[ exo SF/OS ] คลังฝัน - chanbaek

ตอนที่ 33 : Want it - III

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 13,419
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 167 ครั้ง
    2 เม.ย. 59













WANT IT
















 

 


 

“มึง เย็นนี้ไปหาไรกินกันไหม” โดคยองซูหันไปถามเพื่อนตาที่นอนฟุบหลับอยู่ข้าง ๆ  ดวงตาเล็กค่อย ๆ ลืมขึ้นมากระพริบอยู่สองสามครั้งก่อนจะจับจ้องหน้าเพื่อนแล้วถามซ้ำอีกครั้ง “ไปไหม”


“ไม่อ่ะ กูว่าจะไปหาหนังสืออ่าน” พูดจบก็หันหน้าไปอีกทางหวังจะงีบหลับต่อหลังจากที่เมื่อคืนนั่งแหกตาอ่านหนังสือถึงตีสอง และมันก็เป็นแบบนี้มาเกือบสองอาทิตย์แล้ว จริง ๆ ก็ไม่ได้อยากอ่านหรอก แต่เพราะเรื่องบางอย่างที่ยังวนเวียนอยู่ในหัวทำให้เขาต้องหาอย่างอื่นทำเพื่อไม่ให้ตัวเองว่าง


และก็เพิ่งมารู้ว่าการตั้งใจเรียนแม่งก็ไม่ได้แย่อย่างที่คิด


“พักบ้างเพื่อน อ่านหามรุ่งหามค่ำแบบนี้กูเป็นห่วงนะเว้ย” น้ำเสียงห่วงใยของคยองซูไม่ได้ทำให้แบคฮยอนโงหัวขึ้นไปมองหน้าเพื่อน ข่มตาให้ตัวเองหลับและพยายามไม่ใส่ใจเสียงภายนอก ชายหนุ่มผ่อนลมหายใจทิ้งเฮือกใหญ่ก่อนจะพยายามเข้าห้วงนิทราต่อไป


คยองซูมองเพื่อนตาตี่เมินหน้าหนีไม่สนใจฟังคำเขาพูด อดเป็นห่วงมันไม่ได้หลังจากที่เกิดเรื่องวันนั้น แบคฮยอนก็กลายเป็นคนละคนทันที จากหลังตีนกกลายเป็นหน้ามือ ตั้งใจเรียนเหมือนชีวิตนี้กูจะเอาเกียรติยมให้ได้ เขาเองก็วางใจไปเปราะหนึ่งที่เพื่อนยอมรักษาคำพูดกลับมาตั้งใจเรียนตามสัญญา แต่มันยังมีเรื่องบางอย่างที่คยองซูยังข้องใจอยู่ไม่หาย


มันน่าแปลกเพราะหลังจากวันนั้นแบคฮยอนก็ไม่เฉียดไปใกล้ชานยอลอีกเลย เขาไม่รู้หรอกว่าทั้งชานยอลและแบคฮยอนคุยอะไรกันบ้างวันนั้น .. อ่า สารภาพก็ได้ว่าเขาเป็นคนบอกหมายเลขห้องและให้กุญแจกับชานยอลไปเอง หวังให้พวกมันคุยกันให้เข้าใจว่าจะเอายังไง


ใจจริงก็ไม่อยากให้ไปหรอก สภาพแบคฮยอนตอนที่กลับมาทำให้เขาเคืองไอ้บ้าตัวโย่งนี่พอสมควร แต่เขาก็ต้องทบทวนความคิดใหม่อีกครั้ง คยองซูไม่เคยคาดว่าชีวิตนี้จะโดนชานยอลมองด้วยสายตาคาดคั้น เพราะที่ปกติหมอนี่มักจะมองเขาด้วยสายตารักใคร่ตลอด


เอาเถอะ พูดถึงสายตาแบบนั้นทีไรก็ขนลุกไม่หาย


อย่าหาว่าอย่างงั้นอย่างงี้เลย เขาไม่ได้มองว่าเพื่อนตัวเองเป็นเครื่องมือกำจัดชานยอลหรอก แต่เพราะเห็นว่ามันได้ประโยชน์กันทั้งสองฝ่าย แต่บางทีเขาอาจจะลืมนึกถึงจิตใจของเพื่อนสนิทไปเหมือนกันว่ามันกำลังรู้สึกแบบไหน เพราะหลังจากวันนั้นแบคฮยอนก็เงียบผิดปกติ


จะว่าดีมันก็ดี เพื่อนของเขาหันกลับมาเรียนตั้งใจเรียนอีกครั้ง ถึงจะดูขยันแปลก ๆ ไปหน่อยก็ตาม และชานยอลก็ไม่เข้ามายุ่มย่ามกับเขาเหมือนเมื่อก่อน เจอหน้าก็ทักกันบ้างตามปกติ แต่ที่ไม่ปกติก็คงจะเป็นสายตาของอีกฝ่าย ดูล่อกแล่กมองซ้ายขวาราวกับมองหาใครบางคน แน่นอนว่ามันดูแปลกไปสำหรับชานยอล แต่มันไม่ใช่แค่หมอนั่นที่เปลี่ยนไปคนเดียวเนี่ยสิ เพราะแบคฮยอนเองก็ไม่ต่างกันมากนัก


แต่ก็นะ เรียกได้ว่ายิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัวเลยแฮะ เพื่อนกลับมาตั้งใจเรียน คนอื่นก็เลิกวอแว


ใครมันจะสุขกายสบายใจเท่าคยองซูอีกแล้ว ไม่มีจริง ๆ

 

 

 

 







 

แบคฮยอนคิดว่าเขาจะต้องเป็นบ้าตายเข้าสักวันแน่ ๆ


ใช่ เขาต้องเป็นบ้าไปแล้วแน่ ๆ เพราะสองอาทิตย์ที่ผ่านมาเขาเอาแต่อ่านหนังสือหามรุ่งหามค่ำแบบไม่ยอมหลับยอมนอน ทั้ง ๆ ที่เนื้อหาวิชาเอกก็มีแต่วิชาที่น่าเบื่อทั้งนั้น แต่จู่ ๆ เขาก็รักพวกมันขึ้นแล้วพยายามไล่สายตาอ่านทุกบรรทัดด้วยความตั้งใจ


ใช่ เขารักการเรียนมากกว่าสิ่งใดในโลก!


อาจจะเพราะว่าโดนอาจารย์ที่ปรึกษาเรียกได้พบเรื่องผลการควิซวิชาเอกครั้งก่อน รวมถึงคะแนนเก็บต่าง ๆ ที่มันน้อยกว่าที่ควร ทำให้ชายหนุ่มตัวเล็กเกิดฮึดสู้ กลับมาตั้งใจเรียนอีกครั้งเพื่อไม่ให้เป็นเป็นภาระของพ่อแม่และเพื่อนอย่างคยองซู


และที่สำคัญคือเรื่องของผู้ชายคนนั้นที่ยังวนเวียนอยู่ในหัว


ปาร์คชานยอล


เหมือนเป็นการตัดสินใจผิดพลาดครั้งใหญ่ที่สุดในชีวิตหลังจากที่เคยคิดว่าการเลือกเรียนสายวิทย์เป็นอะไรที่บัดซบมากพอแล้ว และวันนี้แบคฮยอนก็ตระหนักได้ว่า การอยากได้ในสิ่งที่อยากได้มักจะไม่ได้ในสิ่งที่ต้องการ


หลังจากวันนั้นที่แบคฮยอนเสียรู้(?)ให้กับคนที่แอบชอบจนสะโพกคราก ลำบากเพื่อนไปลากสังขารกลับมาที่ห้อง ตอนเย็นมาก็ต้องมาเจอใบหน้าหล่อเหลานั่นนอนอยู่ข้าง ๆ พร้อมกับเสนอว่าจะช่วย เอาออก ให้แถมยังเรียกชื่อเขาถูกทั้ง ๆ ที่ก่อนหน้านี้หมอนั่นไม่เคยแม้แต่จะชายตามองเขาด้วยซ้ำ


ให้ตายเถอะ นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน


ทุกอย่างมันเร็วมากจนแบคฮยอนเองก็ตั้งตัวไม่ทัน เขาไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่าชานยอลกำลังคิดอะไรอยู่ จู่ ๆ ถึงทำท่าทีแปลกไป เออก็เข้าใจอยู่หรอกว่าเป็นนักศึกษานิติศาสตร์เป็นคนเที่ยงธรรม มีความรับผิดชอบ แต่นั่นก็ไม่จำเป็นต้องรับผิดชอบทุกเรื่องก็ได้ป้ะวะ


โดยเฉพาะไอ้เรื่องที่มาช่วยเอาออกให้เนี่ย


ทั้งอับอายแล้วก็ขายขี้หน้าสุด ๆ ที่ต้องมาล่อนจ้อนท่อนล่างกับคนที่ชอบ ได้แต่เกาะไหล่ไว้ หันหน้าหนีแล้วลงเล็บจิกเพื่อระบายความรู้สึกหนึบหน่วงข้างหลัง อย่าคิดว่าเขากับชานยอลจะมีอะไรกันอีกรอบหล่ะ ที่แย่กว่านั้นก็คือหมอนั่นดันกระทุ้งนิ้วเข้ามาลึกจนจุกท้องไปหมด


ไอ้บ้าเอ้ย นี่คนนั้นเว้ย ไม่ใช่ไห จะได้ล้วงควานซ้ายควานขวาตามใจชอบได้


เสียวจนขาสั่นไปหมดแล้ว!


