[ exo SF/OS ] คลังฝัน - chanbaek

ตอนที่ 54 : (os) センパイ、あの。。。\ Valentine's day

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 8,813
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 95 ครั้ง
    14 ก.พ. 60












 センパイ、あの。。。

 

 



 

             ครั้งหนึ่งในชีวิตคนเรามันต้องเคยหน้าแหกกันบ้างสิ ไม่มีใครไม่เคยเจอเหตุการณ์ที่ทำให้อับอายขายขี้หน้าหรอก จะยกตัวอย่างให้ฟังง่าย ๆ อย่างเช่น ลืมแว่นไว้บนหัวตอนที่ก้มหาใต้โต๊ะแทบตาย ทักคนผิดเพราะคิดว่าเป็นเพื่อนสนิท หรือแม้แต่วิ่งหกล้มหน้ารั้วโรงเรียนที่ทำเอาถูกล้อเลียนไปหลายชั่วยาม

 

            โอเค มันก็แค่เรื่องหน้าแหกเล็ก ๆ น้อย ๆ เดี๋ยวคนก็ลืมไปเองนั่นแหละ

 

แต่กับบางเรื่องมันก็ลืมไม่ลงจริง ๆ

 

 

 

 

 

 

 คงต้องเล่าย้อนไปหลายปีหน่อย สมัยที่ยังละอ่อนจนไม่รู้ประสีประสาอะไร ในตอนนั้นอะไร ๆ ก็ใหม่สำหรับเขาไปหมด โดยเฉพาะตอนที่ได้เข้ามัธยมปลายในโรงเรียนชื่อดังของจังหวัด ได้เจอสถานที่ใหม่ ๆ ได้เจอเพื่อนใหม่ ๆ รวมถึงความรู้สึกใหม่ ๆ ที่กำลังก่อตัวขึ้น

 

บยอนแบคฮยอน—นักเรียนชั้นปีหนึ่งห้องบี

เกรดเฉลี่ยเทอมล่าสุด: 3.87

วิชาที่ชอบ: คณิตศาสตร์ประยุกต์

เกลียดที่สุด: กีฬา,ดนตรี

สถานะตอนนี้: ..กำลังมีความรัก

 

 

 

“มึง.. แบบนี้มันจะดีหรอวะ”

“ดีดิ มึงเชื่อกู”

“เชี่ย.. แต่กูไม่กล้าอ่ะ”

“สัด มึงอย่ามาทำเหนียม หน้าอย่างมึงอ่ะหรอไม่กล้า ไหน ๆ วันนี้มันก็เป็นใจแล้ว บุกเลยเพื่อน”

“แต่ว่า—”

“ไม่มีแต่! ตายเป็นตาย ถ้าไม่ได้ก็จะได้รู้กันไปเลย”

 

โดคยองซูนิ่วหน้าพูดด้วยน้ำเสียงหงุดหงิดขณะจ้องเพื่อนตัวขาวตรงหน้าที่กำลังทำหน้าตาร้องขอชีวิต โธ่ ตั้งแต่รู้จักกันมาไม่มีวันไหนเลยที่มันจะไม่ใจกล้าหน้าด้าน แต่มึงดันมาป๊อดเอาวันวาเลนไทน์เพราะไม่กล้าไปสารภาพรักรุ่นพี่ที่ชอบเนี่ยนะ?

 

“มึงงงงง ของแบบนี้มันทำได้ง่าย ๆ ที่ไหนวะ” แบคฮยอนเริ่มอยากจะทรุดลงไปดีดดิ้นที่พื้น โอเค อันที่จริงสำหรับเรื่องการไปสารภาพรักรุ่นพี่อะไรนั่นตนก็คิดมาสักพักแล้ว ก็แอบชอบเขามาตั้งหลายเดือนแล้วนี่หว่า อีกอย่างคยองซูก็คอยสนับสนุนมาตลอด ถึงมันจะชอบทำหน้าหงุดหงิดหรือพูดเสียงรำคาญใส่บ้าง แต่มันก็เป็นที่ปรึกษาด้านความรักที่ดี

 

ทั้ง ๆ ที่มันเองก็ไม่เคยมีความรักมาก่อนเหมือนกัน

 

เอ๊ะ.. นี่กูปรึกษาถูกคนแล้วใช่ไหมวะ

 

“ไม่ง่ายก็ต้องง่ายละวะ มึงอย่าลืมนะเว้ยว่าวันนี้มีคนจ้องจะสารภาพรักกับพี่เขากี่คน ไหนจะยุนอาห้องเอ พี่จียอนปีสอง ประธานหลีดโซมี แล้วก็ยัยบ้าซารั—”

 

“พอ! หยุดพูด! กูรู้แล้ว!” คนตัวเล็กรีบเบรกเพื่อนทันทีก่อนที่จะมันจะร่ายรายชื่อศัตรูหัวใจมาจดหมด

 

“หน่ะ ทีแบบนี้ละรับไม่ได้ มึงเชื่อกูเถอะ เข้าไปพูดกับพี่เขาซะ ยังไงเขาก็ตอบรับคำสารภาพมึงแน่”

 

“มึงไปเอาความมั่นใจแบบนั้นมาจากไหนวะ กูเป็นผู้ชายนะเว้ย”

 

“เอ้า ละผู้ชายแบบมึงพี่เขาก็แชทคุยด้วยทุกวันไม่ใช่รึไง”

 

“ก็..ก็ใช่..” พอถึงตรงนี้แบคฮยอนก็อ้ำอึ้งเล็กน้อย

 

“เห็นมะ เช้ามาก็ทัก จะนอนก็บอกฝันดี แบบนี้ถ้าเรียกว่าไม่มีใจให้ก็หน้าม่อเกินไปแล้ว”

 

“จริง ๆ พี่เขาก็อาจจะหน้าม่อก็ได้นะ..” เด็กหนุ่มพูดเสียงเบาขณะเดียวกับที่ไหล่แคบค่อย ๆ หดลง มันก็จริงอย่างที่เพื่อนบอกว่าเขากับรุ่นพี่คนนั้นคุยแชทกันทุกวัน แต่มันก็ไม่เห็นจะมีอะไรน่าตื่นเต้นเลยสักนิด จริง ๆ ก็ดีอยู่หรอกที่อีกฝ่ายมักจะทักมาหาเป็นประจำ เคยเผลอคิดเหมือนกันว่าพี่เขาคงจะมีใจให้ 


แต่แบบ.. ไม่รู้สิ มันแปลก ๆ ยังไงไม่รู้อ่ะ

 

“โอ้ย มึงอ่ะคิดมาก ถ้าม่อจริงเขาจะมาม่อกับบุรุษเพศหน้าจืด ๆ อย่างมึงไปทำไมวะ” คยองซูพูดอย่างหงุดหงิด ไม่ต้องสงสัยว่าทำไมต้องหงุดหงิด ปกติแม่งก็เป็นแบบนี้ตลอดเวลาอ่ะ

 

ช่างกูเถอะ

 

“ก็ถูกของมึงอีกอ่ะ” พอฟังเพื่อนจบก็เริ่มกลับมาขบคิดกับตัวเองใหม่ แต่พอคิดมากเกินไปมันก็ชวนให้ปวดหัวอยู่เรื่อยเลย ทั้งความคิดที่ว่าจะสารภาพความในใจดีไหม หรือว่าปล่อยไปให้เป็นแบบนี้มันก็สลับมาเวียนอยู่ในหัวจนน่าหงุดหงิด

 

บางทีเขาควรตัดสินใจ ถ้าหากว่าพูดออกไปแล้วอีกฝ่ายโอเคด้วยมันก็คงดี หรือถ้าพี่เขาไม่ได้คิดอะไรด้วย แบคฮยอนจะได้ตัดใจให้มันจบ ๆ 

 

นิ้วเรียวทั้งห้ายกขึ้นขยี้หัวตัวเองแรง ๆ ก่อนจะตบหน้าขาเพื่อนข้าง ๆ ดังลั่น

 

เพี๊ยะ!

