[ exo SF/OS ] คลังฝัน - chanbaek

ตอนที่ 40 : INTERNSHIP - chanbaek #4

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 10,988
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 120 ครั้ง
    25 ก.ค. 59














INTERNSHIP













 

 

 

แบคฮยอนคิดว่าสถานการณ์ในตอนนี้กำลังมีบางอย่างเปลี่ยนไป


ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ช่วงสองสามวันที่ผ่านมามักมีสายตาแปลก ๆ มองเขาเป็นระยะ พยายามไม่นึกใส่ใจเท่าไหร่ มันอาจจะเป็นเรื่องปกติด้วยซ้ำไป เพราะเขาเป็นคนแปลกหน้าที่เพิ่งเข้ามาในบริษัท แต่นั่นมันก็ผ่านมาแล้วสักพัก หลาย ๆ คนเองก็รู้ดีว่าแบคฮยอนเป็นนักศึกษาฝึกงาน ถ้าจะมองเพราะเห็นว่าเป็นคนหน้าใหม่ก็คงไม่แปลกหรอก


ที่แปลกก็คงเป็นแววตาที่ดูเหมือนว่าไม่ค่อยหวังดีเท่าไหร่นัก..


หลายวันก่อนท่านประธานเรียกประชุมครั้งใหญ่ทุกแผนก แบคฮยอนก็ได้มีโอกาสเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งในการนั่งประชุม เหมือนเปิดโลกใหม่ที่ตัวเองก็ไม่เคยฝันว่าจะได้มาอยู่ในที่แห่งนี้ และเป็นครั้งแรกที่แบคฮยอนเห็นว่าท่านประธานของบริษัททุ่มเทให้กับงานมากแค่ไหน


จริงอยู่ที่ก่อนหน้านั้นเขาเองก็รับรู้มาบ้างว่าปาร์คชานยอลเป็นคนประเภทจริงจังกับงาน หากแต่เจ้าตัวสามารถแยกแยะและแบ่งเวลาจัดการเรื่องพวกนั้นได้เป็นอย่างดี ยิ่งพอแต่งงานกันแล้ว น้อยครั้งที่จะเห็นชายหนุ่มหอบงานไปทำที่บ้าน หรือบางทีเลขาฮเยจินก็โทรมาคุยเรื่องงาน แต่ไม่ถึงห้านาทีก็วางสายไป ทำให้แบคฮยอนไม่ค่อยได้สัมผัสมุมมองเรื่องการทำงานของคนรักเท่าไหร่


 จนกระทั่งได้มีโอกาสมานั่งหลังห้องในฐานะของลูกน้องที่จ้องมองผู้นำตรงหน้า


แบคฮยอนรู้สึกว่าแฟนของเขาก็เท่ไม่หยอกเหมือนกัน



จบการประชุมที่ใช้เวลาร่วมสามชั่วโมง หลายแผนกก็ได้ข้อสรุปทั้งเรื่องปัญหาและงานที่ต้องรับผิดชอบ รวมถึงแผนกของแบคฮยอนก็เช่นเดียวกัน รุ่นพี่ยองซันเรียกประชุมรวมอีกครั้งหลังจากที่ท่านประธานออกคำสั่งยกเลิกการหาแอมบาสเดอร์คนใหม่ ทั้งยังประกาศอีกว่าถ้าคิมซูมินไม่ต่อสัญญากับบริษัท INT.C ก็จะเตรียมเปิดโครงการโปรแกรมต้นแบบ


ซึ่งในงานครั้งนี้ท่านประธานจะเป็นคนสาธิตเองทั้งหมด


นับว่าเป็นข่าวที่ฮือฮาพอสมควร ไม่เคยมีใครคิดฝันว่าปาร์คชานยอลจะขึ้นเวทีพูดสาธิตโปรแกรมตัวใหม่ด้วยตนเอง ทั้งที่เจ้านายก็ไม่เคยทำอะไรแบบนี้มาก่อน สาเหตุหลักก็เพราะเจ้าตัวไม่ชอบตกเป็นเป้าสายตาของใคร และการตัดสินใจในครั้งนี้ก็ทำให้ทุกคนที่ทราบข่าวทึ่งไปตาม ๆ กัน


ทุกอย่างเหนือความคาดหมายของแบคฮยอน เขาคนนี้รู้ดีในฐานะของภรรยา ว่าปกติแล้วแฟนหนุ่มไม่ใช่ประเภทที่ชอบออกงานสังคมหรือทำอะไรที่เป็นจุดเด่น ถ้าหากว่าไม่มีแผนอื่นอยู่ในใจ ซึ่งแน่นอนว่าเขาเองก็รู้สึกหวั่นใจไม่น้อย แต่ถ้าท่านประธานมีความต้องการแบบนั้นเขาก็จะไม่ขัดอะไร


แบคฮยอนยังอยากใช้เวลาฝึกงานที่นี่ต่อจนกว่าจะหมดสัญญาที่กำหนด ทั้งยังไม่อยากเอาเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างเขากับท่านประธานมาทำให้พนักงานคนอื่นแตกตื่น ถึงจะบอกว่าถ้าหากมีคนรู้เรื่องเข้าก็ไม่เห็นจะมีปัญหาอะไร เพราะไม่วันใดก็วันหนึ่งทุกคนก็ต้องรู้อยู่แล้วว่าเขาเป็นใคร แต่ก็ยังอยากใช้ชีวิตเรียบ ๆ ทำงานและทำหน้าที่เหมือนกับพนักงานทั่วไป ซึ่งก็ถือว่าเป็นความโชคดีที่ไม่มีใครรู้เรื่องราวเบื้องลึกเบื้องหลังของตน

 

แต่จะว่าไปแล้วก็มีอยู่คนหนึ่งที่ทำให้แบคฮยอนสงสัย


รุ่นพี่เยริแผนกการตลาด.. เขาค่อนข้างมั่นใจว่าไม่ได้คิดไปเอง คราวก่อนก็ถูกรุ่นพี่คนนี้ถามความเห็นเกี่ยวกับเรื่องของหญิงสาวที่ถูกอ้างว่าเป็นภรรยาท่านประธาน เขาก็ได้แต่ตอบส่ง ๆ ไปเพราะต้องรีบออกไปข้างนอก หลังจากนั้นเจ้าตัวมักก็จะแวะเวียนมาที่แผนกของเขาอยู่บ่อย ๆ ทำเอารุ่นพี่ยองซันเอ่ยถามว่ามีอะไรทำไมชอบมาป้วนเปี้ยนในเวลางาน อีกฝ่ายก็ยักไหล่อย่างไม่ยี่หระ เธอบอกแค่ว่าก็มีงานที่ต้องมาตรวจสอบแถวนี้ ก่อนจะส่งยิ้มมาทางเขาแล้วเดินจากไป


อ่า.. ช่างเป็นยิ้มที่ไม่เป็นมิตรเอาเสียเลย


จะหาว่าคิดไปเองก็ได้ แต่สายตาของพี่เยริมักจะมีอะไรบางอย่างที่ทำให้เขารู้สึกถึงเรื่องราวที่ไม่ชอบมาพากล พยายามนึกว่าเคยไปทำอะไรให้อีกฝ่ายไม่พอใจหรือเปล่า ตนถึงได้ถูกมองด้วยสายตาแปลก ๆ อยู่เสมอ ช่วงหลังแบคฮยอนเองก็พยายามหลีกเลี่ยงการพบหน้ากับรุ่นพี่สาว      ถ้าหากว่าไม่จำเป็น แต่เขาก็ทำแบบนั้นไม่ได้เพราะยังไงซะตัวเองก็ต้องเป็นคนวิ่งวุ่นทุกแผนกอยู่ดี


มีเวลาอีกสองสัปดาห์สำหรับการเตรียมงานเปิดตัวโปรแกรมใหม่ พนักงานทุกคนในบริษัทต่างวิ่งกันจนหัวหมุนเพื่อเตรียมงานให้พร้อม ร่วมถึงท่านประธานใหญ่ที่จู่ ๆ ก็มีประชุมสำคัญจึงทำให้ต้องบินไปต่างประเทศและมีกำหนดกลับในอีกหนึ่งอาทิตย์ก่อนงานจะเริ่ม ซึ่งแน่นอนว่าก่อนนายใหญ่จะกลับมา งานทุกอย่างต้องเตรียมพร้อมสำหรับตรวจเช็ก


แบคฮยอนเองก็เป็นหนึ่งในนั้นที่ต้องจัดเตรียมทุกอย่างให้พร้อม แต่ถึงงานจะไม่ได้หนักเท่ากับพนักงานประจำคนอื่น ๆ เพราะหน้าที่ของเขาแค่วิ่งส่งเอกสารตามแผนกเหมือนปกติ จริง ๆ ก็ได้พัฒนาฝีมือตัวเองนิดหน่อยเพราะเอกสารที่ส่งไปเขาก็เป็นคนทำเองทั้งหมด


และเพราะหน้าที่ที่ต้องวิ่งส่งเอกสารให้ทั่วทุกแผนก แบคฮยอนก็เริ่มสัมผัสได้ถึงความผิดปกติที่เกิดขึ้นในช่วงสองวันที่ผ่านมา และเขาก็เริ่มมั่นใจว่ามันต้องเป็นเรื่องเกี่ยวกับตัวเอง หากแต่ไม่รู้ต้นสายปลายเหตุว่ามันเกิดจากอะไร ทำไมพนักงานในบริษัทเกือบทุกคนถึงต้องมองหน้าเขาด้วยสายตา.. ดูถูก?


สายตาเหล่านั้นมันแฝงไปด้วยความเคลือบแคลง ความสงสัย และความไม่พอใจ เหมือนกำลังถูกต่อว่าอยู่ในใจยังไงไม่รู้ คนตัวเล็กพยายามไม่นึกใส่ใจเพราะมันก็เป็นเรื่องปกติของพนักงานทั่วไป ที่ว่าง ๆ ก็จะจับกลุ่มคุยกัน หากแต่ทุกครั้งที่เดินผ่าน แบคฮยอนก็มักจะได้ยินเสียงกระซิบกระซาบซึ่งทำเอารู้สึกไม่ค่อยดีเท่าไหร่นัก


หลังจากที่ทำธุระเสร็จ แบคฮยอนก็กลับมาที่แผนกของตัวเองอีกครั้งและกำลังจะส่งเอกสารที่แผนกจัดซื้อฝากมาให้รุ่นพี่ยองซัน เขาเคาะประตูหน้าห้องเป็นเชิงขออนุญาตแล้วผลักเข้าไป แต่ไม่ทันจะได้อ้าปากพูดอะไรหญิงสาวที่เป็นหัวหน้าก็พูดออกมาก่อน


เอาวางไว้ตรงนั้น


รุ่นพี่ยองซันไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมามองเขา ทำเอาเด็กฝึกงานตัวเล็กรู้สึกกระอักกระอ่วนแปลก ๆ อีกฝ่ายไม่เคยมีท่าทีแบบนี้มาก่อน มันแปลกและผิดวิสัย เพราะปกติเจ้าตัวมักจะเฮฮา ชวนคุยตลอดเวลา แต่ในขณะเดียวกันแบคฮยอนก็ไม่สามารถละลาบละล้วงอะไรได้นอกจากทำตามคำสั่งที่ว่า บางทีรุ่นพี่เธออาจจะเครียดเรื่องงานอยู่ก็ได้


แบคฮยอนโค้งลาหลังจากวางเอกสารลง และจังหวะที่เด็กฝึกงานจะเดินพ้นออกจากประตูห้อง เสียงของยองซันก็เรียกเขาไว้ก่อน


แบคฮยอน


ครับ?” เขาหันมองคนด้านหลัง รุ่นพี่ยองซันนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะขบริมฝีปากตัวเองราวกับครุ่นคิด


นาย.. มีเรื่องอะไรปิดบังอยู่รึเปล่า


คำถามของหญิงสาวทำเอาคนฟังชะงัก จิตใจของแบคฮยอนเริ่มอยู่ไม่สุขเท่าไหร่เมื่อได้ยินคำว่าปิดบัง..


“...” เด็กหนุ่มเลี่ยงไม่ตอบคำถาม รุ่นพี่หมายถึงเรื่องอะไรหรอครับเขาถามกลับพร้อมกับพยายามควบคุมอาการแปลก ๆ ในใจตน ทั้ง ๆ ที่ดูก็รู้ว่าอีกฝ่ายมีบางอย่างอยู่ในใจ


พี่ว่านายเองก็น่าจะรู้ดี .. ไม่น่าคิดสั้นตัดอนาคตตัวเองเลยนะ


“..ครับ?” แบคฮยอนยืนนิ่งเมื่อได้ยินประโยคแปลก ๆ ที่ฟังแล้วยังไงก็ไม่เข้าใจ


เขาคิดสั้นเรื่องอะไร?


