[ exo SF/OS ] คลังฝัน - chanbaek

ตอนที่ 30 : PINK BOY - BAEKVALENTINE

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 14,925
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 145 ครั้ง
    14 มี.ค. 61




PINK BOY














“...”

 

“...”

 

“...”

 

“...”

 

“มึงจะเงียบอีกนานไหม” จงแดเป็นเริ่มบทสนทนาหลังจากพวกเขาสี่คนยืนกอดอกจ้องหน้ามองเพื่อนหูกางอย่างหาเรื่อง นี่ยืนเงียบเป็นเป่าสากมาเกือบสิบนาทีแล้ว ไอ้ชานยอลมันยังเสือกนิ่งแล้วจ้องกลับเหมือนกัน แถมทำตาขวางใส่ราวกับรำคาญใจอีกต่างหาก

 

“แล้วจะให้กูพูดอะไร?” ชานยอลพูดขึ้นอย่างไม่เข้าใจ ไม่รู้ว่าทำไมจู่ ๆ ไอ้พวกนี้ถึงมายืนจ้องหน้ากันพร้อมเพรียง ต่างจากสามวันก่อนที่ไม่ได้เข้ามาพูดอะไรด้วย เอาแต่จับกลุ่มแล้วมองมาทางเขาเป็นระยะ ๆ

 

ชานยอลไม่ใช่คนติดเพื่อน เพราะฉะนั้นถ้าพวกมันไม่อยากคุยด้วยเขาก็ไม่ลำบากอะไร และเขาก็สามารถเดินไปกินข้าวคนเดียวได้ แต่พอนั่งไม่ถึงสิบนาทีไอ้พวกเหี้ยนี้ก็เข้ามานั่งด้วย ถึงจะไม่ได้พูดอะไรกันก็เถอะ

 

“มีคำอธิบายดี ๆ สำหรับเรื่องนี้ไหม?” จงอินถามขึ้นบ้าง เรื่องนี้เขาเองก็รู้สึกฉุนอยู่ไม่น้อย เหมือนโดนหมาวิ่งคาบเนื้อตัดหน้าไปดื้อ ๆ เจ็บกระดองใจมากถึงมากที่สุด

 

“เรื่องอะไร? แบคฮยอนหรอ?” พอเห็นหน้าไอ้พวกนี้ก็รู้ว่ามันต้องการคำตอบเรื่องอะไร

 

“คิดว่าพวกกูอยากรู้เรื่องอื่นรึไง” เพื่อนผิวแทนยังคงสวนกลับอย่างไม่ย่อท้อ ไม่รู้แหละ อย่างน้อยวันนี้ก็ต้องเค้นคอมันให้ได้ว่ามันไปทำไงถึงได้บุกเข้าไปถึงห้องน้องเขาได้ มันชักจะหยามหน้ากันเกินไปแล้ว

 

ภาพในวันนั้นยังคงติดตาไม่หาย รวมถึงรูปในไอจีอีก เหมือนพวกกูกลายเป็นคนโง่ไปโดยปริยายที่หวีดเมียเพื่อนอยู่นานสองนาน แต่ประเด็นคือไอ้ชานยอลไม่เคยแสดงออกท่าทีห่าเหวอะไรนอก มันก็แค่อยู่เฉย ๆ ตื่นมาเรียน แดกข้าว เล่นบอล กลับห้องนอน ขนาดออกไปกินเหล้าด้วยกันสายตามันก็ไม่เคยมองสาวอื่นเลยด้วยซ้ำ

 

เห็นเงียบ ๆ แต่ฟาดเรียบนี่ พี่ไม่ยอมหว่ะ

 

“เออ แบคฮยอนแฟนกูเอง” ชายหนุ่มตอบด้วยน้ำเสียงติดรำคาญนิดหน่อย เขาไม่เข้าใจว่าไอ้พวกนี้มันจะมาเค้นคอเพื่ออะไร ชานยอลไม่ค่อยชอบพูดเท่าไหร่ถ้าหากว่ามีคนถามเรื่องส่วนตัว โดยเฉพาะเรื่องของเขากับแบคฮยอน

 

ไม่ใช่ว่าไม่กล้าบอกใคร ๆ นะว่าเป็นแฟนกัน

 

แต่เพราะว่าชานยอลหวงแบคฮยอนต่างหาก

 

ถึงไม่อยากบอกใคร

 

“ตั้งแต่ตอนไหน ทำไมพวกกูไม่เคยรู้” จงแดถาม เขาเองก็อยากรู้เหมือนกันว่าไอ้ชานยอลมันเอาเวลาไหนไปจีบแบคฮยอน นี่ก็เรียนด้วยกันมาจนถึงปีสองแล้ว ไม่เคยเห็นมันพูดถึงด้วยซ้ำ แต่เพราะสังเกตว่าเพื่อนไม่ได้สนใจใครก็เลยคิดว่าหน้าอย่างมันไม่น่าจะมีแฟน ถึงจะบอกว่ามีสาว ๆ แวะมาส่งขนมจีบมาตั้งมากมาย ชานยอลก็ไม่เคยสนใจ

 

หรือเพราะว่ามีของดีอยู่ในมือแล้ววะ

 

“ม.3”

 

“...” คำตอบนั่นทำเอาทุกคนอึ้งแดกไปตามกัน ทั้งสี่คนมองหน้ากันพร้อมกับจงอินที่ยกนิ้วขึ้นมานับ เชี่ย..ห้าปี นี่เป็นแฟนกันมาตั้งแต่ม.3เลยหรอวะ

 

“จบนะ” เมื่อเห็นว่าเพื่อนนิ่งไปแล้ว ชานยอลจึงรวบสมุดจดงานของตนใส่กระเป๋าแล้วลุกขึ้นยืนเต็มความสูง จ้องมองหน้าเพื่อนก่อนจะยกยิ้มใส่ “กูไปละ”

 

“เดี๋ยว นั่นมึงจะไปไหน” ชายหนุ่มคนจีนเรียกรั้งเพื่อนตัวสูงเอาไว้ ไอ้บ้านี่มันกล้าดียังไงปล่อยระเบิดทิ้งแล้วคิดจะเดินหนีไปง่าย ๆ นี่พวกเขายังไม่ได้ลงรายละเอียดให้ลึกด้วยซ้ำว่าไอ้ตั้งแต่ม.3นั่นหน่ะ ไปจีบกันยังไง ใครจีบใครก่อน

 

“วันนี้วาเลนไทน์” ชานยอลตอบด้วยเสียงเรียบ “กูต้องไปฉลองกับเมีย”

 

“...”

 

“บาย”

 

 

 

 






 

 



ฉลองกับเมียอะไร ชานยอลก็พูดไปงั้นแหละ

 

แยกตัวจากไอ้สี่แสบนั่นได้ชายหนุ่มก็กลับมาที่ห้องด้วยสภาพอิดโรยหน่อย ๆ วันนี้อากาศร้อนทั้งวันมันทำให้รู้สึกหงุดหงิดอย่างบอกไม่ถูก นึกจะลุกไปหาเบียร์มาเปิดกินดับร้อนก็ต้องอดไปเพราะว่าไม่มีเบียร์อยู่ในตู้เย็น แม้แต่น้ำเปล่าก็ยังไม่มีเลย สงสัยต้องให้แบคฮยยอนจัดการให้ซะแล้ว

 

นอนแช่ให้แอร์เป่าไล่ความร้อนอยู่สักพัก เขาก็เพิ่งนึกเรื่องบางอย่างได้ ล้วงมือถือออกมาจากกางเกงเพราะว่าก่อนหน้านี้มันสั่นเป็นเจ้าเข้ามากกว่าสิบครั้ง และถ้าให้เดาก็คงต้องเป็นสายจากแบคฮยอนแน่ ๆ ซึ่งเขาเดาผิดซะที่ไหน

 

Rrrrrrrrr

 

ไม่ทันที่จะกดโทรออก อีกฝ่ายก็โทรเข้ามาตัดหน้า ชานยอลกดรับ  “ฮัลโหล”

 

(ทำไมเพิ่งรับ ทำไรอยู่?) เสียงเล็กแว้ดเข้ามาจากปลายสาย

 

“อือ ตะกี้ขับรถอยู่ เพิ่งถึงห้อง” ชายหนุ่มพูดด้วยน้ำเสียงเนือย ๆ ก่อนจะพลิกตะแคงตัวนอนไปอีกฝั่ง

 

(แล้วไหนว่าเลิกเรียนตั้งแต่บ่ายโมง สรุปวันนี้ชานจะไปดูหนังกับแบครึเปล่า?)

