[ exo SF/OS ] คลังฝัน - chanbaek

ตอนที่ 69 : (OS) Picnic - chanbaek

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 10,333
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 381 ครั้ง
    2 ต.ค. 61





PICNIC




NOTE: เป็นฟิคที่เคยแต่งประกวดกับในหัวข้อ Love-comedy ของสนพ.
แต่ไม่ผ่านก็เลยเอามาแปลงให้อ่านกันใหม่ ไม่รู้ว่าจะดีรึเปล่า ยังไงก็ขอฝากด้วยนะคะ
ไม่ได้มาอัพฟิคนานเลย คิดถึงทุกคนนะค้าบ







Picnic - chanbaek

Location: Thailand

Note: baekhyun aka บุ๊ค




 

เคยได้ยินมาว่าถ้าเราชอบใครมาก ๆ เรามักจะมองข้ามข้อเสียของเขาเสมอ

ซึ่งสำหรับคนอย่างบุ๊คแล้ว.. นั่นน่ะ โคตรจริง เลย

 


สมัยนี้การออกเดทกับใครสักคนในสวนสาธารณะกลายเป็นสถานที่ที่ออกจะเชยไปเสียหน่อย ถ้าให้บรรยายว่ามันเชยอย่างไรก็คงจะต้องไล่ตั้งแต่ อากาศของประเทศไทยที่แสนจะร้อนอบอ้าว

ต้นไม้ใบหญ้าที่แม้จะเขียวขจีแค่ไหนก็กลายเป็นสีทองอร่ามเพราะสภาพอากาศ นี่ยังไม่รวมถึงเหล่ามนุษย์ลุงที่กำลังนั่งเล่นหมากรุก มนุษย์ป้าที่มักจะออกมาจับกลุ่มเสวนาเวลากลางวันด้วยกันอีกนะ

แต่จะว่าไป.. มันก็คงไม่ได้แย่ขนาดนั้นหรอก

 

วันอาทิตย์นี้สิบโมงนะ ห้ามลืม

 

เสียงของบุ๊ค—นักศึกษาชายปีหนึ่งดังขึ้นขณะที่ละสายตาออกจากหนังสือ เขาช้อนตามองคนตรงหน้าที่ดูจากรูปลักษณ์ภายนอกก็คงเรียกได้ว่าหล่อเหลาเอาเรื่อง เพราะสายเลือดต่างชาติทำให้ผิวพรรณของคนตรงหน้าดูเด่นกว่าคนรอบข้าง

 

ปาร์คชานยอล—ชายหนุ่มลูกครึ่งไทย-เกาหลีซึ่งเป็นนักศึกษารุ่นเดียวกันกับเขา

วันนี้นายเตือนฉันเป็นรอบที่สามของวันแล้วนะ

 

อีกคนว่าด้วยภาษาไทยที่สำเนียงชัดยิ่งกว่าคนไทยด้วยกันเสียอีก

 

ก็ใครใช้ให้นายขี้ลืม นี่ฉันยังไม่ได้พูดถึงนัดคราวก่อนที่นายมาช้าเกือบครึ่งชั่วโมงนะบุ๊คจำได้ดีว่าครั้งนั้นเขาอยากจะตั๊นหน้าไอ้ลูกครึ่งเกาหลีนี่สักครั้งให้หายแค้นใจ มีอย่างที่ไหนปล่อยให้รอนานเพียงเพราะเจ้าตัวลืมนัด

 

ให้มันได้แบบนี้ซี่

 

ก็ขอโทษไปแล้วนี่ ทำไมถึงได้เจ้าคิดเจ้าแค้นขนาดนี้กันนะดูเอาเถอะ ใครจะไปคิดว่าหน้าตี๋ ๆ แบบนี้จะรู้จักคำว่า เจ้าคิดเจ้าแค้น เป็นกับเขาด้วย

 

ฉันไม่โกรธนายก็ดีเท่าไหร่แล้วบุ๊คว่า

 

แต่ฉันจำได้นะว่าวันนั้นนายโกรธฉันและอีกคนก็ตอบกลับมาพลางกดยิ้มที่มุมปากบาง ๆและนายก็หายโกรธเพราะได้กินไอติมที่ฉันซื้อให้ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนเข้มจ้องมองมายังชายหนุ่มที่นั่งอยู่ตรงข้าม ซึ่งนั่นก็ทำเอาบุ๊คพลันรีบหลบตาทันที

 

คิดไปเอง ฉันไม่ได้โกรธซะหน่อย

 

ใช่เรอะ?” พูดเปล่าน่ะไม่เท่าไหร่ แต่ทำไมต้องทำน้ำเสียงสูงใส่ราวกับจะไล่ต้อนเขาให้ยอมรับจริงว่าวันนั้นโกรธเจ้าตัวจริง ๆ

 

เอาจริงก็โกรธนั่นแหละ แต่ก็โกรธได้ไม่นานหรอก..

 

ก็เออน่ะสิ พูดมากจริง เล่นเกมต่อเลยไป

 

ท้ายสุดแล้วเขาก็ต้องโบกมือไล่ให้หนุ่มลูกครึ่งตรงหน้ากันไปสนใจเกมในมือถือเหมือนเดิม ส่วนตนก็กลับมาอ่านสรุปของวิชาที่กำลังจะสอบในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า

 

เหตุการณ์ทุกอย่างดูคล้ายจะปกติ ถ้าคนนอกมองพวกเขาทั้งสองคนก็คงเกิดความคิดไม่พ้นเพื่อนร่วมรุ่นที่แสนจะน่าอิจฉา เพราะว่าคนตรงหน้าน่ะไม่ว่าใครเดินผ่านต่างก็ต้องเหลียวตัวมองจนคอแทบเคล็ด

 

ใคร ๆ ก็ว่าบุ๊คน่ะโชคดีที่ได้เป็นเพื่อนสนิทกับชานยอล แต่ขอพูดตรงนี้เลยนะว่าลึก ๆ แล้วเขาไม่ได้โชคดีเลยสักนิด ไม่รู้หรอกว่าการที่ต้องมานั่งแก้คำผิดให้ไอ้ลูกครึ่งเนี่ยมันเหนื่อยแค่ไหน

 

แรก ๆ บุ๊คก็บ่นเช้าบ่นเย็น จนหลัง ๆ เขาก็เริ่มทำความเข้าใจกับเพื่อนคนนี้ ซึ่ง..คนส่วนใหญ่ก็เข้าใจกันถูกแล้วแหละที่พวกเขาเป็นเพื่อนสนิทกัน

 

แต่ว่าเป็นเพื่อนที่คิดมากกว่าเพื่อนน่ะนะ

 

...

