KNB | KUROKO NO BASKET - 華 - DIAMOND IN MY HEAD

ตอนที่ 7 : ♦ O6 | the pen is mightier than sword

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,166
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 177 ครั้ง
    20 ธ.ค. 63






VI

 

 

- The pen is mightier than sword -

 






‘Coping with dynamics is just a hideous task.’

 

 

 

 

 

 

 

 

 


  ทั้งรอบอัฒจันทร์ในวันนี้นั้นหนาแน่นเต็มไปด้วยผู้คนต่างจากวันก่อนๆ จนสังเกตได้ เหมือนจะเห็นว่าโปสเตอร์ที่แปะไว้ตรงทางเข้าสเตเดียมนั้นถูกเปลี่ยนไปจนใหญ่ขึ้นเป็นเท่าตัว ทั้งหมดนี้เป็นเพราะการแข่งขันที่จะเกิดขึ้นในวันนี้ ตัดสินเพียงหนึ่งทีมที่จะมีสิทธิ์เข้าร่วมลีกส์รอบสุดท้าย


  ฮานะถือตะกร้าใส่ผ้าขนหนูเดินมาพร้อมฟุริฮาตะที่ปลีกตัวมาจากการวอร์มร่างกายเพื่อมาช่วยหิ้วถังใส่ขวดน้ำให้ พอเดินมาถึงตรงม้านั่งก็สังเกตได้ถึงทีมคู่แข่งในวันนี้ หนึ่งในสามราชันย์ เซโฮ ทีมที่มีการเล่นเอกลักษณ์เฉพาะตัวจนกลายเป็นจุดแข็งก่อให้เกิดชื่อเสียง 


  นัยน์ตากลมโตสีแดงหรี่ลงเหนื่อยหน่ายยามเห็นสมาชิกคนหนึ่งในทีมนั้นกำลังออกปากดูถูกพวกรุ่นพี่ในทีมอย่างซึ่งๆ หน้าโดยไม่มียางอาย นั่นคงเป็นตัวปัญหาที่คิเสะเคยพูดถึง… เด็กปีหนึ่งชื่อสึงาวะ โทโมกิอะไรนั่น


  พวกเราได้ย้ายมาที่ห้องพักนักกีฬาเพื่อเปลี่ยนชุด หลังจากทุกอย่างเรียบร้อยแล้วก็มีเพียงแค่นั่งรอเวลาจนถึงสิบนาทีสุดท้าย ในตอนนี้ทุกคนในทีมต่างจมอยู่ในห้วงความคิดของตนเอง พาให้บรรยากาศทั้งเงียบและอึดอัด ได้แม้แต่ยินเสียงเข็มนาฬิกาแขวนบนพนังสะท้อนไปมา ทุกคนคงกดดันไม่น้อย ในตอนนี้ทีมคู่แข่งนั้นถือว่าเก่งมากถ้าเทียบกับทีมก่อนๆ




  แปะๆ


  “ทุกคนเครียดเกินไปหน่อยแล้ว ฉันคิดออกแล้วล่ะว่าจะให้รางวัลอะไรกับทุกคน”




  รุ่นพี่ริโกะ…?

  ฮานะเอียงคอเล็กน้อยขณะจับจ้องไปที่โค้ชสาว ตอนนี้เธอกำลังส่งยิ้มเย้ายวนมาให้ น้ำเสียงที่เอ่ยออกมานั้นอ่อนหวานกว่าปกติ




  “ถ้าแมตช์ต่อไปชนะล่ะก็… ฉันจะจูจุ๊บที่แก้มของทุกคนเลย ดีไหมล่ะ”




  พรืด—

  เด็กสาวอมยิ้มแก้มปริกับท่าทางน่ารักของรุ่นพี่ บรรยากาศในห้องเริ่มผ่อนคลายลงเมื่อริโกะได้เริ่มตวาดใส่ผู้เล่นเรื่องชำระหนี้ของปีที่แล้วจากโรงเรียนเซโฮ เพราะพวกรุ่นพี่เคยแพ้กันมาอย่างหมดสภาพในวันนั้น ฮานะได้คิด การแข่งนี้คงจะมีความหมายกับพวกเขามากๆ




  “เซโฮแข็งแกร่งมาก” ฮิวงะย้ำกับเด็กปีหนึ่ง “เพราะปีที่แล้วแพ้อย่างหมดรูป ทำให้พวกฉันเกลียดบาสจนเกือบจะเลิกเล่น”


  “ … ”


  “ไม่ต้องเศร้าหรอกน่า ทำใจแล้วล่ะ ฮึกเหิมแล้ว ดีใจที่ได้เจอพวกเขามากกว่า” เขาส่งยิ้ม “ประวัติศาสตร์จะไม่ซ้ำรอยอีกครั้งแน่ ทีนี้ก็เหลือแค่ชนะให้ได้เท่านั้น ไปกันเลย!”


  “โอ้ว!”




  สิบนาทีสุดท้ายก่อนการแข่ง

  ฮานะรอให้ทุกคนออกไปก่อน เช็คความเรียบร้อยอีกครั้งแล้วปิดประตู ออกมาเจอกับคางามิและคุโรโกะที่ยืนรออยู่ เธอเอียงมองคนผมฟ้าที่ยืนตรงหน้า สีหน้านิ่งเรียบราวกับนึกถึงบางอย่างได้จากคำพูดของกัปตันเมื่อกี้




  “คางามิคุง คุณฮานะ เคยเกลียดบาสเกตบอลหรือสิ่งที่ตัวเองรักบ้างไหมครับ”


  คำถามนั้นทำให้คางามิขมวดคิ้ว “ไม่นะ ไม่เคยหรอก”


  “มีอะไรรึเปล่า”


  คุโรโกะหันมาส่งยิ้มบางให้เธอ “ผมเคยนะ” 


  “ … ”


  “เหตุผลนั้นต่างจากพวกรุ่นพี่ แต่ผมก็เข้าใจนะ การรู้สึกเกลียดสิ่งที่เรารักน่ะ มันเจ็บปวดมากเลยครับ” เด็กหนุ่มพูดเสียงเบา “ตอนคุยกับมิโดริมะคุง ผมพูดไปว่าอดีตกับอนาคตนั้นต่างกัน แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะถูกแยกออกจากกันโดยสิ้นเชิง”




  พวกเราเริ่มก้าวเดินช้าๆ ตรงไปที่สนามแข่งที่จะเป็นตัวตัดสินการแพ้ชนะในวันนี้

  การแข่งที่จะตัดสินความรู้สึกของพวกเขา




  “การแข่งนัดนี้เป็นนัดสำคัญสำหรับพวกรุ่นพี่ที่ต้องก้าวข้ามอดีตนั้นไปให้ได้ เพราะงั้นผมเลยนึกขึ้นมาได้อีกครั้ง…”


  “คุโรโกะ?”


  “การแข่งนี้ ผมอยากชนะจริงๆ”













  [เอาล่ะครับ จากนี้ไปจะเป็นการแข่งขันรอบรอบชนะเลิศ บล็อก A คู่ที่ 1 ระหว่างโรงเรียนเซย์รินกับโรงเรียนเซโฮครับ]




  นั่นคือเสียงประกาศของกรรมการก่อนที่ลูกบอลสีส้มอิฐจะถูกโยนขึ้นกลางอากาศ


  ฮานะเม้มปากแน่น กอดคลิปบอร์ดเข้าหาตัว รู้สึกอึดอัดแทนทุกคนบนสนามที่ถูกการป้องกันของเซโฮเล่นงาน การเล่นของเราติดขัด เวลาผ่านไปเกือบครึ่งหนึ่งของควอเตอร์แรก แต่ว่าตัวเลขบนสกอร์บอร์ดของเซย์รินนั้นแทบไม่ขยับเลยต่างจากอีกทีมที่นำห่างไปไกล คิ้วเรียวขมวดเข้าหากัน เพราะจังหวะแปลกๆ กับการประกบของเด็กปีหนึ่งหัวโล้นคนนั้นที่ตามติดคางามิไม่ปล่อย เจ้าตัวจึงทำคะแนนไม่ได้อย่างครั้งก่อนๆ หนำซ้ำคนๆ นั้นยังมัวแต่ยกยิ้มราวกับเจอเรื่องสนุก นี่มันตัวปัญหาของแท้เลย


  มิน่าคิเสะถึงได้โมโหนัก



  

  “สึงาวะ ไฟแรงก็ดีอยู่หรอก แต่ครึ่งหลังระวังน็อกเอานะ!” 


  “ไม่ต้องห่วงหรอกครับ เขาไม่เก่งอย่างที่คิดเลย แค่นี้สบายมาก!”




  ปากเสียอีกต่างหาก


  ตั้งแต่เริ่มเข้าวงการบาสเกตบอลมา ฮานะไม่เคยเจอผู้เล่นที่มีนิสัยเสียเท่าคนนี้มาก่อน ยกเว้นพวกรุ่นปฏิหาริย์ที่ตอนแรกก็เหมือนจะดูถูกเซย์รินไม่น้อย แต่สึงาวะคนนี้มันเกินจะบรรยาย ไม่รู้ว่าเติบโตมาได้ยังไงโดยไม่โดนคนอื่นซัดหน้าเอาเนี่ย


  … แต่เธอว่าอีกนิดคางามิคงจะใกล้แล้วล่ะ




  ปรี๊ด—!


  “ชาร์จิ้ง สีขาวเบอร์ 10”




  เจ้าคนผมแดงนั่นจะหงุดหงิดง่ายไปถึงไหนกัน แค่โดนคนอื่นยัวะโมโหนิดหน่อยเอง ฮานะกุมขมับ นี่มันฟาวล์ครั้งที่สองแล้วนะ


  โคงาเนะตะโกนลงไปสนามบอกให้เจ้าตัวใจเย็นลง การป้องกันของเซโฮนั้นถือว่ารับมือยากสุดๆ พวกเขาได้ใช้การประกบแบบตัวต่อตัว ทำให้ความสามารถในการจ่ายบอลของคุโรโกะตกที่นั่งลำบากเพราะไม่มีช่องว่างในการฉีกตัว ผู้เล่นทุกคนเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลาด้วยความเร็วสูง ไม่รู้ว่าเอาพละกำลังมาจากที่ไหนเยอะแยะ


  —ไม่สิ…




  “ฮานะจัง ฉันจะขอเวลานอก แล้วให้เธอช่วยอธิบายเรื่องการเคลื่อนไหวของเซโฮให้พวกนั้นฟังอีกครั้งนะ”


  “อา… หนูจะพยายามก็แล้วกันค่ะ”




  เธอรู้


  แม้จะรู้สึกไม่มั่นใจนัก แต่ในเวลาคับขันอย่างนี้ฮานะรู้ดีว่าไม่ควรพูดออกไปว่าทำไม่ได้เหมือนตอนซ้อมที่โรงเรียนนั่น


  หนังสือที่ได้ซื้อเมื่อวานมีเนื้อหาเกี่ยวกับสิ่งที่เธอกำลังสงสัยอยู่ไม่น้อย จากการนั่งอ่านเกี่ยวกับมันจนดึกดื่นเมื่อวาน ในที่สุดเธอก็หาทางเชื่อมโยงข้อมูลกับการเคลื่อนตัวที่แปลกประหลาดของเซโฮได้ เหมือนกับตอนที่เราทำข้อสอบได้นั่นแหละ คนตัวเล็กจึงได้เฮดังลั่นคับห้องจนพี่ชายต้องมาเคาะประตูถามว่าเป็นไรไป


  ดีใจยิ่งกว่าเดิมเมื่อเห็นว่าความพยายามนั้นไม่สูญเปล่า เมื่อเช้านี้เธอก็ได้ลองบอกเรื่องนี้กับโค้ชสาวดู ริโกะเองก็เหมือนจะเห็นด้วย และได้บอกว่าสิ่งที่พวกปีสองคิดไว้ก็ทำนองเดียวกัน




  “พวกเซโฮน่ะใช้วิชาต่อสู้โบราณ”




  ริโกะเริ่ม ปล่อยให้ผู้เล่นได้นั่งพักเอาแรง ฮานะยืนห่างออกไปไม่มาก เธอเกือบจะพลั้งมือเหวี่ยงคลิปบอร์ดที่ถืออยู่ใส่หัวคางามิสักตั้งเพราะเจ้าตัวดันทำท่าทางพร้อมทำเสียงประหลาดๆ ออกมา




  “ฮานะจัง”




  สะดุ้งเมื่อโดนเรียกตัว ฮานะแอบกังวลเล็กน้อยเมื่อสายตาของทุกคนได้ตกมาที่เธอเอง




  “คือว่า ถ้าจะให้อธิบายล่ะก็… เซโฮพวกเขาเคลื่อนไหวแบบวิชาต่อสู้โบราณค่ะ” เธอปรับเสียง คลี่ยิ้มบาง “มันมีเทคนิคหนึ่งที่หนูอ่านเจอมา เรียกชื่อว่าการวิ่งสไตล์นัมบะ คางามิเองก็คิดใช่ไหมว่าพวกเขาน่ะเคลื่อนไหวแปลกๆ”


  “วิ่งสไตล์นัมบะ?”


