(exo) FRIDAY NIGHT - chanbaek

ตอนที่ 7 : EP 3.3 : Yearbook

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 643
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 47 ครั้ง
    13 เม.ย. 61













FRIDAY NIGHT












เข็มยาวชี้เลขสาม เข็มสั้นชี้เลขสิบสอง บ่งบอกเวลาเที่ยงคืนสิบห้านาที ท้องฟ้ามืดสนิทเพราะเมฆหมู่ใหญ่บดบังแสงจากดวงจันทร์ บรรยากาศรอบด้านเย็นชื้นเพราะอุณหภูมิในตอนกลางคืนลดลงเรื่อย ๆ ตึกตระง่านตรงหน้ายังคงเงียบสนิท มีเพียงไฟทางเดินชั้นสามที่ให้ความสว่าง แต่กลับให้ความรู้สึกเวิ้งว้างอย่างบอกไม่ถูก


ชั่วขณะที่ลมวูบใหญ่พัดผ่านเข้ามา เด็กหนุ่มตาโตเหลือกนัยน์ตามองภาพตรงหน้าด้วยความหวั่นใจ มันไม่ใช่เรื่องดีเท่าไหร่นักเมื่อนึกถึงที่มาของไฟทางเดินชั้นสามนั้นเกิดจากอะไรโอเค คยองซูยอมรับก็ได้ว่ากลัวมาก


แต่แบคฮยอนมันก็ควรจะกลัวเหมือนกันไม่ใช่หรอ


“มึงเอาจริงหรอวะ” เขากระซิบถามเพื่อนสนิทด้วยความสับสน นึกอยากจะได้ยินคำตอบที่ทำให้ตนรู้สึกเบาใจมากกว่าเรื่องร้ายแรง อย่างเช่น


“เออดิ กูจะเข้าไปจริง ๆ”


ไม่พูดเปล่า บยอนแบคฮยอนก็ออกเท้าเดินก้าวไปข้างหน้าโดยไม่มีท่าทีลังเลแม้แต่น้อย


จังหวะนั้นเพื่อนตาโตก็ได้แต่อ้าปากพะงาบ ไม่นึกว่าวันดีคืนดีเพื่อนที่กลัวผีจนตัวสั่นจะกล้าเดินเข้าไปในตึกสามที่ตอนนี้ไม่ต่างอะไรจากตึกร้างเลยชัด ๆ ต่อให้เวลาปกติมันก็แค่หอพักธรรมดา แต่เวลานี้มันกลับมีความรู้สึกพิลึกยังไงชอบกล สภาพดูเก่าราวกับไม่เคยถูกปรับปรุงมาก่อน


และถ้าคยองซูไม่ได้ตาฝาดเขาคิดว่าเขาเห็นเงาอะไรบางอย่างตรงทางเดิน


ฉับพลันก็ต้องรีบก้มหน้าลงแล้วเดินตามเพื่อนสนิทไปติด ๆ ในใจก็นึกถึงหน้าพ่อหน้าแม่ที่นอนรออยู่บ้าน ภาวนาขอให้ท่านทั้งสองช่วยคุ้มครองลูกชายคนนี้ด้วย ไม่รู้หรอกว่าหนทางข้างหน้าจะพบเจอกับอะไร


แต่ท่านก็คงจะช่วยอะไรได้ไม่มาก ไหน ๆ ก็มาถึงขั้นนี้แล้ว


เป็นไงเป็นกันวะ!


คยองซูจำได้ว่าครั้งหนึ่งเคยขึ้นตึกนอนของตัวเองคนเดียวสมัยเปิดเรียนใหม่ ๆ เขาดันสะเพร่าลืมการบ้านวิชาภาษาอังกฤษไว้บนเตียงนอน เลยต้องรีบอาศัยช่วงพักเที่ยงแอบกลับมาเอาก่อนจะเข้าเรียนในคาบบ่าย และก็พบว่าบรรยากาศของตึกมันเงียบมากจนชวนให้รู้สึกหลอนอยู่ไม่น้อยเหมือนกัน


ผนวกกับเรื่องที่พวกรุ่นพี่เล่าให้ฟังกันเป็นทอด ๆ ไหนจะความชอบเรื่องลี้ลับเป็นการส่วนตัวด้วยแล้ว ทำให้เขาพอจะรู้เรื่องราวความเป็นมาของโรงเรียนนี้พอสมควร ยิ่งกับตึกที่ตัวเองนอนเป็นประจำคยองซูรู้ดีว่าที่นี่เกิดอะไรขึ้นบ้างแต่จริงเท็จแค่ไหนเรื่องนี้ไม่มีใครกล้าพิสูจน์


หากถามว่าเชื่อร้อยเปอร์เซ็นต์ไหมเขาก็จะตอบว่าไม่ แล้วถ้าถามอีกว่าอยากพิสูจน์หรือเปล่าก็บอกอีกครั้งว่าไม่ ถึงจะเป็นคนชอบเรื่องลี้ลับมากแค่ไหน แต่ให้ไปเจอหรือเห็นกับตาตัวเองมันก็ไม่สนุกหรอก เพราะนอกจากจะเป็นการเอาชีวิตตัวเองไปเสี่ยงกับอะไรก็ไม่รู้ ก็ยังเสี่ยงที่จะถูกหักคะแนนความประพฤติครึ่งหนึ่งอีกถ้าหากว่าถูกจับได้


และคยองซูก็ได้แต่ภาวนาในใจว่าขออย่าให้อาจารย์เข้ามาเจอพวกเขาตอนนี้เลย


จังหวะแรกที่ปลายเท้าก้าวเข้าไปในพื้นที่ตึกสาม ลมเย็นวูบหนึ่งพัดผ่านร่างของเด็กทั้งสอง ขนอ่อนของพวกเขาพร้อมใจกันลุกชันไปทั่วร่าง ขณะเดียวกันคยองซูก็เกาะแขนคนข้างกายเอาไว้แน่น ซึ่งมั่นใจแล้วว่าถ้าหากเกิดเรื่องไม่คาดฝัน อย่างน้อยพวกเขาก็ไม่น่าจะถูกพรากออกจากกัน


เพราะถ้าหากมันวิ่ง กูก็วิ่ง


ถ้ามันไม่วิ่ง กูจะลากมันวิ่งเอง


นี่แหละที่โดคยองซูเอาแต่พร่ำบอกตัวเองตั้งแต่ที่ก้าวเข้ามาด้านใน


แสงไฟจากกระบอกไฟฉายพอส่องนำทางให้เด็กหนุ่มทั้งคู่เดินก้าวขึ้นบันได ทว่ามันไม่ได้สว่างมากพอที่จะดับความกลัวที่กำลังก่อตัวได้ พวกเขาเดินผ่านชั้นแรกไปด้วยความหวาดระแวง ไม่กล้าแม้แต่จะหันกลับไปมองด้านหลังที่มีเพียงความมืดเท่านั้นที่ไล่ตามหลัง


มันมืดมากเสียจนรู้สึกกลัวว่าจะมีอะไรบางอย่างโผล่ออกมา


“คยองซู มึงจับกูแน่นไปแล้ว”


“เออขอโทษ ๆ”


แบคฮยอนบอกเพื่อนเมื่อรู้สึกเจ็บที่แขน จู่ ๆ ไอ้เพื่อนตาโตก็จิกนิ้วลงบนเนื้อจนเจ็บไปหมด อีกฝ่ายก็คลายมือออกเล็กน้อย แต่ก็ไม่วายที่จะจับท่อนแขนเขาไว้เช่นเดิม


เด็กหนุ่มหันกลับไปมองด้านบนอีกรอบ แผ่นหลังที่แบคฮยอนเดินตามมาในตอนแรกกำลังเลี้ยวขึ้นชั้นสามด้วยความเนิบนาบ อีกฝ่ายดูเลื่อนลอย เชื่องช้า ทั้งที่ปลายเท้าก็ก้าวตรงไปข้างหน้า แต่กลับไม่รู้สึกถึงน้ำหนักและจังหวะการเหยียบย้ำพื้น และถ้าสังเกตอีกสักนิด แบคฮยอนคิดว่าตัวเองไม่เห็นเงาของอีกฝ่าย


เขาลอบกลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดเคืองเมื่อสัมผัสได้ว่าด้านบนนั้นต้องมีบางอย่างที่ไม่ชอบมาพากล แน่นอนว่ามันต้องเป็นเช่นนั้น หากในสถานการณ์แบบนี้แล้วมันก็คงต้องใจแข็งแล้วเดินต่อไป แม้ว่าตนจะพยายามเลี่ยงเรื่องแบบนี้มากแค่ไหน แต่ดูเหมือนว่ามีบางอย่างที่ต้องการให้เขาเข้ามาพัวพัน


