[ exo SF/OS ] คลังฝัน - chanbaek

ตอนที่ 63 : CAVE ME IN - chanbaek #3

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 20,034
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 133 ครั้ง
    20 ธ.ค. 60




* ยังไม่แก้คำผิดเด้อ










Title: CAVE ME IN #2

Fandom: exo (chanyeol, baekhyun)

Note: AU!ABO , Fashion industry, love-hate!Relationship

Talk: เนื้อหาในเรื่องเกิดจากจินตนาการอันเพ้อเจ้อของคนแต่ง บวกกับแนวคิดโครงสร้างของ ABO หรือ omegaverse ซึ่งหลายคนอาจจะรู้จักหรือไม่รู้จัก ไม่มีอะไรซับซ้อนค่ะ เราอธิบายให้พอกระจ่างในส่วนที่นำมาใส่ในเรื่อง อ้างอิงจากเวิร์สหลักไม่มากเพราะงั้นถ้าไม่เคยอ่านมาก่อนก็ไม่สับสนค่ะ

และถ้าใครคิดถึง Internship เรื่องนี้ก็หวังว่าจะชอบกันนะคะ















 

ก๊อก ก๊อก


“ชาครับหัวหน้า” องซองอูเคาะประตูหน้าห้องก่อนจะถือถ้วยเซรามิคเนื้อดีที่มีชาผลไม้หอมกรุ่นอยู่ภายใน ทว่าคนเป็นนายกลับเอาแต่นั่งนิ่ง จ้องค้างอยู่ที่หน้าต่างบานใหญ่ราวกับว่าตึกราด้านนอกนั่นน่าสนใจกว่าภาพโมเดลที่กำลังจะถูกคัดมาฟิตติ้ง


เลขาหนุ่มเหลือบมองเจ้านายที่มีอาการผิดแปลกไปจากวันอื่น จริง ๆ แล้วมันแปลกตั้งแต่ที่หัวหน้าบยอนกลับมาจากดูงานที่เกาะเชจูกับหัวหน้าปาร์ค


เกิดเรื่องอะไรขึ้นระหว่างอยู่ที่นั่นหรือเปล่า


“หัวหน้าครับ.. หัวหน้า.. หัวหน้าบยอนครับ!” เพราะเสียงของซองอูที่แทรกแหวกกลางอากาศทำให้เจ้าของชื่อสะดุ้งตื่นจากภวังค์ เปลือกตาสีอ่อนกระพริบถี่พร้อมกับหันมองที่มาของเสียงก่อนจะเห็นใบหน้าเกลี้ยงเกลาของเลขาคนสนิท


“เสียงดังทำไมห้ะซองอู” แบคฮยอนขมวดคิ้วมองอีกคนอย่างขุ่นเคือง


“เพราะเรียกเบา ๆ แล้วหัวหน้าไม่ได้ยินยังไงล่ะครับ” เลขาเบต้าว่าพลางวางชาผลไม้ไว้บนโต๊ะ “ผมเอาชามาให้ เห็นว่าวันนี้ช่วงบ่ายทีมดีไซเนอร์จะขอนัดตรวจแบบรอบสุดท้าย”


“แล้วมันเกี่ยวอะไรกับชาผลไม้” คนตัวเล็กหาความเชื่อมโยงกับการตรวจแบบไม่ได้เลยสักนิดว่ามันเกี่ยวข้องกันอย่างไร


“ก็สีหน้าหัวหน้าดูเหนื่อย ๆ มีเรื่องอะไรให้เครียดหรอครับ” ซองอูถามออกไปแต่เขาก็ไม่ได้คาดหวังคำตอบจากเจ้านายนักหรอก “ผมเอามาให้เพราะหัวหน้าจะได้ผ่อนคลายไงครับ เพราะเดี๋ยวตอนบ่ายจะมีเรื่องให้เครียดใหม่อีกรอบ”


“นี่กวนประสาทฉันอยู่รึไง”


“ผมเปล่านะครับ ก็แค่เป็นห่วง” ชายหนุ่มว่าเสียงเบาพลางเม้มปาก เขามีคำถามในใจอยู่หนึ่งคำถาม แต่ไม่รู้ว่าควรจะถามคนตรงหน้าดีไหม เพราะซองอูรู้ดีว่าจุดจบของเรื่องนี้ก็ถือเขาถูกด่าเปิงอีกตามเคย และท่าทีแปลก ๆ นั่นก็ไม่พ้นสายตาของแบคฮยอนอยู่ดี


“มีอะไรจะพูดก็พูด” เขารู้สึกรำคาญกับสายตาอยากรู้อยากเห็นของเลขาหนุ่ม


“ดูงานที่เกาะเชจูเป็นไงบ้างครับ”


“...”


“เอ่อ—ผมคิดว่าผมไม่ควรถาม ฮ่ะ ๆ แต่ว่าหัวหน้าอย่าลืมนะครับว่าผมต้องเขียนรายงานส่งให้ท่านประธานก่อนวันศุกร์นี้”


“อืม ฉันรู้” แบคฮยอนพยักหน้ารับอย่างเข้าใจ “ก็ดี งานดี คอลเคลชั่นใหม่ก็ดี”


ทันทีที่จบคำพูดของอีกฝ่าย ซองอูถึงกับเครียดเล็กน้อยที่คำตอบของหัวหน้าค่อนข้างที่จะ.. “หัวหน้าคงไม่ใจร้ายให้ผมเขียนประโยคเมื่อครู่ลงในรายงานใช่ไหมครับ”


“แล้วนายกล้ารึไง” ซองอูรีบส่ายหน้าปฏิเสธทันที ใครจะกล้าเขียนรายงานส่งท่านประธานด้วยประโยคบรรทัดเดียวแบบนั้น มีหวังคนที่จะถูกยื่นซองขาวให้ก็มีแค่เขาเนี่ยแหละ “เฮ้อ ช่างรายงานเถอะ เดี๋ยวฉันจัดการเอง นายมีงานอะไรทำก็ไปทำต่อไป”


“ครับ?” เลขาหนุ่มถึงกับขานรับเสียงหลง เขาไม่แน่ใจนักว่าตัวเองหูฝาดรึเปล่าที่ได้ยินคำว่า ช่างเถอะ จากปากของเจ้านาย “หัวหน้าจะเขียนเองจริง ๆ หรอครับ”


“หรืออยากเขียนเองล่ะ”


“ผมเพิ่งนึกได้ว่ายังมีเปเปอร์การประชุมอาทิตย์หน้าที่ยังไม่เสร็จ ถ้างั้นขอตัวก่อนนะครับ” ซองอูพูดด้วยความเร็วก่อนจะเดินออกจากห้องทำงานของแบคฮยอนไป ระหว่างจะปิดประตูก็แอบมองอีกฝ่ายเล็กน้อยก่อนจะพบว่าทุกอย่างมันแปลก แปลกมาก โดยเฉพาะเรื่องที่หัวหน้าพูดคำว่า ช่างเถอะ


แต่จะว่าไปมันก็ดีแล้วไม่ใช่หรือไงที่ไม่ต้องเขียน เพราะงั้นซองอูจะไม่เซ้าซี้อะไรเจ้านายมาก ต่อให้มีท่าทีน่าเป็นห่วงมากแค่ไหนเขาก็จะคอยสังเกตอยู่ห่าง ๆ ก็แล้วกัน ทันทีที่คิดได้แบบนั้นจึงปิดประตูให้ความส่วนตัวแก่คนด้านใน


เมื่อห้องทำงานเหลือเพียงแค่เจ้าของที่นั่งนิ่งอยู่บนเก้าอี้ แบคฮยอนรู้สึกว่าช่วงนี้เขาจิตหลุดอยู่บ่อยครั้ง ทั้งที่พยายามจะบังคับตัวเองให้โฟกัสแต่เรื่องงาน ทว่ากลับมีเรื่องอื่นเข้ามาแทรกความคิดอยู่เรื่อย และยิ่งคิดถึงมันมากเท่าไหร่แบคฮยอนก็รู้สึกปวดหัวจนอยากจะระเบิดสมองตัวเองทิ้ง


แต่สิ่งที่ควรจะระเบิดอย่างแรกดูเหมือนว่าจะเป็นหัวใจของตัวเองเสียมากกว่า


“ให้ตายถอะแบคฮยอน นายเป็นบ้าไปแล้วรึไง” สบถให้กับความงี่เง่าของตัวเองที่เอาอารมณ์ส่วนตัวมาทำงานให้เสียเวลาทำงานไปหลายชั่วโมง โอเมก้าตัวเล็กเอียงคอซ้ายขวาขบไล่ความเมื่อยล้าที่สะสม พลันสายตาเหลือบเห็นถ้วยชาที่ซองอูเพิ่งเอามาวางให้


กลิ่นหอมผลไม้ของชานั่นทำให้เขาเอื้อมมือขึ้นไปหยิบขึ้นมา เคลื่อนมาไว้ที่ปลายจมูกก่อนจะสูดเอากลิ่นอ่อน ๆ นั่น และมันก็จริงอย่างที่ว่าชาแก้วนี้อาจจะช่วยให้แบคฮยอนผ่อนคลายจากเรื่องเครียดได้


ทว่าทันทีที่ริมฝีปากได้รับรสชาติฝาดจาง ๆ กับกระแสความอุ่น ความทรงจำบางอย่างก็พลันแล่นเข้ามาในความคิดอย่างห้ามไม่ได้ มันคล้ายกับว่าเรื่องเหล่านี้เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน ทั้งสัมผัส น้ำเสียง หรือแม้แต่ใบหน้าของผู้ชายคนนั้น


ฝ่ามือขาวยกขึ้นลูบท้ายทอยตัวเองอย่างเชื่องช้า


มันร้อนวูบวาบ แต่กลับไม่มีร่องรอย..

