[ exo SF/OS ] คลังฝัน - chanbaek

ตอนที่ 36 : (OS) 花吐き | HANAHAKI BYEONG

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 11,078
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 211 ครั้ง
    23 เม.ย. 59








HANAHAKI | 花吐き



낮에 뜨는 달 / Moon Rising at Noon - 불꽃심장 ; Flaming Heart


ขออนุญาตบังคับให้ฟังเพลงได้ไหมนะ ต้องฟังนะ








 

 

 

เช้าวันหนึ่ง ผมตื่นขึ้นมา พร้อมกับ ก ลี บ ด อ ก ไ  ม้

 

 

 

 

บยอนแบคฮยอน—พนักงานบริษัทวัยยี่สิบสี่ปีกำลังเก็บของส่วนตัวเข้ากระเป๋าหนังสีน้ำตาลคู่ใจ โทรศัพท์มือถือ สมุดบันทึก ปากกา และกระเป๋าสตางค์  ทุกอย่างถูกรวบหยิบลงไปก่อนที่เขาจะถือมันไว้


สิบเจ็ดนาฬิกาเป็นเวลาเลิกงาน แต่ชายหนุ่มกำลังลุกจากโต๊ะของตนในขณะที่ท้องฟ้าด้านนอกเปลี่ยนเป็นสีเข้ม สองขาพาตัวเองเดินไปยังหน้าลิฟต์ก่อนจะรอเวลาเพื่อให้ประตูเหล็กเปิดอ้ารับตนเข้าไป

 

ติ๊ด

 

เครื่องบันทึกเวลาส่งสัญญาณเตือนก่อนที่มือขาวจะเก็บบัตรพนักงานลงในกระเป๋าเหมือนเดิม เขาเดินออกจากตึกที่ทำงานในเวลาต่อมา บรรยากาศในตอนค่ำไม่ได้ครึกครื้นอย่างที่เคยฝันไว้


ทุกอย่างมันเงียบ


เงียบจนกระทั่งได้ยินเสียงหัวใจตัวเอง

 


ตึก ตัก

ตึก ตัก

ตึก ตัก

 


สถานีรถไฟใต้ดิน เป็นสถานที่สุดท้ายก่อนที่เขาจะกลับถึงห้องพัก แบคฮยอนหยิบบัตรโดยสารแตะเข้าที่เครื่องสแกน พนักกั้นเปิดผ่านให้เขาเดินตรงเข้าไป

 


สถานที่เดิม

รถไฟขบวนเดิม

และเขาคนเดิม

 


ราวกับทุกอย่างถูกหยุดเวลาเอาไว้ นัยน์ตาเรียวไม่เห็นสิ่งอื่น ทั้ง ๆ ที่มีผู้คนยืนอยู่รอบด้าน โสตประสาทการได้ยินไม่รับรู้เสียงอะไร นอกจากจังหวะการเต้นของหัวใจตัวเอง

 

เปลือกตาสีอ่อนกระพริบถี่ เพ่งมองภาพตรงหน้าด้วยแววตาเรียบเฉย ผิดกับก้อนเนื้อในอก มันสั่นคลอนทุกครั้งที่เห็น

 


“แค่ก ๆ” แบคฮยอนยกมือปิดปาก

 

 

 

 

 


เช้าวันถัดมา ผมลืมตา และเห็น ก ลี บ ด อ ก ไ ม้ อีกครั้ง

 

 

 

 


 

เสียงประกาศของสถานีเตือนให้ผู้ใช้บริการทราบว่าอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า ขบวนรถไฟจะมาถึง เวลาเจ็ดโมงเช้าในวันทำงาน ผู้คนมากมายต่างเลือกเดินทางโดยอาศัยรถไฟใต้ดิน แบคฮยอนก็เป็นหนึ่งในนั้น


ความคับคั่งของพนักงานบริษัทอัดแน่นเต็มตู้โดยสาร ชายหนุ่มร่างเล็กสวมเชิ้ตขาวตัวโคร่ง กางเกงสแลคน้ำตาลอ่อน รองเท้าหนังคู่ใจ และกระเป๋าใบโปรด เดินเบียดฝูงชนเข้าไปด้านใน เพื่อให้ตัวเองทันขบวนรถไฟ


แบคฮยอนเป็นผู้ชายตัวเล็ก ถ้าเทียบกับมาตรฐานผู้ชายปกติ และมักจะโดนเอาเปรียบเมื่ออยู่ในสถานการณ์เร่งด่วน ในทุก ๆ วัน เขามักจะโดนเบียดเข้าไปด้านในสุด


วันนี้มีพนักงานชายตัวท้วมยืนเล่นโทรศัพท์อยู่ข้าง ๆ ถัดไปเป็นสาวสวยสุดเย่อหยิ่ง เธอเชิดปลายคางขึ้นพร้อมกับมองกระจกในมือ ทุกคนล้วนสนใจแต่ตัวเอง


ผิดกับแบคฮยอนที่กำลังสนใจอย่างอื่น


 

“ขอโทษครับ” เสียงทุ้มดังขึ้น

 

แบคฮยอนเงยหน้ามอง แต่ไม่ทันได้รู้ว่านั่นเสียงใคร ขบวนรถไฟโค้งตัวตามราง ส่งผลให้เผลอตัวเอนชิดติดกับอีกฝ่าย  กลิ่นน้ำหอมอ่อนประทะเข้าปลายจมูก

 

มันหอมคล้ายกับ ด อ ก ไ ม้ . .

 

“แค่ก ๆ” แบคฮยอนยกมือปิดปาก

 

 



.

.

.

.

 

 

 

เสียงโอ้กอ้ากดังเป็นระรอกพร้อมกับขย้อนของในท้องออกมา มือเล็กทุบอกตัวเองอยู่หลายครั้ง จนเมื่อมั่นใจว่าทุกอย่างได้ออกมาจนหมด ดวงตาฉ่ำน้ำปรือขึ้นมองภาพตรงหน้า คิ้วเรียวขมวดแน่นกับสิ่งที่เห็น

 

อีกแล้ว?

