[ exo SF/OS ] คลังฝัน - chanbaek

ตอนที่ 66 : CAVE ME IN - chanbaek #4

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 14,975
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 700 ครั้ง
    14 ธ.ค. 61
















Title: CAVE ME IN #4

Fandom: exo (chanyeol, baekhyun)

Note: AU!ABO , Fashion industry, love-hate!Relationship

Talk: เนื้อหาในเรื่องเกิดจากจินตนาการอันเพ้อเจ้อของคนแต่ง บวกกับแนวคิดโครงสร้างของ ABO หรือ omegaverse ซึ่งหลายคนอาจจะรู้จักหรือไม่รู้จัก ไม่มีอะไรซับซ้อนค่ะ เราอธิบายให้พอกระจ่างในส่วนที่นำมาใส่ในเรื่อง อ้างอิงจากเวิร์สหลักไม่มากเพราะงั้นถ้าไม่เคยอ่านมาก่อนก็ไม่สับสนค่ะ

และถ้าใครคิดถึง Internship เรื่องนี้ก็หวังว่าจะชอบกันนะคะ

 

 

 

 

 

 

 

บรรยากาศค่ำคืนที่ควรจะเป็นช่วงเวลาอันแสนสงบ ทว่าภายในกายของแบคฮยอนกลับร้อนรุ่มเสียจนห้ามตัวเองไม่ได้ เผลอหลุดครางเสียงซ้ำแล้วซ้ำเล่า เขาไม่สามารถปฏิเสธได้จริง ๆ ว่าการถูกปฏิบัติจากคนด้านบนจะทำให้ตนคล้ายกับว่ากำลังล่องลอยอยู่ในห้วงอวกาศ


หากแต่ไม่นานก็ถูกดึงรั้งให้ลงมาสู่ความจริงอีกครา


ครั้งแล้วครั้งเล่ากับความต้องการที่ไม่เคยพอของเราทั้งคู่


แบคฮยอนข่มตาแน่นกับความรู้สึกที่ยากจะแยกแยะ เขาไม่แน่ใจว่าควรจะรู้สึกอย่างไรระหว่างเกลียดการกระทำของคนตรงหน้าหรือว่าเกลียดตัวเองที่รู้สึกยินดีกับสัมผัสที่ได้รับ


ทว่าทุกอย่างมันลงตัวจนอยากที่จะปฏิเสธความจริง


ชานยอลพรมจูบข้างกรอบหน้าเล็ก สูดดมกลิ่นหอมของแบคฮยอนที่ไม่ว่าจะขยับตัวไปทางไหนอีกฝ่ายก็สามารถมอมสติของเขาให้พร่ามัว อัลฟ่าหนุ่มจุมพิตลงบนผิวเนื้อตามลำคอขาว ขณะเดียวกับที่ฝ่ามือเล็กโอบเกาะไหล่ของเขาไว้อย่างมั่นคง


ราวกับไม่เคยมีเรื่องเคืองใจ


ราวกับว่าระหว่างเราไม่มีอะไรให้บาดหมาง


เราไม่ต่างอะไรจากคู่รักที่กำลังทำเรื่องนี้ด้วยความเต็มใจ ทุกอย่างเป็นไปตามธรรมชาติ ไม่แม้แต่จะติดขัดเลยสักนิด ทั้งที่ความจริงการกระทำในตอนนี้มีเหตุผลบางอย่างบังหน้า คำว่าความจำเป็นของแบคฮยอนยังคงฝังอยู่ในความคิดของอัลฟ่าหนุ่ม


ทุกอย่างที่เกิดขึ้นคือความช่วยเหลือ—ไม่ใช่เกิดจากความรัก


แม้ลึก ๆ แล้วทั้งคู่เองต่างก็อยากให้รู้สึกเช่นนั้น


แต่ความจริงก็ยังเป็นความจริงในวันยังค่ำ—โอเมก้าตัวเล็กพร่ำบอกตัวเองเสมอว่าอย่าเผลอปันใจให้กับการกระทำที่แสนโอนอ่อน ขณะเดียวกันเขาก็ไม่ควรให้เรื่องราวที่เกิดขึ้นภายในคืนนี้ส่งผลกระทบต่ออนาคต, การงาน, รวมถึงความสัมพันธ์ระหว่างเรา


ทุกอย่างควรจะเป็นในอย่างที่ควรเป็น


ไฟในกายที่เคยมอดดับกลับลุกโหมขึ้นมาอีกครั้งเมื่อกลิ่นเย็นเยือกของเทือกเขาทำให้หัวใจของเขาสั่นสะท้าน โอเมก้าตัวน้อยรั้งคนที่ซุกใบหน้าอยู่ช่วงหัวไหล่ขึ้นมามอบจูบอีกครั้ง และหลังจากนั้นทุกอย่างก็ดำเนินตามในแบบที่ใจต้องการ


ร่างเล็กถูกพลิกให้นอนคว่ำราบไปกับผืนเตียง เขาเอียงใบหน้าแนบไปกับหมอนใบโต ปลายนิ้วเรียวทั้งห้าถูกฝ่ามือใหญ่ประสานทับจากด้านบน แบคฮยอนจิกนิ้วระบายความกระสันที่เกิดขึ้นภายในกาย และมันก็รุนแรงขึ้นทุกครั้งเมื่ออีกฝ่ายแนบตัวเข้ามาใกล้กระทั่งร่างกายเราไม่มีแม้แต่ช่องว่าง


โอเมก้าหนุ่มได้ยินเสียงขบกรามแน่นจากด้านหลังใบหู ขณะเดียวกับลมหายใจอุ่นร้อนที่เป่ารดตรงบริเวณท้ายทอยก็ทำเอาเขาเผลอกลั้นหายใจอยู่หลายครั้ง และถ้าหากว่าเขาเดาความคิดอีกฝ่ายไม่ผิด


—ชานยอลก็หักห้ามใจตัวเองพอสมควร


กระทั่งหนทางข้างหน้าที่เราทั้งคู่ใกล้จะก้าวไปถึง แบคฮยอนเผลอหลุดเสียงร้องออกมาอย่างน่าอาย ขณะเดียวกับที่คนด้านหลังเองก็แนบริมฝีปากลงบนท้ายทอยขาว


ความคมของเนื้อฟันชานยอลกำลังทำให้หัวใจของโอเมก้าหนุ่มสั่นระรัว


ปาร์คชานยอลกำลังจะตีตราบนร่างกายเขา

 

ย-อย่า ฮึก อย่า-กัด

 

ชั่วอึดใจที่เขาคิดว่าตนเกือบจะได้เป็นของอีกคนอย่างสมบูรณ์แบบ ทว่าภายในอกกลับร่ำร้องว่านี่มันไม่ใช่เรื่องที่ถูกต้อง แบคฮยอนเอ่ยปากร้องขอพร้อมทั้งปล่อยน้ำตาให้ไหลออกมาอีกครั้ง ขณะเดียวกับที่เขาจับมือชานยอลเอาไว้แน่น


ทุกอย่างมันย้อนแย้ง และเขาก็ได้แต่หวังว่าอีกฝ่ายจะเข้าใจ


ความเงียบปลกคลุมเราทั้งคู่ ไอระอุที่เกิดจากการกระทำยังคงแผ่ไปทั่วห้อง ระหว่างนั้นไม่มีเสียงอื่นใดดังชัดเจนไปกว่าเสียงเต้นของหัวใจตัวเอง กระทั่งคนตัวเล็กได้ยินเสียงพรูลมหายใจของคนด้านหลัง สิ่งที่คั่งค้างอยู่ในกายได้หายออกไป ก่อนจะกลายเป็นสัมผัสจากผิวเนื้อของอีกฝ่ายที่แนบกายเข้ามาชิดกันอีกครั้ง


ปลายนิ้วโป้งของอัลฟ่าเกลี่ยเบา ๆ บนหลังมือเล็กราวกับว่ากำลังปลอบประโลม ขณะเดียวกันก็โน้มตัวจูบซับข้างขมับอย่างอ่อนโยน

 

“ขอโทษ”

 

เสียงทุ้มต่ำช่างแผ่วเบา หากแต่น้ำหนักของมันกลับหนักแน่นเสียจนคนฟังสัมผัสได้ถึงความรู้สึกของอีกฝ่าย แบคฮยอนไม่ได้ลืมตามองว่าตอนนี้อีกคนกำลังทำสีหน้าแบบไหน ไม่ใช่ว่าไม่อยากรับรู้ หากแต่สิ่งที่คิดกังวลอยู่ในใจมันทำให้เลือกที่จะหลับตานิ่ง


กลิ่นเทือกเขาเย็น ๆ ของอัลฟ่าหนุ่มกำลังทำให้ผ่อนคลาย ทว่าอีกส่วนในใจกลับคิดวิตกกังวลถึงการกระทำในค่ำคืนนี้ รวมถึงปัญหาต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ไหนจะสัมผัสบางเบาที่เกิดขึ้นตรงบริเวณฝ่ามือและหน้าผากขาว


ทุกอย่างที่ชานยอลทำ กำลังสร้างความกลัวให้ก่อกำเนิดขึ้นภายในใจของเขา


กลัวเหลือเกินว่าถ้าหากเผลอพลาดไปแค่อีกครั้ง สิ่งที่ตนพยายามมาตลอดเกือบสองปีก็คงไร้ความหมาย 


กลัวเหลือเกินว่าการที่พยายามปฏิเสธความจริงระหว่างเรามันจะไม่เกิดผล 


แบคฮยอนยอมทนให้ตนเองรู้สึกเกลียดชานยอลต่อไป ดีกว่าต้องทนยอมรับความจริงที่ว่าเราคือโชคชะตา—ที่ไม่มีแม้แต่ความรัก


