[ exo SF/OS ] คลังฝัน - chanbaek

ตอนที่ 32 : (SP OS) SUGA's BARBER - CHANGA

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 8,061
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 24 ครั้ง
    21 ก.ค. 59

                                                            
     




SUGA's BARBER




แนะนำให้เปิดเพลง Butterfly - BTS ด้วยนะคะ


















 

아무것도 생각하지

ไม่ต้องคิดอะไรทั้งนั้น

아무 말도 꺼내지도

ไม่จำเป็นต้องพูดอะไรออกมา

그냥 내게 웃어줘

แค่เพียงยิ้มให้ผมก็พอ

 

 

 





“ขอบคุณที่ใช้บริการครับ โอกาสหน้าเชิญใหม่นะครับ”

 

มินยุนกิ—ชายหนุ่มเจ้าของเสียงเมื่อครู่เอ่ยบอกลาลูกค้าคนสุดท้ายของวันพร้อมกับค้อมหัวให้อย่างนอบน้อม เขาเผยยิ้มบางให้ตอนที่ประตูสวิงหน้าร้านค่อย ๆ ปิดลง

 

จากนั้นใบหน้าก็กลายเป็นเรียบเฉย

 

“แทฮยอง จัดการพื้นให้เรียบร้อย เสร็จแล้วก็ปิดร้านเลย” ยุนกิหันไปสั่งคิมแทฮยอง—ผู้ช่วยช่างตัด กำลังนั่งเล่นมือถืออยู่ตรงมุมหนึ่งภายในร้าน เด็กคนนั้นปรายตาขึ้นมองก่อนจะพยักหน้าเป็นเชิงรับรู้แล้วเก็บเจ้าเครื่องบางใส่กระเป๋า “อ๋อ อย่าลืมพลิกป้ายหน้าร้านเป็น close ด้วย”

 

“ทำไมวันนี้พี่ปิดร้านเร็วล่ะ ยังไม่ทันจะสามทุ่มเลย” แทฮยองว่าพลางมองเวลาตรงผนัง ปกติแล้วร้านตัดผมชาย ‘SUGA’s BARBER’ จะปิดเวลาสามทุ่มตรง ซึ่งวันนี้มันผิดวิสัยไปเล็กน้อย

 

“ขี้เกียจ” คำตอบนั่นทำเอาคนฟังถึงกับกลอกตามองบนเล็กน้อย “วันนี้วาเลนไทน์ ลูกค้าเขาออกไปเดทกัน ใครมันจะมาตัดผมเวลานี้ มึงบ้ารึเปล่า” ชายหนุ่มว่าพลางเก็บอุปกรณ์ส่วนตัวของตนไปพลาง ๆ กรรไกรจากัวร์ขนาดหกนิ้วถูกเก็บเข้าซองหนังรวมถึงถอดปลั๊กปัตตาเลี่ยนม้วนสายมันให้เก็บเข้าชั้นเลื่อน

 

“แหม ที่ปิดไวนี่พี่จะออกไปเดทใช่ไหมล้า?” เด็กหนุ่มพูดพร้อมกับทำหน้าทะเล้นใส่

 

“เดทที่หน้ามึงอ่ะ รีบกวาดดิ” ยุนกิตอบอย่างไม่ใส่ใจก่อนจะชี้นิ้วไปที่พื้นเป็นการเร่งเร้าให้แทฮยองรีบจัดการเศษผมของลูกค้าคนเมื่อครู่  อีกฝ่ายพยักหน้ารับแล้วรีบเดินมากวาดเศษผมตามที่ถูกมอบหมายงานให้

 

เมื่อเห็นว่ารุ่นน้องยอมกวาดอย่างสงบปากแล้ว ชายหนุ่มเดินเข้าไปที่หลังร้านก่อนจะถอดผ้ากันเปื้อนหนังสีน้ำตาลอ่อนออก รู้สึกอัดอึดกับเครื่องแบบที่ตัวเองเป็นคนกำหนดให้เป็นชุดซิกเนอเจอร์ของร้านเล็กน้อย เชิ้ตขาวติดกระดุมบนและผูกไทด์สีดำมันทำให้ร้านแห่งนี้ดูมีอะไรขึ้นมาบ้าง

 

แต่ก็นะ เขาเองก็เห็นด้วย เพราะมันเรียบร้อยดี

 





กริ๊งง ง ง

 

ขณะที่กำลังจะปลดไทด์ออก ก็สังเกตได้ถึงความผิดปกติภายในตัวร้าน เสียงกระดิ่งเตือนเมื่อมีคนเปิดประตูเรียกความสนใจของยุนกิให้หันไปมอง ถ้าให้เดาเจ้าแทฮยองคงต้องลืมพลิกป้ายหน้าร้านแน่ ๆ

 

และไม่ทันขาดความคิดประตูหลังร้านก็ถูกผลักเข้ามาพร้อมกับใบหน้าของเด็กรุ่นน้อง “พี่ ลูกค้ามาอ่ะ”

 

“กูบอกมึงว่าไง”

 

“เอ่อ.. ให้พลิกป้ายหน้าร้าน” แทฮยองกำลังพูดถึงหน้าที่ที่ตัวเองได้รับมอบหมาย “โธ่.. ก็ผมกำลังจะเดินไปพลิกอ่ะ ลูกค้าก็มาพอดีไง”

 

“ตอแหลตลอด บอกเขาไปสิว่าร้านปิดแล้ว” ยุนกิว่าพลางปลดกระดุมข้อมือแล้วพับแขนเสื้อขึ้นสามทบ

 

“ตัวหนังสือใหญ่เบอเร้อเขียนว่าปิดสามทุ่ม และอีกอย่างถ้าพี่เห็นว่าลูกค้าเป็นใครนะ พี่ไม่อยากปิดร้านหรอก” คำพูดของแทฮยองเรียกความสนใจของคนฟังให้ปรายตามอง

 

แต่ก็เพียงเล็กน้อยเท่านั้นเมื่อดวงตาคู่เล็กมองผ่านคนตรงหน้าไป

 

ร่างสูงใหญ่ของใครบางคนที่ยืนอยู่กลางร้านสร้างความแปลกใจให้กับคนพบเห็น และดูเหมือนว่าอีกฝ่ายเองก็รู้ตัวว่าถูกเจอเข้าให้ ดวงตากลมโตมองสบกันเพียงชั่วครู่ก่อนที่ริมฝีปากอิ่มจะเผยยิ้มกว้าง

 

 




아직도 믿기지가 않아

ผมไม่อยากจะเชื่อเลย

모든 꿈인 같아

ทุกอย่างในตอนนี้ช่างเหมือนกับความฝัน

사라지려 하지마

อย่าเพิ่งหายไปเลยนะ

 

 

 


 

“ชานยอล”

 

ชายเจ้าของร้านตัดผมพูดชื่อของลูกค้าตรงหน้าก่อนจะสาวเท้าเข้าไปใกล้ ทั้งสองมองหน้ากันเผยรอยยิ้มบนหน้า ชายหนุ่มตัวสูงอ้าแขนเล็กน้อยเป็นเชิงรู้กันก่อนที่ยุนกิจะเดินเข้าไปสวมกอดแล้วตบแผ่นหลังหน้าเบา ๆ

 

เพื่อเป็นการทักทายตามประสาคนสนิท

 

“ไงพี่ ไม่เจอกันนาน เตี้ยลงป้ะเนี่ย” ชานยอลว่าในจังหวะที่ผละออกมองคนตรงหน้า

 

“เคยยืน ๆ อยู่แล้ววูบลงไปนอนกับพื้นไหม”

 

“ให้ตายสิ ปากร้ายเหมือนเดิมชะมัด” จากนั้นทั้งคู่ก็หัวเราะออกมาเบา ๆ ยุนกิหันไปมองแทฮยองที่กำลังยืนจ้องพวกเขาอยู่ ดวงตาเรียวมองรุ่นน้องเพื่อเรียกสติก่อนที่อีกฝ่ายจะเข้าใจว่าเจ้าของร้านกำลังหมายถึงอะไร

 

“อ่า.. ผมต้องไปกวาดพื้น” เจ้าเด็กนั่นพูดก่อนจะกลับไปทำหน้าที่ตัวเองต่อ

 

