[ exo SF/OS ] คลังฝัน - chanbaek

ตอนที่ 19 : Want it - I

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 19,278
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 168 ครั้ง
    23 พ.ย. 58












WANT IT
o  v  e  r  d  o  s  e 



















 





 

“แบคฮยอน มึงจะทำตัวแบบนี้ไปอีกนานแค่ไหน” 



น้ำเสียงหงุดหงิดของโดคยองซูทักขึ้นพร้อมกับการเอาตัวเตี้ย ๆ ของมันมายืนบังทัศนข้างหน้า เจ้าของชื่อ แบคฮยอน ชักสีหน้าใส่เล็กน้อยพร้อมกับจิ๊เสียงในลำคออย่างหงุดหงิดใจที่จู่ ๆ เพื่อนสนิทอย่างคยองซูมายืนบังไว้

 

“อะไรของมึงเนี่ย หลบออกไปดิ เดี๋ยวกูพลาดช็อตเด่นนะเว้ย” พูดพร้อมกับโบกมือไล่เพื่อนสนิทให้เขยิบออกไป แต่เพื่อนตาโตตรงหน้าก็ไม่ได้ใส่ใจแถมยังยืนปั้นหน้านิ่งยิ่งกว่ารูปปั้นเสียอีก

 

“ระหว่างผู้ชายกับการเรียนมึงจะเลือกอะไร” ไม่รอช้า คยองซูก็เข้าประเด็นหลักในการมาครั้งนี้ทันที เขาไม่ยอมให้ไอ้เพื่อนสนิทหน้าเต้าหู้นี่โดนรีไทร์ออกตั้งแต่ยังไม่ขึ้นปีสอง

 

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่แบคฮยอนโดนเรียนช่วงเช้าเพื่อไปตามผู้ชาย ตอนเที่ยงก็นั่งเฝ้าผู้ชายกินข้าว ตอนเย็นก็ยังไปตามถึงสนามบาสจนมืดค่ำ ยิ่งไปกว่านั้นคือไม่ว่าช่วงไหนที่ผู้ชายคนนั้นจะทำอะไร ไอ้เพื่อนตาตี่มักจะรู้ดีอย่างกับเป็นซาแซงแฟน มันตามติดผู้ชายคนนี้ไปได้ทุกที่

 

ยิ่งกว่าเหาก็แบคฮยอนเนี่ยแหละ!

 

 

บยอนแบคฮยอนยอมละสายตาจากสนามบาสตรงหน้าก่อนจะมองหน้าเพื่อนตาโต

 

“มึงนี่เพื่อนกูจริงรึเปล่า ถามอะไรแปลก ๆ กูก็ต้องเลือกผู้ชายอยู่แล้วสิ”

 

พูดเสร็จเจ้าตัวก็ยิ้มร่าหันไปจับตามองชายหนุ่มในสนามบาสที่ตนเฝ้ามองมาตลอดตั้งแต่เข้าเรียนที่นี่ใหม่ ๆ เพียงแค่อีกฝ่ายเผลอเหยียบเท้าตัวเองเข้าให้ แต่แบคฮยอนกลับก็รู้สึกเหมือนปลายเท้าของเขาได้ฉกชิงหัวใจดวงนี้ไปทั้งดวง

 

ให้ตายเหอะ แบคฮยอนหลงรักผู้ชายคนนั้น

 

คนที่ชื่อ ปาร์คชานยอล!

 

 

 

พอได้ยินคำตอบที่แน่วแน่ของเพื่อนสนิท คยองซูถึงกับเบะปากมองบนกับความสลิดไม่มีที่สิ้นสุดของเพื่อน ถึงจะรู้จักกันมาตั้งแต่ประถม ตัวติดกันจนมาถึงมหาลัย ใช่ว่าเขาจะไม่เคยเห็นอาการบ้าผู้ชายของแบคฮยอน แต่สำหรับผู้ชายคนที่ชื่อ ปาร์คชานยอล หมอนั่นคงทำบาปกรรมมาเยอะพอสมควรที่สามารถทำให้เพื่อนนรกส่งมาเกิดอย่างแบคฮยอนหลงจนโงหัวไม่ขึ้น

 

ไม่รู้จะสงสารหรืออะไรดี

 

“ผู้ชายไม่ได้ทำให้มึงเรียนจบนะเว้ย! มึงเล่นไม่เข้าเรียนจนจะหมดสิทธิ์สอบอยู่แล้ว ไม่สงสารแม่มึงบ้างไง?” ในเมื่อถามดี ๆ ไม่ชอบ คยองซูก็หยิบเอาบทดราม่าพูดถึงครอบครัวขึ้นมาเล่นทันที และดูเหมือนว่าอีกฝ่ายก็ยอมช้อนตาขึ้นมามองอีกครั้ง

 

“เอาแม่กูมาอ้างตลอด กูรู้หรอกว่าวิชาไหนจะหมดโควตาขาดเรียน”

 

“แล้วมึงรู้ไหมว่าวิชาเมื่อเช้าเป็นครั้งสุดท้ายที่มึงจะขาดเรียนได้”

 

“ห้ะ จริงหรอวะ?” แบคฮยอนอ้าปากค้างมองเพื่อนตัวเองอยู่ครู่หนึ่ง อะไรกัน นี่อุตส่าห์คำนวณเวลาไว้แล้วว่าเขาจะโดดช่วงไหนไปหาชานยอลได้บ้าง แต่นี่ก็เพิ่งจะเปิดเทอมสองเอง จะหมดโควตาแล้วหรอเนี่ย

 

“เออดิ จารย์ถามหามึงทุกครั้งด้วย นึกว่ามึงลาออกไปแล้ว และอีกอย่างกูก็ขี้เกียจหาข้ออ้างมาให้มึงแล้วด้วย”

 

“โธ่ มึงก็ทำเพื่อกูหน่อยไม่ได้ไงเล่าเพื่อนรัก”

 

“รักกับตีนกูไหมห้ะ จะกลับไปเข้าเรียนดี ๆ หรือจะกลับไปเรียนด้วยน้ำตา” บทโหดก็มาพร้อมกับสีหน้าขึงขังของคยองซู แบคฮยอนลอบกลืนน้ำลายลงคอแต่ก็ไม่วายที่จะแอบส่งสายตาหันไปมองคนในสนามอีกครั้ง

 

อ่า.. ชานยอลตอนชู้ตบาสนี่เท่ชะมัดเลย

 

ดูแขนดิ กล้ามเป็นมัดเรียงตัวสวย ดูแน่นจนอยากจะเข้าไปซบแล้วขบกัดให้หายหมั่นเขี้ยว ยิ่งตอนที่เหงื่อโซมกายนะ แสงของไฟสปอตไลท์กระทบกับผิวเนื้อสะท้อนแสงมันวาวทำเอาแบคฮยอนถึงกับใจเต้นไม่เป็นส่ำ ไม่ต้องถามถึงเวลาอีกคนปาดเหงื่อตรงปลายคางหรือว่ายกขวดน้ำขึ้นมาดื่มนะ

 

ตายสถานเดียว...