 

“เอาวะ ตายเป็นตายเว้ย!

 

“เออ! เพื่อนกูมันต้องแบบนี้สิ!!

 

และตอนนั้นแบคฮยอนก็ตัดสินใจแล้วว่ายังไงวันนี้ก็ต้องบอกรุ่นพี่คนนั้นให้ได้

 

ผลสุดท้ายจะออกมาเป็นยังไงก็พร้อมจะพุ่งชน!!

 

 

 

 

 

 

 

“มึง พี่เขาเดินมาทางนี้แล้ว”

 

โดคยองซูที่อาสาเป็นคนดูต้นทางให้บอกกับแบคฮยอนที่ยืนอยู่ด้านหลัง เพื่อนตัวเล็กกำลังหน้าซีดเผือดได้ที่ ปากสั่นจนได้ยินเสียงฟันดังกึก ๆ ไม่ต้องถามก็รู้ว่ามันตื่นเต้นแค่ไหน โดยเฉพาะไอ้ดอกกุหลาบในมือที่สั่นเหมือนเจ้าเข้า

 

“เชี่ยมึง กูตื่นเต้น”

 

“เฮ้ย หมดเวลาตื่นเต้นแล้ว มึงต้องออกรบแล้วสหาย ไปเพื่อน เดี๋ยวกูดูต้นทางให้ เชื่อกูว่าไม่มีใครเข้าไปรบกวนเวลาของมึงแน่นอน” เด็กหนุ่มตาโปนบอกกับเพื่อนตรงหน้าให้ไว้วางใจ เดี๋ยวคยองซูคนนี้จะจัดการดูลาดเลาให้ รับรองไม่มีใครหน้าไหนโผล่มาขัดความตั้งใจของเพื่อนแน่นอน

 

“เอาล่ะเพื่อน ได้เวลาของมึงแล้ว ไปเลย”

 

แล้วเพื่อนสนิทก็ใช้ฝ่ามือรุนหลังแบคฮยอนให้ก้าวออกมาข้างหน้า เขารู้สึกประหม่าอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ทั้งที่ปกติก็ไม่ใช่พวกตื่นกลัวอะไร เขาออกจะใจกล้าเสียด้วยซ้ำ โดดเรียนคาบอาจารย์ที่โหดที่สุดก็ทำมาแล้ว กะอีแค่สารภาพรักกับคนที่ชอบแค่นี้

 

มันก็แค่ของกล้วย ๆ ล่ะน่าแบคฮยอน

 

ของกล้วย ๆ ..

 

ขณะเดียวกันก็สูดลมหายใจเข้าปอดลึก เมื่อคยองซูให้สัญญาณว่ารุ่นพี่คนนั้นเดินเข้าไปในช่องล็อกเกอร์ ดูเหมือนว่าบรรยากาศในตอนนี้จะเป็นใจ เพราะไม่มีนักเรียนคนไหนอยู่เพ่นพ่านด้านนอกแม้แต่คนเดียว ส่วนใหญ่ก็ไปรวมตัวทำกิจกรรมกันที่หอประชุม เห็นว่ามีคอนเสิร์ตจากวงดนตรีสุดฮอตของโรงเรียน

 

เพราะงั้นโอกาสนี้เนี่ยแหละที่จะเหมาะสมที่สุด!

 

แบคฮยอนค่อย ๆ ก้าวขาทั้งสองข้างไปด้วยความตื่นเต้น ไม่คิดมาก่อนเลยว่าครั้งหนึ่งในชีวิตจะได้สารภาพรักกับคนที่ชอบ  คนตัวเล็กพยายามปลอบใจตัวเองว่า ทุกอย่างมันจะดี ใช่แล้ว ถ้าหากว่าพูดออกไป ทุกอย่างมันต้องดีแน่ ๆ

 

คิดได้แบบนั้นก็เดินมุ่งหน้าเข้าไปยังช่องล็อกเกอร์ที่รุ่นพี่คนนั้นเพิ่งเดินเข้าไป เขาเห็นแผ่นหลังกว้างของคนที่ชอบด้วยใจที่เต้นไม่เป็นจังหวะ ยิ่งสบมองกับเสื้อคลุมสีดำตัวโปรดของเจ้าตัวด้วยแล้ว เหงื่อข้างขมับก็ซึมออกมาด้วยความตื่นเต้น ฝ่ามือที่ถือดอกไม้ก็เย็นเยียบเหมือนคนตาย

 

เชี่ย ทำไมมันตื่นเต้นแบบนี้วะ!

 

ยิ่งระยะห่างเริ่มหดลงเรื่อย ๆ แบคฮยอนก็คิดว่าตัวเองควรจะเว้นพื้นที่ให้ตัวเองเล็กน้อย ตอนนี้คนตรงหน้ากำลังง่วนอยู่กับการเปิดล็อกเกอร์ คงจะไม่ได้ยินเสียงเดินของเขาหรือว่าไม่ได้สนใจหรอกว่าจะมีคนอื่นเข้ามา

 

“ร-รุ่นพี่ครับ..”

 

กึก..

เมื่อเสียงของเด็กหนุ่มดังขึ้น อีกฝ่ายก็ชะงักการกระทำนิ่ง เขาไม่ได้หันมามองว่าคนด้านหลังเป็นใคร และแบคฮยอนเองก็ไม่ได้คิดจะมองอีกฝ่ายให้เต็มตาเหมือนกัน เอาจริงอ่ะเขินมาก เขินแบบ.. แค่รู้ว่าเขายืนหายใจอยู่ตรงหน้ากูก็ใกล้จะบ้าตายแล้ว

 

แง.. แต่ดันเกริ่นไปแล้วนี่หว่า วิ่งหนีตอนนี้ก็ไม่ทันแล้ว..