พลันนึกถึงเรื่องที่รุ่นพี่เล่าให้ฟังก่อนหน้านั้นจินตนาการก็แล่นพล่านอยู่ในหัว


สรุปแล้วมันเป็นเรื่องจริงหรือที่บอกว่ามีรุ่นพี่ถูกแทงตายในห้องน้ำ


ทว่าข้อสันนิฐานก็ต้องได้รับการพิสูจน์เมื่อใครคนนั้นที่แบคฮยอนเดินตามกำลังทิ้งช่วงห่างออกไปเรื่อย ๆ แม้ชั้นสามจะมีแสงสว่างจากหลอดไฟ แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้เด็กหนุ่มทั้งสองเบาใจได้เลยสักนิด เพราะมันไม่ควรจะสว่างทั้ง ๆ ที่ไม่มีใครอยู่บนตึก ถึงต่อให้แสงประดิษฐ์นั่นจะให้ความชัดเจนมากแค่ไหน แต่บรรยากาศรอบข้างก็ทำเอาทั้งสองแทบหยุดหายใจในทันที


ทางเดินระเบียงชั้นสามทอดยาวไปจนถึงสุดตึกปีกซ้ายตรงนั้นเป็นบริเวณที่ตั้งของห้องอาบน้ำ


ตึกสามมีทั้งหมดสี่ชั้นและมีห้องอาบน้ำเพียงแค่สองจุด ก็คือชั้นหนึ่งและชั้นสาม ส่วนที่เหลือจะเป็นห้องสุขาธรรมดาหรือบางครั้งก็มีคนดันแปลงให้เป็นห้องอาบน้ำบ้างก็มี ทั้งแบคฮยอนและคยองซูจำได้ดีว่าตนเคยขึ้นมาอาบน้ำชั้นสามบ่อยแค่ไหน


มันบ่อยเสียจนไม่ทันได้นึกเลยด้วยซ้ำว่าสถานที่แห่งนี้อาจจะมีกลิ่นคาวจากการนองเลือดเกิดขึ้นมาก่อน


สองเท้าหยุดชะงักเมื่อขึ้นมาจนถึงขั้นสุดท้ายของบันได แบคฮยอนทอดสายตามองไปยังปีกซ้ายอย่างใจสู้ หรี่ตามองอีกครั้งเพราะเริ่มเห็นภาพตรงหน้าไม่ชัด แผ่นหลังของผู้ชายคนนั้นเริ่มไกลออกไป


และเพียงแค่กระพริบตาครั้งเดียว


“หายไปแล้ว”


ริมฝีปากบางพูดพึมพัมบางอย่างออกมา แต่เพราะบรรยากาศรอบข้างที่เงียบสงัด จึงทำให้คยองซูได้ยินชัดเจนว่าเพื่อนสนิทกำลังพูดอะไร


“ใครวะ”


“พี่ชานยอล”


“ห้ะ..”


“กูเดินตามเขามา แต่ตอนนี้หายไปแล้ว”




นิ่งค้างกลางอากาศเป็นอย่างไร คยองซูคิดว่าตนไม่ได้ต่างอะไรมากนัก ไม่ต้องบอกว่าตอนนี้กำลังทำสีหน้าแบบไหน แค่รู้ตัวว่ายังหายใจอยู่ได้มันก็ดีแค่ไหนแล้ว เด็กหนุ่มกลืนก้อนน้ำลายเหนียวหนืดลงคออย่างพะอืดพะอม ขนแขนพร้อมใจกันลุกชันเมื่อทุกอย่างเงียบลง หมายความว่าอย่างไรที่บอกว่าเดินตามมา


นี่อย่าบอกนะว่าไอ้ที่เดิน ๆ มาตลอดทั้งทางคือ…


เชี่ยเอ้ย รนหาที่ไหมล่ะมึง


บยอนแบคฮยอนเองก็ไม่ได้ต่างอะไรมากนักเมื่อนึกถึงบางอย่างที่กำลังจะเกิดขึ้น ก้อนเนื้อกลางอกเต้นตุบตับดังอื้ออึงเสียจนน่ากลัว เขากลัวว่ามันจะเต้นแรงมากเกินไปและอาจจะหยุดได้อย่างฉับพลัน


“..มึง เอาจริงหรอวะ”


คยองซูไม่ค่อยมั่นใจเท่าไหร่นักกับความคิดของเพื่อนที่จะเดินต่อไปข้างหน้า ออกแรงรั้งอีกฝ่ายเอาไว้เมื่อเห็นว่ามันกำลังจะเดินต่อ จริงอยู่ที่ตอนนี้พวกเราเดินมาถึงครึ่งทาง แต่มันก็ไม่ควรจะไปต่อเพื่อต้องไปพบเจอกับสิ่งที่ไม่ควรเจอไม่ใช่หรอ


“มึงไม่อยากรู้หรอ”


“เอาตามตรงป้ะ..” คยองซูสารภาพ “กูไม่อยากรู้อ่ะ”


ไม่ได้จะทำลายความตั้งใจของเพื่อนหรอก แต่ถ้าคนทั่วไปถูกถามด้วยคำถามแบบนี้ร้อยทั้งร้อยก็ต้องบอกเหมือนเขา มีอย่างที่ไหนใครมันจะใจกล้าหน้าด้านเดินเข้าไปต่อ ทั้งยังรู้อยู่เต็มอกว่าอย่างไรเสียก็ต้องโดนดีเข้าสักวันแน่ ๆ


“แต่กูอยากรู้”


“ไอ้นี่เฮ้อ กูยอมว่ะ ไหนบอกว่ากลัวผีไงวะ”


แบคฮยอนเม้มปากครู่หนึ่งก่อนจะตอบ “ก็..กลัว”


“นี่กลัว? ถามจริงว่าการที่มึงเดินดุ่ม ๆ เข้ามาในตึกมืด ๆ แบบนี้มันเรียกว่ากลัวหรอวะ”


“แล้วมึงจะให้กูทำไงวะ กลับตึกห้าแล้วนอนห่มผ้าให้หลับอย่างงั้นหรอ? มึงคิดว่ากูจะหลับลงหรอวะ”


“แต่ที่มึงทำอยู่ในตอนนี้ก็ไม่ได้ช่วยให้หลับลงเหมือนกันนะเว้ย” แถมจะยิ่งหลับไม่ลงอีกต่างหาก


“อย่างน้อยกูก็ได้รู้..  กูอยากรู้นี่หว่า” คงไม่ต้องบอกหรอกนะว่าอยากรู้อะไร อยากรู้จากใคร แต่ก็นั่นแหละ มันเป็นวิธีการที่งี่เง่า เหมือนเขากำลังออกเดินทางไปยังสถานที่ที่ไม่เคยไปมาก่อน ไปทั้ง ๆ ที่ไม่มีอะไรติดตัวเลยแม้แต่นิด


“ตายห่าละเพื่อนกู ถ้ามึงรู้ว่าเขาเป็นผีจริง ๆ ถามหน่อยเถอะว่าผีที่ไหนมันจะมานั่งคุยกับมึง”


พลันคำถามต่อมาก็ทำให้แบคฮยอนเงียบไม่ตอบอะไร อย่างที่บอกเขาเองก็ยังไม่ปักใจเชื่อว่ารุ่นพี่คนนั้นไม่ใช่มนุษย์ ต่อให้เหตุการณ์หลาย ๆ อย่างและเรื่องเล่าของรุ่นพี่เมื่อตอนเย็นนั้นอาจจะยืนยันว่าใช่ แต่แบคฮยอนกลับเลือกที่จะลังเล


เมื่อครู่ที่เขาเดินตามอีกฝ่ายมาที่นี่ ไม่ใช่ว่าไม่รู้ แต่เพราะอยากรู้นั่นแหละถึงเลือกที่จะมา  แบคฮยอนไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามาถึงที่นี่แล้วจะได้อะไรกลับไปบ้างหรือบางทีอาจจะไม่ได้กลับออกไป...


