[ exo SF/OS ] คลังฝัน - chanbaek

ตอนที่ 50 : (OS) HBDPCY112716

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 11,615
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 118 ครั้ง
    27 พ.ย. 59










HAPPY BIRTHDAY PCY
เนื่องในวันเกิดตาพี่ ฟิคเรื่องนี้เกิดจากฟามรักของเราเอง อริ้อริ้
เอนจอยรีดิ้งฮะะะะ
หากเจอคำผิด หรือประหลาดตรงไหนขออภัย ณ ที่นี่ด้วยนะคะ
เดี๋ยวเราเข้ามาแก้เด้อออออออ

















            หากพูดถึงใครสักคนที่กำลังโด่งดังโลดแล่นในวงการบันเทิงได้อย่างเพอร์เฟกต์ที่สุด ก็คงจะไม่พ้นชื่อ บยอนแบคฮยอนนักร้องหนุ่มวัย 26 ปีที่มีใบหน้าราวกับถูกสตัฟฟ์ไว้ที่อายุ 20

เขาคือผู้ชายที่มากไปด้วยความสามารถ ไม่ว่าจะด้านการร้องเพลงที่เปี่ยมไปด้วยพลัง ด้านการแสดงที่ถูกจับตามองอย่างให้ความสนใจ หรือว่าจะเป็นด้านถ่ายแบบโฆษณาก็มีผู้คนมากมายให้การสนับสนุน ด้วยนิสัยร่าเริงและเข้ากับผู้คนได้ง่าย จึงทำให้แบคฮยอนกลายเป็นบุคคลที่ติดโพลอันดับต้น ๆ ของคนในวงการบันเทิงที่ใช้ชีวิตได้คุ้มค่าที่สุด

ทางนิตยสารของเราได้มีโอกาสเจอกับคุณแบคฮยอนที่งานการกุศลแห่งหนึ่ง ซึ่งก็เป็นโอกาสดีมาก ๆ ที่จะได้สัมภาษณ์ดาราคนดัง และจุ๊บจิ๊บก็ไม่อยากให้คุณผู้อ่านเสียเวลา เอาเป็นว่าเรารีบไปติดตามกันเลยดีกว่าค่ะ!

 

Q: สวัสดีค่ะคุณแบคฮยอน ยังน่ารักเหมือนเดิมเลยนะคะ

Baekhyun: สวัสดีครับ อ่า... พี่ใช่บก.ที่ชื่อจุ๊บจิ๊บแฟนสตีฟโรเจอร์รึเปล่า ผมอ่านคอลัมน์พี่บ่อยมาก ๆ เลยนะ (หัวเราะ)


Q: จริงหรอคะ? รู้สึกเป็นเกียรติมาก ๆ เลยค่ะ ขอถามหน่อยนะคะว่ารู้สึกยังไงกับงานการกุศลในวันนี้

Baekhyun: รู้สึกดีครับ แล้วก็สนุกมาก ๆ ด้วย ผมไม่คิดว่าตัวเองจะมีโอกาสได้เข้าร่วมงานแบบนี้ ซึ่งหัวข้อวันนี้มันน่าสนใจมาก ๆ ตรงที่เป็นธีมเรื่อง ความรักในฤดูหนาว ทางผู้จัดและเจ้าของงานสื่อความหมายของมันได้ดีมาก ๆ เลย ผมชอบนะ (ยิ้ม)


Q: แหม อวยงานกันขนาดนี้ เป็นเพราะว่าเจ้าของงานคือคุณจงฮยอนหรือเปล่าคะ?

Baekhyun: (หัวเราะ) ผมอวยได้มากกว่านี้อีกนะ พี่จงฮยอนหน่ะเก่งและเจ๋งสุด ๆ ไปเลย

Q: น่าเสียดายจังเลยนะคะที่ตอนนี้คุณจงฮยอนไม่ได้อยู่ให้สัมภาษณ์ด้วย ถ้าได้ยินคุณแบคฮยอนชมแบบนี้ต้องเขินมากแน่ ๆ เลย งั้นขอเข้าประเด็นเลยนะคะ หน้าหนาวนี้คุณแบคฮยอนมีแพลนอยากจะทำอะไรเป็นพิเศษรึเปล่าคะ?


Baekhyun: หน้าหนาวนี้หรอครับ ผมอยากมอบความรักให้กับแฟน ๆ ครับ ผมรู้สึกว่าช่วงนี้เป็นช่วงที่อากาศเปลี่ยนแปลงบ่อยมาก ๆ และผมก็หวังว่าแฟน ๆ ของผมจะดูแลสุขภาพ ไม่ให้เจ็บไข้ได้ป่วย และอีกอย่าง ผมคงจะเตรียมของขวัญสุดพิเศษให้กับแฟน ๆ ของผมก่อนที่มีตติ้งฤดูร้อนจะมาถึงหน่ะครับ

Q: ตายแล้ว เป็นแฟนคลับคุณแบคฮยอนนี่โชคดีจังเลยนะคะ


Baekhyun: ไม่ขนาดนั้นหรอกครับ ผมต่างหากที่ต้องรู้สึกโชคดีที่มีแฟน ๆ คอยอยู่ข้าง ๆ รักนะครับ (ทำมือรูปหัวใจ)

Q: น่ารักขนาดนี้ไม่รักก็ให้รู้ไปเลยค่ะ

 

หลังจากสัมภาษณ์เกี่ยวกับบรรยากาศงานและถามไถ่ถึงเจ้าของงานใจดีอย่างคุณจงฮยอนแล้ว ทางนิตยสารก็มีกิจกรรมเล็ก ๆ ให้คุณแบคฮยอนได้เล่นสนุกกัน นั่นคือจับฉลากตอบคำถาม ซึ่งฉลากที่อยู่ในกล่องจะเป็นคำถามจากแฟนคลับที่ส่งเข้ามาร่วมสนุกกันในเดือนที่แล้ว เราไปติดตามกันดีกว่าว่าคุณแบคฮยอนได้คำถามอะไรบ้าง

 

Q: หนึ่งใบมีสองคำถามนะคะคุณแบคฮยอน

Baekhyun: โอเคครับ ถามมาได้เลย


Q: คำถามแรกนะคะ สเปกที่ชอบเป็นแบบไหนคะ

Baekhyun: (หัวเราะ) คำถามนี่มัน... สเปกที่ชอบหรอครับ จริง ๆ ผมก็ไม่อยากอธิบายเยอะเพราะแค่พูดชื่อออกไปก็น่าจะรู้เลยทันทีว่าเป็นคนแบบไหน แต่ผมก็ไม่อยากพาดพิงใคร เอาเป็นสเปกคนที่ชอบหรอครับ ผมชอบคนอบอุ่นครับ มีความเป็นผู้ใหญ่ในตัวเอง เอาใจใส่ แล้วก็คอยดูแลทุกเรื่อง เพราะปกติแล้วเนี่ยผมจะซุ่มซ่ามเอามาก ๆ เพราะงั้น ขอเป็นใครสักคนที่ยอมทนกับความซุ่มซ่ามผมได้ก็พอ


Q: แหม พูดอย่างกับว่าไม่มีใครทนความซุ่มซ่ามคุณแบคฮยอนได้เลยนะคะ ต่อให้ซุ่มซ่ามขนาดไหนจุ๊บจิ๊บว่าต้องน่ารักในสายตาทุกคนแน่ ๆ เลยค่ะ

Baekhyun: แต่มีบางคนก็คิดว่าความซุ่มซ่ามมันเป็นเรื่องน่ารำคาญนะครับ


Q: คงไม่มีใครกล้ารำคาญคุณแบคฮยอนแน่นอนค่ะ จุ๊บจิ๊บสาบานได้ คำถามสุดท้ายนะคะ คนแบบไหนที่ไม่ชอบ แต่รู้สึกว่าใช่

Baekhyun: ทำไมคำถามมันดูย้อนแย้งจังครับ (ยิ้ม) คนแบบไหนที่ไม่ชอบหรอครับ ผมไม่ชอบคนที่ทำเสียงแข็งใส่ครับ ออกแนวดุ ๆ หน่อยจะไม่ชอบเลย ประเภทชอบบังคับ หรือว่าเอาแต่ตัวเองเป็นหลัก ผมคิดว่าคนประเภทนี้เป็นคนที่เดาใจยากมาก ๆ และบางครั้งมันก็ทำให้ผมขัดใจสุด ๆ แต่ก็ย้อนแย้งตามคำถามนั่นแหละครับ ผมคิดว่าคนประเภทนี้ก็มีเสน่ห์บางอย่างให้น่าดึงดูดเหมือนกัน ถ้าถามว่าใช่ไหม... ก็ไม่รู้สิครับ คงจะต้องดูหลาย ๆ อย่างก่อน เพราะถ้าเป็นคนที่ใช่จริง ๆ ต่อให้เป็นคนยังไงสุดท้ายก็ใช่อยู่ดีนั่นแหละครับ


Q: ตอบแบบนี้แสดงว่ามีคนในใจอยู่แล้วใช่ไหมคะ

Baekhyun: ถ้าคนที่อยู่ในใจก็มีแค่แฟนคลับของผมเท่านั้นแหละครับ เพราะนอกจากพวกเขาแล้วผมก็ไม่อยากมอบความรักให้กับใครสักคนเลย (ขยิบตาวิ้งใส่กล้อง)


Q: ฝากอะไรทิ้งท้ายหน่อยไหมคะ

Baekhyun: ขอบคุณนิตยสารและพี่จุ๊บจิ๊บมากนะครับที่ให้โอกาสผมได้มีบทสัมภาษณ์ในเล่ม (หลังจากที่ใฝ่ฝันมานาน) วันนี้ผมมีความสุขและก็สนุกมาก ๆ ได้เจอกับแฟน ๆ และผู้คนที่มีแนวคิดร่วมกัน ขอฝากงานการกุศลของพี่จงฮยอนด้วยนะครับ ผมคิดว่ามันเป็นงานที่ดีมาก ๆ เลย แล้วก็สุดท้ายนี้ ฝากติดตามผลงานของผมด้วยนะครับ รักทุกคนมาก ๆ ขอบคุณครับ


            เป็นยังไงบ้างคะ น่ารักสุด ๆ กันไปเลยใช่ไหม กับนักร้องหนุ่มมากความสามารถอย่างคุณบยอนแบคฮยอน นี่แค่บทสัมภาษณ์เล็ก ๆ แบบนี้ยังน่ารักมาก ๆ เลย เอาเป็นว่าถ้าใครหลงเสน่ห์และชื่นชอบผลงานก็อย่าลืมติดตามคุณแบคฮยอนและมอบความรักให้เขามาก ๆ ด้วยนะคะ

สุดท้ายนี้เราก็ได้นำภาพบรรยากาศในงานมาให้ได้ชมกัน และจุ๊บจิ๊บคงต้องขอลาไปก่อน ไว้เจอกันคอลัมน์หน้าค่ะ

ด้วยรักและวังอึน

จุ๊บจิ๊บแฟนสตีฟโรเจอร์

 

 

 

 

 



ให้ตายสิ คุณแบคฮยอนนี่น่ารักสุด ๆ ไปเลย สมแล้วกับที่ถูกขนานนามว่าเจ้าชายน้อยแห่งเกาหลีใต้ชายหนุ่มคนหนึ่งพูดขึ้นในขณะที่นั่งไล่พิจารณารูปภาพในหน้าหนังสือ ด้านข้างเป็นบทสัมภาษณ์ที่ตนเพิ่งอ่านจบไป ฝั่งด้านขวามือก็เป็นรูปของนักร้องคนดังถ่ายรูปคู่กับเจ้าของงานการกุศล


หลงเลยล่ะซี่ ผมบอกแล้วว่าคุณแบคฮยอนหน่ะน่ารัก พี่ไม่เคยจะเชื่อผมหรอก


เอ้า แล้วฉันได้สนใจนักร้องที่ไหนบ้างไหมล่ะ งานบริษัทจะท่วมหัวอยู่รอมร่อ ไม่ได้ว่างเหมือนแกที่จะติ่งคนนู้นคนนี้ได้หรอกนะ


โธ่ พี่ก็... ผมก็ตาม ๆ ไว้บ้างให้มันกระชุ่มกระชวยหัวใจหน่อยไม่ได้ไง?”


แล้วทำไมไม่ไปตามสาว ๆ ล่ะ วงอะไรนะ ที่ร้องนอมู ๆๆ นั่นหน่ะ แจ่มทุกคน


อะไรกัน พี่รู้จักวงไอโอไอด้วยหรอ?”


