[ exo SF/OS ] คลังฝัน - chanbaek

ตอนที่ 15 : Yellow girl - V

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 8,255
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 51 ครั้ง
    19 ต.ค. 58








YELLOW GIRL



ยาวมากกกกกกกกกกกก อย่าเบื่อเรา กราบ.





























 

I WISH I COULD SAY THESE THINGS TO YOU

COME HERE BABY GIRL LET ME LISTEN TO YOU

 

 

 





 


 

 

           

แค่ครั้งเดียวก็ทำเอาสายตาของเราทั้งคู่เปลี่ยนไป

 

 

 

 

 

 





“ฮยอนบี ฉันจะออกไปข้างนอกนะ แกจะเอาอะไรไหม” คริสตัลหันมาถามในขณะที่กำลังสวมนาฬิกาและจัดการใช้มือจัดทรงผมตัวเองให้เข้าที่ก่อนจะหันไปมองก้อนผ้าที่ขดตัวอยู่บนเตียง แต่ผ่านไปแล้วสองนาทีก็ไม่ได้ยินเสียงจากคนด้านใน

 

หญิงสาวถอนหายใจเฮือกใหญ่พร้อมกับกรอกตามองเพดานอย่างเซ็งๆ แต่ทว่าสองเท้าก็ก้าวเข้าไปยังเตียงขนาดควีนไซส์แล้วกระชากผ้าห่มสีครีมออกเผยให้เห็นผู้หญิงผมสั้นกำลังนอนหลับตาขมวดคิ้วอยู่

 

เมื่อถูกก่อกวน เจ้าตัวก็ส่งเสียงร้องลากยาวในลำคอออกมาอย่างรำคาญใจ ฮยอนบีไม่ชอบเวลาที่มีคนมาก่อกวนตอนนอน ยิ่งตอนที่เพิ่งตื่นใหม่ๆ ด้วยแล้วหญิงสาวก็จะยิ่งหงุดหงิดเมื่อถูกปลุกให้ตื่นกลางคันแบบนี้

 

“ปล่อย จะนอน” น้ำเสียงติดจะหงุดหงิดของคนบนเตียงทำเอาคริสตัลจิ๊ปากในลำคออย่างเหนื่อยใจ มันมีอย่างที่ไหนหนีมานอนห้องคนอื่นแต่กลับทำตัวเหมือนเจ้าของห้องเนี่ย แถมยังควานผ้าห่มไปคลุมโปงอีกรอบ

 

ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมจู่ๆ ฮยอนบีก็ขอมาอยู่ด้วยสักพัก ตอนแรกคริสตัลก็นึกว่าเจ้าตัวคงจะคิดถึงบ้านเลยขอมาอยู่ด้วยแบบเมื่อก่อน แต่ปกติไม่ถึงสองคืนฮยอนบีก็จะทนกับเสียงบ่นของคริสตัลไม่ไหวจนต้องระเห็จกลับไปนอนห้องตัวเองเหมือนเดิม แต่คราวนี้มาแปลกมากเพราะนี่ก็เกือบจะหนึ่งอาทิตย์แล้วที่ฮยอนบีไม่ยอมกลับห้องตัวเอง

 

พอถามว่ามีปัญหาอะไรรึเปล่าฮยอนบีก็ตอบปฏิเสธทุกครั้งแถมยังบอกอีกว่ามันก็เป็นเรื่องปกติที่จะมานอนห้องเพื่อน ทำไมต้องถามเซ้าซี้ด้วย จนเจ้าบ้านอย่างคริสตัลเริ่มรำคาญจึงปล่อยให้อีกฝ่ายอยู่ตามสบายเหมือนกับอยู่บ้านตัวเองไปแบบนั้น

 

ดาวเฟรชชี่ของคณะอักษรคว้ากระเป๋าแล้วออกจากห้องทิ้งเพื่อนตัวเล็กไว้ในห้องตามเดิม อยากดื้อดีนัก จะหิวจะร้อนจะตายก็เรื่องของเจ้าหล่อนก็แล้วกัน เพราะคริสตัลจะไม่ยุ่งอะไรทั้งนั้น ถามอะไรก็ไม่ตอบ ไม่อยากยุ่งด้วยหรอก!

 

หึ!

 

 

 

 

 

ทันทีที่เสียงกระฟัดกระเฟียดของเจ้าของห้องเงียบไปพร้อมกับเสียงปิดประตูดังลั่น หัวทุยเล็กก็โผล่พ้นขึ้นมาจากผ้าห่มก่อนจะเหลือบตาไปมองยังหน้าประตู ผ่อนลมลายใจออกมาแล้วกลอกตามองเพดานด้วยความรู้สึกสับสน

 

ฮยอนบีไม่รู้จะจัดการกับชีวิตตัวเองยังไงดี ใช่ว่าจะไม่อยากคุยกับเพื่อนสนิทของตัวเองแต่ว่ามันก็ไม่ใช่เรื่องที่ควรจะเอามาปรึกษา ยิ่งเป็นคริสตัลด้วยแล้วคนตัวเล็กจึงต้องเก็บงำเรื่องนี้เอาไว้คนเดียว ทั้งๆ ที่มันล้นอยู่ในอกจนแทบจะระเบิดออกมาอยู่แล้ว

 

หนึ่งอาทิตย์กับการที่มาอาศัยอยู่กับคริสตัล มันก็ไม่ได้แย่ถ้าตัดเรื่องความจู้จี้ขี้บ่นและความเซ้าซี้ของคริสตัลออกไป ทุกอย่างก็เรียกได้ว่าสะดวกสบาย แต่สุดท้ายยังไงคริสตัลก็คือคริสตัล ฮยอนบีไม่มีทางห้ามอีกฝ่ายบ่นได้อย่างแน่นอน

 

ถ้าถามว่าทำไมถึงต้องมานอนที่หอของเพื่อนสาว บอกตามตรงเลยนะว่าเธอไม่กล้ากลับไปห้องตัวเอง ยิ่งถ้ากลับไปแล้วบังเอิญเจอกับหญิงสาวข้างห้องละก็..

 

ฮึ้ย!

 

“บ้าๆๆๆ” คนตัวเล็กฟาดมือลงบนเตียงแล้วกับกำผ้าห่มแน่นอย่างสับสนเมื่อดันนึกถึงเรื่องในคืนนั้นขึ้นมา แน่นอนว่าเธอยังคงจำได้ทุกฉากทุกตอน ราวกับว่าตนเพิ่งถูกช่วงชิงริมฝีปากไปเมื่อครู่ นิ้วเรียวยกขึ้นมาแตะเรียวปากตัวเองอย่างแผ่วเบาก่อนจะฟาดมือลงบนเตียงอีกครั้งเพราะเธอยังคงสัมผัสได้ถึงความร้อนและความอบอุ่นจากริมฝีปากของอีกฝ่ายในคืนนั้น

 

ยิ่งคิดก็ยิ่งร้อนที่ใบหน้า หน่วยแก้มเนียนทั้งสองข้างขึ้นสีแดงระเรื่อ ริมฝีปากบางนั่นก็เม้มเข้าหากันแน่น ฮยอนบีพยายามจะไม่นึกถึงภาพในคืนนั้นว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง เพราะยิ่งคิดตัวเองก็ยิ่งอยากจะระเบิดตัวให้แตกตายกันไปข้าง

 

ทำไมชัลยูถึงทำกับฮยอนบีแบบนี้

 

 

ได้แต่คิดแต่ก็ไม่กล้าถามออกไป แน่นอนว่าหญิงสาวก็คงถามไม่ได้เพราะมัวแต่หลบหน้าอีกคนจนจะครบหนึ่งอาทิตย์แล้ว ทั้งโทรศัพท์และไลน์ก็มีการแจ้งเตือนจากชัลยูทั้งนั้น สายเรียกเข้าก็ดังทั้งเช้าเที่ยงเย็น รวมถึงรถคันสีขาวที่จอดรออยู่หน้าคณะ เรียกได้ว่าคนตัวเล็กพยายามหลีกเลี่ยงและหลบหนีชัลยูทุกหนทาง จนต้องหนีมานอนกับคริสตัลเพราะนี่คงเป็นทางออกสุดท้ายที่เธอคิดได้