 

ก้านนิ้วเรียวยกปิดปากตัวเอง ทรุดตัวลงนั่งกับพื้นห้องน้ำ สูดลมหายใจเข้าปอดให้ลึกสุด ก่อนค่อย ๆ พรูออกมา หอบอากาศเข้าไปให้ตัวเองรู้สึกดีขึ้นอีก แต่สิ่งที่เห็นอยู่ตรงหน้ามันทำให้น้ำตาไหล


แบคฮยอนคิดว่าตัวเองกำลังป่วย เขาไอบ่อยขึ้นและเริ่มอยากอาเจียน


แต่สิ่งที่ออกจากปาก


 

มันคือ ด อ ก ไ ม้

 

ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ทุกอย่างมันทรมานมากกว่าที่คิดไว้ แปลกจนคิดว่าตัวเองเป็นคนประหลาด แบคฮยอนไม่เคยกินสิ่งนี้เข้าไป แต่ทำไมทุกครั้งที่ไอ มักมีเศษซากของมันร่วงผล็อยออกมาจากริมฝีปากตน


เขาร้องไห้ พร้อมกับมองสิ่งที่อยู่ตรงหน้า


กลีบสีแดง ใบเขียวสด

 


สึ บ า กิ

 


และเขาคายมันออกมาอีกครั้ง..

 


.

.

.

 



แบคฮยอนกลับมาที่โต๊ะทำงานของตัวเองอีกครั้ง เขานั่งลงและเริ่มลงมือทำงาน ปล่อยให้เวลาผ่านไปพร้อมกับเอกสารที่กำลังจะถูกส่งต่อ จนเมื่อเลยเวลาเลิกงาน เขาก็ยังคงนั่งอยู่ที่เดิม กระทั่งเข็มนาฬิกาชี้เลขแปด ไฟในตึกเหลือแค่ชั้นที่เขาอยู่


กิจกรรมเดิม ๆ เกิดขึ้นอีกครั้ง แบคฮยอนลงไปข้างล่าง แตะบัตรเพื่อบันทึกเวลา เขาพาตัวเองไปสถานีรถไฟที่อยู่ใกล้ และเหตุการณ์ทุกอย่างก็คล้ายกับว่ามันเคยเกิดขึ้น


 

ตึก ตัก

ตึก ตัก

ตึก ตัก

 


เ ข า ยืนอยู่ตรงนั้น

 


ริมฝีปากบางเม้มแน่น ปลายเล็บจิกเข้าผิวเนื้อตัวเอง สะกดกลั้นความอึดอัดที่กำลังจะเกิดขึ้น ก้อนเนื้อตรงอกซ้ายเต้นถี่รัวทุกครั้งที่เห็นเขา แบคฮยอนหันหน้าหนีไปอีกฝั่ง เปลือกตาสีอ่อนหลับแน่น เขาสูดลมหายใจเข้าปอดก่อนจะค่อย ๆ ผ่อนมันออกมา


และจังหวะที่เหลือบมอง มวลบางอย่างในท้องก็บีบอัดตีขึ้นมาจุกกลางอก

 

 

เสียงประกาศจากสถานีดังขึ้นเรียกความสนใจให้ชายหนุ่มหันมอง ก่อนจะพบว่ารถไฟกำลังจอดเทียบชานชาลา แบคฮยอนกระชับกระเป๋าในมือแน่นแล้วเดินต่อแถวเพื่อขึ้นขบวนรถไฟ จนเมื่อประตูเลื่อนปิดอัตโนมัติ ภาพด้านนอกก็เคลื่อนไหวก่อนจะกลายเป็นความมืด


ชายหนุ่มยืนเกาะเสาอยู่บริเวณทางเข้า นัยน์ตาเรียวกวาดมองผู้คนรอบกายก่อนจะพรูลมหายใจออกมาเมื่อไม่เห็นเขาคนนั้น เอนศีรษะพิงกับแผ่นกระจกแล้วหลับตา ปล่อยให้ทุกอย่างรอบกายตกอยู่ในความเงียบอีกครั้ง

 

“ขอโทษนะครับ” เสียงทุ้มดังขึ้น


แบคฮยอนลืมตามอง และสิ่งที่อยู่ตรงหน้ามันทำให้เขารู้สึก..

 

“แค่ก ๆ” แบคฮยอนยกมือปิดปาก

 

 

.

.

.

.

 

 



 

‘HANAHAKI BYEONG โรครักข้างเดียว

 

ดวงตาเรียวเล็กไล่อ่านข้อความในหน้าจอแลปท็อป เขาเลื่อนนิ้วอ่านเนื้อหาตั้งแต่ตนจนจบบทความ ก่อนที่จะปล่อยให้ความเงียบเข้าแทรกซึม เงียบจนกระทั่งได้ยินเสียงหัวใจตัวเอง

 


ตึก ตัก

ตึก ตัก

ตึก ตัก

 

ดวงตาเรียวชำเลืองมองปากกาด้ามขาวที่วางอยู่ข้าง ๆ พลันย้อนนึกถึงเหตุการณ์ก่อนหน้าในขบวนรถไฟ

 


ขอโทษนะครับ

...

เมื่อเช้าคุณทำปากกาหล่นตอนที่ชนกับผมอีกฝ่ายว่าพร้อมกับยื่นบางอย่างออกมาให้

...

ใช่ของคุณรึเปล่าครับ

...แบคฮยอนหลุบตามองปากกาด้ามขาวในมือหนา

...

ครับ.. ของผมเอง..

 


 

“แค่ก ๆ” ฝ่ามือขาวยกปิดปากตัวเอง


อาการคลื่นเหียนแล่นขึ้นมาอีกครั้งเมื่อนึกถึง

 


ชื่อโรค: HANAHAKI BYEONG (โรคแอบรักข้างเดียว)

อาการ : จะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อแอบรัก เป็นโรคที่สามารถรักษาให้หายขาดได้ อาการเริ่มต้นจะไอคล้ายกับอาการป่วยไข้ปกติ แต่สิ่งที่ออกมาจะเป็นกลีบดอกไม้ บางรายรุนแรงถึงขั้นอาเจียนออกมาทั้งก้าน

 


ร่างกายรู้สึกเหนื่อยล้าทันทีที่นึกถึงเนื้อหาในบทความเมื่อครู่  ฝ่ามือขาวยกขึ้นกุมหน้าอกตัวเองก่อนจะลูบวนไปมาคล้ายกับปลอบประโลม พรูลมหายใจออกมาและตั้งสติอีกครั้ง

 

เขากำลังเป็นโรคแอบรักข้างเดียวอย่างนั้นหรือ?