 

 

 





Q: แล้วมันเป็นเรื่องจริงหรือเปล่าครับที่บอกว่าคนทั้งสองเคยคบกัน?

A: เรื่องนี้ผมคิดว่าน่าจะเป็นเรื่องส่วนตัวระหว่างเขาสองคน

แต่ถ้าเอาสายตาคนนอกแบบผม ผมว่าน่าจะ..

 

 

 

 

 

 

 

/8/

 


ฝ่ามือขาวเกาะพนังของโรงแรมหลังจากที่ผลักตัวเองออกมาจากห้องโดยสารขนาดแคบได้ อาการมึนหัวทำให้แบคฮยอนแทบทนอยู่ในงานไม่ไหว มันรุนแรงกว่าทุกครั้ง สาเหตุคงเป็นเพราะอากาศต่างที่หรือไม่ก็บรรดาน้ำหอมทั้งหลายแหล่ มันตีคละคลุ้งกันอยู่ในงาน


น่าเวียนหัวชะมัด


โอเมก้าหนุ่มสูดลมหายใจเข้าปอดลึกเพราะคุมสติตัวเอง เอาล่ะ เขาคิดว่าตอนนี้ตัวเองกำลังมีปัญหา ซึ่งมันไม่น่าจะเกิดขึ้นที่นี่ และมันไม่ควรเกิดขึ้นด้วยซ้ำ ไม่ใช่ว่าไม่รู้ว่าตนเป็นอะไร เขาอายุ 27 ปีแล้ว โตมากพอที่จะรับมือกับเรื่องเหล่านี้ได้


และใช่—เขาควรรีบหาทางออกไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุด


ทันทีที่เดินมาถึงห้องพักของตัวเองแบคฮยอนก็รีบผลักเข้าไปด้านใน ชายหนุ่มเร่งฝีเท้าเข้าห้องนอน คว้ากระเป๋าเสื้อผ้ามาเปิดหากระปุกยาที่เขามั่นใจว่าตัวเองหยิบใส่มาแน่ ๆ


เขาเป็นฮีท


--มันไม่ใช่ครั้งแรก อาการฮีทมันเกิดตั้งแต่ช่วงที่โอเมก้ากำลังเข้าสู่วัยรุ่นเต็มตัว ฮอร์โมนในร่างกายมีการเปลี่ยนแปลง ทั้งยังทำให้เขาลำบากเพราะนอกจากจะรู้สึกครั่นเนื้อครั่นตัวแล้ว กลิ่นเฉพาะกายก็มักจะรุนแรงกว่าทุกครั้ง และแบคฮยอนก็ไม่นึกสงสัยว่าระหว่างทางที่มายังห้องพักก็มีสายตาของเหล่าอัลฟ่าจ้องมองอยู่


แต่เพราะปลอกคอที่พกไปด้วยเนี่ยแหละที่ทำให้คนพวกนั้นเข้ามาใกล้ไม่ได้


ความจริงแล้วนวัตกรรมทางการแพทย์ตอนนี้ก็มียาสำหรับโอเมก้าที่ไมอยากมีฮีทระยะยาว สำหรับกลุ่มคนที่ไม่ต้องการทำให้ตนสร้างความเดือดร้อนให้แก่คนอื่น ส่วนใหญ่คนที่ใช้ยานี้มักจะใช้เพื่อเข้าทำงานในองค์กร หรืออยู่ในสถานที่ที่มีผู้คนหลากหลาย ข้อดีของมันคือไม่ทำให้เกิดการฮีทที่ไม่พึงประสงค์ ส่วนข้อเสียคือทำให้ภูมิคุ้มกันในร่างกายอ่อนแอลง ซึ่งอาจจะเป็นพาหะของโรคต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต


ครอบครัวของเขาไม่แนะนำให้ใช้มัน เพราะบางครั้งการที่ปล่อยให้ร่างกายเป็นไปตามกลไกลของธรรมชาติไม่ใช่เรื่องแปลก แต่ด้วยความที่ทั้งบ้านคืออัลฟ่า การที่มีโอเมก้าอยู่ด้วยมันคือเรื่องอันตราย ดังนั้นคุณพ่อของเขาจึงสร้างบ้านหลังใหม่ อยู่ห่างไกลผู้คน รหัสผ่านมีแค่เขาที่เขาได้คนเดียว และทุกครั้งที่เกิดอาการฮีท เขาก็จะรีบไปที่นั่นทันที


ทว่าครั้งนี้เขาอยู่ไกลเกินกว่าจะไปยังบ้านหลังนั้น


ยาประปุกเล็กอยู่ใต้กระเป๋าและแบคฮยอนก็คว้ามันขึ้นมาได้ เขาเปิดกินทันทีอย่างไม่ลังเล มันเป็นยาที่ช่วยบรรเทาอาการฮีทไม่ให้รุนแรง ซึ่งมันก็ได้ผล อย่างน้อยแบคฮยอนก็มีสติพอที่จะรู้ว่าตอนนี้ตัวเองควรทำอย่างไรต่อ และที่สำคัญเขาไม่ควรอยู่ในห้องนี้หากคนที่อาศัยอยู่ด้วยกันคืออัลฟ่า


ไม่ต่างอะไรจากเชื้อเพลิงชั้นดีและเปลวไฟเพียงแค่สะเก็ดเดียว


การตัดไฟแต่ต้นลมก็คงไม่พ้นรีบพาตัวเองออกไปจากห้องแห่งนี้ โอเมก้าตัวเล็กรีบวิ่งเก็บของทุกอย่างใส่กระเป๋าคืนเหมือนเดิม ก่อนที่งานจะเลิกและใครอีกคนจะกลับมายังห้องพัก แม้ทุกครั้งที่ขยับตัวเขาจะรู้สึกทรมาน แต่มันก็ไม่ได้รุนแรงเท่าตอนแรก


และในระหว่างที่กำลังรูดซิปกระเป๋า แบคฮยอนก็นึกบางอย่างขึ้นมาได้ คว้าเอากระเป๋าสตางค์เปิดดูจำนวนเงินด้านใน และพบว่ามีบางอย่างหายไป


บัตรเครดิตของเขา!


ความทรงจำเมื่อช่วงกลางวันแวบเข้ามาในความคิด ปาร์คชานยอลยึดบัตรเครดิตของเขาไปตอนที่เขาขอให้จองกงรีช่วยหาโรงแรมให้ใหม่ และหมอนั่นยังไม่ได้คืนบัตรให้ด้วยซ้ำ เงินสดที่มีอยู่ติดตัวตอนนี้อาจจะพอสำหรับค่าโรงแรม


แต่นั่นไม่ได้หมายความอากาศฮีทของเขาจะหายภายในคืนนี้ เพราะอย่างน้อยก็สามวัน..


ให้ตายเถอะ! เขาต้องเอาบัตรเครดิตของตัวเองคืนมา!


“เก่งนักนะเรื่องสร้างความเดือดร้อนให้คนอื่นน่ะ” แบคฮยอนสบถอย่างหงุดหงิดขณะเดินไปยังห้องนอนที่อยู่ฝั่งตรงข้ามกับห้องของตน เขาไม่สนว่าจะเป็นการเสียมารยาทหรือไม่ที่บุกรุกเข้าห้องคนอื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต แต่ใครจะสน ก็หมอนั่นเอาบัตรเครดิตของเขาไป และแบคฮยอนก็แค่จะเอามาคืน


แต่ดูเหมือนเขากำลังเดินหน้าเข้าสู่สถานที่ที่ไม่ควรเข้ามาใกล้


บนโต๊ะเครื่องแป้งมีของใช้ส่วนตัวของปาร์คชานยอลไม่กี่อย่าง ข้าง ๆ เป็นกระเป๋าเสื้อผ้าของเจ้าตัว รวมถึงเสื้อเชิ้ตสีดำที่แขวนไว้อยู่หน้าตู้ ไม่มีวี่แววของบัตรเครดิต แต่กลับมีกลิ่นของอะไรบางอย่างที่ทำให้ก้อนเนื้อกลางอกของเขาเต้นถี่


กลิ่นมันช่าง— “ไม่! แบคฮยอน ไม่ อย่าคิดแบบนั้น หยุด!! ห้าม!!เขาตะโกนออกมาเพื่อเรียกสติให้กลับคืนมา คนตัวเล็กพยายามที่จะไม่สนใจกลิ่นหอมประหลาด ๆ นั่น แบคฮยอนรู้ดีว่ามันคือกลิ่นของอะไร ใช่—กลิ่นที่อันตรายสำหรับตัวเขา


ฝ่ามือเล็กตบแก้มตัวเองเบา ๆ ก่อนจะเริ่มลงมือหาบัตรเครดิตที่ชานยอลอาจจะซ่อนมันไว้ในกระเป๋า แต่ยิ่งเขาสัมผัสกับข้าวของส่วนตัวของอีกฝ่ายมากเท่าไหร่ กลิ่นเย็น ๆ ของไม้สนก็ลอยแตะปลายจมูก ยิ่งสูดดมแบคฮยอนก็รู้สึกว่าตัวเองกำลังล่องลอยอยู่ในอากาศ


