[ exo SF/OS ] คลังฝัน - chanbaek

ตอนที่ 58 : (os) Need you

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 16,931
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 92 ครั้ง
    16 ก.ค. 60















NEED YOU



อยากให้ฟังเพลงด้วย มันเข้ากับเรื่องนะ
Need you - Allie x














Hey, where'd you go?

We used to be friends

We used to be close















ท่ามกลางอากาศชื้นในเมืองเล็กแห่งหนึ่ง หลังจากที่ฝนห่าใหญ่ตกพร่ำจนชุ่มฉ่ำ ผู้คนเริ่มออกจากที่กำบังออกเดินประปรายตามท้องถนนอีกครั้ง บยอนแบคฮยอนก็เช่นกัน


ร่างเล็กของหนุ่มชาวเอเชียโผล่ออกมาจากหลังร้านพร้อมกับกระเป๋าเป้หนึ่งใบ และไม่ลืมกล่าวลาเพื่อนพนักงานอย่างบรู๊คลิน—เด็กพาร์ทไทม์ในร้านเช่าดีวีดีเล็ก ๆ ที่เข้างานต่อจากเขา


“ให้ไปส่งไหม” บรู๊คลินถามขณะเหลือบมองเวลา เขาสามารถอู้ได้อีกสิบนาทีในการเดินไปส่งเพื่อนชาวเอเชีย


“ทำงานไปเถอะ” แบคฮยอนแค่นยิ้ม


“เอางั้นหรอ” อีกฝ่ายครางเสียงเบา “งั้นถ้าถึงแล้วก็บอกด้วยละกัน”


“เออหน่า” เขาตอบรับคำเพื่อนก่อนจะโบกมือปัดเชิงรำคาญ


เพราะเข้าใจดีว่าเพื่อนคนนี้คงเป็นห่วง เมื่อหลายวันก่อนแบคฮยอนเพิ่งถูกชิงทรัพย์จากกลุ่มวัยรุ่นในย่านนี้ แต่พวกนั้นก็ไม่ได้อะไรจากเขาไปมากเนื่องจากมีคนเข้ามาเห็นพอดี หมอนั่นก็คงเป็นห่วงเพราะกลัวเหตุการณ์ซ้ำรอย และอีกอย่าง ทั้งตัวแบคฮยอนตอนนี้ก็มีอยู่แค่ไม่กี่เหรียญ ถึงเอาไปอย่างไรก็คงไม่พอค่าเหล้ายาคนพวกนั้นเลยสักนิด


ชายหนุ่มสัญชาติเกาหลีเดินออกจากร้านเช่าดีวีดีที่ตนทำงาน อากาศชื้น ๆ ด้านนอกทำให้เขาต้องกระชับเสื้อโค้ทเข้าหาตัวมากขึ้น เม็ดฝนยังคงโปรยปรายเล็กน้อย แต่นั่นไม่ได้ทำให้เปียก ถ้าหากว่าเขาจะเดินเท้ากลับไปยังห้องพักโดยปราศจากร่มสักคัน


ดังนั้นรองเท้าบูทสีน้ำตาลเข้มจึงเดินย่ำไปตามพื้นที่เจิ่งนองด้วยน้ำ ผู้คนตัวสูงใหญ่เดินขวักไขว่ไปตามเส้นทางของตัวเอง แบคฮยอนสูดอากาศเย็นชืดเข้าปอดลึก


อย่างน้อยอากาศแบบนี้ก็อาจจะทำให้จิตใจของเขาสงบได้




*





“เตี้ย ตากฝนอีกแล้วนะ”


เสียงหนึ่งทักขึ้นพร้อมกับร่มสีแดงคันหนึ่งที่เคลื่อนเข้ามาบดบังหยาดฝนจากท้องฟ้า “ฉันบอกให้พกร่ม—เคยฟังกันบ้างไหม”


“ขี้บ่นชะมัด นอกจากพื้นจะแฉะแล้วหูฉันจะแฉะด้วยก็เพราะนาย” แบคฮยอนขมวดคิ้วมองคนข้างกายที่กำลังมองเขาอยู่


“แล้วรู้ไหมว่าฉันก็ทำให้อย่างอื่นของนายแฉะได้ด้วย”


ทันทีที่พูดจบ ใบหน้าเล็กแดงซ่านทันทีก่อนที่ฝ่ามือจะตบเข้ากลางหลังคนตัวสูง


“ทะลึ่ง!”




