BLIND BRIDE DOLL ตุ๊กตาเจ้าสาว | ป๋อจ้าน

ตอนที่ 2 : BLIND BRIDE DOLL#1 รับภารกิจ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 589
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 26 ครั้ง
    18 ส.ค. 63



Chapter 1 



8 กันยายน

กองบัญชาการ SOF - Special Operations Forces

 

เจ้าหน้าที่หวัง หัวหน้าเรียกพบครับ” ชายวัยกลางคนโผล่หน้าเข้ามาในห้องพักสี่เหลี่ยมพร้อมกับเอ่ยจุดประสงค์ให้เจ้าของห้องรับรู้ และเมื่อได้รับการพยักหน้าตอบกลับจาก หวัง อี้ป๋อ’ เจ้าหน้าที่ที่มาแจ้งจึงล่าถอยออกไป

เจ้าของห้องหนุ่มหล่อหน้าคม ผมสั้นสีดำสนิทผู้ถูกเรียกว่าเจ้าหน้าที่หวัง’ ปิดแฟ้มเอกสารบนโต๊ะ ก่อนจะรวบข้าวของส่วนตัวใส่กระเป๋าเป้ขนาดพอเหมาะใบโปรด พลางกวาดสายตามองรอบห้องอย่างรอบคอบว่าไม่ได้ลืมอะไรอีก แล้วจึงเดินออกจากห้องมุ่งหน้าไปยังห้องที่อยู่ถัดไปอีกสองชั้น

ระหว่างทางเดิน มีเจ้าหน้าที่มากหน้าหลายตาเดินผ่านไปมาพลางยกมือขึ้นแตะหางคิ้วเป็นการแสดงความเคารพ บ้างก็ทักทายตามประสาเพื่อนร่วมงาน บ้างก็ยิ้มให้ ร่างสูงโปร่งทำเพียงพยักหน้ารับตามแบบฉบับพร้อมกับก้าวฉับๆ เพียงไม่กี่นาทีก็หยุดอยู่ที่หน้าห้องที่มีป้ายด้านหน้าว่า ‘ผู้บัญชาการ’ แต่มือที่กำลังจะยกขึ้นเคาะประตูพลันต้องชะงัก

อ้าว อี้ป๋อ โดนเรียกมาเหมือนกันไง?” เสียงทุ้มเอ่ยถามก่อนที่เจ้าของร่างสูงผิวเข้มจะเดินมากอดไหล่อย่างสนิทสนม

ไม่งั้นจะมายืนตรงนี้มั้ย” ตอกกลับเรียบๆ แต่ทำเอาอีกคนผละออกมองหน้า

มึงนี่... ไปๆ เข้าไปข้างใน” เจ้าหน้าที่หน่วยกรอง ‘อวี๋ปิน’ ตัดบท แล้วเป็นฝ่ายเคาะประตูรับคำอนุญาตก่อนจะเปิดนำเข้าไปตามด้วยร่างสูงของเพื่อนสนิท

มากันเร็วดีนี่ นั่งก่อนสิ” ผู้บัญชาการรูปร่างภูมิฐานนั่งอยู่ที่เก้าอี้ใหญ่ตัวหรู ยืดตัวยืนขึ้นพร้อมๆ กับที่ผู้เข้ามาใหม่สองคนยกมือขึ้นวันทยหัตถ์ ก่อนจะเดินไปนั่งที่เก้าอี้สองตัวด้านหน้าโต๊ะทำงานประจำตำแหน่งท่านผู้บัญชาการ

เตรียมพร้อมกันแล้วหรือยัง?”

เหลือเก็บข้อมูลเพิ่มเติมอีกนิดหน่อยครับ” อี้ป๋อเป็นฝ่ายตอบ เล่นเอาคนข้างๆ หันมองใบหน้ายุ่ง

ผมไม่เห็นรู้เรื่องอะไรเลย” ใบหน้าที่มีริ้วรอยสมวัยยกยิ้มก่อนจะเอ่ยไขความกระจ่างช้าๆ

ผมมีภารกิจให้พวกคุณจัดการ รอบนี้...ผมจะให้อี้ป๋อไปเจ้อเจียง แล้วก็อยากจะให้มีคู่หูติดตามไปด้วย” ดวงตาเฉียบขาดหยุดมองที่อวี๋ปินเป็นการบอกให้รู้ว่า คู่หูที่ว่าของเขาคือใคร

อันที่จริง ผมว่าแค่ผมคนเดียวก็น่าจะจัดการได้”