กลิ่นของเทือกเขา กลิ่นของความสุขุม


ราวกับถูกดึงดูดให้เข้าไปอยู่ในอีกโลก ใบหน้าของโอเมก้าตัวเล็กบิดเบี้ยว เขาขดตัวงอเป็นกุ้งเพราะความปั่นป่วนที่เกิดขึ้นในร่างกาย และให้ตายเถอะ ไอ้อากาศปวดหนึบที่ท้องน้อยมันน่าหงุดหงิดสิ้นดี เขาแทบจะไม่มีสติสตางค์เพื่อพยุงตัวเองให้ยืนขึ้นได้ด้วยซ้ำ


แล้วถ้าหากว่าปาร์คชานยอลกลับมาล่ะ— ติ๊ด  แกร็ก


เสียงแตะคีย์การ์ดและเสียงประตูเปิดหน้าห้องทำเอาแบคฮยอนเบิกตากว้าง ปาร์คชานยอลกลับมาถึงห้องแล้ว และตอนนี้เขากำลังอยู่ในห้องของอีกฝ่าย! เสียงรองเท้าหนังที่กระทบอยู่ด้านนอกทำให้เขารู้ว่าเจ้าตัวกำลังเดินเข้ามาใกล้


และอีกไม่นานหมอนั่นต้องเข้ามาในนี้แน่!

 

 


“แบคฮยอน คุณอยู่ในห้องรึเปล่า?”


ชายหนุ่มคิดว่ามันประหลาด ทั้งที่เคาะประตูเรียกอีกฝ่ายตั้งหลายครั้งแต่กลับไม่มีเสียงคนด้านในตอบกลับมา ทว่าไฟห้องนั่งเล่นก็ยังเปิดอยู่ แสดงว่าเจ้าตัวต้องกลับมาแล้วสิ หรือว่าก่อนออกไปลืมปิดกันล่ะ.. แต่ถ้าไม่เสียบคีย์การ์ดไฟก็จะไม่ติด และการที่มีคีย์การ์ดอีกใบเสียบไว้อยู่นั่นก็เท่ากับว่ามีคนอยู่ในห้องนี้


“เฮ้ คุณหนีออกมาจากงานแบบนี้ไม่รู้หรอว่ามีพวกดีไซเนอร์อยากคุยกับคุณน่ะ” เขาลองเรียกอีกครั้งแต่ก็ไม่มีเสียงตอบรับเช่นเคย ระหว่างนั้นก็แอบชั่งใจว่าเขาควรจะถือวิสาสะเปิดประตูเข้าไปดูดีไหม และระหว่างที่สมองคิดแต่ร่างกายกลับทำทุกอย่างนำหน้า


ห้องนอนแบบเดียวกับเขาปรากฏสู่สายตา แต่ที่แปลกออกไปดูเหมือนจะเป็นกระเป๋าของเจ้าตัวที่วางอยู่กลางเตียง ทุกอย่างถูกจับยัดลงในนั้นเหมือนอีกฝ่ายกำลังจะออกไปไหน กระเป๋าสตางค์ โทรศัพท์ และกระปุกยาเล็ก ๆ ที่วางอยู่ข้างกันก็ทำเอาชายหนุ่มชะงักนิ่ง


“แบคฮยอน” 


ชานยอลลองตะโกนเรียกอีกครั้ง เขาเดินไปยังห้องน้ำส่วนตัวภายในห้องก่อนจะเปิดประตูเข้าไป ไม่พบแม้แต่ปลายเส้นผมของคนตัวเล็ก ความร้อนรนเริ่มเกิดขึ้นภายในใจ เขาไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับแบคฮยอน แต่การที่เจ้าตัวหายออกมาจากงานนานแบบนี้ รวมถึงอาการไม่สบายที่จองกงรีเล่าให้เขาฟังก็ทำให้อดกระวนกระวายอยู่ไม่น้อย


คนตัวสูงเดินออกไปยังระเบียงนอกห้อง และก็เช่นเคยที่บริเวณนี้ไม่มีใครอยู่ เขาวนกลับเข้าไปด้านในก่อนจะได้ยินเสียงประหลาดดังมาจากด้านนอก ชานยอลรีบสาวเท้าออกไปก่อนจะพบว่าแบคฮยอนกำลังออกจากห้องของตน ขณะเดียวกันที่กลิ่นหอมของแอปเปิลมันช่างรุนแรงและชวนให้แสบจมูก


“นี่ คุณ!”—ปัง! เขาตะโกนลั่นหลังจากที่คนตัวเล็กปิดประตูใส่หน้า ครั้นจะหมุนผลักเข้าไปด้านในก็พบว่ามันถูกล็อกเอาไว้ “แบคฮยอน เปิดประตูให้ผมเดี๋ยวนี้!” ชานยอลคิดว่าตัวเองไม่ได้โง่ แต่กลิ่นหอมรุนแรงนั่นทำให้เขารับรู้ได้ทันทีว่าอีกฝ่ายไม่สบาย


แบคฮยอนกำลังฮีท


“ออกไปให้พ้น!” เสียงสั่นที่ตะโกนมาจากด้านในทำให้คนอยู่ด้านนอกรับรู้ถึงความทรมาน


“แบคฮยอน คุณจะปล่อยให้ตัวเองเป็นแบบนั้นไม่ได้นะ” และชานยอลก็ลองเคาะอีกครั้ง อย่างน้อยก็ให้แบคฮยอนออกมาจากห้องของเขา ห้องที่มีแต่กลิ่นเฉพาะตัวของอัลฟ่า แน่นอนว่ามันไม่ดีสำหรับโอเมก้าที่เป็นฮีทแน่


“ถ้างั้นนายก็ออกไปสิ ออกไปเดี๋ยวนี้เลย”


“คุณจะให้ผมออกไปยังไงก็ของผมอยู่ในนั้น”


“ค่อยกลับมาเอาสิเจ้าโง่! ไปให้พ้น—โอ๊ย!


“แบคฮยอน!” เสียงร้องจากด้านในทำเอาคนด้านนอกอยู่ไม่สุข  เขาไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นในนั้น แต่กลิ่นแอปเปิลหวาน ๆ นั่นมันก็เริ่มทำให้ใจเขาสั่น ชานยอลกลืนน้ำลายอย่างลำบาก ลำคอของเขาแห้งผาก เอาล่ะ เขาคิดว่าบางทีตัวเองต้องออกจากห้องนี้ตามที่คนด้านในต้องการ


อัลฟ่าหนุ่มตัดสินใจหมุนตัวเดินออกไปจากบริเวณนี้ อย่างน้อยเขาควรจะหาห้องพักไหม หรือไม่ก็รีบไปจัดการตัวเองก่อนที่ทุกอย่างจะแย่ และทันทีที่กำลังจะเปิดประตูออกไป ดวงตากลมโตก็หันกลับไปยังประตูห้องนอนของตนอีกครั้ง เขาจินตนาการไม่ออกเลยว่าจะเกิดอะไรขึ้นหากก้าวขาออกจากห้องแห่งนี้ไป


พายุแห่งความสับสนกำลังก่อตัว ชานยอลรู้ดีว่าอาการฮีทมันไม่เหมือนอาการปวดหัวที่จะค่อย ๆ หาย อย่างน้อยก็กินเวลามากกว่าสามวันจนถึงหนึ่งอาทิตย์ เขาไม่รู้ว่าโดยปกติแล้วแบคฮยอนจัดการกับเรื่องนี้อย่างไร แต่ถ้าถามคนเป็นอัลฟ่าอย่างเขา


สิ่งที่จะบรรเทาอาการเหล่านี้ได้มันก็มีอยู่หนทางเดียวเท่านั้น


และให้เดาโอเมก้าด้านในคงไม่มีความคิดที่จะออกจากห้องนี้แน่ ส่วนยาที่อยู่บนเตียงชานยอลก็คิดว่านั่นคงช่วยอะไรได้ไม่มาก ต่อให้บรรเทาอาการก็จริงแต่ข้อเสียของมันก็คือยืดระยะเวลาให้ฮีทนานมากกว่าเดิมจนกว่าจะไปโรงพยาบาล


หรือจนกว่าจะมีใครมาช่วยทำให้มันหาย


“ชานยอล แค่เดินออกจากห้องไปซะ” คนตัวสูงบอกแบบนั้น เขาหลับตาแน่นพร้อมกับสูดลมหายใจ จะเกิดอะไรขึ้นกับแบคฮยอนนั่นก็เป็นเรื่องส่วนตัวของอีกฝ่าย เขาไม่ควรก้าวก่าย แม้ความกลิ่นแอปเปิลหวาน ๆ นั่นจะปลุกเร้าอารมณ์บางอย่างให้เกิดขึ้น


ใช่ แค่เดินออกไป— “แบคฮยอน เปิดประตูให้ผม”


ชานยอลคิดว่าตัวเองกำลังเป็นบ้า ที่จู่ ๆ ก็ตัดสินใจเดินเข้ามาพร้อมเคาะประตูห้องนอนตัวเองอีกครั้ง เขาได้ยินเสียงคนด้านในและรู้ดีว่าอีกฝ่ายกำลังจะทนไม่ไหว


“ม-ไม่” เสียงเล็กตอบออกมาอย่างผะแผ่วจนแทบจะไม่ได้ยิน เขาลองหมุนลูกบิดอีกครั้งแต่มันก็ยังล็อกเหมือนเดิม “คุณควรเปิดประตู ถ้าเอาแต่อยู่ในห้องของผมคุณจะลำบากเข้าใจไหม”


“น-นายนั่นแหละที่ทำให้ฉันลำบาก อ-อกไปให้พ้น”


“แบคฮยอน” และคราวนี้ชานยอลลองใช้น้ำเสียงที่ใจเย็นขึ้น อนึ่งกำลังข่มสติตัวเองไม่ให้วู่วาม “ผมรู้ว่าผมทำคุณลำบาก แต่การที่คุณเอาแต่อยู่ในห้องที่มีแต่ของของผม คุณคิดว่ามันช่วยคุณได้งั้นหรอ?”


