BLIND BRIDE DOLL ตุ๊กตาเจ้าสาว | ป๋อจ้าน

ตอนที่ 3 : BLIND BRIDE DOLL#2 พบเจอ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 432
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 27 ครั้ง
    18 ส.ค. 63



Chapter 2

           


                    วันที่ 9 กันยายน

                ท่าอากาศยานนานาชาติหางโจวคลาคล่ำไปด้วยผู้คนที่สัญจรไปมา บ้างก็เป็นผู้โดยสาร และครอบครัว บ้างก็เป็นพนักงานที่ทำงาน ณ ที่แห่งนี้ เซียวจ้านลากกระเป๋าเอกสารใบโตออกจากเกทพร้อมกับสอดส่ายสายตามองหาเพื่อนสนิทที่ย้ำนักย้ำหนาว่าต้องมารับให้ได้ ไม่งั้นจะงอนไปสิบวัน ทำให้วังจั๋วเฉิงจำเป็นต้องดึงสังขารตัวเองลุกออกจากเตียงตั้งแต่ตีห้า เพื่อไปรอรับที่สนามบิน

               “เซียวจ้าน ทางนี้โว้ย” เสียงโหวกเหวกตรงมุมหนึ่งร้องเรียก เมื่อเจ้าของชื่อหันไปก็พบกับร่างของเจ้าเพื่อนตัวดีกระโดดเหยงๆ พร้อมกับกวักมือเรียก ไม่รอช้าร่างโปร่งก็ลากตัวเองตรงไปหาทันที

“รอนานมั้ย?”

“ไอ่นานน่ะไม่หรอก แต่กลัวอยู่อย่างเดียวว่ามาแล้วไม่เจอ เดี๋ยวก็จะบ่นเป็นหมีกินผึ้ง” จั๋วเฉิงว่า แต่ไม่อยู่รอให้อีกฝ่ายสวนกลับ เพราะรู้ดีว่าถ้าอยู่ต่อ เขาอาจจะกลายเป็นศพอยู่ที่สนามบินเป็นแน่ จึงรีบแย่งกระเป๋าของเพื่อนเดินลิ่วไปยังที่จอดรถเสียก่อน ปล่อยให้เซียวจ้านอ้าปากพะงาบๆ ไล่หลัง

“ไอ้..ไอ้จั๋วเฉิง!” ร่างโปร่งวิ่งตามหลังพร้อมกับก่นด่าคนที่ทิ้งระยะห่างออกไปไม่ไกล แต่เพราะไม่ทันระวังหรือความอ่อนเพลียจากการเดินทางทำให้ขาเรียวพลาดไปสะดุดเตะเข้ากับกระเป๋าของผู้โดยสารคนอื่นจนตัวเองล้มหน้าคะมำ เสียงไม่เบานักของจุดเกิดเหตุกลายเป็นจุดสนใจสำหรับคนที่อยู่ตรงนั้น เสียงหัวเราะดังแว่วเข้ามา เซียวจ้านหันขวับมองที่มาของเสียงอย่างหงุดหงิด แต่ก็ยันตัวเองลุกขึ้น พร้อมๆ กับที่จั๋วเฉิงวิ่งกลับมาหาด้วยความเป็นห่วง

“เซียวจ้าน เจ็บตรงไหนมั้ย?”

“เจ็บขาสิถามได้ ใครใช้ให้นายวิ่งหนีฉัน” ร่างโปร่งโวยใส่ อายก็อายแต่ขอกลบเกลื่อนด้วยการโยนบาปให้เพื่อนไว้ก่อนแหละ

“เออๆ โทษทีๆ” ร่างสมส่วนของจั๋วเฉิงก้มๆ เงยๆ สำรวจดูความผิดปกติของอีกคน แต่หลังจากที่ไม่พบบาดแผลก็เงยหน้าขึ้นถาม “แล้วเดินไหวมั้ยเนี่ย?”