 

 

“แบคฮยอน!” เสียงของคยองซูทำเอาเพื่อนตาตี่สะดุ้งตัวหันมากระพริบตาปริบ ๆ มองเพื่อน “ฟังที่กูพูดอยู่ไหมเนี่ย”

 

“เออหน่า กูฟังอยู่ พูดจบแล้วใช่ไหม มึงดูดิว่าที่รักกูเค้าชู๊ตสามแต้มได้ตั้งสองรอบ กูพลาดได้ไงเนี่ย โอ่ยย” ว่าแล้วก็โอดครวญกับฉากสำคัญที่พลาดเสียดาย ถ้าไอ้เพื่อนตาโตมันไม่มาชวนคุย สาบานได้ว่าแบคฮยอนจะตั้งใจนั่งดูปาร์คชานยอลจนกว่าจะจบเกมส์เลย

 

“เหอะ เพราะมึงทำตัวแบบนี้ไงเค้าถึงไม่สนใจมึง” คยองซูพูดพร้อมกับทิ้งตัวลงนั่งข้างเพื่อนสนิท ตอนนี้เขาเหนื่อยกับมันมากจนไม่รู้จะสรรหาคำพูดจากไหนมาด่า หน้าด้านหน้าทนกว่ามันไม่มีอีกแล้ว

 

 

 

“คยองซู”

 

จู่ ๆ ก็ได้ยินเสียงเรียกชื่อของตนทำเอาชายหนุ่มตาโตหันไปตามเสียงก่อนจะพบว่าเป็นคนที่เพิ่งอยู่ในบทสนทนาเมื่อครู่

 

ปาร์คชานยอลเดินยิ้มเข้ามาในขณะที่มืออีกข้างก็ยีหัวตัวเองที่ชุ่มเหงื่อ ท่าทางแบบนั้นคงทำให้ไอ้เพื่อนตาตี่เขาคลั่งตายแน่ ๆ

 

“ไง” คนถูกทักเอ่ยตอบกลับไปอย่างไม่ใส่ใจมากนัก เขาออกจะรำคาญด้วยซ้ำไปที่ชานยอลมักจะเดินเข้ามาทักไม่ว่าจะเวลาไหนก็ตาม หมอนั่นมักจะยิ้มให้เขาเสมอแถมยังใช้สายตาแพรวพราวนั่นมองคยองซูอีกต่างหาก

 

เป็นที่รู้กันอยู่ว่าปาร์คชานยอลหน่ะ ชอบโดคยองซูอย่างเปิดเผย

 

จะว่าเป็นเรื่องตลกร้ายก็ได้ที่จู่ ๆ คนที่เพื่อนสนิทชอบกลับมาชอบตัวเองซะงั้น ตอนแรกที่ชานยอลมาสารภาพว่าชอบ แบคฮยอนก็แทบจะเอาคัทเตอร์มากรีดหน้าเขาให้เป็นรอย แต่ด้วยความที่เป็นเพื่อนกันมานาน การมีเพื่อนเสียโฉมมันคงไม่ทำให้ชานยอลหันมาชอบแบคฮยอนแน่ ๆ แถมคยองซูเองก็เคยพูดกับชานยอลว่าถึงยังไงตนก็ไม่มีทางชอบอีกฝ่ายกลับ

 

แต่ถึงอย่างนั้นชานยอลก็ยังยืนยันว่าจะชอบคยองซูต่อไป ส่วนแบคฮยอนเองก็ไม่ได้ต่างจากไอ้บ้านั่นมากนัก เพราะมันก็ยังยืนยันว่าจะชอบชานยอลจนกว่าหมอนั่นจะหันมามอง

 

เอาเป็นว่าพวกมันแม่งโคตรบ้ากันทั้งคู่

 

 

“มาดูเราซ้อมบาสหรอ” ชายหนุ่มถามพร้อมกับยกยิ้มให้เล็กน้อย คยองซูก็ได้แต่ปรายตามองเพื่อนสนิทตัวเองที่ตอนนี้กำลังตีหน้านิ่งมองซ้ายขวาอยู่ เห็นแล้วก็อยากจะโบกหัวมันให้หน้าทิ่ม ต่อหน้าทำเป็นนิ่ง ลับหลังนี่ดี๊ด๊ายิ่งกว่าชะนี

 

ให้มันได้แบบนี้สิ

 

“เปล่า เรามาหาเพื่อน” คยองซูตอบกลับทำเอาคนตัวสูงตรงหน้าเลิกคิ้วมองเล็กน้อย

 

“เพื่อน? คนไหน” ชานยอลถาม

 

“นี่ไง คนนี้” คยองซูพูดพร้อมกับพยักพเยิดหน้าไปทางแบคฮยอนที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ชานยอลเองก็หันไปมองตามก่อนจะเจอผู้ชายตาชั้นเดียวตัวซีด ๆ กำลังจ้องหน้าตนอยู่เหมือนกัน

 

“หวัดดี” แบคฮยอนเอ่ยทักพร้อมกับโบกมือให้ ชานยอลยิ้มทักทายเล็กน้อยพอเห็นพิธีก่อนจะหันมาสนใจคนตรงหน้าต่อ ทำเอาคนตัวเล็กที่กำลังจะโบกมือค้างถึงกับยู่ปากหันไปถลึงตาใส่คยองซู

 

พอเพื่อนตาโตท่าทีแบบนั้นก็อยากจะขำก๊ากออกมากับความยับเยินของเพื่อน จะมีอะไรแย่ไปกว่าการที่คนที่ชอบไม่เคยชายตามองเลยสักครั้ง นึกสงสารแต่ก็แอบสะใจที่ชานยอลดูท่าจะไม่สนใจแบคฮยอนเลยสักนิด แต่ก็ไม่มีท่าทีว่าเพื่อนสนิทของเขาจะยอมรามือ เพราะยิ่งชานยอลไม่สนใจมากเท่าไหร่ แบคฮยอนก็ยิ่งอยากเข้าใกล้มากเท่านั้น

 

“แล้วนี่จะไปไหนต่อรึเปล่า”

 

“ก็คิดว่าไม่นะ”

 

“งั้นคืนนี้ว่างไหม พวกพี่ที่ชมรมบาสเค้าจะไปกินเลี้ยงกันหน่ะ ไปด้วยกันไหม” ชายหนุ่มถามโต้ง ๆ เพราะถึงยังไงอีกไม่ถึงชั่วโมงโค้ชก็จะปล่อยให้กลับหอพักได้ แถมวันนี้คนในชมรมก็นัดเลี้ยงเนื่องในโอกาสอยากกิน ไหน ๆ ก็อยากจะอยู่กับคยองซูให้นานขึ้นก็ถือเป็นโอกาสเลยก็แล้วกัน

 

“อ่า...” คยองซูลากเสียงอย่างนึกคิดหันไปมองแบคฮยอนที่กำลังทำปากขมุบขมิบใส่คล้ายกับด่าเขาอยู่กลาย ๆ จะตกปากรับคำอีกคนง่ายไปเพื่อนก็คงไม่ชอบใจแน่

 

“ไม่ดีกว่า เรานัดกับแบคฮยอนว่าจะพาหมอนี่ไปกินต๊อกหน้ามอหน่ะ” ตอบปฏิเสธไปพร้อมกับเรื่องใหม่ที่กุขึ้นมาสด ๆ ร้อน ๆ แบคฮยอนถึงกับมองบนที่เพื่อนไม่ยอมเข้าใจภาษาของตนเมื่อครู่ อุตส่าห์บอกใบ้ว่าให้ตอบตกลง ทำไมไอ้ตาโตนี่ถึงตอบปฏิเสธกัน!