ความรักที่เกิดขึ้นจากความรู้สึกของเราจริง ๆ

 

 

 

 

 

 

/11/

 

 

 

สุดแปลกแต่แหวกแนว!  Bonnie & Clyde พร้อมใจกันใส่จัดเต็มคอลเลคชั่นใหม่หน้าหนาวนี้ บนแนวคิด เรียบง่าย แต่มีระดับ สร้างภาพลักษณ์ของแบรนด์ให้ดูโดดเด่น


ด้านผู้บริหารเผย ต้องการให้ลูกค้าลบภาพเสื้อผ้าคุณภาพดีในราคาสูง ให้เป็นสินค้าคุณภาพเดียวกันแต่อยู่ในราคาที่จับต้องได้ แถมยังเพิ่มความแปลกใหม่ด้วยการนำลูกเล่นความเป็น UNISEX เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในคอลเลคชั่น  ไม่ว่าคุณจะเป็นชายหรือหญิงหรือเพศอะไร ก็สามารถเลือกหาเสื้อผ้าที่ควรคู่แก่การสวมอยู่บนตัวคุณ


และยังมีอีกสิ่งหนึ่งที่น่าจับตามอง นั่นก็คือการแต่งกายของพนักงานในบริษัทที่จัดหนักจัดเต็ม ด้วยการสวมชุดจากแบบคอลเลคชั่นใหม่ล่าสุด ก่อนที่ทาง Bonnie & clyde เพิ่งจะเปิดตัวไปเมื่อสัปดาห์ก่อน เรียกได้ว่าเป็นการโปรโมทที่สร้างความฮือฮา ทำเอาทั้งผู้คนและสื่อมวลชนต่างให้ความสนใจเป็นอย่างมาก


ดูเหมือนว่าปีนี้จะเป็นปีขาขึ้นของ Bonnie & Clyde เสียแล้ว เพราะนอกจากจะเป็นแบรนด์ที่สามารจับต้องได้ในราคาย่อมเยา แถมคุณภาพก็มาเต็มร้อยแบบนี้ คาดว่าอีกไม่เกินสิ้นปีนี้สินค้าอาจจะกลายเป็นที่ต้องการจนขาดตลาดแน่นอนเลยค่ะ!


สุดท้ายนี้จุ๊บจิ๊บคงต้องฝากให้หนุ่มสาวยุคใหม่ไฟแรงหรือใครก็ตามที่สนใจในด้านแฟชั่นจับตามองแบรนด์นี้ให้ดี ๆ เลยนะคะ เพราะไม่นานมานี้จุ๊บจิ๊บแอบได้ข่าวว่ากำลังจะมีคอลเลคชั่นสุดเด็ดที่ขอขีดเส้นใต้เน้นตรงนี้เลยว่านี่คือไม้ตาย! อยากรู้ว่าคอลเลคชั่นใหม่จะสวยถูกใจเท่าคอลเลคชั่นนี้ไหม อย่าลืมติดตามกันนะคะ


ด้วยรักจากจอมโจร

จุ๊บจิ๊บ แฟนสตีฟโรเจอร์


 

 

 

 

สกู๊ปข่าวในหน้าหนังสือพิมพ์ทำให้บยอนแบคฮยอนเผยรอยยิ้มอย่างพอใจในรอบเดือน  เขาได้รับหนังสือพิมพ์ฉบับเช้าของวันนี้โดยที่เลขาองซองอูเป็นคนนำเข้ามาให้ และมันก็น่าภูมิใจไปอีกเท่าตัวเมื่อฉบับที่อยู่ในมือคือหนังสือพิมพ์ธุรกิจแนวหน้าของประเทศ


นัยน์ตาใสไล่มองหน้าข่าวด้วยความรู้สึกชื่นชม ในนั้นมีรูปภาพของเหล่าพนักงานซึ่งกำลังสวมใส่เสื้อผ้าคอลเลคชั่นปลายปี แบคฮยอนไม่คิดว่าแผนการของเขาจะได้ผลมากขนาดนี้ ซึ่งแน่นอนว่าแบรนด์ของเรากำลังถูกให้ความสนใจเป็นอย่างมากถึงมากที่สุดเลยล่ะ


“หัวหน้าบยอนนี่สุดยอดจริง ๆ เลยครับ”


ซองอูยกนิ้วชมอย่างอดไม่ได้ เพราะหลังจากที่เข้าประชุมคราวก่อนเกี่ยวกับไตรมาสที่สามและสี่ แบคฮยอนก็ได้เสนอความคิดใหม่ซึ่งจะช่วยในการโปรโมทสินค้าไปในตัวโดยไม่ต้องพึ่งพาแผนการตลาดของผู้ชายคนนั้น


เขารู้ว่าสิ่งที่ตัวเองทำอยู่มันแทรกแซงการทำงานของอีกฝ่าย แต่แล้วอย่างไร ใครมันจะไปยอมให้งานที่ตัวเองตั้งใจทำล่มไม่เป็นท่าเหมือนไตรมาสที่ผ่านมา และคราวนี้แบคฮยอนก็สามารถเดินเชิดหน้าชูตาในบริษัทได้มากกว่าทุกครั้ง


ซึ่งอันที่จริงเขาก็เป็นอย่างนั้นมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว


“ถ้าจะรอให้แผนกการตลาดคิดแผนงานน่ะเหรอ เหอะ ฉันสู้ลาออกไปทำให้แบรนด์อื่นยังจะดีกว่า” โอเมก้าหนุ่มแค่นหัวเราะเยาะพลางนึกถึงใบหน้าของใครบางคน


“แล้วทำแบบนี้หัวหน้าปาร์คจะไม่โกรธเอาหรอกหรอครับ”


“หมอนั่นควรต้องขอบคุณฉันด้วยซ้ำ”


“แต่ว่า—”


“ซองอู นายเป็นเลขาของใครกันแน่”


“เอ่อ..”


แบคฮยอนหรี่ตามองเบต้าตรงหน้าที่เอาแต่พูดอะไรไม่เข้าหู หนังสือพิมพ์ในมือถูกพับก่อนจะโยนไว้ตรงมุมโต๊ะ “วันนี้มีอะไรต้องทำบ้าง ทวนให้ฟังอีกรอบสิ” ชายหนุ่มเลือกที่จะไม่เซ้าซี้เรื่องไม่เป็นเรื่องต่อ นอกจากจะถามถึงตารางงานของวันนี้ซึ่งดูท่าน่าจะวุ่นวายพอตัว


“อ่า วันนี้เดี๋ยวช่วงบ่ายจะมีโมเดลมาฟิตติ้งชุดที่เราเลือกไว้เมื่อคราวก่อนครับ แล้วก็ครั้งนี้เห็นว่าท่านประธานกับแผนกอื่น ๆ จะเข้าไปดูด้วย”


“แผนกอื่น?”


“ครับ..เอ่อ..ก็การตลาดนั่นแหละครับ”


ทั้งที่ซองอูพยายามจะเลี่ยงคำนั้น แต่ถึงอย่างไรคนเป็นหัวหน้าอย่างแบคฮยอนก็ต้องรู้เรื่องนี้ดี แน่นอนว่าเป็นที่รู้ ๆ กัน แบคฮยอนไม่ชอบให้ใครอื่นนอกจากท่านประธานเข้าไปจุ้นจ้านเรื่องการฟิตติ้งชุดกับโมเดล หากครั้งนี้ดูท่าเขาน่าจะปฏิเสธไม่ได้ แต่ถึงอย่างไรชายหนุ่มก็เกิดความกังวลเล็ก ๆ อยู่ในใจ


จะไม่ให้กังวลได้อย่างไร ก็แบบชุดที่จะฟิตติ้งในวันนี้มันคือแบบไม้ตายของสิ้นปีน่ะสิ


ยิ่งคนรู้เยอะ ก็เท่ากับความลับของบริษัทก็จะรั่วไหลได้ง่ายขึ้น แบคฮยอนพรูลมหายใจขณะเดียวกับที่มองรูปในแฟ้มไปพลาง ๆ ส่วนซองอูก็แจงรายละเอียดของงานช่วงบ่ายก่อนที่เขาจะโบกมือไล่ให้เจ้าตัวไปทำงานต่อ


ฉับพลันที่ประตูห้องถูกปิดลง ชายหนุ่มตัวเล็กก็พรูลมหายใจเฮือกใหญ่พลางหมุนเก้าอี้ให้ตนหันหน้าออกไปทางกระจกใสด้านหลัง ทิวทัศน์ของตึกสูงในช่วงเวลากลางวันไม่ได้ช่วยทำให้เขารู้สึกดีขึ้นเลยสักนิด แต่อย่างน้อยมันก็ดีกว่าที่ในหัวเอาแต่คิดถึงเรื่องของคนคนนั้น


ซึ่งมันรบกวนและน่ารำคาญเอามาก ๆ


ทว่าภายใต้ความรู้สึกเหล่านั้นแล้ว..