 

“หนังของคณะนิเทศฯหรอ”

 

(อื้อ นี่เพื่อนแบคเอาบัตรมาให้แล้วนะ ชานจะออกมากี่โมง หนังมันมีฉายสองรอบอ่ะ มีรอบ...) แบคฮยอนยังคงพูดจ้อไม่หยุดสาธยายเกี่ยวกับกิจกรรมวันนี้ซึ่งเมื่อหลายวันก่อนคนตัวเล็กก็เอ่ยชวน(บังคับ)เรียบร้อยแล้ว ชานยอลเองก็ไม่ได้ว่าอะไรถ้าแบคฮยอนอยากไป เขาไปด้วยก็ได้

 

“กี่โมงก็ได้ แล้วแต่เลย”

 

(ทำไมเสียงเป็นแบบนั้น ไม่สบายหรอ) อีกฝ่ายถามด้วยน้ำเสียงเป็นห่วง เสียงชานยอลดูเพลียแปลก ๆ ทำเอาคนฟังรู้สึกไม่ค่อยสบายใจเท่าไหร่

 

“คงงั้นมั้ง”

 

(อ่า.. แล้วเอาไงดีล่ะ ถ้าไม่ได้ไปวันนี้ก็น่าเสียดายนะ เห็นเขาบอกว่ามีของขวัญแจกให้สำหรับคู่รักที่ไปดูหนังด้วยนะ)

 

“...”

 

(แต่ถ้าชานไม่สบาย งั้นก็ไม่ต้องไปดูก็ได้ เดี๋ยวคืนนี้แบคจะไปเฝ้าไข้ให้) ถ้าเป็นปกติประโยคก่อนหน้านั้นมันเหมือนกันตัดพ้อแกมเสียดสีหน่อย ๆ เชื่อเถอะว่าแบคฮยอนหน่ะรู้ดีที่สุด ถ้าหากพูดแบบนั้นออกมาชานยอลก็ไม่มีทางปฏิเสธได้ลงหรอก

 

“แค่เฝ้าไข้หรอ?” ชายหนุ่มถามออกไปทันทีที่อีกฝ่ายพูดจบ

 

(อะไร? เฝ้าไข้นะเฝ้าไข้ ไม่ได้ทำอย่างอื่นหรอก)

 

“ถ้าบอกว่าไม่เชื่อล่ะ”

 

(...)

 

“วันนี้วาเลนไทน์ด้วยนี่เนอะ”

 

(ทะลึ่ง พูดจาแบบนี้แสดงว่าปกติดี  หกโมงเจอกันข้างล่างหอ ห้ามช้าห้ามเลทนะ) พูดจบก็ตัดสายไปทันทีทำเอาชายหนุ่มนอนค้างนิ่งก่อนจะแค่นหัวเราะออกมา นึกว่าเรื่องที่พูดเมื่อครู่คนตัวเล็กจะทำสีหน้าแบบไหน ไม่เดาก็คงไม่พ้นหน้าเหวอแน่ ๆ

 

พักหลังมานี่ทั้งเขาและแบคฮยอนดูเหมือนว่าจะลงรอยกันมากขึ้น ไม่ได้พูดถึงเรื่องความรักหรอกนะ เพราะไม่ว่าจะผ่านไปนานแค่ไหนชานยอลก็ยังคงรักแฟนตัวเล็กสุดแจ๊ดแจ๋ของตัวเองเหมือนเดิม เพิ่มเติมคือรักมากขึ้นทุกวัน

 

พลันนึกย้อนไปเมื่อหลายวันก่อนที่เราต่างมีครั้งแรกของกันและกัน มันน่าตลกที่อดทนอดกลั้นกับตัวเองมาหลายปี แต่มาตบะแตกเพียงเพราะไอ้เด็กขี้ยั่วที่เล่นเขาซะอยู่หมัด แล้วแบบนี้จะไม่ให้จัดหนักให้ได้ยังไง

 

ในเมื่อมีครั้งแรกก็ต้องมีครั้งที่สอง

 

คงไม่ต้องพูดหรอกมั้งว่าหลังจากวันนั้นแล้วเขากับแบคฮยอนป็นยังไงบ้าง คนที่ต้องการมาตลอดกับคนที่เพิ่งถูกปลดล็อกมาอยู่ด้วยกัน มันจะเหลืออะไรบ้าง ใจจริงก็อยากจะเอาแฟนตัวเล็กมาอยู่ด้วยกันที่หอให้รู้แล้วรู้รอดไปเลย แต่อีกฝ่ายกลับปฏิเสธและบอกว่า

 

แบบนี้แหละดีแล้ว ทนไม่ไหวค่อยมาหาเอง เข้าใจ๊?

 

ไม่เคยรับรู้ว่าความทรมานตอนที่ไม่ได้อยู่ใกล้คนรักมันเป็นยังไง จนกระทั่งวันนั้น..

 

ชานยอลนอนค้างนิ่งอยู่บนเตียงอยู่เกือบห้านาที ขบคิดนู่นนี่ไปเรื่อยเปื่อย ยกนาฬิกาขึ้นมาดูก่อนจะพบว่าตอนนี้สี่โมงกว่าแล้ว เหลือเวลาพอให้งีบนิดหน่อยกับอาบน้ำแต่งตัว คงพอดีกับหกโมงที่แฟนตัวเล็กนัดไว้

 

ถ้างั้นขอนอนก่อนก็แล้วกัน

 

 

 

 




 

 

 

“ไหวรึเปล่าเนี่ย ดูไม่ค่อยดีเลยนะ” แบคฮยอนถามขึ้นหลังจากที่สังเกตสีหน้าของแฟนตัวสูง ชานยอลเดินออกมาจากหอด้วยสภาพที่ดูแปลกตายังไงก็ไม่รู้ ปกติจะเป็นพวกขี้ร้อนแต่วันนี้กลับใส่ฮู้ดแขนยาวซะงั้น

 

“เป็นหวัดหรอ”

 

“ไม่รู้เหมือนกัน” ชายหนุ่มตอบพลางยกมือถูจมูกไปมาเพราะเกิดอาการคัดจมูก คนตัวเล็กมองก่อนจะเอื้อมมือมาทาบข้างแก้มแฟนหนุ่มไล่ลามจนไปถึงลำคอแกร่ง

 

“ตัวร้อนจัง เป็นไข้แน่ ๆ อ่ะ กินยารึยัง ไม่ต้องไปแล้วไหม แบคไม่ว่าไรหรอก” เพราะว่าความร้อนที่แผ่ออกมาจนรู้สึกได้ของชานยอลทำให้เขาเริ่มเป็นห่วง ไม่บ่อยที่จะเห็นชานยอลไม่สบาย ซึ่งเวลาป่วยในแต่ละครั้งคนตัวสูงจะไม่มีกะจิตกะใจจะทำอะไรทั้งนั้น ยิ่งถ้าวันนี้ต้องออกไปเที่ยวกับเขามีหวังกร่อยกันทั้งคืนแน่ ๆ

 

“ช่างเถอะ วาเลนไทน์ทั้งที ไม่อยากไปเที่ยวด้วยกันรึไง” ชายหนุ่มไม่ได้ฝืนและไม่ได้หยิบยกเรื่องวันสำคัญขึ้นมาพูดอ้าง อย่างน้อยมันก็เป็นวันหนึ่งที่คู่รักควรมีกิจกรรมทำด้วยกัน ชานยอลก็ไม่อยากปล่อยผ่านไปเฉย ๆ หรอก

 

“อยากไปก็อยากไป แต่ชานไม่สบายอ่ะ กลัวจะไม่สนุก”

 

“นี่กลัวไม่สนุกอย่างเดียวเลยรึไงหืม?” ว่าแล้วก็กวาดแขนโอบคอคนตัวเล็กให้แนบชิดกับตน

 

“เปล่าซะหน่อย ที่จริงก็ห่วงชานมากกว่าอ่ะ...” ประโยคท้ายแบคฮยอนพูดด้วยน้ำเสียงแผ่ว ๆ ทำเอาคนยินถึงกับยิ้มออกมาอย่างเอ็นดู ไม่บ่อยนักที่แบคฮยอนจะมีท่าทีโอนอ่อนให้ ถ้าเป็นปกติก็คงจะเถียงจ้อไม่หยุด