ยองซันจ้องมองเด็กฝึกงานในแผนกตัวเองที่กำลังทำหน้าตาฉงนไม่รู้เรื่องราว เธอทำได้แค่พ่นลมหายใจออกมา ถึงแม้ว่าภายในอกจะสงสัยเรื่องคนตรงหน้ามากขนาดไหน แต่ไม่รู้ว่าทำไมยองซันกลับไม่ค่อยเชื่อในสิ่งที่ได้รู้มาเท่าไหร่นัก


รุ่นพี่มีอะไรจะพูดกับผมรึเปล่าครับแบคฮยอนถามอีกครั้ง หลังจากที่สังเกตได้ว่าอีกฝ่ายทำท่าทีอึกอักเหมือนจะพูดอะไรบางอย่าง แต่สุดท้ายเจ้าตัวก็นิ่งเงียบ


ช่างมันเถอะ.. นายออกไปได้แล้วหญิงสาวตอบปัดก่อนจะก้มหน้าทำงานต่อ แบคฮยอนได้ยินแบบนั้นก็ยังนิ่งอยู่ที่เดิม ก่อนจะถูกอีกฝ่ายเงยหน้ามองอีกครั้งและทำให้เด็กฝึกงานรู้ตัวว่าตนต้องออกไปจากห้องนี้ เขาโค้งตัวลาให้รุ่นพี่อย่างมีมารยาทอีกครั้งแล้วเดินออกไป


กระทั่งประตูกระจกปิดสนิท


ภายในห้องทำงานเข้าสู่ความเงียบอีกครั้ง หญิงสาวหยุดปลายนิ้วที่กำลังเคาะแป้น นั่งนิ่งคิดชั่งใจกับเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้น ถึงจะบอกว่ามันไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร แต่ก็ถือว่าเป็นประเด็นที่หยุดคิดไม่ได้ อาจจะเป็นเพราะว่ามันคือเรื่องของพนักงานในแผนกของตน ความกังวลจึงเกิดขึ้น จังหวะนั้นสายตาก็มองหน้าต่างห้องแชทเมื่อครู่ที่เธอเพิ่งเปิดดู


ห้องแชทที่ว่านั่นมันเป็นแชทกลุ่มของพนักงานในบริษัท ปกติแล้วมักจะเป็นกลุ่มที่เอาไว้ใช้พูดคุยเรื่องทั่วไป หรือมีงานที่ต้องประสานกันแบบเร่งด่วน กระทั่งเมื่อคืนวานห้องแชทที่ว่าก็มีความเคลื่อนไหวถี่ผิดปกติ ยองซันจึงกดเข้าไปดูและพบกับบางอย่างที่ทำให้ตัวเองช็อคทันที


รูปภาพรถคันหนึ่งที่ถูกถ่ายในเวลากลางคืน ซึ่งพนักงานทุกคนในบริษัท INT.C ต่างก็รู้กันดีว่ารถรุ่นนี้และทะเบียนหมายเลขนี้เป็นของใคร หากแต่มีใครอีกคนซึ่งเธอเองก็คุ้นหน้าไม่แพ้กันกำลังนั่งอยู่ภายในรถ


 


บยอนแบคฮยอนใช่ไหม?

 

คำถามสั้น ๆ ที่ถูกส่งมาพร้อมกับรูปภาพจากพนักงานคนหนึ่งในบริษัท และคำตอบก็คงชัดเจนกันถ้วนหน้าเพราะไม่ว่าจะดูมุมไหน นั่นมันก็เด็กฝึกงานในแผนกตัวเองชัด ๆ และมันไม่ได้มีแค่รูปเดียว ยังมีรูปที่คนทั้งสองเดินอยู่ริมถนนด้วยกัน หรือแม้แต่รูปเดินซื้อของในซูเปอร์มาร์เก็ตราวกับคนรัก..


หลายคนเริ่มสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้น ต่างถามหาความจริงจากพนักงานฝ่ายจัดซื้อที่เป็นคนส่งรูปเข้ามาว่าเอาภาพมาจากไหน ซึ่งเจ้าตัวก็บอกว่าได้รูปมาจากที่อื่นอีกที ยิ่งไปกว่านั้นรูปถัดมาก็ทำเอาคนเป็นหัวหน้าถึงกับกุมขมับแน่น เธอเริ่มรู้สึกแย่กับสิ่งที่เห็นและคิดว่าปัญหาใหญ่ต้องตามมาแน่ ๆ


เพราะรูปล่าสุด ทั้งคู่จูบกัน..


ไอ้ที่ว่าวันก่อนมีข่าวภรรยาประธานเข้ามาในบริษัทนั่นก็ยังหนาหูไม่เลิก ถึงจะไม่รู้ว่าจริง ๆ แล้วสองคนนั้นใช่สามีภรรยากันหรือไม่ แต่เพราะคำพูดและการกระทำในวันนั้นก็ทำให้พนักงานหลายคนคิดกันไปต่าง ๆ นานา ว่าผู้หญิงคนนั้นคือภรรยาท่านประธาน และถ้าหากว่านั่นเป็นความจริง รูปที่ถูกส่งมามันก็เท่ากับว่า


เด็กฝึกงานเป็นชู้กับท่านประธานงั้นหรอ?


ยองซันทำงานที่นี่มาสามปีแล้ว เธอเองก็รู้ดีว่าประธานปาร์คชานยอลไม่ใช่คนเจ้าชู้ ถึงจะมีข่าวประปรายบ้างตามประสาเพราะฝ่ายหญิงอยากสร้างกระแส แต่คนเป็นเจ้านายก็มีความชัดเจนมากพอที่จะแบ่งเส้นความสัมพันธ์ ไม่นานข่าวพวกนั้นก็จะค่อย ๆ หายออกไปราวกับว่าไม่เคยเกิดขึ้นจริง


ทว่าครั้งนี้มันมากเกินไปจนไม่สามารถปักใจเชื่อได้ว่าท่านประธานยังเป็นคนเดิมกับที่เคยรู้จัก ข่าวเมื่อหลายเดือนก่อนที่ว่าเจ้าตัวแต่งงานมาแล้วสี่ปีก็ถูกเอามาผสมโรง รวมถึงสาวสวยคนนั้นที่เข้ามาโวยวายในบริษัททำเอาพนักงานต่างลือกันว่านั่นคือภรรยาของท่านประธาน ทว่าเด็กฝึกงานคนนี้กลับทำให้ทุกอย่างพลิกผัน


ยองซันไม่อยากจะเชื่อว่าบยอนแบคฮยอน—เด็กหนุ่มหน้าตาน่ารักนิสัยร่าเริงคนนั้นจะกลายเป็นประเด็นหลักที่ถูกพูดถึง รูปภาพที่แพร่ออกไปก็กลายเป็นหลักฐานมัดตัวชั้นดี เธออดจะนึกย้อนไปถึงเหตุการณ์ก่อนหน้านี้ไม่ได้ ที่บ่อยครั้งแบคฮยอนมักจะถูกท่านประธานเรียกพบ หรือบางทีก็จะเห็นท่านเขามาแวะเวียนที่แผนก เธอไม่เคยนึกเอะใจอะไรสักครั้งเพราะมันก็เป็นปกติของคนเป็นนายที่จะเดินสอดส่องความประพฤติของพนักงาน 


แต่สุดท้ายใครจะไปคิดว่ามันกลายเป็นฉากบังหน้าที่ทำให้คนทั้งสองได้พบกัน รูปภาพที่แพร่ออกไปก็บอกเล่าเรื่องราวได้อย่างดี ว่านอกเวลางานทั้งคู่ก็ยังไปมาหาสู่ และไม่นานมันคงแพร่กระจายไปทั่วบริษัทราวกับเชื้อโรค ถึงแม้ว่าจะไม่มีใครรู้ที่มาที่ไปของรูปก็ตาม


แต่เรื่องราวความสัมพันธ์ระหว่างท่านประธานและเด็กฝึกงานนั้น.. จะต้องเกิดปัญหาใหญ่ตามมาอย่างแน่นอน


โดยเฉพาะบางกลุ่มในบริษัทที่รักประธานเสียยิ่งกว่าอะไร รักในที่นี้ไม่ได้หมายถึงการครอบครอง แต่ยองซันกำลังหมายถึงรักในความที่เป็นท่านประธาน รักในความเพอร์เฟ็คและไม่ยอมให้ใครมาขัดขวาง การที่เกิดเรื่องที่ทำให้เจ้านายเสียชื่อ แน่นอนว่ากลุ่มคนพวกนั้นจะต้องเตรียมการกำจัดแบคฮยอนออกไปทันที


ยองซันเองก็ได้แต่ภาวนาขอให้ทุกอย่างไม่เป็นอย่างที่คิด เพราะอย่างน้อยแบคฮยอนก็แค่เด็กฝึกงานซึ่งอีกไม่กี่เดือนก็จะต้องกลับไปเรียนเหมือนเดิม แต่ถ้าหากว่าต้องออกจากบริษัทกลางคัน.. การประเมินคะแนนก็คงไม่ผ่าน


อนาคตของเด็กคนนั้นต้องลำบากยิ่งกว่าเดิมแน่ ๆ

 

 

 

 



 

 

แบคฮยอนลูบท้ายทอยตัวเองหลังจากเดินออกมาจากห้องทำงานเมื่อครู่ ขณะเดียวกันในหัวก็พลางนึกไปว่าตนกำลังคิดสั้นอะไรอยู่หรือเปล่าทำไมรุ่นพี่ยองซันถึงพูดอะไรแปลก ๆ ออกมา แต่สุดท้ายความสงสัยก็ไม่ได้ถูกไขกระจ่าง เขาจึงเลิกสนใจและหวังจะกลับไปทำงานที่โต๊ะตัวเองต่อ


ระหว่างเดินไปใจก็นึกถึงใครอีกคนที่อยู่ไกลถึงต่างประเทศ วันที่รู้ว่าท่านประธานจะต้องบินไปประชุมแบบเร่งด่วนก็อดนึกห่วงไม่ได้ ทั้งยังมีเวลาเตรียมของได้ไม่นานนัก โชคดีที่ทางบ้านใหญ่ส่งคนมาช่วย ไม่งั้นเขาเองก็คงทำอะไรไม่ถูกเหมือนกัน


นึกแล้วก็สงสัย ป่านนี้แฟนหนุ่มของเขาจะเป็นอย่างไรบ้าง จะกินข้าวบ้างไหม หรือจะกินแต่กาแฟดำกับปังแผ่นแห้ง ๆ ถึงจะส่งข้อความไปกำชับอีกฝ่ายตั้งแต่เช้าให้กินข้าวและผลไม้แล้วก็เถอะ สุดท้ายมันก็อดห่วงไม่ได้อยู่ดี


และจังหวะที่กำลังจะเดินไปยังที่ของตัวเอง สายตาก็พลันเห็นรุ่นพี่คนอื่นในแผนกกำลังยืนมุงอยู่ที่โต๊ะทำงานของพี่เลี้ยงโอ ราวกับว่าทุกคนกำลังเจออะไรที่เรียกความสนใจเป็นอย่างมาก แต่ก็น่าแปลกไปหน่อยที่พวกเขากลับใช้เสียงเบากระซิบกระซาบคุยกันเหมือนกับว่าเป็นความลับ


ดูอะไรกันอยู่หรอครับ


แม่ร่วง!!—”


แบคฮยอนถามโพล่งเข้าไปในกลุ่ม ทำเอาคนอื่นสะดุ้งกันยกใหญ่ โดยเฉพาะรุ่นพี่โอเซฮุนที่หลุดปากร้องลั่นทำตัวเหมือนกับเห็นผี เจ้าตัวตาลีตาเหลือกพยายามลุกขึ้นยืนเพื่อใช้ร่างกายบังจอคอมพ์ของตัวเองเอาไว้


ห้ะ ๆ ไหนใครดูอะไรโอเซฮุนพูดเสียงสั่นในขณะที่คนอื่น ๆ ในแผนกเริ่มเฟดตัวให้ออกห่างหลังจากคนที่พวกเขากำลังพูดถึงมายืนอยู่ตรงหน้า


ก็เมื่อกี้อ่ะ พวกพี่ดูอะไรกัน ท่าทางสนุกเชียวนักศึกษาฝึกงานว่าขณะชะโงกใบหน้าเพื่อดูจอคอมพ์ของรุ่นพี่ แต่ไม่วายโอเซฮุนก็โยกตัวตามเพื่อไม่ให้เด็กตรงหน้าเห็น ซ้ำยังหันไปขึงตาใส่เพื่อนร่วมแผนกอีกคนเพื่อให้ช่วยตนก่อนที่พวกเราทุกคนจะซวยกันหมด


ไม่มีอะไรหรอกแบคฮยอน พวกพี่ก็แค่ช่วยไอ้ฮุนแก้งานเฉย ๆรุ่นพี่อีกคนพูดขึ้นหลังจากที่เพื่อนร่วมงานเหลือกตาใส่ตน ถึงในใจจะไม่อยากข้องเกี่ยวแต่มันก็คงดูเห็นแก่ตัวไปหน่อยที่จะเอาตัวรอดอยู่คนเดียว


อ่าใช่ ๆ ครั้งก่อนพี่เห็นไอ้นี่มันทำพลาดไปหลายจุด ก็เลยช่วยกันดูอ่ะและก็มีอีกเสียงเสริมขึ้นมาด้วยท่าทีลน ๆ ทำให้แบคฮยอนถึงกับเลิกคิ้วมองอย่างแปลกใจ


แล้วทำไมพวกพี่ต้องทำท่าแปลก ๆ แบบนี้ด้วยล่ะเขาถามอย่างสงสัย


แปลกอะไรกัน ฮ่ะๆ นี่พวกเราก็ปกติกันทั้งนั้น จริงไหม?” เซฮุนหันไปพยักพเยิดหน้าถามคนอื่น ๆ ซึ่งที่เหลือก็ต่างรีบพยักหน้ารับแล้วบอกว่าไม่มีอะไร


ใช่หรอครับเด็กฝึกงานหรี่ตามองท่าทีประหลาดของพวกรุ่นพี่ที่ตอนนี้ไม่เนียนเอาเสียเลย ทั้งดวงตาล่อกแล่ก ทั้งยิ้มแห้ง ๆ นั่นอีก ไหนจะคำพูดตะกุกตะกักที่ทำเหมือนว่ามีเรื่องปกปิดเขายังไงยังงั้น..


ก็ใช่หน่ะซี่.. แล้วนี่นายไม่มีงานรึไง รีบกลับไปทำซะสิได้ทีโอเซฮุนก็รีบไล่รุ่นน้องให้กลับไปที่โต๊ะของตัวเองก่อนที่อีกฝ่ายจะเห็นอะไรที่ไม่ควรเห็น และแบคฮยอนก็เป็นเด็กว่าง่ายพอที่จะไม่นึกสงสัยอะไร แม้ว่าคำถามจะเต็มหัวไปหมด เขาพยักหน้ารับคำรุ่นพี่ก่อนจะเดินกลับไปที่โต๊ะของตัวเอง


ทำไมทุกคนถึงดูแปลกไป ตั้งแต่รุ่นพี่ยองซันแล้ว..