มันค่อนข้างที่จะ— “เฮ้อ”

 

 

แบคฮยอนมาถึงห้องสำหรับฟิตติ้งชุดในตอนบ่ายโมงตรง ขณะเดียวกับที่ดีไซเนอร์ของแบรนด์หลายคนต่างก็กำลังขะมักเขม้นกับการเรียงแบบชุด โอเมก้าหนุ่มเดินไล่ดูผลงานของแต่ละคนพร้อมกับให้คำแนะนำในการปรับ และอีกไม่นานบรรดานายแบบและนางแบบที่นัดเอาไว้ก็กำลังจะมาถึง


“วันนี้ขอให้ทุกคนเต็มที่กับงานนะ ยังไงก็รบกวนกวนด้วยครับ”


ชายหนุ่มว่าขณะที่บรีฟงานเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะปล่อยให้ฝ่ายต่าง ๆ เริ่มดำเนินกิจกรรมของตัวเอง ระหว่างนั้นช่างภาพก็จัดการเตรียมไฟเซ็ทฉากเพื่อถ่ายรูปพรีวิวไปนำเสนอในบอร์ดที่ประชุมในครั้งหน้า


“สวัสดีครับคุณแบคฮยอน”


ขณะที่หัวหน้าฝ่ายผลิตกำลังชี้แจงงานให้ลูกน้องภายใต้การดูแล เสียงใครคนหนึ่งก็ดังขึ้นจากด้านหลัง เจ้าของชื่อหันไปมองก่อนจะเผยรอยยิ้มกว้างอย่างดีใจเมื่อพบกับใครบางคน


“คุณจงอิน”


แบคฮยอนเอ่ยทักทายคนตรงหน้า “ให้ตายเถอะ ผมนึกว่าคุณจะปฏิเสธงานฟิตติ้งของแบรนด์ผมซะแล้ว”


“ฮ่ะ ๆ ใครจะกล้าปฏิเสธลงล่ะครับ ต้องถือว่าเป็นเกียรติซะมากกว่าที่คุณยอมให้ผมมาฟิตติ้งน่ะ”


คิมจงอิน—นายแบบอัลฟ่าที่มีชื่อติดอยู่อันดับแถวหน้าของวงการบันเทิง ไม่มีใครไม่รู้จักเขา และไม่มีใครไม่อยากร่วมงานด้วย เพราะไม่ว่าแบรนด์ไหนก็ตามที่ได้จงอินเข้าไปแตะมือด้วยสักครั้ง แบรนด์นั้น ๆ ก็ขายดีเป็นเทน้ำเทท่าจนเร่งผลิตแทบไม่ทัน


และคราวนี้ดูเหมือนสวรรค์จะเข้าข้าง Bonnie & Clyde เสียแล้วสิ


“คุณก็พูดเกินไปครับ แต่ยังไงก็ดีใจนะครับที่ได้ร่วมงานกับคุณอีกครั้ง” แบคฮยอนยื่นมือไปจับกับนายแบบร่างสูงด้วยความยินดี เพราะก่อนหน้านี้เราต่างก็เคยร่วมงานด้วยกันเมื่อนานมาแล้ว อาจจะไม่ใช่งานที่เคยร่วมกันโดยตรง แต่ทั้งคู่ก็เคยพูดคุยและรู้สึกถูกชะตาด้วย


“ผมก็เหมือนกันครับ รอเวลาที่จะร่วมงานกับคุณมานานแล้วเหมือนกัน”


นายแบบอัลฟ่าเผยรอยยิ้มแสนเสน่ห์ให้กับร่างเล็กตรงหน้า เป็นอันรู้กันว่านี่คือสายตาที่มันพิเศษมากกว่าครั้งไหน แต่แบคฮยอนเองก็รับมือกับสถานการณ์แบบนี้ได้ดี


“หวังว่าคุณจะเต็มที่กับวันนี้นะครับ”


“ไม่มีวันไหนที่ผมไม่เต็มที่กับการทำงานหรอกครับ”


จงอินว่าพลางโน้มตัวเข้าใกล้ “โดยเฉพาะถ้างานนั้นมีคุณอยู่ด้วย”


ชั่วขณะที่นัยน์ตาเจ้าเล่ห์จ้องมองเขาราวกับมีนัยยะแฝงมา แน่นอนว่าคนอย่างแบคฮยอนที่รู้ดีว่าอัลฟ่าเป็นคนประเภทไหนก็ย่อมรับมือได้ ชายหนุ่มร่างเล็กแค่นหัวเราะซึ่งเป็นกับจังหวะเดียวกับที่ท่านประธานจุนมยอนเดินเข้ามา


“อ่าว มาถึงกันแล้วเหรอครับคุณจงอิน” คนมีอำนาจสูงสุดของที่นี่เอ่ยทักอย่างเป็นมิตร


“ครับประธานคิม พอทราบข่าวว่าต้องมาฟิตติ้งชุดให้กับที่นี่ผมก็แทบจะปฏิเสธงานทั้งหมดเลย”


“ฮ่ะ ๆ ถ้าทำแบบนั้นจริงคนในวงการจะหาว่าคุณเอาแต่ใจได้นะ”


“ก็ถ้าต้องมาเป็นนายแบบให้กับแบรนด์ของคุณผมจะยอมโดนกล่าวหาแบบนั้นก็ได้”


พูดจบทั้งคู่ก็หัวเราะออกมาเบา ๆ อย่างนึกสนุก ประธานคิมตบบ่านายแบบหนุ่มด้วยความสนิทสนม เพราะทั้งคู่ก็เคยเจอกันตามงานสังคมไม่ใช่น้อย ก่อนจุนมยอนจะหันมาหาแบคฮยอน


“ทุกอย่างเรียบร้อยดีนะ ถ้าพร้อมแล้วเดี๋ยวเริ่มได้เลย”


หัวหน้าฝ่ายผลิตพยักหน้ารับก่อนจะหันไปสั่งงานลูกน้องคนที่เหลือไปเตรียมตัวให้พร้อม ระหว่างนั้นคนจากแผนกต่าง ๆ ก็ทยอยเข้ามานั่งในห้องตามจุดที่กำหนดไว้ สาบานได้ว่าแบคฮยอนไมได้ตั้งใจจะมองประตูตอนที่ร่างสูงของใครบางคนเดินเข้ามา


ชั่วขณะที่ดวงตาของทั้งคู่เผลอสบมองกัน


โอเมก้าหนุ่มรู้ตัวว่าตนกำลังกลั้นหายใจอย่างไม่มีสาเหตุ ก่อนจะหลบตามองทางอื่นเช่นเดียวกับที่เคยเป็น ส่วนชานยอลเองก็รู้สึกแปลกไม่น้อยที่อีกฝ่ายเป็นคนหลบตาก่อน ทั้ง ๆ ที่ปกติแล้วเขาจะต้องเป็นฝ่ายยุติสงครามขนาดย่อมแบบนี้ทุกครั้ง


โดยไม่รู้ว่าการกระทำแค่เสี้ยววิของทั้งคู่อยู่ในสายตาของคนภายในสตูฯ


แต่นั่นก็คงไม่สามารถพิสูจน์ได้หรอกว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับคนทั้งคู่ตั้งแต่กลับจากดูงานที่เกาะเชจู เพราะมีเสียงเล่าต่อกันมาว่ากำหนดการกลับของหัวหน้าฝ่ายทั้งสองล่าช้ากว่ากำหนดไปถึงสองวัน โดยไม่มีใครรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับทั้งคู่ และสองวันที่ล่าช้านั้นมีเหตุอะไร


สุดท้ายก็คงมีแค่คนทั้งคู่ที่รู้ความจริงเป็นอย่างดี


การฟิตติ้งชุดในช่วงบ่ายผ่านพ้นไปอย่างราบรื่น ทุกคนในทีมทำงานได้อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง รวมถึงเหล่านายแบบนายแบบที่ถูกคัดเลือกมาก็ทำหน้าที่นำเสนอแบบสินค้าได้อย่างโดดเด่น ประธานคิมและผู้บริหารคนอื่น ๆ ก็เห็นชอบกับแบบในครั้งนี้ ก่อนจะเคาะกำหนดวันในการถ่ายแบบและเริ่มทำงานตามแผนที่วางไว้ได้


“หัวหน้ามีประชุมสรุปผลอีกทีตอนห้าโมงครึ่งนะครับ”


องซองอูเดินเข้ามาบอกตารางงานในวันนี้ให้แก่เมก้าคนเก่งที่กำลังเรียงแบบชุดที่สรุปผลเป็นที่เรียบร้อย เขาพยักหน้าให้ดีไซเนอร์คนอื่นทำงานต่อจากที่ตนทำค้างไว้ก่อนหันไปหาเบต้าคนสนิทที่กำลังเคลียร์ตารางงานวันนี้


“ตอนนี้กี่โมงแล้ว”


“สี่โมงสามสิบห้าครับ”


“ให้ตายเถอะ จะไม่ให้พักหาอะไรกินหน่อยรึไงกัน” แบคฮยอนบ่นอุบอิบเพราะตั้งแต่เที่ยงมาแทบจะยังไม่มีอะไรตกถึงท้องเขานอกจากกาแฟ


“ผมเตรียมแซนด์วิซกับน้ำผลไม้ไว้ที่ห้องหัวหน้า จะแวะไปทานก่อนไหมครับ”


“ก็ดี ฝากนายเคลียร์ตรงนี้หน่อยก็แล้วกัน เดี๋ยวฉันตามไปที่ห้องประชุมเลย”


เมื่อฝากฝังงานไว้แล้ว แบคฮยอนก็ขอตัวไปพักที่ห้องทำงาน ระหว่างทางเดินตนก็เช็กข้อความของพี่ชายที่ส่งมาบอกว่าวันนี้มีนัดทานมื้อเย็นที่บ้านใหญ่ และก็คงมีพี่สะใภ้โอเมก้าคนใหม่พร้อมทั้งหลานตัวน้อยของเขาอีกตามเคย


