[ exo SF/OS ] คลังฝัน - chanbaek

ตอนที่ 8 : Good for you #4 end

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 20,438
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 308 ครั้ง
    27 ต.ค. 58








GOOD FOR YOU


























 

“แบคฮยอน วันนี้ไปกินข้าวด้วยกันไหม” เสียงของเฉินเรียกความสนใจของแบคฮยอนให้ละสายตาจากหนังสือเงยหน้าขึ้นไปมอง เห็นเพื่อนในคลาสที่เคยติวให้ครั้งที่แล้วกำลังยืนตาหยีส่งยิ้มแฉ่งมาให้

 

“อ่า..คือเรามีนัดแล้วหน่ะ” แบคฮยอนยิ้มแห้งให้ เขารู้สึกเสียใจเล็กน้อยที่ไม่สามารถไปตามคำชวนของอีกฝ่ายได้ ก็จะให้ทำยังไงล่ะ อีกไม่กี่นาทีข้างหน้าเขาก็ต้องไปตามนัดแล้ว

 

“ไม่เป็นไร ไว้คราวหน้าละกัน” เฉินเองก็ไม่ได้เซ้าซี้อะไรนอกเสียจากยิ้มกว้างให้อีกฝ่ายก่อนจะเดินกลับเข้ากลุ่มเหมือนเดิม เห็นสายตาของกลุ่มเพื่อนที่กำลังพากันสงสัยว่าทำไมถึงเดินมาคนเดียว

 

“ป่ะพวกมึง”

 

“อ่าว แล้วแบคฮยอนล่ะ” จงอินถามขึ้น

 

“เห็นว่ามีนัดแล้ว” คำตอบของเฉินทำเอาทุกคนฉงนใจทันที และที่น่าจะแปลกใจที่สุดก็คงเป็นคนตัวสูงที่ขมวดคิ้วเข้าหากัน

 

“นัดกับใคร” ชานยอลถาม

 

“แหม อยากรู้มากก็เดินเข้าไปถามเองเลยไหมล่ะ” เป็นจงอินที่เอ่ยแขวะเพื่อน นับวันไอ้บ้านี่ยิ่งทำตัวน่าหมั่นไส้ โคตรอยากจะเอาไฟมาลนปากมันจริงๆ เมื่อไหร่จะเล็กทำตัวปากแข็งซะที

 

ชานยอลไม่ได้ใส่ใจกับคำพูดของจงอินและมือหนากำลังล้วงโทรศัพท์ออกมาเพื่อที่จะกดโทรหาอีกฝ่าย ทั้งๆ ที่อยู่ใกล้แค่นี้ แต่เขาไม่อยากเดินเข้าไปหาเพราะเดี๋ยวไอ้พวกเวรนี่มันจะแซวจนคนตัวเล็กไม่กล้ามากับเขา

 

แต่ยังไม่ทันที่จะได้กดโทรออก ภาพตรงหน้าก็ทำเอาชานยอลขมวดคิ้วมองอีกครั้ง

 

และดูเหมือนว่าไม่ใช่เขาคนเดียวที่เห็นภาพตรงหน้า หลายชีวิตที่อยู่บริเวณนั้นก็ต่างมองไปยังแบคฮยอนเป็นตาเดียว รวมถึงร่างสูงโปร่งของใครบางคนที่เพิ่งเดินเข้ามาในห้องเมื่อครู่

 

“เฮ้อ มัวแต่ลีลา เจอเดือนบริหารคาบไปแดกแล้วจะร้องไม่ออก” เซฮุนพูดขึ้นพร้อมกับเหล่ตามองไปทางแบคฮยอนที่ตอนนี้มีเดือนบริหารรูปหล่อเดินเข้ามาทัก ทักแบบไม่ธรรมดาด้วยนะ เห็นมีการให้ถุงอะไรสักอย่างที่มีรอยยิ้มหล่อบาดใจนั่นแถมมาด้วย และแบคฮยอนเองก็ยิ้มกลับเหมือนกัน

 

อย่าหาว่าแอบมองเลย ที่จริงแบคฮยอนหน่ะไม่เคยเป็นจุดสนใจของคณะตั้งแต่เข้าปีหนึ่งใหม่ๆ แล้ว แถมอีกฝ่ายก็ทำตัวเงียบ เรียบ เฉิ่มเบ๊อะจนคนอื่นๆ ไม่อยากเข้าหา มีบ้างที่มีคนเข้ามาคุยด้วยเพราะว่าสงสาร แต่พอเจอเจ้าตัวตอบกลับแบบนิ่งๆ แล้วก็ต้องถอยทัพกลับไปตั้งตัว

 

แต่ช่วงหลังๆ มานี่รู้สึกว่าแบคฮยอนเปลี่ยนไปมาก ไม่ว่าจะเป็นการที่อีกฝ่ายยิ้มให้คนอื่นบ่อยขึ้น หรือเริ่มเข้ามาพูดบ้าง ถึงแม้จะถามแต่เรื่องงานก็เถอะ แต่ก็ถือว่าเป็นสัญญาณที่ดีที่อีกฝ่ายเริ่มรู้จักเข้าหาคนอื่น

 

ยิ่งไปกว่านั้นคือเสน่ห์อันเหลือร้ายของคนตัวเล็กที่พวยพุ่งออกมาจากร่างกายนั่นอย่างไม่น่าเชื่อ เออ เซฮุนไม่อยากจะเชื่อเลยสักนิดว่าคนอย่างแบคฮยอนที่ไม่เคยมีอะไรเลยจู่ๆ ก็กลับน่ามองขึ้นมาอย่างประหลาด แค่อีกฝ่ายทำปากกาหล่นคนก็หันมามองรอบห้องตอนที่นิ้วเรียวนั่นหยิบปากกาขึ้นมา ทำเอาใจสั่นไปตามๆ กันทั้งคลาส

 

 และตอนนี้ดูท่าเสน่ห์ของแบคฮยอนจะไปเข้าตาเดือนบริหารปีสามเข้าอย่างจัง ถ้าจำไม่ผิดไอ้หมอนั่นมันชื่อคริสอู๋รึเปล่า ได้ข่าวว่าเป็นลูกครึ่งด้วย ท่าทางยิ้มหล่อร้ายนั่นก็คงทำเอาสาวๆ ที่มองใจละลายกันไปข้าง แต่ที่แน่ๆ คือไอ้คริสอะไรนั่นกำลังยิ้มให้แบคฮยอนด้วยแววตาหยาดเยิ้มเลยล่ะ

 

“ไปเหอะ” จู่ๆ ชานยอลก็พูดขึ้นมาแล้วเดินออกจากห้องไป ทำเอาคนที่เหลือยืนมองด้วยความไม่เข้าใจ มันเป็นบ้าอะไรของมันวะ แต่ก็คงถามอะไรไม่ได้มากนอกจากเดินตามมันไปแบบงงๆ

 

 

 

 

 

 

“พี่ไม่เห็นจำเป็นต้องเอามาให้เยอะขนาดนี้เลย” แบคฮยอนพูดพร้อมกับมองของในถุงนั่นอย่างเกรงใจ

 

“ไม่เห็นจะเป็นอะไรเลย ก็ช่วงนี้เราดูผอมๆ พี่เป็นห่วง” คริสยิ้มให้คนตัวเล็ก ซึ่งความจริงแล้วแบคฮยอนก็ดูผอมลงไปกว่าเมื่อก่อนเยอะมาก จากเด็กข้างบ้านที่เคยอ้วนตุ้ยนุ้ยกลายเป็นนุ่มน้อยร่างบางแก้มป่องไปเสียแล้ว  เห็นแล้วก็อดเป็นห่วงไม่ได้จริงๆ

 

“งั้นฝากขอบคุณคุณน้าด้วยนะครับ” คนตัวเล็กพูด

 

“ขอบคุณอะไรกันล่ะ คนกันเองทั้งนั้น” คริสยกฝ่ามือขึ้นมายีหัวแบคฮยอนเล็กน้อยทำเอาคนตัวเล็กยิ้มตาหยีให้ ช่วงนี้เขาไม่ค่อยได้เจอกับพี่ชายข้างบ้านเลยเพราะตั้งแต่ย้ายมาอยู่หอนั่นแหละ แถมอีกฝ่ายก็เป็นถึงเดือนคณะงานก็คงยุ่งไม่ต่างกัน “แล้วนี่ไม่คิดจะกลับบ้านบ้างหรอ”

 

“ก็..ช่วงนี้ใกล้สอบแล้วหนิครับ ยังไม่ว่างหรอก”

 

“สอบเสร็จแล้วก็กลับบ้านบ้างนะ หรือถ้าไม่อยากกลับคนเดียวก็บอกพี่ เดี๋ยวพากลับไปด้วย”