ยิ่งนึกก็ยิ่งหงุดหงิดใจ ทำไมเขาถึงเคยคิดนะว่าจะยอมเสียตัวให้ผู้ชายคนนี้เพราะว่าชอบมาก ๆ แต่พอทุกอย่างเป็นอย่างที่ฝันไว้มันดันไม่ได้สวยงามแบบที่คิด ไอ้ความสุขสมอารมณ์หมายนั่นหน่ะก็พอเข้าข่ายอยู่ แต่ที่ชัดที่จุดก็คงเป็นความรู้สึกจุกที่ท้องน้อยกับปวดสะโพกเกือบอาทิตย์ กว่ารอยแดงตามตัวที่เหมือนคนเป็นเอดส์จะหายก็กินเวลานานพอสมควร


พอแล้วนะพอแล้ว แบคฮยอนขยาดเหลือเกินกับการเสียตัวครั้งแรกในชีวิต


สาบานได้ว่าต่อจากนี้ไปเขาจะไม่เอากับใครหน้าไหนอีกแล้ว


แม้แต่กับชานยอลก็ตาม!


 

สะบัดหัวไล่ความคิดพวกนี้ออกไปให้หมด เขาไม่อยากนึกถึงผู้ชายหน้าหล่อที่เคยไปตามกรี๊ดอยู่พักใหญ่จนเกือบทำให้เสียการเรียนและ และตอนนี้แบคฮยอนก็รู้แล้วว่าผู้ชายไม่ได้ทำให้มีอนาคต ผู้ชายทำให้แบคฮยอนกำลังจะหมดอนาคต!


ต่อไปนี้จะตั้งใจเรียน ไม่สนใจไอ้หน้าไหนทั้งนั้นแล้ว คอยดูสิ!


“คยองซู กูจะออกไปข้างนอก มึงจะเอาอะไรไหม” แบคฮยอนหันไปถามเพื่อนตาโตที่นอนเล่นมือถืออยู่บนเตียงพร้อมเก็บของใส่กระเป๋าเป้ไปพลาง ๆ หลังจากเลิกคลาสบ่ายแล้วพวกเขาก็กลับมาที่ห้องทันที นั่งนอนกันให้เวลาผ่านไปเฉย ๆ แถมแบคฮยอนก็ไม่มีท่าทีว่าจะกลับไปนอนห้องของตัวเองเสียด้วย


“มึงจะไปไหน” คยองซูปรายตามองเพื่อนก่อนจะมองเวลาที่หน้าจอมือถือ “นี่มันจะหกโมงแล้วนะ” พูดจบก็หันไปมองท้องฟ้าด้านนอกที่กำลังไล่สีส้มอ่อนและกำลังจะเข้มขึ้นในไม่ช้า


“ไปหอสมุด”


“ตอนนี้?”


“ไปพรุ่งนี้เช้ามั้งสัด จะกินไรไหมกูจะได้ซื้อเข้ามาให้” ถึงว่าจะทำน้ำเสียงหงุดหงิดตอบอีกฝ่ายแต่คยองซูก็ไมได้นึกโกรธอะไรนอกจากลุกขึ้นนั่งบนเตียงแล้วจ้องหน้าเพื่อนตัวเองจนคนถูกมองรู้สึกตัวจึงมองกลับด้วยความสงสัย “มองอะไร”


“นี่ ถ้ากูถามอะไรออกไปมึงจะโกรธกูไหม”


“ถ้าเป็นเรื่องชานยอลกูไม่ตอบนะ”


“แหนะไอ้สัด อย่าดักคอดิวะ กูอยากรู้จริง ๆ นะเว้ย” สิ่งที่กำลังคิดจะถามดันโดนไอ้เพื่อนตาตี่จับจุดทันซะได้ ความสงสัยที่อัดอั้นมาตั้งนานมันคงถึงเวลาที่จะต้องถามออกไปซะที ก็บอกแล้วว่าเขาไม่ได้รู้สึกสบายใจเท่าไหร่กับการที่แบคฮยอนหันไปตั้งใจเรียนเหมือนคนบ้าจนเหมือนว่าเจ้าตัวกำลังหนีอะไรบางอย่างอยู่


“สรุปแล้วเรื่องมึงกับชานยอลนี่ยังไงวะ” หลังจากที่เห็นว่าแบคฮยอนนิ่งไป เขาเลยถามออกมา แน่นอนว่ามันหันมามองเขาอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะผ่อนลมหายใจเฮือกใหญ่


“ก็ไม่ไง”


“หมายความว่าไง”


“ก็ตามนั้น กูคิดตื้นเกินไปเองแหละ” สีหน้าเรียบเฉยของแบคฮยอนทำเอาคยองซูรู้สึกผิดอย่างบอกไม่ถูก ถึงจะรักเพื่อนมากแค่ไหนแต่เขาก็รู้สึกแย่อยู่ไม่น้อยที่วันนั้นดันทำทุกอย่างเพื่อเพื่อนจนบางก็ลืมนึกถึงผลที่จะตามมา


คยองซูดึงเพื่อนตัวเล็กให้ลงมานั่งข้าง ๆ ก่อนจะดึงให้หันหน้ามามอง


“สรุปแล้ววันนั้นพวกมึงไม่ได้คุยอะไรกันเลยหรอ” คำถามของคยองซูทำเอาแบคฮยอนชำเลืองมองหน่อย ๆ


“วันที่มึงเอากุญแจห้องให้มันแล้วบุกเข้ามาหากูถึงที่อ่ะนะ” คยองซูกัดปากเบา ๆ แถมยังทำตากระพริบปริบ ๆ ราวกับว่ามันไม่รู้เรื่องอะไรทั้งนั้นทั้ง ๆ ที่ก็รู้อยู่เต็มอก “คุย แต่กูก็ไม่รู้เหมือนกันว่ายังไง”


“อะไร นี่มันฟันมึงแล้วทิ้งมึงอย่างนั้นหรอ”


“พูดอย่างนั้นก็ไม่ถูกป้ะวะ คิดดูดี ๆ กูก็เอาตัวเองไปเสนอมันถึงที่เลยนะเว้ย”


“แล้วมึงจะให้มันฟันฟรี ๆ เลย?” คำพูดของคยองซูทำเอาเขาจุกอกอย่างบอกไม่ถูก จุกสุดก็น่าจะเป็นช่วงล่างที่ครั้งนั้นมันแสนจะทรมานชิบหาย


“พอเถอะ พูดไปยังไงกูก็ฝ่ายผิดอยู่ดี” แบคฮยอนโบกมือปัดเป็นเชิงไม่สนใจ เขาไม่อยากพูดถึงเรื่องนี้ด้วยซ้ำ เพราะรู้อยู่เต็มอกว่าผิดแบบไม่มีข้อแก้ตัว อยากได้เขาเอง เสนอตัวไปถึงที่ มีคดีลักหลับอีกต่างหาก จะเอาอะไรไปเรียกร้องล่ะ


ถ้าจะถามหาความรับผิดชอบจากชานยอลนะ อย่าดีกว่า


“ไอ้สัด ขอถีบยอดหน้าที ตอนอยากได้ก็อยากได้จนตัวสั่น พอได้ละทำเมิน ทำไมวะ มันลีลาแย่หรอหรือยังไง มันเล่นท่าพิสดารกับมึงใช่ไหม กูจะได้ไปจัดการให้” คยองซูเริ่มทนไม่ไหวกับท่าทีของแบคฮยอน แน่นอนว่าเขาไม่รู้ว่าคืนนั้นทั้งสองจะทำอะไรกันบ้าง แต่พอจบจากวันนั้นเพื่อนตัวดีก็เปลี่ยนไปจนเขาชักจะสงสัยแล้วว่าชานยอลมันทำอะไรกับเพื่อนของเขา


“อย่าเอ็ดไปมึง ชานยอลลีลาดีชิบหาย ดีจนกูไม่อยากได้มันอีกแล้ว เข็ดสัด ๆ” พูดแล้วก็ทำท่าขนลุกไปตามความคิด


“เดี๋ยว กูว่ามันย้อนแย้งนะ” เพื่อนตาโตมองอีกคนด้วยสีหน้าไม่ค่อยเข้าใจเท่าไหร่นัก แต่นึกถึงสภาพของมันวันนั้นแล้วก็ต้องเลิกคิดไปเลย “แล้วตอนนี้มึงยังชอบมันอยู่ไหม”


“ชอบดิ แถมกูยังชอบมันมากกว่าเดิมอีก” อีกฝ่ายตอบทันควันแบบไม่ต้องหยุดคิด


“แบคฮยอน กูว่ามึงกำลังสับสนอะไรสักอย่างอยู่แน่ ๆ” กลายเป็นว่าคยองซูเริ่มปวดหัวหน่อย ๆ กับคำตอบที่สวนทางกันของคนเพื่อนร่วมห้อง “มึงบอกว่ามึงยังชอบมัน แต่มึงไม่อยากได้มันแล้ว?”