คุณประเมินภารกิจนี้ต่ำไป ผมมีเหตุผลที่ส่งคุณทั้งสองไปที่นั่น ข้อแรก คุณมีข้อมูลอยู่แล้ว สอง อวี๋ปินอยู่หน่วยกรองและเชี่ยวชาญด้านวินาศกรรม ผมว่าน่าจะช่วยอะไรคุณเรื่องข่าวสารการเจาะข้อมูลและอาวุธได้ไม่มากก็น้อย อย่างที่บอกว่าภารกิจนี้ไม่ได้ง่ายเหมือนที่แล้วๆ มา จริงอยู่ที่เจ้าหน้าที่หวังอาจจะทำภารกิจสำเร็จกลับมาทุกครั้ง แต่ครั้งนี้ผมไม่อยากให้เกิดเหตุเสี่ยงต่อชีวิตคุณแบบครั้งที่แล้ว” คงเป็นเพราะภารกิจของร่างโปร่งที่ถูกเอ่ยถึงนั้น เขาแทบเอาชีวิตไม่รอด เมื่อถูกฝ่ายตรงข้ามจับได้ในระหว่างที่กำลังเข้าไปอยู่ในดงโจร แต่จะด้วยเพราะความผิดพลาดอะไรก็ตาม สุดท้ายเขาก็เอาชีวิตรอดมาได้อย่างหวุดหวิดจากความช่วยเหลือของเพื่อนสนิทอย่างอวี๋ปิน

สรุปแล้วภารกิจนี้เกี่ยวกับอะไรครับ?” อวี๋ปินถามอย่างสนอกสนใจ คนอย่างเขาชอบนักกับการที่จะได้ไปทำภารกิจในต่างแดน ได้ออกกำลังบ้างมันก็คงสนุกกว่าการที่จะต้องนั่งอยู่หน้าจอเรืองแสงเป็นสิบๆ เครื่องควบคู่กับดาวเทียมในห้วงอวกาศเพื่อติดต่อสื่อสารและเจาะข้อมูล

ผู้บัญชาการร่างใหญ่ยืดกายขึ้นเลื่อนแขนเท้ากับโต๊ะที่อยู่ด้านหน้าแล้วเอ่ยกับเจ้าหน้าที่หน่วยสายลับพิเศษทั้งสองด้วยเสียงหนักแน่น

ตอนนี้ผู้ก่อการร้ายที่เรากำลังตามตัว ลอบกบดานอยู่ที่เจ้อเจียง มีสายของเราสืบทราบมาว่า เป้าหมายของพวกมันในครั้งนี้คือโบราณวัตถุและอาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับผู้มีอำนาจของที่นั่น ผมต้องการให้พวกคุณไปคอยสืบและจับตาดู โดยจะเริ่มที่งานประมูลวัตถุโบราณที่จะจัดขึ้นที่โรงแรมในเมืองแห่งหนึ่ง รายละเอียดอยู่ในแฟ้มที่ให้ไป คิดว่าคุณน่าจะได้อ่านมันแล้ว”

ครับ” อี้ป๋อตอบรับนิ่งๆ ผู้บัญชาการมองพวกเขาสองคนก่อนจะเอ่ยต่อ

และคอยเฝ้าติดตามพวกมันไปทุกที่จนกว่าจะพบแหล่งกบดานของมัน คอยส่งข่าวให้ทางเราทราบ ภารกิจนี้คุณทั้งสองสามารถปฏิบัติการได้อย่างอิสระ ทุกอย่างไม่จำกัดวิธีการเพียงให้บรรลุเป้าหมาย” คนผู้มียศสูงที่สุดในห้องเว้นไปพักหนึ่งก่อนจะเอ่ยอย่างเฉียบขาด

ใครที่มีท่าทีที่จะเป็นอุปสรรคต่อภารกิจ กำจัดให้หมด”

รับทราบครับ!”