 

“ใจดีจังเลยน้า เดี๋ยวเด็กสินกำก็หึงเอาหรอก” แบคฮยอนพูดแซวคนข้างๆ ทำเอาคริสยกยิ้มขึ้นมาก่อนจะดันหัวเล็กเบาๆ

 

“หึงสิดี พี่ชอบ” แบคฮยอนเบะปากใส่อีกฝ่ายเล็กน้อย หมั่นไส้ที่พี่คริสทำท่าทีสบายเกินไป แต่ก็คงจะสบายได้อีกไม่นานหรอก เพราะถ้าเด็กสินกำคนนั้นรู้เรื่องเข้าคงต้องกลายเป็นไอ้อู๋ขี้แงอีกแน่ๆ

 

“ไม่เข็ดใช่ไหมเนี่ย” คนตัวเล็กถามพร้อมกับใช้นิ้วดันแว่นขึ้นเบาๆ

 

“น่ารักดีมีคนหึง ว่าแต่เราเหอะ ใส่แว่นทำไมหื้ม เห็นแล้วมันขัดตานะ” คนถามขมวดคิ้วมองน้องข้างบ้านอย่างสงสัย ความจริงแล้วแบคฮยอนก็ไม่ได้สายตาสั้น แต่ทำไมถึงต้องใส่แว่นกลมๆ นี่ด้วยก็ไม่รู้

 

“ติดเกมช่วงปีหนึ่งไง สายตาเลยสั้น” แบคฮยอนตอบตามความจริง เพราะเมื่อตอนเข้าปีหนึ่งตัวเองดันติดเกมงอมแงมจนพาลทำให้สายตาสั้นเพราะเอาแต่จ้องคอมทั้งวันทั้งคืน นึกแล้วก็อดเสียดายไม่ได้เหมือนกันที่ทำให้ตัวเองกลายเป็นคนสายตาเสีย

 

“นิสัยไม่ดีเลย แล้วนี่เวลาแข่งรถจะไม่เป็นอะไรหรอ” คำถามของคริสทำเอาแบคฮยอนชะงักนิ่ง จากที่เคยมีรอยยิ้มเปื้อนหน้าอยู่ตอนแรกก็กลายเป็นสีหน้าเรียบนิ่งจนคนมองอดแปลกใจไม่ได้

 

“ผมเลิกแล้วนะ”

 

เมื่อจบคำพูดของแบคฮยอนคริสก็รู้สึกว่าตัวเองไม่ควรถามแบบนั้นออกไป จะหาว่าลืมตัวก็ได้ที่พูดอะไรไปไม่ทันได้คิด ยิ่งเห็นแววตาของแบคฮยอนแล้วก็รู้สึกผิดขึ้นมาจริงๆ อันที่จริงเขาก็รู้สาเหตุดีว่าทำไมแบคฮยอนถึงเลิกแข่งรถ ทั้งๆ ที่นั่นก็เป็นงานอดิเรกที่รักมากจนเมื่อเข้ามหาลัยเจ้าตัวถึงตัดสินใจเรียนวิศวะยานยนต์

 

“เด็กน้อย” คริสไม่รู้จะสรรหาคำพูดอะไรมาพูดกับคนตรงหน้านอกเสียจากยกมือยีหัวทุยนั่นอีกครั้ง “เลิกคิดมากได้แล้วน่า”

 

“เปล่าคิดมากซะหน่อย ไปหาอะไรกินกันเถอะ หิวแล้ว” แบคฮยอนยู่หน้าใส่อีกฝ่ายก่อนจะเปลี่ยนเรื่องชวนไปหาอะไรกิน เพราะถ้าเกิดอีกฝ่ายยังพูดไม่เลิกเรื่องแข่งรถ เขาก็คงหาคำตอบมาให้ไม่ได้เหมือนกัน

 

จากคนที่เคยรักการแข่งรถมากๆ ทำไมจู่ๆ ถึงกลายแบบนี้ไปได้

 

 

 

 

 

 

“ไอ้ชานยอล ทำไมมึงทำหน้าแบบนั้นวะ” จงอินถามขึ้นในขณะที่เดินเข้ามานั่งโต๊ะม้าหินกับเพื่อนหูกางที่มันนั่งอยู่ก่อน หน้าตาของชานยอลตอนนี้เรียกได้ว่าน่ากลัวชิบหาย ไม่รู้ว่าไปแดกรังแตนที่ไหนมาทำไมถึงได้ทำหน้าบึ้งเป็นตูดขนาดนั้น

 

“ไม่เสือกสักเรื่องดิ” คำพูดของชานยอลทำเอาจงอินอยากจะยื่นมือไปตบปากหมาๆ นั่นเข้าให้สักที

 

“มึงนี่ไม่เข้าใจคำว่าเพื่อนเป็นห่วงหรอ เดี๋ยวกูฟาดเลย”

 

“เป็นห่วงกับเสือกแม่งก็เหมือนกันป้ะวะ” เออไอ้สัด กูยอมแล้ว เชิญมึงทำหน้าอมทุกข์ต่อไปเถอะ จงอินผ่อนลมหายใจออกมาอย่างเบื่อหน่ายกับปากของเพื่อนตัวเอง ไม่รู้ว่าทนคบมันไปได้ยังไง ถ้าไม่ติดว่าเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่เด็กเขาคงเกลียดไอ้เหี้ยนี่มากแน่ๆ

 

“แล้วนี่ไม่ไปหาแบคฮยอนหรอ” จงอินตัดสินใจถามขึ้นเพราะช่วงหลายวันที่ผ่านมานี่ไม่เห็นว่าชานยอลจะเดินเฉียดเข้าไปใกล้แบคฮยอนเลยสักนิด อย่าหาว่างั้นงี้เลย เขาไปเค้นคอไอ้เพื่อนเวรนี่มาแล้วว่าสรุปแล้วมันคิดยังไงกับแบคฮยอน กว่ามันจะยอมตอบก็เล่นเอาเลือดตาแทบกระเด็น สุดท้ายมันก็ยอมตอบมาแค่ว่า

 

ไม่ใช่แบบที่พวกมึงคิดก็แล้วกัน

 

แม่งไม่ได้ช่วยให้กระจ่างขึ้นเลยสักนิด

 

“ไปหาทำไม ไม่ได้เป็นอะไรกัน” ชานยอลพูดออกไปด้วยน้ำเสียงปนหงุดหงิดเล็กน้อย ช่วงสองสามวันมานี่ยอมรับว่าอารมณ์ของตัวเองขึ้นลงอย่างหาจุดคงตัวไม่ได้ ไม่รู้ว่าจะเอายังไงกับชีวิต อุตส่าห์พยายามไม่คิดอะไรมากแล้วแต่สุดท้ายใบหน้าของใครบางคนก็เข้ามาวนเวียนอยู่ในหัวทั้งวัน

 

“แบบนี้เขาเรียกว่าอาการน้อยใจป้ะวะ” เมื่อเห็นท่าทีของเพื่อน จงอินก็เลยแหยถามเข้าให้

 

“น้อยใจเหี้ยอะไร” ดวงตาคมคายตวัดมองเพื่อนอย่างไม่พอใจ

 

“โธ่ แค่เดินเข้าไปหาแล้วคุยกันให้รู้เรื่องนี่มันยากมากหรอวะ” จงอินไม่เข้าใจเลยสักนิดว่าไอ้เพื่อนปาร์คมันจะทำให้เรื่องทุกอย่างยากเย็นทำไม ทั้งๆ ที่ตัวมันเองนั้นแหละที่จัดการนู่นนี่ได้ง่ายราวกับปอกกล้วย แต่พอเป็นเรื่องของแบคฮยอนแล้วมันดันเอาแต่นั่งนิ่งไม่ยอมทำอะไรสักอย่าง

 

ขืนปล่อยไว้นานกว่านี่เขาคงได้เห็นไอ้หูกางนี่หลั่งน้ำตาแน่ๆ

 

“ให้กูคุยอะไร” ชานยอลผินมองทางอื่น พาลนึกหงุดหงิดเพื่อนตัวดำที่เซ้าซี้ไม่เลิก แต่อย่างน้อยมันก็ดีกว่าการนั่งคนเดียวแล้วคิดไปเองต่างๆ นาๆ ว่าอาการที่เขาเป็นอยู่มันเรียกว่าอะไร

 

“หึงก็บอกว่าหึงดิว้า มานั่งอมขี้ฟันอยู่แบบนี้แล้วเขาจะรู้ตัวไหม”

 

“มึงนี่บ้าป้ะ คนไม่ได้เป็นอะไรกันจะหึงทำไม” ชานยอลชักสีหน้าใส่จงอิน ยิ่งไอ้เพื่อนตัวดำพูดอะไรออกมาตอนนี้ก็มีแต่เรื่องน่าหงุดหงิดไปหมด และที่โคตรจะหงุดหงิดก็คือเขากับแบคฮยอนไม่ได้เป็นอะไรกัน อีกอย่างก็ไม่ได้มีสิทธิ์จะไปหึงหวงออกนอกหน้านอกตาแบบนั้น

 

“งั้นมึงก็ทำให้เป็นซะซี่ มัวแต่นั่งอยู่แบบนี้แล้วเมื่อไหร่จะได้เขามา หรือต้องรอให้ไอ้บริหารนั่นจับไปทำเมียสมใจเสียก่อนตอนนั้นมึงค่อยรู้สึก ยังงี้หรอ?"