อะไรไอ ๆ วะ ไม่รู้สิ ลูกสาวเปิดฟังทุกวัน ร้องวนอยู่ได้ แต่ก็น่ารักจริง ๆ นั่นแหละ


เสียงพูดคุยของพนักงานชายในแผนกยังคงดังมาเป็นระยะ ๆ ซึ่งตามปกติแล้วเวลานี้มันควรจะเป็นเวลากลับบ้านของใครหลายคน ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือ ปาร์คชานยอล ที่กำลังก้มหน้าก้มตาเคลียร์บัญชีตรงหน้าให้เสร็จทันเวลา


ไม่แปลกที่จะมีพนักงานคนอื่นอยู่ด้วยเพราะตอนนี้เป็นช่วงใกล้สิ้นปี จึงมีการเรียกปิดงบประมาณใหม่อีกครั้ง ก่อนจะได้หยุดยาวพักผ่อน แต่วันหยุดจะเป็นผลก็ต่อเมื่อพนักงานแผนกบัญชีอย่างเรา ๆ จะต้องรีบปิดงบทั้งหมดและผ่านการพิจารณาจนเสร็จสิ้น


ซึ่งก็ทำให้ชานยอลผู้มีภาระต้องคอยอยู่ตรวจข้อมูลความถูกต้องของทุกคนก่อนจะถูกส่งไปยังหัวหน้าแผนก จึงทำให้ต้องทำงานเกินเวลาเป็นประจำ แต่นั่นก็ไม่ใช่ปัญหาสำหรับชายโสดที่อยู่ตัวคนเดียวมาหลายปี เขาไม่มีภาระหน้าที่ต้องรับผิดชอบเหมือนคุณชองที่ต้องรีบกลับบ้านไปรับลูกสาว หรือคุณคิมที่ต้องรีบกลับไปดูแลลูกสุนัขที่เพิ่งคลอดใหม่


ตอนนี้เป็นเวลาสองทุ่มกว่า ๆ และในแผนกก็เหลืออยู่แค่ไม่กี่คน ชานยอลได้ยินเสียงพูดคุยของพนักงานคนอื่นเป็นระยะ ๆ และเขาก็ได้แต่ฟังไม่ปริปากพูดอะไร แม้ว่าจะรู้สึกขุ่นเคืองในใจอยู่เล็กน้อย เพราะเสียงรอบข้างทำให้ขาดสมาธิ ยิ่งกับงานที่เกี่ยวข้องกับตัวเลขมาก ๆ ด้วยแล้ว ชานยอลคิดว่าความเงียบคือสิ่งที่เขาต้องการที่สุด


อ่าจริงสิ วันนี้วันเกิดนายไม่ใช่รึไงชานยอล ไม่ออกไปฉลองที่ไหนหน่อยหรอ?” รุ่นพี่ในแผนกอย่างยุนดูจุนหันมาคุยกับเขาบ้าง หลังจากที่เห็นว่าพนักงานรุ่นน้องเอาแต่นั่งทำงานเงียบ ๆ คนถูกเรียกเงยหน้ามองอีกฝ่ายก่อนจะส่ายหน้าตอบ


ไม่ล่ะครับ ผมยังเคลียร์งานไม่เสร็จเลย


จะขยันเกินไปรึเปล่า เก็บไว้ทำพรุ่งนี้ก็ได้มั้งพ่อคุณดูจุนหัวเราะ


ไม่อยากค้างไว้หน่ะพี่ เดี๋ยวสุดสัปดาห์จะเที่ยวไม่สนุกเอาชานยอลยกยิ้มเบา ๆ ในขณะที่เห็นว่ารุ่นพี่ดูจุนทำหน้าบิดเบี้ยวกุมหน้าอกราวกับคำพูดของตนมันเสียดแทงใจเข้าให้


พูดแบบนี้เอาสมุดบัญชีมาฟาดหน้าพี่เลยดีกว่าชายหนุ่มว่า เพลา ๆ งานบ้างละกัน ทำงานดึกดื่นทุกวันแบบนี้เสียสุขภาพแย่ แล้วนี่ตกลงไม่ไปฉลองวันเกิดที่ไหนจริงดิ เอาเบียร์หน่อยไหม เดี๋ยวใช้ไอ้จองกุกลงไปซื้อให้ดูจุนหันไปพยักพเยิดหน้าให้เด็กในแผนกอีกคนที่ชวนตนคุยเรื่องไอดอลหนุ่มเมื่อครู่


ซึ่งชานยอลก็รีบตอบปฏิเสธไปทันทีเพราะเขาไม่อยากดื่มของมึนเมาในขณะที่ต้องทำงานละเอียดแบบนี้ ดูจุนก็ไม่ได้รบเร้าอะไรก่อนจะขอตัวกลับก่อนเพราะว่าลูกสาวโทรตาม เหลือแค่จอนจองกุกที่นั่งเล่นโทรศัพท์มือถือไม่ยอมกลับบ้านเสียที


จะกลับก็กลับเถอะ ไม่ต้องรอเพราะมันเป็นมารยาทของคนอายุน้อยกว่าที่ต้องรอให้พนักงานรุ่นพี่กลับบ้านก่อน จึงไม่แปลกที่เด็กรุ่นน้องจะนั่งรอเขาทำงานทั้งที่ความจริงเวลานี้อีกฝ่ายควรจะถึงบ้านแล้ว


ถ้างั้นผมไปก่อนนะพี่ สุขสันต์วันเกิดนะครับ


จองกุกว่าขณะที่โค้งลารุ่นพี่ในแผนกอย่างชานยอล เขายิ้มให้อีกฝ่ายเล็กน้อยพร้อมกับพูดว่าขอบใจก่อนที่เด็กนั่นจะวิ่งแจ้นออกจากแผนกไป เหลือเพียงแค่ชายหนุ่มร่างสูงที่นั่งทวนบัญชีอยู่คนเดียวในออฟฟิศ


ชานยอลใช้เวลาและสมาธิไปกับการไล่คำนวณงบต่าง ๆ จนกระทั่งเหลือเล่มเดียวที่เขาต้องจัดการ ขณะเดียวกันสายตาก็เหลือบมองเวลาบนผนังและพบว่าตอนนี้สี่ทุ่มกว่าแล้ว ซึ่งก็ทำให้เขาตระหนักได้ว่าตัวเองควรจะรีบกลับบ้านไปห้องก่อนที่จะทำงานเพลินจนลืมเวลา แต่เพราะว่าเหลือเล่มสุดท้ายแล้วชายหนุ่มจึงเก็บมันใส่กระเป๋าไปด้วย กะเอาไว้ว่าอาบน้ำเสร็จเมื่อไหร่คงนั่งไล่ดูต่ออีกนิดหน่อยแล้วค่อยนอนพักผ่อน


สี่สิบนาทีกับการกลับมาถึงห้องพักโดยระบบการขนส่งสาธารณะ รถไฟฟ้าใต้ดินในเวลาห้าทุ่มคนไม่ได้เยอะมากเท่าไหร่นัก แถมยังเป็นเวลาที่เขาคิดว่ามันสะดวกและสบายต่อการกลับบ้านมากที่สุด


ชายหนุ่มรเดินมาหยุดหน้าห้องตัวเองแล้วหยิบคีย์การ์ดขึ้นมาแตะ เสียงดัง ติ๊ด! ของมันดังขึ้นพร้อมกับมือหน้าที่ผลักประตูเข้าไปด้านใน ก่อนที่ฝ่ามือจะตะปบเข้าที่สวิตซ์ไฟข้างผนังด้วยความเคยชิน


จนห้องที่เคยมืดมิดสว่างขึ้น


พรึ่บ

 

ปุ้ง!!!!

สุขสันต์วันเกิด! ปาร์คชานยอล!!”

 


เสียงแรกที่เจ้าของห้องได้ยินคือเสียงคล้ายกับประทัดขนาดเล็ก มันดังขึ้นทันทีเมื่อไฟสว่าง กระดาษแผ่นเล็กหลากสีลอยกระจายอยู่กลางอากาศก่อนจะร่วงหล่นลงพื้น ซึ่งตรงกลางห้องนั้นกำลังมีร่างของใครบางคนยืนอยู่ ในมือของอีกฝ่ายมีเปเปอร์ชูทมันคงเป็นที่มาของเสียง ปุ้ง และเศษกระดาษสี ๆ เมื่อครู่


ชานยอลนิ่งชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะหรี่ตามองภาพตรงหน้าด้วยความรู้สึกที่บอกไม่ถูก


เซอร์ไพรส์ใช่ไหมล่า? ไหนมา ขอเรากอดให้ชื่นใจหน่อยเร็ว!” อีกฝ่ายว่าพร้อมกับโยนเปเปอร์ชูททิ้งแล้วอ้าแขนวิ่งโร่มาทางเขา ซึ่งชานยอลก็รู้จังหวะและเบี่ยงตัวหลบทันทีเพื่อไม่ให้อีกฝ่ายเข้าถึง


จริงอยู่ว่าชานยอลอาจจะไม่ได้ตกใจที่เห็นว่ามีคนอื่นกำลังอยู่ในห้อง เขาไม่ได้ตกใจว่าคนอื่นที่ว่าคือไอดอลคนดังชื่อ บยอนแบคฮยอน เพราะนี่ไม่ใช่ครั้งแรก และทุกครั้งที่อีกฝ่ายอยู่ในห้องของชานยอล ก็จะมักจะไม่มีเหตุผลที่มาที่ไปว่าทำไมอีกคนถึงมาอยู่ที่นี่ได้


และทุกครั้งที่เกิดเหตุการณ์นี้ ชานยอลก็มักจะโพล่งถามอีกฝ่ายเป็นประจำ


มาทำไม

 



ถ้าถามว่าเรื่องทั้งหมดมันเกิดจากอะไร ชานยอลก็คงจะต้องเล่าทวนความหลังไปไกลสักหน่อย แต่เพราะไม่อยากพูดอะไรมาก เอาเป็นว่าครั้งหนึ่งเขาเคยอยู่ร่วมคณะเดียวกันกับไอดอลตรงหน้ามาก่อน


หรือจะสรุปเอาใจความหลัก ๆ เลยก็คือ เราเคยคบกัน


ใช่ อ่านไม่ผิดหรอก ชานยอลเคยมีแฟนเก่าที่เป็นถึงไอดอลดังระดับประเทศ


เขาเป็นรุ่นพี่ในคณะเศรษฐศาสตร์ที่อายุมากกว่าแบคฮยอน 2 ปี และด้วยความที่ต่างคนต่างมีใจให้กัน จึงตกลงคบกันเป็นแฟนโดยที่ทุกอย่างผ่านไปราบรื่นด้วยดีไม่มีอุปสรรค ถ้าเอาตามความคิดของชานยอลในตอนนั้น แบคฮยอนเป็นคนน่ารัก เข้าหาคนเก่ง อัธยาศัยดี จึงทำให้มีคนมากมายชื่นชอบ ต่างจากชานยอลที่เป็นแค่คนเฉยชา ไม่ค่อยสนใจโลกภายนอกเท่าไหร่ ถ้าไม่ใช่หุ้นกับตัวเลขเขาก็แทบจะไม่สนใจเลย


และเพราะความน่ารักของแบคฮยอน รวมถึงความสามารถที่หลากหลาย โดยเฉพาะการร้องเพลงที่ไปเข้าตาแมวมองจนถูกทาบทามเข้าวงการบันเทิง ซึ่งก็ถือเป็นอีกเส้นทางหนึ่งที่ชานยอลเคยรับรู้มาบ้างว่าแฟนของตน(ในตอนนั้น)ใฝ่ฝัน แน่นอนเขาไม่เคยว่าอะไร แทบจะสนับสนุนทุกอย่างด้วยซ้ำ


จนกระทั่งเลิกกัน


สำหรับชานยอลแล้วการที่มีแฟนเป็นคนดังหรือเป็นนักร้องไม่ใช่ปัญหาใหญ่สักเท่าไหร่ แต่มันก็ใหญ่สำหรับคนที่เพิ่งเริ่มมีชื่อเสียงอย่างแบคฮยอน จึงทำให้ช่วงเวลาและความสัมพันธ์ในตอนหลังนั้นเริ่มห่างออกมาเรื่อย ๆ และเพราะปัจจัยหลาย ๆ อย่างที่ชานยอลได้ลองคิดทบทวนมาเป็นอย่างดีแล้วจึงทำให้เขาตัดสินใจจบความสัมพันธ์ในครั้งนี้


ชานยอลบอกเลิกแบคฮยอน


แน่นอนว่าอีกฝ่ายไม่ยอมเลิก แต่เพราะว่าเป็นช่วงเวลาที่แบคฮยอนจะต้องเตรียมขึ้นคอนเสิร์ต ตารางการฝึกซ้อมมีมากขึ้นพอ ๆ กับแฟนคลับที่เริ่มให้ความสนใจ จึงทำให้แฟนของเขา(ในตอนนั้น)ไม่ค่อยมีเวลาให้ บวกกับชานยอลที่เพิ่งได้เข้าทำงานในบริษัทใหญ่แห่งหนึ่ง เขาจึงยอมหันไปทุ่มให้กับงานมากกว่า


นั่นอาจจะเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้เราห่างกันจริง ๆ


แม้ว่าระหว่างนั้นจะยังมีติดต่อกันบ้าง แต่ส่วนมากชายหนุ่มก็จะตีเส้นไว้ว่าเป็นแค่พี่น้อง ไม่ยอมคืนความสัมพันธ์ให้กลับมาเป็นเหมือนเดิม จนวันหนึ่งที่ชานยอลได้รับจดหมายจากแบคฮยอน ภายในนั้นมีบัตรคอนเสิร์ตที่แพงที่สุด พร้อมกับข้อความขอโทษและคำเชิญชวนบางอย่าง