ที่จริงก็ไม่แปลกใจหรอกถ้าแทฮยองจะยืนจ้องพวกเขา เพราะใคร ๆ ต่างก็อยากมองหน้า ปาร์คชานยอล—นักร้องหนุ่มและโปรดิวเซอร์มือดีที่กำลังเป็นที่พูดถึงกันอยู่ในตอนนี้ ด้วยรูปร่างสูงโปร่งและใบหน้าหล่อเหลาเอาเรื่องนั่นก็ดึงดูดสายตาของคนรอบข้างได้เป็นอย่างดี และไม่ต้องพูดถึงเวลาหมอนี่ยิ้มหรอกนะ

 

จะเรียกว่าเป็นการฆาตกรรมหมู่ก็คงจะโหดร้ายไป


 

“ได้ข่าวว่าช่วงนี้งานรัดตัวไม่ใช่รึไง ทำไมถึงแวะมาที่ร้านล่ะ” ยุนกิพูด

 

“งานเยอะก็ใช่ว่าจะไม่มีเวลามาตัดผมซะหน่อย” ชานยอลตอบพร้อมกับกวาดสายตามองรอบร้านก่อนจะเห็นบางอย่างที่แปลกตาออกไป “ผมจำได้ว่าคราวก่อนร้านพี่ไม่มีโซฟาตัวนั้นนะ”

 

“เพิ่งซื้อเมื่อตอนฮาโลวีน แล้วก็ไม่ต้องนับนะว่านานแค่ไหนที่ไม่ได้มาที่นี่” เขาว่าพลางยกยิ้มที่มุมปากอย่างนึกขำกับใบหน้าเหรอหรานั่น

 

“คงนานเกินไปจริง ๆ นั่นแหละ” ชานยอลว่าด้วยเสียงเบา “จริงสิ วันนี้พี่ช่วยแก้ทรงให้ใหม่หน่อยได้ไหม”

 

“จะเอาทรงไหนล่ะ”

 

“ทรงพระเจริญ”

 

“เดี๋ยวกูทุบ” จบคำพูดของเจ้าของร้าน ชานยอลก็หัวเราะร่วนที่ได้กวนประสาทอีกคนเข้าให้ จะว่าหาโรคจิตหรืออะไรก็ได้ แต่เขาชอบเวลารุ่นพี่คนนี้ทำหน้าเหวี่ยงใส่ เห็นแล้วก็อยากแกล้งให้โมโหยิ่งกว่านี้อีก

 

“ตกลงเอาทรงอะไร” สุดท้ายก็เผลอหลุดยิ้มกับความกวนประสาทของเด็กคนนี้ ยุนกิดันไหล่หนาให้ไปนั่งเก้าอี้ตรงหน้ากระจก ก่อนจะมองเส้นผมสีดำสนิทที่ยาวพอสมควร

 

จริง ๆ แล้วมันก็ยาวกว่าครั้งล่าสุดที่เจอ

 


“ทรงเดิมนั่นแหละ แต่ขอหล่อ ๆ”

 

“ของงี้ก็ขึ้นอยู่เบ้าหน้าไหมล่ะ”

 

“แล้วพี่ว่าผมหล่อไหม” ชายตัวสูงพูดพร้อมกับมองสบตาช่างตัดผมผ่านกระจก ทั้งสองสบตากันเล็กน้อยก่อนที่ยุนกิจะเป็นคนหลบก่อน หลุบมองเส้นผมสีดำตรงหน้าอีกครั้งก่อนจะยิ้มหยัน

 

“ถามทำไม ที่บ้านไม่มีกระจกรึไง”

 

“เป็นช่างตัดผมประสาอะไร หัดชมลูกค้าบ้างสิพี่”

 

“เออ ช่างตัดผมแบบไหนก็เรื่องของกูไหม แล้วนี่อยากให้ตัดผมหรือตัดปากดีล่ะ กวนตีนชิบหาย” ยุนกิพูดพร้อมกับขยับขากรรไกรดังฉับ ๆ ข้างหูรุ่นน้องทำเอาใบหน้าหล่อเอียงออกเล็กน้อย

 

“หยอกเล่นนิดเดียวเองหน่า นี่หงุดหงิดหรอ”

 

“จะหงุดหงิดเพราะมึงพูดมากเนี่ยแหละ” จบประโยคของยุนกิ อีกฝ่ายก็ขำคิกคนเดียวจนน่าหมั่นไส้ อดไม่ได้ที่จะผลักหัวทุยให้เอนไปข้างหน้าตามแรง นี่ถ้าเกิดมีปาปารัซซี่แถวนี้คงจะได้ภาพและพาดหัวข่าวว่า

 

ช่างตัดผมใจเหี้ยม ตบเกรียนนักร้องชื่อดังดับอนาจ

 

ปล่อยให้ไอ้ตัวดีหัวเราะจนพอใจ ยุนกิก็หันไปจัดการเอาอุปกรณ์ที่ตนเพิ่งเก็บก่อนหน้าออกมา กางผ้าคลุมให้กับคนบนเก้าอี้แล้วใช้คลิปหนีบไว้ ใช้มือขยุ้มเส้นผมดำอย่างเบามือก่อนจะหยิบกรรไกรจากัวร์ออกมาแล้วเริ่มตัดปลายผมออก

 


 

 

Is it true? Is it true? You..

มันคือเรื่องจริงใช่ไหม

너무 아름다워 두려워

มันงดความเกินไปจนผมหวาดกลัว

 

 



เสียงกรรไกรดังฉับท่ามกลางความเงียบภายในร้าน ทำให้ชายร่างเล็กดูเป็นช่างตัดผมมืออาชีพมากกว่ารุ่นพี่ที่กวนประสาทกันอยู่เมื่อครู่ ชานยอลจ้องมองอีกฝ่ายผ่านกระจกอย่างให้ความสนใจ

 

มินยุนกิเป็นรุ่นพี่สมัยเรียนม.ปลาย พวกเขาทั้งสองสนิทกันเพราะอยู่ชมรมดนตรีและสนใจเพลงฮิปฮอปเหมือนกัน ครั้งแรกที่ได้รู้จักกัน คำถามแรกที่เกิดขึ้นในความคิดคือ ผู้ชายหน้าหวานคนนี้หน่ะหรอชอบฮิปฮอป

 

แต่จะมองคนที่ภายนอกอย่างเดียวคงไม่ได้เพราะเมื่อได้รู้จักกันจริง ๆ แล้ว ไอ้หน้าตาหวาน ๆ นั่นกับรูปร่างกะทัดรัดมันช่างหลอกลวงเหลือเกิน ยอมรับว่ายุนกิเป็นรุ่นพี่ที่สุดยอดมากคนหนึ่ง ทั้งคำพูดคำจา นิสัย และการแสดงออก

 

โดยรวมแล้วเรียกได้ว่าเป็นผู้ชายที่โคตรคนจริง

 

ชานยอลได้มีโอกาสรู้จักและสนิทกับอีกฝ่ายโดยใช้เวลาแค่เดือนกว่า จากนั้นทั้งคู่ก็ไปมาหาสู่กันเป็นประจำ จนใคร ๆ ต่างก็พูดว่าพวกเขาเป็นสนิทเหมือนพี่น้องท้องเดียวกัน เขามักจะไปนอนค้างบ้านรุ่นพี่คนนี้และเล่นกีต้าร์ให้อีกฝ่ายฟังขณะที่เจ้าตัวอ่านหนังสือ ตอนเย็นของทุกวันเราจะไปเล่นบาสที่สนามด้วยกัน

 

แต่นั่นมันก็นานมาแล้ว

 

หลังจากที่ยุนกิจบการศึกษาไป ยอมรับว่าทุกอย่างที่เคยทำด้วยกันก็หายวับไปกับตา มันเหงาและเคว้งคว้างมากกว่าที่คิดไว้ ยุนกิเข้ามาเรียนในตัวเมืองหลวงเพราะสอบติดแฟชั่น นั่นก็เป็นอีกสิ่งที่รุ่นพี่คนนี้ชอบรองมาจากดนตรีฮิปฮอป

