[ exo SF/OS ] คลังฝัน - chanbaek

ตอนที่ 28 : (OS) I H , I L - chanbaek

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 12,851
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 148 ครั้ง
    7 ก.พ. 59















I H , I L






















NAME: I H , I L

FANDOM: CHANYEOL x BAEKHYUN

NOTE: แรงบันดาลใจจากเรื่อง The heart of miscalculation มีการปรับเปลี่ยนตามความเหมาะสม หากเนื้อหาผิดพลาดประการใดขออภัยมา ณ ที่นี่ด้วย

 











 

 

บยอนแบคฮยอน คนที่ไม่เคยเชื่อในความรัก

 

 

สำหรับเขาแล้วการมีความรักในช่วงวัยรุ่นมันก็น่าสนุกดีอยู่หรอก แต่ถ้าต้องจริงจังกับใครสักคน แบคฮยอนก็ไม่เห็นว่ามันจะสนุกตรงไหน มันสมควรหรอที่จะเอาเวลาอันแสนสนุกและมีค่ามาจมปลักอยู่กับคนคนคนเดียว การแบ่งปันและเผื่อแผ่ความต้องการนั่นแหละคือสิ่งที่สนุกที่สุด เล่นกับพวกผู้หญิงไปวัน ๆ เติมเต็มความต้องการทางเพศ

 

เพราะงั้น เขาจึงเลือกที่จะไม่ผูกมัดกับใคร

 

 

 

 

“อ๊ะ.. เบา ๆ ซี่” เสียงหวานครางร้องอื้ออึงยามที่ถูกปลายจมูกร้อนซุกไซ้ลำคอขาว ยิ่งเวลาที่หญิงสาวหดหนี แบคฮยอนก็สนุกที่เข้าไปฝังปลายจมูกพร้อมกับแลบลิ้นเลียอย่างหยาบโลน “ฮ่ะ ๆๆ เราจั๊กจี้นะ”

 

“อืม ก็อยากให้จั๊กจี้ไง”

 

“แกล้งหรอ” ใบหน้าสวยง้ำงอพร้อมกับเบะปากอย่างน่าหมั่นไส้

 

“เปล่าซะหน่อย” ชายหนุ่มตอบกลับก่อนจะผละออกจากซอกคอขาว เอนตัวนั่งพิงผนังห้องเรียนหลังจากที่เขาและหญิงสาวแอบมาจู๋จี๋กันในห้องปลอดผู้คน ปล่อยให้คนตรงหน้านั่งเขินจนหน่วยแก้มแดงจัด ท่อนขาสวยอยู่ภายในกระโปรงตัวจิ๋วเปิดวับแวมไปมาเพราะท่านั่งพับเพียบของเจ้าหล่อน หญิงสาวจ้องมองชายหนุ่มด้วยท่าทีขวยเขิน ซ้ำยังส่งสายตาเชิญชวนมาให้เสียอีกรอบ แบคฮยอนจึงได้แต่ยิ้มกรุ้มกริ่มแล้วดึงเธอเข้ามานั่งซบอกของตัวเองอีกครั้ง

 

เขาชอบความสัมพันธ์แบบฉาบฉวย

 

แน่นอนว่าผู้หญิงพวกนี้ก็ต้องการแบบเดียวกับเขา

 

การไม่ผูกมัดเนี่ยแหละที่ทำให้ชีวิตวัยรุ่นสนุกยิ่งกว่าเดิม แบคฮยอนไม่คิดจะจริงจังกับใครหรอก และการที่ต้องมานั่งพะว้าพะวงหลังกับใครสักคนนี่มันคงหน้าปวดหัวไม่น้อย ลองนึกว่าต้องอยู่แบบอิสระ ไปไหนก็ได้ ทำอะไรกับใครก็ได้

 

เนี่ยแหละ บยอนแบคฮยอน

 

 

 

“ฉันคิดทบทวนเรื่องของเรามาสักพักแล้ว”

 

“..................”

 

“เรื่องที่ฉันจะชอบเธอแบบจริงจัง มันคงเป็นไปไม่ได้หรอก”

 

เสียงทุ้มต่ำของใครบางคนเรียกความสนใจของชายหนุ่มได้เป็นอย่างดี ความสงสัยแล่นเข้ามาในความคิด ขณะนี้ห้องเรียนก็ไม่ได้มีใครอยู่นอกจากเขาและหญิงสาวที่ชื่อ... เออ ช่างมันเถอะ

 

“ไปหาคนใหม่เถอะ” จังหวะนั้นแบคฮยอนได้แต่มองหาที่มาของเสียงก่อนจะพบว่ามันอยู่ด้านหลังของผนังที่ตนพิงอยู่ เหนือหัวของเขาเป็นหน้าต่างที่ไม่ได้ปิดบานเลื่อน เอี้ยวตัวไปมองเห็นแผ่นหลังของผู้ชายคนหนึ่งซึ่งเขาเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าหมอนั่นมายืนตรงนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ แต่ว่าเสี้ยวใบหน้านั่นมองแวบเดียวก็นึกออกว่าเป็นใคร

 

นั่นมัน ปาร์คชานยอล ห้อง 2 นี่..

 

คิ้วเรียวเลิกขึ้นด้วยความฉงนเมื่อรู้ว่านั่นคือเพื่อนข้างห้อง เขาไม่เห็นหรอกว่าหมอนั่นทำสีหน้ายังไง แต่เพราะบรรยากาศโดยรอบดูจริงจังเสียจนน่ากลัว  และประโยคเมื่อครู่คงทำให้ใครอีกคนกลั้นเสียงสะอื้นไว้ไม่อยู่ ไม่ต้องไปเดาให้ยากหรอก คนฟังคงต้องน้ำตาไหลพรากอยู่แน่ ๆ

 

หึ ประโยคนั่นดูจริงจังชะมัด

 

เป็นคนแบบนี้เองหรอกหรอ

 

“ทำไมถึงมาพูดกันแบบนี้ล่ะชานยอล ฉันทำอะไรไม่ดีหรอ? ทำไม..” เสียงหญิงสาวพูดขึ้นพร้อมกับเสียงสะอื้นปะปนกันไป นั่นก็ทำให้แบคฮยอนถึงกับเบ้ปากออกมาด้วยความขัดใจ

 

ผู้หญิงแบบนี้เนี่ยแหละที่แบคฮยอนรำคาญเป็นที่สุด

 

“ไม่ใช่เธอหรอกที่ทำไม่ดี มันผิดที่ฉันเอง”

 

“ถ้านายผิดนายก็ควรรับผิดชอบฉันสิ”

 

“คบกันต่อไปก็มีแต่เธอที่เจ็บ”

 

“ไม่จริง.. ฉันไม่เจ็บหรอก เชื่อฉันเถอะชานยอล อย่าทิ้งฉันเลยนะ” หญิงสาวคนนั้นยังคงคร่ำครวญอย่างเจ็บปวดราวกับว่าการเลิกกับแฟนหนุ่มจะทำให้เธอขาดใจตาย แถมอีกฝ่ายก็ช่างอ้อมค้อมเสียจนน่าหงุดหงิด บอกไม่ได้รักแล้วก็เดินหนีไปสิจะได้จบ ๆ

 

“หึ น่ารำคาญชะมัด”  เผลอหลุดปากพูดออกมาจนไม่ทันได้ระวัง คนข้างกายถึงกับเบิกตากว้างมองอย่างตกใจแถมยังทำเสียงชู่วเชิงบอกให้เงียบ แต่แบคฮยอนก็ได้แต่ยักไหล่เบ้ปากใส่อย่างไม่ยี่หระ เขาไม่ผิดซะหน่อย ก็หมอนั่นดันมาบอกเลิกสาวแถวนี้ทำไมล่ะ

 

จนเมื่อมีบางอย่างวางลงบนศีรษะทำเอาชายหนุ่มตกใจสะดุ้งแหงนหน้าขึ้นมอง และไอ้บางอย่างที่ว่านั่นก็คือฝ่ามือของปาร์คชานยอล แบคฮยอนไม่เข้าใจว่าทำไมถึงทำแบบนั้นจนเมื่ออีกฝ่ายหลุบตาต่ำมองลงมาแถมยังยกนิ้วชี้จรดปากเชิงบอกให้เงียบ เขาจึงมองผ่านไปยังผู้หญิงคนนั้นที่กำลังซุกหน้ากับฝ่ามือแล้วร้องไห้อย่างหน้าสงสาร

 

จังหวะเดียวกันก็มองกลับมายังกรอบหน้าของชายหนุ่ม ดวงตาคมคายและสันจมูกนั่นทำให้แบคฮยอนเกิดความรู้สึกประหลาด

 

ให้ตายสิ เขาต้องบ้าไปแล้วแน่ ๆ

 

“หรือว่าชานยอลมีคนอื่นที่ชอบอยู่แล้วงั้นหรอ? ฮึก” ฝ่ายหญิงยังคงไม่เลิกหยุดฟูมฟายหลังจากที่อีกฝ่ายปล่อยให้เธอยืนปิดหน้าร้องไห้อยู่นานสองนาน

 

“ไม่ใช่อย่างนั้นหรอก”

 

“ถ้าไม่ใช่แบบนั้นแล้วมันเป็นเพราะอะ--!!

 

“เฮ้ เธอหน่ะ..” ขณะที่หญิงสาวกำลังจะพูดจบประโยค เสียงเดียวกับเจ้าของประโยค น่ารำคาญเมื่อครู่ก็พูดขัดขึ้นพร้อมกับแขนที่โอบกอดคนตัวสูงจากด้านหลัง ปลายคางฝังลงบนลาดไหล่ ส่งยิ้มบางให้หญิงสาวตรงหน้าจนดวงตาหยีตามแบบฉบับ

 

“ที่เขาคบกับเธอต่อไม่ได้ ก็เพราะว่าตอนนี้..”