 

“คึ-คือ..คือผมมีเรื่องจะบอกรุ่นพี่อ่ะครับ”

 

ขณะที่พูดก็หลุบสายตามองปลายเท้าตัวเองด้วยความเคอะเขิน

 

โอ้ยเชี่ย ทำไมกูสาวน้อยแบบนี้วะ

 

แต่ดูเหมือนว่าคำพูดของแบคฮยอนจะทำให้คนตรงหน้าหันมามอง เขาไม่รู้หรอกว่าตอนนี้รุ่นพี่จะทำสีหน้าแบบไหน เด็กหนุ่มเห็นแค่รองเท้าผ้าใบของอีกฝ่ายที่เหมือนว่าจะหันมาทางเขา

 

เชี่ยแล้ว เอาแล้วไงมึง เอาแล้ววววววว

 

“..ผะผมไม่รู้ว่า—ควรจะพูดกับพี่ดีไหม ต-แต่ว่าผมก็อยากให้พี่รู้เอาไว้” คนตัวเล็กพยายามควบคุมเสียงตัวเองไม่ให้สั่นมาก พยายามคิดว่าตอนนี้ไม่มีใครยืนมองเขาอยู่ทั้งนั้นแม้กระทั่งคนตรงหน้า “ผม..ผมดีใจมาก ๆ เลยนะครับที่พี่ทักมาคุยกับผมทุกวัน แล้ว..ก-ก็ชอบมาก ๆ ด้วยที่พี่บอกฝันดีผมทุกคืน..”

 

ดีมากแบคฮยอน.. พูดตามที่ซ้อมหน้ากระจกเมื่อคืนซะ

 


“ผม.. ผมชอบรุ่นพี่นะครับ”

 


นั่นแหละ.. พูดออกไปเลย

 


“ชอบมาก ๆ แล้วก็ชอบมานานแล้วด้วย”

 


“...”

 

แม่ย้อย! แบคฮยอนพูดออกไปแล้ว ฮือ เมื่อกี้รู้สึกเหมือนตัวเองกำลังนั่งอยู่บนเครื่องเล่นเลย ทั้งตื่นเต้นทั้งหวาดเสียว เชี่ย กูสารภาพรักออกไปแล้วอ่ะ ทำไงดี ฮือ ทำไงดี!!

 

“น้อง—”

 

เด็กหนุ่มสะดุ้งทันทีเมื่อได้ยินเสียงอีกฝ่ายเล็ดออกมาเบา ๆ คนตัวเล็กหลับตาแน่นด้วยความหวาดกลัวก่อนจะพูดแทรกด้วยความเร็วแสง

 

“พี่อย่าเพิ่งปฏิเสธผมเลยนะครับ!! คือผมไม่ได้หวังว่าพี่จะชอบผมกลับหรอก แต่ว่า..”

 

“...”

 

“ต-แต่ว่า..พี่ช่วยรับดอกไม้ดอกนี้แทนความรู้สึกของผมได้ไหมครับ!! พี่จงอิน!!

 

พรึบ!

พูดจบมือเล็กที่ถือดอกกุหลาบแดงหนึ่งดอกก็ส่งยื่นให้คนตรงหน้าทั้ง ๆ ที่ยังหลับตาแน่น เขาไม่กล้าแต่จะลืมตาขึ้นมามองว่าอีกฝ่ายทำสีหน้าแบบไหน กลัวเหลือเกินว่าจะถูกอีกฝ่ายรังเกียจ จริงอยู่หรอกที่แบคฮยอนเตรียมใจมาพร้อมสำหรับการถูกหักอกในวันนี้ และก็เผื่อใจเอาไว้แล้วด้วยถ้าวันพรุ่งนี้ไม่มีข้อความทักทายยามเช้าจากอีกฝ่าย

 

แต่จะให้ทำไงได้ แบคฮยอนไม่อยากซ่อนความรู้สึกของตัวเองไว้นาน ๆ มันน่าอึดอัดแค่ไหนก็รู้กันอยู่ ไหน ๆ วันนี้ก็วาเลนไทน์ทั้งที แถมรุ่นพี่ก็อยู่ปีสุดท้ายแล้วด้วย อีกแค่ไม่กี่เดือนเดี๋ยวก็เรียนจบแล้ว

 

ถ้าไม่ให้บอกวันนี้จะให้บอกวันไหน—!

 


“เฮ้ย ทำไรวะ”

 

จู่ ๆ ก็มีเสียงหนึ่งดังแทรกเข้ามาท่ามกลางอากาศ และเสียงนั่นมันก็ช่างคุ้นหูเสียเหลือเกิน จนแบคฮยอนอดคิดไม่ได้ว่ามันคล้ายกับเสียงของรุ่นพี่ที่ตนแอบชอบ หัวใจที่เคยเต้นแรงเมื่อครู่ก็กำลังเต้นถี่รัวด้วยความรู้สึกประหลาดบางอย่าง กระทั่งใบหน้าเล็กค่อย ๆ หันไปมองด้านข้าง ก่อนจะเปิดลืมตาข้างหนึ่งมองคนที่เข้ามาใหม่

 

เดี๋ยวนะ.. รูปร่างแบบนี้.. สีผิวแบบนี้..

 

นั่นมัน...รุ่นพี่คิมจงอินที่เขาเพิ่งสารภาพรักไปไม่ใช่รึไง!!!

 

“...”

 

วิญญาณหลุดออกจากร่างเป็นอย่างไรวันนี้แบคฮยอนก็ได้รู้สึกซึ้งแล้ว ริมฝีปากบางอ้าพะงาบมองอีกฝ่ายด้วยความช็อกสุดขีด ตาที่เคยเรียวเล็กก็เบิกกว้างจนแทบถลน รุ่นพี่จงอินยังยืนอยู่ตรงประตูทางเข้าด้วยสีหน้าฉงน พร้อมกับใครบางคนที่กระโดดโหยงเหยงอยู่ด้านหลัง

 

เชี่ย.. โดคยองซู ทำเหี้ยไรของมึง

 

แบคฮยอนแทบจะไม่มีสติหลงเหลืออยู่เมื่อนึกขึ้นได้ว่าตัวเองกำลังทำอะไรลงไป มือที่กำดอกไม้อยู่ก็ไร้เรี่ยวแรงจนถือไม่ไหว ไหนจะริมฝีปากอวบของเพื่อนสนิทที่กำลังตะโกนบอกเขาแบบไม่มีเสียงอย่างบ้าคลั่งว่า

 


ไอ้สัด ผิดคนน ผิดคนนนน

 


อะไรปิด ๆ คง ๆ วะ.. แต่ก่อนจะได้แกะปากเพื่อนว่ามันพูดอะไร แบคฮยอนก็เพิ่งระลึกขึ้นมาได้ว่า..ถ้าคนที่เพิ่งเข้ามาใหม่คือพี่จงอิน—คนที่เขาแอบชอบมาหลายเดือน

 

แล้วที่เขาพูดสารภาพความในใจเมื่อครู่ไป..

 

ใคร!!!!

 

 

“น้องเขามาสารภาพรักว่ะ”

 

เสียงแหบทุ้มของคนตรงหน้าตอบกลับไป และเสียงนั่นก็กำลังทำให้ร่างกายของแบคฮยอนสั่นเหมือนเจ้าเข้า เชี่ยแล้วไงมึง ความซวยมาเยือนกูแล้ว หน้าแหกแน่ ๆ แหกแบบหมอไม่รับเย็บ แล้วกูก็ไม่กล้าหันไปมองด้วยว่าเมื่อกี้ตัวเองพูดกับใคร

 

ฉิบหายแล้วไหมล่ะมึง

 

“โห เดี๋ยวนี้ฮอตใหญ่เลยนะปาร์คชานยอล

 

ห้ะ..อะไรนะ

 

ปาร์ค-ปาร์คชานยอลงั้นหรอ???