“ไหว” เซียวจ้านหน้างอ ก่อนจะเดินกระแทกเท้าปึงปังนำหน้าจั๋วเฉิงออกไปจากบริเวณนั้นท่ามกลางสายตาขำขันของผู้คนรอบๆ รวมถึงร่างสูงเจ้าของเสียงหัวเราะที่เดินไปดึงกระเป๋าตัวต้นเหตุให้ตั้งขึ้นอย่างเดิม

“กูว่าท่าจะเพี้ยนว่ะ” อวี๋ปินพูดพร้อมกับโยนกระป๋องเครื่องดื่มให้คนที่ยืนอยู่ข้างๆ

“ไม่หรอก กระเป๋ากูคงไปขวางทางเขาเอง” เอ่ยจบนิ้วเรียวก็ดึงห่วงบนฝากระป๋องเครื่องดื่มแล้วยกขึ้นกระดกเข้าปาก

“กระเป๋ามึงเป็นต้นเหตุแท้ๆ แทนที่จะเข้าไปช่วยเขาสักหน่อย”

“...” หวัง อี้ป๋อไม่ตอบอะไร

อวี๋ปินเตรียมยกเท้าขึ้นเตะเพื่อนตัวดีที่ยืนทำไม่รู้ไม่ชี้ อี้ป๋อขยับยืดเส้นยืดสายเงียบๆ สักพัก ก่อนจะเอ่ยเสียงเรียบ จนอวี๋ปินต้องมองหน้าเขาอย่างสนใจ

“กูว่า..กูเคยเจอเขา”

 

BLIND BRIDE DOLL

 

 “มึงจะบอกว่าเขาเป็นคนเดียวกับคนที่มึงฝันติดๆ กันมาทั้งอาทิตย์อ่ะนะ? กูว่ามึงคงทำงานหนักเกินไปว่ะอี้ป๋อ” ไม่ช่วยสนับสนุนยังไม่พอ อวี๋ปินยังเลือกที่จะแขวะเจ้าหน้าที่หน่วยสืบราชการลับตามนิสัย แต่แทนที่อี้ป๋อจะตอบอะไร กลับโยนม้วนกระดาษม้วนหนึ่งใส่เพื่อน แล้วหันกลับไปตรวจดูอาวุธที่ถูกลำเลียงมาก่อนล่วงหน้าเพียงไม่กี่วันว่ายังอยู่ครบ สูญหายหรือชำรุดหรือไม่ แน่นอนว่าพวกเขาไม่ได้บินมาด้วยเครื่องบินพาณิชย์ทั่วไป แต่เป็นเครื่องเหมาลำจากหน่วยพิเศษของกองทัพ และตอนนี้พวกเขาก็เข้ามาอยู่ในคอนโดแห่งหนึ่งเป็นที่เรียบร้อย

อวี๋ปินกางม้วนกระดาษในมือ ก่อนจะเบิกตาโตเมื่อได้เห็นสิ่งที่ถูกวาดลงไปในนั้น

“อี้ป๋อมึงรู้จักเขามาก่อนเหรอวะ?”

“ก็บอกว่าไม่รู้จัก แต่จะต้องให้บอกกี่ครั้งว่ากูเคยเห็นเขาในฝันจริงๆ”

“งั้นกูว่าเขาคงเป็นเนื้อคู่อะไรทำนองนั้น..เฮ้ย” สิ้นประโยคอวี๋ปินก็ร้องลั่น เมื่อมีดสั้นความยาวเท่าฝ่ามือบินเฉียดใบหูไปปักอยู่บนผนังบุผ้าด้านหลัง

“ไร้สาระ”

“เออ ไร้สาระ แต่ถ้ากูตายมันจะไม่ไร้สาระ” อี้ป๋อหัวเราะกับคำพูดของเพื่อนก่อนจะเดินไปดึงเอามีดมาเก็บเข้าซองอย่างเดิม เขารู้อยู่แล้วว่าร่างโปร่งด้านหน้าเขาว่องไวเสียยิ่งกว่าอะไร ถึงการเล่นแบบนี้จะไม่สมควร แต่ก็ขอได้ทำให้มันสำนึกกับสิ่งที่พูดหน่อยเถอะ คิดแล้วจึงฉวยเอากระดาษสเก็ตช์ในมือใหญ่มาม้วนเก็บไว้อย่างเดิม

เขาเองก็ไม่รู้ว่าทำไมถึงได้เอามันมาที่นี่ด้วย แต่จะด้วยจิตใต้สำนึกหรือสมองสั่งการ ก็ทำให้เขาหอบหิ้วมันมาจนถึงเจ้อเจียง แล้วก็เป็นเรื่องน่าเหลือเชื่อเสียด้วยเมื่อเขาได้เจอคนในภาพแบบตัวเป็นๆ เมื่อไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมานี้ หรือเขาควรจะเชื่อเรื่องปาฏิหาริย์หรือพรหมลิขิตดี

“กูกับมึงต้องอยู่ด้วยกันอีกนาน”

“เออ ขอให้เป็นแบบนั้นเหอะ แล้วนี่คือคิดจะออกไปเปิดหูเปิดตามั้ย? หรือจะอยู่แต่ในห้องรอวันงาน?”