 

“................”

 

“ชานยอลกับฉันกำลังคบกันอยู่ไง”

 

!!!

 

 

 

 

 

 

 

“โทษนะที่เข้าไปขัดจังหวะนายกับแฟนคนสวยนั่น”

 

“.................”

 

“ปาร์คชานยอล? ใช่ไหม?” แบคฮยอนถามออกไปทั้ง ๆ ที่รู้ดีอยู่แล้วว่าผู้ชายคนนี้ชื่ออะไร ไม่รู้จักก็คงแปลก ชานยอลเองก็เรียนอยู่ห้องข้างกัน ในขณะที่หมอนั่นอยู่ห้อง 2 และแบคฮยอนเองก็อยู่ห้อง 3 เห็นหน้าค่าตากันมาก็ตั้งแต่ม.ปลายปีหนึ่ง จนตอนนี้กำลังจะขึ้นปีสามแล้ว

 

“ไม่หรอก นายช่วยได้เยอะเลยต่างหาก” ชานยอลเลี่ยงที่จะไม่สนใจคำถามสุดท้ายเมื่อครู่ เขาผ่อนลมหายใจออกมาพลันนึกถึงเหตุการณ์ก่อนหน้าที่จู่ ๆ ผู้ชายคนนี้ก็เข้ามาช่วยได้ทันเวลาพอดี เอาจริงแล้วชานยอลเองก็ไม่รู้ว่าจะจัดการกับฝ่ายหญิงยังไงเหมือนกัน

 

“ผู้หญิงแบบนั้นนายควรจะพูดให้ชัดเจนเลยนะ ไม่อย่างนั้นเธอก็จะวอแวนายไม่เลิก” พูดพร้อมกับเบนสายตามองออกไปข้างนอก เห็นตึกรามบ้านช่องรอบ ๆ โรงเรียนแล้วเหมือนภาพวาดชะมัด ตอนนี้ทั้งเขาและชานยอลอยู่อยู่บนดาดฟ้า ปล่อยให้แดดอ่อน ๆ และอากาศเย็นสบายพัดเอาความสดชื่นมาให้

 

“เหมือนที่นายทำกับผู้หญิงคนนั้นหรอ” ถ้าคนอื่นมาได้ยินก็คงหน้าสั่นอยู่ไม่น้อย ประโยคนั่นทำเอาแบคฮยอนปรายตามองก่อนที่เหยียดยิ้มมอง

 

“อะไรที่มันกวนไรก็ควรจะเขี่ยทิ้งออกไปไม่ใช่รึไง” เมื่อได้ฟังแบบนั้นแล้วชานยอลก็ถึงกับพูดอะไรไม่ออกนอกจากเสหน้ามองไปทางอื่น เขาไม่เข้าใจตรรกะความคิดของผู้ชายตัวเล็กนี่เลยสักนิด

 

“น่าสงสารออก ดูท่าเธอจะจริงจัง” ชายหนุ่มพูดตามความจริงที่เห็น

 

“ถ้าแบบนั้นเรียกว่าจริงจัง อย่างนายก็เรียกว่าโคตรจริงจัง” แบคฮยอนแค่นยิ้มมองอีกฝ่ายที่ตอนนี้ก็ยังคงทำหน้านิ่งอยู่เหมือนเดิม นอกจากความเงียบแล้วชานยอลก็ไม่ได้พูดอะไรจนเขาเองก็รู้สึกตัวว่าเมื่อครู่ดันลามปามเพื่อนข้างห้องซะแล้ว

 

“ไม่ได้ตั้งใจจะพูดแบบนั้นนะ โทษที”

 

“อือ ช่างมันเถอะ” คนตัวสูงบอกปัดอย่างไม่ถือสา เพราะถึงยังไงซะ คนข้าง ๆ ก็ไม่ได้รู้จักเขาดีมากพอ จึงไม่แปลกที่จะตัดสินกันเพียงเพราะมุมมองที่เห็นในตอนนั้น

 

“กับแฟนคนนั้นคบเพราะอะไร” เงียบไปครู่ใหญ่ก่อนจะพูดถามในสิ่งที่ตัวเองสงสัย แบคฮยอนเองก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าคนที่ตัดสินใจคบกันเนี่ย เขาคิดอะไรกันอยู่

 

“ไม่รู้สิ อยากจริงจังมั้ง” ชั่งใจอยู่นานกว่าจะตอบออกไป เหตุผลที่ตัดสินใจคบในตอนนั้นก็คงเป็นเพราะว่าเห็นแก่ความพยายามของเธอ จนบางครั้งก็ทำให้เขาเองนึกอยากจะจริงจังด้วย แต่นับวันเข้าทุกอย่างมันกลับสวนทางและนั่นก็ทำให้อึดอัดจนทนไม่ไหว คิดว่าจบความสัมพันธ์เอาไว้แค่นี้ก็คงดี แต่ไม่นึกว่าทุกอย่างมันจะยืดเยื้อขนาดนี้

 

ถ้าเกิดไม่ได้ผู้ชายคนนี้มาช่วยไว้ เขาอาจจะกลับไปปลอบหญิงสาวอีกครั้งก็ได้

 

“อะไรกัน.. ไม่คิดว่ามันตลกไปรึไง ที่จะมาจริงจังกับความรักในวัยเรียนหน่ะ”

 

“..................”

 

“ยิ่งกับพวกผู้หญิง ไม่มีใครคิดแบบนั้นหรอก” คำพูดของแบคฮยอนทำเอาชายหนุ่มตัวสูงเลิกคิ้วมองด้วยความแปลกใจ จนกระทั่งดวงตาเรียวเล็กเบิกกว้างอย่างตกใจ เมื่อจู่ ๆ มือหนาก็ยื่นเข้ามาจับที่ปลายคางแล้วขยับให้หันมาสบตากัน ดวงตาเรียบนิ่งสะกดคนมองให้ชะงักนิ่ง

 

 

“หน้าตาก็น่ารักนะ แต่ทำไมถึงพูดจาไม่เข้าท่าแบบนั้นหล่ะ”

 

“.................”

 

“จะผู้หญิงหรือว่าผู้ชาย คนที่ไม่เคยจริงจังกับความรักแบบนายหน่ะ ไม่มีทางเข้าใจหรอก”

 

 

“.................”

 

“ระวังตัวเอาไว้บ้างก็ดี นายอาจจะกลืนน้ำลายตัวเองก็ได้นะ”

 

ประโยคนั่นทำเอาห้วงหายใจของแบคฮยอนติดขัดขึ้นมาอย่างประหลาด คล้ายกับถูกตบหน้าแต่ทว่ามันไม่ได้เจ็บ จะบอกว่าชาก็ไม่เชิง และสายตาของชานยอลก็ไม่สามารถคาดเดาได้เลยสักนิดกำลังคิดอะไร จนเมื่อมือหนานั่นปล่อยออกจากคางของเขาแล้วหันกลับไปยืนเหมือนเดิม

 

คำพูดมากมายถูกทิ้งไว้ให้แบคฮยอนได้ยืนทบทวนตัวเอง แน่นอนว่าผู้ชายคนนั้นพูดถูกทุกอย่าง ทั้งเรื่องที่เขาไม่จริงจังกับความรัก และเรื่องที่เขาไม่เข้าใจ แบคฮยอนไม่รู้หรอกว่าความคิดนี้มันเกิดขึ้นตั้งแต่ตอนไหน รู้ตัวอีกทีก็กลายเป็นคนแบบนี้ไปแล้ว

 

จะให้ทำไงวะ

 

นัยน์ตาเรียวชำเลืองมองชายหนุ่มตัวสูงที่ตอนนี้ยืนหันหลังพิงรั้วกั้น ปล่อยให้สายลมพัดเป่าเส้นผมสีน้ำตาลเข้มจนยุ่งเหยิงไปหมด แต่ทว่ามันกลับดูน่าหลงใหลอย่างประหลาด

 

“แล้ว.. จะเอายังไงต่อ ดูท่าแฟนนายจะไม่ยอมง่าย ๆ เลยนะ” ทิ้งช่วงไว้ครู่หนึ่งก่อนจะถามขึ้นมา นึกถึงเหตุการณ์ก่อนหน้าที่พอเจ้าหล่อนได้ยินเขาประกาศเป็นแฟนกับชานยอล เธอก็นิ่งค้างไปก่อนจะหวีดเสียงร้องลั่นแล้ววิ่งหนีหายไปอีกทาง

 

พอ ๆ กับหญิงสาวอีกคนที่มากับเขา รายนั้นก็เหมือนจะโวยวาย แต่เพราะว่าแบคฮยอนชิงพูดขึ้นมาก่อน ทุกอย่างจึงจบแบบไม่ต้องต่อความยาวสาวความยืด

 

“จริงสิ ทำไงดีละเนี่ย...” น้ำเสียงเนือย ๆ ของชานยอล ฟังดูแล้วไม่ค่อยใส่ใจ คล้ายกับประโยคที่ถามว่า วันนี้จะกินอะไรดีมันดูไม่น่าให้ความสำคัญเท่าไหร่ แต่ไม่รู้สิ.. ตอนนี้แบคฮยอนกำลังเริ่มสัมผัสได้ถึงความสนุกที่กำลังจะเกิดขึ้น

 

“ถ้างั้น นายมาคบกันฉันจริง ๆ ไหมล่ะ”

 

“..................”

