[ exo SF/OS ] คลังฝัน - chanbaek

ตอนที่ 38 : INTERNSHIP - chanbaek #2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 13,489
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 141 ครั้ง
    20 มิ.ย. 59














INTERNSHIP








 

น้องแบคฮยอนคะ


“ครับ?”


“เดี๋ยวพี่ฝากเอกสารนี้ไปให้แผนกการตลาดหน่อยนะ แล้วก็วานแจ้งพี่ซึงกวานด้วยว่าวันพรุ่งนี้พี่จะส่งเอกสารอีกชุดให้ก่อนสิบโมง”


“ได้ครับ”


เด็กฝึกงานส่งยิ้มให้กับรุ่นพี่ยองซันหัวหน้าแผนกที่ทำงานอยู่ คนตัวเล็กหยิบเอาเอกสารกองเมื่อครู่ ยืนตรวจดูให้แน่ใจว่ามันครบถ้วน จากนั้นจึงไปทำหน้าที่ของตนต่ออย่างไม่มีอิดออด 


สองอาทิตย์ผ่านไปไวเหมือนโกหก แบคฮยอนก็กลายเป็นนักศึกษาฝึกงานที่กำลังสนุกสนานกับหน้าที่—ที่ตัวเองได้รับมอบหมาย ถึงแม้ว่ามันจะคล้ายกับเด็กส่งเอกสารแต่ก็สนุกพอตัว เพราะมันทำให้เขาได้เจอกับผู้คนมากหน้าหลายตา รวมถึงได้รับรู้เรื่องราวต่าง ๆ ที่ไม่ว่าแผนกไหน ๆ ก็ต่างหูตาไวเหมือนกันไปเสียหมด


โดยเฉพาะเรื่องของ..

 


“นี่ รู้รึเปล่าว่าเมื่อหลายวันก่อนมีคนบอกว่าเห็นเมียท่านประธานมาที่บริษัทด้วย”


“จริงหรอพี่? แล้วไหนว่าเขาอยู่ต่างประเทศ”


“โอ้ย แกไปฟังข่าวที่ไหนมา เห็นเขาบอกกันว่าแค่ไปเที่ยวเท่านั้น สงสัยจะกลับมาแล้วล่ะมั้ง”


“ฉันขอยืนยันอีกเสียงด้วยได้ไหม วันนั้นฉันเห็นจะ ๆ เลยว่านั่งอยู่ในรถคันเดียวกับท่านประธาน”


“อ่า.. นึกว่าจะเป็นข่าวโคมลอยซะอีกเรื่องที่ท่านประธานแต่งงาน เป็นความจริงหรอกหรอ” หญิงสาวคนหนึ่งพูดขึ้นด้วยความเสียดาย


“ทำเสียงอย่างกับคนอกหัก ความจริงเธอน่าจะรู้ตัวตั้งนานแล้วนะว่าไม่คู่ควร”


“โธ่ พี่พูดอย่างกับพี่เองก็คู่ควรอย่างนั้นแหละ”


“ทำไม ฉันไม่คู่ควรตรงไหนห้ะ? แบคฮยอน ไหนตอบพี่สิว่าสวย ๆ อย่างพี่เนี่ย เหมาะกับท่านประธานรึเปล่า”


จากที่ยืนฟังขำ ๆ ก็ถูกหันมาถามเอาความคิดเห็นจนเขาตั้งตัวไม่ทัน แบคฮยอนจึงเออออพยักหน้าตอบรับไปส่ง ๆ ทำเอารุ่นพี่ผู้หญิงอีกคนนึกเอ็นดูกับความใสซื่อของเขาจนหัวเราะกันยกใหญ่


ขอบอกไว้ก่อนว่าเรื่องของท่านประธานอย่างปาร์คชานยอลหน่ะ ใคร ๆ เขาก็พูดถึงกัน แถมมีแต่เรื่องดี ๆ ทั้งนั้น แบคฮยอนรับประกันได้ ถึงแม้ว่าหัวข้อเมื่อครู่จะทำให้เสียวสันหลังหน่อยก็เถอะ แต่เขาสาบานได้ว่าตั้งแต่เข้ามาทำงานที่นี่แบคฮยอนไม่เคยนั่งรถประธานเฉียดบริษัทสักครั้ง


“ผมขอถามอะไรหน่อยได้ไหม พวกพี่รู้ได้ยังไงหรอครับว่าท่านประธานแต่งงานแล้ว ผมลองเสิร์ชเรื่องพวกนี้ในเน็ต ไม่เห็นมีใครพูดเรื่องนี้เลย”


อย่าแปลกใจว่าทำไมแบคฮยอนถึงกล้าพูดถามออกไป หลังจากที่เขากลายมาเป็นเด็กฝึกงานของที่นี่ หน้าที่ประชาสัมพันธ์ก็เกิดขึ้นเพราะต้องประสานงานกับคนนู้นติดต่อกับคนนี้ กลายเป็นว่าแบคฮยอนรู้จักคนเกือบจะทุกแผนก


และที่สนิท ๆ กันก็เห็นจะเป็นกลุ่มของแผนกการตลาดเนี่ยแหละ


กลุ่มรุ่นพี่เยริมีประมาณห้าหกคน ส่วนใหญ่ก็ทำงานที่นี่มาได้สามสี่ปีแล้ว บ้างก็มากกว่านั้นซึ่งเขาเองก็ไม่อยากจะละลาบละล้วงถาม ได้แต่ยืนฟังแล้วก็หัวเราะไปกับเรื่องเล่าจิปาถะและมีบ้างที่พนักงานชายคนอื่น ๆ ก็เข้ามาร่วมกลุ่ม


“โธ่น้องแบคฮยอน คนทำงานที่นี่เขาก็รู้กันหมดแหละ เห็นลือกันมานานแล้ว นี่เมื่อหลายเดือนก่อนก็มีข่าวหลุดออกมาว่าท่านประธานเขาแต่งงานจริง ๆ สาว ๆ ในบริษัทนี่อกหักกันไปค่อนตึก ไหนจะบริษัทข้างเคียงอีก พี่ละอยากจะเอาโอ่งไปรองน้ำตายัยพวกนั้นจริง ๆ เลย”


“พี่ก็ว่าเว่อร์ไป แต่ฉันว่านะ ถ้าเอาไปรองจริงป่านนี้คงได้สักสามโอ่งแน่ ๆ” พูดจบก็พากันหัวเราะร่วนอย่างสนุกปาก


“คนชอบท่านประธานเยอะขนาดนั้นเลยหรอครับ” แบคฮยอนถามด้วยความสงสัยพลางทำสีหน้าอยากรู้


ทั้ง ๆ ที่ความจริงเขาเองก็รู้ดีกว่าใคร ๆ


“ต้องถามว่ามีใครไม่ชอบบ้างดีกว่า น้องแบคฮยอนเองก็เห็นไม่ใช่หรอว่าท่านประธานของเราหน่ะทั้งหล่อ ทั้งรวย แล้วก็เก่งแค่ไหน นี่พี่ไม่อยากจะสาธยายหรอกนะว่าระดับท่านประธานหน่ะ มีทั้งพวกดาราพวกเซเลปเข้ามาวอแวเป็นว่าเล่นเลยนะ”


“ทั้ง ๆ ที่เขาแต่งงานแล้ว?”


“อ่านั่นแหละประเด็น ถึงจะมีข่าวว่าแต่งงานแล้วแต่ก็ไม่มีใครเคยเห็นตัวจริงของเมียท่านประธานไง คนอื่น ๆ ก็เลยคิดว่าท่านแค่กุเรื่องเพื่อกันคนเข้าหาเฉย ๆ ลำพังแค่เวลาพักผ่อนยังไม่ค่อยมีเลย จะเอาเวลาที่ไหนไปหาเมีย” พอพูดจบหญิงสาวอีกหลายชีวิตก็พยักหน้าเห็นด้วยพร้อมกับพูดเสริมกันขึ้นมาเป็นระยะ ๆ


“ผมคิดว่าคนที่น่าเชื่อถืออย่างท่านประธานไม่น่าจะกุเรื่องขึ้นมาหรอกนะครับ บางทีมันเป็นเรื่องส่วนตัวเขาก็คงไม่อยากจะบอกใคร” แบคฮยอนไม่ได้เข้าข้างท่านประธานหรอกนะ แต่เขากำลังคิดว่ามันอาจจะเป็นเรื่องส่วนตัวที่คงไม่อยากให้ใครรู้ก็เท่านั้น


ยิ่งเป็นเรื่องนี้ด้วยแล้ว แบคฮยอนคิดว่าคนอื่นไม่รู้หน่ะดีที่สุด


“จะกุอะไรก็กุเถอะค่ะ แต่กุเรื่องแต่งงานเนี่ยพวกพี่ไม่สนุกเลย จากตอนแรกที่มีกำลังใจทำงานเต็มเปี่ยมหวังจะให้เข้าตาท่านประธาน พอรู้ข่าวว่ามีเมียชีวิตพี่นี่เซไปเลยค่ะคุณน้อง”


“พี่เองก็เห็นด้วยกับประโยคนี้นะ ถึงจะรู้ว่าแต่งงานแล้วมันก็อดรู้สึกใจแป้วไม่ได้ แต่พอคิดอีกทีเรามันก็แค่พนักงานในบริษัท คนอย่างท่านประธานเขาก็คงต้องมองหาคนระดับเดียวกัน อย่างเรา ๆ ไปหวังอะไรแบบนั้นมันก็จะดูหัวสูงเกินไป”


“แกนี่! พูดซะฉันรู้สึกเศร้าเลย จริง ๆ พวกเราทุกคนควรจะดีใจต่างหากที่มีเจ้านายดี ๆ แบบนั้น อย่างน้อยเขาก็ไม่ได้เป็นชายหนุ่มหน้าม่อที่ทำให้พนักงานตีกันเองในบริษัท” และดูเหมือนว่าทุกคนต่างก็เห็นด้วยกับประโยคเมื่อครู่ เพราะตั้งแต่ที่เข้ามาทำงานที่นี่ท่านประธานก็ไม่เคยมีข่าวกับใครในบริษัทเลยแม้แต่คนเดียว


จะว่าไปมันก็แปลก คนสวย ๆ ในบริษัทก็มีเยอะแยะแต่อีกฝ่ายก็ไม่เคยนึกสนใจ ไหนจะชอบทำเมินเวลาที่มีคนชอบเข้าหา เพราะถ้าไม่ใช่เรื่องงานแล้วท่านประธานก็จะไม่มีความจำเป็นที่ต้องพูดคุยอะไรด้วย ออกจะดูใจร้าย แต่ความจริงแล้วมันก็คือสิ่งที่คนเป็นหัวหน้าควรมี


การแยกแยะเป็นเรื่องที่ปาร์คชานยอลให้ความสำคัญมากเป็นพิเศษ โดยเฉพาะเรื่องในที่ทำงานและเรื่องส่วนตัวไม่ควรเอามาปะปนกัน เพราะหนึ่ง มันจะทำให้เสียเวลาในการทำงาน และสอง มันจะทำให้เสียสมาธิ และอีกหลาย ๆ สาเหตุที่ท่านประธานมักจะพูดบอกอยู่เสมอว่าต้องแยกให้เป็น และทุกคนเองก็รู้แก่ใจอยู่แล้วว่าเรื่องไหนควรมาก่อนเรื่องไหนควรมาทีหลัง


จะว่าไปแล้วท่านประธานเองก็เนี้ยบตัวพ่อ ดูเป็นผู้ชายเจ้าระเบียบและเคร่งครัดในกฏมาก แต่ก็นั่นแหละ เรื่องของเจ้านาย ใครจะไปหยั่งรู้ได้เท่ากับเจ้าตัว นี่อุตส่าห์บากหน้าไปถามฮเยจินเลขาของท่านประธานก็แล้ว เจ้าหล่อนเองก็ไม่สามารถล่วงรู้ความลับอะไรมากมายได้เหมือนกัน

 

พอได้ยินแบบนั้นแบคฮยอนก็ประหลาดใจอยู่ไม่น้อยที่ทัศนคติของพนักงานต่อท่านประธานนั้นดูเหมือนจะไปในเชิงที่ดี ซึ่งก็ถือว่าอีกฝ่ายประสบความสำเร็จในการที่มีลูกน้องที่ทั้งรักและเคารพให้ความเป็นส่วนตัว ถึงแม้ว่าอยากจะรู้แค่ไหนแต่สุดท้ายมันก็เป็นเรื่องของใครของมันทั้งนั้น


“เออจะว่าไปแล้ว.. พี่ได้ข่าวว่าน้องแบคฮยอนต้องเข้าไปพบท่านประธานทุกวัน มีเรื่องอะไรกันรึเปล่า” จู่ ๆ พี่ผู้หญิงคนหนึ่งเอ่ยขึ้นหลังจากที่เกิดความสงสัยมานาน ทำเอาคนถูกถามถึงกับเลิกคิ้วมองเล็กน้อย


“อ่า.. เรื่องนั้น..” แบคฮยอนไม่รู้ว่าจะเริ่มอธิบายยังไงดีกับคำถามเมื่อครู่


“นั่นสิ ปกติประธานเขาไม่ค่อยเรียกใครเข้าไปพบบ่อย ๆ นี่” รุ่นพี่อีกคนก็พูดเสริมขึ้นมาทำเอาสาว ๆ ทั้งแผนกหันมามองแบคฮยอนเป็นสายตาเดียว แรงกดดันขนาดย่อมเริ่มเกิดขึ้นและตอนนั้นแบคฮยอนก็เริ่มสังหรณ์ใจไม่ค่อยดีเท่าไหร่นัก


ขนาดว่ายืนเงียบแล้วแท้ ๆ เผลอประมาทกับกลุ่มพี่เยริได้ยังไงเนี่ย..