ในตอนนั้นเด็กหนุ่มก็แอบได้ยินเสียงถอนหายใจเฮือกใหญ่ของกลุ่มเมื่อครู่ แต่เขาก็ไม่ได้นึกเอะใจอะไรจนกระทั่งเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าเอกสารที่ตนถืออยู่จะต้องเอาให้รุ่นพี่อีกคนที่ยืนอยู่ตรงนั้น แบคฮยอนจึงวกตัวกลับไปที่เดิมในขณะที่คนอื่น ๆ ไม่ทันได้ระวังตัว


พี่แจมินครับ นี่เอกสารของพี่ครับ—”


“!!!”


เสียงของแบคฮยอนดังขึ้นจากด้านหลังทำเอาคนตรงนั้นสะดุ้งกันยกใหญ่ ทุกคนหันกลับมามองเด็กหนุ่มด้วยความตกใจ แต่ก็คงไม่เท่าเด็กฝึกงานตรงหน้าที่ยืนแน่นิ่ง นัยน์ตาเรียวจ้องมองไปยังจอคอมพิวเตอร์ของโอเซฮุนที่กำลังปรากฏรูปภาพ


พี่เลี้ยงหน้าหล่อรีบพุ่งเข้าไปคลิกเม้าส์กดปิดมันทันทีถึงแม้ว่าจะไม่ทันการแล้วก็ตาม แน่นอนว่าก้อนเนื้อกลางอกของคนในแผนกสั่นอย่างบ้าระห่ำเมื่อถูกจับได้ว่ากำลังดูอะไรอยู่


เมื่อกี้รูปอะไรครับ


จู่ ๆ เสียงของรุ่นน้องก็ผิดแปลกออกไปทำเอาคนฟังกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก


เอ่อ..คือ..” เหมือนมีน้ำท่วมปากทำให้พูดอะไรไม่ออกนอกจากส่งสายตาให้เพื่อนร่วมชะตากรรมคิดหาวิธีเอาตัวรอด


มันคือรูปอะไรครับแบคฮยอนถามซ้ำอีกครั้งและคราวนี้เขาใช้สายตาไล่มองรุ่นพี่ที่ยืนอยู่ตรงหน้า ไม่มีใครพูดอะไรนอกจากยืนนิ่งไม่สบตา


ได้ยินที่ผมถามรึเปล่า


แบคฮยอน..” ในเมื่อไม่มีใครตอบคำถามของเขาได้ เด็กหนุ่มจึงถือวิสาสะแทรกตัวเข้าไปใกล้กับจอคอมพิวเตอร์ของเซฮุนอย่างเสียมารยาท ในใจรู้สึกร้อนรนจนแทบทนไม่ไหว กระทั่งเขาคลิกเม้าส์เข้าไปเปิดหน้าต่างแชทเมื่อครู่ที่เพิ่งถูกปิดไป


สิ่งที่ปรากฏขึ้นมาก็ทำเอาลมหายใจของเขาขาดห้วงไปทันที


ความเงียบปกคลุมทั่วทั้งแผนก แบคฮยอนแทบจะนึกอะไรไม่ออกเพราะตอนนี้หัวมันขาวโพลนไปหมด สายตาจดจ้องมองรูปตรงหน้าที่ดูแล้วไม่ว่ายังไงคนในนั้นก็เป็นเขาแน่ ๆ แต่ที่แย่ไปกว่านั้นคือคนที่อยู่ในรูปเดียวกันคือประธานของที่นี่


รูปพวกนี้มาจากไหน


นั่นคือคำถามที่เกิดขึ้นหลังจากตั้งสติได้ แบคฮยอนไล่สายตาดูรูปที่ถูกถ่ายในสถานที่ต่าง ๆ ก่อนกดปิดรูปพวกนั้นแล้วถอยออกมาตั้งหลัก เขาสูดลมหายใจและพยายามควบคุมตัวเองไม่ให้วู่วามกับสิ่งที่เกิดขึ้น ในตอนแรกพวกรุ่นพี่ไม่กล้ามองหน้าเขาแต่ทุกอย่างมันก็กลับกันเมื่อตอนนี้เป็นแบคฮยอนเองที่ไม่กล้าแม้แต่จะสบตาใครสักคน


แบคฮยอน.. เรื่องจริงใช่ไหม


โอเซฮุนถามขึ้นมาหลังจากที่เมื่อครู่ทั้งแผนกเงียบกริบ ทั้งสงสัยและอยากรู้ความจริงในเวลาเดียวกัน ซึ่งแน่นอนว่าทุกคนในที่นี้เองก็เป็นแบบเดียวกับเขา รูปที่ออกมามันก็ชัดเจนพอที่จะทำให้คนพบเห็นเข้าใจตรงกันว่า ความสัมพันธ์ระหว่างเด็กคนนี้กับท่านประธานมันมากกว่าเจ้านายและลูกน้อง


แต่แบคฮยอนกลับไม่มีคำพูดหรือท่าทีใด ๆ เด็กหนุ่มแค่เหลือบมองรุ่นพี่ครู่หนึ่งก่อนจะเม้มปากแน่นราวกับกำลังขบคิดบางอย่าง ทำเอาคนที่เหลือต่างมองด้วยใจระทึกว่าจริง ๆ แล้วเรื่องราวของทั้งสองเป็นอย่างไร


มันไม่แปลกถ้าหากจะมีความรักเกิดขึ้นระหว่างคนในบริษัท แต่ที่น่าตกใจเพราะมันดันเป็นเรื่องระหว่างเด็กฝึกงานอายุยี่สิบต้น ๆ กับท่านประธานที่แต่งงานมาแล้วสี่ปี ด้วยระยะห่างของช่วงอายุกับบุคคลที่มีภรรยาแล้ว จึงทำให้มันกลายเป็นเรื่องราวที่ชวนคิดในแง่ลบว่าจริง ๆ แล้วแบคฮยอนอาจจะเป็นชู้กับท่านประธานอยู่ก็ได้..


ผมขอตัวครับ


ท้ายสุดแล้วแบคฮยอนก็เลือกที่จะถอยออกมาก่อน เขาไม่แม้แต่จะมองหน้ารุ่นพี่ที่อยู่ในบริเวณนั้น ถึงแม้ว่าในใจอยากจะพูดความจริงออกไปว่ามันเป็นยังไงกันแน่ แต่จังหวะนั้นกลับมีอะไรบางอย่างที่ทำให้เขานึกหยุดความคิดเอาไว้ทั้งหมด


เด็กฝึกงานเดินกลับไปที่โต๊ะของตัวเองด้วยสภาพที่ไม่สู้ดีนัก ทุกย่างก้าวของเขาอยู่ในสายตาของคนทั้งแผนก แน่นอนว่ามันสร้างความกดดันให้เขาเป็นอย่างมาก เด็กหนุ่มสูดอากาศเข้าปอดแน่นก่อนจะพยายามควบคุมมือไม้ของตัวเองที่กำลังสั่นเทิ้มให้เป็นปกติ


สมองมันตื้อไปหมด คิดอะไรแทบไม่ออกด้วยซ้ำ พยายามนึกว่าตนไปพลาดช่วงไหนทำไมถึงถูกแอบถ่ายรูปเยอะแบบนี้ จริงอยู่ที่ว่าในบริษัทเขากับแฟนหนุ่มก็ไม่มีท่าทีชวนสงสัย แต่พอออกนอกบริษัทเราก็แค่คู่รักปกติ ซึ่งโดยทั่วไปแล้วก็มักจะไม่มีใครนึกแปลกใจและไม่เคยมีครั้งไหนที่ถูกตามถ่าย


แต่ทำไมถึงมีรูปหลุดออกมาได้...


โอเค เขาจะถือว่ามันเป็นความผิดพลาดที่ไม่ได้ตั้งใจให้เกิดขึ้น หัวแทบจะระเบิดเมื่อเอาแต่ครุ่นคิดไม่หยุด และตอนนี้เขาอยากจะรีบต่อสายหาแฟนหนุ่มทันทีเพื่อปรึกษาว่าควรจะทำอย่างไรดี แต่เพราะว่าข้อความก่อนหน้าที่อีกฝ่ายส่งมาคือเจ้าตัวกำลังเข้าร่วมประชุมสำคัญ ทั้งยังขอกำลังใจจากเขาอีกต่างหากเพราะมันเป็นการเจรจาครั้งใหญ่ที่ INT.C จะได้เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของโครงการในอนาคต

 


[pcyB]

เด็กฝึกงานของผมกำลังตั้งใจทำงานอยู่ใช่ไหม

ตอนนี้พี่กำลังจะเข้าประชุมแล้ว ขอกำลังใจหน่อยครับ 12:45 pm

 


เจ้าของโทรศัพท์นึกอยากจะร้องไห้ออกมาเมื่อเห็นข้อความดังกล่าว มือไม้เขาอ่อนไปหมดจนไม่รู้ว่าควรจะเริ่มทำอะไรก่อน แน่นอนว่าตอนนี้กำลังมีสายตาบางคู่จับจ้องเขาอยู่ ทว่าเด็กฝึกงานกลับต้องประคองสติตัวเองเอาไว้ ถึงแม้ว่าอยากจะบอกอีกฝ่ายมากแค่ไหนว่าความลับที่ปกปิดเอาไว้กำลังจะถูกเปิดเผย

 


[byunC]

สู้ ๆ นะครับ

พี่ทำได้อยู่แล้ว 12:58 pm

 


แบคฮยอนตอบกลับไปพร้อมกับส่งสติ๊กเกอร์หัวใจดวงโต ๆ ให้คนรัก เขากดปิดหน้าจอก่อนจะฟุบหน้าลงกับโต๊ะทำงานอย่างเหนื่อยล้า สุดท้ายก็ต้องเก็บเรื่องไม่สบายใจไว้กับตัวก่อน แบคฮยอนยังไม่อยากให้ชานยอลมารับรู้ปัญหาที่อาจจะทำให้อีกฝ่ายเสียสมาธิในการประชุม


อย่างน้อยก็ขอให้ทางนั้นผ่านไปได้ด้วยดีเพื่อบริษัท


ส่วนเรื่องความลับที่กำลังจะถูกเปิดเผย ..


เขาคงต้องจัดการทุกอย่างด้วยตัวเอง

 

 

 

 



 

 

ตลอดสองวันแบคฮยอนเอาแต่นั่งนิ่งอยู่หน้าโต๊ะ ถึงแม้ว่ามือจะทำงานไปด้วยแต่สายตากลับไม่ได้โฟกัสหรือให้ความสนใจเลยแม้แต่น้อย ในหัวเอาแต่ขบคิดหาทางออกว่าควรทำอย่างไร และถ้าหากว่าสามีของเขารู้เข้าทุกอย่าง ๆ จะเป็นยังไง


เขานึกภาพไม่ออกเลยด้วยซ้ำถ้าหากคนในบริษัทรู้ความจริงว่าเขาคือคนที่แต่งงานกับท่านประธาน ไหนจะช่วงอายุที่ห่างกันมาโขและตอนนี้เขาก็เพิ่งจะยี่สิบเอ็ด เดาไม่ยากเลยสักนิดว่าจะถูกมองเป็นเด็กแก่แดดแค่ไหนที่แต่งงานตอนอายุสิบเจ็ดปี


แต่จะให้ทำยังไงในเมื่อเขาตัดสินใจไปแล้ว


จริงอยู่ว่าที่นี่ไม่ได้มีกฎห้ามพนักงานในบริษัทรักกันเอง และก็ไม่มีกฎห้ามพนักงานรักกับท่านประธาน แต่แบคฮยอนไม่เคยนึกมาก่อนว่าเรื่องราวของตนจะถูกเปิดเผยเร็วขนาดนี้ กะเอาไว้ว่าอย่างน้อยก็อยากอยู่เงียบ ๆ จนจบการฝึกงาน เขาไม่อยากเอาสถานะมาพัวพัน ถึงแม้ว่าจะหนีมันไม่พ้นก็ตาม ทั้ง ๆ ที่คิดว่าระวังตัวดีแค่ไหนแต่สุดท้ายก็ไม่พ้นสายตาของคนรอบข้างอยู่ดี


ยิ่งกับเหตุการณ์ก่อนหน้าที่แบคฮยอนต้องเข้าไปพบท่านประธานในช่วงพักบ่อย ๆ ก็คงถูกสงสัยว่าเป็นการแอบพบกันแน่ ๆ แถมเขายังไปพูดอีกว่าก็แค่การเข้าไปส่งงานธรรมดา แน่นอนว่าตอนนี้ทุกคนคงไม่เชื่อคำพูดของเขาหรอก ไหนจะรูปที่ออกมาชัดเจนขนาดนั้นอีก


ให้ตายซี่.. เขาควรจะทำยังไงต่อไปดี


แบคฮยอน


ครับ!” เจ้าของชื่อสะดุ้งเฮือกใหญ่เมื่อถูกเรียกด้วยเสียงของรุ่นพี่ยองซัน ทำเอาคนอื่น ๆ หันมามองเขาเป็นตาเดียวอย่างให้ความสนใจ


ช่วยเอาเอกสารไปส่งที่แผนกการตลาดหน่อยหญิงสาวว่าก่อนจะผลุบหายเข้าไปในห้องทำงานเหมือนเดิม นักศึกษาตัวเล็กค่อย ๆ สูดลมหายใจดึงสติที่กระเจิงเมื่อครู่ให้กลับคืนมา แบคฮยอนลุกเดินตามรุ่นพี่สาวเข้าห้องทำงานไปก่อนจะหยิบเอาเอกสารที่ว่านั่นแล้วรีบออกไปส่งให้ทันที