“เออ ตามนั้น” แบคฮยอนไม่ได้ปฏิเสธอะไรเพราะเขารู้สึกแบบนั้นจริง ๆ จากที่เคยชอบชานยอลมาแค่ไหนปัจจุบันก็ยังชอบมากกว่าเดิมด้วยซ้ำ ชอบจนไม่อยากอยู่ใกล้ แม้แต่หน้าเขาก็ไม่อยากเห็น มันทรมานแค่ไหนเมื่อรู้อยู่แก่ใจว่ายังไงก็คงไม่มีวันได้ชานยอลมาครอบครองเป็นของตัวเอง


ร่างกายหน่ะคงใช่ แต่จิตใจหน่ะ ไม่มีทางหรอก


“กูไม่เข้าใจ” ท่าทีงงงวยของคยองซูทำเอาแบคฮยอนต้องพรูลมหายใจออกมา คิดในหัวว่าจะอธิบายให้เพื่อนฟังยังไงดี


“สรุปเลยนะ กูยังชอบมันอยู่ แต่กูไม่อยากอยู่ใกล้ เพราะตอนนี้กูกลับมาตั้งใจเรียนตามที่สัญญากับมึง การที่เห็นหน้าชานยอลมันทำให้ใจกูเขว กูไม่อยากวิ่งตามมันอีกแล้ว”


“…”


กูคิดว่าการที่กูชอบเขาอยู่ห่าง ๆ แบบนี้มันก็คงจะดีกว่า กลับไปเป็นเหมือนเดิมก็น่าจะดี”


“แล้วมึงคิดว่าทุกอย่างมันจะเหมือนเดิมหรอวะ” คยองซูพูด แน่นอนว่าประโยคนั่นทำเอาแบคฮยอนชะงักนิ่ง “ตอนนี้กูไม่เข้าใจมึงเลยว่าใจมึงกำลังคิดทำอะไร แต่มึงบอกว่ามึงชอบชานยอล ได้เสียกันสมใจ แล้วตอนนี้มึงบอกจะกลับไปชอบมันแบบเดิม มึงคิดว่ามันจะเหมือนเดิมจริง ๆ หรอวะ”


“...”


“กูว่าตัวมึงเองก็คงรู้ดีนะว่ามันเป็นยังไง”


“...”


“เรื่องนี้มันไม่ได้ยากหรอกแบคฮยอน มึงหน่ะคิดมากไปเอง” คำพูดของเพื่อนตาโตเรียกให้แบคฮยอนนั่งคิดตามอีกฝ่ายไปด้วย


การที่เขาบอกว่าจะกลับไปอยู่ในจุดเดิมหน่ะ มันคงเป็นไปไม่ได้หรอก แต่จะให้ทำยังไงวะ ก็ในเมื่อสิ่งที่เป็นอยู่ตอนนี้มันไม่โอเค แน่นอนว่าเขากับชานยอลก็คงไม่มีวันเป็นไปได้มากกว่านี้ เพราะทุกอย่างมันเริ่มต้นจากการทำอะไรไม่คิดของเขาเอง


ดังนั้นแบคฮยอนก็ควรจะรับผิดชอบความรู้สึกของตัวเองมากกว่าที่จะให้ชานยอลหรือคนอื่นมารับผิดชอบ เรื่องที่จะให้อีกฝ่ายหันมาสนใจเพราะมีอะไรกันแค่ครั้งเดียวนี่ยิ่งเป็นไปไม่ได้ มันก็แค่เรื่องเล็กน้อยสำหรับผู้ชายและไม่มีเหตุผลที่ชานยอลจะต้องมาสนใจเขา


ขนาดวันนั้นที่อีกฝ่ายมาหา บอกเลยว่ายิ่งเห็นหน้าก็ยิ่งรู้สึกผิดที่ทำไปแบบนั้น เขาชอบที่จะมองชานยอลอยู่ห่าง ๆ มากกว่าที่จะอยู่ใกล้กัน ชอบแอบมองมากกว่าการจ้องหน้ากันในระยะประชิด ชอบที่ไม่สามารถจับต้องอีกฝ่ายได้


ชอบที่แค่มองก็มีความสุข


แบคฮยอนอาจจะคิดมากไปจนหาอะไรเยียวยาจิตใจตัวเองไม่ได้นอกจากตั้งใจอ่านหนังสือ อย่างน้อยมันก็ช่วยฆ่าเวลาไม่ให้เขาขบคิดเรื่องพวกนั้นอีก กลัวว่าถ้าคิดเขาก็ยิ่งกลัวการเข้าใกล้ชานยอล


เชี่ย.. ทำไมแม่ง...


“เฮ้อ.. ช่างมันเถอะ ไม่แดกอะไรใช่ไหม กูไปละ” แบคฮยอนส่ายหน้าสะบัดความคิดตัวเองก่อนจะสะพายเป้แล้วเดินออกจากห้องไป หยิบหูฟังมาเสียบหูทั้งสองข้าง เปิดเพลงเพื่อไล่ความฟุ้งซ่านที่อยู่ในใจก่อนจะเดินออกไปจากหอ


ต่อจากนี้จะเป็นยังไงก็ช่างเถอะ แค่ไม่เจอหน้ากันก็พอแล้ว

 

 

 





 

 

 

ใครคือบยอนแบคฮยอน?


คำถามนี้มักจะถูกถามขึ้นทุกครั้งหลังจากกลุ่มเพื่อนชอบเอ่ยแซวเป็นพัก ๆ ว่าผู้ชายที่ชื่อบยอนแบคฮยอนชอบเขา และก็ดูท่าจะชอบมากเสียจนยอมโดดเรียนหลายวิชาเพื่อมาตามเฝ้า อ้อ อย่าถามเรื่องที่เขารู้ได้ไงว่าผู้ชายคนนั้นโดดเรียน ก็เพราะว่าเรื่องที่หมอนั่นชอบเขาหน่ะมันแพร่สะพัดไปเกือบทั่วมหาลัยเลยหน่ะสิ


แต่น่าแปลกที่ชานยอลมักจะไม่เคยรับรู้การมีตัวตนอยู่ของผู้ชายคนนั้นเลยสักนิด ชื่ออะไรนะ แบคฮยอน? ตอนแรกเขาก็นึกว่าเป็นผู้หญิงเสียอีก แต่กลุ่มเพื่อนก็บอกอีกว่าเขาเป็นผู้ชาย


ผู้ชายที่ใคร ๆ ก็อยากได้


เวร แล้วทำไมชานยอลถึงไม่รู้จักละวะ


อาจจะเป็นเพราะว่าช่วงเข้ามหาลัยมาในคราวแรกชานยอลได้รู้จักกับคยองซูแล้วถูกริมฝีปากรูปหัวใจ สะกดจิตทำให้ชายหนุ่มไม่วอกแวกกับใครอื่นที่เข้ามา และยังมั่นคงกับคำตอบของตัวเองเสมอว่าเขาชอบคยองซูมาก ชอบจนอยากจะได้มาเป็นแฟน


เกือบหนึ่งเทอมที่ชานยอลตามจีบคยองซูคณะวิทยาศาสตร์ ทั้งซื้อขนมให้ ส่งข้อความหา ไปรับไปส่ง และอีกหลาย ๆ อย่างที่คนจีบเขาทำกัน แต่คนคิดมันมีแค่คนเดียวแถมอีกฝ่ายก็ไม่ได้คิดอะไรด้วย ยังไงก็ไม่มีทางพัฒนาความสัมพันธ์แน่ ๆ


และทุกอย่างมันกลับตาลปัตรไปหมดหลังจากคืนนั้น


เขายอมสารภาพก็ได้ว่าถึงใจจริงจะชอบคยองซูมากแค่ไหน แต่เรื่องของร่างกายมันก็ห้ามใจไม่ได้จริง ๆ ธรรมดาของผู้ชายที่มีเมียรักเป็นหัตถ์ซ้าย บ้างก็ขวา พอได้เจอกับของจริงเข้าก็เหมือนร่างกายถูกสับสวิตช์ ระบายทุกอย่างออกมาแบบเต็มเหนี่ยว ใส่ไม่ยั้งจนไม่ทันได้ดูตาม้าตาเรือก่อนว่าคนที่มารับเคราะห์คนนั้นเป็นใคร


คืนนั้นชานยอลเมามาก


และใบหน้าสุดท้ายที่จำได้คือคนที่เขาชอบ


แต่สัมผัสและกลิ่นกายมันไม่ใช่ ..