 

ริมฝีปากบางเม้มแน่นเมื่อไล่อ่านโรคประหลาดที่เขากำลังประสบอยู่อีกครั้ง มันกลายเป็นเรื่องเหลือเชื่อเกินกว่าที่ชายคนหนึ่งจะเข้าใจมัน หากแต่เขาไม่ใช่คนเดียวที่กำลังเป็นโรคประหลาด มีผู้คนไม่มากนักที่กำลังประสบปัญหาเดียวกัน และพวกเขาเหล่านั้นก็หายขาดจากโรคนี้ได้

 


วิธีการรักษา : สมหวังในความรัก

 


ชายหนุ่มแค่นหัวเราะเมื่ออ่านถึงบรรทัดสุดท้าย


สมหวังในความรักงั้นหรอ

 

“แค่ก ๆ” แบคฮยอนยกมือปิดปาก

 

 

 



 

เช้าวันนั้น ผมขยับกาย ก่อนจะสัมผัสกับ ก ลี บ ด อ ก ไ ม้

 

 

 



 

ทุกอาชีพมีวันหยุด แต่แบคฮยอนไม่สามารถนอนแช่อยู่บนเตียงอุ่นได้เพราะวันนี้เขามีนัดกับคุณหมอปาร์ค—คนที่บอกว่าสามารถรักษาโรคนี้ได้ ชายหนุ่มลุกขึ้นมาตอนเก้าโมงเช้า หาอะไรง่าย ๆ ทานรองท้องก่อนจะแต่งตัวเตรียมออกไปข้างนอก


ร้านกาแฟตรงหัวมุมถนนเป็นสถานที่นัดหมาย ชายหนุ่มมาถึงก่อนเวลานัดประมาณครึ่งชั่วโมง หาที่นั่งหลบตาคนก่อนจะส่งอีเมล์เพื่อบอกอีกฝ่ายว่าเขามาถึงแล้ว  พนักงานหนุ่มเดินมารับออเดอร์และไม่นานเขาก็ได้โกโก้ร้อนมาวางอยู่ตรงหน้า


สิบนาทีก่อนถึงเวลานัดหมาย ฝ่ามือขาวประสานไว้บนหน้าตักด้วยความประหม่า ไม่คิดว่าตัวเองจะกล้าติดต่ออีเมล์ท้ายบทความเมื่อหลายวันก่อน แม้ว่ารู้สึกอับอายกับโรคประหลาดที่เป็นอยู่ แต่นั่นก็เป็นหนทางเดียวที่จะรักษาให้หายได้ โดยไม่ต้องอาศัยวิธีสมหวังในความรักนั่น


ลำพังแค่แอบมองอยู่ห่าง ๆ เขายังรู้สึกเหมือนจะตายให้ได้..



 

กริ๊งง ง  ง

 

เสียงกระดิ่งที่หน้าประตูเรียกความสนใจของแบคฮยอนให้หันไปมอง ทันใดนั้นความรู้สึกคลื่นเหียนก็ตีตื้นจุกที่กลางอกอีกครั้ง เขายกมือปิดปากตัวเองทันทีเมื่อสัมผัสได้ถึงบางอย่างที่กำลังจะขย้อนออกมา และอาการเหล่านั้นมันน่าสะอิดสะเอียนมากขึ้นเมื่อเขาได้ยินเสียงฝีเท้าเดินเข้ามาใกล้

 

หนึ่งกลีบสึบากิหล่นร่วงลงพื้น

 


“ขอโทษนะครับ” เสียงทุ้มดังขึ้น

“...”

“คุณใช่ บยอนแบคฮยอนรึเปล่า”

“...”

ผมปาร์คชานยอลครับ คุณหมอปาร์คที่คุณติดต่อผ่านทางอีเมล์เมื่อวันก่อน”

 


เขามองหน้าพร้อมกับรอยยิ้มจาง

 

 

 






ผมมอง ก ลี บ ด อ ก ไ ม้ ข้างกาย ยกมือปิดปากอีกครั้ง เมื่อ มั น กำลังออกมา

 

 

 





บยอนแบคฮยอนกำลังนั่งไม่ติดเก้าอี้ ชายหนุ่มมีท่าทีจะลุกขึ้นทุกครั้งเมื่อมีโอกาส หากแต่สายตาของหมอหนุ่มตรงหน้าทำให้เขาไปไหนไม่ได้ ก้านนิ้วยาวเกี่ยวหูแก้วเซรามิกสีขาวยกขึ้นจิบแล้ววางลงที่เดิม ก่อนที่ฝ่ามือทั้งสองจะประสานวางอยู่บนโต๊ะ


“ไม่ดื่มหรอครับ โกโก้คุณกำลังจะเย็นนะ” เสียงทุ้มว่าในขณะที่ส่งยิ้มบางให้ คนมองได้แต่เม้มปากแน่นก่อนจะพยักหน้าเบา ๆ เป็นเชิงตอบรับ เขาไม่ได้หยิบโกโก้ขึ้นมาดื่ม แค่ใช้ฝ่ามือทั้งสองประคองมันไว้


“ผมอ่านอีเมล์ที่คุณส่งเข้ามาแล้ว” อีกฝ่ายว่า “คุณไม่ต้องกังวลว่าตัวเองจะเป็นโรคประหลาดหรอกนะครับ เพราะความจริงแล้วมันก็แค่อาการชั่วคราว เดี๋ยวเดียวก็หายแล้ว”


“...” นัยน์ตาเรียวช้อนมองคนตรงหน้า ก่อนจะหลุบตาต่ำมองแก้วเซรามิกในมือ เขาทราบดีว่านั่นเป็นวิธีการพูดของอาชีพหมอ เพื่อเยียวยาอาการกังวลให้ผ่อนคลายลง


แต่ใครจะรู้ว่าทุกประโยคที่อีกฝ่ายพูด มันทำให้แบคฮยอนอยากอาเจียนแทบแย่


“ก็อย่างที่ผมเขียนบอกในบทความ โรคนี้มันรักษาให้หายได้ และผมคิดว่าคุณคงอ่านมันมาบ้างแล้ว” คุณหมอปาร์คยิ้ม “ใช่ไหมครับ”


ประโยคชวนให้ตอบ เรียกสายตาของชายหนุ่มช้อนมองอีกครั้ง หากแต่ไม่มีเสียงใดเล็ดลอดออกมาจากริมฝีปากบางนอกจากกลุ่มผมสีน้ำตาลอ่อนจะพยักหน้ารับ


คุณหมอหนุ่มมองคนไข้ตรงหน้าก่อนจะระบายยิ้มให้ เขาทราบและเข้าใจดีกับลักษณะของคนไข้ที่ป่วยเป็นโรคนี้ มันไม่ใช่โรคผิดปกติของร่างกาย แต่เป็นโรคของจิตใจที่สามารถเยียวยากันได้ บ่อยครั้งที่มีคนติดต่อมาเพื่อให้รักษา วิธีทางการแพทย์อาจจะพอช่วยบรรเทาได้


แต่ถ้าจะให้หายขาดจริง ๆ ก็คงมีแค่วิธีเดียว

 