*





แรงชนจากด้านหลังทำให้แบคฮยอนได้สติ เขาได้ยินเสียงสัญญาณเตือนข้ามถนนดังถี่พร้อมกับผู้คนที่เดินสวนกัน ไฟสีเขียวกระพริบเตือนว่าใกล้จะหมดเวลา และนั่นทำให้สองขาภายในยีนส์ฟอกรีบเร่งเพื่อข้ามผ่านถนนแห่งนี้


ขณะเดียวกัน เม็ดฝนเริ่มใหญ่ขึ้น บนบ่าของเขาเลอะน้ำเป็นวงกว้าง และอีกหน่อยแบคฮยอนคงเปียกทั้งตัวหากไม่หาที่หลบ


ร้านกาแฟตรงหัวมุมเป็นสถานที่ที่เขาเลือกเข้าไป เสียงกระดิ่งดังเล็กน้อยเพื่อให้สัญญาณกับพนักงานว่ามีลูกค้าเข้าร้าน พวกเขากล่าวทักทายตามมารยาท


แบคฮยอนสั่งโกโก้ร้อนหนึ่งแก้ว ก่อนจะมองหามุมสงบ ๆ เพื่อนั่งรอให้ฝนซา




*





“สารภาพมาตามตรง นี่กาแฟแก้วที่เท่าไหร่”


แบคฮยอนเลิกคิ้วมองคนตรงหน้าที่กำลังหรี่ตามองราวกับจับผิด


“สอง”


“โกหก”


“ก็รู้นี่”


ร่างบางไม่ตอบพลางเสหน้ามองทางอื่นเพื่อหลบหลีกสายตากดดันนั่น อันที่จรงกาแฟตรงหน้าคือแก้วที่สี่ของวันต่างหาก เพราะโปรเจกต์ที่กำลังจะล้มทับทำให้เขาต้องหาเครื่องดื่มมาถ่วงเวลาชีวิตตัวเองเอาไว้

โดยเฉพาะเย็นวันนี้ที่เขามีนัดกับคนตรงหน้า การพบเจอกันในสภาพสะโหลสะเหลมันคงดูทุเรศตาอยู่ไม่น้อย


และบางทีกาแฟแก้วที่สี่อาจจะทำให้เราอยู่ด้วยกันนานขึ้น


“รู้ไหมว่าดื่มเยอะแล้วมันไม่ดี”


“นายบอกฉันรอบที่ร้อยได้”


“งั้นก็รู้ใช่ไหมว่าคราวหน้าต้องสั่งอะไร”


“แต่มันไม่ช่วยให้ฉันตื่น”


“แต่แก้วนี้ก็ไม่ได้ทำให้นายหลับสบายได้หรอก”


มือหนาดึงแก้วกาแฟจากเขาออกก่อนจะคว้าข้อมือให้ลุกเดินตามไปที่เคาท์เตอร์ ไม่นานโกโก้ร้อนแบบเทคโฮมก็มาอยู่ในมือ หมอนั่นยื่นให้เขาพลางส่งสายตาบังคับกลาย ๆ ว่าให้ดื่มมันซะ


แบคฮยอนหน้าบึ้ง เขารู้ตัวว่าตัวเองกำลังทำสีหน้าไม่ดีใส่คนตรงหน้า แต่ว่าก็ยื่นมือออกไปรับแก้วโกโก้มาถือไว้ ยกมันจิบเล็กน้อยด้วยความไม่เต็มใจ


“เก่งมาก”


ทว่าอีกฝ่ายกลับยิ้มแล้วยีศีรษะเขาราวกับเด็กเล็ก


สัมผัสนั่นอบอุ่นพอ ๆ กับรสชาติของโกโก้ที่คละคลุ้งอยู่ในปาก












Hey, why'd you leave?

I used to need you

You used to need me













สองมือถือถุงกระดาษที่ภายในบรรจุของจากซูเปอร์ ขนมปังหนึ่งแถว นมหนึ่งแกนลอน มันฝรั่งสองหัว และบุหรี่อีกหนึ่งซอง แบคฮยอนหยิบของทุกอย่างออกมาจัดวางเมื่อถึงห้อง


เขาถอดเสื้อโค้ทที่เปียกฝนเล็กน้อยออกก่อนจะยัดใส่เครื่องซักผ้าใต้ซิงค์เพื่อทำความสะอาด โปรแกรมอัตโนมัติถูกกดให้เริ่มทำงาน ก่อนเจ้าของห้องร่างบางจะเดินมาจัดการกับมื้อเย็นของตนเอง


สตูเนื้อที่ทำทิ้งไว้เมื่อหลายวันก่อนยังพอกินได้ รสชาติไม่ได้แปลกอะไรมากจึงจัดการหั่นมันฝรั่งใส่ลงไปเพื่อต้มใหม่อีกครั้ง เขาเปิดเตาแก๊สทิ้งไว้ขณะเหลือบเห็นไฟสีแดงกระพริบที่เครื่องโทรศัพท์


นิ้วเรียวกดปุ่มฟังข้อความก่อนจะเดินกลับมายังหน้าหม้อสตูเนื้อเหมือนเดิม

/เฮ้ แบคฮยอน มือถือนายเป็นอะไรติดต่อยากชะมัด ศุกร์นี้สามทุ่มที่ถนนเซนต์ พวกเดเนียลให้โทรมาชวนเผื่อนายอยากออกมาแฮงก์เอาท์ด้วย ฉันไม่บังคับหรอกนะ แต่ว่าคิดถึงนายชะมัด ได้ยินแล้วก็ติดต่อกลับด้วยนะเพื่อนยาก ไว้เจอกัน/

แบคฮยอนรู้ได้ทันทีว่านั่นคือเสียงเพื่อนในมหาลัยที่มักจะโทรมาชวนเขาออกไปเที่ยวเป็นประจำ หมอนั่นเป็นนักเที่ยวตัวยง ก็อย่างที่บอก ไม่บังคับ แต่ว่าคิดถึงน่ะ มันประโยคบังคับชัด ๆ