 

“ถ้าห่วงจริง วันนี้ห้ามดื้อนะ”

 

“ชานจะไปดูหนังกับแบคจริง ๆ ใช่ไหม”

 

“อือ”

 

“ไหวแน่นะ”

 

“อือ”

 

“ถ้าบ่นกลับจะไม่พากลับนะ”

 

“อือ”

 

“ตอบแต่อือ ๆ อยู่นั่นแหละ พูดคำอื่นเป็นมะ— อือออ” ไม่ทันจะพูดจบประโยคชานยอลก็โน้มหน้าลงมาจูบปิดปากแฟนตัวเล็กที่เอาแต่พูดถามไม่หยุด เสียงของแบคฮยอนทำให้ชานยอลปวดหนึบที่ข้างขมับ และคิดว่าถ้าบอกให้หยุดพูดแบคฮยอนคงไม่หยุดแน่ ๆ

 

ริมฝีปากร้อนรุ่มจูบเบียดกับเรียวปากเล็กอย่างหมั่นไส้ สอดลิ้นเข้าไปไล่ต้อนให้อีกฝ่ายหาหนทางหนีแต่สุดท้ายก็ถูกดูดดึงจนจุกคอไปตาม ๆ กัน จูบเก็บเสียงของชานยอลมักจะได้ผลเสมอเวลาที่อีกฝ่ายไม่ต้องการให้เขาพูด แน่นอนว่าแบคฮยอนพูดอะไรไม่ได้นอกเสียจากร้องอือออกมาเพราะชานยอลเอาแต่ใจมากถึงมากที่สุด จนเมื่ออีกฝ่ายพอใจนั่นแหละถึงยอมผละออก

 

“ว่าแต่คนอื่นพูดอือ ๆ ตัวเองก็พูดอือเหมือนกันนั่นแหละ” น้ำเสียงเชิงล้อเลียนของชานยอลทำเอาความร้อนแล่นขึ้นมาที่ใบหน้าจนขึ้นสีจัด ก้อนเนื้อในอกเต้นโครมครามเพราะท่าทีอุกอาจเมื่อครู่ นึกอยากจะจูบก็จูบเลยรึไงไอ้บ้านี่

 

“ก็ใครมันแกล้งล่ะ นิสัยไม่ดี” ว่าแล้วก็ฟาดเข้ากลางอกคนรักจนดังอัก ชายหนุ่มตัวสูงหัวเราะร่วนกับท่าทีเขินอายของแบคฮยอนก่อนจะกดจูบที่ผมนุ่มอีกครั้ง

 

“ไปเที่ยวกัน”

 

“อื้อ”

 

 

 .

.

.

 

 

ภายในลานกิจกรรมของคณะนิเทศที่วันนี้มีกิจกรรมวันวาเลนไทน์ เวลาเกือบหนึ่งทุ่มเป็นเวลาเริ่มงานพอดี ทำให้มีผู้คนเข้ามาแวะเวียนกันอย่างหนาตา แน่นอนว่าคนส่วนมากก็มากันเป็นคู่ ๆ มากันเป็นกลุ่มเพื่อนก็มี สตรองหน่อยก็ฉายเดี่ยว ซึ่งกิจกรรมวันนี้ก็ไม่ได้มีแค่เฉพาะคนมีคู่เท่านั้น

 

ตลอดทางเดินเข้ามาในงานก็มีผู้คนมองมากันอย่างให้ความสนใจ ไม่รู้ว่ามองเพราะชานยอลรึเปล่าที่เป็นถึงนักฟุตบอลของมหาลัย หรือว่าเป็นเพราะเขาที่มีข่าวฉาวเรื่องคลิป จะว่าไปเรื่องนั้นก็เหมือนจะซาลงไปแล้ว เพราะหลังจากวันนั้นก็ไม่มีใครเผยแพร่คลิปอีกเลย ไม่รู้ว่าเพราะอะไร

 

แต่ก็ถือว่าดีเหมือนกัน

 

เมื่อครู่ก่อนเดินเข้างาน มีกลุ่มคนยืนประชาสัมพันธ์กันอย่างคึกครื้นโดยเฉพาะการเรียกคนโสดเข้ามาในงานให้ได้ โดยกิจกรรมที่ได้ทำการหลอกล่อคนโสดเข้ามานั่นก็เรียกความสนใจได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะการหย่อนไลน์ลงในกล่องเพื่อที่จะจับฉลากอีกใบขึ้นมาก็จะได้ไลน์ของอีกคนไป แอดจีบกันโต้ง ๆ ตรงนั้นไปเลย

 

และนั่นก็เป็นกิจกรรมที่ทำให้แบคฮยอนทำตาลุกวาวหันไปมองคนข้างกายทันที

 

“เล่นไหม?”

 

“ไม่อ่านหรอว่าเฉพาะคนโสด” ชานยอลขมวดคิ้วมองแฟนตัวเล็กที่กำลังมีความคิดเพี้ยน ๆ

 

“ไม่โสดแต่อยากเล่นอ่ะ ไม่ได้หรอ”

 

“เดี๋ยวจะโดน” ว่าแล้วก็เขกหน้าผากคนตัวเล็กเข้าให้ แบคฮยอนเบ้ปากใส่ราวกับถูกขัดใจก่อนทำท่าจะเดินเข้าไปในงานและตอนนั้นชานยอลก็ต้องเดินตามไปติด ๆ เพราะว่าแขนเล็กที่กอดคล้องแขนเขาไว้อยู่นั่นแหละ

 

ภายในตัวงานก็มีซุ้มขายอาหารและเครื่องดื่มวางขายอยู่ด้านข้าง แบคฮยอนบ่นหิวนู่นนี่ตลอดทาง ลำบากแฟนตัวสูงต้องพาเดินเข้าไปซื้ออย่างห้ามไม่ได้ ไหน ๆ วาเลนไทน์แล้วก็ต้องทำหน้าที่แฟนแสนดีสักวันแล้วกัน

 

หลังจากได้ของกินมาอยู่ในมือเรียบร้อยแล้ว ชานยอลก็ชวนให้แบคฮยอนหยุดเดินดูของในงานแล้วรีบเข้าไปที่ห้องฉายหนัง เพราะตอนนี้เขาเริ่มปวดหัวอีกแล้วหลังจากที่เริ่มตาลายเพราะผู้คนเดินสวนไปมา คนตัวเล็กไม่ได้ขัดอะไรนอกเสียจากหยิบบัตรหนังออกมาแล้วส่งยื่นให้กับคนจัดงานที่ยืนเฝ้าอยู่ด้านหน้า

 

สต๊าฟของงานจัดการฉีกหางตั๋วออกไปแล้วผายมือให้เดินเข้าไปข้างใน คนตัวสูงจึงพาร่างบางเดินเข้าไปแต่ทว่าแรงยื้อที่แขนทำให้ชานยอลหยุดเดินแล้วหันไปมองอย่างสงสัย

 

“เป็นอะไร”

 

“ทำไมเขาไม่แจกของอ่ะ”

 

“หือ? ของอะไร?” คิ้วหนาขมวดเข้าหากันอย่างไม่เข้าใจ กรอบหน้าเล็กมุ่ยเข้าหากันก่อนจะเดินกลับไปหาสต๊าฟสาวคนเดิน เมื่อครู่เขาเห็นว่าคู่ชายหญิงก่อนหน้าก็ได้กล่องอะไรสักอย่างเหมือนกัน แต่ทำไมเขาไม่ได้ล่ะ

 

“เอ่อ.. โทษนะครับ คือผมเห็นป้ายหน้างานเขาบอกว่ามีของแจกสำหรับคนมาเป็นคู่ ทำไมผมไม่ได้ล่ะครับ” คนตัวเล็กถามออกไปอย่างนึกสงสัย จริง ๆ ก็อยากจะท้วงสิทธิ์ของตัวเองอยู่เหมือนกันเพราะค่าตั๋วที่ฝากเพื่อนไปหามาให้ก็ไม่ใช่ถูก ๆ

 

“เราแจกเฉพาะคู่รักหน่ะค่ะ มากับเพื่อนไม่ได้แจกนะคะ” หญิงสาวตอบด้วยน้ำเสียงสุภาพพร้อมกับส่งยิ้มให้