 

ที่หลบหน้าหน่ะไม่ได้โกรธหรือเคืองอีกฝ่ายเลยแม้แต่น้อย แต่เพราะว่าฮยอนบีเขินชัลยูต่างหาก จึงไม่กล้าเอาหน้าไปโผล่ให้อีกฝ่ายเห็น แถมคืนนั้นชัลยูเองก็ไม่ได้มีสติมากพอที่จะรู้ว่าตัวเองกำลังทำอะไร หลังจากที่บุกจู่โจมเข้ามาจูบฮยอนบีอย่างนิ่มนวลกว่าจะรู้ตัวอีกทีสาววิศวะก็หลับน็อกทั้งๆ ที่ปากยังประกบกันอยู่

 

เรียกได้ว่าทั้งอายทั้งโมโหที่ชัลยูชิงหลับก่อน ปล่อยให้ฮยอนบีเขินจนหน้าแทบไหม้อยู่ฝ่ายเดียว ก้อนเนื้อด้านซ้ายก็เต้นโครมครามชนิดที่คนตัวเล็กเองก็ยังกลัวว่ามันจะหลุดออกมาด้านนอก กว่าคนตัวเล็กจะพาตัวเองกลับไปที่ห้องได้ก็แทบจะเอาชีวิตไม่รอดเพราะกว่าจะจัดการร่างโปร่งให้ลุกออกจากตัวของตนได้นั้นก็เรียกเหงื่อพอสมควร

 

ทั้งๆ ที่หลับน็อกไปขนาดนั้นชัลยูยังไม่วายที่จะคว้ามือมาจับนู่นจับนี่ของฮยอนบีไม่เลิก

 

 

จนสุดท้ายร่างบางทนไม่ไหวผละตัวเองออกมาได้ก็ชิ่งหนีกลับห้องไปทันที ปล่อยให้คนเมานอนแผ่อยู่บนเตียงท่ามกลางกลิ่นเบียร์กลิ่นบุหรี่อยู่แบบนั้น ทั้งๆ ที่รู้ตัวว่ากำลังโมโหชัลยูอยู่ แต่พอเข้าห้องไปหญิงสาวก็นึกขึ้นมาได้ว่าตนกำลังโมโหเพื่อนข้างห้องเรื่องอะไร

 

เรื่องที่จูบแล้วหลับหรือเรื่องที่เจ้าตัวเมาไม่รู้เรื่องอะไรเลย

 

พอนึกได้แบบนั้นท่าทีเมื่อครู่ก็สลดลงอย่างเห็นได้ชัด บางทีชัลยูอาจจะเมามากเกินไปเลยทำให้ไม่รู้ตัวว่าตัวเองกำลังทำอะไรอยู่ อาจจะไม่มีสติมากพอที่จะรับรู้อะไรสักอย่าง แต่ถ้าเป็นแบบนั้นจริงแล้วชัลยูจะจูบเธอทำไม

 

 

...

 

ทุกๆ อย่างในคืนนั้นที่ชัลยูแสดงออกมาใช่ว่าจะไม่รู้ว่ามันหมายถึงอะไร เพียงแต่หญิงสาวแค่รู้สึกว่าอีกฝ่ายอาจจะเมามากเกินไปทำให้เลอะเลือนคิดพูดอะไรที่ไม่เป็นเรื่องออกมา โดยเฉพาะคำว่า ชอบที่อีกฝ่ายพูดมันออกมาได้ง่ายเหลือเกิน

 

บอกตามตรงว่าฮยอนบีแอบเสียใจเล็กน้อยที่ถูกจูบแบบนั้น มันทั้งน่ากลัวแล้วก็น่าตกใจในเวลาเดียวกัน เดาไม่ออกเลยสักนิดว่าชัลยูกำลังคิดอะไรอยู่ เพราะเมื่อสบตากับดวงตากลมโตนั่นเมื่อไหร่ คนตัวเล็กก็เหมือนหลุดเข้าไปอยู่ในอีกห้วงที่ไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ กลายเป็นตัวหมากตัวหนึ่งที่ชัลยูสามารถจับไปวางตรงไหนก็ได้ตามใจชอบ

 

อีกอย่างเรื่องในคืนนั้นมันยังคงติดอยู่ในความคิดไม่มีท่าทีว่าจะหายไป มันก็เป็นเรื่องยากลำบากเมื่อต้องพบเจอหน้าอีกฝ่ายและแน่นอนว่าฮยอนบีไม่สามารถมองหน้าชัลยูได้อย่างปกติเหมือนที่อีกฝ่ายมองหน้าของตน

 

หลังจากนั้นสองวันคนตัวเล็กบังเอิญเจอกับชัลยูบริเวณลานอเนกประสงค์ สาววิศวะยิ้มอย่างดีใจที่เห็นเธอและทำท่าจะเดินเข้ามาหา รอยยิ้มนั่นทำเอาฮยอนบีเริ่มอยู่ไม่สุขเพราะเมื่อไหร่ที่เห็นใบหน้าเปื้อนยิ้มของอีกฝ่ายหญิงสาวก็อยากจะรีบพาตัวเองออกไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุด และยิ่งเห็นว่าสายตาของร่างโปร่งไม่ได้มีอะไรเคลือบแคลงหรือสงสัยราวกับว่าไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้นมาก่อน ฮยอนบีก็อยากจะหนีไปให้ไกลที่สุด

 

เธอยังไม่พร้อมที่จะเผชิญหน้ากับชัลยูทั้งๆ ที่ความรู้สึกเมื่อคืนนั้นยังติดอยู่ที่ริมฝีปาก

 

อย่างน้อยก็ขอเวลาทำใจสักพัก

 

 

หากว่าเรื่องที่ชัลยูทำกับเธอมันเป็นแค่ผลข้างเคียงจากอาการเมา หญิงสาวก็จะพยายามเข้าใจ แต่ถ้าหากว่าไม่ใช่เก็คงต้องคิดใหม่อีกครั้งทั้งคำพูดและการแสดงออกของชัลยูอาจจะชัดเจนก็จริง แต่คนเธอกลับรู้สึกไม่มั่นใจเลยสักนิด

 

ไม่ใช่ว่าไม่ชอบชัลยูหรอกนะ ถ้าถามว่าชอบยังไงก็อยากจะตอบว่าชัลยูเป็นผู้หญิงที่เท่มากๆ คนหนึ่ง ทั้งเรียนเก่ง ใช้ชีวิตเป็น ดูแลคนอื่นได้ และอีกหลายๆ อย่างที่ทำให้ฮยอนบีมองว่าชัลยูเป็นคนที่พึ่งพาได้ ต่างจากเธอที่แค่จัดการความรู้สึกตัวเองยังทำไม่ได้เลย ยิ่งคิดก็ยิ่งเหนื่อยใจ ฮยอนบีไม่อยากมานั่งมานอนคิดมากแบบนี้เพราะยังมีงานรอให้ทำเยอะแยะ

 

แต่พอได้แตะงานเมื่อไหร่หน้าของชัลยูก็จะลอยขึ้นมาในหัวทันที

 

ทำยังไงถึงจะหลุดไปได้เนี่ย!