“กูว่าจะนอนอยู่นี่แหละ มึงจะไปไหนก็ไป ซื้ออะไรมาเก็บไว้ในตู้เย็นด้วย” ร่างสูงสั่งเสียอย่างดี ก่อนจะปลีกวิเวกเข้าห้องนอนของตัวเอง ไม่รอฟังคำปฏิเสธของอวี๋ปินที่ยังไม่ทันได้เอ่ยก็จำเป็นต้องกลืนลงคออย่างเดิม

ห้องพักในคอนโดที่พวกเขามาพักเป็นห้องชุดหรูอย่างดี ภายในมีอุปกรณ์อำนวยความสะดวกครบครันราวกับเป็นบ้านหลังหนึ่ง จากโถงห้องนั่งเล่นกลางแยกไปทางด้านซ้ายและขวามีห้องพักด้านละห้อง อี้ป๋อเดินแยกไปทางด้านซ้ายซึ่งเป็นห้องที่เขาใช้พักในคืนนี้และคืนต่อๆ ไป เขาเริ่มเดินตรวจตราห้องนอนที่ถูกจัดไว้อย่างถี่ถ้วนด้วยความเคยชิน ไม่ว่าจะเป็นตู้ เตียง โต๊ะ ห้องน้ำ หรือข้าวของต่างๆ ที่ทางคอนโดจัดไว้ให้ เมื่อเห็นว่าทุกอย่างปกติดีจึงพาร่างของตัวเองไปหยุดอยู่ริมหน้าต่างกระจกบานใหญ่ที่เมื่อมองออกไป สามารถเห็นวิวได้เกือบร้อยแปดสิบองศา แล้วสายตาก็ปรับโฟกัสไปยังตึกสูงเสียดฟ้าที่ตั้งเด่นอยู่ฝั่งตรงข้าม ตัวอักษรภาษาอังกฤษที่เรียงอยู่ใหญ่พอให้อ่านออกว่า Grand Hotel

เขาควรจะนึกขอบคุณหัวหน้าของเขาดีไหมที่เลือกที่พักให้ได้เหมาะเจาะขนาดนี้...

 

เจิ้นฮว๋า..

 

ร่างสูงขมวดคิ้วเมื่อรู้สึกว่าตัวเองหูแว่ว พร้อมกับผละออกจากหน้าต่างเดินไปเปิดประตูห้องเพื่อดูว่าเพื่อนของเขายังอยู่หรือเปล่า แต่ห้องทั้งห้องก็ไร้เงาของคนพูดมากเมื่อครู่ อี้ป๋อหันกลับเข้ามาในห้อง ก่อนจะชะงักทันทีที่เห็นว่าหน้าต่างที่ทำด้วยกระจกทั้งบานเป็นฝ้าจางๆ อยู่เพียงแค่หนึ่งฝ่ามือ ขายาวก้าวเข้าไปที่กระจกอย่างไม่รอช้า ใบหน้าหล่อเลื่อนเข้าไปใกล้พร้อมด้วยสายตาคมที่จ้องราวกับกำลังจับตาดูพฤติกรรมของผู้ต้องสงสัยในคดี

“นี่มันอะไรกัน?” อี้ป๋อถึงกับหลุดปากอย่างแปลกใจกับสิ่งที่สะท้อนอยู่ในดวงตา

“อี้ป๋อ กูลืมคีย์...เฮ้ย!” เสียงโหวกเหวกโวยวายอย่างตกใจดังอยู่เบื้องหลัง ทำให้อี้ป๋อจำเป็นต้องหันขวับ เห็นอวี๋ปินยืนอยู่หน้าประตูห้องด้วยสีหน้าไม่สู้ดี

“อะไร?”