 

ถ้าถามว่ามันเกิดขึ้นได้อย่างไรก็คงต้องเล่าย้อนไปตอนช่วงที่แรก ๆ ของการเข้าเรียนในมหาวิทยาลัย นักศึกษาส่วนใหญ่จะต้องเรียนรวมกันในบางวิชา สำหรับคนอย่างบุ๊คแล้วดูจะไม่ใช่ปัญหาใหญ่นัก ต่อให้เขาเป็นพวกเข้ากับคนอื่นยาก แต่การนั่งเรียนคนเดียวมันไม่ใช่เรื่องแย่

 

เว้นเสียแต่ตอนมีใครบางคนมานั่งที่ข้าง ๆ กันเนี่ยแหละ

 

ครั้นหันไปมอง บุ๊คก็พบกับชายเอเชียที่มองเผิน ๆ ก็คงจะเจอได้ตามสยามเซ็นเตอร์ เพราะเค้าโครงมองอย่างไรก็ชวนให้คิดทันทีว่าหมอนี่เป็นนักร้องเกาหลีหรือเปล่า

 

ทั้งจมูกโด่งเป็นสัน ดวงตากลมโต ผิวพรรณสุขภาพดี ผมสีน้ำตาลเข้มถูกจัดเซทเป็นทรง ลักษณะดูเหมือนคนที่ไม่สามารถสื่อสารกันด้วยภาษาไทยให้เข้าใจได้ ยิ่งกับมหาลัยที่มีนักศึกษาต่างชาติเยอะด้วย

 

ซึ่งนั่นก็ทำให้เขารู้สึกเหงื่อตกอยู่ไม่น้อย ไอ้เราก็ไม่ได้เก่งภาษาอังกฤษอะไรมากมาย เกิดคนข้าง ๆ มันถามคำถามขึ้นมาเขาจะตอบอย่างไรดีล่ะเนี่ย

 

นาย ยืมยางลบหน่อยดิ

 

และมันก็ผิดคาดกว่าที่คิดเมื่อบุ๊คได้ยินประโยคคำถามจากคนข้างกายที่พูดภาษาไทยได้ชัดแจ๋ว

 

ซึ่งนั่นก็คือจุดเริ่มต้นของความสัมพันธ์ระหว่างเรา

 

เรื่องราวมันก็เป็นแบบนี้ ไม่มีอะไรหวือหวา นอกจากความธรรมดาในรูปแบบของเพื่อนทั่วไป แต่มันก็ออกจะประหลาดไปสักหน่อยตรงที่ คงไม่มีเพื่อนผู้ชายคนไหนส่งข้อความหากันบ่อยขนาดนี้

 

บุ๊คไม่รู้ว่านั่นคือธรรมเนียมของชาวต่างชาติหรือเปล่า แต่ไอ้การถามประโยคที่ว่า เขาชอบผู้หญิงหรือผู้ชาย เนี่ยแหละมันออกจะแปลกไปนิด

 

ไม่นิดล่ะ แปลกโคตร ๆ เลยดีกว่า

 

โอเค สมัยนี้มันก็ต่างจากเมื่อก่อนอยู่มากที่บางครั้งการรักใคร่ชอบพอกับใครสักคนก็ไม่จำเป็นต้องคู่ชายหญิงเสมอไป เพศเดียวกันก็มีให้เห็นอยู่ตลอด เพียงแต่บุ๊คไม่คิดว่ามันจะเกิดขึ้นกับตัวเอง

 

เขาคิดว่ามันบ้ามาก ๆ ที่ตัวเองดันใจเต้นกับผู้ชายด้วยกัน

 

แถมยังเป็นผู้ชายที่เกิดในประเทศซึ่งเพศทางเลือกไม่ใช่การยอมรับ

 

ทว่า..พวกเขาไม่ได้อยู่ในเกาหลีเสียหน่อย

 

แต่ต้องบอกก่อนนะว่าแต่เดิมเขาไม่ใช่คนที่ชื่นชอบเพศเดียวกันมาตั้งแต่แรก บุ๊คเคยมีแฟนสาวมาสองสามคนสมัยที่ยังเรียนอยู่มัธยม มันก็ธรรมดาของวัยรุ่นที่จะมีความรักตามประสาเด็ก ๆ กระทั่งเขาเริ่มรู้สึกว่าบางครั้งการจะมีคนรักไม่เห็นจำเป็นต้องเป็นเพศตรงข้ามเสมอไป

 

อาจจะเป็นใครสักคนก็ได้ที่เข้าใจและยอมรับในการที่เราเป็นเรามากกว่า แน่นอนว่าเขาจะไม่บอกเด็ดขาดว่าคนคนนั้นอาจจะเป็นชานยอล..

 

ให้ตายเถอะ ไอ้หมอนี่น่ะรู้ใจเขาดีราวกับว่านั่งอยู่ในใจมาตั้งแต่แรกอย่างไรอย่างนั้น

 

รู้ตัวไหมว่าเวลาตัวเองคิดมากจะชอบกัดเล็บ

 

เสียงของคนตรงหน้าทำเอาบุ๊คหลุดออกจากความคิดของตัวเอง กระทั่งดวงตาสีฟ้าไล่หยุดที่ริมฝีปากของเขาและก็พบว่าตนกำลังกัดเล็บอย่างที่เจ้าตัวว่าคิดอะไรอีกล่ะคราวนี้

 

ชายหนุ่มช้อนตามองคนตรงหน้าด้วยแววตาขุ่นเคืองเล็กน้อยถ้าบอกว่าอย่ายุ่งล่ะ

 

ตอบแบบนี้แสดงว่าคิดเรื่องของฉันอยู่แน่ ๆ

 

หึ คิดไปเองล่ะสิไม่ว่า

 

อ่ะ ๆ งั้นแปลว่าคิดเรื่องของเรา?”

 

“...”

 

จริงดิ

 

เมื่อคนตัวเล็กไม่ตอบอะไรชานยอลก็จะขอคิดไปเองอย่างที่อีกคนบอกก็แล้วกัน

 

ชายหนุ่มชาวต่างชาติหลุดหัวเราะออกมาเบา ๆ เมื่อเห็นเจ้าตัวอ้าปากพะงาบคล้ายกับจะพูดอะไรบางอย่าง แต่ท่าทีเหล่านั้นก็หายไปทันทีเมื่อบุ๊คกลับไปตั้งใจอ่านหนังสือเหมือนเดิม ชานยอลกดปิดจอมือถือก่อนจะเท้าคางคนตรงหน้า—ที่ไม่ว่าจะมองสักกี่ครั้งเขาก็ไม่เคยรู้สึกเบื่อ

 

เขินเหรอ?”