“คือ.. ผมไปทำเรื่องไว้นิดหน่อยอ่ะพี่” แบคฮยอนตอบ “เมื่อตอนผมเข้ามาฝึกงานวันแรกหน่ะครับ ผมไปทำเรื่องที่มัน..เสียหายนิดนึง ท่านประธานก็เลยเรียกไปปรับทัศนคติ”


“ปรับทัศนคติ?”


“..ครับ ผมทำเครื่องซีรอกซ์ที่แผนกพังแล้วท่านประธานเขาดันมาเห็นตอนที่ผมเอาไม้บรรทัดแงะพอดี..”


“โอ้ว อันตรายนะคะคุณน้อง” พี่ผู้หญิงอีกคนว่า


“นั่นแหละครับ แถมผมยังซีรอกซ์เอกสารชุดเก่าเกือบสองร้อยชุด ก็เลยโดนทำโทษหน่ะครับ”


“โดนทำโทษ? ท่านประธานเนี่ยนะทำโทษเด็กฝึกงาน?” ดูเหมือนว่าจะเป็นเรื่องแปลกประหลาดสำหรับคนที่ได้ยิน “จริง ๆ ท่านประธานไม่ได้มีสิทธิ์ลงโทษเราได้ซะหน่อย มันเป็นหน้าที่ของคุณคิมจงอินนะ”


“อ่า..”


“แล้วท่านประธานเขาทำโทษอะไรคะ ทำไมต้องเข้าห้องทุกวันเลย” เหมือนแบคฮยอนพยายามจะเลี่ยงตอบคำถามนั้นแต่ไม่วายที่จะถูกวกกลับเอามาถามอีกรอบ คล้ายกับว่านั่นคือสิ่งที่กลุ่มของรุ่นพี่เยริอยากรู้มากที่สุด


ก็อย่างว่าละนะ ท่านประธานทั้งหล่อ ทั้งรวย ใครเข้าใกล้คนเขาก็นึกสงสัยไปหมดนั่นแหละ


“เอ่อ.. คือ..” ยิ่งโดนมองสายตาคาดเค้นแล้ว เด็กฝึกงานก็รู้สึกไม่ค่อยปลอดภัยเท่าไหร่ ในหัวก็พยายามคิดคำแก้ตัวซึ่งก็ไม่รู้ว่าคนที่ฟังจะเชื่อไหม


และแบคฮยอนก็จะไม่ยอมบอกแน่ ๆ ว่าเขาเข้าห้องประธานทุกวันทำไม


ถ้าหากว่ามีคนรู้ว่าเขาต้องเข้าไปคัดลายมือด้วยประโยคที่ว่า หนูขอโทษ ลงกระดาษที่เขาทำเสียไป คงได้อับอายขายขี้หน้ากันทั้งบริษัทแน่ ๆ


“คือ.. ท่านประธานเขา.. เขาเห็นว่าผมมีหน้าที่แค่เดินส่งเอกสารให้แผนกอื่น ๆ หน่ะครับ แล้วก็.. อ่าใช่ ๆ มันมีเอกสารที่ต้องส่งถึงท่านประธานทุกวัน ลำบากรุ่นพี่เซฮุนที่กำลังประสานงานอีเว้นท์ของบริษัทอยู่ ผมก็เลยได้รับหน้าที่นี้แทน” เด็กฝึกงานยิ้มแห้งมองกลุ่มตรงหน้าหวังว่าจะเชื่อคำเขาบ้าง


“ฝากไว้กับฮเยจินก็ได้นี่” จู่ ๆ ก็มีผู้หญิงคนหนึ่งโพล่งขึ้นมาทำเอาเด็กฝึกงานถึงกับตาถลนหน่อย ๆ


นี่มันเรื่องอะไรกัน เขากำลังถูกต้อนอยู่งั้นหรอ

 


“ครับ จริง ๆ ก็ฝากได้ แต่ผมต้องการให้พนักงานใหม่ได้สัมผัสงานจริง ๆ ไม่ใช่ผ่านมือคนอื่น”

“พวกคุณมีปัญหาอะไรรึเปล่าครับ?”

 


“อุ่ย..” จากตอนแรกที่พยายามเซ้าซี้ถามเรื่องของน้องใหม่กับท่านประธาน ทันใดนั้นก็มีเสียงทุ้มต่ำโทนคุ้นหูพูดแทรกขึ้นมากลางวง ทำเอาคนที่ได้ยินหันไปมองแล้วก็ต้องผงะหน้าเหวอไปตาม ๆ กัน


เมื่อคน ๆ นั้นคือท่านประธานปาร์คชานยอล!


“ว่าไงครับ พวกคุณมีปัญหาอะไรรึเปล่า” ชายหนุ่มร่างโปร่งถามย้ำขึ้นอีกครั้ง และด้านหลังของเขาก็มีเลขาฮเยจินยืนอยู่ เธอมองกลุ่มของเยริด้วยสีหน้าเอือมระอา แถมยังส่งสายตาเป็นเชิงให้ความหมายนัย ๆ ว่า

 

พวกขาเม้าท์ต้องโดนดีเข้าสักวัน

 

“ม-ไม่มีค่ะท่านประธาน พวกเราแค่ถามไถ่เรื่องงานของน้องก็เท่านั้นเอง” เยริพูดแก้ต่างให้กับกลุ่มของตนก่อนที่คนอื่น ๆ จะยิ้มเจื่อนพูดเสริมกันคนละสองสามประโยค


“แล้วเรื่องงานของคุณล่ะครับ ถึงไหนแล้ว”


พอถูกย้อนกลับก็สะอึกตามกันเป็นแทบ ๆ หนึ่งในนั้นก็คือบยอนแบคฮยอนที่กำลังทำตัวลีบไม่ให้เป็นจุดสังเกตของคนอื่น แต่ถึงอย่างนั้นก็หลบไม่พ้นสายตาของท่านประธานอยู่ดี


“ส่วนคุณ..” ชานยอลพูด


“นักศึกษาฝึกงานบยอน”


“...”


“แผนกของคุณคือประชาสัมพันธ์ ไม่ใช่การตลาด”


“..ครับ”


“ถ้าเสร็จธุระแล้วก็กลับที่ของตัวเอง อย่ามัวแต่ยืนฟังเรื่องไร้สาระ อีกหน่อยคะแนนประเมินของคุณอาจจะไม่ผ่านเอาได้”


“...”


“หวังว่าพวกคุณจะเข้าใจที่ผมพูด”


ท่านประธานไม่พูดเปล่า เขาปรายตามองลูกน้องที่ตอนนี้ไม่มีใครกล้าสบตาแม้แต่คนเดียว จังหวะนั้นก็ปล่อยให้ความกดดันครอบคลุมไปทั่วแผนก ความจริงชายหนุ่มก็เพิ่งประชุมเสร็จแล้วแค่เดินผ่านมา ไม่คิดว่าจะเห็นแผ่นหลังคุ้นตากำลังสุมหัวกันอยู่กับกลุ่มสาว ๆ


ดูไปดูมาก็เหมือนแม่บ้านช่างเม้าท์


แต่ก็นั่นแหละ อยู่ในที่ทำงานชานยอลก็ทำหน้าที่ของตัวเองได้ดีเสมอ เขาไม่ใช่คนเจ้าระเบียบอะไรมากถึงกับห้ามออกกฎให้พนักงานคุยกัน หากแต่หัวข้อมันดันมีชื่อของเขาปรากฏอยู่ในนั้น มันอาจจะไม่ใช่เรื่องที่ดีนักสำหรับคนเป็นเจ้านาย


จากประโยคเมื่อครู่ก็ทำเอาทุกคนที่ยืนอยู่ตรงนั้นถึงกับกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ ใช่ว่าจะไม่รู้ถึงความเนี้ยบของท่านประธาน แต่ดันไม่คิดว่าจะโดนของจริงเข้าให้ก็วันนี้ มัวแต่เพ้อพกหลงใหลกับความเพอร์เฟ็ค และลืมแม้กระทั่งว่าเจ้านายของตนก็โหดพอตัว


ท่านประธานเดินออกไปหลังจากที่ทิ้งระเบิดลูกใหญ่ให้กับทุกคนในที่นั่น รุ่นพี่เยริและคนอื่น ๆ พรูลมหายใจออกมาราวกับว่าตนเพิ่งกลั้นใจใต้น้ำมาหมาด ๆ จากนั้นแบคฮยอนจึงขอตัวกลับไปที่แผนกของตัวเองและก็หวังเอาไว้ว่าคงจะเป็นอีกหลายวันที่กลุ่มขาเม้าท์จะกลับมารวมตัวกันอีกรอบ

 


[pcyB]

คุณไม่ควรไปยืนอยู่ตรงนั้น 11:24 am

 


ไม่ทันจะกลับถึงแผนกตัวเอง โทรศัพท์ในกระเป๋าก็มีข้อความจากชายผู้ทิ้งระเบิดไว้เมื่อครู่ แบคฮยอนเปิดอ่านก่อนจะพิมพ์ตอบกลับไปในขณะที่เดินอยู่

 

[ByunC]

11:25 am ผมก็แค่อยากสนิทกับรุ่นพี่คนอื่น ๆ 

 

[pcyB]

อยากสนิทเพราะนินทาประธานหน่ะหรอ 11:25 am

 

[ByunC]

ใครว่า

พวกพี่ ๆ เขาชมต่างหาก

เหมือนจะชอบท่านประธานกันทั้งบริษัท

11:27 am ฮ๊อตจริง ๆ 

 

[pcyB]

ประชดผมหรอครับ อย่าลืมว่าตัวเองมีโทษอยู่

ทานข้าวเสร็จแล้วมาหาผมที่ห้องด้วย 11:27 am

 


“ทานข้าวเสร็จแล้วมาหาผมที่ห้องด้วย”


แบคฮยอนขยับปากพูดเสียงเบาขณะที่กำลังเดินเลี้ยวไปอีกทาง จังหวะนั้นก็เกิดอาการหมั่นไส้อีกฝ่ายขึ้นมาดื้อ ๆ พลันนึกถึงเรื่องที่พวกรุ่นพี่เยริเค้นถาม ดูเหมือนว่าคนในบริษัทนี้จะมีหูตาเป็นสับปะรด โดยเฉพาะเรื่องที่เขาเข้าห้องท่านประธานทุกวัน


ถึงจะอ้างเรื่องงานก็เถอะ—


“หาใครหรอแบคฮยอน”


“เชี่ยร่วง—อุ้บ!!” ไม่ทันจะกดตอบข้อความ เสียงใครบางคนก็โพล่งขึ้นมาทำเอาเผลอสบถคำหยาบอย่างไม่ทันตั้งตัว โอเซฮุนเลิกคิ้วมองรุ่นน้องตัวเล็กที่ทำท่าอย่างกับเห็นผีทั้งยังปล่อยไก่หลุดออกมาตัวใหญ่เป้ง


“อะไรกัน ทำเป็นโวยวายไปได้”


“โธ่พี่ เล่นมาไม่ให้สุ้มให้เสียงแบบนี้ผมก็ตกใจดิ” แบคฮยอนว่าพลางพรูลมหายใจออกมา


“ฮ่ะ ๆ ก็เห็นเดินก้มหน้าก้มตาเล่นมือถือ คุยกับใครอ่ะ แฟนหรอ?” นอกจากโอเซฮุนจะเป็นพี่เลี้ยงขี้แกล้งแล้วก็ยังเป็นพี่เลี้ยงจอมจุ้นจ้านพ่วงไปอีกตำแหน่ง แบคฮยอนรีบเก็บมือถือใส่กระเป๋าทันทีก่อนจะหรี่ตามอง


“แหม ของแบบนี้ถามกันหน้าตาเฉยได้ไงอ่ะพี่”


“แล้วพี่ต้องถามไงอ่ะ ว้าว! น้องแบคฮยอนคุยกับแฟนใช่ไหม?” เซฮุนว่าพร้อมกับทำหน้าตาตื่นเต้นสุดชีวิต


“เว่อร์แล้ว.. ผมก็คุยไปเรื่อยเปื่อยอ่ะ” เด็กฝึกงานเลี่ยงตอบก่อนจะเปลี่ยนประเด็นอื่น “แล้วนี่พักกินข้าวกันแล้วหรอครับ” เพราะเมื่อครู่ที่เพิ่งดูเวลาก็เกือบเที่ยงแล้ว จึงไม่แปลกที่ตอนนี้เห็นรุ่นพี่คนอื่น ๆ กำลังเดินออกจากแผนกตัวเอง


“อาฮะ ไปกินด้วยกันไหม หรือจะให้พี่ซื้อขึ้นมาให้เราอีกดี” พี่เลี้ยงหน้าตาดีเสนอหนทางให้


“ไม่ดีกว่า นอกจากจะเกรงใจแล้วผมก็แอบเสียดายเงินทอนแล้วล่ะ” เด็กฝึกงานว่าไปด้วยพร้อมกับหัวเราะแห้ง


“ขี้งกเหมือนกันนะเรา”


“ผมก็ไม่อยากงกหรอกพี่ แต่คราวที่แล้วเงินทอนยังไม่ถึงครึ่งค่าของที่พี่ซื้อมาให้เลย” พอถูกอีกฝ่ายหาว่าขี้งกแบคฮยอนก็สวนกลับอย่างไม่ทันตั้งตัว มีอย่างที่ไหนที่ค่าแซนวิชกับค่าน้ำผลไม้ก็แค่พันกว่าวอน แต่ทว่าเงินห้าพันวอนที่ให้ไปกลับไม่ได้คืนมาซะงั้น


ขี้งกตัวจริงคือโอเซฮุนต่างหาก


“เขาเรียกว่าเห็นคุณค่าของเงินเถอะ คราวหลังเราก็อย่าให้เงินพี่เกินมาสิ” เซฮุนเถียงข้าง ๆ คู ๆ ทั้งที่ก็รู้ดีอยู่แก่ใจว่าทำไปเพราะอยากได้เงิน


แบคฮยอนไม่ใช่คนแรกที่โดนซะหน่อย..