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

เวลาบ่ายสองที่ท้องเริ่มร้องประท้วง คนตัวเล็กยอมรามือจากกองงานตรงหน้าสักพักพร้อมกับบิดตัวซ้ายขวาคลายความเมื่อย ถ้วยรามยอนที่ตั้งวางอยู่ข้างตอนนี้ก็เหลือแค่น้ำซุปเย็นชืดอยู่ค่อนถ้วย พอจะนึกว่าในห้องของคริสตัลมีอะไรกินบ้างฮยอนบีก็ถอนหายใจทิ้งทันทีเมื่อนึกได้ว่ามื้อเช้าที่จัดการไปนั้นคือรามยอนซองสุดท้าย

 

มือเรียวหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาต่อสายตาเพื่อนคนสวยทันทีและกำลังคิดหาคำพูดหว่านล้อมเพื่อให้อีกฝ่ายซื้ออะไรเข้ามากินตอนที่กลับเข้ามา แต่ทว่ากลับถูกพูดใส่ด้วยประโยคที่ทำเอาคนฟังต้องเบ้ปากมองหน้าจอที่เพิ่งตัดสายไปเมื่อครู่

 

หิวมากก็หัดลงไปซื้อกินเองบ้าง จะงอมืองอเท้าให้ใครหามาให้กินหรอยะ? ฉันไม่ได้ว่างหาอะไรมาให้แกกินได้ตลอดเวลานะเว้ย หิวก็ไปหาไรกิน อย่าให้ต้องบ่น เข้าใจไหม!!’

 

สุดท้ายก็ต้องเลือกที่จะอาบน้ำแล้วเดินไปหาอะไรกินด้านล่างด้วยอารมณ์เซ็งๆ หญิงสาวไม่ได้อยากใช้ชีวิตแบบนี้เลยซักนิด แต่เพราะคนนั้นคนเดียวนั่นแหละที่ทำให้เธอต้องตกอยู่ในสภาพแบบนี้ แล้วยิ่งโดนเพื่อนสนิทบ่นเข้าให้หน่อยความอยากอาหารวันนี้ก็หายวับไปกับตา

 

ให้ตายสิ..

 

 

ติ๊ง..

 

เสียงลิฟต์ดังขึ้นพร้อมกับบานเลื่อนที่เปิดออกมา คนตัวเล็กที่อยู่ในชุดเสื้อยืดกับกางเกงขาสั้นก็ก้าวอาดๆ ออกมาจากลิฟต์อย่างไม่เร่งรีบ ในมือก็สไลด์หน้าจอทวิตเตอร์เพื่อดูข่าวอัปเดตนู่นนี่ไปเรื่อย แต่เมื่อถึงประตูทางออกก็เพิ่งนึกได้ว่าลืมเอาคีย์การ์ดลงมาจากห้อง ครั้นจะวนกลับขึ้นไปเอาก็ขี้เกียจ คิดไว้ว่าถ้าเปิดประตูหอค้างเอาไว้แล้วรีบไปซื้อของให้เสร็จค่อยกลับมาปิดทีเดียวก็คงจะไม่เสียหายอะไรมาก เพราะเวลานี้คงยังไม่มีใครเข้าออกหอมากเท่าไหร่

 

คิดได้อย่างนั้นฮยอนบีจึงเปิดประตูหอทิ้งไว้แล้วเดินไปร้านมาร์ทที่อยู่เยื้องๆ กันไม่ไกลหยิบของกินสองสามอย่างใส่ตะกร้าแล้วรีบไปจ่ายเงิน ขณะเดียวกันก็พยายามชะโงกหน้ามองไปยังประตูว่ามีใครผ่านเข้าออกหรือไม่

 

“เงินทอนจ่ะ” ป้าคนขายส่งเงินทอนมาให้ทำเอาคนเธอยิ้มเล็กน้อยแล้วยื่นมือไปรับเงินพร้อมกับถือถุงของกินเดินออกจากร้าน ในขณะที่กำลังจะผลักประตูออกไปสายตาก็เหลือบไปเห็นร่างคุ้นตาของใครบางคนกำลังเดินเข้าไปในหอ โดยถือโทรศัพท์แนบหูอยู่

 

 

ชัลยูมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง!

 

ฮยอนบีเบิกตากว้างมองร่างโปร่งของชัลยูที่อยู่ในเสื้อช็อปวิศวะกำลังทำหน้านิ่วคิ้วขมวดอยู่ตรงหน้าประตูทางเข้า คำถามคือชัลยูมาทำอะไรที่นี่ทั้งๆ ที่หอนี้ไม่ใช่หอของตัวเองสักหน่อย แถมสีหน้าท่าทางเครียดๆ แบบนั้นมันหมายความว่ายังไงกัน

 

แต่ไม่ทันจะได้พิจารณาอีกฝ่ายไปมากกว่านี้ ใบหน้าสวยของชัลยูก็หันมาทางที่หญิงสาวยืนอยู่พร้อมกับดวงตากลมโตนั่นที่สบกับดวงตาเรียวเล็กเข้าให้อย่างจัง

 

!!!

 

ร่างบางรีบย่อตัวลงหลังชั้นวางของด้านหน้าเพื่อหลบให้พ้นจากสายตาของชัลยู เหมือนหัวใจหล่นไปอยู่ตรงปลายเท้าและตอนนี้คนตัวเล็กก็เริ่มหวั่นใจว่าชัลยูจะต้องเห็นเธอแน่ อีกฝ่ายยังยืนอยู่ตรงประตูทางเข้าและนั่นก็ไม่สามารถทำให้ร่างบางกลับเข้าไปด้านในโดยไม่พ้นสายตาของชัลยู แน่นอนว่าคนตัวเล็กกลับห้องในตอนนี้ไม่ได้แน่ๆ ที่หลบนี่ไปก็คงไร้ประโยชน์อยู่ดีเพราะเมื่อครู่ชัลยูหันมาสบตาเธอเข้าเต็มๆ และที่แย่ไปกว่านั้นคือเธอเห็นว่าร่างโปร่งของสาววิศวะกำลังเดินเข้ามาในร้านค้าทำให้เธอต้องรีบหาที่ซ่อนตัวเป็นพัลวัน โดยมีสายตางุนงงของป้าร้านมาร์ทมองตาม

 

 

กริ๊งๆ

 

เสียงกระดิ่งหน้าประตูร้านดังขึ้นเมื่อมีคนเข้ามาเยือน ชัลยูสอดส่องสายตามองรอบร้านด้วยความสงสัย เมื่อครู่เหมือนจะเห็นคนที่มาตามหาอยู่ในนี้แต่ทว่านอกจากป้าที่เฝ้าอยู่หน้าเคาน์เตอร์แล้วหญิงสาวก็ไม่เห็นใครอีกเลย

 

ชัลยูยิ้มเจื่อนให้เจ้าของร้านเล็กน้อยก่อนจะเดินไปด้านในร้าน ดวงตากลมไล่มองอาหารแช่แข็งมากมากที่เรียงอยู่ในตู้และกำลังพิจารณาว่าฮยอนบีจะชอบกินอะไร

 

เมื่อครู่ชัลยูรับสายจากแอมเบอร์แต่ทว่าเป็นเสียงของคริสตัลที่พูดแทน หญิงสาวบอกว่าฮยอนบีหิวมากและต้องขี้เกียจลงมาหาอะไรกินแน่ๆ ถ้าเป็นไปได้ก็อยากให้ชัลยูแวะเข้าไปดูสักนิด ซื้ออะไรเข้าไปให้ฮยอนบีกินก่อนที่จะแห้งตายคาห้อง

 

พอสาววิศวะได้ยินดังนั้นก็ยอมทิ้งสายไฟในมือแล้วรีบบึ่งรถมาที่นี่ทันที โชคดีที่ประตูทางเข้าด้านหน้าถูกเปิดไว้โดยไม่ต้องใช้คีย์การ์ด พอขึ้นไปถึงบนห้องและพยายามเคาะเรียกอยู่หลายครั้ง แต่ก็ไม่มีวี่แววว่าคนด้านในจะมาเปิดให้ หญิงสาวจึงโทรถามคริสตัลอีกครั้งว่าฮยอนบียังอยู่ในห้องจริงรึเปล่า