 

แต่ชานยอลเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมอีกฝ่ายถึงมาจบที่ร้าน SUGA’s BARBER

 

ตอนที่ได้ข่าวครั้งแรกเกี่ยวร้านตัดผมที่นี่ ชานยอลถึงกับพูดอะไรไม่ออก อาจจะเป็นเพราะเขาไม่เคยรู้มาก่อนก็ได้ว่ายุนกิชอบอะไรแบบนี้ ทั้งแปลกใจและก็ตื่นเต้นในเวลาเดียวกัน จำได้ว่าตอนนั้นเขาเดินเข้ามาในร้าน อีกฝ่ายมองเขาอย่างไม่เชื่อสายตาก่อนที่เราทั้งคู่จะยิ้มให้และกอดกันเหมือนอย่างที่เคยทำ

 

เขาไม่ได้ถามถึงเหตุผลว่าทำไมถึงเปิดร้านตัดผมแทนที่จะเป็นร้านออกแบบเสื้อผ้า และรุ่นพี่ก็ไม่ได้พูดถึงว่าทำไมชานยอลถึงมาตัดผมที่ร้านนี้ พวกเราต่างมองกันผ่านกระจกและไม่มีใครเริ่มบทสนทนาอะไร มีเพียงเสียงกรรไกรที่ตัดเส้นผมดังอยู่ข้างหูเบา ๆ

 

เช่นเดียวกับตอนนี้

 


ยุนกิเพ่งสมาธิให้กับการตัดผมในครั้งนี้พอสมควร และมันคงจะดีกว่าถ้าไม่ถูกสายตาของลูกค้าคนดังจ้องมองทุกการกระทำแบบนี้ เห็นแล้วก็อดไม่ได้ที่จะเคาะกรรไกรลงหัวอีกฝ่าย

 

“มองอะไร”

 

“แค่นี้หวง?” ชานยอลเลิกคิ้วมองผ่านกระจก

 

“กูไม่มีสมาธิ จะเล่นมือถือหรือทำอะไรก็ทำไป อย่าจ้อง” ยุนกิว่าในขณะที่เปลี่ยนฝั่งจัดการกับเส้นผมรุงรังนี่อีกครั้ง ดูเหมือนว่าเพิ่งจะย้อมผมกลับให้เป็นสีดำเหมือนเดิมเพราะด้านในยังติดมีสีน้ำตาลอ่อนติดอยู่เล็กน้อย

 

“ถ้าเกิดมีลูกค้ามาจ้องพี่เหมือนผม พี่จะกล้าพูดแบบเมื่อครู่ไหม”

 

“กูก็จะทึ้งผมแรง ๆ แบบนี้” ไม่พูดเปล่ามือเรียวก็ออกแรงทึ้งผมเจ้ารุ่นน้องจนหัวเอนตามแรง ส่งผลให้ริมฝีปากหนาเผลอร้องลั่นอย่างตกใจ

 

“ทำแบบนี้ลูกค้าก็หายหมดดิพี่” ชายหนุ่มว่าพลางยกมือลูบผมตัวเองที่เมื่อครู่ถูกดึงจนหน้าแหงน ยุนกิหัวเราะแล้วดันมืออีกฝ่ายออกก่อนจะเริ่มตัดผมต่อ “พี่ยังไม่ตอบผมเลย ถ้ามีลูกค้าจ้องหน้าพี่ พี่จะทำไง”

 

“ก็ไม่ทำไง ปล่อยให้เขาจ้องไป” เขาตอบในขณะที่กำลังเล็มเส้นผมตรงเหนือใบหู

 

“ทำไมสองมาตรฐานแบบนี้ล่ะ” ชานยอลพูดด้วยน้ำเสียงปนน้อยใจหน่อย ๆ แต่เชื่อเถอะว่าเขาไม่ได้รู้สึกแบบนั้นจริง ๆ ก็แค่คิดว่าการที่ยุนกิทำแบบนี้นั่นแหละคือตัวตนของพี่เขา “ผมว่าที่ลูกค้าเข้าร้านพี่บ่อย ๆ ไม่ใช่เพราะพี่ตัดดีหรอก”

 

“นั่นปากหรอ”

 

“ฮ่ะ ๆ ไม่ได้จะหมายความว่าแบบนั้นซะหน่อย” นักร้องหนุ่มเว้นจังหวะไปชั่วครู่พร้อมกับมองอีกฝ่ายผ่านกระจก ขณะเดียวกับยุนกิเองก็มองเหมือนกัน “ลูกค้าคงชอบเวลามองช่างตัดที่กำลังใส่ใจกับเส้นผมของเขาละมั้ง”

 

“...”

 

“เหมือนอย่างพี่ตอนนี้ พี่ดูตั้งใจกับการตัดผมมาก ๆ เวลาที่จ้องมันเหมือนพี่ให้ความสำคัญกับทุกจังหวะที่ใช้กรรไกรตัด มันทำให้พี่ดูมีเสน่ห์ดีนะ”

 

“...”

 

“เชื่อเถอะว่าถ้าลูกค้าคนไหนได้มานั่งมองพี่แบบนี้ก็ต้องตกหลุมรักแน่ ๆ”

 

จบประโยคของชานยอลทั้งร้านก็กลับเข้าสู่ความเงียบอีกครั้ง เปลือกตาสีอ่อนกระพริบมองใบหน้าหล่อเหลาในกระจกด้วยความคิดหลากหลาย เพราะคำพูดนั่นทำให้เขาเริ่มรู้สึกแปลกเล็กน้อยก่อนทุกอย่างจะกลับมาเป็นปกติเมื่อริมฝีปากบางยกยิ้มเบา ๆ

 

“พูดแบบนี้ตกหลุมรักกูหรอ”

 

“พี่เพิ่งรู้ตัวรึไง”

 

“...”

 

ผมรักพี่มานานแล้วนะ

 

ราวกับโลกทั้งใบหยุดหมุน ลมหายใจติดขัดไปชั่วขณะคล้ายกับคนไม่รู้วิธีหายใจ ยุนกินิ่งเงียบพูดอะไรไม่ออก จากตอนแรกที่ริมฝีปากของเขายกยิ้มอยู่ก็ค่อย ๆ คลายกลายเป็นใบหน้าเรียบเฉยเหมือนตอนแรก เขาจับจ้องดวงตากลมโตของชานยอลผ่านกระจกอีกครั้ง..

 

บ้าหน่า.. อย่าล้อเล่นกันแบบนี้สิ

 

“ชานยอล...”

 

“และผมก็รู้.. ว่าพี่ก็รักผมเหมือนกัน

 

 

 

 

 

곁에 머물러줄래

คุณช่วยอยู่เคียงข้างผมได้ไหม

내게 약속해줄래

คุณสัญญากับผมได้ไหม

대면 날아갈까 부서질까

หากผมปล่อยมือคุณ คุณจะบินจากไปหรือแตกสลาย..

겁나 겁나 겁나

ผมได้แต่หวาดกลัว

 

 


 

 

ช่างตัดผมกระพริบตาไล่ความคิดของตัวเองอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเบนสายตาไปทางอื่น ก้อนเนื้อกลางอกเต้นไม่เป็นระส่ำเมื่อเห็นสายตาแน่วแน่ของอีกคน  หลุบตามองมือข้างที่ถือกรรไกรสั่นเครือเล็กน้อยเมื่อได้ยินประโยคเมื่อครู่

 

นั่น..มันเป็นความลับที่เขาเก็บไว้เป็นอย่างดี

 

แต่..แต่ทำไม..

 

“ผมรักพี่มากกว่าลูกค้าทุกคนที่ตกหลุมรักพี่เสียอีก” ชายหนุ่มพูดพร้อมกับเผยยิ้มกว้าง “เชื่อผมสิว่าไม่มีลูกค้าคนไหนน่ารักเท่าผมอีกแล้ว”

 

“...”