เหมือนกับช่วงเวลาแค่หนึ่งนาทีมันผ่านไปช้าราวกับหนึ่งชั่วโมง


แบคฮยอนเริ่มเข้าใจแล้วว่าทำไมคนทั้งบริษัทถึงต้องมองเขาด้วยสายตาแปลก ๆ ตลอดเวลา กระทั่งได้รู้สาเหตุว่าทุกอย่างมันคงเกิดจากรูปภาพพวกนั้น เด็กหนุ่มพยายามไม่สนใจสิ่งรอบข้างนอกจากรีบทำหน้าที่ของตัวเองให้เสร็จ


เขาเดินไปยังแผนกการตลาดที่เคยมาเยือนหลายครั้ง ทว่าครั้งนี้กลับรู้สึกไม่อยากมาเหยียบเพราะสายตาของรุ่นพี่เยริที่ดันหันมาเจอเขาพอดี


อ่าว น้องแบคฮยอน เอาเอกสารมาส่งหรอจ๊ะเสียงหวานว่าพลางส่งรอยยิ้มให้แบบเดิมไม่มีผิดเพี้ยน ยิ้มแปลก ๆ ยิ้มเย็น ๆ ที่เจ้าตัวชอบทำนั่นแหละ


ทำเอาแบคฮยอนรู้สึกไม่ดีเลยสักนิด


ครับเขาตอบเสียงเบาพลางวางเอกสารไว้บนโต๊ะของอีกฝ่ายแล้วโค้งตัวลา แต่ไม่ทันที่จะได้หันหลังกลับไปเสียงของคนตรงหน้าก็ดังขึ้น


เห็นเงียบ ๆ น่ารัก ๆ แบบนี้ไม่คิดว่าจะหวังสูงกับเขาเป็นเหมือนกันเนอะ


“...” ไอ้ช่วงแรกก็พอจะเป็นคำชมได้อยู่หรอก แต่ช่วงหลังนี้ไม่ว่าจะฟังยังไงก็เหน็บกันชัด ๆ แบคฮยอนนึกอยากจะหันไปพูดอะไรสักหน่อยแต่สุดท้ายก็ทำได้แค่หน้านิ่งข่มอารมณ์เอาไว้


พี่พูดเรื่องอะไรครับเด็กหนุ่มถามกลับ


นี่โง่จริงหรือว่าแกล้งโง่คะ?”


“...”


พี่ว่าอย่างน้องเนี่ย.. ขยันทำงานกว่านี้อีกนิดมันก็น่าจะดีกว่าเอาตัวเองมาแลกแบบนี้นะประโยคต่อมาของเยริแทบจะทำให้ความอดทนของแบคฮยอนขาดผึงในทันที เขาไม่เคยคิดมาก่อนว่ารุ่นพี่ช่างเม้าท์คนนี้จะกลายเป็นพวกปากคอเราะร้ายขนาดนี้


ผมว่าพี่กำลังเข้าใจผิดแบคฮยอนยอมรับว่าเขาไม่อยากพูดอะไรออกไปโดยไม่จำเป็น แต่ก็ทนไม่ได้ถ้าหากต้องโดนพูดจาดูถูกขนาดนี้


เข้าใจผิดเรื่องอะไรหรอคะ ในเมื่อหลักฐานก็เห็น ๆ กันอยู่


“...”


แอบกินสามีของคนอื่นแบบนี้มันไม่น่ารักเลยนะคะน้องแบคฮยอน


นี่เขาไปแอบกินสามีของคนอื่นตอนไหน


ไอ้ที่กินอยู่ทุกวันก็ของของเขาทั้งนั้นไม่ใช่หรอ?


ก็ว่า ทำไมถึงต้องเข้าไปพบท่านประธานบ่อย ๆ แถมยังเอาเรื่องงานมาอ้างอีก


“...”


ไปอ่อยอีท่าไหนล่ะคะ ทำไมถึงได้ใกล้ชิดกับท่านประธานขนาดนั้น


ผมไม่มีความจำเป็นที่จะต้องทำแบบนั้นแบคฮยอนเริ่มฉุนเพราะยิ่งฟังอีกฝ่ายพูดพล่ามมากเท่าไหร่ก็เหมือนกับว่าตนกำลังถูกใส่ร้ายในเรื่องไม่ดี และยิ่งกับรุ่นพี่ที่เคยคุยกันบ่อย ๆ ด้วยแล้วก็ทำเอาอยากจะรีบเดินออกไปจากตรงนี้ให้เร็วที่สุด


หึ คนมันจะปฏิเสธมันก็จะหาทางปฏิเสธให้ได้ทั้งนั้นแหละค่ะ


“...”


แต่พี่จะบอกให้ไว้อย่าง บริษัท INT.C เราไม่มีนโยบายไต่เต้าเอาตัวแลกตำแหน่งหรอก ถ้าจะหวังให้ตัวเองได้เข้ามาเป็นพนักงานที่นี่ พี่ว่าหนูเล่นแรงไปนิดนะคะ


 

งั้นสิ่งที่คุณพูดผมว่ามันก็แรงไปนิดอยู่เหมือนกัน

 

!!!

 

เสียงของคนมาใหม่ทำเอาแบคฮยอนและเยริหันไปมองทันที ซึ่งนอกจากเขาสองคนแล้ว คนอื่น ๆ ทั้งในแผนกการตลาดและพนักงานแผนกอื่นที่พร้อมใจกันมาแอบฟังบทสนทนาของทั้งสองต่างก็หันมองเป็นตาเดียว


ผู้จัดการ..”


เยริเบิกตากว้างมองคนตรงหน้าอย่างไม่เชื่อสายตา


ขอบคุณครับที่ยังอุตส่าห์จำผมได้


คิมจงอินคลี่ยิ้มให้บุคคลทั้งสองตรงหน้าอย่างเป็นมิตร ทว่ายิ้มนั่นกลับทำให้ผู้พบเห็นลอบกลืนน้ำลายกันอึกใหญ่และสัมผัสได้ถึงความซวยที่กำลังมาเยือน


ลมหายใจของนักศึกษาฝึกงานตัวเล็กขาดห้วงเป็นจังหวะหลังจากที่เห็นใบหน้าคุ้นเคยของใครบางคน ที่ตั้งแต่เข้ามาทำงานที่นี่ก็ยังไม่ได้เจอตัวเป็น ๆ เลยสักครั้ง จงอินชำเลืองมองเขาครู่หนึ่งก่อนจะหันไปมองหญิงสาวตรงหน้าเหมือนเดิม


ดูท่าทางพวกคุณกำลังคุยเรื่องสนุก ๆ กันอยู่นะครับ ขอผมฟังด้วยคนได้ไหมถ้าให้เปรียบว่าในบริษัทใครน่าเกรงขามที่สุด แน่นอนว่าทุกคนต้องตอบว่าท่านประธานปาร์ค แต่ถ้าถามว่าใครน่ากลัวที่สุดก็ตอบเป็นเสียงเดียวกันอีกครั้งว่าคิมจงอินผู้จัดการฝ่าย HR ที่เป็นญาติสนิทของท่านประธานทั้งยังมีหุ้นร่วมในบริษัทอีกด้วย


ความโหดเหี้ยมไม่เป็นสองรองใครที่ถึงแม้จะถูกแอบซ่อนไว้ใต้รอยยิ้ม แต่ก็ไม่ได้ทำให้คนมองรู้สึกสบายใจขึ้นมาเลยแม้แต่น้อย


ว่าไงครับจงอินถามอีกครั้งทั้งยังใช้สายตาไล่มองคนในแผนกที่อยู่รอบ ๆ


ไม่มีอะไรค่ะ ดิฉันก็แค่ตักเตือนพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมของเด็กฝึกงานหญิงสาวตอบด้วยน้ำเสียงฉะฉานบ่งบอกว่าเธอไม่ได้สะทกสะท้านกับสถานะของคนตรงหน้า


ตักเตือนเรื่องอะไรล่ะครับ ทำไมถึงต้องลามไปถึงเรื่องเอาตัวเข้าแลกตำแหน่งเมื่อจบประโยคก็ไม่มีแม้แต่เสียงตอบกลับมา เยริได้แต่ยืนจ้องหน้าชายหนุ่มผู้มีอำนาจในการจัดการกับบุคลากรในบริษัทนิ่งก่อนจะแค่นหัวเราะอย่างถือตัว


ดิฉันว่าคุณจงอินเองก็น่าจะรู้อยู่แล้วนะคะว่าเรื่องอะไร


หญิงสาวมั่นใจว่าเธอไม่ได้ผิดอะไรถ้าหากว่าจะตักเตือนพนักงานคนอื่นเรื่องการใช้ชีวิตในบริษัท โดยเฉพาะกับคนที่มีรูปภาพในเชิงชู้สาวกับท่านประธาน มันแพร่ไปทั่วทุกแผนกและการที่เห็นผู้จัดการคิมจงอินโผล่มาในตอนนี้ก็คงไม่ใช่ความบังเอิญของเจ้าตัว


ข่าวฉาวของท่านประธานกับเด็กฝึกงานหน่ะหรอครับ


ขณะที่ถามก็หันไปมองเด็กฝึกงานคนข้าง ๆ ที่ตอนนี้เอาแต่ลอบมองใบหน้าของเขา ทั้งยังกัดริมฝีปากแน่นจนนึกอยากจะขำออกมา


โดนดีเข้าให้แล้วไหมล่ะ


ถ้ารู้แล้วทำไมคุณถึงยังเฉยกับเรื่องนี้อยู่ล่ะคะ ไม่คิดจะจัดการอะไรหน่อยรึไงสาบานได้ว่าตั้งแต่เยริเข้ามาทำงานในบริษัทนี้ เธอไม่เคยคิดจะเอาเรื่องอื้อฉาวของใครมาฟ้องเพื่อให้เจ้าตัวถูกเล่นงาน แต่เพราะว่าเหตุการณ์ตอนนี้มันหนักหนาสาหัสเกินไปจนคิดว่าปล่อยเอาไว้ไม่ได้


ถ้าถามว่าทำไมเยริถึงต้องเดือดร้อน อาจจะเป็นเพราะว่าเธอรักและเคารพในตัวท่านประธาน และไม่ได้มีเพียงเธอคนเดียวที่คิดแบบนี้ หลายคนในบริษัทเองต่างก็จงรักภักดีกับคนเป็นนาย ซึ่งแน่นอนว่าถ้าหากมีใครเป็นเสี้ยนหนามทำให้ท่านประธานเสียชื่อ คนพวกนั้นก็จะต้องจัดการดีดเด็กนั่นออกไปให้พ้นทาง


ผมจะจัดการแน่ครับ


คิมจงอินพูดพร้อมกับยกยิ้มอีกครั้ง แน่นอนว่าผมจะจัดการคนที่เผยแพร่รูปก่อน


!!!


พวกคุณทุกคนเองก็รู้ดีไม่ใช่รึไงครับ ว่าท่านประธานของเราเป็นคนแบบไหนขณะที่พูดชายหนุ่มก็จงใจให้คนบริเวณรอบได้ยินโดยการเพิ่มน้ำเสียงให้ดังขึ้น ครั้งแรกที่พวกคุณเข้ามาที่นี่กฎก็บอกเอาไว้ชัดเจนว่าเวลางานคือทำงาน เวลานอกงานคือเวลาส่วนตัว เพราะฉะนั้นถ้ามันเป็นเรื่องระหว่างประธานกับเด็กฝึกงาน นั่นมันก็เป็นเรื่องของคนสองคน ซึ่งถ้าตามที่เห็นในรูป พวกคุณก็จะรู้ว่าเขาไม่ได้อยู่ในเวลาทำงาน


นี่ผู้จัดการเข้าข้างเด็กฝึกงานหรอคะ?” เยรินิ่วหน้าถาม ทั้ง ๆ ที่คิดว่าจงอินจะเล่นงานเด็กคนนี้แท้ ๆ แต่กลับถูกบ่ายเบี่ยงไปประเด็นอื่น


ผมไม่ได้เข้าข้างใครทั้งนั้นครับ ก็แค่พูดตามที่เห็น


แต่ผู้จัดการก็รู้ไม่ใช่หรอคะว่าท่านประธานหน่ะแต่งงานแล้ว


ถ้าอย่างนั้นคุณจะบอกว่าประธานปาร์คกับเด็กฝึกงานกำลังเป็นชู้กันงั้นหรอครับชายหนุ่มเลิกคิ้วมองหญิงสาวตรงหน้าหลังจากที่เธอพยายามพูดหว่านล้อมให้เขาตระหนักถึงความผิดพลาดของเด็กฝึกงาน “อะไรที่ทำให้คุณมั่นใจขนาดนั้นครับ"


หลักฐานมันคาตาขนาดนี้ยังจะต้องถามอะไรอีกงั้นหรอคะ


ทำไมคุณถึงดูเป็นเดือดเป็นร้อนจังเลยล่ะครับคุณเยริ


“!!!”


หรือที่คุณกำลังโมโหอยู่ตอนนี้เพราะคุณทำไม่ได้แบบเด็กคนนั้นใช่ไหม


หญิงสาวเกิดอาการพูดไม่ออกทันทีที่ถูกชายหนุ่มตรงหน้าถามย้อนกลับ เธอพยายามจะพุ่งประเด็นไปยังเด็กฝึกงานที่กำลังยืนนิ่ง จ้องมองเธออย่างไม่รู้สึกผิดกับสิ่งที่เกิดขึ้น อย่างน้อยมันก็เป็นเรื่องอื้อฉาวในบริษัทที่สร้างความเสียหายให้แก่ท่านประธาน คิมจงอินควรจะจัดการเด็กนั่น ไม่ใช่พยายามต้อนเธอเข้ามุมแบบนี้!


แล้วเรื่องอะไรที่ฉันต้องทำแบบเดียวกับเด็กนั่นด้วยคะ


เพราะคุณก็หวังที่ตรงนั้นเหมือนกันไม่ใช่หรอครับ


!!!