 

BLIND BRIDE DOLL

 

Yibo’ s Part

ผม ‘หวัง อี้ป๋อ’ อายุ 26 ปี การที่ผมได้รับหน้าที่จากผู้บัญชาการหน่วยงานให้ทำภารกิจสำคัญๆ ถือเป็นเรื่องปกติ ผมเข้ารับหน้าที่นี้เมื่อต้นปีที่แล้ว หลังจากผ่านระบบการฝึกอย่างหนักหลากหลายรูปแบบ ทั้งทางบก ทางเรือหรือแม้แต่ทางอากาศ ก่อนที่ผมจะถูกส่งมาเข้าเป็นเจ้าหน้าที่ในหน่วยปฏิบัติการพิเศษที่กองบัญชาการ SOF แห่งนี้

จึงแน่นอนว่าเมื่อผมเดินไปตามท้องถนน ไม่มีใครรู้ว่าตัวตนที่แท้จริงของผมคือใคร แม้แต่คนในครอบครัวอย่างแม่ของผม ก็ยังไม่รู้ว่าผมทำอาชีพอะไร รู้แต่เพียงว่าผมรับราชการให้กับหน่วยงานของรัฐ นี่คือข้อบังคับที่เข้มงวดในการปฏิบัติหน้าที่ในฐานะเจ้าหน้าที่หน่วยสายลับพิเศษ

พรุ่งนี้เป็นวันเดินทางเพื่อไปทำภารกิจที่เจ้อเจียง ผมยืนกอดอกมองอวี๋ปินที่กำลังผิวปากมือก็ยัดเสื้อผ้าใส่กระเป๋าเดินทางด้วยความหมั่นไส้ เพราะครั้งนี้มันดูจะดีใจจนออกนอกหน้าราวกับจะได้ไปเที่ยวเปิดหูเปิดตา ถึงจะเห็นมันดูขี้เล่นแบบนี้อยู่บ่อยๆ แต่ผมกับมันก็เป็นเพื่อนที่เข้าขากันได้พอสมควร แม้ว่าผมจะเป็นคนไม่ค่อยพูดก็ตามที

แล้วมึงไม่เก็บข้าวของไง?” มันเลิกคิ้วถามผมตามนิสัย ผมไม่ตอบแต่เดินไปนั่งบนโซฟาตัวยาวก่อนจะหยิบเอาปืนลูกโม่สีดำสนิทที่วางอยู่บนโต๊ะมาขัดเงียบๆ

เออ ไม่สนใจกู ขอให้ปืนลั่น”

กูจะออกไปข้างนอกหน่อย” ผมตัดบทบอกมันแต่สายตากำลังเล็งไปที่ลำกล้องปืนสั้น พร้อมกับเช็คดูความเรียบร้อยของปืนขนาดต่างๆ ที่วางเรียงกันอยู่บนโต๊ะกระจกด้านหน้า

อวี๋ปินฉวยเอาปืนกระบอกหนึ่งบนโต๊ะไปแล้วกระโดดขึ้นนั่งบนพนักพิงโซฟาพลางใช้ปลายกระบอกปืนสะกิดหลังผม จะไปสักยันต์คงกระพันกันเอาไว้ก็บอกกูมาตรงๆ เถอะครับไอ้คุณอี้ป๋อ”

ผมมองหน้าอวี๋ปินนิดหนึ่ง แต่ไม่ได้ตอบอะไร เพราะรู้ว่าที่มันพูดก็แค่หยอกตามประสา ผมไม่เชื่อเรื่องพวกนี้อยู่แล้ว ความเป็นอมตะหรือจะอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์อะไรก็ตาม ผมว่าทุกอย่างอยู่ที่เรากำหนดมันด้วยตัวเอง แม้แต่คนจะตายก็ย่อมต้องตายอยู่วันยังค่ำ ถ้าพลาดให้ถูกเป่าหัวในภารกิจ ชีวิตก็จบ

รอบนี้กูจะตามไปคุ้มกันมึงเอง ไม่ต้องห่วง” อวี๋ปินยังคงพูดอย่างขำๆ ผมไม่ได้ต่อล้อต่อเถียงอะไรมันอีก แต่เลือกที่จะหยิบเอามีดสั้นในกล่องใต้โต๊ะออกมาดูความเรียบร้อยแล้ววางไว้ข้างๆ ไรเฟิลสไนเปอร์

ยังกับจะไปทำสงคราม...” อวี๋ปินยังไม่วายบ่นออกมาเบาๆ ก่อนจะโยนปืนในมือส่งคืนให้ผม แล้วก็ผละเข้าครัวไปหากินรอบดึก ส่วนผมเมื่อจัดการเรื่องอาวุธเสร็จก็ออกไปเดินเล่นสูดอากาศในยามวิกาลที่ค่อนข้างจะสงบเงียบแถวๆ คอนโด เมื่อเจอกับม้านั่งข้างทาง ผมก็ไม่ลังเลที่จะตรงเข้าไปนั่งเอนกาย เหยียดขา แล้วค่อยๆ ปิดเปลือกตาลง ลมหายใจของผมถูกสูดเข้าปอดช้าๆ