  คนตัวเล็กพยักหน้า ก่อนอธิบาย “ปกติคนเราจะวิ่งโดยแกว่งมือและเท้าสลับกัน แต่การวิ่งสไตล์นัมบะจะแกว่งมือและเท้าข้างเดียวกัน ดูเหมือนการที่ไม่บิดตัวนั้นจะช่วยลดภาระของร่างกายและสูญเสียพลังงานน้อยลง”




  นิ้วเล็กชี้ไปยังคู่แข่ง ก้มมองคลิปบอร์ดในมือ




  “ไม่ใช่เพียงแค่นั้นค่ะ พวกเขาได้เอาวิชาต่อสู้โบราณมาปรับใช้กับการเคลื่อนไหวพื้นฐานหลายอย่าง ทั้งการออกแรงโดยไม่ต้องปักหลัก หรือเคลื่อนไหวโดยไม่เสียสมดุล นั่นคือการเล่นของเซโฮค่ะ”




  ฮานะเอ่ยส่งท้าย เงยหน้าขึ้นมาเห็นใบหน้าประหลาดใจจากกัปตันทีม




  “นี่ฮานะสังเกตทั้งหมดได้จากการดูแค่คลิปวีดีโองั้นเหรอ”


  “เอ๊ะ” เด็กสาวตาโต “เปล่าหรอกค่ะ! เครดิตให้รุ่นพี่ทั้งหมดเลย หนูแค่เพิ่มเติมนิดๆ หน่อยๆ เท่านั้นเอง”




  ริโกะหรี่ตาอย่างจับผิด จนฮานะต้องรีบยกคลิปบอร์ดขึ้นบังแล้วเอานิ้วแตะริมฝีปาก… อย่าพูดออกมาเลยนะว่าทั้งหมดนั่นเป็นเพราะเธออยู่ศึกษาจนโต้รุ่งจนสภาพเหมือนซอมบี้เช่นนี้ แถมข้อมูลที่เขียนมานี่ยังเป็นลายมือหวัดๆ เหมือนไก่เขี่ยเพราะเมื่อวานตาจะปิดด้วย




  “ถึงจะอย่างนั้นก็เถอะ มันน่าทึ่งมากที่เธอสามารถดูการเล่นของพวกเขาออกได้”


  “ …เอ่อ ต้องขอบคุณในความชอบสิ่งประหลาดๆ ของหนูละมั้งคะ?”


  “ยังไงก็เถอะ” โค้ชสาวถอนหายใจ นึกไปถึงนิสัยถ่อมตัวจนเกินไปของรุ่นน้อง เพิ่มเติมนิดๆ หน่อยๆ ที่ไหนกันล่ะ เจ้าคนตัวเล็กนั่นแทบจะทำทั้งหมดคนเดียวเลยด้วยซ้ำ “ใช่ว่าอีกฝ่ายนั้นจะหายตัวหรือบินได้ พวกเขาก็เป็นเด็ก ม.ปลายเหมือนกันนั่นแหละ จะหลอกล่อหรืออะไรก็ตาม ยังไงก็ต้องมีจังหวะที่ทางนั้นเสียสมดุลบ้างล่ะ”




  นี่ก็เพิ่งจะควอเตอร์แรก เราไม่ได้จนมุมขนาดนั้นเสียหน่อย


  ฮานะเดินไปหาคางามิเมื่อเวลานอกหมดลง ใช้อาวุธประจำกายอย่างคลิปบอร์ดที่ตีไปที่ต้นแขนเขาซ้ำๆ




  “ใจเย็น” 

  ปึก 

  “ใจเย็น” 

  ปึก 

  “ใจเย็น”

  ปึก


  “ฮานะ!”


  “ใจเย็นหน่อยสิ” และครั้งสุดท้ายได้ตีลงไปเต็มแรงจนอีกคนร้อง ฮานะใช้ของในมือชี้หน้า “ฉันรู้ว่าคนที่ชื่อสึงาวะอะไรนั่นน่ะปากเสีย แต่นายไม่ควรอารมณ์เสียตาม ตอนนี้สนใจแค่ว่าเราจะชนะยังไงเท่านั้น”


  “รู้แล้วๆ” คางามิลูบแขนป้อยๆ ฟังเสียงนุ่มๆ ที่พยายามเตือน เขาเตรียมตัวเดินลงสนาม แต่ก็เกือบสะดุดอากาศเพราะประโยดต่อมา


  “ถ้าจบแมตช์นี้แล้วนะ นายจะโมโหจนหน้ามือตามัวไปซัดมันกี่ครั้งฉันก็จะไม่ห้าม เชิญเลย เอาให้เจ้านั่นหลาบจำซะ!”


  “เอ่อ… คุณฮานะ” คุโรโกะส่งเสียงห้ามบางคนที่ทำปากขมุบขมิบบ่นใส่ผู้เล่นฝั่งตรงข้ามขัดกับน้ำเสียงนุ่มนิ่มของเจ้าตัวอยู่มาก อดีตซิกแมนเริ่มรู้สึกลำบากใจ


  “เขาน่ารำคาญมากๆ เลย พูดแบบนั้นออกมาได้ยังไงกัน แม่เจ้า ไม่รู้ว่าเติบโตมายังไงนะ แถมกัปตันทีมก็ดูไม่แยแสด้วย ทั้งยังมาซ้ำเติมพวกนายอีกต่างหาก คิดว่าเก่งแล้วจะพูดอะไรก็ได้งั้นเหรอ ให้ตายนะ นิสัยผู้ใหญ่บางคน”


  “ … ”




  คุโรโกะค้างมือในอากาศ คางามิยืนนิ่งอยู่กับที่ ความหงุดหงิดต่อสึงาวะของคนหัวแดงนั้นหายไปหมดแทบไม่เหลือเมื่อเห็นคนตัวเล็กตีโพยตีพายอยู่ตัวคนเดียว เขาเม้มปากกลั้นขำ บางอย่างในอกเริ่มเต้นถี่ขึ้นมาแต่ไม่ได้สนใจ คิดเพียงแค่อยากจะเอื้อมไปบีบแก้มของอีกคนหากไม่ติดที่ว่าเพิ่งจับลูกบอลมา


  ในที่สุดฝ่ามือใหญ่ก็วางลงบนกลุ่มผมนุ่ม ต่อว่าเบาๆ แล้วเดินไปประจำตำแหน่งตัวเอง




  “ที่บอกว่าใจเย็นน่ะ ทำให้ได้เองก่อนเถอะฮานะ”


  “ … ”


  


  ราวกับเพิ่งได้สติ บางคนได้ยกมือปิดปากอย่างรวดเร็วเมื่อนึกขึ้นได้ว่าตนทำอะไรลงไป อุตส่าห์เก็บมาอย่างดิบดีตั้งแต่ยังไม่เริ่มแข่ง แต่พอพูดออกมาแล้วกลับหยุดไม่ได้ซะงั้น


  น่าอายชะมัด ฮือ


  คุโรโกะมองเด็กสาวที่ซุกใบหน้าขึ้นสีลงบนมือเล็กๆ อย่างหมดอาลัย เขาแค่นยิ้มขำขัน เดินเข้าไปเรียกเธอเบาๆ จนอีกฝ่ายกลับตอบมาด้วยน้ำเสียงอู้อี้




  “เชื่อในตัวพวกเรานะครับ คุณฮานะ คางามิคุงเองก็กำลังพยายามช่วยพวกรุ่นพี่เหมือนกัน”


  นัยน์ตาสีแดงสวยยอมละขึ้นมาสบตากับเขา


  “การแข่งนี้ เซย์รินต้องชนะ”

















  ฮานะพยายามแสดงสีหน้าจริงจัง ในมือยื่นผ้าขนหนูไปข้างหน้า คางามินั้นแทบจะปรี่มาเขย่าตัวเธอเต็มทน คุโรโกะเองก็กำลังทำหน้าไม่เข้าใจเช่นกัน นัยน์ตาสีแดงค่อยๆ หรี่มองออร่าของคางามิที่ดูเหนื่อยเกินเหตุ นี่เพิ่งจะเริ่มจะควอเตอร์ที่สองไม่นานมาเอง แต่คนผมแดงกลับดูล้ามากกว่ายามแข่งปกติเป็นเท่าตัว


  แถมยังโดนฟาวล์ไปตั้งสี่ครั้ง



  

  “เปลี่ยนตัว… ผมด้วยเหรอครับ?”


  “ไม่เอาน่า ฮานะ— แค่ไม่ต้องทำฟาวล์อีกก็พอใช่ไหมล่ะ ฉันทำได้ ขอให้ฉันอยู่ต่อ—”


  “ไม่ได้” เอ่ยอย่างหนักแน่น ฮานะถอนหายใจเบาๆ ดวงตาเริ่มอ่อนลงเมื่อคิดถึงคำพูดของโค้ชสาวที่คุยกับเธอ “พวกนายสองคนลงแข่งแค่ครึ่งแรกก็พอแล้ว”


  “ทำไมล่ะ!?”


  “เพื่อแข่งต่อกับชูโตคุ” เธออธิบายอย่างใจเย็น เข้าใจความคิดของรุ่นพี่เมื่อพวกเขาตัดสินใจบางอย่างเกี่ยวกับการแข่งนี้ได้ กัปตันทีมที่เพิ่งเดินเข้ามาได้พยักหน้า


  “ถ้าอยากโค่นมิโดริมะในแมตช์ต่อไป เราจำเป็นต้องมีพวกนายอยู่ด้วย ชูโตคุไม่ได้อ่อนขนาดจะชนะโดยไม่มีแผนรับมืออะไรเลย”


  “แถมทางนั้นเองก็ถนอมตัวมิโดริมะเอาไว้อย่างที่คาดด้วย” ฮานะเสริมเข้าไป หันไปมองอีกฝั่งที่มีการแข่งระหว่างโรงเรียนชูโตคุและคิมโบดำเนินอยู่


  “เข้าใจไหม ถ้าพวกนายหมดแรงพวกเราก็หมดสิทธิ์ชนะ”


  คางามิก้าวออกมาข้างหน้า “ถึงอย่างนั้นก็เถอะ แต่ถ้าเกมนี้แพ้ทุกอย่างก็จบ—”


  “ฉันรู้ว่ามันเสี่ยง” ฮิวงะขัด “แต่ว่าถ้าถนอมตัวพวกนายเอาไว้ได้ โอกาสโค่นชูโตคุเพื่อเข้าสู่ลีกส์รอบสุดท้ายก็ยังพอมีเหลืออยู่”




  ฮานะเหวี่ยงผ้าขนหนูไปที่รอบคอคางามิ ในที่สุดคนหัวร้อนก็ยอมเดินกลับมานั่งขอบสนามดีๆ เมื่อมีคุโรโกะช่วยพูดให้ ทั้งสองกลับไปใส่เสื้อเชิ้ตสีขาวเหมือนเดิม นั่งมองการแข่งด้วยความรู้สึกเสียดาย โดยเฉพาะเด็กยักษ์อย่างคางามิ เจ้าตัวทำหน้าบูดบึ้งราวเด็กน้อยโดนขัดใจซะอย่างงั้น


  ฮานะเดินอ้อมไปข้างหลัง ตบบ่าผู้เล่นทั้งสองเบาๆ




  “จริงจังเกินไปนะ รุ่นพี่เขาไม่ได้อ่อนขนาดสักหน่อย ไม่ต้องห่วงหรอก” เธอหันไปทางคางามิ “แล้วนั่น ทำหน้าขึงขังทำไมกัน”


  “ก็ฉันยังเล่นได้อยู่…”


  “เรารู้ เลยให้พวกนายออกมาพักก่อนไง”




  ฮานะหลุบตามองบ่าของทั้งสอง… เส้นสายต่างสีจากแต่ละข้างกำลังโอบล้อมมือของเธออย่างอ่อนโยน พรู่ลมหายใจออกเบาๆ พยายามพูดกับคางามิราวกับปลอบเด็กน้อยเมื่อเจ้าตัวกับทำท่ากระฟัดกระเฟียดกับการตัดสินใจของพวกกัปตัน




  “คุณฮานะ?”