 

“ไหน ๆ ก็บอกผู้หญิงคนนั้นไปแล้วว่าเราเป็นแฟนกัน เล่นกันต่ออีกนิดหน่อยจะเป็นไรไป”

 

ชานยอลหันมามองแบคฮยอนด้วยความสงสัย มีคำถามมากมายเกี่ยวกับผู้ชายตัวเล็กตรงหน้าว่าหมอนี่เป็นคนยังไง แน่นอนว่าเขารู้จักแบคฮยอนพอ ๆ กับที่รู้จักเน็ตไอดอลตามอินสตาแกรม แค่ผิวเผิน ไม่ได้รู้ลึกตื้นหนาบาง จำได้แค่ว่าผู้ชายคนนี้มีข่าวฉาวเรื่องผู้หญิงอยู่บ่อยครั้ง แต่พอได้มาสัมผัสจริง ๆ แล้ว

 

มันก็...

 

“ตอนพูดนี่คิดอะไรอยู่รึเปล่า” ชานยอลถาม

 

“อืม.. อยากหาอะไรแก้เบื่อหน่ะ และอีกอย่าง..” คนตัวเล็กพูดทิ้งช่วงไปครู่หนึ่ง ก่อนจะปรายตามองไปทางอื่นแล้วหันกลับมาสบตากับคนข้าง ๆ

 

“อยากรู้ว่ามีแฟนแล้วมันจะเป็นยังไง”

 

“...................”

 

“จริงจังกับความรัก มันจะยากแค่ไหนกันเชียว” เป็นเพราะประโยคก่อนหน้านั้นของชานยอลที่กล่าวหาว่าเขาเป็นพวกไม่เข้าใจความรัก มันทำให้เกิดความอยากรู้ว่าการผูกมัดตัวเองไว้กับใครสักคนมันจะเป็นยังไง ไหน ๆ ผู้ชายคนนี้ก็ดูท่าจะเข้าใจเรื่องนี้ดีเหลือเกิน จะช่วยถ่ายทอดความรู้สักหน่อยก็คงไม่เป็นไรหรอกมั้ง

 

“ว่าไง” แบคฮยอนถามย้ำอีกครั้งซ้ำยังเลิกคิ้วมองเป็นเชิงเร่งเร้า ชานยอลมองกรอบหน้าหวานนิ่งโดยที่ไม่พูดอะไร จนเมื่อริมฝีปากหนานั่นเผยออ้า แน่ล่ะว่ามันทำให้แบคฮยอนลุ้นอยู่ไม่น้อย

 

“อืม เอาสิ”

 

ชานยอลตอบตกลง และคำตอบนั่นก็ทำเอาแบคฮยอนเผลอหลุดยิ้มออกมา

 

 

 

 

 

 

 

“นี่ รู้รึเปล่าว่าตอนนี้แบคฮยอนห้องสามกับชานยอลห้องสองคบกันอยู่”

 

“หะ? ล้อเล่นรึเปล่า หมอนั่นเป็นผู้ชายด้วยกันทั้งคู่นะ”

 

“สงสัยคงจะเบื่อผู้หญิงแล้ว แต่น่าเสียดายชะมัด ฉันอุตส่าห์เล็งชานยอลเอาไว้”

 

“ให้ตายสิ แล้วแบคฮยอนหล่ะ วันก่อนเขายังมาชวนฉันไปเล่นด้วยกันอยู่เลย”

 

เสียงเซ็งแซ่พูดคุยเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของปาร์คชานยอลและบยอนแบคฮยอนมาได้เกือบสัปดาห์แล้ว แน่นอนว่าข่าวมันยิ่งแพร่กระจายออกไปอย่างรวดเร็วเพราะพวกเขาต่างเป็นที่รู้จักของโรงเรียนกันทั้งคู่ จึงไม่แปลกที่ใคร ๆ ต่างก็พูดถึง

 

บ้างก็ว่าล้อเล่น บ้างก็ว่าแกล้งกัน

 

แต่ฉากหอมแก้มหลังเลิกเรียนในวันนั้นคงเป็นภาพยืนยันความสัมพันธ์ของพวกเขาได้เป็นอย่างดี

 

แบคฮยอนแค่นหัวเราะเมื่อนึกถึงว่าใคร ๆ ต่างก็พูดถึงแต่เรื่องนี้ มันน่าสนุกชะมัดยามที่เดินไปไหนต่างก็ต้องมองตาม อ่า.. อย่าเข้าใจผิดนะ เขาไม่ได้อยากจะเป็นคนดังเพราะเรื่องแบบนี้หรอก แต่มันก็สนุกดีไม่ใช่หรอที่มีคนสนใจเราหน่ะ..

 

“แบคฮยอน ทำไมช่วงนี้ไม่เห็นสนใจฉันเลยหล่ะ” เสียงใสของสาวน้อยคนหนึ่งถามขึ้นเรียกสติของแบคฮยอนให้หันกลับไปมอง เขาเดินเอ้อระเหยอยู่ตรงระเบียงทางเดินมาได้สักพักแต่ก็ยักจะไม่มีใครทักเลยสักคน ใบหน้าสวยของหญิงสาวแต่งแต้มเครื่องสำอางบางเบาให้ดูสดใส แต่กลับทำสีหน้ามู่ทู่จนเห็นแล้วก็นึกอยากจะขำออกมา

 

“หืม? หมายถึงอะไรหรอ” แบคฮยอนเลิกคิ้วมองด้วยใบหน้าสงสัย

 

“ก็ที่นายหายไปบ่อย ๆ ไง ไม่คิดถึงฉันแล้วหรอ”

 

“ขอโทษทีนะ พอดีว่าฉันเบื่อหน่ะ”

 

!!!!

 

“อ๋อ แล้วก็เลิกยุ่งกันจะดีกว่าเนอะ” ส่งยิ้มหวานทิ้งท้ายก่อนจะเดินผ่านผู้หญิงคนนั้นไป ให้ตายสิ แบคฮยอนพยายามนึกชื่อของเธอแต่กลับนึกไม่ออกว่าอีกฝ่ายเป็นใคร หน้าตาสวยใสแถมหน้าอกหน้าใจก็.. อืม แน่นดีเป็นบ้า

 

แต่ก็นะ ตอนนี้อะไรก็ไม่น่าสนใจทั้งนั้น

 

“ทำไมใจร้ายแบบนี้ล่ะ เพราะอะไรหรอแบคฮยอน” น้ำเสียงกระเง้ากระงอดของหญิงสาวทำเอาขาทั้งสองข้างหยุดเดิน ชายหนุ่มหันกลับไปมองหน้าของเธออีกครั้งด้วยแววตาเรียบเฉย มันนิ่งเสียจนหญิงสาวชะงักตาม

 

“ก็เพราะว่าฉันมีแฟนแล้วไง”

 

“แฟน? เหอะ แฟนที่เป็นผู้ชายของนายหน่ะหรอ?” หญิงสาวพูดพร้อมกับเชิดหน้ามอง แววตาเหยียดนั่นทำให้แบคฮยอนลืมตัวไปชั่วขณะ “หันมาจริงจังกับความรักเพราะผู้ชายด้วยกันเนี่ยนะ?”

 

“ผู้ชายด้วยกันแล้วมันทำไมหรอ อย่างน้อยก็ไม่ได้ทำตัวน่ารำคาญเหมือนเธอก็แล้วกัน”

 

!!!

 

 

 

 

 

 

“อ๊ะ เบา ๆ สิชานยอล”

 

“อดทนหน่อย”

 

“จะให้ทนได้ไง ก็มัน..โอ๊ย” แบคฮยอนสูดปากร้องซี๊ดหลังจากที่แฟนหนุ่มกำลังทายาให้อย่างเบามือ รอยนิ้วทั้งห้าถูกประทับที่หน่วยแก้มใสจนขึ้นสีชัด เห็นแล้วก็น่าสงสารอยู่ไม่น้อย แต่ชานยอลกลับแค่นยิ้มออกมาแทน

 

“หึ! นึกแล้วก็หงุดหงิดยัยนั่นชะมัด คิดจะตบก็ตบกันเลยรึไง” แบคฮยอนบ่นอุบอิบ นึกถึงตอนที่ถูกตบเข้าฉาดใหญ่ เสียงดังลั่นไปทั่วทางเดินจนคนในห้องหันมามอง ทั้งโกรธจัดและก็อับอายในเวลาเดียวกัน แต่ถ้าจะให้เขาตบผู้หญิงโชว์ตรงนั้นมันก็ดูน่าเกลียดไปหน่อย แบคฮยอนจึงเลือกที่จะเดินไปยังห้องข้าง ๆ แล้วหันไปงอแงกับชานยอลทันที

 

“ก็ทำตัวเองทั้งนั้น ทีนี้หล่ะทำเป็นบ่น” ชานยอลว่าอย่างไม่ใส่ใจ ก้านนิ้วยาวเกลี่ยเนื้อยาให้เข้าซึมผิวใสอย่างเบามือ รอยนิ้วจาง ๆ บนผิวบอบบางชานยอลก็อดสงสารไม่ได้ และคนมือหนักอย่างเขามานั่งทายาให้ จึงไม่แปลกที่อีกฝ่ายจะร้องเจ็บไม่หยุด

 

“อะไรกัน นายเป็นแฟนฉันนะ นายควรจะปลอบฉันสิ” คนตัวเล็กว่าพลางทำสีหน้างอง้ำไม่พอใจที่ชานยอลยังคงเมินเฉย คนเป็นแฟนกันมันก็ต้องโอ๋กันไม่ใช่รึไง

 

“จะให้ปลอบอะไร ฉันว่านายเองก็สมควรที่จะโดน”

 

“ชานยอล” แบคฮยอนกดเสียงต่ำซ้ำยังตวัดสายตาดุมองคนตัวสูงตรงที่นั่งอยู่ข้างกัน

 

“เข้าใจแล้ว ๆ มานี่มา” ชายหนุ่มยกยิ้มก่อนจะเกี่ยวรั้งคอคนตรงหน้าให้เข้ามาซบที่ลาดไหล่ของตนแล้วกอดแน่น “หายเจ็บนะ เพี้ยง”

 