ถ้ายังรักกันอยู่ อย่าลืมมาดูเราร้องเพลงนะ


ชานยอลรู้ดีว่าแบคฮยอนไม่อยากเลิกกับเขา แต่เพราะอะไรหลาย ๆ อย่างในตอนนั้นที่ทำให้เขาคิดว่า ความรักของเรามันควรจะจบลงแค่นี้ และมันคงดีกว่าถ้าไม่คิดจะสานต่ออะไรให้ยืดเยื้อ


แน่นอนว่าคอนเสิร์ตวันนั้น ชานยอลไม่ไป


ผ่านมาสามปีหลังจากที่จบความสัมพันธ์กับไอดอลคนดังไป ชานยอลก็กลับมาใช้ชีวิตปกติเหมือนเดิม เป็นชายโสดที่ยอมทุ่มกำลังกายทั้งหมดให้กับงาน พอมีเวลาว่างก็เล่นหุ้น เข้าฟิตเนส แต่ส่วนใหญ่ชานยอลมักจะขังตัวเองในออฟฟิศเสียมากกว่าเพราะภาระหน้าที่มันช่างใหญ่หลวง


เพราะมัวแต่ทุ่มกับงานมากเกินไป จึงทำให้เขาไม่ได้ติดต่อกับอดีตคนรักอีกเลย เอาจริงมันก็ไม่มีเหตุผลอะไรที่จะต้องติดต่อกับคนที่จบกันไปแล้ว แบคฮยอนยังคงโลดแล่นอยู่ในวงการได้อย่างสวยงาม เป็นนักร้องชื่อดังยังไม่พอช่วงนี้ก็เริ่มรับงานละครที่ดูเหมือนว่ามีกระแสตอบรับดีมาก


ชานยอลก็พอจะรับรู้เรื่องพวกนี้มาบ้าง เพราะรุ่นน้องในแผนกอย่างจอนจองกุกเป็นประเภทคลั่งไคล้นักร้องไอดอลโดยเฉพาะบยอนแบคฮยอน แต่ก็นั่นแหละ เขาอยากให้ความสำคัญกับงานมากกว่า จึงไม่ได้ใส่ใจอะไร นอกจากตั้งใจทำงานต่อไป


จนวันหนึ่งที่ไม่รู้ว่าจะซวยหรือว่าพลาดดี ในขณะที่กลับจากออฟฟิศและแวะซูเปอร์เพื่อซื้อของเข้าไปตุนในห้อง ชานยอลก็เพิ่งรู้ตัวว่าตนทำกระเป๋าสตางค์หล่นหาย ลำบากต้องวิ่งวนไปตามทางเดินในซูเปอร์ไล่ถามพนักงานคนอื่นจนกระทั่งมีคนมาสะกิดด้านหลังเขาพร้อมกับยื่นกระเป๋าเงินให้


นี่กระเป๋าเงินคุณใช่ไหมครับ


อ่า... ใช่ครับ! นี่กระเป๋าของผมเอง ขอบคุณมากนะครับ—!’


ในตอนนั้นแทนที่ชานยอลจะรู้สึกดีใจที่เจอกระเป๋าสตางค์ของตัวเอง แต่ก็ต้องหยุดชะงักไปเมื่อเห็นคนตรงหน้าคนที่เก็บกระเป๋าสตางค์ของเขาได้


บยอนแบคฮยอน


แม้ว่าจะมีแมสปิดไว้ครึ่งหน้าพร้อมกับหมวกบีนสีแดงเลือดหมู ชานยอลก็ยังจำได้ดีว่าเจ้าของสายตาคู่นั้นเป็นใคร ทั้งเสียงที่คุ้นหูก็ด้วย ชายหนุ่มยืนนิ่งราวกับเวลาหยุดหมุน และในขณะเดียวกันเขาก็หลุบสายตามองกระเป๋าเงินของตนในมืออีกฝ่าย


มันถูกอ้าไว้ พร้อมกับอะไรบางอย่างที่ปรากฏสู่สายตา


รูปคู่ของเขากับแบคฮยอนที่ยังอยู่ในกระเป๋า รวมถึงลายมือที่เขียนไว้ตรงมุม


‘Always’


และเขาทั้งคู่ก็สบตากัน


หลังจากนั้นเป็นต้นมาชีวิตของปาร์คชานยอลก็ไม่เคยสงบสุขอีกต่อไป

 

เป็นเวลาหกเดือนกว่า ๆ หลังจากวันนั้นวันที่ชานยอลพลาดทำกระเป๋าเงินหล่น ความจริงเขาควรจะเอารูปคู่ใบนั้นออกจากกระเป๋า เพราะถ้าคนอื่นที่ไม่ใช่แบคฮยอนมาเห็นเข้าก็คงตกใจกันแน่ ๆ แต่ก็ลืมทุกครั้งจนกระทั่งเกิดเรื่องขึ้น ซึ่งมันทำให้ชีวิตของเขาเปลี่ยนไปเมื่อจู่ ๆ คนที่เคยหายไปจากชีวิต กลับมาทำให้เขาวุ่นวายอีกครั้ง


บยอนแบคฮยอนกลับเข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องในชีวิตชานยอลอีกหลังจากที่เลิกรากันไป เพราะอีกฝ่ายเข้าใจว่าการที่เขาเก็บรูปคู่ไว้ก็เท่ากับว่ายังรู้สึกรักกันเหมือนเดิม เจ้าตัวจึงมีเป้าหมายและความมุ่งมั่นที่จะทำให้ความสัมพันธ์ของเรากลับมาเป็นเหมือนเดิมอีกครั้ง โดยให้เหตุผลว่า


เพราะตลอดเวลาที่ผ่านมาเราก็ยังรักพี่เหมือนเดิม


ไม่รู้หรอกว่าตอนนั้นชานยอลทำสีหน้าแบบไหน เขาควรจะไม่พอใจและตอบปฏิเสธอีกฝ่ายไป แต่จะมีใครไม่รู้บ้างล่ะว่าแบคฮยอนเป็นจอมดื้อจอมซนมากแค่ไหนโดยเฉพาะกับแฟนเก่าอย่างเขาที่รู้ดีกว่าใคร จึงทำให้หลายคำพูดของชานยอลไม่เคยเกิดผลกับแบคฮยอนเลยสักนิด


และหลายครั้งที่ชีวิตของชานยอลถูกคุมคาม จากที่เคยกลับห้องอย่างสบายใจก็ต้องมากังวลว่าจะมีใครตามมาบ้างหรือเปล่า ประหลาดสุดก็คงเป็นการ์ดชุดดำที่ถูกส่งมาตามดูเขาแบบแอบ ๆ (ซึ่งชานยอลเห็น) เพราะรู้ว่าผู้ชายคนนั้นถูกแบคฮยอนส่งมา แล้วคนธรรมดาอย่างเขาจะทำอะไรได้นอกจากเมินเฉยกับทุกอย่างเพื่อให้อีกฝ่ายท้อใจไปเอง


หนักกว่านั้นก็คือตัวของแบคฮยอนนั่นแหละที่ตามเขาไปเกือบทุกที่ ไม่รู้ว่าอาชีพไอดอลมันว่างมากขนาดนั้นหรือยังไงถึงได้ตามเขาแบบนี้ ตามไปข้างนอกก็ว่าอันตรายแล้ว แต่ดันตามมาถึงหน้าห้องคอนโดเนี่ยสิอันตรายยิ่งกว่า และตอนนั้นไม่รู้ว่าลืมตัวหรือว่าพลาดท่ายังไง ที่จู่ ๆ ก็ยอมให้คีย์การ์ดสำรองห้องไว้โดยที่แบคฮยอนให้เหตุผลว่า


พี่ไม่กลัวเป็นข่าวกับเราหรอที่มีดารามารอหน้าห้องหน่ะ


และนั่นก็คงเป็นเหตุผลหลักที่ทำให้แบคฮยอนเข้ามาในห้องนี้ได้

 




 

“มาทำไม”


เจ้าของห้องว่าเสียงแข็งขณะที่จ้องใบหน้าเนียนใสของดาราตรงหน้า


“ถามมาได้ ก็เรามารอพี่ไง” และคำตอบของอีกฝ่ายก็ทำให้คนฟังขมวดคิ้ว


“ไม่มีงานทำรึไง กลับห้องของคุณไปได้แล้ว” สรรพนามห่างเหินไม่ได้ทำให้คนตรงหน้าสะทกสะท้าน แบคฮยอนแค่เบะปากไหวไหล่เล็กน้อยเท่านั้น


“อีกละ ทำไมพี่ชอบไล่ให้เรากลับห้องจังอ่ะ แล้วนี่ไปไหนมา ทำไมเพิ่งกลับมาป่านนี้ เรามารอตั้งนานแล้วนะ” คนเด็กกว่าว่าขณะที่จ้องหน้าเจ้าของห้องอย่างต้องการคำตอบ


“ใครใช้ให้มารอ ไม่ได้ขอ”


คำพูดร้ายกาจยังคงหลุดออกมาจากริมฝีปากหนา ทำเอาแบคฮยอนที่รีบถ่อมารอถึงกับอ้าปากเหวอทันที


“รู้หรอกว่าไม่ได้ขอไว้ แต่เราอยากมารออ่ะ แล้วพี่กลับห้องให้มันเร็วกว่านี้หน่อยไม่ได้รึไง” ชานยอลเลือกที่จะไม่สนใจเสียงของอีกฝ่าย เขากรอกตามองรอบห้องก่อนจะพรูลมหายใจ เสียเวลาพักผ่อนไปตั้งเท่าไหร่แล้วที่เอาแต่ยืนเถียงกับนักร้องของสังคม


สุดท้ายก็ปล่อยให้อีกคนยืนกระฟัดกระเฟียดโดยที่ตนก็เดินเข้ามาในห้อง ทิ้งตัวนั่งลงบนโซฟา ชานยอลถอนหายใจเฮือกใหญ่แล้วหลับตานิ่งเพื่อพักผ่อน แต่เสียงของบุคคลที่สองภายในห้องก็เอาแต่ถามซักไซ้เขาไม่เลิก


“สรุปวันนี้พี่ไปไหนมา ทำไมกลับช้า ไปเลี้ยงวันเกิดมาหรอ” แบคฮยอนเดินอ้อมมายังหลังโซฟาแล้วเท้าแขนเอาไว้


“ของแบบนั้นจะจัดไปทำไม ไร้สาระ” ชานยอลก็ยังเป็นคนเดิมที่ไม่เคยให้ความสำคัญกับวันพิเศษแบบนั้นเท่าไหร่ มันทำให้แบคฮยอนรู้สึกขัดใจหน่อย ๆ .. ก็แค่หน่อยเดียวเท่านั้นเอง


เพราะเมื่อก่อนชานยอลก็เป็นคนแบบนี้


“ไร้สาระตรงไหน นี่มันวันเกิดพี่ทั้งทีนะ” คนตัวเล็กว่า นึกย้อนกลับไปเมื่อตอนนั้น ตอนที่ยังคบกันแล้วทุก ๆ ปีแบคฮยอนจะคอยเป็นคนจัดงานวันเกิดให้แบบเงียบ ๆ “แต่ก็ดีแล้ว ถ้าพี่ไม่ได้ไปฉลองงานวันเกิดที่ไหนก็ถือว่าพี่อยากอยู่ฉลองงานวันเกิดกับเราใช่ป้ะ? เนี่ย! เราซื้อเค้กช็อกโกแลตที่พี่ชอบมาให้ด้วยนะ เราว่าพี่ต้องชอบมันมากแน่ ๆ เลย—”


“เงียบหน่อยได้ไหม”


ไม่ทันที่นักร้องหนุ่มจะพูดจบ เจ้าของห้องก็โพล่งขัดขึ้นมาทำเอาริมฝีปากบางชะงักนิ่ง ชานยอลพรูลมหายใจอีกครั้งอย่างเหนื่อยล้า เขาเพลียจากการทำงานมามากพอแล้ว และเสียงของแบคฮยอนกำลังจะทำให้เขาประสาทเสีย


พอถูกปรามให้เงียบคนตัวเล็กก็ยืนเม้มปากนิ่ง บรรยากาศเงียบกริบเข้ามาปกคลุมห้องอีกครั้ง และแบคฮยอนก็ไม่ชอบเอาเสียเลย เขาจ้องแผ่นหลังกว้างของอีกฝ่ายครู่หนึ่งก่อนจะตัดสินใจเดินเงียบ ๆ ไปยังโซนห้องครัว เมื่อเห็นเวลาบนผนังห้อง แบคฮยอนก็คิดว่ามันจวนจะหมดเวลาของวันนี้เสียแล้ว


มือเรียวหยิบเอาเค้กช็อกโกแลตที่เตรียมไว้ในตู้เย็นออกมา มันไม่ได้ใหญ่มากเท่าไหร่ เป็นแค่เค้กครึ่งปอนด์เพราะว่าพี่ชานยอลไม่ค่อยชอบกินของหวาน จัดการปักเทียนหนึ่งเล่มแล้วหยิบไฟแช็กขึ้นมาจุดไฟ เมื่อเปลวไฟเล็ก ๆ สว่างขึ้น เขาก็ยกเค้กก้อนเล็กขึ้นมาก่อนจะเดินไปนั่งข้างเจ้าของห้องที่เอาแต่นอนนิ่ง


“พี่ชานยอล เป่าเค้กหน่อยดิ เดี๋ยวจะเลยวันเกิดนะ”


“...”