 

ส่วนคนตัวเล็กที่กำลังค่อยๆ คลานไปตามพื้นด้วยความเงียบ สายตาก็จดจ้องไปที่ร่างโปร่งอย่างหวาดระแวง กลัวว่าชัลยูจะหันมาเจอ ถ้าเป็นอย่างนั้นจริงๆ ฮยอนบีก็ไม่รู้จะแสดงสีหน้ายังไง

 

เธอไม่พร้อมจะเจอชัลยูเลยสักนิด

 

 

พอเห็นว่าร่างโปร่งกำลังเดินมาอีกแถว ฮยอนบีก็รีบคลานออกไปอยู่อีกด้านท่ามกลางสายตาสงสัยของเจ้าของร้านที่จ้องไม่เลิก

 

“หาอะไรอยู่หรอหนู” เสียงหญิงวัยกลางคนถามขึ้นพร้อมกับใบหน้าที่ชะโงกหน้าขึ้นมามองทางฮยอนบี คนตัวเล็กอ้าปากเหวอหันไปมองทางเจ้าของร้านที่กำลังจะทำแผนหลบหนีของเธอแตก และแน่นอนว่าเสียงนั่นทำให้ชัลยูที่ยังเดินไม่พ้นชั้นวางของหันมามองเหมือนกัน

 

ทันทีที่สายตาของทั้งคู่สบกันอย่างจัง หัวใจของฮยอนบีก็เต้นถี่รัวจนแทบจะกระเด็นออกมา พอเห็นว่าชัลยูเองก็ทำหน้าตกใจไม่แพ้กัน ยิ่งเห็นใบหน้าสวยของชัลยูแล้วคนตัวเล็กก็อยากจะกรีดร้องดังๆ เพื่อระบายความอัดอั้นในใจออกมา แต่ตอนนี้เธอทำแบบนั้นไม่ได้

 

“ฮยอนบี!” ชัลยูเรียกชื่อของคนตัวเล็กดังลั่นบริเวณทำเอาคนถูกเรียกสะดุ้งตัว และเมื่อเห็นว่าร่างโปร่งของสาววิศวะกำลังก้าวเข้ามาใกล้ เรียวขาเล็กกลับก้าวถอยหลังโดยอัตโนมัติเมื่ออีกฝ่ายจะประชิดตัวเท่านั้นแหละ ขาทั้งสองข้างก็วิ่งออกไปจากร้านมาร์ททันทีท่ามกลางเสียงตะโกนเรียกของชัลยู

 

“ฮยอนบี หยุดก่อน!” หญิงสาวยังคงไม่เลิกวิ่งตามร่างเล็กที่เอาแต่หลบหน้าตนมาเกือบจะอาทิตย์แล้ว ชัลยูไม่รู้หรอกว่าการที่ฮยอนบีไม่ยอมกลับห้องตัวเองเพราะอะไร หรือเหตุผลที่อีกฝ่ายมานอนห้องของคริสตัลเป็นอาทิตย์ๆ จนเจ้าของห้องฝากแฟนมาถามว่าเกิดอะไรขึ้นรึเปล่า ทำไมฮยอนบีเอาแต่ไปนอนห้องของคริสตัลโดยที่ไม่มีความจำเป็นอะไร

 

ความสงสัยมากมายผุดเข้ามาในหัวของเธอ ขณะเดียวกันก็รีบวิ่งตามร่างเล็กที่กำลังเข้าไปด้านในตึกแล้วยังผลักประตูจนเกือบจะปิดสนิททั้งบาน โชคดีที่แขนของชัลยูยาวพอที่จะห้ามไม่ให้ประตูปิดก่อนจะแทรกตัวเองเข้าไปด้วยความรวดเร็ว

 

ทางด้านคนตัวเล็กเองที่พยายามวิ่งหนีอีกฝ่ายแบบไม่มีสาเหตุ สองขาวิ่งไปที่ลิฟต์และพยายามจะกดให้ลิฟต์เปิด แต่ทว่านั่นก็คงเป็นความคิดที่โง่เง่าสิ้นดีเมื่อเสียงของชัลยูใกล้เข้ามาเรื่อยๆ

 

“ฮยอนบี คุยกับเราก่อน!” ชัลยูยังไม่เลิกตะโกนเรียกชื่อคนตัวเล็กให้หยุดและเมื่อครู่หญิงสาวเห็นว่าร่างบางกำลังยืนอยู่หน้าลิฟต์แต่ตอนนี้เหลือเพียงพื้นที่ว่างพร้อมกับประตูบันไดหนีไฟที่กำลังปิดลงจึงทำให้สาววิศวะรู้ว่าคนตัวเล็กกำลังหนีไปทางไหน

 

เสียงวิ่งดังตึงตังมาจากด้านบนทำเอาร่างโปร่งแหงนหน้าขึ้นไปมอง เห็นชายเสื้อของคนตัวเล็กแวบๆ ขายาวก็รีบก้าวขึ้นไปด้วยความรวดเร็ว ส่วนฮยอนบีที่กำลังพาตัวเองขึ้นไปถึงห้องก็ต้องสบถออกมากับความโง่ของตัวเองที่ดันหนีทางบันไดแทนที่จะเลือกกดลิฟต์ขึ้นดีๆ

 

ก็ห้องของคริสตัลอยู่ชั้น 9 ไม่ให้เหนื่อยก็บ้าแล้ว!

 

ขาเล็กยังคงก้าวขึ้นบันไดด้วยความเร่งรีบ ถึงจะหอบเหนื่อยมากแค่ไหนแต่คนตัวเล็กก็ไม่มีสิทธิ์ที่จะหยุดยืนพัก ถ้าหากว่าชัลยูเข้ามาประชิดตัวได้เมื่อไหร่คงต้องได้ซักกันยกใหญ่แน่ๆ

 

“ฮยอนบี หยุดก่อน! โอ๊ย!!” ยังไม่ทันก้าวพ้นบันไดชั้นสี่ เสียงร้องลั่นของชัลยูก็เอาร่างบางชะงักนิ่งแล้วชะโงกหน้าไปมอง เห็นร่างโปร่งของชัลยูกำลังทรุดตัวลงนั่งกับพื้นพร้อมกับกุมเท้าตัวเองไว้แน่น ใจหนึ่งก็อยากจะรีบวิ่งไปช่วยอีกคน จะปล่อยทิ้งไว้ก็คงจะดูใจร้ายเกินไป แต่ถ้าหากว่าต้องอยู่ใกล้ชัลยูอีกครั้งฮยอนบีจะต้องระเบิดตายแน่ๆ

 

ร่างโปร่งที่เพิ่งวิ่งเตะบันไดเมื่อครู่ใบหน้าเหยเกเล็กน้อยด้วยความเจ็บปวด และสาวเจ้าก็ช้อนตามองคนด้านบนที่ชะงักนิ่งมองเธออยู่ครู่หนึ่งด้วยแววตาห่วงใยอยู่ครู่หนึ่ง ร้อยทั้งร้อยฮยอนบีจะต้องลงมาดูอาการของเธอแน่ๆ แต่ทว่าชัลยูคงจะหวังมากเกินไปเพราะตอนนี้ฮยอนบีกำลังเดินขึ้นบันไดเปิดประตูเดินออกไปโดยไม่หันมาสนใจเธอเลยสักนิด

 

ชัลยูอ้าปากค้างมองตามแผ่นหลังเล็กที่หายไปเมื่อครู่ พลันนึกถึงว่าอะไรที่ทำให้ฮยอนบีถึงเอาแต่หลบหน้าตัวเองมาเป็นอาทิตย์ๆ จำได้ว่าวันนั้นกลับจากร้านเหล้าแล้วเหมือนฝันว่าคนตัวเล็กคอยจับมือเธอตลอดทาง คอยเช็ดเหงื่อตามไรผมให้ แถมยังพาขึ้นไปส่งถึงห้อง

 

รวมถึงสัมผัสนุ่มหยุ่นที่ริมฝีปาก

 

...