 

อย่ามโนได้ป้ะบุ๊คตอบทั้ง ๆ ที่ยังไม่ตอบละสายตาจากหนังสือ

 

ใช้คำว่ามโนด้วยอ่ะ จะออกสาวงั้นเหรอ?”

 

เดี๋ยวต่อยเลย หุบปากเดี๋ยวนี้แต่มีหรือที่คนอย่างชานยอลจะเชื่อฟัง

 

ถามหน่อยดิ วันอาทิตย์นี้เราจะไปทำอะไรกันบ้าง

 

ไหนบอกว่าอยากปั่นจักรยานไง ก็เดี๋ยวพาไปปั่น

 

เราจะไปสวนสาธารณะทั้งวันแค่ปั่นจักรยานเนี่ยนะ

 

แล้วอยากทำอะไรล่ะเมื่อได้ยินคำถามแบบนั้น หนุ่มลูกครึ่งก็ลากเสียงครางอืมในลำคอราวกับใช้ความคิด

 

ตอนอยู่ที่เกาหลี ฉันกับเพื่อนก็ชอบไปสวนสาธารณะบ่อย ๆ นะ ส่วนใหญ่ก็เดินเล่นไม่ก็ปั่นจักรยานนั่นแหละ แต่มีอยู่อย่างหนึ่งที่ยังไม่เคยลองทำ

 

ถ้าบอกว่าปั่นเรือเป็ดก็ฝันไปเถอะชานยอล ฉันไม่ทนนั่งร้อนกลางสระน้ำเด็ดขาด

 

ก็ไม่ได้จะบอกว่าให้ไปปั่นเรือเป็ดซะหน่อยชายหนุ่มว่าด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลง แม้ว่าใจจริงเขาเองก็แอบอยากปั่นเรือเป็ดอยู่เหมือนกัน...

 

เฮ้ อย่ามองว่าแปลกสิ นี่เพิ่งเคยมาอยู่เมืองไทยก็ตอนเข้าปีหนึ่งเองนะ แต่ที่พูดไทยได้คล่องขนาดนี้ก็คงต้องขอบคุณคุณแม่ท่านแหละ—หล่อนบังคับให้เขาพูดทุกวันตอนที่อยู่เกาหลี

 

แล้วจะทำอะไร

 

ปิกนิค

 

เมื่อได้ยินคำตอบอีกฝ่าย บุ๊คก็พลันขมวดคิ้วมองตลกเหอะ อยู่ที่นู่นไม่เคยปิกนิคที่สวนสาธารณะเลยรึไง

 

เคยดิชานยอลตอบแต่ยังไม่เคยปิกนิคกับนาย

 

“...”

 

เราทำอาหารไปกินด้วยกันดีไหม?”

 

เอาล่ะ ปัญหามันไม่ได้อยู่ตรงที่วันอาทิตย์นี้เราจะไปสวนสาธารณะเพื่อปั่นจักรยานเล่นกัน แต่มันดันอยู่ตรงที่จะมีกิจกรรมที่เจ้าตัวเสนอเนี่ยแหละ

 

ฉันแนะนำร้านอาหารแถวนั้นที่อร่อย ๆ ให้ได้นะคนตัวเล็กว่าพลางนึกถึงเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่จะตามมาหลังจากที่เราตัดสินใจกันว่าการปิกนิคจะเกิดขึ้นจริง ๆ

 

ก็เพิ่งบอกไปหยก ๆ ว่าอยากทำอาหารมาปิกนิคเอง ไม่ได้อยากไปกินร้านซะหน่อย

 

ให้ตายเถอะ ไอ้หมอนี่รู้จักคำว่า หยก ๆ เป็นกับเขาอีกแล้ว!

 

นายทำอาหารเป็นรึไงบุ๊คถามพลางปิดหนังสือ ซึ่งนั่นก็ทำเอาชานยอลยิ้มออกมาทันที นี่เท่ากับว่าเขาเรียกร้องความสนใจจากคนตรงหน้าได้สำเร็จสินะ

 

“แน่นอนสิ แต่ว่านะ ฉันไม่อยากจะโม้เลย ตอนที่อยู่เกาหลีใคร ๆ ก็บอกว่าฉันน่ะเป็นทายาทแดจังกึม ไม่มีอาหารชนิดไหนที่ฉันทำไม่ได้ แถมทุกอย่างที่ทำก็อร่อยมาก ๆ จนร้านค้าชื่อดังแถวนั้นต้องเรียงคิวมาขอเจรจาซื้อสูตรจากฉัน

 

รู้ตัวไหมว่าที่พูดอยู่ตอนนี้น่ะโคตรโม้เลยบุ๊คว่าพลางแค่นหัวเราะด้วยท่าทีที่ไม่เชื่อ

 

โม้ยังไง นี่ฉันพูดจริง ๆ นะ ฉันน่ะทำอาหารได้อร่อยที่สุดในโลกแล้ว

 

อันนี้ยิ่งโม้เข้าไปกันใหญ่พูดจบชายหนุ่มก็ส่ายหน้าอย่างเอือม ๆ ทำเอาหนุ่มลูกครึ่งถึงกับเบ้ปากเล็กน้อย

 

ว่าแต่ฉันโม้ แล้วตัวเองล่ะ ทำอะไรเป็นกับเขาบ้าง

 

ชานยอล ฉันไม่อยากเล่นใหญ่หรอกนะ แต่คิดว่านายน่าจะเคยได้ยินอาหารชาววังมาบ้าง ที่บ้านของฉันน่ะเคยทำอาหารในวังมาก่อน บอกเลยว่าต้นตำรับส่วนใหญ่ก็มาจากตระกูลฉันทั้งนั้นพอถึงคราวที่บุ๊คพูดบ้างก็ทำเอาคนฟังถึงกับเลิกคิ้วมอง

 

พูดจริง?”