ชานยอลกดจูบเบาที่ข้างขมับของแบคฮยอน ทั้งยังยกมือขึ้นมาลูบหัวทุยเป็นเชิงปลอบขวัญหลังจากที่เจ้าตัวถูกทำร้าย เขาเห็นร่างบางเดินหน้างอเข้ามาในห้องพร้อมกับรอยมือบนแก้มนั่นก็ทำให้ตกใจอยู่ไม่น้อย นึกว่าอาจจะเป็นแฟนเก่าของตนที่เข้ามาทำร้าย

 

แต่เปล่าเลย ห้านิ้วนั่นเป็นของสาว ๆ ของคนตรงหน้าทั้งนั้น

 

จะสงสารหรือว่าอะไรดีนะ

 

เกือบหนึ่งสัปดาห์ที่เขาและแบคฮยอนสวมบทบาทเป็นแฟนกัน จะว่าเล่นกันก็ไม่ใช่ จริงจังก็ไม่เชิง บอกไม่ถูกเหมือนกันว่ามันเป็นยังไง แต่ก็ยอมรับว่ามันสบายใจกว่าตอนคบกับผู้หญิงเป็นไหน ๆ และดูท่าแบคฮยอนเองก็ชอบใจที่เป็นอยู่แบบนี้

 

มันออกจะแปลกไปนิด แต่ก็ดีกับใจไม่น้อย

 

“เลิกงอแงได้แล้ว เดี๋ยวเย็นนี้แวะกินบิงซูก่อนกลับดีไหม จะได้อารมณ์ดีขึ้น” ชานยอลรู้ว่าต้องใช้อะไรเข้าปลอบแบคฮยอน ยอมรับว่าคนตัวเล็กเอาแต่ใจพอสมควร และมันก็เข้าล็อกชานยอลพอดีเพราะเขาเองก็เป็นประเภทชอบตามใจคนรักอยู่แล้ว

 

อืม.. คนรัก

 

“จริงหรอ” น้ำเสียงสดใสของแบคฮยอนกลับฟื้นคืนชีพขึ้นมาทันทีเมื่อพูดถึงของกิน แบคฮยอนเริ่มชอบชานยอลขึ้นมานิดนึงตรงที่หมอนี่เป็นพวกตามใจสุด ๆ อยากได้อะไรหาให้ อยากกินอะไรพาไป ซึ่งทำเอาคนที่ชอบเอาแต่ใจตัวเองอยู่แล้วได้ใจเข้าไปใหญ่ ยิ่งเป็นผู้ชายด้วยกันแล้วแบคฮยอนก็รู้สึกว่าไม่ต้องเกรงใจอะไรกันมาก

 

“จริงสิ เคยพูดเล่นที่ไหน”

 

“น่ารักจังเลยแหะ แฟนใครกันนะ”

 

“หึ แฟนนายไง”

 

 

จนบางทีทั้งคู่ก็อาจจะหลงลืมไปสักนิดว่าความสัมพันธ์นี้มันเกิดขึ้นเพราะอะไร

 

 

 

 

 

 

หนึ่งเดือนแล้วกับความสัมพันธ์ที่เริ่มขึ้นอย่างประหลาด บอกตามตรงว่ามันไม่ได้แย่อย่างที่คิด ทั้งเขาและชานยอลไม่ใช่พวกโฮโมหรอก ที่หอมกันจับมือกันก็แค่การแสดงออกที่ทำให้คนอื่นนึกหมั่นไส้ไปงั้นแหละ

 

และมันก็ทำให้แบคฮยอนนึกหมั่นไส้ตัวเองไม่น้อย

 

วันนี้ทั้งเขาและชานยอลเลิกเรียนพร้อมกัน จึงเดินแวะไปร้านหนังสือเพราะว่าแฟนตัวสูงอยากได้การ์ตูนเล่มใหม่และนิตยสารรถแข่งอีกสองสามเล่ม ในตอนนั้นแบคฮยอนก็ได้รู้ความจริงเกี่ยวกับอีกฝ่ายคือชานยอลไม่ใช่คนนิ่งเฉยอย่างที่เห็น ออกจะพูดมากด้วยซ้ำ

 

แต่พูดมากในเรื่องที่ตัวสนใจเท่านั้นนะ

 

“นายว่าล้อแม็กแบบนี้เป็นยังไง” คำถามเกี่ยวกับอะไหล่รถยนต์ถูกถามออกมานับครั้งไม่ถ้วนในขณะที่เจ้าตัวก็เปิดอ่านหน้าหนังสือดูนู่นนี่ไปเรื่อย ชานยอลนั่งพิงขอบตียงในห้องตัวเองส่วนร่างบางก็นอนกลิ้งเล่นอยู่บนฟูกนุ่ม แบคฮยอนละสายตาออกจากมือถือแล้วชะโงกหน้าไปมองอย่างไม่เข้าใจ

 

ก็ไม่ได้ชอบรถนี่หว่า

 

“สวยดีนะ แต่ฉันชอบแบบนี้” นิ้วเรียวจิ้มลงไปที่รูปข้าง ๆ กับอันเมื่อครู่ที่อีกฝ่ายชี้ให้ดู ชานยอลครางเสียงอืออืมในลำคอก่อนจะเปิดไล่หน้าดูไปเรื่อย ๆ แบคฮยอนปล่อยให้แฟนหนุ่มสนใจหนังสือตรงหน้าต่อไป ชำเลืองมองใบหน้าหล่อเหลาที่ใครเห็นต่างก็ต้องจ้องจนเหลียวหลัง

 

ให้ตายสิ นี่แฟนเขาจริง ๆ หรอ

 

“ชานยอล”

 

“หืม”

 

“ไม่หิวหรอ สั่งอะไรมากินกันเถอะ” พูดแล้วก็โอบคอแฟนหนุ่มเป็นเชิงออดอ้อน บ่อยครั้งที่แบคฮยอนมักจะถึงเนื้อถึงตัวชานยอลอยู่เสมอ แต่ก็นั่นแหละ เพราะเขาเป็นพวกชอบรุ่มร่ามกับร่างกายอยู่แล้ว ชานยอลเองก็ไม่ได้นึกใส่ใจอะไรนอกจากหยิบมือถือขึ้นมา

 

“จะกินอะไรหล่ะ เดี๋ยวสั่งให้”

 

“ไก่ทอด ฉันอยากกินไก่ทอด!” น้ำเสียงร่างเริงของคนตัวเล็กเรียกรอยยิ้มชายหนุ่มได้เป็นอย่างดี ในขณะที่เขากำลังจะกดหาหมายเลขโทรศัพท์ของร้านไก่ทอด ก็ไม่มีเสียงใครพูดอะไรขึ้นมาจนบางครั้งชานยอลก็รู้สึกแปลกใจ

 

“นายนี่.. จืดชืดจังเลยเนอะ”

 

“...............” ประโยคนั่นของแบคฮยอนทำเอามือหนาหยุดชะงักก่อนจะหันไปมองเสี้ยวหน้าของแบคฮยอนที่เกยคางไว้บนไหล่ของตัวเอง กรอบหน้าเล็กเอียงมองพร้อมกับดวงตาดื้อใสที่จ้องมองเขานิ่ง

 

“เราจะไม่มีเซ็กส์กันหน่อยหรอ” ไม่รู้ว่าอะไรดลใจให้แบคฮยอนพูดออกไปแบบนั้น เขาเห็นว่าดวงตากลมโตของชานยอลเบิกกว้างมองอย่างไม่เข้าใจ “ก็นั่นแหละ คบกันมันก็ต้องมีอะไรกันไม่ใช่หรอ”

 

“อ่า... จริงสิ” ชานยอลครางตอบพร้อมกับหลุบตามองต่ำ กลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่พร้อมกับความรู้สึกผิดแปลก เขาเองก็รู้เรื่องนี้ดีว่าคนเป็นแฟนกันมันก็ต้องมีบ้าง จนบางครั้งแบคฮยอนทำให้เขาคาดเดาอะไรไม่ได้เลย แถมแต่ละเรื่องมันก็เกิดความคาดหมายไปซะทุกครั้ง

 

อย่างเช่นเรื่องในวันนี้

 

“แต่นายเป็นผู้ชายนะ” เงียบไปเกือบนาที ชานยอลก็พูดขึ้นมา และนั่นก็ทำให้แบคฮยอนเสมองไปทางอื่น ผละมือออกจากการโอบคอคนตรงหน้า

 

“ผู้ชายแล้วยังไงหรอ?”

 

“..................”

 

“ถ้าเรื่องร่างกาย ฉันมั่นใจว่าตัวเองก็ไม่แพ้ผู้หญิงพวกนั้นหรอกนะ” แววตากรุ้มกริ่มของแบคฮยอนทำให้ชานยอลมองค้างนิ่ง สายตาพราวระยับนั่นคงจะใช้บ่อยเวลาที่มองพวกผู้หญิง แต่ตอนนี้มันไม่ใช่

 

แบคฮยอนหยัดลุกนั่งก่อนจะถือวิสาสะคว้ามือหนาของคนด้านล้างขึ้นมาสอดเข้าใต้เสื้อของตน

 

!!!

 

“นี่ไง..”