“คราวหลังจะไม่มีอีกแล้ว  สู้เดินไปเองยังดีซะกว่า” แบคฮยอนว่า


“หว่า อดเลย” น้ำเสียงเชิงเสียดายทำเอาเด็กรุ่นน้องนึกหมั่นไส้ คดีในวันนั้นที่อีกฝ่ายทำเรื่องไว้แบคฮยอนก็โกรธไม่ยอมพูดจาด้วยอยู่สองวันเต็ม ๆ แต่ก็นะ เพราะต้องอยู่แผนกด้วยกัน  เด็กฝึกงานจึงไม่มีเหตุผลอะไรที่จะต้องเคือง และหัวหน้าแผนกอย่างยองซันเองก็เพิ่งจะรู้เรื่องที่เขาถูกแกล้ง รุ่นพี่เซฮุนก็โดนทำโทษไปเสียยกใหญ่


แต่ก็นั่นแหละ กรรมใดใครก่อ ก็รับเคราะห์ไปก็แล้วกัน

 

 




 

 

“คุณซูมินคะ ละครเรื่องใหม่ที่เปิดปลายเดือนนี้ได้ข่าวว่าจะได้เล่นบทคู่กับพระเอกจากแผ่นดินใหญ่ใช่ไหมคะ”

“ใช่ค่ะ หวังว่าพวกพี่ ๆ ทุกคนจะคอยติดตามและสนับสนุนละครเรื่องใหม่ของซูมินด้วยนะคะ”

“แล้วเรื่องที่ว่าจะยกเลิกสัญญากับบริษัทซอฟต์แวร์ จริงรึเปล่าครับ?” นักข่าวชายคนหนึ่งถามขึ้นมา ในประเด็นที่นักข่าวคนอื่นๆต่างก็ให้ความสนใจ

“ดูเหมือนว่าจะเป็นเรื่องเข้าใจผิดนะคะ เรื่องสัญญาซูมินยังไม่ได้ยกเลิกค่ะ แต่สัญญากำลังจะหมดในอีกสองเดือน และก็หวังว่าทางบริษัทจะให้โอกาสซูมินอีกครั้ง”

“สวย ๆ มากความสามารถอย่างคุณซูมินผมเชื่อว่ายังไง INT.C ไม่มีทางปล่อยให้หมดสัญญาหรอกครับ”

“ฮ่ะ ๆ งั้นหรอคะ?” หญิงสาวว่าพลางส่งยิ้มเขินอายให้กับหน้ากล้อง

“งั้นขออีกคำถามนะคะคุณซูมิน เรื่องของคุณกับท่านประธานปาร์คเป็นยังไงบ้างคะ” และคำถามนั้นก็ทำเอาเจ้าหญิงแห่งวงการ—คิมซูมินเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนที่กลีบปากสวยจะคลี่ยิ้มมองกลุ่มคนตรงหน้า

“เรายังติดต่อกันอยู่ค่ะ ทั้งในฐานะผู้ว่าจ้างและเพื่อนร่วมงานที่ดี

“แล้วคุณซูมินรู้สึกยังไงบ้างคะกับข่าวที่หลุดออกมาว่าท่านประธานปาร์คแต่งงานแล้ว” นักข่าวสาวคนหนึ่งถามขึ้นอย่างตรงไปตรงมา แน่นอนว่ามันคือประเด็นที่คนค่อนประเทศจับตามองระหว่าง ซีอีโอปาร์คชานยอลจากบริษัท INT.C และเจ้าหญิงแห่งวงการบันเทิงที่ก่อนหน้านั้นมีข่าวลือออกมาว่าคนทั้งสองแอบมีความสัมพันธ์เกินขอบเขต

“เรื่องนั้นซูมินทราบมาได้สักพักแล้วค่ะ และรู้สึกยินดีด้วยมาก ๆ ที่คุณชานยอลได้เจอเจ้าสาวที่ดี ความจริงก็นึกไม่ถึงเลยนะคะว่าคนอย่างเขาจะแต่งงานมีภรรยาไปแล้ว” เจ้าหล่อนว่าพลางยิ้มให้กล้องตรงหน้าด้วยแววตาปลื้มปิติ

“ไม่รู้สึกเสียใจกับข่าวของท่านประธานปาร์คบ้างเลยหรอคะ ทั้ง ๆ ที่ก่อนหน้านั้นคุณเองก็มีข่าวลือกับเขาเรื่องความสัมพันธ์”

“ฮ่ะ ๆ ทำไมพวกพี่ ๆ ถึงชอบถามอะไรที่ซูมินตอบไปแล้วล่ะคะ”

“...”

“ซูมินกับท่านประธานปาร์ค เราเป็นแค่เพื่อนที่ดีต่อกันเท่านั้นค่ะ”

“คำว่าเพื่อนของคุณซูมินนี่ถึงกับต้องเดินคล้องแขนออกงานการกุศลด้วยใช่รึเปล่าครับ” ดูเหมือนว่าประเด็นนี้จะกลายเป็นการจุดฉนวนให้นักข่าวหลายคนท้วงถามขึ้นมา คิมซูมินสูดลมหายใจเข้าปอดลึกพยายามสงบสติอารมณ์ของตัวเองแล้วแสดงท่าทีไม่หวาดหวั่นกับคำถามเหล่านั้นต่อหน้ากลุ่มนักข่าว

“ก็อย่างที่พี่พวก ๆ ทราบกันค่ะ ซูมินเป็นแอมบาสเดอร์ให้กับบริษัท INT.C และงานการกุศลในคืนนั้นคุณชานยอลก็เป็นเจ้าภาพจัดงาน การที่เราทั้งสองเดินเข้าไปในงานพร้อมกันมันก็เป็นเรื่องปกติอยู่แล้วไม่ใช่หรอคะ”

“แต่ว่า—”

“ถึงพวกพี่ ๆ จะถามให้ซูมินพูดความจริงออกมา ซูมินก็ยังยืนยันคำเดิมนะคะ”

“...”

“กับคุณปาร์คชานยอลแล้ว เราเป็นแค่เพื่อนค่ะ

คำพูดทุกประโยคถูกเน้นย้ำด้วยสีหน้าและแววตาหนักแน่น ทำเอานักข่าวหลายคนถึงกับนึกคำถามไม่ออก “ขอตัวก่อนนะคะ” และในตอนนั้นที่คิมซูมินยิ้มส่งท้ายให้กลุ่มคนตรงหน้า ลุกขึ้นยืนโค้งให้เล็กน้อยก่อนจะถูกผู้จัดการและเซฟการ์ดพาตัวออกไป

“เดี๋ยวครับคุณซูมิน! แล้วรูปภาพของสัปดาห์ก่อนที่หลุดออกมาละครับ คุณซูมิน!

 


ติ๊ด!

 

“เดี๋ยวนี้หัดดูข่าวบันเทิงกับเขาตั้งแต่เมื่อไหร่”


ปาร์คชานยอลเอ่ยถามก่อนจะวางรีโมทที่ตนเพิ่งจัดการเอามาปิดทีวีเจ้าปัญหาเมื่อครู่ มืออีกข้างยกสางเส้นผมเปียกชื้นของตัวเองหลังเดินออกมาจากห้องน้ำ เขาเห็นคนรักเอาแต่ดูข่าวบันเทิงทั้ง ๆ ที่ปกติแล้วเจ้าตัวไม่เคยสนใจเรื่องพวกนี้


และในตอนนั้นคนตัวเล็กตวัดหางตามอง


“ทำไม ผมจะหาเรื่องบันเทิงใส่ตัวหน่อยไม่ได้รึไง”


“...”


“กับคุณปาร์คชานยอลแล้ว เราเป็นแค่เพื่อนที่ดีต่อกันค่ะ”


ประโยคของคิมซูมินถูกแฟนตัวเล็กเอามาพูดล้อเลียน แบคฮยอนบีบเสียงให้เล็กเหมือนคนในทีวี พลางจีบปากจีบคอพูดจนชายหนุ่มตัวสูงอดหมั่นไส้ไม่ได้ ยื่นมือเข้าไปบีบปากบึนนั่นให้หายหมั่นเขี้ยว “พี่ชานยอล ผมเจ็บนะ!


“เจ็บแล้วก็จำสิ นิสัยชอบล้อเลียนไม่หายรึไง” ชานยอลว่าขณะทิ้งตัวลงบนโซฟา


“ใครกันแน่ที่ชอบล้อเลียน มีแต่พี่คนเดียวเท่านั้นแหละ” แบคฮยอนแลบลิ้นใส่


“เดี๋ยวเถอะ เมื่อกี้ดึงแค่ปาก เดี๋ยวพี่จะดึงลิ้นเราออกมาให้จุกคอ”


“ดึงด้วยอะไรอ่ะ ไม่เอามือนะ อยากได้อย่างอื่น


น้ำเสียงเชิงท้าทายและคำว่าอย่างอื่นของแบคฮยอนทำเอาร่างสูงรีบคว้ามือดึงร่างเล็กให้เข้ามาใกล้ ทว่าแบคฮยอนกลับไหวตัวดีดร่างกายตัวเองลุกหนีอีกฝ่ายได้ทัน แต่มันก็แค่ห้าวินาทีที่หายใจได้อย่างโล่งอกเท่านั้นแหละ ก่อนที่วินาทีที่หกจะถูกดึงรั้งให้กลับไปนั่งที่เดิม คือตักของชานยอลหน่ะนะ


“ไหน เมื่อกี้ว่ายังไงนะ” ชายหนุ่มตัวสูงถามพลางยื่นหน้าเข้าไปใกล้อีกฝ่าย


“เฮ้ ๆ ผมพูดหยอกหน่อยเดียวเอง พี่อย่ามาทำจริงจังไปหน่อยเลย” คนตัวเล็กพูดพร้อมกับใช้ฝ่ามือดันใบหน้าของคนรักให้ออกห่าง


หลังจากที่อีกฝ่ายพยายามจะปล้ำจูบ


“หนูก็รู้ว่าถ้าเป็นเรื่องของหนูเมื่อไหร่ พี่ก็จริงจังเสมอนั่นแหละ


ชานยอลไม่พูดเปล่า เขาอาศัยจังหวะที่คนตัวเล็กเผลอ ดูดเม้มที่ต้นคอขาวแรง ๆ ทำเอาขนอ่อนทั่วร่างกายของแบคฮยอนลุกซู่อย่างพร้อมเพรียง หลังจากนั้นก็ตะโบมจูบตรงนู้นจุ๊บตรงนี้ไปทั่วจนร่างเล็กต้องปัดหนีเป็นพัลวัน


“ฮ่ะ ๆ พี่ชานยอล ตรงนี้มันจั๊กจี้นะ ฮ่ะ ๆ พอได้แล้ว” ยิ่งได้ยินเสียงคนตัวเล็กหัวเราะดังเท่าไหร่ ชานยอลก็ยิ่งเย้าหยอกคนรักให้มากขึ้นเท่านั้น ไม่ว่าจะกดจูบต้นคอซ้าย หรือบริเวณหัวไหล่ขวา กดจูบตามใบหน้า ตั้งแต่หน้าผาก ขมับ แก้ม ลามไปถึงปลายคาง


จนกระทั่งหยุดที่ริมฝีปาก


จูบเนิบนาบดำเนินไปอย่างงกเงิ่นด้วยท่าทีของแฟนตัวเล็กที่ปรับอารมณ์ไม่ทัน จากตอนแรกที่เขาหัวเราะจนท้องคัดท้องแข็งเพราะอีกฝ่ายมักจะแกล้งจูบหอมแบบนี้เป็นประจำ แต่สุดท้ายก็มักจะลงเอยแบบนี้เสมอ


เสียงหอบหายใจของแบคฮยอนดังเป็นเท่าตัว อาจจะเพราะอาการเหน็ดเหนื่อยจากการเย้าหยอกเมื่อครู่ หรืออาจจะเพราะจูบจากคนตรงหน้า


เกือบครู่ใหญ่ที่คนทั้งสองเอาแค่นิ่งเงียบใส่กันไม่ยอมพูดจาเพราะปากไม่ว่าง ชานยอลยอมผละออกจากริมฝีปากบางอย่างอ้อยอิ่ง เขากดจูบซับน้ำใสที่เลอะรอบปากคนรักด้วยท่าทีอ่อนโยน ทำเอาพวงแก้มใสของคนตัวเล็กแดงปลั่งอย่างห้ามไว้ไม่หยุด


“เหนื่อยไหม”