ช่วงเวลาที่เงียบนานเกินทำให้คยองซูใจไม่ค่อยดีเท่าไหร่ เขาพอจะรู้ว่าเพื่อนสนิทไม่ได้เตรียมพร้อมสำหรับเรื่องนี้ แน่นอนว่าเราจะไม่มีการมานั่งเล่นผีถ้วยแก้วเพื่อถามหาคำตอบจากสิ่งลี้ลับเหมือนอย่างที่ในหนังทำกันหรอก แต่การจะจับเข่านั่งคุยมันก็ดูไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปได้เลยสักนิด


ถ้าเรื่องแบบนั้นเกิดขึ้นจริงก็คงประหลาดตายห่า


“แล้วเอาไง ยังเห็นพี่เขาอยู่ไหม” แต่ไหน ๆ ก็มาถึงขั้นนี้แล้ว มันก็คงดีกว่าที่จะไม่ได้ทำอะไรสักอย่างละวะ


“ไม่.. ไม่เห็นเลย”


เด็กหนุ่มตอบขณะที่เพ่งมองไปยังประตูห้องน้ำที่อยู่ห่างออกไปพอสมควร “หรือว่าเราต้องเดินเข้าไปวะ” โดยไม่ต้องอธิบายอะไรเพิ่มเติม คยองซูมองตามคนข้างกายไปก่อนจะพบว่าจุดนำสายตาของแบคฮยอนอยู่ที่ไหน


วินาทีนั้นก็แอบลอบกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่


“มึงแน่ใจหรอ”


“ก็ล่าสุดที่เห็นพี่เขายืนอยู่ตรงนั้น” ใช่ แบคฮยอนเห็นแผ่นหลังผู้ชายคนนั้นยืนอยู่หน้าห้องน้ำเป็นภาพสุดท้ายก่อนที่ทุกอย่างจะหายไปเพียงแค่เขากระพริบตา บรรยากาศวังเวงยังคงห้อมล้อมร่างกายของเด็กหนุ่มทั้งสองเอาไว้ และไหนจะอุณหภูมิที่ลดลงต่ำเรื่อย ๆ ก็ทำเอาคยองซูอดยกมือลูบแขนตัวเองไม่ได้


“เข้าไปดูกันเถอะ”


ประโยคเชิญชวนแต่ไม่ต้องการคำตอบ แบคฮยอนก็เดินหน้าต่อโดยที่เพื่อนสนิทได้แต่สบถออกมาเสียงเบาแล้วสาวเท้าก้าวตามไปติด ๆ บอกตามตรงว่าเริ่มไม่สนิทใจกับตึกที่ตัวเองนอนมาตลอดตั้งแต่เปิดภาคเรียนปีหนึ่ง ผ่านไปแค่ไม่กี่อาทิตย์ทำไมมันถึงดูน่ากลัวแบบนี้ แล้วยิ่งคิดสภาพอาทิตย์หน้าที่ต้องย้ายของกลับมานอนที่เดิมดิ


แค่นึกก็อยากจะโทรไปหาแม่ว่าขอลาออกไปเรียนที่อื่นแทนได้ไหม อยู่ไม่ไหวแล้ว


ไม่นานทั้งสองก็ผ่านส่วนห้องนอนมาจนถึงหน้าห้องน้ำ ระหว่างทางพวกเขาพยายามที่จะไม่เบนสายตาเข้าไปมองส่วนที่อยู่ลึกสุด เพราะความมืดและความวังเวงทำให้จินตนาการประดิษฐ์สิ่งต่าง ๆ ขึ้นมาได้อย่างง่ายดาย เพราะงั้นจุดสนใจของพวกเขาคือการเดินไปให้ถึงที่หมายเพียงเท่านั้น


ประตูบานคู่ถูกเปิดออกด้วยฝีมือของแบคฮยอน เสียงเอี๊ยดอ๊าดของบานพับทำให้เด็กหนุ่มทั้งสองลอบกลืนน้ำลายอย่างช้า ๆ แบคฮยอนถือไฟฉายส่องไปทั่วห้องน้ำ เขานิ่งค้างขบคิดบางอย่าง ก่อนจะเดินไปยังมุมห้องฝั่งซ้ายมือเพื่อควานหาสวิตซ์เปิดไฟให้สว่าง


สภาพโถงห้องน้ำขนาดใหญ่ปรากฏสู่สายตา อ่างปูนเคลือบกระเบื้องสีขาวรูปทรงสีเหลี่ยมผืนผ้าทอดยาวอยู่กลางห้อง ภายในยังเอ่อเต็มไปด้วยน้ำที่ใช้อาบ อาจจะไม่ได้สะอาดมากเพราะไม่ได้มีการเปลี่ยนถ่ายตั้งแต่ปิดตึกปรับปรุง ถัดออกไปก็เป็นห้องอาบน้ำซึ่งตั้งอยู่ตรงข้ามกับห้องส้วมที่ถูกแบ่งออกเป็นหลายห้อง ถ้าหากจะเข้าใช้ก็ต้องเดินผ่านอ่างน้ำที่อยู่ตรงกลางไปก่อน


แบคฮยอนขมวดคิ้วเมื่อทัศนียภาพสว่างไม่เพียงพอ ไฟฉายที่อยู่ในมือก็ให้แสงสว่างได้ทีละส่วน เขาก็กลัวเหลือเกินที่จะพบเจอกับบางอย่างโดยไม่ทันได้เตรียมใจ มือก็คลำหาสวิตซ์ได้ก็จัดการกดเปิดมันทันที หลอดไฟตรงกลางห้องสว่างขึ้น เว้นแต่หลอดด้านในสุดไม่ได้ทำงานอย่างที่ใจหวัง จึงทำให้ส่วนถัดจากอ่างน้ำไปนั้นมืดสลัวดูน่ากลัวกว่าที่คิด


“เปิดไม่ติดหรอวะ” โดคยองซูถามเมื่อเห็นเพื่อนพยายามกดเปิดสวิตซ์ข้าง ๆ กันหลายรอบ


“อือ น่าจะเสีย” คนถูกถามตอบกลับขณะที่ใบหน้าก็ฉายแววกังวลเล็กน้อย เขาไม่ชอบความมืดเอาเสียเลย โดยเฉพาะบริเวณด้านในสุดของห้องน้ำ และไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไรแบคฮยอนจึงเห็นอะไรบางอย่างคับคลายคับคลาว่าจะเป็นเงาดำทึบมหึมา


ชั่วขณะที่เด็กหนุ่มกลั้นหายใจ เขาไม่แน่ใจนักว่านั่นเป็นภาพหลอนที่ตัวเองสร้างขึ้นมาหรือว่าของจริง แต่เพราะด้านในนั้นมันมืดมาก แบคฮยอนจึงกระพริบตาถี่เพื่อปรับโฟกัส และเมื่อลืมตาอีกครั้งก็ไม่พบสิ่งใดนอกจากความมืด เงาที่เห็นเมื่อครู่อาจจะเป็นเงาประตูห้องน้ำก็ได้


“เอาจริงป้ะ กูไม่ค่อยเก็ทเท่าไหร่ที่เราจะมาเปิดไฟเดินหาแบบนี้ คือมันจะหากันง่ายขนาดนั้นเลยหรอวะ” พลันเสียงของเพื่อนสนิทก็ดังขึ้นเรียกสติของเด็กหนุ่ม แบคฮยอนรู้สึกโล่งใจเมื่อหันไปด้านข้างยังมีเพื่อนคอยอยู่ใกล้ ๆ แม้ตลอดทางมันจะคอยพูดนู่นพูดนี่ แต่ก็ดีกว่ามาคนเดียวเป็นไหน ๆ


และประโยคเมื่อครู่คือสิ่งที่คยองซูสงสัยมาตลอดทางเดิน เขาได้แต่นึกตลบหน้าตลบหลังว่าเพื่อนสนิทจะทำอย่างไรถึงจะได้เจอกับรุ่นพี่คนนั้น ยิ่งกับมันที่กลัวผีขี้ขึ้นสมองจนต้องไล่เดินเปิดไฟให้สว่างไปทั่วแบบนี้


ผีห่าที่ไหนมันจะปรากฏตัวออกมาให้มึงเห็นล่ะเพื่อนเอ้ย


“ก็กูไม่รู้จะทำยังไงนี่หว่า” แบคฮยอนตอบด้วยความสัตย์จริงเขาไม่ได้รู้วิธีที่จะเจอเรื่องลี้ลับพรรค์นั้นเสียหน่อย “แต่กูเห็นพี่เขาหายเข้ามาในห้องนี้ ก็น่าจะอยู่ที่นี่..ละมั้ง”


คยองซูไม่ตอบอะไรกลับ เขาเพียงแค่กวาดสายตามองรอบห้องน้ำด้วยความรู้สึกเสียววูบเล็กน้อย เอาเข้าไป อยู่เฉย ๆ ก็ดีอยู่แล้วดันกระเสือกกระสนรนหาที่ตายถึงที่ ให้มันได้แบบนี้สิวะไอ้แบคฮยอน แล้วถามหน่อยว่าจะกล้ายืนอยู่ในนี้โดยไม่รู้สึกอะไรได้อย่างไร ถ้าหากว่ารู้ว่าไม่ใช่แค่พวกเขาที่อยู่กันแค่สองคน


เมื่อไม่มีใครพูดอะไรต่อ ก็มีแต่ความเงียบที่รายล้อมเอาไว้ ทั้งที่คิดว่าไม่น่ามีลมจากด้านนอกพัดเข้ามา แต่กลับรู้สึกเย็นวาบบริเวณท้ายทอยบ่อยครั้ง มันทำให้เขาขนลุก หรือบางทีมันอาจจะเป็นเพราะอุณหภูมิเย็นชื้นในห้องน้ำก็เป็นได้


สาบานได้ว่าคยองซูไม่ได้ต้องการที่จะกวาดสายตาไปรอบห้องน้ำ แต่เขาไม่รู้ว่าควรจะวางสายตาไว้ที่ไหน ทันใดนั้นเรื่องบางอย่างก็แว้บเข้ามาในหัว มันเป็นเรื่องเดียวกับที่เขาเคยได้ยินเรื่องเดียวกับที่เขาเคยเล่าให้คนอื่นฟัง


“มึง..จำเรื่องที่กูเคยเล่าตอนคืนก่อนได้ไหมวะ” จะหาว่าทำลายความเงียบก็ได้ แต่เขาไม่ค่อยสะดวกใจเท่าไหร่นักถ้าจะเอาแต่ยืนอยู่กับที่แล้วมองไปรอบ ๆ ห้องโถงเย็นเฉียบนี่ท่ามกลางความเงียบงัน


เด็กหนุ่มตาชั้นเดียวขมวดคิ้วหันมองเพื่อน “คืนไหนล่ะ มึงเล่าตั้งหลายคืน”


“คืนที่เราอยู่ตึกสามด้วยกันไง เรื่องห้องน้ำศุกร์สิบสามน่ะ


“...”


