[ exo SF/OS ] คลังฝัน - chanbaek

ตอนที่ 35 : Good for you #special [100%]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 12,369
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 195 ครั้ง
    15 พ.ค. 59










GOOD FOR YOU
















 

มีแฟน ยากตรงไหน


ใช่ นี่เป็นคำถามของนักศึกษาคณะวิศวกรรมยานยนต์ปีสามใกล้ย่างขึ้นปีสี่อย่าง—ปาร์คชานยอล บุคคลที่ไม่เคยชื่นชอบความสัมพันธ์แบบผูกมัด เขามักจะตั้งคำถามกับตัวเองตลอดเวลาว่าการมีแฟนมันยากตรงไหน เขาไม่เคยรู้ซึ้งกับความสัมพันธ์แบบนั้นตั้งแต่สมัยม.ปลาย อาจจะเพราะแฟนคนสุดท้ายที่เลิกกันไปเพราะเรื่องนอกใจทำให้ชานยอลนึกขยาดการมีแฟนมานานโข


จนกระทั่งได้มาเจอกับใครอีกคน


แน่นอนว่า บยอนแบคฮยอน ทำให้เขาเปลี่ยนความคิดนั้นไปโดยสิ้นเชิง


การมีแฟนมันไม่ได้ยากหรอก อะไร ๆ ก็ดูง่ายไปเสียทุกอย่างเมื่อต่างคนต่างมีใจให้กัน ความสัมพันธ์ราบรื่นไม่มีอุปสรรคอะไร ถึงจะมีปากเสียงกันบ้างแต่มันก็เป็นเรื่องปกติ


เข้าสู่เดือนที่หกของการคบกันกับแบคฮยอน ชานยอลขอบอกก่อนเลยว่าช่วงแรกเป็นอะไรที่เห่อสุด หวงสุด หึงสุด และก็ไม่เคยคิดว่าตัวเองจะเป็นหนักขนาดนี้เมื่ออยู่กับแฟนตัวเล็ก เคยถึงขั้นงอนกันเป็นอาทิตย์เพราะเจ้าตัวแอบยิ้มให้เพื่อนเซคอื่น


ให้ตายเถอะ ความจริงสองคนนั้นก็แค่เคยติวหนังสือด้วยกัน


แต่จะให้ทำไงได้วะ ก็คนมันหวง


ยิ่งช่วงสองเดือนหลังแบคฮยอนเริ่มเปลี่ยนแปลงตัวเองบางอย่าง เริ่มแต่งตัวตามเทรนด์บ้าง ดูแฟชั่นเป็นบ้าง หรือแม้กระทั่งแว่นกลม ๆ ก็เปลี่ยนเป็นคอนแทคเลนส์ชนิดใสแทน แน่นอนว่าหน้าตาของแบคฮยอนตอนไม่มีอะไรบดบังหน่ะน่ามองที่สุด


และชานยอลก็ไม่อยากให้ใครมองซะด้วยสิ


ทะเลาะกันอยู่นานสองนานก็จบลงตรงที่ว่าแฟนตัวเล็กก็ต้องกลับไปใส่แว่นเหมือนเดิม แต่ถ้าวันไหนออกไปกับชานยอล เจ้าตัวสามารถใส่คอนแทคเลนส์ได้ เพราะเวลาที่อีกฝ่ายถูกคนอื่นมองเขาจะได้แสดงความเป็นเจ้าข้าวเจ้าของได้อย่างชัดเจน


คนเนี้ย ของกู


เรื่องที่ปาร์คชานยอลคนหล่อของวิศวะยานยนต์มีแฟนเป็นที่ฮือฮาในหมู่วงเหล้าหลังมหาลัย โดยเฉพาะกลุ่มสาว ๆ ที่บ่นโอดโอยเสียดายความหล่อและคารมเป็นต่อของชายหนุ่ม แบคฮยอนเองเริ่มมามีบทบาทในวงสนทนา หากแต่ไม่ใช่เรื่องความเฉิ่มของเจ้าตัวหรือว่าชีทเลคเชอร์เก็งข้อสอบอะไรทำนองนั้น ส่วนมากมักเป็นที่พูดถึงในหมู่ชายหนุ่มกันเงียบ ๆ ว่า แบคฮยอนหน่ะน่ารักแบบนั้นตั้งแต่เมื่อไหร่


และน่าเสียดาย กว่าคนพวกนั้นจะรู้ตัว คนตัวเล็กก็ถูกไอ้หล่อคาบไปกินเรียบร้อยแล้ว


เพราะฉะนั้นสิ่งที่คนนอกทำได้ก็แค่มองผ่าน ๆ พอให้ชื้นใจเวลาที่เห็นแบคฮยอนยิ้มให้ แต่สามวินาทีให้หลังจากนั้นก็จะมีรังสีมืดทมิฬตามมาจากคนตัวสูง ซึ่งจะเป็นใครไม่ได้นอกจากไอ้จงอางหวงไข่อย่างปาร์คชานยอล


นอกจากจะหมั่นไส้ในความหล่อของมันแล้วก็ต้องหมั่นไส้กับความขี้หวงเว่อร์วังของมันอีก ให้ตายเถอะ จะพูดคุยหรือยิ้มให้กันนิดหน่อยน้อยตามประสาคนอยู่คณะเดียวกัน ไอ้หมอนั่นก็ยังจะตามหวงอย่างกับทุกคนที่มองจะไปจีบแฟนมันยังไงยังงั้น


มึงเล่นทำหน้ายักษ์ขนาดนั้นใครจะกล้าจีบครับ!


พูดก็พูดเถอะ ความจริงมันก็มีพวกหนุ่มคณะอื่นแวะมาขายขนมจีบกันซึ่ง ๆ หน้าบ้าง ลับหลังบ้าง แต่แบคฮยอนก็ช่างน่ารักตอบปฏิเสธน้ำใจของคนเหล่านั้นอย่างประนีประนอมด้วยคำว่า ผมมีแฟนแล้วครับ


พอได้ยินประโยคนั้นนอกจากจะนึกเสียดายกับความสดใสแล้วก็ยังนึกแค้นไอ้ชานยอลว่าทำไมคนเหี้ย ๆ อย่างมันถึงมีแฟนที่ซื่อสัตย์แบบนี้


ใคร ๆ ก็รู้ว่าแบคฮยอนน่ะซื่อสัตย์และรักเดียวใจเดียวกับชานยอลมากแค่ไหน แต่ใครจะไปรู้ว่าจริง ๆ แล้วมันอาจจะไม่ใช่แบบนั้น


ชานยอลกำลังรู้สึกถึงอะไรบางอย่าง


ที่แบคฮยอนกำลังปิดบังเขาไว้อยู่..











เรื่องมันเกิดขึ้นเมื่อหลายวันก่อนที่ชานยอลพาแฟนตัวเล็กขับรถไปกินข้าวที่ห้างสรรพสินค้า นาน ๆ ทีจะพาออกมาเปิดหูเปิดตาบ้าง เพราะนอกจากคุดคู้กันอยู่ในห้อง ไม่ก็ไปขลุกอยู่ในห้องสมุดแล้ว แบคฮยอนควรจะเห็นอะไรที่มันเจริญหูเจริญตาผ่อนคลายจิตใจเสียบ้าง


ร้านอาหารญี่ปุ่นเป็นร้านที่ทั้งสองคนเลือก เซตเบนโตะและซาชิมิถูกสั่งมาเต็มโต๊ะจนได้ยินเสียงเล็กบ่นงึมงำเรื่องความสิ้นเปลือง ชานยอลจึงแกล้งหยอดกลับไปว่าแฟนผอมแห้งเกิน อยากกอดเนื้อนุ่มเต็มไม้เต็มมือ


นอกจากจะโดนอีกฝ่ายตีหน้านิ่งใส่แล้วยังโดนไล่ไปหาพริตตี้นมโต ๆ แน่น ๆ อีกต่างหาก


โอ้ว ถ้าแบคฮยอนอนุญาตเขาก็ไม่ขัด แต่ถึงจะไล่ไปหานมโคที่ไหนชานยอลก็ไม่ไปหรอก


มื้ออาหารเย็นวันนั้นเต็มไปด้วยบรรยากาศที่คุ้นเคย ไม่ได้หวือหวาหรือจืดชืดจนเกินไป มีบ้างที่ส่งซาชิมิป้อนกันตามคำอ้อนของคนตัวสูง แบคฮยอนก็ยอมทำตามอย่างไม่อิดออด เพราะนาน ๆ ทีแฟนหนุ่มจะดื้อตาใสใส่


จนกระทั่งตะเกียบไม้หลุดออกจากมือของร่างเล็ก


ชั่วขณะที่นัยน์ตาเรียวไหววูบราวกับคนตื่นตระหนกเห็นอะไรบางอย่างน่าตกใจ คิ้วหนาขมวดมองคนตรงหน้าก่อนจะหันไปตามทิศทางของสายตาแฟนตัวเล็ก ตรงบริเวณทางเข้าร้านที่มีกลุ่มผู้ชายประมาณสามสี่คนยืนอยู่


“เป็นอะไร”


ถามด้วยความเป็นห่วงเมื่อเห็นแบคฮยอนมีปฏิกิริยาแปลกไป ทว่าศีรษะเล็กกลับส่ายหน้าปฏิเสธพร้อมกับส่งยิ้มที่ดูยังไงก็รู้ว่าฝืนใจทำมาให้ เขาพยายามนึกสาเหตุที่ทำให้คนตรงหน้ามีท่าทางแบบนี้ จนเมื่อคนกลุ่มนั้นเดินเข้ามาด้าน แบคฮยอนก็ยิ่งออกอาการมากขึ้น คนตัวเล็กก้มหน้างุดทั้งยังกลอกตาเลิ่กลั่กเหมือนกำลังหลบอะไรบางอย่าง