แบคฮยอนฟังคนตรงหน้าพูดเกี่ยวกับโรคประหลาดให้ฟังเพิ่มเติมจากบทความ ใจจริงอยากจะขอโทษอีกฝ่ายที่ไม่ได้ตั้งใจฟังสักนิด เพราะนอกจากเสียงหัวใจตัวเองแล้วเขาก็ไม่ได้ยินเสียงอื่นเล็ดลอดเข้ามาเลย

 


โชคชะตากำลังเล่นตลกอะไรกับเขาอย่างนั้นหรือ

ทั้งโรคร้ายที่กำลังประสบเพราะแอบรักข้างเดียว

และคนตรงหน้าช่างละม้ายคล้ายคลึงกับผู้ชายคนนั้น

คนที่เขาแอบมองทุกวันในสถานีรถไฟ

 


ฝ่ามือขาวบีบแน่นเพื่อสะกดกลั้นความรู้สึกของตัวเอง พยายามฝืนทนไม่แสดงอาการผิดปกติออกมา ถึงแม้ว่าทุกครั้งที่เรียวปากอิ่มขยับพูด แบคฮยอนอยากจะพุ่งออกไปข้างนอกแล้วขย้อนเศษดอกไม้ให้ออกมาจนหมด


มันบีบคั้นและอัดแน่นอยู่ภายใน ไม่รู้ว่าต้องทำตัวยังไงเพื่อไม่ให้เป็นที่สังเกต

 


“จริง ๆ แล้วสิ่งที่จะสามารถช่วยคุณให้หายจากโรคนี้มันออกจะยากไปสักนิด แต่ผมเชื่อว่าคนทุกคนต้องเคยผ่านความรู้สึกเหล่านี้มา” ชายหนุ่มตัวสูงว่าในขณะที่หยิบสมุดพกมาวางไว้ข้างหน้าและควานหาอะไรบางอย่าง “อ่า..ขอโทษนะครับ คุณมีปากกาให้ผมยืมรึเปล่า”


เพราะความสะเพร่าของตัวเองทำให้ต้องเอ่ยปากขอความช่วยเหลือจากคนไข้ตรงหน้า อีกฝ่ายยังคงนิ่งเงียบไม่พูดอะไร แต่ก็หยิบปากกาแท่งหนึ่งขึ้นมาให้ เขาเอ่ยขอบคุณเบา ๆ พร้อมกับจับมันให้มั่นมือก่อนจะหยุดชะงักเมื่อเห็นอะไรบางอย่าง

 


ปากกาด้ามขาว

 


ดวงตากลมโตช้อนมองคนตรงหน้าอีกครั้ง และครู่ต่อมาเขาก็มองสมุดจดตรงหน้าต่อโดยที่มุมปากกำลังยกยิ้มบางอยู่

 



ตึกตัก

ตึกตัก

ตึกตัก

 


จังหวะเต้นของหัวใจถี่รัวหนักขึ้นเมื่อสบกับนัยน์ตากลมโต แบคฮยอนแทบจะทนต่อไปไม่ไหวเมื่อเห็นว่าสิ่งที่ตนหยิบยื่นให้ชายหนุ่มตรงหน้าคือปากกาด้ามขาว—ที่เขาเคยทำหล่นแล้วอีกคนเก็บมาคืน


บรรยากาศรอบข้างน่าอึดอัดเสียยิ่งกว่าตอนที่อยู่บนขบวนรถไฟ คล้ายกับตัวเองอยู่ในก้นสระลึก ทั้งกระอักกระอ่วนและปั่นป่วน ลมหายใจขาดห้วงเหมือนคนไม่รู้วิธีหายใจ ขณะที่คนตรงหน้ากำลังจดอะไรบางอย่างบนสมุดพก แบคฮยอนก็อยากจะอาศัยจังหวะเผลอนั่นรีบลุกออกไปทันที


แต่จู่ ๆ ใบหน้าคมคายเงยขึ้นมอง


 

“...”

“...”

 


ความเงียบเกิดขึ้นอีกครั้งพร้อมกับดวงตากลมโตสบมองกันอย่างไม่ทันตั้งตัว


“แค่ก ๆ” แบคฮยอนยกมือปิดปากตัวเองก่อนจะเลี่ยงสายตามองทางอื่น แน่นอนว่าอาการเหล่านั่นอีกฝ่ายเองก็รู้ดีว่ามันคืออะไร


คุณหมอหนุ่มสังเกตท่าทีแปลก ๆ ของคนไข้ตัวเล็กได้สักพัก ตั้งแต่เดินเข้ามาในร้านหรือแม้กระทั่งนั่งอยู่โต๊ะเดียวกัน อีกฝ่ายยังคงมีสีหน้าพะอืดพะอมคล้ายกับคนกำลังอมอะไรสักอย่าง



และ ก ลี บ สี แ ด ง ที่ร่วงอยู่ปลายเท้าคงเป็นคำตอบชั้นดี

 


ตั้งแต่พาชีวิตตัวเองเข้าสู่การรักษาชีวิตคน ชานยอลเจอผู้ป่วยที่เป็นโรคนี้อยู่บ่อยครั้ง แต่ละคนอาการจะแตกต่างกันออกไป รวมถึงของที่ขย้อนออกมานั้นก็ใช่ว่าจะเหมือนกันซะทีเดียว บางรายอาเจียนออกมาเป็นกลีบดอกไม้ บ้างก็เป็นดอกช่อใหญ่ หรือแม้แต่ก้านเขาก็เคยเห็นมาแล้ว


 “งั้นผมขอสอบถามอะไรคุณสักสองสามอย่างได้รึเปล่า ถือว่าเป็นข้อมูลเล็ก ๆ น้อย ๆ” คุณหมอหนุ่มไม่ได้ต้องการจะละลาบละล้วง แต่แค่อยากรู้ต้นสายปลายเหตุ ที่ทำให้เกิดอาการเหล่านี้ แน่นอนว่าคนไข้ตัวเล็กไม่ตอบ เขาแค่พยักหน้ารับเป็นเชิงอนุญาต


“คุณเริ่มมีอาการนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ครับ” เสียงทุ้มถาม


“.. สักพักครับ” และนานกว่าที่อีกฝ่ายจะตอบ “ผ-ผมคิดว่า..น่าจะเดือนกว่า” เสียงหวานพยายามควบคุมไม่ให้ตะกุกตะกักและคนฟังพยักหน้ารับพร้อมกับจดลงไปในสมุด


“แล้วคุณเจอเขาที่ไหนครับ”


“...”


“...”