พลันพูดจบ เหตุการณ์ในวันนั้นก็ค่อย ๆ พรูเข้ามาในความคิดของเด็กหนุ่ม วันที่เขานั่งทำการบ้านอยู่ที่โต๊ะพร้อมกับเพื่อนที่จับกลุ่มคุยเรื่องลี้ลับกัน สาบานได้ว่าแบคฮยอนไม่ได้ตั้งใจฟัง แต่เรื่องที่คยองซูเล่าในวันนั้นเขากลับจำได้อย่างแม่นยำ ซึ่งหลังจากนั้นเขาก็ไม่กล้าไปอาบน้ำเพราะคำพูดของเพื่อนยังติดอยู่ในความคิด


ดวงตาเรียวกระพริบมองเพื่อนสนิทที่ยังทำหน้าพะอืดพะอมอยู่ข้าง ๆ


“กูว่า“หยุด”


“...”


“กูรู้ว่ามึงจะพูดถึงอะไร” แบคฮยอนเบรกเพื่อนเอาไว้ “แล้วเราจะไม่พูดเรื่องนี้กันที่นี่”


เป็นอันรู้กันว่าตอนนี้สิ่งที่พวกเราควรทำคือเงียบไว้ก่อน ต่อให้การพูดคุยกันอาจจะทำให้ความกลัวลดลงได้ แต่แบคฮยอนคิดว่าพวกเขาไม่ควรคุยกันเรื่องนี้ อย่างน้อยก็อาจจะไม่ใช่ที่นี่เขาหมายถึงให้ตัวเองออกไปจากบริเวณนี้ก่อน


ขณะเดียวกันก็กวาดสายตามองรอบห้องอีกครั้งด้วยความรู้สึกหายใจไม่ทั่วท้อง อันที่จริงไม่มีเหตุผลอะไรด้วยซ้ำที่จะห้ามไม่ให้คยองซูเล่า แต่ถ้าหากไอ้เพื่อนข้าง ๆ พูดมาอีกครั้งมันคงเป็นการขยี้ความทรงจำวันนั้นให้โผล่ขึ้นมาเป็นแน่


โดยเฉพาะกับอ่างน้ำตรงหน้าให้ตายเถอะ เขาไม่อยากจะเฉียดเข้าไปใกล้เลยสักนิด


“เป็นอะไรวะ” หลังจากที่ทั้งสองเอาแต่ยืนนิ่งอยู่กับที่ และคยองซูเองก็สังเกตเห็นสีหน้าแปลก ๆ ของเพื่อนสนิท นั่นทำเอาเด็กหนุ่มรู้สึกฉงนจนต้องถามออกไปทันที เปลือกตาสีอ่อนกระพริบถี่เพื่อให้หลุดจากอาการเหม่อลอยแล้วหันมองหน้าคนข้าง ๆ


“เปล่า ไม่มีอะไร” แบคฮยอนเลือกที่จะไม่บอกก่อนจะสูดลมหายใจลึก พยายามไม่นึกถึงเรื่องราวที่เกิดในคืนนั้น แม้ว่าลึก ๆ แล้วเขาเองจะกังวลกับมันอยู่ก็ตาม โดยเฉพาะใบหน้าที่ตนเห็นในน้ำ มันเป็นใบหน้าที่แบคฮยอนมั่นใจว่าเขาไม่รู้จักและนั่นก็ไม่ใช่ใบหน้าของพี่ชานยอล...


สองเท้าเล็กค่อย ๆ ก้าวเดินไปทีละนิดขนาดเดียวกับที่ส่องไฟฉายไปพลาง ชั่วขณะที่คิดว่าการกระทำของตนมันงี่เง่า มีอย่างที่ไหนที่เดินอาด ๆ เข้ามาในที่แบบนี้กลางดึก จะมีก็แต่คนสติไม่ดีเท่านั้นแหละ และนั่นอาจจะหมายถึงพวกเขาทั้งสองที่สติไม่ดีโคตร ๆ เลยต่างหาก


ไม่ทันที่จะได้เดินเข้าไปสำรวจภายในด้านในสุดของห้องน้ำ เสียงเอื่อย ๆ ของบางอย่างก็ทำให้สองขาหยุดชะงัก แบคฮยอนคิดว่าตัวเองไม่ได้หูฝาด มันทำงานดีเกินไปด้วยซ้ำเมื่อได้ยินเสียงประหลาดดังขึ้น


เสียงมันคล้ายกับ


“มึง”


ฉับพลันเสียงคยองซูก็ดังขึ้น แรงกระตุกที่แขนเสื้อทำให้แบคฮยอนรีบหันตามไปโดยเร็ว ภาพตรงหน้าคืออ่างน้ำที่แบคฮยอนเคยมีอดีตด้วย เสียงเอื่อย ๆ ที่ได้ยินดูเหมือนจะเป็นเสียงน้ำจากอ่าง แบคฮยอนเพิ่งสังเกตว่าระดับน้ำมันปริ่มข้างขอบสระ และขณะเดียวกันมันก็กำลังไหลล้นออกจากอ่างอย่างช้า ๆ


“...”


“ช่างเขาลืมปิดน้ำหรอวะ”


“..อาจจะใช่”


“...”


“...”


เอาล่ะ คยองซูคิดว่ามันแปลก แต่ก็ขอคิดในแง่ดีไว้ก่อน เพราะทุกวันในตึกนี้จะมีช่างเข้ามาซ่อมแซมอยู่แล้ว จะลืมปิดไฟปิดน้ำก็คงไม่แปลกหรอก..มั้งนะ แต่ว่าทำไมพวกเขาเพิ่งรู้สึกล่ะ ถ้าน้ำมันจะล้นจริงก็ต้องเห็นตั้งแต่ครั้งแรกที่เข้ามาแล้วไม่ใช่หรอ..


ทั้งสองยืนมองอ่างน้ำตรงหน้าโดยที่ไม่มีใครพูดอะไรต่อ หันสบตากันครู่หนึ่งเหมือนต้องการจะบอกอะไรบางอย่าง แต่ดูเหมือนว่าการยืนอยู่เฉย ๆ อาจจะไม่ช่วยไขความสงสัยให้กระจ่างได้


“ลองไปเช็กก๊อกดูก่อนไหม” คยองซูเสนอทางออกซึ่งแบคฮยอนพยักหน้าเห็นด้วย พูดจบก็แยกตัวไปดูก๊อกที่อยู่ไม่ไกลมากนัก เพียงแค่สองเก้าเด็กหนุ่มก็รีบหมุนก๊อกน้ำทันที ทว่าก็ต้องชะงักนิ่งไปเมื่อแท้จริงแล้วก๊อกน้ำมันไม่ได้ถูกเปิดไว้ตั้งแต่แรก


“มึง ก๊อกนี้ไม่ได้เปิดว่ะ” เพื่อนตาโตบอกขณะลอบเลียริมฝีปากอย่างประหม่า เขาลองหมุนมันอีกครั้งและก็พบว่าก๊อกไม่ได้ถูกเปิดไว้ตั้งแต่แรก--อันที่จริงอาจจะไม่ได้ถูกเปิดเลยก็ได้


แล้วที่น้ำในอ่างมันไหลออกมาหมายความว่าอย่างไร..


“อีกก๊อกรึเปล่า” เป็นอันรู้กันว่าอ่างอาบน้ำมีขนาดใหญ่พอสมควร ดังนั้นหากจะเติมน้ำเข้าไปจะใช้แค่ก๊อกเดียวก็คงไม่ทัน โรงเรียนจึงสร้างก๊อกไว้ทั้งหมด 2 ที่เพื่อให้มีน้ำทันใช้ ทว่าก๊อกแต่ละจุดนั้นไม่ได้อยู่ใกล้กัน เพราะอีกอันมันอยู่ฝั่งตรงข้ามกับก๊อกตัวแรก


“มึงลองไปดูดิ้” คยองซูพยักพเยิดหน้าให้เพื่อนตัวเล็กเดินไปดูเพราะอย่างไรมันก็ยืนอยู่ใกล้กว่า แบคฮยอนเองก็ไม่รอช้าที่จะไปตามเพื่อนว่า ขณะเดินก็พยายามที่จะไม่มองเข้าไปในอ่าง เพราะลึก ๆ แล้วก็แอบกลัวว่ามันจะเกิดเรื่องบางอย่างขึ้น กะอีแค่น้ำล้นออกมาขาแข้งก็แทบอ่อนแรงแล้ว..