ถ้าคุณจะบอกว่าคุณแค่อยากตักเตือนพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมของเด็กฝึกงาน นั่นมันเป็นหน้าที่ของผม แผนกการตลาดอย่างคุณไม่มีสิทธิ์เข้ามายุ่ง อีกอย่าง.. อย่าคิดหาวิธีทำลายอนาคตของคนคนหนึ่งที่เขาไม่ได้มีความผิดอะไร และอย่าคิดว่าการพูดจาข่มคนอื่นจะทำให้ตัวเองดูสูงขึ้นนะครับ


“...”


ถ้าหากว่าคุณรู้ความจริงขึ้นมาว่าจริง ๆ แล้ว—”

 


Rrrrrrrrrr!


เสียงโทรศัพท์ดังแทรกขึ้นในระหว่างที่กำลังจะพูดทำให้ชายหนุ่มต้องหยุดชะงัก จงอินล้วงเอามือถือของตนขึ้นมาดูหน้าจอก่อนจะต้องเลิกคิ้วมอง ปล่อยทิ้งความอยากรู้ให้แก่หญิงสาวตรงหน้าเพราะคำพูดที่ไม่จบประโยค กระทั่งเขาเก็บมือถือแล้วหันมองคนทั้งสองสลับไปมา


เอาเป็นว่าผมจะจัดการเรื่องนี้ตามกฎของบริษัท


“...”


ส่วนคุณนักศึกษาฝึกงาน ถ้ามีเวลาว่างสักห้านาทีกรุณามาพบผมที่ห้องด้วยครับ


เมื่อจบประโยค ผู้จัดการหนุ่มก็เดินออกไปทันทีโดยไม่คิดรอคำตอบ แน่นอนว่ามันทำให้เยริไม่พอใจเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะกับประโยคเมื่อครู่ที่อีกฝ่ายทำท่าจะพูดแต่ก็พูดไม่จบ ปล่อยทิ้งไว้ให้เกิดความหงุดหงิดใจไม่น้อย


แบคฮยอนเห็นว่าชายหนุ่มเดินออกไปแล้วเขาจึงค้อมหัวลาบ้างเพราะตนก็ไม่อยากยืนอยู่ตรงนี้นานนัก ซึ่งหญิงสาวก็เชิดหน้าไปทางอื่นไม่แม้แต่จะปรายตามองตอบรับความอ่อนน้อมแต่อย่างใด เห็นแบบนั้นแล้วแบคฮยอนก็รีบเดินออกไปจากแผนกการตลาดทันที


หญิงสาวคนสวยปรายตามองก่อนจะแค่นหัวเราะอย่างนึกสมเพช ไอ้ท่าทีตีซื่อทำหน้าเศร้าคิดว่าคนอย่างเธอจะสงสารอย่างนั้นหรอ? ช่างเป็นเด็กที่แสนกลับกลอกเสียจริง ต่างจากในรูปที่ดูท่าก็มีความสุขดีกับท่านประธาน นั่นก็ยิ่งทำให้เยริอดนึกคับแค้นใจไม่ได้


เด็กนั่นมีดีอะไรทำไมท่านประธานถึงยอมให้ก้าวผ่านเส้นความสัมพันธ์ไปอย่างง่ายดาย ทั้ง ๆ ที่คนเป็นนายก็แสดงออกมาอย่างสม่ำเสมอ ว่าไม่ชอบให้ใครเข้าไปยุ่งในพื้นที่ส่วนตัว แต่แบคฮยอนก็สามารถพาตัวเองเข้าไปอยู่ในจุดนั้นได้


จุดที่ใครหลายคนก็อยากเข้าไป


จริงอยู่ที่ว่าเธออาจจะเป็นเดือดเป็นร้อนเพราะรักและเคารพในตัวท่านประธาน แต่ลึก ๆ แล้วเยริเองก็หวังอยากเป็นมากกว่าที่เป็นอยู่ ทว่าก็รู้ตัวเองดีว่าไม่เหมาะสมถ้าหากจะต้องไปอยู่เคียงข้าง จนเมื่อได้สังเกตพฤติกรรมแปลก ๆ ของเด็กหนุ่ม หญิงสาวคิดว่ามันเป็นเรื่องที่สมควรแล้วอย่างนั้นหรอ?


ทั้งสถานะและช่วงอายุที่ห่างกันมาก


ดูยังไงทั้งคู่ก็ไม่เหมาะสมกันเลยสักนิด


นั่นคงเป็นความคิดที่ใครหลายคนในที่นี้ก็คงเห็นด้วยเหมือนกัน ถึงจะไม่ต้องออกปากกุข่าวลือเพื่อสร้างกระแส แต่รูปที่เห็นในอิริยาบถต่าง ๆ มันก็ชี้วัดได้เป็นอย่างดีว่าอะไรเป็นอะไร เยริเชื่อว่ายังมีหลายคนในบริษัทที่ต้องการจะสืบหาความจริงเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของคนทั้งสอง 


ซึ่งการหาคำตอบจากแบคฮยอนก็คงง่ายกว่าเพราะคงไม่มีใครกล้าถามท่านประธานแน่ และหลังจากนี้ไปเด็กนั่นก็คงถูกใครหลายคนในที่นี้รุมทึ้งอย่างไม่ปรานี เยริก็ได้แต่หวังว่าเด็กฝึกงานคนนั้นจะมีความอดทนมากพออยู่ต่อจนกว่าจะครบกำหนดสามเดือน


ซึ่งถ้าหากว่าต้องออกจากงานก่อนกำหนด มันก็คงเป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้จริง ๆ



 







 

แบคฮยอนไม่ได้ว่างเพราะมีงานต้องกลับไปทำต่อ แต่เขาเลือกที่จะให้ตัวเองมีเวลาสักห้านาทีเพื่อเข้าไปพบคิมจงอินตามที่อีกคนพูดไว้ และระหว่างทางไปยังห้องของผู้จัดการก็ถูกสายตานับสิบจากพนักงานมองตามด้วยความสนอกสนใจ ลึก ๆ แล้วทุกคนก็คงอยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับแบคฮยอน โดยเฉพาะฉากที่ถูกเยริฉะฝีปากใส่คงทำให้เรื่องใหญ่โตอยู่ไม่น้อย


กระทั่งคนที่เป็นประเด็นเข้าไปในห้องของผู้จัดการ ทุกคนก็รวมใจกันกรูเข้ามาที่หน้าประตูเพื่อสอดแนมความเคลื่อนไหว และเลขาสาวที่ได้รับคำสั่งว่าห้ามใครเข้าใกล้ เธอก็ต้องใช้ตัวเองเป็นกำแพงกันฝูงชนผู้สอดรู้ไม่ให้เข้าใกล้ห้องทำงานไปมากกว่านี้


ข้างนอกกำลังวุ่นวายซึ่งต่างจากภายในที่กำลังเย็นเยียบได้ที่ คิมจงอินนั่งอยู่บนเก้าอี้ทำงานตัวใหญ่ ทั้งดูเคร่งขรึมและน่าเกรงขาม ซึ่งต่างจากแบคฮยอนที่กำลังยืนประสานมืออยู่ตรงหน้า ทั้งสองต่างจ้องมองกันโดยไม่มีใครล่วงรู้ความคิดของอีกฝ่าย มีแค่ความเงียบและเสียงกลืนน้ำลายอึกใหญ่


จากคนอายุมากกว่า..


จงอินหลบตาทันที



โอเค พี่ยอมแล้ว พี่ขอโทษ


รู้ตัวด้วยหรอครับว่าผิดอะไร


รู้ครับ พี่รู้ว่าพี่ผิดอะไร


แล้วพี่จะชดใช้ให้ผมยังไงครับ


แบคฮยอนถามด้วยน้ำเสียงแข็งกระด้างต่างจากอีกฝ่ายที่พูดเสียงอ่อนเพราะไม่มีข้อแก้ตัว ทว่าท่าทีของผู้จัดการหนุ่มยังคงวางมาดความเป็นเจ้านายเอาไว้ และแบคฮยอนเองก็ยืนนิ่งคล้ายกับพนักงานที่กำลังถูกต่อว่า ซึ่งในสายตาของคนข้างนอกก็คงเข้าใจเป็นความหมายเดียวกันว่าแบคฮยอนกำลังถูกตักเตือนอยู่แน่ ๆ


ซึ่งมันไม่ใช่..


พี่จะเซ็นให้เราผ่านการประเมิน


สรุปแล้วพี่จะให้ผมใช้เส้นให้ได้ใช่ไหม


ไม่ใช่ พี่ไม่ได้หมายความว่าแบบนั้น..” ชายหนุ่มว่าพลางพรูลมหายใจออกมาแต่ก็ต้องยั้งเอาไว้ แล้วทำไมพี่จะต้องมานั่งกังวลกลัวเราว่าพี่ด้วยเนี่ยห้ะ


ก็มันสมควรไหมล่ะ เล่นอะไรไม่เข้าเรื่อง ไหนว่าตกลงกันแล้วว่าวันสัมภาษณ์งานพี่จะเป็นกรรมการและไม่ให้ผมผ่านแบคฮยอนกำลังพูดถึงเรื่องเมื่อหลายเดือนก่อนที่เขาก้าวเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในบริษัทนี้ ก็อย่างที่เคยเล่าไปว่าครอบครัวของเขาอยากให้เข้ามาทำงานที่นี่และมันก็เป็นความตั้งใจเดียวกับท่านประธาน หากแต่แบคฮยอนเห็นต่างจากคนอื่นเพราะเขาไม่อยากทำงานที่ INT.C


ใช่ว่าบริษัทตัวเองจะไม่ดี แต่เพราะว่ามีที่แห่งอื่นที่อยากไปหาประสบการณ์มากกว่า และเมื่อทางบ้านกดดันมาแบคฮยอนจึงต้องส่งใบสมัครและเข้ามาสัมภาษณ์โดยที่ติดสินบนญาติของสามีตัวเองเอาไว้ว่าจะเซ็นไม่ให้ผ่านเข้าทำงาน แน่นอนว่าแบคฮยอนโมโหเลือดขึ้นหน้าเมื่อรู้ว่าคิมจงอินไม่เข้าบริษัทแต่เป็นสามีของตนต่างหากที่เข้ามาคัดเลือกพนักงานในวันนั้น


ท้ายสุดแล้วแบคฮยอนก็หนีที่นี่ไม่พ้น เขาต้องเข้ามาเป็นนักศึกษาฝึกงานสามเดือนรวมถึงต้องใช้ชีวิตซ่อนสถานะตัวเองหลังจากที่เคยอยู่อย่างเปิดเผย เหมือนเอาชีวิตตัวเองเข้ามาเสี่ยงในที่ที่รู้อยู่แล้วว่ายังไงก็ไม่ปลอดภัย จนเมื่อมันเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน


แบคฮยอนเองก็อยากจะรู้ว่าจงอินจะรับผิดชอบเขายังไง


โธ่ พี่อธิบายเรื่องนี้ให้ฟังหลายรอบแล้วนะแบคฮยอน ถึงพี่จะเซ็นไม่ให้ผ่านแต่กรรมการคนอื่น ๆ เขาเห็นว่าคุณสมบัตินายผ่าน สองต่อหนึ่งยังไงก็สู้อะไรไม่ได้อยู่แล้วผู้จัดการหนุ่มกำลังอธิบายให้คนตรงหน้าเข้าใจว่าส่วนตัวแล้วเขาเองก็ทำอะไรไม่ได้


แล้วไอ้ตำแหน่งกับอำนาจที่มีอยู่นี่ก็ช่วยอะไรไม่ได้เลยรึไง


นั่นไงจู่ ๆ คิมจงอินก็ตบเข่าตัวเองฉาดใหญ่พร้อมกับยกนิ้วชี้หน้าคนเด็กกว่า ทำเอาคนด้านนอกต่างเบิกตาโพล่งด้วยความตกใจกับท่าทีของผู้จัดการ ถึงจะไม่รู้ว่าด้านในกำลังพูดเรื่องอะไรกัน แต่การที่จงอินชี้หน้าเด็กฝึกงานแสดงว่าชายหนุ่มกำลังต่อว่าเด็กนั่นอยู่แน่ ๆ


ตะกี้นายเป็นคนพูดเองว่าไม่อยากให้พี่ใช้เส้นสายให้นายผ่านการประเมิน ทีตัวเองล่ะ ใช้อำนาจพี่เพราะไม่อยากทำงานที่นี่


แต่พี่ก็รู้นี่ว่าผมไม่อยากทำงานที่นี่เพราะอะไรแบคฮยอนกดหน้าลงเล็กน้อย แต่สายตากลับช้อนมองอีกฝ่ายอย่างหาเรื่อง นี่ถ้าหากว่าวันนั้นคนสัมภาษณ์เป็นคนตรงหน้าป่านนี้เขาคงได้ไปทำงานบริษัทอื่นให้มันสบายใจกว่า จะได้ไม่ต้องมาคอยพะวงหน้าพะวงหลังกลัวมีคนล่วงรู้ความลับของตัวเองแบบนี้


เพราะไม่อยากให้ชานยอลโดนมองว่ามีเมียเด็กหน่ะหรอ?”


“...”


แบคฮยอน สมัยนี้มันโลกไหนแล้วเนี่ย เราก็เป็นเด็กรุ่นใหม่แท้ ๆ แทนที่จะเปิดกว้าง กลับมองโลกแคบซะงั้น ไม่มีใครเขาคิดนินทาว่าร้ายท่านประธานหรอก พี่ว่านะ..มีเมียเด็ก ๆ หน่ะดีจะตาย พอแก่ไปก็จะได้มีคนดูแลไง


พูดไปก็นึกอิจฉาญาติผู้พี่ไปด้วย ชานยอลหน่ะเป็นผู้ชายโชคดีที่ได้เจอกับเด็กอย่างแบคฮยอน และมันก็เป็นโชคดีของคนทั้งสองที่ต่างรู้ตัวกันเร็วว่ารักกัน ถึงจะตกใจนิดหน่อยที่รีบตัดสินใจปุบปับแต่งงานกันก็เถอะ แต่สุดท้ายแล้วทั้งคู่ก็ประคองความรักกันมาได้สี่ปีแล้ว


พี่เชื่อหรอว่าทุกคนเขาคิดแบบนี้ ถึงคนอื่นจะมองว่าพี่ชานยอลโชคดีที่ได้แต่งงานกับคนเด็กกว่า แล้วผมล่ะ? ผมหน่ะถูกมองว่าแก่แดดนะที่แต่งงานตั้งแต่ยังไม่จบมอปลาย


ก็แต่งกันมาตั้งสี่ปีแล้วทำไมจู่ ๆ ถึงมาโวยวายเอาตอนนี้ล่ะ


“...”