“พี่ชานยอล”


แบคฮยอนยังคงรบเร้าคนนอนไม่เลิก เขาอยากให้ชานยอลลืมตาขึ้นมาสนใจกับเค้กตรงหน้า อาจจะหลับตาอธิฐานอะไรสักอย่างแล้วเป่าเทียนในตอนนี้ อย่างน้อยก็เป็นช่วงเวลาก่อนจะที่ล่วงเลยสู่วันใหม่


“พี่ชานยอล..”


“แบคฮยอน บอกแล้วไงว่าให้—”


กลายเป็นชานยอลที่พูดอะไรไม่ออกเมื่อใบหน้าของแบคฮยอนอยู่ใกล้ไม่ถึงคืบ ชายหนุ่มผงะไปด้านหลังพร้อมกับสีหน้าตกตะลึง แบคฮยอนยื่นหน้าเข้ามาใกล้เกินไป แต่สายตาก็เหลือบเห็นเค้กครึ่งปอด์นที่มีเทียนปักไว้พร้อมกับไฟสีเหลือง


ยอมรับว่าในตอนนั้นจิตใจของเขาหล่นวูบไปถึงตาตุ่ม มันกระตุกไม่เป็นจังหวะเมื่อถูกดวงตาใสแจ๋วของอดีตคนรักจ้องมองอย่างมีความหวัง เหมือนแบคฮยอนรู้ว่าทำอย่างไรเขาถึงจะยอมเชื่อฟัง และสายตานั่นก็ส่งข้อความบางอย่างมาให้เป็นนัยว่า


‘เป่าสิ เป่าเร็ว’


แล้วยังกระพริบตาปริบ ๆ ใส่ ขอถามหน่อยเถอะว่าคนธรรมดาอย่างชานยอลจะทำอะไรได้ แน่นอนล่ะว่าเขาไม่พอใจเท่าไหร่กับการกระทำบางอย่างที่อีกฝ่ายชอบยัดเยียดให้ ถึงจะหันหน้าหนีไปทางอื่นยังไงเขาก็ยังรู้สึกว่ามีชนักอันเขื่องติดหลังไว้อยู่


สุดท้ายก็ถอนลมหายใจเฮือกใหญ่เป็นรอบที่ร้อยของวัน ก่อนจะเป่าเทียนเล่มเล็กนั่นจะได้จบ ๆ กันไปเสียที


เมื่อเจ้าของวันเกิดเป่าเทียนดับแล้ว แบคฮยอนก็ยิ้มกว้างด้วยความดีใจ เขาไม่รู้หรอกว่าเมื่อครู่ชานยอลได้อธิฐานอะไรไหม แต่จะถือว่าที่หลับตาเมื่อครู่คือการอธิฐานก็แล้วกัน (แม้ว่าความจริงจะหลับก็ตาม) เมื่อเทียนดับคนตัวเล็กก็วางเค้กไว้ที่โต๊ะรับแขก ก่อนจะตะแคงตัวเองพิงกับพนักโซฟาจ้องใบหน้าหล่อเหลาของคนข้างกาย


“เสียดายจัง วันนี้เราวุ่นทั้งวันเลยไม่ได้เตรียมของขวัญวันเกิดให้นอกจากซื้อเค้ก พี่อยากได้อะไรเป็นพิเศษไหม” สำหรับแบคฮยอนว่ามันเป็นเรื่องเสียมารยาทอย่างหนึ่งที่ถามไถ่เจ้าของวันเกิดว่าอยากได้ของขวัญแบบไหน


ไม่รู้สิ.. ถ้าเป็นเมื่อก่อนแบคฮยอนก็คงจะเดาออกหรอกว่าชานยอลชอบอะไร และไม่รู้ว่าตอนนี้คนตรงหน้าจะเปลี่ยนไปมากแค่ไหน จริง ๆ ก็อาจจะสังเกตได้จากนิสัยที่ดูนิ่งขึ้น ดูเป็นผู้ใหญ่ และอารมณ์เย็นมาก ๆ ซึ่งต่างจากเมื่อก่อนลิบลับ..


ไม่เหมือนแบคฮยอนที่ยังเหมือนเดิม


“ไม่” ชายหนุ่มตอบขณะหลับตานิ่ง


“อยากได้หน่อยดิ ขออะไรก็ได้ เราให้หมดเลย” แบคฮยอนเขยิบเข้าไปใกล้ร่างสูงเล็กน้อย แต่ชานยอลก็พลิกตัวไปอีกทาง กลายเป็นว่าเหมือนนั่งหันหลังให้กับแบคฮยอน ทำเอาคนมองถึงกับเบ้ปากให้กับความเล่นตัวไม่เลิกของอีกคน


“เก็บเงินไว้ทำอย่างอื่นเถอะ” เสียงทุ้มพูด


“โหย เงินเรามีเยอะแล้วอ่ะ อยากใช้บ้าง พี่อยากได้อะไรไหม อืม.. โฮมเทียร์เตอร์ไหม หรือว่ากีต้าร์ไฟฟ้า แต่ตัวที่เราเคยซื้อให้ยังอยู่ในห้องนอนพี่เลย เรานึกว่าพี่จะทิ้งไปแล้วซะอีก ชอบใช่ไหมล่ะ?”  แบคฮยอนพูดจ้อในขณะที่ถือวิสาสะจะเอาคางมาเกยไหล่อีกฝ่าย แต่ไม่ทันจะได้เข้าใกล้ ชายหนุ่มร่างสูงก็ขยับตัวออกด้วยความรวดเร็วก่อนจะหันขวับมาหาเขา ทำเอาแบคฮยอนหวืดไปข้างหน้าจนเกือบจะทิ่มเบาะโซฟา


“นี่เข้าห้องนอนผม?”


ชานยอลจ้องคนตรงหน้า ถามด้วยประโยคที่มีสรรพนามสุดห่างเหินอีกต่างหาก ชายหนุ่มเห็นอีกฝ่ายอ้าปากค้าง พลางถดตัวกลับไปนั่งเหมือนเดิมแล้วทำสีหน้าสำนึกผิด


ใช่ แบคฮยอนกำลังทำผิด


ก่อนที่ชานยอลจะให้คีย์การ์ดสำรองกับแบคฮยอนไป เรามีข้อตกลงระหว่างกันคือจะไม่เข้าไปวุ่นวายในพื้นที่ส่วนตัวเด็ดขาด แต่เมื่อกี้แบคฮยอนเพิ่งพูดว่าเห็นกีต้าร์ในห้องนอนของเขา


แอบเข้าห้องเขางั้นหรอ..


“ก็..ก็เราหนาวอ่ะ เราแค่จะเข้าไปเอา..ผ้าห่ม” คนตัวเล็กตอบเสียงเบาด้วยความกังวลที่กำลังก่อตัวขึ้น ความซุกซนของตนกำลังจะพาความซวยมาเยือนเสียแล้ว ยิ่งสายตาของชานยอลจ้องเขม็ง มันก็ทำให้แบคฮยอนรู้สึกเสียวสันหลังวาบจนต้องเขยิบถอยหลังไปตั้งหลัก


“โธ่ เราขอโทษได้ไหมล่ะ? เราไม่ได้ตั้งใจซะหน่อย แค่จะเข้าไปเอาผ้าห่มเท่านั้นแหละ” แต่ระหว่างที่พูดสายตาก็เหลือบเห็นผ้าห่มผืนเล็กที่เจ้าของห้องเอาออกมาไว้ตั้งแต่เมื่อกลางวัน เหมือนประโยคก่อนหน้ามันกำลังจะฆ่าแบคฮยอนให้ตาย และแน่นอนว่าสายตาของชานยอลก็จับได้ว่าเขากำลังโกหก


ให้ตายสิ อย่ามาจับผิดกันแบบนี้นะ!


“พี่..พี่ไม่ต้องมาเนียนเลยนะ! ก็เรามารอพี่ตั้งแต่ทุ่มกว่า! อัดรายการวิทยุเสร็จก็รีบดิ่งมานี่เลย พี่นั่นแหละที่กลับมาตั้งห้าทุ่ม ใครกันแน่ที่ควรโกรธ”


ไม่รู้อารมณ์ไหนที่จู่ ๆ แบคฮยอนก็เอาเรื่องของชานยอลมาเป็นเหตุผลในการโวยวายกลบเกลื่อนเรื่องของตน เขาเคืองอีกฝ่ายมากแค่ไหนใครจะไปรู้ ปล่อยให้บยอนแบคฮยอนรอตั้งนานสองนาน เวลาของเขาเป็นเงินเป็นทองเชียวนะ ให้เอาเวลาไปอัดรายการต่อป่านนี้ก็คงมีเงินใช้ไปอีกสามชาติ


แต่ช่างเถอะ.. เพื่อชานยอล เขายอมเสียเวลาเหล่านั้นไปก็ได้


“ไม่ต้องมาจ้องหน้าแบบนั้นเลยนะ ตัวเองนั่นแหละมาช้า อย่ามาเนียนโมโหหน่อยเลย” แบคฮยอนเบะปากใส่


“ใครกันแน่ที่เนียนโมโห”


“ก็! ก็มันน่าโมโหไหมล่ะ?!” คราวนี้นักร้องหนุ่มก็ได้แต่หันไปทางอื่นเพื่อกลบเกลื่อนความผิดของตัวเอง “พี่ปล่อยให้เรารอตั้งนาน นิสัยไม่ดี”


“แล้วใครใช้ให้มารอ ไม่พอใจก็กลับไปซะสิ”


ชานยอลไม่ได้สนใจหรอกว่าแบคฮยอนจะพูดอะไรยังไง เพราะตอนนี้เขาไม่พอใจที่อีกฝ่ายกำลังแหกกฎเข้าไปในห้องนอนของตัวเอง


“ได้ไง? เราไม่กลับหรอกนะ และพี่ก็ต้องง้อเราด้วยที่ปล่อยให้เรารอเก้อ!” คราวนี้แบคฮยอนกระแทกหลังกับพนักโซฟา ยกมือขึ้นกอดอกแล้วเสหน้ามองไปทางอื่น ทำเอาคนที่นั่งมองทุกการกระทำอย่างชานยอลส่ายหน้าเอือมกับนิสัยที่แก้เท่าไหร่ก็ไม่เคยหายเสียที


แบคฮยอนเอาแต่ใจตัวเองเป็นที่หนึ่ง


เมื่อก่อนชานยอลนึกสภาพตัวเองไม่ออกเลยว่าทำไมถึงยอมคบกับคนแบบนี้ แถมยังคบกันนานมาเป็นปี ถึงจะเลิกกันไปพักใหญ่ เขาคิดว่าอะไร ๆ ก็คงเปลี่ยนไปบ้าง แต่เปล่าเลย แบคฮยอนยังคงเป็นแบคฮยอนคนเดิม เมื่อก่อนเคยเอาแต่ใจยังไง ทุกวันนี้ก็อาจจะเป็นยิ่งกว่าเดิมด้วยซ้ำ


เขารู้หรอกว่าแบคฮยอนทำแบบนั้นเพื่อที่จะเรียกร้องความสนใจจากเขา ดูเหมือนว่าสกิลของอีกฝ่ายจะแกร่งขึ้นมากกว่าเก่า เพราะไม่ว่าจะปฏิเสธรุนแรงใส่หรือเมินเฉยยังไง แบคฮยอนก็ยังเอาแต่วุ่นวายกับชานยอลไม่เลิก พูดอะไรไปก็ไม่เคยฟังซักอย่าง ดื้อด้านหน้ามึนเป็นที่หนึ่ง และต่อให้พูดจาทำร้ายจิตใจไปมากแค่ไหน สุดท้ายคำพูดของเขาก็ไม่เคยทะลุเข้าไปในความคิดของแบคฮยอนอยู่ดี


ผ่านไปเกือบห้านาทีที่ปล่อยให้เด็กจอมมึนนั่งหน้างออยู่บนโซฟา ชานยอลตัดสินใจลุกขึ้นเดินไปยังห้องครัวเพื่อหาน้ำเย็น ๆ ดื่ม เขาได้ยินเสียงกระฟัดกระเฟียดของแบคฮยอนอีกครั้ง ทั้งยังทำรุนแรงกับหมอนของเขาด้วยการฟาดมือใส่ไม่ยั้ง ก่อนที่กรอบหน้าเรียวจะเอี้ยวตัวมามองเขาแล้วพูดเสียงดังใส่


“ตกลงพี่จะง้อเราไหม?!”