ทันทีที่มาถึงบริเวณของก๊อกน้ำแบคฮยอนรีบจับแล้วหมุนปิดอีกครั้ง และเขาก็พบว่ามันถูกเปิดเอาไว้ตามที่สันนิฐานจริง ๆ เมื่อปิดก๊อกน้ำจนสนิท ก็ได้แต่ภาวนาว่าน้ำในอ่างจะหยุดไหล


แต่ความจริงแล้วไม่ใช่


มันมีบางอย่างที่มากกว่านั้น..


เกิดมา 16 ปี ไม่เคยคิดมาก่อนว่าโชคชะตาจะไม่เข้าข้าง เหตุใดจึงนำพาให้เจอกับเรื่องประหลาดมากมายขนาดนี้ แบคฮยอนอาจจะผิดที่เกิดมาจิตอ่อนกว่าคนทั่วไป เจออะไรก็ตกใจไปเสียทุกอย่าง โดยเฉพาะเรื่องลี้ลับ และเขาก็รู้สึกขอบคุณพระเจ้าเป็นบางครั้งที่ไม่ทำให้เขาเกิดมามีสัมผัสที่หก


แต่นั่นไม่ได้หมายถึงตอนนี้


บางอย่างเกิดขึ้นโดยไม่ทันตั้งตัว โดยเฉพาะน้ำในอ่างที่ต่างคนต่างคิดว่ามันจะหยุดไหล แต่ความจริงมันไม่ใช่--ไม่ใช่แค่หยุดไหล แต่กำลังมีคลื่นวงกลมเกิดขึ้นในอ่าง มันค่อย ๆ ขยายตัวเป็นวงกว้าง สร้างตัวเป็นเกลียวคลืน ดูดกลืนน้ำในอ่างเข้าไปข้างในเหมือนน้ำวนอย่างน่าประหลาด


มันจะเป็นไปได้อย่างไร ทั้งที่น้ำในอ่างกำลังถูกดูดเข้าไป แต่กลับมีน้ำบางส่วนที่เอ่อล้นไหลออกจากอ่างเหมือนตอนแรกที่พวกเขาเจอ


คยองซูที่มองเห็นเหตุการณ์ทุกอย่างก็ได้แต่อ้าปากค้าง ตัวแท็งทื่อ คิดไม่ออกด้วยซ้ำว่าเรื่องแบบนี้มันเกิดขึ้นได้อย่างไร ขณะเดียวกันก็เงยหน้ามองเพื่อนสนิทที่ยืนอยู่ฝั่งตรงข้าม แบคฮยอนเองก็ดูแปลกใจไม่ต่างอะไรจากเขา


ผิดแต่สีหน้าของอีกฝ่ายที่แน่นิ่งไป--เหมือนไม่มีชีวิต


“แบค..แบคฮยอน”


ความรู้สึกคอแห้งเป็นอย่างไรคยองซูคิดว่าตัวเองกำลังได้สัมผัส เขาเอ่ยปากเรียกเพื่อนอย่างไม่เต็มเสียงนัก “แบคฮยอน..มึงได้ยินที่กูเรียกไหม?”


ไม่มีการตอบรับจากคนตรงข้าม มีแต่สองเท้าของมันที่ค่อย ๆ ก้าวเข้ามาใกล้อ่างน้ำ โดยไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไร แต่คยองซูสัมผัสได้ว่ามันต้องมีบางอย่างผิดปกติแน่ ๆ


“แบคฮยอน!!”


“...”


“ไอ้เหี้ย! มึงกำลังทำกูกลัวนะเว้ย!!”


อีกครั้งที่เขาตะโกนเรียกเพื่อนตรงหน้า แต่ดูเหมือนว่าแบคฮยอนจะถูกปิดกั้นจากสิ่งรอบข้าง สายตาของมันเอาแต่จดจ้องเข้าไปในอ่าง เหมือนเห็นบางอย่างที่คยองซูเองก็ไม่อาจมองเห็น เขาไม่รู้ว่าควรจะทำอย่างไรกับสถานการณ์ในตอนนี้ ใจหนึ่งก็อยากจะวิ่งไปกระชากเพื่อนสนิทให้ออกห่างจากอ่างน้ำนั่น แต่อีกใจก็กลัวว่าบางอย่างจะเกิดขึ้นเช่นกันถ้าหากเขาก้าวขาแม้แต่ก้าวเดียว


โดยเฉพาะกับน้ำในอ่างที่เริ่มเปลี่ยนสีเข้ม จะมองว่าเป็นเพราะฝุ่นผงจากการก่อสร้างก็ไม่ใช่ ซึ่งเขาก็มั่นใจว่าตนไม่ได้ตาฝาดแน่ที่เห็นว่าน้ำสีใสกลายเป็นสีของเลือด..โดยเฉพาะน้ำที่กำลังไหลมายังบริเวณที่เขายืนอยู่


จู่ ๆ ก็มีกลิ่นเหม็นหืดชวนคลื่นไส้--กลิ่นเหมือนของเน่าเสีย--กลิ่นเหมือนมีบางอย่างตาย


และถ้าใช่ คยองซูก็คิดว่าตนกำลังเจอกับของจริงเข้าให้ เมื่อสายตาเห็นบางอย่างคล้ายกับตัวหนังสือปรากฏขึ้นตรงหน้า



‘ อ ย่ า ยุ่ ง ’









“แ บ ค ฮ ย อ น”


มีใครบางคนกำลังเรียกชื่อของเขา แบคฮยอนได้ยินเสียงนั่นแผ่วเบาราวกับเสียงกระซิบ  มันเบาชนิดที่เขาต้องกลั้นหายใจเพื่อฟังอีกครั้ง



“แบคฮยอน”


คราวนี้เขาได้ยินมันชัดขึ้น เสียงของผู้ชาย--เสียงของใครสักคนที่กำลังเรียก แบคฮยอนกวาดสายตามองหาทิศทางของเสียงนั่น กระทั่งชื่อของเขาถูกเรียกอีกเป็นครั้งที่สาม


“แบคฮยอน”


นัยน์ตากลมแน่นิ่งไปราวกับถูกสะกดจิต ใบหน้าเรียวหันกลับไปยังอ่างด้านหลัง สายตาจดจ้องไปยังคลื่นของเหลวที่เกิดขึ้นเหนือผิวน้ำ มันแผ่ขยายเป็นวงกว้าง หมุนวนดูดเข้าไปในอ่างคล้ายกับมีคนเปิดท่อทิ้งน้ำ แต่มันจะเป็นไปได้อย่างไร ทั้งที่บริเวณนี้ก็มีแค่เขากับเพื่อน และก็ไม่มีใครคิดจะเปิดท่อน้ำทิ้งแน่ ๆ


แต่ก็น่าสงสัย จู่ ๆ ก็มีน้ำวนเกิดขึ้นกลางอ่างเนี่ยนะ? ไม่รู้ว่าอะไรดลใจให้ขาทั้งสองข้างค่อย ๆ เดินก้าวเข้าไปใกล้ เหมือนความอยากรู้มันชนะความกลัวที่กำลังก่อตัวขึ้นในใจ แบคฮยอนคิดว่าเขากำลังจะกลายเป็นบ้า แต่เหมือนว่าร่างกายนี้ไม่ได้อยู่ภายใต้การควบคุมของเขา


เหมือนกับว่านี่ไม่ใช่เขา…


คลื่นน้ำเริ่มขยายตัวกว้างขึ้นเมื่อเด็กหนุ่มเดินก้าวเข้าไปใกล้ เขาสัมผัสได้ว่าตอนนี้ตนกำลังอยู่ชิดติดกับขอบอ่าง ทั้งยังเอาแต่จับจ้องมันราวกับว่ากำลังจะมีบางอย่างปรากฏให้เห็น อาจจะเป็นพื้นของอ่างน้ำ เพราะน้ำวนขนาดใหญ่มันทำให้จินตนาการว่าถ้าหากถูกดูดลงไปแล้วเขาจะไปโผล่ที่ไหน


แต่นั่นมันก็แค่ความคิด จะเป็นจริงได้อย่างไร และถ้าหากว่าดวงตาของเขายังทำงานปกติ สิ่งที่เขากำลังเห็นอยู่ตอนนี้คือรูปร่างของน้ำวนกำลังผิดแปลกออกไป มันมีลักษณะไม่ต่างอะไรจากใบหน้า..