 

เมื่อเห็นรอยยิ้มและดวงตาสดใสในกระจก ก็คล้ายกับมีค้อนขนาดใหญ่เหวี่ยงเข้ากลางศีรษะจนตื้อไปหมด ยุนกิกระพริบตามองชายหนุ่มด้วยความรู้สึกสับสน ฉับพลันฝ่ามืออีกข้างที่ว่างอยู่ก็ฟาดเข้าจัง ๆ กลางศีรษะตรงหน้าจนชานยอลร้องลั่นร้าน

 

“โอ๊ย! พี่ตบผมทำไมเนี่ย” ชานยอลหันมาถามอย่างสงสัย แต่ทว่ากลับต้องแปลกใจเมื่อเห็นสีหน้าของรุ่นพี่ คิ้วเรียวขดเข้าหากันรวมถึงสายตาดุดันที่มองมายังเขาราวกับว่าอีกฝ่ายกำลังโกรธ

 

โกรธเขาอย่างงั้นหรอ..

 

“พี่..” ในตอนนั้นสมองก็นึกอะไรไม่ออก แต่ก็พยายามที่จะพูดอะไรบางอย่างออกมา “เมื่อกี้ผม..”

 

“มึงจะบอกว่าที่พูดไปหน่ะล้อกูเล่นใช่ไหม” น้ำเสียงไม่สบอารมณ์พูดพร้อมกับสีหน้าปนหงุดหงิด

 

“...”

 

คราวหลังถ้าไม่ได้คิดอะไรก็อย่าพูดแบบนี้อีก

 

 

 

 


시간을 멈출래

ช่วยหยุดเวลาหน่อยได้ไหม

순간이 지나면

ถ้าปล่อยให้ช่วงเวลานี้ผ่านพ้นไป

없었던 일이 될까 잃을까

คุณจะกลายเป็นสิ่งที่ไม่มีอยู่จริงหรือเปล่า ผมจะเสียคุณไหมหรือไม่

겁나 겁나 겁나

ผมได้แต่หวาดกลัว

 

 



 

และตอนนี้ก็เป็นชานยอลเองที่รู้สึกเหมือนโดนตบหน้า เขาชาไปทั่วทั้งร่างกายเมื่อถูกคำพูดแบบนั้นสาดใส่ ยิ่งกว่าตอนที่ถูกคนตรงหน้าไล่ตะเพิดให้กลับไปเรียนในตอนที่เขาโดดไปหาอีกฝ่าย จังหวะนั้นชานยอลก็นึกอะไรไม่ออกนอกจากเผลออ้าคล้ายกับจะพูด

 

แต่ทุกอย่างก็พลันสายไปเมื่อเห็นสายตาของคนตรงหน้า

 

“เป็นพี่เป็นน้องกันมาพูดจาเลี่ยน ๆ แบบนี้ใส่ได้ไง”

 

“...”

 

“กูก็ขนลุกเป็นเหมือนกันนะเว้ย”

 

คนฟังกระพริบตามองอีกฝ่ายด้วยความฉงน จากสายตาเกรี้ยวกราดเมื่อครู่เหลือเพียงแค่แววตาเรียบเฉยพร้อมกับใบหน้าเหยเกเล็กน้อย ชานยอลนิ่งค้างไปก่อนที่ฝ่ามือของยุนกิจะตบเข้าที่ไหล่อีกรอบ

 

“เป็นเชี่ยไรเนี่ย” คนเป็นพี่ถามอย่างสงสัย และครู่ต่อมาดวงตากลมโตก็สบมองอีกครั้งก่อนที่จะได้ยินเสียงพรูลมหายใจออกมาเฮือกใหญ่

 

“ให้ตายสิพี่ เมื่อกี้ล้อเล่นหรอกหรอ” ชานยอลห่อไหล่ลงเล็กน้อยพลางยกมือตบอกตัวเองเบา ๆ

 

“มึงคิดว่ากูพูดจริงรึไง ทีมึงยังล้อเล่นกับกูได้เลย”

 

“ก็แค่อยากแหย่เล่นเท่านั้นเอง ไม่คิดว่าจะโดนเอาคืนแบบนี้ ใจหายใจคว่ำหมด” ยุนกิหัวเราะกับไอ้เด็กใจเสาะที่ยังอ่อนหัดในการแกล้งคนอื่น เขาดันไหล่ให้ชานยอลกลับไปนั่งเหมือนเดิมเพราะตอนจังหวะที่อีกคนหันเส้นผมที่ตกค้างอยู่บนผ้าคลุมก็ฟุ้งกระจายไปทั่ว

 

“มึงมันอ่อนหัด กลับไปฝึกวิชามาใหม่ซะไอ้น้อง” เขาพูดพร้อมกับกลั้วหัวเราะไปด้วย นึกขำกับคนตรงหน้าที่ยังทำท่าเรียกขวัญตัวเองกลับมาไม่เลิก อะไรจะขนาดนั้น

 

“ก็เล่นทำหน้าจริงจังแบบนั้นผมก็ตกใจเป็นสิ ให้ตายเถอะพี่ยุนกิ จะมีสักครั้งไหมที่ผมจะแกล้งพี่สำเร็จ” ชานยอลพูดด้วยเสียงเสียงตัดพ้อ วันนี้เขารู้สึกว่าตัวเองพ่ายแพ้อย่างยับเยิน และมันก็เป็นแบบนี้ทุกครั้งที่เราเจอกัน

 

คนเป็นพี่มักจะเหนือกว่าเสมอ

 


“คนไร้น้ำยาอย่างมึงไม่มีทางทำได้หรอก” เขาไม่ได้พูดจาดูถูกชานยอลหรอก แต่เพราะว่าสถานการณ์และบรรยากาศมันบีบให้พูดออกไปแบบนั้น ยุนกิส่ายหัวอย่างเอือมระอากับคำบ่นกระปอดกระแปดของอีกฝ่าย

 

เหมือนเสียงแมลงหวี่ไม่มีผิดเพี้ยน

 

จากนั้นทั้งสองก็พูดคุยกันสัพเพเหระไปเรื่อย ถามไถ่สารทุกข์สุขดิบกันตามประสา อันที่จริงเขาเองก็พอจะรู้เรื่องราวของอีกฝ่ายผ่านตามโทรศัพท์หรือโซเชี่ยลต่าง ๆ บางทีก็กลุ่มลูกค้าวัยรุ่น ซึ่งก็อดแปลกใจไม่ได้ที่คนอย่างชานยอลจะมีแฟนบอยกับเขาเหมือนกัน

 

“แล้วนี่มาตัดผมแบบนี้พวกสไตล์ลิสเขาจะไม่ว่าอะไรเอาหรอ” ยุนกิถามในขณะที่ใช่ปัตตาเลี่ยนไถผมตรงท้ายทอยให้อีกฝ่าย ชานยอลค้อมหัวให้เพื่อที่จะได้สะดวกในการตัด

 

“ไม่มีใครกล้าว่าหรอก เพราะผมตัดไปทีไรก็ถูกใจกันจนพูดอะไรไม่ออกเลย”

 

“นี่ประชดกูป้ะ”

 

“เปล่า ผมพูดจริง ๆ นะ”

 

“...”

 

“ใคร ๆ ก็ชมว่าร้านพี่น่ะตัดดี โดยเฉพาะเวลาที่ตัดให้ผม มีแต่คนชมทั้งนั้น” ขณะที่พูดชายหนุ่มก็ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่หลิ่วตาใส่กระจกจนคนเห็นอดหมั่นไส้ไม่ได้

 

“นี่มีแค่มึงคนเดียวรึเปล่าที่อวยกู”

 

“อวยพี่ตัวเอง ผมผิดด้วยรึไง” ชานยอลพูดอย่างไม่ยี่หระ

 

“หึ อยู่นิ่ง ๆ เดี๋ยวกูตัดเบี้ยวแล้วจะหาว่าไม่เตือน” ยุนกิแค่นเสียงหัวเราะในลำคอก่อนจะดันศีรษะคนตรงหน้าให้ค้อมลงไปเหมือนอย่างตอนแรก

 

“เชื่อเถอะ ไม่ว่าผมจะดิ้นยังไง พี่ก็ตัดไม่เบี้ยวหรอก” คำพูดหมั่นหน้าทำเอาคนฟังถึงกับเก้กังไปต่อไม่ถูก เล่นชมกันโต้ง ๆ แบบนี้เขาควรจะทำตัวยังไง