มันยิ่งทำให้เขาสงสัยมากขึ้น


จากมื้ออาหารแสนอร่อยก็กร่อยภายในพริบตาเมื่อคนกลุ่มนั้นเดินใกล้เข้ามา แบคฮยอนดูอยู่ไม่สุขและพยายามเร่งเร้าให้ชานยอลรีบทานเพื่อจะกลับหอ อ้างเรื่อง  คาเทียร์ที่ร่างค้างไว้แล้วไม่อยากทิ้งไว้นาน


แบคฮยอนกำลังโกหกอยู่


ชายหนุ่มพยายามไม่คิดอะไร หันไปเรียกพนักงานมาคิดเงินทั้ง ๆ ที่ซาชิมิยังพร่องไปไม่ถึงครึ่ง แม้ว่าจะเสียดายแค่ไหนแต่ท่าทางของแบคฮยอนมันแปลกซะจน ชานยอลอยากจะเอ่ยปากถาม แต่นัยน์ตาเรียวกำลังแดงก่ำนั่นทำเอาเขาไปต่อไม่ถูก จึงต้องรีบพาอีกคนออกไปจากร้านอาหาร ทว่ายังไม่ทันจะก้าวพ้นออกจากประตู เสียงหนึ่งก็เรียกขึ้นมาพร้อมกับสีหน้าซีดเผือดของคนข้างกาย

 

แบคฮยอน

 

เจ้าของชื่อหันมองตามเสียงก่อนจะพบกับเจ้าของเสียง จังหวะนั้นชานยอลจับต้นชนปลายไม่ถูกว่าไอ้หมอนั้นมันเป็นใคร และทำไมมันถึงมีอิทธิพลกับแบคฮยอนมากจนสามารถทำให้ขาเรียวทั้งสองข้างออกแรงวิ่งหนีทั้ง ๆ ที่จับมือเขาไว้แน่น


“แบคฮยอน เดี๋ยวก่อน!” ผู้ชายคนนั้นวิ่งตามคนทั้งคู่อย่างไม่มีท่าทีว่าจะหยุด แบคฮยอนไม่ได้สนใจว่าคนข้างกายเขาจะพยายามฉุดรั้งเขาไว้เพราะอะไร เพราะในวินาทีนั้นสิ่งที่เขาคิดอยู่อย่างเดียวคือ


ยังไงก็ให้ชานยอลเจอกับผู้ชายคนนั้นไม่ได้!


เหตุการณ์สงบลงเมื่อคนทั้งสองกลับเข้ามานั่งอยู่ในรถ แบคฮยอนนั่งหอบเหนื่อยและพยายามหันหลังคล้ายกับระแวงว่าใครจะตามมา กิริยาเหล่านี้มันสร้างคำถามมากมายให้แก่ชานยอล จนกระทั่งเขาเอ่ยปากถามออกไปว่ามันเกิดอะไรขึ้น


แต่นอกจากสายตาเว้าวอนนั่นแล้วแบคฮยอนก็ไม่ได้พูดอะไรอีกนอกจากคำว่า ไม่มีอะไร


ใครเชื่อก็โง่แล้ว


แต่ชานยอลก็ยอมโง่









หลังจากวันนั้นทุกอย่างก็เริ่มเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ แบคฮยอนเริ่มกลับมาทำตัวเหมือนเดิม หมกตัวอยู่ในห้องไม่ค่อยออกไปไหน มีบ้างที่ชานยอลต้องบังคับให้ออกไปด้วยกันเพราะเขาไม่ชอบที่แฟนตัวเล็กเอาแต่ขังตัวเองไว้ในห้อง อีกทั้งยังกลับมาใส่แว่นและแต่งตัวแปลก ๆ เหมือนเดิม


ซึ่งในตอนแรกชานยอลก็รู้สึกว่ามันดีอยู่ไม่น้อย แต่อีกใจกลับรู้สึกว่า นั่นไม่ใช่แบคฮยอนคนเดิม


ชายหนุ่มไม่ได้ถามไถ่เรื่องในวันนั้นอีก เขาอยากให้แบคฮยอนพูดมันออกมาด้วยตัวเองมากกว่าการไปบังคับให้พูด ทั้ง ๆ ที่ในใจมันแทบจะระเบิดอยู่แล้วเพราะคนตัวเล็กไม่เคยปริปากพูดถึงมันเลยซักครั้ง


จนกระทั่งวันที่ชานยอลไปค้างห้องแบคฮยอน แล้วบังเอิญเห็นข้อความในมือถือของอีกฝ่ายที่ถูกส่งมาจากหมายเลขไม่ได้บันทึกไว้ เนื้อหาเป็นประโยคที่ใครเห็นก็คงต้องสงสัยกันทั้งนั้นว่าคนที่ส่งมาเป็นอะไรกับเจ้าของเครื่อง

 

ตัวเล็ก ยังไม่หายโกรธพี่หรอครับ

 

เหี้ย มึงเป็นใครถึงมาเรียกแฟนกูว่าตัวเล็ก



จำได้ว่าตอนนั้นชายหนุ่มถึงกับเลือดขึ้นหน้าเพราะคิดว่าแบคฮยอนแอบคุยกับคนอื่น ทะเลาะกันใหญ่โตจนเกือบถึงขั้นลงไม้ลงมือกัน ทั้งโกรธทั้งโมโหที่อีกฝ่ายไม่ยอมพูดอะไรเอาแต่นั่งร้องไห้และนั่นมันก็เป็นการยอมรับกลาย ๆ ว่าอีกฝ่ายนอกใจเขาจริง ๆ

 


ชานยอลสูดลมหายใจเข้าปอด ยืนดูดบุหรี่อยู่ที่ระเบียงห้องเพื่อสงบสติอารมณ์คุกรุ่นไปของตัวเอง อยากถามหาเหตุผลว่าทำไมต้องนอกใจ แต่อีกฝ่ายเอาแต่นั่งร้องไห้ราวกับรู้สึกผิดมากจนเขาเองถึงกับพูดอะไรไม่ออก


จนกระทั่งมีรถซูเปอร์คาร์สีทึบขับเคลื่อนมาจอดที่หน้าหอพักของแบคฮยอน ก่อนที่เจ้าของรถจะลงมายืนพิงประตู และเขาก็จำได้ทันทีว่าไอ้หมอนั่นคือผู้ชายที่วิ่งตามเขาและแบคฮยอน


อีกฝ่ายเงยหน้าขึ้นมาแล้วหยุดสายตาไว้ตรงระเบียงห้องที่ชานยอลยืนอยู่


มุมปากยกยิ้มเย้ยหยันก่อนที่มืออีกข้างจะล้วงมือถือขึ้นมาต่อสายหาใครสักคน


จังหวะนั้นชายหนุ่มร่างสูงก็หันกลับเข้าไปในห้อง เห็นว่ามือถือของแบคฮยอนกำลังสั่นและปรากฏเบอร์ที่ไม่ได้บันทึก เขารีบรุดเข้าไปในห้องเพื่อคว้ามันมากดรับสายก่อนที่เจ้าของจะทันได้ทำอะไร


“มึงเป็นใคร!” คำถามแรกถูกส่งออกไปทันทีโดยไม่รีรอ เพราะตอนนี้ชานยอลใจร้อนเสียยิ่งกว่าภูเขาไฟที่พร้อมระเบิดได้ทุกเมื่อ และเสียงหัวเราะที่ตอบกลับมาก็ยิ่งทำให้ชายหนุ่มปะทุมากกว่าเดิม


(อะไรกัน แบคฮยอนไม่ได้บอกกับนายหรอกหรอว่าฉันเป็นใคร)


“มึงอย่ามาลีลา! กูถามว่ามึงเป็นใคร!


(หึ ใจเย็นซี.. ฉันตั้งหากที่ต้องถามว่านายเป็นใคร)


“...”


(และขึ้นไปอยู่บนห้องของแฟนฉันได้ยังไง)

 


 

และชานยอลก็ต้องตั้งคำถามกับตัวเองอีกครั้งว่ามีแฟนมันยากตรงไหน

แน่นอนว่าการมีแฟนน่ะมันไม่ได้ยากเลยสักนิด

แต่สิ่งที่ยากยิ่งกว่านั้นคือการยอมรับความจริงที่กำลังเกิดขึ้นต่างหาก

 






 

แบคฮยอนถลาตัวเข้าไปกอดร่างสูงไว้แน่นในขณะที่อีกฝ่ายกำลังฉุดร่างกายตัวเองให้ออกไปนอกห้อง ทั้งกราดด่าและต่อว่าด้วยถ้อยคำหยาบคายชนิดที่ว่าแบคฮยอนไม่เคยคิดว่าจะได้ยินมันมาก่อน ชายหนุ่มร่างสูงแรงเยอะเสียจนคนตัวเล็กต้านไว้ไม่ไหว เขาถูกแฟนร่างสูงจับเหวี่ยงลงกับพื้นก่อนจะตามคร่อมทับ ใบหน้าบูดเบี้ยวเพราะอารมณ์โกรธของคนตรงหน้าทำเอาน้ำตาไหลออกมาอย่างห้ามไม่ได้ เขาหลับตาแน่นเมื่อเห็นชายหนุ่มตรงหน้าง้างมือขึ้นสูง


แต่ทว่าทุกอย่างกลับเงียบสนิทเมื่อฝ่ามือใหญ่ยกค้างอยู่กลางอากาศ


ก้านนิ้วยาวสั่นเทาพอ ๆ กับน้ำใสในดวงตากลมโตที่ไหลออกมา


สีหน้าบ่งบอกว่ากำลังเจ็บปวดมากแค่ไหนมันถูกส่งทอดมายังคนข้างใต้ได้อย่างชัดเจน แบคฮยอนเอาแต่พร่ำขอโทษและพยายามกอดรั้งอีกฝ่ายเอาไว้ ซึ่งคนตัวสูงก็ได้แต่นั่งนิ่งด้วยความรู้สึกมากมายที่ประเดประดังเข้ามา