แบคฮยอนพูดในสิ่งที่เขามักจะถามอีกฝ่ายเป็นประจำ


“เหนื่อยครับ” ชานยอลตอบทันทีเมื่อเข้าใจว่าอีกฝ่ายพูดถึงอะไร “แต่ได้กำลังใจจากภรรยาแล้วก็หายเหนื่อย” ชายหนุ่มว่าก่อนจะกดจูบที่กลีบปากฉ่ำอีกครั้งโดยไม่มีการละลาบละล้วง


“แล้วหนูเหนื่อยรึเปล่า” ชานยอลถามกลับบ้าง


“ไม่อ่ะ” แบคฮยอนว่า “แต่เมื่อกี้ให้กำลังใจสามีไปก็เริ่มรู้สึกเหนื่อยละ” คำตอบของร่างบางทำเอาคนฟังรู้สึกหมั่นเขี้ยวเล็ก ๆ


“แค่จูบเอง หนูเหนื่อยแล้วหรอ”


“พี่พูดได้ไงว่าแค่จูบ แบบเมื่อกี้เขาเรียกว่าสูบวิญญาณต่างหาก


“งั้นหรอ” ชายหนุ่มหัวเราะ “ถึงว่าล่ะ จู่ ๆ ก็รู้สึกมีแรงขึ้นมาซะงั้น” แบคฮยอนเบ้ปากใส่ทันทีเมื่ออีกคนพูด


“ทำไมชอบคิดไปเอง”


“ใครว่า พี่รู้สึกแบบนั้นจริง ๆ ต่างหาก” ประธานหนุ่มว่าพลางจ้องตาคนตรงหน้า “นี่หรือเปล่าที่เรียกว่ากินเด็กแล้วจะเป็นอมตะ”


“เพ้อเจ้อกันไปใหญ่” คนตัวเล็กเฮ้วใส่ทันทีเมื่อได้ยินประโยคนั้น “ปล่อยได้แล้ว ผมง่วง อยากนอนจะแย่” แบคฮยอนว่าพร้อมกับทำสีหน้าง่วงนอนเต็มทีให้อีกฝ่ายเห็น


“หนูก็รู้ว่าต้องทำยังไงพี่ถึงจะยอมปล่อย” เมื่อภรรยาตัวเล็กเปิดช่องโหว่ชานยอลก็บุกโจมตี ทำเอาเหยื่อตัวน้อยถึงกับรู้ชะตากรรมของตัวเองทันที


“ไม่เอาหรอก เหนื่อย ๆ แบบนี้ใครจะทำกัน”


“เพราะเหนื่อย ๆ แบบนี้แหละยิ่งต้องทำ”


“...”


“เร็วสิ ไหนบอกว่าง่วงไง”


“โธ่ ก็ง่วง แต่ว่า..”


“แต่อะไร แค่ทำมันอีกสักครั้งพี่จะปล่อยหนูไปนอนเลย” ประโยคกำกวมของคนรักสร้างความลำบากใจให้กับคนฟังเป็นอย่างมาก มีอย่างที่ไหนมาใช้สายตาวิบวับมองใส่เขาแบบนี้ ถึงตัวเองจะเป็นผู้ใหญ่แก่กว่าเขาสิบปี ก็ใช่ว่าจะมาทำตาใสออดอ้อนใส่แบบนี้ได้นะ


แต่ก็อดยอมรับไม่ได้ว่ามันก็..น่ารัก


มั้ง..


“งั้นก่อนผมจะทำให้ พี่ต้องตอบคำถามผมก่อน” แบคฮยอนยื่นขอเสนอให้กับคนตรงหน้า หลังจากที่ไตร่ตรองดีแล้วว่าวันนี้เขาต้องมีอะไรบางอย่างมาแลก


“อือฮึ”


“พี่กับคุณซูมินนี่..ยังไงกันแน่”


ชานยอลหยุดการกระทำของตัวเองเอาไว้หลังจากที่เขาพยายามจะคลอเคลียแก้มหอมด้วยปลายจมูก ชายหนุ่มเคลื่อนใบหน้าออกห่างเล็กน้อยก่อนจะจ้องกรอบหน้าหวาน


“เมื่อกี้หนูก็ได้ยินที่เธอพูดไม่ใช่หรอ” ชานยอลว่า


“โธ่ คำพูดของเจ้าหญิงแห่งวงการบันเทิงจะเชื่อได้แค่ไหนกันเชียว เธออาจจะพูดจาสับหลอกก็ได้”


“ไม่มีเหตุผลที่เธอจะทำอย่างนั้นหรอก ถึงจะบอกว่าเธอคิดอะไรด้วย แต่ในเมื่อพี่ไม่ได้คิดอะไร มันก็ไม่มีอะไรจริง ๆ” ชานยอลไม่ได้พูดเพื่อให้แฟนตัวเล็กสบายใจ แต่เขากำลังพูดในสิ่งที่เป็นเรื่องจริง


ใช่ว่าแบคฮยอนจะเป็นคนหูเบาฟังข่าวพวกนี้มาก แถมมันก็ไม่ใช่ครั้งแรกที่สามีของเขามักมีข่าวไปทั่วกับดาราคนนู้นบ้าง นางแบบคนนี้บ้าง หรือบางทีก็เป็นพวกลูกสาวเซเลปคนดังที่มักจะหว่านพืชหวังผลกับซีอีโอปาร์คสุดหล่อคนนี้


และก็น่าเสียดายที่เมล็ดพืชผลพวกนั้นกลับไม่เคยงอกเงยเสียที


“พี่ก็เป็นแบบนี้ตลอด ไม่ว่าจะกับคนไหนก็บอกว่าไม่มีอะไร ๆ”


“ก็มันไม่มีจริง ๆ นี่” ชายหนุ่มตอบ “พี่ซื่อสัตย์กับหนูแค่ไหน หนูเองก็รู้ดี”


“โธ่ พ่อทูนหัวของปวงประชา” แบคฮยอนเหน็บ “พี่มันผู้ชายแปลกประหลาด ตั้งแต่ผมเกิดมาไม่เคยเจอใครประหลาดเท่าพี่อีกแล้ว”


“ยังไง”


“เอ้า ก็มีสาว ๆ สวย ๆ มาขายขนมจีบให้พี่เยอะแยะ พวกเธอแทบจะถวายตัวให้พี่ด้วยซ้ำ ทำไมพี่ถึงไม่สนใจกันนะ” ที่พูดไปก็ไม่ได้หมายความว่าจะยัดเยียดให้ แค่แบคฮยอนก็แค่สงสัยจริง ๆ โดยเฉพาะกับปาร์คชานยอลที่ใคร ๆ ก็ใฝ่ฝัน พูดก็พูดเถอะ ถึงบอกว่าแต่งงานแล้วนั่นก็ยิ่งเพิ่มความฮ๊อตให้เจ้าตัวเข้าไปอีกเท่าตัวเลย


“หนูพูดจาแบบนี้กับคนที่แต่งงานไปแล้วสี่ปีหน่ะหรอ”


“อ่อ จะบอกว่าถ้ายังไม่แต่งก็คงมองสินะ”


“หาเรื่องอยู่รึไง แบคฮยอน”


“เปล่าซะหน่อย ก็แค่พูดเฉย ๆ” คนตัวเล็กตอบ “ผมรู้หรอกว่ามันไม่มีอะไร แต่อะไรที่มันมากเกินไปก็อย่าให้มี เข้าใจไหม”


เหมือนถูกขู่อยู่กลาย ๆ แต่คนฟังกลับรู้สึกปลื้มใจแปลก ๆ คล้ายกับตนกำลังถูกภรรยาบ่นเรื่องความเจ้าชู้ประตูดิน หารู้ไม่ว่าชานยอลไม่ใช่คนที่มีนิสัยหาเศษหาเลยกินกับคนอื่น


เพราะแค่บยอนแบคฮยอนคนเดียวก็เอาอยู่แล้ว


“หนูหึง?”


“ใครว่า ผมก็แค่พูดในฐานะคนที่เป็นภรรยาก็เท่านั้น” แบคฮยอนรีบแก้ตัวทันควัน แต่นั่นก็ไม่ได้ต่างจากคำว่าหึงเท่าไหร่นัก “ความจริงพี่ควรจะซึ้งใจที่ผมใจกว้างยิ่งกว่ามหาสมุทรแปซิฟิก ถ้าเกิดว่าผมหึงพี่ขึ้นมาจริง ๆ ละก็ .. อย่าหวังว่าจะได้ออกไปนอกห้องเลย” คนตัวเล็กพูดขู่พลางทำเสียงข่มใส่อีกฝ่ายให้รู้สึกหวาดกลัวกับอารมณ์ของตนบ้าง


ไม่บ่อยนักที่แบคฮยอนจะหยิบยกเอาเรื่องคนอื่นมาพูดเวลาอยู่ด้วยกัน แถมเราต่างโตมาในช่วงอายุที่ห่างกันสิบกว่าปี ชานยอลเองก็ผ่านโลกมานักต่อนัก ต่างจากแบคฮยอนที่ไม่ได้โลกกว้างเท่ากับชานยอล และเรื่องพวกนั้นมันก็นำมาซึ่งปัญหาต่าง ๆ สำหรับความรักต่างวัย


ทว่าพวกเขากลับไม่เคยมีปากเสียงกันรุนแรงเลยสักครั้ง


จะว่าเพราะความเข้าอกเข้าใจของอีกฝ่ายก็ได้ มันก็มีบ้างที่ลิ้นกับฟันจะกระทบกันเป็นธรรมดา ทั้งแบคฮยอนเองก็เข้าใจว่าชานยอลไม่ได้มีเจตนาที่จะมีข่าวกับผู้หญิง รวมถึงชานยอลก็เข้าใจในการเป็นวัยรุ่นของแบคฮยอนเพราะตัวเองก็เคยผ่านมา ดังนั้นคนทั้งสองจึงอยู่ร่วมกันแบบเปิด ไม่เคยปิดกั้นทางความคิดและไม่เคยมีความลับต่อกัน


ความเชื่อใจถูกเลือกให้อยู่อันดับแรก ๆ เพราะถ้าหากขาดเรื่องพวกนี้ไป ปัญหาใหญ่ก็คงเกิดขึ้นได้ไม่ยาก


“เสียดายแหะ เราไม่ได้หึงพี่จริง ๆ สินะ” ชานยอลว่าด้วยน้ำเสียงตัดพ้อ “ทั้งที่มีรูปภาพหลุดกับดาราสาวระดับประเทศแท้ ๆ ภรรยาของพี่จะใจกว้างเกินไปรึเปล่า”


“ตลกแล้ว ก็พี่เป็นคนบอกผมเองว่าวันนั้นพี่พาเธอไปเลี้ยงขอบคุณเรื่องงาน แถมยังพาลูกน้องไปเป็นกระบุง สาบานได้ว่ารูปที่หลุดออกมามันเหมือนกับการจัดฉากชัด ๆ จะให้ผมโง่เชื่อภาพลวงตาแบบนั้นได้ไง”


แบคฮยอนเป็นเด็กฉลาด ช่างสังเกต และเก็บรายละเอียดได้แม่นยำ เพราะจำได้ว่าชานยอลบอกมีงานเลี้ยงต้องไป แถมยังมีดาราใหญ่อย่างคุณซูมินไปด้วย และแน่ว่าก็คงต้องมีสำนักข่าวสักแห่งตามเก็บภาพบรรยากาศ


ความจริงแล้วเรื่องมันคงไม่ผิดเพี้ยนเท่าไหร่นัก แต่รูปที่เป็นข่าวกลับถูกจัดฉากให้นักธุรกิจปาร์คกับดาราสาวอยู่กันเพียงลำพัง ซ้ำยังใส่สีตีไข่กันสนุกปาก พาดหัวข่าวว่าคนทั้งสองดูใจกันบ้าง แอบมีความสัมพันธ์กันบ้าง


เท่านั้นแบคฮยอนก็เบ้ปากใส่ทันที


อยากจะกราบคนถ่ายรูปจริง ๆ ว่าไปนั่งอยู่มุมไหนถึงถ่ายได้สวีทหวานอะไรเบอร์นั้น!


“ถึงจะเป็นเรื่องจริง พี่ก็สาบานกับเราได้ว่ามันไม่มีทางเกิดขึ้นหรอก” ชายหนุ่มพูดพร้อมกับกดจมูกหอมแก้มนุ่มอย่างเต็มรัก “ไปนอนกันไหม”


“นี่พี่กำลังเปลี่ยนเรื่องผมอยู่รึไง” คนตัวเล็กว่า


“ก็เห็นว่ามันไม่สำคัญ อีกอย่างพูดไปก็ไม่มีประโยชน์อะไรกับเรา”


ก็จริงอย่างที่ชานยอลว่า เรื่องระหว่างเขากับดาราสาวคนนั้นยังไงก็ไม่มีทางเป็นไปได้ ถึงแม้ว่าเขาจะแต่งงานแล้วหรือยังไม่แต่งก็ตาม สำหรับชายหนุ่มแล้ว ซูมินก็แค่เพื่อนร่วมงานที่ดีคนหนึ่งก็เท่านั้น


“หายง่วงแล้วรึไง ตาใสเชียว”


“ใครบอก ง่วงจะตายชัก”


“งั้นก็รีบ ๆ ทำมันซะสิ หนูจะได้ไปนอนซะที” ในทีแรกแบคฮยอนอุตส่าห์นึกดีใจว่าการพูดคุยเมื่อครู่อาจจะเบี่ยงความสนใจของคนรักได้ แต่เปล่าเลย ชานยอลจำได้แม่นทุกประโยค!