 

ฉันไม่ขี้โวเหมือนนายหรอก

 

“..ขี้โว คืออะไรอ่ะจบประโยคของหนุ่มลูกครึ่ง บรรยากาศรอบข้างก็เงียบกริบทันที นั่นก็ทำเอาบุ๊คต้องรีบอธิบายว่า ขี้โว คืออะไร

 

ก็คล้าย ๆ ขี้โม้ แต่เรียกอีกคำว่าขี้โวก็ได้ แปลว่าพูดเว่อร์ พูดเกินจริง

 

เฮ้ ฉันเปล่าโวซะหน่อยชานยอลแก้ต่างให้ตัวเองเมื่อเข้าใจคำเมื่อครู่แต่ถ้าบ้านนายเคยทำอาหารในวังมาก่อนจริง ๆ นายคิดว่าเมนูไหนเด็ดที่สุดล่ะ

 

แน่นอนว่าต้องเป็นต้มยำกุ้ง

 

อะไรกัน ฉันนึกว่ามันจะพิเศษกว่านี้ซะอีก

 

แล้วมันไม่พิเศษตรงไหน ต้มยำกุ้งของฉันเป็นสูตรตกทอดแบบรุ่นต่อรุ่นเลยนะ

 

ฉันควรตื่นเต้นดีไหมชานยอลว่าด้วยเสียงเนือย ๆ

 

เอาล่ะ ต่อให้เขาเป็นชาวต่างชาติ อย่างน้อยก็ต้องมีอาหารตื่นเต้นตกใจที่จะได้ลิ้มลองรสชาติต้มยำกุ้งสักนิด เพียงแต่เมนูนี้น่ะคุณแม่เขาทำมาให้กินตั้งแต่เด็ก ๆ แล้ว ครั้นได้กลับมากินที่ไทยบ้างรสชาติก็ไม่เห็นจะต่างอะไรกันมาก จะเผ็ดมากข้นน้อยอย่างไร ชานยอลก็คิดว่ามันเหมือน ๆ กันหมดนั่นแหละ

 

อย่าดูถูกต้มยำกุ้งของฉันเชียวนะ ถ้านายได้ลองชิมแล้วนายจะลืมต้มยำกุ้งทุกร้านที่เคยกินมาเลย

 

นี่ขนาดบอกว่าตัวเองไม่ได้เล่นใหญ่นะเนี่ย

 

ชานยอลบุ๊คว่าพลางยกกำปั้นหวังจะทุบเพื่อนตรงหน้า ทว่าเจ้าตัวกลับเอนกายหนีพร้อมกับหัวเราะร่วน

 

เอาหน่า ทีนายยังบอกว่าฉันโม้เรื่องอาหารเกาหลีเลย

 

ก็นายพูดเว่อร์เกินเหตุนี่

 

เว่อร์รึเปล่าไม่รู้ แต่วันอาทิตย์นี้เรามาพิสูจน์กันดีกว่าใครกันแน่ที่โม้

 

อาฮ้า นายท้าผิดคนแล้วชานยอล

 

โธ่ ก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าสูตรในวังน่ะจะอร่อยแค่ไหนกันเชียว

 

คอยดูก็แล้วกัน

 

จบประโยคของบุ๊ค ชายหนุ่มทั้งสองก็จ้องตากันพลางกดยิ้มที่มุมปาก หากสังเกตอีกสักนิดคงจะเห็นกระแสไฟเล็ก ๆ ที่ออกมาจากดวงตาคนทั้งคู่ แต่ว่านะ.. กระแสไฟที่ว่ามันทำให้หัวใจของเราเต้นแรงได้ด้วยงั้นหรือ?

 

หรือที่เต้นรัวอยู่ตอนนี้มันเป็นเพราะคนตรงหน้ากันแน่..

 



/

 




วันอาทิตย์ของสัปดาห์ เวลาสิบนาฬิกาตรงหน้าสถานีรถไฟ บุ๊คที่อยู่ในชุดไพรเวทสบาย ๆ ก้มหน้ามองเวลาตรงข้อมือขณะเดียวกับที่เงยหน้าขึ้นก็เห็นร่างสูงใหญ่คุ้นตากำลังเดินตรงมายังที่ตนยืนอยู่

 

นึกว่าจะมาช้ากว่านี้ซะอีก

 

ให้ฉันมาเร็วบ้างเถอะ ไม่อยากเสียค่าไอติมอีกแล้วคำทักทายกลายเป็นคำแขวะที่ทำเอาคนที่่มาถึงก่อนถลึงตาใส่ แต่ชานยอลกลับหัวเราะราวกับว่าตนไม่ได้สนใจท่าทีขึงขังนั่นแม้แต่น้อย

 

ไปกันเถอะ

 

ชายหนุ่มลูกครึ่งว่าจังหวะเดียวกับที่คนด้านข้างก็พยักหน้ารับแล้วทั้งคู่จึงเดินออกจากสถานีพร้อมกัน

 

วันนี้อากาศดีกว่าที่คิด คงเป็นเพราะแดดไม่จัดเท่าวันก่อน ๆ หรือเป็นเพราะท้องฟ้ามีปุยเมฆสีขาวอยู่มากกว่าปกติ ทำให้มันไม่ร้อนเท่าวันอื่น ๆ

 

ทั้งคู่เดินไปตามทางเดินของสวนสาธารณะ โดยที่ระหว่างทางเดินก็เล่าเรื่องต่าง ๆ นานาให้ฟังกันตามประสา แม้ว่าก่อนหน้านี้เขาทั้งคู่แทบจะเอาเรื่องราวทั้งชีวิตมาเล่าให้กันฟังแล้วก็ตาม

 

อีกนิดก็คงคิดว่าต่อจากนี้ไปคงไม่มีอะไรไปเล่าให้อีกฝ่ายฟัง แต่กลายเป็นว่าพวกเขายังสามารถคุยต่อกันไปได้เรื่อย ๆ ต่อให้เรื่องที่เล่าไปนั้นจะมีสาระมากน้อยก็เถอะ

 

รู้ป้ะว่าตอนที่แม่บอกให้ย้ายมาเรียนที่ไทย ฉันค้านจนบ้านแทบแตกชานยอลเล่าเรื่องสมัยที่อยู่เกาหลีให้ฟัง

 

แต่นายก็มานี่

 

ลองไม่มาดูดิ แม่ได้เฉ่งหัวออกจากบ้านแน่ ๆ

 

พลันได้ยินแบบนั้นหัวคิ้วของบุ๊คก็มุ่นเข้าหากันชานยอล ฉันถามจริง ๆ เถอะ นายไปรู้จักคำพวกนี้ได้ยังไง คราวก่อนก็เจ้าคิดเจ้าแค้น คราวนี้เฉ่งหัวออกจากบ้าน ฉันว่านายรู้คำพวกนี้เยอะเกินกว่าชาวต่างชาติทั่วไปแล้วนะ

 