แบคฮยอนไม่ได้มีปัญหาอะไรกับการเจอหน้าครอบครัวของพี่ชายตัวเอง เพียงแต่นั่นทำให้เขานึกถึงพี่สะใภ้คนเก่าที่ป่านนี้ไม่รู้ว่าเป็นอย่างไรบ้าง


ขณะที่กำลังคิดอะไรเพลิน ๆ ลิฟต์ที่ตนกำลังรออยู่ก็มาถึงพอดี บานเลื่อนเหล็กอันใหญ่เปิดอ้าออกจนเห็นว่ามีใครยืนอยู่ด้านในห้องโดยสาร ซึ่งก็ไม่รู้ว่าวันนี้เป็นวันโชคดีหรือว่าโชคร้ายกันแน่ที่ต้องเจอผู้ชายคนนี้อีกครั้ง


“คุณจะเข้ารึเปล่า”


ปาร์คชานยอลเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงปกติ พร้อมกับนิ้วมือที่กดให้ลิฟต์ค้างเอาไว้ เขาเห็นท่าทีลังเลของโอเมก้าร่างเล็กก็พอจะรู้ว่าอีกฝ่ายคงไม่กล้าอยู่ในลิฟต์กับตนสองต่อสองแน่


และอัลฟ่าหนุ่มก็คิดผิดเมื่อโอเมก้าร่างเล็กเลือกที่จะเดินเข้าลิฟต์พร้อมกับกดหมายเลขชั้นที่จะไป ก่อนจะเดินไปชิดอีกฝั่งของห้องโดยสาร


ชานยอลปรายตามองอีกฝ่ายก่อนจะกดปิดลิฟต์ให้ทำงานตามเดิม ภายในห้องสี่เหลี่ยมขนาดแคบยังคงน่าอึดอัดเช่นเคยเมื่อเราสองคนอยู่ด้วยกัน ทั้งที่จริงมันก็เป็นเรื่องปกติ แต่จู่ ๆ อัลฟ่าหนุ่มก็รู้สึกว่าตนควรจะพูดอะไรบางอย่างออกไป


“วันนี้แผนกคุณทำงานเก่งเหมือนเดิมเลยนะ”


“อืม”


ซึ่งคำตอบของคนตัวเล็กก็ทำเอาที่แห่งนี้กลับมาเงียบอีกครั้ง ทั้งที่ความจริงเราอาจจะต้องมีปากเสียงหรือจิกกัดกันเล็กน้อยตามประสา แต่หลังจากวันนั้น—วันที่ไปดูงานด้วยกันที่เกาะเชจู ทุกอย่างก็เปลี่ยนไปจนเขาปรับตัวแทบไม่ทัน


ไม่มีเสียงโวยวายของแบคฮยอน ไม่มีแม้แต่ร่างเล็กที่วิ่งถือเอกสารพุ่งเข้ามาหาเขาด้วยอารมณ์โทสะ หรือแม้จะเป็นสายตาดูถูกหรือมองเหยียดก็ตาม จะมีก็แต่ความเงียบและความเมินเฉยเท่านั้นที่อีกฝ่ายมีให้เขา


ทว่าสิ่งที่ยังคงเหลืออยู่คงเป็นกลิ่นแอปเปิลอ่อน ๆ ที่ลอยมาแตะจมูก


เอาเข้าจริงชานยอลก็พอจะเข้าใจอยู่หรอกว่าที่แบคฮยอนเป็นแบบนี้มันเกิดจากอะไร


ให้ตายเถอะ เขาเองก็ไม่ได้อยากให้ทุกอย่างเป็นแบบนี้เลย

 

 

  

 

 

 /12/

 

 

 


แบคฮยอนเหมือนจะล้มไปกองกับพื้นให้ได้เมื่อได้ยินเสียงของท่านประธานอย่างคิมจุนมยอนบอกให้เข้าร่วมงานในครั้งนี้


เขาจะไม่มีปัญหาอะไรเลยถ้างานที่อีกฝ่ายว่านั่นไม่ใช่งานถ่ายแบบร่วมกับนายแบบนางแบบคนอื่น ๆ ซึ่งรวมถึงปาร์คชานยอลที่ถูกเสนอชื่อให้เป็นหนึ่งในนั้นด้วย!


“หัวหน้าบยอนคิดว่ามันไม่ดีหรอ ผมเองก็คิดต่อจากการโปรโมทครั้งที่แล้วของคุณนะ ไหน ๆ เราก็ชูโรงด้วยการให้พนักงานทุกคนใส่คอลเลคชั่นใหม่จนเกิดกระแสแล้ว ถ้าจะให้พนักงานไปถ่ายแบบร่วมกับคอลเลคชั่นสิ้นปีด้วยก็ไม่น่าจะเสียหายอะไรนี่เนอะ”


ใช่! มันจะไม่เสียหายหรอกถ้าหากว่าเขาไม่ต้องร่วมงานกับอัลฟ่าคนนั้นน่ะ!


“แต่ว่าประธานครับ วันนั้นผมเองก็ต้องเป็นฝ่ายเตรียมคุมงานทุกอย่าง ถ้าต้องสละเวลาไปถ่ายแบบด้วยผมจะคุมงานได้ยังไงหรอครับ”


“ไม่เห็นจะยากตรงไหนเลยหัวหน้าบยอน เรื่องนี้ให้เลขาองเป็นคนดูแลก็ยังได้ เพราะไงมันก็เหมือนคราวก่อนที่เราถ่ายกัน แค่ดูแลทุกอย่างให้เรียบร้อย แถมการแก้ปัญหาหน้างานของเลขาองก็ถือว่าอยู่ในระดับที่ควบคุมได้”


“ทำแบบนั้นมันจะไม่—”


“ดิฉันเห็นด้วยกับการที่ประธานคิมเสนอชื่อพนักงานในบริษัทนะคะ โดยเฉพาะหัวหน้าบยอนที่มีชื่อเสียงในวงการแฟชั่นอยู่แล้ว ไม่คิดว่าการถ่ายแบบครั้งนี้จะช่วยชูคอลเลคชั่นให้เด่นขึ้นไปอีกหรอคะ”


“นั่นสิครับ ผมว่ามันเป็นผลดีต่อบริษัทมาก ๆ เลยนะครับ ไหน ๆ หัวหน้าบยอนเองก็ตั้งใจกับคอลเลคชั่นนี้มาก ถือว่าช่วยบริษัทเถอะนะครับ”


และอีกหลายเสียงของเหล่าคณะผู้บริหารที่ทำเอาแบคฮยอนปฏิเสธไม่ทัน โอเมก้าร่างเล็กหันไปมองเลขาเบต้าที่นั่งทำหน้าเจื่อนอยู่ตรงมุมห้องเพราะตนไม่สามารถช่วยเหลืออะไรได้ 


ซึ่งคำตอบของเรื่องนี้ก็คือ เขาปฏิเสธการถ่ายแบบครั้งนี้ไม่ได้


จู่ ๆ ในที่ประชุมก็มีการเสนอขึ้นมาเกี่ยวกับการถ่ายคอลเลคชั่นใหม่ที่จะมีขึ้นในอีกไม่กี่วันข้างหน้า โดยให้ดาราอัลฟ่าคนดังอย่างคิมจงอินมาเป็นตัวเปิด ตามด้วยดาราสาวลีซอนมี และนายแบบลีซูฮยอก ซึ่งทุกอย่างเป็นไปตามที่กำหนดจนกระทั่งมีการเสนอว่าให้มีพนักงานในบริษัทเข้าร่วมอีก 3 คน


ปาร์คชานยอล—หัวหน้าการตลาดที่ถูกโหวตให้เข้าร่วมอย่างอัตโนมัติเพราะหน้าตา คิมดาซม—พนักงานจากฝ่ายจัดซื้อผู้ซึ่งเป็นหนึ่งในโอเมก้าอีกคนที่ทำงานในบริษัท และสุดท้ายก็คือแบคฮยอนที่ถูกโหวตบังคับด้วยความฝืนใจ


ยิ่งเสียงส่วนมากก็คะยั้นคะยอให้เขายอมถ่ายแบบด้วยแล้ว คนอย่างแบคฮยอนจะปฏิเสธให้เสียน้ำใจกันก็คงจะดูแย่


ท้ายสุดก็ต้องยอมรับข้อเสนอเพราะเห็นผลประโยชน์ของบริษัทมาเป็นอันดับหนึ่ง


คอลเลคชั่นใหม่สำหรับไตรมาสที่สี่ของปีนี้ถูกกำหนดให้ชื่อว่า Destiny of Bonnie & Clyde  ภายใต้คอนเซ็ปต์พรหมลิขิตแห่งจอมโจร


เป็นชุดที่ถูกออกแบบให้เหมาะสำหรับทุกเพศ ทุกชนชั้น โดยจุดเด่นเน้นไปที่สวมใส่สบาย แต่ยังคงความเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ และวิสัยทัศน์ที่ต้องการให้ผู้สวมใส่รู้สึกว่ากำลังสวมเสื้อผ้าระดับแบรนด์ดัง แต่ราคาสามารถจับต้องได้


Destiny of Bonnie & Clyde เรียกได้ว่าเป็นไม้ท้ายของท้ายปีที่จะเรียกกระแสแฟชั่นของปีนี้ให้กลับมาโดดเด่นอีกครั้ง แบคฮยอนไม่รู้หรอกว่าวิธีนี้จะได้ผลหรือไม่ แม้ในใจจะไม่อยากถ่ายก็ตาม ไม่ใช่ว่าเขาไม่ชอบงานแบบนี้หรอกนะ แต่แค่ไม่ชอบที่ต้องร่วมงานกับปาร์คชานยอลในหน้าที่ที่มันไม่ใช่หน้าที่จำเป็น