“พี่นี่จะเอาให้ได้เลยใช่ไหม” แบคฮยอนพรูลมหายใจเฮือกใหญ่


“อือฮึ อยากเอาจะแย่อยู่แล้ว


“ทะลึ่ง! พูดจาแบบนี้อีกแล้วนะ” ฝ่ามือขาวฟาดลงบนอกแกร่งทันทีที่อีกฝ่ายพูดจาหยาบโลนใส่


“ทำเป็นโวยวาย ทีเมื่อก่อนหนูยังพูดว่า ‘พี่จ๋า ให้หนูทำอีกครั้งนะ’


“พี่!” ไหนตอนแรกใครมันบอกว่าแบคฮยอนเป็นคนชอบล้อเลียน ความจริงแล้วปาร์คชานยอลต่างหากที่เป็นพวกชอบล้อเลียนคนอื่น! และไอ้การที่เขามีนิสัยแบบนี้ก็คงไม่ต้องบอกหรอกนะว่าเอามาจากใคร!


“เสียงดัง” ท่านประธานหนุ่มว่า “เร็วเข้าสิแบคฮยอน ไหนหนูบอกว่าง่วงจะแย่แล้วไง” ชานยอลเร่งเร้าแฟนตัวเล็กที่นั่งอยู่บนตัก


“ผมไม่อยากทำแล้ว หมดอารมณ์!”


“งั้นเดี๋ยวพี่สร้างให้ หนูจะได้มีอารมณ์” เป็นอีกครั้งที่ทำเอาคนฟังอย่างแบคฮยอนถึงกับดิ้นขลุกขลักบนตักซ้ำยังโวยวายบอกให้ชานยอลปล่อยเสียที


“ไม่เอา ไม่ทำมันแล้ว ผมเคยบอกพี่แล้วว่าอย่าพูดจาแบบนี้ใส่ มันเหมือนตาแก่ตัณหากลับจริง ๆ นะ”


“ยังหนุ่มยังแน่นขนาดนี้หนูกล้าเรียกพี่ว่าตาแก่อย่างนั้นหรอ”


“ผมจะเรียกพี่ว่าตาเฒ่าด้วยซ้ำถ้าพี่ยังไม่เลิกมองผมแบบนั้น”


“งั้นเราก็รีบทำมันซะซี พี่จะได้รีบปล่อย” สุดท้ายแล้วชานยอลก็หยิบยื่นหนทางที่จะนำมาซึ่งความปลอดภัยให้พ้นจากสายตาเจ้าเล่ห์ของสามี แน่นอนว่ามันสร้างความลำบากใจให้กับแบคฮยอนเป็นอย่างมากเพราะเขาไม่ชอบ! และก็ไม่อยากจะทำมันด้วย!


จริง ๆ ไอ้เรื่องที่อีกฝ่ายอยากให้ทำมันก็ไม่ได้หนักหนาสาหัสอะไรหรอก แต่แบคฮยอนกลับคิดว่ามันเป็นเรื่องหนักอกหนักใจเสียมากกว่า มันเป็นแค่เรื่องขี้ประติ๋วที่เมื่อก่อนก็เคยทำเป็นประจำ แต่พอโตขึ้นมาหน่อยเขาก็เริ่มเข้าใจว่าบางทีมันก็ไม่ได้เหมาะกับตัวเองเท่าไหร่นัก


แต่ก็ไม่รู้ว่าทำไมอีกฝ่ายถึงได้ติดใจคะยั้นคะยอให้เขาทำมันจัง!


“เร็วเข้าสิแบคฮยอน ช้ากว่านี้พี่จะทำอย่างอื่นละนะ”


“พี่ก็อย่าเร่งผมสิ!” แบคฮยอนเอ็ดพลางกำคอเสื้อชุดนอนอีกฝ่ายไว้แน่น “ขอผม.. ทำใจหน่อยไม่ได้รึไง” พอได้ยินแบบนั้นคนตัวสูงก็นึกขำกับท่าทีงกเงิ่นของคนบนตัก


“เร็ว..” พอเห็นว่าเงียบไปชายหนุ่มก็เร่งเขาอีกรอบ


“เดี๋ยวสิ”


“...”


“...”


ความเงียบเข้าปกคลุมบรรยากาศรอบห้อง ไม่มีเสียงบทสนทนาระหว่างคนทั้งสอง ทว่าความรู้สึกถูกส่งผ่านไปทางสายตาแทน ร่างบางพยายามที่จะปฏิเสธ แต่สุดท้ายแบคฮยอนก็พรูลมหายใจและพ่ายแพ้ต่อคนตรงหน้า ไม่ว่าจะครั้งไหน ๆ แบคฮยอนก็ไม่เคยชนะได้เสียที!


“ก็ได้ ๆ พี่มันจอมเอาแต่ใจที่สุดเลย” เด็กหนุ่มว่าขณะเดียวกับที่แฟนหนุ่มตรงหน้ายกยิ้ม แบคฮยอนขยับตัวนั่งให้หันหน้าเข้าหาคนรักดี ๆ ทั้งมือหนาก็โอบประคองเอวเอาไว้ ดวงตาของชานยอลเป็นประกายวิบวับทันทีที่เผลอสบมองกัน

 


“อิล ทอฮากี อิลลึน..ควีโยมี”


เนื้อเพลงคุ้นหูถูกร้องขึ้นพร้อมกับท่าประกอบที่ไม่เหมือนปกติ เพราะหนึ่งบวกหนึ่งที่แบคฮยอนว่าคือการจูบหน้าผากคนตรงหน้าหนึ่งครั้ง


“อี ทอฮากี อิลลึน ควีโยมี”

ท่อนต่อมาแบคฮยอนก็จูบปลายจมูกที่มีไฝเม็ดเล็กเป็นตำแหน่งที่สอง


“ซัม ทอฮากี ซัมมึน ควีโยมี”

ตำแหน่งที่สามคือจูบแก้มข้างซ้าย


“ซา ทอฮากี ซาโด ควีโยมี”

ตำแหน่งที่สี่คือจูบแก้มข้างขวา


“โอ ทอฮากี โอโด ควีโยมี”

ตำแหน่งที่ห้าคือจูบปลายคาง


“ยุก ทอฮากี ยุกกึน..” จุ๊บ จุ๊บ จุ๊บ จุ๊บ จุ๊บ 


พอถึงท่อนสุดท้ายคนตัวเล็กก็ต้องไล่จูบวนซ้ำตั้งแต่หน้าผาก ปลายจมูก แก้มซ้าย แก้มขวา ปลายคาง

และตำแหน่งที่หกคือริมฝีปาก


จุ๊บ


แบคฮยอนจูบริมฝีปากอิ่มด้วยความรวดเร็วก่อนจะผละออก


“โชวาเฮ”


ท่อนเพลงถูกเปลี่ยนไปในแบบฉบับของตัวเองเมื่อหลายปีก่อน และตอนนี้คนโตกว่าก็กำลังยิ้มร่ากับท่าทีของแฟนตัวเล็ก เหมือนได้ย้อนวัยกลับไปเห็นสมัยที่แบคฮยอนยังเป็นเด็กว่านอนสอนง่าย โดยเฉพาะความออดอ้อนเอาแต่ใจ ชานยอลขอยกให้แฟนตัวเล็กเป็นที่หนึ่งเสมอ ถึงแม้ว่าเขาจะพยายามใจแข็งเพราะไม่อยากตามใจคนรักมากเกินไป


แต่ถ้าหากว่าอีกฝ่ายร้องเพลงนี้ขึ้นมาเมื่อไหร่


หัวใจก็อ่อนยวบยาบยอมศิโรราบให้ทันที!


“พอใจรึยังครับท่านประธาน” แบคฮยอนพูดถามขึ้นหลังจากที่ตั้งสติกับตัวเองไม่ให้ขลาดอายไปมากกว่านี้ ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าใบหน้าของตัวเองคงเหมือนลูกมะเขือเทศอยู่แน่ ๆ โอ้ย ก็จะไม่ให้เขินได้ยังไง นี่เขาอายุยี่สิบเอ็ดปีแล้วนะ ทำไมยังจะต้องมาทำเรื่องแบบนี้อยู่เรื่อย


คิดแล้วก็นึกสงสัยกับตัวเองว่าตอนเด็ก ๆ ทำลงไปได้ยังไง


โชวาเฮเนี่ยนะ..


เขินเป็นเหมือนกันนะเว้ย!


“อืม.. เกือบได้ละ” ชายหนุ่มว่าทำเอาคนตัวเล็กมุ่ยหน้าใส่ทันที


“อะไรกัน พี่ใช้คำว่าเกือบได้แล้วเนี่ยนะ? นี่ผมยอมพี่มากเลยนะเว้ย” แบคฮยอนว่าด้วยอารมณ์ฉุนเล็กน้อย


“วะเว้ยอะไร พูดเพราะ ๆ ก่อน เดี๋ยวปล่อยให้ไปนอน”


“คนขี้โกง ไหนบอกว่าทำแค่นี้แล้วจะปล่อยให้นอนไง”


“ใครพูด พี่ไม่ได้พูดซะหน่อย” ชานยอลทำหน้าตาเหรอหราไม่รู้ไม่เห็นกับสิ่งที่แบคฮยอนพูด “ไหน ๆ ก็จะนอนกันละ พูดเพราะ ๆ ให้พี่ชื่นใจก่อนนอนก่อนสิ”


“เยอะ เยอะตลอด” พูดเหน็บอีกฝ่ายไปก็ฟาดอกไปแรง ๆ ทีหนึ่งด้วยความหมั่นไส้ ก่อนจะถูกดวงตาคู่โตรบเร้าเหมือนเด็กงอแงหมดคราบผู้บริหารระดับสูงเลยทันที เขาละอยากจะอัดคลิปไปประจารให้โลกได้รู้


แต่ก็ไม่หรอก เพราะไม่อยากให้โลกเห็นว่าแฟนหนุ่มของเขาก็น่ารักเหมือนกัน..


เถียงกันไปมา สุดท้ายแบคฮยอนก็ต้องยอมอ่อนข้อให้อีกรอบ เพราะเมื่อครู่เผลอหลุดคำหยาบออกไปเกือบโดนฝ่ามือของอีกฝ่ายตี และทางเดียวที่จะช่วยให้เขารอดชีวิตได้ก็คือต้องรีบชิงพูดก่อนที่ชานยอลจะตีปากเขาเข้าให้จริง ๆ


“จะตีเค้าจริง ๆ หรอ..” จังหวะที่ชานยอลกำลังจะยกฝ่ามือแบคฮยอนก็ชิงโอบคออีกฝ่าย แล้วช้อนตามองด้วยแววตาอ้อนระดับสิบทันที


ก็เอาซี่.. ตีปากเขาเลยซี่..


“หนูนี่มัน—”


“พี่ชานยอลอย่าตีเค้าเลยนะ..”


ท่าทีของแฟนหนุ่มเปลี่ยนไปทันทีเมื่อคนตัวเล็กงัดไม้ตายขึ้นมาใช้


“..เค้าง่วงนอนแล้ว..”


“...”


“ให้เค้าไปนอนเถอะ”


“...”


“นะ..”


ชานยอลผ่อนปรนลมหายใจออกมาช้า ๆ เขากลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่พร้อมกับก้อนความรู้สึกบางอย่าง มันเริ่มก่อตัวตั้งแต่ตอนไหนชานยอลรู้ดี ถึงแม้ว่าการแกล้งเย้าหยอกให้แบคฮยอนพูดจาออดอ้อนใช้เสียงหวานกับตน หารู้ไม่ว่ามันกลายเป็นการฆ่าตัวเองทางอ้อมชัด ๆ


“พี่จะปล่อยให้หนูนอนแน่ ๆ”


“...”


“แต่หลังจากที่พี่บอกรักเรานะ”


“เฮ้! เดี๋ยว—!!”


ผิดแผน! คนตรงหน้ากำลังทำเขาผิดแผน! ก็ไหนบอกให้ทำแบบนั้นแล้วจะปล่อยให้ไปนอนไง เดี๋ยวก่อนซี่! เดี๋ยว—!