จะผิดไหมถ้าเขาคาดหวังให้คนคนนั้นเป็นคยองซู แต่ไม่ว่าจะจินตนาการยังไง เสียงร้องผะแผ่ว กลิ่นหอมอ่อน ๆ และผิวเนียนของคนคนนั้นก็ดึงความสนใจไปจนหมด และเขาเองก็ไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าเอาแต่ใจกับร่างกายนั้นมากแค่ไหน จนลืมตาตื่นขึ้นมาหลังจากเสร็จกิจไปสักพัก


ชานยอลถึงได้รู้ตัวว่าผู้ชายที่นอนอยู่กับตนไม่ใช่คนในความคิด


แต่เป็นเพื่อนสนิทของคยองซูต่างหาก



ก็อย่างที่ว่าไป เขาชอบคยองซูมาก ๆ และคิดว่าจะชอบต่อไป จึงรู้สึกผิดที่เผลอตัวทำเรื่องไม่ดีกับเพื่อนสนิทของอีกฝ่าย ไม่กล้าแม้แต่จะเข้าไปหา กลัวถูกมองว่าเป็นผู้ชายมักมาก ไร้ความรับผิดชอบ กระทำชำเรากับร่างกายของคนที่ไม่รู้จักมักจี่ได้อย่างเอาแต่ใจ


หัวสมองของชายหนุ่มแทบระเบิด นั่งขบคิดเรื่องนั้นตั้งแต่เช้าเพราะตื่นขึ้นมาก็ไม่เห็นร่างเล็กนอนอยู่ข้าง ๆ จนกระทั่งตอนกำลังจะออกจากห้องพัก เพื่อนห้องตรงข้ามก็เป็นประตูออกมาพอดี อีกฝ่ายเอ่ยแซวกันอย่างสนิทสนมและคำพูดนั่นก็ทำให้ชานยอลได้รู้ความจริงบางอย่าง



‘เมื่อคืนกูกลับหอมาพอดี เห็นคยองซูเดินแบกมึงขึ้นห้อง ตอนแรกกูก็คิดแล้วแหละว่าแม่งต้องได้เสียกันแน่ ๆ’

‘แต่สักพักก็มีผู้ชายคนนึงเข้ามาช่วยประคองมึงอีกข้าง หายเข้าไปในห้องพร้อมกันสามคน โห ในใจกูนี่นึก สวิงกิ้งแน่นอน สักพักประตูห้องมึงก็เปิดตอนที่กูอยู่กำลังจะออกห้องพอดี แต่พอได้ยินเสียงปิดประตูห้องมึงกูก็เลยส่องตาแมวดูก่อน’

‘กูเห็นคยองซูแม่งยืนยิ้มอยู่หน้าห้องมึง ยิ้มเหมือนมีนัยอะไรบางอย่าง แล้วกูก็คิดว่าเมื่อไหร่ผู้ชายอีกคนจะออกมาด้วย จนคยองซูของมึงเดินออกไปนั่นแหละ’

‘คงไม่ต้องเล่าต่อหรอกนะว่าเมื่อคืนเกิดอะไรขึ้น กูว่าพวกชั้นสามต้องตะโกนด่าห้องมึงแน่ ๆ เสียงดังกันชิบหาย’

‘แล้วมันไม่ใช่แค่รอบเดียวไง มันนานมากจนบางทีกูก็สงสัยว่ามึงไปอดอยากมาจากไหน สงสัยมึงอ่านประมวลกฎหมายจนเครียด ปลดปล่อยบ้างก็ดี’



‘ว่าแต่.. มึงชอบคยองซูไม่ใช่หรอวะ’



ชานยอลนิ่งเงียบไปทันทีเมื่อถูกถามด้วยประโยคสุดท้าย มันคล้ายกับมีมือล่องหนตบหน้าเข้าฉาดใหญ่จนชาไปหมด แต่เพราะว่าเรื่องที่เพื่อนเล่ามามันทำให้เขาเกิดความสงสัย ชานยอลรู้ว่าผู้ชายคนนั้นชอบเขา และคยองซูเองก็รู้เหมือนกันว่าเขาชอบ แต่ทำไมถึง...


คงไม่ใช่อย่างที่คิดหรอกมั้ง


ชายหนุ่มครุ่นคิดกับตัวเองอย่างพิจารณา แต่ไม่อยากคิดไปเองเพราะมันอาจจะเป็นความผิดพลาด สุดท้ายก็ต้องหงุดหงิดต่อสู้กับความผิดชอบชั่วดีในตัวเองไม่ไหว จึงหุนหันออกไปเพื่อตามหาผู้ชายคนนั้นแล้วชานยอลจะรับผิดชอบทุกอย่าง


แน่นอนว่าเขาต้องไปหาคยองซูและสารภาพเรื่องเมื่อคืนก่อน  จากนั้นค่อยถามว่าผู้ชายคนนั้นอยู่ไหน เมื่อเจออีกฝ่าย ชานยอลก็ทำทุกอย่างตามที่วางแผนมา แต่อาการแปลก ๆ ของคยองซูก็ทำให้เรื่องก่อนหน้าเริ่มมีเค้าโครงขึ้นมาบ้าง


ชานยอลรู้ว่าคยองซูไม่ได้ชอบเขา และจะเป็นไปได้ไหมว่าอีกฝ่ายพยายามที่จะยัดเยียดคนอื่นมาให้


คิดได้แบบนั้นก็นึกหงุดหงิดเข้าไปใหญ่ ไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น เขาพูดด้วยน้ำเสียงที่ไม่พอใจอย่างที่ไม่เคยทำเพื่อเค้นเอาเลขห้องและกุญแจมา เขาจะต้องไปคุยกับผู้ชายคนนั้นให้รู้เรื่อง เพราะว่าไอ้ที่เขาระบายความใคร่ในคืนนั้นมันรุนแรงมากจนคิดว่าอีกฝ่ายอาจเจ็บตัวแน่ ๆ


และเขาก็คิดไม่ผิด


ชานยอลถือวิสาสะเข้าห้องโดยที่ไม่พูดอะไร เห็นใครบางคนนอนคลุมโปงอยู่ใต้ผ้าห่มผืนหนา ดวงตาคมกวาดมองรอบห้องอย่างพินิจและพบว่าที่นี่ไม่น่าจะเป็นห้องพักจริง ๆ ของอีกฝ่าย เขาวางของทุกอย่างไว้บนโต๊ะแล้วขึ้นไปนั่งบนเตียง จ้องมองก้อนผ้านวมนั่นด้วยความรู้สึกหลากหลาย


กระทั่งอีกฝ่ายโผล่หน้าออกจากผ้าห่มพร้อมกับนัยน์ตาเรียวที่เบิกกว้าง  แบคฮยอนคงต้องตกใจเป็นธรรมดาเพราะเห็นคนอื่นที่ไม่ใช่เพื่อนนอนอยู่ข้าง ๆ ค้างท่านั้นอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะทำท่าลุกหนีนั่นแหละ เขาก็รู้เลยเรื่องเมื่อคืนเป็นการวางแผน


แบคฮยอนเหมือนกระต่ายขาวที่ไม่รู้ทิศทางว่าตัวเองควรจะไปไหน อีกฝ่ายเดินวนอยู่ในเขาวงกตที่ตัวเองเป็นคนสร้างขึ้นมา และชานยอลก็คล้ายกับหมียักษ์ที่ไม่คิดจะสนใจกินเนื้อกระต่าย จนเมื่อได้เห็นคนตัวเล็กในตอนที่มีสติอีกครั้ง ก็มีความคิดหนึ่งที่แวบเข้ามาในหัว


เนื้อกระต่ายก็นุ่มดีเหมือนกัน

โอเค นั่นเป็นอะไรที่ไม่สมควรจะคิดมันขึ้นมาด้วยซ้ำ เพราะชานยอลชอบคยองซู แบคฮยอนเป็นเพื่อนของคยองซู แต่เขาดันมาคิดว่าแบคฮยอนน่าสนใจ มันเป็นเรื่องที่ย้อนแย้งในหัวจนสุดท้ายก็ต้องยอมรับนั่นแหละว่าตัวเองได้เปลี่ยนไปแล้ว


เขาคิดว่าแบคฮยอนน่ารักจริง ๆ นั่นแหละ..