เขารู้จักแบคฮยอนดีแค่ไหน


คำถามนี้เกิดขึ้นภายในหัว ชานยอลไม่เคยนึกมาก่อนว่าการตัดสินใจผูกมัดตัวเองกับคนตัวเล็กจะเป็นการตัดสินใจที่ผิดพลาด ความไว้เนื้อเชื่อใจลดลงจนเกือบเป็นศูนย์ ไม่เคยคิดว่าตัวเองจะตกต่ำถึงขั้นกลายเป็นมื้อที่สามของใครเข้าให้


 “นายกำลังทำให้ฉันเป็นบ้านะแบคฮยอน ฉันเนี่ยนะเป็นมือที่สาม” ชานยอลแค่นหัวเราะทั้งน้ำตา พยายามสงบสติของตัวเองให้อยู่ในระดับที่พอควบคุมได้ แน่นอนว่ามันยากมากหากแต่เขาอยากรู้เหตุผลที่แท้จริงว่าทำไมต้องหลอกกันมาตลอด


“ไอ้เหี้ยนั้นมันมาก่อนฉันงั้นหรอ ตอบฉันแบคฮยอน ฉันบอกว่าให้ตอบไง!!!” เสียงทุ้มตะคอกลั่นพร้อมกับแรงเขย่าร่างบางเพื่อเร่งเร้าเอาคำตอบ ส่งผลให้อีกฝ่ายสะอื้นไห้แทบขาดใจก่อนจะจับข้อมือของชายหนุ่มไว้แน่น


“ช..ชานยอล ฮึก”


“...”


“ฉันขอโทษที่ ฮึก ที่ไม่เคยบอกนาย”


“ทำไม..”


“แต่ ฮืออ แต่ฉันไม่ได้เป็นอะไรกับพี่เขา ฮึก เราไม่ได้เป็นอะไรกัน”


“แต่ไอ้เหี้ยนั้นมันบอกว่าเป็นแฟนนาย!! มันหมายความว่ายังไง” ความเดือดดาลกำลังทำให้ชายหนุ่มสติแตก ยิ่งแบคฮยอนนิ่งเงียบชานยอลก็แทบจะควบคุมตัวเองไม่อยู่ “ตอบสิแบคฮยอน ตอบ!!


“ฮึก เราเคยคุยกัน ฮืออ แต่ฉันไม่ได้เป็นแฟนกับเขา นายเชื่อฉันเถอะนะชานยอล” คนตัวเล็กรีบกุลีกุจอบอกอีกฝ่ายก่อนที่ชานยอลจะโมโหไปมากกว่านี้


“...”


“ฉันมีแฟนคนเดียวก็คือนาย” คำพูดของแบคฮยอนไม่ได้ทำให้ชายหนุ่มปักใจเชื่อ ถึงแม้ว่าสีหน้าและน้ำตาจะเป็นสิ่งที่บ่งบอกว่าทุกอย่างคือเรื่องจริง หากแต่ในวินาทีนั้นความเชื่อใจมันแทบจะไม่เหลืออยู่เลยสักนิด


 

สมองสั่งการให้ชายหนุ่มลุกออกไปจากที่แห่งนี้

แต่หัวใจกลับถ่วงร่างกายเอาไว้ที่เดิม


 

ทุกอย่างมันหนักอึ้งและบีบคั้นความเสียออกมาจนปวดหนึบที่กลางอกไปหมด คล้ายกับลมหายใจค่อย ๆ ถูกลิดรอนไปพร้อมกับเสียงร้องไห้ของคนตรงหน้า ยิ่งไปกว่านั้นก็คงจะเป็นฝ่ามือเล็กที่คอยจับเขาไว้ไม่ให้หนีไปไหน


รู้ทั้งรู้ว่าเราต่างรักกันมากแค่ไหน แต่เหตุการณ์ในวันนี้มันคงโหดร้ายเกินไปสำหรับคนที่เชื่อสนิทใจอย่างชานยอล


“งั้นก็พูดออกมา พูดทุกอย่างออกมาให้หมด”


แต่มันก็คงไม่ยากเกินไปหรอกใช่ไหม สำหรับการให้อภัยกับคนที่รัก

 

แบคฮยอนยอมสารภาพทุกอย่างออกมาจนหมดเปลือก ทั้งเรื่องของผู้ชายคนนั้นและความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้น ชานยอลจะไม่ขอพูดชื่อไอ้หมอนั่นให้มันรกสมอง แค่รู้ว่ามันเป็นจูบแรกของคนในอ้อมกอด ความร้อนรุ่มในอกก็แทบจะปะทุออกมาอยู่รอมร่อ


แฟนตัวเล็กกอดเขาเอาไว้แน่นขณะที่ทั้งสองกำลังกึ่งนั่งกึ่งนอนกันอยู่ที่โซฟา แบคฮยอนก็เริ่มเล่าให้ฟัง


ทุกอย่างมันเริ่มตั้งแต่สมัยมอต้น รุ่นพี่คนนั้นเขามาทำความรู้จักเพราะเคยเจอกันที่ร้านโมเดลรถยนต์


อ่า.. ชานยอลเองก็เพิ่งรู้เหมือนกันว่าแบคฮยอนชอบรถมาก


ด้วยความที่มีความชอบเหมือนกันและอยู่โรงเรียนเดียวกันทำให้เริ่มพูดคุยกันจนสนิท ต่างฝ่ายต่างให้คำปรึกษากันจนกระทั่งเข้าสู่ช่วงชีวิตที่โตขึ้นกว่าเดิม แบคฮยอนก็เริ่มมองรุ่นพี่คนนั้นเปลี่ยนไป ความสนิทสนมในวัยเด็กถูกแปรเปลี่ยนเป็นความรู้สึกอื่นที่เข้ามาแทนที่


และด้วยความที่อ่อนต่อโลกนัก


แบคฮยอนจึงเรียกมันว่า ค ว า ม รั ก


เขาตกหลุมรักรุ่นพี่คนนั้นชนิดที่ยอมให้ทุกอย่าง ออกจะดูนิสัยเสียไปหน่อยแต่แบคฮยอนรู้สึกที่ได้เห็นรอยยิ้มของเขาคนนั้น ทุกอย่างมันเพิ่มมากขึ้นจนกระทั่งฝ่ายนั้นเองก็มีท่าทีตอบกลับมาบ้าง และนั่นก็ทำให้รู้ว่าแบคฮยอนไม่ได้คิดไปเองคนเดียว


ความใกล้ชิดทำให้เขาอยากครอบครองผู้ชายคนนั้นแต่เพียงผู้เดียว เราทำกิจกรรมทุกอย่างร่วมกัน ทั้งเที่ยวเล่น อ่านหนังสือ หรือนอนค้างด้วยกัน หากแต่ไม่ได้มีอะไรเกินเลยนอกเหนือจากคำว่าพี่น้อง เพราะตอนนั้นรุ่นพี่เองก็มีแฟนอยู่แล้ว


การแอบรักข้างเดียวมันก็ไม่ได้แย่ แต่มันแย่ตรงที่รุ่นพี่เองก็รั้งแบคฮยอนไว้ราวกับไม่อยากให้หายไปไหน ทั้งสายตาและคำพูดออดอ้อนทุกอย่างมันทำให้เขาหลงจนโงหัวไม่ขึ้น และเรื่องราวมันเริ่มเลวร้ายกว่าเดิมเมื่อแบคฮยอนเริ่มแข่งรถตามคำชวนของรุ่นพี่คนนั้น


ทั้งสนุกและอันตรายในเวลาเดียวกัน แบคฮยอนไม่เคยสัมผัสกับความเร็วของรถมาก่อนจนกระทั่งได้ลองมันด้วยตัวเอง ในตอนนั้นเขาก็ได้รับรู้ว่านี่แหละคือสิ่งที่ชอบ และที่นี่ยังเป็นสนามแข่งเดียวกับพี่ชายข้างบ้านของเขาอย่างคริสสังกัดอยู่


ความสนุกของเรามันช่างสั้นและสิ้นสุดเร็วนัก แบคฮยอนชอบความเร็วและแข่งมันเผื่อผ่อนคลายอารมณ์ เอาความสนุกสุขใจเป็นใหญ่ ใช่ว่าจะแข่งเพราะมีของพนันเดิมพัน แต่คนใกล้ตัวเขากลับสนใจเรื่องพวกนั้นแทน


รุ่นพี่คนนั้นเริ่มดำดิ่งเข้าไปในหลุมดำขนาดใหญ่ที่ไม่มีทางออก การพนันกำลังครอบงำจิตใจพี่ชายที่แสนดีจนกลายเป็นใครอีกคนที่เขาแทบไม่รู้จัก เอาแต่แข่งรถเพื่อชิงชัยชนะที่ได้มาพร้อมกับของพนัน ทั้งเงินตรา ชื่อเสียง ผู้หญิง หรือแม้แต่ศักดิ์ศรี


แบคฮยอนเคยตักเตือนด้วยความห่วงใยว่าสิ่งที่ทำอยู่ตอนนั้นมันกำลังจะทำให้ดิ่งลงเหว แน่นอนว่ารุ่นพี่คนนั้นไม่ได้สนใจคำพูดและหาว่าแบคฮยอนส่อไม่เข้าเรื่อง ทำเอาจิตใจคนหวังดีบอบช้ำจนหาทางออกไม่ได้


ทั้งรักและเทิดทูน อยากจะช่วยฉุดขึ้นมาจากขุมนรกแห่งการพนัน


คืนนั้นเป็นคืนสุดท้ายที่แบคฮยอนไม่เคยคิดว่ามันจะเกิดขึ้น เขายอมสารภาพความในใจทุกอย่างให้ผู้ชายคนนั้นได้รับรู้ว่าตัวเองคิดยังไง และสิ่งที่ได้กลับมามันก็ช่างน่ายินดีเมื่อฝ่ายนั้นเองก็คิดแบบเดียวกัน