ฉันก็ไม่ใช่ชาวต่างชาติซะหน่อย อย่าลืมดิว่านี่เป็นลูกครึ่งนะพอเจ้าตัวเตือนว่าเป็นลูกครึ่งขึ้นมา บุ๊คก็ถึงบางอ้อพยักหน้ารับ แต่ความจริงเขาไม่ได้ลืมเรื่องเชื้อชาติในตัวอีกฝ่ายหรอก เพียงแต่ว่ารูปลักษณ์มันไม่ได้มีความเป็นลูกครึ่งไทยเลยไง

 

อันที่จริงแม่ฉันชอบเปิดละครไทยดูน่ะ เคยไปนั่งดูเป็นเพื่อนบ้าง ได้ยินคำแปลก ๆ ก็ถามแม่ว่าคำนี้หมายความว่ายังไง แล้วทำไมเขาไม่พูดแบบนี้ แม่ก็อธิบายให้ฟังฉันก็เลยพอจะใช้คำพวกนี้เป็นอยู่บ้างชายหนุ่มลูกครึ่งอธิบายว่าแต่ถามทำไมอ่ะ มันฟังดูแปลกเหรอ?”

 

เปล่าหรอก แค่ไม่คิดว่าคนที่อยู่เกาหลีมาทั้งชีวิตจะพูดไทยได้เยอะขนาดนี้

 

จบประโยคของคนตัวเล็ก คนฟังก็หัวเราะอย่างเห็นด้วย ทั้งคู่พูดคุยกันไปเรื่อยเปื่อย กระทั่งเดินไปถึงบริเวณหนึ่งของสวนสาธารณะซึ่งมันก็ร่มรื่นและเงียบสงบพอที่จะทำให้เราตัดสินใจทานมื้อกลางวันกันตรงนี้

 

เสื่อสานแบบพับที่ถูกนำมาจากบ้านของบุ๊คถูกปูลงบนพื้น ถัดจากนี้เพียงเล็กน้อยก็เป็นสระน้ำขนาดใหญ่ใจกลางสวนสาธารณะ ทั้งคู่นั่งลงโดยที่ต่างก็พากันตลกกับเนื้อที่ของเสื่อที่มันน้อยเกินไป หรือว่าพวกเขาคือผู้ชายตัวใหญ่สองคนที่ไม่สามารถนั่งให้มันพอดีบนเสื่อได้

 

กลายเป็นว่าทั้งเขาและชานยอลก็ได้นั่งบริเวณพื้นหญ้าและปล่อยให้พื้นที่ตรงกลางของเสื่อไว้รองรับมื้ออาหารกลางวันในวันนี้แทน

 

ปิ่นโตขนาดใหญ่ถูกยกออกมาจากกระเป๋าถือก่อนจะถูกเปิดออกจนกล่นอาหารโชยขึ้นมา ดูเหมือนว่าจะไม่ได้มีแค่ต้มยำกุ้งอย่างที่บุ๊คเคยว่าเอาไว้ เพราะตอนนี้ชานยอลตาโตเอามาก ๆ ตอนที่เห็นปลาทูทอดและน้ำพริกที่ถูกมัดอยู่ในถุงใบเล็ก

 

นายทำเองเหรอชายหนุ่มลูกครึ่งถามด้วยความตื่นเต้น

 

แน่นอน ระดับนี้แล้วชายหนุ่มร่างเล็กก็พูดยืดอกด้วยความมั่นใจ เขาแจกจ่ายฝาปิ่นโตให้อีกฝ่ายเพื่อไว้สำหรับเป็นจานสำหรับใส่ข้าวสวยร้อน ๆ

 

เอาจริงมันก็แปลกเกินไปนั่นแหละที่จู่ ๆ ผู้ชายตัวใหญ่สองคนดันมานั่งปิกนิคกันริมน้ำแบบนี้ ช่างเป็นกิจกรรมที่โรแมนติกเหมาะกันคนที่กำลังจีบกันอยู่เสียเหลือเกิน

 

แล้วไหนอาหารของนายล่ะบุ๊คท้วงขึ้นเพราะไม่เห็นว่าชานยอลจะทำการนำเสนออาหารของเจ้าตัวที่หลายวันก่อนพรีเซนต์นักว่าทำอร่อยที่สุดในโลก

 

จริงสิ เกือบลืมเลยอีกฝ่ายว่าก่อนจะเปิดกระเป๋าเป้พร้อมกับกล่องทัพเพอร์แวร์ พอเปิดฝาออกบุ๊คก็เห็นข้าวห่อสาหร่ายที่เรียกว่าคิมบับถูกหั่นเรียงวางอยู่ในกล่องอย่างสวยงาม

 

ฉันทึ่งใจจริง ๆ ที่อาหารของนายไม่เละระหว่างทางน่ะ

 

เฮ้ ฉันทำเองกับมือ ฉันรู้อยู่แล้วหรอกน่าว่าต้องทำแบบไหนมันถึงไม่เละ

 

เมื่อได้ยินแบบนั้นคนฝั่งตรงข้ามก็ถึงกับนึกขำกับน้ำเสียงภาคภูมิใจของอีกฝ่าย

 

หัวเราะอะไร

 

เปล่าชายหนุ่มปฏิเสธเอาไงล่ะ จะกินของใครก่อน

 

นั่นสิหนุ่มลูกครึ่งว่าด้วยท่าทางครุ่นคิดแต่ไหน ๆ ฉันก็ทำมาแล้ว นายก็ทำมาเหมือนกัน เราลองมาแลกกันชิมดีไหม

 

เหมือนนายอยากจะวัดฝีมือกับฉันเลยนะ บุ๊คหรี่ตามองคนตรงหน้าเชิงสงสัย ทำเอาชานยอลรีบโบกมือปัดปฏิเสธ

 

เห็นฉันเป็นคนยังไงเนี่ย ฉันก็แค่อยากชิมฝีมือนายไว ๆ แค่นั้นเอง

 

งั้นนายก็ชิมของฉันก่อนสิ

 

แต่ฉันก็อยากให้นายชิมของฉันเร็ว ๆ เหมือนกันไง

 

จบประโยคของชานยอล บุ๊คก็รู้สึกร้อนที่หน้าแปลก ๆ คงเป็นเพราะอากาศร้อนมากกว่าจะเป็นเพราะคนตรงหน้าแน่ ๆ

 

งั้น..ก็ชิมพร้อมกันเนี่ยแหละ จะได้รู้กันไปเลยว่าของใครอร่อยกว่ากัน

 