 

“ปากดีชิบหาย อยู่เฉย ๆ”

 

จบประโยคต่างฝ่ายต่างก็หัวเราะออกมาเบา ๆ ชานยอลรู้หรอกว่านั่นเป็นวิธีกลบเกลื่อนความขลาดเขินของรุ่นพี่ โดยเฉพาะเวลาที่เห็นแก้มของอีกฝ่ายขึ้นสีระเรื่อ

 

อ่า.. เขารู้สึกว่าตัวเองกำลังจะชนะเข้าให้แล้ว

 

นักร้องหนุ่มยิ้มกว้างกับตัวเองอย่างมีความสุข ปล่อยให้รุ่นพี่จัดการไถผมเก็บรายละเอียดต่อไป เสียงปัตตาเลี่ยนเข้ามาแทนที่ทุกอย่างอีกครั้ง แต่ทว่าบรรยากาศไม่ได้น่าอึดอัดเท่าตอนแรก

 

มันตลบอบอวลไปด้วยความอบอุ่นที่คุ้นเคย นานแค่ไหนแล้วที่ไม่ได้อยู่ด้วยกันแบบนี้ อาจจะเป็นช่วงเวลาสั้น ๆ ที่ต่างคนต่างโหยหา เพราะมันทำให้หวนนึกถึงเมื่อก่อนที่ครั้งหนึ่งเราเคยสนิทกันมาก จนกระทั่งตอนนี้

 

เราก็ยังสนิทกันอยู่

 

หากแต่ความหมายของคนทั้งสองกลับไม่เหมือนกัน

 

ชานยอลสนิทใจที่จะได้อยู่ใกล้รุ่นพี่อีกครั้ง

 

แต่ยุนกิกลับไม่สนิทใจที่ได้เป็นพี่น้องกับชานยอล

 

 

           

 

Butterfly, like a Butterfly

ราวกับผีเสื้อ..

 

 

 

 

ความรู้สึกแบบนี้เกิดขึ้นกับตัวของยุนกิตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน รู้ตัวอีกทีก็ตอนที่ใจเต้นไม่เป็นส่ำเวลาที่ถูกรุ่นน้องมองด้วยสายตาเอ็นดู นึกอยากจะชกหน้าเด็กนั่นให้เลิกทำสายตาแบบนั้น แต่ก็อดยอมรับไม่ได้ว่ามันทำให้หัวใจพองโตแค่ไหน

 

แต่ทุกอย่างก็ยังคงเป็นความลับ

 

เขารู้สึกผิดที่คิดไม่ซื่อกับชานยอล และมันก็นานเกินไปจนคิดว่าตัวเองจะเลิกชอบอีกฝ่าย จนเมื่อได้มาเจอกันอีกครั้ง ความคิดก่อนหน้าก็กลายเป็นศูนย์เมื่อสบกับดวงตาคู่เดิม

 



 

เปรียบความรู้สึกตัวเองเป็นเส้นผม

ไม่ว่าจะพยายามตัดออกไปเท่าไหร่

มันก็ยังงอกใหม่เหมือนเดิม

 



 

เป็นแบบนี้ซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนบางครั้งเขาเองก็อยากตัดทุกอย่างให้มันจบ เคยคิดอยากจะหนีไปที่ไกล ๆ เพื่อจะได้ไม่ต้องเห็นหน้าอีกฝ่าย แต่เมื่อคิดดูดี ๆ ชานยอลก็ไม่ได้ทำอะไรผิด

 

จะผิดก็คงผิดที่ตัวของเขาเอง

 

อีกทั้งเขาเองก็ไม่อยากเอาเรื่องนี้มาพูดเพื่อจบความสัมพันธ์ เพราะรู้ตัวเองดีว่าชานยอลคิดกับเขายังไง แต่ในวันนี้ที่อีกฝ่ายพูดคำว่ารัก ขึ้นมา มันทำเอาเขาหายใจไม่ทั่วท้อง ยิ่งเป็นประโยคที่บอกว่าชานยอลก็รู้ว่าเขารัก ในตอนนั้นแทบลืมวิธีหายใจไปด้วยซ้ำ

 

ขอบคุณที่ชานยอลแค่ล้อเล่น

 

เพราะถ้าหากว่าอีกฝ่ายพูดมันออกมาด้วยความรู้สึกแบบเดียวกันกับเขา

 

ในตอนนั้นเขาก็ไม่รู้จะทำตัวอย่างไรเหมือนกัน

 

 

 

 

마치 Butterfly, bu butterfly 처럼

เหมือนผีเสื้อที่กำลังโบยบินไป

 

 

 

 

 “เสร็จแล้ว” ชายหนุ่มพูดขึ้นหลังจากที่จัดการกับทรงผมคนตรงหน้าจนเรียบร้อย เส้นผมสีดำถูกตัดสั้นตามที่ต้องการแถมเจ้าของร้านก็จับเซ็ทเปิดผมด้านหน้าให้ ชานยอลหันซ้ายขวาเหล่ตามองทรงผมตัวเองในกระจกก่อนจะยกยิ้มอย่างพอใจ

 

“ให้ตายสิ ฝีมือของมินยุนกินี่สุดยอดชะมัด” คนตัวสูงลุกจากเก้าอี้หันมายกนิ้วโป้งให้อย่างร่าเริง ทำเอาคนมองแค่นยิ้มใส่อย่างนึกหมั่นไส้

 

“จะมีวันไหนไหมที่มึงจะไม่ทำตัวเว่อร์ขนาดนี้” ยุนกิพูดขณะเดียวกับที่เก็บอุปกรณ์เข้าที่เหมือนเดิม

 

“ถ้าเกิดว่ามีวันนั้นจริง โลกคงแตก”

 

“เออ กูก็ว่างั้น” เจ้าของร้านส่ายหน้ากับความกวนประสาทเรื่อยเปื่อยของชานยอล ถึงปากจะบอกไม่ชอบหรือรำคาญยังไงแต่มันก็สุขใจทุกครั้งที่ได้ยิน ถ้าหากว่าวันไหนชานยอลไม่กวนตีน วันนั้นโลกคงแตกตามที่อีกฝ่ายว่าจริง ๆ

 

“นี่ พี่ยุนกิ” เด็กหนุ่มตัวสูงพูดขึ้นในขณะที่เดิมตามรุ่นพี่ตัวเล็กไปยังเคาท์เตอร์ ดวงตาเรียวเลิกมองเป็นเชิงสงสัยเพราะจู่ ๆ อีกฝ่ายก็ทำหน้าตาประหม่าซะงั้น

 

“ผมดูดีรึยัง” ชานยอลพูดพร้อมกับขบริมฝีปากตัวเอง

 

“ถามอะไรของมึง”

 

“ตอบมาเถอะหน่า” เพราะคำพูดของรุ่นน้องทำให้คนฟังหรี่ตามองอย่างสงสัย ท่าทีลุกรี้ลุกรนนั่นก็เดาเอาไม่ยากหรอกว่าที่ถามไปน่ะเพราะอะไร แต่ถ้าให้สังเกตดี ๆ วันนี้ชานยอลก็แต่งตัวดีผิดปกติจากที่เคยมาหาเขาที่ร้าน

 

“เดทหรอ” และดูเหมือนว่าเขาจะเดาถูกซะด้วย

 

“ก็.. ไม่เชิงหรอกพี่ วันนี้วาเลนไทน์นี่หว่า”

 

“กับใครล่ะ ดีเจสาวคนนั้น หรือว่า..” ยุนกิเว้นจังหวะไปเล็กน้อย “คนเดิม

 

“ดีเจสาวอะไรกันพี่ เพื่อนกันทั้งนั้น” ชานยอลตอบพร้อมกับเหล่สายตามองทางอื่นก่อนที่จะหันมาสบกับตรงหน้า “ผมก็มีอยู่คนเดียวนั่นแหละ”

 

เมื่อได้ฟังแล้วนั้นแล้วเจ้าของร้านถึงกับแค่นยิ้มแล้วหันไปจัดการกับของบนโต๊ะตัวเองต่อ ปล่อยให้เด็กตัวสูงมันยืนขยุกขยิกไปมา “มึงจะประหม่าไปทำไมวะ”

 

“...”