อันที่จริงผมมีความกังวลอยู่ลึกๆ กับภารกิจที่กำลังจะเริ่มต้น แต่โดยบุคลิกที่ไม่ค่อยเปิดเผย ทำให้เพื่อนสนิทของผมไม่ได้เอะใจ ตั้งแต่ครั้งแรกที่ผมได้รับทราบจากผู้บัญชาการว่าจะต้องไปเจ้อเจียงเพื่อไปจัดการกับเรื่องนี้ ก็มีเรื่องแปลกๆ เกิดขึ้นกับผม... มันเริ่มมาตั้งแต่เมื่ออาทิตย์ที่แล้ว

ผู้หญิงในฝันคนนั้น...เธอร้องเรียกชื่อของผม ใบหน้าของเธอเศร้าจนผมใจหาย ดวงตาคู่นั้นของเธอคลอปริ่มไปด้วยน้ำตา แต่กลับน่าหลงใหลอย่างประหลาด

แน่นอนว่าผมเห็นเธอในความฝันทุกๆ คืนนับแต่วันนั้น จนสามารถเก็บรายละเอียดบนใบหน้าเธอ แล้วถ่ายทอดมันลงบนกระดาษสเก็ตช์แผ่นใหญ่ได้อย่างครบถ้วน และผมยังจดจำชื่อของเธอได้อย่างแม่นยำ

 

จื่อเจิน’ 

 

...มู่หรง จื่อเจิน...

 

BLIND BRIDE DOLL

 

อาจารย์เรียกผมมาพบ มีอะไรหรือเปล่าครับ?” เจ้าของเสียงที่เอ่ยถาม มองคนตรงหน้าด้วยความสุภาพตามตำแหน่ง

ผมมีงานที่คิดว่าคุณน่าจะสนใจ” น้ำเสียงทุ้มพูดเรียบๆ พลางขยับแว่นตาทรงคลาสสิกเล็กน้อยก่อนจะมองนักศึกษาปริญญาเอกในความปกครองของตนเองอย่างพิจารณา ก่อนจะเอ่ยต่อ “อาทิตย์หน้าจะมีงานโชว์โบราณวัตถุที่เพิ่งถูกพบเมื่อเดือนที่แล้ว นอกจากนี้ก็จะมีการประมูลวัตถุโบราณที่น่าสะสม ทั้งหมดจัดขึ้นที่เจ้อเจียง”

ดวงตาของนักศึกษาหนุ่มเป็นประกายเมื่อได้ยินสิ่งที่ออกมาจากปากอาจารย์สูงวัยพร้อมกับเผยรอยยิ้มออกมาอย่างปิดไม่มิด

ผมคิดไว้แล้วว่าคุณคงจะถูกใจ นอกจากจะได้กลับจีนแล้ว ก็ยังได้ศึกษานอกสถานที่ไปในตัวด้วย ผมหวังว่าคุณจะได้ข้อมูลที่น่าสนใจ แล้วกลับมาทำวิทยานิพนธ์ชิ้นเอกให้ผมได้ชม”

ผมสัญญาครับว่าผมจะทำให้ดีที่สุด ขอบคุณมากนะครับอาจารย์” ร่างโปร่งก้มหัวให้ผู้ทรงคุณวุฒิอย่างเคารพ

นี่เป็นเอกสารบางส่วนเกี่ยวกับงานที่จะจัดขึ้น ลองไปศึกษาดูก่อนแล้วกัน” พูดพลางยื่นซองกระดาษสีน้ำตาลส่งให้เด็กหนุ่มรับไว้ “ผมให้เวลาคุณไปออกพื้นที่วิจัยที่นั่นสามเดือน”

แล้ว...ผมต้องเดินทางเมื่อไหร่ครับ?”