 

คำพูดของจงอินทำเอาคนฟังชะงักไปครู่ นั้นสิ ทำไมเขาไม่เคยคิดมาก่อนว่าทุกอย่างที่เป็นอยู่ตอนนี้มันไม่ได้ต่างอะไรจากคนทั่วไปเลยสักนิด ถึงแม้ว่าต่างคนต่างจะมีความรู้สึกดีๆ ให้กันแต่เพราะตัวเขาเองนั้นแหละที่ไม่อยากผูกสัมพันธ์กับใคร

 

พอมาเจออีกฝ่ายมีคนเข้าหาเขาก็รู้สึกว่านั่นไม่ใช่เรื่องที่ต้องเข้าไปยุ่ง อีกฝ่ายจะมีใครเขาหามันก็เรื่องส่วนตัวไม่ใช่รึไง ถ้าลองนึกกลับกันดูชานยอลเองก็มีคนเข้าหาตลอดและไม่เคยเห็นว่าแบคฮยอนจะพูดออกให้ได้รับรู้ว่าคิดยังไง

 

หรือบางทีแบคฮยอนก็อาจจะเป็นแบบเขาก็ได้

 

ชานยอลไม่เคยคิดว่าวันหนึ่งจะต้องมานั่งกังวลเรื่องอะไรแบบนี้ เขารู้ว่าวันใดวันหนึ่งต่างฝ่ายต่างก็ต้องมีคนเป็นของตัวเอง แต่อย่าว่าเขาโม้เลยนะ เพราะตั้งแต่เริ่มรู้สึกว่าตัวเองอะไรกับแบคฮยอนแล้วเขาก็ไม่ข้องเกี่ยวกับใครเลยสักคน

 

ดันนึกถึงว่านี่อาจจะเป็นผลกรรมของเขาที่เคยก่อกับคนอื่นไว้ก็ได้ แถมดันมาโดนเอาคืนกับคนที่เขาคิดจะจริงจังด้วย เสือกมีมารมาผจญที่เป็นถึงเดือนบริหารอีกต่างหาก ถึงจะเคยบอกชอบกับแบคฮยอนก็จริงแต่นั่นก็นานมาแล้ว สำหรับเขาเองมันอาจจะมากขึ้นกว่าตอนแรกแต่สำหรับแบคฮยอนแล้วเขาไม่มั่นใจเลยสักนิด

 

อีกฝ่ายจะยังชอบเขาเหมือนเดิมไหมนะ..

 

 

จงอินที่เห็นว่าเพื่อนหูกางเงียบไปและทำหน้านิ่วคิ้วขมวดเหมือนกำลังคิดอะไรบางอยู่ เห็นแลวก็อดสงสารมันไม่ได้เหมือนกัน แต่ก็นึกอยากจะสมน้ำหน้ามันมากกว่าเพราะมันนั้นแหละทำตัวเองเองทั้งนั้น เพื่อนอย่างเขาก็ช่วยอะไรไม่ได้มากหรอกนอกจากเตือนสติมันไปวันๆ

 

ความจริงจากเพื่อนอย่างจงอินที่คบหากันมานาน ชานยอลมันไม่เคยวอแวกับใครขนาดนี้มากก่อน หรืออาจจะเพราะแบคฮยอนที่ไม่ใช่แบบคนทั่วไปที่พยายามจะเข้าหาชานยอลฝ่ายเดียว คนตัวเล็กวางตัวดีและรู้ว่าตัวเองควรอยู่ในตำแหน่งไหน ยิ่งไม่ต้องการชานยอลมากเท่าไหร่เพื่อนหูกางของเขาก็ยิ่งยากเข้าหามากขึ้น

 

เหมือนจะเป็นการเอาชนะอีกฝ่ายซะมากกว่า แต่สำหรับจงอินแล้วชานยอลไม่รู้ตัวหรอกว่าตนหน่ะได้ตกหลุมรักติวเตอร์ตัวน้อยไปซะแล้ว

 

แต่ก่อนจะได้นึกอะไรไปมากกว่านี้ก็มีนิ้วมาสะกิดที่บ่า พอหันกลับไปก็เห็นว่าเป็นแบคฮยอนที่สะกิดและมองไปทางชานยอล จงอินเห็นดังนั้นจึงพยักหน้าอย่างเข้าใจก่อนจะหันไปตบบ่าเพื่อน

 

“อย่าคิดมากล่ะ กูไปหาไรแดกละ หิว” จงอินพูดก่อนจะผละตัวออกไป ชานยอลเองก็ไม่ได้ว่าอะไรนอกจากโบกมือไล่เพื่อนก่อนจะฟุบหน้าลงไปกับโต๊ะ แบคฮยอนที่เห็นท่าทีแบบนั้นของชานยอลก็รู้สึกแปลกก่อนจะเดินลงไปนั่งแทนที่ของจงอิน

 

ปล่อยให้ความเงียบเข้าครอบงำอีกครั้ง แบคฮยอนไม่รู้หรอกว่าชานยอลเป็นอะไรไป แต่หลายวันมานี่อีกฝ่ายพยายามหลบหน้าเขาหรือบางทีก็มองเขาด้วยสายตานิ่งๆ เหมือนตอนแรกที่รู้จักกัน บางทีก็ไม่โทรหาหรือแม้แต่ห้องก็ไม่ได้ไปนอน ไม่อยากจะเซ้าซี้อะไรมากหรอกเพราะเขาเองก็เข้าใจว่าชานยอลก็อยากจะมีเวลาส่วนตัวเหมือนกัน แต่พอมาเห็นท่าทีของอีกฝ่ายเป็นแบบนี้แล้วมันก็อดสงสัยไม่ได้จริงๆ

 

นิ้วเรียวเอื้อมไปสัมผัสเส้นผมสีดำนุ่มเบาๆ ก่อนจะลูบช้าๆ คล้ายกับคนพยายามปลอบใจ คิ้วหนาขมวดเข้าหากันอย่างหงุดหงิด ใครมันกล้ามาจับหัวเขานอกจากแบคฮยอน หรือว่าจะเป็นไอ้จงอินที่กวนตีนเข้าให้ ไม่รู้รึไงว่าคนกำลังอารมณ์เสีย

 

“ไอ้จงอิน อะไรของมึง—” ยังไม่ได้โผล่หัวขึ้นมาด่าอีกฝ่ายที่มาก่อกวน ตาโตก็ต้องเบิกกว้างเล็กน้อยเมื่อเห็นคนที่มานั่งลูบหัวเขาคือคนที่อยู่ในความคิด ใบหน้าหล่อชะงักนิ่งไปชั่วครู่ก่อนจะปรับสีหน้าให้เป็นปกติแล้วเก็บของใส่กระเป๋าลุกออกไปจากโต๊ะ

 

แบคฮยอนเห็นท่าทีนิ่งไปของอีกฝ่ายทำเอาหัวใจหล่นวูบอยู่ไม่น้อยที่จู่ๆ ชานยอลก็ทำท่าเหมือนจะโกรธเขา แถมยังลุกออกจากโต๊ะเดินไปทางอื่นอีกต่างหาก พอร่างบางเห็นแบบนั้นก็ต้องรีบก้าวตามอีกคนไปทันที

 

“ชานยอล” แบคฮยอนเรียกตามหลังอีกคนที่ไม่มีท่าทีว่าจะหยุดแล้วหันมามอง คนตัวสูงเร่งฝีเท้าให้เร็วยิ่งขึ้นเพราะเสียงของแบคฮยอนมันดังเข้ามาใกล้แถมยังทำให้ใจของเขาเริ่มรู้สึกแปลกๆ อีกต่างหาก ไม่ได้ เขาไม่อยากให้อีกฝ่ายมีอิทธิพลกับใจตัวเองมากเกินไป

 