ไม่มีคำตอบนอกจากสายตาที่ไหววูบ ครู่หนึ่งคุณหมอหนุ่มก็เผลอคิดว่าตัวเองถามลึกเกินไปหรือเปล่า แต่ท่าทางอึกอักของอีกฝ่ายมันทำให้เขารู้สึกแปลกอยู่ไม่น้อย


“..รถไฟครับ”


แบคฮยอนตอบหลังจากที่เงียบไปครู่ใหญ่ “ผมเจอเขาที่สถานีรถไฟใต้ดิน” พูดจบก็เม้มริมฝีปากแน่น จิกเล็บลงหน้าขาเพื่อระบายความคลื่นเหียนในอก พลันนึกถึงเหตุการณ์บนรถไฟเมื่อครั้งก่อนที่ถูกเบียดเข้ามาจนแน่น กลิ่นหอมอ่อน ๆ ลอยขึ้นมาแตะที่ปลายจมูก


และมันก็เป็นกลิ่นเดียวกับที่เขาเคยสัมผัสจากคนตรงหน้า


ไม่มีคำถามใดถูกเปล่งออกมาจากคุณหมอตรงหน้า มีเพียงเสียงขีดปากกากับกระดาษที่สร้างความกดดันให้กับชายหนุ่มตัวเล็ก แบคฮยอนพยายามไม่สบตามองว่าอีกฝ่ายกำลังจดอะไร ในใจตอนนี้คล้ายกับคนคลุ้มคลั่งอยากจะทึ้งศีรษะตัวเองกับความคิดผิดมหันต์ที่ติดต่อคุณหมอผ่านอินเทอร์เน็ต


ใช่ว่าคนตรงหน้าจะดูไม่น่าไว้ใจ บุคลิกและท่าทางของเขามันบอกตั้งแต่แรกอยู่แล้วว่าเป็นชายผู้ซึ่งรักษาชีวิตให้คนอื่น แต่ตอนนี้คนตรงหน้ากำลังจะทำให้แบคฮยอนขาดใจ




.

.

.

 


ชานยอลวางปากกาด้ามขาวลงหลังจากที่คิดว่าตัวเองพอจะหาทางรักษาได้ เขาเงยหน้าขึ้นมองคนป่วยของตนด้วยแววตาเรียบเฉย ใช้ปลายนิ้วเกี่ยวหูแก้วยกมันขึ้นจิบอีกครั้งเพื่อกลบเกลื่ออาการประหลาดเมื่อครู่


เสียงแก้วเซรามิกกระทบกับจานกระเบื้องเบา ๆ เรียกสายตาของอีกฝ่ายให้เหลือบมอง คุณหมอหนุ่มปิดสมุดพกของตัวเองแล้วประสานมือทั้งสองข้างวางบนโต๊ะ ท่าทีจริงจังสร้างความแปลกใจให้กับคนพบเห็น


“ผมรู้ว่ามันเป็นเรื่องยากที่ต้องตอบคำถามของผม” ชานยอลว่า “แต่สิ่งที่ผมจะพูดต่อไปนี้คุณช่วยตอบมันด้วยการพยักหน้าว่าใช่ หรือส่ายหน้าปฏิเสธ”


“...”


“คุณทำได้ใช่ไหมครับ” คำพูดเชิงขอร้องถูกเปล่งออกมาพร้อมกับแววตาที่ทำให้ก้อนเนื้อหวั่นไหว แบคฮยอนชั่งใจอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพยักหน้าตอบ


“อาการนี้เกิดขึ้นเมื่อหนึ่งเดือนก่อน และคุณเจอเขาที่สถานีรถไฟ”


“...”


“ทุกครั้งที่คุณเห็นเขา คุณจะรู้สึกแน่นหน้าอกทุกครั้ง ใช่ไหมครับ”


แบคฮยอนพยักหน้า


“เมื่อคุณจ้องเขา คุณจะไอจนอยากอาเจียนใช่รึเปล่า”


แบคฮยอนพยักหน้า


“คุณเคยคิดอยากจะเข้าไปพูดคุยกับเขารึเปล่าครับ”


อีกฝ่ายนิ่งชะงักก่อนจะค่อย ๆ พยักหน้า


“แล้วถ้าหากว่ามีโอกาสได้พูดคุย ทำไมคุณถึงไม่พูดกับเขาล่ะครับ”


“...”


“คำถามนี้ผมอยากให้คุณตอบมันออกมา” ชานยอลไขข้อสงสัยให้กระจ่างเพราะสิ่งที่ถามไปเมื่อครู่ มันเป็นประโยคที่ต้องการคำตอบไม่ใช่แค่แสดงท่าทาง แน่นอนว่าเขาคอยจับสังเกตอาการของคนตรงหน้าอย่างไม่วางตา และนั่นก็ยิ่งสร้างความกดดันให้กับคนตรงหน้า


แบคฮยอนได้แต่ข่มตาแน่นเพื่อกลืนก้อนหนืดลงคอ ทั้ง ๆ ที่อยากจะขย้อนมันออกมาให้หายอึดอัด เขาต้องทนฝืนกลืนทุกอย่างเอาไว้เพราะสายตาคนตรงหน้า อยากร้องไห้แทบบ้าเมื่อถูกบีบคั้น แต่สุดท้ายก็ต้องพรูลมหายใจและปลอบตัวเองไว้


คนตรงหน้าเป็นหมอ เขาแค่ต้องการจะรักษาก็เท่านั้น


“ผม.. ผมกลัวว่าถ้าเข้าไปคุย เขาจะตกใจกับสิ่งที่ผมเป็นอยู่”


“...”


“ผมไม่รู้ว่าต้องทำยังไงถึงจะหาย และทุกครั้งที่เข้าใกล้ ผมก็อยากจะอาเจียนออกมา”


“...”



เหมือนกับตอนนี้

 

 


 




 

เสียงสะท้อนดังก้องในห้องเล็ก พร้อมกับ ก ลี บ ด อ ก ไ ม้ หล่นร่วงจากปากลงบนฝ่ามือ

 

 

 




 

แบคฮยอนโก่งคอสำรอกกลีบสีแดงเลือดและก้านของมันออกมาจนหมด ครั้งสุดท้ายที่ไม้เนื้อแข็งไหลผ่านลำคอ มันครูดกับโพรงปากอย่างทรมานจนต้องใช้มือดึงให้หลุดพ้น กรอบหน้าเนียนบิดเบี้ยวตามความคลื่นเหียนที่เกิดขึ้น


และทุกอย่างมันก็บรรเทาลงเมื่อมีฝ่ามือใหญ่คอยยืนลูบหลัง


“แค่ก ๆ” เสียงไอดังออกมาอีกระรอกก่อนที่เขาจะเอนพิงต้นไม้ใหญ่อย่างหอบเหนื่อย ปรายตามองอีกฝ่ายที่กำลังส่งยื่นขวดน้ำให้ มือขาวเอื้อมไปรับมาแล้วเปิดดื่มทันที