ทว่าเขากลับเลือกที่จะเก็บเรื่องนี้เอาไว้คิด


หรือบางทีนัดครั้งนี้เขาอาจจะไปก็ได้

/บี นี่ป้ามอร์แกนเองนะ จะโทรมาบอกว่าช่วงนี้ก่อนออกจากห้องเช็กหน้าต่างด้วยนะว่าปิดครบรึเปล่า ห้องชั้นล่างบอกป้าว่ามีน้ำซึมจากฝ้าด้านบน ป้าไม่แน่ใจว่ามันเกิดจากท่อด้านในหรือว่าน้ำฝนข้างนอก เดี๋ยวจะให้ช่างเข้ามาดูบ่ายวันเสาร์นี้ สะดวกหรือไม่ยังไงก็โทรบอกด้วยนะ/

ข้อความต่อมาคือเสียงจากป้ามอร์แกน—เจ้าของห้องเช่าที่เขาอาศัยอยู่ตอนนี้ หล่อนเป็นหญิงวัยกลางคนอารมณ์ดี แบคฮยอนได้รับความช่วยเหลือจากอีกฝ่ายตั้งแต่ย้ายมาอยู่ที่นี่ใหม่ ๆ และก็โชคดีจริง ๆ ที่ป้ามอร์แกนทำให้เขารู้สึกเหมือนได้อยู่ใกล้พ่อแม่ตัวเอง


จากนั้นก็มีอีกหลายข้อความที่เจ้าของห้องไม่ได้สนใจฟัง เพราะตอนนี้สตูเนื้อในหม้อกำลังเดือดได้ที่ เสียงปุด ๆ ผุดขึ้นมาทำให้เขาต้องรีบปิดแก๊ส ร่างเล็กง่วนกับการหยิบจับถ้วยออกมาตักมื้อเย็นใส่ ขนมปังหนึ่งแผ่นถูกหยิบออกมาทานคู่กัน ก่อนที่แบคฮยอนจะย้ายทุกอย่างไปไว้ที่หน้าโทรทัศน์


โดยที่ไม่ได้สนใจอีกหนึ่งข้อความ


/แบคฮยอน ถ้าว่างแล้วช่วยติดต่อกลับด้วยนะ/


ข้อความสุดท้ายจากใครบางคน










*








“กินเลอะว่ะ”


นิ้วโป้งจากคนข้าง ๆ ปาดเอาเศษคราบสตูที่เลอะอยู่เหนือริมฝีปากเล็กออก “มูมมามอย่างกับเด็ก”


“เพราะนายทำให้ฉันเป็นแบบนั้นไม่ใช่รึไง”


“ก็กินเลอะเองหนิ”


“คราวหลังบอกก็ได้ ฉันเช็ดเอง” แบคฮยอนบอกก่อนจะเลิกสนใจสายตาของคนข้างกาย


“แต่อยากเช็ดให้ไง”


“...”


“ฉันอยากดูแลนาย”


ประโยคเสี่ยว ๆ จากอีกฝ่ายทำให้แบคฮยอนหันกลับมามองอีกครั้ง เราจ้องตากันอยู่สักพัก ช้อนเงินตักสตูเนื้อยัดใส่ปากอีกคนเพื่อแก้อาการเขินร้อนบนใบหน้า


หมอนั่นหัวเราะทั้งที่เหนือริมฝีปากก็มีคราบสตูเลอะอยู่


“เช็ดให้บ้างดิ”


แบคฮยอนเบ้ปากและตอบกลับทันที


“ทำเอง”









Sitting here with a fist full of ashes

And a heart that I can't even use

Just keep telling myself,

over and over and over











“แค่ก ๆ”


ร่างเล็กสำลักเมื่อได้ยินมุกตลกจากจอโทรทัศน์ เขาทุบอกตัวเองเบา ๆ ขณะลุกขึ้นเดินไปยังตู้เย็นเพื่อหยิบขวดน้ำขึ้นมาดื่ม ความเย็นไหลผ่านลงลำคอทำให้เขารู้สึกดีขึ้น


จังหวะนั้นสายตาก็พลันมองเห็นอะไรบางอย่างที่อยู่ข้างหน้าต่าง


กระถางต้นไม้ใบเล็กถูกตั้งวางอย่างจงใจ ทว่าใบของมันกลับเหลืองซีดราวกับไม่เคยถูกดูแล—ใช่ แบคฮยอนเกือบลืมไปแล้วว่าเขามีมัน


สองเท้าเปล่าเดินเข้าไปใกล้ ยืนชั่งใจมองมันอยู่สักพัก ก่อนจะยกขวดน้ำขึ้นจรดที่ริมฝีปาก เขาดื่มมันอีกครั้งก่อนจะตัดสินใจเทน้ำที่เหลือใส่กระถางด้วยความเชื่องช้า


มองกระแสน้ำที่ค่อย ๆ ไหลออกจากปากขวดทีละนิด


กระทั่งหยดสุดท้าย




*








“ซื้อมาเลี้ยงให้มันแย่งอากาศหายใจรึไง” แบคฮยอนขมวดคิ้วมองอีกคนที่กำลังทำอะไรบางอย่างอยู่ข้างหน้าต่าง