 

หญิงสาวไม่รู้ว่าเรื่องที่เกิดขึ้นในคืนนั้นมันเป็นความจริงหรือความฝัน เพราะฤทธิ์ของเบียร์ที่ดื่มไปเกือบหกแก้วนั่นเล่นงาน ทำให้ไม่มีสติมากพอที่จะรับรู้ว่าอะไรคืออะไร แถมยังฝันเพ้อเจ้อเป็นตุเป็นตะว่าได้จูบฮยอนบี และยังรู้สึกได้อีกว่าจูบนั่นมันทั้งหวานทั้งนุ่มจนชัลยูไม่อยากตื่นขึ้นมา

 

ไม่ว่าจะเป็นสัมผัสนุ่มมือของแก้ม ความเนียนนุ่มของผิวหน้า รวมถึงกลิ่นหอมอ่อนๆ ที่ยังติดอยู่ตรงปลายจมูก ทุกอย่างมันดูสมจริงมากจนชัลยูเองก็เผลอคิดว่ามันเป็นเรื่องจริง ยิ่งไปกว่านั้นคือการได้จูบปากสีเชอรี่นั่น...

 

พอคิดได้แบบนั้นแล้วหญิงสาวก็สะบัดหน้าไล่ความคิดตัวเองที่เอาแต่นึกถึงฝันในคืนนั้นอยู่เรื่อย เธอคิดมากจนอยากจะมาถามฮยอนบีให้รู้เรื่องว่าคืนนั้นเกิดอะไรขึ้นกับตัวเองกันแน่ อย่างน้อยถ้าฮยอนบียอมเล่าสักนิดก็คงจะดีกว่าปล่อยให้ตัวเองคิดมากอยู่แบบนี้

 

และเมื่อคนตัวเล็กไม่ยอมกลับหอมาหลายวัน ความเป็นห่วงของชัลยูก็ชักจะมากขึ้น ปกติแล้วฮยอนบีมักจะกลับห้องไว แถมยังไม่มีการติดต่อผ่านไลน์หรือโทรศัพท์เลยสักครั้ง ไปดักรอหน้าตึกแต่ก็ไม่มีวี่แวว เคาะห้องเรียกก็ไม่มีเสียงตอบกลับ คนตัวเล็กหายไปอย่างไร้ร่องรอยและมันก็ทำให้ร่างโปร่งสงสัยมากขึ้นว่าเดิมว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ คราวที่แล้วที่บังเอิญเจอกัน ชัลยูก็กำลังจะเข้าไปคุยด้วยแต่ฮยอนบีก็เอาแต่วิ่งหนี เธอไม่เข้าใจเลยสักนิดว่าฮยอนบีจะวิ่งหนีตนทำไม

 

ผ่อนลมหายใจออกมากับความคิดตัวเล็กน้อยและมองปลายเท้าตัวเองที่เริ่มแดงขึ้น ใจจริงอยากขึ้นไปตามคนตัวเล็กมากแค่ไหน แต่พอได้เห็นสายตาและสีหน้าของฮยอนบีแล้ว ชัลยูก็รู้ว่าอีกฝ่ายคงจะไม่อยากเจอเธอ...

 

เธออยากรู้ว่ามันเป็นเพราะอะไร

 

แล้วฮยอนบีหลบหน้าเธอทำไม..

 

 

 

 

 

 

 

 

ทันทีที่ประตูห้องปิดลงแล้วถูกล็อกกลอนอย่างแน่นหนา ร่างบางก็โกยอากาศเข้าปอดอย่างหนักหน่วง มือเรียวยกขึ้นทาบอกตัวเองเพื่อตรวจดูถึงอันตราการเต้นของหัวใจที่ถี่มากจนน่ากลัว คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันก่อนจะพ่นลมหายใจออกมาเฮือกใหญ่

 

สิ่งที่เธอทำเมื่อครู่หน่ะมันถูกต้องแล้วหรอ

 

ได้แต่ถามตัวเองซ้ำไปซ้ำมาว่าทำไมเธอถึงไม่ลงไปช่วยชัลยูทั้งๆ ที่อีกฝ่ายก็เคยช่วยเหลือเธอตั้งหลายเรื่อง มันเป็นสิ่งที่เพื่อนข้างห้องเขาทำกันรึไง แต่ก็อย่างที่บอกไปว่าฮยอนบียังไม่พร้อมที่จะเจอหน้าชัลยูตอนนี้

 

ถึงแม้ว่าจะอยากเจอหน้าอีกฝ่ายแค่ไหนก็ตาม

 

 

นั่งทรุดลงกับพื้นพร้อมกับยกฝ่ามือปิดหน้าตัวเองซ่อนความรู้สึกทั้งหมดเอาไว้ ตอนนี้ฮยอนบีไม่รู้ด้วยซ้ำว่าอะไรถูกหรือผิด เธอแค่ทำตามความรู้สึกของตัวเองล้วนๆ โดยที่ไม่ได้สนใจความรู้สึกของอีกคนเลยสักนิด ยิ่งคิดก็ยิ่งปวดหัวจนต้องใช้มือขยุ้มเส้นผมตัวเองเบาๆ อย่างคาดโทษ

 

ทำไมถึงได้เป็นคนที่ทำตัวน่าโมโหแบบนี้

 

ไม่รู้ว่าใช้เวลานานแค่ไหนกับการนั่งอยู่ตรงประตูแบบนี้ ถึงแม้ว่าท้องจะร้องประท้วงเพราความหิวมากแค่ไหนก็ตาม แต่ตอนนี้คนตัวเล็กไม่มีอารมณ์จะหาอะไรกินเลยสักนิด ยิ่งพอนึกว่าชัลยูจะเป็นยังไงบ้างก็ดันไปนึกถึงริมฝีปากและสายตาของอีกฝ่ายที่กำลังทำสีหน้าเว้าวอนเหมือนต้องการจะพูดอะไรสักอย่าง

 

แค่นั้นก็ทำเอาร่างบางหน้าร้อนขึ้นมาทันที

 

 

ก๊อกๆๆๆ

 

เสียงเคาะประตูหน้าห้องทำเอาฮยอนบีสะดุ้งโหยง ดวงตาเล็กเบิกกว้างหันไปมองหน้าห้องด้วยความสงสัยว่าใครเป็นคนมาเคาะประตู จนเมื่อเสียงเคาะดังขึ้นอีกครั้งร่างบางก็ต้องลุกขึ้นเขย่งปลายเท้าใช้ตาแมวมองลอดตาแมวเพื่อดูว่าข้างนอกว่าเป็นใคร หวั่นใจว่าจะเป็นอีกคนที่กำลังคิดถึงอยู่

 

แต่เปล่าเลย คนที่ยืนอยู่หน้าห้องกลับเป็นคริสตัลต่างหาก

 

ก๊อกๆๆๆ

 

คริสตัลยังคงเคาะหน้าห้องเป็นครั้งที่ถามเพื่อรอให้คนด้านในมาเปิดประตูด้วยอารมณ์หงุดหงิด ก็ไม่อยากจะหงุดหงิดเท่าไหร่หรอกเพราะตัวเองดันสะเพร่าที่ลืมกุญแจเอาไว้ในห้อง แถมยังต้องมายืนรอประตูเปิดทั้งๆที่เธอเป็นเจ้าของห้อง เคาะครั้งที่สี่กำลังจะตามมา แต่ไม่ทันไรประตูก็ถูกเปิดและค่อยๆ แง้มออกจนเห็นเสี้ยวหน้าของฮยอนบีที่กำลังทำหน้าตาหวาดระแวง ทำเอาคนที่ยืนอยู่หน้าห้องขมวดคิ้วมองด้วยความสงสัย