 

“งั้นหรอ..” คนตัวสูงพูดพร้อมกับเหล่ตามามองแบคฮยอนเล็กน้อย “งั้นไว้คราวหน้าก็ได้”

 

“อือ” คยองซูยิ้มเจื่อนให้อีกคนเมื่อเห็นสีหน้าสลดของชานยอล จนเมื่อเสียงนกหวีดในสนามเรียกสติชายหนุ่มอีกครั้ง ชานยอลจึงขอแยกตัวไปซ้อมต่อแถมไม่ลืมยิ้มหวานแล้วโบกมือให้กับคยองซูก่อนจะวิ่งไป

 

พอร่างสูงใหญ่ของชานยอลเข้าไปรวมอยู่ในกลุ่มบาสอีกครั้ง แบคฮยอนก็หันมาฟาดแขนเพื่อนแรง ๆ ด้วยความอดกลั้น

 

“ไอ้คยอง! นี่มึงโง่หรือมึงโง่ห้ะ ตอบปฏิเสธชานยอลได้ยังไง คิดว่าเค้าชอบมึงแล้วมึงจะทำไรก็ได้งั้นหรอ ไอ้เพื่อนชั่ว!” ฝ่ามือขาวฟาดเพื่อนตาโตอย่างหมั่นไส้ อุตส่าห์ส่งซิกให้แล้วก็ยังทำเมินเฉย มันน่าตีซะให้เข็ด!

 

“เอ้า ก็กูไม่ได้อยากไป แล้วมึงจะเดือดร้อนแทนมันทำไมห้ะ”

 

“ก็กูอยากไปอ่ะ!”

 

“จะไปก็ไปดิ”

 

“แต่เค้าไม่ได้ชวนกูไง เค้าชวนมึง! โอ้ย ทำไมชีวิตมึงถึงได้หน้าหมั่นไส้แบบนี้วะห้ะ เรียนก็เก่งกว่ากู บ้านก็รวยกว่ากู แถมคนที่กูชอบยังมาชอบมึงอีก!” แบคฮยอนยังคงใส่อารมณ์ไม่ยั้งกับการระบายความบัดซบของชีวิตตัวเองที่แม่งไม่มีอะไรดีสักอย่าง

 

เรียนก็พอถูไถถ้าไม่ได้คยองซูช่วยป่านนี้ก็คงไม่รอด บ้านก็เปิดร้านขายของชำเล็ก ๆ ไม่ได้รวยเลิศเลอเหมือนคยองซู แถมคนที่ชอบมาก ๆ ก็ดันมาชอบเพื่อนสนิทตัวเองอีก เออ มีใครให้มากกว่านี้ไหม มีอะไรเหี้ยกว่านี้ีอีกไหม!

 

“แล้วมึงจะมาตัดพ้อกับกูทำไม รู้ว่าตัวเองเรียนไม่เก่งก็ตั้งใจเรียนซะสิ”

 

“ถ้ากูฉลาดขึ้นแล้วชานยอลจะหันมาชอบกูไหม”

 

“ไม่”

 

“คยองซู! นี่มึงเพื่อนกูจริงป้ะ!” เพื่อนตาตี่ยังคงโวายวายไม่เลิกแถมยังตีขาดีดดิ้นไปมาอย่างกับหมาโดนน้ำลวก คิดว่าทำแบบนี้แล้วน่ารักมากมั้ง

 

“เออ เพราะกูเพื่อนมึงนี่ไง ถึงได้คอยจ้ำจี้จ้ำไชยิ่งกว่าแม่มึงอีก เขาไม่ชอบมึง มึงก็อย่าไปสนใจดิวะ ผู้ชายไม่ได้ทำให้มีอนาคต แต่การศึกษาทำให้มึงมีอนาคต เข้าใจไหม”

 

“แล้วทำไมกูจะต้องมองการณ์ไกลขนาดนั้น มึงไม่เข้าใจหรอว่าคนเราต้องใช่ชีวิตอยู่กับปัจจุบัน! ทำทุกอย่างให้มันเต็มที่ก่อนจะตาย ไม่เคยได้ยินไง” ได้ทีแบคฮยอนก็ไม่ยอมปล่อยให้คยองซูผู้เห็นการศึกษาสำคัญกว่าทุกสิ่งอย่างในโลกได้สั่งสอนเขาคนเดียวแน่ ๆ คนเรามันต้องอยู่กับปัจจุบันสิถึงจะมีความสุข มัวแต่นึกถึงอนาคตแล้วจะมีความสุขกับปัจจุบันได้ไง

 

“แต่ถ้ามึงจะมัวแต่มีความสุขกับปัจจุบัน อนาคตมึงก็จะไม่มีความรู้ มึงจะเรียนไม่จบ และผู้ชายมึงก็จะไม่ได้สักคนโดยเฉพาะชานยอล มึงยังอยากจะมีความสุขอยู่ไหม” คำพูดของคยองซูทำเอาแบคฮยอนชะงักนิ่งคิดตามไปครู่หนึ่ง

 

จะว่าไปมันก็จริงอย่างที่คยองซูพูด เขาเองก็มัวแต่ตามชานยอลไปวัน ๆ หวีดและกรีดร้องภายในมุมมืดที่อีกฝ่ายไม่เคยมองเห็น ถึงจะพยายามแสดงตัวตนยังไงเขาเองก็ไม่เคยอยู่ในสายตาของอีกฝ่าย ยิ่งเข้าหาอีกคนก็ยิ่งออกห่าง แต่เพราะการแอบชอบอีกฝ่ายทำให้แบคฮยอนมีความสุขเอามาก ๆ ถึงแม้ว่าจะไม่ได้อะไรกลับคืนมาเลยก็ตาม

 

แต่ถ้านึกถึงอนาคตแล้ว เขาเองก็ยังต้องเรียนหนังสือ ช่วยที่บ้านขายของ และต้องการงานทำในอนาคต แน่นอนว่าแบคฮยอนไม่เคยเก็บเอาเรื่องพวกนี้มาคิดเลยสักนิด จนเมื่อได้ยินคยองซูพูดเมื่อครู่นี่แหละ ถึงทำให้เขาฉุดนึกขึ้นมาได้

 

ระหว่างที่มัวเมากับความสุข ยังมีอนาคตอันแสนโหดร้ายรอแบคฮยอนอยู่เสมอ

 

ทางด้านคยองซูที่เห็นว่าแบคฮยอนเงียบไปแล้วก็ยกมือตบบ่าเพื่อนตัวเล็กด้วยความเป็นห่วง เพราะว่าเขารักแบคฮยอนมากกว่าสิ่งอื่นใดในโลก การมอบสิ่งดี ๆ ให้กับเพื่อนนั้น เขาก็เต็มใจให้เสมอ

 

“คิดดูดี ๆ แค่ตั้งใจเรียน ทำตัวเองให้ดี ง่าย ๆ แค่นี้กูรู้ว่ามึงทำได้” พูดให้กำลังใจเพื่อนเล็กน้อย เพราะเมื่อครู่เขาอาจจะใช้คำรุนแรงเกินไป แต่แบคฮยอนเป็นคนดื้อรั้น การใช้คำพูดแบบปกติก็คงจะไม่ได้ผล