“ไม่คิดว่ามันน่ารักหรอ”


“ไม่อ่ะ” คนตัวเล็กตอบขณะยืนพิงประตูมองอีกฝ่าย หมอนั่นเอาแต่สนใจต้นไม้ในกระถางใบเล็กที่เพิ่งซื้อมาใหม่ ไม่เข้าใจเลยสักนิดว่าจะซื้อมาทำไม เขาไม่ใช่พวกพิศวาสต้นไม้ใบเขียวนัก อีกอย่างแบคฮยอนก็ขี้เกียจดูแล


“รู้ป้ะว่ามันออกดอกปีละครั้ง” ขณะพูดหมอนั่นไม่แม้แต่จะมองใบหน้าเขาเลยสักนิด


“ถึงรู้มันก็ไม่มีโอกาสอยู่ถึงปีหรอก”


“เฮ้ อย่าใจร้ายกับชาลีนักสิ”


“ชาลี?”


“อือ เนี่ยชาลี พยานรักของเรา” อีกฝ่ายพูดพร้อมกับรอยยิ้มที่ทำให้แบคฮยอนนึกหมั่นไส้


“เพ้อเจ้อ”


ชายหนุ่มตรงหน้าต่างหัวเราะร่วนหลังจากถูกเจ้าของห้องพูดแบบนั้นใส่ ร่างเล็กเดินหายเข้าไปในห้องนั่งเล่น จังหวะนั้นร่างสูงก็โน้มตัวเข้าไปกระซิบบางอย่างกับมัน


“ช่วยทำให้แบคฮยอนใจอ่อนกับฉันด้วยนะชาลี”


ริมฝีปากอิ่มคลี่ยิ้มบาง





*








รายการวาไรตี้โชว์รอบดึกจบลงไปพร้อมกับเสียงหัวเราะจากผู้คนในห้องส่ง แบคฮยอนรู้สึกขบขันเมื่อนึกถึงประโยคที่พี่ธีกรหนุ่มพูดล้อเลียนแขกรับเชิญ ทว่าเวลาสนุกของเขากำลังจะหมดลงแล้ว


เวลาเกือบเที่ยงคืนทำให้ชายหนุ่มรู้ตัวว่าใช้เวลากับการนั่งหน้าโทรทัศน์นานเกินไป เขาหยิบรีโมทขึ้นมากดปิดก่อนจะคว้าเอาถ้วยสตูที่เหลือแต่คราบเดินไปยังห้องครัว จัดการทำความสะอาดมันก่อนจะคว่ำไว้ที่เดิม


ขณะที่เสียงน้ำจากก๊อกไหลมันทำให้ภายในใจของแบคฮยอนนิ่งงันไปครู่หนึ่ง เขายื่นมือปิดมันก่อนจะหันหลังพิงเคาท์เตอร์


ต้นไม้ชาลีตรงหน้าต่าง ร่มสีแดงคันนั้นอยู่ข้างตู้เย็น หรือจะเป็นใครอีกคนที่ควรจะอยู่กับเขาตรงนี้


ทว่ากลับไม่มี










Now that you're gone

Days are wasted, way too long

Nights feel like years

Felt your body next to mine without you here












มันเกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อไหร่ ความรู้สึกว่างเปล่าแบบนี้เข้ามาตั้งแต่ตอนไหนแบคฮยอนไม่แน่ใจนัก ทั้งที่ตลอดเวลาที่ผ่านมาเขาคิดว่าการอยู่ด้วยตัวเองมันก็ไม่ได้แย่นัก ทว่าเขากลับคิดผิด


แบคฮยอนแทบจะอยู่ไม่ได้หากไม่ได้คิดถึงใครคนนั้น


การกระทำหลายอย่างหลอกหลอนความคิดของเขามานานเกินกว่าที่ควรจะเป็น แบคฮยอนพยายามหาทางแก้ไข ได้แต่พร่ำบอกตัวเองหน้ากระจกทุกครั้งว่าเราต้องอยู่ได้ แน่สิ—ก็เราเกิดมาตัวคนเดียว การที่ต้องอยู่คนเดียวตามลำพังน่ะมันถูกต้องที่สุดแล้ว


แต่ว่านะ.. ทำไมถึงรู้สึกเหมือนมีบางอย่างขาดหายไป


หรืออาจจะเป็นเพราะใครอีกคนที่ก่อนหน้านั้นเข้ามาเติมเต็มบางอย่างให้กับเขา คนที่พาสีสันต่าง ๆ เข้ามาเปลี่ยนแปลงชีวิตของแบคฮยอน เปลี่ยนแปลงความเป็นตัวเองจนกระทั่งเขาไม่เป็นตัวของตัวเอง


ไม่ชอบเลยแฮะ ไม่ชอบความรู้สึกนี้เลยจริง ๆ


หากจะปฏิเสธก็รู้สึกเจ็บแปลบที่กลางอก แบคฮยอนจะคิดว่านั่นคือความรู้สึกที่มันไม่ควรจะเกิดขึ้นกับตัวเอง เขาไม่เคยเป็นแบบนี้ และจะไม่มีวันเป็นแบบนี้ ต่อให้อีกฝ่ายเข้ามาเปลี่ยนแปลงหลายอย่างในชีวิตก็ตาม