  ท่ามกลางการแข่งที่เนินไปอย่างดุเดือด ความสงสัยที่ปิดไม่มิดจากนัยน์ตาสีฟ้าใส ฮานะมีเพียงส่งยิ้มบางให้เป็นคำตอบเท่านั้น



















  เขารู้สึกว่าร่างกายของเขาแปลกไปจากเดิม


  การแข่งกับโรงเรียนเซโฮ ทีแรกนั้นทั้งทีมตกที่นั่งลำบากสุดๆ กลับการพยายามสลัดหลุดพ้นจากการป้องกันของทีมคู่แข่ง คุโรโกะเองก็รู้สึกว่าเขาได้ใช้แรงมากกว่าปกติ ทั้งการเคลื่อนไหวที่ต่างจากทีมทั่วไปและประสบการณ์ที่อีกฝ่ายมีแล้ว การที่จะรับมือกับอีกฝ่ายนั้นไม่ใช่ง่ายๆ 


  สุดท้ายก็ได้รู้ว่าต้นเหตุความรู้สึกแปลกๆ ต่ออีกฝ่ายนั้นคืออะไร



  ‘ถ้าจะให้อธิบายล่ะก็… เซโฮพวกเขาเคลื่อนไหวแบบวิชาต่อสู้โบราณค่ะ’



  ข้อมูลใหม่เกี่ยวกับเซโฮนั้นทำให้เขาสนใจ แต่ท่าทางลุกลี้ลุกลนของอีกคนตอนที่กัปตันถามกลับน่ะมันน่าจับตามองมากกว่า จากประสบการณ์ที่ผ่านมา ทำไมคุโรโกะจะไม่เข้าใจว่าเพราะอะไร แววตาที่เหนื่อยล้ากว่าปกตินั้น แม้จะพยายามปกปิดแค่ไหนเขาก็ดูออก อยากจะพูดบางอย่างต่อแต่ว่าการที่เห็นเธอดูดีใจเมื่อทุกอย่างกลายเป็นอย่างนี้แล้ว


  เขาจะปิดปากเงียบต่อไปก็แล้วกัน



  ต่อมารุ่นพี่ปีสองพวกเขาได้ตัดสินใจบางอย่างเกี่ยวกับการแข่ง นั่นคือการเผชิญหน้ากับแผลเป็นในอดีต


  คุโรโกะเคารพและเชื่อมั่นในการตัดสินใจของพวกเขา อีกอย่าง เขาเองก็อยากจะแข่งกับเพื่อนที่เคยร่วมทีมอย่างเต็มกำลังอีกด้วย หากหมดสภาพในแมตช์ เขาจะทำให้อีกฝ่ายเข้าใจได้อย่างไร ในตอนนี้จึงได้แต่รออย่างใจเย็น และคาดหวังในการแข่งตรงหน้า



  “คุณฮานะ?”



  น่าแปลกที่ร่างกายเขากลับไม่เหนื่อยมากอย่างที่คิดไว้ แน่นอนว่าตอนที่เดินออกจากสนามหลังเปลี่ยนตัวนั้นรู้สึกว่ากล้ามเนื้อเมื่อยไปหมด แต่เพียงนั่งพักได้ไม่นานทุกอย่างราวกับฟื้นตัวเร็วขึ้น เหลือบมองหางตาอย่างสงสัย มือเล็กๆ ของผู้จัดการทีมยังคงวางลงบนไหล่ของเขาและคางามิได้เบาๆ… อีกแล้ว เขาอยากพูดอะไรกับเธอสักอย่าง แต่ไม่ทันได้อ้าปากอีกฝ่ายกลับส่งยิ้มบางมาให้


  และแค่นั้น เขาก็ไม่รู้จะพูดถึงอะไรดี


  ความรู้สึกนี้มันเหมือนตอนนั้น… ตอนแข่งซ้อมกับโรงเรียนไคโจว



  คุโรโกะพยายามกลับมาสนใจการแข่งต่อ ได้ฟังริโกะอธิบายเกี่ยวกับความสามารถพิเศษที่รุ่นพี่แต่ละคนมี (รุ่นพี่โคงาเนะคงถูกจัดไว้ในลำดับหนึ่ง… ล่ะนะ) ซึ่งทำให้เขาเริ่มเข้าใจพวกเขามากขึ้น แต่ละคนได้พยายามฝึกฝนจนเก่งขึ้นมาขนาดนี้ได้ หนึ่งปีหลังจากที่พวกเขาพ่ายแพ้มา…


  ดวงตาสีฟ้ากะพริบปริบเมื่อเห็นลูกบอลได้ถูกเปลี่ยนทิศทางตรงมาทางนี้… นี่คงจะออกนอกเส้นไปแล้ว



  “อ่ะ คางามิ คุโรโกะ!”



  แรงผลักดันให้ลุกขึ้น เป็นฮานะที่ต้องหลบตัวไปอีกทางเพราะโคงาเนะที่วิ่งมาเก็บบอลนั้นดันทรงตัวไม่อยู่ ล้มหงายหลังอย่างแรงจนหมดสภาพอยู่ที่พื้น เด็กสาวยืนตกใจอยู่สักพัก ก่อนจะได้สติรีบวิ่งไปเอากล่องพยาบาลขณะที่ริโกะรีบตามเข้าไปดูอาการคนหัวกระแทกพื้น การแข่งขันได้ถูกหยุดชั่วขณะ



  “โคงาเนะคุง?!”


  “รุ่นพี่ เป็นอะไรรึเปล่าครับ…”


  ริโกะเงยหน้าขึ้นมาตอบหลังจากเช็คดูอีกคนแล้ว เป็นจังหวะเดียวกันที่ฮานะจะวิ่งกลับมาทรุดนั่งข้างๆ “สมองคงกระทบกระเทือนนิดหน่อยน่ะ สงสัยต้องเปลี่ยนตัวแล้วล่ะ”


  “งั้นให้ผมลงสิ! ..สิครับ!”


  “ไม่ได้! ลืมไปแล้วเหรอว่าพวกเขาต้องเก็บแรงเพื่ออะไร ยังไงก็ไม่ได้เด็ดขาด”



  คุโรโกะเบนสายตาไปยังเสียงนั่น เห็นผู้จัดการสาวกำลังประคองศีรษะโคงาเนะขึ้นแผ่วเบาเพื่อหาว่ามีแผลเป็นอะไรไหม ทว่านัยน์ตาสีแดงสวยนั่นกลับจ้องมาที่คางามิเขม็ง… ผู้เล่นโล่งหนถึงกับหยุดนิ่ง เมื่อมองเห็นว่าใบหน้าน่ารักนั่นดูซีดเชียวลงไปมาก


  ทำไมกัน… เมื่อกี้ยังดีๆ อยู่เลย



  ยังดีที่กัปตันมาช่วยพูดให้ (และเขาต้องเสี่ยงที่จะหัวขาดอยู่นิดหน่อย…) คางามิจึงยอมสงบอารมณ์ลงอีกครั้ง หน้าตาบูดบึ้งยิ่งกว่าเดิม คุโรโกะได้ออกปากขอลงไปเล่นแทนเมื่อรุ่นพี่โคงาเนะแข่งต่อไม่ไหว… เขาเห็นสีหน้ากังวลจากฮานะ เธอเหลือบมองเวลาที่เหลือก่อนจะกลับมาหาเขาอย่างชั่งใจ จนในที่สุดก็ยอมปล่อยให้แข่ง นัยน์ตาสีสวยนั่นมีแววเสียดายอยู่ลึกๆ


  หลังจากเตรียมให้โคงาเนะได้นอนพักแล้ว ฮานะได้พูดคุยกับรุ่นพี่กับทีมอีกครั้งเรื่องที่เธอเจอเกี่ยวกับการแข่งของเซโฮ เธอได้หันมาส่งยิ้ม แล้วบอกให้เขาระวังตัวแค่นั้น ก่อนจะกลับไปดูแลคนป่วยต่อ



  เธอดูเหนื่อย… เหนื่อยมากๆ



  แม้จะเสียใจไม่น้อยที่ต้องปัดความหวังดีของเธอทิ้ง ในตอนนี้คุโรโกะอยากช่วยให้พวกเรารับชัยชนะมาซะก่อน แถมปัญหาที่คางามิมีเกี่ยวกับเจ้าสึงาวะนั้น…




  “ขอโทษนะครับ ตัวผมอาจจะมีกำลังไม่มาก แต่เห็นว่ามีหนี้กันอยู่เลยมาทวงคืนแทนให้น่ะ”




  เห็นว่าปากเสียจนกู่ไม่กลับ ทำให้ผู้จัดการของเขาบ่นออกมาซะยาวเหยียดอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน





  “แสดงว่ารุ่นพี่ของพวกนายนี่ใช้ไม่ได้เลยนะ เห็นว่ามันคือศักดิ์ศรีอะไรไม่รู้ แต่ตอนนี้กลับให้นายลงซะเนี่ย” คนหัวโล้นแค่นยิ้มดูถูก


  “ผมต่างหากที่เป็นฝ่ายขอลงสนามเอง” เขาตอบกลับไป “รุ่นพี่ก็มีศักดิ์ศรีของรุ่นพี่ รุ่นน้องก็มีความเคารพของรุ่นน้องครับ… และกำลังเดียวที่ผมเป็นได้ให้พวกเขาคือ— โค่นพวกคุณให้ได้”


  “เอ๊ะ?!”





  เขาวิ่งออกมาจนอีกฝ่ายตามไม่ทัน ตบบอลจากอิซึกิไปให้ฮิวงะ ร่างสูงของกัปตันได้ใช้จังหวะนั้นวิ่งขึ้นไปชู้ตบอลอย่างรวดเร็ว จนทำให้เซย์รินได้แต้มอีกครั้ง


  สถานการณ์ได้พลิกผัน ต่างจากครึ่งแรกโดยสิ้นเชิง


  คุโรโกะค่อยๆ ใช้หลังมือเช็ดเหงื่อตามใบหน้าออก มองวิธีเคลื่อนไหวของเซโฮอย่างเข้าใจมากขึ้น เพราะว่าต่างจากการวิ่งแบบปกติ นักกีฬาของเซโฮนั้นได้เริ่มหันปลายเท้าไปในทางที่จะไปก่อน ทำให้พวกเราเริ่มตัดบอลและวางเกมได้ระมัดระวังกว่าครึ่งแรก


  แอบนึกไปถึงเสียงของคนๆ หนึ่งที่เคยอธิบายให้พวกเขาก่อนจะเริ่มเกม แม้จะรู้อยู่แล้วแต่การตามนิสัยเคยชินเหล่านั้นก็สาหัสไม่น้อย เขาดีใจนะที่ความพยายามของเธอนั้นไม่สูญเปล่า


  แต่ขณะเดียวกันก็ไม่พอใจเช่นกันเมื่อเห็นอีกฝ่ายหักโหมตัวเองซะขนาดนั้นเพื่อพวกเขา




  “คุโรโกะ!”




  สิบวินาทีสุดท้ายก่อนที่เกมจะถูกตัดสิน สึงาวะเริ่มจับทางการจ่ายบอลของเขาได้และวิ่งมาดักหน้าก่อนที่จะได้ปัดมันไปให้สึจิดะ ทั้งที่เกือบจะพลั้งมือ แต่เป็นเพราะว่าเสียงตะโกนของคางามิกลับทำให้ได้เขาสติ


  และแล้ว ลูกชู้ตสามแต้มสุดท้ายของฮิวงะ



  ปรี๊ด—!



  73 - 71




  “จบการแข่งขันครับ!”




  คุโรโกะค่อยๆ คลี่ยิ้มออกมาอย่างโล่งใจ


  เซย์รินชนะ— รุ่นพี่ทำได้— ถึงแม้จะยังเครียดเพราะมีการแข่ง แต่ในตอนนี้นั้น… 


  รอยยิ้มดีใจจากผู้จัดการของเขาในตอนนี้ ทำให้บางคนเลือกที่จะเมินอนาคตนั่นออกไปก่อนซะ แล้วกลับไปมองความสดใสนั่น















  “ฮานัจจิ!”



  ฮานะเหมือนจะป่วย



  “ฮานัจจิฮะ!”



  เข้าใจว่าที่รู้สึกเหนื่อยนั้นเป็นเพราะได้พักผ่อนน้อย แต่ถ้าการที่เธอจะตาบอดนั้น…




  “ไง คิเสะ”




  ต้องเป็นเพราะเจ้าหมานีออนตัวนี้แน่ๆ




  “นี่เอาน้ำไปให้เซย์รินเหรอฮะ”


  “อื้อ”


  “ขอพูดเลยนะ อิงาราชิ เซย์รินทำทุกคนเซอร์ไพรส์มากที่สามารถชนะราชาอย่างเซโฮได้”




  ฮานะเกือบทำถังน้ำในมือหก คนตัวเล็กอ้าปากค้าง




  “รุ่นพี่คาซามัตสึ… พูดได้คล่องแล้ว”


  “…!”




  คิเสะปล่อยหัวเราะเสียงดัง ต่างจากร่างสูงของรุ่นพี่ที่ทั้งใบหน้าเริ่มแดงก่ำแทบจะกลายเป็นมะเขือเทศ เด็กสาวปิดปากฉับ นึกโทษตัวเองที่นึกพูดอะไรทำให้อีกฝ่ายไม่สบายตัวอีกแล้ว มันเป็นตอนนั้นเองที่คิเสะต้องหาทางเปลี่ยนเรื่อง




  “แล้ว ครั้งนี้ฮานัจจิช่วยเซย์รินยังไงเหรอฮะ”


  “หืม? ช่วย?”