ชานยอลคิดไว้แล้วแหละว่าจะอยู่ต่อไปยังไงโดยที่ไม่ต้องพะวงหน้าพะวงหลังกับแบคฮยอนอีก อยากจะไปคุยกับใครหรือยิ้มให้ใครก็ตามใจแบคฮยอนเลย เขาจะไม่เก็บมาใส่ใจอีกแล้วเพราะเขาเองก็ทำจะแบบนั้นเหมือนกัน จะได้แฟร์ๆ กันซะที

 

“เดี๋ยวสิ” เมื่อเห็นว่าร่างสูงกำลังเร่งเท้าให้ไวขึ้น แบคฮยอนก็เลยตัดสินใจวิ่งออกไปดักข้างหน้าของอีกฝ่ายพร้อมกับกางแขนออก ชานยอลชักสีหน้าใส่คนตัวเล็กอย่างหงุดหงิดที่จู่ๆ อีกคนก็มาขวางทาง จะเขยิบซ้ายหรือไปขวาแบคฮยอนก็ดักเขาไว้ทุกอย่าง พอจะหันหลังกลับมือเรียวของอีกคนก็จับเข้าให้ที่ต้นแขน

 

“อะไร?” คิ้วหนาขมวดเข้าหากันพร้อมกับเปล่งเสียงที่ฟังแล้วคล้ายคนอารมณ์เสียไม่มีผิด พอร่างบางเห็นแบบนั้นก็เม้มปากเข้าหากันอย่างประหม่า เขาไม่กล้าเดาไปเองเลยสักนิดว่าตอนนี้ชานยอลเป็นอะไร โกรธอะไร ทำไมถึงทำสีหน้าแบบนั้น

 

“เป็นอะไร” ร่างบางตัดสินใจถามออกไปเพราะจะได้ไขข้อสงสัยในใจทันที ชานยอลไม่ได้ตอบอะไรนอกจากผ่อนลมหายใจหันหน้าไปทางอื่นแล้วชะแขนตัวเองกลับ

 

“เปล่า” ปากบอกเหล่าแต่สีหน้านี่มันไม่ใช่เลยสักนิด

 

“ทำไมหลบหน้า” ร่างบางถามออกไปอีกครั้งพร้อมกับจับจ้องใบหน้าหล่อที่พยายามเสหน้ามองไปทางอื่น มองยังไงมันก็แปลก ต้องมีอะไรแน่ๆ

 

“ใครหลบหน้า” ชายหนุ่มเลิกคิ้วสูงขึ้นหันมามองคนตัวเล็กตรงหน้า

 

“นายไง”

 

“อย่าคิดไปเอง” พูดด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งก่อนจะเดินไปอีกทาง แต่ก็ไม่ทันคนตัวเล็กที่วิ่งพรวดเข้าไปดักทางข้างหน้าอีกครั้งพร้อมกับจ้องหน้าอีกคนด้วยความรู้สึกขุ่นเคืองเล็กน้อย สีหน้าของแบคฮยอนทำเอาชานยอลแปลกใจเล็กน้อย ร้อยวันพันปีไม่เคยเห็นอีกฝ่ายทำหน้าตาแบบนี้เลยสักครั้ง

 

“ทำไมพูดแบบนั้น”

 

“แล้วต้องให้พูดยังไง” ชานยอลเองก็ไม่ยอมแพ้หรอก ใช่ว่าแบคฮยอนจะโกรธเขาได้คนเดียว เขาก็โกรธคนตัวเล็กเหมือนกัน

 

“พูดกันดีๆ สิ โกรธอะไรทำไมต้องหลบหน้า”

 

“จะให้พูดดีแค่ไหน ไม่ได้ปากหวานเหมือนไอ้เดือนบริหารนั่นนี่”

 

“หึงหรอ”

 

“...........”

 

“...........”

 

“หึ” ชานยอลชักสีหน้าใส่ก่อนจะเดินเลี่ยงไปอีกทางทันที แบคฮยอนเห็นว่าคนขี้หึงก้าวฉับๆ ไปนู่นแล้วก็ทำเอาต้องรีบก้าวเท้าสาวความเร็วให้เพิ่มขึ้น พอพูดออกไปตรงๆ ว่าอีกฝ่ายหึงรึเปล่าชานยอลก็ทำหน้านิ่งแถมยังเดินหนีอีกต่างหาก

 

จะบอกว่าไม่หึงก็ยังไงอยู่ เขาจำได้ว่าวันนั้นที่พี่คริสเข้ามาหาก็เห็นว่าชานยอลกำลังจ้องมาทางอยู่เหมือนกัน ใช่ว่าจะไม่เห็นว่าอีกฝ่ายกำลังทำสีหน้าแบบไหนตอนมอง ยิ่งเห็นตอนที่คนตัวสูงเดินหายไปกับเพื่อนและไม่ยอมติดต่อเขาตั้งหลายวันนั้นแหละ เขาก็พอจะเดาได้ว่าอีกฝ่ายเป็นอะไร

 

ความจริงมันก็ผิดวิสัยของชานยอลไปนิดหน่อย ทั้งๆ ที่ปกติชานยอลเป็นคนอารมณ์ฉุนเฉียวง่ายและมักจะเดินเข้ามาพูดด้วยตรงๆ ทุกครั้ง แต่ครั้งนี้มันต่างกันออกไป ร่างสูงไม่ได้เข้ามาพูดด้วยเหมือนเดิมแถมเมินไม่สนใจกันอีกต่างหาก

 

คนนอนด้วยกันเกือบทุกวันไม่สังเกตกันก็คงจะบ้าเกินไป

 

“ชานยอล หยุดเดินเดี๋ยวนี้นะ”  รู้ตัวหรอกว่าไม่สามารถหยุดอีกคนให้เดินหนีไปไหนได้ แต่จะปล่อยให้อีกฝ่ายหนีไปเรื่อยๆ แบบนี้ก็คงจะไม่ดี อย่างน้อยก็แค่กลับมาเป็นเหมือนเดิมมันคงจะดีกว่าถ้าต้องรู้สึกค้างคาแบบนี้กันไปเรื่อยๆ

 

“ชานยอล”

 

“อะไรวะ!” คนตัวสูงหันมาชักสีหน้าใส่พร้อมกับตะคอกเสียงดังลั่นทำเอาแบคฮยอนสะดุ้งเล็กน้อย ตกใจกับอาการใจร้อนของคนตรงหน้าที่ไม่เคยคิดมาก่อนว่าวันนี้จะเจอเข้ากับตัวจังๆ ยิ่งมองดวงตากลมโตที่ฉายแววหงุดหงิด หัวใจของแบคฮยอนก็เริ่มกระตุกวูบเล็กน้อย

 

 

“มีอะไร” น้ำเสียงหงุดหงิดของคนตรงหน้าถามมากอีกครั้ง คิ้วหนาขมวดเข้าหากันแน่นอย่างหงุดหงิดที่แบคฮยอนเอาแต่ยืนจ้องหน้านิ่งไม่พูดอะไร “เรียกแล้วทำไมไม่พูดวะ”

 

คล้ายกับมีมือที่มองไม่เห็นตบหน้าเข้าฉาดใหญ่เมื่อชานยอลพูดจากับเขาด้วยคำที่ไม่ค่อยดีนัก ไม่สิ เป็นประโยคที่ไม่คิดว่าอีกคนจะพูดขึ้นมาต่างหาก นี่เป็นครั้งแรกที่คนตัวสูงใส่อารมณ์พูดกับเขามากขนาดนี้ ไม่ได้นึกโกรธหรอกนะ แต่แค่ไม่คิดว่าอีกคนจะพูดขึ้นมาจริงๆ

 

พอเห็นสีหน้าของชานยอลแล้วคำขอโทษและคำอธิบายที่คิดเตรียมมาก็หายเป็นปลิดทิ้ง กลับมีความรู้สึกอื่นเข้ามาแทนที่และตอนนี้ขอบตาก็เริ่มร้อนผ่าวจนคิดว่าจนไม่สามารถยืนอยู่ตรงนี้ต่อไปได้

 

“เปล่า ไม่มีอะไร” ตัดสินใจพูดแค่นั้นก่อนจะดันแว่นแล้วเดินหันหลังออกไปทันที บางทีแบคฮยอนควรจะพาตัวเองออกไปจากตรงนี้ให้เร็วที่สุดก่อนที่น้ำใสๆ นี่จะไหลออกมา อย่างน้อยก็แค่ให้พ้นสายตาชานยอลไป อีกคนจะได้ไม่หงุดหงิดกับการที่มีเขาอยู่ตรงนั้นก็ได้

 