“...”


“โอเค คุณอาจจะคิดว่าผมฉวยโอกาสตอนที่คุณไม่สบาย แต่ถ้าไม่ใช่ผม แล้วจะเป็นใคร”


“...”


“คุณอย่าลืมสิว่าเรา—” “อย่าพูด!


เสียงของแบคฮยอนที่ตะโกนกลับมาทำเอาประโยคสุดท้ายของชานยอลหายเข้าไปในลำคอ “นายห้ามพูดค-คำนั้นออกมาเด็ดขาด” เขาคิดว่าเขาได้ยินเสียงสะอื้นจากภายในห้อง


“ถ้าอย่างนั้นก็เปิดประตู”


“...”


“ผมรู้ว่าคุณต้องการ”

 

 

 

 

 

/9/

 


ช่วงเวลาที่ตกหลุมรักมันช่างอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมหวาน

 

พี่ชายอัลฟ่าของเขาเคยพูดเอาไว้ที่ย้ายออกไปอยู่บ้านหลังใหม่กับโอเมก้าสาวคนนั้น บอกตามตรงว่าแบคฮยอนยังรู้สึกปวดใจแทนมุนซอจินที่ต้องเสียคนรักให้แก่โชคชะตา ทว่าสีหน้าของพี่ชายกลับดีขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ จะบอกว่าหมดรักกับภรรยาเบต้าคนก่อนก็คงไม่ใช่ แต่เพราะโอเมก้าคนใหม่คนนั้นต่างหากที่เข้ามาเติมเต็มชีวิต


แบคฮยอนพยายามทำความเข้าใจกับความสัมพันธ์ของคนทั้งคู่ ถามไถ่ใคร่รู้เกี่ยวกับความรู้สึกของซอจินที่เธอเองก็เปรียบเสมือนพี่สาวแท้ ๆ ของเขาอีกคน หล่อนบอกว่าทุกอย่างจะผ่านไปได้ เพียงแต่ต้องใช้เวลา และถ้าหากว่าอีกฝ่ายสามารถทำทุกอย่างแทนเธอได้ดีกว่า ซอจินก็จะยอมรับและจากไปโดยดี


ช่างเป็นเรื่องที่สมควรตราหน้าว่าเป็นคนเห็นแก่ตัว แต่เมื่อสังคมยังคงให้ความสำคัญกับคำว่าโชคชะตา ชีวิตถูกลิขิตมาเพื่อให้คู่กับใครสักคน แม้ว่าคนนั้นจะถูกธรรมชาติคัดเลือกมาให้ ทว่าสุดท้ายการได้เริ่มรู้สึกกับใครสักคนเองต่างหาก—โชคดียิ่งกว่าชีวิตที่ถูกกำหนดเสียอีก


หลังจากวันนั้น, วันที่แบคฮยอนได้บังเอิญรู้จักกับคำว่า โชคชะตาจริง ๆ


ทุกอย่างก็เริ่มเปลี่ยนไป


คนส่วนใหญ่ในบริษัทรับรู้ถึงความตั้งใจในการทำงานของแบคฮยอนเป็นอย่างดี รับรู้ถึงความคาดหวังและความกดดันระหว่างที่ทำงาน รับรู้ถึงความเนี้ยบและความเจ้าระเบียบ แบคฮยอนเป็นแบบอย่างของเจ้านายที่มีจุดมุ่งหมายในการผลักดันแบรนด์ให้ไปไกลกว่าที่ฝัน


และจากความพยายามและความร่วมมือของทุกฝ่ายนั้นก็ทำให้ Bonnie & Clyde เป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลาย


หัวหน้าการตลาดคนใหม่เองก็ใช่ย่อย—ปาร์คชานยอล ผู้ชายคนนั้นก็สร้างประวัติศาสตร์ในการวางแผนงานโปรโมทสินค้า จนได้กำไรในไตรมาสแรกของปีทะลุเป้าหมายที่ตั้งไว้เกือบครึ่ง ทุกอย่างไปได้สวย หุ้นในตลาดเติบโตอย่างไม่น่าเชื่อ


รวมถึงความรู้สึกบางอย่างที่อยู่ในใจของคนทั้งคู่


เมื่อเรารู้ว่าต่างคนต่างคือคู่โชคชะตา ทว่ากลับไม่มีใครเอ่ยประโยคใดออกมาเพื่อให้คนอื่นรับรู้ มีเพียงแค่พวกเขา—แค่เราสองคนเท่านั้นที่เข้าใจ


แบคฮยอนไม่คิดว่าตัวเองจะมาถึงจุด ๆ นี้ได้ ส่วนชานยอลเองก็ไม่คาดฝันเหมือนกันว่าโชคชะตาจะอยู่ใกล้แค่เอื้อม


“ผมไม่รู้ว่าคุณหิวรึยัง แต่ผมมีร้านอาหารอิตาลีร้านหนึ่งอยากให้คุณลอง” หัวหน้าการตลาดร่างสูงมักจะชอบมาปรากฏตัวทุกเที่ยงตรงของทุกวัน เจ้าตัวชอบเปิดประตูโดยไม่เคาะ ทั้งยังยืนกอดพิงประตู—มาดดูร้ายเสียไม่มี


“ถ้าผมบอกว่าไม่อยากทานอาหารอิตาลีล่ะ”


“โอ้ ผมรู้ใจคุณดี เพราะผมมีร้านสำรอง”


ใช่—ปาร์คชานยอลน่ะมีแผนสำรองสำหรับแบคฮยอนเสมอ


ทุกอย่างมันเกิดขึ้นเร็วมาก เร็วจนกระทั่งแบคฮยอนไม่ทันได้แน่ใจว่ามันผ่านมาเกือบสี่เดือนดีหรือยัง ก็ตั้งแต่ที่แผนกการตลาดวางแผนใหม่ พนักงานทุกฝ่ายก็ต่างวุ่นวาย รวมถึงฝ่ายการผลิตเองก็ต้องเร่งมือทำทุกอย่างให้ทันกำหนด เพราะฉะนั้นการจะได้พบเจอกันก็ดูเหมือนจะเป็นช่วงเวลาพักกลางวันเท่านั้น


เวลาหนึ่งชั่วโมงก็มากเกินพอ


เราไม่ได้คุยอะไรกันมากนอกจากแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในการทำงาน ชานยอลมักจะเล่าเรื่องแผนงานให้ฟัง ส่วนแบคฮยอนก็จะพูดถึงขั้นตอนการพรูฟแบบที่กว่าจะผ่านสายตาท่านประธานได้นั้นก็วุ่นกันยกใหญ่ ไหนจะเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่ไม่ว่าจะสำคัญหรือไม่พวกเขาก็มักจะคุยกันอยู่เสมอ


“ไม่ลองคุยเรื่องของเราดูบ้างล่ะ” ชานยอลถามขณะบีบเคทช็อพลงในจานของตัวเอง


“แล้วเมื่อกี้ยังไม่ใช่อีกหรอ”


“นั่นมันเรื่องงาน” อัลฟ่าหนุ่มยิ้มก่อนจะจ้องตาโอเมก้าตรงหน้า “ผมหมายถึงเรื่องของเรา”


“...”


“เรื่องของเราจริง ๆ”


แบคฮยอนไม่ได้โง่ที่จะดูไม่ออกว่าอีกฝ่ายหมายถึงอะไร เขาเพียงแค่หลบตาก่อนจะแค่นหัวเราะ


“คุณรีบ?”


“ก็ไม่รู้ว่าจะลีลาไปทำไม”


“อ่า เสียใจด้วยนะพอดีว่าผมเป็นพวกชอบดูให้ดีก่อน”


“แค่นี้คุณยังไม่มั่นใจอีกรึไง” ชายหนุ่มที่นั่งฝั่งตรงข้ามว่าพลางเอื้อมมือมากุมมือของโอเมก้าตัวเล็กด้วยท่าทีเว้าวอน


“เพราะมันแค่นี้เนี่ยแหละผมถึงไม่มั่นใจ”


“...”