“กู..เอ่อ กูจะบอกว่ากูลืมคีย์การ์ดที่ฝากมึงไว้”

“อ้อ อยู่ในกระเป๋า เดี๋ยวหยิบให้” อี้ป๋อคว้าเอากระเป๋าเป้คู่ใจมาค้นๆ อยู่สักพักก่อนจะหยิบคีย์การ์ดส่งให้อีกคน  พลางเอ่ยปาก “ไม่เห็นจะต้องโวยวายอะไรขนาดนั้น ทำหน้ายังกับเห็นผี” แน่นอน เขาจะบอกยังไงได้ล่ะว่ามีกลุ่มเงาสีดำราวกับร่างคนแนบชิดอยู่เบื้องหลังเพื่อนเขา

“เออ ไม่เชิงหรอกมั้ง..งั้น งั้นกูไปก่อนนะเว้ย มึง...ดูแลตัวเองด้วยนะ” ว่าจบก็รีบผลุนผันออกไปทันทีไม่รอให้อี้ป๋อได้ไถ่ถามอะไรอีก ร่างสูงได้แต่ส่ายหัวไปมากับท่าทางลุกลี้ลุกลนผิดปกติของเพื่อน ก่อนจะนึกขึ้นได้ถึงสิ่งที่เห็นก่อนหน้านี้

 

...รอยฝ้ากับรอยอะไรแปลกๆ คล้ายนิ้วมือคนลากผ่านบนกระจกมาจากไหน...

 

แต่แล้วก็สลัดความคิดที่หาสาเหตุไม่ได้ออกจากหัว ร่างสูงเอนตัวลงนอนบนเตียงขนาดใหญ่เพื่อพักผ่อนให้เต็มที่ ดวงตาคมถูกปิดโดยเปลือกตาอย่างช้าๆ ปล่อยให้ใบหน้าของบุคคลที่เห็นในห้วงความฝันตลอดทั้งอาทิตย์เวียนเข้ามาอีกครั้ง...

 

BLIND BRIDE DOLL

 

 “เอาล่ะ เสร็จเรื่องแล้วใช่มั้ย ฉันจะได้กลับไปนอนต่อ” จั๋วเฉิงเอ่ยปากเมื่อยกกระเป๋าเดินทางของเพื่อนขึ้นไปไว้บนหลังตู้เสื้อผ้าในห้องนอนเสร็จ

พอพวกเขาออกจากสนามบินก็ตรงกลับมาที่บ้านของเซียวจ้านทันที แน่นอนว่าที่นี่เป็นบ้านเกิดของเขาเอง ทำให้ไม่จำเป็นต้องไปลำบากหาที่พักที่ไหน แต่เสียดายอยู่อย่างคือพ่อกับแม่ของเขาดันติดธุระพอดีจึงไม่มีโอกาสได้พบกัน ในบ้านจึงเหลือเพียง เสี่ยวจูเจ้าแมวบริติชชอร์ตแฮร์ตัวอ้วนเหมือนลูกหมูที่นอนหาวต้อนรับเขาอยู่ข้างประตู แต่ปกติที่บ้านจะมีแม่บ้านคอยดูแลอยู่แล้ว

“อะไรกัน เพื่อนกลับมาทั้งที..”

“แต่นี่มันเพิ่งกี่โมงกี่ยาม แล้วนายให้ฉันตื่นกี่โมง นี่คนนะครับ ไม่ใช่ค้างคาว

“โธ่ อาเฉิง..นอนที่นี่ก็ได้” เซียวจ้านเกาะแขนเพื่อนไว้แน่นพลางส่งสายตาที่มักจะใช้อ้อน ยามอยากได้ในสิ่งที่ต้องการแล้วมันก็ได้ผล แต่ไม่ใช่กับจั๋วเฉิง

“ไม่ล่ะ ฉันจะกลับไปนอนบ้านอีกพักนึง ตื่นขึ้นมาจะได้แต่งตัวไปทำงานต่อ นายเองก็พักซะ”

“อะไรนะ? นี่นายจะทิ้งฉันแล้วไปทำงานเหรอ?”

“ก็เออสิ คนเค้ามีการมีงานทำ จะให้โดดงานหรือไง”

“แต่...”