ใช่ แบคฮยอนเกือบจะได้คบกับผู้ชายคนนั้นถ้าหากไม่เกิดเรื่องขึ้นก่อน


การแข่งนัดสำคัญมันส่งผลต่อตัวรุ่นพี่คนนั้นเป็นอย่างมาก ไม่ใช่แค่รถที่ต้องเสียไป แต่ศักดิ์ศรีเองก็ป่นปี้ไม่ต่างกันหากแพ้ในการแข่งนี้ แบคฮยอนรู้ว่าคู่แข่งไม่ได้มาดีอย่างที่คิด เพราะฝ่ายนั้นเองก็เคยเป็นไม้เบื่อไม้เมากับเขามาก่อน และทุกอย่างมันดูชอบมาพากลจนแบคฮยอนต้องขอให้อีกฝ่ายเลิกแข่งเพราะกลัวอันตรายที่จะเกิดขึ้น


หากแต่ผีร้ายกลับสิงร่างกายนั้นอีกครั้งพร้อมกับแววตาดุดัน ไม่ว่ายังไงรุ่นพี่ก็จะไม่ยอมเลิกแข่งเด็ดขาด ขอร้องยังไงอีกฝ่ายก็ไม่ยอมเลิก จนกระทั่งใบหน้าที่เคยหลงใหลนั่นหันมามองแล้วยื่นข้อเสนอบางอย่างมาให้


 

เอาอย่างนี้ไหมแบคฮยอน เรามาแข่งรถกัน ถ้าเราชนะ พี่จะยอมเลิกแข่งกับไอ้หมอนั่น

แต่ถ้าแพ้ นายอย่าโผล่มาที่สนามแข่งและอย่ามาให้พี่เห็นหน้าอีก


 

เพราะรู้ว่าการแข่งครั้งนั้นมันสำคัญกับรุ่นพี่มากแค่ไหน แต่ใครจะคิดว่าคนที่เชื่อใจมาตลอดจะกล้าตัดขาดความสัมพันธ์ทุกอย่างกันเพราะเรื่องแค่นั้น แบคฮยอนไม่ได้นึกโกรธอะไรแต่เขาแค่อยากให้อีกฝ่ายรู้ว่าทุกสิ่งที่กำลังคิดอยู่หน่ะมันไม่ใช่สิ่งที่ถูกต้อง


 

ได้สิ


 

เขาตอบกลับไปพร้อมกับพาตัวเองไปยังรถคู่ใจ คริสที่ดูอยู่ห่าง ๆ ก็อยากจะเข้ามาห้ามแต่เพราะนั้นคือข้อตกลงที่ทำร่วมกันไว้ และเขามั่นใจในฝีมือน้องชายตัวเองพอว่าจะสามารถเอาชนะอีกฝ่ายได้


ขณะที่รถทะยานตัวออกไปด้วยความเร็ว แรงทั้งหมดถูกส่งไปยังที่ปลายเท้าและฝ่ามือที่กำพวงมาลัยแน่น รถของแบคฮยอนแซงนำอีกฝ่ายแต่ก็ใช่ว่าจะนำโด่ง ทุกอย่างมันสูสีกันและเป็นที่ถกอย่างสนุกปากในหมู่ผู้ชม ความคิดของแบคฮยอนถูกอัดซ้ำวนไปวนมาจนกระทั่งสมาธิที่ควรจะเพ่งอยู่กับการแข่งขันดันเผลอพลาดเพียงแค่หนึ่งวินาที


โค้งสุดท้ายที่เข้าใกล้ถึงเส้นชัย แบคฮยอนดันเผลอคิดว่าถ้าหากปล่อยให้อีกฝ่ายชนะจะเป็นอย่างไร แล้วถ้าเกิดว่าตัวเองต้องเลิกแข่งรถจริง ๆ เขาจะทำได้ไหม ทุกความคิดถูกปั่นสลับปนกันจนแยกไม่ออกว่าตัวเองควรทำอย่างไรต่อไป


 

คิดยังไงถึงอยากเรียนวิศวะยานยนต์

เพราะผมชอบรถไง

ชอบแค่รถหรอกหรอ

เปล่าซะหน่อย...


 

เขาเหลือบมองรถคันข้าง ๆ ที่ตีคู่ขึ้นมาจนแทบเบียดกันอยู่รอมร่อ แววตาภายใต้หมวกกันน็อกใบโตปลุกสติของแบคฮยอนให้หลุดออกจากภวังค์ก่อนจะเพิ่มความเร็วมากผิดปกติจนคนดูถึงกับนั่งไม่ติดที่ ฝีมือของคนตัวเล็กที่เป็นเลื่องลือในหมู่นักแข่งด้วยกันว่านิ่งสงบและเฉียบขาด การที่แบคฮยอนจะเข้าสู่เส้นชัยได้นั้นมันเป็นเรื่องง่าย ๆ


แต่คงไม่ใช่สำหรับวันนี้



ฮ่ะ ๆ เด็กน้อย ถ้างั้นนายต้องตั้งใจเรียนนะ ถึงเวลานั้นเรามาเปิดอู่ซ่อมรถยนต์ใหญ่ ๆ โดยมีนายช่างแบคฮยอน เป็นไง ดีไหม

ตลกจะตาย ผมจะซ่อมให้ใครได้

ซ่อมให้พี่ไง ดูเครื่องยนต์ให้พี่ทุกครั้งก่อนลงแข่ง

‘...’

สัญญานะว่านายจะคอยอยู่ข้าง ๆ พี่

‘...’

เพราะพี่ก็จะอยู่ข้างนายเหมือนกัน



สัมผัสการรับรู้ของแบคฮยอนเริ่มพร่ามัว หูของเขาไม่ได้ยินอะไรเพราะมันอื้อไปหมด ดวงตาที่เคยเห็นชัดกลับมีม่านบาง ๆ มาบดบังทุกอย่างให้เลือนลางกว่าที่เคยเป็น ลมหายใจขาดห้วงราวกับที่ตรงนั้นไม่มีอากาศหายใจ แบคฮยอนหลับตาลงให้น้ำตาไหลออกมา


เขาแพ้


ความเจ็บปวดแล่นปราดเข้ามาที่ก้อนเนื้อกลางอกอย่างฉับพลัน แบคฮยอนซบศีรษะลงกับพวงมาลัยพร้อมภาพอดีตไหลวนอยู่ในหัว เสียงของคริสเรียกสติเขาให้ยอมเปิดประตูรถหากแต่แบคฮยอนไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นมามอง ความเสียใจถาโถมเข้าใส่ มันหนักอึ้งจนเขาทนแบกรับมันไม่ไหว


ความรักความห่วงใยที่เคยมีให้มันคงจบลงแค่ตรงนี้


หลังจากวันนั้นแบคฮยอนก็ไม่เคยกลับไปเหยียบที่สนามแข่งรถอีกเลย เขาตัดช่องทางการติดต่อทุกอย่างจากทุกคนที่เกี่ยวข้อง หันกลับมาตั้งใจเรียนในสิ่งที่ตั้งเป้าไว้  ความชอบก็คือความชอบ เขาชอบรถและจะเรียนเกี่ยวกับมัน ถึงแม้ว่าจะทำให้นึกถึงเรื่องในอดีต


จนกระทั่งเกิดเรื่องในคืนนั้น


คืนที่เขาและชานยอลเมาด้วยกันทั้งคู่


 

เรื่องราวทั้งหมดถูกเล่าจนถึงปัจจุบันโดยคนตัวเล็กในอ้อมกอด ชานยอลยกมือลูบกลุ่มผมนุ่มพร้อมกับคอยปลอบไม่ให้อีกฝ่ายร้องไห้ ทั้งสงสารและเข้าใจว่าการเลิกทำในสิ่งที่ชอบมันเจ็บปวดมากแค่ไหน ถึงแม้ว่าชายหนุ่มจะไม่ได้เข้าใจอย่างลึกซึ้งมากนัก แต่มีอยู่หนึ่งเรื่องที่เขาพึงพอใจที่สุดก็คือแบคฮยอนไม่ได้เป็นแฟนกับผู้ชายคนนั้น


“แล้วหมอนั่นมันตามนายทำไม” ชายหนุ่มถามคนตัวเล็กในอ้อมกอดอีกครั้ง


“ฉันไม่รู้” เสียงของแบคฮยอนแหบขึ้นจมูกก่อนที่เจ้าตัวจะสูดฟุดฟิดคล้ายกับหายใจไม่สะดวก


“มันต้องมีเหตุผลสิ หรือมันเกิดสำนึกผิดขึ้นมาได้ว่าทำผิดกับนาย”


“...”


“เหอะ จะมาทวงของคืนรึไงวะ” ชานยอลสบถกับตัวเองอย่างหัวเสียเมื่อนึกถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้น แน่นอนว่าไอ้เหี้ยนั่นมันกำลังป่วนประสาทเขาอยู่ และชานยอลก็ไม่ยอมปล่อยให้แบคฮยอนต้องแบกรับทุกอย่างไว้คนเดียวแน่


“ไม่ใช่หรอกชานยอล  เขาไม่มีสิทธิ์มาทวงอะไรทั้งนั้น” แบคฮยอนว่าก่อนจะช้อนตามองคนตรงหน้า “เพราะถึงยังไงฉันก็ไม่ยอมให้อภัยคนแบบนั้นแน่ ๆ”


“ฉันเพิ่งรู้ว่านายเป็นพวกเจ้าคิดเจ้าแค้นเหมือนกัน” ชายหนุ่มร่างสูงว่า เขาใช้ดวงตาของตนจ้องมองอีกฝ่ายก่อนจะจูบซับที่ข้างขมับเป็นเชิงปลอบใจ “แบคฮยอน”


“อือ”


“นายเชื่อใจฉันรึเปล่า”


“ทำไมถึงถามแบบนั้น”


“แค่ตอบ”


“...”