 

จังหวะนั้นคนตัวเล็กก็รีบหันขวับมองคนตรงหน้าให้เต็มตา ด้วยความสูงที่เกือบร้อยแปดสิบกว่าทำให้เขาต้องเงยหน้าขึ้นมอง ใบหน้าหล่อเหลาที่สาว ๆ ทั้งโรงเรียนคลั่ง ริมฝีปากอิ่มสีสด จมูกทรงสวย ดวงตาสองชั้นตากลมโต..

 

และนั่น!! นั่นมันปาร์คชานยอล!!

 

มือกลองสุดฮอตของโรงเรียน!!

 

ไอ้เหี้ยยยยยย ไอ้เหี้ยยยยยยยย

 

“พูดอะไรของมึงวะ เพ้อเจ้อ” คนตัวสูงตอบเพื่อนด้วยเสียงเนือย ๆ ก่อนจะหันมามองหน้ารุ่นน้องตัวเล็กที่ตอนนี้วิญญาณคงหลุดลอยไปที่ไหนแล้วสักที่ ไม่รู้จะโทษใครดีระหว่างตัวเองที่เอาเสื้อคลุมของคิมจงอินมาใส่ หรือจะโทษอีกฝ่ายที่ไม่ดูตาม้าตาเรือว่ากำลังพูดกับใครอยู่

 

เอาจริงก็จะทักตั้งแต่แรกแล้วแหละที่เด็กตัวเล็กเข้ามาพูดด้วย แต่เจ้าตัวก็เอาแต่พูดรัวด้วยน้ำเสียงสั่น ๆ แถมยังดักคอเขาไม่ให้พูดอะไรอีก

 

แล้วแบบนี้จะบอกได้ยังไงว่ากำลังสารภาพรักผิดคนน่ะ..

 

“แล้วนั่น..แบคฮยอนนี่.. ใช่ไหม”

 

เหมือนจงอินจะหันมาเห็นว่าเพื่อนไม่ได้อยู่คนเดียว ชายหนุ่มผิวแทนเห็นร่างเล็ก ๆ ของคนที่เพื่อนเรียกว่าน้องก่อนจะลอบมองด้วยความสงสัย ด้านในห้องล็อกเกอร์มันไม่ค่อยมีแสงจึงทำให้มองไม่ชัดเท่าไหร่ แต่เขาก็พอจะเดาได้ว่ารูปร่างและทรงผมแบบนี้จะเป็นใครไม่ได้หรอกนอกจากแบคฮยอน—เด็กรุ่นน้องที่เขาคุยด้วย

 

พอถูกอีกฝ่ายถาม แบคฮยอนก็ไม่รู้จะทำสีหน้าแบบไหน ไม่กล้าแม้แต่จะหายใจหรือขยับตัวหนีเลยสักนิด ในใจก็เอาแต่ร่ำไห้ ก่นด่าตัวเองว่ากูทำเชี่ยอะไรลงไป ไอ้ชิบหาย แบคฮยอน มึงมันชิบหายจริง ๆ เลยโว้ยยยยยย

 

“ชื่อแบคฮยอนหรอเรา”

 

รุ่นพี่ตรงหน้าเอ่ยถามด้วยเสียงเบา ทว่าเสียงนั่นกลับดังก้องอยู่ในความคิดของเด็กหนุ่ม เจ้าของชื่อยังมองอีกฝ่ายตาค้างโดยที่ไม่ได้ตอบอะไร ทันใดนั้นดอกกุหลาบที่เขากำลังถืออยู่ก็ถูกอีกฝ่ายหยิบออกไปจากมือ

 

“ขอบใจสำหรับดอกไม้นะ”

 

“...”

 

“แล้วก็คำสารภาพรักเมื่อตะกี้..”

 

เหมือนแบคฮยอนจะรู้ว่าอีกฝ่ายกำลังจะพูดอะไร จึงรีบเรียกสติของตัวเองกลับมาก่อนที่ทุกอย่างมันจะเลยเถิดไปมากกว่านี้ “พี่ครับ คือผมคิดว่าผม..”

 

“ชอบพี่”

 

“...”

 

“ใช่ไหม?”

 

เชี่ย ละทำไมตอนถามต้องทำสายตาวิบวับแบบนั้นด้วย

 

เขาเคยได้ยินมาบ้างเกี่ยวกับกิตติศัพท์ของรุ่นพี่ชานยอล ใคร ๆ ก็บอกว่าถ้าไม่อยากมีปัญหาอย่าจ้องตาอีกฝ่าย ไอ้เราก็นึกว่าจะโดยต่อยหน้าหรืออะไร ที่ไหนได้ นี่มันดวงตาชวนให้หลงใหลชัด ๆ

 

“มะ-ไม่ใช่อย่างนั้นครับ คือผม—” เด็กหนุ่มรีบตอบอย่างตะกุกตะกัก พลางเหลือบมองพี่จงอินสลับกับคนตรงหน้าด้วยความกระอักกระอ่วน เขาควรจะรีบอธิบายคนตรงหน้าว่าทุกอย่างที่เกิดขึ้นมันคือความเข้าใจผิด

 

ใช่! เขาควรจะรีบพูด

 

“เมื่อกี้ผมขอโทษนะครับพี่ ผมคิดว่าผมสารภาพรักผิดคน..” ประโยคสุดท้ายคนตัวเล็กพยายามพูดเสียงเบาให้คนตรงหน้าได้ยินแค่สองคน

 

“ผิดคน?” ชานยอลเลิกคิ้วมองเด็กตรงหน้า

 

“ใช่ครับ จริง ๆ แล้วผม—”

 

 

“จงอิน อยู่นี่เองหรอกหรอ”

 

ฉับพลันเสียงใครอีกคนก็ดังขึ้น ทำให้คนที่อยู่ในบริเวณนั้นหันไปมองเป็นตาเดียวกัน โอเซฮุนรุ่นพี่ปีสองเดินเข้ามาด้านในด้วยสีหน้าสงสัย แบคฮยอนจำอีกฝ่ายได้ดีว่าพี่เขาเป็นหลีดสีชมพูปีนี้ ตอนนั้นยังชมกับเพื่อนอยู่เลยว่าคนอะไรน่ารักชิบหาย

 

ร่างโปร่งของอีกฝ่ายเดินเข้ามาด้านใน ใบหน้าเกลี้ยงใสเปื้อนด้วยรอยยิ้มและกำลังเอื้อมมือมาคล้องแขนรุ่นพี่จงอินไว้

 

“จริงสิ ฉันลืมไปเลยว่าบอกให้นายรออยู่ข้างนอก” ชายหนุ่มพูดขึ้นทันทีเมื่อนึกบางอย่างขึ้นมาได้

 

“ก็เห็นบอกว่าจะเข้ามาตั้งนานแล้วนี่ ฮุนเป็นห่วงก็เลยรีบตามมาไง” คนผิวขาวว่าขณะส่งยิ้มหวานให้กับแฟนหนุ่ม “แล้วไหนของที่พี่เข้ามาเอาหรอ”

 

“อ๋อ ใช่..” แล้วชายหนุ่มผิวแทนก็หันมามองหน้าเพื่อนตัวสูง “ชานยอล กูขอเสื้อคลุมคืนได้ไหมวะ จะกลับบ้านแล้ว”

 

“หืม? กลับแต่หัววันเลยเนี่ยนะ?” คนตัวสูงแค่นหัวเราะเมื่อได้ยินคำพูดของเพื่อน นี่มันเพิ่งจะบ่ายโมงกว่า ๆ เอง จะรีบกลับไวขนาดนั้นเลย?