มีเวลาให้เตรียมตัวอีกสองวัน เพราะทางเจ้อเจียงส่งตั๋วเครื่องบินมาให้ด้วยในนามของผู้จัดงานที่ต้องการจะเชิญผู้ที่กำลังศึกษาด้านโบราณวัตถุของจีน ส่วนเรื่องค่าใช้จ่ายส่วนตัว ผมคิดว่าคุณคงไม่น่าจะมีปัญหา ใช่มั้ย..เซียวจ้าน”

ครับ ที่นั่นคือบ้านของผม ไม่มีปัญหาแน่นอน ขอบคุณที่ให้โอกาสนะครับ” เมื่อได้ฟังนักศึกษาในความดูแลระหว่างทำวิทยานิพนธ์พูดเช่นนั้น คนเป็นอาจารย์ก็เผยรอยยิ้ม

ดีมาก เอาล่ะ คุณกลับไปเตรียมตัวให้พร้อมเถอะ แล้วพบกันในอีกสามเดือน” ร่างโปร่งลุกขึ้นยืนเต็มความสูงก่อนจะโค้งให้อาจารย์แล้วเดินออกมาพร้อมกับซองเอกสารที่อยู่ในมือ พลันก็นึกบางอย่างขึ้นได้ ไวเท่าความคิด มือเรียวก็ล้วงกระเป๋ากางเกงหยิบเครื่องมือสื่อสารเครื่องบางมาจิ้มๆ อะไรสักพักแล้วส่งออกไป ก่อนที่มันจะส่งเสียงเตือนข้อความเข้า

//ม๊าดีใจที่ลูกจะได้กลับบ้านสักที แต่น่าเสียดายที่อาทิตย์หน้าม๊ากับป๊าต้องไปดูงานที่อเมริกา//

โถ่..” ร่างบางร้องกับตัวเอง ก่อนจะต่อโทรศัพท์สายตรงหาผู้มีพระคุณทันที

ม๊า ลูกชายจะได้กลับทั้งที ม๊าจะหนีไปเที่ยวได้ยังไง” ปากบางพ่นคำพูดออกไปอย่างใจคิดทันทีที่ปลายสายกดรับ

ม๊าไม่ได้หนีเที่ยวสักหน่อยลูกคนนี้นี่’

นั่นแหละ แต่ม๊ากับป๊าก็จะหนีผมไป”

ลูกมาถึงที่นี่ก็โทรหาจื่ออี้ให้มาอยู่เป็นเพื่อนสิ เราสองคนยังติดต่อกันอยู่ใช่มั้ย?’

ฮื่อ.. แต่ม๊า...”

อย่างอแงสิ โตจนป่านนี้แล้ว ถ้ายังไงก่อนขึ้นเครื่องก็โทรหาม๊าอีกทีรู้มั้ย?’

ม๊าคร้าบ~~~~”

ไม่ต้องมาอ้อนเลย แล้วก็อย่าลืมพาลูกสะใภ้ม๊ามาเที่ยวบ้านบ้างล่ะ’

มีที่ไหนกันเล่า ผมไม่คุยด้วยแล้ว ต้องไปเตรียมของแล้วครับ”

โอเคจ้ะ ม๊ารักลูกนะเซียวจ้าน’

ครับ ผมก็รักม๊า” ร่างโปร่งถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่หลังจากกดตัดสายจบบทสนทนา

 

 BLIND BRIDE DOLL

 

Xiaozhan’ s Part

 

ผม เซียวจ้าน อายุ 29 ปี มาอยู่ที่ปรากได้สองปีแล้ว ส่วนหนึ่งเพราะผมสนใจในวัฒนธรรมของที่นี่ และอีกอย่างก็คือผมได้ทุนมาเรียนปริญญาเอกด้านโบราณคดี แต่ผมกลับสนใจที่จะเลือกทำวิทยานิพนธ์ในหัวข้อที่เกี่ยวกับโบราณวัตถุของจีนมากกว่า จึงเป็นเหตุให้วันนี้ผมถูกเรียกตัวมาที่นี่โดยอาจารย์ที่ดูแลในการทำวิทยานิพนธ์ของผม และข่าวที่ได้รับก็ทำให้ผมดีใจจนปิดไม่มิด

มันเป็นเรื่องที่ดีที่จะได้กลับประเทศบ้านเกิดในช่วงเวลาที่ยากลำบากกับการเรียนอย่างหนัก การได้เห็นหน้าป๊าม๊า มันเป็นสิ่งวิเศษสำหรับลูกชายคนเดียวของครอบครัวอย่างผม แต่ในความโชคดีย่อมมีความโชคร้าย ม๊าบอกกับผมว่าจะไม่อยู่บ้านสามเดือนเพราะต้องไปจัดการธุรกิจที่อเมริกา