บุ๊คจำได้ว่าวันก่อนก็คุยกันเรื่องตัดสินรสชาติอาหารเอาไว้ว่าของใครจะอร่อยกว่า จึงรีบหยิบมาพูดเพื่อเบี่ยงประเด็นไม่ให้ชานยอลสังเกตว่าตนกำลังหน้าแดง

 

เถียงไม่ได้ก็เอาเรื่องแข่งมาอ้างเลยนะอีกฝ่ายว่าอย่างรู้ทันก็ทำเอาบุ๊คนึกอยากจะง้างมือฟาดสักทีเข้าให้

 

พูดมากจริง ชิมสักทีเถอะ

 

ท้ายสุดแล้วบุ๊คก็รีบตัดประโยคเข้าสู่สถานการณ์ปกติด้วยการยื่นต้มยำกุ้งที่ตนทำมาให้ชานยอล ส่วนชานยอลก็ยื่นกล่องข้าวห่อสาหร่ายมาให้ตนเช่นเดียวกัน

 

ใช้เวลาไม่นานกับการพินิจรูปลักษณ์กลิ่นสีภายนอกของอาหารทั้งสองอย่างก่อนที่ทั้งสองจะตัดสินใจว่าทั้งคู่จะชิมมันพร้อมกัน

 

จังหวะที่ชานยอลซดน้ำต้มน้ำกุ้งจนหมดช้อน พร้อมกับบุ๊คที่กำลังเคี้ยวข้าวห่อสาหร่ายเต็มคำ ทั้งคู่ก็เงยหน้าสบตากันอย่างมิได้นัดหมาย

 

รสชาติของมัน..

 

ชายหนุ่มลูกครึ่งบรรยายแทบไม่ถูกเลยกับน้ำต้มยำกุ้งที่เพิ่งที่จะซดเข้าไป มันจะไม่เข้มก็ไม่เข้ม จืดก็ไม่เชิง แต่มันปะแล่มเสียจนเขาไม่กล้ากลืนลงคอ

 

ทว่าคนตรงข้ามที่กำลังเคี้ยวคิมบับตุ้ย ๆ ด้วยท่าทีปกติก็ทำเอาชานยอลที่กำลังรู้สึกพะอืดพะอมกับรสชาติแปลก ๆ นี่ ต้องรีบกลืนทุกอย่างเข้าไป แม้ว่าตอนนี้ตนรู้สึกว่าคล้ายจะร้องไห้ในใจอยู่เงียบ ๆ

 

พระเจ้า รสชาติต้มยำกุ้งนี่โคตรนรกแตกเลย!

 

ในส่วนของข้าวห่อสาหร่ายที่ถูกหั่นพอดีคำ หรือที่เรียกว่าคิมบับซึ่งบุ๊คเพิ่งจะกัดมันเข้าไปเต็มคำ บอกตามตรงว่าสัมผัสแรกคือดีมาก ๆ มันคล้ายกับคิมบับที่เขาเคยกินทั่วไป

 

แต่ในครู่ต่อมาชายหนุ่มก็พลันได้กลิ่นบางอย่างที่คละคลุ้งภายในปาก มันคล้ายกลิ่นคาวของไข่รวมถึงบางอย่างพอเคี้ยวแล้วก็ได้ยินเสียงกรุบเบา ๆ ให้เดาคงจะเป็นเกลือป่น ซึ่งนั่นทำเขารีบอยากจะเอามันออกมาทันที

 

และ..ให้ตายเถอะ เขาจะกลายเป็นโรคไตรึเปล่า!?

 

กลายเป็นว่าทั้งคู่ต่างกำลังพะอืดพะอมกับรสชาติอาหารฝีมือของอีกฝ่ายด้วยอาการฝืนทน หากแต่สีหน้ายังคงเป็นปกติ ชานยอลเผยรอยยิ้มออกมานิด ๆ ขณะเดียวกับที่บุ๊คเองก็อมยิ้มเพราะตนยังเคี้ยวข้าวห่อสาหร่ายไม่เสร็จดี

 

ทั้งสองกำลังยิ้มให้กันราวกับว่าสิ่งที่กำลังชิมอยู่ตอนนี้รสชาติของมันเลิศมาก!

 

เป็นไงบ้าง

 

ชายหนุ่มลูกครึ่งถามความเห็นของคนตรงหน้าที่ดูเหมือนว่าจะใช้เวลากินคิมบับของเขานานเป็นพิเศษ

 

ก็..ดีบุ๊คพูดพลางกลืนคิมบับลงคอจนหมดไม่น่าเชื่อว่าหน้าอย่างนายจะทำเป็นกับเขาด้วย

 

โหย พูดจาดูถูกกันเกินไปแล้วนะชานยอลตอบพร้อมกับยกยิ้มอย่างดีใจ

 

แต่คนพูดแทบจะร้องไห้เพราะตนไม่ได้ตั้งใจจะดูถูกอีกฝ่าย ก็มันไม่น่าเชื่อจริง ๆ นี่ว่าหน้าตาอย่างหมอนี่จะทำอาหารเมนูง่าย ๆ ได้รสชาติห่วยแตกมากแบบนี้!

 

แล้วต้มยำกุ้งของฉันล่ะ

 

ถึงคราวที่บุ๊คถามกลับบ้าง หนุ่มลูกคครึ่งก็ถึงกับกระพริบตาค้างไปครู่หนึ่งก่อนจะยกนิ้วโป้งให้อะไร

 

ก็..อร่อยไง

 

แต่หน้าตานายดูไม่อร่อยนะบุ๊คหรี่ตามองเพราะเขาเองก็ไม่ใช่คนที่จะดูใครไม่ออกว่าคนไหนกำลังพูดจริงคนไหนกำลังโกหก โดยเฉพาะกับชานยอลที่เขาจัดให้อยู่ในประเภทบุคคลที่โกหกไม่เนียนที่สุดในโลก

 

เฮ้ย แต่มันอร่อยจริง ๆ นะชานยอลว่าพลางใช้ช้อนตักน้ำสีข้นชิมอีกครั้งนี่ไง อร่อยจนต้องกินอีกรอบ

 

และรสชาติก็ยังนรกแตกเหมือนเดิม!