  “ที่บอกไว้เมื่อวานไงฮะ ฮานัจจิให้ผมมาดู”


  “อ๋อ มันเป็นแค่ความชอบแปลกๆ ทั่วไปของฉันน่ะ” เธอหัวเราะเบาๆ “ไม่มีอะไรพิเศษหรอก แถมรุ่นพี่ในทีมก็รับงานหนักทั้งหมดนั่นด้วย ที่ชนะมาได้ก็เป็นเพราะพวกเขาทั้งนั้น”




  คิเสะค่อยๆ พยักหน้ารับ… แต่คาซามัตสึไม่ได้คิดอย่างนั้น


  เมื่อวานดูวีดีโอการซ้อมนั้น เขายอมรับว่าแอบไม่พูดเรื่องเทคนิคของเซโฮเอาไว้ แต่นั่นน่ะเป็นเพราะเธอได้พูดว่าตัวเองเป็นมือใหม่ต่างหาก เรื่องซับซ้อนขนาดนั้นเขาคิดว่าอีกฝ่ายคงตามไม่ทัน…


  และยิ่งเรื่องนัดซ้อมแข่งวันก่อนอีกด้วย รุ่นพี่ที่มีประสบการณ์แอบทึ่งในใจ นับจากนี้ไปเขาคงต้องเปลี่ยนความคิดใหม่เกี่ยวกับผู้จัดการของเซย์รินคนนี้ซะแล้ว




  “คิดว่าเธอคงรู้อยู่แล้ว แต่ชูโตคุน่ะเก่งมากนะอิงาราชิ”


  “ค่ะ!” อีกแล้ว คนตัวสูงชะงัก ช่วยหยุดทำท่าทางแบบนั้นจะได้ไหม “แต่ทุกคนในทีมเองก็ผ่านมาหลายอย่างเหมือนกัน หนูเชื่อในตัวพวกเขาค่ะ”




  คาซามัตสึพยักหน้าเบาๆ อดยิ้มไม่ได้กับความสดใสของเธอ พอเสร็จธุระแล้วก็เอ่ยปากบอกให้รุ่นน้องของตนไปนั่งรอการแข่ง แต่เจ้าตัวน่ารำคาญนี่กลับงอแงไม่ยอมซะอย่างนั้น เขากำหมัดแน่น คิดจะเหวี่ยงไปใส่หัวทุยๆ นั้นสักครั้ง




  “อ้าว ฮานะจัง!”




  คนมาใหม่เพิ่ม และขวดน้ำที่ถืออยู่เริ่มหนักเป็นเท่าตัวเมื่อแขนยาวๆ ทิ้งน้ำหนักลงมาบนบ่า ฮานะแอบถอนหายใจเบาๆ ไม่มีเรี่ยวแรงที่จะดุนายตาเหยี่ยวคนฉีกยิ้มแฉ่งขัดกับสีหน้าทมึงของเพื่อนหัวเขียวที่เดินตามมาไม่ห่าง




  “ฮานะจังรู้ไหม นี่ฉันน่ะดีใจมากนะที่เธอรักษาสัญญาไว้ ว้า ใครจะคิดว่าราชาจะแพ้ให้กับเซย์ริน นี่เราจะได้แข่งกันแล้วเหรอเนี่ย”


  “แต่โชคชะตาจะไม่อยู่ข้างเซย์รินนานหรอกนะ อิงาราชิ” นักชู้ตมือหนึ่งดันกรอบแว่นขึ้น ฮานะแอบเบะปาก


  “โอ๊ะ มิโดริมัจจิ นายคงได้ยินโอฮาอาสะของวันนี้แล้วใช่ไหม”


  “หมอนี่น่ะเหรอจะไม่เคย” ทาคาโอะเลิกคิ้ว


  เด็กสาวคนเดียวในกลุ่มพองแก้ม “เรื่องโชคชะตาอีกเหรอ” เธอใช้ขาดันถังน้ำขึ้นเมื่อเริ่มเจ็บที่ฝ่ามือ “ฉันไม่ได้พูดว่าโชคชะตาจะอยู่ข้างเซย์ริน แค่— ฉันเชื่อในตัวทุกคน พวกเขาจะทำออกมาได้ดีแน่นอน”


  “แต่ไม่มีทางชนะน่ะเหรอ”


  “ก็บอกแล้วว่าเรื่องนั้นเราไม่มีทางรู้ถ้าไม่แข่งจริง มิโดริมะ”




  ร่างเล็กสลัดออกจากการเกาะกุมของทาคาโอะทันที เดินเข้าไปชิดอีกฝ่ายโดยมีถังน้ำกั้น นัยน์ตาสีแดงจ้องคนตัวสูงกลับอย่างไม่ยอมแพ้จนบางคนต้องรีบเข้าไปห้ามทัพ




  “เห็นไหม ชินจัง นายควรเจอคนแบบนี้อีกเยอะๆ นะ!” ทาคาโอะกลั้วหัวเราะ ดึงแขนคนตัวเล็กออกมาเพราะกลัวเพื่อนของเขาจะกินหัวเธอเข้า อีกคนยิ่งสามารถฆ่าคนด้วยสายตาได้ด้วย แถมเมเนเจอร์คนนี้ก็เหมือนกัน รู้ไหมว่าคนอื่นตัวโตกว่าตัวเองเยอะน่ะ


  “หุบปากน่าทาคาโอะ”


  “อย่าห่วงเลยฮานะจัง” เขายกยิ้มมุมปาก “ชินจังสนใจพวกคุณมากกก โอ๊ะ นี่รวมถึงเธอด้วยนะ เซย์รินเมเนเจอร์”


  “นี่” 


  “โอ้ น้ำ ขอบคุณนะครับ!”




  เบี่ยงประเด็นก่อนที่จะโดนอีกฝ่ายกัด โดยไม่มีการขอ บางคนก็มือไวหยิบขวดน้ำที่ฮานะถือไว้ออกไป ก่อนจะนิ่งค้างในวินาทีต่อมาเมื่อเด็กสาวรีบเก็บกลับมาคืน




  “ขอโทษนะทาคาโอะ แต่นี่มันของ… เซย์ริน” ฮานะเตะถังขึ้นอีกครั้ง มือแสบไปหมด เจ้าตัวรีบก้มหัวให้นักบาสทั้งหลายที่กินเวลาเธอไปนานเหลือเกิน “เจอกันตอนแข่งนะ มิโดริมะ ทาคาโอะ… ขอให้เป็นเกมที่ดี”




  ทิ้งท้ายไว้แค่นั้น บางคนรีบเดินออกมาเมื่อมองเห็นคุโรโกะที่เดินมาตาม นึกขึ้นได้ว่าต้องดูอาการของเขาหลังจากที่ได้ลงแข่งช่วงครึ่งหลังของควอเตอร์สุดท้ายนั่น ฮานะสูดหายใจเข้าลึก ไม่คิดว่าวันนี้จะสาหัสกว่าที่คิด นับเหตุการณ์ทุกอย่างในใจ… กลับบ้านไปนี่เธอคงได้หลับเป็นตายแน่ๆ














- Diamond In My Head -














  มันคือตุ๊กตาเซรามิกรูปทานุกิ!


  ผู้จัดการเซย์รินยกมือปิดปาก ดูสิ น้องน่ารักมาก! มีถือลูกบาสเล็กๆ อยู่ด้วย ให้ตายเถอะ ฮานะมีความรู้สึกอยากจะปรี่เข้าไปนั่งบนม้านั่งอีกฝ่ายแทบจะทันทีทันใด




  “ … ”




  และอีกอย่าง


  เธอไม่เคยนั่งอยู่เฉยๆ ก็รู้สึกอึดอัดเท่านี้มาก่อน ค่อยๆ ปรับสีหน้าเป็นปกติแล้วเสตาไปทางอื่นเมื่อรับรู้ถึงสายตาของใครบางคน จะเป็นใครได้อีกล่ะ ก็เจ้าของน้องทานุกิที่ทำให้เธอรู้สึกเอ็นดูก่อนจะห่อเหี่ยวในเวลาต่อมาเพราะเจ้าตัวดันใช้นัยน์ตาคมๆ ของตัวเองกดดันอยู่นี่ไง


  แต่น้องน่ารักจริงๆ นะ เธอไม่ผิด!




  “เอ่อ ฮานะจัง นี่เกิดอะไรขึ้นระหว่างพวกเธอรึเปล่า?” ริโกะเอ่ยถามเสียงเบา


  “เปล่าหรอกค่ะ”




  เขาก็แค่คนตัวยักษ์ที่หวงลักกี้ไอเท็มของตัวเองไง


  ฮานะว่าเธอเข้าใจนิสัยความชอบของอีกคนนะ จากเหตุการณ์ในอดีตแล้ว ถ้ามันเทียบว่าเป็นสิ่งเดียวที่ได้ช่วยเหลือในคนเรายามที่จิตใจอ่อนแอล่ะก็ เขาคนนั้นก็จะให้ความเชื่อยึดติดกับมันอย่างไม่ต้องสงสัย


  ซึ่งนั่นก็ไม่ใช่ปัญหาอะไรเลย


  คนเราจะทำอะไรก็ได้— ถ้าอยู่ในขอบเขตของตัวเอง ไม่ได้ก้าวก่ายไปถึงผู้อื่น ถ้ามันเป็นอย่างนั้นจริงเธอก็ขออวยพรให้คนๆ มีอิสระในการตัดสินใจเรื่องเส้นทางที่ตนเองเลือก


  แต่ถ้าเราเกิดรวมคนอื่นมาด้วยนั้น




  “ถึงเป็นแค่ทีมอ่อนแอหรือไร้ชื่อเสียง ถ้าทุกคนรวมพลังกันก็สู้ได้… แนวคิดแบบนั้นมันเพ้อฝันนะ”




  มันคือการพาตัวเองเข้าเผชิญสู่ความยุ่งยาก


  นั่นคือความคิดแรกของฮานะหลังจากที่ได้เข้ามาในชมรมนี้ ถ้าอยู่ในช่วงที่กำลังตัดสินใจ ชีวิตเธอมีแค่สองทางเลือก เมินทุกอย่างโดยสมบูรณ์แบบหรือถ้าไปก็ต้องไปให้สุด ไม่เคยมีอะไรครึ่งๆ กลางๆ เพราะมีเพียงอย่างเดียวที่ก้องซัดในใจตลอดมา


  การตามหาบางสิ่งที่อิงาราชิ ฮานะคนนี้ชอบและอยากจะตั้งใจกับมันจริงๆ


  เช่นนี้แล้ว ฮานะเลยคิดที่จะตั้งใจและทุ่มทุกอย่างให้กับชมรมนี้ไปก่อน




  “มะ.. เมื่อกี้มันอะไรกันน่ะ ส่งบอลจากปลายสนามด้านหนึ่งไปอีกด้านเนี่ยนะ?”




  แล้วที่เหลือค่อยว่าทีหลัง


  เด็กสาวอ้าปากน้อยๆ ทึ่งกับจากจ่ายลูกของคุโรโกะ เพราะทันทีที่มิโดริมะชู้ตสามแต้มระยะที่ห่างไกลจากแป้นพอสมควร (และใช่ เธออึ้งกับเรื่องนี้อีกด้วย) อดีตซิกส์แมนจากเทย์โควนั้นก็โชว์สกีลที่เหนือมนุษย์ ส่งลูกยาวจากใต้แป้นไปถึงอีกฟากสนามให้คางามิใช้การเล่นฟาสต์เบรกชิงแต้มมาคืนได้


  ออร่าของเด็กหนุ่มล่องหนนั้นดูเอ่อล้นจนแปลกตา… ไม่ใช่พละกำลังของคนที่เพิ่งแข่งเสร็จมาเลยสักนิด




  “ … ”




  หลุบตามองฝ่ามือตัวเองที่มีเครื่องประดับกระดิ่งห้อยอยู่ข้อมือ นัยน์ตาสีสวยได้แต่ฉายแววอ่านยาก


  โค้ชสาวอย่างริโกะออกไปยืนข้างสนามเพื่อดูเหตุการณ์ ส่วนฮานะก็ได้แต่นั่งมองการแข่งขันไปเรื่อยๆ ราวไม่มีสมาธิจดจ่อแม้กระทั่งเสียงลูกหวีดดังขึ้น และทีมชูโตคุได้คะแนนไปอีกแต้มก็ตาม


  ทั้งๆ ที่นี่คือรอบชิงชนะเลิศ แต่หัวสมองเธอกลับไม่ค่อยตามเหตุการณ์ในสนามได้ทัน จำเป็นต้องสั่นหัวแรงๆ ในเวลานี้อย่างน้อยก็ต้องรู้ถึงความเป็นไปบนสนาม




  “นี่ ทาคาโอะ คิมูระ เปลี่ยนตัวประกบ— ทาคาโอะ ไปประกบเบอร์ 11 ซะ”




  …?


  ฮานะปรายหางตามองดูโค้ชของชูโตคุ เปลี่ยนให้ทาคาโอะไปประกบคุโรโกะเหรอ? คงจะเป็นไปตามอย่างที่ฟุริฮาตะและฟุคุดะพูด คุโรโกะน่ะจืดจางจะตายไป ให้ใครไปประกบก็เหมือนกันนั่นแหละถ้าไม่ใช่ว่า… 




  “…!”