ใบหน้าของใครสักคนที่แบคฮยอนไม่เคยเห็น


ทว่าทำไม... เขากลับคุ้นเหลือเกิน


มันคงเป็นอาการตาฝาดหรือว่าเพราะกลางวันเขาไม่ได้กินข้าว ภาพหลอนตรงหน้าจึงปรากฏขึ้นมาได้ชวนเสียขวัญอย่างไรอย่างนั้น บางทีมันอาจจะเป็นเงาสะท้อนของเขาที่กระทบกับผิวน้ำก็ได้


แต่ว่านะ.. นั่นน่ะควรจะเป็นรูปหน้าพิมพ์เดียวกับเขาไม่ใช่รึไง


และแบคฮยอนก็มั่นใจว่าตัวเองไม่ได้ยื่นมือขึ้นมาแบบนี้แน่--ใช่.. เขาไม่ได้..


“แบคฮยอน!!!!”



ตู้ม!!!!!!!!!!!!!


แรงกระชากจากฝ่ามือปริศนาดึงร่างของแบคฮยอนให้ผลุบหายเข้าไปในอ่างกระเบื้อง คลื่นน้ำแตกกระจายเป็นวงกว้าง กระทั่งคยองซูเองที่เห็นเหตุการณ์ทุกอย่างก็ตกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น มันไม่ใช่แค่ตัวหนังสือสีเลือดที่ปรากฏขึ้นบนพื้น แต่เพื่อนสนิทที่ยืนจ้องอ่างอยู่ดี ๆ ก็หล่นเข้าไปในอ่างอย่างไม่มีสาเหตุ


“มึ-ง..แค่ก คยองซู! อึก!”


แบคฮยอนตะเกียกตะกายเหนือผิวน้ำก่อนจะผลุบหายเข้าไปในอ่างอีกรอบท่ามกลางความตกใจของเพื่อนสนิท คยองซูไม่รู้ว่าตนควรจะทำอย่างไรต่อไป สถานการณ์มันไม่ชอบมาพากลตั้งแต่เดินเข้ามาในห้องน้ำนี้แล้ว โดยเฉพาะกลิ่นเหม็นเน่าที่เหมือนหมาตายลอยคละคลุ้งไปทั่ว มันทำให้เขาอยากจะอาเจียนออกมา


“ไอ้เหี้ยแบค กูไม่ตลกนะเว้ย!!”


คยองซูคิดว่าตัวเองกำลังจะร้องไห้ เขาไม่คิดว่าตัวเองต้องมาเจอเรื่องบ้า ๆ นี่และไอ้เรื่องที่ว่ามันกำลังเกิดขึ้นกับเพื่อนสนิทของเขาเอง จะบอกว่ามันโง่ก็ไม่ใช่ อ่างน้ำแค่นั้นมึงตกลงไปก็ควรจะโผล่หัวขึ้นมาได้แล้ว ไม่ใช่มาดิ้นทุรนทุรายเหมือนคนกำลังจะจมน้ำตายแบบนี้!


“แบคฮยอน!! นี่ไม่ใช่เวลาเล่นนะไอ้สัส!!” ดวงตากลมโตจ้องท่อนแขนของเพื่อนที่ตะกายเหนือผิวน้ำ ทุกอย่างดูสมจริงเหมือนว่ามันกำลังจะจมจริง ๆ ทั้งที่อ่างนั่นมันก็แค่ระดับเอว วินาทีนั้นคยองซูแทบจะวิ่งเข้าไปคว้าตัวเพื่อนขึ้นมา เอาจริงมันคือสิ่งแรกที่เขาควรทำ แต่ถ้านั่นไม่ใช่เพราะตัวอักษรสีเลือดที่อยู่ตรงหน้าหรือว่ากระแสน้ำสีแดงฉานที่ไหลเข้ามาใกล้เขาเรื่อย ๆ ราวกับต้องการไม่ให้เข้าไปยุ่ง


ทุกอย่างมันชวนให้ขนลุกและคิดว่าเรื่องนี้มันไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ ใช่ โดยเฉพาะไอ้แบคฮยอนที่หายเข้าไปในอ่างน้ำนั่น


“ช-เชี่ย นี่มันเรื่องเหี้ยไรวะเนี่ย” เด็กหนุ่มสบถด้วยเสียงสั่นอย่างหวาดกลัว โอเค ต่อไปนี้ใครจะหาว่าเขากลัวผีเขาก็ไม่ปฏิเสธหรอก ก็ลองมาเจอของแรงแบบที่นี่ดูบ้างไหมละ! แล้วกูจะเอายังไงต่อดีวะ กลัวก็กลัว แต่เพื่อนก็ตกเข้าไปในอ่างน้ำผีสิงนั่น!


เออ!!! อ่างเหี้ยไรไม่รู้แต่กูขอเรียกอ่างผีสิงไว้ก่อนอ่ะ!!


“ไอ้ฉิบหายเอ้ย ฉิบหายๆๆๆ แล้วกูต้องทำยังไงวะ!” ทั้งอยากร้องไห้ ทั้งอยากวิ่งออกจากไปห้องน้ำบ้านี่ แต่จะไปคนเดียวมันก็ไม่ใช่ป้ะวะ


มากับเพื่อนกูก็ต้องออกไปกับเพื่อนกูดิ!!


แล้วคิดว่าจะสนใจหรอกะอีแค่คำขู่ที่ถูกเขียนด้วยเลือดน่ะ เออ!! กูสนไงกูถึงยืนตัวแข็งทื่ออยู่แบบนี้ แต่นั่นก็เท่ากับว่าคยองซูรักชีวิตตัวเองมากกว่าเพื่อน ถ้าจะตอบว่าใช่ก็ดูใจหมาเกินไป แต่วินาทีนี้เป็นตายร้ายดียังไงก็ต้องช่วยเพื่อนขึ้นมาให้ได้ก่อนละวะ!


เด็กหนุ่มสูดลมหายใจเข้าปอดลึก “ไม่ๆๆ ม-มึงต้องไม่กลัวดิวะ อีเหี้ย มือช่วยหยุดสั่นได้ไหมว-วะ” เขาพยายามไม่นึกถึงน้ำสีเลือดหรืออะไรก็ตามที่กำลังทำให้เขารู้สึกกลัว ใช่ กูต้องไม่กลัว สิ่งที่กูควรกลัวคือเพื่อนกูกำลังจะตาย และกูต้องไปช่วยมัน!!


คิดได้แบบนั้นขาทั้งสองข้างที่เคยคิดว่าอ่อนแรงก็วิ่งเข้าไปใกล้อ่างตรงหน้า ทั้งที่คิดว่าตัวเองจะต้องหัวใจวายตายให้ได้เมื่อโดนของจริงเล่นเข้าให้ แต่ใครมันจะมีเวลาไปกลัวได้วะในเมื่อเพื่อนกำลังจะตาย คยองซูได้แต่กัดฟันแข็งใจลืมตามองเข้าไปในอ่างน้ำที่ไม่มีแม้แต่ร่างของสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่าแบคฮยอน วินาทีนั้นน้ำตามันเอ่อคลอขึ้นห้ามไม่ได้


เมื่อกี้ก็เพิ่งเห็นว่าเพื่อนหล่นเข้าไปในอ่าง แต่ทำไมตอนนี้มัน..มัน..ไม่มีอะไรเลย


ใช่--ไม่มีอะไรเลยแม้แต่คลื่นน้ำประหลาด ๆ หรือว่าสีแดงฉานนั่น!


น-นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน--!!!!




ปัง!!!!


โดคยองซูสะดุ้งเฮือกเมื่อเสียงดังลั่นของประตูดังขึ้น เขาแทบจะเข่าอ่อนทรุดลงไปกับพื้นแต่ก็ต้องยืนนิ่งค้างเมื่อเห็นร่างสูงโปร่งของใครบางคนยืนอยู่หน้าทางเข้า ไม่ทันจะได้คิดว่ามันเกิดอะไรขึ้น จู่ ๆ ผู้ชายคนนั้นก็วิ่งเข้ามาใกล้อ่างน้ำก่อนจะควานมือเข้าไปในใต้น้ำและคว้าเอาร่างของเพื่อนสนิทขึ้นมาเหนือน้ำ


ทุกอย่างมันเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วเมื่อจู่ ๆ ร่างของเพื่อนสนิทที่เขาคิดว่าตอนแรกไม่เห็น กลับถูกผู้ชายแปลกหน้าที่ไหนไม่รู้มาช่วยเอาไว้ แบคฮยอนคอพับราวกับคนไร้สติ มองเผิน ๆ อีกทีก็เหมือนร่างกายที่ไม่มีชีวิต


คยองซูอดคิดไม่ได้เลยว่าถ้าหากเพื่อนตายขึ้นมาจริง ๆ จะเกิดอะไรขึ้น


ในตอนนั้นทั้งมือสั่น ปากสั่นไม่หยุด คยองซูกลัวจนทำตัวไม่ถูก เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าต้องทำอะไรต่อไป ยิ่งเห็นว่าร่างของเพื่อนแน่นิ่งไปแบบนั้นด้วยแล้ว ให้ตายเถอะ คยองซูรู้สึกผิดที่ไม่คิดจะเข้าไปช่วยตอนแรก ใช่ เขาต้องรู้สึกผิดมากแน่ ๆ ถ้าหากว่าอีกฝ่ายเป็นอะไรไป