ถอนหายใจเฮือกใหญ่กับความคิดของตัวเองที่ดูไม่สมเหตุสมผลซะเท่าไหร่ ผ่านมาแล้วเกือบสองสัปดาห์ที่ไม่ได้เจอแบคฮยอน ความจริงตอนที่เห็นคยองซูแล้วเดินเข้าไปทัก ในใจก็แอบคิดอยู่เหมือนกันว่าผู้ชายคนนั้นจะอยู่ด้วยรึเปล่า แต่ก็นึกคิดกับตัวเองอีกครั้งว่าทำไมจะต้องถามหาคนอื่นทั้งที่มันไม่จำเป็นเลยสักนิด


ก็ต้องยอมรับว่าสติของชานยอลแทบจะไม่อยู่กับเนื้อกับตัว เขาไม่มีสมาธิจะอ่านกฎหมายอาญาที่จะควิซในอีกสองวันข้างหน้าด้วยซ้ำ เอาแต่คิดเรื่องของแบคฮยอนและก็ไม่มีท่าทีว่าจะสะบัดใบหน้าจืดชืดนั่นออกจากหัวได้


จืดชืด แต่ก็ไม่ได้ไร้รสชาติไปซะทีเดียว


เอาจริง ๆ คืนนั้นก็ไม่ได้แย่..


อ่า.. ให้ตายเถอะ นี่เขาคิดเรื่องบ้าอะไรอยู่


นั่งเคาะนาฬิกาเรือนสีทองของตัวเองอยู่ในห้องสมุดมาได้สักพัก เนื้อหาตรงหน้าก็ไม่เข้าสมองเลยสักนิด เหม่อมองไปรอบทิศที่มีนักศึกษาประปราย ผู้คนไม่ได้เยอะมากเพราะเป็นห้องสมุดตึกเก่าไม่ค่อยมีใครมาใช้งาน และเขาก็คิดว่านี่เป็นสถานที่ที่เหมาะกับการอ่านหนังสือ เพราะมันเงียบและไม่มีบรรณารักษ์เดินเพ่นพ่านเหมือนตึกใหม่


“ขอโทษนะครับ โซนหนังสือวิทย์อยู่ตรงไหนหรอครับ” เสียงของใครบางคนเรียกสายตาคมให้หันขึ้นมองอย่างไม่นึกใส่ใจ ไม่รู้ว่าทำไมถึงต้องมองหาที่มาของเสียง อาจจะเพราะว่ามันคุ้นหูละมั้ง จนเมื่อเห็นแผ่นหลังเล็กของคนคนนั้น


นั่นมัน..


“ตรงเข้าไปล็อกนี้ ช่องที่มีป้ายสีฟ้าแปะอยู่ข้างหน้าค่ะ” นักศึกษาที่สวมเสื้อคลุมบรรณารักษ์พูดขึ้นพร้อมกับชี้นิ้วไปยังท้ายสุดของห้อง กรอบหน้าเล็กหันตามไปก่อนที่จะค้อมศีรษะเป็นเชิงขอบคุณ


ชานยอลจับจ้องร่างนั้นอย่างไม่วางตาราวกับถูกสะกดจิต ก็แน่ล่ะ เกือบสองอาทิตย์แล้วไหมที่ไม่เห็นใบหน้านั่นจริง ๆ นอกจากจะเป็นภาพหลอนอยู่ในหัวแล้ว จู่ ๆ ก็โผล่หน้ามาแบบไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย


ให้ตายเถอะ ตามหลอกในความคิดยังไม่พอ ชีวิตจริงเขาก็ยังเห็นหมอนั่นอีกหรอ


ขมวดคิ้วก้มหน้าลงหวังจะอ่านหนังสือที่วางค้างไว้ พยายามควบคุมความสติของตัวเองไม่ให้สนใจเสียงเท้าที่ค่อย ๆ ห่างออกไป เขาชักจะเริ่มเกลียดที่นี่เพราะมันเงียบจนได้ยินเสียงทุกอย่าง


ชานยอลไม่รู้หรอกว่าอีกฝ่ายจะเห็นไหมว่าเขานั่งอยู่ตรงนี้ อย่างน้อยหมอนั่นก็ควรจะกวาดสายตามองรอบห้องบ้าง ไม่ได้เดินผ่านไปแบบนั้น อาการขัดใจเริ่มเกิดขึ้นภายในความรู้สึก บอกไม่ถูกเหมือนกันว่ามันคืออะไร ถ้าให้อธิบายก็คงต้องสมมติอะไรสักอย่างที่กำลังสนใจเรามาก ๆ แต่ตอนนี้กลับหมางเมินซะจนหงุดหงิด


นี่หรอที่บอกว่าชอบเขา?


ไม่รู้ว่าทำไมถึงเอามาเป็นเหตุเป็นผลได้ขนาดนี้ ใบหน้าหล่อเหลามองตามแผ่นหลังเล็กนั่นผลุบหายเข้าไปในล็อกหนังสือ เขาจ้องภาพตรงหน้าด้วยความรู้สึกสับสนมากมาย และมันก็มีบางอย่างเกิดขึ้นภายในจิตใจ เป็นอะไรที่ยากเกินกว่าจะเข้าใจตัวเอง


อะไรคือการที่เขาเห็นภาพในคืนนั้นซ้อนขึ้นมาเป็นฉาก ๆ เหมือนมันเพิ่งเกิดทั้งที่ความจริงมันผ่านไปแล้วสองอาทิตย์กว่า ยิ่งไปกว่านั้นคือสัมผัสนุ่มลื่นมือยังติดค้างอยู่ในความรู้สึก เขาพยายามที่จะหยุดคิดแต่สุดท้ายก็ต้องทึ้งหัวตัวเองอย่างแรงทีนึงเพื่อกำจัดภาพเหล่านั้นที่มันก่อกวนจิตใจของเขาจนไม่เป็นอันจะทำอะไร


เกือบห้านาทีที่เอาแต่จ้องมองไปยังที่เดิม ก่อนจะลุกขึ้นจากโต๊ะแล้วมุ่งหน้าไปทางนั้นทันที ไม่รู้แหละ ถ้าวันนี้ไอ้ความคิดที่มันกวนใจไม่ยอมหายออกไป


เขาก็จะไม่จบมันง่าย ๆ หรอก

 

 

 

 







 

“ตึกใหม่ควรจะมีหนังสือให้มันครบกว่านี้หน่อยนะ ไม่ใช่สักแต่ว่าสร้างใหม่แล้วจะลงแต่หนังสือใหม่ ลำบากกูไหมเนี่ยต้องถ่อมาถึงตึกเก่า แม่ง..” แบคฮยอนบ่นเป็นหมีกินผึ้งในขณะเดินเข้าล็อกหนังสือตามที่นักศึกษาคนเมื่อครู่บอก และไอ้แถบสีฟ้าของหมวดวิทย์มันมีตั้งห้าช่อง แล้วแต่ละช่องอย่างกับหน้าผาแกรนแคนยอน


เวร กูจะรู้ไหมว่าหนังสือที่ต้องการมันอยู่ตรงไหน


สุดท้ายก็ได้แต่บ่นพล่ามกับตู้หนังสือ จากนั้นก็เดินเข้ามันล็อกสุดท้ายนั่นแหละ ค่อย ๆ ไล่หาไปเรื่อย ๆ ละกัน เพราะไงพรุ่งนี้ก็ไม่ได้มีสอบอะไรที่ต้องรีบกลับห้อง อย่างน้อยเขาก็มีเวลาอยู่ตรงนี้ได้อีกหลายชั่วโมง ปล่อยให้คยองซูมันนอนหิวตายอยู่ในห้องไป ถ้าขี้เกียจเดี๋ยวมันก็โทรสั่งให้ซื้อข้าวเข้าไปเหมือนเดิม


“...” ความเงียบและความวังเวงในตึกเก่าเป็นอะไรที่แบคฮยอนโคตรจะไม่ชอบ มันสงบเกินไปจนบางครั้งก็นึกจิตนาการว่าต้องมีผีแน่ ๆ เขาชอบตึกใหม่มากกว่า ถึงคนเยอะเสียงดังไปหน่อยแต่มันก็ดีกว่าถ้าต้องมาอยู่ในสถานที่คร่ำครึแบบนี้ ได้ข่าวว่าแถวนี้เป็นแหล่งทองคำของพวกหมอพวกทนาย เพราะเหมาะกับการอ่านหนังสือสุด ๆ แถมเพื่อนในคณะก็บอกว่าที่นี่มันดีมาก การมาอ่านที่นี่ทำให้คะแนนเยอะกว่าทุกครั้งด้วย


เออ จะเยอะหรือน้อยก็ช่างคะแนนเถอะ ถ้าต้องนั่งในที่อับ ๆ แบบนี้แบคฮยอนก็ขอบายละกัน


แล้วตกลงไอ้หนังสือนั่นมันอยู่ตรงไหนวะ!