“...”


“เชื่อสิ ฉันเชื่อใจนาย”


“อือ เพราะงั้นต่อจากนี้ไปอย่าทำแบบนี้อีกเข้าใจไหม อย่าให้เขามามีอิทธิพลกับนาย อย่าให้ทุกอย่างที่นายเป็นต้องเลือนหายไปเพราะผู้ชายคนนั้น” ชานยอลจับจ้องกรอบหน้าเล็กด้วยความรู้สึกหลากหลาย แต่เชื่อเถอะว่าแบคฮยอนน่ะดูออกว่าเขากำลังคิดอะไร


“...”


เพราะต่อจากนี้ไปนายเป็นคนของฉัน


“...”


และฉันก็จะเป็นคนปกป้องนายเอง




 







ชานยอลพูดจริงทำจริงอย่างที่ปากว่า เขาปกป้องแบคฮยอนทุกหนทางเท่าที่ทำได้ ทำตัวติดกันตลอดเวลาเพราะยังระแวงว่าผู้ชายคนนั้นจะเข้ามาวอแวกับแฟนตัวเล็กอีก แต่เปล่าเลย หลังจากคืนนั้นอีกฝ่ายก็ไม่ได้ติดต่อมาอีก


แบคฮยอนคิดว่ามันดีแล้วที่เป็นแบบนั้น ต่างฝ่ายต่างอยู่กันตั้งแต่แรกก็จบแล้ว


แต่สำหรับชานยอลแล้วเขาคิดว่ามันต้องมีอะไรมากกว่านั้น


เขารู้ว่าจะหาสาเหตุเรื่องพวกนี้ได้ยังไง เพราะเขาไม่ใช่คนดีอะไร เรื่องสีเทาก็พอจะรู้จักคนวงในคร่าว ๆ มาบ้าง ผนวกกับจงอิน หมอนั่นก็ช่วยเหลือเขาได้ทุกครั้งเวลาที่มีปัญหา


ครั้งนี้พวกเขาต้องหาคำตอบด้วยตัวเองว่าผู้ชายคนนั้นมายุ่งกับแบคฮยอนทำไม


ชานยอลเล่าเรื่องเมื่อวันก่อนให้อีกฝ่ายฟังคร่าว ๆ เพื่อให้เข้าใจเหตุการณ์ ฉับพลันจงอินก็ต้องตบหน้าขาฉาดใหญ่พร้อมกับร้องอ๋อออกมาท่ามกลางความสงสัยของเขา ก่อนที่เจ้าตัวเฉลยว่าเรื่องนี้กำลังเป็นขี้ปากของพวกวงในของกลุ่มแข่งรถที่เขาไปบังเอิญได้ยินมาตอนที่ไปกินเหล้าด้วยกัน


ฟังจากที่ชานยอลเล่ามาก็คงจะหมายถึงบุคคลที่กำลังจะล้มละลายในไม่ช้า   อ่า.. ที่จริงจะบอกว่าหมอนั่นกระท่อนกระแท่นมาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้ว ใช่ว่าฝีมือแข่งรถจะดีมากนัก แต่เพราะโกงทั้งนั้นถึงจะได้ชัยชนะมา นับวันกิจการแข่งรถก็เริ่มดิ่งลงเหวเพราะมันเริ่มโสมมเกินกว่าจะแก้ไข สุดท้ายแล้วความลับบางอย่างก็ถูกเปิดเผย


จงอินเล่าข้อมูลบางอย่างที่เพิ่งไปสืบมาจากเพื่อนนักแข่งให้ฟังซึ่งทำเอา       ชานยอลนิ่งเงียบพูดอะไรไม่ออก มันฟังดูไม่ค่อยน่าเชื่อหูตัวเองเท่าไหร่ เพราะนอกจากแฟนของเขาจะชอบแข่งรถแล้ว แบคฮยอนก็เป็นที่เลื่องลือในสนามแข่งอยู่ไม่น้อย


คงต้องย้อนไปเมื่อปีสองปีก่อนที่ช่วงนั้นยุคของการแข่งรถเฟื่องฟูมากเป็นพิเศษ เพราะทุกคนต่างมาแข่งด้วยใจรักใช่หวังผลประโยชน์อื่น นำมาซึ่งมิตรภาพและความสนุกสู่กลุ่มคนที่รักรถและความเร็ว ส่วนแบคฮยอนเองก็เป็นหนึ่งในตัวตั้งตัวตีครั้งนั้น


การจัดอันดับมีขึ้นทุก ๆ เดือน และแฟนตัวเล็กของเขา.. ใช่ แบคฮยอนน่ะ      ติดหนึ่งในสามทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนลำดับใหม่ ใครจะคิดว่าหน้าตาจืดชืดร่างเล็กแบบนั้นจะชอบความเร็ว มันดูไม่เข้ากันเลยสักนิด แต่ก็นั่นแหละ.. จงอินมีหลักฐานมายืนยันให้ดู ชานยอลถึงยอมเชื่อว่าแบคฮยอนเป็นสิงห์นักแข่งจริง ๆ


ความจริงในคืนนั้นถูกเปิดเผย คนที่จะถูกคัดให้ออกจากสนามจริง ๆ เป็นผู้ชายคนนั้น ไม่ใช่แบคฮยอน แต่หมอนั่นกลับเล่นตุกติกบีบแบคฮยอนให้ออกจากการแข่งขันก่อนซึ่งนั้นก็ทำเอาชานยอลโกรธพอสมควร เพราะมันทำให้ชีวิตของอีกฝ่ายเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือ


มันกล้าดียังไงมาทำกับแบคฮยอนของเขาแบบนี้


ทั้ง ๆ ที่รู้ว่าไอ้หมอนั่นทำอะไรกับแฟนตัวเองไว้บ้าง แต่ความกังวลยังมีอยู่ในส่วนลึกของจิตใจ ไม่ว่าแบคฮยอนจะหยิบจับโทรศัพท์ขึ้นมาหรือออกไปไหนคนเดียวนั่นก็พานให้เขาคิดมากอยู่ตลอดเวลา เขากลับมาเป็นไอ้บ้าที่เอาแต่นั่งเดือดกับการกระทำของอีกฝ่ายทั้ง ๆ ที่รู้ว่าแบคฮยอนไม่ได้มีอะไรไปมากกว่านั้น


เขาเชื่อใจแบคฮยอน แต่กับคนอื่นหน่ะไม่


เย็นวันศุกร์ ชานยอลกำลังนั่งรอแบคฮยอนเลิกพรีเซนต์งานอยู่ใต้ตึกเพราะเรียนกันคนละเซค ทันทีที่อีกฝ่ายส่งข้อความมาบอกว่านำเสนองานเสร็จแล้ว ชายหนุ่มก็ลุกขึ้นยืนเต็มความสูงเพื่อเดินไปรอหน้าลิฟต์ แบคฮยอนออกมาพร้อมกับเพื่อนอีกสองสามคน ก่อนจะแยกตัวออกมาแล้วเดินไปยังลานจอดรถหลังคณะด้วยกัน


ทั้งสองพูดคุยกันนิดหน่อยระหว่างทาง แต่ยังไม่ทันจะก้าวไปถึงรถ กลับมีร่างสูงของใครบางคนยืนดักอยู่ข้างหน้าพร้อมกับรอยยิ้มที่ทำให้ใจของแบคฮยอนสั่นอีกครั้ง


ว่าไงตัวเล็กของพี่


ชานยอลหรี่ตามองผู้ชายตรงหน้าด้วยสายตาไม่สบอารมณ์ เขามั่นใจร้อยเปอร์เซ็นต์ว่าไอ้หมอนั่นเป็นคนเดียวกับที่จอดรถหน้าหอแฟนของเขาพร้อมกับโทรเข้ามากวนประสาทไม่ผิดตัวแน่ ๆ


ผิดกับแบคฮยอนที่ยืนนิ่งเป็นรูปปั้น เจ้าตัวไม่ไหวติงอะไรเพราะเอาแต่จับจ้องคนตรงหน้าด้วยสีหน้าที่ไม่บ่งบอกความรู้สึกใด ๆ จะมีก็แต่แรงบีบฝ่ามือที่แน่นขึ้นจน    ชานยอลรู้สึกได้


“ไปกันเถอะ” คนตัวสูงหันไปกระซิบคนรักพร้อมกับกระชับมืออีกฝ่ายให้มั่นก่อนจะพาเดินผ่านผู้ชายคนนั้นไป ยังไม่ทันที่จะก้าวพ้นแขนข้างหนึ่งของแบคฮยอนก็ถูกอีกฝ่ายดึงเอาไว้แต่ร่างเล็กรีบสะบัดออกในทันทีราวกับรังเกียจ


“แบคฮยอน..”


“อย่ามาเรียกชื่อผม” คนตัวเล็กโพล่งบอกทั้งยังถูกแฟนตัวสูงดึงให้หลบด้านหลัง กลายเป็นว่าชายหนุ่มทั้งสองกำลังประจันหน้ากันด้วยสายตาที่ไม่เป็นมิตร


“ถอยออกไป” ชานยอลพูด


“บอกตัวเองรึไง”


“บอกมึงนั่นแหละ ถอยออกไป”


“...”