 

“มากับแฟนครับ”

 

จบประโยคสีหน้าของสต๊าฟหญิงคนนั้นก็ดูแปลกใจเล็กน้อย จนเมื่อสายตาของหญิงสาวหันไปสบกับชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ที่ยืนอยู่ด้านหลังของคนตัวเล็ก ในวินาทีนั้นก็แทบจะถลาเข้าไปเอาของแจกแล้วหยิบยื่นมาให้แทบไม่ทัน ให้ตายสิ นี่เธอคงต้องตาฝาดไปแล้วแน่ ๆ ที่เห็นสองคนนี้

 

“ขอโทษจริง ๆ นะคะ ไม่คิดว่าพวกพี่ทั้งสองคนจะ..” สีหน้าเจื่อนของสต๊าฟสาวปรากฏขึ้นมาให้เห็น กล่องของขวัญขนาดเล็กถูกห่อด้วยกระดาษสีชมพูถูกยื่นมาตรงหน้าอย่างรวดเร็ว หญิงสาวเอ่ยขอโทษที่ทำตัวเสียมารยาท ก็เห็นว่าตอนแรกเดินแยกกันมานึกว่าเพื่อนกันเสียอีก แต่เมื่อครู่ที่เธอมองไปยังใบหน้าคุ้นตาของคนตัวสูงนั่น เหมือนมีรังสีบางอย่างแผ่ออกมาจนรู้สึกเสียววูบที่แผ่นหลัง

 

“ไม่เป็นไรครับ” แบคฮยอนตอบรับคำอย่างไม่ถือสา เขาไม่ว่าอะไรหรอกหากคนอื่นจะไม่รู้ว่าพวกเขาเป็นอะไรกัน ก็เพราะว่าชอบทำตัวเหมือนเพื่อนมาตั้งแต่ไหนแต่ไรแล้วจึงไม่แปลกที่จะมองไม่ออก

 

“ขอถามอะไรนิดนึงหน่อยได้ไหม เอ่อ..คบกันนานรึยังคะ” หญิงสาวคนนั้นถามอีกครั้งพลางมองสลับผู้ชายตัวเล็กข้างหน้าที่มีใบหน้าน่ารักจิ้มลิ้ม ถ้าจำไม่ผิดพี่คนนี้ชื่อแบคฮยอนที่เรียนอยู่บริหาร ส่วนนั่นพี่ชานยอลที่อยู่ชมรมฟุตบอลของมหาลัยแน่ ๆ

 

“ก็..นานแล้วครับ” ตอบด้วยประโยคที่ไม่ค่อยเต็มเสียงเท่าไหร่ จังหวะนั้นก็หันไปหาคนตัวสูงอย่างไม่เข้าใจว่าทำไมคนตรงหน้าถึงต้องอยากรู้

 

“งั้นเดี๋ยวหนูแถมให้อีกนะคะ” ว่าแล้วเธอก็ส่งกล่องสีชมพูนั่นมาให้ประมาณสามกล่อง “ขอให้สนุกกับหนังของเรา และหวังว่าของที่หนูให้ไปจะมีประโยชน์กับพวกพี่ ๆ นะคะ”

 

“ครับ?” แบคฮยอนร้องเสียงหลงออกมาอย่างไม่เข้าใจว่าหญิงสาวคนนั้นต้องการสื่อสารอะไรกับเขา เธอพูดแล้วส่งยิ้มให้ก่อนจะเดินกลับไปประจำที่ฉีกตั๋วบัตรของคนอื่นเหมือนเดิม จังหวะนั้นแบคฮยอนก็ได้แต่หันหน้ามองกับชานยอลด้วยความไม่เข้าใจ กล่องเล็ก ๆ สีชมพูที่อยู่ในมือก็สร้างความสงสัยให้แก่คนทั้งสองพอสมควร

 

คนตัวเล็กยกมันขึ้นมาเขย่าที่ข้างหูอย่างสงสัย “คิดว่ามันคืออะไรอ่ะ”

 

“ไม่รู้สิ ถุงยางมั้ง”

 

“บ้า อะไรจะสนับสนุนให้ได้กันขนาดนั้นเลยรึไง” ว่าแล้วก็นึกขำกับความคิดของแฟนตัวสูง จะว่าไปมันก็มีเค้าโครงอยู่เหมือนกันที่จะแจกถุงยางให้สำหรับคู่รัก แถมเป็นวันแบบนี้แล้วด้วยนะ..

 

“แต่ถ้าเป็นถุงยางจริงก็ดีสิ” พูดไปก็ยิ้มอย่างมีเลศนัยหัวเราะคิกคักกับตัวเองอย่างมีความสุข ในตอนนั้นชานยอลถึงกับแค่นหัวเราะพร้อมกับเขกมะเหงกลงหน้าผากเล็กเบา ๆ ด้วยความหมั่นไส้

 

“ทะลึ่งละ เข้าไปกันเถอะ”

 

“หึ ว่าแต่คนอื่นทะลึ่ง ตัวเองก็อย่ามารุ่มร่ามกับเค้าก็แล้วกัน” แบคฮยอนอยากจะเบ้ปากใส่ชานยอลเป็นสิบ ๆ ครั้งกับคำพูดของเจ้าตัวเมื่อครู่ กล้าพูดว่าคนอื่นทะลึ่งได้ไง มีแต่ตัวเองนั่นแหละที่เจาะแจ๊ะกับเขาไม่เลิก

 

หลังจากวันนั้นที่มีครั้งแรกกัน แน่นอนว่ามันมีครั้งที่สองสามสี่ตามมาอีกยกใหญ่ ได้ทีก็เอาใหญ่ไม่ยอมหยุดพัก อดอยากมาจากไหนก็พอเข้าใจอยู่หรอก แต่เหมือนเรื่องในวันนั้นเป็นการปลดล็อกอีกฝ่ายให้กล้าแสดงออกกันมากขึ้น

 

ถ้าถามว่าดีไหมก็คงตอบว่าดีแหละมั้ง

 

แต่ก็อยากให้อีกฝ่ายเพลา ๆ หน่อยเหมือนกัน

 

เหนื่อย

 

.

.

.

 

 ตอนนี้ทั้งแบคฮยอนและชานยอลเข้ามาอยู่ในโรงหนังของคณะนิเทศฯแล้ว คนที่เข้ามาดูส่วนใหญ่ก็เป็นคู่รักซึ่งมีบ้างที่คุ้นหน้าคุ้นตากัน แต่เพราะต่างฝ่ายต่างมากับแฟนและคงไม่อยากจะรบกวนกัน เกือบครึ่งชั่วโมงที่หนังรักของคณะนิเทศฯดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง เนื้อหาก็เป็นเรื่องรัก ๆ ใคร่ ๆ ที่แบคฮยอนก็พอจะเดาเรื่องออกว่ามันจะเป็นยังไงต่อไป แต่เพราะว่าความรู้สึกของตัวละครมันน่าสนใจ เขาจึงนั่งดูมันอย่างใจจดใจจ่อ

 

ชานยอลอ้าปากหาวเป็นรอบที่ยี่สิบแล้วก็ว่าได้ เขาเกลียดหนังรักพอ ๆ กับที่ไม่กินหนังไก่ ทำไมถึงต้องมานั่งดูอะไรเลี่ยน ๆ แบบนี้โดยเฉพาะไอ้ประโยคที่บอกว่า คุณคือลมหายใจของฉันไม่คิดว่ามันดูเพ้อเจ้อไปหน่อยรึไง

 

ชำเลืองมองแฟนตัวเล็กที่มีท่าทีสนใจหนังตรงหน้าชานยอลก็ไม่อยากกวนเท่าไหร่ แต่เพราะตอนนี้เริ่มรู้สึกครั่นเนื้อครั่นตัวจึงคิดว่าการหลับพักผ่อนอาจจะช่วยให้หายได้ ชานยอลขยับตัวนั่งอยู่ในท่าทีสบายก่อนจะเอนหัวพิงซบกับไหล่เล็กของคนข้าง ๆ

 

“หือ? ง่วงหรอ” แบคฮยอนหันมาถามก่อนจะเอื้อมมือไปจับมือหนาแล้วสอดประสานนิ้ว ชายหนุ่มพยักศีรษะแทนการพูดเพราะว่าตอนนี้รู้สึกว่าโลกมันโคลงซ้ายขวาจนน่าเวียนหัวไปหมด