แต่ไม่ทันที่จะได้ก้าวขาได้ถึงสามก้าวก็ต้องหยุดชะงักเมื่อมือใหญ่ของอีกฝ่ายกระชากต้นแขนไว้แล้วลากให้เดินตามไปอีกทาง คนตัวเล็กพยายามหยุดยื้ออยู่สักพักแต่เพราะกำลังที่มากกว่าของอีกฝ่ายทำเอาขาทั้งสองข้างต้องก้าวเดินตามไปอย่างหยุดไม่ได้

 

ชานยอลไม่ได้พูดอะไรเอาแต่ดึงให้เดินตามจนถึงหน้าเรียนก่อนจะดันแบคฮยอนให้เข้าห้องเรียนก่อนจะปิดประตูตามหลัง ยังไม่ทันที่จะได้พูดถามอีกฝ่ายว่าพามาที่นี่ทำไม ชานยอลก็เดินเข้ามาคว้าแว่นออกทรงกลมออกก่อนจะรั้งท้ายทอยกดจูบหนักบนกลีบปากจนร่างบางด้วยความรวดเร็ว

 

แบคฮยอนตกใจเล็กน้อยที่จู่ๆ อีกฝ่ายก็จูบทั้งๆ ที่ยังไม่ทันได้ตั้งตัว คนตัวเล็กพยายามผลักอีกฝ่ายออกแต่ก็ทำได้แค่ยึดไหล่หนาไว้เพราะเรียวปากของอีกฝ่ายกำลังทำให้เขารู้สึกประหลาด จูบที่มีแต่ความหงุดหงิดปนโกรธเคืองทำให้แบคฮยอนรู้สึกไม่ชอบใจเลยสักนิด

 

มันไม่เหมือนเมื่อก่อนที่อีกฝ่ายป้อนจูบที่ไม่เคยรุนแรงขนาดนี้มากก่อน จูบที่เอาแต่บดขยี้ ระบายอารมณ์ราวกับว่าแบคฮยอนไม่ใช่คน ตอนที่ลิ้นร้อนของอีกฝ่ายตวัดดูดจนคนตัวเล็กจุกคอไปหมด ก็ได้แต่ทุบหน้าอกอีกฝ่ายให้ปล่อยก่อนที่จะขาดอากาศหายใจ จนเมื่อสาแก่ใจคนตัวสูงนั่นแหละชานยอลถึงยอมผละออกเล็กน้อยให้คนตัวเล็กได้หายใจก่อนจะหันมาจัดการกับซอกคอขาวแล้วกัดเข้าให้แรงๆ

 

“โอ๊ย!” ร่างบางร้องลั่นทั้งจะขยุ้มเส้นผมดำเพื่อระบายความเจ็บปวด ชานยอลทั้งดูดทั้งเม้มลำคอของแบคฮยอนจนรู้สึกเจ็บจี๊ดไปหมด ทั้งๆ ที่เคยคุยกันไว้ว่าจะไม่ทำรอยสูงกว่าบริเวณไหปลาร้าเด็ดขาด และดูเหมือนว่าอีกฝ่ายจะขาดสติไปจนลืมนึกถึงไปแล้ว แต่นั่นก็ไม่เท่าไหร่เมื่อร่างสูงผลักเขาให้นอนราบลงไปกับโต๊ะแล้วทำท่าจะปลดกางเกงของเขาออก

 

คนตัวเล็กรีบดันตัวเองขึ้นพร้อมกับจับกางเกงตัวเองไว้ไม่ให้หลุดออกจากสะโพก “ช..ชานยอล อย่าทำแบบนี้” เสียงเล็กสั่นในขณะที่พูดห้ามอีกฝ่าย ถึงแม้ว่าชานยอลจะยังไม่เงยหน้าขึ้นมาจากซอกคอก็ตามเถอะ

 

“ทำไม ฉันต้องทำแบบไหนนายถึงจะพอใจ” เคลื่อนใบหน้าไปใกล้ข้างแก้มของอีกฝ่ายที่กำลังขึ้นสีแดงระเรื่อ เม็ดเหงื่อซึมไหลตามไรผมทำเอาชานยอลหัวเราะในลำคอ นี่ยังไม่ถึงไหนก็เกร็งจนตัวสั่นไปหมด ยิ่งตอนที่ชายหนุ่มแกล้งแลบลิ้นเลียรอบหูของอีกฝ่ายเบาๆ คนตัวเล็กก็หดคอหนีไปอีกทาง

 

“ไหน ใครมันพูดว่าฉันหลบหน้า แล้วตอนนี้หลบหน้าฉันทำไม” ชานยอลแกล้งแหย่อีกฝ่ายด้วยคำพูดเหมือนก่อนหน้านี้ที่คนตัวเล็กเคยพูดกับเขา “แบคฮยอน”

 

“ปล่อยก่อนได้ไหม นี่มันห้องเรียนนะ” ร่างบางรวบรวมแรงที่มีอยู่เปล่งคำพูดออกมาพร้อมกับดันอกแกร่งให้ออกห่างเพราะท่าที่พวกเขากำลังทำอยู่นั่นมันล่อแหลมเกินไป หากมีใครพรวดพราดเข้ามาในห้องเรียนนี่จะทำยังไง

 

“แล้วยังไง ยังจำเป็นต้องแคร์คนอื่นด้วยหรอ”

 

“ชานยอล..”

 

“ทีกับฉันทำไมนายไม่แคร์บ้าง”

 

“...........”

 

“คิดว่าอยากจะไปไหนกับใครได้อย่างนั้นหรอแบคฮยอน” เหมือนมีค้อนใหญ่ทุบเข้าหัวอย่างจังยามที่อีกฝ่ายพูดด้วยแววตาจริงจัง แบคฮยอนเข้าใจดีว่าสิ่งที่ชานยอลพูดนั่นหมายถึงอะไร หากแต่คำพูดและน้ำเสียงกลับปนไปด้วยความประชดและความน้อยใจ

 

บางทีชานยอลพูดมันตรงๆ แบคฮยอนก็เข้าใจตั้งแต่แรก

 

“ชานยอล..”

 

“เรียกทำไม อยากจะอธิบายอะไรไหมก่อนที่จะไม่ได้พูด” คนด้านบนถามด้วยน้ำเสียงนิ่งๆ หากแต่แววตาไม่ได้นิ่งไปกับเสียง ตอนนี้เหมือนมีไฟสุมอยู่ในอกของชายหนุ่ม มันร้อนรุ่มและพร้อมที่จะระเบิดทุกครั้ง

 

“มันไม่ใช่อย่างที่นายคิดนะ”

 

“แล้วมันแบบไหน ฉันต้องคิดแบบไหนหรอ บอกหน่อยสิ ฉันจะได้ทำตัวถูก จะได้ไม่ต้องมาหงุดหงิดเวลาที่เห็นนายอยู่กับคนอื่น ยิ้มให้คนอื่น ปั่นหัวคนอื่นเล่นสนุกมากรึไงห้ะ?” ระเบิดลูกแรกได้ถูกปลดปล่อยพร้อมกับคำพูดของชานยอล เขาไม่เคยหงุดหงิดกับการกระทำของคนอื่นขนาดนี้มาก่อน ยิ่งเป็นแบคฮยอนชานยอลก็รู้สึกเหมือนโดนหักหลังทั้งๆ ที่ยังไม่ทันจะได้เริ่มอะไร หากลองคิดกลับกันดูอีกครั้ง บางทีการที่เขาพูดแบบนี้มันก็ไม่ได้ต่างอะไรกับการคิดไปเองเลยสักนิด

 

คนที่นอนแผ่หราอยู่บนโต๊ะได้แต่จับจ้องใบหน้าหล่อเหลาของคนตรงหน้าด้วยแววตาไหววูบ ร่างบางตัดสินใจหยัดตัวเองขึ้นมานั่งก่อนจะเอี้ยวตัวไปอีกทางถึงแม้ว่าแขนทั้งสองข้างจะหยัดคั้นไว้ไม่ให้ออกไปไหน จู่ๆ น้ำสีใสก็ระรื่นขึ้นมาตรงขอบแล้วไหลซึมออกมาเล็กน้อยจนต้องใช้ฝ่ามือปัดออกลวกๆ

 

“ฉัน..ฉันขอโทษนะที่ทำให้นายรู้สึกไม่ดี”

 

“...”