 

“.. จริงเหรอ

 

จริงคนตัวสูงตอบพลางยิ้มแหยให้ ขณะเดียวกับที่บุ๊คใช้สายตามองสลับอาหารของตนและสีหน้าของคนตรงข้ามด้วยความสงสัย

 

ถ้าไม่เชื่อเราลองมาแลกกันชิมของตัวเองดีไหมล่ะ

 

เอาสิ

 

ในเมื่ออีกฝ่ายเสนอมา คนตัวเล็กกว่าก็แทบจะยื่นทัพเพอร์แวร์คืนให้ทันที ชานยอลหลุดหัวเราะกับท่าทีเร่งรีบนั่นก่อนจะรับมาแล้วหยิบคิมบับของตนขึ้นมากัด ส่วนบุ๊คเองก็กำลังใช้ช้อนตกน้ำต้มยำกุ้งขึ้นซดจนหมดช้อน

 

ก่อนที่ครู่ต่อมาทั้งสองจะเงยหน้าสบตากัน..

 

พรวด!

 

บุ๊คเอี้ยวตัวไปด้านข้างก่อนจะพ่นน้ำต้มยำกุ้งที่ตนเพิ่งทานเข้าไปออกจนหมด ขณะเดียวกันชานยอลก็ยกหน้าเหยเกพร้อมกับคายคิมบับของตนออกจนลืมเก็บท่าที รสชาติของมันที่คละคลุ้งอยู่ในปากทำเอาพวกเขาต้องรีบเปิดขวดน้ำดื่มเพื่อล้างคอ

 

รสชาติแย่ฉิบหายเลย!!!

 

แค่ก ๆ ทำไมไม่บอกว่ามันไม่อร่อยอ่ะ

 

บุ๊คถามพลางทุบอกตัวเองไปด้วย เมื่อครู่เขาเกือบสำลักน้ำเพราะรสชาติต้มยำกุ้งที่เพิ่งทานเข้าไปมันแย่มากจนต้องรีบคายทิ้ง

 

ใครจะไปกล้าบอกล่ะ เผื่อนายโกรธฉันขึ้นมาจะทำยังไง

 

คำตอบของชานยอลไม่ได้ช่วยให้คนฟังรู้สึกดีขึ้น อีกทั้งเขายังรู้สึกสงสารเพราะเจ้าตัวดันซดน้ำต้มยำกุ้งของเขาไปถึงสองช้อนเต็ม ๆ

 

นายก็เหมือนกัน ถ้ารสชาติมันแย่ขนาดนี้ทำไมไม่คายทิ้งขนาดชานยอลยังคายมันตั้งแต่เคี้ยวไม่ถึงสามครั้งด้วยซ้ำ!

 

ทีนายยังไม่กล้าเลย

 

และมันก็จริงอย่างที่ทั้งสองพูด เพราะต่างอยากรักษาน้ำใจของกันและกันจึงทำให้ไม่มีใครกล้าคายอาหารทิ้งแม้ว่ารสชาติของมันจะห่วยแตกแค่ไหนก็ตาม

 

ไม่เห็นจะต้องฝืนเลยนี่

 

ใครว่าฝืนล่ะ เอาจริงรสชาติมันก็ไม่ได้แย่ขนาดนั้นหรอกบุ๊คว่าพลางนึกถึงคิมบับที่ถูกหั่นมาอย่างดี จะมีก็แต่รสชาติเค็มปี๋นั่นแหละที่ทำเอาเขาอยากจะคายทิ้ง

 

นายยังกล้าพูดอีกเหรอว่ามันไม่ได้แย่ นี่ถ้าโยนให้ปลากิน ปลายังไม่กล้ากินเลยเพราะชานยอลเองก็แทบจะไม่อยากกินมันเหมือนกัน ให้ตายเถอะ นี่เขาเผลอเทเกลือใส่เยอะเกินไปหรอกเหรอ มันแทบจะกินไม่ได้เลยด้วยซ้ำ

 

แล้วของฉันมันไม่แย่กว่านายรึไง เอาไปคลุกเข้าให้หมากิน หมาคงเดินหนีอ่ะ

 

ชายหนุ่มพูดด้วยท่าทีหงุดหงิดเล็กน้อย เขาไม่ได้โกรธอะไรคนตรงหน้า เพียงแต่รู้สึกแย่ที่ตอนทำต้มยำกุ้งตนไม่ยอมชิมมันให้ดีเสียก่อน อย่างน้อยก็ให้รสชาติมันพอไปวัดไปวาได้ ไม่ใช่ใช้ไม่ได้แบบตอนนี้!

 

คิดมากหน่า กินกับข้าวก็คงอร่อยแหละได้ยินแบบนั้นชานยอลก็พูดปลอบใจคนตรงหน้า

 

อีกอย่าง.. จะให้ฉันบอกว่ามันไม่อร่อยนายต้องเสียใจแน่ ๆ ..ก็อุตส่าห์ตั้งใจทำมาให้กิน ฉันก็กินได้หมดนั่นแหละ

 

ไม่ต้องมาทำพูดดีเลยบุ๊คพูดกลบเกลื่อนขึ้นมาแม้ว่าเขาจะรู้สึกร้อนที่ข้างแก้มก็ตาม

 

พูดดีตรงไหน ต่อให้นายทำมารสชาติแย่กว่านี้ฉันคิดว่าฉันก็กินได้นะ

 

ไม่เอา ไม่ให้กินแล้ว

 

พูดจบคนตัวเล็กก็ทำการปิดฝากล่องต้มยำกุ้งทันที คงไม่ต้องเดาหรอกว่าหลังจากนี้เขาจะต้องเอามันไปทิ้งให้ได้!

 

งั้นคิมบับนี่ฉันเก็บมันไว้ดีกว่า

 

อย่าเก็บเลย เอาไปทิ้งรวมกับต้มยำกุ้งของฉันเหอะ

 

ทั้งสองสบตากันด้วยบรรยากาศที่เงียบสนิท และในเวลาต่อมาทั้งคู่ก็หัวเราะพร้อมกันด้วยความรู้สึกที่เห็นด้วยกับคำพูดเมื่อครู่ ความจริงสถานการณ์ตรงหน้าในตอนนี้มันก็ไม่ได้แย่ไปเสียทีเดียวหรอก (เว้นแต่รสชาติของอาหารที่ต่างคนต่างภูมิใจนักหนาอ่ะนะ)

 

ก็อาจจะเป็นเรื่องธรรมดาที่เราต้องการจะรักษาน้ำใจของอีกฝ่าย แม้ว่าสิ่งที่กำลังทำอยู่จะฝืนแค่ไหนก็ตาม อีกทั้งยังเป็นฝีมือของคนที่เรามีความรู้สึกดี ๆ ให้กันแล้ว.. ต่อให้รสชาติของมันแย่กว่านี้พวกเขาก็คิดว่าตนสามารถทานมันเข้าไปได้

 

แค่นี้ก็คงอธิบายความรู้สึกที่พวกเรามีให้กันได้มากพอแล้วล่ะ







END







ว่าแต่ปลาทูทอดกับน้ำพริกที่นายเอามาด้วยล่ะ ทำเองเหมือนกันเหรอ

 

เปล่าอ่ะ ซื้อมาจากตลาด ฉันคิดว่าแค่ต้มยำกุ้งคงไม่พอยาไส้นายหรอก

 

“.. ยาไส้?”

