางบอกเหตุได้ว่าผู้สวมใส่กำลังมีเคราะห์หรือมีโชค ก็ดูได้จากสีของหยกนั่นล่ะ”

คำพูดของเพื่อนรักดังก้องอยู่ในหัว มันจะต้องมีอะไรไม่ชอบมาพากลแน่ๆ เซียวจ้านหยิบจี้หยกขึ้นมาพิจารณา หยกที่เคยเป็นสีเขียวใสโปร่งแสงเมื่อครั้งที่จั๋วเฉิงมอบให้ บัดนี้มีสีหมองลงอย่างเห็นได้ชัด ความกังวลบางอย่างสะท้อนผ่านใบหน้าเรียวก่อนเจ้าตัวจะสะบัดหน้าไล่ความคิดที่ฟุ้งซ่านออกไป ไม่รอช้าเซียวจ้านรีบออกจากห้องน้ำพุ่งตรงไปยังโต๊ะปลายเตียง เขาจำได้ว่าคนๆ นั้นวางกล้องดิจิตอลของเขาเอาไว้ หากแต่สิ่งที่ปรากฏแก่สายตากลับไม่ใช่กล้องคู่ใจ แต่เป็นโบราณวัตถุที่ถูกขโมยออกมาเมื่อคืนวาน ‘ตุ๊กตาโบราณ

ร่างบางมองอย่างชั่งใจก่อนจะค่อยๆ ก้าวเข้าไปใกล้ และโดยที่ไม่ทันได้รู้ตัวมือบางก็เอื้อมไปสัมผัสเข้ากับวัตถุที่ถูกอ้างว่าทำจากแร่ทองคำที่ยังไม่ถูกสกัดตรงหน้าอย่างเบามือ แต่กลับมีความรู้สึกบางอย่างท้วมท้นจนเต็มอก

ตุ๊กตาทั้งสองตัวถูกตั้งอยู่บนฐานเดียวกัน ความสูงประมาณหนึ่งฟุตกับน้ำหนักที่พอจะทำให้รู้สึกว่าหนัก เซียวจ้านไม่แปลกใจเลยว่าทำไมมันถึงมีมูลค่ามหาศาลและเป็นที่หมายปองของใครหลายๆ คน นิ้วเรียวไล้ไปตามผ้าแพรสีแดงที่ปักลวดลายหรูหราก่อนจะเลื่อนไปยังใบหน้าเล็กๆ ของตุ๊กตาเจ้าบ่าว ดวงตาลูกแก้วสีนิลที่ถูกฝังอยู่ที่ตำแหน่งดวงตานั้นสะท้อนล้อกับแสงไฟเป็นประกายวาววับผิดกับดวงตาอีกคู่ของฝ่ายเจ้าสาวที่ดำสนิทไร้แวว

...น่าแปลก...

แปลกที่ตอนที่เขาเข้าไปในห้องจัดแสดงในโรงแรมแกรนด์กลับเห็นว่าลูกตาของตุ๊กตาเจ้าสาวนั้นเหมือนกับของคนจริงๆ แต่ในตอนนี้กลับเป็นเพียงหินสีธรรมดา มือบางพลิกวัตถุในมือเพื่อพิจารณาด้านหลังแล้วก็ได้เห็นตัวอักษรที่สลักไว้อีกครั้ง

“ใครกันนะ?” ร่างโปร่งบางพึมพำกับตัวเองพลางนึกหงุดหงิดในใจ นี่ถ้าหากเขาได้อยู่ที่บ้านพร้อมกับวัตถุโบราณชิ้นนี้ คงจะได้รายละเอียดสำคัญที่เป็นประโยชน์ไม่น้อย ความหวาดกลัวทั้งหมดหายไปเหลือเพียงแต่จิตวิญญาณของการเป็นว่าที่ด็อกเตอร์ที่กำลังทำวิทยานิพนธ์เกี่ยวกับด้านโบราณคดีและกำลังจะเรียนจบภายในไม่กี่เดือนข้างหน้านี้หากวิทยานิพนธ์สำเร็จลุล่วง

เซียวจ้านวางของในมือลงที่เดิมแล้วก็ตรงไปที่โต๊ะข้างเตียง ปากกาและกระดาษโน้ตปึกหนึ่งนอนแน่นิ่งอยู่ข้างโทรศัพท์ของทางโรงแรม สายตามองซ้ายมองขวาเมื่อเห็นว่าอีกคนยังไม่มาก็รีบหยิบปากกาขึ้นมาลิสต์สิ่งที่ตัวเองต้องการหาคำตอบ

...การทำตุ๊กตาคู่

...ชื่อสลักหลังตุ๊กตา

..แม่ทัพหวังเจิ้นฮว๋า...จื่อเจิน...อี้ป๋อ......

...คนหน้าเหมือน

เขียนเสร็จก็วางปากกาลงแล้วยกโทรศัพท์ของโรงแรมขึ้นแนบหู เพียงแค่เสียงรอสายดังขึ้นครั้งแรกก็มีเสียงทุ้มดังมาจากข้างหลัง

“จะทำอะไร?”