แต่ถึงอย่างนั้นการเป็นมืออาชีพแล้ว เขาก็ต้องแยกเรื่องงานกับเรื่องส่วนตัวให้ออก


กระทั่งวันถ่ายแบบมาถึง แบคฮยอนที่อดนอนมาหลายคืนเพราะต้องเตรียมงานก็ต้องถ่อร่างกายตัวเองมาแต่เช้าเพื่อเตรียมทุกอย่างให้พร้อม อย่างที่ประธานคิมเคยบอกว่าจะให้เลขาองซองอูเป็นคนดูแล แต่กระนั้นแบคฮยอนก็วางใจเจ้าหมอนี่ไม่ได้ เพราะเขารู้ดีว่าซองอูมักจะพลาดตรงไหน


“หัวหน้าครับ เรื่องนี้หัวหน้าย้ำผมเป็นรอบที่สิบแล้วนะครับ ผมไม่มีทางลืมได้แน่ ๆ”


“ก็ลองลืมดูสิ นายเตรียมยื่นใบลาออกให้ฝ่ายบุคคลได้เลย”


โอเมก้าหนุ่มขู่ลูกน้องคนสนิทด้วยทีจริงทีเล่น แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังคงกระชับงานต่อว่าวันนี้ต้องออกมาให้เรียบร้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้ และตามกำหนดตอนนี้แบคฮยอนควรจะไปที่ห้องแต่งตัวได้แล้ว


“หัวหน้ารีบไปเถอะครับ ไม่ต้องห่วงทางนี้ ผมสัญญาว่าจะดูแลทุกอย่างให้เรียบร้อยที่สุด”


พูดจบเบต้าหนุ่มก็ไม่ลืมที่จะรุนหลังโอเมก้าร่างเล็กให้ไปยังห้องแต่งตัวของสตูฯถ่ายภาพแห่งนี้ และทันทีที่เข้าไปด้านใน แบคฮยอนก็ถูกช่างแต่งหน้าหลายคนจูงไปนั่งที่เก้าอี้ก็จะอีกสารพัดอย่างที่เตรียมประโคมลงบนหน้าเขา รวมถึงทรงผมก็ถูกเซ็ทใหม่ให้เข้ากับคอนเซ็ปต์ที่กำหนดไว้


และในขณะที่กำลังรอช่างแต่งเติมทุกอย่างบนใบหน้า แบคฮยอนก็เห็นทุกอย่างในห้องสะท้อนในกระจก โดยเฉพาะกลิ่นหอมเย็นของเทือกเขาที่เขารู้ดีว่าใครเป็นเจ้าของ กำลังนั่งอยู่ตรงกระจกอีกฝั่งพร้อมกับคิมดาซม—พนักงานอีกคนจากบริษัทที่จะมาร่วมถ่ายแบบด้วยกัน


ทั้งสองกำลังพูดคุยและหัวเราะอย่างเป็นกันเอง ทำเอาริมฝีปากบางของแบคฮยอนแสยะยิ้มเล็กน้อย ฉากตรงหน้าช่างคุ้นหูคุ้นตา มันชวนให้เขานึกถึงเหตุการณ์เมื่อหลายปีก่อน

 

ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ปี นิสัยอย่างไรก็ยังคงนิสัยแบบนั้นอยู่เช่นเคย

 

ทว่าการกระตุกยิ้มของเขาในครั้งนี้ทำเอาช่างแต่งหน้าร้องลั่นอย่างตกใจ

 

“คุณแบคฮยอนคะ อย่ายิ้มแบบนั้นสิ ลิปพี่เกือบเลอะเลยเห็นไหม”

 

และให้ตายเถอะ! เมื่อไหร่ไอ้การแต่งหน้าที่แสนยุ่งยากนี่จะจบไปซักทีเนี่ย!!

 

โอเมก้าหนุ่มนึกหงุดหงิดกับการประโคมสิ่งต่าง ๆ ลงบนใบหน้าของเขาอย่างเต็มทน และไม่รู้ว่าทำไมผู้ชายอย่างเขาจะต้องฟาดตาเยอะขนาดนั้นด้วย

 

“มันไม่เยอะไปหรอครับ” แบคฮยอนถามช่างแต่งหน้าด้วยความสงสัย เพราะช่างคนนี้เองก็รู้จักกันเพราะเคยร่วมงานกันมาก่อน แต่ไม่ใช่ในฐานะคนที่ต้องมานั่งแต่งแบบนี้แน่

 

“ไม่เยอะไปหรอกค่ะ เดี๋ยวพอเข้ากล้องแล้วมันจะไม่เด่น เข้ม ๆ แบบนี้เนี่ยแหละดีแล้ว” อีกฝ่ายว่าก่อนจะแต่งนู่นเติมนี่จนพอใจ “จะว่าไปคุณแบคฮยอนเองก็แต่งหน้าขึ้นเหมือนกันนะคะ เคยคิดอยากจะจับแต่งตั้งนานแล้ว คิดไว้ว่าต้องน่ารักเหมือนตุ๊กตามากแน่ ๆ”

 

“ผมไม่เห็นว่าจะเหมือนอย่างที่พี่ว่าตรงไหนเลย” เพราะตอนนี้เขาคิดว่าใบหน้าของตนต้องหนาเตอะในแบบที่ไม่เคยเป็นมาก่อนแน่ ๆ

 

“พี่ว่าเตรียมไปเปลี่ยนชุดดีกว่า อีกเดี๋ยวผู้กำกับก็เรียกออกไปแล้ว”

 

ช่างแต่งหน้าคนนั้นว่าก่อนจะสั่งเด็กในทีมอีกคนพาโอเมก้าหนุ่มไปยังห้องแต่งตัว ซึ่งการถ่ายแบบในวันนี้จะต้องเปลี่ยนชุดทั้งหมดสามชุด ซึ่งชุดแรกจะเป็นชุดสบาย ๆ แนวไพรเวทที่ใส่ได้ตามวันธรรมดาทั่วไป แต่จุดเด่นยังคงตามคอนเซ็ปต์ที่วางไว้

 

ซึ่งไม่นานก็มีทีมงานจากสตูฯด้านนอกเรียกให้ทุกคนออกไปเตรียมพร้อม แบคฮยอนเห็นจงอินที่เพิ่งแต่งหน้าเสร็จ เจ้าตัวกล่าวขอบคุณช่างแต่งหน้าก่อนจะเดินตรงมายังเขา

 

“ว้าว คุณดูแปลกตาจากที่ผมคิดไว้เยอะเลยนะ”

 

“มันดูตลกใช่ไหม”

 

“ไม่หรอก ผมว่าคุณดูดีนะ มั่นใจหน่อยสิ งานง่าย ๆ แบบนี้คุณทำได้อยู่แล้ว” แน่นอนว่าเขาทำได้ แต่นี่ไม่ใช่สิ่งที่เขาอยากทำเสียหน่อย

 

โอเมก้าร่างเล็กยืนพูดคุยกับนายแบบหนุ่มด้วยเรื่องทั่วไป เขาจำได้ว่าพี่สาวของจงอินเองก็ทำแบรนด์เสื้อผ้าอยู่เหมือนกัน ไม่นานเสียงผู้กับกำช่างภาพก็เรียกออกไปรวมกัน มีการบรีฟงานคร่าว ๆ เกิดขึ้นก่อนที่จะเข้าสู่กระบวนการทำงานจริง ๆ ซึ่งทุกคนก็ดูตั้งใจกันมาก โดยเฉพาะตอนที่จงอินเข้าไปเซ็ทฉากพร้อมกับซอนมี


ด้วยความเป็นมืออาชีพของทั้งสามคนนั้นทำเอาบรรยากาศในสตูฯดูเปลี่ยนไปมากกว่าที่คิดเอาไว้ โดยเฉพาะสายตาอันดุดันของอัลฟ่าอย่างจงอิน ที่พร้อมจะแผ่เสน่ห์ให้ร่างกายให้ผู้ที่พบเห็นได้รู้ซึ่งถึงอำนาจที่อยู่ในดวงตา


หรือจะเป็นซอนมีที่ผลักตัวตน ฉีกกฏจากการเป็นเบต้าธรรมดาให้กลายเป็นเบต้าผู้ทรงไปด้วยความน่าหลงใหล ทั้งสีหน้าและท่าทางอย่างมืออาชีพช่วยขับทุกอย่างให้ดูเด่น ซึ่งมันตรงตามคอนเซ็ปต์ในแบบที่แบรนด์ของเขาวางไว้


ดูเหมือนว่าการเข้าฉากของทั้งคู่จะทำให้ความเป็น Bonnie & Clyde เด่นชัดขึ้นมาเป็นเท่าตัว เพราะตอนนี้ทั้งคู่ราวกับคู่รักจอมโจรที่พร้อมจะนั่งฟอร์ดมัสแตงสีร้อนแรงแล้วพุ่งทะยานออกไปในโลกที่ไร้ซึ่งกฏเกณฑ์


แทบจะไม่มีใครละสายตาจากสองคนในฉากได้เลยแม้แต่น้อย กระทั่งผู้กำกับสั่งคัทเพราะคิดว่าได้ภาพตามที่ต้องการ ทีมงานทุกคนต่างก็ปรบมือให้ทั้งสองอย่างพร้อมเพรียง รวมทั้งแบคฮยอนเองก็อดไม่ได้ที่ร่วมแสดงความยินดีด้วย