 

“ของีบหน่อยนะ”

 

“เอางั้นหรอ? กลับห้องไปนอนห้องไหม” เพราะว่าก่อนหน้านี้แบคฮยอนจำได้ว่าชานยอลตัวอุ่นผิดปกติ มือสวยยกขึ้นมาทาบที่ข้างแก้มของชายหนุ่มอีกครั้งก่อนจะตกใจเพราะความร้อนที่มีมากกว่าเมื่อตอนเย็น

 

“ชานยอล ไข้ขึ้นจริง ๆ นะเนี่ย กลับกันเถอะ”

 

“ดูหนังก่อนก็ได้ พักแป๊บนึงก็หายแล้ว” ร่างสูงยังคงปฏิเสธ เขาไม่อยากให้วันวาเลนไทน์ต้องมาเสียไปเพราะอาการไข้ขึ้นของตัวเอง กะไว้ว่าถ้าหนังจบแล้วชานยอลอาจจะพาคนตัวเล็กไปขับรถเล่นชมวิวที่สะพานชื่อดังเสียหน่อย

 

“แป๊บนึงมันหายที่ไหนกันล่ะ ในนี้หนาวจะตาย ดูดิมือก็เย็นไปหมดแล้ว กลับเหอะ แบคไม่อยากดูแล้ว” คล้ายกับว่าร่างบางจะงอแงตื้ออีกฝ่ายให้ยอมกลับไปนอนที่ห้อง ถึงแม้ว่าในโรงจะมืดมองไม่ค่อยเห็นว่าตอนนี้สีหน้าของแฟนหนุ่มเป็นยังไงบ้าง ให้จินตนาการก็คงนึกถึงใบหน้าตอนที่ชานยอลเคยป่วยเมื่อตอนปิดเทอมที่แล้ว

 

เรียกว่าแทบดูไม่ได้เลย

 

สุดท้ายแล้วก็ต้องยอมตามใจแฟนโดยการลุกออกจากโรงหนังไปทั้ง ๆ ที่หนังยังเล่นไม่จบ พอออกมาอยู่ในที่ที่มีแสงแบคฮยอนก็ยิ่งรู้สึกผิดที่พาอีกฝ่ายไปแช่แอร์อยู่ในนั้นตั้งนานจนไข้ขึ้น สีหน้าของชานยอลดูอิดโรยอย่างเห็นได้ชัด ให้ตายเถอะ ไปทำอะไรมาถึงได้ป่วยเอาแบบนี้นะ

 

คนตัวเล็กพาแฟนหนุ่มกลับมาที่หอพักโดยที่เขาเป็นคนขับรถให้ ในตอนแรกชานยอลบอกว่าขับไหวแต่แค่เดินตรง ๆ ยังทำท่าจะล้มอยู่ให้ได้ กลายเป็นว่าตอนนี้ไข้ขึ้นสูงกว่าเดิมจนน่าใจหาย กว่าจะถึงห้องก็ต้องลากถูกันอยู่พักใหญ่เพราะชานยอลเอาแต่บอกให้แบคฮยอนเดินช้า ๆ

 

พอมาถึงห้องก็สั่งให้แฟนตัวสูงไปนอนที่เตียง ซึ่งชานยอลก็ไม่ขัดคำสั่งเดินไปทิ้งตัวลงกับฟูกนุ่มพร้อมกับความรู้สึกเวียนหัวพร้อมอาเจียนตลอดเวลา ส่วนแบคฮยอนก็วนกลับเข้าไปในห้องน้ำโดยไม่ลืมหยิบเสื้อยืดของชานยอลติดมือเข้าไปด้วย

 

กลับมาอีกทีก็สะกิดให้คนรักนอนหงายก่อนจะเริ่มสั่งให้ยกแขนขึ้นเพราะจะถอดเสื้อออกให้ ชายหนุ่มเองก็ให้ความร่วมมือกับอีกฝ่ายและเห็นว่าตอนนี้แบคฮยอนกำลังสวมเสื้อของเขาอยู่ แถมกางเกงยีนส์ที่ใส่มาในตอนแรกก็เหลือแค่ท่อนขาขาวที่ถูกชายเสื้อปิดส่วนบนไว้พอหมิ่นเหม่

 

พอเห็นแบบนั้นแล้วก็ขมวดคิ้วเข้าหากันทันที

 

“เปลี่ยนชุดทำไม”

 

“ก็จะได้เช็ดตัวให้ชานสะดวก ๆ ไง แอร์ก็ไม่เปิด ร้อนจะตายแล้วอยู่แล้ว” คนตัวเล็กบ่นอุบอิบพร้อมกับดึงชายเสื้อแฟนหนุ่มขึ้น ชานยอลเองก็ไม่ว่าอะไร เขายกมือเพื่อถอดเสื้อออกจนเหลือแค่เสื้อกล้ามสีดำ ทั้งยังยกสะโพกให้อีกฝ่ายดึงกางเกงยีนส์ออกให้เพื่อที่จะนอนได้อย่างสบายตัว

 

จังหวะนั้นแบคฮยอนก็เอาผ้าชุบน้ำหมาด ๆ มาเช็ดไล่ความร้อนให้กับแฟนหนุ่ม เช็ดไล่ตั้งแต่ท่อนแขนวนขึ้นไปถึงหัวไหล่ลากไปยังแผงอกที่มีไอร้อนแผ่ออกมา ถ้าให้เดาแฟนของเขาคงจะนอนดึกจนไข้ขึ้นอีกตามเคยแน่ ๆ

 

ขณะเดียวกันชานยอลก็จ้องมองแฟนตัวเองที่ให้ความสนใจกับการเช็ดตัวอยู่เงียบ ๆ อาการปวดหนึบที่ข้างขมับไม่ได้หายไปไหน มันยังคงเต้นตุบตับอยู่ในหัวจนน่ารำคาญ แต่ทว่าตอนนี้ชานยอลกลับเห็นบางอย่างที่กวนใจมากกว่าอาการปวดหัวนั่นอีก

 

แฟนตัวเล็กของเขาขึ้นมาชันเข่านั่งบนเตียงเพื่อที่จะได้เช็ดตัวได้ถนัด ท่อนขาขาวของคนรักรวมถึงเนื้อผ้าตัวจิ๋วสีโปรดก็โผล่ออกมาพอให้เห็นในตอนที่อีกฝ่ายขยับตัว ผ้าขนหนูหมาด ๆ นั่นลูบไล้ไปตามเนื้อตัวของเขาอย่างเบามือ ความเย็นของมันทำให้ชายหนุ่มรู้สึกวูบวาบอยู่ไม่น้อย แถมฝ่ามือของแบคฮยอนเองก็เป็นชนวนชั้นดีในการปลุกปั่นอารมณ์

 

..

 

อ่า.. ให้ตายสิวะชานยอล มึงจะมาของขึ้นตอนนี้ไม่ได้นะ

 

 

“เป็นไรอ่ะชาน ทำไมทำหน้าแบบนั้น” เสียงของแฟนตัวเล็กถามขึ้น ดวงตาใสแจ๋วหันมามองใบหน้าคนป่วยที่ดูไม่ค่อยสู้ดีนัก เปลือกตาหลับแน่น คิ้วขมวดเข้าหากันจนยุ่ง เหงื่อก็ผุดขึ้นตามกรอบหน้าทั้ง ๆ ที่เขาเพิ่งเช็ดไปเมื่อครู่ แถมยังนอนเม้มปากตัวเองราวกับว่ากำลังสะกดกลั้นอะไรบางอย่างอยู่

 

“ปวดหัวหรอ?” ถามออกไปด้วยความเป็นห่วงแถมยังยื่นมือไปแนบกับลำคอแกร่งจนอีกฝ่ายสะดุ้งเล็กน้อย สีหน้าตื่นตระหนกของชานยอลทำเอาเขาแปลกใจอยู่ไม่น้อย แต่ก็แค่ครู่เดียวเท่านั้นแหละก่อนที่ทุกอย่างจะกลับมาปกติเหมือนเดิม

 

“เปล่าหรอก..” ชายหนุ่มพยายามข่มน้ำเสียงให้เป็นปกติ ทั้ง ๆ ที่ตอนนี้ร่างกายของเขามันไม่ปกติเลยสักนิด อยากจะโทษพิษไข้ที่ทำให้ไวต่อสัมผัสและความรู้สึกได้รวดเร็วขนาดนี้ ทั้งที่ปกติแล้วเขามักจะเป็นคนที่ควบคุมตัวเองได้พอสมควร