หน้าเรียวหันขวับไปทางต้นเสียงอย่างตกใจ

 

BLIND BRIDE DOLL

 

 Yibo’s Part

 

จู่ๆ ผมก็รู้สึกตัวขึ้นมากลางดึก สะบัดหน้าไล่ความง่วงงุนก่อนจะยกนาฬิกาที่ข้อมือขึ้นดู หน้าปัดดิจิตอลบอกเวลา 2:13 ไฟในห้องยังคงส่องสว่างทำให้ผมเห็นใครอีกคนนอนแน่นิ่งอยู่ที่พื้นหน้าประตูห้อง ผมตรงรี่เข้าไปช้อนตัวที่เบาราวกับนุ่นขึ้นมาแล้วพาไปนอนบนเตียง ไม่รู้ว่านานเท่าไหร่ที่ผมนั่งพิจารณาคนที่นอนไม่รู้สึกตัว เขาเหมือนกับคนในฝันจริงๆ จนผมเองยังตกใจ หลายครั้งที่เกือบจะหลุดเรียกชื่อออกไปอย่างในฝัน

ผมยอมรับว่าผมฝันอะไรต่อมิอะไร แต่กล้าสาบานเลยว่าผมแยกแยะได้! เพราะมันไม่น่าจะเกิดขึ้นจริง...แต่ความรู้สึกท้วนท้นเมื่อกี้มันคืออะไร...

...ก็เหมือนกันแค่ใบหน้าเท่านั้นแหละ อย่างอื่นไม่มีอะไรเหมือนกัน ผมรับรองได้...

คิดฟุ้งซ่านได้ไม่เท่าไหร่ก็นึกขึ้นได้ว่าก่อนหน้านี้มีอะไรบางอย่างแปลกๆ เสียงที่ผมได้ยินมันมีต้นตอมาจากใกล้ๆ นี้ไม่ผิดแน่ แล้วมันยิ่งแปลกเข้าไปใหญ่เพราะหลังจากที่ไฟดับ ผมเองก็ไม่รู้สึกตัวอีกเลย มันชักจะไม่ชอบมาพากลซะแล้ว

ไม่รอช้าผมรีบเปิดตู้เสื้อผ้าคว้ากระเป๋าออกมาค้นหาข้าวของสักพัก อย่างแรกที่เปิดเจอในกระเป๋าคือของกลางที่เป็นต้นเหตุของเรื่อง ผมใช้เสื้อยืดสีเทามาป้องกันรอยนิ้วมือจากการหยิบของกลางวางไว้บนโต๊ะ แล้วก็เสื้อยืดตัวเดิมนั่นแหละที่ถูกเอามาสวม วิกผมสีทองที่เคยใช้เมื่อไม่กี่วันก็ถูกนำกลับมาใช้อีกครั้งพร้อมกับแว่นตาดำ ผมหยิบเอาปืนสั้นคู่ใจเหน็บเข้ากับกางเกงและไม่ลืมที่จะคว้ากล้องถ่ายรูปของเซียวจ้านมาด้วย แล้วจึงเปิดประตูออกจากห้องพอดีกับที่เครื่องมือสื่อสารเครื่องบางจะดังขึ้น

“ว่าไงอวี๋ปิน”

ทางตำรวจกำลังระดมกำลังตามล่าตัวมึงอยู่ ทุกคนคิดว่ามึงเป็นหนึ่งในผู้ก่อการร้าย VA ตอนนี้เจ้าหน้าที่จากรัสเซียถูกส่งตัวมาให้ความช่วยเหลือรัฐบาลจีน แล้วก็กำลังกระจายกำลังไปทางเขตเฉาหยาง คำบอกเล่าของสหายทำเอาผมกุมขมับ ถึงแม้น้ำเสียงจะแฝงแววขี้เล่นอยู่บ้าง แต่นี่ผมเพิ่งมาถึงที่นี่ ยังไม่ทันได้ปฏิบัติหน้าที่อะไรก็จะถูกตามล่าหมายหัวอีกแล้ว

“มึงช่วยติดต่อจองที่พักที่ปลอดภัยให้กูสักที่ในเฉาหยาง กูจะอยู่ที่นี่อีกสักวันสองวัน แล้วจะกลับไปให้ทันงานประมูล”

ยังมีอีกเรื่อง มึงควรติดต่อกลับกองบัญชาการด้วย

“อืม กูรู้แล้ว ขอบใจ”

หลังจากวางสายคู่หูร่วมเป็นร่วมตายแล้วผมก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่ อันที่จริงชีวิตผมมันก็ไม่ได้มีค่าอะไรมากอยู่แล้ว แค่ทุกวันนี้มีค่าตอบแทนจากการเป็นหน่วยสายลับพิเศษก็มากพอที่จะให้แม่เก็บไว้ใช้ได้ทั้งชีวิต แต่ตราบใดที่ภารกิจยังไม่สำเร็จ ผมเองก็ไม่สามารถตายได้

สะบัดหัวไล่ความคิดนี้ออกไปแล้วจึงลงลิฟต์ไปยังรีเซปชั่นที่ยังคงมีพนักงานนั่งเฝ้าอยู่ ติดต่อขอเปลี่ยนห้องพักเรียบร้อยผมจึงรีบมุ่งหน้ากลับห้อง

ผมเปิดประตูอย่างเบามือเพราะเกรงว่าคนที่หลับอยู่ในห้องจะตื่น แต่กลับผิดคาดเมื่อสายตาผมกลับเห็นเขากำลังยกหูโทรศัพท์ ผมรีบปรี่เข้าไปเพื่อจะขัดขวางทันที

“จะทำอะไร?”

 

ตื้ด ตื้ด ตื้ด...

 

BLIND BRIDE DOLL



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 15 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

89 ความคิดเห็น