เราเองก็โตแล้วนะแบคฮยอน พี่รู้ว่าสังคมรอบข้างและช่วงเวลามันทำให้นายเปลี่ยนไป แต่ความรู้สึกของนายที่มีต่อชานยอลก็เปลี่ยนไปด้วยงั้นหรอ?” จงอินนิ่งไปครู่หนึ่ง เหมือนนายกำลังโยนความผิดให้คนรอบข้างโดยที่ไม่เคยมองดูตัวเองเลย ลองถามตัวเองดูสิว่าสิ่งที่ตัดสินใจทำลงไปมันดีแล้วใช่ไหม”


“...”


นายยังจำได้ไหม เด็กอายุสิบเจ็ดที่บอกว่าจะรักชานยอลและอยู่เคียงข้างตลอดไป ยังจำได้รึเปล่าแบคฮยอน


คำพูดของคนอายุมากกว่าทำเอาแบคฮยอนยืนนิ่งคิดอะไรต่อไม่ถูก ในหัวตอนนี้มีแต่ประโยคของจงอินลอยเต็มไปหมด เหมือนอีกฝ่ายกำลังต่อว่าเขากลาย ๆ ว่าแบคฮยอนหน่ะก็แค่เด็กเห็นแก่ตัวที่เอาแต่ใจตัวเองเป็นใหญ่จนไม่มองคนรอบข้าง


หรือว่ามันจะจริงอย่างที่คิมจงอินพูด..


เป็นอีกครั้งที่เด็กฝึกงานได้ยินคำถามที่ว่า จะแต่งงานกันไปทำไมในเมื่อคิดที่จะปกปิดเป็นความลับ การแต่งงานก็คือการประกาศความสัมพันธ์ที่ถูกต้องมันไม่ใช่เรื่องเสียหายเพราะไม่ว่ายังไงคนก็ต้องรู้กัน และในเมื่อตัดสินใจที่จะทิ้งอิสระและมีพันธะต่อกันแล้วก็ต้องรู้จักรับผิดชอบสิ่งที่ตามมาในตอนหลังด้วย


 นั่นคือสิ่งที่แบคฮวีนูน่าและคิมจงอินกำลังจะสื่อสารให้เด็กหนุ่มเข้าใจ


พี่รู้ว่านายไม่อยากเปิดตัวซึ่งก็ไม่มีใครบังคับ ทุกอย่างมันขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของนาย และชานยอลก็มีหน้าที่แค่ยอมรับในสิ่งที่นายต้องการ แต่พี่จะบอกไว้อย่างหนึ่ง ชีวิตคู่หน่ะ เขามีไว้ให้ยอมรับซึ่งกันและกัน เข้าใจในหน้าที่ของตัวเอง การประนีประนอมและการอ่อนโอนให้กันนั่นแหละที่ทำให้ชีวิตรักยังอยู่รอด


“...”


จริงอยู่ที่คู่ของนายอาจจะแต่งตอนที่นายอายุยังน้อย ความคิดยังเป็นเด็กไม่ประสีประสากับโลกกว้าง ในทางกลับกันชานยอลเองก็เป็นผู้ใหญ่ที่พร้อมจะก้าวเดินไปข้างหน้า แต่ทำไมยังยอมอยู่กับที่เพื่อที่จะรักษาสัญญากับแฟนตัวเองว่าจะไม่เปิดตัวจนกว่าจะเรียนจบ


“...”


“ในเมื่อเลือกที่จะแต่งงานกันแล้ว เมื่อถึงเวลาที่สมควรนายเองก็ควรลดความเป็นเด็กลงบ้าง ส่วนชานยอลเองก็ต้องลดความเป็นผู้ใหญ่ลงเหมือนกัน แบ่งความเป็นตัวของตัวเองลงครึ่งหนึ่งเพื่อให้เข้าใจอีกฝ่าย แบบนี้มันจะไม่ดีกว่าหรอ”


คล้ายกับว่าทุกประโยคของจงอินเป็นหมัดใหญ่ที่ฮุกเข้าท้องของเขา แบคฮยอนจุกจนบรรยายความรู้สึกออกมาไม่ได้ว่าตอนนี้ตัวเองคิดอะไรอยู่ มันตื้อเหมือนกับตอนที่เขาเห็นรูปพวกนั้น แต่ทว่ามันต่างกันเมื่อนึกถึงใครอีกคนที่อยู่ไกล


จริง ๆ แล้วเขาก็แค่เด็กเห็นแก่ตัวคนหนึ่งงั้นสินะ..


ยิ่งได้นึกตามที่คนตรงหน้าพูดแล้วแบคฮยอนก็ยิ่งรู้สึกผิดกับสิ่งที่เคยทำไว้ ทั้ง ๆ ที่คิดว่ามันเป็นผลดีกับตัวเราทั้งคู่ เขาไม่อยากให้ชานยอลถูกมองไม่ดี อย่างน้อยการที่เขาเรียนจบแล้วค่อยเปิดตัวนั้นมันอาจจะไม่แย่เท่ากับตอนที่รู้ว่าเขากำลังเรียนอยู่ก็ได้


ทว่ามันกลับไม่ใช่อย่างที่คาดฝัน แบคฮยอนคงเด็กเกินไปที่จะคิดได้และยังอยู่ในโลกของตัวเอง และชานยอลก็ยังอยู่ในโลกของผู้ใหญ่และมีภาระหน้าที่ที่ต้องรับผิดชอบ


และในระหว่างนั้นทั้งคู่ก็ต้องก้าวเดินไปพร้อม ๆ กัน


ถึงช่วงอายุจะห่างกันแต่นั่นก็ไม่ใช่อุปสรรค เพราะชานยอลก็เคยผ่านช่วงเวลาเดียวกับแบคฮยอนจึงเข้าใจและยอมให้อิสระการตัดสินใจในหลาย ๆ เรื่อง จะมีก็แต่เด็กหนุ่มที่ไม่เคยเข้าใจการเป็นผู้ใหญ่และอยู่ในโลกของตัวเองจนลืมนึกถึงคนข้างกาย


หลายเรื่องที่เราต่างเข้าใจกันเพราะใช้ชีวิตใกล้ชิดกันมาตลอด แบคฮยอนเองก็ย่อมรู้ดีว่าจริง ๆ แล้วชานยอลเป็นคนประเภทไหน ชอบอะไร อยากให้เขาเติบโตยังไง ซึ่งทุกสิ่งทุกอย่างที่แฟนหนุ่มคอยพร่ำสอนนั้นล้วนแต่เป็นผลดีกับเขาทั้งสิ้น รวมถึงการเคารพในความต้องการของแบคฮยอนก็ด้วย


หลากหลายเรื่องราวของทั้งสองที่หล่อหลอมให้กลายเป็นคู่ชีวิต เด็กฝึกงานรู้ว่าทุกคำพูดและความคิดของท่านประธานมีแต่เรื่องที่หวังดีกับเขาเสมอ โดยเฉพาะเรื่องความสัมพันธ์ ชานยอลไม่เคยเร่งเร้าและไม่เคยบังคับให้เปิดเผย


จะมีก็แต่แบคฮยอนที่ยังกังวลกับสิ่งที่จะตามมาในตอนหลัง


จริงอยู่ที่ในเมื่อตัดสินใจแต่งงานแล้วก็ต้องยอมรับในผลกระทบที่กำลังตามมา เขาเองก็คงเด็กเกินไปที่จะคิดเรื่องแบบนี้ได้ เพราะยิ่งโตก็ยิ่งเข้าใจว่าจริง ๆ แล้วมันไม่ได้ง่าย แต่แฟนหนุ่มก็ไม่เคยทำให้ทุกอย่างมันยากจนทำอะไรไม่ได้  ชานยอลให้อิสระเขาตลอด ทั้งเชื่อใจและไว้ใจ ยอมให้เขาเป็นตัวตั้งตัวตีในการตัดสินใจว่าจะเก็บความลับเรื่องนี้เอาไว้ หรือว่าเปิดเผยให้ทุกคนได้รับรู้


แต่นั่นมันก็เป็นความคิดของเด็กคนหนึ่งที่อ่อนหัดในการใช้ชีวิต ไม่รู้สิ ตอนนี้แบคฮยอนกำลังสับสน เขาไม่รู้ว่าควรจะเริ่มจากตรงไหน จู่ ๆ มันก็กลายเป็นปัญหาที่หาทางออกไม่ได้ แน่นอนว่าหนทางเดียวที่จะทำให้ทุกอย่างคลี่คลายคือต้องเปิดเผยความจริง


จงอินมองคนตรงหน้าที่เงียบไปจนน่าใจหาย ทว่าดวงตาและใบหน้าของแบคฮยอนกลับราบเรียบทำเอาคาดเดาอารมณ์ไม่ได้ นัยน์ตาเรียวหลุบมองพื้นอีกครั้งก่อนจะพรูลมหายใจออกมาเฮือกใหญ่ราวกับว่าสิ่งที่จงอินพูดไปมันสร้างความหนักอกหนักใจให้แก่คนฟัง


“แบคฮยอน ที่พี่พูดไปหน่ะ พี่ไม่ได้อยากให้เราเครียดหรอกนะ แต่อยากให้ลองคิดดูดี ๆ ”


“...”


“ความจริงมันอาจจะไม่ได้น่ากลัวอย่างที่นายคิดหรอก”


“ผม..” เด็กหนุ่มทำท่าคิดจนคนมองสังเกตได้ถึงความกังวล “ผมไม่รู้ว่าตัวเองควรจะทำยังไงต่อ”


“อยากให้พี่แนะนำให้หรอ?” จงอินเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะพูดขึ้น จริง ๆ เรื่องรูปของนายกับชานยอลหน่ะ พี่ว่ามันค่อนข้างชวนให้เข้าใจผิดอยู่มาก เพราะหนึ่งชานยอลเป็นประธานบริษัท และสองนายก็แค่เด็กฝึกงาน นั่นคือสิ่งที่พนักงานทุกคนในบริษัทเข้าใจและต่อจากนี้อาจจะเกิดเรื่องไม่ดีขึ้นกับนายก็ได้”


“...”


พี่ไม่ได้จะบอกว่าพนักงาน INT.C ร้ายกาจ แต่พี่กำลังพูดถึงว่าทุกคนที่นี่ต่างก็รักท่านประธานไม่แพ้กัน ใครที่ทำให้ชานยอลเสียชื่อก็มักจะถูกกำจัดออกไปเงียบ ๆ ซึ่งนั่นมันอาจจะเป็นอันตรายต่อนายถ้าหากว่ายังไม่มีใครรู้สถานะที่แท้จริงในที่นี้จงอินกำลังหมายถึงกรณีที่เยริพูดจาถากถางเด็กตรงหน้า เขาไม่อยากจะนึกสภาพเลยว่าถ้าหากเข้าไปช้ากว่านี้จะเกิดอะไรขึ้นบ้าง


พี่จะให้ผมบอกความจริงกับทุกคนหรอครับ


นายยังไม่พร้อมกับเรื่องนี้ไม่ใช่รึไง”


“...”


พี่ว่า..นายควรบอกชานยอลนะ


ทันทีที่จงอินพูดจบ แบคฮยอนก็ช้อนตามองคนตรงหน้า เขาเกิดอาการประหม่าเมื่อคิดว่าต้องเอาเรื่องนี้ไปพูดกับท่านประธานให้ทราบเรื่อง


ผม..ผมยังบอกตอนนี้ไม่ได้จงอินเลิกคิ้วมองเชิงสงสัยก่อนที่เด็กหนุ่มจะอธิบายเหตุผลในตอนหลัง พี่ชานยอลยังอยู่ต่างประเทศ เขายังต้องทำงานเพื่อบริษัท ผมไม่อยากเอาเรื่องนี้ไปทำให้เขาไม่สบายใจ.. อย่างน้อยก็รอให้เสร็จทางนั้นก่อน ถ้ากลับมาถึงเมื่อไหร่ผม..จะรีบบอกทันที


แน่ใจ?”


“...”