“ผมทำได้ดีใช่ไหม?” จงอินเดินเข้ามาถามเขาพร้อมกับเผยรอยยิ้มเหลือร้ายที่ทำเอาคนรอบข้างมองเคลิ้มไปตาม ๆ กัน

 

“ดีกว่าที่ผมคิดไว้ซะอีก ขอบคุณมากนะครับ”

 

“เพื่อคุณ ผมทำได้มากกว่านี้อีก”

 

และนั่นอาจจะเป็นประโยคเดียวที่มีแค่แบคฮยอนได้ยิน เพราะนอกจากนายแบบหนุ่มจะโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้พร้อมกระซิบข้างหูเขา ฝ่ามือหน้าก็เอื้อมมาแตะที่หัวไหล่อีกข้าง มองผิวเผินก็คล้ายกับว่าเรากำลังกอดกัน ซึ่งมันก็ใกล้มากพอที่แบคฮยอนจะได้กลิ่นไม้สนจากอัลฟ่าคนนี้

 

ให้พูดกันตามตรง กลิ่นของจงอินทั้งมีเสน่ห์น่าหลงใหลตามที่ใครหลายคนเคยพูดเอาไว้ ไม่ว่าจะท่าทีหรือวาจา อัลฟ่าคนนี้ก็คงตกเป็นที่หมายตาของใครหลายคน แบคฮยอนไม่แปลกใจเลยสักนิดว่าทำไมผู้ชายคนนี้ถึงโด่งดังในวงการบันเทิงมากขนาดนี้

 

ทว่ากลิ่นไม้สนที่ผู้คนต่างคลั่งไคล้นั้นกลับทำให้เขานึกถึงอีกกลิ่นเสียมากกว่า

 

กลิ่นเย็นเยือกของเทือกเขาลอยมาแตะที่ปลายจมูกอีกครั้ง

 

แบคฮยอนไม่รู้ว่าเขาได้กลิ่นนี้เพราะว่าเผลอนึกถึงมัน

 

หรือเป็นเพราะว่าสายตาคู่หนึ่งที่กำลังจ้องมองกันแน่

 

“คุณชานยอลครับ ช่วยมองกล้องหน่อยครับ” และเสียงของผู้กำกับก็ทำเอาร่างเล็กได้สติอีกครั้ง

 

เขากระพริบตามองฉากกลางห้องที่ตอนนี้มีหัวหน้าแผนกการตลาดและดาซมพนักงานจากฝ่ายจัดซื้อเข้าไปอยู่ในฉากแล้ว ทั้งสองกำลังเตรียมตัวถ่ายคอนเซ็ปต์ต่อไป ซึ่งจะต่างจากคู่แรกที่ต้องดันความเป็นคู่รักจอมโจรออกมาให้ได้

 

ในคอนเซ็ปต์นี้ถูกกำหนดให้ทั้งสองเป็นคู่โชคชะตาของกันและกัน ซึ่งจะต้องสื่อท่าทางและสายตาที่ต่างฝ่ายต่างก็หลงใหล ราวกับคู่รักที่เพิ่งเคยพบกันครั้งแรก ทว่ามันคงจะยากสำหรับทั้งคู่ไปเสียหน่อยเพราะไม่ใช่มืออาชีพ

 

และทางผู้กำกับก็พอที่จะเข้าใจว่าจะทำอย่างไรให้สองคนนี้สื่ออารมณ์ได้ ฝ่ายผู้ช่วยก็คอยไกด์ว่าควรแสดงอารมณ์และสายตาออกมาแบบไหน ถึงจะไม่ใช่ภาพเคลื่อนไหว แต่การถ่ายภาพนิ่งให้ดูมีความหมายมากที่สุด นั่นก็คือสิ่งที่ควรจะเกิดขึ้น

 

“ผมขอให้มองฝ่ายหญิงด้วยสายตาที่อยากจะอยากจะครอบครอง อยากจะกลืนกิน อยากเป็นเจ้าข้าวเจ้าของน่ะครับ”

 

“ต้องมองแบบนั้นเลยหรอครับ” อัลฟ่าหนุ่มถามด้วยความลำบากใจ เพราะต่อให้เป็นงานก็ตามที แต่การที่ต้องจ้องหน้าโอเมก้าสาวด้วยสายตาแบบนั้นดูเหมือนว่ามันจะไม่ใช่เรื่องดีสักนิด

 

“แค่แปบเดียวเองครับ ถ้าผมได้มุมที่ถูกใจแล้วเดี๋ยวสั่งคัทเอง ส่วนฝ่ายหญิงแสดงอารมณ์ได้ดีมากครับ ขอแบบเมื่อครู่อีกรอบนะ ไฟขึ้นเลย” โดยไม่ทันจะรอคำตอบจากชายหนุ่ม ทุกอย่างก็ดูเหมือนจะเคลื่อนไหวกว่าที่คิด ชานยอลชั่งใจอยู่ครู่หนึ่งและเขาก็คิดว่าตัวเองกำลังทำเรื่องเสียเวลาโดยใช้เหตุ

 

แต่จะให้มองคิมดาซมด้วยสายตาที่อยากครอบครองน่ะ .. มันไม่เกินไปหรอกหรอ

 

หรือเพราะว่ามีใครบางคนอยู่ที่แห่งนี้กันแน่ ถึงทำให้ชานยอลไม่กล้าที่จะทำแบบนั้น

 

ทว่ากลิ่นแอปเปิลที่ลอยมาแตะปลายจมูกอย่างบางเบาก็ทำเอาอัลฟ่าหนุ่มสูดลมหายใจ เขาชำเลืองสายตามองหาที่มาของกลิ่นในจังหวะที่ทีมงานคนอื่นกำลังวุ่นวายอยู่กับการเตรียมถ่ายเซ็ทต่อไป

 

ทันใดนั้นก็เห็นร่างเล็กคุ้นตากำลังยืนอยู่ถัดไปจากดาราอัลฟ่าอย่างจงอิน ดูเหมือนทั้งสองกำลังกระซิบกระซาบคุยอะไรกันบางอย่างซึ่งนั่นไม่ได้ทำให้เขารู้สึกแปลก แต่จังหวะที่เขาจ้องมองไปยังคนทั้งสอง ดวงตาของแบคฮยอนก็เงยขึ้นมาสบกับเขาพอดี

 

อยากเป็นเจ้าของ อยากจะครอบครองอย่างนั้นหรือ

 

ประโยคเหล่านี้ชานยอลจำได้ว่าเคยวนเวียนอยู่ในความคิดของตนเมื่อเกือบสองปีก่อน แน่นอนว่าเขาต้องการที่จะครอบครองโอเมก้าคนนั้น ไม่ใช่ในฐานะคู่โชคชะตา แต่เขาหมายถึงหัวใจของอีกฝ่ายเช่นกัน

 

มันยากที่จะพิสูจน์ว่าความจริงแล้วเขาเข้าหาอีกฝ่ายด้วยความจริงใจ เพราะคำว่าโชคชะตาหรือคู่ที่ฟ้าลิขิตมาให้ก็ไม่ได้หมายความว่าเราจะมีความรู้สึกให้กัน ชานยอลเข้าใจดีว่าแบคฮยอนต้องการให้เขาทำอย่างไร แต่กว่าที่จะรู้อะไรหลาย ๆ ก็อาจจะสายเกินแก้

 

ทว่าเหตุการณ์ที่เกาะเชจูในวันนั้นก็ทำให้เขาพอมีหวังขึ้นมาอยู่บ้าง

 

“พร้อมนะครับ!

 

แม้ว่ามันอาจจะน้อยมากก็ตาม

 

 

 

 

/13/

 

 

“ให้ตายเถอะ เห็นสายตาที่หัวหน้าปาร์คมองดาซมเมื่อกี้ไหม ฉันอยากจะสิงร่างยัยนั่นชะมัด”

“ถ้าแกไหวแกก็ไปก่อนเลย นี่ขนาดฉันเป็นเบต้านะ ไม่อยากจะนึกสภาพดาซมเลยสักนิด”

“ทั้งเก่ง ทั้งหล่อ แถมยังเป็นอัลฟ่า ใครไม่ชอบก็ไม่รู้ว่าจะพูดว่ายังไงแล้ว”

 

“ก็ไม่ต้องพูดอะไรสิครับ” เสียงของแบคฮยอนดังขึ้นบทสนทนาของพนักงานที่รอเซ็ทฉากต่อไป หญิงสาวทั้งสองกำลังพูดถึงฉากเมื่อชั่วโมงก่อนที่ปาร์คชานยอลทำเรื่องจนคนพูดถึงไม่หยุดปาก


อุ้ย หัวหน้าบยอน ขอโทษทีค่ะ” พูดจบทั้งสองก็วิ่งกลับไปทำหน้าที่ของตัวเอง โดยปล่อยให้แบคฮยอนยืนหน้ามุ่ยอย่างหงุดหงิดใจ

 

ก็หมอนั่นน่ะสิ อยู่ดี ๆ ก็เป็นบ้าอะไรไม่รู้ จ้องหน้าเขาเหมือนจะหาเรื่อง ถ้าไม่ติดว่ากำลังทำงานอยู่เขาคงตะโกนใส่หน้าไปแล้วว่ามองทำไม แต่ไม่ทันที่จะได้เอ่ยปากพูดอะไร หัวหน้าการตลาดคนนั้นก็กลับไปโฟกัสกับการถ่ายแบบอีกครั้ง

 

ซึ่งคราวนี้ทำเอาทั้งห้องสตูฯร้อนราวกับอยู่กลางทะเลทราย ทั้งยังสามารถทำให้ตัวเองกลายเป็นโอเอซิสท่ามกลางอากาศร้อน ๆ ได้อย่างไม่น่าเชื่อ

 

อะไรเข้าสิงไอ้บ้านั่น..