ยังไม่ทันจะอ้าปากท้วง แบคฮยอนถูกจูบ


อืม จากนั้นก็ถูกบอกรักกันทั้งคืนเลย

 

 

 

 






“ให้ตายซี่! เพราะพี่คนเดียวเลย พี่กำลังทำให้ผมเข้างานสาย!” แบคฮยอนบ่นอุบอิบหลังจากที่แฟนหนุ่มจอดรถชะลอบริเวณข้างถนนอีกตรอกก่อนถึงบริษัท ขนมปังโฮลวีทในมือถูกยัดเข้าปากอย่างเร่งรีบในขณะที่มืออีกข้างก็ส่งแก้วกาแฟให้กับสารถีตัวดี


“หนูควรใช้คำว่าเรากำลังจะเข้างานสายทั้งคู่” ชานยอลแก้ประโยคพร้อมกับหยิบแก้วกาแฟดื่มอึกใหญ่ คราบเลอะตรงมุมปากก็ถูกศรีภรรยาเช็ดออกให้ในทันที ทุกการกระทำกลายเป็นเรื่องปกติที่ไม่มีติดขัดเลยแม้แต่น้อย


“ใช่เวลาไหม พี่เป็นประธาน เข้างานกี่โมงก็ไม่มีใครว่าหรอก แต่ผมเนี่ยสิ เหอะ” แบคฮยอนกรอกตามองบน ครั้นเห็นว่าคนข้างกายดื่มกาแฟหมดแก้วเขาก็รับมันมาก่อนจะรวบขยะบนรถใส่มือทันที


“งั้นก็ยอมนั่งรถไปบริษัทกับพี่ดี ๆ สิ”


“ไม่เข้าท่า ผมไปก่อนนะ” ยังไม่ทันที่จะเรียกรั้งคนตัวเล็ก แบคฮยอนก็พรวดพราดลงจากรถทันทีที่จอดสนิท ชายหนุ่มเห็นแผ่นหลังบางของคนรักวิ่งทึกทักออกไปไกลเรื่อย ๆ โดยไม่ลืมแวะเอาขยะทิ้งไว้ในถังข้างทาง


ชานยอลนึกถึงคำพูดบางอย่างของแบคฮยอนในวันแรกที่คุยกัน ต่างฝ่ายต่างจะไม่ยุ่มย่ามเวลาทำงานของกันและกัน ดังนั้น การจอดรถในตรอกถัดจากบริษัทนั่นก็เป็นหนึ่งในข้อตกลงที่แฟนตัวเล็กสร้างขึ้น ชายหนุ่มคิดว่ามันออกจะตลกไปหน่อยกับคนรักที่แต่งงานเข้าบ้านกันมาสี่ปี กลับต้องมาทำลับ ๆ ล่อ ๆ


จนมันเริ่มคล้ายคนเป็นชู้เข้าทุกวัน


ขณะที่กำลังจะหันไปขับรถต่อ สายตาก็ชำเลืองเห็นแฟ้มเอกสารอยู่บนเบาะที่ดูแล้วไม่น่าจะใช่ของตนเลยสักนิด


ชานยอลหยิบมันขึ้นมาดูก่อนจะแค่นหัวเราะ


“ขี้ลืมจริง ๆ นักศึกษาฝึกงานบยอน”

 

 

 




 

 

“ซวยละ ต้องลืมไว้บนรถแน่ ๆ เลย”


นักศึกษาฝึกงานว่าพลางทำหน้าตาเคร่งเครียดกวาดสายตาและกว้านฝ่ามือหาเอกสารของพี่ยองซันมาเกือบค่อนชั่วโมง เขาแทบจะพลิกทั้งแผนกเพื่อหาซองน้ำตาลซองนั้น แต่ก็หาไม่เจอ สุดท้ายก็ต้องทึกทักคาดเดาไปเองว่าเมื่อเช้าอาจจะรีบมากจนลืมไว้บนรถ


ทำไมถึงไม่รอบคอบเลยนะแบคฮยอน!


“น้องแบคฮยอน อีกชั่วโมงจะเข้าประชุมแล้ว อย่าลืมเตรียมเอกสารให้ครบนะคะ” เสียงของพี่ยองซันดังขึ้นทำเอาเด็กฝึกงานตัวเล็กสะดุ้งโหยงทันที เขาหันไปขานรับกับรุ่นพี่คนสวยก่อนจะหันกลับมาว๊ากใส่โต๊ะตัวเองแบบไร้เสียง


เอาไงต่อดีเนี้ย!


เขามั่นใจว่าเมื่อเช้าหยิบมันขึ้นมาบนรถแล้ว ฉะนั้นมันก็ต้องอยู่ในรถ แต่จู่ ๆ จะให้เดินไปเปิดประตูรถประธานเพื่อเอาของมันก็ไม่ใช่เรื่องป้ะวะ เกิดมีใครเห็นเข้าเดี๋ยวก็กลายเป็นเรื่องใหญ่อีก และทางที่ดีเขาควรโทรไปถามให้แน่ใจเลยดีกว่า เผื่อว่าอีกฝ่ายจะหยิบเข้ามาให้


คิดได้ดังนั้นแบคฮยอนก็หยิบเอาโทรศัพท์เดินเลี่ยงไปยังห้องชงกาแฟ ซึ่งเขาแน่ใจแล้วว่าจะไม่มีใครอยู่แถวนั้น จัดการกดต่อสายหาคนในความคิดและไม่นานเกินรออีกฝ่ายก็รับสาย


“พี่ชานยอล เห็นเอกสารของผมไหม ผมคิดว่าเมื่อเช้าคงลืมไว้บนรถก่อนออกมา” แบคฮยอนกระซิบเสียงเบา แถมทางนั้นก็ยังทำท่าทางเหมือนจะไม่เข้าใจที่เขาพูดเท่าไหร่นัก “เอกสารในซองสีน้ำตาลอ่ะ พี่เห็นไหม”


(อ๋อ ใช่เอกสารที่นายต้องใช้ประชุมวันนี้รึเปล่า) ชานยอลพูด (พี่หยิบมันเข้าไปในห้องทำงาน ตอนนี้พี่กับฮเยจินออกมาคุยงานข้างนอก ถ้ารีบก็เดินเข้าไปเอาเองเลย)


“แล้วงี้คนจะไม่สงสัยหรอ”


(ช่างคนอื่นเถอะ แค่นี้ก่อนนะ พี่ต้องวางสายแล้ว) ยังไม่ทันที่คนตัวเล็กจะท้วงอะไรกลับ ปลายสายก็ตัดเอาไป นึกหงุดหงิดใจแต่ก็ทำอะไรไม่ได้เพราะอีกฝ่ายคงยุ่งอยู่จริง ๆ ดังนั้นแบคฮยอนจึงต้องกลับมาขบคิดหาวิธีกับตัวเองว่าเขาจะเข้าไปในห้องประธานได้ยังไง อย่างน้อยถ้ามีพี่เลขาฮเยจินอยู่เขาคงอ้างได้ว่าเข้าไปเอางาน


สุดท้ายด้วยเวลาที่มันกำลังจะรัดคอ ร่างเล็กจึงตัดสินใจเก็บมือถือใส่กระเป๋าแล้วขึ้นลิฟต์ไปยังห้องของประธานทันที โชคดีที่บริเวณนี้ค่อนข้างเป็นส่วนตัว ผู้คนก็ไม่ได้พลุกพล่านแถมยังบางตาจนน่าแปลกใจ แต่เมื่อคิดดี ๆ ตอนนี้มันก็เที่ยงกว่าแล้ว พนักงานคนอื่นก็คงลงไปหาอะไรทานกัน


นั่นแหละ โอกาสดีของแบคฮยอนเลย!

 


ในตอนนั้นที่นักศึกษาฝึกงานเดินผลุบหายเข้าไปในห้องของท่านประธานอย่างระมัดระวัง ทว่ากลับไม่สามารถหลบหลีกสายตาของใครคนหนึ่งที่กำลังยืนหลบอยู่ตรงมุมเสาได้


“พี่ชานยอลงั้นหรอ..”


เสียงนั่นพึมพำ หัวคิ้วทั้งสองข้างขดเข้าหากันอย่างนึกสงสัย ทำไมเด็กฝึกงานคนนั้นถึงต้องทำท่าทีระมัดระวังกลัวว่าจะมีใครเข้ามาได้ยินบทสนทนา คำว่า พี่ชายยอล กระตุกจิตใจคนบังเอิญผ่านมาเข้าให้


ทั้งพยายามเพ่งฟังว่าอีกฝ่ายพูดอะไรต่อ และหวังว่าปลายสายที่กำลังพูดคุยด้วยนั้นคงจะไม่ใช่ชื่อของคนใหญ่คนโตของที่นี่ จนกระทั่งเห็นว่าเด็กคนนั้นผลุบหายเข้าไปในห้องของประธานทั้ง ๆ ที่ไม่มีเลขาเฝ้าอยู่ด้านหน้า


ความสงสัยก็ประเดประดังเข้ามาอย่างไม่ทันตั้งตัว


ทำไมเด็กฝึกงานถึงเรียกท่านประธานว่าพี่ชานยอล


จริง ๆ แล้วสองคนนั้นมีความสัมพันธ์ยังไงกันแน่..

 

 

 

 

 

 

 

“ไอ้เราก็มัวแต่ถามว่าอยู่ไหน ดันไม่ได้ถามอีกว่าอยู่ตรงไหน ดีจริง ๆ เลยแบคฮยอน” ครั้งที่สามกับการบ่นของวันนี้ แบคฮยอนรู้สึกเหนื่อยจนสายตัวแทบขาดเมื่อถูกอุปสรรคขัดขวางในการทำงาน เขาเข้ามาในห้องของท่านประธานแล้วพยายามกวาดสายตามองหาเอกสารของตน


ทว่าสิ่งที่ทำให้แบคฮยอนเหงื่อตกคือซองสีน้ำตาลนั่นมีประมาณยี่สิบซองกองบนโต๊ะของท่านประธาน โอเค! เขาจะเริ่มหามันไปเรื่อย ๆ และหยิบซองที่น่าสงสัยออกมาดูเป็นอันดับแรก ๆ แต่ก็ต้องผิดหวังเมื่อมันไม่ใช่สิ่งที่เขาต้องการ


เพราะงั้นเกือบสิบนาทีที่แบคฮยอนเอาแต่รื้อหาเอกสารและพยายามจัดของรก ๆ ให้มันดูเป็นระเบียบสมกับโต๊ะท่านประธาน จังหวะนั้นก็ต้องคอยชำเลืองมองนาฬิกาไปด้วยว่าใกล้ถึงเวลาประชุมของตนแล้วหรือยัง


“เชี่ยร่วง!” เด็กฝึกงานสบถออกมาท่ามกลางห้องกว้างที่เงียบสงบ เมื่อครู่เขาเกือบทำกรอบรูปคุณแม่สามีหล่นลงไปแตกกับพื้น แต่มือก็ไวพอที่จะรองรับเอาไว้ทันพอดี ความรู้สึกผิดเริ่มก่อตัวในใจจึงได้แต่พูดขอโทษเบา ๆ กับกรอบรูป


และในตอนนั้นแบคฮยอนก็เริ่มสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของความไม่ชอบมาพากล


เสียงจอแจดังมาจากด้านนอก และมันค่อย ๆ ดังขึ้นเรื่อย ๆ ..


เฮือก! มีคนกำลังมาที่นี่!


เด็กฝึกงานเหลือกตากว้างเค้นความคิดหาทางออก พยายามกวาดเอาซองเอกสารที่ตนคิดว่ายังไม่ได้หาใส่อกแล้วจะรีบวิ่งออกไปนอกห้อง แต่โชคก็ไม่เข้าข้างเมื่อจู่ ๆ ประตูบานใหญ่ก็ถูกเปิดออกโดยท่อนแขนของใครบางคน ร่างบางจึงต้องรีบหาทางซ่อนตัวเองทันทีโดยการหลบเข้าไปอยู่ใต้โต๊ะทันที!


เส้นยาแดงผ่าแปด! แบคฮยอนรู้สึกว่าตัวเองกำลังเอาชีวิตมาเสี่ยงกับอะไรที่ผาดโผนเกินไป โดยเฉพาะเรื่องที่ต้องทำหลบซ่อนตัวเองในบริษัท ทั้ง ๆ ที่สถานที่แห่งนี้ก็มีเจ้าของเป็นถึงสามีของตัวเอง


“คุณชานยอลคะ คุณเดินหนีออกมาแบบนี้ เดี๋ยวพวกนักข่าวก็เข้าใจผิดกันพอดี”


เสียงผู้หญิงนี่..


“เข้าใจอะไรผิดหรอครับ”


“ก็—ก็คุณกำลังถูกถามเรื่องความสัมพันธ์ของเรา คุณควรจะบอกพวกเขาว่าเราเป็นอะไรกัน”


เสียงนั่น..ทำไมถึงคุ้นหูชะมัด..


ประโยคประหลาดที่ฟังยังไงมันก็เคลือบแคลงใจแปลก ๆ ทว่ากลับไม่มีเสียงตอบอะไรกลับมานอกจากเสียงเดินของรองเท้าหนังคู่ใหญ่ นับว่าเป็นโชคดีที่โต๊ะของท่านประธานปิดมิดชิดรอบด้าน ทำให้เขาสามารถหลบซ่อนอยู่ข้างในนี้ได้


“ผมคิดว่าเราจะคุยกันรู้เรื่องแล้วซะอีก” ชานยอลว่า “ผมไม่มีเหตุผลอะไรที่จะต้องตอบคำถามนักข่าวพวกนั้น หนึ่งผมเป็นนักธุรกิจ ไม่ใช่ดารา สองผมเป็นนายจ้างคุณ ไม่ใช่คู่ควง”


“คุณชานยอล!”