ออกไปให้ห่างจากแฟนกู” จบประโยคของชายหนุ่ม อีกฝ่ายก็แค่นหัวเราะราวกับว่ามันเป็นเรื่องตลกที่ได้ยินแบบนั้น


“แฟน?” คนตรงหน้าพูดทวน “คิดว่าตัวเองเป็นใครถึงกล้าใช้คำว่าแฟนกับแบคฮยอน นายรู้จักแบคฮยอนดีแค่ไหนกันเชียว”


“ดีกว่ามึงก็แล้วกัน”


“หึ งั้นรู้รึเปล่าว่าใครคือรักแรกของแบคฮยอน” คำถามนั่นทำเอาคิ้วหนาขมวดเข้าหากันอย่างแปลกใจ ไอ้บ้านี่มันกำลังพล่ามอะไรอยู่ “นายคงรู้ใช่ไหมว่ารักแรกน่ะมันสำคัญแค่ไหน”


“พูดเหี้ยอะไรของมึง เพ้อเจ้อหรอวะ นี่กลางวันนะ ตื่นได้แล้ว” และดูเหมือนว่าอีกฝ่ายกำลังจะเล่นผิดประเด็นเพราะชานยอลไม่เคยเชื่อในรักแรกอยู่แล้ว


“...”


“รักแรกแล้วยังไง อดีตไหมล่ะ?” ชานยอลไม่ได้ตั้งใจจะกวนตีน แต่ทุกคำพูดของหมอนั่นกำลังทำให้เขาไม่สบอารมณ์ ซึ่งในวินาทีนี้ไม่ยกเท้าถีบมันเข้าให้ก็เป็นบุญอยู่มากโข


เมื่อเห็นว่าตัวเองกำลังมาเสียเวลากับการต่อกรกับผู้ชายตรงหน้า รุ่นพี่ร่างสูงจึงเบนสายตาสบกับคนตัวเล็กด้านหลังก่อนจะยกยิ้มให้อย่างใจเย็น


“แบคฮยอน เรามาคุยกันหน่อยไหม แค่พี่กับเราสองคน” ชายหนุ่มเน้นย้ำสามคำสุดท้ายตอกใส่หน้าแฟนของแบคฮยอนด้วยน้ำเสียงปกติ ทั้ง ๆ ที่ในใจกำลังร้อนระอุได้ที่ เพราะนอกจากที่แบคฮยอนจะไม่ยอมติดต่อเขาแล้ว คนตรงหน้าก็ยังเป็นสาเหตุที่กำลังทำให้เขาหงุดหงิด


“ถ้าจะคุยกันสองคนก็คงจะเป็นไปไม่ได้ ไม่เห็นรึไงว่าแฟนเขาก็อยู่ตรงนี้ทั้งคน”


“ถ้างั้นรบกวนขอความเป็นส่วนตัวให้พวกเราจะได้ไหมครับ”


“...”


ชู้


“มึง! / ชานยอล!” แบคฮยอนรีบดึงตัวชานยอลเอาไว้ก่อนที่คนตัวสูงจะพุ่งเข้าไปทำร้ายอีกฝ่ายเข้าให้ แขนเล็กโอบร่างกายกำยำเอาไว้ด้วยแรงที่มี ทั้ง ๆ ที่ตัวเองก็แทบจะทรงตัวยืนไม่ไหวแต่เขาไม่อยากให้ชานยอลไปยุ่งวุ่นวายกับผู้ชายคนนั้น


คนที่เป็นรักแรกของแบคฮยอน


“อะไรกัน พูดแค่นี้ถึงกับจะทำร้ายกันเลยรึไง หึ” คนตรงหน้าแค่นหัวเราะใส่คล้ายกับเย้ยหยันทำเอาความเลือดร้อนของชานยอลปะทุจนแทบเดือด


“มึงสิชู้! คิดว่าตัวเองเป็นใครวะ แฟนแบคฮยอนก็ไม่ใช่ รักแรกแล้วไง อย่ามาทำกร่างหน่อยเลย!” วินาทีนั้นถ้าเขาไม่ได้เอาเลือดหัวมันออกก็อย่ามาเรียกเขาว่าไอ้เสือของวิศวะยานยนต์เลย


“ชานยอล หยุดเถอะ” แต่เพราะเสียงของแบคฮยอนที่ห้ามปรามไว้ทำให้ชายหนุ่มหยุดการกระทำทุกอย่าง เขาหันไปมองคนข้างกายด้วยความไม่เข้าใจจนเมื่อสบกับนัยน์ตาเรียวที่กำลังส่งแววตาแกมขอร้องมาให้


“หึ” เสียงหัวเราะจากชายหนุ่มรุ่นพี่สร้างความร้อนรุ่มในอกของคนตัวสูงให้เดือดพล่านอีกครั้ง แต่แรงบีบที่ฝ่ามือและสายตาของแฟนตัวเล็กก็ทำให้ชานยอลต้องข่มอารมณ์ทุกอย่างเอาไว้ก่อนที่แบคฮยอนจะหันไปมองคนตรงหน้าอีกครั้ง


“ยอมคุยกับพี่แล้วใช่ไหมตัวเล็ก” ราวกับว่ามีชัยเหนือกว่า ชายหนุ่มรุ่นพี่ยังมีท่าทีนิ่งเงียบ ไม่ว่าอดีตจะเป็นอย่างไรปัจจุบันก็ยังคงเป็นอย่างนั้น แบคฮยอนเม้มปากแน่นก่อนจะพรูลมหายใจออกมา


“ครับ”


“...”


“แต่ผมจะคุยก็ต่อเมื่อคุณเลิกมายุ่งวุ่นวายกับเรา”


“แบคฮยอน..”


“ขอโทษด้วยนะครับที่ทำให้ลำบากต้องตามผมมาถึงที่นี่ แต่ถ้ามีเรื่องจะคุย   จริง ๆ งั้นก็พูดกันตรงนี้เลยครับ” แบคฮยอนเว้นวรรคไปชั่วขณะก่อนจะกระชับฝ่ามือให้แน่นขึ้น “พูดตรงนี้ให้แฟนผมได้ยินด้วย”


“...”


“ถ้าพูดเสร็จเมื่อไหร่ ก็เชิญคุณกลับไปได้เลย”


ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อว่าแบคฮยอนกำลังกลายเป็นใครที่ชานยอลไม่เคยสัมผัสมาก่อน ประโยคเชือดเฉือนจิตใจคนฟังทำเอาแฟนหนุ่มยืนนิ่ง และคำพูดเหล่านั้นก็กำลังทำให้ใครอีกคนถึงกับพูดอะไรไม่ออกเหมือนกัน


“ฮ่ะ ๆ ทำไมพูดจาห่างเหินกับพี่แบบนั้นล่ะ..”


“แล้วผมควรใช้คำพูดยังไงกับคนที่หักหลังผมล่ะครับ”


“...”


“หรือผมควรพูดว่าทำไมคุณช่างเป็นคนหน้าไม่อายถึงกล้าบากหน้าตัวเองมาหาผมที่นี่ กล้าดียังไงมาให้ผมเห็นหน้าทั้ง ๆ ที่ตัวเองเป็นคนห้ามไม่ให้เจอกัน แถมตอนนี้คุณกำลังก้าวก่ายชีวิตของผมโดยการใส่ร้ายว่าแฟนของผมเป็นชู้ ทั้ง ๆ ที่คุณกับผมเองเราก็ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกัน”


“...”


“มีอะไรจะพูดกับผมอีกไหมครับ” คำพูดยาวเหยียดชุดใหญ่เมื่อครู่นั่นทำเอาคนที่ยืนฟังอยู่ไปต่อไม่ถูก ชานยอลเองก็ได้แต่ฉงนกับท่าทีแปลกไป หรือแม้แต่อีกฝ่ายที่กำลังอ้าปากพะงาบ ๆ กับสิ่งที่ไม่คาดฝันว่าจะได้ยินมันมากก่อน นานเกือบสองนาทีกว่าจะตั้งสติได้ ริมฝีปากอิ่มค่อย ๆ คลี่ยิ้มออกมา


“นายกลายเป็นคนแบบนี้ไปตั้งแต่เมื่อไหร่กัน” อีกฝ่ายว่าก่อนจะชำเลืองมองชานยอล “หรือเพราะมันที่ทำให้นายเปลี่ยนไป”


“ไอ้เหี้ยนี่! / ชานยอล” เป็นอีกครั้งที่แบคฮยอนห้ามแฟนหนุ่มเอาไว้ เพราะรู้ว่าควรจะรับมือกับผู้ชายคนนี้ยังไง เขาจึงไม่อยากให้คนตัวสูงลงแรงโดยเปล่าประโยชน์


“หึ คุณเองก็เป็นแบบนี้มาตั้งแต่ไหนแต่ไร ทำอะไรผิดไว้ก็ไม่เคยคิดจะโทษตัวเอง ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ปีนิสัยแบบนี้มันแก้ไม่ได้จริง ๆ สินะครับ”


“...”


“ขอโทษครับ เมื่อกี้ผมใช้คำผิด ต้องบอกว่า ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ปีสันดานแบบนี้มันคงแก้ไม่ได้จริง ๆ


“แบคฮยอน!” รุ่นพี่ตัวสูงตะคอกเรียกชื่อคนตรงหน้าอย่างเหลืออด เขายอมปล่อยให้แบคฮยอนถากถางเพราะคิดว่าอีกไม่นานรุ่นน้องของเขาจะต้องยอมใจอ่อนตามแน่ ๆ แต่ฟังก็ยิ่งทำให้หงุดหงิดมากกว่าเดิม แต่วันนี้เขามีบางอย่างที่สำคัญกว่า เพราะงั้นเขาจะทำทุกอย่างพังเพราะอารมณ์ของตัวเองก็คงไม่ได้


“เอาล่ะ พี่ว่าเรากำลังคุยกันไม่รู้เรื่อง เพราะงั้นเดี๋ยวพี่จะมาหานายใหม่” อีกฝ่ายว่าพร้อมกับส่งแววตาเรียบนิ่งมายังชานยอล “และหวังว่าพี่จะไม่เห็นหน้าผู้ชายคนนี้อีก”


“ครับ คุณจะไม่ได้เห็นหน้าเขาแน่ ๆ หรือแม้แต่หน้าของผมเองก็ตาม”        แบคฮยอนเผยยิ้มบางให้ “ผมไม่รู้ว่าคุณมีจุดประสงค์อะไร แต่ผมขอหยิบเอาประโยคของแฟนผมมาพูดได้รึเปล่า”


“...”