 

“ขอโทษที่ทำให้นายต้องมาคิดมากแบบนี้ ขอโทษจริงๆ”เสียงสั่นเครือของแบคฮยอนทำเอาอารมณ์ร้อนๆ ของชานยอลค่อยๆ เบาลง ไม่เคยคิดมาก่อนว่าการคุยกันครั้งนี้จะทำให้อีกฝ่ายเสียน้ำตา แบคฮยอนปล่อยให้ความเงียบเข้ามาแทนที่อีกครั้ง ไม่มีใครเริ่มพูดอะไรแม้กระทั่งตัวของเขาเองหรือแม้แต่ชานยอลก็ตาม

 

ปล่อยให้ตัวเองได้จมอยู่ในความคิดแล้วทบทวนตัวเองว่าสิ่งที่ทำอยู่ตอนนี้มันดีแล้วหรอ

 

แบคฮยอนคิดมาตลอดเรื่องความสัมพันธ์ของเขาทั้งคู่ ถึงแม้ว่ามันจะไม่ชัดเจนในสายตาของคนอื่น แต่ในความรู้สึกของคนตัวเล็กนั้นกลับชัดเจนขึ้นมา มันชัดเจนขึ้นทุกครั้งยามที่ชานยอลใส่ใจ หรือแม้แต่ถามไถ่เรื่องเล็กๆ น้อยๆ มันต่างจากตอนแรกที่รู้จักกัน เราอยู่ด้วยกันเพราะเรื่องเซ็กส์เป็นหลัก หากแต่ช่วงหลังนั้นเซ็กส์ได้กลายเป็นเรื่องรองแล้วมีบางอย่างเข้ามาแทนที่

 

ความรู้สึกบางอย่างที่เริ่มก่อตัวขึ้นเรื่อยๆ มันมากกว่าคำว่าชอบในคราวแรก แต่ตอนนี้ชานยอลทำให้เขาไม่มั่นใจว่าสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นคือการที่เขาคิดเองไปคนเดียวทั้งหมด พอนึกถึงว่าถ้ามันเป็นอย่างนั้นจริงๆ แบคฮยอนก็ไม่รู้จะทำยังไงเหมือนกัน

 

ต่างจากชานยอลที่เอาแต่จับจ้องไหล่เล็กที่สั่นไหวตามแรงสะอื้นเล็กน้อย เกิดความรู้สึกสงสารและอยากจะดึงเข้ามากอดปลอบให้รู้แล้วรู้รอด หากแต่ความรู้สึกกลับบอกว่าคิดดีแล้วหรอที่จะทำอย่างนั้น คิดดีแล้วหรอที่จะเริ่มผูกมัดตัวเองไว้กับอีกฝ่าย

 

ชานยอลคิดดีแล้วจริงๆ หรอ

...

..

.

 

ไม่ต้องคิดอะไรให้มากความ แขนแกร่งก็คว้าอีกคนเข้ามากอดแน่นพร้อมกับจับหัวเล็กให้ซบลงบนลาดไหล่กว้างก่อนจะกอดกระชับแน่น ยิ่งพออีกฝ่ายจมอยู่ในอ้อมอกของเขาแล้วเสียงสะอื้นก็ดังมากขึ้นกว่าเดิมอีกเท่าตัว หากแต่มันยังคงอู้อี้อยู่ตรงไหล่ ชานยอลก็ไม่ได้รู้สึกรำคาญใจมากนัก

 

มือหนาได้แค่ลูบศีรษะเล็กเบาๆ เพื่อเป็นการปลอบใจพร้อมทั้งกระซิบข้างหูคนตรงหน้าว่า

 

อย่าร้องนะครับคนดี

 

พูดแบบนี้ไม่รู้กี่ครั้ง แต่ทุกครั้งที่พูดแบคฮยอนก็จะกอดเขาแน่นขึ้นราวกับกลัวว่าชายหนุ่มจะหายออกไปจากตรงนี้ แต่มันจะเป็นแบบนั้นไปได้ยังไง ก็เพราะแบคฮยอนเล่นกอดเขาแน่นขนาดนี้ ไม่มีทางหายไปไหนได้หรอก ถึงแม้ว่าคนตัวเล็กจะไม่กอด เขาก็จะไม่หนีไปไหนเด็ดขาด

 

ทั้งชีวิตเกิดมาไม่เคยต้องมากอดปลอบใครร้องไห้แบบนี้มาก่อน ถ้าให้พูดถึงคนในบ้านก็มีแต่พี่สาวที่มานั่งร้องไห้จนต้องไปลูบหลังให้เบาๆ ก็แค่ลูบหลังนะ ส่วนผู้หญิงคนอื่นหลายคนก็ร้องไห้ตอนที่ชายหนุ่มบอกเลิก แต่ก็ทำแค่มองแล้วเดินออกไปแค่นั้น

 

ชานยอลไม่ชอบน้ำตา

 

น้ำตาไม่เหมาะกับผู้หญิงเลยสักนิด

 

และน้ำตาก็ไม่เหมาะกับแบคฮยอนเหมือนกัน

 

....

 

 

หลังจากที่ปล่อยให้คนตัวเล็กร้องไห้จนพอใจ แบคฮยอนก็ผละออกจากอกเล็กน้อยแล้วใช้มือปาดน้ำตาออกจนหมด จนเมื่อชานยอลประคองใบหน้าให้เงยขึ้นไปมองนั่นแหละ ดวงตาของพวกเขาทั้งคู่ก็สบกันเข้าให้รวมถึงอะไรบางอย่างที่ทำให้รู้สึกแปลกไป

 

“รู้สึกแย่ไหมที่ฉันทำตัวแบบนี้” ชานยอลเอ่ยถามคนตัวเล็กออกไปด้วยน้ำเสียงจริงจัง และคำตอบที่ได้มาคือการส่ายหน้าไปมาเบาๆ

 

“แล้วรู้สึกเสียใจไหมเวลาที่ฉันไปกับคนอื่น” แน่นอนว่าแบคฮยอนพยักหน้าแทนการพูดออกมาอีกครั้ง

 

“ฉันก็เสียใจเหมือนกันที่เห็นนายอยู่กับคนอื่น” ชานยอลพูดออกมาพร้อมกับใช้สายตาไล่มองใบหน้าเนียนช้าๆ ก่อนจะมาจบที่ดวงตาคู่เดิมอีกครั้ง

 

“นั่น...พี่คริส พี่ชายข้างบ้านสมัยที่เรียนมอปลาย” แบคฮยอนพูดในขณะที่หลุบตามองไหล่ของคนตรงหน้าที่เปียกชุ่มไปด้วยน้ำตาของตน “พี่เขาแค่แวะเอาของมาให้ แถมยังบอกให้กลับบ้านบ้าง”

 

“...”

 

“มันไม่มีอะไรจริงๆ” พูดจบก็ช้อนตาขึ้นมาดวงตาสีดำสนิทอีกครั้ง คราวนี้สีหน้าของชานยอลไม่ได้แสดงความรู้สึกอะไรออกมา คิ้วไม่ได้ขมวดแน่นเข้าหากัน ปากอิ่มไม่ได้บึ้งตึงเหมือนตอนแรก

 

“ที่จริงนายไม่จำเป็นต้องบอกฉันทุกเรื่องหรอกนะ”

 

“ไม่ได้”

 

“...........”

 

“ฉันต้องบอกเพราะฉันไม่อยากมีความลับอะไรกับนายอีกแล้ว”ในขณะที่พูดน้ำตาก็ระรื่นขึ้นมาตรงขอบตาอีกครั้ง แบคฮยอนไม่เข้าใจว่าทำไมตัวต้องถึงต้องร้องไห้อีกครั้ง แต่เพราะมีอะไรหลายอย่างที่ยังปกปิดเป็นความลับกับชานยอล เขาจึงอยากพูดมันออกไปให้หมด ไม่อยากอึดอัดกับสิ่งที่เป็นอยู่ตอนนี้

 

“ชานยอล ที่ฉันเคยบอกว่าชอบนายไปหน่ะ ตอนนี้ฉันก็ยังรู้สึกแบบนั้นอยู่นะ”

 

“...........”

 

“ฉันชอบนายมากจริงๆ ฉันชอบนายมากขึ้นทุกวันๆ ชอบจนไม่รู้จะทำยังไงกับตัวเองแล้ว”

 

“...........”

 

“ฉันรู้ว่าที่เราเป็นอยู่ตอนนี้มันไม่ได้ต่างอะไรจากเพื่อนคนอื่นมากนัก ฉันรู้ดีว่านายไม่ชอบผูกมัดกับใครและฉันก็ยินดีที่จะอยู่แบบนี้กับนายไปเรื่อยๆ อยู่โดยที่ไม่มีหลักอะไรมาประกันว่านายจะอยู่กับฉันไปอีกนานแค่ไหน แต่ฉันก็อยากจะเก็บช่วงเวลานี้ไว้ไปเรื่อยๆ อย่างน้อยก็ขอแค่ช่วงนี้เท่านั้นเอง ฮึก”

 

“...........”