จู่ ๆ แบคฮยอนก็วิ่งออกมาจากร้านโดยที่คุณหมอหนุ่มไม่ทันตั้งตัว เขารีบลุกวิ่งตามอีกคนไป เห็นแผ่นหลังบางมุ่งหน้าไปยังสวนสาธารณะที่อยู่ฝั่งตรงข้าม ชานยอลกวาดสายตามองหาคนไข้ก่อนจะสะดุดกับเสื้อเชิ้ตสีครีมคุ้นตากำลังโก่งคออาเจียนอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่


สึ บ า กิ สี แ ด ง ส ด กระจัดกระจายอยู่เต็มพื้นข้างพุ่มไม้ ทั้งกลีบดอก และก้านของมันหล่นร่วงออกมาจากกลีบปากบาง เสียงโอ้กอ้ากของแบคฮยอนเร่งให้ขายาวก้าวเข้าไปช่วยลูบหลังก่อนจะพบกับความทรมานที่ชายหนุ่มตัวเล็กกำลังประสบ


หลังจากปลดปล่อยความอึดอัดออกมา แบคฮยอนก็ได้แต่หลับตาเรียกสติตัวเอง นึกอับอายที่ทำเรื่องไม่สมควรเข้าให้ แต่ก็มั่นใจว่าตัวเองไม่ได้ผิดอะไรเพราะเขาอยากจะอ้วกตั้งแต่ที่เห็นหน้าอีกฝ่ายแล้ว

 


ใช่—แบคฮยอนแอบรักคุณหมอปาร์ค

 


ทุกอย่างมันช่างน่าขันเมื่อนึกถึงใบหน้าของอีกฝ่ายที่เขาแอบมองอยู่ทุกวัน เวลาสองทุ่มเป็นช่วงที่จะพบชายคนนั้นบ่อยที่สุด และแบคฮยอนก็เดาไม่เคยพลาดเมื่อทุกครั้งที่ขึ้นขบวนรถไฟ ไม่มีวันไหนที่เขาจะไม่อยากอาเจียน


ก็อย่างที่บอกไปว่ามันเกิดขึ้นมาเดือนกว่า ในคราวแรกเขาก็แค่คนธรรมดาที่เจอคนถูกตาต้องใจจนอยากมอง วินาทีนั้นความคลื่นเหียนก็ตีขึ้นมาจนนึกว่าตัวเองไม่สบาย จึงได้แต่ปล่อยไปแล้วกินยาบรรเทาหวังว่ามันจะหาย


แต่กลับรุนแรงมากขึ้นเมื่อเห็นใบหน้าของผู้ชายคนนั้นอีกครั้ง



กลีบสีแดงร่วงผล็อยลงบนฝ่ามือจนเกิดความสงสัยว่าแถวนี้มีดอกสึบากิด้วยหรือ แต่ความสงสัยก็ถูกปัดทิ้งไปเมื่อกลีบที่สองร่วงออกมาอีกครั้ง อาการจุกเสียดเกิดขึ้นในอกก่อนที่เขาจะกระแอมไอ


และที่มาของดอกไม้นั่น คือริมฝีปากของเขาเอง


เรื่องเหลือเชื่อเกิดขึ้นกับตัวเองอย่างไม่เคยคาดคิดมาก่อน แบคฮยอนไม่รู้ว่าตัวเองกินดอกไม้เหล่านั้นเข้าไปตอนไหน และเพราะอะไรเขาจึงขย้อนมันออกมาโดยที่กลีบใบสีแดงนั่นไม่มีร่องรอยบอบช้ำแม้แต่น้อย


ความสงสัยเพิ่มมากขึ้นกับร่างกายของตัวเอง พยายามหาหนทางบรรเทาให้มันจางหาย ก่อนจะพบว่า การไม่เห็นเขาคนนั้น อาการคลื่นไส้ก็จะไม่เกิด แต่เมื่อไหร่ที่อีกฝ่ายโผล่หน้ามา แบคฮยอนก็พร้อมที่จะวิ่งหายเข้าไปในห้องน้ำทันที


เป็นแบบนี้มาเดือนหนึ่งกับความทรมานด้วยโรคประหลาด มันอัดอั้นและอึดอัดเพราะชายหนุ่มไม่รู้วิธีรักษา จนกระทั่งเปิดเจอบทความเรื่องโรค HANAHKI BYEONG —โรคที่ว่าด้วยการแอบรักข้างเดียว นั่นก็ทำให้เขาใจชื้นขึ้นมาเพราะไม่ใช่แค่ตัวเองที่เป็นโรคนี้


ตัดสินใจติดต่อคุณหมอผู้เชี่ยวชาญไปหวังจะให้อีกฝ่ายรักษาอาการพวกนี้ให้หายขาด และถ้าหากอีกฝ่ายเอ่ยปากบอกให้เขาเลิกชอบผู้ชายคนนั้น สาบานได้ว่าแบคฮยอนจะยอมทำตาม


แต่ใครจะไปคิดว่าคุณหมอจะเป็นคนเดียวกันกับคนที่เขาแอบชอบ


เรื่องตลกมักเกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลา



“ดีขึ้นบ้างไหม” คุณหมอหนุ่มถามขณะที่พาอีกฝ่ายมานั่งพักตรงเก้าอี้ตัวยาว ศีรษะเล็กพยักหน้ารับ “คุณเป็นแบบนี้บ่อยรึเปล่า” ชานยอลถามอีกครั้ง


“..ไม่ครับ”


“...”


“เป็นครั้งแรกที่ผมอาเจียนก้านของมันออกมา”


แบคฮยอนพูดตามความจริง เขาไม่เคยอาเจียนหนักถึงขั้นสำรอกก้อนยาวของมันออกมาก จากปกติที่มีแค่กลีบและใบ ยิ่งเห็นว่ามีสิ่งแปลกปลอมความพะอืดพะอมก็เพิ่มมากขึ้นเป็นสองเท่าอย่างทรมาน


“ผมต้องขอโทษด้วยนะครับที่ต้องบอกว่ามันเป็นอาการที่รุนแรงขึ้นของโรครักข้างเดียว”


“...”