 

“ถามมากจังวะ นี่มันวันวาเลนไทน์นะโว้ย ใครเขาอยู่โรงเรียนกัน รีบเอาเสื้อมาได้ละ” คำตอบสองแง่สองง่ามและรอยยิ้มกระลิ้มกระเหลี่ยของจงอินก็ทำเอาเพื่อนสนิททั้งสองมองหน้ากันอย่างเข้าใจ โดยเฉพาะโอเซฮุนที่แก้มทั้งสองข้างกำลังขึ้นสีแดงจัด “เอ้า ช้าทำไม ไว ๆ ดิ้”

 

“เออ ๆ นี่ก็เร่งจัง” แล้วชานยอลก็ถอดเสื้อคลุมออกก่อนจะโยนคืนเจ้าของอย่างไม่ใยดี ก็ใครใช้ให้วันนี้แอร์ในห้องประชุมมันหนาวละวะ แถมยังลืมเสื้อคลุมของตัวเองไว้อีกต่างหาก ดีที่ไอ้จงอินหยิบติดมือไปก็เลยขอใส่

 

แล้วเป็นไง สุดท้ายก็มีคนเข้าใจผิดจนได้..

 

“ใจเว้ย กูไปละ” จงอินว่าก่อนจะโบกมือให้เพื่อน แต่ก่อนจะได้เดินออกไปจริง ๆ เขาก็เห็นรุ่นน้องตัวเล็กที่กำลังมองหน้าเขาอยู่

 

“ว่าแต่.. พวกมึงสองคนนี้ยังไงกันวะ? แบคฮยอน นายชอบชานยอลหรอ?”

 

รุ่นพี่ตรงหน้าถามด้วยความสงสัย เขามองหน้าเพื่อนตัวสูงกับเด็กรุ่นน้องสลับกันไปมา ไหนจะดอกไม้ในมือที่ชานยอลถืออยู่ ดูแค่นี้ก็รู้แล้วว่าอะไรเป็นอะไร

 

แต่ว่า.. แบคฮยอนไปชอบชานยอลตั้งแต่เมื่อไหร่กันนะ

 

“ถามมากจัง วันนี้วันวาเลนไทน์นะเว้ย” แล้วชานยอลก็พูดย้อนจงอินกลับไปด้วยประโยคเดิม

 

“เอ้า ก็กูสงสัยอ่ะ เห็นมึงบอกว่ามีน้องมาสารภาพรัก..”

 

“เออ เขามาสารภาพรักกับกู”

 

“...”

 

“แล้วตอนนี้กูกับเขาก็กำลังจะเป็นแฟนกัน”

 

!!!!

 

ห้ะ? เดี๋ยวสิพี่!!

 

แบคฮยอนหันขวับกลับมามองหน้าอีกฝ่ายด้วยความตกใจ มีอย่างที่ไหนพูดบอกพี่จงอินออกไปแบบนั้น ถึงแม้ว่า.. ถึงแม้ว่าอีกฝ่ายจะมี..แฟนแล้วก็ตาม

 

ไม่ต้องบอกก็รู้หรอกว่าอะไรเป็นอะไร เล่นควงแขนยิ้มหวานให้กันขนาดนั้นคงเป็นเพื่อนกันหรอก!

 

ให้ตายสิ.. ทำไมเขาไม่เคยรู้เรื่องนี้มาก่อนเลยนะ

 

“เห้ย เอาจริงดิ? กูดีใจด้วยนะเว้ย แฮปปี้วาเลนไทน์ว่ะเพื่อน” คิมจงอินพูดขณะโบกมือให้ชานยอล และแน่นอนว่าเขาก็ไม่ลืมหันมาสบตากับรุ่นน้องตรงหน้า

 

“สุขสันต์วันวาเลนไทน์นะแบคฮยอน”

 

เหมือนคำพูดนั้นของรุ่นพี่มันตบเข้าที่หน้าเด็กหนุ่มอย่างจัง ไม่รู้ว่าควรจะรู้สึกหรือแสดงสีหน้าออกไปแบบไหน เขาเอาแต่มองอีกฝ่ายยิ้มให้ด้วยอารมณ์สับสน กระทั่งเห็นว่าพี่เซฮุนเองก็ยิ้มให้เขาเหมือนกัน

 

ตอนนั้นจู่ ๆ ก็รู้สึกว่าทั้งคู่เหมาะสมกันเหลือเกิน..

 

“..ส-สุขสันต์วันวาเลนไทน์เช่นกับครับพี่จงอิน”

 

แล้ววันวาเลนไทน์ปีนั้นก็เป็นปีที่เจ็บปวดที่สุดสำหรับแบคฮยอนเลย

 

 

 

 

 

 

 

“คิดอะไรทำไมทำหน้าแบบนั้น” แบคฮยอนกระพริบตาเล็กน้อยเมื่อถูกใครบางคนดึงตัวเองให้หลุดออกจากห้วงความคิด เขาเงยหน้ามองคนที่เข้ามาใหม่ก่อนจะพบว่าอีกฝ่ายแต่งตัวมิดชิดกว่าทุกครั้ง

 

“คิดว่าเมื่อไหร่พี่จะมาให้ทันนัดก่อนดี”

 

“ทำเป็นพูด นี่ไง มาถึงแล้ว”

 

“เหอะ สายไปชั่วโมงกว่า อย่ามาปากดีให้มากเลย”

 

“อ๋อหรอครับ บยอนแบคฮยอนไม่ปากดีเลยนะครับ”

 

“เดี๋ยวเถอะพี่ชานยอล ถ้าวันนี้ยังกวนไม่เลิก ผมจะหนีกลับบ้านก่อนเลยคอยดู”

 

คนตัวเล็กชักสีหน้าหงุดหงิดใส่แฟนหนุ่มตรงหน้า แม้ว่าอีกฝ่ายจะยิ้มแหยให้พร้อมกับยกมือขอโทษที่มาช้า แต่แบคฮยอนก็ไม่ได้โกรธเคืองอะไรหรอกนอกจากนั่งพิงพนักเก้าอี้เหมือนเดิม มันก็ปกติของเจ้าตัวนั่นแหละที่จะมาช้าประจำ

 

เป็นคนดังนี่ก็ลำบากเหมือนกันที่ต้องปิดซ่อนอำพรางตัวเองทุกครั้งเวลาออกมาข้างนอก

 

“แล้วทำไมวันนี้ผู้จัดการพี่ถึงปล่อยมาได้ละ ปกติหวงอย่างกับอะไรดี” อดไม่ได้ที่จะแซวอีกฝ่าย กว่าจะถ่อมาหาถึงที่ได้ก็ชวดนัดกันไปแล้วเกือบร้อยครั้งได้

 

นี่พูดจริงนะ ไม่ได้ประชด

 

“โธ่ วาเลนไทน์ทั้งที เขาก็ปล่อยให้ไปเที่ยวกับแฟนบ้างมันก็ปกติไม่ใช่รึไง”

 

“แต่ปีที่แล้วพี่ก็ไม่ว่างมา”

 

“ก็ตอนนั้นมันโปรโมทอัลบั้มใหม่”

 

“ปีก่อน ๆ ก็ด้วย”

 

“นั่นมันช่วงตั้งตัวนะ”

 

“เหอะ อ้างตลอด” แบคฮยอนแค่นหัวเราะพร้อมกับกรอกตามองบนอย่างเซ็งจิต จริง ๆ ก็ทำไปงั้นอ่ะ เขาเข้าใจดีว่าแฟนหนุ่มคนดังอย่างปาร์คชานยอล—มือกลองวง ‘PEPPER’ วงร็อคชื่อดังที่กำลังมีชื่อเสียงไปทั่วเอเชีย ชอบมานัดสายประจำ

 

ก็คนมันดังนี่เนอะ..