  ดวงตาสีแดงเบิกกว้างอย่างคาดไม่ถึงเมื่อเห็นว่าคุโรโกะจ่ายบอลพลาด— ไม่สิ จังหวะการใช้มิสไดเร็คชั่นเพื่อจะส่งบอลให้ฮิวงะตอนเมื่อกี้ไม่ได้มีอะไรผิดพลาด แค่ผู้เล่นตาเหยี่ยวของทีมชูโตคุที่มองออกทัน… 


  ทันใดนั้นฮานะก็รู้สึกนั่งไม่ติดเก้าอี้… ความสามารถนี้มันจะคุ้นเคยเกินไปแล้ว เธอมองไปยังรุ่นพี่ผู้ชอบเล่นมุขตลกที่ในตอนนี้กลับทำสีหน้าตกใจไม่แพ้กับสี่คนที่เหลือ


  เวลาใกล้จะจบควอเตอร์แรก— 11 ต่อ 8 ชูโตคุนำไปอย่างไม่ต้องสงสัย




  “ทาคาโอะนั้นมีฮอว์คอาย”


  “ฮอว์ค… อาย? เหรอคะ” ฮานะเลิกคิ้ว ฟังอิซึกิอธิบายอย่างตั้งใจ


  “อือ ระยะการมองเห็นนั่นกว้างเทียบเท่าทั้งสนาม สังเกตได้จากการจ่ายลูกที่ผ่านๆ มา มิสไดเรคชั่นของคุโรโกะใช้ไม่ได้กับหมอนั่นแน่”




  ทั้งทีมตกอยู่ในความเงียบเมื่อได้ยินอย่างนั้น ดูเหมือนว่าการขอเวลานอกครั้งนี้มีแค่มาบอกสิ่งที่ตนเองรู้กันก่อน ส่วนหนทางแก้ไขนั้น…




  “นี่นายน่ะ คงไม่ปล่อยให้เขาเล่นงานอยู่ฝ่ายเดียวแบบนี้หรอกนะ” คางามิพูดจริงจังกับคุโรโกะ อีกฝ่ายแสดงสีหน้าหนักใจ


  “ก็… ที่จริงไม่อยากปล่อยหรอกครับ”


  “ถ้างั้นก็เลิกทำหน้าแบบนั้นได้แล้ว”




  มือใหญ่ที่จับอยู่บนหัวเขานั้นหันไปอีกทางให้คุโรโกะได้เห็นอีกคนที่กำลังทำสีหน้าตึงเครียดอยู่ นัยน์ตาสีฟ้าใสสะท้อนภาพของผู้จัดการสาวที่มองพื้นอย่างใช้ความคิด เข้าใจในสิ่งที่คนหัวแดงพยายามจะสื่อ เด็กหนุ่มได้เอ่ยออกไปเบาๆ




  “ขอโทษครับ คุณฮานะ”


  “เอ๊ะ” คนถูกเรียกเงยหน้าขึ้นให้ความสนใจ เธอรีบส่งยิ้ม “ขอโทษทำไมกัน ที่นายกังวลน่ะถูกแล้ว” สายตาหันไปยังทีมชูโตคุ “ก็นะ เป็นฉันก็คงจะเครียดตาย มีคนที่เก่งขนาดนั้นแถมยังรู้จักความสามารถเราดีอีก เป็นคู่แข่งที่ไม่อยากเจอด้วยเลย”


  “ … ”


  “ยังไงก็เถอะ ในสถานการณ์ที่ทำอะไรไม่ได้เลยในตอนนี้ฉันก็อยากให้นายคิดซะว่าเราต้องเก่งขึ้นเรื่อยๆ เพื่อโค่นอีกฝ่ายนะ”


  “พูดได้ดี!” คางามิฉีกยิ้ม มองมายังฮานะ


  ทันใดนั้นเองทางกรรมการก็ประกาศ “หมดเวลานอกแล้วครับ!”




  สุดท้าย… เวลาที่เสียไปก็มีแค่ดึงขวัญของทีมกลับมาเท่านั้น


  นัยน์ตาสีแดงสวยเหลือบมองการเคลื่อนไหวของเส้นสีคู่หูปีหนึ่งที่เดินลงไปยังสนาม พร้อมกับเบนสายตาไปยังออร่าของอดีตนักชู้ตมือหนึ่งของรุ่นปฏิหาริย์


  ทำไมเธอ… ถึงได้กังวลขนาดนี้นะ?


















  ถ้าให้เทียบกับคิเสะแล้ว ออร่าของมิโดริมะคนนั้นก็แทบจะเจิดจ้าไม่แพ้กัน


  มันคงเรียกว่าพรสวรรค์ของแต่ละบุคคล แตกต่างจากผู้ที่ไม่ได้มีความสามารถนั้นตั้งแต่แรก หากมาถูกเทียบด้วยแล้วบางคนอาจจะคงรู้สึกด้อยค่ากว่าไม่น้อย ร่างกายได้หยุกชะงัก ในใจสั่นกลัวเมื่อได้เจอลูกชู้ตจากอีกฟากสนามของมิโดริมะ เพราะวิถีของเขานั้นทำให้ลูกบอลโค้งสูงในอากาศกว่าปกติ ทุกวินาทีที่ให้จับจ้องไปที่บอลก่อนที่มันจะลงห่วงนั้นทำลายจิตใจคนดูไปมาก


  ถ้าเธอที่เป็นแค่เมเนเจอร์ยังรู้สึกขนาดนี้ แล้วทั้งทีมบนสนามล่ะจะเป็นยังไง




  “ล้อเล่นรึเปล่า…”




  และยิ่งได้เจอสีหน้ามั่นใจของคนชู้ตแล้ว กำลังใจที่มีอยู่กลับถดถอยลงไปทุกที… นี่จากใต้แป้นตัวเองจนไปถึงสนามคู่แข่งเลยนะ คนธรรมดาที่ไหนเขาทำกัน!


  จู่ๆ หัวสมองก็ปวดร้าวขึ้นจนเธอต้องยกมือนวดขมับ


  การเล่นประสานของคุโรโกะและคางามินั้นไม่ได้ผลอีกต่อไปเพราะนายตาเหยี่ยวคนนั้น ฮานะอยากจะถอนหายใจแรงๆ ไล่ความรู้สึกหนักอึ้งทิ้ง แต่บรรยากาศทั้งทีมก็กำลังถูกแรงกดดันอยู่ จึงได้แต่มองไปข้างสนามด้วยสีหน้าราบเรียบพยายามตั้งสมาธิ


  อย่างแรกเลยคือมิโดริมะ เราต้องหาทางอะไรสักอย่างกับความสามารถในการชู้ตที่แสนจะเหนือมนุษย์นั่น ส่วนทาคาโอะแน่นอนว่าเขาเองก็เป็นปัญหา แต่หากเราไม่ทำอะไรกับคะแนนที่นำห่างออกไปเรื่อยๆ ตามความเหนื่อยล้าของทีมเซย์รินแล้ว ยังไงก็ไม่มีทางตามทัน



  ‘คางามิ ฉันมีเรื่องจะบอก…’



  และด้วยเหตุนั้น


  ฮานะค่อยๆ หลุบตาลง นึกย้อนไปเมื่อหลังพักสิบนาทีของควอเตอร์ที่สองจบลง คุโรโกะได้ดูวีดีโอที่เธอถ่ายการเล่นทาคาโอะไว้ช่วงหนึ่งตามที่เขาขอไว้ แถมยังทำให้บรรยากาศผ่อนคลายลงตามการพูดสไตล์ราบเรื่อยของเขา และก่อนออกจากห้องพักนักกีฬามาเพื่อเตรียมตัวสำหรับควอเตอร์ต่อไปเธอก็ได้รั้งคนหัวแดงไปเช่นเดิม ดั่งที่เคยทำในการแข่งกับไคโจว และอธิบายข้อสันนิษฐานอันมั่วๆ จากหัวสมองที่รู้สึกว่าจะระเบิดในเวลาอันใกล้นี้



  ‘แล้วนี่มาบอกฉันเรื่องนี้ทำไม?’


  ‘…ก็นายน่ะ’



  นี่ก็คิดเล่นขำขันอยู่คนเดียวว่ารุ่นพี่ฮิวงะคงปวดหัวเป็นว่าเล่นอย่างนี้ล่ะมั้งเมื่อโดนหักฟิกเกอร์นักรบเซ็นโงคุเมื่อชู้ตลูกพลาด


  ฮานะพบว่ามันน่าสนใจมากๆ หากได้รู้อะไรเกี่ยวกับแต่ละคนมากขึ้น เธอชอบที่จะได้รับฟัง ชอบจังหวะตอนดวงตาที่เปล่งประกายขึ้นมาของบุคคลยามเล่าเรื่องที่ตนเองสนใจ




  ‘เป็นคนเดียวที่กระโดดสูงพอเพื่อปัดลูกชู้ตนั่นได้’


  ปรี๊ด—!




  และมันน่าตลกไม่น้อย เมื่อเธอดันไม่สันทัดหากจะทำในสิ่งตรงข้าม


  ไม่ใช่แค่ระยะห่างจากแป้นที่ทำให้นักชู้ตคนนั้นปล่อยลูกบอลช้าลง การชะงักตัวจากการเบี่ยงเบนความสนใจก็ใช้ได้ผลเช่นเดียวกัน ผลลัพธ์ที่ออกมาทำให้มุมปากคนดูยกยิ้มพอใจ กระทั่งเห็นว่าอิซึกิรีบเข้าไปรับลูกบอลที่คางามิตบออกและวิ่งมุ่งไปตรงแป้นอีกฝ่ายที่ใกล้เพียงเอื้อม


  voila…




  “คุณฮานะ”


  “หืม?” คนถูกเรียกกลับมานั่งตัวตรง เอียงคอมองเด็กหนุามผมฟ้าที่นั่งข้างๆ ยามคุโรโกะผู้ที่ได้ถูกเปลี่ยนตัวกับโคงาเนะเมื่อเริ่มควอเตอร์ที่สามเอ่ยขึ้น


  “คางามิคุงเมื่อกี้— คุณฮานะบอกเขาใช่ไหมครับ”


  “เอ๋?!”




  ความรู้ใหม่นั้นไม่ได้ทำให้เธอดีดตัวขึ้นตกใจ แต่เป็นรุ่นพี่พ่วงด้วยโค้ชสาวอย่างริโกะต่างหากที่อ้าปากค้าง ไม่นานก็เปลี่ยนเป็นส่งสายตาคาดคั้นให้ฮานะเปิดปากอธิบาย โดยมีสึจิดะและกลุ่มเด็กปีหนึ่งต่างให้ความสนใจ


  ฮานะส่งเสียงอาเบาๆ เมื่อนึกได้ว่าตัวตนของคุโรโกะจืดจางแค่ไหน แม้จะชินชาไปแล้วก็เถอะ แต่บทสนทนาระหว่างเธอกับคางามิเมื่อเวลาพักจบลงคงจะโดนเด็กล่องหนได้ยินเข้าแหงๆ


  เด็กสาวส่งยิ้มแห้ง เล่าเรื่องของตัวเองอย่างถามคำตอบคำเพราะความไม่เคยชิน



  “…จะว่ายังไงดีนะ แต่ก่อนหนูเคยอยู่ชมรมยิงธนูมาน่ะค่ะ”


  “ยิงธนู?” คาวาฮาระถามตาโต ยืนขึ้นจากม้านั่ง “ที่มีไม้ยาวๆ ดึงสายแล้วปล่อยลูกดอกออกมานั่นใช่ไหม”


  “คันธนู ง้างสายและปล่อยลูกธนู— ใช่ ก็ประมาณนั้นแหละ” ฮานะส่งยิ้ม


  ริโกะขมวดคิ้วไม่เข้าใจ ยกมือแตะปาก “แล้วมันเกี่ยวข้องกับการชู้ตลูกไกลของมิโดริมะคุงยังไงฮานะจัง”


  “ก็… เวลาที่หนูเล็งเป้า มันต้องมีการกะระยะห่างจากที่ยืนอยู่และเป้าหมาย การส่งแรง ความเร็ว อะไรประมาณนั้นน่ะค่ะ” เธอพยายามนึก “อ้อ เวลาที่อยู่ห่างจากเป้าหมายมากหน่อยหนูก็ต้องตั้งสมาธิให้เยอะขึ้น และดูจากมิโดริมะแล้วเขาก็เก่งจริงๆ นะคะ ตัดสินใจได้เร็ว แถมยังแม่นยำอีกต่างหาก”




  ถึงจะบอกว่าเขาปล่อยลูกบอลได้ช้าลงเมื่อยิ่งอยู่ห่างจากแป้น แต่อย่างไรก็ตามเขาก็ไม่เคยพลาดเลยสักลูก ต่างจากเธอที่พอวันไหนดวงไม่ดีลูกธนูก็จะเฉียงออกไปโดนเป้าของคนอื่นซะงั้น


  อื้อ ปรบมืออีกครั้งให้กับความเทพของรุ่นปฏิหาริย์!