แบคฮยอนควรจะยอมรับว่าทุกอย่างมันจบลงแล้ว


และมันอาจจะต้องจบจริง ๆ ถ้าหากว่าเขาปล่อยทุกอย่างให้เป็นแบบนี้


ใช่—ถ้าหากว่าเขาต้องปล่อยอีกฝ่ายไป


ไม่แน่ใจเลยสักนิดว่าจะอยู่ได้อย่างไรโดยไม่คิดถึงใครคนนั้น


แค่เสี้ยววินาที แบคฮยอนคว้าเอาเสื้อฮู้ดที่อยู่ใกล้มือที่สุดมาใส่ รองเท้าบูทสีน้ำตาลถูกสวมด้วยความว่องไว แทบจะปลิวตัวออกจากห้อง แบคฮยอนคิดอย่างนั้นเมื่อทุกอย่างมันเกิดด้วยความรวดเร็ว


สองเท้าวิ่งไปตามถนนเหมือนคนไร้ทิศทาง ทว่าเขารู้ว่าตนกำลังไปที่ไหน


แบคฮยอนรู้อยู่แก่ใจ








ฝ่ามือเล็กเคาะประตูห้องสองสามครั้ง รอไม่นานเจ้าของห้องตัวสูงก็เปิดประตูออกมา ไม่มีคำทักทาย มีแค่สีหน้าปนความสงสัยของอีกฝ่ายที่ฉายไว้อย่างชัดเจน


“ขอเข้าไปได้ไหม” แบคฮยอนเอ่ยถาม ทั้งที่ความจริงเขาสามารถแทรกตัวเข้าไปด้านในเหมือนอย่างเคยก็ได้


แต่ไม่ใช่ตอนนี้


ปาร์คชานยอลนิ่งงันไปชั่วขณะก่อนจะเปิดทางให้ร่างบางเดินเข้ามาด้านใน เขาจัดการปิดประตูลงด้วยความเงียบเชียบ ไม่กล้าแม้แต่จะหันหน้าไปเผชิญกับอีกฝ่าย


มันเงียบเกินไปเมื่อไม่มีใครเริ่มต้นพูดอะไรบางอย่าง คนตัวเล็กเหลือบมองร่างสูงอีกครั้ง เขาเม้มปากแน่นมองแผ่นหลังกว้างที่ยังยืนอยู่ตรงนั้นด้วยความประหม่า


ชั่วขณะที่เจ้าของห้องพลิกตัวกลับมา ทั้งคู่สบตากันได้แค่เสี้ยววินาที เป็นแบคฮยอนที่หลบตาสายก่อน—เขากลัว—กลัวมากจริง ๆ


“เรื่องวันนั้น—” “ขอโทษ”


ชานยอลเอ่ยประโยคแรกออกมาด้วยความไม่มั่นใจนัก เขาไม่รู้ถึงสาเหตุที่ทำให้แบคฮยอนมาที่นี่ แต่อย่างน้อยเขาควรคิดว่าการเจอกันครั้งนี้อาจจะเคลียร์ปมทุกอย่างในใจของเราได้


ทว่ายังไม่ทันพูดอะไร เป็นแบคฮยอนเองที่โพล่งพูดตัดประโยคเสียก่อน เขารู้ว่าคนตัวสูงกำลังจะพูดอะไร เพราะรู้มาตลอดว่าช่วงเวลาที่เราไม่ได้อยู่ด้วยกัน มันอาจจะทำให้อีกฝ่ายคิดได้


ว่าการที่ไม่มีเขาอยู่ข้าง ๆ นั้น—


“ที่ตะคอกใส่วันนั้น.. ฉันขอโทษ”


“นายมันน่ารำคาญที่สุดเลยปาร์คชานยอล!”


“ความจริงฉัน..ฉันไม่เคยรำคาญนายเลยสักนิด”


“อยากจะไปไหนก็ไป เลิกบังคับชีวิตของฉันให้เป็นเหมือนนายสักที!!”


“นายไม่เคยบังคับฉันสักครั้ง”


“เก็บความหวังดีของนายเอาไว้เถอะ! ไม่รู้หรอว่ามันโคตรน่าเบื่อเลย!”











Missing you is like second nature

Parts of you and so many layers

I'm wishing now that I could erase you

But I don't know what to do












ไม่แม้แต่จะกล้าสบตา เพราะกลัวว่าเหตุการณ์ในวันนั้นจะผุดเข้ามาทำร้ายเราอีกครั้ง เขาพยายามไม่นึกถึง เพราะมันคือความผิดพลาดครั้งใหญ่ที่ไล่อีกฝ่ายให้หายออกไปจากชีวิต


แบคฮยอนไม่ชอบการเปลี่ยนแปลง แต่ชานยอลกำลังทำให้เขาเปลี่ยนไป


“เรา..” ริมฝีปากบางเม้มแน่นเป็นเส้นตรง ราวกับพยายามกลั้นห้วงอารมณ์บางอย่างเอาไว้ แบคฮยอนเงยหน้าสบตามองอีกฝ่ายด้วยความรู้สึกกระดากอาย


“เรากลับมาเป็นเหมือนเดิมได้ไหม”


“...”