“ดูทำหน้าเข้า” แบคฮยอนหรี่ตามองชายหนุ่มตรงหน้าที่กำลังทำสายตาละห้อยมองตน ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่าผู้ชายที่ใคร ๆ ต่างก็เกรงขามกำลังกลายร่างราวกับเด็กประถม “มีใครบอกรึเปล่าว่าทำแบบนี้มันดูน่าเกลียด”


“ดีใจด้วย คุณคือคนแรก” อัลฟ่าหนุ่มตอบกลับก่อนจะเพิ่มแรงบีบฝ่ามือคนตัวเล็กเบา ๆ กลิ่นแอปเปิลเจือจางลอยโชยแตะปลายจมูก นั่นทำให้ชานยอลรู้สึกดีทุกครั้งที่ได้กลิ่นนี้ “บอกผมหน่อยสิว่าทำไมคุณถึงไม่มั่นใจ”


“ไม่รู้สิ..” แบคฮยอนเว้นจังหวะไปครู่หนึ่ง “เราคงรู้จักกันไม่ดีพอมั้ง”


“งั้นคุณก็เปิดใจสิ”


“พูดง่าย”


“มันไม่ยากหรอก” ใช่—มันไม่ยาก และมันก็ไม่ง่ายเลยสักนิด


แบคฮยอนยอมรับว่าเขาเองก็มีใจให้กับชานยอล ความรู้สึกถูกเทให้อีกฝ่ายเกินครึ่งแล้ว เพียงแต่มีบางอย่างที่ทำให้เขาไม่ค่อยมั่นใจเท่าไหร่นัก อาจจะเป็นเพราะยังรู้จักกันไม่ดีพอ หรือว่าต่างคนต่างรู้ว่าเราคือโชคชะตา


ไม่ว่าอย่างไรสุดท้ายก็ต้องลงเอยกัน ชานยอลคงหมายความว่าอย่างนั้นถึงเลือกที่จะไม่ลังเลกับการเข้าหาเขา ทว่ากลับเป็นเขาเองที่ไม่แน่ใจกับโชคชะตาครั้งนี้เท่าไหร่นัก


เพราะทันทีที่คิดจะเปิดใจให้กับชานยอล เขาก็จะนึกถึงอดีตพี่สะใภ้เบต้าคนนั้น มันไม่ยุติธรรม ต่อให้เขากับคนตรงหน้าเกิดมาเพื่อเป็นของกันและกันก็จริง แต่การที่จะปล่อยให้ทุกอย่างให้เป็นไปตามแบบแผนของมันนั้น แบคฮยอนคิดว่านั่นไม่ใช่ทางของเขา


สมมติว่าแบคฮยอนเกิดตกลงปลงใจให้กับอัลฟ่าตรงหน้า ก็เท่ากับว่าเขาจะถูกอีกฝ่ายพันธนาการไปทั้งชีวิต เพราะเมื่อไหร่ที่โอเมก้าถูกสร้างตราแสดงความเป็นเจ้าของบนหลังคอ นั่นคือสิ้นสุดความเป็นอิสระด้านความรัก รวมถึงร่างกายนี้ก็เช่นกัน แต่สำหรับอัลฟ่า—มันคือความไม่สิ้นสุด


ความแตกต่างระหว่างชนชั้นยังมีให้เห็นได้ชัดในสังคม อัลฟ่าสามารถมีคู่เมทได้หลายคน ในขณะเดียวกับที่โอเมก้าเมื่อถูกตีตราก็จะไม่สามารถรักใครได้อีก ในกรณีนี้จะรวมถึงร่างกายที่ไม่สามารถมีความสัมพันธ์กับใครอื่นได้นอกจากคู่เมทของตน


ทั้งที่รณรงค์เกี่ยวกับเรื่องความเท่าเทียมกันของชนชั้น แต่สัญชาตญาณก็ไม่สามารถหักห้ามกันได้


เช่นนั้นแบคฮยอนจึงต้องการที่จะมั่นใจ ว่าบุคคลตรงหน้าคือคู่โชคชะตาที่พร้อมจะมีแค่เขาคนเดียว ไม่มีบุคคลเบื้องหลัง หรือว่ามีชนวนที่ก่อให้เกิดความไม่น่าไว้วางใจได้ในอนาคต เพราะถ้าหากว่าการที่แบคฮยอนพยายามแข็งแกร่งเพื่อพิสูจน์ตัวเองว่าไม่ได้อ่อนแอให้สังคมยอมรับได้ แต่กลับต้องมาตกม้าตายเพียงเพราะสุดท้ายก็ต้องการเปลี่ยนเบี้ยล่างของชนชั้นอัลฟ่าอยู่ดี


เหตุผลเพียงเท่านี้ก็สำคัญมากพอให้การยืดเวลาสำหรับเรื่องของเรา


“แล้วผมต้องรออีกนานแค่ไหน” ชานยอลถามขณะใช้นิ้วโป้งเกลี่ยหลังมือขาวเบา ๆ


โอเมก้าหนุ่มหรี่ตามอง “รอไม่ได้?”


“เปล่า ผมแค่..” ทว่าคนพูดกลับหยุดไปครู่หนึ่งก่อนจะพรูลมหายใจ “ผมแค่กลัวว่าคุณจะเปลี่ยนใจ”


“คุณต่างหากที่จะเปลี่ยนใจ”


“อะไรทำให้คุณคิดแบบนั้น”


“คุณไง”


“...”


“เพราะคุณคืออัลฟ่าและเป็นคู่โชคชะตาของผม” บางทีแบคฮยอนก็คิดว่าเขาควรจะพูดบางอย่าให้อีกคนรับรู้ “ผมไม่รู้ว่าคุณรู้สึกเกี่ยวกับเรื่องของเรายังไง แต่ผมอยากให้ทุกอย่างมั่นใจมากกว่านี้”


“...”


“ผมอยากให้เราต่างคนต่างรู้สึกพร้อมที่จะรัก พร้อมที่จะดูแลกันจริง ๆ ในฐานะ..คนรัก ไม่ใช่ในฐานะคู่โชคชะตา”


“...”


“คุณคิดว่าคุณทำได้ไหม”


ในตอนนั้นแบคฮยอนเห็นท่าทีของชายหนุ่มตรงข้ามแน่นิ่งไป ดวงตากลมโตของอีกฝ่ายจับจ้องมาที่เขา เรามองสบกันเหมือนกับวันแรกที่เจอหน้าลิฟต์ ห้วงอวกาศ ดวงดาว และความรู้สึกเคว้งคว้างในวันนั้น ทุกอย่างถูกเหนี่ยวรั้งเอาไว้ด้วยฝ่ามืออุ่น ๆ คู่นี้


เพียงแต่ไม่วินาทีต่อมาก็มีแค่อากาศเย็นชืดโรยรอบ



เพราะคำตอบคือ—ไม่

 


ต่อให้ปาร์คชานยอลไม่ได้ตอบออกมาโดยตรง แต่การที่ผละฝ่ามือเขาออกนั่นก็คือคำตอบชั้นดี ต้องขอบคุณตัวเองที่ใจแข็งพอที่ไม่ยอมอ่อนข้อกับให้อัลฟ่าคนนั้น เพราะไม่อย่างนั้นคนที่จะเสียใจไปตลอดชีวิตก็คือโอเมก้าอย่างเขา แบคฮยอนรู้สึกสมเพชตัวเองเมื่อนึกถึงเรื่องราวในร้านอาหารคราวก่อน ทั้งที่อีกฝ่ายอุตส่าห์ออดอ้อนหรือแม้แต่ยอมทำทุกอย่างเพื่อให้เขาตกลงปลงใจด้วย


สุดท้ายก็กลายเป็นฉากดราม่าในนิยายน้ำเน่า


ไม่เพียงแต่การกระทำของชานยอลที่ทำให้แบคฮยอนรู้ว่าอีกฝ่ายยังไม่พร้อม แต่พฤติกรรมที่ตามมาหลังจากนั้นก็ยิ่งทำให้โอเมก้าหนุ่มมั่นใจว่าตนเลือกไม่ผิด เขาคิดถูกที่เลือกเมินเฉยต่อโชคชะตา เลือกที่จะเมินเฉยต่อบุคคลที่ธรรมชาติกำหนดมาให้


แม้ว่าสุดท้ายจะรู้สึกเจ็บปวดกับเรื่องราวที่ผ่านมาก็ตาม


เริ่มแรกแบคฮยอนไม่เคยเกลียดอะไรปาร์คชานยอลเลยสักนิด เขาแทบจะรู้สึกดีด้วยซ้ำเวลาที่ได้อยู่ใกล้กัน เพราะการทำงานที่เคร่งเครียดในแต่วันละมันทำให้ร่างกายของเราอ่อนเพลีย แต่ถ้าได้อยู่ใกล้กับคู่โชคชะตาหรือว่าได้กลิ่นเฉพาะกายของอีกฝ่ายเมื่อไหร่ ความเหนื่อยล่าก็ค่อย ๆ พลันหายไป ราวกับรู้สึกถูกเติมเต็มอีกครั้ง—คงเป็นสิ่งที่พี่ชายอัลฟ่าเขารู้สึกกับคู่โชคชะตา


แต่นั่นมันก็ก่อนที่จะเกิดเรื่องในงานเลี้ยงของบริษัท


Bonnie & Clyde ได้จัดปาร์ตี้เลี้ยงฉลองให้แก่พนักงานเพื่อสร้างความสัมพันธ์ของคนในองค์กร งานนี้ถูกจัดที่บาร์ปิดแห่งหนึ่งซึ่งมันไม่ได้มีขนาดใหญ่โตอะไรมาก ภายในถูกแบ่งออกเป็นโซนซึ่งเหมาะสำหรับจัดเลี้ยง และบริเวณสระว่ายน้ำก็ถูกเนรมิตให้เป็นแดนสวรรค์ของเหล่าทีมงานคู่รักจอมโจรแห่งยุค