 

หมายถึง มันไม่อิ่มท้องนายไง

 

อืม ฉันรู้สึกดีใจจริง ๆ ที่นายซื้อมันติดมือมาด้วย

 

ฉันก็คิดแบบนั้นเหมือนกัน

 





++++++++++++++++++++

พอได้กลับมาอ่านอีกรอบก็รู้เลยว่าทำไมไม่ผ่าน 5555555555

ขอบคุณที่อ่านจบมาถึงตรงนี้นะค้าบบบบ

#ฟิคคลังฝัน









ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 381 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

6,476 ความคิดเห็น

  1. #6398 ` peachypeach (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2562 / 14:42
    น่ารักจังง อบอุ่นมาก
    #6,398
    0
  2. #6330 Dragonfly0111 (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 7 มกราคม 2562 / 19:41
    น่ารักเนอะ
    #6,330
    0
  3. #6181 porntipparat (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2561 / 02:18
    น่าร้ากกก
    #6,181
    0
  4. #6174 pearr-i (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2561 / 09:09
    เอ็นดู 555555 สุดท้ายก็ขี้โม้ทั้งคู่
    #6,174
    0
  5. #6168 parkxbyun (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2561 / 17:15
    ต้มยำกุ้งนรกแตกกับคิมบับไตวาย555555555
    #6,168
    0
  6. #6167 heykiki (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2561 / 20:28
    ฟีลกู๊ด สดใสส
    #6,167
    0
  7. #6165 deereastsea (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2561 / 21:55

    ถึงจะมีขัดๆบ้างแต่ก็โอเคนะคะ เรื่องรวมๆนี่สนุกเลยอะ ชอบ เด็กลูกครึ่งจังเบยยยย >.< ตลกตรงกินแล้วพะอืดพะอมเนี่ย 5555 คงจะแย่จัดเลย อาหารชาววังเนี่ย 55555

    ตอนแรกบอกชานยอลตาสีอ่อนเข้ม ตอนหลังบอกตาสีฟ้า คิดในแง่ดีคือชานยอลใส่คอนแทคไรงี้ 555 แล้วก็มีบรรยายว่า 'ตอบตอนที่ยังไม่ตอบละสายตาจากหนังสือ'ด้วย อาจจะลืมตัดคำออกเนาะ ไม่เป็นไรเนาะ ลองเอาเรื่องอื่นๆไปเสนออีกดูนะคะ มีตั้งหลายเรื่องที่สนุกๆ อาจจะผ่านก็ได้น้าา เป็นกำลังใจให้นะคะ ซู่ๆๆๆๆ คิดถึงนะค้าา

    #6,165
    0
  8. #6162 CB-614 (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2561 / 10:04
    5555555 ตลก อุตส่าห์ลุ้นว่าสัมผัสแรกต้องอร่อย
    #6,162
    0
  9. #6156 kkimmaggurren (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2561 / 14:03
    น่ารักน่าเอ็นดู
    #6,156
    0
  10. #6154 Real_qcy (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2561 / 10:00
    น่ารักดีนะคะ5555555
    #6,154
    0
  11. #6153 LaNy_SwEeTz (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2561 / 07:26
    ฮาๆผสมน่ารักมากเลยค่ะ55555
    #6,153
    0
  12. #6152 bemysunshine (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2561 / 03:02
    คิดถึงไรท์มากเลยค่ะ
    #6,152
    0
  13. #6149 OSSSSSSSH (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2561 / 18:45

    น่ารักจังค่ะ
    #6,149
    0
  14. #6148 TeddyBear614 (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2561 / 10:41
    โอ้ยยยยยฮามากกกกกกก5555555
    #6,148
    0
  15. #6147 SIC PARVIS MAGNA (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2561 / 00:38
    น่ารักมากเลยค่าา มันมีตอนหนึ่งบรรยายว่าชานยอลตาสีฟ้าอะ😂 แต่คิดถึงไรท์นะคะ
    #6,147
    2
    • #6147-1 deereastsea(จากตอนที่ 69)
      4 ตุลาคม 2561 / 07:15


      แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 6 ตุลาคม 2561 / 21:54
      #6147-1
    • #6147-2 deereastsea(จากตอนที่ 69)
      4 ตุลาคม 2561 / 07:17


      แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 6 ตุลาคม 2561 / 21:56
      #6147-2
  16. #6146 명롱이 (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2561 / 00:30
    น่ารักจริงๆ
    #6,146
    0
  17. #6145 stamcheeva (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2561 / 22:22
    55555555555 พยายามถนอมน้ำใจกันเนาะ น่ารักก คิดถึงงานคลังฝันมากๆเลย เมื่อคืนพึ่งอ่าน Friday night ไปเองค่ะ
    #6,145
    0
  18. #6144 jyyj25 (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2561 / 22:08
    มีความวุ่นวายเล็กน้อย5555
    #6,144
    0
  19. #6143 :kpdtgv' (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2561 / 20:40
    ฮรือ น่ารัก
    #6,143
    0
  20. #6142 LUNLEE (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2561 / 18:55
    น่ารักดีค่ะ 55555
    #6,142
    0
  21. #6141 CaptainIcecream (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2561 / 18:54
    555555 น่ารักจัง (คิดถึงคลังฝัน 😙)
    #6,141
    0
  22. #6140 hunnnielu947 (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2561 / 17:36
    55555555 ขำตอนชิมอาหารกัน ต่างคนต่างพยายามฝืนกินแล้วบอกอร่อยเพื่อรักษาน้ำใจกัน เนี่ยย น่ารักอ่ะ เขินเลย
    #6,140
    0
  23. #6139 ppuenz (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2561 / 17:32
    แต่ละคนขี้โม้มาก5555555555 แต่น่ารักทั้งคู่เลยยย คิดถึงไรท์มากๆเลยค่ะ
    #6,139
    0
  24. #6138 purnploy (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2561 / 16:21
    55555555555 นึกว่าทำอาหารเก่งกันจริงๆ
    #6,138
    0
  25. #6137 by.bonut (จากตอนที่ 69)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2561 / 16:19
    จริงๆ​มัน​น่ารัก​มาก​นะคะ​
    #6,137
    0