 

 

 

 

“หว่า ที่แท้ก็หนีมาแอบดูผู้ชายอยู่นี่เองหรอกหรอ ให้ตายสิ จะโดนรีไทร์แล้วยังไม่รู้ตัวอีก เฮ้อ” เสียงแหลมเล็กพูดโพล่งขึ้นทำเอาสองเพื่อนรักสะดุ้งหันไปมองเล็กน้อยก่อนจะเจอกับต้นตอของเสียงนั่นก็คือ ทิฟฟานี่และผองเพื่อนปากแดงของเธอ

 

“เห่ยมึง โทรไปแจ้งกรมปศุสัตว์หรือยัง”

 

“โทรทำไมวะ”

 

“แรดหลุดกรงแบบนี้เขาไม่ตามหากันแย่หรอวะ” พอพูดจบเพื่อนรักทั้งสองก็หัวเราะร่วนทันที แถมยังหันไปเหล่ตายักคิ้วใส่กลุ่มสาวสวยตรงนั้นอีกด้วย ก็สวยอยู่หรอกแต่ไม่น่าปากหมาหาเรื่องแบบนี้เลย

 

“นี่ พวกแกว่าใครเป็นแรดห้ะ?” ทิฟฟานี่หันมาแว้ดใส่ แน่ล่ะเป็นใครจะไม่โกรธที่มาโดนกล่าวหาว่าเป็นแรด ไอ้คนพวกนี้นอกจากจะโง่แล้วยังตาไม่ถึงอีกต่างหาก

 

โง่! โง่! และก็โง่มาก!

 

“เอ้า ใครอยากรับก็รับไปดิ ไม่ได้ระบุซะหน่อย” แบคฮยอนว่าพร้อมกับเบ้ปากเสหน้ามองไปทางอื่นอย่างน่าหมั่นไส้ ก็แน่ล่ะ ขนาดเพื่อนกันเห็นยังหมั่นไส้มันเลย

 

“เหอะ เพราะปากดีแบบนี้ไงชานยอลถึงไม่สนใจ” หญิงสาวแค่นหัวเราะยกมือขึ้นกอดอกแล้วเชิดหน้ามองจิกใส่ ทำไมเธอจะไม่รู้ว่าแบคฮยอนหน่ะชอบชานยอลมากแค่ไหน นี่ขนาดอ่อยเขาเกือบจะครบปีแล้วก็ไม่มีท่าทีว่าจะได้ นึกแล้วก็อยากจะขำให้ลิปหลุด

 

“แล้วไง? ต้องปากมอมแบบเธอหรอ ชานยอลถึงจะสนใจ?” ถึงคราวแบคฮยอนเอาคืนก็เจ็บแสบไม่ใช่น้อย “พูดแบบนี้อย่างกับชานยอลสนใจตายงั้นแหละ”

 

“อย่างน้อยเค้าก็จำชื่อฉันได้ ไม่ได้ธาตุอากาศแบบแกก็แล้วกัน!” ทิฟฟานี่กระแทกเสียงแรงพร้อมกับเบ้ปากใส่เป็นรูปสะพานโค้ง แน่นอนว่าคำพูดเหล่านั้นทำเอาแบคฮยอนชะงักนิ่งไปชั่วขณะแต่ถึงแบบนั้นก็ไม่ได้ทำให้สกิลการต่อปากต่อคำลดลงได้

 

“อุ จุกแรง มีเจ็บกว่านี้อีกไหม ชานยอลจำได้แล้วไง เค้าไม่ได้คิดจะเอาเธอทำเมียเลยสักนิด” ถึงจะจุกแต่ก็ไม่ยอมแพ้เพราะตอนนี้แบคฮยอนยกมือทาบอกแล้วทำคิ้วตกมองอีกฝ่ายอย่างเวทนา

 

“ยังไงสักวันก็ต้องเอาอยู่ดีนั้นแหละ”

 

“โอ้โห้ เป็นผู้หญิงเดี๋ยวนี้หัดพูดจาแบบนี้เลยรึไงห้ะ มันไม่งามเลยนะคะคนสวย” ว่าแล้วก็จีบปากจีบคอพูดกับอีกฝ่ายทั้งยังลงท้ายคำว่าคะขาให้ดูน่าหมั่นไส้ยิ่งกว่าเดิมอีก

 

“แล้วไง? สวย เลือกได้ จะทำไม?” หญิงสาวเบ้ปากยักไหล่ใส่แถมยังส่งสายตาเยาะเย้ยมาให้อีกต่างหาก

 

“มั่นใจเหลือเกินนะ แล้วแต่เถอะ แล้วแต่เธอเลยแม่คุณ” ว่าแล้วก็กลั้วหัวเราะหันไปมองในสนามบาสเหมือนเดิม ตอนนี้ในสนามก็ยังคงส่งรับลูกกันไปมาอย่างสูสีกับอีกทีมถึงแม้ว่าจะเป็นการซ้อมก็เถอะ แต่ในใจแบคฮยอนก็แทบจะอดใจรอวันจริงไม่ไหว และมันก็เป็นแบบนี้ทุกครั้งที่ชานยอลลงแข่ง แบคฮยอนมักจะอยู่ติดขอบเวทีเสมอ คอยยืนเชียร์อยู่ข้าง ๆ แม้ว่าชานยอลจะไม่หันมามองเลยก็ตาม

 

ก็ช่างสิ สนใจที่ไหนล่ะ

 

 

“กรี๊ดดดดด ชานยอล เท่จังเลยค่าที่รัก!!” เสียงหวีดแหลมดังขึ้นทำเอาคนที่อยู่ข้างสนามถึงกับหยีหน้าหันไปมอง แต่เจ้าหล่อนก็ยังคงตะโกนเชียร์อีกฝ่ายอยู่ข้างสนามอย่างไม่ย่อท้อ แน่ล่ะว่าเสียงนั่นมันแหลมพอที่จะทำให้ชานยอลหันมามองแล้วเผยยิ้มหล่อละลายใจให้

 

“ซันนี่! แกเห็นไหมว่าชานยอลเค้ายิ้มให้ฉันด้วยอ่ะแก” หันไปหวีดกับเพื่อนไม่พอยังกระโดดโหยงเหยงเหมือนโดนเหยียบเท้าก็ไม่ปาน คิดว่าน่ารักมากมั้งนั้น ส่วนเพื่อนที่มาด้วยนั้นก็เสี้ยมใส่กันไม่เลิก เออดีชิบหาย ทำงานกับเป็นทีม

 

“เห็นสิแก หล่อมากเลยอ่ะทำไงดี ฉันอยากได้อ่ะ”

 

“ยัยบ้า ชานยอลน่ะของฉันนะ ห้ามแย่งเด็ดขาด โดยเฉพาะเก้ง!กวาง!แถวนี้” พูดกับเพื่อนหน่ะไม่เท่าไหร่ อะไรคือการที่ต้องหันมากระแทกใส่เขากับคยองซูขนาดนี้ด้วย แน่ล่ะว่าคยองซูหน่ะไม่ได้สะเทือนใจอะไรหรอก แต่สำหรับแบคฮยอนแล้วของแบบนี้มันยอมกันได้ที่ไหนเล่า

 

“พูดแบบนี้อยากโดนขาเก้งดีดใส่หน้าไหมห้ะ?” ไม่ว่าเปล่าพลางถกแขนเสื้อขึ้นอย่างหาเรื่องจนคยองซูต้องคอยดึงห้ามไว้ไม่ให้มีเรื่องกับผู้หญิง แน่ล่ะว่าตอนนี้ถ้ามีกันข้างสนามจริง ๆ มันคงไม่ดีแน่ ถ้าเป็นที่ลับตาคนมากกว่านี้ เขาจะไม่ห้ามเลยสักนิด

 

“ยอมรับแล้วรึไงว่าเป็นเก้ง?”