 

“ตัดผมกับร้าน SUGA’s BARBER ทั้งที ใครเห็นก็ต้องชอบทั้งนั้น”

 

ยุนกิพูดพร้อมกับช้อนตามองคนตรงหน้า จังหวะนั้นความประหม่าของชานยอลในตอนแรกก็ค่อย ๆ เริ่มคลายลงบ้าง “ถ้าเขาจะไม่ชอบมึงเพราะทรงผมก็เรียกมาต่อยกับกูได้เลย กูจะได้เอากรรไกรจากัวร์จิ้มหน้าแม่ง”

 

“นั่นก็โหดเกินไหม” ชานยอลพูดพร้อมกับหัวเราะหน่อย ๆ “เดี๋ยวเขาเสียโฉมมาผมไม่มีเงินรักษาหรอกนะ”

 

“หยอกเล่นหรอก แล้วนี่มึงยังไม่คบกันอีกหรอ” ยุนกิถามด้วยความสงสัย ถ้าจำไม่ผิดไอ้คำว่า คนเดียว ของรุ่นน้องนี่มันก็ผ่านมาแล้วตั้งหลายปี แถมก็เห็นว่าไปไหนมาไหนด้วยกันตลอด แต่ทำไมวันนี้ถึงทำตัวประหม่าราวกับว่าเพิ่งจะเริ่มจีบกันใหม่

 

“โห ระดับนี้ก็คบแล้วดิพี่”

 

“เออ แล้วมึงกังวลอะไร”

 

“ก็.. วันนี้ผมจะขอเขาแต่งงาน

 

 

 

 

마치 Butterfly

คุณช่างเหมือนกับผีเสื้อ

멀리서 훔쳐봐 닿으면 잃을까

หากผมลักพาตัวคุณมาจากที่แสนไกล แล้วปล่อยคุณไป คุณจะหายไปไหม

 

 

 

 


ขณะที่กำลังเก็บกรรไกรของตนเข้าชั้นตรงเคาท์เตอร์ มือของยุนกิก็ค้างอยู่อย่างนั้นก่อนจะค่อย ๆ หันมามองอีกฝ่าย

 

“แต่งงาน?”

 

“อือ ที่จริงผมก็เตรียมการไว้บางส่วนแล้ว เดี๋ยวสองทุ่มครึ่งผมจะออกไปรับเขา แต่รู้สึกว่าตัวเองยังไม่ค่อยดูดีเท่าไหร่ก็เลยแวะมาตัดผมที่ร้านพี่ก่อน” ชานยอลร่ายตารางเวลาที่ตนกำลังจะทำ ซึ่งจังหวะนั้นก็สังเกตเห็นว่าคนตรงหน้ากำลังนิ่งค้างไป “เฮ้ พี่..”

 

“ฮ่ะ ๆ มึง..จะแต่งงานแล้วหรอวะ” ยุนกินแค่นยิ้ม

 

“ยังดิ ผมกำลังจะขอเขาแต่งงานต่างหาก ยังไม่รู้เลยว่าเขาจะตกลงไหม” ประโยคตอนท้ายของนักร้องหนุ่มดูไม่ค่อยมั่นใจเท่าไหร่ ตอนนั้นเองที่ยุนกิสัมผัสได้ถึงความประหม่าที่มีมากจนผิดปกติ

 

“ยังไงเขาก็ต้องตกลง มึงเชื่อกูสิ”

 

“...”

 

“ถ้าปล่อยมึงหลุดมือไปก็ไม่มีใครเหมาะกับเขาเท่ามึงอีกแล้ว” เจ้าของร้านพูดพร้อมกับสาวเท้าเข้ามาใกล้รุ่นน้อง “ยิ่งวันนี้มึงมาตัดผมร้านกูด้วย ยังไม่ทันที่มึงจะเอ่ยปากขอเขาแต่งเขาก็ต้องตอบตกลงมึงแน่นอน”

 

“...”

 

“เชื่อมั่นในตัวเองหน่อยสิวะ”

 

ยุนกิพูดพร้อมกับยกมือตบไหล่กว้างเป็นเชิงให้กำลังใจ ชานยอลยกยิ้มบางให้รุ่นพี่ด้วยความรู้สึกซาบซึ้ง

 

“ขอบคุณนะ พี่เป็นพี่ชายที่ดีที่สุดของผมเลยหว่ะ” ชายหนุ่มว่าทำเอาคนฟังยิ้มกว้างจนตาหยี

 

“พูดแบบนี้อีกแล้ว กูบอกว่ามันน่าขนลุกไง มึงไม่เข้าใจหรอ” ไอ้ตอนแรกก็ตบเบา ๆ อยู่หรอก แต่ตอนนี้กลับลงน้ำหนักเพิ่มจนคนโดนตบเซไปตามแรงเล็กน้อย

 

“โธ่ ก็คนมันซึ้งอ่ะ”

 

“ซึ้งมากก็ร้องไห้สิสัด”

 

“ร้องไม่ได้หรอก เดี๋ยวไม่หล่อ” ยุนกิเบ้ปากมอง

 

“ไอ้ชานยอล กูชักไม่อยากให้มึงแต่งงานแล้วหว่ะ”

 

“อ่าว.. ทำไมพูดงั้น”

 

“สงสารเมียมึงชิบหายเลย มีผัวขี้อวยตัวเองแบบนี้”

 

“นี่ ผมไม่ได้อวยแค่ตัวเองนะ เมียผมก็อวย พี่ผมก็อวย ผมอวยทุกคนเลย” และคำตอบนั่นก็เรียกเสียงหัวเราะของคนทั้งสองให้ดังขึ้นจนแทฮยองที่อยู่หลังร้านชะโงกหน้ามองอย่างสงสัย จะมีความสุขอะไรกันขนาดนั้น

 

และดูเหมือนว่าความสุขจะสั้นกว่าที่คิด รอยยิ้มที่เคยเปื้อนหน้ายุนกิค่อย ๆ จางหายไปเหลือเพียงแค่สีหน้ายินดีกับอีกฝ่าย เขาจ้องมองชายหนุ่มตรงหน้าพร้อมกับคิดว่า มันคงถึงเวลาแล้วที่อีกฝ่ายจะต้องไปจริง ๆ

 

“แต่งงานเป็นฝังเป็นฝาซะทีนะ”

 

“พี่พูดเหมือนคนแก่เลย”

 

“เออ ถึงอายุกูจะแก่แต่ก็หน้าเด็กกว่ามึงนะ”

 

“ประโยคนี้เจ็บสัด ๆ” ชานยอลนิ่วหน้าใส่หวังให้อีกฝ่ายเข้าใจว่าตนเจ็บปวดที่ได้ยินแบบนั้น และดูเหมือนว่ายุนกิจะไม่ได้ใส่ใจมากนัก เขาละมือออกจากไหล่หนาก่อนจะถอยออกมาเล็กน้อย

 

“มึงควรรีบไปนะ จะสองทุ่มครึ่งแล้ว” นั่นคงเป็นประโยคเตือนสติให้ชายหนุ่มตัวสูงยกนาฬิกาข้อมือขึ้นมองก่อนจะพบว่าอีกไม่ถึงสิบนาทีก็จะสองทุ่มครึ่งตามทีอีกฝ่ายพูด ชานยอลเบิกตามองอย่างตกใจ

 

“เกือบไปแล้วไหมล่ะ ขอบคุณมากนะพี่ที่เตือนผม”

 

“เออ รีบไปได้แล้ว จะแต่งวันไหนก็บอกด้วยล่ะ” ยุนกิว่าพลางยกมือไล่รุ่นน้องให้รีบออกไป แต่ไม่ทันที่จะได้หันไปมองทางอื่นร่างกายของเขาก็ถูกกอดฝังจมอกของเด็กคนนี้อีกครั้ง และความอบอุ่นนั่นก็แผ่ไปทั่วร่างกายของเขาจนน่าใจหาย

 

แต่มันก็แค่ครู่เดียวเท่านั้นกับสิ่งที่ได้รับ

 

“ได้ฤกษ์เมื่อไหร่ผมจะแจกการ์ดพี่คนแรกเลย”