“ไม่มีแต่ทั้งนั้น ฉันไปล่ะ เย็นนี้เลิกงานจะโทรหา” เซียวจ้านหุบปากฉับ จากที่จะต่อรองก็จำเป็นต้องยอมจำนน จะให้เขาฉุดเพื่อนเอาไว้ให้เสียงานเสียการก็ใช่เรื่อง จึงพยักหน้าเล็กๆ ให้แทน

เมื่อจั๋วเฉิงกลับไปแล้ว ร่างโปร่งก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่ เกือบลืมไปเหมือนกันว่าตัวเองก็มีงานที่ต้องสะสาง แล้วก็ยังต้องวางแผนสิ่งที่จะทำในวันถัดๆ ไปอีก แต่จู่ๆ ก็นึกถึงคำของผู้เป็นแม่ได้

เซียวจ้านรีบกดโทรศัพท์โทรออก รายงานว่าตนเองถึงบ้านแล้วอย่างปลอดภัย บ่นอะไรต่อมิอะไรอีกนิดหน่อยจึงวางสาย

เมื่อการสนทนาสิ้นสุดลง มือถือเครื่องเล็กก็ไม่จำเป็นอีกต่อไป แล็บทอปที่อยู่บนเตียงนอนกลายเป็นสิ่งที่สำคัญกว่า เซียวจ้านหยิบเอกสารที่ได้จากอาจารย์มาอ่านอีกครั้ง ก่อนจะส่งอีเมลบอกว่าตนเองถึงที่หมายแล้วโดยสวัสดิภาพพร้อมจะลุยงานที่ได้รับมอบหมาย ทั้งยังส่งยืนยันไปให้ทางสำนักงานโบราณคดีของเจ้อเจียงว่าจะเข้าร่วมงานในไม่กี่วันข้างหน้า

แต่หลังจากส่งยืนยันไปเพียงไม่กี่นาที ก็มีอีเมลตอบกลับมา

 

“เรียน คุณเซียวจ้าน

 

ทางเรามีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ท่านได้มาร่วมงานกับทางเรา งานของเราจะจัดในวันศุกร์ ที่ 13 กันยายน ชั้น 29 โรงแรมแกรนด์ เวลา 18:00 น. แต่อย่างไรก็ตาม หากท่านสะดวก ทางผู้จัดงานขอเรียนเชิญท่านมาร่วมชมวัตถุโบราณชิ้นล่าสุดที่ถูกค้นพบเมื่อเร็วๆ นี้ก่อนวันงาน โดยมีวัตถุโบราณดังต่อไปนี้

ขวดยาทำจากหยกสมัยจักรพรรดิฉิน

เหรียญโบราณอายุ 600 ปี

ภาพแกะสลักสมัยราชวงศ์หมิง

และ ตุ๊กตาบ่าวสาวโบราณ (ไม่ระบุอายุที่แน่ชัด)

หากท่านสนใจ กรุณาติดต่อกลับภายในวันที่ 10 กันยายน

 

ทางเราขอขอบคุณเป็นอย่างสูงที่ท่านให้ความสนใจและให้เกียรติมาร่วมงาน

หวง ซู่หมิน”

 

อ่านจบร่างโปร่งก็ไม่รอช้า รีบตอบกลับไปทันทีอย่างสนใจ เขาสนใจแน่นอนอยู่แล้วมีหรือจะปฏิเสธ เมื่อจัดการเรื่องเสร็จเรียบร้อย ก็ยกแขนขึ้นบิดกายไปมาไล่ความเมื่อยขบแต่ก็ต้องชะงักเมื่อรู้สึกว่ามีเสียงใครอยู่ชั้นล่างของตัวบ้าน เซียวจ้านกระโดดลงจากเตียงนอนตรงไปยังประตูห้องที่เปิดทิ้งไว้แล้วตะโกนลงไป

“อาเฉิง ลืมของเหรอ?!” สิ่งที่ได้รับกลับมามีเพียงความเงียบ ร่างโปร่งเม้มปากสักพักก่อนที่เท้าสองข้างจะวิ่งตึกๆ ลงบันได หากแต่ยังไม่ทันจะถึงขั้นสุดท้าย เซียวจ้านก็โวยลั่น

“เสี่ยวจูหยุด!” เจ้าแมวขนปุยสีหมอกเมฆถึงกับสะดุ้ง ปากที่กำลังงับปลาทองตัวกลมนิ่งค้างก่อนจะปล่อยให้เหยื่อผู้เคราะห์ร้ายลงไปนอนดิ้นอยู่บนพื้นแล้วผู้ต้องหาก็วิ่งมาคลอเคลียขาผู้เป็นเจ้านายอย่างออดอ้อนแทน แต่เซียวจ้านกลับไม่สนใจรีบวิ่งไปช้อนปลาทองใส่ตู้ไว้เหมือนเดิม แล้วจึงหันมามองแมวบริติชของตนอย่างคาดโทษ