 

“แล้วเมื่อกี้คิดไร เรียกตั้งนาน เหม่อหาชู้ใช่ไหม” ชายหนุ่มตัวสูงเอ่ยถามแฟนตัวเล็กพร้อมกับหรี่ตามอง แม้ว่าจะสวมแมสใส่หมวกแต่แบคฮยอนก็รู้ว่าตอนนี้ริมฝีปากหนาคงจะเบ้คว่ำเป็นระฆังวัดอยู่แน่ ๆ

 

“เออ ชู้ในอดีตอ่ะ รู้จักกันดีนี่” แบคฮยอนตอบอย่างไม่ยี่หระ

 

“อะไรกัน วาเลนไทน์ทีไรเอาแต่นึกถึงมันตลอดเลยนะ ทำแบบนี้เดี๋ยวน้อยใจนะเว้ย”

 

“ถ้าน้อยใจก็กลับไปเลยไป ไม่ง้อหรอกนะ”

 

เพราะแบคฮยอนเชื่อว่าพี่ชานยอลไม่กล้าน้อยใจเขาจริง ๆ หรอก ส่วนชานยอลเองก็รู้ดีว่าแบคฮยอนไม่ได้คิดอะไรกับเรื่องจงอินตั้งนานแล้ว

 

“ปากดีจริง ๆ คืนนี้ก็ขอให้ปากดีแบบนี้สักสิบเท่านะ”

 

“ทำไม จะทำไร”

 

“ก็จะทำให้ร้องลั่นจนออกเสียงคำว่าจงอินไม่ได้เลยคอยดู”

 

อูย น่ากลัวโคตร

 

ชายหนุ่มวัย 22 ปีทำหน้าเหยเกใส่แฟนหนุ่มด้วยความหมั่นไส้ โธ่พ่อคุณ ลำพังจะพาตัวเองออกมาข้างนอกได้ก็วุ่นวายจะตายชัก ยังมีหน้ามาพูดจาดอวดดีอีก เชื่อเถอะว่าพี่ชานยอลไม่ทำแบบนั้นหรอก เพราะแบคฮยอนรู้ตารางงานวันพรุ่งนี้ของอีกฝ่ายดี

 

และอีกอย่าง คืนนี้ก็อย่าหวังว่าจะได้แอ้มเขา

 

ไม่มีทางซะหรอก!

 

“สรุปแล้วนึกถึงไอ้จงอินอยู่จริงดิ” จู่ ๆ ชานยอลก็ถามขึ้นมาหลังจากที่เงียบไปสักพัก เขาไม่ได้หึงหวงหรือกังวลอะไรหรอกนะที่อีกฝ่ายจะคิด แต่แค่รู้สึกว่ามันผ่านมาตั้งหลายปีแล้ว ก็ตั้งแต่สมัยที่แบคฮยอนเพิ่งเข้ามอปลายจนตอนนี้จบมหาลัยแล้ว

 

ผ่านมา 6 ปีก็ยังคิดอยู่อีกงั้นหรอ

 

“เออ ก็คิดทุกปีแหละ”

 

“...”

 

“แต่ไม่ได้คิดเรื่องพี่จงอินหรอกนะ” เด็กหนุ่มพูดเสียงเบาขณะจ้องดวงตากลมโตของคนตรงหน้า

 

“แล้วคิดเรื่องอะไร”

 

“ก็..เรื่อยเปื่อย” อีกครั้งที่แบคฮยอนเลี่ยงตอบ แต่พอเห็นสีหน้าหงอ ๆ ของแฟนหนุ่มแล้วมันก็อดขำไม่ได้ “ทำหน้าแบบนั้นมันเหมือนคนโง่จริง ๆ นะเคยรู้ตัวบ้างไหม”

 

“แบคฮยอน นี่เป็นพี่นะ”

 

“อ่าว นึกว่าเป็นแฟนซะอีก”

 

“นี่”

 

“ฮ่ะ ๆๆ แกล้งเล่นหรอกหน่า” คนตัวเล็กหัวเราะ “ก็คิดเรื่องพี่นั่นแหละ”

 

“...”

 

“คิดว่าถ้าวันนั้นไม่เผลอสารภาพรักผิดไปป่านนี้จะเป็นไงบ้างก็ไม่รู้”

 

“เรื่องที่เราคบกันถึงตอนนี้น่ะหรอ?”

 

“อื้อ”

 

แบคฮยอนตอบไปตามตรงพลางนึกถึงเรื่องราวในอดีตที่เขายังจำได้แม่น ก็มันฝังใจนี่หว่า จำได้ว่าวันนั้นหลังจากที่พี่จงอินเดินออกไปเขาก็ทรุดตัวลงกับพื้นแล้วร้องไห้เป็นวรรคเป็นเวร อายก็อายที่สารภาพรักผิด แถมคนที่เข้ามาปลอบก็ดันเป็นพี่ชานยอลอีกต่างหาก

 

วันนั้นอ่ะโคตรอายเลย อายแบบไม่รู้จะเอาหน้าไปแทรกไว้ที่ไหน อยากจะออกไปกระโดดถีบหน้าโดคยองซูให้หายแค้นใจ ทำไมกูถึงเชื่อฟังคำยุยงของมึงจนเรื่องมันชิบหายขนาดนี้วะ ละเสือกทำตามที่มันบอกอีกต่างหาก

 

แต่สุดท้ายก็แทบจะไม่มีแรงทำอะไรทั้งนั้น เพราะความเสียใจแบบฉับพลันทำให้แบคฮยอนมืดแปดด้าน รักแรกเจ็บหนักเจ็บจริงกูเชื่อแล้ว แต่หลังจากนั้นก็คดีพลิก เมื่อสิ่งที่พี่ชานยอลพูดพี่แกดันเอาจริง

 

จะเรื่องอะไรล่ะ ก็ที่บอกว่าเรากำลังจะคบกันไง!  