ชานยอลมองครู่หนึ่งก่อนจะหันหน้าไปทางอื่นอย่างไม่สนใจ แค่นั้นก็ไม่ต้องจินตนาการหน้าของอีกฝ่ายหรอกว่าตอนนี้อยากจะฆ่าเขามากแค่ไหน


“เออ! ไม่ง้อก็ไม่ง้อ! เราหายงอนเองก็ได้” พูดจบก็ลุกขึ้นเดินตามคนตัวสูงมายังโซนห้องครัว แบคฮยอนยืนพิงกับขอบประตูก่อนจะจดจ้องอีกฝ่ายที่กำลังง่วนอยู่กับอ่างล้างจาน


“แล้วสรุปพี่อยากได้อะไรเป็นของขวัญอ่ะ”


“ไม่อยากได้” ชายหนุ่มว่าขณะปิดก๊อกน้ำแล้วเดินผ่านคนตัวเล็กออกไปยังฝั่งห้องนั่งเล่นอีกครั้ง และแน่นอนว่าแบคฮยอนก็ตามมา


“ได้ไงอ่ะ เราอยากซื้อของขวัญให้พี่จริง ๆ นะ เราอยากรู้ว่าพี่อยากได้อะไร ไม่อยากไปซื้อสุ่มสี่สุ่มห้าเดี๋ยวพี่ไม่ชอบเราจะเสียใจอ่ะ แต่ถ้าพี่อยากได้อะไรก็บอกเรามาตามตรงเลย เราจะรีบหามาให้พี่ทันที เพราะเรารวยมาก และเราก็เลี้ยงพี่ได้ตลอดชีวิตด้วยนะ” เป็นการถามไถ่เรื่องของขวัญที่สอดแทรกการพรีเซนต์ตัวเองได้อย่างหนักหน่วงมากในเวลาเดียวกัน ชานยอลรู้ว่าแบคฮยอนรวย แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าเขาจะมีความคิดที่อยากได้อะไรจากอีกฝ่ายเสียหน่อย


“แก่แดด” คงมีแค่คำนี้แหละมั้งที่ชานยอลนึกออก


“แก่แดดอะไร เรา 26 ละเหอะ ละตอนนี้พี่ก็ 28 ไม่มีใครแก่แดด มีแต่คำว่าเหมาะสมเท่านั้น!” แบคฮยอนยกยิ้มอย่างทะเล้น เขาเห็นชานยอลนั่งลงบนโซฟาอีกครั้งแต่ก็ไม่ได้เดินเข้าไปนั่งข้าง ๆ เหมือนเดิม เพียงแต่ยืนอยู่หลังโซฟาแล้วโน้มใบหน้ามองอีกฝ่ายเท่านั้น


“สรุปอยากได้อะไร”


“ถ้าขอแล้วจะให้รึไง”


“ทุกอย่าง”


“ถ้างั้นขอคีย์การ์ด”


คำตอบของชานยอลทำเอาคนฟังตาโตทันที ก้อนเนื้อกลางอกกระตุกวูบวาบ แถมตอนนี้แบคฮยอนก็รู้สึกไม่ค่อยเชื่อหูตัวเองเท่าไหร่นักเมื่อได้ยินแบบนั้น


“คีย์การ์ดอะไร..”


“คอนโด”


ยิ่งได้ยินคำนั้นเขาก็รู้สึกตื่นเต้นแบบแปลก ๆ


“คอนโด..คอนโดเราหรอ—”


“ของผม”


“...”


“ขอคีย์การ์ดคอนโดผมคืนด้วย”


พูดจบก็แบมือยื่นมาตรงหน้า คนฟังนิ่งค้างไปครู่ใหญ่ก่อนจะได้สติ


“อะไร? ให้แล้วมาขอคืนได้ไง?” แบคฮยอนรีบดีดตัวให้ออกห่างจากเจ้าของห้องทันที จู่ ๆ มาขอของที่ตนเคยให้เขาแบบนี้ได้ยังไงกัน?!


“ก็คุณทำผิดกฎ”


“แค่เข้าห้องนอนพี่เนี่ยนะ? ทีเมื่อก่อนพี่ยังให้เราเข้าได้เลย”


“แล้วตอนนี้มันเหมือนเมื่อก่อนรึไง?”


“เออ ก็รู้ว่ามันไม่เหมือน ทำไมชอบย้ำนักล่ะ?!”


“แล้วทำไมคุณต้องเข้าไปวุ่นวายในส่วนที่ผมไม่อยากให้ยุ่งด้วยล่ะ?” น้ำเสียงที่ดังขึ้นของชานยอลทำให้นักร้องหนุ่มชะงัก


“...”


“ไหนว่าเราตกลงกันแล้วไงว่าจะไม่ก้าวก่ายเรื่องส่วนตัวของกันและกันไง” ชานยอลพูด “คุณลืมหรอว่าคุณมีหน้าที่ของคุณ ผมก็มีหน้าที่ของผม การที่คุณมาตัดพ้อน้อยใจว่าทำไมผมถึงกลับห้องช้า ขอถามหน่อยเถอะว่ามันใช่เรื่องที่ผมต้องบอกให้คุณรู้ทุกอย่างไหม?”


“...”


“ในเมื่อคุณก็รู้ว่าผมมีงานต้องทำ ส่วนคุณ ถ้าว่างมากทำไมไม่กลับไปนอนที่ห้องของตัวเองล่ะ? คุณจะมารอผมทำไม พรุ่งนี้มีถ่ายงานเช้าไม่ใช่หรอ? กลับห้องของตัวเองไปซะสิ”


คล้ายกับระเบิดเวลาที่รอช่วงจังหวะที่เหมาะสม ชานยอลจ้องอีกคนในขณะที่เพิ่งระเบิดคำพูดของตัวเองอย่างลืมตัว แต่ก็นั่นแหละ ที่พูดออกไปทั้งหมดก็คือความในใจของเขาเอง ชานยอลไม่เคยขอให้อีกฝ่ายมารอที่ห้อง และเขาก็ไม่ต้องการให้แบคฮยอนมาเสียเวลากับเรื่องแบบนี้ด้วยซ้ำ


ความจริงแบคฮยอนควรจะกลับห้องไปซะ ไม่ใช่ว่าหาเรื่องมาห้องเขาได้ทุกวี่ทุกวัน ถึงมันจะไม่ได้บ่อยมาก แต่มันก็ไม่สมควรที่จู่ ๆ นักร้องดังจะแอบย่องเข้าห้องคนอื่นแบบนี้ เกิดมีนักข่าวถ่ายภาพได้ขึ้นมาคนที่ซวยจะเป็นแบคฮยอน ไม่ใช่เขา


“พี่รู้ด้วยหรอว่าผมมีถ่ายงานตอนเช้า..”


“...”


“ถ้ารู้แล้วทำไมไม่รีบกลับให้เร็วกว่านี้หน่อยล่ะ.. อ่อ พี่มีงานนี่นะ.. ช่างมันเถอะ” เสียงของแบคฮยอนอ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด เขาถึงกับไปต่อไม่ถูกเมื่อได้ยินชานยอลพูดแบบนั้นใส่ ไม่ใช่ว่าไม่รู้สึกอะไรหรอกนะ.. แต่มันก็.. ไม่รู้สิ.. ไม่รู้จะพูดอะไรเลย


แวบแรกแบคฮยอนก็รู้สึกเสียใจอยู่หรอกที่ถูกพูดแบบนั้นใส่ กลายเป็นว่าเขาเองที่นิสัยไม่ดีเข้าไปยุ่มย่ามในพื้นที่ส่วนตัว ทั้งยังมารออีกฝ่ายโดยที่ทางนั้นเองก็ไม่ได้ขอมา แต่ก็ดีใจที่ชานยอลยังจำได้ว่าพรุ่งนี้เขาต้องไปทำอะไรบ้าง ไม่รู้ว่าที่พูดเพราะรู้จริงหรือว่าแค่พูดไปงั้น มันทำให้แบคฮยอนเกิดความสับสน


เขาควรจะดีใจหรือเสียใจมากกว่ากัน


คนตัวเล็กยืนนิ่งอยู่พักหนึ่ง เขาไม่ได้พูดอะไรต่อในขณะเดียวกับที่อีกฝ่ายก็ยังนั่งเงียบอยู่ แบคฮยอนเม้มปากแน่นจนเป็นเส้นตรง กลอกตาซ้ายขวาอย่างใช้ความคิด ทั้งยังรู้สึกว่าร่างกายตัวเองมันเก้กังขาดความมั่นใจไปเสียหมด ผนวกกับอีกคนที่นิ่งผิดปกติด้วยแล้ว แบคฮยอนก็ไม่รู้ว่าควรจะทำตัวอย่างไรเลย


“..ขอโทษนะที่แอบเข้าไปในห้องนอนพี่ เราแค่อยากรู้ว่าพี่อยู่ยังไงบ้าง..”


“...”


“พี่ยังซักเสื้อผ้าใส่เองอยู่ไหม มีเวลาเปลี่ยนผ้าปูที่นอนบ้างรึเปล่า” แบคฮยอนยกมือเกาท้ายทอยเล็กน้อย “จริง ๆ .. เราแอบเปลี่ยนให้หมดแล้วนะ แล้วก็เอาอันเก่าซักตากให้เรียบร้อยแล้ว ส่วนเสื้อผ้าของพี่.. เราซื้อน้ำยาซักแบบตากตอนกลางคืนมาให้ เพราะพี่คงไม่ว่างซักตอนกลางวัน” ทำไมแบคฮยอนจะไม่รู้ว่าเมื่อก่อนชานยอลเป็นแบบไหน ปัจจุบันเปลี่ยนไปมากน้อยยังไงก็คงสังเกตได้จากสิ่งของภายในห้อง


“...”


“แล้วก็ในตู้เย็น.. อะไรที่มันเสียเราเก็บไปทิ้งให้หมดแล้ว เหลือเบียร์อยู่สองกระป๋องแต่ว่าเราแอบเปิดกินไปป๋องนึงอ่ะ..” ขณะที่พูดก็ก้มหน้ามองปลายเท้าตัวเองด้วยความรู้สึกผิด .. ก็แค่เล็กน้อยเท่านั้น  “เราซื้อของสดเข้ามาใส่ให้นิดหน่อยกับพวกอาหารแช่แข็ง แต่พี่อย่ากินบ่อยนะ มันไม่ดีต่อสุขภาพ หรือถ้าอยากสั่งแบบเดลิเวอรี่เราก็แปะเบอร์ไว้หน้าตู้เย็น มีแต่ร้านที่เราว่าพี่ต้องชอบแน่ ๆ ถ้าหิวก็โทรสั่งได้นะ..”


“...”


“คง..คงไม่มีอะไรแล้วมั้ง งั้นเดี๋ยวเรากลับแล้วแหละ..” พูดทุกอย่างจบแบคฮยอนก็เดินอ้อมไปหยิบกระเป๋าของตัวเองขึ้นมาถือไว้ ชั่งใจคิดว่าควรจะพูดอะไรต่อไปดี เขายืนมองชานยอลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะผินหน้าไปทางอื่นแล้วเดินไปยังหน้าห้อง สวมรองเท้าอย่างอ้อยอิ่ง(ถ่วงเวลา)เสร็จก็เปิดประตูเตรียมจะออกไปข้างนอก แต่ก็ชะงักฝ่าเท้าตัวเองเอาไว้แล้วหันกลับมามองแผ่นหลังเจ้าของห้องอีกครั้ง


“สุขสันต์วันเกิดนะพี่ชานยอล”


“...”


“ปีนี้ผมขอให้พี่มีความสุขมาก ๆ แล้วก็.. ขอให้เจอแต่เรื่องดี ๆ นะ”


“...”