 

“เอ้ะ ยัยนี่!!

 

“ทำไม? จะเข้ามาตบหรอ มาดิ คิดว่ากลัวไง” อีกฝ่ายเชิดหน้าใส่อย่างไม่กลัวตาย เพราะเธอรู้อยู่แล้วว่ายังไงคยองซูก็ไม่ยอมปล่อยให้แบคฮยอนเข้ามาทำร้ายเธอแน่ ๆ มันก็คงไม่ดีนักถ้าต้องเข้าห้องกิจฯเพราะเรื่องพวกนี้

 

“ปากแบบนี้มันน่าตบไหมล่ะถามหน่อย”

 

“แบคฮยอน ใจเย็น ๆ ดิวะ คนเขามองทั้งสนามแล้ว” คยองซูหันมาเอ็ดเบา ๆ ที่เพื่อนทำเสียงดัง ส่วนชะนีสองสามนางนั่นก็อย่าไปใส่ใจให้มันมาก หวีดร้องไปก็ไม่ได้มีใครสนใจไปมากกว่านี้หรอก

 

“ให้เบาได้ไง มันว่ากูเป็นเก้งนะเว้ย”

 

“แล้วมึงไปรับคำมันทำไมล่ะ ปล่อยไปดิ้”

 

“มึงดูปากมันดิ โอ้ย!!!! คยองซู” แบคฮยอนร้องลั่นทันทีที่เพื่อนตาโตหยิกแขนเข้าให้ทีหนึ่ง แน่นอนว่ามันแรงพอที่จะทำให้เขาร้องลั่นจนคนทั้งสนามหันมามองรวมถึงชานยอลเองก็ด้วย ตอนนั้นก็ได้ยินเสียงสาว ๆ ข้าง ๆ ยังพูดจาเสียดสีอยู่ไม่เลิก แต่ใครจะไปสนใจเมื่อชานยอลหันมามองที่เขา

 

อ่า.. วันนี้ชานยอลสบตากับเขาด้วยแหะ

 

 

 

แบคฮยอนหันมามองคยองซูด้วยความรู้สึกแปลก ๆ วูบหนึ่ง ก่อนจะจุดประกายความคิดบางอย่างขึ้นมาได้

 

“คยองซู กูขออะไรมึงอย่างดิ”

 

“อะไร” คยองซูตอบกลับไปทันทีเมื่อแบคฮยอนเอ่ยขอ ไม่ว่าเพื่อนอยากได้อะไรคยองซูก็จะจัดหามาให้แบบไม่เกี่ยงเลยสักนิด

 

“ชานยอล”

 

“ห้ะ?”

 

“กูอยากได้ชานยอล” สีหน้าของแบคฮยอนจริงจังซะจนคยองซูรู้สึกกลัว อะไรคือการที่เพื่อนสนิทบอกว่าอยากได้ชานยอล แล้วนี่เขาต้องทำยังไงหรอ?

 

“เกี่ยวอะไรกับชานยอล”

 

“เกี่ยวดิ” คนตัวเล็กกว่าก่อนจะพุ่งเข้ามาจับไหล่คยองซูไว้แน่น “คยองซู มึงคือความหวังของกู กูรู้ว่ามึงทำให้กูได้”

 

“แบค มึงใจเย็น ๆ นะ”

 

“กูอยากได้ชานยอล มึงช่วยกูหน่อยนะคยองซู” ไม่พูดเปล่า สองมือก็เขย่าไหล่เพื่อนตรงหน้าจนหัวโคลงโยกไปมายิ่งกว่าวงร็อคเมทัล “คยองซู มึงต้องช่วยกูนะ”

 

“ช่วยอะไรของมึง”

 

“ช่วยให้กูได้กับชานยอลไง”

 

!!!!

 

“ช่วยกูหน่อยนะ ขอสักครั้ง แล้วกูจะตั้งใจเรียนเลย!”

 

!!!!!!!!!!!!!!

 

 

 

 









 

 

เหตุการณ์เมื่อตอนเย็นทำให้ตอนนี้คยองซูต้องปั้นหน้ายิ้มให้กับชานยอลที่กำลังส่งแก้วน้ำที่เพิ่งชงให้ตนเมื่อครู่ เอื้อมมือไปรับพร้อมกับยกจิบไม่ให้เป็นการเสียมารยาท พวกชมรมบาสก็พอคุ้นหน้าค่าตากันมาบ้างเพราะบางคนก็อยู่คณะเดียวกัน แถมเขาเองก็ยังเป็นที่รู้จักเพราะชานยอลไปป่าวประกาศกับทุกคนว่าชอบคยองซู

 

แถมการที่คยองซูมานั่งแบบนี้ก็ทำให้ชายหนุ่มตัวสูงเริ่มมีความหวังขึ้นมาเล็กน้อยกับการเข้าใกล้คยองซู ทั้ง ๆ ที่พยายามตามจีบอีกคนมาเป็นเทอม ชวนไปไหนคยองซูก็ไม่มีท่าทีจะตอบไปด้วย แต่จู่ ๆ คยองซูก็เดินเข้ามาหาพร้อมกับบอกว่าคืนนี้จะไปกินเลี้ยงด้วย แน่นอนว่าชานยอลยิ้มจนแก้มแทบปริ เพื่อนในชมรมก็ต่างแซวล้อไม่เลิก

 

ทางด้านคยองซูเองที่ยอมตกลงมาด้วยก็ไม่ได้พูดอะไรมากนอกจากนั่งนิ่งแล้วจิบแก้วไปเรื่อย ฟังคนนู่นคนนี้พูดไปเรื่อยจนน่าปวดหัว เขาไม่ชอบสถานที่แบบนี้เลยสักนิด ยิ่งไปกว่านั้นคือการที่เข้ามานั่งกับชานยอลสองคนโดยปราศจากเพื่อนตัวเล็กที่หนีกลับไปก่อน

 

ใช่ แบคฮยอนหนีกลับไปก่อน อย่าถามว่าเพราะอะไรเลย เรื่องที่คุยกันเมื่อตอนเย็นยังทำให้คยองซูรู้สึกเครียดเล็กน้อยถึงปานกลาง เพราะคำขอของแบคฮยอนมันมากเกินไป แต่นั่นก็ไม่ได้เกินความสามารถของคยองซูนัก ปัญหาคือเขาจะทำยังไงให้แบคฮยอนได้ชานยอล หมอนั่นจะได้ตั้งใจเรียนซะที

 