 

แบคฮยอนจับมือของชานยอลลูบไล้ไปตามแผงอกตนพร้อมกับปิดเปลือกตาลง พลางจินตนาการนึกถึงเวลาที่หญิงสาวลูบไล้ผิวเนื้อของเขาอย่างเบามือ แต่มันไม่ใช่ ปลายนิ้วของชานยอลเย็นเฉียบจนหายใจไม่ทั่วท้อง มันวูบวาบจนบางครั้งก็เผลอครางเสียงออกมาอย่างน่าอาย

 

บางทีก็ต้องยอมรับว่าความต้องการทางเพศมักมาก่อนเสมอ

 

แบคฮยอนลืมตาขึ้นมาสบเข้ากับดวงตาของคนตรงหน้า ชานยอลยังคงจ้องใบหน้าเขาด้วยแววตาที่เคลือบแคลงไปด้วยความสงสัย และนั่นก็ทำเอาร่างบางนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้

 

เขาคงนึกถึงความต้องการของตัวเองมากเกินไป จนไม่ได้สนใจว่าชานยอลต้องการมันรึเปล่า

 

“ฮ่ะ ๆๆ แต่ถ้าไม่มีอารมณ์ก็ช่วยไม่ได้สินะ” แบคฮยอนยิ้มขำกับการกระทำของตนราวกับว่าเมื่อครู่ที่ทำไปเขาแค่แกล้งเล่นเท่านั้น ปล่อยมือของชานยอลให้เป็นอิสระแล้วทิ้งตัวเกลือกกลิ้งลงบนเตียงนอนอีกครั้งพร้อมกับความวูบโหวงที่กลางอกของตัวเอง หันหน้าหลบไปอีกทางเพื่อนซ่อนอาการผิดแปลกของตน จังหวะหัวใจเต้นถี่รัวมันทำให้แบคฮยอนเกิดความรู้สึกประหลาด

 

มันรู้สึก..

 

 

พรึ่บ!

 

 

ยังไม่ทันที่จะควบคุมจิตใจของตัวเองให้นิ่งสงบ ร่างกายใหญ่โตของเจ้าของห้องก็ลุกขึ้นมาบนเตียงพร้อมกับกางขาคร่อมทับร่างเขาไว้ทันที มือทั้งสองข้างกดฝังข้อแขนบางให้จมลงกับเตียง ใบหน้าเฉยชานั่นไม่ได้ทำให้แบคฮยอนเดาได้สักนิดว่าชานยอลกำลังรู้สึกอย่างไร

 

แต่ทว่ามันทำให้หัวใจของเขาเกือบหยุดเต้น

 

ไม่มีคำพูดใดเล็ดลอดออกมาริมฝีปากหนา มีเพียงแค่ความเงียบและสายตาคมกริบที่จ้องเขา ราวกับดวงตาคู่นั้นคือใบมีด มองกันอย่างเชือดเฉือนและกำลังจะปลดเปลืองเสื้อผ้าของเขาออกทีละชิ้น ลูกกระเดือกเด่นชัดขึ้นเมื่อคนด้านบนกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ จังหวะนั้นปลายนิ้วเย็นก็แตะเข้าที่ไหปลาร้าของแบคฮยอนเบา ๆ ลากไล้จนขนอ่อนที่ท้ายทอยพร้อมใจกันลุกเกรียว

 

“ได้ใช่ไหม” เสียงแหบพร่าของชานยอลถามเป็นเชิงขออนุญาต ใช้ดวงตาจ้องลึกมายังนัยน์ตาใส แบคฮยอนไม่ได้ตอบอะไรนอกเสียจากมองตอบอีกฝ่ายนิ่ง

 

ไม่มีคำพูด มีเพียงแค่ความเงียบ และสายตาที่สอดประสานกัน

 

จังหวะนั้นใบหน้าของทั้งสองก็โน้มเข้าใกล้ราวกับถูกดึงดูด

 

ทันทีที่อวัยวะเดียวกันแนบชิด ริมฝีปากของทั้งคู่ต่างโรมรันผลัดการนำเกมซ้ำแล้วซ้ำเล่า เสียงเฉอะแฉะดังลั่นโสตประสาทหูแต่มันกลับไม่ได้น่ารำคาญอย่างที่คิด ลิ้นร้อนเกี่ยวกระหวัดพันกันอย่างไม่มีใครยอมใคร และจังหวะนั้นต่างฝ่ายก็ไม่อยากเสียเวลาที่จะปลดเปลืองเสื้อผ้าให้หลุดออกจากร่างกาย

 

แบคฮยอนเชิดหน้าขึ้นยามที่อีกฝ่ายซุกไซ้ฝากฝังริมฝีปากและปลายจมูกไล้จนถึงแผงอก ยกมือขยุ้มผมสีดำสนิทระบายความวาบหวิวออกมาพร้อมกับครางเสียงหวาน เรียวขาทั้งสองเสียดสีกับร่างกายใหญ่โตที่คั่นอยู่ตรงกลาง บิดเร้าร่างกายทุกครั้งเมื่อถูกลูบไล้

 

ทุกอย่างลงตัวและตอนนี้แบคฮยอนก็กระสันอยากที่จะปลดปล่อย

 

แน่นอนว่าควรจะเป็นอย่างนั้น

 

แต่ว่ามัน.. กลับเกินคาดมากกว่าที่คิดไว้

 

 

 

 

“แฮ่ก ๆ ” เสียงหอบหายใจหนักหน่วงทำเอาชายหนุ่มเงยหน้าขึ้นมาจากหว่างขาเรียว ชานยอลเห็นใบหน้าหมดสภาพของคนตัวเล็กหลังจากที่เขาใช้ปากจัดการให้จนเสร็จ แบคฮยอนตัวสั่นระริกราวกับลูกนก ผิวเนื้อขาวตัดกับจุดแดงด่างบนตัวทำให้ชานยอลรู้สึกอยากรังแกร่างกายบอบบางนี้ให้หนำใจ

 

“ชาน..พอ-พอแล้ว” เสียงสั่นเครือพร้อมกับฝ่ามือที่ยกขึ้นมาดันไหล่หนาเอาไว้ แบคฮยอนรู้สึกเริ่มทนไม่ไหวกับลีลาเล้าโลมของอีกฝ่ายที่ทำให้เขาเสร็จกลางอากาศไปได้ถึงสองครั้ง มันยิ่งน่าอายเข้าไปใหญ่ยิ่งเวลาที่ตัวเองหวีดร้องออกมาเพราะเสียวซ่าน

 

“ไม่ต้องทำอะไร-แล้ว” ร่างบางกำลังตั้งสติและถดถอยหนี เขาไม่ได้กลัวหากว่าทุกอย่างมันต้องเลยเถิดไปมากกว่านี้ แต่เพราะว่ากลัวหัวใจตัวเองที่จะเผลอไผลหลงใหลไปกับคนตรงหน้า

 

มันน่ากลัวเวลาที่สบตากับชานยอล

 

“ถ-ถ้ามากกว่านี้... มัน--”

 

“มันทำไม” เสียงทุ้มถามกลับพร้อมกับเคลื่อนร่างกายขึ้นมาคร่อมร่างบางโดยไม่ลืมใช้แขนทั้งสองสอดประคองเรียวขาให้บั้นท้ายขึ้นเกยที่หน้าตักของตน แน่นอนว่าบั้นท้ายนุ่มนั่นสัมผัสโดนแกนกายของเขาทันที ชายหนุ่มหลุบมองภาพตรงหน้าด้วยสายตาหยาบโลนและนั่นก็ยิ่งทำให้คนตัวเล็กรู้สึกอับอายจนทนไม่ไหว ศีรษะเล็กส่ายไปมาช้า ๆ และมันก็สร้างความสงสัยให้แก่คนตัวสูง

 

“ทั้ง ๆ ที่ร่างกายนายต้องการฉันอย่างนั้นหรอ” ประโยคนั่นส่งผลให้จิตใจของร่างบางกระตุกสั่นอย่างหวาดกลัว อัตราความเร็วมันเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ รวมถึงเลือดมากมายที่ถูกสูบฉีดขึ้นมาบนใบหน้าจนขึ้นสีจัด

 

“ฉัน.. คือ-ฉ—” แบคฮยอนพูดไม่ออก ทั้ง ๆ ที่อย่างจะผลักไสคนตรงหน้าให้ออกห่าง แต่ทุกอย่างก็สวนทางเพราะร่างกายกลับโหยหา ความย้อนแย้งเกิดขึ้นภายในจิตใจและนั่นทำให้ร่างบางเลือกที่จะไม่พูดอะไรนอกเสียจากกัดปากตัวเองแน่นจนช้ำไปหมด

 

 “จะปฏิเสธทำไม ในเมื่อนายก็รู้สึกดีขนาดนี้”

 

“...................”

 

“ให้ฉันเข้าไปเถอะนะ” ประโยคนั่นทำเอาแบคฮยอนเบิกตามองพร้อมกับความร้อนผ่าวรอบดวงตา ความรู้สึกหวาดกลัวถามโถมเข้ามาซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนเมื่อชานยอลโน้มมากดจูบที่ริมฝีปากอีกครั้ง ทั้งอ่อนโยนราวกับปลอบขวัญและดุดันอย่างเอาแต่ใจในเวลาเดียวกัน มันผสมปนเปจนบางครั้งแบคฮยอนก็แยกไม่ออกว่านี่มันคือตัวตนของชานยอลจริง ๆ ใช่หรือไม่

 

บางครั้งก็ชอบทำให้โอนอ่อนตามเพราะความอ่อนโยน บางครั้งก็ชอบทำให้อยากได้เพราะความใจดี หรือบางทีก็ชอบทำให้บึ้งตึงเพราะท่าทีเฉยชา

 

แบคฮยอนเดาอะไรจากผู้ชายตรงหน้าไม่ได้เลยสักนิด

 

ปล่อยให้อีกฝ่ายดำเนินเกมต่อโดยที่ไม่ได้เปิดปากพูดประโยคอะไรนอกจากครางร้องอย่างเอาแต่ใจ เส้นผมสยายแผ่ไปกับผืนเตียง ศีรษะโคลงเอนไรทิศทาง โอบลำคอแกร่งแล้วพร่ำพูดให้อีกฝ่ายอ่อนโยนกับเขาบ้าง แน่นอนว่าชานยอลยอมทำตามแต่ทุกการกระทำมันก็ยังปะปนความดิบเถื่อนไว้อยู่เสมอ

 

เช่นเดียวกับเสียงเนื้อที่กระทบกันลั่นห้อง

 

ไม่มีอะไรน่าอายไปกว่าการที่ถูกชานยอลหลุบตามองเขา มันไม่ได้น่าสมเพช แต่ก็ไม่ได้น่าสงสาร ให้ความรู้สึกหยาบโลนและจาบจ้วงปะปนกันไปหมด ร่างกายของแบคฮยอนยังเอนเอียงตามแรงกระทั้น ถึงแม้ว่าจะคาดเดาอะไรไม่ได้แต่ก็มีบางอย่างที่เด่นชัดขึ้นมา

 

รู้สึกดี

 

และเขาก็รู้ว่าชานยอลเองก็รู้สึกแบบนี้เหมือนกัน

 

 

 

จากนั้นเราทั้งสองก็กอดกันอีกครั้ง.. อีกครั้ง..