รักแรกแล้วยังไง สุดท้ายมันก็แค่อดีต” 


คล้ายกับโดนตบเข้าที่ข้างแก้มฉาดใหญ่ซะจนรู้สึกหน้าชา แบคฮยอนทิ้งท้ายไว้เท่านั้นก่อนจะพาแฟนหนุ่มตัวสูงเดินไปอีกทาง แต่ยังไม่ทันจะก้าวย่างไปไหน ข้อมือเล็กก็ถูกกระชากกลับไปก่อนที่ชานยอลจะพลิกตัวหันมาเหวี่ยงหมัดหนักใส่ใบหน้าอีกคนจนล้มลงไปกองกับพื้น


ทุกอย่างมันชุลมุนไปหมดเมื่อรุ่นพี่ลุกขึ้นมาพร้อมจะง้างหมัดใส่ชายหนุ่มคืน แต่แบคฮยอนก็เอาตัวเองเข้าไปขวางไว้แล้วผลักคนตรงหน้าให้ออกห่างทันที


“แบคฮยอน มันต่อยพี่ก่อนนายก็เห็น”


“เพราะเห็นไง ผมถึงห้ามคุณไว้” แบคฮยอนจ้องหน้าอีกฝ่ายนิ่ง “ทำร้ายผมไม่พอ ยังจะทำร้ายคนที่ผมรักอีกงั้นหรอ”


“...”


“คุณต้องการอะไรกันแน่ เมื่อไหร่จะเลิกวุ่นวายกับผมซักที”


“พี่ขอโทษ”


“...”


“ขอโทษที่เคยทำไม่ดีกับเราไว้ วันนี้พี่ตั้งใจจะมาสารภาพทุกอย่างให้นายได้รู้ ทุกอย่างที่เกิดขึ้นมัน—”


“ผมทราบดีครับ และก็รู้ทุกอย่างหมดแล้ว” ไม่ปล่อยให้อีกคนได้พูดจบประโยค แบคฮยอนก็โพล่งสวนขึ้นมาทันที “และผมก็ไม่เห็นว่ามันจะมีความจำเป็นที่คุณจะต้องมาขอโทษ ทั้ง ๆ ที่คุณก็รู้อยู่แล้วว่ายังไงมันก็เป็นไปไม่ได้”


“พี่รู้ แต่พี่อยากให้นายกลับไปแข่งรถเหมือนเดิม”


“เพื่ออะไรครับ? เพื่อตัวผม หรือว่าตัวเอง”


“...”


“หึ คุณรู้ตัวไหมว่าตอนนี้ความเห็นแก่ตัวมันถูกแสดงออกมาจากสีหน้าและท่าทางของคุณ และผมก็สะอิดสะเอียนเกินกว่าที่จะยืนเฉยให้คุณพล่ามเรื่องไร้สาระ”


“...”


“ไม่ว่าการกลับมาครั้งนี้ของคุณคืออะไร แต่ผมขอบอกไว้อย่างนะครับ”


“...”


“หยุดทำตัวน่ารำคาญซักที”



 

และชานยอลก็หยิบคำถามแรกกลับมาทวนตัวเองอีกครั้งว่ามีแฟนมันยากตรงไหน

คราวนี้คำตอบอาจจะไม่เหมือนกันเพราะการมีแฟนมันยากตรงนี้เราได้เรียนรู้ด้านอื่น ๆ ของแฟนตัวเองยังไงล่ะ

 





“ให้ตายเถอะแบคฮยอน ฉันไม่เคยรู้มาก่อนว่านายเป็นคนแบบนี้” ชายหนุ่มพูดขึ้นในขณะที่กำลังขับรถกลับหอโดยที่คนตัวเล็กนอนคอพับหลับตาพิงพนักตลอดทั้งทาง


“เป็นยังไง” เสียงเล็กถามขึ้น


“นายดูไม่ใช่แบคฮยอนที่ฉันรู้จัก”


“...”


“ไม่รู้สิ ฉันว่ามันแปลกดี” ชานยอลว่าในขณะที่ชำเลืองมองคนข้างกาย “มันก็ไม่ได้แย่นะ”


“หึ โรคจิตรึไง” อีกฝ่ายว่าพร้อมกับยกมือนวดขมับเพื่อคลายความคิดที่เค้นมาก่อนหน้านี้ ชานยอลไม่ตอบอะไรในทันทีเพราะเจ้าตัวเองแต่หัวเราะราวกับสะใจ


“ถ้าเป็นรุ่นพี่นาย ฉันคงนอนกระอักเลือดตายตรงนั้น” เขากำลังพูดถึงเหตุการณ์ก่อนหน้าที่ได้ฟังริมฝีปากบางเอ่ยประโยคเชือดคอคนออกมา “เป็นคนแบบนี้เองหรอกหรอ”


“ถ้านายยังพูดไม่หยุดฉันจะตบปาก” และดูเหมือนว่าอารมณ์เมื่อครู่ยังคงคั่งค้างอยู่จึงทำให้ประโยคดูเพี้ยนไปจนแปลกหูคนฟัง “ฉันหมายถึง นายไม่ควรพูดถึงเขาอีก”


“เพราะอะไร” จู่ ๆ ชายหนุ่มก็ถามขึ้น “ทั้ง ๆ ที่นายสามารถรับมือกับคนแบบนั้นได้ทำไมวันนั้นถึงต้องวิ่งหนี”


“...”


“บอกหน่อยได้ไหม” ชานยอลไม่ได้คาดหวังกับคำตอบของแบคฮยอนว่าจะออกมาในรูปแบบไหน เขาแค่อยากจะฟังเหตุผลว่าทำไมอีกฝ่ายถึงต้องวิ่งหนีออกมาในขณะที่อีกคนเองก็สามารถเผชิญหน้าได้อย่างเข้มแข็ง


เงียบนิ่งทิ้งบรรยากาศไว้ภายในรถเกือบห้านาที คนตัวเล็กก็พรูลมหายใจออกมาก่อนจะขยับตัวนั่งให้พอดี


“ฉันไม่พร้อม”


“...”


“ฉันไม่อยากทำให้นายคิดมากหรอกนะชานยอล แต่ลำพังตัวฉันเองก็อยากจะจัดการปัญหานี้โดยที่ไม่ต้องให้นายมาเกี่ยวข้อง เพราะฉันรู้ดีว่าเขาเป็นคนนิสัยยังไง กวนประสาท ข้อนี้นายเองก็รู้ และนั่นก็เป็นเหตุผลที่ฉันพานายวิ่งหนี”


“แล้วทำไมวันนี้ถึงไม่วิ่ง”


“เพราะรู้ว่าถ้าวิ่งหนี เหตุการณ์แบบนี้ก็จะเกิดขึ้นอีกเรื่อย ๆ” แบคฮยอนหันมองคนข้างกายก่อนจะวางมือบนหน้าตักหนาของคนขับ “วันนั้นที่เราคุยกัน.. นายบอกฉันเองว่าจะเป็นคนปกป้องฉัน”


“ฉันยังไม่ทันจะได้ปกป้องนายเลย” คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันเมื่อถูกพาดพิง


“หึ หนึ่งหมัดเรียกว่าปกป้องรึเปล่าล่ะ” และคำตอบก็ทำให้ชายหนุ่มพูดอะไรไม่ออก แบคฮยอนยิ้มบางให้ก่อนจะโน้มตัวมาจูบแก้มสากอย่างเต็มรัก


“ให้ตายเถอะแบคฮยอน นายกำลังทำให้ฉันไม่มีสมาธิขับรถนะ” เชื่อเถอะว่าชานยอลกำลังเอ็ดแฟนตัวเล็กอยู่ แต่ทว่าเสียงหัวเราะคิกคักจากอีกฝ่ายยังคงดังเล็ดลอดออกมาเพราะสายตาเอาแต่จับจ้องใบหูแดงก่ำของสารถีรูปหล่อ


ชานยอลอาศัยจังหวะเพียงแค่สองวินาทีหันไปมองคนข้างกายที่ยิ้มกว้างให้ตนอยู่ ก่อนที่ริมฝีปากอิ่มจะคลี่ยิ้มตาม


“ขอบคุณนะ” แบคฮยอนพูด


“เรื่องอะไร”


“หอมแก้มหนึ่งครั้งสำหรับหนึ่งหมัด”


“โธ่ รู้งี้ฉันน่าจะจัดให้สักโหล” พูดจบคนทั้งสองก็หัวเราะออกมาพร้อมกับประโยคติดตลกเมื่อครู่ และแน่นอนว่าถ้าชานยอลรู้ก่อนหน้านี้ เขาคงต่อยหน้าไอ้หมอนั่นให้สะใจไปข้าง


“ไม่ต้องเลย หมัดเดียวก็พอแล้ว” แบคฮยอนว่าก่อนจะเอนซบแขนแกร่งทั้ง ๆ ที่อีกฝ่ายกำลังขับรถอยู่ “รู้ไหมว่าฉันกลัวแทบแย่ตอนที่นายง้างมือจะตบฉัน”


“ขอโทษ” ชานยอลพูดในขณะที่สายตายังคงจ้องมองถนนข้างหน้า “ฉันไม่ได้ตั้งใจจะทำให้นายกลัว”


“คราวหลังถ้าจะตบกันก็บอกก่อนนะ จะได้เตรียมใจไว้”


“คิดว่าจะมีเรื่องแบบนี้อีกรึไง” นัยน์ตากลมโตหลุบมองศีรษะทุยที่ส่ายไปมา “งั้นก็ไม่ต้องกลัวหรอกว่าฉันจะทำร้ายนายอีก”