“ลาก่อนครับ”

 

 

เสียงสุดท้ายจบลงพร้อมกับเสียงปิดประตูที่ดังขึ้นในเวลาต่อมา ซึ่งก็ทำให้รู้ว่าเจ้าของเสียงเมื่อครู่ได้ออกจากห้องไปแล้ว


ชานยอลปล่อยให้ความเงียบเข้ามาปกคลุมพื้นที่ตัวเองอีกครั้งก่อนจะพรูลมหายใจ เอนตัวพิงพนักโซฟาด้วยความเหนื่อยล้า คิดทบทวนกับการกระทำของตัวเองเมื่อครู่ ทวนดูว่าสิ่งที่ตนพูดไปนั้นได้ทำร้ายจิตใจของแบคฮยอนบ้างไหม หรือต่อให้รู้ว่าตัวเองพูดแรงยังไง ก็อยากให้เข้าใจว่าทุกอย่างที่ชานยอลทำไปมันคือความตั้งใจของเขาจริง ๆ


มันไม่มีประโยชน์อะไรเลยที่จะรักษาน้ำใจกับอีกฝ่ายที่จบความสัมพันธ์กันไปแล้ว หรือต่อให้เปลี่ยนสถานะเป็นพี่น้อง คนรู้จัก หรืออะไรก็ตาม สำหรับคนที่ยังรู้สึกเหมือนเดิมอยู่ ดูเหมือนว่าจะไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะเปลี่ยนสถานะไปเป็นอย่างอื่น


ใช่—มันจะง่ายกว่านี้ถ้าเขาไม่ได้รักแบคฮยอน


ตลอดเวลาที่ตัดสินใจตัดอีกฝ่ายออกจากชีวิต ชานยอลก็ไม่เคยมีความคิดที่จะหาใครมาแทนที่อีกฝ่าย เขาพยายามใช้ชีวิตให้เรียบง่าย ไม่หวือหวา ไม่โหยหาเรื่องความรัก วัน ๆ เอาแต่ทำงานให้หนัก เพื่อที่ว่าตนจะไม่ได้ว่างไปนั่งคิดถึงใคร


จนกระทั่งเรากลับมาเจอกันอีกครั้ง


ถามว่าคิดอยากจะสานสัมพันธ์ต่อไหม ชานยอลก็จะตอบว่าเขาเคยคิด แต่ต่อให้รู้สึกกับแบคฮยอนเหมือนเดิมยังไง มันก็คงเป็นไปไม่ได้กับความสัมพันธ์ที่จะเกิดขึ้น ที่ชานยอลเมินเฉย ปฏิเสธน้ำใจของแบคฮยอนทุกครั้งก็เพื่อทำให้อีกฝ่ายตัดใจ เขาไม่อยากให้อีกคนรู้สึกว่ากำลังถูกให้ความหวัง แต่ดูเหมือนว่าเขาจะพลาดท่าเสียทีที่ยกคีย์การ์ดสำรองห้องให้แบคฮยอน  


เท่านั้นก็ดูเหมือนจะเป็นการเปิดโอกาสให้อีกคนเข้ามาในชีวิตมากขึ้น


โอเค ชานยอลรู้ตัวว่าเขากำลังพลาดไป ซึ่งเขาก็ไม่อยากให้ความผิดพลาดมันเกิดขึ้นซ้ำสอง หลายครั้งที่เขามักใช้คำพูดรุนแรงเพื่อให้แบคฮยอนเจ็บช้ำน้ำใจ แต่ยิ่งอีกฝ่ายรู้สึกเจ็บกับเขามากเท่าไหร่ ชานยอลก็เจ็บมากกว่าหลายเท่า


เคยคิดนะว่าถ้าวันนั้นเราไม่บังเอิญเจอกันในซูเปอร์ ทุกวันนี้เขาจะยังได้มีโอกาสเจอกับแบคฮยอนอีกไหม เขาอาจจะได้รู้เรื่องราวของอีกฝ่ายผ่านทางโทรทัศน์หรือจากรุ่นน้องอย่างจอนจองกุกก็ได้ แต่ทุกอย่างก็เปลี่ยนไปเมื่อโลกเหวี่ยงเราให้มาเจอกันอีกครั้ง


เหมือนความตั้งใจตลอดเวลาสามปีมันพังทลายลง หลังจากที่พยายามตัดใจจากอดีตคนรัก ความรู้สึกที่ยังคั่งค้างอยู่ในใจก็ไม่มีท่าทีว่ามันจะลดน้อยด้วยซ้ำ พานแต่มากจะขึ้นไปเรื่อย ๆ เมื่อเรามีโอกาสได้มาอยู่ใกล้กัน แน่นอนว่าชานยอลอยากจะกันตัวเองให้ออกห่าง หลีกเลี่ยงทุกอย่างที่อาจจะทำให้ตัวเองรู้สึกมากไปกว่านี้


สุดท้ายก็ทำไม่ได้ เมื่อแบคฮยอนทำให้เขาใจเต้นเหมือนครั้งแรกที่เราเจอกัน


ยอมรับก็ได้ว่ายังรักและคิดถึงมาก

 

แต่ชานยอลก็ยังรักตัวเองมากเหมือนกัน


เขาได้ใช้เวลาทบทวนเรื่องราวของเราทั้งคู่แล้ว หลาย ๆ อย่างมันกลายเป็นเรื่องยากที่จะสานต่อความรู้สึกของเรา และชานยอลก็คิดทุกอย่างมามากพอแล้ว มากพอที่จะตัดสินใจได้ว่า เขาไม่ควรถลำลึกกับความรู้สึกของตัวเองมากไปกว่านี้ และคนมีชื่อเสียงอย่างแบคฮยอนไม่ควรมาจมปลักกับเขา แบคฮยอนควรจะเดินต่อไปข้างหน้า เพื่อไปเจอใครสักคนที่ดีกว่าเขา


ใครสักคนที่คอยอยู่ข้าง ๆ และไม่ทำให้เสียใจ


ใครสักคนที่ดูแลอีกฝ่ายได้ดีกว่าที่เขาเคยดูแล


ใครสักคนที่รักแบคฮยอนมากกว่าเขา


แม้ว่าวันนี้ทั้งคำพูดและการกระทำของชานยอลอาจจะทำให้แบคฮยอนเสียใจ ยิ่งอีกฝ่ายพยายามทำทุกอย่างให้เหมือนตอนที่เรายังคบกันอยู่ แต่ชานยอลก็ไม่ได้รู้สึกอึดอัด ถึงปากจะพูดว่ารำคาญบ้าง ไม่ชอบใจบ้าง สุดท้ายเขาก็ยังรู้สึกดีใจทุกครั้งที่แบคฮยอนยังจำเรื่องราวของตนได้


และสิ่งเหล่านั้นก็ทำให้ชานยอลรู้สึกผิด


เขารู้สึกผิดที่ทิ้งแบคฮยอนไป—

 

 


ติ๊ด!    แกร็ก..



เสียงเปิดประตูหน้าห้องดังขึ้นอีกครั้ง เรียกความสนใจของชายหนุ่มให้หันไปมอง ก่อนจะเห็นร่างของคนที่เคยเดินออกไปแล้วกลับเข้ามาอีกครั้ง


บยอนแบคฮยอนยืนอยู่ตรงหน้าประตูพร้อมกับสีหน้าที่คล้ายกับคนจะร้องไห้อยู่รอมร่อ


“ไม่คิดจะตามออกไปง้อเราหน่อยหรอ”


เสียงเล็กว่าอย่างกระเง้ากระงอด ทำสีหน้าง้ำงอพอให้รู้ว่าตนกำลังรู้สึกอย่างไร ทำเอาคนที่อยู่ในห้องนั่งนิ่งค้างไปหลายวินาทีด้วยความงุนงง


“แล้วกลับมาทำไม”


“ก็กลับมาให้พี่ง้ออ่ะ.. พี่ไม่เห็นตามออกไปง้อเราเลย..”


“...”


“ทำแบบนี้เราเสียใจนะ..”


พอพูดออกไปแบบนั้น น้ำตาก็พานจะไหลออกมา เพราะอดีตแฟนหนุ่มอย่างชานยอลไม่ได้ตามออกไปง้อเขาเหมือนเมื่อก่อน เออรู้หรอกว่าตอนนี้ทุกอย่างมันเปลี่ยนไปแล้ว แต่อย่างน้อยชานยอลก็น่าจะรู้ไม่ใช่หรอว่าที่เขาพูดไปคือการประชดประชัน ไม่คิดจะตามออกไปง้อเลยสักนิด ปล่อยให้เขายืนรอเก้ออยู่หน้าห้องตั้งนานสองนาน


สุดท้ายก็พ่ายแพ้กับความคิดตัวเองโดยการใช้คีย์การ์ดสำรองแตะกลับเข้ามาเปิดห้องใหม่ ไหน ๆ ชานยอลเองก็ไม่คิดจะง้อเขา เขาเองก็ไม่อยากจะเดินหนีออกไปอีกแล้ว เพราะต่อให้ไปไกลแค่ไหนชานยอลก็คงไม่คิดจะตามง้อจริง ๆ นั่นแหละ


ถ้าเป็นแบบนั้นจริง ๆ คนที่เสียใจก็คงจะเป็นแบคฮยอน


แค่เมื่อครู่ที่ยืนรออยู่หน้าห้อง ก็ยังเสียใจเลย


ชายหนุ่มร่างสูงนั่งนิ่งมองคนตรงหน้าประตูด้วยความรู้สึกที่บอกไม่ถูก เอาเข้าจริงแล้วก็แอบใจหายอยู่เหมือนกันที่อีกฝ่ายยอมตัดใจเดินออกจากห้องไปง่าย ๆ แต่ใครจะไปคิดว่าจู่ ๆ จะกลับเข้ามาอีกครั้งพร้อมกับท้วงถามว่าทำไมไม่ตามออกไปง้อ


นั่นสิ.. ทำไมเขาไม่ตามออกไปง้อ


หลายความคิดสับสนตีวนกันอยู่ในหัว ทำเอาชานยอลได้แต่จ้องมองอีกคนที่ทำหน้าตาคล้ายคนจะร้องไห้ สุดท้ายก็ต้องถอนหายใจเฮือกใหญ่พร้อมกับกวักมือเรียกอีกฝ่ายให้เดินกลับเข้ามาในห้องอีกครั้ง


แน่นอนว่าแบคฮยอนเดินกลับเข้ามา


นักร้องหนุ่มคนดังยอมทิ้งศักดิ์ศรีและนิสัยเอาแต่ใจของตัวเองไว้หน้าห้อง กองทุกอย่างที่เคยทะนงตนไว้ด้านหน้าแล้วปิดประตู เขาก้าวเท้ากลับมาเหยียบห้องพักของอดีตคนรักอีกครั้งก่อนจะเดินไปทิ้งตัวนั่งลงข้าง ๆ อีกฝ่าย หลังจากที่ฝ่ามือหนาตบลงบนเบาะเบา ๆ


ชานยอลยังคงนั่งอยู่ที่เดิม ไม่ได้หันมามองคนข้าง ๆ ที่กำลังทำหน้างอได้ที่ เพราะถ้าเป็นเวลาปกติป่านนี้แบคฮยอนก็คงจะโวยวายว่าทำไมถึงได้ละเลยอีกฝ่ายมากขนาดนั้น แต่คราวนี้กลับเงียบผิดปกติ เงียบจนทำให้ชานยอลต้องยอมละทิ้งความคิดบางอย่างในใจ


ไม่ค่อยชอบเท่าไหร่เลยแหะ..


แต่เพราะรู้ว่าแบคฮยอนเป็นแบบนี้เพราะอะไร สายตาเหลือบมองเห็นบางสิ่งที่วางอยู่บนโต๊ะ มองมันครู่หนึ่งก่อนจะตัดสินใจหยิบซิปโป้ในกระเป๋าเสื้อขึ้น เปิดฝาเพื่อจุดเทียนเล่มเดิมให้สว่างอีกครั้ง


และการกระทำทุกอย่างของเขาก็อยู่ในสายตาของอีกคน


“เป่าเค้กวันเกิด ก็ต้องร้องเพลงวันเกิดไม่ใช่หรอ”


“...”


“ไม่คิดจะร้องเพลงให้หน่อยรึไง”


ได้ยินแบบนั้นคนฟังก็นิ่งไปชั่วขณะ จู่ ๆ โสตประสาทการรับรู้ทั้งสองข้างก็ดับสนิทเหมือนไม่ได้ยินเสียงอะไร นอกจากสายตาของอีกฝ่ายที่มองมายังเขาแล้ว แบคฮยอนก็ได้ยินเสียงหัวใจของตัวเองเต้นดังมากกว่าเสียงจากรอบข้าง


กระทั่งสายตาหลุบมองเค้กที่ตอนนี้กลับมาสว่างอีกครั้ง เท่านั้นฝ่ามือขาวทั้งสองข้างก็คอยประคองเค้กขึ้นมาถือไว้เหมือนเดิม แอบเม้มริมฝีปากเล็กน้อยด้วยความรู้สึกประหม่า ไม่รู้ว่าจริง ๆ ที่ทำไปแบบนั้นเพราะต้องการจะกลั้นยิ้มหรือกลั้นน้ำตา


แต่ที่แน่ ๆ แบคฮยอนดีใจที่คนตรงหน้าอยากฟังเขาร้องเพลง

 



“แซงอิล ชุก ฮา ฮัมนี ดา

แซงอิล ชุก ฮา ฮัมนี ดา

ซารังนึน.. ชานยอลอา

 


“ไม่ร้องแบบเดิมหรอ”


เสียงของอีกฝ่ายดังขัดขึ้น ทำให้แบคฮยอนชะงักไปครู่หนึ่ง จังหวะเดียวกับที่สบตามองกับคนตรงหน้า และในตอนนั้นความรู้สึกบางอย่างก็แล่นปรี่ขึ้นมาที่รอบดวงตา


“ร-ร้องได้หรอ” คนตัวเล็กถามเสียงเบา


“แล้วห้ามไว้รึไง”


“...”