งานนี้สนุกสนานมากกว่าที่คิด อนึ่งความเป็นแฟชั่นและความทันสมัยมันทำให้ปาร์ตี้สุดเหวี่ยงกว่าที่เคยจัดมา โดยเฉพาะหัวหน้าแผนกการตลาดที่แต่งตัวเต็มเสียจนสาว ๆ ทั้งงานมองกันตามตาละห้อย ผนวกกับความเป็นอัลฟ่าและกลิ่นเย็น ๆ บนเทือกเขาของเจ้าตัวก็ยิ่งทวีคูณความเนื้อหอมเข้าไปใหญ่


แบคฮยอนยอมรับว่าคืนนั้นปาร์คชานยอลดูดีมาก


ดูดีเสียจนไม่อยากจะเชื่อว่าผู้ชายคนนี้คือคู่โชคชะตาของเขา


กระทั่งแบคฮยอนตัดสินใจว่าจะเข้าไปพูดคุยกับชานยอล อย่างน้อยก็อาจจะทักทายตามประสาคนทำงานร่วมกัน—หรือคนเคยคุย บางทีเราอาจจะไปด้วยกันได้ดีในฐานะอื่น แต่นั่นไม่ได้หมายถึงว่าเราจะพัฒนาจนไปถึงขั้นคนรักได้ เพราะหลังจากที่ชานยอลปฏิเสธเขาวันนั้น แบคฮยอนก็คิดว่าโอกาสที่เรากลับไปเป็นเหมือนเดิมมันก็ยากพอตัว


อีกอย่างฉากร้อนรักบริเวณทางเดินห้องน้ำก็ยิ่งตอกย้ำว่าเรื่องของเรามันเป็นไปไม่ได้


ริมฝีปากของคนทั้งสองแทบจะไม่มีช่องว่าให้อากาศผ่านเล็ดลอดแม้แต่น้อย พวกเขาเอาแต่แลกจูบกันอย่างดุเดือดโดยที่ไม่สนว่าจะมีใครเดินผ่านบ้าง คงคิดแค่ว่าแถวนี้มันมืดสลัว และไม่มีใครสนใจหรอกว่าใครจะอะไรกันตรงไหน มันก็แค่สถานบันเทิง


และบังเอิญกลิ่นที่เขาสัมผัสได้มันคือกลิ่นเดียวกับคนคนนั้น


คนที่เป็นคู่โชคชะตา—คนที่เคยกลัวว่าเขาจะเปลี่ยนใจ


สุดท้ายก็กลายเป็นอีกฝ่ายที่เปลี่ยนเอง

 

 


 

/10/

 


“ถ้าอย่างนั้นก็เปิดประตู”

“ผมรู้ว่าคุณต้องการ”

 


เสียงจากคนด้านนอกทำให้แบคฮยอนนิ่วหน้าอย่างทรมาน และเมื่ออยู่ในห้องที่ตลบอบอวลไปด้วยกลิ่นอัลฟ่าอย่างชานยอล เขาก็รู้สึกเกลียดตัวเองมาก ๆ ที่ดันมาเกิดฮีทเอาวันนี้ ทั้งที่มันควรจะเกิดขึ้นหลังจากวันนี้อีกหนึ่งอาทิตย์ ทว่ามันกลับมาเร็วแบบไม่คาดฝัน


ให้ตายเถอะ ไอ้ฮอร์โมนเฮงซวยเอ้ย!


“แบคฮยอน” ยิ่งชานยอลเรียกชื่อเขาบ่อยเท่าไหร่ บางอย่างในร่างกายมันก็ปั่นป่วนเสียจนเขาแทบจะทนไม่ไหว สมองมันคิดไปไกลว่าเสียงนั่นกระซิบอยู่ข้างหูใกล้ ๆ และมันก็ยากที่จะปฏิเสธว่าตนก็รู้สึกดี— “ไม่! ฉันไม่ต้องการอะไรจากนายทั้งนั้น”


ทว่าเขาก็ต้องใจแข็งตอบกลับไปแบบนั้น เพราะเหตุการณ์ในอดีตทำให้แบคฮยอนไม่อยากเชื่อใจชานยอลอีกแล้ว ต่อให้เขาจะมีส่วนผิดก็ตามที่ไม่ยอมเปิดใจให้อีกฝ่าย แต่ผู้ชายคนนั้นก็ทำให้เขาผิดหวังด้วยการไม่สามารถพิสูจน์ตัวเองว่าเราจะรักกันได้ ทุกอย่างมันเกิดขึ้นเพียงแค่เราคือคู่โชคชะตา


เราไม่เคยแม้แต่จะรักกันจริง ๆ ด้วยซ้ำ


“แต่คุณกำลังเดือดร้อน”


“ก็ช่างฉ-ฉันสิ ฮึก”


“แบคฮยอน เปิดประตูให้ผมเถอะ”


“...”


“ผมรู้ว่าคุณยังโกรธผมเรื่องวันนั้น” ชานยอลหมายถึงเรื่องในร้านอาหารเมื่อสองปีก่อน มันเป็นความทรงจำที่ทำให้เขารู้สึกผิดทุกครั้งเมื่อนึกถึง การตัดสินใจที่ผิดพลาด ความโลเลและไม่มั่นคงของตัวเอง กำลังทำให้ทุกอย่างพัง—นั่นหมายถึงความรู้สึกของตัวเอง


รวมถึงแบคฮยอน


“ผมผิดเองที่ไม่สามารถสร้างความเชื่อมั่นให้คุณได้ คุณบอกให้ผมลองกลับไปทบทวนความรู้สึกตัวเอง ว่าจริง ๆ แล้วเรารู้สึกกันแบบนั้นจริง ๆ หรือเป็นเพราะว่าเราคือคู่โชคชะตา”


“...”


“ผมยอมรับว่าผมโกรธคุณมากที่คุณดูถูกความรู้สึกของผม ตอนที่ผมเข้าหาคุณผมแทบจะไม่ได้นึกถึงเลยว่าคุณคือคู่โชคชะตา แต่คุณคือคนที่เกิดมาเพื่อผม และผมเกิดมาเพื่อคุณ..


“...”


“เพราะงั้นผมเลยถอยไปตั้งหลักและเคลียร์ความรู้สึกของตัวเองใหม่ ส่วนคุณก็ได้กลับไปใช้ชีวิตปกติในแบบที่คุณต้องการ ผมรู้ว่าที่คุณเกลียดผมมันเป็นเพราะคุณอยากปฏิเสธความรู้สึกของตัวเอง คุณอยากฝืนโชคชะตาแล้วบอกว่าผมคือคนที่ไม่ใช่”


“...”


“แต่สุดท้ายเรื่องราวมันเป็นอย่างไรคุณเองก็รู้อยู่แก่ใจอยู่แล้วไม่ใช่หรอแบคฮยอน”


ชานยอลยืนพิงประตูพร้อมกับพูดสิ่งที่อยู่ในใจตนมาตลอดให้อีกฝ่ายได้รับฟัง ไม่ใช่ว่าพูดเพื่อหลอกล่อให้คนด้านในเปิดประตูและเขาช่วยสนองในสิ่งที่ต้องการ แต่ชานยอลแค่รู้สึกว่าเขาเหนื่อยมามากพอแล้วกับการที่จะฝืนทุกอย่างนานเช่นนี้


ตลอดเวลาเกือบสองปีที่ผ่านมาทั้งชานยอลและแบคฮยอนต่างปฏิเสธความรู้สึกของตัวเองกันมาโดยตลอด พร่ำบอกให้เราเกลียดกัน ทะเลาะกัน หาเรื่องต่อว่ากัน เพราะนั่นเป็นสิ่งเดียวที่จะปฏิเสธเราทั้งคู่จากความจริง


ทุกวันนี้ชานยอลยังจำคำถามของอีกฝ่ายได้แม่นยำกับประโยคที่ว่า เราพร้อมที่จะรู้สึกในฐานะคนรักหรือไม่ ยอมรับว่าเขาเองก็เห็นแก่ตัว ชานยอลไม่พร้อม แต่ก็ใช่ว่าจะไม่ยอมเปิดใจให้แบคฮยอน มีแต่เจ้าตัวนั่นแหละที่ปิดกั้น ไม่แม้แต่จะให้เขาก้าวเข้าไป ไม่แม้แต่จะให้โอกาสเราได้ทำความรู้จักกันมากกว่านี้


จริงอยู่ที่เขารอไม่ได้ และบางครั้งสัญชาตญาณการเป็นอัลฟ่ามันทำให้เขาเลือดร้อนมากเกินไป ชานยอลรู้ตัวเองดีว่าตนเป็นพวกมือไวใจถึง ถ้าให้พูดกันตามตรงคือเขายังต้องการปลดปล่อย แต่นั่นไม่ได้หมายถึงว่าเขาจะสร้างพันธะกับใครที่ไหนก็ได้ ชานยอลไม่เคยเมทกับใคร


เพราะตั้งใจที่จะมีคู่เมทคนเดียวซึ่งจะเป็นคนสุดท้ายที่พร้อมจะอยู่กับเขาไปตลอดชีวิต