 

 

และอีกครั้ง...

 

 

 

 

 

 

 

“จะไม่ค้างที่นี่หรอ” ชานยอลถามขึ้นขณะที่เดินมาส่งแบคฮยอนที่หน้าประตู หลังจากที่รบเร้ากันอยู่นานว่าทำไมไม่นอนค้างที่นี่ แต่อีกฝ่ายก็ให้เหตุผลว่าไม่ได้เอาเสื้อผ้ามาเปลี่ยน อีกอย่างก็อยากกลับไปอาบน้ำที่บ้านให้สบายตัว

 

“อือ ไว้คราวหน้าดีกว่า” แบคฮยอนตอบพร้อมกับส่งยิ้มให้ตามปกติ ชานยอลจ้องคนตัวเล็กนิ่งก่อนจะเดินเข้ามาใกล้ ยื่นมือมาลูบข้างแก้มเนียนเบา ๆ จนแบคฮยอนสะดุ้งเล็กน้อย

 

“ฉัน.. ฝืนนายไปรึเปล่า”

 

“.................”

 

“ขอโทษนะ” ชายหนุ่มพูดออกไปพร้อมกับจ้องดวงตาใส ชานยอลรู้สึกไม่ค่อยสบายใจเท่าไหร่ที่แบคฮยอนเลือกที่จะกลับไปนอนบ้านของตัวเองมากกว่าอยู่กับเขา แต่ก็ไม่อยากจะพูดให้มันยาวยืดเยื้อเท่าไหร่นัก

 

ถึงยังไงชานยอลก็เคารพการตัดสินใจของแบคฮยอนอยู่ดี

 

“เห้ย ไม่ต้องใส่ใจหรอกน่า” พอเห็นท่าทีสลดของอีกฝ่าย แบคฮยอนก็เลือกที่จะพูดแล้วยิ้มออกมาราวกับว่ามันเป็นเรื่องทั่วไป “ถึงฉันจะเคยทำแบบนี้กับผู้ชายครั้งแรกก็จริง แต่ของแบบนี้ฉันก็ชินแล้ว”

 

“..................”

 

“ไว้เจอกันนะ” แบคฮยอนพูดพร้อมกับแกะมือของชานยอลออก ร่างสูงจ้องมองอีกฝ่ายด้วยแววตาเรียบเฉยก่อนจะพยักหน้าตามประโยคของแบคฮยอน ร่างบางโบกมือไล่ให้อีกฝ่ายกลับเข้าไปข้างในได้แล้วก่อนจะหมุนตัวออกไป

 

จังหวะก้าวเท้าเดิน ประตูห้องก็ปิดลง

 

 

ความเงียบแทรกซึมเข้ามาภายในแค่เสี้ยวสินาที ในตอนนั้นความรู้สึกมากมายก็ประเดประดังเข้ามาจนเข่าทั้งสองข้างรับน้ำหนักตัวเองไม่ไหว ร่างบางทรุดตัวลงตรงหน้าห้องของชานยอลพร้อมกับกอดตัวเองไว้แน่น

 

บ้าหน่า ทำไมสัมผัสของหมอนั่นไม่หายไปสักที

 

คล้ายกับว่าตอนนี้เขายังถูกฝ่ามือหยาบกร้านลูบไล้ไปทั่วทั้งตัว จินตนาการถึงลิ้นร้อนและริมฝีปากนุ่มที่จูบพรมไปทั่วร่างกาย ขนอ่อนท้ายทอยลุกเกรียวพร้อมกันเมื่อนึกถึงว่ามีลมหายใจอุ่นและเสียงกระซิบแหบพร่าเป่าที่ข้างหู

 

ทุกอย่างมันยังตราตรึงและไม่หายไปไหน

 

ทั้ง ๆ ที่น่าจะชินกับแบบนี้แท้ ๆ

 

มันไม่เหมือนตอนที่เขามีอะไรกับผู้หญิง แน่นอนว่าเมื่อพอสลับตำแหน่งกันแล้วมันทำให้แบคฮยอนรู้สึกประหม่าอย่างบอกไม่ถูก ไม่เคยถูกมองด้วยสายตาหยาบโลนและจาบจ้วงแบบนั้น ไม่เคยถูกเอาอกเอาใจด้วยการกระทำและคำพูด

 

เคยเป็นแต่ฝ่ายให้จนกลายมาเป็นฝ่ายรับ

 

มันแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง

 

ความรู้สึกมากมายตีวนจนรู้สึกปวดหัว มวนท้องปั่นป่วนจนอยากจะคลื่นไส้ออกมา เขาไม่ได้รังเกียจที่มีอะไรกับชานยอล แต่มันบอกไม่ถูกว่าความรู้สึกนี้มันคือเป็นยังไงกันแน่

 

แบคฮยอนไม่รู้ว่าตัวเองควรจะทำยังไงในตอนนั้น ทั้งความรู้สึกที่สับสนตีวนกัน ได้แต่นอนนิ่งปล่อยร่างกายและส่งเสียงร้องหวานบาดใจให้อีกฝ่ายได้โถมร่างกายใส่ ยอมรับว่ารู้สึกดีจนไม่อยากจะหยุดมัน

 

แต่นั่น..

 

ไม่ใช่...

 

ไม่ใช่เลย..

 

ทำยังไงดี นี่มันไม่ใช่ตัวเขาเลยสักนิด..

 

“ฮึก..” จังหวะนั้นความสับสนมากมายถูกระบายออกมาในรูปแบบของหยาดน้ำตา ไหลพรั่งพรูออกมาพร้อมกับความคิดของตนที่แน่นเต็มอกไปหมด แบคฮยอนไม่เคยเชื่อในความรักและไม่คิดจะจริงจังกับใครด้วยซ้ำ จนกระทั่งเมื่อมาเจอกับชานยอล คนที่จริงจังเสียไปซะทุกเรื่อง ตอนนี้ความคิดของเขาเริ่มเปลี่ยนไปทีละนิด

 

เพราะว่าตัวเองเป็นคนเริ่มทั้งหมด เขาก็จะต้องจบมันให้ได้

 

ให้ตายสิ.. นี่เขามัวทำอะไรอยู่งั้นหรอ

 

เขากำลังปล่อยให้ชานยอลเข้ามาเปลี่ยนแปลงความคิดของตัวเอง จากคนที่ไม่เคยจริงจังกับใครกลับต้องมาหวาดกลัวเพราะแค่อยากลองผูกมัด มันไม่ใช่ตัวตนของเขาเลยสักนิด

 

หรือว่าจะกลับไปเป็นตัวของตัวเองเหมือนเหมือนก่อน

 

แน่นอน ว่าแบคฮยอนเลือก...

 

.

.

.

.

 

 

 

 

 

 

 

ตุบ! ตุบ! ตุบ!

 

“ชานยอล ทางนี้!” เสียงเพื่อนร่วมทีมตะโกนบอกชายหนุ่มร่างสูงที่กำลังครองลูกบาสอยู่ในมือ ก่อนที่มือหนาจะโยนส่งลูกให้กับคนเมื่อครู่ แน่นอนว่าทุกฝ่ายต่างรู้หน้าที่ของตนดีว่าควรวิ่งไปทางไหน เช่นเดียวกับชานยอลที่รีบไปดักข้างหน้าอีกทาง

 

“ดูนั่นสิ ต่อหน้าชานยอลแท้ ๆ แต่หมอนั่นดันมาอี๋อ๋อกับผู้หญิงอื่นเนี่ยนะ”

 

“เหอะ ๆ แบคฮยอนนี่แม่งแบคฮยอนจริง ๆ หว่ะ”

 

“สงสัยคงเบื่อไอ้ชานยอลมัน สมแล้วหล่ะกับที่เป็นหมอนั่น” คำพูดพาดพิงหลายประโยคไม่ได้ส่งผลให้แบคฮยอนนึกหันจะไปสนใจ เพราะตอนนี้ความสนใจทั้งหมดมุ่งมายังหญิงสาวข้างกายเสียมากกว่า ยิ้มหวานของหญิงสาวทำให้แบคฮยอนใจชื้นอย่างบอกไม่ถูก

 

อืม.. นี่แหละที่เขาต้องการ

 

ถึงคนอื่นจะพูดเรื่องเขาไปในแนวทิศทางไหนก็ตามใจ แต่ยังไงแบคฮยอนก็ยังเป็นแบคฮยอน เป็นผู้ชายคนเดิมที่ชอบเล่นกับสาว ๆ และควงหญิงไม่ซ้ำหน้า หลังจากที่กลับบ้านไปทบทวนเรื่องเมื่อคืน เขาก็ตัดสินใจแล้วว่าจะกลับมาเป็นแบบเดิม

 

จะไม่ยอมเปลี่ยนไปเพราะใครบางคนหรอก

 

“แบคฮยอนอ่า.. เลิกกับชานยอลแล้วรึไงหืม?” คนข้างกายถามพลางส่งสายตาออดอ้อนมาให้ บดเบียดร่างกายให้หน้าอกหน้าใจของตนแนบเข้ากับแขนของอีกฝ่าย ถึงแม้ว่าตอนนี้จะเป็นวิชาพละที่ต้องเรียนรวมกันสองห้อง แต่โอกาสที่จะได้เข้าใกล้แบคฮยอนมันยากแค่ไหนใคร ๆ ก็รู้ดี

 

และก็รู้กันว่าชายหนุ่มคนนี้หน่ะเจ้าชู้และเบื่อง่ายจะตายไป ถึงจะเป็นผู้ชายรูปร่างผอมบาง ผิวขาวกว่าผู้หญิงบางคน แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้หรอกยามที่ถูกเจ้าตัวป้อคำหวานและเล่นหูเล่นตาใส่ มันแพรวพราวเสียจนต้องเผลอไผลไปอย่างไม่ทันตั้งตัว และตอนนี้หญิงสาวเองก็อยากได้ยินจากปากของเข้าตัวเหมือนกันว่าเลิกกับชานยอลจริงรึเปล่า

 

“หึ คบกันซะเมื่อไหร่หล่ะ”

 

“อ่าว ก็ตอนนั้น...”