“เมื่อวันก่อนที่คุยออกสื่อเรื่องต่อสัญญากับบริษัทผม เห็นทีผมต้องเอาเรื่องนี้มาคุยกับคณะผู้บริหารใหม่ เผื่อว่าจะมีใครที่เข้าใจง่ายและไม่วุ่นวายเหมือนคุณ”


โอ้ว แฟนของเขากลายเป็นคนปากร้ายแบบนี้ไปตั้งแต่เมื่อไหร่


“เหอะ! คุณคิดว่ามันจะจบง่าย ๆ หรอคะ ทั้ง ๆ ที่เรื่องของเรามันมาตั้งขนาดนี้แล้ว ไหนจะเรื่องงานแต่งจอมปลอมนั่นอีก คุณต่างหากที่ไม่ได้เรื่อง!” ผู้หญิงคนนั้นตวาดกลับแถมยังหยิบเอาเรื่องการแต่งงานขึ้นมาพูดหาว่าเป็นเรื่องสับปลับ


“ผมไม่เข้าใจว่าเรื่องของเราที่คุณหมายถึงนั้นคือเรื่องอะไร” ชายหนุ่มร่างสูงว่า “และผมก็ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องกุเรื่องที่แต่งงานแล้วขึ้นมา”


“คิดว่าซูมินจะเชื่อง่าย ๆ หรอคะชานยอล”


คิมซูมินงั้นหรอ.. คิมซูมินเจ้าหญิงแห่งวงการบันเทิงหน่ะนะ?


“ตราบใดที่ยังไม่มีใครรู้ว่าคนที่คุณแต่งงานด้วยจริง ๆ คือใคร ซูมินก็ไม่มีทางปล่อยคุณไปเด็ดขาด”


ย๊า.. แม่นี่ ชักจะมากเกินไปแล้วนะ


กลายเป็นว่าหลังจากที่แอบฟังอยู่เงียบ ๆ แบคฮยอนก็เริ่มรู้สึกโมโหขึ้นมาเล็กน้อย มันคุกรุ่นอยู่ในอกและเผลอ ๆ อาจจะระเบิดออกมาในไม่ช้า เคยบอกแล้วใช่ไหมว่าเป็นคนใจร้อน นั่นแหละ ข้อเสียของบยอนแบคฮยอนเลย


“ผมว่าเราคุยเรื่องนี้กันมาตั้งแต่แรกที่จะทำงานร่วมกันแล้ว ผมรับข้อเสนอจากผู้บริหารท่านอื่นเพื่อให้คุณมาเป็นแอมบาสเดอร์ของบริษัท และคิดว่ารายได้ของแต่ละไตรมาสจะพุ่งสูงขึ้นกว่าทุกครั้ง คุณก็ไม่เคยทำให้ผมผิดหวัง”


“...”


“แต่กับเรื่องส่วนตัวของผม คุณไม่มีสิทธิ์มาก้าวก่าย คุณเองก็บอกออกสื่อไปว่าเราเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันและความจริงเราไม่เคยมีอะไรเกินเลยต่อกันด้วยซ้ำ”


“...”


“อย่าใช้กระแสสังคมเล่นงานผม มันไม่ได้ช่วยให้เรตติ้งคุณสูงขึ้นหรอก คุณสร้างข่าวลือทั้งจ้างนักข่าวจัดฉากเราสองคน คิดว่าเรื่องนี้ผมไม่รู้หรอครับ” คล้ายกับมีกระแสไฟฟ้าพาดลงกลางหน้าผากของหญิงสาวที่ชายทั้งประเทศต่างหลงใหล ในตอนนี้สีหน้าของคิมซูมินซีดเผือดอย่างเห็นได้ชัด ฝ่ามือทั้งสองข้างเริ่มสั่นเทิ้มด้วยความโกรธจัด เธอไม่เคยถูกผู้ชายคนไหนปฏิเสธได้ไร้น้ำใจขนาดนี้


ปาร์คชานยอลเป็นคนแรก!


“แทนที่จะคิดว่าเรื่องของเรามันทำให้เรตติ้งของฉันสูงขึ้น คุณไม่คิดบ้างหรอคะว่าความนิยมของบริษัทคุณก็สูงขึ้นเหมือนกัน” จากตอนแรกที่ซูมินพยายามพะเน้าพะนอกับอีกฝ่าย เห็นจะใช้ไม้เดิมไม่ได้ “ถ้าคุณจะกล่าวหาว่าฉันเล่นแผนสกปรกเพื่อที่จะจับคุณล่ะก็.. กรุณาคิดใหม่ด้วยนะคะคุณปาร์คชานยอล ฉันสามารถเซ็นสัญญากับบริษัทอื่นที่ต้องการตัวฉันได้ทุกเวลา และถ้าคุณจะฟ้องร้องค่าเสียหาย ฉันก็ยินดีที่จะจ่ายให้แบบไม่ขาดสักแดงเดียว”


“...”


“หึ ใคร ๆ ก็บอกว่าคุณเป็นนักธุรกิจหัวใหม่ ไฟกำลังแรงได้ที่ มองอนาคตไกล ทำไมกับเรื่องแค่นี้ถึงต้องทำให้มันวุ่นวายด้วยล่ะคะท่านประธาน ช่างเป็นเด็กที่อ่อนหัดเสียจริง


เจ้าหญิงแห่งวงการบันเทิงว่าพลางยกยิ้มอย่างมีชัยหลังจากที่ยัดเยียดความผิดให้อีกฝ่ายเรื่องที่เมินเฉยต่อสิ่งที่เกิดขึ้น คิมซูมินไม่ได้มีแค่หน้าตาและความสามารถที่ทำให้โลดแล่นในวงการได้อย่างสบายตัว แต่เพราะมันสมองและเล่ห์เหลี่ยมที่จะทำให้การใช้ชีวิตกลายเป็นเรื่องง่าย


คนอย่างปาร์คชานยอลหน่ะควรจะดีใจด้วยซ้ำที่เธอยอมตกลงเป็นแอมบาสเดอร์ให้ หุ้นของบริษัทก็สูงขึ้นพร้อม ๆ กับเรตติ้งของเธอก็เพิ่มขึ้นตาม โดยเฉพาะคราวก่อนที่มีรูปหลุดของคนทั้งสองออกมา


ใคร ๆ ต่างก็อยากรู้อยากเห็นเรื่องของคนดังทั้งนั้น


มีแต่คนอ่อนหัดเท่านั้นแหละที่จะปฏิเสธ!


“ถ้าหากว่าการที่ผมซื่อสัตย์ต่อความรู้สึกของตัวเองมันเป็นเรื่องอ่อนหัด คุณเองก็คงอ่อนหัดไม่ต่างจากผม” ขณะที่พูดชายหนุ่มก็เริ่มจับสังเกตบางอย่างในห้องได้ เขาไม่ได้ตื่นตูมแต่เพราะกำลังเก็บรายละเอียดรอบ ๆ ห้อง


“คนฉลาดเขามักจะแยกแยะออกว่าอะไรเป็นอะไร ดูเหมือนว่าคุณเองก็หวังแต่ผลประโยชน์จนไม่ได้สนใจอย่างอื่น” ชานยอลเดินกลับไปที่โต๊ะของตัวเองอย่างเสียมารยาท ทว่าซูมินกลับมองว่ามันเป็นเรื่องปกติที่ชายหนุ่มมักจะเสมองทางอื่นแล้วพูดคุยกับเธอ


“ผมต้องขอโทษด้วยจริง ๆ ที่เด็กอ่อนหัดอย่างผมยังมีบริษัทและลูกน้องอีกหลายชีวิตที่ต้องดูแล”


แบคฮยอนที่เผลอไผลไปกับบทสนทนาก็ลืมตัวว่าตนไม่ได้อยู่ในสถานะที่จะเปิดเผยตัวเองได้ จังหวะที่รองเท้าหนังของชานยอลก้าวเข้ามาใกล้ คนตัวเล็กก็แทบจะกลั้นหายใจทันทีเพราะกลัวว่าจะถูกจับ


นัยน์ตาเรียวช้อนมองสองขายาวของแฟนหนุ่มด้วยความประหม่า ได้แต่ภาวนาขอให้พี่ชานยอลอย่าเพิ่งตาดีตอนนี้ แต่ดูเหมือนว่าชานยอลจะรับรู้ถึงการอยู่ของเขามาตั้งแต่แรกแล้ว เพราะจังหวะที่ชายหนุ่มกำลังนั่งลงบนเก้าอี้หลังโต๊ะตัวใหญ่


แบคฮยอนช้อนตามองขึ้นไปก็จะสบเข้ากับดวงตากลมโตของท่านประธานพอดิบพอดี


แหะ ๆ .. คนตัวเล็กส่งยิ้มแห้งให้กับอีกฝ่ายขณะเดียวกับที่เม็ดเหงื่อมากมายพรูผุดเต็มกรอบหน้า


“รวมถึงภรรยาของผม..” ชานยอลว่า “และทั้งหมดที่ผมพูดมาก็เพื่อบอกกับคุณว่าผมไม่ว่างที่จะเล่นด้วย”


“คุณปาร์คชานยอล! ทำแบบนี้มันจะไม่มากไปหน่อยรึไง” แบคฮยอนสะดุ้งตัวโหยงทันทีที่เสียงแหลมตวาดใส่ท่านประธาน ซ้ำยังทุบโต๊ะดังลั่นห้องเพื่อระบายอารมณ์ “ฉันอุตส่าห์ประเคนความมั่งคั่งมาหาคุณถึงที่ แต่คุณกลับปฏิเสธน้ำใจของฉันโดยการเห็นคนอื่นดีกว่างั้นหรอ?”


“คนอื่นที่คุณว่าเขาเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของผม และผมคิดว่าผลประโยชน์ที่เราทั้งคู่ต่างได้รับมันก็คุ้มค่ามากพอแล้ว เพราะงั้นมันก็ไม่มีความจำเป็นที่ผมจะต้องยอมรับความสัมพันธ์ที่มันไม่ได้เกิดขึ้นจริง”


“คุณคิดว่าตัวเองใหญ่มากจากไหนหรอปาร์คชานยอล” หญิงสาวแค่นหัวเราะ “คิดว่าตัวเองดีเลิศประเสริฐแค่ไหนถึงกล้าปฏิเสธคนอย่างคิมซูมิน คุณคิดว่าบริษัทของคุณจะอยู่รอดงั้นหรอถ้าหากว่าไม่มีฉัน!


“ผมไม่รู้ว่าคุณไปเอาความคิดพวกนี้มาจากไหน แต่ผมมั่นใจในคุณภาพและพนักงานของที่นี่ ถึงคุณจะเป็นตัวชูโรงพาบริษัทของผมก้าวข้ามไปอีกขั้น แต่นั่นมันก็ไม่ได้หมายความว่าถ้าหากไม่มีคุณแล้วบริษัทผมจะไปไหนไม่รอด”


กลายเป็นว่าตอนนี้ภายในห้องของท่านประธานคือสนามประทะอารมณ์ระหว่างคนทั้งสองโดยมีบุคคลที่สามนั่งทำตัวลีบอยู่ใต้โต๊ะคอยฟังบทสนทนาด้วยความเคร่งเครียด ใช่ว่าแบคฮยอนจะไม่เคยเห็นชานยอลในโหมดนี้มาก่อน


และนั่นก็ผู้หญิงนะ.. ท่านประธานกล้าหักหน้าผู้หญิงเนี่ยนะ..


“ได้ เอางั้นก็ได้ค่ะคุณชานยอล ถ้าคุณคิดว่าการที่บริษัทนี้จะอยู่รอดได้เพราะไม่มีฉันก็เชิญเลย สัญญาของฉันที่ใกล้จะหมดแล้วคุณก็ไม่ต้องคิดนัดวันไปต่อใหม่หรอกนะคะ เพราะตอนนี้มีอีกบริษัทที่เขาให้ข้อเสนอมากกว่า และสักวันบริษัทนั้นจะขยี้คนปากดีอย่างคุณให้เจ็บหนักแน่!


เสียงของคิมซูมินดังลั่นห้องอย่างไม่คิดเกรงกลัวว่ามันจะเล็ดลอดออกไป ปาร์คชานยอลยังคงนั่งเงียบมองแผ่นหลังของหญิงสาวที่กำลังปึงปังเดินออกไปด้านนอกอย่างหัวเสีย เขาเข้าใจดีว่าสถานการณ์ตอนนี้มันยากเกินกว่าจะปรับความเข้าใจ


อย่างน้อยลึก ๆ แล้วชายหนุ่มเองก็แอบเสียดายที่ต้องเสียเพื่อนร่วมงานดี ๆ อย่างคิมซูมินไป




“จะนั่งตรงนั้นอีกนานไหมครับ”

“ออกมาได้แล้ว”


ชานยอลพูดในขณะที่เลื่อนเก้าอี้ออกห่างเพื่อเปิดทางให้แฟนตัวเล็กคลานออกมาจากใต้โต๊ะ ทว่าแบคฮยอนกลับนิ่งเฉยไม่ยอมขยับแต่กลับช้อนตามองเขาด้วยความรู้สึกหลากหลาย ไม่มีคำพูดใด ๆ เล็ดลอดออกมาจากคนทั้งสองนอกเสียจากสายตาที่ยังจ้องมองกันอยู่


เกือบหลายนาทีกว่าที่เด็กฝึกงานจะยอมคลานออกมาจากใต้โต๊ะ เอกสารที่กอดไว้ในอกก็ยับยู่ยี่จนแทบจะดูไม่ได้ ชานยอลช่วยเอื้อมมือหยิบซองน้ำตาลเหล่านั้นขึ้นมาวางไว้บนโต๊ะเหมือนเดิม ก่อนจะดึงลิ้นชักหยิบเอกสารอีกซองส่งให้แบคฮยอนแทน


“คุณรีบออกไปเถอะ อีกสิบนาทีต้องเข้าประชุมแล้วไม่ใช่หรอครับ” ชานยอลยังคงสวมบทบาทเป็นท่านประธานที่ดีเสมอถึงแม้ว่าจะอยู่ในสถานการณ์กลืนไม่เข้าคายไม่ออก แน่นอนว่าแบคฮยอนควรจะรีบออกไปเพราะมันจวนจะได้เวลาเข้าประชุมแล้ว


หากแต่ความรู้สึกบางอย่างกลับดึงรั้งให้เขายังอยู่ที่เดิม


“คุณ.. ไม่เป็นไรใช่ไหม”


น้ำเสียงอ้อมแอ้มถามพลางช้อนตามองคนตรงหน้าด้วยความเป็นห่วง บอกตามตรงว่ารู้สึกวูบโหวงกลางอกเล็กน้อยเมื่อได้ยินเรื่องราวเมื่อครู่


ดูเหมือนว่าคุณซูมินเองก็ทำทุกอย่างเพื่อตัวเองและบริษัท ถ้าหากลองคิดในทางกลับกัน ผลประโยชน์ที่ได้จริง ๆ ก็คงเป็นปาร์คชานยอล เขาเองก็พอจะเข้าใจว่ามันเป็นระบบแบบพึ่งพาอาศัยกัน ต่างฝ่ายต่างให้สิ่งที่อีกฝ่ายต้องการได้


แต่ในเมื่อมีอีกฝ่ายที่ไม่สามารถให้ได้ ทุกอย่างก็คงต้องหยุดเอาไว้


“กับบริษัทแล้วผมมั่นใจว่ายังไงเรายังคงตัวอยู่ได้ ไม่มีปัญหาอะไร”


“...”