คิดกันอยู่นานสองนานว่าจะทำยังไงให้ทุกอย่างมันสมใจแบคฮยอน จนสุดท้ายแล้ววิธีการที่เขาคิดขึ้นมานั้นมันโคตรจะไม่มีเหตุผลแถมยังมาจากการประชดอีกฝ่ายด้วยการพูดโพล่งออกไปว่า วิธีนู้นก็จะไม่เอา วิธีนี้ก็จะไม่เอา เอากันเลยไหมจะได้สมใจมึงซะที และดูท่าคำพูดนั่นจะทำให้แววตาของแบคฮยอนเป็นประกายอย่างมีความหวังทันที

 

ให้ตายสิ ไอ้บ้านี่มันจะเอาจริง ๆ หรอวะ

 

 

บอกตามตรงว่าไม่ได้สนับสนุน แต่ดูจากท่าทีของชานยอลแล้วก็คงไม่มีทางหันไปสนใจแบคฮยอนแน่ ๆ เพราะไม่ว่าจะนำเสนอเพื่อนตัวเองหรือหาทางให้เข้าใกล้กันมากแค่ไหน ชานยอลก็ไม่เคยสนใจเลยสักครั้ง แม้แต่ชื่อก็ยังจำไม่ได้ เป็นเรื่องที่โคตรจะน่าน้อยใจเลย ส่วนตัวคยองซูแค่รู้สึกเฉย ๆ กับชานยอลปนหมั่นไส้หน่อย ๆ ที่หมอนี่ไม่เคยคิดจะสนใจเพื่อนของเขา แต่ไหน ๆ เพื่อนก็อยากได้แล้ว สนองมันสักนิดก็คงจะไม่เป็นอะไร

 

ชานยอล เอาแก้วมานี่สิเดี๋ยวเราชงให้ คยองซูบอกอีกคนและแน่นอนว่าชานยอลยอมยื่นแก้วให้พร้อมกับส่งยิ้มหล่อกลับมาอีกต่างหาก ถ้าแบคฮยอนยังนั่งอยู่ตรงนี้มันคงต้องลงไปดีดดิ้นกับความหล่อของไอ้หูกางนี่แน่ ๆ

 

แหม ๆ มีชงเหล้าให้กันด้วย แสดงว่าจะยอมให้ไอ้ชานยอลจีบแล้วสินะเสียงเอ่ยแซวของคนในโต๊ะทำเอาคยองซูปรายตามองเล็กน้อยก่อนจะแค่นยิ้มออกมา แต่เพราะฤทธิ์ของแอลกอฮอล์คงทำให้ใครหลายคนเริ่มตาลายเป็นการยกยิ้มเป็นการยิ้มเขินอาย จากนั้นก็ตามด้วยเสียงโห่ร้องหนักยิ่งกว่าเดิม

 

โว้ย อิจฉาชิบหายยยยยยย

 

หมั่นไส้จริงโว้ยยยยยยหลายคนในโต๊ะเริ่มโวยวายที่ชานยอลเอาแต่นั่งยิ้มมองคยองซูอย่างไม่วางตา เหมือนเห็นสวรรค์อยู่ตรงหน้าแถมยังอยู่ใกล้แค่เอื้อมขนาดนี้ ไม่เคยได้สังเกตเลยสักนิดว่าแก้มของทั้งเนียนแล้วก็ดูนุ่มนิ่มจนอยากจะสัมผัส รวมถึงริมฝีปากรูปหัวใจนั่นอีก

 

ชานยอลอยากจะเป็นคนครอบครองทุกอย่างของคยองซู

 

และยิ่งคยองซูเอาแต่นั่งยิ้มเงียบไม่พูดอะไร ชานยอลก็อดนึกเข้าข้างตัวเองไม่ได้จริง ๆ ว่าคยองซูเองก็คงแอบเขินอยู่เหมือนกัน แต่ก็นะ เพราะคยองซูเป็นคนที่เก็บอาการมากกว่าที่คิด ชานยอลจึงไม่สามารถเดาได้เลยว่าจริง ๆ แล้วคนตัวเล็กกำลังรู้สึกอะไรอยู่

 

แต่ถ้ากำลังคิดเหมือนกันอยู่ก็คงจะเป็นเรื่องดี

 

 

 

 

 

งานเลี้ยงก็ย่อมมีวันเลิกรา และตอนนี้หลายคนต่างก็เมาคอพับและกำลังจะแยกย้ายกันกลับ รวมถึงร่างสูงของใครบางคนที่คิดว่าจะไม่ใช่คนคออ่อนแต่ก็หลับคอพับไปตั้งแต่ตอนไหนก็ไม่รู้ คยองซูพยายามตบเรียกสติของชานยอลให้ลุกขึ้นมาแน่นอนว่าชายหนุ่มยังคงหลับนิ่งคาโซฟา

 

คยองซู ถ้าไงฝากชานยอลหน่อยนะ นี่กุญแจห้องมัน พวกพี่ไปละรุ่นพี่ในชมรมเอากุญแจห้องของรุ่นน้องออกมาให้พร้อมกับยิ้มกรุ้มกริ่มให้กับรุ่นน้องตัวแสบที่เมาหลับคอพับ ไอ้นี่มันร้ายเว้ย

 

อ่า..ครับคยองซูพยักหน้ารับพร้อมกับกำกุญแจห้องในมือด้วยความรู้สึกสับสน หันไปมองร่างสูงที่ยังคงแน่นิ่งอยู่ สุดท้ายแล้วก็ถอนหายใจก่อนจะค่อย ๆ ยกแขนของชานยอลพาดบ่าของตัวเองพยุงลุกเดินให้ออกจากร้านกลับไปที่ห้องพักของชานยอลทันที

 

 

ใช้เวลาไม่นานกับการพาคนตัวสูงกลับมายังห้องพัก พอวางอีกคนลงบนเตียงได้คยองซูก็ถึงกับยกมือปาดเหงื่อตรงปลายคาง หอบหายใจอยู่ครู่หนึ่งเพราะน้ำหนักของชานยอลก็ไม่ใช่น้อย ๆ แถมส่วนสูงของคยองซูกับชานยอลก็ต่างกันอยู่มากโข แถมหมอนั่นยังทิ้งน้ำหนักลงมาทับคยองซูจนเกือบเซล้มไปหลายรอบ

 

ไม่รู้ว่าเมาจริงหรือเมาดิบ

 

เท้าเอวมองร่างสูงที่หายใจเข้าออกช้า ๆ ก่อนจะหันไปมองใครอีกคนที่เพิ่งเดินเข้ามาด้วยกันเมื่อครู่ และดูเหมือนว่าอีกฝ่ายก็คงจะเหนื่อยไม่น้อยเหมือนที่ต้องแบกร่างสูงคนละข้าง แบคฮยอนยังคงยืนหอบหายใจอยู่สักพักแถมยังได้ยินเสียงบ่นกระปอดกระแปดว่าเหนื่อยนักเหนื่อยหนา บ่นไปเถอะ เมื่อครู่เขายังเห็นว่าไอ้เพื่อนตัวดีมันแอบซุกหน้าเข้าอกชานยอลแถมยังทำท่าสูดดมจนคยองซูถึงกับหยีหน้าเล็กน้อย

 

มึงคิดหรอว่าวิธีนี้มันจะได้ผลคยองซูเอ่ยถามออกไปโดยที่ไม่กลัวว่าคนเมาจะได้ยิน แน่นอนว่าตอนนี้ชานยอลไม่เหลือบคราบหนุ่มหล่อคณะนิติศาสตร์เลยสักนิด เหลือเพียงแค่ชายหนุ่มหน้าตาดีที่นอนแผ่อย่างกับคนไร้วิญญาณอยู่บนเตียง