 

“เรื่องเพ้อเจ้อหน่ะ ปล่อยไปเถอะ”

 

 

 

 

 

 

 

 

 

“แล้วทำไมจะต้องเป็นฉันที่ต้องเก็บลูกบาสด้วยนะ” แบคฮยอนบ่นอุบอิบหลังจากที่ถูกทำโทษเพราะไม่มัวแต่นั่งอู้ไม่ยอมลงไปร่วมทีมเล่นบาสกับเพื่อนอีกห้อง ก็แหงล่ะ ใครจะยอมลงไปเล่นกัน ยิ่งเห็นหน้าใครบางคนที่อยู่ในนั้นแล้วเขาก็เลือกที่จะนั่งอี๋อ๋อกับสาวให้สบายใจดีกว่า

 

“เดี๋ยวช่วย” เสียงคุ้นหูดังขึ้นพร้อมกับปลายเท้าที่อยู่ตรงหน้าตา ไม่ต้องหันไปมองก็รู้ว่าเป็นใคร แบคฮยอนไม่ได้ใส่ใจอะไรนอกเสียจากเดินไล่เก็บลูกอื่น ส่วนอีกฝ่ายเองก็เดินถือเข้ามาโยนลูกบาสเข้าในที่เก็บเหมือนกัน

 

“ขอบใจ” แบคฮยอนพูดตอบกลับปกติ เขาไม่รู้ว่าเหตุผลจริง ๆ ในการหลบหน้าชานยอลคืออะไร คิดไปคิดมาแล้วเขาจะทำไปทำไมกันในเมื่อตัวเองก็ไม่ได้ผิดซะหน่อย เบ้ปากกับความคิดตัวเองในขณะที่โยนลูกใส่ตะกร้า ความเงียบภายในโรงยิมทำให้ได้ยินเสียงยางรองเท้าเสียดกับพื้นสนาม มันออกจะน่ารำคาญแต่ก็ดีกว่าถ้าต้องเงียบไปมากกว่านี้

 

“นึกห่วงอยู่เหมือนกันว่าเมื่อวานฝืนนายมากเกินไปรึเปล่า”

 

“.....................”

 

“แต่เห็นว่ายังดูปกติดีแบบนี้ก็ค่อยวางใจได้หน่อย” ประโยคนั่นทำเอาแบคฮยอนที่กำลังจะเข็นตะกร้าลูกบาสกลับไปยังห้องเก็บอุปกรณ์หยุดชะงัก เขาไม่ได้หันกลับไปมองว่าชานยอลจะพูดด้วยสีหน้าแบบไหน แต่ดูจากน้ำเสียงแล้วก็คงไม่พ้นใบหน้าเรียบเฉยนั่นอยู่ดี

 

“แต่ว่า.. ในฐานะคนรักแล้ว คงรู้สึก”

 

“....................”

 

หึงนิดนึงล่ะมั้ง”

 

ชานยอลพูดด้วยเสียงเรียบแต่กลับแผงไปด้วยความรู้สึกบางอย่าง เหลือบสายตามองร่างบางที่ยืนนิ่งไปสักพักก่อนที่แผ่นหลังนั่นจะสั่นไหวพร้อมกับเสียงหัวเราะ

 

“ตลกหน่า พูดอะไรของนายห้ะ ขนลุกชะมัดเลย” แบคฮยอนแค่นยิ้มกับประโยคของชายหนุ่ม “เราก็แค่เล่นเป็นแฟนกันไม่ใช่รึไง”

 

“....................”

 

“พูดแบบนั้นหน่ะ มันน่ารำคาญนะ” ประโยคนั่นจบลงพร้อมกับสายตาดูแคลน ริมฝีปากบางเหยียดยิ้มอย่างสมเพชกับคำพูดก่อนหน้านี้

 

ชานยอลหน่ะหรอจะหึงเขา?

 

“หึ จริงจังมากไปรึเปล่า” แบคฮยอนแค่นหัวเราะ แน่นอนว่าประโยคนั่นทำเอาบรรยากาศโดยรอบอึดอัดขึ้นมาทันตาเห็น เขารู้สึกเคืองตัวเองเล็กน้อยที่ยังยืนนิ่งให้หมอนั่นมองจ้องด้วยสายตาที่คาดเดาไม่ได้

 

อืม แบคฮยอนเดาอะไรไม่ได้เลย

 

“นั่นสิ.. ฉันเองก็ลืมนึกไปว่านายเป็นคนประเภทนั้น” ชานยอลเอ่ยด้วยเสียงเรียบหลังจากที่เงียบไปสักพัก ใบหน้าหล่อเหลาเชิดมองคล้ายกับหาเรื่องแต่เพราะว่าแววตาของชานยอลนั่นแหละทำเอาจิตใจของแบคฮยอนสั่นคลอนไม่หยุด จังหวะที่ปลายเท้าก้าวสาวเข้ามาใกล้เรื่อย ๆ คล้ายกับมีมือมากำบีบหัวใจเขาแน่นขึ้น

 

ยิ่งเข้ามาใกล้ก็รู้สึกหนึบหน่วงที่ใจอย่างบอกไม่ถูก

 

จนไม่ทันได้ระวังตัว ชานยอลเดินเข้ามาประชิดร่างบางจนตะกร้าลูกบาสเลื่อนถอยไปด้านหลัง ร่างบางเบี่ยงหน้าหลบในจังหวะที่ชานยอลเอื้อมมือประคองให้หันมอง ขัดขืนกันอยู่ครู่หนึ่งและแบคฮยอนก็ไม่สามารถเคลื่อนกายหนีให้หลุดพ้นจากชานยอลได้ เพราะชายหนุ่มโอบเอวเล็กแล้วดึงให้ชิดกันตน

 

“รู้อะไรไหมแบคฮยอน ตอนที่ฉันเห็นนายตัวสั่นเหมือนลูกนก เวลาที่ฉันกอดนายหน่ะ..”

 

“.................”

 

โคตรมีอารมณ์เลยรู้รึเปล่า”

 

!!!!

 

 

ขณะที่พูดชายหนุ่มก็โน้มใบหน้าลงมาคลอเคลียข้างขมับขาว กดจูบด้วยความรักใคร่ก่อนจะเคลื่อนไปที่ข้างใบหู แลบลิ้นขบกัดมันอย่างมันเขี้ยวและก่อนที่จะลากไล้จนมาถึงสันกราม ปลายนิ้วเย็นแตะที่ปลายคางก่อนจะดันให้ใบหน้าของเขาแหงนขึ้นมอง

 

“ถึงนายจะปฏิเสธว่าไม่ได้รู้สึกดี แต่เชื่อเถอะว่าลึก ๆ แล้วนายเองก็ต้องการมันอยู่ดี”

 

“..................”

 

“กลัวว่าตัวเองจะเปลี่ยนไปจนต้องกลับไปใช้ชีวิตแบบเดิมไม่ได้เลยรึไง” พูดถามในขณะที่ใช้ดวงตาจ้องเค้นเอาคำตอบจากคนตรงหน้า ชานยอลไม่ชอบใจเลยสักนิดที่เห็นว่าแบคฮยอนกลับมาทำตัวเหมือนเดิมราวกับว่าเรื่องราวของเขาทั้งคู่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ทั้งอี๋อ๋อกับผู้หญิงอื่น ใช้สายตากรุ้มกริ่มมองร่างกายหญิงสาวราวกับจะกลืนกิน

 

ทั้ง ๆ ที่เขาเองก็ยืนอยู่ตรงนั้น

 

ยอมรับว่าที่คบกันมันเกิดจากอารมณ์ชั่ววูบ เขารู้ว่าแบคฮยอนคงนึกสนุกอยากจะลองอะไรใหม่ ๆ จังหวะนั้นชานยอลเองก็ไม่มีอะไรเสียหายจึงตอบตกลงคบ เราแกล้งเล่นเป็นแฟนกันจนไม่รู้ตัวว่าสิ่งที่ทำอยู่นั้น มันกำลังงอกเงยอยู่ในใจ

 

“จะชีวิตแบบไหนฉันก็เป็นแบบนี้มาตั้งนานแล้ว” แบคฮยอนตอบปฏิเสธข้อกล่าวหาที่ดูเหมือนว่าจะเป็นจริงเสียทุกอย่าง ชานยอลมองเขาออกทะลุปรุโปร่งจนน่ากลัว เขาไม่สามารถซ่อนความรู้สึกและหลบหลีกความคิดได้เลยสักนิด

 

“เลิกหลอกตัวเองเถอะแบคฮยอน”

 

“.................”