นึกหัวเสียกับตัวเองพร้อมไล่สายตามองหาเล่มที่ต้องการ ความซวยคือมันไม่มีในตึกใหม่ทั้ง ๆ ที่มันเป็นหนังสือของปีที่แล้ว โวะ! แล้วทำไมกูจะต้องดั้นด้นมาหาถึงที่นี่ด้วย


เดินไล่หาตั้งแต่ล็อกแรกก็ไม่เจอ แต่พอมีเล่มที่เข้าเค้าจึงหยิบมันออกมาติดมือด้วย เดินไล่ไปเรื่อยจนไปถึงอีกล็อกซึ่งก็ไม่ทันได้สังเกตว่ามีคนยืนอยู่ก่อนหน้า จังหวะนั้นก็ไม่ได้สนใจจะมองจริง ๆ จัง ๆ เพราะอาจจะเป็นคุณหมอสักคนที่ต้องการสมาธิ  ก่อนจะเดินผ่านหางตาก็เห็นแล้วว่ากะระยะเบี่ยงหลบ แต่ก็งงว่าทำไมพลาดจึงเผลอเฉียดอีกฝ่ายไปหน่อยนึง


ทั้ง ๆ ที่คิดว่าจะต้องหลบพ้นแน่ ๆ แต่ทำไมถึงยัง..


“ขอโทษครั--...” แบคฮยอนเงยหน้าขึ้นจะพูดขอโทษ แต่ในตอนนั้นก็แทบจะกลืนคำเมื่อครู่นั่นให้ลงคอไปทันที


เหี้ย!


ทำไมชานยอลถึงมาอยู่ตรงนี้ได้!!!


จ้องมองอีกฝ่ายอย่างไม่เชื่อสายตาตัวเอง ตอนแรกก็นึกว่าอ่านหนังสือเยอะจนหลอนไปหมด เบลอจัดชนิดว่าเห็นคนตรงหน้าเป็นชานยอล แต่มองยังไงก็เป็นของผู้ชายคนนั้นแน่ๆ


ร่างกายสูงใหญ่ ไหล่กว้างและโครงหน้าหล่อเหลาสะกดร่างกายของแบคฮยอนให้หยุดนิ่งราวกับก้อนหิน สายตาคมคายส่งทอดมา เขาก็เดาไม่ออกเลยสักนิดว่าอีกฝ่ายกำลังคิดอะไรอยู่ เหมือนถูกเมดูซ่าจ้องตาแล้วตัวแข็งเป็นหิน วินาทีนั้นแบคฮยอนก็ได้แต่ภาวนาให้ใครก็ได้เอาค้อนมาทุบเขาที จะได้แตกสลายกลายเป็นผุยผงแล้วหายออกไปจากที่นี่


ตอนนี้! Now!!


“ไง เจอกันอีกแล้วนะ” ริมฝีปากหนาพูดเอ่ยแบบชัดถ้อยชัดคำด้วยท่าทีสบาย ๆ ชานยอลยกยิ้มที่มุมปากและมันเป็นสิ่งไว้วางใจไม่ได้เลยสักนิด ภาพเก่าในวันนั้นย้อนเข้ามาจนขนอ่อนที่ท้ายทอยลุกชันกันให้พรึบ ความดันเลือดขึ้นสูงสูบฉีดพล่านขึ้นมาบนใบหน้าจนร้อนจัด


‘ถ้าทนไม่ไหวก็ไม่ต้องกลั้นเสียงไว้ก็ได้’


เสียงกระซิบข้างใบหูในวันนั้นมันทำเอาสติของแบคฮยอนแทบกระเจิงหนี ยิ่งในเวลาที่เขาเห็นใบหน้าของชานยอลอีกครั้ง ทุกอย่างก็วนกลับเข้ามาเหมือนเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน


เชี่ย ๆๆๆๆ นี่มันเรื่องเชี่ยไรวะเนี่ย!


“ทำไมเงียบล่ะ” ชานถามขึ้นอีกครั้งหลังจากสังเกตกรอบหน้าเล็กที่ยังคงเอาแต่จ้องเขาตาไม่กระพริบ จนเมื่อเปลือกตาสีอ่อนปิดลงแล้วลืมขึ้นมาใหม่ ก็คล้ายกับว่าสติของอีกฝ่ายได้กลับมาแล้ว


“เอ่อ.. ง-ไง” ไม่รู้ว่าจะทำยังไงต่อไปจึงแต่ตอบแบบนั้นพลางยิ้มแหยให้ นี่ถ้าเป็นเมื่อก่อนเขาคงต้องหวีดร้องราวกับชะนีป่าบ้าคลั่งแน่ ๆ ที่ชานยอลพูดด้วย แต่ตอนนี้มันไม่ใช่ไง! เขากลายร่างเป็นชะนีคลั่งไม่ได้เพราะเขาไม่ใช่ชะนี!


“มาหาหนังสือหรอ?” ชายหนุ่มตัวสูงถามด้วยท่าทีนิ่ง ๆ เขายืนใช้ศอกเท้าวางบนชั้นหนังสือข้าง ๆ ก่อนจะใช้สายตามองไล่คนตรงหน้าอย่างพินิจ หลุบตาไล่มองลงจนไปถึงมือเรียวสวยที่จับหนังสือแน่นจนปลายเล็บซีดไปหมด ก่อนจะช้อนสายตามองจ้องนัยน์ตาเรียวนั่นอีกครั้ง


ตั้งแต่ตอนไหนที่้มองว่าอีกฝ่าย ..


น่ารัก..


“อ่า.. ใช่” คนตัวเล็กพยักหน้าตอบพลางเหล่ตาซ้ายขวาเพราะจะหลบสายตาคนตรงหน้า เขารู้สึกกระอักกระอ่วนเมื่อสบเข้ากับแววตานั่น หัวใจเต้นโครมครามไม่เป็นจังหวะ ไม่คิดว่าจะถูกยืนจ้องหน้าในระยะที่ใกล้ขนาดนี้


แล้วทำไมจะต้องมองเหมือนจะจับกินแบบนั้นด้วยวะ!


“เอ่อ..ขอตัวก่อนนะ”


สุดท้ายก็ทนบรรยากาศอึดอัดตรงหน้าไม่ไหว คนตรงหน้าเองก็ไม่ได้พูดอะไรนอกจากมองกดดัน เออให้มันได้แบบนี้สิวะ จะมายืนจ้องทำพระแสงเลเซอร์อะไร


แบคฮยอนเบี่ยงตัวเดินออกแต่ทว่าอีกฝ่ายก็เดินมาขวางทางไว้ จ้องหน้าอยู่พักหนึ่งก่อนจะตัดสินใจหมุนตัวหันหลังกลับไปทางเดิมแทนที่จะเลือกเบี่ยงไปอีกทาง ไม่โง่เดินเบี่ยงไปอีกทางเพื่อให้โดนขวางหรอก


ขณะที่หันหลังเดินออกไป ลมร้อนที่ข้างหูทำเอาเขาแทบจะร้องลั่น เมื่อจู่ ๆ ก็ถูกซ้อนหลังเดินต้อนให้ชิดไปกับชั้นหนังสือ ครั้นจะหมุนตัวออกแต่ก็ถูกแขนแกร่งยกกั้นไว้ไม่ให้ออกไปไหน คนตัวเล็กเบิกตามองด้วยความตกใจ ยกมือพยายามดันแผงอกคนตรงหน้าให้ออกห่าง ทันใดนั้นเหมือนมีกระแสไฟแล่นผ่านปลาบเข้ามาในร่างกายจนต้องรีบกระตุกมือกลับเข้าไปกุมหน้าอกตัวเองแทน


“จะรีบไปไหนล่ะ อยู่คุยกันก่อนสิ” น้ำเสียงทุ้มทำเอาจิตใจของแบคฮยอนเต้นไม่เป็นส่ำ ท่าทีอุกอาจของชายยอลส่งผลให้สติของเขากระเจิงไปไหนต่อไหนก็ไม่รู้ ทั้งน้ำเสียงและสายตา รวมถึงใบหน้าที่โน้มเข้ามาใกล้นั่นมันโคตรไม่ดีกับใจเลย


“ค-คุยอะไร” ตอบแบบตะกุกตะกักอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ ตกใจไม่ใช่น้อยกับสถานการณ์ในตอนนี้ เขาเดาไม่ออกเลยว่าชานยอลต้องการอะไร ได้แต่กลอกตาล่อกแล่กคิดหาทางออกว่าจะทำยังไงต่อไปดี


ให้ตายสิ! ไอ้แบคฮยอนคนที่ปากดี คนที่ใจเด็ดมันหายไปไหนแล้ววะ! ทำไมเหลือแต่ไอ้เปลี้ยที่ทำเหี้ยไรไม่ได้เลย!


“นั่นสิ.. คุยอะไรดี” อีกฝ่ายลากคำท้ายยาวมันคล้ายกับการกวนประสาทชนิดหนึ่งซึ่งแบคฮยอนเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าชานยอลทำแบบนั้นไปเพื่ออะไร “คุยเรื่องของนายดีกว่า”


คนตัวเล็กเบิกตากว้างพลางจ้องดวงตากลมโตตรงหน้า แต่แค่ครู่เดียวแบคฮยอนก็เบี่ยงหลบสายตาไป พยายามดึงสติของตัวเองให้กลับคืนมา


“ของฉัน?..”