 

 

 

 

칠흑 같은 어둠 밝히는 나비효과

การขยับปีกผีเสื้อที่เปล่งประกายท่ามกลางความมืด

작은 손짓 번에 현실을 잊어

สัมผัสที่แผ่วเบาของคุณ ทำให้ผมลืมความเป็นจริงไป

 

 

 

 

ชายหนุ่มตัวสูงพูดขณะที่ค่อย ๆ ผละออกจากคนตรงหน้า ชานยอลยกมือโบกลาเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะเดินออกจากร้านไปพร้อม ๆ กับเสียงกระดิ่งที่จางหายไปตามเวลา ยุนกิยืนนิ่งค้างอยู่ที่เดิมก่อนจะได้สติอีกครั้งเมื่อใครอีกคนเดินออกมาจากหลังร้าน

 

“พี่.. ชานยอลจะแต่งงานหรอ” แทฮยองถามด้วยความสงสัย เขาไม่ได้ตั้งใจจะแอบฟังหรอก แต่เพราะประโยคที่บอกว่าจะแจกการ์ดนั่นก็ทำเอาเดาไม่ยาก

 

“ไม่เสือกสักเรื่องดิ” หันกลับไปตอบเด็กจอมจุ้นเป็นเชิงปัดรำคาญก่อนที่เขาจะพาสารร่างของตัวเองไปนั่งที่เก้าอี้หลังเคาท์เตอร์ พรูลมหายใจออกมาเฮือกใหญ่ก่อนจะหลับตาลง

 

ความรู้สึกชาทั่วร่างนี่มันอะไรกัน

 

นั่งซบหน้าลงกับฝ่ามือด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย มีหลายเรื่องที่เขาไม่เคยคิดมาก่อนว่ามันจะถึงวันนี้จริง ๆ โดยเฉพาะเรื่องที่ชานยอลกำลังจะขอคนนั้นแต่งงาน ให้ตายสิ ไอ้เด็กนั่นมันควรจะมั่นใจในตัวเองสักนิด แถมอีกฝ่ายก็ดูรักมันมากขนาดนั้น สงสัยเขาต้องเตรียมเงินใส่ซองให้คู่นี้ซะแล้ว

 

ขอแต่งงานวันวาเลนไทน์งั้นหรอ

 

เป็นคนโรแมนติกแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่นะ..

 

 

 

 

살며시 쓰다듬는 바람 같아

ราวกับสายลมที่พัดอย่างแผ่วเบา

살포시 표류하는 먼지 같아

ราวกับละอองฝุ่นที่ฟุ้งกระจาย..

 

 


 

กริ๊งงง ง ง

 

“ขอโทษครับ ร้านปิดรึยังครับ” เสียงหนึ่งดังขึ้นทำเอาคนที่ฟุบหน้ากับฝ่ามือตัวเองเงยขึ้นมามองก่อนจะพบชายแปลกหน้าคนหนึ่งยืนอยู่ที่ประตูหน้าร้าน

 

“ปิดแล้วครับ” แทฮยองเป็นคนตอบก่อนที่จะค้อมหัวเป็นเชิงขอโทษ

 

“คือ.. ผมยังเห็นว่าร้านติดป้ายว่า open อยู่ และตอนนี้มันเพิ่งจะสองทุ่มสิบห้า..” ชายคนนั้นว่าพร้อมกับชูนาฬิกาข้อมือขึ้น แทฮยองหันไปมองหน้าเจ้าของร้านที่อยู่หลังเคาท์เตอร์เป็นเชิงถามว่าจะเอายังไงต่อไป

 

ซึ่งตอนนั้นอะไรไม่รู้ที่ดลใจให้ยุนกิลุกจากเก้าอี้

 

“ยังเปิดอยู่ครับ ไม่ทราบว่าเคยมาตัดที่ร้านไหมครับ” และคำตอบของเจ้าของร้านทำเอาแทฮยองหน้าเหวอพูดอะไรไม่ออก ไหนบอกว่าจะปิดแล้ว แต่กลับลุกขึ้นมาต้อนรับลูกค้าแบบนี้เลยหรอ จะบอกว่ามันยังไม่ถึงเวลาปิดร้านก็ใช่

 

แต่.. แต่เมื่อกี้เป็นคนบอกให้เขาปิดร้านเองไม่ใช่หรอ

 

“ไม่เคยครับ เพิ่งมาครั้งแรก” อีกฝ่ายว่าก่อนจะเดินตรงไปยังเคาท์เตอร์ เห็นชายหนุ่มรูปร่างสันทัดกำลังกางสมุดอยู่บนโต๊ะ

 

“ถ้างั้นรบกวนขอทราบชื่อลูกค้าหน่อยครับ เพราะครั้งต่อไปเราจะมีบัตรส่วนลดให้” ยุนกิพูดพร้อมกับหยิบปากกาออกมาเตรียมจดชื่อลูกค้ารวมถึงบัตรส่วนลดที่อยู่ข้าง ๆ กัน ใจจริงตอนนี้ก็ไม่มีอารมณ์จะตัดผมให้ใครทั้งนั้น แต่เพราะความคิดที่ฟุ้งซ่านอยู่ในหัวมันทำให้เขาต้องการที่จดจ่อกับอะไรบางอย่าง

 

การที่มีลูกค้าเดินเข้ามาร้านในเวลานี้ก็อาจจะเป็นเรื่องดีก็ได้

 

“จองกุกครับ”

 

“...”

 

จอนจองกุก

 

 

 

 

거기 있지만 왠지 닿지 않아 Stop

ถึงคุณจะอยู่ตรงนั้น แต่ผมก็ไม่สามารถอาจเอื้อมได้

같은 내게 butterfly, high

คุณเหมือนกับความฝัน

เหมือนผีเสื้อที่โบยบินสูงสำหรับผมเหลือเกิน..

 

 

 

 



END














อ่าว งง กันใหญ่
เกิดอะไรขึ้น
5555555555555555

ฟิคเรื่องนี้มีภาพประกอบอภินันทนาการจาก @mlemonq
รูปมานานแล้วแต่ฟิคเพิ่งมา เราขอโทษนะ..
อาจจะเจอคำผิดมีประโยคเพี้ยนๆไปบ้างอย่าแปลกใจ
เรื่องนี้เราแต่งเองแก้เองคนเดียว(สตรองมาก)
และอัพเวลานี้ใครจะไปอ่านกัน...
เอาเถอะ ทางเลือก ว่างๆก็อ่านกันเนอะ
ขอฝากด้วยนาจา <3


#ซูก้าบาร์เบอร์
















ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 24 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