และทุกอย่างมันก็บังเอิญเมื่อโลกเหวี่ยงให้เขาเจอคู่โชคชะตาแบบไม่ทันได้คาดคิด


ชานยอลไม่คิดว่าตัวเองจะมีโอกาสเป็นหนึ่งในล้านที่จะได้พบคู่แท้ของตัวเอง เขามองว่านั่นคือเรื่องเพ้อเจ้อด้วยซ้ำ กับชีวิตนักรักที่สภาพแวดล้อมที่แต่พวกอัลฟ่าด้วยกันแล้ว เขายังรู้สึกสนุกกับการใช้ชีวิตแบบไม่ผูกมัด ไม่ต้องกังวลกับใคร ไม่ต้องว้าวุ่นใจเพียงเพราะไม่ได้รับสายโทรศัพท์ หรือว่าเง้างอนใส่กันเพียงแค่ไม่ยอมตอบข้อความ อิสระกับความสัมพันธ์ทางกายกับใครก็ได้


แต่ความคิดนั้นก็หายไปเมื่อเขาได้เจอกับโอเมก้าอย่างแบคฮยอน


อีกฝ่ายทำให้เขากลับมาตั้งคำถามกับตัวเองว่า มันถึงเวลาแล้วหรือที่ชานยอลจะยอมหยุดทุกอย่าง จริงอยู่ที่ไม่ได้หวงอิสระชีวิตของตัวเอง แต่เพราะการการเป็นชนชั้นที่มีสิทธิพิเศษมากกว่าชนชั้นอื่นมันทำให้ชานยอลรู้สึกต้องตระหนักถึง เขาไม่อยากเอาเปรียบใคร โดยเฉพาะคู่เมทของตน—บุคคลที่ชานยอลตัดสินใจว่าจะใช้เวลาที่เหลือทั้งชีวิตอยู่เคียงข้าง


ชานยอลไม่รู้ตัวว่าตัวเองตัดสินใจอย่างไรกับการปล่อยมือแบคฮยอนในวันนั้น มันอาจจะไม่ใช่เรื่องที่ผิดมหันต์ แต่กลับสร้างแผลเป็นและความเจ็บปวดในใจให้เราทั้งคู่ เขารู้ตัวว่าตัวเองกำลังทำเรื่องไม่ดี และคำพูดของแบคฮยอนทำให้เขาฉุกคิด


บางทีชานยอลอาจจะยังไม่พร้อมสำหรับการผูกมัด


—แต่ตอนนี้เขาไม่ได้คิดแบบนั้นแล้ว


ประตูห้องที่เคยปิดสนิทแง้มออกมาเพียงเล็กน้อย แต่กลิ่นผลไม้หอมหวานลอยฟุ้งกระแทกจมูกของอัลฟ่าหนุ่ม เขาเห็นดวงตาเรียวเล็กฉ่ำวาวไปด้วยน้ำตา เห็นเพียงแค่เศษเสี้ยวของใบหน้า แม้เป็นช่องระหว่างประตู แต่ชานยอลกำลังสัมผัสได้ถึงหลากหลายความรู้สึกที่แบคฮยอนต้องการจะสื่อให้เขารู้


“ท-ที่ฉันเปิดประตู—ฉันไม่ได้หมายความว่าฉันจะเชื่อคำพูดของนาย” น้ำเสียงของโอเมก้าสั่นเครือ ริมฝีปากเม้มแน่นเพื่อต้องการสะกดกลั้นอารมณ์เอาไว้


ในตอนนั้นประตูห้องค่อย ๆ เปิดกว้างมากขึ้น ชานยอลมองเห็นสภาพของคนตรงหน้า แบคฮยอนอยู่ในชุดออกงานตอนเย็นที่เขาเห็นในทีแรก ทว่ากระดุมสามเม็ดบนถูกปลดออกจนเห็นผิวเนื้อขาวนวลบริเวณกลางอก มันแดงเถือกอย่างน่ากลัวทั้งยังพราวไปด้วยหยาดเหงื่อ รวมถึงฝ่ามือเล็กที่กำลังถือบางอย่างไว้แน่น


ถ้าจำไม่ผิด.. นั่นมันเสื้อเชิ้ตสีดำของเขา..


“นายพูดถูก ฮึก ฉันต้องการนาย” เสียงเล็กเล็ดลอดออกมาอย่างฝืนทนพลางก้มหน้านิ่ง “แต่..ฉันจะไม่ให้อภัยกับสิ่งที่นายทำเอาไว้”


“...”


“และเรื่องที่เกิดขึ้นในวันนี้ ฮึก ขอให้จำเอาไว้ด้วยว่า.. ฉันจำเป็นต้องทำ


ไม่ต้องรอให้มีคำพูดใด ๆ หลุดออกมาจากปากคนตรงหน้า และแบคฮยอนไม่มีทางปล่อยให้อัลฟ่าตรงหน้าได้มีโอกาสเอ่ยคำใดออกมาสักคำ โอเมก้าตัวเล็กเข้าประชิดอีกฝ่ายก่อนจะรั้งร่างสูงให้โน้มลงมาใกล้พร้อมกับจุมพิตที่คิดว่ามันไม่มีความรู้สึกใด ๆ ปะปนอยู่ในนั้น


ทั้งที่คิดว่าจูบแรกระหว่างเรามันควรจะหอมหวานเหมือนอย่างที่ใคร ๆ ต่างก็บอกมา จูบแรกระหว่างคู่โชคชะตามักจะอวยพรให้เราพบเจอแต่เรื่องราวดี ๆ แต่สำหรับเขาแล้วมันไม่ใช่ รสชาติฝาดเฝื่อนที่เต็มไปด้วยความเค็มปะแล่มจากน้ำตา


และแบคฮยอนเองก็เชื่อว่าระหว่างเขากับอีกฝ่ายมันคงไปได้ไม่สวยนัก


ชานยอลไม่ได้จูบตอบคนตรงหน้า แต่เพราะว่าเรียวลิ้นที่กำลังกระหวัดเข้ามาอย่างไม่มีแบบแผนนั่นเริ่มทำให้ชายหนุ่มเผลอเปิดช่องทางให้อีกฝ่ายเข้ามา ผนวกกับกลิ่นหอมเย้ายวนจากโอเมก้าก็เริ่มทำให้เขาไม่ได้สติ


สัญชาตญาณในชนชั้นเริ่มทำงานอย่างไม่มีข้อกังขา ชานยอลยกฝ่ามือประคองใบหน้าเรียว ปรับเอียงองศาของเราทั้งคู่ให้พอเหมาะ เบียดริมฝีปากเราทั้งคู่ให้แนบแน่น ก่อนจะพบว่าทุกอย่างมันพอดีเสียจนชานยอลเริ่มกลัว


กลัวว่าเขาจะทำทุกอย่างโดยไม่สนใจความรู้สึกของแบคฮยอน


ราวกับมีมีดมากรีดอกเพียงแค่นึกถึงคำว่า จำเป็น ของอีกฝ่าย ชานยอลรู้ว่าแบคฮยอนไม่มีทางให้อภัยเขาง่าย ๆ กับเหตุการณ์ที่ในร้านอาหารวันนั้น หรือต่อให้มีเรื่องอื่นที่เขาไม่รู้ก็ตาม กับแค่เรื่องสร้างความเชื่อมั่นให้เจ้าตัวชานยอลยังทำไม่ได้ แล้วนับประสาอะไรกับความสัมพันธ์ในครั้งนี้—และบางทีแบคฮยอนอาจจะหมายความตามนั้นจริง ๆ


จำเป็นต้องทำ

 

ร่างเล็กลอยขึ้นกลางอากาศด้วยแขนแกร่งของอัลฟ่าหนุ่ม แบคฮยอนเผลอคว้าคอคนตรงหน้าเอาไว้แน่นอย่างลืมตัวเพราะกลัวว่าจะร่วงลงพื้น ไม่นานสัมผัสนุ่มที่แผ่นหลังก็ทำให้รู้ว่าตอนนี้ตนถูกพามายังเตียงหลังใหญ่ กลิ่นเฉพาะกายที่ลอยคลุ้งอยู่ในอากาศทำให้รู้ว่าขณะนี้พวกเราอยู่ที่ไหน


แบคฮยอนคิดมาตลอดว่าต่อให้ตนมีเพศที่อ่อนแอที่สุดในบรรดาเพศรองทั้งหมด แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าเขาจะต้องตกเป็นรองใครเพียงเพราะอ่อนแอกว่า มีหลากหลายวิธีที่ทำให้เขาเข้มแข็งได้ แน่นอนว่าแบคฮยอนทำมันสำเร็จหลายเรื่อง


ซึ่งมันใช้ไม่ได้กับเรื่องนี้—มันเทียบกันไม่ได้เลยสักนิด กว่าจะรู้ตัวอีกทีร่างกายตัวเองก็อ่อนยวบยาบราวกับขี้ผึ้งลนไฟ เพียงแค่ฝ่ามือร้อนแตะเข้าที่สีข้าง ร่างกายก็พร้อมที่จะละลายไปกับผืนเตียงกว้าง


จูบที่เคยคิดว่ามันไร้ความรู้สึกกลับทำให้แบคฮยอนใจเต้นรัวจนแทบจะกระเด็นออกมานอกอก


อันตรายเกินไป เขาคิดว่าเขาต้องทนไม่ไหวกับเรื่องนี้แน่


เสียงเล็กหลุดครางหวิวขณะที่อัลฟ่าหนุ่มถอนริมฝีปากออก อัลฟ่าหนุ่มปล่อยให้คนข้างใต้กอบโกยเอาอากาศบริสุทธิ์เข้าปอดให้ได้มากที่สุด จังหวะเดียวก็ลอบมองใบหน้าที่ไม่เคยคิดว่าตนจะมีโอกาสได้เห็นมันใกล้ ๆ เพียงแค่สายตาหยาดเยิ้มแฝงความเชื้อเชิญนั่นก็ทำเอาชานยอลแทบจะห้ามใจไม่ไหว