ไม่ใช่ว่าอยากยืดเวลาตัวเองออกไปอีกงั้นหรอ?” ผู้จัดการหนุ่มมองเด็กตรงหน้าก่อนที่อีกฝ่ายจะส่ายหัวปฏิเสธ แบคฮยอนไม่ได้พูดอะไรต่อ แต่จงอินก็สัมผัสได้ถึงความกังวลใจที่กำลังก่อตัวขึ้น


ดูภายนอกแบคฮยอนก็แค่เด็กมหาลัยธรรมดา ๆ คนหนึ่ง ที่วัน ๆ ใช้ชีวิตได้อย่างมีอิสระ มีเพื่อน มีครอบครัว มีทุกอย่างที่ชวนให้คนอื่นนึกอิจฉา จะเรียกว่าเป็นชีวิตที่สุขสบายก็ว่าได้ แต่ใครจะไปรู้ว่าความจริงแล้วเด็กคนนี้ก็มีภาระเป็นถึงที่พักพิงอิงใจให้กับนายใหญ่ของที่แห่งนี้


ความอ่อนโยนหลายอย่างที่ชานยอลแสดงออกต่อพนักงานนั่นก็มีผลพวงมาจากการปฏิบัติตัวกับแบคฮยอน ถ้าเป็นเมื่อก่อนตอนที่ญาติคนพี่ยังไม่แต่งงาน เจ้านั่นชอบนิ่งขรึมทั้งวัน โหดเสียยิ่งกว่าผู้นำเผด็จการ พอแต่งงานมีภรรยาแล้วก็ค่อยเป็นผู้เป็นคนหน่อย ถึงจะสร้างความแปลกใจให้พนักงานเก่า ๆ แต่ก็ถือว่าเป็นการเริ่มต้นที่ดี เพราะหลายครั้งการสั่งงานลูกน้องก็ต้องใช้ความประนีประนอม ยิ่งนิ่งหรือดุว่าพนักงานมากเท่าไหร่ ความเชื่อมั่นและความเคารพก็จะลดลงไปด้วย


อืม..ก็แล้วแต่ ถ้านายว่าแบบนั้นพี่ก็จะไม่ขัดอะไรจงอินว่าขณะโน้มตัวมาประสานมือไว้บนโต๊ะ จังหวะนั้นหางตาก็เหลือบมองนอกประตูซึ่งแน่นอนว่ามีพนักงานหลายคนยืนออกันอยู่ ดูท่าเลขาของเขาคงกันอะไรมากไม่ได้ แต่ก็โชคดีที่ห้องทำงานนี้เก็บเสียงพอสมควร


พี่ว่านายกลับไปทำงานต่อเถอะจงอินพูดในขณะที่แบคฮยอนพยักหน้ารับ อีกฝ่ายโค้งก่อนจะเดินออกไป แต่ไม่ทันไรชายหนุ่มก็เรียกไว้ทันที แบคฮยอน


“...”


ช่วงนี้จะทำอะไรก็ระวังตัวหน่อยก็แล้วกัน


“..ครับ


แบคฮยอนเข้าใจว่าจงอินหมายถึงเรื่องอะไร เขาโค้งตัวลาผู้จัดการหนุ่มที่เป็นญาติคนสนิทของสามีอีกครั้ง เด็กฝึกงานเดินไปยืนอยู่ตรงประตูหน้าห้องด้วยความประหม่า ก่อนจะสูดลมหายใจเข้าปอดเฮือกใหญ่เพื่อเรียกกำลังใจให้ตัวเอง เขาหันมามองคนด้านหลังเล็กน้อยก่อนจะเปิดประตูแล้วเดินออกจากห้องไป


คิมจงอินมองตามจนกระทั่งประตูถูกปิดลง เขานั่งชั่งใจอยู่ครู่หนึ่งว่าสิ่งที่พูดไปเมื่อครู่นั้นได้ทำร้ายจิตใจส่วนไหนของแบคฮยอนหรือเปล่า ดูท่าทางแล้วก็น่าเป็นห่วงกว่าที่คิดเอาไว้ แต่ถึงยังไงเขาเองก็ถือว่าได้ทำหน้าที่ผู้เตือนสติที่ดีที่สุดคนหนึ่งละกัน


ส่วนเรื่องที่จะเกิดขึ้นหลังจากนี้ก็คงต้องปล่อยให้แบคฮยอนเป็นคนตัดสินใจทุกอย่างว่าจะทำอย่างไร และเขาเองก็คงทำได้แค่ยืนมองห่าง ๆ เพราะถ้าหากว่ายื่นมือเข้าไปช่วยเมื่อไหร่ ความสงสัยในตัวแบคฮยอนก็จะยิ่งเพิ่มขึ้นและอาจจะนำพาอันตรายมาสู่เด็กหนุ่มก็ได้


แต่จะมีวิธีไหนที่จะทำให้พี่สะใภ้ตัวเล็กรอดพ้นเงื้อมมือจากคนบริษัทได้นะ..


เขาคิดว่าตัวเองต้องทำอะไรสักอย่างแล้วล่ะ

 

 

 

 

 

 

 

 

ให้ตายสิ ไม่ได้ยินอะไรเลยวุ้ย เสียงบ่นพึมพำของพนักงานหนุ่มหน้าหล่อว่าในขณะที่เจ้าตัวเดินออกมาจากห้องน้ำ โอเซฮุนนึกหงุดหงิดอยู่ไม่น้อยที่ไม่ได้ยินเสียงผู้จัดการผิวแทนคนนั้นต่อว่าเด็กรุ่นน้องในปกครองยังไงบ้าง


อุตส่าห์เอาหูไปแนบประตูก็แล้วแต่ก็ไม่ได้ยินเสียงอะไรนอกจากเลขาสาวหน้าห้องที่โหวกเหวกเสียงดังไม่หยุด จนเมื่อเห็นว่าแบคฮยอนกำลังจะออกมาจากห้อง วงสอดแนมก็แตกรังทันที เซฮุนผู้เป็นรุ่นพี่ก็อยากจะเดินเข้าไปถามด้วยความห่วงใยว่าเกิดอะไรขึ้น แต่พอเห็นสีหน้าไม่สู้ดีของรุ่นน้องเขาจึงต้องเก็บความสงสัยมากมายเอาไว้


ค่อยถามวันอื่นก็ได้วะ..


จะว่าเป็นเรื่องทอร์คออฟเดอะทาวน์ก็ว่าได้ ตั้งแต่เซฮุนเข้ามาทำงานที่นี่เขาเองก็ไม่เคยเห็นข่าวของท่านประธานกับดาราเซเลปสาวคนไหนที่ควงกันแล้วถึงขั้นดูดปากกันในรถ โจ่งแจ้งกว่านี้ไม่มีอีกแล้วครับ ยิ่งกับท่านประธานที่เป็นพวกชัดเจนในความสัมพันธ์ด้วยแล้ว แต่เด็กฝึกงานบยอนนั่นก็มาแหกกฏทุกอย่าง


ไม่เด็ดจริงคงทำไม่ได้


เอาจริงหน้าตาน้องมันก็ไม่ได้ขี้ริ้วขี้เหร่อะไร มองรวม ๆ แล้วก็เป็นผู้ชายร่างเล็กหน้าตาน่ารักคนหนึ่ง แต่ถ้าบวกนิสัยเข้าไปแล้วเซฮุนว่าแบคฮยอนก็เป็นคนมีเสน่ห์พอตัว แต่ที่แปลกใจก็คือเด็กนั่นไปทำยังไงทำไมถึงได้มีความสัมพันธ์กับท่านประธานถึงขั้นนั้น


จะว่าแปลกก็แปลก..


เหมือนลางสังหรณ์บางอย่างมันสะกิดหัวใจให้นึกย้อนกลับไปเหตุการณ์ก่อนหน้า ทว่าเซฮุนกลับนึกไม่ออกว่าเพราะอะไรทำไมเขาถึงคิดว่าบางทีท่านประธานกับเด็กฝึกงานอาจจะรู้จักกันมาก่อนก็ได้ แต่ในเมื่อวันนั้นทุกคนก็เห็นกันจะ ๆ ไม่ใช่หรอว่าผู้หญิงที่มาโวยวายในบริษัทเป็นเมียของท่านประธาน


ไม่รู้ว่าเรื่องจริงหรือข่าวลือ แต่จู่ ๆ ก็มีเสียงกระซิบต่อกันมาว่าจริง ๆ แล้วหญิงสาวคนนั้นไม่ใช่ภรรยาที่แต่งงานด้วย เพราะเจ้าหล่อนเพิ่งแต่งกับชายหนุ่มอีกคนเมื่อตอนปลายปีที่แล้ว ดังนั้นเมื่อมาคิดกับระยะเวลาแต่งงานของท่านประธานที่แต่งไปแล้วสี่ปี ยังไงมันก็ไม่เข้าข่ายแน่นอน


แล้วทำไมเธอคนนั้นต้องมาโวยวายทำเหมือนเป็นเดือดเป็นร้อนแทนด้วยล่ะ?


มันยังคงเป็นคำถามที่ค้างคาอยู่ในใจ ถึงแม้จะเคยเสิร์ชหาชื่อแล้วก็ตาม แต่ที่เห็นส่วนใหญ่ก็แค่ข่าวแฟชั่นของเจ้าตัว  เรื่องครอบครัวก็แทบจะเรียกได้ว่าเป็นความลับอยู่  ซึ่งเซฮุนก็ไม่รู้จะเสาะแสวงหาข้อมูลมาจากไหนอีกแล้วนอกจากรอเวลาเท่านั้น


แต่ไอ้ระหว่างที่รอเนี่ยเรื่องของแบคฮยอนก็ดังโป้งป้างขึ้นมาทำเอาพนักงานแตกตื่นกันยกใหญ่ เซฮุนยอมรับเลยว่าเขาเป็นรุ่นพี่ยอดแย่แห่งปีที่ไม่สามารถปกป้องเด็กรุ่นน้องใต้ปกครองได้ อย่างน้อยก็อยากจะเข้าไปพูดคุยเพื่อถามหาความจริงและคลายความกังวลใจให้แบคฮยอน


แต่ก็อย่างว่านะ.. มนุษย์เป็นสัตว์สังคม ส่วนใหญ่เห็นด้วยแบบไหน ใครอยากอยู่รอดก็ต้องตามกันไป


มันเป็นความคิดที่ค่อนข้างแย่ แต่กับคนที่ไม่ได้มีอำนาจพอไปสั่งใครได้เซฮุนก็ยังอยากเป็นพนักงานที่น่ารักในสายตาของทุกคน อย่างน้อยก็ให้ชีวิตในการทำงานราบรื่นไปด้วยดี และเขาก็คิดว่าแบคฮยอนเองก็คงคิดแบบเดียวกัน


และก็น่าสงสารเป็นเท่าตัวเมื่อคิดว่าเรื่องที่เด็กนั่นกำลังเจอหน่ะสาหัสแค่ไหน


เขาควรจะช่วยแบคฮยอนหรืออยู่เฉยต่อไปดีนะ..

 


เรื่องนั้นมึงไม่ต้องเป็นห่วง กูจัดการให้เรียบร้อยแล้ว


ไม่ทันจะก้าวพ้นออกจากระหว่างทางเดินจากห้องน้ำเข้าไปในแผนกทำงาน เสียงคุ้นหูของใครบางคนก็ดังขึ้นทำเอาเจ้าของขายาวหยุดชะงัก


นั่นมัน..


อืม กูก็พูดตามที่นึกออกหว่ะ แต่แฟนมึงก็เด็กจริง ๆ นั่นแหละ อยู่ด้วยกันยังไงทำไมไม่รู้จักสอนให้โตบ้างวะ ขืนอยู่กันต่อไปแบบนี้คนที่แย่ก็คือแบคฮยอนนะ ไม่ใช่มึง


แบคฮยอน? ใช่แบคฮยอนเด็กรุ่นน้องในแผนกเขาหรือเปล่า?


เมื่อความสงสัยพวยพุ่ง โอเซฮุนก็รีบปรี่เข้าไปแนบกับผนังเย็นเฉียบก่อนจะชะโงกหน้ามองไปด้านนอก เขาเห็นแผ่นหลังกว้างของใครบางคนกำลังยืนคุยโทรศัพท์ตรงบริเวณกระจกบานใหญ่ที่มองเห็นวิวรอบเมือง


ผู้จัดการคิม..

 

ถ้าห่วงมากก็รีบกลับมาดิวะ ถ้าคนในบริษัทเล่นงานเมียมึงจริง ๆ กูก็ช่วยอะไรไม่ได้นะเว้ย

 

เมีย? หมายถึงแบคฮยอนที่เป็นเมียหรือว่าใครวะ..

 

มึงมั่นใจได้ไงว่าไม่มี มึงรู้ไหมว่าวันนี้เยริแผนกการตลาดเกือบกระซวกไส้เมียมึงออกมากิน ดีนะที่กูเข้าไปช่วยทัน แต่ก็เกือบหลุดปากบอกไปว่าจริง ๆ แล้วแบคฮยอนคือภรรยาของปาร์คชานยอล มีหวังเงิบกันทั้งบริษัทแน่ ๆ

 

เชี่ย!!—อุ้บ!!”


โอเซฮุนตะครุบปากตัวเองทันทีเมื่อเผลออุทานร้องลั่นด้วยความตกใจเพราะได้ยินประโยคเมื่อครู่ เขารีบย่อตัวลงหลบหลังต้นไม้กอหนึ่งตรงมุม และก็เป็นจังหวะเดียวกับที่จงอินหันมามอง


ห้ะ อ้อ เปล่าหว่ะ งั้นเดี๋ยวไว้ค่อยคุยนะผู้จัดการหนุ่มว่าก่อนจะกดตัดสายญาติผู้พี่ที่โทรมาถามเรื่องราวของแฟนเด็ก จงอินเก็บมือถือใส่กระเป๋าและในขณะเดียวกันหัวคิ้วก็ขดเป็นปมแน่น เพราะเขาได้ยินเสียงอุทานของใครสักคน และก็มั่นใจว่าไม่ใช่ผีสางนางไม้ที่ไหนแน่


ใครอยู่ตรงนั้น ออกมาเดี๋ยวนี้!” ชายหนุ่มใช้เสียงทุ้มต่ำพูดพลางเดินเข้าไปใกล้บริเวณที่ได้ยินเสียงเมื่อครู่


ผมถามหน่ะ ไม่ได้ยินรึไง!”


อีกครั้งที่จงอินตะเบ็งเสียงให้ดังขึ้นกว่าเดิม แน่นอนว่ามันทำให้คนแอบฟังอกสั่นขวัญผวาจนทำอะไรต่อไม่ถูก โอเซฮุนได้แต่กอดเข่าหลับตาแน่นปี๋เพื่อหลีกหนีความเป็นจริงที่กำลังจะเผชิญ


กูตาย.. กูตายแน่ ๆ โดนหลายกระทงเลยอิเหี้ยเอ้ย!


รองเท้าหนังกระทบกับพื้นดังสั่นประสาทของพนักงานหนุ่มให้รู้สึกใกล้ตาย ก่อนที่ลมหายใจแทบจะขาดห้วงเมื่อเขาเห็นปลายรองเท้าที่โผล่ออกมาจากกำแพง

 

Rrrrrrrrrr—! 