 

ให้พูดกันตรง ๆ มันก็รู้สึกแปลกหน่อยแหละ ที่ตอนแรกก็ชอบพี่จงอินอยู่ดี ๆ แต่ต่อมาดันไปคบกับพี่ชานยอลซะงั้น(โดนบังคับล้วน ๆ) บอกตามตรงว่ารับไม่ได้ แต่พอนาน ๆ ไปแบคฮยอนก็แพ้ลูกตื๊อของคนตรงหน้า อีกอย่างไอ้คยองซูมันยังบอกอีกว่า เห็นไหม อกหักไม่ทันไรมึงได้มือกลองมาดามใจใหม่ทันที

 

ดามที่หน้ามึงอ่ะ ไอ้สัด กูโกรธมึงอยู่!

 

เออ พอคิดถึงตอนนั้นมันก็ประหลาดจริงนั่นแหละ แต่ก็แบบ.. เห่ย แบบนี้ก็ได้หรอวะ ละพี่เขาดูแลดีมาก จริงจังเว่อร์วังอย่างกับแอบรักมาหลายปี ถามว่าดีไหมก็ดี..มันก็..ไม่รู้สิ ทีแรกที่รู้จักก็คิดว่าเป็นคนนิ่ง ๆ คูล ๆ กลัวเข้ากันไม่ได้ด้วยซ้ำ แต่พออยู่ด้วยกันจริง ๆ ก็แค่ผู้ชายธรรมดาคนหนึ่งที่ดูเหมือนจะไม่เอาไหน

 

แต่แบบ.. เออ ดู ๆ ไปก็น่ารักดี

 

สุดท้ายก็รักกันจนหัวปักหัวปำแบบนี้ไง

 

“เรื่องมันผ่านมานานแล้วจะย้อนกลับไปคิดทำไมล่ะหืม” โอเค ชานยอลก็รู้สึกสงสัยตัวเองเหมือนกันว่าทำไมตอนนั้นเขาถึงบอกว่าแบคฮยอนเป็นแฟน จริง ๆ เขาอยากจะช่วยรักษาน้ำใจอีกฝ่ายที่อุตส่าห์บากหน้ามาสารภาพรักถึงที่ แต่ดันโชคไม่ค่อยดีที่ดันสารภาพรักผิดคน

 

แต่ตอนนั้นชานยอลก็แอบใจเต้นกับคำสารภาพของอีกฝ่ายจริง ๆ นะ..

 

และคิดว่าตอนนั้นแบคฮยอนเองก็ยังไม่รู้ว่าจงอินมีแฟนแล้วแน่ ๆ เขาเคยได้ยินเพื่อนสนิทพูดว่าคุยกับรุ่นน้องคนหนึ่งที่ดูเหมือนจะไม่มีอะไรแต่ก็น่ารัก ชานยอลไม่เข้าใจหรอกว่าเพื่อนจะชมไปทำไมในเมื่อไม่ได้ชอบเขาแต่แรก ก็เคยเห็นหน้าค่าตามาบ้าง และก็รู้ว่าไอ้จงอินชอบทักแชทไปหยอดทุกวัน

 

เออ จริง ๆ บางแชทชานยอลก็เป็นคนพิมพ์เองด้วยซ้ำ เห้ย แต่เรื่องนี้แบคฮยอนไม่รู้นะ และเขาก็ไม่คิดจะบอกหรอก

 

อีกอย่างมันก็ไม่ได้สำคัญเท่ากับปัจจุบันแล้วนี่

 

“ทำไม ผมจะนึกถึงหน่อยไม่ได้รึไง กลัวผมคิดถึงพี่จงอินมากกว่าพี่ละซี่”

 

“เหอะ ใครมันจะไปกลัว อย่าลืมสิว่าตอนนั้นใครช่วยนายเอาไว้”

 

“นี่ทวงบุญคุณหรอ ไม่ซึ้งหรอกนะ ไม่สนใจด้วย”

 

“ครับ ๆ ไม่สนก็ไม่สนครับ แล้วนี่จะนั่งอีกนานไหม ลุกขึ้นมาได้แล้ว เดี๋ยวก็ไม่ทันหรอก” ชานยอลพูดขณะยืดตัวลุกขึ้นจากเก้าอี้เป็นคนแรก เขาหันซ้ายขวามองรอบข้างว่ามีใครสังเกตเป็นตนบ้างไหม แต่ดูเหมือนว่าวันนี้จะไม่มีใครสนใจเท่าไหร่ เพราะส่วนใหญ่ก็มีแต่คู่รักที่สนคนข้างกายเท่านั้น

 

“เออ ก็รอชวนอยู่เนี่ยแหละ” แล้วแบคฮยอนก็ลุกขึ้นตามแฟนหนุ่มโดยที่ไม่ลืมหยิบป๊อปคอร์นที่พร่องไปแล้วครึ่งถังมาถือไว้ แก้วน้ำอีกสองแก้วใหญ่ชานยอลก็เป็นคนจัดการถือขึ้นมา ก่อนที่คนทั้งคู่จะเข้าไปในโรงหนังด้วยกัน

 

“พี่ซื้อตั๋วเรื่องอะไรมาอ่ะ” ขณะที่เดินเข้าไปด้านใน แบคฮยอนก็ถามคนรักอย่างสัยว่าวันนี้ชวนมาดูหนังเรื่องอะไร จริง ๆ เขาไม่ค่อยอยากมาเดทในที่โล่งแจ้งแบบนี้มากเท่าไหร่ มันเสี่ยงต่ออีกฝ่ายที่อาจจะถูกถ่ายรูปไว้จนกลายเป็นข่าว

 

แต่เพราะว่าบางทีเราก็อยากทำตัวเหมือนแฟนปกติทั่วไป  และโปรแกรมดูหนังก็ดูเหมือนว่าจะเป็นอะไรที่ธรรมดามาก ๆ แต่แบคฮยอนกับชานยอลก็อยากมาดูด้วยกันมากที่สุดเหมือนกัน

 

ก็อุตส่าห์ว่างทั้งที ได้ใช้เวลาร่วมกันก็โอเคแล้ว

 

“ไม่บอก ไปดูเอง”

 

พอพูดแบบนั้นแล้วคิ้วเรียวก็ขมวดเข้าหากันอย่างขัดใจ ไอ้แฟนบ้า ทำไมถึงชอบกวนประสาทกันอยู่เรื่อย และยิ่งเมื่อเราทั้งคู่ไม่ได้เข้าโรงทันเวลาจึงทำให้หนังที่ฉายอยู่มันเล่นเลยไปกว่า 15 นาที ดังนั้นก็อาจจะเป็นช่วงแรก ๆ ของหนัง

 

แต่เพราะเสียงพากย์ภาษาอังกฤษที่ดังขึ้นมาในขณะที่เขากำลังจะนั่งเก้าอี้

 

‘Mr. Grey.. ah’

..Anastasia.. uhmm’

 

จังหวะนั้นคนตัวเล็กก็รีบหันหน้าไปมองแฟนหนุ่มคนดังฉับพลัน เขาเบิกตากว้างด้วยความตกใจที่อีกฝ่ายเลือกดูหนังเรื่องนี้ ไหนบอกว่าจะดูจิตหลุดโลกไงวะ!