 

จากที่ผู้ช่วยผู้กำกับบรีฟให้ชานยอลแสดงอารมณ์ที่อยากจะครอบครองคนตรงหน้า หมอนั่นก็ดูเหมือนจะอึกอักและเกร็งพอควร แบคฮยอนก็พอจะเข้าใจหรอกว่าไม่เคยทำอะไรแบบนี้มาก่อน แต่จู่ ๆ ก็มองพนักงานฝ่ายจัดซื้อคนนั้นจนแทบจะทะลุร่าง นี่ถ้ามีกลิ่นฟีโรโมนออกมาด้วยหมอนั่นคงไม่สูดจนคนอื่นไม่ได้กลิ่นหรอกใช่ไหม

 

จากที่เคยหงุดหงิดใจที่ต้องมาถ่ายแบบร่วมกันแล้ว ตอนนี้แบคฮยอนหงุดหงิดว่าที่คิดไว้มากเสียอีก

 

“หัวหน้า.. โอเคไหมครับ” 


ซองอูที่ปลีกตัวออกจากงานหลักมาได้ วิ่งแจ้นเข้ามาถามไถ่อาการของเจ้านายตัวเองด้วยความเป็นห่วง เพราะเซ็ทเมื่อครู่ที่แบคฮยอนเข้าฉากร่วมกับนายแบบอย่างซูฮยอก ก็ทำเอาทีมงานว้าวุ่นกันไปหมดเพราะโอเมก้าร่างเล็กไม่สามารถสื่ออารมณ์ได้ถึงพอ ๆ กับที่นายแบบคนนั้นทำ

 

เรียกเอาว่ากว่าจะผ่านมาได้ก็เสียเวลาไปเกือบหลายชั่วโมงเลยทีเดียว

 

“ก็แค่ทำงาน ทำไมฉันจะไม่โอเค”

 

“แต่ตอนนี้หัวหน้าดูหงุดหงิดมากเลย อยากกินชาหน่อยไหมครับ เดี๋ยวผมเอามาให้” เพราะซองอูรู้ว่าถ้าปล่อยให้หัวหน้าตนหงุดหงิดใจแบบนี้ต่อไปอีกสักพัก งานวันนี้ที่เตรียมมาดี ๆ อาจจะล่มไม่เป็นท่าแน่

 

“นายไม่ต้องมาสนใจฉันหรอก กลับไปทำงานตัวเองเถอะ แล้วนี่เหลือคอนเซ็ปต์สุดท้ายแล้วใช่ไหม จะได้จบสักที”

 

“ครับ ฉากสุดท้ายแล้ว เดี๋ยวผมว่าหัวหน้าไปรอตรงนั้นดีกว่า ตรงนี้แอร์ร๊อนร้อน เหงื่อออกหมดแล้ว” เลขาเบต้าว่าอย่างเป็นห่วง เขาใช้สมุดเล่มเล็กพัดลมเย็น ๆ ให้คนเป็นนายก่อนจะพาเดินไปอีกมุมสตูฯ โดยระหว่างนั้นผู้กำกับก็เรียกบรีฟงานเป็นครั้งสุดท้าย

 

คราวนี้ทุกคนต้องถ่ายรวมกันหกคน โดยที่จะถูกจัดให้อยู่ในตำแหน่งที่วางไว้ ซึ่งมันก็เป็นหนึ่งที่ทำให้แบคฮยอนหงุดหงิดใจอยู่ไม่น้อย เพราะเขารู้ดีว่าไอ้ตำแหน่งที่ว่านั่นน่ะเป็นอย่างไร

 

ก็แน่ล่ะ เขาเป็นคนเลือกกับมือเองแท้ ๆ

 

“ถ้าเข้าใจกันแล้ว รบกวนทุกคนเข้าที่เลยนะครับ” ผู้กำกับคนเดิมว่าก่อนจะผายมือเชิญเหล่าคนดังและพนักงานของแบรนด์เข้าร่วมฉาก

 

ถ้าหากว่ามันเป็นแค่ฉากยืนนิ่ง ๆ มุมใครมุมมัน แบคฮยอนก็คงจะโอเคมากกว่าที่ต้องมานอนเกยทับกันเป็นชั้น ๆ แบบนี้หรอก!

 

“เดี๋ยวคุณซอนมีกับคุณดาซมรบกวนมาอยู่ตรงกลางหน่อยนะครับ ผู้ชายที่เหลือเดี๋ยวอยู่รอบนอก”

 

“เอ๊ะ ผมว่าคุณแบคฮยอนมาอยู่ตรงนี้ก็ดีเหมือนกัน รบกวนคุณแบคฮยอนเขยิบมาทางนี้ทีครับ ใช่ครับ ตรงนั้นเลย ดีครับ”

 

ตอนนี้โอเมก้าร่างเล็กแทบอยากจะทึ้งหัวตัวเองแล้วตะโกนให้ลั่นเท่าที่ภายในใจกำลังอัดอั้น ฉากที่ทุกคนต้องนอนทับซ้อนกันไปกันมาราวกับอยู่ในวังวนมันทำให้เขาอึดอัดแทบบ้า

 

ซึ่งมันจะไม่บ้าเท่านี้มาก่อนถ้าเขาไม่ต้องนอนทับหน้าท้องปาร์คชานยอล!

 

“ทิ้งตัวลงมาเลยก็ได้นะคุณ ผมไม่ถือ” ชานยอลว่าด้วยเสียงเบา

 

“หยุดพูด” แน่นอนว่าเขาไม่ยอมทิ้งน้ำหนักลงไปแน่ โดยเฉพาะไอ้กลิ่นเทือกเขาอะไรนั่นก็ทำให้แบคฮยอนรู้สึกหงุดหงิดจนอยากจะลุกขึ้นไปจากตรงนี้ให้รู้แล้วรู้รอด แต่ถึงอย่างนั้นก็ต้องเก็บอาการเพราะเขาไม่สามารถเอาแต่ใจกับเรื่องงานนี้ได้

 

“มันจะเมื่อยเอาไม่รู้หรอ นอนทับลงมาเถอะ”

 

“นี่มันเรื่องของฉั—” “คุณแบคฮยอนทิ้งน้ำหนักลงบนตัวคุณชานยอลเลยได้ไหมครับ”

 

โดยไม่ทันที่จะปฏิเสธเสียงของผู้กำกับก็ดังขึ้นทำเอาแบคฮยอนได้ยินเสียงหัวเราะจากอีกฝ่ายที่ดูเหมือนว่าจะสะใจที่เขาถูกสั่งแบบนั้น

 

“ผมบอกแล้ว—อั่ก” และจังหวะที่อัลฟ่าหนุ่มกำลังพูด แบคฮยอนก็ทิ้งน้ำหนักศีรษะตัวเองลงหน้าท้องอีกคนอย่างจงใจ และเสียงประโยคที่ขาดไปก็ทำเอาโอเมก้าร่างเล็กยิ้มเยาะกับชัยชนะ หลังจากนั้นอีกฝ่ายก็พูดอะไรบางอย่างที่เขาไม่ได้นึกสนใจฟัง

 

กระทั่งไม่นานทุกอย่างก็ถูกจัดให้เข้าที่เข้าทาง โดยที่จงอินกำลังนอนทับอยู่ที่หน้าขาของแบคฮยอน ซอนมีเอนราบพิงที่หน้าอกของจงอิน ดาซมอยู่ในอ้อมแขนของเขา และซูฮยอกที่นอนโอบเอวดาซม

 

“ฉากสุดท้ายแล้วนะครับ ผมขอให้ทุกคนตั้งใจนะ แสดงความเป็นตัวเองออกมาให้ได้มากที่สุด อย่าลืมนะครับว่าคอนเซ็ปต์ครั้งนี้คือความไม่มีข้อจำกัด ไม่มีเงื่อนไข ทุกอย่างคือความเท่าเทียม เดี๋ยวผมจะเริ่มแล้วนะครับ พร้อมนะ!

 

แบคฮยอนรู้สึกเกร็งเล็กน้อยกับท่าทางที่ทางผู้กำกับเป็นคนจัดให้ เพราะอีกฝ่ายให้เหตุผลมาว่าฉากนี้จะแสดงความเท่าเทียมออกมาได้มากที่สุด แต่สาบานได้ว่าตั้งแต่ทำงานมาเขาไม่เคยต้องมาอยู่ใกล้หรือแนบเนื้อกับคนหลายเพศรองมากขนาดนี้มาก่อน

 

ทั้ง ๆ ที่เขาเป็นคนต้นคิดคอนเซ็ปต์เองแท้ ๆ แต่กลับรู้สึกประหม่าเองเสียได้ เพราะคิดว่าการทำภาพให้ทุกคนที่ต่างเพศหลักและเพศรองออกมาเท่าเทียมกันนั้นน่าจะสื่อความหมายได้ดี แต่ใครจะไปคิดว่ามันยากกว่าที่เคยจิตนาการเอาไว้

 

และจู่ ๆ แบคฮยอนก็รับรู้ถึงน้ำหนักบางอย่างที่แตะบางมาตรงหัวไหล่ แรงบีบเบา ๆ ทำให้เขาชำเลืองมองเจ้าของฝ่ามือ ก่อนจะพบว่าอีกฝ่ายเองก็กำลังมองเขาอยู่เหมือนกัน

 

“...”

 

“...”