 

“อะไรของแกห้ะ?” หญิงสาวถามด้วยน้ำเสียงปนหงุดหงิดเล็กน้อย ก็ฮยอนบีดันมาเปิดประตูช้าแถมยังทำหน้าตื่นกลัวอะไรบางอย่าง สายตามองซ้ายทีขวาทีเหมือนหาอะไรบางอย่าง จนคนมองอย่างคริสตัลต้องหันมองตามด้วยความสงสัย

 

“แกมาคนเดียวหรอ” เมื่อสำรวจบริเวณรอบๆ เสร็จแล้วฮยอนบีจึงถามเพื่อนคนสวยที่ยืนอยู่หน้าห้อง

 

“ก็เออสิ จะให้มากับใครหรอห้ะ แล้วนี่เป็นอะไร ทำไมต้องทำหน้าแบบนั้นด้ว— ฮยอนบี อะไรของแกเนี่ย!” ยังไม่ทันที่คริสตัลจะได้พูดจบประโยค ร่างบางก็กระชากเพื่อนตัวบางเข้ามาในห้องด้วยความรวดเร็วพร้อมกับล็อกประตูเหมือนคราวแรก

 

ท่าทีน่าสงสัยนั่นทำให้คริสตัลไม่เข้าใจการกระทำของฮยอนบีเลยแม้แต่น้อย ทำไมต้องทำท่าตื่นกลัวคล้ายกับคนเจอเรื่องที่ไม่ดีมาแบบนั้น “แกเป็นอะไร ทำไมทำท่าทางแบบนั้น”

 

“เปล่า” ฮยอนบีรีบตอบทันทีที่เพื่อนคนสวยถามพร้อมกับส่งยิ้มที่คนมองดูก็รู้ว่านั่นคือการฝืนยิ้ม

 

“แน่ใจนะ” คริสตัลหรี่ตาถามเพื่อนตัวเล็กที่ทำท่าทีมีพิรุธ

 

“แน่ใจสิ” ร่างบางพยายามปรับสีหน้าให้ปกติที่สุดไม่ให้เพื่อนสงสัยแต่ทว่าอะไรบางอย่างที่ยื่นมาตรงหน้าก็ทำเอาฮยอนบีชะงักค้างนิ่งไปทันที

 

“แล้วนี่มันหมายความว่ายังไง” หญิงสาวเจ้าของห้องยื่นกระดาษแผ่นหนึ่งที่ถูกวางไว้อยู่หน้าห้องให้ฮยอนบีได้อ่านเนื้อความด้านใน ถึงแม้ว่าในกระดาษจะไม่ได้ระบุชื่อผู้รับและผู้ส่ง แต่คริสตัลก็มั่นใจว่าจดหมายฉบับนี้ไม่ใช่ของเธอแน่ๆ

 

 

ถ้าเราทำอะไรไม่ดีกับเธอ เราขอโทษ

แต่อย่าหลบหน้าเราเลยนะ

 

 

 

ฮยอนบีชะงักค้างไปชั่วขณะหลังจากมองเนื้อความในกระดาษ มันไม่ใช่ข้อความที่ยาวมากนัก แต่ก็สื่อความหมายตรงตัว ร่างบางเงยหน้าสบตากับเพื่อนตัวเองที่เหมือนจับไต๋ได้ว่าเธอกำลังหนีอะไรบางอย่างอยู่ แน่นอนว่าการที่มาหลบอยู่ที่ห้องของเธอนั่นก็อาจจะเป็นที่หลบภัยชั้นดีของฮยอนบี

 

 “แกเองก็รู้ว่าฉันต้องการอะไร”

 

“....”

 

“หวังว่าแกจะยังไม่ลืมกฎของการอยู่ที่นี่นะ”

 

 

 

ข้อหนึ่ง ต้องพูดความจริงกันทุกเรื่องและห้ามปิดบังไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่สบายใจหรือไม่สบายใจก็ตาม

ข้อสอง ถ้าทำไม่ได้ให้กลับไปอ่านข้อหนึ่งใหม่จนกว่าจะทำได้

 

 

 

 

แน่นอนว่าฮยอนบีจำกฎที่ตั้งขึ้นมากับคริสตัลได้แม่น หญิงสาวไม่ได้ลืมว่าเคยพูดอะไรไว้ หากแต่เรื่องนี้มันยากเกินไปที่จะพูดให้เพื่อนสนิทฟัง แต่การมาหลบภัยนั้นที่ห้องของเพื่อนสาวครั้งนี้ ฮยอนบีก็ต้องจ่ายค่าเช่าเป็นเรื่องราวของที่มาในจดหมาย ถึงจะไม่อยากเล่าแต่สุดท้ายแล้วเธอก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากผ่อนผมหลายใจแล้วเดินไปนั่งที่เตียง

 

“นั่งดิ จะเล่าให้ฟัง”

 

 

 

ใช้เวลาไม่นานกับการเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นให้เพื่อนสาวคนสวยฟัง ฮยอนบีเริ่มต้นเล่าอย่างรวบรัด มีคนคนหนึ่งที่ทำให้เธอรู้สึกแปลกและใจเต้นทุกครั้งเวลาที่อยู่ด้วยกัน รวมถึงเหตุการณ์บางส่วนที่มีผลต่อจิตใจดวงน้อย แน่นอนว่าตลอดการเล่าคริสตัลไม่ได้เอ่ยทักหรือขัดถามแถมยังเอาแต่ตั้งหน้าตั้งตาฟังอย่างตั้งใจ ซึ่งก็อดสงสัยไม่ได้ว่าคนขี้เซ้าซี้อย่างคริสตัลทำไมถึงนั่งเงียบและทำหน้านิ่งไม่ได้ตกใจเรื่องที่ได้ยิน

 

“แกคิดว่าฉันบ้าป้ะวะ” ที่ฮยอนบีพูดคงจะหมายถึงอาการใจเต้นรุนแรงเวลาเจอหน้าใครคนนั้น ซึ่งหญิงสาวก็ยังไม่ได้บอกคริสตัลอยู่ดีว่าคนคนนั้นเป็นใคร

 

“แค่ใจเต้นทำไมจะต้องเป็นบ้าด้วย” คริสตัลถาม

 

“ก็.. ไม่รู้ดิ นี่ฉันไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะต้องมาใจเต้นกับผู้หญิงด้วยกัน..” ร่างบางตอบด้วยไม่ค่อยเต็มเสียงนัก ทั้งยังก้มหน้าต่ำมองมือตัวเองที่กำลังกำเข้าหากันแน่น ถึงแม้ว่าจะสบายใจไปเปราะหนึ่งที่ได้ระบายความรู้สึกให้เพื่อนฟัง แต่ทุกอย่างมันก็ยังไม่หายคาใจอยู่ดี

 

“แล้วสรุปแกจะไม่บอกฉันใช่ไหมว่าคนคนนั้นเป็นใคร” เพื่อนคนสวยถามคำถามเดิมอีกครั้งทั้งๆ ที่รู้ว่ายังไงอีกคนก็คงไม่ยอมปริปากบอกชื่อแน่ๆ

 

“แกจะอยากรู้ไปทำไม รู้แค่นี้ก็พอแล้วหน่า”

 

“นี่ถ้าให้เดาฉันนึกถึงทอมที่มาขอไลน์แกวันนั้นเลยหว่ะ” คริสตัลพูดพร้อมกับกลั้วหัวเราะอย่างชอบใจ พลันนึกถึงคืนนั้นที่จู่ๆ ก็มีทอมมาขอไลน์ฮยอนบี บอกตามตริงว่าฮยอนบีหน่ะโคตรสเปกทอม ตัวเล็ก ขาวเอ็กซ์ เซ็กส์จัดรึเปล่าไม่รู้ แต่ที่รู้ๆ คือเปรี้ยวเผ็ดเข็ดฟันสุดๆ ไปเลย