 

ได้หรือเปล่าไม่รู้ แต่ว่ากูต้องได้แน่ ๆแบคฮยอนพูดพร้อมกับยกมือปากเหงื่อตรงขมับ ให้ตายเหอะ ที่รักเขาหนักเป็นบ้าเลย

 

เออเรื่องของมึง จะทำอะไรก็ทำ แต่อย่าลืมที่สัญญากับกูไว้ล่ะ คยองซูพูดทิ้งท้ายก่อนจะทำท่าเดินออกจากห้อง แต่เพื่อนตัวเล็กก็รีบพูดโพล่งด้วยความตกใจ

 

เดี๋ยว! นั่นมึงจะไปไหนแบคฮยอนถามด้วยความแปลกใจ เพราะเขานึกว่าคยองซูจะอยู่ด้วยกันก่อนเสียอีก ไม่คิดว่าเพื่อนตัวเตี้ยจะรีบมารีบกลับขนาดนี้

 

จะอยู่ให้มึงโชว์หนังสดไงสัด จะทำไรก็รีบทำ เดี๋ยวมันตื่นแล้วมึงจะหมดโอกาสเอานะเว้ย คยองซูหันมามองเพื่อนตัวเองที่จู่ ๆ มันก็ทำหน้าตาแปลก ๆ ขึ้นมา คิ้วหนาขมวดมองอย่างไม่เข้าใจเท่าไหร่นัก

 

มึง... กู- ไม่เอาแล้วได้ป้ะวะ

 

คำพูดของแบคฮยอนทำเอาคยองซูมองด้วยความฉงน

 

อะไรนะ? แบคฮยอน มึงล้อกูเล่นป้ะ?” สีหน้าของแบคฮยอนทำเอาคยองซูอยากจะเดินไปตบหัวเพื่อนที่พูดจากลับกลอกไปมา ทั้ง ๆ ที่ตอนแรกก็อยากได้เขาจนตัวสั่น แต่ตอนนี้กลับทำท่าเหมือนไม่อยากจะได้ เป็นไพโบลาร์หรือไงวะ

 

กูกลัววะ...

 

ตลกแล้ว น้ำหน้าอย่างมึงจะกลัวอะไร อย่าให้กูต้องเล่นบทโหดคยองซูเท้าเอวมองหน้าแบคฮยอนและครู่ต่อมาไอ้เพื่อนปากดีที่บอกว่าอยากได้ชานยอล จู่ ๆ มันก็หลั่งน้ำตาออกมาทำเอาเขารู้สึกตกใจไม่น้อย

 

เหี้ย มึงร้องไห้ทำไม

 

กู..ฮึก..กู...ฮือออมือสวยยกปวดน้ำตาลวก ๆ ก่อนจะเดินเข้าไปกอดเพื่อนตัวเองแน่น

 

กูซึ้ง

 

ห้ะ?”

 

ฮือ.. คยองซู.. กูไม่คิดว่า ฮึก มึงจะทำเพื่อกูขนาดนี้..ฮึก บุญคุณคราวนี้กูจะ..ไม่ลืม ฮึก เสียงสะอึกสะอื้นทำเอาคยองซูเริ่มรู้สึกไม่ดีเท่าไหร่นักแต่พอได้ยินเพื่อนพูดแบบนั้นเขาเองก็ไม่รู้จะทำสีหน้าแบบไหนออกมา ทำไมมันถึงได้เป็นคนที่เกินคาดขนาดนี้

 

คยองซูตบบ่าแบคฮยอนก่อนจะพาเพื่อนตัวเล็กไปนั่งบนเตียงแล้วผลักเพื่อนตัวเล็กให้นอนราบไปข้างกายชายหนุ่มที่กำลังหลับใหลไม่รู้เรื่อง

 

อย่าร้อง เดี๋ยวมันตื่น เข้าใจไหม?” คยองซูชี้หน้าแบคฮยอนและอีกฝ่ายก็กัดปากกลั้นเสียงพยักหน้าตอบเพื่อน ถ้าไม่ทำอะไรเดี๋ยวจะหาว่าไม่มีโอกาส ไหน ๆ โอกาสก็มาตรงหน้าแล้ว มึงก็ไม่คิดจะคว้ามันหน่อยหรอ

 

“.....”

 

ถ้ามึงกลัว มึงก็แค่นอนกอดมันเฉย ๆ ก็ได้ อีกอย่างกูก็มอมเหล้ามันเยอะ มันคงไม่ตื่นขึ้นมาทำอะไรมึงหรอกพูดไปด้วยก็ใช้มือเช็ดน้ำตาออกให้เพื่อนไปด้วย ใจจริงก็ไม่ได้อยากทำแบบนี้หรอก แต่เพราะแบคฮยอนเอาแต่มองชานยอลที่อีกฝ่ายไม่เคยเห็นมันอยู่ในสายตา

 

เพราะงั้น ครั้งนี้จึงเป็นโอกาสอันดีที่แบคฮยอนจะได้อยู่ใกล้กับคนที่ตัวเองชอบ

 

แม้ว่ามันจะดูโจรไปหน่อยก็ตาม

 

 

“ฮึก อือ” แบคฮยอนยังคงเอาแต่ร้องไห้จนดูน่าสงสาร วูบหนึ่งคยองซูก็ไม่อยากให้เพื่อนทำแบบนี้ แต่เพราะคำสัญญาที่พูดกันไว้และคยองซูเองก็อยากให้แบคฮยอนกลับไปตั้งใจเรียนเหมือนเดิม

 

“นอนซะ ไหน ๆ ก็มีโอกาสแล้ว ครั้งนี้ครั้งเดียวเท่านั้นนะเว้ย กูคาดหวังกับเรื่องที่มึงจะกลับไปตั้งใจเรียนนะ”

 

“อือ กู .. ฮึก รู้แล้ว” แบคฮยอนพยักหน้ารัวพร้อมกับยกมือปาดน้ำตา เขาซึ้งใจมากจนต้องร้องไห้ออกมา ไม่คิดว่าคยองซูจะเป็นเพื่อนรักที่สามารถทำให้เขาได้ทุกอย่าง แม้กระทั่งชานยอลที่เขาอยากจะได้นักหนา สุดท้ายก็ได้มานอนอยู่เคียงข้าง

 

“เออ งั้นกูไปละนะ จะเก็บเกี่ยวอะไรก็เอาให้เต็มที่ เอาให้คุ้ม เข้าใจไหม” คยองซูชี้หน้าคนตรงหน้าก่อนจะได้การพยักหน้าเป็นการตอบรับ ชายหนุ่มยิ้มครู่หนึ่งก่อนจะลุกขึ้นไปปิดไฟ

 

“โชคดีนะมึง” พูดทิ้งท้ายไว้แค่นั้นก่อนจะเดินออกจากห้องพักไปโดยที่ไม่ลืมล็อคประตูให้เสร็จสรรพ ยืนค้างอยู่หน้าห้องครู่หนึ่งก่อนจะหันไปมองประตูบานนั้น รอยยิ้มเล็กผุดขึ้นที่มุมปากก่อนจะเดินออกไปจากอาคารแห่งนี้ทันที