 

แต่ตอนนี้ร่างกายของเขามันรวนไปหมดแล้ว

 

นอนสงบนิ่งข่มอารมณ์ตัวเองเอาไว้ ขณะเดียวกันแบคฮยอนก็เคลื่อนตัวลงไปเช็ดตามท่อนขาโดยไม่ทันระวังว่าตอนที่ตัวเองขยับตัว เสื้อมันจะเลิกขึ้นจนเห็นอะไรต่อมิอะไรแค่ไหน เช็ดไล่ตั้งแต่ปลายเท้าจนไปถึงโคนขา แน่นอนว่ามันแอบเฉียดสุดสวาทของเขาอยู่นิดหน่อย

 

“อ่า..จริงสิ ตรงนี้จะให้เช็ดด้วยป่ะ?” ประโยคนั่นถูกถามพร้อมกับสติของชานยอลที่เพิ่งกลับคืนมา เห็นแบคฮยอนกำลังนั่งจ้องหน้าเขาพร้อมกับเม้มปากด้วยท่าทีเย้าหยอกซ้ำยังหลุบตาต่ำมองด้านล่าง และในตอนนั้นชานยอลก็เข้าใจว่าแบคฮยอนกำลังหมายถึงอะไร

 

“ไม่ต้อง” ทันทีที่เข้าใจก็รีบตอบโพล่งออกไปทันทีจนนัยน์ตาเรียวเบิกกว้างอย่างล้อเลียนแต่แบคฮยอนก็ไม่ได้เซ้าซี้อะไรมากนอกจากอมยิ้มเบา ๆ มองแฟนหนุ่มแบบกรุ้มกริ่ม

 

“ทำไมล่ะ แบคเช็ดเก่งนะ สะอาดด้วย

 

คำพูดสองแง่สองง่ามกับสายตามีเลศนัยแบบนั้นทำเอาคนฟังถึงกับกลั้นหายใจตามไปชั่วขณะ ปล่อยให้ดวงตาคู่นั้นมองเขาอย่างกะลิ้มกะเหลี่ย อยากจะรู้จริง ๆ ว่าใครเป็นคนสอนให้แฟนเขาทำสายตาแบบนี้

 

“แม้กระทั่งคนป่วยก็ไม่เว้นหรอ”

 

“อะไร? หมายถึงใช้ผ้าเช็ดต่างหาก”

 

“...”

 

“หรือว่าอยากได้อย่างอื่นล่ะ”

 

ชานยอลไม่รู้ว่าไอ้อาการวิ้ง ๆ ในหูมันคืออะไร สมองขาวโพลนไม่สามารถนึกหาคำพูดต่อไปได้ อาจจะเป็นเพราะอาการปวดหัวยังคงอยู่ รวมถึงความร้อนในกายที่ทำให้เขารู้สึกแปลกอย่างบอกไม่ถูก หรือบางทีฝ่ามือของแบคฮยอนที่กำลังวางอยู่บริเวณขาอ่อนของเขามันทำให้เกิดอาการแบบนี้ก็ได้

 

“ว่าไง.. ให้เช็ดรึเปล่า” แบคฮยอนถามด้วยน้ำเสียงเบาหวิว ซ้ำยังลากมือบนหน้าขาของคนรักเบา ๆ หลุบตามองบ๊อกเซอร์สีเข้มก่อนจะช้อนตามองสบกับดวงตากลมโตนั่น “ชานยอลอ่า..”

 

“...”

 

“จะถูเบา ๆ แถมเช็ดให้สะอาด ๆ เลยนะ”

 

“แบคฮยอน” จังหวะนั้นเสียงทุ้มแหบพูดขึ้นทำเอาคิ้วเรียวเลิกคิ้วมองอย่างสงสัย “อย่าเอามือไปจับตรงนั้น”

 

“ทำไมล่ะ เสียวหรอ”

 

“...” คำพูดตรงไปตรงมาของแบคฮยอนทำเอาชานยอลถึงกับพูดอะไรไม่ออก เขาได้แต่จ้องกรอบหน้าเล็กนิ่ง แต่ทว่าคนตรงหน้ากลับยิ้มหัวเราะคิกคักอย่างมีความสุข จนเมื่อก้านนิ้วสวยลากไล้เฉียดกลางลำตัวของเขาอีกครั้ง ขนอ่อนท้ายทอยก็ลุกกันพรึบอย่างพร้อมเพรียง

 

“รู้รึเปล่าว่าถ้าป่วยหน่ะ ต้องออกกำลังกายนะจะได้หายไว ๆ”

 

“...”

 

“โดยเฉพาะกีฬาในร่ม

 

“...”

 

“จะป่วยหรือไข้หวัดก็ทำอะไรชานไม่ได้หรอก เชื่อแบคสิ” ไม่พูดเปล่าเพราะตอนนี้มือเรียวนั่นกำลังซุกซนลากวนอยู่เหนือลูกชายของชานยอลอย่างผะแผ่ว และนั่นก็ยิ่งทำให้ความอดทนของเขาลดฮวบอย่างรวดเร็ว อารมณ์ในร่างกายถูกปั่นขึ้นมาเพียงถูกสัมผัสแค่เล็กน้อย เริ่มเกลียดพิษไข้ที่ทำให้เขาควบคุมตัวเองไม่ได้

 

“ชานยอล.. ตกลงให้เช็ดไหม” เสียงเล็กถามอีกครั้งซ้ำยังช้อนตามองอย่างออดอ้อน ร่างบางค่อย ๆ โน้มตัวลงจนใบหน้าแทบจะแนบชิดกับลูกชายของเขาอยู่รอมร่อ จังหวะนั้นแบคฮยอนก็แลบลิ้นตวัดขึ้นเลียริมฝีปากหนึ่งรอบเรียกความกระสันของแฟนหนุ่มให้พวยพุ่ง

 

“ชานยอล..” ชื่อของเขาถูกเปล่งออกมาจากริมฝีปากสีเชอรี่อีกครั้ง ทำเอาจิตใจคนฟังไม่อยู่กับเนื้อกับตัว ไม่รู้ว่าตัวเองกลายเป็นคนแบบนี้ไปตั้งแต่เมื่อไหร่ พลันจินตนาการถึงภาพที่แบคฮยอนกำลังทำอย่างที่ปากพูดไว้เมื่อครู่ อดไม่ได้ที่จะเผลอกัดปากแน่นเพื่อไม่ให้ทุกอย่างมันแตกตื่นไปมากกว่านี้ แถมน้ำหนักมือที่คอยนวดคลึงส่วนอ่อนไหวนั่นก็คอยสร้างความปั่นป่วนให้เขาอยู่เรื่อย ๆ

 

“ชานยอล..”

 

มือเล็กบีบคลึงมันอีกครั้ง ลากมือไล้ตามความยาวด้วยความหลงใหล ประคบประหงมมันด้วยความรักและหวงแหน

 

“ชาน..”

 

ดวงตากลมโตทนมองภาพตรงหน้าไม่ไหว จึงข่มตาหลับพลางปล่อยให้ความรู้สึกทุกอย่างให้เป็นไปตามธรรมชาติ..

..

 

“ชาน!!” เสียงดังลั่นของแบคฮยอนทำเอาชายหนุ่มสะดุ้งตัวขึ้น ชานยอลกระพริบตามองรอบทิศก่อนจะพบว่าตัวเองอยู่ในห้องนอน เนื้อตัวสวมเสื้อกล้ามดำกับบ๊อกเซอร์สีเข้มเหมือนคราวแรก และข้างก็กายก็มีร่างจ้อยของแฟนตัวเองกำลังนั่งมองเขาอยู่ด้วยแววตางุนงง

 

“เป็นไร เรียกก็ไม่ตอบ เหม่อหรอ?” แบคฮยอนถามออกมาพร้อมกับหรี่ตามองแฟนหนุ่มอย่างจับพิรุธ ให้ตายซี่ เมื่อครู่คนป่วยก็เงียบนิ่งไปทั้ง ๆ ที่เขาอุตส่าห์ถามว่าจะให้เช็ดส่วนนั้นให้ด้วยรึเปล่า ไม่คิดว่าจะจิตหลุดเหม่อไปไกลแถมยังทำหน้าตาประหลาด ๆ อีกต่างหาก

 

ชานยอลกระพริบตามองคนรักอย่างงง ๆ พยายามประมวลผลว่าเกิดอะไรขึ้น หรือว่าเรื่องเมื่อครู่เขาคิดไปเองหรอกหรอ..