ราวกับระฆังจากสวรรค์ดังช่วยชีวิต เซฮุนแทบอยากจะก้มคำนับโค้งให้กับความเมตตาของพระเจ้าที่ทำให้ผู้ชายคนนี้มีชีวิตรอดไปอีกหนึ่งวัน


ครับ เดี๋ยวผมจะรีบไป


ผู้จัดการหนุ่มกรอกเสียงใส่ปลายสายเมื่อครู่ว่าคนที่โทรมาคือเลขา เขาถูกตามตัวให้ไปเซ็นเอกสารซึ่งต้องเร่งส่งภายในครึ่งชั่วโมง ชายหนุ่มกวาดสายตามองรอบ ๆ ก่อนจะตัดใจเดินกลับหลังไปยังทางเดิมที่จากมา แต่กระนั้นความสงสัยก็ไม่ได้คลายลงแม้แต่น้อยว่าเสียงอุทานเมื่อครู่เป็นของใคร


เมื่อเสียงฝีเท้าเริ่มห่างออกไปเรื่อย ๆ ก้อนเนื้อกลางอกของเซฮุนก็ค่อย ๆ เต้นผ่อนลงจนเป็นจังหวะปกติ ถึงจะมีบ้างที่แอบวูบโหวงเพราะเหตุการณ์เมื่อครู่ พนักงานหนุ่มสูดลมหายใจเข้าออกเพื่อเรียกสติตัวเองให้กลับคืนมา แต่ก็ต้องมานั่งครุ่นคิดใหม่อีกรอบว่าสิ่งที่ได้ยินหน่ะเป็นเรื่องจริงไหม


ไอ้ที่บอกว่าแบคฮยอนเป็นภรรยาของท่านประธานหน่ะเรื่องจริงงั้นหรอ?


เซฮุนไม่อยากจะเชื่อหูตัวเองเลยสักนิด แต่ประโยคนั่นก็ออกมาจากปากของผู้จัดการเชียวนะ! แอบฟังก็รู้ว่ากำลังพูดสายอยู่กับใคร แล้วถ้าเกิดว่ามันเป็นเรื่องจริงขึ้นมา ทุกสิ่งทุกอย่างที่ทุกคนกำลังเข้าใจมันก็เป็นเรื่องเข้าใจผิดอย่างนั้นหรอ?


ชิบหายแล้ว กูต้องตั้งสติก่อน กูต้องตั้งสติ—!

 


“มาแอบอะไรอยู่ตรงนี้ครับ?”

“ไอ้เหี้ย!!

 

โอเซฮุนร้องลั่นอย่างลืมตัวเมื่อจู่ ๆ ก็มีเสียงหนึ่งโพล่งขึ้นมาทำเขาตกอกตกใจเป็นครั้งที่สอง  พนักงานหนุ่มยกมือปิดปากตัวเองทันทีเมื่อหลุดคำหยาบคาย หัวใจหล่นลงไปอยู่ตรงปลายเท้าเมื่อเสียงเมื่อครู่มันช่างคุ้นหูนัก และเมื่อหันไปมองที่มาของเสียงเซฮุนก็แทบจะร้องไห้ออกมาทันที


-ผู้จัดการ..” ขาทั้งสองข้างแทบจะอ่อนเปลี้ยไปในทันทีเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายเป็นใคร ริมฝีปากสั่นเทิ้มรวมถึงเหงื่อข้างขมับที่แตกพลั่ก ๆ อย่างกับเปิดก๊อกน้ำ พนักงานหนุ่มกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่อย่างฝืดเคืองพร้อมกับยืนแข็งทื่อยอมรับชะตากรรมที่กำลังมาเยือนตน


“ว่าไงครับ ผมถามว่าคุณมาแอบทำอะไรอยู่ตรงนี้” น้ำเสียงเย็นเยียบจากคนมีอำนาจทำให้พนักงานต่ำต้อยอย่างเขาถึงทำอะไรต่อไม่ถูก


“คือ..ผ-ผม..”


“คุณแอบฟังผมคุยโทรศัพท์อย่างนั้นหรอ?” จงอินถามในขณะที่จ้องมองคนตรงหน้าราวกับไม่สบอารมณ์นัก


“ไม่ครับ ผ-ผมไม่ได้แอบฟัง! ผมไม่ได้ยินอะไรเลยครับ!” พนักงานหนุ่มรีบสายหัวตอบปฏิเสธเป็นพัลวันทันที ทั้ง ๆ ที่ในใจก็รู้ดีอยู่แล้วว่าเขาได้ยินทุกประโยคแจ่มแจ้ง


“คุณเซฮุนครับ”


“ค-ครับ..”


“ผมจะถามย้ำอีกครั้งนะครับ”


“...”


“เมื่อครู่..คุณแอบฟังที่ผมพูดใช่ไหม”


ถ้าให้จินตนาการ ตอนนี้ผู้จัดการหนุ่มกำลังถือมีดจี้คอเขาอยู่กลาย ๆ ทั้งสายตาและคำพูดที่ต้องการคำตอบจริง ๆ นั่นก็ทำเอาพนักงานอย่างเซฮุนเข่าอ่อนจนแทบทรงตัวไม่ไหว


“ว่าไงครับ?” ชายหนุ่มผิวแทนถามย้ำอีกครั้งด้วยท่าทีนิ่ง ๆ ซึ่งมันสั่นขวัญคนมองให้นึกหวั่นเกรงได้ในทันที


“ค-ครับ” ท้ายสุดแล้วเซฮุนก็ต้องยอมก้มหน้าพูดความจริงออกไปว่าเขาได้ยินสิ่งที่คนตรงหน้าคุยโทรศัพท์ “ต-แต่ผมไม่ได้ตั้งใจจะแอบฟังนะครับ คือผมเพิ่งเดินออกมาจากห้องน้ำพอดี แล้ว—!!


ไม่ทันจะได้พูดประโยคแก้ตัวอะไรจู่ ๆ ใบหน้าของผู้จัดการหนุ่มก็โน้มเข้ามาใกล้ทำเอาพนักงานตัวขาวผงะถอยไปด้านหลังทันที เซฮุนอ้าปากพะงาบทำท่าจะพูดท้วงอะไรบางอย่าง ทว่ากลับพูดอะไรไม่ออกเมื่อสบกับดวงตาคมกริบของคนตรงหน้า


“ถ้าในเมื่อคุณรู้ความจริงแล้ว..”


“...”


“ช่วยเก็บเรื่องนี้ให้เป็นความลับด้วยนะครับ”


“...”


“ผมไว้ใจได้ใช่ไหม คุณโอเซฮุน”

 





TBC..

 




++++++++++++++++++++++++


โตแล้วจะอัพฟิคกี่โมงก็ได้
555555555555555555555555
มันยังไม่จบค่ะคุณ มันยังไม่จบ
(คนอ่านบอกเหนื่อยแล้วเมื่อไหร่จะเปิดตัว)
5555555555555555555555555555555555555
เอาเถอะ เราขออีกนิดนึงเนอะ //กราบ

#ฟิคคลังฝัน






 
TF:)
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 120 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

6,477 ความคิดเห็น

  1. #6461 BangJae_ (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 25 พฤษภาคม 2563 / 00:15
    เซฮุนนน คือแบบบบ555555555555555
    #6,461
    0
  2. #6381 cbsjv (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 12 พฤษภาคม 2562 / 17:12
    จะว่าเยริร้ายก็ไม่ได้อะ ก็นางไม่รู้อะ ที่รู้คือรู้ว่าเป็นเมียน้อยปะ แอบกิ้กกับประธาน คงเป็นอารมณ์หมั่นไส้ เค้าก็มีเมียอยู่แล้ว งี้อะ พนงดีเด่นมากแม่
    #6,381
    0
  3. #6369 heykiki (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 17 เมษายน 2562 / 17:25
    ขำตอนจงอินโดนแบคฮยอนดุ ละเซฮุนอีก โว้ย 55555555555555
    #6,369
    0
  4. #6368 heykiki (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 17 เมษายน 2562 / 17:25
    เข้าใจความรู้สึกน้องส่วนหนึ่ง แต่น้องก็ควรโตขึ้นอย่างที่จงอินว่านั่นแหละ ถอยหลังสักก้าว ที่จริงมันไม่ได้ผิดอะไรเลย แต่คงจะกลัวคนมองพี่ชานยอลไม่ดีด้วย เลยต้องปิดบัง ยัยต้องสู้นะ ฮึบ!
    #6,368
    0
  5. #6303 TeddyBear614 (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2561 / 00:09
    ขำเชฮุนอ่ะ5555555
    #6,303
    0
  6. #6291 Darkmate (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 19 ธันวาคม 2561 / 00:28
    โอ้โหเปิดตัวจงอินแกรนด์โอเพนนิ่งมาก5555555
    #6,291
    0
  7. #6191 Hydrangea_CB (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2561 / 04:26
    ไคฮุนได้ๆๆๆๆๆ เย้ๆๆๆๆๆๆๆ
    #6,191
    0
  8. #5108 sweetpss (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2560 / 02:06
    จงอินเท่ห์มากโว๊ยยยน ขอขำเซฮุนตอนจบค่ะ5555555
    #5,108
    0
  9. #5032 phirayajungkook (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2560 / 21:14
    วงวารเซฮุน555555
    #5,032
    0
  10. #4756 EUNHWA_OK (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2560 / 18:12
    สงสารแบคอ่ะ จะแก้ไขปัญหาได้ไหมเนี่ยยยย
    #4,756
    0
  11. #4705 xxxdeax (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2560 / 02:22
    ขำเซฮุน5555555555
    #4,705
    0
  12. #4537 littlebigthings (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2560 / 19:55
    ตลกเซฮุนอ่ะ อุทานลั่นเลย555555
    #4,537
    0
  13. #4502 CBshipper_ (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 25 เมษายน 2560 / 15:12
    นาทีนี้ก็ต้องเก็บเป็นความลับแล้วแหละ เกิดพูดออกไปนี่จบไม่สวยอ่ะจริงๆ ฮ่าๆๆ ผู้จัดการอย่างโหด แต่รอวันที่ทุกคนจะรู้ความจริงไม่ไหวแล้ววว ด่ากันปาวๆนี่ภรรยาท่านประธานนะเฮ้ย
    #4,502
    0
  14. #4304 chyyyyyy (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 22 มีนาคม 2560 / 23:02
    เซฮุนโครตน่ารักก
    #4,304
    0
  15. #4242 XXSHX94 (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2560 / 00:55
    โง้ยยยย รอนะคะะะะะ
    #4,242
    0
  16. #4229 KAKARN_MATO (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2560 / 14:56
    เงอะไคฮุนนนนนน รอเวลาตอกหน้าเยริ
    #4,229
    0
  17. #3443 Mobanxxi (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2559 / 21:33
    โอ้ยยย เยริมันร้ายย ตบมั้ยย!??
    #3,443
    0
  18. #3436 Circle Icetherz (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2559 / 06:11
    พ่อก็คือพ่อ
    #3,436
    0
  19. #3414 nchler (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2559 / 02:29
    นี่แทบจะลุกขึ้นยืนปรบมือให้กับจงอิน ทั้งซีนที่ว่าเยริ ทั้งซีนที่เตือนแบค โอ้ยยยยย พ่อคุณ โผล่มาทีนี่หล่อเลยนะคะ
    #3,414
    0
  20. #3393 ikonsouy (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2559 / 20:06
    คือนี่ก็คิดแบบเยรินะ ถ้ามุมมองพนักงานที่ไม่รู้ว่าแบคเป็นเมียประธาน และเข้าใจผิดว่าแบคฮวีเป็นเมียประธานก็คงมองแรงแบคเหมือนกัน คงเข้าใจว่าแบคเป็นชู้อะแหละ แต่คงไม่ออกตัวด่าแบคปาวๆแบบนั้นอะ อยู่ทีมซุบซิบ55555555
    #3,393
    0
  21. #3392 ikonsouy (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2559 / 20:03
    ฮาเซฮุน
    #3,392
    0
  22. #3377 nyjdr (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 29 กันยายน 2559 / 11:03
    โอ้ยชอบๆๆเรื่องนี้มากๆ อ่านไปลุ้นไป น่าติดตาม นี่แอบมาอ่านเวลาทำงาน 55555 ฮืออ สนุกค่า
    #3,377
    0
  23. #3354 Arjaree Mungbang (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 25 กันยายน 2559 / 06:02
    จะไว้ใจได้กา
    #3,354
    0
  24. #3352 912345679 (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 25 กันยายน 2559 / 01:32
    ชอบฟิคนี้มากๆเลยคะไรท์ เหมือนได้ความรู้อะไรหลายๆอย่างเพิ่มด้วย มันไม่ได้มีแค่ด้านความรัก น่าที่ หรือครอบครัว แต่มันเหมือนได้แง่คิดข้อคิดดีๆเยอะเลย เหมือนจะมีนัยกลายๆว่าก่อนทำอะไรต้องคิดถึงผลที่จะตามมา ไม่ใช่ใช่แค่ความรู้สึกอย่างเดียวต้องใช่หัวใจสมองอะไรทุกๆอย่างด้วย ง่ายๆชอบมากคะรักไรท์ที่สุด????????
    #3,352
    0
  25. #3179 pookpak_world (จากตอนที่ 40)
    วันที่ 19 กันยายน 2559 / 22:57
    โห่ เยริ เจอหน้าไม่ได้ จะกระซวกไส้เอ็งคนแรกเลยจ้า แบคนี่แบบ โอย ขัดใจว่ะ จะทำอะไรก็ไม่ทำ ยึกยักๆไปนู่น ...จริงๆพี่บ่นเฉยๆ พี่อยู่ข้างหนูนะลูก

    เซฮุนแบบ หมั่นไส้ โคตรป๊อด เจอดีมั้ยล่ะพี่น้องคร้าบ อิ___อิ
    #3,179
    0