 

ขากลับก็คิดไว้แล้วแหละว่าจะแวะซื้อเบียร์สักสองสามกระป๋องไปจิบนอนดูหนังเรื่องฮอบบิทที่ยังดูค้างไว้อยู่

 

สงสัยคืนนี้คงไม่ต้องรีบนอนแล้วละมั้ง

 

 






















โปรอย่าถามว่าฉันเป็นใคร เมื่อในอดีตต
55555555555555555555555555
เรื่องเหี้ยอะไรไม่รู้ รู้แต่ตอนแต่งเราเครียดมาก
อยากเขียนอะไรแก้เสี้ยนตัวเอง ก็คิดว่าน่าจะเป็นเรื่องนี้แหละ

ไร้สาระมาก ไม่มีอะไรเลย
ชอบไม่ชอบไงก็ฝากสกรีมกันเยอะๆ ที่
#ฟิคคลังฝัน
หรือจะคอมเม้นท์กันในนี้ก็ได้

ตอนหน้าเตรียมหมอนกับผ้าเช็ดหน้าด้วยนะ

ไม่ซับเลือดกำเดาก็ซับน้ำตา

เลือกเอา









O W E N TM.
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 168 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

6,477 ความคิดเห็น

  1. #6408 pbcy' (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2562 / 22:07
    คยองเหมือนแม่คนที่สอง ฮืออออ
    #6,408
    0
  2. #6354 heykiki (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 16 เมษายน 2562 / 14:06
    คยองโคตรรักแบคฮยอน 555555555
    #6,354
    0
  3. #6071 loeyloxepcy61 (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 20 กรกฎาคม 2561 / 01:37
    มันมีเงื่อนงำแ่ะวะ แต่คยองงงเอางั้นจริงดิ
    #6,071
    0
  4. #6014 heykiki (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2561 / 11:03
    คยองรักเพื่อนมากจนสงสัยว่ารักแบบไหนกัน แบคฮยอนน ทำแบบนี้จะดีเหรอออ
    #6,014
    0
  5. #4732 EUNHWA_OK (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 18 กรกฎาคม 2560 / 20:27
    แบครักเขามากเราก็จะเจ็บมากนะ เผื่อใจมั่งเถอะ คนที่ไม่รักต่อให้ทำยังไงก็ไม่รักหรอก
    #4,732
    0
  6. #4688 shineedeary (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 17 กรกฎาคม 2560 / 03:36
    ตอนแรกวงวารคยองซูสุด ตอนหลังชักแปลกๆ 5555555
    #4,688
    0
  7. #4209 KAKARN_MATO (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 17 กุมภาพันธ์ 2560 / 21:46
    กลัวชานไม่รับผิดชอบแบคจัง สงสารแบค คยองแลดูมีแผน5555
    #4,209
    0
  8. #3929 Bjin_yui (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 7 มกราคม 2560 / 19:25
    ก็สงสารแบคนะ แต่ตามชานยอลจนลืมเรียนเนี่ยถ้าไม่ได้เพื่อนดี แบคไม่แย่หรอ ทำแบบนี้กลัวใจอะ555555 กลัวสิ่งที่แบคทำจะทำให้แบคเสียใจจ
    #3,929
    0
  9. #3906 เจ้าครีม (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 6 มกราคม 2560 / 01:12
    จะฮาก็ฮาจะสงสารก็สงสารแบค เฮ้อ เข้าใจความรู้สึกนี้เลยอ่ะ ชอบเขาแต่เขาดันมาชอบเพื่อนเราเนี่ย เพื่อนก็ไม่ผิด เขาไม่ผิด แต่ก็นะ มันท้อแท้อ่ะ เศร้ามากด้วย ไม่รู่วิธีจะทำให้ชานมาชอบได้ยังไง แต่ขอให้ไม่ดราม่าเถอะ สงสารแบคคค
    #3,906
    0
  10. #3199 baekin (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 21 กันยายน 2559 / 15:56
    เอาจริงๆ แบคน่าสงสารนะ เหมือนแบบ ไม่ได้อยู่ในสายตาแม้แต่วินาทีเดียว
    #3,199
    0
  11. #2584 byunpzx (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2559 / 19:29
    นังแบ้กกก นังเลววว โอ้ย
    #2,584
    0
  12. #2160 nchler (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2559 / 16:22
    โหแบค555555555555
    #2,160
    0
  13. #1844 litterrabbitza (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2559 / 18:07
    แบคอ่าา ใจเย็นนะ ฮ่าๆ
    #1,844
    0
  14. #1613 ㅇㅅㅇ (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 13 เมษายน 2559 / 19:37
    แบคกลับบ้านตอนนี้ยังทันนะลูก

    โอ้ยยยย อิชานเมาจริงมั้ยเถอะเนี่ย

    ละกลัวใจอิชาน จากไม่เคยชายตาแลจะกลายเป็นเกลียดเอา

    กลับบ้านเถอะลูก แม่รออยู่ โถวววววงงง
    #1,613
    0
  15. #1609 EATWELL (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 13 เมษายน 2559 / 13:34
    อ่านแล้งสงสารแบคแปลกๆรักบ้างเดียวเจ็บไหมแบคยอนนาฮือออออ
    #1,609
    0
  16. #1605 พูลิน พูลิน (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 12 เมษายน 2559 / 19:55
    ผลจะออกมาซับน้ำตาหรือเลือดกำเดานะ เอ่อ
    #1,605
    0
  17. #1588 dovy_bubble (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 11 เมษายน 2559 / 20:19
    ชานจะเกลียดแบคไหมอ่ะ
    #1,588
    0
  18. #1587 Spanich (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 11 เมษายน 2559 / 20:14
    ถามหน่อย ...นี่ชานแบคชะมะ ????
    #1,587
    0
  19. #1215 junojunox (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2559 / 17:12
    ขอซับเลือดเถอะค่ะ แง่มๆๆๆๆๆ
    #1,215
    0
  20. #1097 จีวอนชิ':) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 19 มกราคม 2559 / 00:19
    เอ่อออออ
    #1,097
    0
  21. #1062 ต้มจืด*เต้าหู้* (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 13 มกราคม 2559 / 22:22
    แงงงง ตอนหน้าขอซับเลือดนะ เลือดกำเดาหรือเลือดหัวนี่อีกเรื่องนึง(?)5555555555 
    #1,062
    0
  22. #964 bestye (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 9 มกราคม 2559 / 02:06
    อหหหห ยอมใจแบค5555
    #964
    0
  23. #804 0000 (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2558 / 00:44
    ชอบมาก5555555 ปล.ขำทอคมาก ไรท์แมนมากคะ นี่ก็ชอบอีก55555
    #804
    0
  24. #786 ikonsouy (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 30 พฤศจิกายน 2558 / 00:45
    ชั้นชอบคยองซู!!!!!!!!!! กูว่าชยอลต้องร่วมมืออะไรกับคยองแน่ๆ มียกยิ้มตอนท้ายแบบนี่
    #786
    0
  25. #762 Papang Pang (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 26 พฤศจิกายน 2558 / 23:04
    คยองซูร้ายมากอะ มันต้องเป็นแผนของเค้าแน่5555555555555555
    #762
    0