 

“แกจะบ้าหรอ ฉันไม่ได้ชอบทอมซะหน่อย”

 

“แต่ฉันก็เห็นแกตอบไลน์ทอมคนนั้นทั้งคืน”

 

“...” ที่คริสตัลพูดก็ถูก ฮยอนบีทำแบบนั้น ไม่ปฏิเสธหรอกว่าคุยไลน์กับคนที่ชื่อเซฮุนทุกวัน ตอนแรกก็ไม่ค่อยอยากคุยด้วยหรอกแต่พอคุยไปคุยมาอีกฝ่ายก็น่ารักดีแถมยังคุยสนุก ถึงแม้ว่าบทสนทนามันจะมีเกินเลยกันบ้าง เช่นที่อีกฝ่ายเอาแต่เต๊าะหยอดคำหวาน จนสุดท้ายแล้วฮยอนบีก็เบี่ยงประเด็นออกไปเหมือนอย่างเดิมทุกที

 

แต่เพราะมีเซฮุนคุยด้วยนั่นแหละจึงทำให้คนตัวเล็กหยุดคิดเรื่องของชัลยูไปชั่วขณะ

 

“ถ้างั้นก็มีอยู่แค่ไม่กี่คนที่แกจะใจเต้นด้วย” คริสตัลยังคงไม่ละเลิกกับการพยายามเดาชื่อคนที่เพื่อนตัวเล็กเพิ่งเล่าให้ฟัง ถ้าไม่สังเกตก็จะไม่รู้เลยว่าจริงๆ แล้วฮยอนบีก็แอบมีความรักมาสักพักแล้ว แถมยังเป็นอาการที่อีกฝ่ายไม่รู้ตัวอีกต่างหาก

 

“แกอย่าเดามั่วสิ มาช่วยฉันคิดหน่อยเถอะว่าจะเอายังไงต่อไปดี ตอนนี้ฉันจะเป็นบ้าตายแล้วเนี่ย” คนตัวเล็กว่าพร้อมกับซุกหน้าลงกับหมอนใบโต ในหัวก็พยายามคิดหาทางออกว่าจะเอายังไงต่อไปกับชีวิต ฮยอนบีนึกสงสัยว่าทำไมชัลยูถึงต้องดูแลเอาใจใส่เธอขนาดที่คนสนิทอย่างคริสตัลยังไม่เคยทำ รวมถึงประโยคก้ำกึ่งที่พอฟังแล้วก็ต้องหยุดคิดตามกว่าจะรู้ตัวอีกทีตัวเองก็เขินหน้าไหม้เพราะเพียงแค่คำไม่กี่คำ ทำไมชัลยูถึงได้ทำอะไรที่เกินความคาดหมายตลอดด้วย

 

“แกจะเป็นบ้าเพราะใจเต้นกับผู้หญิงหรือแกจะเป็นบ้าที่ยอมรับตัวเองไม่ได้”

 

“...” คำพูดขอคริสตัลทำเอาฮยอนบีชะงักกึกไปชั่วขณะ เหมือนถูกนิ้วชี้ของเพื่อนตัวเองจิ้มเข้าไปในหัวใจแล้วถูกจุดที่ทำให้ฮยอนบีฉุดนึกขึ้นตามคำพูดเมื่อครู่

 

“ฉันว่ามันก็ไม่ใช่เรื่องแปลก”

 

“...”

 

“ที่แกใจเต้นกับผู้หญิงด้วยกันเองมันไม่ใช่เรื่องแปลกเลยสักนิด” คริสตัลเอ่ยด้วยเสียงเรียบ “แกแค่ยังไม่ชินเท่านั้นเอง”

 

ประโยคของคริสตัลทำให้ฮยอนบีค้างนิ่งไปทันที ริมฝีบางสีเชอรี่ขบเม้มเข้าหากัน ครุ่นคิดและพยายามนึกในสิ่งที่เพื่อนพูดเมื่อครู่ อาจจะเป็นอย่างที่คริสตัลบอกว่าตัวเองยังไม่ชินกับการใจเต้นกับผู้หญิง

 

“นี่ แต่เมื่อก่อนตอนม.ปลายฉันเห็นรุ่นพี่ผู้หญิงที่โรงเรียนฉันก็ยังใจเต้นนะ ชอบพี่เขามากด้วย แต่ทำไมใจไม่เห็นเต้นแรงแบบนี้เลย” โอเค ฮยอนบียอมสารภาพก็ได้เมื่อก่อนเคยปลื้มรุ่นพี่ผู้หญิงในโรงเรียนที่โคตรจะเท่และแมนสุดๆ ในสายตาผู้หญิงทั้งโรงเรียน จนพวกผู้ชายต่างพากันหมั่นไส้กันตามระเบียบ แต่ก็เพียงแค่ช่วงสั้นๆ เท่านั้น เพราะรุ่นพี่คนนั้นทั้งสวยและเรียนเก่งแถมยังจิตใจดีช่วยเหลือใครหลายคน เรียกได้ว่าเป็นไอดอลของโรงเรียนเลยก็ว่าได้

 

“ที่แกใจเต้นแรงมากกว่าก็เพราะว่าชอบเขามากกว่าพี่คนนั้นไง”

 

“...”

 

“มันไม่ใช่เรื่องที่เข้าใจยากเลยสักนิด ทำไมแกถึงทำให้มันเป็นเรื่องยากหล่ะ”

 

“...”

 

“ชอบก็บอกว่าชอบไปสิ จะเป็นใครเพศไหนก็ไม่เห็นจะต้องไปสนใจเลย แค่ไม่ทำความเดือดร้อนให้คนอื่นแค่นั้นก็พอแล้วไม่ใช่หรอ” คริสตัลพูดพร้อมกับจ้องใบหน้าของเพื่อนตัวเล็กไปพลางๆ หญิงสาวก็เข้าใจว่าอาการที่ฮยอนบีเป็นอยู่ตอนนี้มันไม่ต่างอะไรกับการยอมรับตัวเองเลยไมได้สักนิด แค่การปลื้มรุ่นพี่สมัยเรียนหน่ะมันก็เป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว แต่กับเหตุการณ์ตอนนี้มันไม่ใช่เรื่องของการชื่นชมหรือว่าการปลื้มอีกฝ่ายแน่นอน เพราะว่าเรื่องที่ฮยอนบีเล่ามานั่นมันเข้าข่ายคำว่า ชอบเลยชัดๆ

 

“แกว่า เขาจะชอบฉันไหมอ่ะ..” หลังจากที่เงียบไปสักพักฮยอนบีก็ถามขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่ไม่ค่อยมั่นใจนัก ยอมรับว่ากังวลมากกับการต้องมานั่งคิดอะไรเองคนเดียว แต่พอได้คริสตัลมาเป็นที่ปรึกษาทุกๆ ก็เริ่มคลี่คลายจนกลายเริ่มสบายใจ

 

“จูบกันแล้วนี่ ไม่ชอบก็บ้าแล้ว” คริสตัลพูดติดตลกพร้อมกับหัวเราะเล็กน้อยเมื่อเห็นสีหน้างอง้ำของฮยอนบีที่ยังคงถูกแซวไม่เลิก ถือว่าเป็นเรื่องราวใหม่ๆ ที่เพื่อนตัวเล็กอย่างฮยอนบีจะถูกผู้หญิงด้วยกันจูบ

 

ถึงแม้ว่าจะไม่รู้ว่าอีกฝ่ายเป็นใครก็เถอะ

 

 

“นี่อย่าพูดเรื่องจูบได้ไหม แกรู้ป่ะว่าฉันกังวลมากแค่ไหน”

 