  “ถ้าอย่างงั้นก็ช่วยบอกพวกเราด้วยได้ไหม ฮานะจัง” ริโกะส่ายหัวอย่างอ่อนใจ จนคนถูกว่าต้องหลบตาตอบเสียงอ้อมแอ้ม


  “ก็หนูไม่มั่นใจ…”


  “อย่ากลัวพวกเราไปเลยน่า ถึงจะเป็นเรื่องเล็กน้อยก็เถอะ เราทุกคนที่นี่รับฟังหมดนะ” เธอเอื้อมมาจับบ่าของฮานะก่อนจะนั่งลง ปล่อยให้เด็กปีหนึ่งคุยกันอย่างตื่นเต้นเมื่อรู้ถึงงานอดิเรกเก่าของผู้จัดการสาว


  “แล้วหนูจะจำเอาไว้ค่ะ…”




  ฮานะหลุบสายตาลงมองฝ่ามือตัวเองอย่างเหม่อลอย สร้อยข้อมือห้อยกระดิ่งสีเงินยังคงอยู่เหมือนเดิม ส่งเสียงทุกครั้งที่ขยับ จ้องมันไปมาก็รู้สึกถึงออร่าบางเบาของคนข้างกาย พอเงยหน้าขึ้นมาเธอก็เจอคุโรโกะที่กำลังส่งรอยยิ้มบางมาให้ คนตัวเล็กจึงไม่รอช้าทำส่งยิ้มกลับ


  และพวกเราก็กลับมาจดจ่อที่การแข่งต่อ


  สถานการณ์เหมือนจะดูดีเพียงแค่ผิวเผินทำให้คิ้วเรียวขมวดเข้าหากัน เคยได้ยินเหมือนกันเรื่องคนใจร้อนที่ได้มาเจอสถานการณ์คับขันจะทำให้เกิดอาการลนลาน ออร่าของคางามิบนสนามมันเลยเกินสถานะที่จะถูกเรียกว่า ‘ปกติ’ ได้ในสายตาฮานะ


  และเมื่อเจ้าตัวถูกฟาวล์หลังจากกระโดดตบลูกชู้ตของโอสึโบะกัปตันทีมฝ่ายตรงข้ามแล้ว เธอจึงรับรู้ได้


  คางามิเข้าโหมดนิสัยเสียไปแล้ว… 




  “คางามิสุดยอดจริงๆ เลย!” ฟุคุดะเอ่ยอย่างชื่นชมเมื่อเห็นการกระโดดของคางามิ “ถ้ามีหมอนั่นล่ะก็—”


  “งั้นเหรอครับ?” คุโรโกะขัดขึ้น “ถ้าเป็นแบบนี้ต่อไป ผมว่าแย่แน่ครับ…”




  ใช่…


  ฮานะเห็นด้วย ยิ่งเมื่อได้เห็นคางามิที่ขอให้โคงาเนะส่งบอลให้ กระโดดแย่งบอลจากมิยาจิและบุกลุยเดี่ยวเพื่อทำแต้ม แถมยังกระโดดสูงขึ้นอีกเพื่อชู้ตบอล


  ฮานะว่าเธอคงมีปัญหาด้านการใช้คำพูด เธอแค่บอกให้อีกฝ่ายกระโดด ไม่ใช่ให้ไปฝืนร่างกายตนเองเช่นนั้น


  เด็กสาวพรูลมหายใจออกมาเบาๆ ไม่ใช่ว่าปัญหาอย่างนี้เคยเกิดขึ้นมาก่อนหรอกเหรอ ในระหว่างซ้อมแข่งกับโรงเรียนไคโจวเธอก็บอกเรื่องการเล่นประสานของคางามิและคุโรโกะ แถมวิธีการนั้นยังทำให้คนผมฟ้าเจ็บตัว


  …?!




  “คางามิ หยุด!”




  บางคนได้ลุกพรวดขึ้นสร้างความตกใจให้กับผู้ที่นั่งรอบข้าง ดวงตาสีแดงแข็งกร้าว เมื่อเห็นว่าคางามิจะเตรียมกระโดดตัวขึ้นเพื่อหยุดลูกชู้ตของมิโดริมะอีกครั้ง แต่ว่า…




  “คางามิ!?”




  พรสวรรค์ที่คอยสร้างแต้มให้เซย์รินตั้งแต่ครึ่งแรกมากลับถูกลีมิต ร่างกายของเขายังไม่พร้อมที่จะกระโดดสูงต่อเนื่องพาให้กล้ามเนื้อล้ากระทันหัน น่าเสียดาย ที่ลูกชู้ตระยะไกลนั่นกลับลงห่วงลงไปอย่างไม่มีทีท่าว่าจะผิดพลาด



  ปรี๊ด—!



  …และแล้วชูโตคุก็ได้นำไปอีกสามแต้ม



















  “คางามิ ใจร้อนเกินไปแล้วนะ นายต้องมองรอบข้างหน่อยสิ” อิซึกิปราม นั่งบนเก้าอี้ระหว่างพักสองนาทีก่อนควอเตอร์สุดท้าย


  “ใช่เลย เมื่อกี้ยังไม่ใช่จังหวะที่ควรจะเข้าไปด้วย น่าจะส่งบอลให้เพื่อน—”


  “ส่งบอลเวียนไปมาแล้วจะได้อะไรล่ะ” คางามิพึมพำตอบ “คนที่พอจะสู้กับชูโตคุได้มีแค่ผมไม่ใช่เหรอ สิ่งจำเป็นตอนนี้ไม่ใช่การเล่นเป็นทีม แต่เป็นการทำแต้มของผมต่างหาก”


  “พูดอะไรของนายน่ะ” โคงาเนะรีบอธิบาย “แบบนั้นเขาไม่เรียกว่าศูนย์กลางของทีมนะ”


  


  บรรยากาศไม่ดีซะแล้ว ฮานะหลับตาลงพลางยกมือลูบสันจมูก คิดในใจว่าในบางทีเธออาจจะต้องปิดปากเงียบไปซะ


  หรือไม่ก็หากนึกว่าความคิดโง่เง่าจากบาสของเธอจะได้ผล เธอก็น่าจะบอกสิ่งเหล่านั้นให้ริโกะ และปล่อยให้มันเป็นหน้าที่ของโค้ชสาวเพื่อที่จะอธิบายให้กับทุกคนในทีม แบบนั้นผลที่ออกมาอาจจะดีกว่าแน่นอน


  และอย่างน้อยเธอก็ควรรู้ดีกว่าใครเมื่อคางามิเริ่มใจร้อนจนแทบจะไม่ฟังเหตุผลอะไรจากรุ่นพี่เลยทั้งนั้น


  ผู้จัดการสาวเดินไปหยุดข้างหน้าคนตัวสูง ค่อยๆ เอ่ยเสียงรอดไรฟันออกไป




  “อย่ามาตั้งนิสัยเห็นแก่ตัวแถวนี้นะคางามิ คิดว่าบุกไปคนเดียวแบบนั้นจะได้อะไรขึ้นมา ตัวเองมีแรงนักเหรอ เห็นไหมว่าเกิดอะไรขึ้น” เธอชี้ “นายโดนฟาวล์อีกครั้งเพราะความสิ้นคิดนั่น”


  “ใครสนเรื่องนั้นกันล่ะ” คนผมแดงสวนกลับทันควัน “ฉันบุก เราได้แต้ม แค่นั้นมันก็พอแล้วหนิ”


  “การกระทำบุ่มบ่ามของนายกำลังทำให้รุ่นพี่เสียเวลา คางามิ”


  “เธอเองก็บอกไม่ใช่เหรอว่ามีฉันคนเดียวที่หยุดพวกมันได้ จากนี้ไปแค่ส่งบอลให้ฉันก็พอ—!”


  “คางามิ” น้ำเสียงเย็นเหยียบเอ่ยขึ้น ทันใดนั้นนัยน์ตาสีแดงกลับเรืองรองขึ้นมา “…ไม่ใช่ว่านายผยองตัวเกินไปเพียงเพราะฉันแค่บอกข้อมูลนิดๆ หน่อยๆ ให้หรอกเหรอ?” 




  แม้จะไม่มีความโกรธปะปนและระดับเสียงไม่ได้ดัง แต่ลำพังแค่สิ้นประโยดนั้นร่างกายของเขากลับหยุดชะงักอย่างได้ผล


  ทั้งทีมตกอยู่ในความเงียบเพียงชั่วครู่ แววตาของคางามิที่มองมาฉายความตกใจแค่แวบเดียวก่อนจะแข็งกร้าวขึ้น




  “ฉัน—”


  “ขอโทษครับ คุณฮานะ”



  พลั่ก!




  …!


  ทุกอย่างเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว เพียงพริบตาเดียวคางามิกลับล้มลงไปที่พื้นเมื่อโดนคุโรโกะต่อยเข้าที่ข้างแก้ม แรงลมวูบหนึ่งผ่านตัวไป รู้ตัวอีกทีฮานะก็เห็นได้ว่าฝ่ายที่ดันตัวเธอออกเมื่อกี้ก็คือคนที่โดนผู้เล่นใจร้อนนั้นกระชากคอเสื้อขึ้นด้วยสีหน้าโมโห



  “บาสเกตบอลไม่ใช่กีฬาที่เล่นคนเดียวครับ” คุโรโกะเอ่ยออกไปเสียงเรียบ


  “ถ้าทุกคนพยายามไปด้วยกัน ถึงแพ้ก็โอเคงั้นเหรอ ถ้าไม่ชนะมันก็ไม่มีความหมายหรอก!”


  “และถึงจะชนะคนเดียวก็ไม่มีความหมายเช่นกัน” คุโรโกะสวนกลับ นัยน์ตาสีฟ้าเต็มไปด้วยความแน่วแน่ “คุณเคยบอกว่าจะโค่นรุ่นปฏิหาริย์แท้ๆ กลับไปคิดเหมือนพวกเขา ในตอนนี้— เรากำลังอยู่ในสภาพที่ไม่เชื่อใจกัน” เขาเว้น หวังให้คำพูดตนแทรกเข้าไปในความคิดอีกคน “และแม้ว่าจะเอาชนะชูโตคุได้… ก็จะไม่มีใครดีใจแน่ครับ”


  “อย่ามาทำเป็นโลกสวยหน่อยเลย!” ทุกคนต่างตกใจเมื่อเห็นคางามิชูหมัดขึ้นแล้วต่อยเข้าไปที่ใบหน้าของคุโรโกะเต็มแรง ร่างของเขาทรุดลงไปที่พื้นตามแรง รอยแดงซ้ำเริ่มปรากฏตามแก้ม “ถ้าไม่ชนะมันก็แค่คำพูดสวยหรูเท่านั้นแหละ!”


  “คางามิ!”


  “ถ้าอย่างนั้น… ชัยชนะคืออะไรกันล่ะครับ?” ฝ่ามือของคนโดนทำร้ายเลื่อนขึ้นไปกุมมือฮานะที่เข้ามาประคองเป็นเชิงบอกให้หยุด “หลังจากการแข่งขันแล้ว ถึงจะทำแต้มได้มากกว่าคู่แข่งขนาดไหน แต่ถ้าไม่รู้สึกดีใจ— แบบนั้นมันไม่ใช่ ‘ชัยชนะ’ หรอกนะครับ”




  มันเป็นอีกครั้งของวันที่ฮานะต้องใจหายเพราะการกระทำของเพื่อนร่วมทีม รอยซ้ำเด่นหราบนใบหน้าของทั้งสองคู่หูปีหนึ่งทำให้รู้สึกวูบโหวงในใจ บอกตามตรงว่าเธอไม่เคยเจอคนใกล้ตัวทะเลาะกันแล้วใช้กำลังแบบนี้มาก่อน เด็กสาวถอนหายใจออก หันไปพูดกับคางามิด้วยน้ำเสียงอ่อนลง ข้างขมับยังคงปวดตุบ




  “ดูนี่ มันไม่มีอะไรผิดเลยหากนายจะพึ่งพาคนอื่นคางามิ เท่าที่ฉันอยู่กับพวกนายมา— บาสเกตบอลเล่นเป็นทีม— กลุ่มห้าคนบนสนาม ไม่ได้มีแค่นายคนเดียว ถ้าเกิดเล่นเมื่อกี้แล้วแพ้ขึ้นมานายก็จะทำอะไรไม่ได้เลยนอกจากโทษตัวเอง” เธอส่งยิ้มบาง “และเราเอง ก็ไม่เคยอยากให้เป็นอย่างนั้น”




  ระหว่างแพ้และชนะ แน่นอนว่าคนเราต้องเลือกอย่างหลัง และเท่าที่เธอสังเกตทุกคนในทีมมา จะมีใครบ้างที่ยอมอยู่เฉยเมื่อรู้ว่าตนเองสามารถช่วยเหลืออะไรสักอย่างได้


  นั่น เป็นหนึ่งในข้อดีของเซย์รินที่ฮานะชอบ




  “รุ่นพี่… เมื่อกี้ คือว่า… ขอโทษครับ”




  เสียงเหงาหงอยดั่งลูกหมาโดนดุของคางามิดังขึ้นเมื่อเธอไล่เขาให้ไปขอโทษทุกคนในทีมเรื่องการกระทำนิสัยเสียเมื่อครู่ ฮานะปรายตามองเล็กน้อยขณะดูรอยแผลของคุโรโกะ สังเกตเห็นออร่าผู้เป็นกัปตัน และคำตอบจากฮิวงะเอ่ยออกมาทำให้เธอหลุดยิ้ม




  “อ๋อ อย่าคิดมากน่า”




  เป็นอย่างที่คิด ทีมบาสเกตบอลเซย์รินเราดูแลรักใคร่กันและกันจะตาย




  “ก็อยากจะพูดอย่างนั้นอยู่หรอก แต่ฟังยังไงก็ทนไม่ได้จริงๆ นั่นแหละนะ” เขาเริ่มส่งยิ้มที่ไปไม่ถึงดวงตา “ไว้เรามาเคลียร์กันทีหลัง รุกกี้”



  เห็นไหม























  ควอเตอร์ที่สี่เริ่มขึ้นโดยที่ชูโตคุนำห่างออกไปสิบกว่าแต้ม


  และได้ลดลงมาเรื่อยๆ



  นัยน์ตาสีฟ้าใสได้เลื่อนมาสบของเธอตรงข้างสนาม และฮานะรีบยกนิ้วโป้งให้คุโรโกะด้วยท่าทางดีใจตาเป็นประกายเมื่อได้เห็นการจ่ายลูกแบบใหม่ที่เขาพูดถึง ใช้วิธีการกระแทกลูกบอลส่งไปให้เป้าหมายอย่างแม่นยำ ทันทีที่เขาหลุดจากฮอว์คอายของทาคาโอะมาได้ การเดินเกมของเซย์รินก็เป็นไปได้อย่างราบรื่นเมื่อมีอดีตซิกส์แมนเข้ามาช่วย