 

“ยอมรับเถอะว่านายเปลี่ยนไปแล้ว” น้ำเสียงของชานยอลกลายเป็นเสียงอ่อนนุ่มที่ฟังแล้วทำเอาจิตใจกระตุกวูบอย่างบอกไม่ถูก เผลอสบตากับคนตรงหน้าเข้าอย่างจัง ในตอนนั้นเขาก็รู้สึกเหมือนถูกดึงเข้าไปอยู่ในห้วงมิติอะไรสักอย่างที่พอรู้ตัวอีกที

 

มันก็...

 

“หยุ- หยุดเถอะชานยอล ฉัน—” แบคฮยอนกำลังวิ่งหนีออกมาจากห้วงนั้น เขาพยายามที่จะผลักไสทุกอย่างรวมถึงตัวเองที่ปล่อยให้ร่างกายโอนเอนไปตามอีกฝ่ายอย่างว่าง่าย

 

ทำไมถึงได้ตกหลุมพรางกับคนแบบนี้ได้นะ..

 

ชายหนุ่มไม่ปล่อยให้ร่างบางปฏิเสธตนไปมากกว่านี้ ความย้อนแย้งกำลังเกิดขึ้นจนกระทั่งริมฝีปากของทั้งคู่ประกบเข้าหากันอีกครั้ง บดเบียดความอบอุ่นแลกสัมผัสกันอย่างโหยหา ทั้ง ๆ ที่หัวใจสั่งให้ปฏิเสธและกลับไปเป็นตัวตนเดิม ๆ เหมือนอย่างก่อนหน้า

 

เพราะว่ากลัว..

 

กลัวว่าถ้าต้องสัมผัสชานยอลไปมากกว่านี้จะต้องตกหลุมรักเข้าอย่างจังแน่ ๆ

 

กลัวว่าถ้าชานยอลยังทำแบบนี้กับเขาต่อไป เขาจะต้องชอบชานยอลจริง ๆ

 

“อย่-อย่า..” ช่วงเวลาที่ปรับเปลี่ยนองศาคำพูดเล็ดลอดออกมาจากริมฝีปากได้อย่างน่าทำร้าย ชานยอลจูบซับมุมปากบางจนพอใจ ผละออกจากคนตรงหน้าก่อนจะยิ้มบางให้ จ้องมองใบหน้าหวานที่ปรือตาฉ่ำหอบกระเส่าด้วยความรักใคร่

 

“พูดแบบนั้นแล้วจะได้ผลตรงข้ามนะรู้ไหม”

 

แบคฮยอนรู้

 

 

และเราก็จูบกันอีกครั้ง จูบที่มีแต่ความอ่อนโยน ค่อย ๆ หลอมละลายกำแพงของแบคฮยอนให้หายไป จนกระทั่งใบหน้าของคนทั้งสองผละออกจากกันอย่างอ้อยอิ่ง เสียงหอบกระเส่า ริมฝีปากที่เปรอะไปด้วยน้ำใส สายตาที่มองประสาน

 

และเสียงหัวใจที่เต้นจังหวะเดียวกัน

 

“ความรักมันไม่ได้น่ากลัวแบบที่นายคิดหรอกนะแบคฮยอน” ชานยอลมองกรอบหน้าเล็กอย่างพิจารณา ริมฝีปากฉ่ำวาวบวมเจ่อเพราะการกระทำเมื่อครู่ หน่วยแก้มใสขึ้นสีแดงจัดคล้ายกับคืนนั้น

 

คืนที่อยู่ใต้ร่างของเขา

 

 

“ลองกันสักครั้ง มันไม่เสียหายหรอก”

 

“..................”

 

“เชื่อเถอะ ว่าฉันจะทำให้นายรู้ ว่าการจริงจังกับความรักหน่ะ”

 

“.................”

 

“มันดีกว่าแบบที่นายเป็นอยู่ซะอีก”

 

 

 

 

 



END















* * * * * * * * * * *

ถ้าใครเคยอ่านก็พอจะคุ้นกันบ้าง
ลายเส้นเขาสวยจริง ๆ นะ 5555


#ฟิคคลังฝัน

















(c)              Chess theme
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 148 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

6,477 ความคิดเห็น

  1. #6321 heykiki (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2561 / 20:50
    น่าร้ากกกกกกกก
    #6,321
    0
  2. #6024 heykiki (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 28 พฤษภาคม 2561 / 22:03
    แงงง เรื่องนี้เราก็ชอบบบบ คือดีีีีี
    #6,024
    0
  3. #5712 P e A r L ツ (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 29 ธันวาคม 2560 / 14:01
    นี่ก็เป็นแบบแบคฮยอน แต่ต่างตรงที่เราไม่มีใครเลย แบบไม่มองใคร ไม่คิดจะรักใครจริงๆจังๆ แต่ก็อยากเจอคนแบบชานยอลบ้างอะ จะมีไหนนะ55556
    #5,712
    0
  4. #5479 a♡♡♡ (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2560 / 08:30
    ชานยอลพ่อคุณคนดี ฮือ
    #5,479
    0
  5. #5456 GBright˙ω˙ (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2560 / 12:29
    ชอบบบบบบบ
    #5,456
    0
  6. #5124 Sunshineshy (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2560 / 02:00
    อยากให้มีต่อออออ งือ
    #5,124
    0
  7. #5095 cbklhhsp (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 11 กันยายน 2560 / 13:38
    ชานยอลใจดีจัง นึกว่าจะโกรธแล้วไปกันใหญ่ซะอีก
    #5,095
    0
  8. #4617 Rabbit_Fujoshi (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2560 / 21:20
    อื้อออ ชอบเรื่องนี้จัง ชอบมากๆเลย แบคอย่ากลัวความรักเลยน๊า
    #4,617
    0
  9. #4256 miaJongin (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 6 มีนาคม 2560 / 00:35
    เลาชอบการ์ตูนเรื่องนี้ม้ากกกกกกกก ดีต่อใจจจ
    #4,256
    0
  10. #4219 KAKARN_MATO (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2560 / 10:02
    ชานคือดีอะเอาน้องแบคอยู่
    #4,219
    0
  11. #3915 Kamisama (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 6 มกราคม 2560 / 17:56
    ดีกับใจจจจตชอบบบบที่ชานฉลาดไม่ปล่อยแบคไปไม่งี่เง่า ชอบบบบบ
    #3,915
    0
  12. #3914 เจ้าครีม (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 6 มกราคม 2560 / 17:42
    ไม่รู้ทำไมรู้สึกดีต่อใจมากกกกก
    #3,914
    0
  13. #3438 CHan CHaNom (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2559 / 09:14
    OMG แม่ค้ะ!!!!!! เขาจะรักกันจริงจังคะแม่ อะฮือออ ชอบอะๆๆๆ
    #3,438
    0
  14. #3401 nchler (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2559 / 04:52
    โอ้ยย เรื่องนี้นี่ดีต่อใจจ
    #3,401
    0
  15. #3374 moccaholiiz (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 28 กันยายน 2559 / 22:44
    มีเล่มเรื่องนี้เก็บไว้ด้วยแหละ ถึงว่าตอนอ่านคุ้นมากกกกกก แต่เราชอบ55555555555
    #3,374
    0
  16. #3089 litterrabbitza (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 17 กันยายน 2559 / 11:34
    โอ้ยย พี่ชานดีกับใจจริงๆ
    #3,089
    0
  17. #2526 Manow' Cha (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2559 / 22:56
    ว้าว~ ดีอะ
    #2,526
    0
  18. #2177 cbtk (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 14 กรกฎาคม 2559 / 06:19
    เราเคยอ่านนนนนนนนน
    #2,177
    0
  19. #1528 yu-na (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 4 เมษายน 2559 / 09:01
    ชานย๊อลลลล เจาเจาเจาเจาเจา เจาแบบนี้
    ชานยอลตามใจแบคแถมยังเข้าใจไม่ปล่อยให้แบคไปอีกต่างหากอ่ะะะะ ชอบบ ดีกับใจ
    #1,528
    0
  20. #1466 EATWELL (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 30 มีนาคม 2559 / 10:10
    ชานยอลดีอะคนตามใจแฟนทุกอย่างเลย ไม่ปล่อยแบคไปด้วยชอบมากอะอยากอ่านต่อออออ
    #1,466
    0
  21. #1398 junojunox (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 19 มีนาคม 2559 / 11:58
    โอ้ยยยยย ชอบอ่ะชอบบบบบ ถ้าแบคกลัว เราพี้อมจะเป็นแสตนอินให้อบคนะ เรียกเราได้ เราพร้อมเสมอ 5555555555
    #1,398
    0
  22. #1350 KS'term (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 10 มีนาคม 2559 / 19:22
    เขินนน่ารักมากเลยอยากได้ชานยอล5555555555
    #1,350
    0
  23. #1341 babemay (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 6 มีนาคม 2559 / 13:52
    ฮือชานน่ารักมากเลย แบ้กตอนอยู่กับชานนี่น่ารักจะตาย ยอมรับเถอะนะ! อยากให้มีตอนพิเศษจริงๆ มันดีต่อใจมาก
    #1,341
    0
  24. #1333 thejae (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 6 มีนาคม 2559 / 03:27
    มันดีต่อหัวใจจจจจจจจจจจจจจจจจจจจยส์ สเปพลีส ฮือออออออออออออ
    #1,333
    0
  25. #1282 Opal Rueangtangyan (จากตอนที่ 28)
    วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2559 / 20:53
    ยิ้มจนจะเป็นบ้าแล้ววว ฟิคอต่ละเรื่องของพี่นี่ไม่สมควรเป็นsfจริงๆควรเป็นเรื่องยาวมากกว่า ฉะนั้นนนน เป็นเรื่องยาวเถอะค่ะ พลีสสส
    #1,282
    0