 

“เพราะฉะนั้นถ้านายจะโกรธเรื่องที่ฉันไปกับคนอื่นฉันก็จะไม่ว่าอะไร ขอแค่อย่างเดียว อย่าหลบหน้ากันได้ไหม ฮึก ฉันยอมเป็นอะไรก็ได้ ที่ระบายหรือว่าอะไรก็ได้ อย่าหนีหน้ากันเลยนะ” ยกมือขึ้นปาดน้ำตาอีกครั้งก่อนจะปล่อยให้ความรู้สึกทั้งหมดพรั่งพรูออกมาเป็นน้ำตา มันก็อย่างที่แบคฮยอนว่า เขายอมเป็นอะไรก็ได้สำหรับชานยอล

 

นี่อาจจะเป็นความรู้สึกจริงๆ ที่แบคฮยอนมีให้ชานยอล เขาไม่รู้หรอกว่าชายหนุ่มกำลังคิดอะไรอยู่ หากแต่การพูดสารภาพครั้งนี้มันมีสิ่งที่เสี่ยงอยู่เสมอ แน่นอนว่าเขายอมเสี่ยง ยอมทั้งๆที่รู้ว่าในอนาคตอีกไม่กี่หน้าทีข้างหน้าเขาจะต้องถูกปฏิเสธกลับมาแน่ๆ

 

เพราะรู้ดีกว่าใครว่าชานยอลไม่ชอบผูกมัด นั่นจึงทำให้คนตัวเล็กต้องรับความจริงให้ได้

 

คนตัวสูงเมื่อเห็นว่าแบคฮยอนเอาแต่พูดพร่ำแล้วร้องไห้ เขาเองก็ไม่ได้พูดอะไรตอบกลับนอกจากยืนเงียบและใช้ดวงตาจับจ้องคนตัวเล็ก บอกไม่ถูกเหมือนกันว่าตอนนี้กำลังรู้สึกอะไร อาจจะแค่หงุดหงิดใจเล็กน้อยที่อีกฝ่ายยอมลดคุณค่าของตัวเองลงมาเพื่อพูดจาแบบนั้น

 

นี่มันไม่ใช่แบคฮยอนที่เขารู้จัก

 

บอกตามตรงว่าไม่ชอบใจที่เหมือนว่าอีกฝ่ายพยายามยื้อรั้งให้อยู่ด้วย แน่นอนว่าถ้าเป็นคนอื่นชานยอลก็คงไม่สนใจ หากแต่คนตรงหน้าคือแบคฮยอน

 

 

ก็อย่างที่จงอินว่า ว่าเขาอาจจะทำให้ทุกอย่างมันยากไปเองทั้งๆ ที่จริงมันก็ง่ายเหมือนการปลอกกล้วย ไม่รู้ว่าจะเรื่องเยอะไปถึงไหนทั้งๆ ที่ชีวิตจริงก็ไมได้มีอะไรมาให้เลือกมากหมาย ถ้าหมายถึงผู้หญิงละต้องบอกก่อนว่าชานยอลมีไม่เคยขาดมือ

 

แต่สำหรับแบคฮยอนแล้ว..

 

“คราวหน้าคราวหลังอย่าพูดแบบนี้นะ ฉันไม่ชอบ”

 

“...........”

 

“แล้วก็ไม่ต้องพูดบอกว่ายอมทุกอย่างแล้ว มันเหมือนว่านายไม่เคยรักตัวเองเลยสักนิด” ชานยอลพูดด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง ไม่ได้บ่งบอกความรู้สึกใดๆ ทั้งนั้นนอกจากจะตำหนิคนตรงหน้าที่ไม่รู้จักรักตัวเอง อย่างน้อยก็ควรรู้จักผ่อนหนักผ่อนเบา หรือบางทีชานยอลก็ควรคิดสักนิดว่าแบคฮยอนคือคนที่ไม่ประสีประสาเรื่องความรักเหมือนกับเขา

 

แต่ก็นั้นแหละ ชานยอลไม่ชอบเลยสักนิด

 

“ส่วนเรื่องของเรา ฉันว่าหยุดมันไว้แค่นี้เถอะ”

 


!!!!!

 








แบคฮยอนชะงักนิ่งเมื่อได้ยินประโยคนั่นจากปากคนตรงหน้า คล้ายกับอากาศขาดหายใจไปชั่วขณะเพราะร่างบางรู้สึกหายใจไม่ค่อยทั่วท้อง ยิ่งพอเห็นสายตาของชานยอลก็ทำให้รู้สึกว่าสิ่งที่ชายหนุ่มพูดคือเรื่องจริง

 

ทุกอย่างมันคือเรื่องจริง

 

ตอนนี้มือทั้งสองข้างของแบคฮยอนกำลังสั่นเทาเต็มไปด้วยความรู้สึกต่างๆ นาๆ ที่โถมเข้าใส่ ที่ชานยอลพูดเมื่อกี้หมายความว่ายังไง คนตรงหน้าบอกให้พวกเขาหยุดมันไว้แค่นี้อย่างนั้นหรอ แน่นอนว่าแบคฮยอนไม่ใช่คนที่เข้าใจอะไรยาก แค่นี้เขาก็เข้าใจและรู้ดีว่าต้องทำยังไงต่อไป

 

“แบคฮยอน”

 

“...........” คล้ายกับว่าตอนนี้สติของแบคฮยอนหลุดลอยออกไปจนชานยอลต้องเรียกอีกคนให้กลับเข้ามา แน่นอนว่าร่างบางกระพริบตาสองสามครั้งก่อนจะส่งยิ้มให้ ยิ้มที่ดูเหมือนไม่ใช่ยิ้ม ยิ้มที่เป็นการฝืนยิ้ม

 

“อ..อื้อ ชานยอลว่าไร เราก็ว่างั้นอ่ะ” ไม่รู้หรอกว่าคนตรงหน้ากำลังพูดเรื่องอะไร หากแต่ตอนนี้เขาไม่สามารถพยุงร่างของตัวเองให้ก้าวออกไปจากห้องนี้ได้ ยิ่งไปกว่านั้นคือความรู้สึกมากมายมันโถมใส่จนต้องระบายออกมาอีกครั้งกับการร้องไห้

 

แบคฮยอนเกลียดการร้องไห้

 

...

 

“แบคฮยอน” ชานยอลเรียกคนตรงหน้าอีกครั้ง ครั้นเห็นแววตาของคนตัวเล็กแล้วก้อนเนื้อตรงกลางอกก็ไหววูบอย่างประหลาด “ที่พูดไปเมื่อกี้ฉันหมายความว่าแบบนั้นจริงๆ”

 


“...........”

 


“หยุดมันไว้แค่นี้แล้วมาเริ่มต้นใหม่กัน”

 

 


“เป็นแฟนกันนะ แบคฮยอน”

 

!!!!!

 

 



“ด..เดี๋ยว ชานยอล เมื่อกี้นายพูดอะไร..” นิ่งค้างไปเกือบสองนาทีเห็นจะได้ คนตัวเล็กก็ได้สติขึ้นมาพร้อมกับถามด้วยเสียงแผ่วเบาราวกับไม่เชื่อหูตัวเองว่าเมื่อครู่ชานยอลพูดมันออกมาจริงๆ

 

“ขอนายเป็นแฟนอยู่ไง เป็นแฟนกันนะ” ชานยอลถามอีกครั้ง เขารู้อยู่แล้วว่าแบคฮยอนจะต้องถามซ้ำอีกรอบ แต่ถึงจะถามยังไงชานยอลก็จะพูดถามย้ำอยู่แบบนี้แหล จนกว่าจะตอบตกลง นี่เขารวบรวมความกล้ามากมายแค่ไหนที่จะต้องเอามาขอคนตรงหน้าเป็นแฟน

 

และแน่นอนว่าขาไม่ปล่อยให้หลุดมือไปเด็ดขาด

 

“แต่เมื่อกี้.. นายเพิ่งบอกให้เราหยุด..”

 

“อือ ก็พูดแบบนั้นจริงๆ” คนตรงหน้าตอบด้วยท่าทีสบาย “ฉันว่าเราควรจะหยุดความสัมพันธ์ที่ไม่มีชื่อเรียกแบบนั้นซะที ฉันเองก็ไม่ชอบเหมือนกันที่ต้องมาคอยหึงหวงนายทั้งๆ ที่ไม่ได้เป็นอะไรกัน มันดูไม่ค่อยสมเหตุสมผลเท่าไหร่ถ้าเกิดว่าฉันเดินเข้าไปต่อยหน้าเดือนบริหารเพราะแค่หึงคนที่เป็นคู่นอน”

 

“นายนี่มัน..”