“ช่วยหน่อย” ชายแปลกหน้าคนนั้นว่าพลางพยักพเยิดหน้าให้เขาเข้าไปช่วยประคองเพื่อน แต่เด็กหนุ่มกลับยืนนิ่งเหมือนเริ่มต้นไม่ถูก “มัวรออะไรอยู่!” อีกครั้งที่ชายคนนั้นว่าทำเอาคนถูกสั่งสะดุ้งเฮือกใหญ่ เขาพยักหน้ารัวก่อนจะยื่นแขนสั่น ๆ เข้าไปช่วย ทั้งสองพยุงร่างหมดสติของแบคฮยอนออกจากอ่างน้ำก่อนจะช่วยกันอุ้มไปวางข้างผนังท่ามกลางความขวัญเสียของคยองซู


มันเกิดอะไรขึ้น แล้วผู้ชายคนนี้เป็นใคร ทำไมถึง--



ปึง! ปัง! ๆๆๆๆๆๆๆ

อีกครั้งที่หัวใจแทบวายตาย ใจของคยองซูหล่นไปอยู่ที่ปลายเท้า เมื่อหน้าต่างประตูที่เคยปิดสนิทถูกเปิดปิดปึงปังราวกับโดนใครแกล้ง แต่นั่นไม่ใช่ จังหวะถี่และแรงส่งเกรี้ยวกราดนั่นทำให้คยองซูรู้ดีว่านี่ไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้นได้ ทุกอย่างมันประหลาดโดยเฉพาะอ่างน้ำผีสิงนั่นกำลังกระเพื่อมอย่างรุนแรงเหมือนมีคลื่นสึนามิหลบอยู่ใต้นั้น


“แบคฮยอน.. ได้ยินไหม แบคฮยอน..” ผู้ชายแปลกหน้าไม่ได้สนใจกับเรื่องบ้า ๆ ที่เกิดขึ้นรอบข้าง เขาเอาแต่ตบแก้มเรียกเด็กที่หมดสติให้ตื่นขึ้นมาก่อนที่ทุกอย่างมันจะแย่ไปกว่านี้ “แบคฮยอน..”


จากที่เคยคิดว่าในหนังผีมันก็คือสิ่งที่มนุษย์สร้าง ไม่ใช่เรื่องจริงที่แอบอ้างขึ้นมาให้กลัวจนขวัญอ่อน แต่นั่นมันก็คงเป็นความคิดเมื่อก่อนเพราะตอนนี้ทุกอย่างมันกำลังเกิดขึ้นจริง ๆ สติของเด็กหนุ่มตาโตแทบจะไม่อยู่กับเนื้อกับตัวเมื่อเสียงต่าง ๆ ปึงปังนั่นดังแรงขึ้นกว่าเดิม



ปัง ๆๆๆๆๆ

ปัง!!



“หยุดเล่นสักทีได้ไหม!!”


จู่ ๆ ผู้ชายที่เพิ่งเข้ามาใหม่ก็ตะโกนลั่นอย่างไม่มีสาเหตุ อีกฝ่ายหันหน้ามองจ้องไปยังอ่างน้ำที่กำลังปั่นป่วนได้ที่ น้ำในอ่างกระจายออกรอบทิศทางเหมือนมีบางอย่างที่อยู่ในนั้นกำลังโกรธเช่นกัน



“มึงเสือกอะไร!!!”



คยองซูคิดว่าตัวเองกำลังเป็นบ้า เสียงแหบทุ้มพร่าที่ข่มประสาทนั่นดังลั่นขึ้นมา มันทำเอาเขาตัวแข็งค้างไม่กล้าขยับไปไหน ทั้งที่คิดว่าผู้ชายคนข้าง ๆ ก็ไม่ได้พูดอะไร ไอ้แบคฮยอนก็ยังไม่ได้สติ แล้วจะมีใครอื่นอีกที่อยู่ในห้องน้ำแห่งนี้เป็นคนพูด..



“ถอยออกไปนี่ไม่ใช่เรื่องของมึง!!!”



เสียงนั่นดังขึ้นอีกครั้งเป็นการตอกย้ำว่ามันคือเรื่องจริง


“คนที่ควรถอยคือมึง ไม่ใช่กู”


ไม่รู้ว่าชายแปลกหน้ากำลังตอบโต้กับอะไรอยู่ แต่ดูท่าแล้วมันไม่ใช่สิ่งทั่วไปที่สามารถตอบโต้ได้ เด็กหนุ่มได้แต่มองอีกฝ่ายด้วยสายตาที่บอกอะไรไม่ถูก เขาไม่รู้ว่าตัวเองควรจะรู้สึกอย่างไร กระทั่งหันมองตามทิศทางสายตาของผู้ชายคนนั้น


และมันก็ทำให้เขาเห็นบางอย่าง..


โดยเฉพาะสิ่งที่คล้ายกับครึ่งใบหน้าของคนที่โผล่ขึ้นมาเหนือน้ำในอ่าง


ดวงตาแข็งกร้าวจ้องเขม็งมายังชายแปลกหน้าอย่างอาฆาตแค้น สีของมันแดงฉาวราวกับเลือด และคยองซูก็มั่นใจว่าคนปกติไม่มีทางหายใจใต้น้ำได้แบบคนคนนั้นหรอก


ถ้าหากว่านั่นเป็น—


“ผ-ผ-...ผี!!!”



สติของเขาดับลงในทันทีเมื่อรับรู้เรื่องราวที่เกิดขึ้น ร่างของคยองซูล้มพับหลับไปข้าง ๆ เพื่อนสนิท เหลือเพียงชายแปลกหน้าที่เพิ่งเข้ามาช่วยเพื่อนเขาไว้และใครอีกคนที่กำลังจะพรากเอาชีวิตของเด็กผู้ชายคนนั้นไป


ไม่มีเสียงอื่นใดนอกจากสายตาของทั้งสองที่จดจ้องกันอย่างไม่ลดละ ประตูห้องน้ำที่เคยปิดกระแทกปึงปังก็เงียบกริบราวกับไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน หรือต่อให้มันเกิดขึ้นอีกครั้งก็ดูท่าว่าจะเป็นการประกาศว่าหลังจากนี้การเจรจาคงไม่ช่วยอะไร เพราะความคุกรุ่นที่ประทุอยู่ภายในใจมันคงมีมากกว่าที่ทั้งสองจะทำแค่จ้องหน้ากัน


“มึงไม่มีสิทธิ์ในตัวเด็กคนนี้ ปล่อยเขาไปซะ”


ชายแปลกหน้าที่ประคองร่างของแบคฮยอนอยู่คิดว่าถ้าหากตัวเองมาช้ากว่านี้จะเกิดอะไรขึ้น เมื่อบุคคลที่อยู่ในอ่างกำลังจะคร่าเอาชีวิตของเด็กที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่ไป อีกฝ่ายดูไม่ยี่หระอะไรด้วยซ้ำแถมยังดูจะแค้นใจเอาเรื่องที่เขาเข้ามาขัดขวางเอาไว้


“แล้วมึงคิดว่าตัวเองมีอย่างนั้นหรอ?” น้ำเสียงเยือกเย็นพูดกลับออกมาอย่างย้อกย้อน เพราะเขาเองก็ไม่คิดว่าจะมีใครที่มีสิทธิ์ในตัวเด็กคนนั้น


“แต่มึงไม่มีสิทธิ์ทำตามอำเภอใจ” เมื่อพูดจบ ประโยคนั่นก็เรียกเสียงหัวเราะทุ้มต่ำของคนในอ่างให้ดังกึกก้องไปทั่วห้องน้ำ เสียงหัวเราะที่มีแต่ความสมเพช เสียงที่ไม่ต่างอะไรจากปิศาจ

“หึ ใครกันแน่ที่ทำตามอำเภอใจ”

“เด็กคนนั้นไม่ใช่ของใคร.. และถึงมึงบอกว่ากูไม่มีสิทธิ์..”

“อย่าลืมว่ามึงเองก็ไม่มีเหมือนกัน..”