  ชูโตคุยังคงนำอยู่ แต่เราก็ไม่ได้เสียเปรียบขนาดนั้นแม้กระทั่งควอเตอร์สุดท้ายไปดำเนินไปกว่าครึ่ง


  ไหล่ที่เกร็งตั้งแต่แข่งมานั้นเริ่มผ่อนลง นั่นทำให้ฮานะได้เริ่มพักสมองได้ช่วงหนึ่ง แม้จะมองไม่เห็น แต่คงคาดได้ว่าร่างกายของเธอคงกำลังปรับตัวหลังจากเหตุการณ์นั้นในช่วงที่แข่งกับเซโฮ


  …มันไม่ใช่อะไรพิเศษเลย (แน่นอนว่าในสายตาเธอ) แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าฮานะไม่เคยทำอย่างนั้นกับใคร อย่างน้อยความสัมพันธ์ที่ผ่านมาระหว่างเธอกับคนอื่นๆ ก็ไม่เคยที่จะผ่านเหตุการณ์ต้องทำให้ตัวเองต้องออกโรง ‘ช่วยเหลือ’ แบบนั้น


  ทุกอย่างมันเกิดขึ้นด้วยความเต็มใจของเธอเอง หากแต่— ฮานะแอบแค่นยิ้มอ่อนใจให้กับตัวเอง ถ้าใครมารู้ถึงเนื้อแท้ของมันจะต้องไม่ชอบใจเป็นแน่


  และเชื่อสิ ถ้าเกิดพี่ชายหรือใครในครอบครัวก็ตามของฮานะมารู้เข้าว่าเธอทำอะไรลงไป คงต้องถูกบ่นจนหูชาไปข้าง




  “โรงเรียนชูโตคุ ขอเวลานอกครับ!”




  ฮานะเหลือบตามองโค้ชของทีมตรงข้ามที่กำลังกอดอกทำหน้าเคร่งเครียด ก่อนจะเลื่อนไปที่สกอร์บอร์ด


  ก็นะ… 


  จากลูกชู้ตของมิโตเบะเมื่อกี้ทำให้เราเปลี่ยนมาตามสองแต้ม เวลาเหลือไม่ถึงสามนาทีก่อนที่เกมจะตัดสิน มองในอีกแง่หนึ่งคือหลังจากจบเสียงนกหวีดตัวต่อไปนี้จะเป็นการเล่นสุดท้ายของทั้งสองทีม…



  “คิดง่ายๆ เลยนะ พวกเขากำลังบอกตำแหน่งการส่งลูกให้พวกเรา” ริโกะอธิบายอย่างใจเย็น “พวกนั้นจะต้องส่งลูกให้มิโดริมะชู้ตสามแต้มแน่”


  “แล้วจะเอายังไงดีล่ะ ดูเหมือนเรื่องที่คางามิกระโดดไม่ได้จะโป๊ะแตกแล้ว” อิซึกิถามพลางลดขวดน้ำลง นัยน์ตาคมปรายมองทีมตรงข้าม


  “นั่นเราคงต้องพึ่งคุโรโกะหน่อย” ริโกะหันไปหาผู้เล่นล่องหน “ทาคาโอะคุงจับทางนายไม่ได้อีกแล้ว แค่ต้องวิ่งเข้าไปตัดลูกเพื่อไม่ให้มิโดริมะได้บอลซะ”


  “ครับ”


  “แต่ทางนั้นก็คงรู้อยู่แล้วว่าต้องเป็นแบบนี้…” ฮานะเปรย ถือขวดน้ำในอ้อมแขนและผ้าขนหนูพาดบ่าจ่ายให้ผู้เล่นในทีม “เราคงหยุดพวกเขาไม่ได้ตลอดทั้งสามนาทีหรอกนะคะ อีกสี่คนที่เหลือต่างมีฝีมือ พวกเขาต้องหาโอกาสที่เราพลาดเมื่อไหร่ ส่งบอลให้มิโดริมะปิดฉากแน่”


  “นั่นก็เป็นไปได้”




  โค้ชสาวจับคางครุ่นคิด ปล่อยให้ฮานะเดินอ้อมตัวเธอไปยังคู่หูปีหนึ่ง ส่งของในมือให้ โค้งตัวลงเล็กน้อยพลางใช้มือจับเข่าคงในท่านั้น เด็กสาวสบกับดวงตาทั้งสอง ก่อนค่อยๆ ส่งยิ้มอ่อนหวาน




  “ใช่ไหม?” เธอเอียงคอ


  “ดูมีพิรุธน่าฮานะ” คางามิเสใบหน้าไปทางอื่น ในขณะที่คุโรโกะกะพริบตาปริบ


  ผู้จัดการสาวพูดต่อไม่สนใจสายตาเคลือบแคลงที่ส่งมา


  “ถึงจะชอบเห็นในหนังก็เถอะนะ แต่สำหรับคนหัวรั้นอย่างคางามิคงจะมีโอกาสเป็นไปได้” คนตัวเล็กพึมพำโดยตั้งใจให้บางคนได้ยิน หลบมือใหญ่ที่ยื่นเข้ามาปรองร้ายและพูดต่อด้วยน้ำเสียงสดใสเจาะจงไปที่คางามิ “นายต้องกระโดดหยุดลูกชู้ตมิโดริมะให้ได้ ยังไงก็ต้องทำให้ได้ อย่างน้อยก็ต้องทำให้ดีถึงครึ่งที่อวดดีไว้ควอเตอร์เมื่อกี้”


  “เรื่องนั้น…ไม่เกี่ยวสักหน่อย” คางามิตอบกลับมาก่อนจะนิ่งไป นึกไปก็น่าอายไม่น้อยที่ค้นพบว่าอารมณ์ของคนเราสามารถทำให้กระทำสิ่งที่ไม่คาดคิดได้ แต่อย่างไรก็ตาม ตอนนี้ขาเขาล้าแทบจะวิ่งไม่ไหวอยู่แล้ว “แต่เรื่องหยุดมิโดริมะ มันแน่นอนอยู่แล้วว่าฉันจะทำเท่าที่ทำได้”


  “อือฮึ” ฮานะดีดนิ้วเปาะ คลี่ยิ้มถูกใจกับคำตอบที่ได้มา ดูเหมือนความเหนื่อยล้าที่สะสมจากวันนี้ทำให้เธอไม่สนเรื่องวางตัวไปซะสนิท “และคุโรโกะ”


  “ครับ?”


  “นายช่วยเชื่อใจฉันได้ไหม?”


  “…”




  คนตัวเล็กคลี่ยิ้มแป้นแล้น แววตาขี้เล่น เธอหัวเราะออกมาเบาๆ ก่อนจะเตรียมเข้าโหมดจริงจังเพื่ออธิบายความคิดของเธอให้ทั้งทีมรู้ แถมครั้งนี้ยังน่าไว้ใจกว่าแต่ก่อนเพราะมีพวกรุ่นพี่อยู่ด้วย พวกเขาสามารถช่วยติเตือนเธอได้ และการเล่นในสามนาทีที่เหลือทั้งสองทีมจะต้องทุ่มกำลังที่มีอยู่เพื่อชัยชนะ ฮานะเองก็อยากช่วยเหลือพวกเขาเต็มที่


  เธอยืดตัวขึ้น หันไปหาริโกะเพื่อจะอธิบาย เพียงแต่คำตอบจากอดีตซิกส์แมนที่ไม่ได้คาดหวังกลับทำให้ร่างกายชะงักกับที่




“…ถ้าเป็นคุณฮานะ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไร ผมเชื่อใจคุณอยู่แล้วครับ”




  ฮานะแอบยิ้มแห้ง ไม่ต้องทำหน้าจริงจังขนาดนั้นก็ได้มั้งคุโรโกะ



















  การแข่งขันได้จบลงหลังพระอาทิตย์ลับขอบฟ้าไป เสียงเปาะแปะเมื่อเม็ดฝนหล่นกระทบกับร่มสีใสดังขึ้น ฮานะอยากจะโค้งตัวขอบคุณรุ่นพี่ริโกะเป็นร้อยครั้งที่อุตส่าห์โทรมาเตือนเธอแต่เช้าว่าวันนี้พายุจะเข้า ทำให้พอมีเวลากลับเท้าวิ่งเข้าไปในบ้านและหยิบของจำเป็นติดมือมาด้วย


  สงสัยแต่นี้เป็นต้นไปเธอต้องเริ่มหัดเช็คพยากรณ์อากาศทุกเช้าล่ะมั้ง




  “มาทำอะไร”




  คนตัวเล็กเลื่อนสายตามาสบกับคนที่ทำหน้าน่ากลัวยืนเปียกโชกตรงทางออกด้านหลังของสเตเดียม เธอแอบนึกไปถึงน้ำเสียงร่าเริงของเพื่อนเจ้าตัวที่คะยั้นคะยอให้มาที่นี่ ก็ไม่รู้หรอกนะว่าผู้จัดการทีมที่ชนะตนมาจะช่วยอะไรได้ (ดีไม่ดีอาจถูกไล่ตะเพิด) แต่ฮานะยังรับปากด้วยสีหน้าเหลอหลาแล้วเดินกางร่มออกมาตามหาเจ้าของน้องทานุกิ


  แปลกดีนะ ทั้งๆ ที่ตั้งใจฟังดูดวงรายวันขนาดนั้นแท้ๆ




  “รู้ไหม นายควรเพิ่มรายการพยากรณ์อากาศใส่มอนิ่งลิสท์ของนายด้วย” 




  ฮานะส่งยิ้มกว้าง กางร่มแผ่ให้คนที่ตัวสูงกว่าเธอมากนัก มิโดริมะก้มมองความพยายามที่ดูไร้สาระนั่น นัยน์ตาสีเขียวหรี่ลงเล็กน้อยปล่อยบรรยากาศไม่น่าเข้าใกล้




  “รู้ไหม มันน่าหงุดหงิดมากนะถ้าเธอจะมายืนยิ้มอยู่ตรงนี้ทั้งๆ ที่เราพึ่งแพ้พวกเธอไป”


  “อา” ฮานะค่อยๆ พยักหน้าขึ้นลง แต่ยังคงรอยยิ้มกว้าง “ก็เห็นมีคนบอกว่า smile to the world and the world will smiles back… สงสัยนายคงจะไม่ใช่โลกที่ว่านั่นสินะ”




  คนตัวสูงถอนหายใจออกมาทันทีราวกับเอือมระอาพร้อมหันใบหน้าไปทางอื่น ฮานะเริ่มยิ้มแห้ง โครงศีรษะไปมาเริ่มคิดว่าจะเอายังไงกับสถานการณ์ตอนนี้ดี เธอไม่ได้เก่งเรื่องปลอบคนอื่นซะหน่อย ทาคาโอะน้าทาคาโอะ ในตอนนั้นเธอแค่เข้าไปถามเฉยๆ ว่ามิโดริมะเป็นยังไงบ้าง (และขอสารภาพว่าแอบอยากเห็นลัคกี้ไอเท็มของเจ้าตัวใกล้ๆ) แต่ก็ไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะปล่อยให้เธอมารับรังสีอาฆาตของคนตรงหน้าซะได้


  แผ่นหลังแทบเปียกชุ่มไปหมดเพราะฝนที่เทลงมาไม่ขาดสาย แต่ฮานะก็ยังไม่หยุดกางร่มเผื่อแผ่ให้ใครบางคน นี่พึ่งจะแข่งเสร็จเหนื่อยๆ มาไม่ใช่เหรอ ใครให้เขามายืนตากฝนเป็นพระเอกเอ็มวีอย่างนี้กันเล่า!


  ฮานะมองดวงตาคมที่ขึ้นสีแดงจางๆ จนแอบนิ่งไปชั่วครู่ ก่อนจะเอ่ยออกมาเสียงเบาไม่มีท่าทางล้อเล่นแบบเมื่อก่อน




  “นี่มิโดริมะ ฉันไม่รู้หรอกว่านายจะคิดต่างไหมเพียงเพราะการแข่งแพ้ชนะแค่ครั้งที่จะมาตัดสินความเป็นเพื่อนของเราได้”


  “…” คนบางคนได้เลื่อนสายตากลับมา


  “แต่การแข่งวันนี้ ฉันอยากบอกว่านายทำได้ดีมากๆ เลยนะ”


  มิโดริมะแค่นขำ ตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน “แต่ก็กลับแพ้ซะได้?”


  “ดูนี่ สิ่งที่ฉันได้จากวันนี้ไม่ใช่การที่พวกนายแพ้ มิโดริมะ” คนตัวเล็กพูด “จากการแข่งวันนี้ ฉันได้เห็นว่ารุ่นพี่ในทีมเราเก่งขึ้นขนาดไหน ทั้งคางามิ คุโรโกะ ทาคาโอะ… และนายเอง จะบอกว่าลูกชู้ตสุดบ้าบิ่นนั่นจะมีให้เห็นได้ทั่วไปเหรอ?”