“อยากร้องก็ร้องเถอะ”


เท่านั้นก็ทำเอาริมฝีปากบางคลี่ยิ้ม


“งั้น..งั้นเราขอร้องใหม่นะ” เหมือนรู้แล้วว่าตอนนี้ตัวเองสามารถทำอะไรได้บ้าง ความมั่นใจที่เคยหดหายไปในตอนแรกก็กลับเข้ามาอีกครั้ง และแบคฮยอนก็อยากจะร้องเพลงวันเกิดให้เพราะที่สุดเท่าที่เคยร้องมาเลย



 

“แซงอิล ชุก ฮาฮัมนีดา

แซงอิล ชุก ฮา ฮัมนีดา

ซารังนึน.. ชากียา

แซงอิล ชุก ฮา.. ฮัมนีดา..ฮึก”


**ชากียา แปลว่า ที่รัก


            เสียงสะอื้นดังเล็ดออกมาในตอนท้ายพร้อมกับน้ำสีใสที่ไหลออกมาจากดวงตาของแบคฮยอน คนตัวเล็กร้องไห้ในขณะที่ร้องเพลงวันเกิดให้เขา มือขาวยกปาดมันลวก ๆ ก่อนจะยืนเค้กมาตรงหน้าชานยอล


“รีบ ๆ เป่าสิ ฮึก จะได้โป๊ะ ๆ กับเราต่อ ฮึก”


เพราะถ้าเอาตามแบบเดิมทุกอย่าง หลังจากที่ร้องเพลงวันเกิดให้ เจ้าของงานต้องหลับตาอธิฐาน ก่อนจะลืมตาแล้วเป่าเทียนให้ดับ ปิดท้ายด้วยกันจุ๊บกันสองครั้งเพื่อให้งานวันเกิดเสร็จสมบูรณ์


“หึ” ชานยอลแค่นหัวเราะในลำคอ เขาไม่ได้หลับตาอธิฐานอะไร ในขณะเดียวกันก็เป่าเทียนเล่มเล็กให้ดับลงเป็นครั้งที่สอง แล้วจ้องมองคนตรงหน้าที่เอาแต่ปล่อยให้น้ำตาไหลออกมาไม่เลิก


"ถ้าจะโป๊ะ ๆ ก็หยุดร้องไห้สิ”


เท่านั้นก็ทำเอาแบคฮยอนหยุดร้องไห้ทันที เขาแทบจะกุลีกุจอวางเค้กลงบนโต๊ะแล้วยกมือขึ้นเช็ดน้ำตาให้หายออกไปจากหน้า ลำบากชานยอลต้องคอยช่วยจับเค้กก้อนเล็กก่อนจะหล่นร่วงลงไปกองกับพื้น


“เราหยุดร้องไห้แล้ว พี่จะโป๊ะ ๆ กับเราใช่ไหม” คนตัวเล็กพูดถามด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น ทั้งยังรีบปรับสีหน้าให้กลับมาเป็นปกติ แม้ว่าจะมีหยาดน้ำใส ๆ เกาะที่แพขนตา พอชานยอลเห็นท่าทีดี๊ด๊าแบบนั้นแล้วก็นึกอยากจะเคาะหัวอีกฝ่ายทันที


“พูดเป็นเล่น คนไม่ได้เป็นอะไรกันจะทำแบบนั้นได้ไง”


“งั้นก็เป็นซะสิ รีบขอเราเป็นแฟนเลย”


“แล้วทำไมจะต้องขอ”


“ก็พี่บอกเลิกเรา พี่ก็ต้องขอเราสิ”


“ไม่”


“งั้นเราขอพี่เป็นแฟนก็ได้”


“ไม่เอา”


“เอ้า แล้วงี้เราจะโป๊ะ ๆ พี่ได้ไง”


“ก็ไม่ต้องทำ”


“ฮือ พี่ทำแบบนั้นไม่ได้นะ เราอุตส่าห์เลิกร้องไห้ พี่จะมาหลอกเราแบบนี้ไม่ได้นะ” และแบคฮยอนคนเดิมก็กลับมาอีกครั้งหลังจากที่เศร้าซึมมาสักพัก ไม่รู้ว่าคิดถูกหรือเปล่าที่ง้ออีกฝ่ายด้วยการหลอกล่อว่าจะยอมให้จุ๊บ


ถ้ายอมจริงก็คงบ้าไปแล้ว


หมายถึงเขาหน่ะนะ


“ฮึก พี่หลอกเราแบบนี้ได้ไงอ่ะ หลอกให้เราดีใจแบบนี้ได้ไง” แบคฮยอนเริ่มงอแงเมื่อรู้ตัวว่าตนกำลังถูกหลอกล่อให้เลิกร้องไห้ น้ำตาที่เคยหายไปกลับมาคลอรอบดวงตาอีกครั้ง ซึ่งทำเอาชานยอลที่มองอยู่ถึงกับชะงักไปทันที


ให้ตายสิ.. จู่ ๆ ก็รู้สึกผิดซะงั้น


“เมื่อไหร่จะเลิกนิสัยขี้แยสักที”


“พี่ก็ยอมให้เราโป๊ะ ๆ ซะสิ”


“แบคฮยอน มันใช่เรื่องรึไง”


“...”


“โต ๆ กันแล้วนะ”


พอถูกดุเข้าให้แบคฮยอนก็กลายเป็นเด็กว่าง่ายอีกครั้ง ถึงชานยอลจะไม่ได้พูดรุนแรงเหมือนครั้งก่อน ๆ แต่คำพูดในตอนนี้สามารถทำให้แบคฮยอนอ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด นักร้องหนุ่มยังคงนั่งนิ่ง เหมือนรู้ว่าชานยอลต้องการจะสื่ออะไร


และในตอนนั้นน้ำตาของคนตัวเล็กก็ไหลออกมาอีกครั้ง ไม่มีสาเหตุด้วยซ้ำกับการร้องไห้ในครั้งนี้ แบคฮยอนไม่ได้น้อยใจชานยอลที่ไม่ยอมให้จุ๊บเหมือนเมื่อก่อน เพราะเขาเองก็รู้อยู่แก่ใจว่ายังไงมันก็ไม่มีทางเป็นไปได้อยู่แล้ว


มันคือความจริงเมื่อเราเองต่างก็โต ๆ กันแล้ว และก็ไม่ใช่เรื่องสำหรับคนที่ไม่ได้เป็นอะไรกัน


เหมือนมีตะกอนบางอย่างที่ตกค้างอยู่ในใจถูกอีกฝ่ายกวนให้ขุ่นขึ้นมา มันทำให้แบคฮยอนรู้สึกว่าบางทีมันอาจจะเป็นไปไม่ได้กับเรื่องของเรา ชานยอลอาจจะไม่ได้รักเขาเหมือนเดิมอีกแล้ว และที่อีกฝ่ายยอมให้เข้ามาวุ่นวายในชีวิตได้มากขนาดนี้ก็คงเป็นเพราะว่าเราเคยรู้จักกันก็ได้


แต่แบคฮยอนทำใจไม่ได้หรอกนะถ้าต้องเป็นแค่คนรู้จักกันจริง ๆ


ยิ่งได้เห็นว่าอีกคนยังเก็บรูปและสิ่งของที่เขาเคยให้ โอกาสที่เราจะกลับมาคบกันเหมือนเดิมได้ก็พอมีหวังขึ้นมาบ้าง แต่ก็นั่นแหละ แบคฮยอนก็ยังอยากที่จะพยายามต่อไป ขอให้ได้ทำทุกอย่างที่อยากทำ และก็หวังไว้บ้างว่าอีกฝ่ายจะเห็นใจเขาบ้าง


เผื่อว่าชานยอลจะกลับมารักแบคฮยอนเหมือนเดิม


ขณะที่ปล่อยให้ความเงียบปกคลุมรอบข้าง แบคฮยอนก็จมเข้าไปในความคิดของตัวเอง แต่ไม่ทันไรคนตัวเล็กก็สะดุ้งเล็กน้อยเมื่อมีสัมผัสบางอย่างแตะเข้าที่ข้างแก้ม นิ้วโป้งของชานยอลกำลังเกลี่ยไล่น้ำตาออกให้


“พรุ่งนี้ถ่ายงานเช้า ไม่กลัวตาบวมรึไง” ชายหนุ่มพูดถามในขณะที่เช็ดน้ำตาออกจากใบหน้าเนียนเบา ๆ


“ก็-ก็พี่นั่นแหละนิสัยไม่ดี ถ้ายอมเราแต่แรกเราก็ไม่ร้องไห้หรอก”


“เพราะเคยตัวแบบนี้ไงถึงไม่อยากง้อ”


“เราเปล่าเคยตัวนะ”


“ก็เป็นอยู่เห็น ๆ ยังจะมาปฏิเสธอีก” คราวนี้ชานยอลจ้องหน้าของแบคฮยอน “อีกอย่าง.. คนไม่ได้เป็นอะไรกันจะง้อกันทำไม”


“แล้วคนไม่ได้เป็นอะไรกัน พี่จะเก็บรูปคู่เราไว้ในกระเป๋าเงินทำไม”


คำถามต่อมาของอีกฝ่ายทำเอาคนตัวสูงชะงัก


“จริง ๆ พี่ก็คิดถึงเราเหมือนกันใช่ไหม”


“เปล่า” ชานยอลรีบปฏิเสธ


“ถ้างั้นพี่เก็บไว้ทำไม”


“...”


“...”


“ถ้าตอบว่าลืมหยิบออกจะโกรธไหม”


แบคฮยอนนิ่งไปพักหนึ่งก่อนจะส่ายหน้า ชานยอลเลิกคิ้วมอง “ทำไม”


“เพราะพี่ไม่ลืมไงถึงยังมีรูปคู่ของเรา”


กลายเป็นความเงียบเข้ามาปกคลุมอีกครั้ง และตอนนี้น้ำตาของแบคฮยอนก็ไม่ได้ไหลแล้ว ชานยอลจึงลดมือวางลงไว้ที่หน้าตักเหมือนเดิม


“ที่จริง.. รูปนั้นหน่ะ เก็บไว้ดูเวลาเหนื่อย ๆ นะ” จู่ ๆ ชานยอลก็พูดขึ้นทำเอาคนฟังเบิกตามองเล็กน้อย “พอเห็นแล้วก็นึกถึงตอนที่ยังคบกัน ตอนนั้นเป็นยิ่งกว่านี้อีก เหนื่อยแค่นี้อีกเดี๋ยวก็คงผ่านไปได้”


“พี่ชานยอล!” คนตัวเล็กฟาดมือลงบนท่อนแขนหนาทันทีที่ฟังจบ เกือบจะซึ้งแล้วเชียว ไอ้เราก็นึกว่าเห็นรูปแล้วจะหายเหนื่อย แต่ที่ไหนได้ พอเห็นแล้วดันนึกถึงตอนที่คบกับเขา แสดงว่าตอนนั้นมันเหนื่อยกว่าหลายเท่าเลยใช่ไหม ไอ้คนนิสัยไม่ดีเอ้ย!


ว่าแล้วเขาก็ตีเข้าที่เดิมซ้ำ ๆ หลายรอบ


 “แบคฮยอน มันเจ็บนะ”


“ก็ตีให้เจ็บหน่ะสิ นิสัยไม่ดี เราจะตีให้พี่ช้ำเลย!


“งั้นเชิญตีจนกว่าจะพอใจเลย”


“...”