“อือ ของนายนั่นแหละ”


“...”


“สบายดีใช่ไหม” ชานยอลนิ่งไปชั่วขณะก่อนจะเอ่ยถามออกไป จ้องคนตรงหน้าพลางสังเกตอาการ นัยน์ตาเรียวก็ชำเลืองซ้ายขวาไปมาอย่างลนลาน ลมหายใจดูขาดห้วงคล้ายกับคนที่อยู่ใต้น้ำ แถมยังทำสีหน้ากระอักกระอ่วนจนดูแปลกตาไปอีก


ให้ตายสิ อยู่กับเขาแค่นี้ทำไมต้องทำหน้าแบบนั้นด้วย


“อ-อือ ก็..ดี” เกลียดตัวเองที่ตอนนี้เริ่มควบคุมสติไม่ได้ ไม่รู้ว่าจะทำตัวมีพิรุธพูดจาติดขัดให้เขาจับได้ว่ากำลังประหม่าอยู่ แล้วทำไมจะต้องจ้องหน้าเขาขนาดนั้นด้วยวะ!


“หรอ..” ชานยอลลากเสียงเบา “ช่วงนี้ไม่ค่อยเห็นนายหน่ะ เลยสงสัยว่านายคงยุ่งมาก”


“...”


“ใช่ไหม?” วินาทีนั้นหัวสมองขาวโพลนไปหมด ดวงตาของคนตัวสูงจ้องมองมามันทำเอาความคิดล้านแปดในหัวหายวับไปกับตา มีเพียงสองสามคำถามที่ค่อยผุดขึ้นมาทีหลัง


ชานยอลสนใจเขาด้วยงั้นหรอ?


“จะ..จะว่างั้นก็ได้ จะสอบแล้วหนิ ฮ่ะ ๆ” แบคฺยอนเองพยายามควบคุมสติใจดีสู้เสือร้ายที่ไม่รู้ว่าจะมาไม้ไหน ไม่อยากจะคิดเข้าข้างตัวเองไปต่าง ๆ นานาว่าบางทีชานยอลอาจจะสนใจเขาขึ้นมาบ้างแล้ว


...


บ้าหน่า เป็นไปไม่ได้หรอก


“นั่นสิ จะสอบแล้ว อ่านหนังสือบ้างรึยัง” เป็นประโยคธรรมดาแต่แบคฮยอนคิดว่ามันต้องไม่ธรรมดาแน่ ๆ คล้ายกับมีความนัยแฝงมาด้วยซึ่งแน่นอนว่าคนโง่อย่างเขาย่อมไม่รู้อยู่แล้วว่ามันหมายถึงอะไร


เออ กูตามคนไม่ทัน กูไม่ผิด


“อือ จะเริ่มอ่านแล้ว..” จังหวะพูดก็ช้อนสายตามองร่างสูงตรงหน้าอย่างประหม่า เม้มปากแน่นพร้อมกับคาดเดาความคิดของคนตรงหน้าผ่านทางสายตา


แต่ก็อย่างว่า กูโง่ กูไม่ทันคนจริง ๆ


“อยากได้กำลังใจอ่านหนังสือรึเปล่า”


“ห-ห้ะ!?” คนตัวเล็กร้องเสียงหลงอย่างตกใจ ประโยคเมื่อครู่ทำเอาคิ้วเรียวขมวดเข้าหากันทันที ไม่ใช่ว่าไม่เข้าใจในสิ่งที่ชานยอลพูด แต่เขาอยากรู้ว่าอะไรดลใจให้คนตัวสูงพูดแบบนี้ “ก-กำลังใจอะไรของนาย”


“นั่นสิ อยากได้แบบไหนล่ะ” จังหวะที่ถามก็ยื่นใบหน้าเข้ามาใกล้กรอบหน้าเล็ก ปลายจมูกโด่งสัมผัสได้ถึงกลิ่นหอมอ่อน ๆ เหมือนในคืนนั้นไม่มีผิด ภาพต่าง ๆ ก็พรั่งพรูเข้ามาในหัวเป็นฉาก ยิ่งตอนที่ได้สบประสานกับดวงตาตื่นนั่นก็นึกอยากจะซ้ำรอยให้อีกครั้ง หลุบตามองริมฝีปากบางสีชมพูระเรื่อก็ยิ่งทำให้ความคิดเตลิดเปิดเปิง ไม่ต้องพูดถึงปลายจมูกรั้นกับแก้มนวลที่มีเลือดแดงฝาดหรอกนะ


เพราะว่าไม่ตอนนี้จะมองยังไงแบคฮยอนก็ดูน่าแกล้งชะมัด..


“ฮ่ะ ๆๆ ฉันไม่อยากได้หรอ--ก” สายตาเมื่อครู่ของชานยอลที่มองมายังเขานั้นมันยิ่งกว่าการโดนลวนลามเสียอีก นี่ถ้าเป็นเมื่อก่อนก็คงอ้าแขนอ้าขาถวายตัวให้ถึงที่ ใครจะไปนึกว่าจะต้องถูกมองแบบนี้กัน แล้วยิ่งกับคนที่ชอบมาก ๆ ถึงขั้นทำทุกอย่างเพื่อมีอะไรกับเขา


ไม่ได้แบคฮยอน มึงจะมาคิดเยอะทำไมอีก ในเมื่อสร้างกำแพงและพูดกับตัวเองไว้แล้วว่าจะเอายังไง เป็นฝ่ายผิดก็ต้องยอมรับผิดดิวะ


สุดท้ายแบคฮยอนก็แพ้ความผิดชอบชั่วดีไม่อยากจะข้ามขั้นไปมากกว่านี้ แต่ทว่าอีกฝ่ายกลับทำให้ทุกอย่างพังทลายเพียงเพราะริมฝีปากหนาประกบเข้าหากันในจังหวะที่เขากำลังอ้าปากพูด แบคฮยอนเบิกตากว้างด้วยความตกใจ ยกมือดันอีกฝ่ายให้ออกห่างแต่แขนแกร่งกลับโอบรัดร่างกายเขาไว้แน่น


ทุกอย่างมันรวดเร็วยิ่งกว่าไฟลามทุ่ง ลิ้นหนาสอดเข้ามาเกี่ยวกระหวัดพันกันจนแบคฮยอนเกือบสำลักน้ำลาย อีกฝ่ายดูดดุนไล่ต้อนกลีบเนื้อหยุ่นจนหมดหนทางหนี เสียงน้ำลายชื้นแฉะฟังดูน่าเกลียดเมื่ออยู่ในสถานที่เงียบเชียบแห่งนี้ เขาร้องครางประท้วงทุบอกอีกฝ่ายพลางเบี่ยงหน้าหนีเพื่อให้อีกคนปล่อย


ขืนปล่อยให้เป็นแบบนี้เขาจะต้องอ่อนระทวยเพราะรสจูบนี้แน่ ๆ


แต่ไม่ว่าจะออกแรงต่อต้านมากแค่ไหน แบคฮยอนก็ไม่มีแรงจะผลักไสอะไรทั้งนั้น เกือบห้านาทีที่ปล่อยให้อีกฝ่ายรุกล้ำเข้ามาอย่างขัดขืนไม่ได้ ไม่ว่าจะเบี่ยงหน้าหนีแล้วก็ตาม มือหนาก็จะสอดก้านนิ้วมาเขี่ยท้ายทอยจนอ่อนยวบไปข้าง รั้งคอขาวเข้ามาใกล้เอียงองศาให้พอเหมาะก่อนจะบดเรียวปากอย่างตะกละตะกลาม


จนเมื่อได้ยินเสียงครางจากร่างเล็ก ชานยอลก็กดจูบให้แน่นกว่าเดิมพร้อมทั้งเก็บเสียงทุกอย่างให้เงียบกริบราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น


ช่างแนบเนียนและแยบยล


“อึก พ-อก่อน” ขณะที่ริมฝีปากหนาผละออกเพื่อให้คนตัวเล็กได้โกยอากาศเข้าปอด แบคฮยอนเผยออ้าเรียวปากบวมเจ่อพยายามพูดขอให้อีกฝ่ายหยุด ไม่อยากปฏิเสธตนเองเหมือนกันว่าโหยหารสจูบนี้มากแค่ไหน แต่เพราะว่ามันเกิดขึ้นโดยที่เขาเองก็ไม่รู้ที่ไปที่มาว่าทำไมชานยอลถึงทำแบบนี้


มันไม่มีเหตุผลเลยสักนิด


“อยากพอแค่นี้จริง ๆ หรอ” เรียวปากหนาขยับถามก่อนจะกดจูบซับน้ำลายหนืดที่เลอะข้างมุมปากของคนตรงหน้า ปลายจมูกคลอเคลียกับแก้มนุ่มอย่างหลงใหล กลิ่นหอมแบบเด็ก ๆ ทำให้เขาอยากจะฝังใบหน้าสูดดมให้เต็มปอด ยิ่งเวลาที่อีกฝ่ายขยุ้มคอเสื้อเขาแน่น ไหล่บางสั่นระริก หรือแม้แต่ริมฝีปากที่เผยออ้าราวกับว่ารอจูบของเขาอีกรอบ


บางทีก็ไม่มีเหตุผลเหมือนกันว่าทำไมเขาต้องทำแบบนี้


“แบคฮยอน”


“...”