“และผมก็หวังว่าคุณคงไม่อยากทรมานแบบนี้อีกต่อไป”


ใช่ คุณหมอพูดถูก เขาไม่อยากทรมานโดยการขย้อนเศษดอกไม้ออกมาอีกแล้ว



“แล้วผมต้องทำยังไงหรอครับถึงจะหาย” แบคฮยอนถามอย่างสงสัย ทั้งที่ใจจริงเองก็รู้คำตอบดีอยู่แล้วว่ามันเกิดจากอะไร

 


แต่ถ้าหากให้หวังว่าอีกฝ่ายจะยอมรับได้เรื่องที่ตนชอบ

ก็คงเป็นไปไม่ได้

 


“คุณเองก็รู้คำตอบอยู่แล้ว” ชายหนุ่มตัวสูงพูด “และถึงผมจะแนะนำวิธีอื่นให้มันก็คงไม่ต่างกันมากนัก”


“คุณไม่คิดว่ามัน แค่ก ๆ .. ไม่คิดว่ามันง่ายไปหน่อยหรอ ในบทความคุณเขียนว่าต้องสมหวังในความรัก โรคนี้ถึงจะหาย” เขาพูดทวนขึ้นในขณะที่กลีบสีแดงร่วงลงมาอีกครั้ง


“ใช่ครับ ผมเขียนไว้แบบนั้น”


“...”


“คุณรู้ไหมว่าสาเหตุของโรคนี้เกิดจากอะไร” คุณหมอถาม “มันเกิดจากความรักที่เก็บไว้ในใจ เพราะคุณไม่ได้พูดมันออกไป ดอกไม้ที่คุณขย้อนออกมาก็คือความรู้สึกของคุณเอง” ขณะที่พูด ก้านนิ้วยาวก็หยิบกลีบดอกสึบากิขึ้นมาอย่างไม่นึกรังเกียจ ถึงจะรู้ว่าที่มาของมันคือริมฝีปากของคนข้างกาย


“เพราะไม่พูดหรอ ผมถึงเป็นโรคนี้” คล้ายกับคำถามแต่เขาแค่พึมพำกับตัวเอง จังหวะนั้นก้อนเนื้อในอกก็เต้นโครมครามอย่างห้ามไม่หยุดเมื่อเหลือบมองเสี้ยวหน้าคนข้างกาย “ค..คุณจะบอกว่า แค่ผมพูดออกไป ผมก็จะหายจากโรคนี้ใช่ไหม”


น้ำเสียงสั่นเครือถามขึ้นพร้อมกับนัยน์ตาเรียวเล็กจ้องมองมายังเขา ชานยอลสบตาก่อนจะไล่มองกรอบหน้าหวานที่กำลังขึ้นสีจัด ริมฝีปากสีสดเม้มแน่นด้วยความรู้สึกประหม่า รวมถึงน้ำใสภายในดวงตาที่กำลังไหววูบ


“ครับ” ชานยอลพยักหน้า “แค่คุณพูดมันออกมา”


“...”


“...”


“ผ ผม”


“...”


ผมชอบคุณครับ


“...”


ผมชอบคุณมานานแล้ว




 

แบคฮยอนรวบรวมความกล้าของตัวเองพูดประโยคนั่นออกไปพร้อมกับหัวใจที่เต้นระส่ำ เขาหลับตาแน่นก้มหน้ายอมรับชะตาตัวเองที่ไม่รู้ว่ามันจะถูกกำหนดไปในทิศทางไหน ขอแค่ได้ระบายความรู้สึกของตัวเองกับคนตรงหน้าเท่านั้นก็พอ


หากสิ่งที่เคยคิดว่ามันเก็บกดอยู่ในอกตัวเองตลอดเวลาคือดอกสึบากิที่พร้อมจะร่วงออกจากปาก แท้จริงแล้วมันคือความรู้สึกของตัวเองที่เขาสะกดกลั้นเอาไว้ เมื่อถึงคราวได้ระบายออกมา แบคฮยอนก็รู้สึกโล่งใจอย่างประหลาด


ความเงียบเข้ามาปกคลุมคนทั้งสองอีกครั้ง เงียบจนกระทั่งได้ยินเสียงลมหายใจของคนข้าง ๆ มันดังเอื่อยและปัดเป่าอยู่ข้างผิวแก้ม แบคฮยอนกัดริมฝีปากตัวเองแน่นก่อนจะหันใบหน้ามองคุณหมอที่นั่งอยู่ข้างกัน


ก่อนดวงตากลมโตที่เขาตกหลุมรักจะสะกดทุกอย่างให้หยุดนิ่งอีกครั้ง


ชานยอลยกฝ่ามือประคองกรอบหน้าหวานก่อนจะโน้มเข้าไปใกล้ ทาบริมฝีปากมอบจุมพิตบางเบาบนกลีบปากนิ่ม จรดแช่ความนิ่มอุ่นทิ้งไว้ให้ซึมซาบสัมผัส ก่อนที่รูปหน้าเรียวยาวของคุณหมอหนุ่มจะผละออกห่างจนเห็นชัด


“ขอบคุณที่พูดมันออกมานะครับ”


“...”


เพราะผมก็ชอบคุณเหมือนกัน

 

 




และเช้าวันสุดท้าย ผมตื่นขึ้นมาไม่พบ ก ลี บ ด อ ก ไ ม้

มีเพียงแค่คนข้างกายที่นอนกอดผมไว้ ทุ ก คื น

 

 







END














จู่ ๆ วันหนึ่งเพื่อนก็โยนลิ้งค์มาให้ แล้วบอกว่า น่าสนใจดีนะ
โรค HANAHAKI เป็นโรคสมมติขึ้นมา (ซึ่งเราเอามาจากเว็บไซต์อีกที)
ตอนอ่านครั้งแรก เออ มันประหลาดดีหว่ะ คนเราแม่งอ้วกเป็นดอกไม้
เราไม่รู้ว่าตัวเองจะถ่ายถอดอารมณ์แอบชอบได้ดีขนาดไหน
เอาเป็นว่าอยากให้ทุกคนลองพิจารณาเอาเองละกันเนอะ

สุดท้ายนี้ #มีตชานแบค ที่เราว่านก ก็ไม่นก (ได้ของตอนท้าย)
ฮือออออออ เศร้ามาก สแตนดี้ อยากได้ (บ้าไปแล้ว)



ขอบคุณค่ะ
#ฟิคคลังฝัน








B E R L I N ❀





ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 211 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