หลังจากหาอะไรใส่ท้องแก้หิวได้สักพัก ผมก็กลับคอนโดฯ จัดการเตรียมข้าวของที่จำเป็น เอกสารสำหรับงานของผมถูกเก็บใส่กระเป๋าแยกเอาไว้ ส่วนเครื่องใช้ต่างๆ พอผมกลับถึงบ้าน ทุกอย่างก็จะมีพร้อม ดังนั้นจึงไม่จำเป็นที่ผมจะต้องขนอะไรไปมาก เมื่อคิดแบบนี้แล้วผมจึงเดินไปหยิบซองสีน้ำตาลที่เพิ่งได้รับจากอาจารย์มาเปิดดูรายละเอียดของจุดมุ่งหมายที่ผมกำลังจะมุ่งหน้าไปในอีกไม่กี่วันนี้

หืม? รูปอะไรน่ะ?” ผมพึมพำกับตัวเองก่อนจะหยิบเอารูปถ่ายขนาดเท่าฝ่ามือสองสามใบมาดู มันคือรูปวัตถุโบราณที่เพิ่งถูกค้นพบ เมื่อพลิกดูด้านหลังภาพมีปากกาสีแดงเขียนกำกับเอาไว้อย่างเด่นชัดว่า ‘รูปตุ๊กตาบ่าวสาวโบราณ’ ผมพลิกกลับไปดูที่ภาพอีกครั้ง หากดูผ่านๆ ก็เป็นเพียงแค่ของเก่าๆ แต่สำหรับผมหรือใครๆ ที่เรียนมาเกี่ยวกับด้านนี้กลับมองว่านี่คือสิ่งที่ท้าทายในการหาที่มา ยุคสมัย และคุณค่าของมัน

แต่แล้วเหมือนผมจะเห็นอะไรแปลกๆ ไม่รู้ว่าผมแค่คิดไปเองหรือเพราะช่วงนี้ผมเพลียกับเอกสารและหนังสือกองโต ทำให้สายตาแว่บหนึ่งของผมเห็นสิ่งที่อยู่ในรูปเปลี่ยนไป ใบหน้าของตุ๊กตาผู้หญิงกำลังแสยะยิ้ม!

ไม่จริงน่ะ” ผมกระพริบตาถี่ๆ พลางสะบัดหัวไล่ความมึนงงที่มีอยู่พอสมควรในตัวออก ก่อนจะตั้งสติแล้วเพ่งมองรูปภาพที่อยู่ในมืออีกครั้ง จึงบอกย้ำกับตัวเองได้ว่า

 

...มันก็แค่ตุ๊กตาโบราณน่ะ

 

BLIND BRIDE DOLL

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 26 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

89 ความคิดเห็น

  1. #89 Faye V. Charlotte (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2563 / 08:18
    ต่อกับอีกเรื่องใช่ปะ หรือไม่ต่อเพราะอีกเรื่องจื่อเขินไม่ใช่ผู้หญิง
    #89
    0
  2. #54 110911 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 26 มกราคม 2557 / 04:08
    อิพี่คริสเอ้ยยย หล่อเข้มเหลือเกินนะพ่อคุณ-__- ชอบอาจื่อ แขวะ อพค ตลอดดด แขวะแต่ละทีก็แบบ มันโดนนน^-^ ฮ่าาา55
    เสี่ยวลู่เวลาคุยกับม๊าแล้วมุ้งมิ้งน่ารักมากเลอออ แต่แบบอิตุ๊กตาผู้หญิงที่แสยะยิ้มนั่นทำเอาหลอน~~ ฮือออ
    #54
    0
  3. #15 BRAINWORM♥ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2556 / 09:38
    เสี่ยวลู่ แต่ทำไมเป็นผู้หญิงหว่าาา -...-

    เดี๋ยวคริสลู่เจอกันก็รู้ อิอิ
    #15
    0
  4. #7 Eternal-Yunho (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2556 / 09:41
    อ่าาาาาาาาา จะได้เจอกันเเล้วใช่มั้ยๆๆๆ
    รูปน้องน่ารักจิงๆๆ >< ติดตามนะะะ
    #7
    0
  5. #4 Aluhan^_^ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2556 / 11:39
    ติดตามจ้าาาาา
    น่าสนุกรอคริสลู่เจอกันอ่ะ
    #4
    0
  6. #3 บู้บี้ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2556 / 18:36
    น่าติดตามมากคะ สู้ๆน้า เราเป็นกำลังใจเอาะ

    จ้วบ
    #3
    0
  7. #2 Aluhan^_^ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2556 / 11:25
    ลู่หานเรื่องนี้เป็นผู้หญิงเหรอ
    เนื้อเรื่องน่าติดตามอ่ะ
    #2
    0