 

ไม่มีประโยคใดหลุดออกมาจากริมฝีปากของเราทั้งคู่ มีเสียงความเงียบเท่านั้นที่รายล้อมเราไว้ ถ้าเป็นเวลาปกติแบคฮยอนก็คงจะโวยวายเสียงดังลั่นแล้วแน่ ๆ แต่คราวนี้กลับไม่ใช่ เสียงของผู้กำกับและชัตเตอร์กล้องยังคงดังเป็นระยะ ๆ ก่อนที่จะถูกสั่งให้เปลี่ยนท่าไปเรื่อย

 

จากที่เคยประหม่าก็เริ่มผ่อนคลายกับการจัดระเบียบร่างกายตัวเอง ทุกอย่างเริ่มเป็นธรรมชาติ ทุกคนแสดงสีหน้าและท่าทางออกมาได้ดีจนพอใจผู้กำกับ และในตอนนั้นที่ได้ยินเสียงคัท เหล่านายแบบนางแบบรวมถึงพนักงานจากแบรนด์สามคนก็รีบพลันลุกขึ้นทันที

 

“มาครับ ผมช่วย”

 

ฝ่ามือของคิมจงอินยื่นมาหาเขาทันทีที่เจ้าตัวลุกขึ้นได้ แบคฮยอนมองอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะยอมจับอีกฝ่ายแล้วดันตัวเองขึ้นไป ส่วนปาร์คชานยอลที่ยังไม่ลุกขึ้นมาแบคฮยอนก็ชั่งใจว่าจะหันกลับไปช่วยดีไหม ทว่าพนักงานฝ่ายจัดซื้อกลับเป็นคนช่วยดึงหมอนั่นขึ้นมาแล้ว

 

เอาเถอะ ก็ดีเหมือนกัน

 

ทีมงานทุกคนรวมถึงนายแบบนางแบบต่างกล่าวขอบคุณกันและกันที่เต็มที่กับงานในวันนี้ แบคฮยอนโค้งขอบคุณผู้กำกับที่ช่วยดูแลงานเป็นอย่างดี ก่อนจะเดินคุยกันไปยังตรงจอมอนิเตอร์เพื่อดูภาพที่ถ่ายไปก่อนหน้านั้น

 

“ผมมีรูปหนึ่งที่ชอบมาก แต่ไม่รู้ว่าคุณแบคฮยอนจะชอบรึเปล่า”

 

“ไหนครับ”

 

“นี่ครับ” ผู้กำกับว่าขณะที่สั่งให้โปรดิวเซอร์อีกคนหาภาพที่ตนชื่นชอบ “ภาพนี้เป็นตอนที่ผมกำลังบิ้วอารมณ์ทุกคนอยู่พอดี จังหวะที่คุณแบคฮยอนกับคุณชานยอลมองหน้ากันนี่ผมชอบมาก ๆ ไม่รู้ว่าผมคิดไปเองรึเปล่า หรือถ้าผมละลาบละล้วงอะไรไปยังไงก็ต้องขอโทษด้วยนะครับ”

 

“...”

 

“แต่ว่าพวกคุณสองคนน่ะ สื่อความเป็น Destiny ของแบรนด์ได้ดีที่สุดเลย”

 

“...”

 

“ราวกับคนที่เป็นคู่โชคชะตาเลยล่ะครับ”

 








TBC




ฟาด ๆๆๆ ปั๊วะ ๆๆๆๆ
ก็คือปวดประสาทมาก
//กราบรอบทิศ


#ฟิคคลังฝัน





TF:)
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 700 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

6,477 ความคิดเห็น

  1. #6475 patinya9835 (จากตอนที่ 66)
    วันที่ 19 มกราคม 2564 / 04:09
    ฉันยังรอคอยปาฏิหาริย์
    #6,475
    0
  2. #6474 patinya9835 (จากตอนที่ 66)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2563 / 22:53
    คนทางนี้ยังรออยู่นะคะ นึกถึงตลอดเลน😢🥲🥺🥺🥺
    #6,474
    0
  3. #6468 อะไรจ๊ะ (จากตอนที่ 66)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2563 / 07:59
    ยังรออยู่นะค้า♡♡♡
    #6,468
    0
  4. #6467 ภรรยาปาร์ค (จากตอนที่ 66)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2563 / 01:02
    รอตอนต่อไปแน่ววววว ฮือ
    #6,467
    0
  5. #6458 Neel Raksina (จากตอนที่ 66)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2563 / 06:47
    พึ่งได้มาอ่าน สนุกมากค่ะ รอติดตามนะคะ😭✌🏻
    #6,458
    0
  6. #6449 ChutikanCtk (จากตอนที่ 66)
    วันที่ 31 มีนาคม 2563 / 16:29
    แงงง มาต่อเร็วๆนะคะะ เป็นกำลังใจให้ ฟิคสนุกมากๆค่ะ รอติดตามมตอนต่อไปแล้วว
    #6,449
    0
  7. #6446 patinya9835 (จากตอนที่ 66)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2563 / 14:17
    หนูจะบอกว่า หนูยังรอพี่มาต่อฟิคนะคะ เรื่องนี้คืออยู่ในใจตลอดด ฮือออออออ
    #6,446
    0
  8. #6445 D_dayWM (จากตอนที่ 66)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2563 / 02:00
    สนุกค่ะ ยังรออยู่นะคะ
    #6,445
    0
  9. #6425 pikapan (จากตอนที่ 66)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2562 / 20:11
    มาต่อเร็วๆนะคะ มาเป็นฟิคยาวเลยก็ได้ค่ะ55
    #6,425
    0
  10. #6424 pbcy (จากตอนที่ 66)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2562 / 20:19
    ไรท์มาต่อไวๆนะคะ อยากเห็นชานแบครักกันค่ะ แงงงงงงงง
    #6,424
    0
  11. #6420 patinya9835 (จากตอนที่ 66)
    วันที่ 29 กันยายน 2562 / 10:35
    ยังคิดถึงเรื่องงนี้ อยากให้ไรท์มาต่อให้จบนะคะ ฮืออออออ
    #6,420
    0
  12. #6419 SeonIn1602 (จากตอนที่ 66)
    วันที่ 11 กันยายน 2562 / 08:51
    กลับมาอ่านรอบที่เท่าไหร่ไม่รู้5555 ไรท์แต่งดีมากกกกกค่ะ รอให้แบคเปิดใจซักทีฮือออออ
    #6,419
    0
  13. #6418 n.05nari (จากตอนที่ 66)
    วันที่ 10 กันยายน 2562 / 23:35

    กลิ่นที่จงอินใช่ไหม ที่ทำให้แบคเข้าใจผิด
    #6,418
    0
  14. #6403 กุ๊กกั๊ก'ㅈ' (จากตอนที่ 66)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2562 / 02:08
    กลับมาอ่านอีกกี่รอบก็ยังชอบมากๆอยู่ดี รออยู่นะคะะ
    #6,403
    0
  15. #6400 YiPPyBaeKHyuN (จากตอนที่ 66)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2562 / 22:40
    กลับมาอ่านรอบที่เท่าไรแล้วก็ไม่รู้แต่ยังหน่วงเหมือนเดิม ชอบมู้ดของเรื่องนี้มากๆเลย นานแค่ไหนก็จะรอนะคะไรท์
    #6,400
    0
  16. #6399 NayunT (จากตอนที่ 66)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2562 / 13:38
    กราบไรท์ 614 ครั้ง
    #6,399
    0
  17. #6397 dinsorseenamtan (จากตอนที่ 66)
    วันที่ 9 กรกฎาคม 2562 / 13:52

    คิดถึงแล้ววว มาต่อเถอะไรท์จ๋าาา.

    #6,397
    0
  18. #6380 ccosmos (จากตอนที่ 66)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2562 / 19:28
    อยากให้มาต่อ Cave me in จังเลยค่ะไรท์ สู้ๆนะคะ
    #6,380
    0
  19. #6379 SeonIn1602 (จากตอนที่ 66)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2562 / 10:09
    กลับมาอ่านรอบที่ร้อย ฮืออออ เมื่อไหร่น้องจะใจอ่อน
    #6,379
    0
  20. #6346 MONAHT_ADUS (จากตอนที่ 66)
    วันที่ 26 มีนาคม 2562 / 22:28
    เหมือนคุณผู้กำกับช่วยสกิดน้อง
    #6,346
    0
  21. #6335 littleCB (จากตอนที่ 66)
    วันที่ 26 มกราคม 2562 / 16:08
    สู้ๆนะคะไรท์ สนุกมาก น้องรีบใจอ่อนเร็วๆตาพี่ก็มั่นใจหน่อย
    #6,335
    0
  22. #6332 Luviiaf (จากตอนที่ 66)
    วันที่ 14 มกราคม 2562 / 00:22
    จะบอกว่ากลับมาอ่านอีกแล้วเด้อ ชอบมากจริงๆ
    #6,332
    0
  23. #6329 Maybyunbyun (จากตอนที่ 66)
    วันที่ 5 มกราคม 2562 / 22:28
    เมื่อไหร่จะรักกันนะ ลุ้นๆ
    #6,329
    0
  24. #6328 Charcoal_Me (จากตอนที่ 66)
    วันที่ 4 มกราคม 2562 / 01:02
    อ้าวผู้กำกับ เดี๋ยวพี่เขาตีปากแตกหรอก55555
    #6,328
    0
  25. #6327 รสิตา ตันตระกูล (จากตอนที่ 66)
    วันที่ 3 มกราคม 2562 / 23:45
    รออยู่นะคะ ♡♡♡♡♡
    #6,327
    0