 

“เมื่อกี้แบคเรียก?”

 

“ก็ใช่หน่ะสิ คิดว่าใคร แล้วตกลงจะให้แบคเช็ดจู๋ให้รึเปล่า?” น้ำเสียงเรียบง่ายกับประโยคที่ฟังแล้วดูคล้ายจะธรรมดาแต่กลับไม่ธรรมดาในความรู้สึกของชายหนุ่ม มันสร้างความตื่นตระหนกให้แก่ชานยอลพอสมควร ดวงตากลมจ้องมองคนรักตรงหน้าทันที

 

“เช็ด?.. เช็ดจู๋?”

 

“เออดิ”

 

“จู๋ชานเนี่ยนะ?”

 

“เอ่า! จะให้ไปเช็ดจู๋ใครถ้าไม่ใช่จู๋แฟน ไม่รักไม่เช็ดให้หรอกนะ”

 

“...”

 

“ตกลงเอาไง จะให้เช็ดไหม” แบคฮยอนถามอีกครั้งหลังจากที่รอคำตอบมานาน เช็ดตัวทั้งทีก็ต้องเอาให้ทุกซอกทุกมุม เชื้อโรคจะสะสมตรงไหนบ้างก็ไม่รู้ เหงื่อออกโซมกายขนาดนี้ยิ่งต้องเช็ดให้สะอาด

 

แต่ทุกอย่างกลับไม่มีคำตอบใดเปล่งออกมาจากริมฝีปากหนานั่นเลยแม้แต่น้อย โอเค แบคฮยอนจะพยายามเข้าใจว่าชานยอลป่วยแล้วมักจะสติหลุดบ่อย ๆ ดังนั้นงานเช็ดจู๋ในวันนี้ก็คงต้องทำแบบขืนใจกันสักหน่อย พอเอาเขาจริงชานยอลก็จำไม่ได้หรอกว่าเขาทำอะไรลงไป

 

“เงียบ ไม่ตอบ งั้นเช็ดเลยนะ จะได้รีบนอน”

 

ตัดสินใจเขยิบตัวไปยังข้างเตียงเพื่อเอาผ้าขนหนูชุบน้ำใหม่อีกครั้งแล้วบิดให้หมาด ๆ หวังว่าจะเอามันไปเช็ดลูกรักให้แฟนหนุ่ม แต่จังหวะที่แบคฮยอนกำลังจะหันกลับไปนั้นจู่ ๆ ร่างกายของเขาก็เอนล้มลงบนเตียงตามด้วยร่างกายใหญ่โตที่คร่อมตัวเขาไว้อยู่ ยังไม่ทันจะอ้าปากท้วงอะไรชานยอลก็โน้มใบหน้าเข้ามาใกล้ก่อนจะก้มจูบที่มุมปากเล็กจนลมหายใจร้อนนั่นปัดเป่าปลายจมูกเขา

 

“คิดว่าถ้าเช็ดแล้วมันจะจบแค่นั้นหรอ”

 

“...”

 

“ตอนนี้ชานทนไม่ไหวแล้วว่ะ”

 

“...”

 

“ขอนะ” 







CUT













แบคฮยอนหยัดตัวขึ้นเล็กน้อยพร้อมกับเงยหน้ามองแฟนหนุ่มตรงหน้า ใช้นิ้วชี้ปาดน้ำอุ่นที่เลอะรอบปากเบา ๆ ก่อนจะตวัดเข้าริมฝีปากแล้วดูดนิ้วตัวเองจนดังจ๊วบ

 

“ฮ.. พอใจคนป่วยรึยัง” ปรายตามองคนรักที่ตอนนี้กำลังทำหน้าตาอิ่มเอมใจ ให้เดาก็คงสาแก่ใจแล้วจริง ๆ นั่นแหละ

 

“ใครป่วย” ชายหนุ่มพูดด้วยเสียงเรียบขณะที่จ้องมองร่างเล็กตรงหน้า “หายแล้ว”

 

“หืม? หายง่ายไปไหม ก่อนหน้านี้ยังจะเป็นจะตายอยู่เลย” แบคฮยอนเบ้ปากใส่อีกฝ่ายหลังจากที่ได้ยินประโยคโกหกที่บอกว่าหายป่วยแล้ว ยกมือปาดน้ำที่เลอะขอบปากไปพลาง ๆ

 

“อือ ได้ออกกำลังกายก็หายแล้ว”

 

คำพูดนั่นทำเอาแบคฮยอนถึงกับพูดอะไรไม่ออก มันเกี่ยวอะไรกับออกกำลังกาย แต่เพราะสายตากรุ้มกริ่มของเจ้าตัวนั่นแหละที่เป็นคำตอบทุกอย่าง

 

“ทะลึ่ง”

 

ชานยอลหัวเราะในลำคอพร้อมกับเผยยิ้มแบบที่ไม่เคยทำให้ใครเห็นมาก่อน เขาเอื้อมมือไปคว้าเอวแบคฮยอนให้เคลื่อนลงมานอนข้าง ๆ กัน กางแขนออกเพื่อเป็นหมอนรองให้คนรักก่อนที่จะกดจูบที่ข้างขมับ กอดกระชับให้ร่างกายเบียดแน่นเข้าหากัน

 

“มีคนดูแลดีแบบนี้ก็ต้องหายป่วยไวเป็นธรรมดาสิ ถูกไหม”

 

“แล้วเมื่อกี้แบคดูแลชานตรงไหนหรอ มีแต่ชานนั่นแหละที่เอาแต่ใจตัวเอง” เสียงเล็กบ่นอุบอิบพลางมองค้อนใส่ เมื่อครู่เขายังไม่ทันได้พักหายใจเลยสักนิด แถมเขายังไม่ทันจะได้พูดอะไรก็บุ่มบ่ามทำตามใจตัวเอง มันน่าตีนัก ให้ตายสิ

 

“แต่แบคก็ตามใจชานไง”

 

“...”

 

“นึกว่าจะต้องป่วยนานกว่านี้แล้วซะอีก” ขณะที่พูดก็ยกมือเกลี่ยไรผมนุ่มไปพลาง ๆ  ตั้งแต่ตอนไหนไม่รู้ที่หลงรักผู้ชายตัวเล็กคนนี้ มันเป็นเรื่องที่เขาเองก็หาเหตุผลไม่ได้จริง ๆ ว่าเพราะอะไร รู้แค่ว่าตัวเองกลายเป็นคนที่โชคดีที่สุดที่ได้มีแบคฮยอนอยู่ข้างกาย ความรักที่อีกฝ่ายมอบให้มันก็มากซะจนเขาเองก็ไม่รู้จะตอบแทนยังไง

 

รู้แค่ว่าอยากจะรักและก็ดูแลแบบนี้ไปเรื่อย ๆ ไม่ว่าจะตอนนี้หรือตอนไหน ชานยอลก็อยากมีแบคฮยอนตลอดไป..