“ทำหน้าแบบนั้น อยากจูบต่อรึไง” คนตัวสูงว่าพลางไล้สายตามองใบหน้าเล็กอย่างพินิจ สังเกตเห็นว่าหน่วยแก้มทั้งสองกำลังแดงปลั่งจนน่าเอ็นดู แต่แค่ครู่เดียวเท่านั้น นัยน์ตาเรียวกลับจ้องเขาเขม็งด้วยความรู้สึกผิดแปลกออกไปจากเมื่อครู่ และไม่ต้องคาดเดาอะไรให้มากความ มือเล็กก็ผลักเขาออกอย่างแรงจนแผ่นหลังกว้างกระแทกกับตู้ด้านหลัง


ชานยอลขมวดคิ้วมองคนตรงหน้าด้วยความไม่เข้าใจ มือเรียวยกถูกริมฝีปากตัวเองอย่างนึกรังเกียจ สายตาที่มองมานั้นมีความโกรธปะปนมาอยู่ด้วย


เล่นกับความรู้สึกคนอื่นสนุกมากไหม


“...”


นายมันทุเรศจริง ๆ

 

คล้ายกับมีมือมาตบหน้าจนรู้สึกชาไปหมด ชายหนุ่มจ้องมองความว่างเปล่าตรงหน้าหลังจากที่แบคฮยอนเดินออกไป ประโยคเมื่อครู่ยังคงวนอยู่ในห้วงความคิด สมองไม่สามารถประมวลผลอะไรได้


ตัวเองทำอะไรลงไป


นั่นสิ เขาทำเรื่องบ้าอะไรลงไป






TBC...







หืม นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน
..........................
คลังฝันยังเปิดจองอยู่นะคะ 330 บาท
สนใจเชิญจิ้มได้ที่หน้าบทความ
ฝากด้วยค่ะ //กราบ

#ฟิคคลังฝัน




O W E N TM.

 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 167 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

6,477 ความคิดเห็น

  1. #6410 pbcy' (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2562 / 23:09
    ชานยอลลลยอมรับความรู้สึกตัวเองหน่อยว่านาย ชอบยัยน้องไปแล้ว
    #6,410
    0
  2. #6356 heykiki (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 16 เมษายน 2562 / 14:39
    ชานยอลม่างงงงงงงงงงง ชอบก็บอก อย่ามาแกล้งน้อง
    #6,356
    0
  3. #6016 heykiki (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2561 / 11:50
    ตอนนี้กลายเป็นชานยอลวิ่งตามน้องแทน 5555555555
    #6,016
    0
  4. #4734 EUNHWA_OK (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2560 / 21:20
    พอแบคจะห่าง ชานก็ทำอะไรบ้าๆ น่าจะโดนตบสักฉาก ชิชิ
    #4,734
    0
  5. #4211 KAKARN_MATO (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2560 / 22:09
    อ้าววว
    #4,211
    0
  6. #3931 Bjin_yui (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 7 มกราคม 2560 / 19:50
    ชานยอลกลับไปคิดนะและรีบมาง้อนาง5555ตอนนี้นางกลายเป็นคนคิดเยอะเลยยยยแบคเอ้ยยยยย
    #3,931
    0
  7. #3908 เจ้าครีม (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 6 มกราคม 2560 / 01:40
    ชานยอลไปแกล้งแบคก็คิดว่าไม่จริงจังดิ โอ้ยยย มันสับมันสนมันซับซ้อนเสียจริง555555555
    #3,908
    0
  8. #3406 nchler (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2559 / 15:35
    โอ้ยแบคค ฮืออออออ
    #3,406
    0
  9. #3371 bouiii (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 28 กันยายน 2559 / 02:54
    ชานยอลอ่ะ แบคมันไม่รู้หรอกนะว่าชานเริ่มชอบแล้ว นึกว่าทำไปเพราะแกล้ง ถัาชอบก็บอกเขาดีๆ
    #3,371
    0
  10. #1615 ㅇㅅㅇ (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 13 เมษายน 2559 / 20:37
    เออ อย่าคิดว่าเขาชอบ อย่าคิดว่าได้เขาแล้วจะทำอะไรก็ได้นะชานยอล

    ที่ทำลงไปแบบนี้เพื่ออะไรถามใจตัวเองดูก่อน

    คนที่หลงรักก่อน ยังไงก็คิดมากกว่า รุ้สึกมากกว่า
    #1,615
    0
  11. #1611 EATWELL (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 13 เมษายน 2559 / 14:05
    คือชานยอลดูฮอตมากไม่ใช่ไรชอบ5555555555555 แต่อย่าทำกับแบคแบบนี้
    #1,611
    0
  12. #1608 milk (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 13 เมษายน 2559 / 11:24
    เราเข้าใจความรักแบบหน่วงๆอย่สงนี้นะ เข้าใจแบคมากเรื่องการแอบชอบใครแล้วต้องจัดการความรู้สึกตัวเอง แต่ก็เข้าใจชานยอลที่กำลังสับสน ฮืออออ อินมากกกก แบคอย่าเข้าใจชานยอลผิดเลยนะ
    #1,608
    0
  13. #1606 พูลิน พูลิน (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 12 เมษายน 2559 / 20:41
    ทำอะไรลงไปคิดดีดีนะชานยอล
    #1,606
    0
  14. #1590 dovy_bubble (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 11 เมษายน 2559 / 20:32
    ตัวเองชอบแบคแล้วชานยอล
    #1,590
    0
  15. #1584 แบ้กซี่ซู่ซ่าส์ (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 11 เมษายน 2559 / 17:56
    โอ้ย ลำไยชานยอลเว้ย กรี๊ดดดดด ทำไปแบบนั้นใครๆก็ติดว่านานเล่นๆป้ะ
    #1,584
    0
  16. #1583 junojunox (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 11 เมษายน 2559 / 17:42
    การเข้าหาพิชานมันดูมาเพื่อเล่นสนุกจริงๆนั่นแหละ ไม่แปลกเลยมี่แบคจะคิดแบบนั้น ไปค่ะพิลาน ไปง้อแบค ถ้าไม่หายโกรธ ก็ง้อวนไปค่ะ!! ไปแสดงความชัดเจนกับแบคค่ะ!!
    #1,583
    0
  17. #1568 yeolliyeol61 yeol (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 10 เมษายน 2559 / 18:20
    โอ้ยยยยย!!!ปาร์คชานยอลนายมันร้ายกาจมากกกกหลงรุกเขาเบอร์ใหญ่ขนาดนี้เขาเรียกหลงรักแล้วเว้ย!!@^;$";//&^$;?(*
    #1,568
    0
  18. #1565 JokerJung (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 10 เมษายน 2559 / 10:10
    จะบ้าตายกับคำว่า TBC. !!!
    #1,565
    0
  19. #1564 BowTy_1loveK (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 10 เมษายน 2559 / 03:37
    โหยยยยย ปาร์คชานยอลคนยังไม่รู้หัวใจตัวเอง ชอบเขาแล้วรู้มั้ยน่ะ นี่ถ้าเป็นแบคก็สับสนอ่ะ จะบ้าหรออยู่ดีๆมาจูบนี่ ให้ความหวังกันชัดๆ นิสัยไม่ดีต้องจับไปตีแรงๆ
    #1,564
    0
  20. #1562 falling0814 (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 10 เมษายน 2559 / 02:29
    ต่อๆๆๆๆๆๆๆ
    #1,562
    0
  21. #1551 Phoenix '4 (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 9 เมษายน 2559 / 19:25
    ในที่สุดเรื่องนี้ก็มาาาา ;-;
    #1,551
    0
  22. #1539 buapeun2 (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 8 เมษายน 2559 / 11:36
    มาต่อเร็ว ๆ นะค้าาาาา ค้างคามากกกกก
    #1,539
    0
  23. #1536 kiriharaPS (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 6 เมษายน 2559 / 23:02
    โอ้วคู่นี้ยังไงนะ คลังฝันที่ปกน่าเอ็นดู เนื้อแท้แสนเร้าร้อนรึเปล่า รออีกนิดหยดจะเต็มปุกแล่วว อิอิ
    #1,536
    0
  24. #1535 Phoenix (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 5 เมษายน 2559 / 20:02
    กรี๊ดดด รอเรื่องนี้ สุดท้ายก็มาจริงๆโด้ยยย รอต่อนะคะรอ ชอบมาก
    #1,535
    0
  25. #1534 ploy_ (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 5 เมษายน 2559 / 15:35
    โหหหห ดีสุดดด มาเร็วๆเลยไรท์
    #1,534
    0