แม้จะมีคำว่า จำเป็น แบ่งเส้นระหว่างเราเอาไว้ชัดเจน


แต่นั่นก็ไม่เสมอไปหรอก







TBC










/2
อย่ามองหาลิ้งเลย มันไม่มี .. ;_;  เราพยายามแล้วค่ะ พยายามอย่างหนักแล้วแต่ทำไม่ได้จริง ๆ ขอโทษนะคะ จะเห็นว่าตอนนี้น้องน่าสงสารมาก ๆ ใจเจ็บไปหมดแล้ว ฮือ เม้นฟิคตัวเองอีก เอาเป็นว่าขอโทษอีกครั้งนะคะ ขอโทษจริง ๆ ค่ะ

#ฟิคคลังฝัน




TF:)
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 133 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

6,477 ความคิดเห็น

  1. #6423 pbcy (จากตอนที่ 63)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2562 / 19:37
    สงสารน้องแบคคคคคค เข้าใจความรู้สึกน้องเลยย แล้วพี่ชานยอลก็มาทำแบบนี้ ฮืออออออ ใจร้ายยย
    #6,423
    0
  2. #6313 heykiki (จากตอนที่ 63)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2561 / 11:06
    ยัยน้องงงงงงงง ;-; สงสารยัย เห็นด้วยที่น้องคิดแบบนี้ ขนาดชานยอลเองยังไม่มั่นใจในตัวเองเลย มันก็ถูกแล้วที่น้องจะทำแบบนี้ แต่สงสารที่น้องต้องเจ็บปวดกับความรู้สึกตัวเองอะ ชานยอลถ้าอยากจะอยู่กับน้องจริง ๆ ก็ทำตัวในน้องมั่นใจเถอะ
    #6,313
    0
  3. #6258 nanny7 (จากตอนที่ 63)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2561 / 01:59
    สงสารน้อง ชนชั้นที่ไม่สามารถเลือกอะไรได้ พอคิดถึงเรื่อง2ปีก่อน เจ็บแทนเลย เราจะเปิดใจไปทำไม ถ้าเค้ายังไม่พร้อมที่จะรักเราจริงๆ
    #6,258
    0
  4. #6161 ชานมไข่มุก💦 (จากตอนที่ 63)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2561 / 00:26
    อยากเห็นลูกๆของพวกเค้า ><
    #6,161
    0
  5. #5856 Aom_Safety (จากตอนที่ 63)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2561 / 19:57
    สวสารน้องอ่ะ ฮื้ออออออ ทำยังไงดี
    #5,856
    1
    • #5856-1 nanny7(จากตอนที่ 63)
      15 ธันวาคม 2561 / 01:57
      สงสารแบคนะ ชนชั้นที่ไม่สามารถเลือกอะไรได้
      #5856-1
  6. #5841 Sepaihun🎈 (จากตอนที่ 63)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2561 / 12:47
    หวาบไหวไปหมดเลยใจเรา ฮื้อ เราเข้าใจความหน่วงที่น้องพยายามปฏิเสธความรู้สึกตัวเองแล้วเข้าใจแล้วทำไมน้องต้องใจร้ายขนาดนี้ ฮื้อพี่ชานยอลก็หน่วงกับตัวเองไปอีกที่ให้ความมั่นใจน้องไม่ได้ นุเจ้บปวดเพราะพี่เจ้บปวด
    #5,841
    0
  7. #5831 MEANZOCHIST (จากตอนที่ 63)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2561 / 01:52
    ฉากรักร้อนแรงหลังงานเลี้ยงบริษัทที่ทำให้แบคฮยอนขยาดนี้จะได้รับการแถลงไขหรือไม่
    #5,831
    0
  8. #5785 patinya9835 (จากตอนที่ 63)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2561 / 23:57
    คิดถึงงงเรื่องนี้จังเลยยยยยคิดถึงไรต์เตอร์มากๆๆๆๆๆๆๆ
    #5,785
    0
  9. #5776 i-squid (จากตอนที่ 63)
    วันที่ 31 มกราคม 2561 / 20:30
    เจ็บจึกอะ สงสารแบคฮยอนนนนนน TT // สู้สู้นะคะไรต์
    #5,776
    0
  10. #5770 touchingb (จากตอนที่ 63)
    วันที่ 28 มกราคม 2561 / 22:08
    น้องเป็นจะยังไงบ้าง ㅠㅠ
    #5,770
    0
  11. #5767 คูมแม่น้องแบคฮยอน (จากตอนที่ 63)
    วันที่ 28 มกราคม 2561 / 14:53
    รอนะคะ :)
    #5,767
    0
  12. #5763 19990830_ (จากตอนที่ 63)
    วันที่ 28 มกราคม 2561 / 00:59
    มาต่อเร็วๆน้า ชอบมากๆ
    #5,763
    0
  13. #5757 babatheay (จากตอนที่ 63)
    วันที่ 27 มกราคม 2561 / 22:52
    รอออออออเรื่องนี้อยู่นะคั้บ💋
    #5,757
    0
  14. #5746 Pupuuu_pt (จากตอนที่ 63)
    วันที่ 27 มกราคม 2561 / 19:54
    รออยู่น้าา อยากให้รักกันแย้ว
    #5,746
    0
  15. #5737 patinya9835 (จากตอนที่ 63)
    วันที่ 27 มกราคม 2561 / 19:05
    คิดถึงเรื่องงงงนี้อยากอ่านแย้วววววววววว
    #5,737
    0
  16. #5729 pcy921 (จากตอนที่ 63)
    วันที่ 18 มกราคม 2561 / 16:02
    เข้าใจแบ้กเน้อ ความเชื่อใจที่มันพังไปให้กอบขึ้นมาใหม่มันก็ไม่เหมือนเดิมอะ ทุกอย่างมันต้องใช้เวลาถึงจะไม่เหมือนเดิมแต่อาจจะดีขึ้น(มั้ง)
    #5,729
    0
  17. #5723 lena-lena (จากตอนที่ 63)
    วันที่ 3 มกราคม 2561 / 12:39
    สงสารน้อง คิดว่าไม่ใช่ปิดกั้นหรอก แต่เพราะอีกฝ่ายก็ไม่ได้พยายามพิสูจน์ตัวเองเลย คนเราถ้าโดนตื๊อมากๆ ด้วยความจริงใจ จะไม่เปิดใจให้โอกาสหรอ? แบคก็แค่ผิดหวังและเสียใจกับพฤติกรรมของชานยอล ถ้าสร้างความเชื่อมั่นได้ ก็คงจะดีกว่าที่เป็นอยู่
    #5,723
    0
  18. #5717 Minikyeol (จากตอนที่ 63)
    วันที่ 2 มกราคม 2561 / 04:51
    ฮืออออออออ สงสารแบคฮยอน ชานยอลต้องทำให้แบคเชื่อมั่นในตัวเองให้มากกว่านะ ถ้าตัวเชื่อมั่นและแสดงออกหลายๆอย่างให้เค้ามั่นใจมันน่าจะดีกว่านี้ ภายในแบคบอบช้ำฉันอยากวิ่งไปกอด ; - ;
    #5,717
    0
  19. #5716 Aom_Safety (จากตอนที่ 63)
    วันที่ 1 มกราคม 2561 / 22:40
    สงสารแบคอ่ะ จำเป็นต้องทำฮืออ ชานยอลทำให้แบคเชื่อในตัวเองสิ
    #5,716
    0
  20. #5715 para_aloha (จากตอนที่ 63)
    วันที่ 1 มกราคม 2561 / 11:31
    นว้องงงงงงงงงงงงงงงง
    #5,715
    0
  21. #5714 P e A r L ツ (จากตอนที่ 63)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2560 / 18:45
    ฮือออออออ จะรักกันได้ไหมเนี่ยยย
    #5,714
    0
  22. #5706 แบ้กฮายอน (จากตอนที่ 63)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2560 / 16:04
    อื้อหือออ นุเจ้บแทนพิชยอลเลยค่ะ แต่สงสารแบ้กมากๆเลยฮื่อ เมื่อไหร่เขาจะเข้าใจและยอมรับกันสักที ฮื่อ เสียจัยยย
    #5,706
    0
  23. #5705 บอบี๋ (จากตอนที่ 63)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2560 / 01:11
    ขอบคุณความพยายามในการแต่งฟิคของไรท์นะ มันดีทุกเรื่องเลยเราเป็นกำลังใจให้นะ ไรท์เป็นไรท์ที่ดีไม่เคยทอดทิ้งคนอ่าน ขอบคุณจริงๆสู้ๆนะอย่างน้อยก็มีกำลังใจเล็กๆน้อยๆจากเราคนนี้นะ
    #5,705
    0
  24. #5704 pppawe (จากตอนที่ 63)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2560 / 16:10
    ฮือออออออเจ็บบบบบ
    #5,704
    0
  25. #5703 Pharynx_ (จากตอนที่ 63)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2560 / 09:19
    น้องงงงงลูกกก;____;ทำไมสงสารทั้งคู่เลย
    #5,703
    0