6,477 ความคิดเห็น

  1. #6155 B.baek#allbaek04 (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2561 / 11:28
    เห้ ไรท์กำลังสร้างเรือผีขึ้นมาใหม่นะ5555
    #6,155
    0
  2. #5331 ตะกุกตะกัก (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 2 พฤศจิกายน 2560 / 00:39
    จุกมากเด้อตอนชานบอกจะแต่งงาน ยุนกิทนเว่อร์ ไม่เป็นไรคนใหม่มาแล้วว ชอบที่สุดเลยไรท์
    #5,331
    0
  3. #4477 MINTT07 (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 11 เมษายน 2560 / 01:46
    ชานจะแต่งกับใครอ่ะ สงสารกิอ่ะแง มาแหวกแต่น่ารักมากเลยอ่ะฮืออออ
    #4,477
    0
  4. #3405 nchler (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2559 / 15:04
    ถ้าคนนั้นคนเดิมของชานไม่ใช่แบค เราโอเคนะกับชานกิ ฮืออออออออออ กิจ๋าาาาา
    #3,405
    0
  5. #2859 Goodbye Loneliness (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2559 / 00:01
    งงเต๊ก....
    #2,859
    0
  6. #2465 krtnjp (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2559 / 19:26
    สงสารพี่กิ ?_____?
    #2,465
    0
  7. #2148 ejdp (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2559 / 18:51
    .... ฮือออออ ชานก้าของเราทำไมตอนแรกมันน่ารักมุ้งมิ้ง ทำไมต้องแกล้งเราด้วย ชานยอลอ่ะเล่นอะไรรู้ไหมพี่น้องกันเค้าไม่พูดเล่นแบบนี้ สงสารยุนกิฮือออ แต่งงานแต่งงานแต่งงาน ม่ายยยยย พี่ก้าลูกค้าคนใหม่ก็น่าสนนะแต่ว่าลูกน้องในร้านนี่ก็งานดีเหมือนกัน 55555555
    #2,148
    0
  8. #2036 ` DieKatze (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 21 มิถุนายน 2559 / 03:23
    นกพี่ชานไปแล้ว เอาจองกุกแทนก็ได้เนอะ 555555
    #2,036
    0
  9. #1846 Kris's Alpaca (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2559 / 20:00
    นึกว่าชานจะรักพี่ยุนกิซะอีก...
    #1,846
    0
  10. #1799 신성 (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 2 พฤษภาคม 2559 / 01:09
    เราก็เคยจิ้นข้ามวงเหมือนกัน เคยเป็นโล่แบคด้วย วันช็อทเรื่องนั้นโคตรน่ารักอ่ะ แต่ไรต์เขาลบไปแล้วววว เสียใจ .อย่ามองเรางั้นนนน เค้าอยากอ่านกุ๊กก้าต่ออ่ะไรท์ ^3^ แทแทนี่สายฮาใช่มั้ยลูก?
    #1,799
    0
  11. #1786 มาามิวววสิคคคคค (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 26 เมษายน 2559 / 17:35
    เอิ่มข้ามวง-___-
    #1,786
    0
  12. #1623 Letanxoxo (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 15 เมษายน 2559 / 01:01
    ซึ่งกับนิยายมากไป แล้วเลื่อนๆอ่านทอร์ค มีภาพประกอบด้วยนะ นี่ก็โง่ เลื่อนหา เลื่อนวนไปเรื่อยๆ เลื่อนขึ้นไปบนสุดยันล่างสุดก็ไม่เจอ สุดท้าย อ่อ โง่เอง มีรูปกรรไกรอยู่ใกล้ๆ ???????????? ????????????????????
    #1,623
    0
  13. #1566 yysalisa (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 10 เมษายน 2559 / 12:29
    คนเดิมคือใครอ่ะ แล้วจองกุกมาปิดแบบนี้คืออะไร สงสารพี่ก้าอ่ะฮือออออออ ตอนนี้ระแวงมากคิดว่าคนเดิมคือจองกุก เฮ้ยยยยย งง งงแรงมากกกกก อยากให้มีต่ออ่ะ จบงงมาก ฮืออออออออ คนเดิมคือแบคเถอะ ฮือออ
    #1,566
    0
  14. #1501 Tsukiteru trey (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 3 เมษายน 2559 / 04:26
    เพราะเป็นพี่ก้า จึงเจ็บปวด...
    #1,501
    0
  15. #1480 เดียร์เมฆ (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 31 มีนาคม 2559 / 13:12
    เกิดมาชานกับในวงยังข้าม เจอชานก้ากดมาเฉย หาคำว่าแบคฮบอนแต่ก็ไม่มี หวังว่าชานจะแต่งกับแบคเนาะ แล้วข้างบ้านเปิดบตฟ.อห ไปเปิดดักรัวๆอะ ชอบนะ ขอสเป อยากรู้กุกมาหาใคร.แล้วชานแบคไหม ข้องใจสุด555555
    #1,480
    0
  16. #1479 nuttopk625 (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 31 มีนาคม 2559 / 01:09
    นี่ถ้าเป็นกิคงจะเจ็บแล้วก็ยินดีที่น้องจะแต่งงาน แต่เพราะโตเลยต้องแยกแยะ...ไรท์ถ่ายทอดความรู้สึกดีมาก นี่อ่านไปก็หน่วงใจ...ลุ้นมากคำว่าคนนั้น กับ คนเดียว สรุปใช่ใช่ม่ะ 55555
    #1,479
    0
  17. #1478 Russalin Tiansri (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 31 มีนาคม 2559 / 00:07
    ชอบมาก
    #1,478
    0
  18. #1477 RealLay (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 30 มีนาคม 2559 / 23:23
    ตลกตัวเอง รออ่านคำว่าแบคฮยอนตั้งแต่ประโยคแรกถึงประโยคสุดท้าย 555555 สรุปไม่มี 55555
    #1,477
    1
    • #1477-1 lolita_zq(จากตอนที่ 32)
      30 มีนาคม 2559 / 23:47
      เราขอโทษษษษ 5555555555555555
      #1477-1
  19. #1475 แอลซ์ (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 30 มีนาคม 2559 / 18:25
    ตอนอ่านชื่อตอนนี่ อะไรๆชานกาๆว่ะ5555555555 นี่นึกว่าแบบร้านตัดผมแสนหวานแบบน้ำตาลไรงี้โอ้ย555555 ข้ามวงเชียว แต่เศร้าอ่าา
    #1,475
    0
  20. #1474 B'Best Z'Fml (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 30 มีนาคม 2559 / 17:40
    ชอบคำพูดทุกประโยคเลยอะ มันดูไม่เด็ก มันดูโต เราชอบภาษาและคำพูดไรท์ม๊ากกก ตอนแรกอ่านชื่อก็งง เอ้ะ ทำไมข้ามวง5555555 แต่พออ่านแล้วแบบ ฮื้อมันดีอะ ชอบบบ ขอภาคต่อค่ะะ
    #1,474
    1
    • #1474-1 lolita_zq(จากตอนที่ 32)
      30 มีนาคม 2559 / 23:47
      ขอบคุณที่ชอบนะคะ ;---;
      #1474-1
  21. #1473 chanyeol_teeth (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 30 มีนาคม 2559 / 16:02
    เมนทั้งคู่เลยค่ะ โอ่ย ใจละลายกับเรื่องนี้55555555 ตอนแรกเปิดหน้าฟิคมา changa? เอ๋อเลย รีบย้อนกลับไปดูว่าเข้ามาถูกบทความปะวะ เกิดความงงอย่างรุนแรง5555555555555555 ชอบค่ะ ฮือ ชอบบ
    #1,473
    1
    • #1473-1 lolita_zq(จากตอนที่ 32)
      30 มีนาคม 2559 / 23:48
      ถูกแล้วค่ะ ชานก้า 5555555555 ขอบคุณที่ชอบนะคะ <3
      #1473-1
  22. #1472 _520tnim (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 30 มีนาคม 2559 / 13:23
    สตั้นไปตั้งเเต่เริ่มเรื่อง 55555 อ่านๆไป ถึงบางอ้อเลยยย555
    #1,472
    1
    • #1472-1 lolita_zq(จากตอนที่ 32)
      30 มีนาคม 2559 / 23:56
      หลู่เหลืองเหลยช่ายม้ายยยย
      #1472-1
  23. #1471 BOSHN94 (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 30 มีนาคม 2559 / 11:53
    นี้ไรท์เป็นกบฎชานก้าหรือนี้ โห้ววว น้ำตาจิไหล ไยพี่ก้าถึงไม่สมหวัง
    #1,471
    1
    • #1471-1 lolita_zq(จากตอนที่ 32)
      30 มีนาคม 2559 / 23:48
      เขาอาจจะสมหวังกับรักครั้งใหม่ก็ได้นะ อิอิ
      #1471-1
  24. #1470 Milk_pcy (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 30 มีนาคม 2559 / 11:45
    เมนฉันทั้งสองคนเลย????????
    #1,470
    1
    • #1470-1 lolita_zq(จากตอนที่ 32)
      30 มีนาคม 2559 / 23:55
      อู้วววววววว สนุกเลยงานนี้ 555555555555
      #1470-1
  25. #1469 chinkichki (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 30 มีนาคม 2559 / 10:49
    นี้อ่านชื่อก็มึนๆ555555555555 พออ่านเนื้ออ่อ รู้เลยจิ้นข้ามโลก555555556666555555555555555
    #1,469
    1
    • #1469-1 lolita_zq(จากตอนที่ 32)
      30 มีนาคม 2559 / 23:55
      โธ่ อยากแนบรูปกอดจมอกจังเลย 5555555555555555555555 มันดีย์นะ
      #1469-1