“อะไรจะเกิดก็ให้มันเกิดเถอะชานยอล เราไม่รู้หรอกว่าอนาคตจะเกิดเรื่องอะไรขึ้นบ้าง แต่ฉันรู้สึกโชคดีจังเลยที่มีนายอยู่ด้วย” ร่างบางว่าก่อนจะหันไปอ้าปากงับท่อนแขนแกร่งอย่างนึกหมั่นไส้ และตามด้วยเสียงโอดครวญเบา ๆ ที่ฟังยังไงก็สำออยชะมัด


“ถ้าตอนนั้นฉันทำร้ายนาย นายยังจะคิดแบบนี้อีกอยู่รึเปล่า” ชานยอลถาม


“งั้นนายรักฉันรึเปล่า” กลับกลายเป็นว่าสิ่งที่ถามไปไม่ได้คำตอบ หากแต่ได้คำถามกลับมาแทน


“ถามอะไรแบบนั้น ฉันก็รักนายมาตลอดอยู่แล้ว”


“อือ เพราะนายรักฉันนายถึงทำร้ายฉันไง”


“ตรรกะไหนเนี่ยหื้ม? มาให้ตีสักทีดีไหม” คนตัวสูงพูดในขณะที่ชะลอความเร็วรถจนหยุดนิ่งเมื่อถึงลานจอดรถข้างหอพัก จับพลิกแฟนตัวเล็กให้หันหน้ามามองกันตรง ๆ ก่อนจะเห็นกรอบหน้าหวานกำลังอมยิ้มอยู่ “ยิ้มอะไร”


“นายจะตีฉัน”


“แล้วยิ้มเนี่ยนะ?” ใบหน้าหล่อเหลาแสดงความฉงนใจออกมาอย่างชัดเจนเมื่อเห็นปฏิกิริยาของแฟนตัวเอง


“อือ” แบคฮยอนว่าก่อนจะฟาดมือลงต้นแขนหนาจนอีกฝ่ายร้องโอ๊ยลั่นรถ


“ตีฉันทำไมแบคฮยอน”


“เพราะฉันรักนาย”


“โอ๊ย!” และก็เป็นอีกครั้งที่ฝ่ามือเล็กฟาดลงตรงจุดเดิมแต่แรงกว่าครั้งแรก


“และรักนายมาก”


“ก็รู้แล้วว่ารัก ไม่เห็นต้องตีแรงขนาดนี้เลย”


“ไม่เคยได้ยินรึไงว่า รักวัวให้ผูก รักลูกให้ตี”


“นายเห็นฉันเป็นลูกงั้นหรอ?”


“เปล่า นายเป็นแฟนฉันต่างหาก” และคำตอบนั่นก็ทำเอาชานยอลแค่นยิ้มออกมาอย่างไม่เข้าใจ ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่เขากับแบคฮยอนสามารถพูดคุยกันได้เรื่อยเปื่อยอย่างไม่มีที่สิ้นสุด ไม่ว่าจะพูดสวนอะไรไปอีกคนก็จะตอบกลับมาได้ทันที


และชานยอลก็อยากให้มันเป็นแบบนี้ไปเรื่อย ๆ


จากตอนแรกที่คิดว่าแบคฮยอนเป็นคนรักสันโดษก็ต้องมานึกคิดกับตัวเองใหม่ ความจริงแล้วมันไม่ใช่แบบนั้น เคยคิดว่าเป็นประเภทพูดน้อย แต่เปล่าเลย คนตัวเล็กมักจะพูดจ้อทุกครั้งเมื่อเราอยู่ด้วยกันสองคน  แบคฮยอนมักจะทำให้เขาประหลาดใจได้เสมอไม่ว่าจะเรื่องอะไรก็ตาม


จากเพื่อนร่วมคณะที่ไม่เคยคุยกันมาก่อน ผ่านคืนวันที่ทำให้คนทั้งคู่เริ่มเปลี่ยนไปและแปรผันมาเป็นการผูกมัดกันในที่สุด ชานยอลคิดว่ามันไม่ใช่เรื่องผิดพลาด หากแต่มันคือความหนักแน่นในการตัดสินใจที่คิดจะฝากชีวิตและหัวใจให้กับใครสักคนได้ดูแล


และเขาก็ไม่เคยคิดมาก่อนจริง ๆ ว่าจะเป็นคนตรงหน้า


“ถ้างั้นคืนนี้ฉันจะตีนายให้ก้นลายเลยแบคฮยอน”


“...”


“เพราะฉันก็รักนายมากเหมือนกัน”




และครั้งนี้ก็อาจจะเป็นครั้งสุดท้ายที่เขาจะถามว่า การมีแฟนน่ะมันยากตรงไหน ชานยอลจะตอบทันทีเลยว่าการมีแฟนมันไม่ได้ยาก

แต่สิ่งที่ยากที่สุดคือการห้ามใจตัวเองยังไงไม่ให้รักแบคฮยอนไปมากกว่านี้ต่างหาก

อ่า.. ให้ตายเถอะ

เขารักแบคฮยอนมากจนอยากจะตีก้นให้ลายจริง ๆ ซะแล้วสิ..

 

: )

 

 

 

 


END

 











ฟ่าววววววววววววว มาละเด้อนางเด้ออ
อ่านแล้วช่วยกันเม้นท์+สกรีมด้วยนะฮะ
รวั๊กส์




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 195 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

6,477 ความคิดเห็น

  1. #6414 pbcy' (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2562 / 12:29
    ใครจะรู้ว่ายัยน้องแอบแซ่บอ่ะ แถมเป็นนักแข่งรถอีกกก ฮืออออ รักมากขึ้นไปอีกยัยน้องแบค
    #6,414
    0
  2. #6176 พี่มีค่ะ (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2561 / 16:20
    น่ารักกกกก
    #6,176
    0
  3. #6056 CBSEB0461 (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2561 / 19:56
    สุดยอดมากๆชอบอีกแล้ว
    #6,056
    0
  4. #6012 heykiki (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2561 / 23:32

    ชอบมากกก กลายเป็นชานยอลที่รักแบคฮยอนจนโงหัวไม่ขึ้น เอ็นดูตอนร้องไห้แล้วคิดว่าตัวเองเป็นมือที่สามอะ ตลก555555555

    #6,012
    0
  5. #5974 S.takky (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 7 เมษายน 2561 / 04:55
    ฮื่ออออออ ดีมากๆเลยยยยย 😊😊😊
    #5,974
    0
  6. #5901 LOOKSORN. (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 8 มีนาคม 2561 / 16:07
    คลบว้าาาาา จะตีอะไรกันเอาะ //ไม่ลับลู้วววว
    #5,901
    0
  7. #5711 P e A r L ツ (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2560 / 13:46
    อีรุ่นพี่นี่ต้องโดนอิชั้นค่ะ จะตบสั่งสอน แบคฮยอนทำดีมากรูกกก555
    #5,711
    0
  8. #5485 a♡♡♡ (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2560 / 09:26
    หมั่นไส้ว้อย ตีกันจังเร้ยยยย
    #5,485
    0
  9. #5445 GBright˙ω˙ (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2560 / 14:15
    กรี๊ดดดดดดดชอบบบบบบบบ
    #5,445
    0
  10. #5375 246462580 (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2560 / 14:19
    วู้ว ไอ่พี่ชาน จะตีก้นเพื่อนแบคอะแกรรร
    #5,375
    0
  11. #5285 aonsirimong (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2560 / 00:54
    ชอบอ่าาาา ชอบบบบบบ
    #5,285
    0
  12. #4742 EUNHWA_OK (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2560 / 00:09
    ชอบจัง รักแรกเมื่อผ่านมาแล้วมันก็แค่อดีต ^^
    #4,742
    0
  13. #4222 KAKARN_MATO (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2560 / 11:17
    ชอบอ่าน่ารักกก
    #4,222
    0
  14. #3920 เจ้าครีม (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 6 มกราคม 2560 / 22:18
    น่ารักไปหมด เขินไปหมด ทำไมงานดีอย่างนี้ งุ้ยยยยยยย ทำไมเราถึงเพิ่งมาฟิคนี้ คือมันดีต่อใจมากกกก
    #3,920
    0
  15. #3893 배켜니 ♡ (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 5 มกราคม 2560 / 03:21
    รักเรื่องนี้ เป็นอีกเรื่องที่ชอบมากกกกกกกกก
    #3,893
    0
  16. #3428 taeming (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2559 / 22:36
    ชอบฟิคทุกเรื่องเลย ทำไมมันดีแบบนี้
    #3,428
    0
  17. #3413 Ninkxii (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2559 / 23:24
    เผ็ชมากกกก
    #3,413
    0
  18. #3408 nchler (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2559 / 17:09
    อ๋อยยยยย น่าร้ากกกกก
    #3,408
    0
  19. #3201 pcy. (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 22 กันยายน 2559 / 02:23
    อยากอ่านอีกเรื่อยๆเลย น่ารักกก
    #3,201
    0
  20. #2870 BEN'IM (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2559 / 22:02
    โอ้ยชอบบบบ
    #2,870
    0
  21. #2541 Manow' Cha (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2559 / 17:42
    อ๊าย~ น่ารักอะ
    #2,541
    0
  22. #2315 EATWELL (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2559 / 15:05
    ชอบบบอะน่ารักกกกกก
    #2,315
    0
  23. #2198 XMCB_BB (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2559 / 10:39
    ถถถ ก้นลายเลยหรอ555
    #2,198
    0
  24. #2132 Power (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2559 / 21:54
    ชอบบบบบ ชอบเรื่องนี้มากที่สุดเลยค่ะ////// ครบรส ดีฮามม
    #2,132
    0
  25. #2131 Power (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2559 / 21:53
    โอ๊ยย ชอบตอนนี้มากๆเลยค่ะ มันดีมาก มีหลายอารมณ์ <3
    #2,131
    0