“ป๊ากับม๊าไม่อยู่ คิดจะทำอะไรหื้มไม่ว่าเปล่า นิ้วเล็กแกล้งจิ้มลงไปบนหัวเจ้าเสี่ยวจูสองสามที

“เมี้ยว...” มีเพียงเสียงร้องเบาๆ พร้อมกับดวงตาใสๆ สีฟ้าอ่อนจ้องมองกลับมา เซียวจ้านหัวเราะเบาๆ กับท่าทางหงอยๆ ของสัตว์เลี้ยงก่อนจะอุ้มมันเข้าครัว เทอาหารเม็ดยี่ห้อโปรดให้กินเสร็จสรรพ

“ทีนี้ก็อย่าจับปลาในตู้มากินรู้มั้ย?” ชี้นิ้วสั่งเสียงแข็งแล้วก็ยิ้มอย่างพอใจเมื่อเจ้าแมวเงยหน้าจากจานอาหาร

“แง่ว~~” เซียวจ้านลูบหัวมันเบาๆ อีกไม่กี่ทีก็ผละตัวเอง พร้อมที่จะขึ้นไปนั่งทำงานของตัวเองต่อ พลันก็เกิดเอะใจหันกลับไปมองแมวของตัวเองอีกครั้ง ก็เห็นว่ามันกำลังจ้องกลับมาเหมือนกัน กำลังจะก้าวเข้าไปหา มันกลับโก่งตัวขึ้นพร้อมทำท่าขู่เขา

“เสี่ยวจู เป็นอะไร?”

“ม่าววววว!!” เสียงร้องขู่ที่ออกจากปากเล็กๆ ของแมวสีหมอก ทำให้เซียวจ้านชะงักครู่หนึ่ง ระยะห่างเพียงแค่อีกก้าวเดียวนั้น ร่างโปร่งเพิ่งสังเกตเห็นว่าแมวของเขาไม่มีร่องรอยเปียกน้ำเลยสักนิด ทั้งใบหน้า ขาหน้าทั้งสอง ขนแห้งสนิท.. แล้วมันจะเป็นผู้ต้องหาในการจับปลาทองออกมาจากตู้ปลาได้ยังไง!

ขณะที่กำลังใช้ความคิดอย่างเงียบๆ อยู่นั้น ก็เกิดเสียงแปลกๆ ที่ชั้นบน หัวคิ้วสวยขมวดมุ่น เขาไม่อยากจะคิดในแง่ร้ายหรือทางไม่ดี แต่สิ่งที่เขากำลังเผชิญอยู่นี้มันบอกเขาได้อย่างดีว่า ภายในบ้านตอนนี้เวลานี้ไม่ได้มีเขาอยู่เพียงคนเดียวแน่ เซียวจ้านเดินตรงไปยังห้องเก็บของอย่างไม่รอช้า ไม้เบสบอลที่ถูกเก็บอย่างดีถูกมือเรียวคว้ามากำไว้แน่น

“รู้จักเซียวจ้านน้อยไปซะแล้ว” ร่างโปร่งสูดลมหายใจเข้าปอดช้าๆ “เอาวะ!” ว่าจบก็มุ่งหน้าไปยังต้นเสียงทันที ยิ่งเขาย่างกรายเข้าไปใกล้เสียงนั้นมากเท่าไหร่ ก็เริ่มรู้ได้เลยว่า ต้นเสียงมันเกิดขึ้นในห้องนอนของเขา ใจดวงน้อยเต้นตึกตักกับสิ่งที่ตนกำลังจะเผชิญอยู่เบื้องหน้าในไม่กี่วินาที

จู่ๆ ร่างโปร่งก็ตัดสินใจพุ่งพรวดเดียวเข้าไปในตัวห้อง มือที่กระชับไม้เบสบอลเตรียมตัวใส่ไม่ยั้ง แต่ทันทีที่ภาพตรงหน้าปรากฏแก่ดวงตากลมโต ร่างทั้งร่างก็นิ่งค้างราวกับถูกสะกด ความกล้าและเข้มแข็งที่เคยมีมลายหายไปสิ้น ไม้เบสบอลที่อยู่ในมือร่วงลงกระทบพื้นไม้เสียงไม่เบานัก เรียกให้สิ่งที่อยู่นั่งอยู่บนเตียงตรงหน้าหันมาทางเขาทันที

คนผมสีดำยาวถึงกลางหลัง ใบหน้าคล้ายกับเขาราวฝาแฝดกำลังมองตรงมาที่เขา แต่ที่น่าตกใจยิ่งกว่านั้นคือ ในดวงตาคู่นั้นขาวโพลนจนเซียวจ้านแทบช็อค!