  ฝนได้ตกหนักกว่าเดิม ไม่ไกลจากที่ยืนอยู่พวกเราได้ยินเสียงฟ้าร้องคำราม สายฟ้าแลบกลางกลุ่มต้นไม้ห่างจากสเตเดียม และลมหนาวที่พัดมาไม่หยุดทำให้ฮานะอยากจะลากอีกคนกลับเข้าไปที่อุ่นๆ เพราะอีกเดี๋ยวคงป่วยกันยกแพ็ค




  “จะยังเคืองกันอยู่ก็ได้ แต่คราวหน้าไว้เรามาแข่งกัน—”


  “เธอควรกลับไปได้แล้ว”




  บางคนทำหน้าสลดเมื่อน้ำเสียงไม่สบอารมณ์ไล่ ก็นะ ทีมของเขาพึ่งแพ้มาไม่กี่แต้ม แถมเขาเองก็พลาดท่าในช่วงสุดท้าย แค่นี้อีกฝ่ายก็เจ็บใจจะแย่




  ฮานะเงยหน้ามองคนที่ใช้มือดันร่มกลับมาให้เธอเอง “เข้าไปข้างในซะ อิงาราชิ”


  “…โอเค ก็ได้ แต่สุดท้ายนี้ฉันมีอะไรจะบอก จากใจจริงเลย ไม่ได้เกี่ยวกับบาสหรือโชคชะตาอะไรก็ตามที่นายไม่อยากได้ยิน”


  “…?”




  น่าแปลกดีที่เขาไม่ได้ตีหน้ายักษ์ใส่เธอซะก่อน


  ฮานะยืดตัวตรงและยังคงกางร่มให้เขาไม่หยุดแม้อีกฝ่ายจะใช้มือใหญ่นั่นห้ามเอาไว้ ยื้อกันไปมาจนตอนนี้สภาพดูไม่ได้กันทั้งคู่


  นัยน์ตาสีแดงสวยเบนออกไปสักพัก มองเส้นสีอันเป็นเอกลักษณ์ที่เจิดจ้าเหมือนของคิเสะก่อนจะยิ้มบาง




  “นายรู้ไหมว่าสีที่สวยที่สุดคือสีของการมีความสุข”


  “อะไรนะ?”


  “เพราะงั้นแล้วมิโดริมะก็เลือกที่จะมีความสุขเถอะนะ”




  ใจบางคนกระตุก


  ไม่ได้ละสายตาไปจากคนที่ส่งยิ้มให้ท่ามกลางหยาดฝน คนที่แม้จะบอกออกมาเรื่องชัยชนะของเซย์รินเสมอยามที่เขาเคยพูดจาดูถูกแต่มิโดริมะกลับสังเกตถึงความลังเลในน้ำเสียงนั่นบางครั้ง… แต่พอคนๆ นี้พูดเรื่องแบบนี้ขึ้นมา มันช่วยไม่ได้ที่จะตั้งใจฟังเพราะความจริงใจที่ส่งมา


  สายลมพัดมาตามละอองน้ำนั้นหนาวเย็น แต่น่าแปลกที่ในใจตอนนี้เขากลับไม่ได้รู้สึกอย่างนั้น




  “อยากไปไหนก็ไป อยากทำอะไรก็ทำ จะเชื่ออย่างไหนก็ขอให้เชื่อ เป็นไปตามที่ใจเลือก แล้วแฮปปี้กับมันซะ”


  “พูดอะไรของเธอกันน่ะ อิงาราชิ” 




  มันเป็นอีกครั้งที่เขาหลบสายตาจากเธอเหมือนในร้านหนังสือเมื่อวาน ฮานะไม่ใส่ใจต่อคำพูดแสนแข็งกระด้างเมื่อกี้แล้วพูดต่อ สายตาจับจ้องไปที่ร่มในมือเมื่อฉุกคิดอะไรบางอย่างได้


  อีกอย่าง เธอเองก็รู้สึกนับถืออีกคนจากใจจริง เขาได้ยึดมั่นในสิ่งตัวเองเชื่อจนเข้มแข็งขึ้นมาขนาดนี้ได้… ซึ่งต่างจากตัวเองนัก




  “ฉันกำลังพูดว่าการที่ไม่มีอะไรเลยนั้นเป็นสีที่จืดชืดไม่น่าดู”




  มันคงจะเป็นความจริง… ที่คนเราต่างมองข้อดีคนอื่นที่ไม่ใช่ตัวเองออกได้ทั้งนั้น




“แล้วนายเองก็สุดยอดมากที่สามารถหาสีสันให้กับชีวิตตัวเองได้”
















tbc.

. . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . .





น้องคือคนนุ่มนิ่มมม ใจเย็นเป็นที่หนึ่งค่ะ ถถถ

ปั่นสุดชีวิตเลยเพราะอยากให้ทันวันพรุ่งนี้ ทาด๊าา วันเกิดโจเองค่า~ ที่ 15.11 (ง่ะ เลขสวย ฮุฮิ) นี่ตื่นเต้นมาก เพราะมีฉลองกับพี่ แง (●´ω`●)


รู้ว่าเราเคยบอกว่าจะไม่ลงแบบเปอร์เซนต์อีก แต่ ฮือ การแข่งเธอยาวมากกก มีฉากที่อยากใส่เต็มไปหมดเลย แถมเราไม่อยากเปิดตอนใหม่อีก แล้วจะรีบมาต่อนะฮับ! ᕦ(ò_óˇ)ᕤ


ขอให้พรุ่งนี้เป็นวันที่ดีสำหรับทุกคน (สำหรับเราด้วย! (~ ̄▽ ̄)~ )


เจอกันอีกครึ่ง (น่าจะ) วันอังคารนะคะ รัก <3




. . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . .



♦  hundred percent talkie  ♦



แง่ะ ชินจังอย่าไล่น้องนะ!


โจมาต่อให้แล้วคับ! ช้าจากบอกไปเยอะเลย แหะๆ


แฮปปี้เบิดเดย์ตัวเองแล้ว ส่วนวันเกิดฮานะนั้นคือวันที่ 12 เดือนมีนาคม, ราศีมีน ธาตุน้ำค่ะ เดี๋ยววันหลังเราจะมาลงข้อมูลของฮานะตามที่คุณ AsunaLike ถามเอาไว้นะคะ (っ◕‿◕)っ ♥


บรรยายการแข่งเวียนหัวมาก แต่เราจะพยายามต่อไปน้า ขอบคุณที่เข้ามาอ่านเรื่องนี้ รักเหมือนเดิมค่ะ <3


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 177 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

84 ความคิดเห็น

  1. #82 kekepupp (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2564 / 13:12
    พึ่งได้เข้ามาอ่านเรื่องนี้อยากจะบอกว่าสนุกมากเลยค่ะ ภาษาสวยมากๆ สู้ๆนะคะ รอติดตามอยู่ค่ะ
    #82
    0
  2. #81 อยากกินกล้วยทอด (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 28 มกราคม 2564 / 03:53

    สุขสันต์วันเกิดย้อนหลังนะคะขอให้มีความสุขมากๆค่ะขอให้อย่างปวดหลังนะคะ5555 ชอบนิยายเรื่องนี้มากทั้งภาษาที่ใช้บรรยายและเนื้อเรื่องตัวละครอย่างน้องฮานะที่มีความสามารถที่คลุมเครือที่ทำให้น่าติดตามเป็นฟิคที่น่าเอกไม่น่ารำคาญเลยค่ะเท่าที่อ่านมา ติดตามและเป็นกำลังใจให้นะคะสู้ๆ ขอโทษด้วยนะคะที่ไม่ได้เม้นทุกตอนต่อไปจะพยายามเม้นทุกตอนเลยค่ะ
    #81
    0
  3. #80 TanareeSrirabai (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 10 มกราคม 2564 / 23:45
    ยินดีต้อนรับกลับมานะคะไรท์ทท ขอโทษที่เม้นช้ามากๆๆๆๆๆนะคะ ติดเรียนออนไลน์หนักมาก55(หัวเราะทั้งน้ำตา) // ยังสนุกเหมือนเดิมเลยจะรออ่านตอนต่อไปนะคะ!!!
    #80
    1
    • #80-1 m o j o j o j o(จากตอนที่ 7)
      14 มกราคม 2564 / 01:18
      เรื่องเม้นท์ไม่เป็นไรเลยค่ะ อ่านตอนไหนก็ได้ แค่รู้ว่าชอบเราก็ยิ้มแก้มปริแล้ว >_<
      โอ๋ๆ นะคะ เราต้องผ่านช่วงการเรียนบ้าบอนี้ไปให้ได้ ฮึบ! แล้วอย่าลืมรักษาสุขภาพด้วยนะคะ <3

      #80-1
  4. #77 nsbt_ (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2563 / 21:25
    ฮานะหน่ะ สุดแสนจะน่ารักและแสนดีมากๆ ใจฟูทุกครั้งที่ได้อ่านคำพูดน้องเลย //สู้ๆนะคะคูมไรท์ เป็นกำลังใจให้ค่า
    #77
    1
    • #77-1 m o j o j o j o(จากตอนที่ 7)
      28 ธันวาคม 2563 / 02:28
      ขอบคุณสำหรับกำลังใจค่า ดีใจมากๆ เลยที่เอ็นดูฮานะน้า <3 <3
      #77-1
  5. #75 AsunaLike (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2563 / 23:15

    มาอัปต่ออีกนะ~!
    #75
    1
    • #75-1 m o j o j o j o(จากตอนที่ 7)
      22 ธันวาคม 2563 / 15:15
      แล้วเราจะรีบมาต่อคับ!
      #75-1
  6. #74 LucyTaylor (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 20 ธันวาคม 2563 / 22:53
    น้องดูฝืนร่างกายมากเป็นห่วงนะคะคนเก่ง พักผ่อนด้วยน้า แล้วก็แฮปปี้เบิร์ดเดย์ย้อนหลังนะคะคูมไรท์
    #74
    1
    • #74-1 m o j o j o j o(จากตอนที่ 7)
      22 ธันวาคม 2563 / 15:15
      ฮุ ขอบคุณค่า แล้วก็ขอบคุณมากๆ เลยที่ตามมาให้กำลังเราน้า รัก <3
      #74-1
  7. #64 bombom88 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2563 / 03:21
    เกิดวันเดี่ยวกับเราเลย ขอให้มีความสุขน้าาา
    #64
    1
    • #64-1 m o j o j o j o(จากตอนที่ 7)
      18 พฤศจิกายน 2563 / 16:31
      เย้ย แฮปปี้บีเลทเบิร์ดเดย์คุณเหมือนกันนะคะ <3 ขอให้ต่อๆ ไปเจอแต่สิ่งที่ดี แฮปปี้ในสิ่งที่ตัวเลือก ขอบคุณมากๆ ที่อวยพรให้และเข้ามาอ่านเรื่องนี้นะคะ <3
      #64-1
  8. #63 มิโกะ ซากุระ (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 16 พฤศจิกายน 2563 / 02:43
    อาาา น่ารัก
    #63
    1
    • #63-1 m o j o j o j o(จากตอนที่ 7)
      18 พฤศจิกายน 2563 / 16:26
      น้องคนตัวนู่มม
      #63-1
  9. #62 _GRIMER PP_ (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2563 / 11:01
    ต้องมีสลบต่อหน้าแล้วล่ะ น้องเป็นผู้หญิง ไม่ใช่สายถึกอย่างริโกะเด้อ สลบแบบนุ๊ชิน นุ๊คิ นุ๊โกะ นุ๊คา นุ๊ทา นุ๊คาซา ต้องวิ่งลงมาดู ห่วงกันเข้าไป 555 ปั่นพระเอกไว้ ให้สมกับที่นอนน้อย และเหนื่อยเป็นว่าเล่น
    #62
    1
    • #62-1 m o j o j o j o(จากตอนที่ 7)
      18 พฤศจิกายน 2563 / 16:26
      ชอบที่ว่าปั่นพระเอกเข้าไว้ ฮา ขอบคุณที่เข้ามาอ่านนะคะ <3
      #62-1
  10. #61 nsbt_ (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2563 / 09:40
    ฮานะน่ารักจัง ตอนหงุดหงิดก็น่ารัก5555555
    #61
    1
    • #61-1 m o j o j o j o(จากตอนที่ 7)
      18 พฤศจิกายน 2563 / 16:25
      น้องคงอัดอั้นมานานค่ะ ถถ
      #61-1
  11. #60 bitong3113 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2563 / 08:38
    คิดถึงไรท์จังเลยยย คิดถึงที่สุด!!
    #60
    1
    • #60-1 m o j o j o j o(จากตอนที่ 7)
      18 พฤศจิกายน 2563 / 16:24
      คิดถึงรีดเหมือนกันค่ะ! แง
      #60-1
  12. #59 LucyTaylor (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2563 / 23:33
    ยัยน้องมีพลังอะไยหรือเปล่าา แต่สนุกมากค่ะ เอ็นดูฮานะจังง
    #59
    1
    • #59-1 m o j o j o j o(จากตอนที่ 7)
      14 พฤศจิกายน 2563 / 23:55
      มีแน่นอนค่ะ ขนาดนี้แล้ว แหะๆ ขอบคุณนะคะ ขอให้เอ็นดูน้องไปเรื่อยๆ โง้ย <3
      #59-1