 

“สุขสันต์วันวาเลนไทน์ครับ”

 






 

 

end

 

 

 

-  - - - - - - - - talk ! ตอนนี้ขอยาวๆหน่อย

 

     กำ จบไปแล้วกับตอนพิเศษวันวาเลนไทน์ที่เพิ่งมาตอนเดือนกว่า ไอ้บ้าเอ้ย นี่มันเดือนมีนาละโว้ยยยยยยยยย


     ตอนนี้เป็นตอนที่ยากมากกก ยากที่สุด มันยากตรงที่เป็นช่วงเราสอบแล้วเขียนเอ็นซีไม่ออก จริงๆเนื้อหาไม่ใช่แบบนี้นะ เราอยากจะแคปไฟล์ให้ดูเหลือเกินว่าเราแก้กับตอนนี้เกือบสิบครั้ง มากกว่านั้นด้วยซ้ำ ฉากนั้นเราแก้ไปห้าครั้ง เขียนใหม่ ไปต่อไม่ถูกอีก กว่าจะเสร็จก็ลากเลือดกันเลย ตาเปียกตาแฉะกันชิบหาย และสุดท้ายก็ได้แบบนี้ออกมา

     เราไม่รู้ว่าความคาดหวังของคนอ่านคืออะไร แต่เราก็ตั้งใจและพยายามทำมันออกมาให้ดีที่สุด อาจจะไม่ได้ดีเท่าที่คิดไว้ แต่เราทำเต็มที่ละ


     และต่อจากบรรทัดนี้ไปจะเป็นการไทร์อินของเราเอง

     คลังฝันเปิดโอนพรุ่งนี้นะคะ พร้อมกันทั่วประเทศ เวลา 11.00 น. ตรงเป้ะ เดี๋ยวเราแปะลิ้งค์ไว้ก่อนตอน 10.00น. ที่หน้าทวิต @soomung นะจ๊ะ

     รายละเอียดอยู่บทความก่อนหน้า เข้าไปอ่านกันได้ ราคาเล่มละ 330 บาท ส่งแบบลงทะเบียน 30 บาท เป็น 360 บาท สามารถนัดรับที่งานฟิค 30 เมษาได้นาจา


 

     พิเศษ! สำหรับ 21 คนแรก แถมฟรีโปสการ์ดน้องแบคชมพูและผัวของเขา เอาไว้เป็นภาพปลากรอบในตอนกันไปเลย

 

 

     ส่วนใครที่ไม่ทันก็ไม่ต้องเสียใจไป เรามีรางวัลสำหรับการตอบคำถามในฟอร์มอีก 12 รางวัล น่ารักกรุ้งกริ้งเว่อร์ 55555555555 (เผลอๆอาจจะแถมอีกถ้ายอดสั่งเกินที่เราตั้งไว้)

     เอาเป็นว่าถ้าใครสนใจก็ขอฝากด้วยนะคะ ขอบคุณมากๆสำหรับคอมเม้นท์และสกรีมในแท็ก ถึงจะน้อยนิดแต่ก็เป็นกำลังใจชั้นดีในการขับเคลื่อน ได้แต่หวังว่าตอนนี้เม้นท์จะถล่มทลาย ฉลองให้กับคู่รักข้างบนหน่อยละกันเนอะ

     5555555 ไรท์พูดมากจังวะ โอเค ไปก็ได้ บายค่ะ

     #ฟิคคลังฝัน

















              Chess theme






ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 145 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

6,477 ความคิดเห็น

  1. #6361 heykiki (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 16 เมษายน 2562 / 20:26
    หมันไส้จริงจริ๊งงงงงง พอมีครั้งแรกหลังจากนั้นก็ตบะแตกไม่หยุด
    #6,361
    0
  2. #6025 heykiki (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2561 / 22:53
    ชานยอลลลหมกมุ่นอะดิ คิดเองเออเองจนต้องทำ 555555555555555 เอ็นดูคนป่วย
    #6,025
    0
  3. #5457 GBright˙ω˙ (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2560 / 23:31
    เด็ดดดดเว่อออ
    #5,457
    0
  4. #5123 Sunshineshy (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2560 / 01:43
    เด็ดมากเว่อ นับถือไร้เต้อเรยแต่งได้ดีมากๆ เอ็นซีก็นะ55555555ชอบที่สุดจ้า
    #5,123
    0
  5. #4747 EUNHWA_OK (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 19 กรกฎาคม 2560 / 08:40
    หมั้นไส้คนป่วย ชิชิ
    #4,747
    0
  6. #4220 KAKARN_MATO (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2560 / 10:42
    จ่ะ....
    #4,220
    0
  7. #3916 เจ้าครีม (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 6 มกราคม 2560 / 17:57
    โซแดมฮอตมากๆค่ะ5555555
    #3,916
    0
  8. #3402 nchler (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2559 / 05:28
    อากาศร้อนจัง 555555555555
    #3,402
    0
  9. #3086 litterrabbitza (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 17 กันยายน 2559 / 10:58
    มันฮอตมากกก งื้ออ เลือดหมดตัว
    #3,086
    0
  10. #2845 pim pimmi (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 24 สิงหาคม 2559 / 16:38
    งื้อออออออ ><
    #2,845
    0
  11. #1976 ONPCY. (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2559 / 11:09
    ไรท์คะะะะ ที่ไรท์แต่งอันนี้ก็เรียกเลือดลมให้สูบฉีดรุนแรงแล้วค่าาาาาา ของเขาดีจริงๆ ป่วยก็แค่ป่วยแหละ รุนแรงมากกก ดีกับใจมากค่ะ ชอบอ่ะ ชอบที่คนรักกันไม่จำเป็นต้องหวือหวาต่อหน้าใครๆ แบบแฟนก็ได้ แบบคนรักกันก็ดี แค่รู้ว่ามีกันและกันก็พอ เวลาแสดงความรักก็ตามสมควร คงไม่มีการแสดงชุดน้องแบคชมพูอีกแล้วสินะ 55555555555
    #1,976
    0
  12. #1452 EATWELL (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 29 มีนาคม 2559 / 21:51
    โอยยยยยยยยยยยยยยยยย เด็ดเวงค่ะท่านผู้ชมบอกได้คำเดียว
    #1,452
    0
  13. #1429 ikonsouy (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 24 มีนาคม 2559 / 01:41
    เชร้ดดดดด คนป่วยเค้าของขึ้นง่ายขนาดนี้เลยเหรอคะ นี่ป่วยจริงป่าว ป่วยแล้วถึงใจขนาดนี่ ป่วยบ่อยๆ เราชอบ555555
    #1,429
    0
  14. #1427 milk (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 22 มีนาคม 2559 / 23:30
    สงสัยนิดหน่อยว่าชานยอลทำไมเก่งมากในเม่อตั้งแต่ม.สามไม่ได้จู๋จี๋ใครเลย สงสัย55555555555555555555555 ขอโทษที่เราจังไรไปนิดนึง55555555555
    #1,427
    0
  15. #1423 อิ อิ (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 21 มีนาคม 2559 / 15:02
    ดุเดือด เผ็ดมัน แซ่บซี้ดถึงทรวงไปอีกกกกกกกก คือป่วยจริงๆเนอะ 5555
    #1,423
    0
  16. #1419 멍령이 (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 20 มีนาคม 2559 / 23:57
    ดุเดือดมาก ร้อนแรงจริงๆ
    #1,419
    0
  17. #1411 bbbbbbbys (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 20 มีนาคม 2559 / 00:38
    ป่วยอะไรกันแน่เนี่ย5555
    #1,411
    0
  18. #1410 `ตูดหมึก (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 19 มีนาคม 2559 / 23:41
    ชอบเรื่องนี้สุดๆอ่ะ แทนตัวเองแบคกับชานตั่ลล้าค 
    #1,410
    0
  19. #1406 WANBABE (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 19 มีนาคม 2559 / 21:18
    ไม่ไหวแล้ว คือมันร้อนแรงมาก /เลือดสาดเต็มหน้าจอ
    #1,406
    0
  20. #1405 dovy_bubble (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 19 มีนาคม 2559 / 21:05
    โอ้ยยยยยตายยยยยย นังแบคขี้อ่อย ออกกำลังละหายเลย..
    #1,405
    0
  21. #1404 บี๋ (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 19 มีนาคม 2559 / 17:00
    ชอบเวลาแบคเรียกชานยอลว่าชานอะ มันดูน่ารักยังไงก็ไม่รู้ ชอบที่ชานยอลบอกว่ารักแฟนตัวเล็กสุดแจ๊ดแจของตัวเองด้วย น่ารักกกกกก ชอบบบบบ
    #1,404
    0
  22. #1402 falling0814 (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 19 มีนาคม 2559 / 15:22
    ชอบเซ็ตพิ้งค์มากอ่ะน่ารักดี
    #1,402
    0
  23. #1400 junojunox (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 19 มีนาคม 2559 / 12:20
    ทำไมตอนออกไปเที่ยว เหมือนใกล้ตาย แต่พอกลับห้องแล้วคนใกล้ตายคนนั้นหายไปไหน?55555555
    #1,400
    0
  24. #1399 BACON_BAEK (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 19 มีนาคม 2559 / 12:10
    ป่วยแบบนี้หมอรักษาไม่หายนะคะ 555555555
    #1,399
    0
  25. #1396 CHANFECT (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 19 มีนาคม 2559 / 11:18
    นี่พี่เขาป่วยอยู่จริงๆช้ะ
    #1,396
    0