“กับตัวของผมเอง ผมแค่รู้สึกแย่เล็กน้อย” ชายหนุ่มว่าขณะที่สบตากับคนตรงหน้า “ผมรู้สึกแย่ที่ไม่สามารถแบ่งเส้นความสัมพันธ์ให้ชัดเจนไว้ได้ มันก็จริงอย่างที่เธอว่า เพราะข่าวลือของผมกับเธอทำให้มีผู้คนสนใจ INT.C มากขึ้น ถ้าหากว่าผมเห็นแก่ได้กว่านี้สักนิด ผมก็คงยอมตกลงเป็นข่าวปลอม ๆ กับเธอไปสักพัก แต่นั่นก็คงเป็นตอนที่ผมยังไม่แต่งงาน ไม่ใช่ตอนนี้”


“...”


“ผมมีหลายอย่างต้องรับผิดชอบ ทั้งบริษัท พนักงาน ครอบครัว รวมถึงภรรยาของผม มันคงจะดูไม่ดีถ้าหากว่ามีข่าวลือของผมกับซูมินขึ้นมาจริง ๆ นักข่าวก็จะยิ่งสงสัยว่าเรื่องที่แต่งงานไปแล้วนั้นมันเป็นความจริงหรือไม่”


“...”


“ผมใช้ชีวิตโดยการเคารพความเป็นส่วนตัวของคนรอบข้างเสมอ แน่นอนว่าผมคงไม่อยากให้ใครมาชิงเปิดโปงเรื่องส่วนตัวของผม หลังจากที่เราตั้งใจกันเอาไว้ว่าจะเปิดตัวกันเองเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม”


“...”


“และผมก็ได้แต่หวังว่าถ้าถึงเวลานั้นแล้วจริง ๆ .. ทุกคนจะเข้าในใจสิ่งที่ผมทำ”


จบคำพูดของคนตรงหน้าก็คล้ายกับว่าตนกำลังลอยเคว้งอยู่ในสุญญากาศ แบคฮยอนกลืนก้อนน้ำลายหนืดลงคอด้วยความลำบาก ความรู้สึกบางอย่างมันประเดประดังเข้ามาหล่นทับใส่จนรู้สึกหนักอึ้งไม่แพ้กัน


แบคฮยอนเคยคิดมาตลอดว่าการทำงานในบริษัทก็แค่เข้างานตามเวลา คุยเจรจากับลูกค้า เซ็นเอกสาร และอีกหลาย ๆ อย่างที่มันง่ายกว่านี้ แต่เหตุการณ์เมื่อครู่ก็ทำให้แบคฮยอนได้รู้อะไรบางอย่างว่าชานยอลเองก็แบกรับภาระก้อนใหญ่ไว้


เขาเข้าใจแล้วว่าทำไมชานยอลถึงอยากให้เขาเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของที่นี่ตั้งแต่เนิ่น ๆ


เพราะถ้าหากรู้จักระบบตั้งแต่ด้านล่างแล้วค่อย ๆ ไต่ระดับขึ้นมาจนถึงบนสุด แบคฮยอนก็จะได้เข้าใจถึงแต่ละชั้นในการทำงานว่าต้องทุ่มเทมากแค่ไหน จริงอยู่ที่เขาเป็นแค่เด็กฝึกงานทำแค่วิ่งส่งเอกสารและช่วยเหลือรุ่นพี่ไปวัน ๆ


แต่อีกหน้าที่หนึ่งที่เขาต้องทำทุกวันคือเยียวยาจิตใจของเสาหลักที่นี่


ไม่มีคำพูดปลอบประโลมนอกจากกอดหลวม ๆ ถูกมอบให้อย่างที่ท่านประธานไม่ทันได้ตั้งตัว แบคฮยอนโผกอดคนตรงหน้าไว้ครู่หนึ่งก่อนจะต้องผละออกเมื่อถึงเวลาที่ต้องเข้าประชุม ความอบอุ่นที่มอบให้ในระยะสั้นก็สามารถสื่อสารความรู้สึกผ่านกันได้


มันคงดูไม่เหมาะสมเพราะสถานะในตอนนี้คือเจ้านายกับลูกน้อง แต่แบคฮยอนก็อยากจะฉีกกฏของตัวแล้วทำตามเสียงที่กู่ก้องออกมาจากอก เขาไม่รู้หรอกว่าชานยอลจะนึกต่อว่าอะไรไหม แต่ก็นั่นแหละ


แบคฮยอนแค่อยากกอดอีกฝ่ายก็เท่านั้น


หลังจากผละกอด คนตัวเล็กก็เดินออกไปพร้อมกับเอกสารของเจ้าตัว ในตอนนั้นก็มีคำพูดบางอย่างดังก้องกังวานอยู่ในหัวของท่านประธานหนุ่ม ก่อนหน้านั้นเขารู้สึกเหน็ดเหนื่อยกับการต่อกรกับดาราสาวอย่างคิมซูมิน แต่อาการนั่นก็หายเป็นปลิดทิ้งทันทีเมื่อถูกภรรยาตัวเล็กกอดเข้าให้


 

ผมเชื่อมั่นในตัวพี่

ผมยังอยู่ข้างพี่เสมอ

 


แบคฮยอนพูดไว้ก่อนออกไป แค่ประโยคไม่กี่ประโยคก็สามารถฟื้นฟูแรงกายและแรงใจให้กลับมาเป็นเหมือนเดิมได้ นี่หรือเปล่าที่เขาบอกว่ามีแฟนเด็กก็เท่ากับว่ามียาอายุวัฒนะอยู่ในกำมือ


ดูเหมือนว่ายาเด็กอย่างแบคฮยอนจะเพิ่มกำลังใจให้ชานยอลได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียว

 

 

 

 

TBC…













++++++++++++++++++++++++

อั้ยย้ะ งานมุ้งมิ้งก็มา
ควีโยมี ควีโยมี
5555555555555555
ถ้าชอบก็ฝากด้วยนะคะ เม้นกันเยอะๆเลยย จู้บบบ

เอนจอยรีดดิ้งค่ะ <3
#ฟิคคลังฝัน

เจอคำผิดทักบอกเราได้เลยนะ 
อ่านสองสามรอบแล้วเผื่อตาลาย









 
TF:)
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 141 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

6,477 ความคิดเห็น

  1. #6452 Nokyoong Exoplanet (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 19 เมษายน 2563 / 02:14
    ควีโยมิก่อนนอน โอยยย นรมากกกก
    #6,452
    0
  2. #6366 heykiki (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 17 เมษายน 2562 / 14:23
    น่ารักจัง แต่น้องกำลังจะเจองานหนัก
    #6,366
    0
  3. #6105 psirikwan43 (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 29 กันยายน 2561 / 18:21
    ชื่อไลน์แบบแอร้ยยยยยย

    น่ารักกกก
    #6,105
    0
  4. #6095 Chi_Yeol (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2561 / 17:26
    พี่ชานเป็นคนดีมากเลย >< ยอมใจ
    #6,095
    0
  5. #5989 anna96422 (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 23 เมษายน 2561 / 23:26
    สู้ไปด้วยกันกันนะ
    #5,989
    0
  6. #5733 tkfriedck (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 25 มกราคม 2561 / 00:10
    ฮือออ จับมือกันไว้แน่นๆนะ
    #5,733
    0
  7. #5106 sweetpss (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2560 / 23:44
    สุ่ๆกันไปด้วยกันเลยนะ
    #5,106
    0
  8. #5030 phirayajungkook (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2560 / 20:55
    สู้ๆน้าชยอล
    #5,030
    0
  9. #4753 EUNHWA_OK (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2560 / 16:03
    สงสัยจะจริงมั่ง แค่คำพูดก็กระชุ่มกระชวยแล้ววสส
    #4,753
    0
  10. #4500 CBshipper_ (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 25 เมษายน 2560 / 12:55
    เป็นสามีภรรยากันก็ต้องให้กำลังใจกันคอยอยู่ข้างกันอย่างนี้แหละเนาะ ตอนควีโยมินี่แบบเรายิ้มแก้มจะแตก ฮ่าๆๆๆๆ น่ารักอ่ะ สมัยเด็กๆยัยแบคคงขี้อ้อนมากจริง เขินเลย ฮ่าๆๆๆๆๆ
    #4,500
    0
  11. #4227 KAKARN_MATO (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2560 / 14:10
    ใครแอยฟังแบค
    #4,227
    0
  12. #4145 CcBb__pcy (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 31 มกราคม 2560 / 20:17
    ควีโยมิ โคตรจะน่ารัก 55555
    #4,145
    0
  13. #3441 Mobanxxi (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2559 / 17:09
    ขำลั่น ควีโยิ ฮื่ออออ ชอบบบบบ มากกกก
    #3,441
    0
  14. #3435 Circle Icetherz (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2559 / 05:22
    ควิโยมิโคตรคิ้วท์
    #3,435
    0
  15. #3422 In68 (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2559 / 11:30
    น่ารักค่อดดดดดด
    #3,422
    0
  16. #3410 nchler (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2559 / 18:30
    คู่นี้น่ารักเกินไปแล้ววงววว ว่าแต่ใครมาได้ยินแบคคุยโทรศัพท์วะ
    #3,410
    0
  17. #3372 chanbaek_0464 (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 28 กันยายน 2559 / 14:34
    เป็นอะไรที่น่ารักมากๆเลยอ่ะะะะะ ชอบสุดดดดด เขิน รักส์
    #3,372
    0
  18. #3174 pookpak_world (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 19 กันยายน 2559 / 21:45
    น่ารักมาก ควีโยมี งุ้งงิ้งๆ ฮั้ยยยย เขิน.///. พอฉากสงครามโลกนั่นล่ะค่ะ นึกเสียงซูมินออกอ่ะ มันแว้ดๆๆ น่ารำคาญ อยู่ใกล้ๆจะเอาหนังยางดีดปากให้เข็ด อิปอป-_-*
    #3,174
    0
  19. #3167 cheese (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 19 กันยายน 2559 / 19:37
    เอารางวัลสามีดีเด่นแห่งชาติด้วยเลยมั้ยคะท่านประธานปาร์คชานยอลลลลล?????????? ชอบการเรียกกันที่ทำงานก็จะ คุณ,ผม พออยู่ด้วยกัน พี่,หนู ให้ฟีลเด็กเสี่ยมากค่ะ5555555
    #3,167
    0
  20. #3165 cheese (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 19 กันยายน 2559 / 19:34
    CEOปาร์คชานยอลนี่จะเป็นสามีแห่งชาติด้วยเลยมั้ยคะ? เอารางวาลสามีดีเด่นไปด้วยเลยยคนดีมากๆจริงๆ!! ชอบอะชอบความเรียกกันที่ทำงาน ผม,คุณ พออยู่บ้านเรียก"หนู" เด็กเสี่ยมากก5555555555555555
    #3,165
    0
  21. #3116 Benz Satita (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 18 กันยายน 2559 / 21:15
    ชอบมากๆชานคนดีมาดเลยอ้าาา
    #3,116
    0
  22. #2882 Oh-ok (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 1 กันยายน 2559 / 00:26
    ชอบบมากเลย ชอบนิสัยของตัวละคร ฮือออ
    #2,882
    0
  23. #2707 Bjin_yui (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2559 / 09:26
    เหอะซูมิน จ้องจะจับอย่างเดียวเลยเนอะ เกลียด มั่นหน้ามากไปป ขอตบที555 อยากเห็นเขาเปิดเผยโอ้ยย5555
    #2,707
    0
  24. #2318 Ppp (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2559 / 21:04
    ทั้งประเทศไม่ได้มีเทอคนเดียวนะยัยซูมิน

    เกิดได้ก็ดับได้จ้ะ

    ใครก็ได้ไปแฉนางที



    อุ้ยตาย ละใครแอบได้ยินน้องแบคคุยโทรกะท่านประธานคะเนี้ย
    #2,318
    0
  25. #2274 y_aGA (จากตอนที่ 38)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2559 / 00:14
    ปาร์คกินเด็ก
    #2,274
    0