“นายก็รู้ว่าฉัน—”


แบคฮยอนพรูลมหายใจอย่างยากลำบาก ใช่ เขารู้ว่ามันยากมากที่ต้องยอมรับว่าตัวเองกำลังจะต้องพูดประโยคนั้นออกไป “ฉันอยู่ไม่ได้” น้ำเสียงของเขาแผ่วราวกับหายเข้าไปในลำคอ



“ฉันอยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีนาย”



น้ำตาหนึ่งหยดร่วงลงมา เขาไม่สามารถกลั้นความรู้สึกที่เอ่อล้นอยู่ในอกได้อีกต่อไป มันเจ็บปวดทุกครั้งเมื่อนึกว่าตนเคยทำร้ายผู้ชายตรงหน้าไว้มากแค่ไหน ทั้งคำพูดเย็นชา การกระทำที่ไม่ใส่ใจ อะไรหลาย ๆ อย่างที่คนเกิดมาตัวคนเดียวอย่างเขาทำให้อีกฝ่ายเอือมระอา


มันคงหนักหนาเกินว่าที่คนตรงหน้าจะทนรับไว้ แบคฮยอนรู้ว่าทุกคนมีขีดจำกัด และมันก็อาจจะเหลือน้อยเต็มทีสำหรับชานยอล เขารู้ว่ามันเกินจะทนรับไว้หากเราสานต่อทุกอย่างให้กลับไปเป็นเหมือนเดิม มันคงยากกับการประคับประคองความสัมพันธ์ของเราให้เดินไปข้างหน้า


และถ้าหากต้องจบทุกอย่างลงภายในตอนนี้ แบคฮยอนนึกไม่ออกเลยจริง ๆ ว่าตัวเองจะใช้ชีวิตต่อไปอย่างไร


“ขอโทษทีนะที่เอาแต่ใจเกินไป”


ฝ่ามือเล็กยกปาดน้ำตาออก ความจริงเขาไม่อยากอ่อนแอต่อหน้าอีกฝ่าย มันเหมือนว่าเขากำลังใช้น้ำตาอ้อนวอนให้คนตรงหน้ากลับมาหาเขาเหมือนเดิม


“ฉันไม่ควรไล่นายไปจริง ๆ ฉันขอโทษนะชานยอล ฉันขอโทษ—ฮึก”


เสียงสะอื้นดังขึ้นพร้อมกับความคิดที่ตกตะกอน แบคฮยอนรับรู้แล้วว่าตัวเองได้ทำพลาดไว้มากแค่ไหน เขารู้ตัวแล้วว่าควรจะปรับปรุงตัวเองอย่างไร มันอาจจะไม่ดีเลิศเท่าที่อีกฝ่ายคาดหวังไว้ แต่แบคฮยอนก็จะพยายาม อย่างน้อยก็ให้อีกฝ่ายรู้ว่าเขาไม่ใช่คนเดิมแล้ว


หากต้องเปลี่ยนไปเพื่อให้ความสัมพันธ์ของเราไปต่อได้ แบคฮยอนก็คิดว่ามันไม่ใช่เรื่องเสียหายถ้าต้องทำมันจริง ๆ


ที่ผ่านมา เขาแค่ไม่เปิดใจรับ แบคฮยอนไม่ยอมรับการเปลี่ยนแปลง เขารู้สึกทนไม่ได้ที่ต้องกระวนกระวายกับความรู้สึกบางอย่าง บางครั้งเขาก็ไม่ชอบใจตัวเองที่จัดการกับอารมณ์เหล่านี้ไม่ได้ และสุดท้ายมันก็ย้อนกลับมาทำร้ายตัวเอง


เมื่อสิ่งที่แบคฮยอนคิดว่าตัวเองไม่ต้องการ คือสิ่งที่เขาต้องการมากที่สุด


“ฉันต้องการนาย”






I miss the calm and your nirvana

I miss the fire and all your drama





“เรากลับมา ฮึก เรากลับมาเป็นเหมือนเดิม--นะ”





Whispering like it's a mantra

But that don't make it true







ร่างเล็กของแบคฮยอนจมหายเข้าไปในแผงอกกว้างเมื่อชานยอลคว้าอีกฝ่ายเข้ามากอดแน่น แขนเรียวเล็กยกกอดคนตรงหน้าไว้ราวกับกลัวว่าจะหายไปไหน ชายหนุ่มร่างสูงโอบกอดอีกคนที่เอาแต่ร้องไห้ฟูมฟายไม่ต่างอะไรกับเด็กเล็ก


“ก็เพราะเป็นแบบนี้ไง ใครจะกล้าทิ้งได้ลง”


เสียงทุ้มคุ้นหูพูดกระซิบอย่างเบาหวิว ทว่ามันกลับหนักแน่นตอกย้ำเข้าไปในใจของคนฟังว่าที่ผ่านมาอีกฝ่ายไม่เคยคิดทอดทิ้งเขาไปไหน นั่นทำให้คนตัวเล็กร้องไห้ออกมาอย่างไม่รู้สึกอาย ศักดิ์ศรีที่เคยค้ำคอไว้มันช่วยอะไรไม่ได้หากต้องเสียคนตรงหน้าไปจริง ๆ