“ปาร์คชานยอล”









“แค่ก! แค่ก ๆ” แบคฮยอนสำลักน้ำออกมาระลอกใหญ่เมื่อได้สติ เขารู้สึกเหมือนตัวเองกำลังจะตายแต่กลับรอดมาได้อย่างเหลือเชื่อ ดวงตาเรียวกระพริบถี่ก่อนจะเห็นสิ่งที่อยู่ตรงหน้าเป็นเพดานโล่งโปร่ง กระทั่งความเย็นที่แผ่ซ่านรอบตัวและพื้นชื้นแฉะแข็ง ๆ นี่ก็ทำให้เขารู้ได้ทันทีว่าตอนนี้ตนกำลังอยู่ที่ไหน


เด็กหนุ่มเด้งตัวขึ้นมาอย่างตกใจขณะเดียวกับที่เหลือกตามองสิ่งรอบข้างด้วยอาการตื่นกลัว ใช่! ไอ้ที่เขากำลังนอนอยู่คือพื้นห้องน้ำชั้นสาม แล้วมันเกิดอะไรขึ้น ทำไมเนื้อตัวเขาเปียกปอนแบบนี้ แล้วคยองซูล่ะ คยองซู--!!


ขณะที่กำลังจะกวาดสายตามองหาเพื่อนสนิท แต่มีบางสิ่งที่สะดุดตาเขามากที่สุด ดูเหมือนว่าจะเป็นใครบางคนที่กำลังจ้องหน้าเขาอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกล


“ฟื้นแล้วหรอ”


“ฮ--!!!!”


วินาทีนั้นรูม่านตาขยายกว้าง อาการตกใจแล่นพล่านขึ้นมาทันทีจนแทบจะแหกปากร้อง แต่เพราะสายตาคุ้นเคยที่จ้องกลับมานั้นทำให้เขาห้ามเสียงของตัวเองไว้ทันท่วงที


“พ-พี่..”


“...”


“พี่ชานยอล..”


แบคฮยอนคิดว่าตัวเองต้องตาฝาดแน่ ๆ ที่เห็นว่าคนตรงหน้าคือคนที่เขากำลังตามหามาทั้งอาทิตย์ พี่ชานยอลกำลังนั่งขัดสมาธิจ้องหน้า คล้ายกับว่าอีกฝ่ายนั่งเฝ้าเขามาได้สักพัก


“เกิด-เกิดอะไรขึ้น ทำไมผมถึง…” ในตอนนั้นเด็กหนุ่มคิดไม่ออกเลยแม้แต่น้อยว่าเรื่องราวมันเป็นมาอย่างไร ทำไมผู้ชายที่เขาตามมาตลอดถึงได้ปรากฏตัวอยู่ตรงหน้าอย่างง่ายดาย แถมอีกฝ่ายชอบโผล่มาทุกครั้งเวลาที่เขาเจอเรื่องประหลาด


ครั้งนี้ก็เช่นกัน..


“ไม่รู้จะอธิบายให้เข้าใจยังไง”


“...”


“แต่คราวหลัง.. อย่าออกมาเพ่นพ่านดึกดื่นแบบนี้อีก เข้าใจไหม”


ชานยอลพูดด้วยน้ำเสียงปกติ แต่คนฟังอย่างแบคฮยอนกลับมองว่ามันไม่ปกติ เด็กหนุ่มขมวดคิ้วมุ่นพยายามจะปะติดปะต่อเรื่องราวทั้งหมด “พี่ชานยอล ผม..”


“กูรู้ว่ามึงต้องการอะไร แต่ตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่จะมาถาม” ไม่ทันที่เด็กหนุ่มจะพูดจบ คนเป็นพี่ก็พูดขัดเอาไว้ก่อน แบคฮยอนไม่รู้ว่าทำไมอีกฝ่ายถึงรู้ว่าเขาจะพูดอะไร ในตอนนั้นไม่มีใครเอ่ยอะไรออกมาก่อน แต่ก็เป็นจังหวะเดียวกับที่เขาจ้องดวงตาของคนตรงหน้าเพื่อหาความจริงบางอย่าง แต่ก็กลับไม่พบอะไร


ไม่พบแม้แต่แววตาของการมีชีวิต..


“ผมไม่เข้าใจ”


“แบคฮยอน”


“...”


“บยอนแบคฮยอน”


“ค-ครับ..”


ถ้าถามว่ารู้ไหมว่าสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นไม่ใช่เรื่องปกติ แบคฮยอนก็คิดว่าตัวเองไม่ได้โง่เกินกว่าจะจับอะไรไม่ได้ แต่ในตอนที่อีกฝ่ายเรียกชื่อจริงของเขา แบคฮยอนก็เผลอครางรับอย่างลืมตัว ไม่รู้ว่าคิดไปเองหรือเปล่าว่ามีบางอย่างผิดแปลกออกไป พี่ชานยอลดูไม่ใช่คนเดิมที่เขาเคยเจอมาก่อนหน้านี้ ทั้งนิ่งเรียบ เงียบขรึม และลึกลับเกินกว่าจะเข้าใจ


เขาไม่สามารถคาดเดาได้เลยสักนิดว่าอีกฝ่ายกำลังคิดอะไร พี่ชานยอลไม่ได้พูดอะไรต่อนอกจากจ้องหน้าเขานิ่ง ก่อนที่ครู่ต่อมาจะขยับลุกขึ้นเดินเข้ามาใกล้ ฝ่ามือใหญ่ของรุ่นพี่ชานยอลที่เคยช่วยชีวิตเขาไว้หลายครั้งกำลังยื่นมือมาตรงหน้า ราวกับเป็นนัยต้องการจะบอกอะไรบางอย่าง


“กูไม่เคยคิดจะลากใครเข้ามาเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้อีกแล้ว”


น้ำเสียงนิ่งเรียบของชานยอลพูดออกมาพร้อมกับดวงตาที่สบกันของเราทั้งคู่ “แต่ตอนนี้..มีแค่มึงที่ช่วยกูได้”


“...”


“แบคฮยอน..” คนถูกเรียกกระพริบตามองหน้าอีกฝ่ายอย่างไม่เข้าใจ แบคฮยอนไม่รู้ว่ามันเกิดจากอะไรแต่เขาเห็นดวงตาของอีกฝ่ายคล้ายกับคนกำลังขอร้อง สายตาเว้าวอนขอความช่วยเหลือของรุ่นพี่ชานยอลทำให้เขาแทบหยุดหายใจ


“มีแค่มึงที่ช่วยกูได้”


“...”


“ช่วยพี่ด้วย..”







“ช่วยพี่ด้วย แบคฮยอน”










END PART
- Yearbook -







TBC.



________________________



#ฟิคคืนศุกร์






TF:)
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 47 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

173 ความคิดเห็น

  1. #134 ssan2 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2561 / 00:49
    ช่วยอะไรอ่าาาชานยอล
    #134
    0
  2. #119 ขี้ชิป (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2561 / 02:12
    หรือว่าพี่ชานช่วยแบคจากผีคนอื่นฮือ ร้องไห้ตอนตีสอง
    #119
    0
  3. #110 kaokaomomom (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2561 / 23:41
    คืองงว่าอะไรอยู่ในอ่าง
    #110
    0
  4. #104 little daffodil (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 30 เมษายน 2561 / 00:32
    น่ากลัวมากอะ ฉากห้องอาบน้ำรวมเป็นอะไรที่จะหลอนเราตลอดไป
    #104
    0
  5. #90 คิ้วสาหร่าย (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 20 เมษายน 2561 / 18:51
    ขนลุกเลยอ่ะตอนอ่าน ขอบคุณมากๆที่มาเปิดเป็นเรื่องยาวนะคะฮืออออ
    #90
    0
  6. #84 ahciin (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 14 เมษายน 2561 / 19:55
    ว่าแล้วชานยอลต้องการให้แบคช่วย! ต้องเกี่ยวข้องกับการที่ชานยอลตายแน่ๆ
    #84
    0
  7. #76 คุณเปย์เปย์โร่ว (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 14 เมษายน 2561 / 10:00
    รอนะรีบๆมานะะะ ลุ้นนน
    #76
    0
  8. #70 aunaunmtyj (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 14 เมษายน 2561 / 01:56
    ไม่ได้มีแค่พี่ชานยอบคนเดียวอ่ะดิที่ตายหรือยังไง ลุ้นนน พร้อมความหบอน
    #70
    0
  9. #64 Peach9 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 13 เมษายน 2561 / 20:43
    ตั้งแต่อ่านมาคือหลอนทุกตอนอ่ะ มาอัพวันศุกร์ที่13สมชื่อจริงๆค่ะ แล้วฟิคเรื่องนี้จะจบตอนไหนน้ออออออออ555555 แบบแกเอ้ยยยยยแกปมเยอะมาก มันหลอนแบบหน้ากลัวอ่ะ เอออยังไงก็รออ่านกันเนาะ!555555
    #64
    0
  10. #61 Tigorn (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 13 เมษายน 2561 / 19:07
    อัพอีกทีก็13ก ค เลยอ่าาา นานมากกกกฮือออ
    #61
    1
    • #61-1 Tigorn(จากตอนที่ 7)
      13 เมษายน 2561 / 19:10
      แล้วอีกทีก็13ก.ย62เลยอาาา
      #61-1
  11. #59 ploywahn (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 13 เมษายน 2561 / 18:45
    สนุกมากเลยค่ะ เป็นกำลังใจให้ไรท์นะ รออออ~
    #59
    0