6,477 ความคิดเห็น

  1. #6455 bxbymilk (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 24 เมษายน 2563 / 09:25
    กลับมาอ่านอีกรอบเพราะเพื่อนลงสตอรี่เกี่ยวกับโรคฮานะฮากิแล้วนึกเรื่องเรื่องนี้พอดี ขอบคุณที่แต่งเรื่องนี้มานะคะ 🥺💖✨✨✨✨✨
    #6,455
    0
  2. #6363 heykiki (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 17 เมษายน 2562 / 01:38
    เรื่องนี้คือดีมากกกกก มากแบบมากกกกกกก เราชอบมาก อ่านกี่ทีก็ยังประทับใจ ชอบมากจริง แง
    #6,363
    0
  3. #6347 knsss (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 7 เมษายน 2562 / 11:23
    โอ๊ยคุณ ภาษาดี บรรยายดี แล้วเราเขินเป็นบ้าเป็นหลัง
    #6,347
    0
  4. #6337 kikkokkkkk (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2562 / 19:32

    ดีมากๆๆๆๆ
    #6,337
    0
  5. #6336 kikkokkkkk (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2562 / 19:32
    ดีมากๆๆๆๆ
    #6,336
    0
  6. #6302 bhjlo (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2561 / 19:51
    หูยย คือดีมากๆดีสุดๆไปเลย
    #6,302
    0
  7. #6177 พี่มีค่ะ (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2561 / 00:14
    อ่านจบเเล้วเขินมากกกก
    #6,177
    0
  8. #6103 Mieqsxl (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 9 กันยายน 2561 / 16:33

    แงงง. ละมุนมาก. จาตายแล้ว????

    #6,103
    0
  9. #6088 LMEDT (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2561 / 00:52
    น่ารักและอบอุ่นมากๆเลย ฮืออออ
    #6,088
    0
  10. #6075 piiiiii (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2561 / 14:28
    อยากให้มีต่อเลย
    #6,075
    0
  11. #6048 pim pimmi (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2561 / 13:03
    ฮื่ออออออ น่ารักกกก
    #6,048
    0
  12. #6027 heykiki (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 29 พฤษภาคม 2561 / 00:00
    เป็นอีกเรื่องที่เราอ่านกี่ทีก็ประทับใจ เป็นพล็อตที่น่าสนใจมาก แถมเป็นเรื่องที่อ่านแล้วติดอยู่ไหนหัว ไม่ลืมเลยยย
    #6,027
    0
  13. #5999 Vlaiznoirzz (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 4 พฤษภาคม 2561 / 22:17
    ชอบๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
    #5,999
    0
  14. #5975 S.takky (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 7 เมษายน 2561 / 05:20
    ดีมากเลยยยยย เป็นโรคที่น่ารักกกกก 😊😊😊
    #5,975
    0
  15. #5814 ★the_pine★ (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2561 / 22:03
    น่ารักกกกก
    #5,814
    0
  16. #5446 GBright˙ω˙ (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2560 / 14:48
    น่าร้ากกกกกกกก
    #5,446
    0
  17. #5433 เอิร์ทที่แปลว่าโลก (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2560 / 08:23
    น่ารักก
    #5,433
    0
  18. #5309 aonsirimong (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2560 / 16:52
    Finnnnnn
    #5,309
    0
  19. #5037 stamcheeva (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2560 / 22:30
    อยากให้โรคนี้มีจริงๆจัง5555 น่ารัก
    #5,037
    0
  20. #4538 ภัทวี (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2560 / 11:56
    โหยยยยยยย น่ารักเกิ๊น เราจะสำลักความหวานแทนแล้วเนี้ยย
    #4,538
    0
  21. #4224 KAKARN_MATO (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2560 / 12:50
    ชอบอะเป็นฟิคที่อ่านแล้วรู้สึกถึงบรรยากาศแปลกรอบตัวเลยคืออินมาก555
    #4,224
    0
  22. #3921 เจ้าครีม (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 6 มกราคม 2560 / 23:01
    มันโครตดีเลยค่ะพี่

    อ่านฟิคของพี่แล้วเหมือนเราได้เข้าไปอยู่ในสถานการณ์นั้นด้วย เราอ่านเเล้วเรารู้สึกเหมือนเป็นคนคนนึงที่อยู่ในสถานการณ์นั้นๆ อาจเป็นคนที่เดินตามทางเท้า ลูกค้าร้านกาแฟ ผู้โดยสารในรถไฟ หรือหญิงสาวผู้มาพักผ่อนในสวนสาธารณะ ที่บังเอิญได้ผ่านมาพบเห็นชีวิตของตัวละครสองคน แล้วเฝ้ามองความเป็นไปของเขาเหล่านั้น ได้มองดู คอยลุ้น คอยติดตามว่าเขาเหล่านั้นจะเป็นยังไงต่อไปนะ ความสัมพันธ์ของพวกเขาจะไปทางไหนกัน แล้วมันเกิดเรื่องอะไรขึ้นกันเขาคนนั้นถึงเป็นเเบบนี้ มันทำให้เรารู้สึกอินไปกับเนื้อเรื่องมาก

    เพลงประกอบก็เป็นอีกอย่างที่เรารู้สึกว่าพี่เลือกเพลงได้เพราะและเหมาะมาก มันเข้าธีมเรื่อง เข้าบรรยากาศ เข้ากับการเล่าเนื้อหา เข้ากับความรู้สึกของตัวละครที่พี่บรรยายออกมา มันเลยยิ่งเสริมความโดดเด่นของเรื่องราว จนทำให้เรารู้สึกตราตรึงใจ

    " ดีต่อใจ "

    ฟิคของพี่เป็นฟิคที่ดีต่อใจมากๆ เสียดายที่พึ่งได้อ่าน เสียดายที่ไม่ได้มาอ่านให้เร็วกว่านี้ เสียดายที่มาไม่ทันตอนรวมเล่ม

    แต่รู้สึกดีอย่างหนึ่ง
    รู้สึกดีที่ได้เจอฟิคคลังฝัน .
    #3,921
    0
  23. #3919 my614 (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 6 มกราคม 2560 / 21:48
    โอ้ยยยยยยย มันดีมากเลยค่ะ ละมุนละไมอะไรเบอร์นี้
    ว่าแต่คุณหมอปาร์คไปชอบแบคตั้งแต่เมื่อไหร่อ่ะ อยากรู้ๆๆๆ มันต้องมีพาร์ทคุณหมอปาร์คแน่เลยใช่มั้ยคะไรท์ (ทำหน้าอ้อนสุดชีวิต)
    #3,919
    0
  24. #3878 Fairy wings (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 2 มกราคม 2560 / 07:59
    ดีจัง
    ชอบมาก ๆ เลย
    #3,878
    0
  25. #3814 Chanyeol the rapper of exo_k (จากตอนที่ 36)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2559 / 17:46
    มันสมควรมีต่อคับไรท์ พล็อตเรื่องดี บรรยายดีทุกอย่างเลย ถ้าเป็นเรื่องยาวมันจะมีมากกกกก
    #3,814
    0