 

“ว่าไง ตกลงเป็นแฟนกันนะ” ชายหนุ่มถามย้ำอีกครั้ง แน่นอนว่าคนถูกถามตอนนี้กำลังมีความคิดร้อยแปดวนอยู่ในหัว จากที่ฟังชานยอลพูดเมื่อครู่เหมือนแค่อีกฝ่ายจะต้องการสิทธิ์ในการหึงหวงมากขึ้นก็เท่านั้น ไม่ได้มีอะไรเพิ่มเติมไปมากกว่านี้

 

“ขอเป็นแฟนเพราะจะได้มีสิทธิ์หึงแค่นั้นหรอ” คำถามของแบคฮยอนทำเอาชานยอลนิ่งไปครู่หนึ่ง

 

“เปล่า เพราะว่าฉันมั่นใจแล้วว่าฉันรู้สึกยังไงกับนาย”

 

“...........”

 

“ถ้าเป็นแฟนเพราะต้องการหึงหวง ฉันก็คงขอนายเป็นแฟนตั้งนานแล้ว แต่ที่ฉันขอเพราะว่าฉันมั่นใจแล้ว มันคงไม่ดีเท่าไหร่ถ้าฉันมีสิทธิ์กับแค่ร่างกายของนาย ไม่ได้มีสิทธิ์ในจิตใจนายด้วย”

 

“...........”

 

“ที่ผ่านมาฉันอาจจะทำตัวไม่ดี เป็นไอ้ชั่วในสายตาของนายอยู่หลายครั้ง แต่ฉันก็อยากให้นายรู้ไว้ว่านอกจากนายแล้วฉันก็ไม่เคยสนใจใครขนาดนี้มาก่อน” ชานยอลเว้นจังหวะไปครู่หนึ่งก่อนจะเริ่มพูดต่อ “นี่เป็นครั้งแรกที่ฉันคิดอยากจะผูกมัดกับใครสักคน และคนนั้นก็คือนาย”

 

“............”

 

“เป็นแฟนกันนะ” แบคฮยอนกระพริบตามองคนตรงหน้าปริบๆ น้ำตาที่เคยเอ่อล้นขอบตาเมื่อครู่ได้หายไปไหนแล้วก็ไม่รู้ ที่มีอยู่ก็คงเป็นอาการเห่อร้อนบนใบหน้าก็เท่านั้น บอกไม่ถูกเหมือนกันว่าการที่ชานยอลมาพูดแบบนี้ด้วยมันรู้สึกยังไง ทั้งอื้อหูแล้วก็ตื้นตันอย่างประหลาด มันไม่ใช่คำพูดที่ดูดีหากแต่มันส่งผลต่อจิตใจให้เต้นโครมครามจนน่าใจหาย

 

ตอนนี้ความคิดที่อยู่ในหัวมันกำลังปะปนกันจนร่างบางแยกไม่ออกว่าสิ่งไหนที่คนตรงหน้าพูดคือความจริง หรือแค่หลอกให้ดีใจ ไม่ว่าจะเป็นการที่อีกฝ่ายขอเขาเป็นแฟนเพื่อที่จะได้มีสิทธิ์ในตัวของเขามากขึ้น หากลองนึกย้อนกลับกัน แบคฮยอนเองก็อยากที่จะมีสิทธิ์ในตัวชานยอลเหมือนกัน

 

สุดท้ายก็ได้แต่คว้าคอคนตรงหน้ามากอดแน่นพร้อมกับพยักหน้าตอบตกลงแทนการพูด แน่นอนว่าแบคฮยอนดีใจมากจนไม่รู้จะแสดงอาการมันออกมายังไง นอกจากจะกอดอีกฝ่ายแล้วก็ยังเป็นการปกปิดอาการหน้าแดงของตนอีกด้วย

 

“พยักหน้าคืออะไร” พอเห็นว่าคนตัวเล็กเอาแต่พยักหน้าไม่พูดจาอะไรชานยอลจึงแกล้งแหย่ถามอีกครั้ง “ตกลงจะเป็นแฟนกันไหมเนี่ย”

 

“อื้อ!

 

“อื้ออะไร”

 

“เป็นแฟนชานยอล”

 

“แล้วรักชานยอลไหม”

 

“...”

 

“แบคฮยอน”

 

“อื้อ”

 

“อื้ออะไร”

 

“รักชานยอล”

 

“อื้อ”

 

“......”

 

“รักแบคฮยอนเหมือนกัน”

 

 

 








END





 

- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -

เออ บทจะจบก็จบแบบนี้
ฮอล ไอ้พี่ชานทำใจหายใจคว่ำหมด
คลบว้าาาาาาาาาาาาาาาาาาาา

เจอคำผิดทักได้นะก๊ะ
คอมเม้นติชมหรือสกรีมผ่านแท็กได้เบย จุ้บจ้า

#ฟิคคลังฝัน




© simply ; theme
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 308 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

6,477 ความคิดเห็น

  1. #6430 nannapat__teaaa (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2562 / 20:02
    กลับมาอ่านหลายรอบมาก คือชอบบบบ
    #6,430
    0
  2. #6415 baitoeyj (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2562 / 05:27
    กลับมาอ่านกี่ทีก็ชอบ น่ารักมากกกก
    #6,415
    0
  3. #6406 YOLO'H (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2562 / 17:03
    ใจหายวาบ
    #6,406
    0
  4. #6392 domeva (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2562 / 11:22
    ลุ้นตั้งนานกลัวจะจบแบดเอนมากๆฮืออออออ
    #6,392
    0
  5. #6389 Miss-O (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2562 / 09:10
    งุ้ยยยยยยยเขินเลย
    #6,389
    0
  6. #6339 itsmeh (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2562 / 17:32
    ฮือ น่ารักมากๆๆๆ
    #6,339
    0
  7. #6319 heykiki (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2561 / 15:54
    น่าร้ากกกก
    #6,319
    0
  8. #6289 มิสเตอร์เเมวเหมียว (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2561 / 21:59
    งืออออ
    #6,289
    0
  9. #6279 chanbaekjan (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 17 ธันวาคม 2561 / 15:50

    คือมันดีจจย์ ใจหายใจคว่ำหมดชานยอลเอ้ย ปากอมอะไรอยู่ตั้งนานนะ
    #6,279
    0
  10. #6158 Yanidaexo (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2561 / 17:29
    จะกลับมาอ่านอีกกี่ครั้งก็ชอบบบ ฮืออ
    #6,158
    0
  11. #6100 Darkmate (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 1 กันยายน 2561 / 14:55
    โอ้ยยยเขินนชอบๆๆๆเป็นแฟนกันสักที
    #6,100
    0
  12. #6065 anna96422 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2561 / 09:30
    โอ้ยยยชานยอล ทำให้ใจหายใจคว่ำหมดเลย ฮืออสุดท้ายก็แฮปปี้
    #6,065
    0
  13. #6010 heykiki (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2561 / 22:57

    น่าร้ากกก มีการไปหึงไปน้อยใจเขาด้วยยย

    #6,010
    0
  14. #6004 ohbyul (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2561 / 22:24
    โล่งงอกก
    #6,004
    0
  15. #5897 LOOKSORN. (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 8 มีนาคม 2561 / 15:33
    งุ้ยยย เขิงงงงงง ฮื่อออออ
    #5,897
    0
  16. #5790 boombana (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2561 / 08:18
    อห.ใจตกไปอยู่ตาตุ่มเลยยย
    #5,790
    0
  17. #5730 boompr (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 21 มกราคม 2561 / 14:14
    ใจหายใจคว่ำหมดเลย 5555 แฮปปี้~
    #5,730
    0
  18. #5709 P e A r L ツ (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2560 / 13:26
    โอ๊ยยยย เผลอด่าชานยอลไปแล้วด้วย5555 ขอโทษจ้าา ตาพี่พูดอะไรแบบโคตรกำกวม 555
    #5,709
    0
  19. #5484 a♡♡♡ (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2560 / 09:14
    ตกใจหมดเล้ยย ดีใจๆๆๆ
    #5,484
    0
  20. #5462 izfxrn (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2560 / 15:33
    แฮปปี้เอนดิ้งสักทีฮือ
    #5,462
    0
  21. #5440 GBright˙ω˙ (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2560 / 23:00
    ฟินนนเว่อออออเปงแฟนกันล้าววอร๊ายยยย
    #5,440
    0
  22. #5371 246462580 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2560 / 13:40
    ดีต่อใจ ใครๆก็ชอบ เอาใจไปเลอ
    #5,371
    0
  23. #5325 chayaneeyokky (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2560 / 20:44
    ลุ้นจนเหนื่อยย เง้อออ
    #5,325
    0
  24. #5157 Aumbaek2306 (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2560 / 09:48
    อิพี่นี่ กว่าจะรู้ตัวเนอะ
    #5,157
    0
  25. #5099 PhSarang (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 22 กันยายน 2560 / 05:12
    เกือบหยุดหายใจตามเลย โอ้ยย 5555
    #5,099
    0