“ฉันขอโทษ ฉันขอโทษ”


“รู้แล้วครับ รู้แล้ว” ชานยอลพร่ำบอกพลางกดจูบที่กลุ่มผมหอมเป็นการปลอบ


ความจริงเขาใจอ่อนตั้งแต่อีกคนมาเคาะประตูหน้าห้องแล้ว คงไม่มีใครที่ไหนกล้าใจร้ายกับคนที่ชอบได้ลงคอหรอก เพราะถ้าหากต้องทำร้ายแบคฮยอนจริง ๆ ชานยอลก็ทำไม่ได้เช่นกัน


“ฮึก เราจะกลับมาเป็นเหมือนเดิมใช่ไหม”


“ฉันเคยบอกหรอว่าฉันจะทิ้งนายไป”


“แต่นายส่งข้อความบอกให้เราห่างกัน” แบคฮยอนยังจำได้ว่าวันนั้นเขารู้สึกชามากแค่ไหน แค่ประโยคที่บอกให้เราห่างกัน มันก็คล้ายกับบอกเลิกไม่ใช่หรือไง


“ฉันแค่อยากให้นายได้ใช้เวลากับตัวเอง” ชายหนุ่มตัวสูงพูดขณะผละออกห่างจากคนตรงหน้าเล็กน้อย เขาเช็ดน้ำตาที่เปรอะแก้มใสอย่างเบามือ “ฉันอยากให้เราได้ทบทวนว่าจริง ๆ แล้วเรายังต้องการกันอยู่ไหม”


“ฉันบอกนายไปแล้ว ฮึก”


“แต่นายก็เคยพูดว่าไม่ต้องการฉัน”


“เรื่องนั้นฉันขอโทษ”


“แบคฮยอนอ่า ไม่ต้องพูดคำนี้แล้วนะ” เขาบอก “ฉันรู้แล้ว” น้ำเสียงของชานยอลช่างอบอุ่นเหมือนโกโก้ร้อนในวันนั้นไม่มีผิด อีกฝ่ายช้อนใบหน้าของเขาให้เงยขึ้นมอง เราสบตากัน มองจ้องลึกเข้าไปในหน้าต่างสองบานตรงหน้าเพื่อค้นหาว่าสิ่งที่เราต้องการคืออะไร


คำตอบคืออะไรใจเราทั้งคู่รู้ดีที่สุด


“นายรู้ใช่ไหมว่าความสัมพันธ์ของเรามันเป็นยังไง ฉันรู้ว่านายยังไม่พร้อม ฉันไม่บังคับหรอก” เขาพูดบอกคนตรงหน้า ใช่ว่าไม่รู้ว่าความสัมพันธ์ที่ผ่านมาของเราคืออะไร ก็อย่างที่บอกว่าแบคฮยอนไม่เคยเปิดใจให้เขา--ไม่เคยเปิดใจรับชานยอลเข้าไปข้างใน


“ฉันรอได้นะแบคฮยอน”


“ชานยอล..”


“ให้รอนานกว่านี้ฉันก็รอได้”


“ไม่..” แบคฮยอนสะอื้น “ไม่ต้องรอแล้ว ฉันไม่ให้นายรออีกต่อไปแล้ว” คนตัวเล็กโผกอดคนตรงหน้าอีกครั้ง เขาไม่อยากได้ยินประโยคนั้นของชานยอลเลยสักนิด


“นายรอฉันนานเกินไปแล้วชานยอล”


“ต่อจากนี้ไม่ต้องรอแล้วนะ”



I don't need you




“ฉันคิดว่าฉันรักนาย”



No, I don't need you




“ฉันต้องการนาย”




I don't need you anymore











END















* * * * * * * * * * *

อ่าาาา เหมือนได้กลับมาสู่บรรยากาศเดิม ๆ อีกครั้ง
หายหน้าหายตาไปนาน ยังไม่ตายนะคะ แต่ฝึกงานก็เหมือนใกล้ตายจริง ๆ
อยากเขียนทอล์คยาวกว่านี้แต่คิดว่าน่าจะขี้เกียจอ่านกัน
ฮือ เอาเป็นว่าขอบคุณที่ยังติดตามกันอยู่นะคะ
ตอนนี้อาจจะไม่ได้ฟินเฟ่ออะไรมากเพราะชีวิตหน่วงละเกินน
เป็นฟิคย้อนแย้งกับเนื้อเพลงเหลือเกิน
จบงงจบสงสัยทักท้วงกันได้ ไม่มีภาคต่อเด้อจ้า
เดี๋ยวรออ่านเรื่องอื่นแทนเนอะ
อิอิ
ขอบคุณค่า <3
คิดถึงทุกคนนนน

#ฟิคคลังฝัน

















(c)              Chess theme
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 92 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