“ตีจนกว่าพี่จะหายคิดถึงเราก็ได้”


ฝ่ามือถูกง้างค้างไว้กลางอากาศ เหมือนถูกสตัฟฟ์ร่างให้แน่นิ่ง ในขณะเดียวกับที่ถูกสายตาของคนตรงหน้าจ้องมองร่างกายของเขา จากที่กำลังจะสร้างความเจ็บปวดให้กับชานยอล กลายเป็นว่าแบคฮยอนถูกหลอกให้ร้อนเป็นไฟก่อนจะถูกอีกฝ่ายสาดน้ำดับเข้าอย่างจัง


เหมือนถูกตบหัวแล้วลูบหลัง


แต่แทนที่แบคฮยอนจะตบกลับ กลายเป็นว่าเขาโถมตัวกอดอีกฝ่ายทันที


แรงทั้งหมดที่โถมเข้ามาทำเอาชายหนุ่มร่างสูงไม่ทันตั้งรับ เขาเอนราบลงไปนอนบนโซฟาพร้อมกับร่างของแบคฮยอนที่กอดตนไว้แน่น ใบหน้าเล็กซุกอยู่บนอกขณะเดียวกับที่แรงกอดจากอีกฝ่ายก็เพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ


“เขามีแต่กอดให้หายคิดถึงต่างหาก คนบ้า”


เสียงอู้อี้ดังเล็ดลอดอออกมาเบา ๆ แต่คนฟังกลับได้ยินมันชัดเจน เท่านั้นก็ทำเอารอยยิ้มเล็ก ๆ ผุดขึ้นที่ริมฝีปากอิ่ม นานเท่าไหร่แล้วที่เขาไม่ได้ยิ้มให้กับเรื่องแบบนี้


อาจจะนานเป็นวัน เป็นเดือน หรือว่าเป็นปี หลังจากที่เลิกรากับแบคฮยอนไป ชานยอลก็รู้สึกว่าอะไร ๆ ก็คงไม่ทำให้เขากลับมายิ้มได้เหมือนที่อีกคนเคยทำ และต่อให้เป็นเหมือนเมื่อก่อน เขาก็คงจะรีบผละร่างเล็กให้ออกห่าง เพราะไม่ค่อยชอบเท่าไหร่นักกับการกอดที่ทำให้ใจสั่นได้ทุกครั้ง


ทว่าคราวนี้เขาไม่ได้ผละออก ชานยอลปล่อยให้แบคฮยอนได้กอดตนไว้แน่น ๆ เพราะเอาเข้าจริงแล้ว ชานยอลเองก็คิดถึงความรู้สึกนี้เหมือนกัน


สุดท้ายก็อาจจะกลายเป็นคนที่กลืนน้ำลายตัวเองลงคอ ทั้งที่ก่อนหน้าก็สัญญากับตัวเองไว้ดิบดีว่าจะไม่มีการอ่อนข้อให้คนตรงหน้าเด็ดขาด แต่แล้วไง สุดท้ายก็ปล่อยให้แบคฮยอนกลับมาทำตามใจตัวเองเหมือนเดิมอีกครั้ง


จะว่าไปก็อาจจะตามใจตัวเองด้วยเหมือนกัน


รู้ทั้งรู้ว่าที่ทำอยู่มันไม่สมควรเท่าไหร่ ต่อให้เป็นแฟนเก่า หรือมีความรู้สึกดี ๆ ต่อกันอย่างไร ชานยอลก็ไม่อยากให้แบคฮยอนเข้ามามีความหมายในชีวิตตัวเองมากนัก เขาไม่ใช่คนเดิมอีกต่อไปหลังจากที่สังคมเปลี่ยนไปเป็นคนละแบบ ในขณะเดียวกับที่แบคฮยอนเองก็ไปเจอกับอีกสังคมหนึ่ง ซึ่งแน่นอนว่าสังคมของเราทั้งสองคนมันไม่เหมือนกัน


ด้วยอายุที่เพิ่มมากขึ้น หน้าที่การงานที่ต้องการความมั่นคง และอะไรหลาย ๆ อย่างที่ทำให้เรื่องทุกอย่างมันยาก โดยเฉพาะความรู้สึกของตัวเขาเอง รวมถึงการกระทำในตอนนี้ด้วย


มันคงดูไม่ดีเท่าไหร่ที่ปล่อยตัวให้คนดังมานอนกอดซุกอกอยู่แบบนี้


แต่ก็นะ.. อะไรจะเกิดก็ให้มันเกิดไปเถอะ


เพราะบางทีชานยอลก็เหนื่อยที่จะห้ามใจตัวเองแล้วเหมือนกัน


ผ่านไปนานเท่าไหร่ไม่มีใครรับรู้ แต่ที่แน่ ๆ คือรู้ว่าตอนนี้หัวใจของเราทั้งคู่กำลังเต้นเป็นจังหวะเดียวกัน และจังหวะนั้นกำลังทำให้แบคฮยอนยิ้มกว้าง ไออุ่นจากคนข้างล่างทำให้เขาเลิกโหยหาสัมผัสแบบนี้ไปชั่วขณะ


สัมผัสแรกและสัมผัสเดียวที่แบคฮยอนต้องการ


แต่ดูเหมือนว่าคนตัวเล็กจะนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้


“จริงสิ สรุปแล้วพี่อยากได้อะไรเป็นของขวัญ” แบคฮยอนยังไม่ได้ลืมว่าตนมีความตั้งใจจะซื้อของขวัญให้อีกฝ่าย ยิ่งกับช่วงเวลาที่ชานยอลกำลังใจดีอยู่ด้วยแล้ว เขาควรจะรีบถามก่อนที่ทุกอย่างจะกลับไปเป็นเหมือนเดิม


ถามว่ารู้ไหมว่าทำไมอดีตคนรักถึงชอบปฏิเสธเขา


แน่นอนว่าแบคฮยอนรู้ทุกอย่างนั่นแหละ


“ก็บอกไปแล้ว” ชายหนุ่มตอบในขณะที่นอนนิ่ง ๆ


“ไม่เอาคีย์การ์ดคอนโดพี่สิ แบบนั้นเราก็มาหาพี่ไม่ได้นะ” แน่ล่ะว่าใครจะยอมคืนให้ กว่าจะได้มาไม่รู้หรอว่าต้องเสี่ยงเหล่าปาปารัซซี่แค่ไหนจะต้องคอยแอบย่องมารอหน้าห้องอีกฝ่ายทุกวี่ทุกวัน


แต่ดูเหมือนว่าคำถามของแบคฮยอนอาจจะไม่ได้คำตอบง่าย ๆ เพราะตอนนี้อีกฝ่ายเอาแต่แค่นหัวเราะเบา ๆ


“อย่าเอาแต่หัวเราะสิ บอกก่อนว่าอยากได้อะไร” นักร้องหนุ่มเริ่มรบเร้าอีกครั้งหลังจากที่หยุดไปพักใหญ่(?) ทำให้ชานยอลที่เสมองทางอื่นอยู่ก็หันหน้ามาสบตาพอดีกับอีกคนที่หยัดตัวขึ้นมามองเขาเล็กน้อย


ดวงตาเรียวใสยังคงไม่ต่างอะไรจากเมื่อก่อนมากนัก หรือถ้าให้พูดกันตามตรงแบคฮยอนหน่ะน่ารักกว่าเมื่อก่อนมากเป็นหลายเท่า อาจจะเพราะด้วยความที่เป็นนักร้อง ดาราที่ต้องคอยดูแลตัวเองเป็นประจำ


แต่ต่อให้แบคฮยอนไม่ดูแลตัวเองชานยอลก็ยังคิดว่าอีกฝ่ายยังคงน่ารักแบบนี้ต่อไป


“ไม่อยากได้อะไรหรอก”


“...”


“แค่นี้ก็พอแล้ว”


ขณะที่พูดท่อนแขนทั้งสองข้างก็โอบกอดคนด้านบนเอาไว้หลวม ๆ ทำเอาใบหน้าคนฟังถึงกับเห่อร้อนขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ กลายเป็นว่าต้องรีบหลบสายตาไปทางอื่นโดยการซุกหน้าลงไปซบกับอกอุ่นอีกครั้งก่อนจะกระชับกอดเขาให้แน่นกว่าเดิม


นั่นสิ.. แบคฮยอนจะถามเขาทำไมว่าอยากได้อะไร


ทั้ง ๆ ที่รู้อยู่แก่ใจแท้ ๆ

 

เพราะว่าของขวัญวันเกิดปีนี้หน่ะ เขาได้ล่วงหน้าก่อนตั้งหลายเดือนแล้ว


และของขวัญที่ว่าก็คือ บยอนแบคฮยอน ที่อยู่ตรงหน้าเขานี่ไง


แค่นี้ก็พอแล้วจริง ๆ











____________________

หวายยยยยย นี่เราไม่ได้กลับมาพร้อมกับ Friday night นะคะ
55555555555555555555555555555555555555555555
ทุกคนอาจจะงง ๆ ว่าทำไมชานยอลดูย้อนแย้งเปลี่ยนอารมณ์ไปมา
ความจริงคือพี่เขายังรักแบคฮยอนอยู่นะ แต่เพราะต่างคนต่างมีภาระ จะกลับมารักกันก็คงยาก
เอาเป็นว่ากลับมาคราวนี้ขอฟิน ๆ เล็กน้อยเท่านั้น เขียนให้วันเพราะวันเกิดชานยอลเล้ยยยย
ชอบไม่ชอบยังไงผากคอมเม้นท์หรือติดแท็กใน #ฟิคคลังฝัน ได้นะคะ
ส่วนฟรายเดย์ไนท์ เดี๋ยวเจอปืนเน้ออออ ปัง ๆๆๆ //ทุบประตู
ฝันดีจ้า





 
(c)              Chess theme
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 118 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

6,477 ความคิดเห็น

  1. #6453 Bwk_Baekhyun (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 22 เมษายน 2563 / 16:38
    เกือบร้องไห้แล้วค่ะแง;—;
    #6,453
    0
  2. #6383 loeyloxepcy61 (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2562 / 01:17
    จะหน่วงก็ขำน้อง55555555555มาง้อซี่
    #6,383
    0
  3. #6374 heykiki (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 17 เมษายน 2562 / 23:00
    น่ารักปนหน่วงมาก ๆ จะไม่ให้อภัยพี่ชานยอลแล้วนะ ตาบ้าเอ้ย
    #6,374
    0
  4. #6331 itsmeh (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 9 มกราคม 2562 / 21:05
    ตอนแรกคิดว่าจะหน่วงแล้ว แอบร้องไห้ไปพอสมควร55555
    #6,331
    0
  5. #6212 yeolcon (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2561 / 02:56
    ทำไมเรายังงงๆ ชานยอลรักแล้วจิงดิ555
    #6,212
    0
  6. #6179 พี่มีค่ะ (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2561 / 03:53
    ร้องเลยยย
    #6,179
    0
  7. #6028 heykiki (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2561 / 00:41
    คิดว่าจะจบไม่ดีแล้ว เส้า ชานยอลทำร้ายจิตใจน้องจั๊ง แอบคิดว่าให้น้องเลิกชอบไปเลยก็ดีอะ
    #6,028
    0
  8. #5998 mpndss (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2561 / 22:38
    สงสารแบคอ่ะ
    #5,998
    0
  9. #5977 S.takky (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 10 เมษายน 2561 / 00:17
    อีพี่บ้าาาาาา
    #5,977
    0
  10. #5521 yu-na (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2560 / 08:43
    กลับมาอ่านอีกรอบก็ร้องให้รุนแรงเหมือนเดิม คือสงสารแบคฮยอนอ่ะ ออกไปแล้วยังต้องกลับมาง้อเองอีก สงสารน้องอ่ะ ฮือ
    #5,521
    0
  11. #5459 GBright˙ω˙ (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2560 / 00:26
    เจ็บหัวใจหน่วงใจ
    #5,459
    0
  12. #5237 pppppppppiim (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2560 / 06:34
    อ่านละนํ้าตาซึม ทำไมมันหวานปนหน่วงแปลกๆ
    #5,237
    0
  13. #4237 KAKARN_MATO (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2560 / 18:45
    หน่วงนะตอนลาก่อนพอนังแบคกลับเจ้ามาคือฮาอะ555
    #4,237
    0
  14. #4197 SPECIALONExx (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2560 / 00:29
    พ่อซึนเดเระของฉัน 5555
    #4,197
    0
  15. #4059 litterrabbitza (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 21 มกราคม 2560 / 08:54
    งื้อ น่ารักกก ชอบคนซึนน
    #4,059
    0
  16. #3879 KimJirana (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 2 มกราคม 2560 / 09:27
    เมื่อไหร่จะขอน้องเป็นแฟนนนนนน
    #3,879
    0
  17. #3831 oder (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2559 / 22:19
    ไรท์อ่าา ขอสเปหน่อยยย รอสเปตั้งนานแสนนาน นี่อ่านรอบที่5แล้ววว
    #3,831
    0
  18. #3823 nuttopk625 (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2559 / 02:35
    เรานึกว่าพี่จะใจแข็งซะอีกพี่ชัน เราดีใจ
    #3,823
    0
  19. #3817 Papang Pang (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2559 / 16:14
    น้ำตาซึมเลยอะ ดีจรัยยย
    #3,817
    0
  20. #3816 Aom_Safety (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 4 ธันวาคม 2559 / 09:51
    ชานยอลอ่ะ เกือบเสียใจแล้วนะ ดีนะแบคกลับมา
    #3,816
    0
  21. #3815 19990830_ (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2559 / 17:46
    อ่านไปร้องไป ชานยอลคนบ้า
    #3,815
    0
  22. #3813 falling0814 (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2559 / 15:07
    อยากให้กลับมาคบกัน
    #3,813
    0
  23. #3808 bbbbbbbys (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2559 / 15:54
    โอ้ยยยยยย คือหน่วงนะแต่แฮปปี้ก็โอเคอ่ะะะะะะ ตื้อเท่านั้นที่ครองโลกจริงๆ อีกคนก็ใจแข็งจริงจังงี้ ยิ้มไม่หยุดล้าวววว
    #3,808
    0
  24. #3807 d-dani (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2559 / 15:39
    สงสารแบคจัง..
    #3,807
    0
  25. #3806 toonny_do (จากตอนที่ 50)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2559 / 11:07
    โอยร้องไห้ไปเยอะเลย สงสารแบคอ่ะ ชานยอลคือใจแข็งมากเย็นชาทำเหมือนไม่รักกันเลยอ่ะ เป็นนี่นะไม่ทนแน่ๆอ่ะ แบคอดทนสูงมากกกกกกก อย่างน้อยตอนจบก็เหมือนจะดีแล้ว ถ้าชานยอลไม่กลับไปเย็นชาอีกอ่ะนะ ด่าแบคแต่ล่ะทีนี่น้ำตาไหลเลย อินมากฮืออออ
    #3,806
    0