 

BLIND BRIDE DOLL

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 27 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

89 ความคิดเห็น

  1. #55 110911 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 26 มกราคม 2557 / 04:08
    เจอกันแล้วววว มันเป็นการเจอกันที่แบบ เอิ่มมม อี้ฝานคุณน่ารักมากคะ #ตรงไหน!
    คนน่ารักตัวจริงคือเสี่ยวลู่ ฮือออ เดินอิท่าไหนยังคะลูก~ ถึงไปสะดุดกระเป๋าของพ่อคุณเค้า #มีความลำเอียงอย่างเห็นได้ชัด
    ซ้ำยังมีหน้ามาหัวเราะอีก ชิชะ เชอะๆ

    จื่อเทาาา จื่อเทาเห็นอะไรคะ มีอาการแบบนั้นมันทำเอาขนลุกนะ
    เลี่ยวลู่คืออะไร ผู้หญิงคนนั้นทำไม หน้าเหมือนคืออัลไลลล งื่อออ แอบหลอนดีจังเลออ~ ?
    #อิจฉาแองกี้ อยากเป็นแองกี้>.<

    #55
    0
  2. #41 babypai (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2556 / 19:49
    แงงงงงงงงงกลัวผี อ่านไปแล้วกลัวผี แง;____________;
    #41
    0
  3. #32 CHANNii (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2556 / 20:33
    น่ากลัวแท้ ทำไมเงิงมันเจอแบบสวยๆ แต่ทำไมลู่มันเจอแบบหน้างี้อ่ะ ลำเอียงงงงง
    #32
    0
  4. #21 Neko_Mimi (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2556 / 22:17
    ท่าทางจะมีปริศนาอีกแยะ ><

    ติดตามต่าา
    #21
    0
  5. #16 BRAINWORM♥ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2556 / 09:49
    ไม่อยากจะบอกว่าอ่านแล้วขนลุก T____T
    เทาจะเห็นผู้หญิงคนเดียวแบบที่พี่ลู่เห็นในห้องหรือเปล่า
    แล้วคนในฝันพี่คริสก็คือคนเดียวกับที่อยู่ในห้องพี่ลู่สินะ
    คือผู้หญิงคนนั้นหน้าเหมืินพี่ลู่เฉยๆปะ แต่ชื่อเสี่ยวลู่
    โอ้ยยยหลอนนนนนน ;-;
    #16
    0
  6. #11 Scarlet (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2556 / 14:12
    ช็อคด้วยได้ไหม ;A;
    อิผีเจ้าสาวนั่นคือไรรรรรรร
    ละหน้าเหมือนลู่คือไรรร โอ้ยย ตัวเดียวกับที่ไปเข้าฝันพี่คริสไหมม

    นี่อ่านไปแล้วลุ้นมากเลยอะคับ
    ชอบมาก น้ำตาจะแชร์ขอไหล ;__;

    รอตอนต่อไปอยู่นะค้าบ
    #11
    0
  7. #9 Aluhan^_^ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2556 / 23:06
    หลอนอ่ะอ่านคนเดียวตอนดึกๆๆนี่แอบกลัวเหมือนกันน่ะ 5555
    ชอบแนวนี้อ่ะมาอัพเร็วๆๆน้ารอรอรอจ้า
    #9
    0
  8. #8 Eternal-Yunho (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2556 / 09:50
    น่ารักจิงเชียว รึมันจิเป็นพรหมลิขิตหว่าาาาาาาาา
    เเล้วพี่คริสขำหน่องลู่ทะไมคะะะะะะ????

    แอบน่ากลัวนิดนึง ว่าเเเต่เป็นผีร้ายหรือผีดีเนี่ย!!!!
    #8
    0
  9. #6 Aluhan^_^ (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2556 / 23:34
    ดูน่ากลัวอ่ะอ่านแล้วแอบหลอนนิดๆๆน่ะเนี่ย
    #6
    0
  10. #5 - w - (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2556 / 16:03
    เกร้ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด

    เจอกันแล้ว เจอกันแบบเก๋ๆด้วย 55555555555555555555555

    สะดุดใจพี่คริสหรอลู่ - / -

    รีบมาต่อน้า รอจ้า
    #5
    0