 

แต่กว่าจะได้พูดอะไร จู่ ๆ พี่ชานยอลก็โน้มหน้าเข้ามาใกล้ ก่อนจะกระซิบเบา ๆ ที่ข้างหูของเขา

 

 

Happy valentine my baekhyun

 

 

 

 

 

 

END





จบเถอะ ไม่รู้จะเขียนอะไรแล้ว 5555555555555555555555

รู้ตัวค่ะว่าจบแย่มาก ขอทางให้ไปพบจิตแพทย์หน่อย ไม่ไหวแล้ว แงง ชอบไม่ชอบก็ขอฝากด้วยนะคะ อาจจะไม่ได้ฟินมาก แต่หวังว่าจะฟินกัน

สุขสันต์วันวาเลนไทน์ ปีนี้ก็ไม่มีใครเหมือนเดิม เพิ่มเติมคือไม่มีตัง

#เศร้าจัง

ไปละเด้อ ขอบคุณมากค่า

#ฟิคคลังฝัน

 

 

 



















ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 95 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

6,476 ความคิดเห็น

  1. #6384 loeyloxepcy61 (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2562 / 01:40
    น่ารักกก5555
    #6,384
    0
  2. #6375 heykiki (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 17 เมษายน 2562 / 23:31
    โคตรน่ารักอะ 5555555555555555555555555 ถ้าสารภาพผิดคนแล้วได้ดีขนาดนี้ก็ดีเนอะ ตาบ้าาา
    #6,375
    0
  3. #6296 Darkmate (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2561 / 16:50
    โอ้ยแฮปปี้วาเลนไทน์มั้ยล่ะ5555555
    #6,296
    0
  4. #6180 พี่มีค่ะ (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2561 / 04:15
    นี่เเอบใจเต้นตอนไปสารภาพรักด้วยย
    #6,180
    0
  5. #6029 heykiki (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2561 / 01:26
    มันจะอีกตรงท้ายเนี่ยแหละ55555555555555 คือน่าร้ากอะ แบบหาในชีวิตจริงไม่ได้อะ ที่ไปสารภาพรักผิดคนนน แงงง
    #6,029
    0
  6. #5784 mell_rista (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2561 / 23:11
    พาไปดูฟิฟตี้เฉดไปอีกเด้อ 555555555555555
    #5,784
    0
  7. #5477 a♡♡♡ (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2560 / 21:42
    โอ้ย ตลก #เด๋อยังไงให้ได้แฟน 5555555 น่ารักก
    #5,477
    0
  8. #5460 GBright˙ω˙ (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2560 / 07:21
    น่ารักกดีอ่ะ
    #5,460
    0
  9. #5320 aonsirimong (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 28 ตุลาคม 2560 / 23:04
    แหมรู้เลยดูเรื่องไรกัน555
    #5,320
    0
  10. #5125 Sunshineshy (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2560 / 02:31
    เป็นแฟนกันได้พีคไปอีก โห
    #5,125
    0
  11. #4302 chyyyyyy (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 22 มีนาคม 2560 / 21:35
    น่ารักจังง
    #4,302
    0
  12. #4253 bbbbbbbys (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 3 มีนาคม 2560 / 01:20
    โอยขำแรงงงง ต้องขอบคุณคยองซูสินะโอย55555555555555555555
    #4,253
    0
  13. #4250 chompoochi (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2560 / 09:43
    น่ารักกกกก สุดท้ายก็แพ้ทางพี่ชานยอลอยู่ดี คู่กันแล้วไม่แคล้วกันอะ 5555555
    #4,250
    0
  14. #4246 หมีคริสลี่ (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2560 / 14:52
    ชอบบบบบบบบบ ขอบคุณชานยอลที่ช่วยแบค จนได้คบและรักกันจริงๆ5555555
    #4,246
    0
  15. #4244 ikonsouy (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2560 / 15:04
    จะฟ้องเซฮุน อิพี่ไคมันหน้าม่อ
    ตลกทอล์กอะ ขอทางไปพบจิตแพทย์55555555
    #4,244
    0
  16. #4240 Pisoo (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2560 / 21:39
    โว้วววๆ พี่ชานยอลลลลลมือกลองงงมือกลองงงงอยากได้อ๊าาา ทำไมตอนที่แบคถามพี่ชานว่าซื้อตั๋วเรื่องอะไรฟิฟตี้เฉดมันก็ลอยมาในหัวเลยอ่ะ55555555
    #4,240
    0
  17. #4226 kingdompk (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2560 / 13:55
    เดี๋ยวววว ไคฮุนด้วย นี่ไรท์เป็นไคฮุนด้วยหรอเนี่ย เพิ่งรู้ ฮือออออ แต่สงสารแบคฮยอนจัง 55555
    #4,226
    0
  18. #4223 t-t-thn (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2560 / 12:09
    ชอบอะ พลิกสุดด น่ารักจังงง
    #4,223
    0
  19. #4214 CoffeeMate (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2560 / 23:37
    เลิกกับแบคฮยอนเมื่อไร มาเป็นของหนูนะคะพี่ชานยอล.
    #4,214
    0
  20. #4207 KH_polyployly (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2560 / 18:00
    จงอินม่อน้อง5555555
    #4,207
    0
  21. #4201 hunnnielu947 (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2560 / 12:30
    น่ารักมากกก สารภาพผิดคนได้คบเป็นแฟนไปเลยยย 55555
    #4,201
    0
  22. #4200 pturquoise (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2560 / 07:42
    สารภาพผิดคน 555555555555 เอ้อ ให้มันได้งี้ แล้วตอนดูหนังแอบคิดว่าจะเป็นเรื่องนี้ก็ใช่จริงๆ เลือกได้ดีม๊าก 555555555555555555555555555555555555
    #4,200
    0
  23. #4199 jhajangmyun (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2560 / 00:43
    ขำนานมากตอนที่แบคสารภาพรักผิดคน55555555555
    #4,199
    0
  24. #4198 siwann (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2560 / 00:41
    น่ารักเหอะะะะะะะะ
    เขินอะ 5555555
    #4,198
    0
  25. #4195 Ninkxii (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2560 / 22:57
    โอโหพี่เลือกหนังได้เหมาะมากเลย
    #4,195
    0
  26. #4194 LUNLEE (จากตอนที่ 54)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2560 / 22:36
    อินี่ก็เคยแหกค่ะ แหกแบบเอี้ยมากกกกก คือชอบรุ่นน้องคนนึง และวันนั้นวันวาเลนไทน์ด้วย เพื่อนก็ยุฉิ-หาย เลยไปสารภาพเลยค่ะ บอกไปว่า 'เฮ้ยน้องพี่ชอบ' แล้วน้องก็เดินหนีไปเลยค่ะ 55555 สงสัยจะกลัว คือตอนนั้นยังกลัวตัวเองเลย จะแมนไปมั้ยวะ สารภาพรักหรือมาเก็บแชร์ เสียงทั้งห้วนทั้งแข็ง นึกถึงทีไรก็โคตรอาย 5555
    #4,194
    1
    • #4194-1 lolita_zq(จากตอนที่ 54)
      16 กุมภาพันธ์ 2560 / 02:24
      555555 นึกภาพตามแล้วขำเลยอ่ะ โอ้ยยย แหกเบาๆแต่เจ็บนาน เจ็บ-ตรงเดินหนีเนี่ยแหละ 55555 เป็นกำลังใจให้นะคะ เรื่องมันผ่านมาแล้ววว
      #4194-1