6,477 ความคิดเห็น

  1. #6395 ooosjsi (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2562 / 11:32
    รักไรท์~
    #6,395
    0
  2. #6377 heykiki (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 18 เมษายน 2562 / 01:17
    ถ้าจบไม่ดีมันต้องมีน้ำตาซึมแน่ ๆ
    #6,377
    0
  3. #6032 heykiki (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2561 / 11:08
    ดีจังงงง;_;
    #6,032
    0
  4. #5486 a♡♡♡ (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2560 / 10:47
    รู้สึกอบอุ่นแต่เหมือนอยู่ในวันที่ฝนตกเลยค่ะ :)
    #5,486
    0
  5. #5296 เจ้าครีม (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2560 / 17:07
    ขอบคุณไรท์ที่ไม่จบเศร้า5555555
    #5,296
    0
  6. #5257 parkxbyun (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2560 / 09:14
    ขอบคุณพี่ชานที่ไม่ทิ้งน้องง
    #5,257
    0
  7. #5066 CoffeeMate (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 1 กันยายน 2560 / 23:50
    รู้สึกเหมือนโดนฟิคตบหน้าอ่าค่ะ ... เราก็เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้ เหมือนเขียนจากเรื่องจริงเลย 55555 มันโหวงๆไงไม่รู้ ชาๆ หนึบๆ
    #5,066
    0
  8. #5020 Yoyo.Yehet (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2560 / 18:42
    ไอว้อนยยู!!!!!นีดยู!!!!!!ว้อทท5555
    #5,020
    0
  9. #4979 ikonsouy (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2560 / 17:10
    แล้วนี่ก็น้ำตาไหลไปกับเขา อินเบอร์ใหญ่มากกก แงง
    #4,979
    0
  10. #4968 litterrabbitza (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2560 / 09:21
    นึกว่าจะดราม่าแล้ว พี่ชานคนดี
    #4,968
    0
  11. #4870 บี๋ชัลลยอล💕 (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2560 / 23:08
    เส้าาาาส ??
    #4,870
    0
  12. #4695 pturquoise (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2560 / 23:32
    ฮืออออออออ นั้มตามาาาาาา
    #4,695
    0
  13. #4693 dewwiizodiac (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2560 / 18:36
    เยสสสส จบแบบแฮปปี้ อิอิ // ฝึกงานสู้ๆน้า
    #4,693
    0
  14. #4691 pearr-i (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2560 / 14:20
    ฮืออออ แบบหน่วงๆแต่ก็แฮปปี้
    เป็นสีชมพูตุ่นๆ
    #4,691
    0
  15. #4690 คุณโดดีโอ (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2560 / 08:49
    นึกว่าจะจบเศร้าสะแล้ว ฮึก รู้สึกเจ็บแทนแบคฮยอนเลยเวลาที่รู้สึกตัวช้าแต่ก็โชคดีมากที่ยังทัน เพราะชานยอลรออยู่เสมอ เป็นความรักที่ทำให้เราแอบมีน้ำตาแต่ก็รู้สึกถึงการเติบโตของแบคด้วย ??
    #4,690
    0
  16. #4687 Pnutbutter (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2560 / 03:16
    โอ้ยกลับมาแล้ว,_, คิดถึงที่สุดดด
    #4,687
    0
  17. #4686 MINE_XO (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2560 / 01:07
    ฮื่อออดีใจที่จบอย่างแฮปปี้ กลัวมากเลยว่าจะเศร้าา เล่นเอาน้ำตาซึมเลย ;______; //คิดถึงพี่ด้วยยยยย ดีใจที่เห็นอัพวันนี้ ติดตามเสมอเลย สู้ๆนะคะเป็นกำลังใจให้ !
    #4,686
    0
  18. #4685 แบ้กฮายอน (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2560 / 01:04
    ฮื่อ ขอบคุณที่กลับมานะแบค เรานี่บับ โอ่ย จะขาดใจตาย
    #4,685
    0
  19. #4684 mammoe (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2560 / 01:01
    คิดถึงมากๆเลยค่ะ
    #4,684
    0
  20. #4683 บนกึม (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2560 / 00:33
    สุดยอดไปเลยต่ะ ;-;
    #4,683
    0
  21. #4682 NAVI_BLUE (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2560 / 23:53
    อ่านตอนแรกๆก็หน่วงใจมาก พออ่านถึงตอนจบแล้วอยากจุดพลุฉลอง มันดี๊! /ฝึกงานก็สู้ๆนะคุณไรท์เตอร์ '3'
    #4,682
    0
  22. #4681 pcy921 (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2560 / 23:37
    อ่านไปก็หน่วงๆลุ้นๆแต่ก็จบแฮปปี้ โล่งอกเลย555
    #4,681
    0
  23. #4680 ployyeah_ (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2560 / 23:25
    คิดถึงมากกกกกจริงๆ
    #4,680
    0
  24. #4679 klst_ (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2560 / 23:10
    แงงงงงงเราร้องไห้เลยยิ่งเราเปิดเพลงฟังไปด้วย;___;
    #4,679
    0
  25. #4678 JuJupcy (จากตอนที่ 58)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2560 / 22:43
    เหมือนนั่งอ่านชีวิตตัวเอง มันตรงทุกอย่างเลย ฮื่ออออ ไรท์ทำเราน้ำตาแตก
    #4,678
    0