“แล้วจะกังวลทำไมเล่า ถ้าเขาไม่ชอบแกแล้วจะจูบแกทำบ้าอะไร” คิ้วสวยเริ่มขมวดเข้าหากันอย่างหงุดหงิดใจที่ฮยอนบีเอาแต่พูดบ่ายเบี่ยงไปเรื่องอื่น จูบก็คือจูบสิ ไม่ใช่การเอาหัวไหล่ชนกันซะหน่อยจะได้ไม่ต้องพูดถึงเยอะ

 

“แล้วถ้าเมาล่ะ” สุดท้ายแล้วฮยอนบีก็ยอมบอกสาเหตุว่าทำไมถึงถูกจูบจากผู้หญิงคนนั้น สีหน้าของคริสตัลดูตกใจเล็กน้อยก่อนจะพยักหน้าตามคำพูดของเพื่อนช้าๆ

 

“มันก็ไม่แน่” คริสตัลพูดลากเสียงยาวเว้นจังหวะไว้ครู่หนึ่ง “แต่คนเราหน่ะมันจูบกันสุ่มสี่สุ่มห้าไม่ได้หรอกนะ อย่างน้อยมันก็อาจจะเกิดจากจิตใต้สำนึกว่าจริงๆ แล้วเขาเองก็อยากจะจูบกับแกก็ได้”

 

“แกต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ คริสตัล  นั่นก็ผู้หญิงเหมือนกันทำไมถึงมีความคิดที่อยากจะจูบผู้หญิงล่ะ”

 

“แล้วทีแกใจเต้นกับผู้หญิงล่ะ มีกฎข้อไหนของโลกใบนี้ห้ามไว้หรอ”

 

“...”

 

“ทำไมถึงคิดมากแบบนี้นะ ถ้าขืนยังเป็นแบบนี้คงต้องได้กินแห้วกันทั้งคู่แน่ๆ” เพื่อนคนสวยบนอุบอิบกับความคิดเล็กคิดน้อยของฮยอนบีจนคนฟังได้ยินไม่ค่อยชัดถึงกับมองด้วยความสงสัย

 

“พูดอะไรของแกหน่ะ” ฮยอนบีถามออกไปเพราะเมื่อครู่ฟังไม่ค่อยชัดเท่าไหร่ แต่สุดท้ายคริสตัลก็โบกมือปฏิเสธก่อนจะยื่นมือมาตบไหล่คนตัวเล็กเบาๆ

 

“นี่ ฉันจะบอกอะไรให้อย่างนะ ตอนนี้โลกของเรามันไม่มีอะไรแน่นอนหรอก ทุกอย่างมันดำเนินไปด้วยความถูกต้องก็จริง แต่แน่นอนว่ามันก็ต้องเกิดจากความรู้สึกของเราด้วย"

 

"...”

 

“ฉันว่าถ้าแกยอมรับตัวเองสักนิดแล้วคิดจะลองสักครั้งมันก็คงไม่เสียหาย บางทีถ้าได้ลองพูดอะไรกับเขาคนนั้นดูบ้างแกอาจจะสบายใจมากกว่าเดิมก็ได้นะ” ดวงตาเรียวของฮยอนบีช้อนมองเพื่อนสนิทด้วยความรู้สึกลำบากใจเล็กน้อย ใช่ว่าจะไม่เข้าใจที่เพื่อนพูดหรอกนะ แต่มันรู้สึกแปลกๆ ยังไงก็บอกไม่ถูก แถมคนที่ปรึกษาด้วยดันมีแฟนเป็นผู้หญิงเหมือนกันอีก แน่นอนว่ายังไงคริสตัลก็เห็นด้วยกับการที่เธอจะชอบผู้หญิงด้วยกันเอง

 

หรือบางทีฮยอนบีอาจจะลองไปปรึกษาเพื่อนผู้ชายสักคน เผื่อจะได้คำตอบและหนทางออกที่ดีกว่านี้

 

“ฮยอนบี”

 

“อือ”

 

“ชัลยูรอแกอยู่นะ รู้ไหม”

 

“ห้ะ” ประโยคเมื่อครู่ของคริสตัลทำเอาคนตัวเล็กขมวดคิ้วมองอย่างสงสัย จู่ๆ ก็พูดว่าชัลยูก็กำลังรอเธออยู่มันหมายความว่ายังไง แต่ยังไม่ทันได้หาคำตอบจากปากอีกคน ดวงตาสวยขอคริสตัลก็ฉายแววอะไรบางอย่างที่ทำเอาหน่วยแก้มทั้งสองข้างของฮยอนบีขึ้นสีแดงทันที

 

“แกรู้...”

 

“นี่แกคิดว่าฉันโง่รึไงห้ะ เล่ามาซะขนาดนี้จะมีใครอีกนอกจากชัลยูสาววิศวะข้างห้องแกอ่ะ” คำตอบของคริสตัลทำเอาฮยอนบีอายจนแทบหน้าไหม้ นี่อุตส่าห์เล่าไม่ครบตั้งหลายเรื่องทำไมคริสตัลถึงจับผิดได้ว่าเป็นใครแถมยังพลาดเล่าเรื่องจูบให้ฟังอีก ให้ตายสิ ฮยอนบี ทำไมถึงได้โง่แบบนี้นะ

 

“หึ จูบกันด้วย ร้ายไม่เบานะเนี่ย” คริสตัลก็ยังคงเป็นคริสตัลที่เอาแต่พูดจาล้อเลียนไม่เลิกจนฮยอนบีต้องหันหน้ามองไปทางอื่นก่อนจะหยิบหมอนมาฟาดเพื่อนตัวเองเข้าให้ทีหนึ่ง

 

“ถ้ารู้แล้วทำไมต้องมาหลอกถามกันด้วยห้ะ ยัยบ้า!

 

“เอ้าๆๆ ดีๆ หน่อย ใครหลอกถาม แกเล่ามาเองต่างหาก” หญิงสาวทำหน้าตาเหรอหราพร้อมกับยืนหลบหมอนใบเล็กไปอีกทาง ท่าทีงอแงของฮยอนบีทำเอาคริสตัลขำออกเล็กน้อยกับความไร้เดียงสาของเพื่อนตัวน้อย สงสารก็สงสาร แต่ก็อยากจะแกล้งมากกว่า

 

“แกนี่มัน...” ฮยอนบีกำมือแน่นทำท่าง้างจะทุบอีกคนเข้าไปแต่สุดท้ายก็ต้องยอมลดมือลงเพราะมันก็จริงอย่างที่คริสตัลพูดว่าตัวเองเป็นคนเล่าทุกอย่างเอง พอเห็นท่าทีสลดของฮยอนบีคริสตัลก็ยิ้มเล็กน้อยก่อนจะดึงเพื่อนตัวเล็กเข้ามากอดแน่น มือเล็กของฮยอนบีก็ยกขึ้นโอบหลังเพื่อนคนสวยๆ เพื่อรับการปลอบประโลมแบบไม่ต้องพูดอะไรมาก

 

คริสตัลเข้าใจว่าฮยอนบีกำลังสับสนว่าควรจะทำยังไงต่อไป เพื่อนอย่างเธอก็แนะนำอะไรไม่ได้มากนอกจากปล่อยให้ทุกอย่างเป็นไปตามโชคชะตา มันคงไม่เลวร้ายเกินไปจนรับกันไม่ได้หรอก แค่พร้อมที่จะเดินหน้าเดี๋ยวทุกอย่างมันก็ดีเองนั้นแหละ

 

สักพักก็ผละร่างเล็กของเพื่อนออกก่อนจะใช้ฝ่ามือทัดผมให้อีกคนที่ใบหูเล็กก่อนจะมะเหงกใส่หน้าผากของฮยอนบีเบาๆ ทำเอาคนตัวเล็กมุ่ยหน้าใส่อย่างไม่พอใจ

 

“เอาเป็นว่าค่อยๆ คิดไปละกัน ฉันไม่เอาเรื่องนี้ไปพูดกับใครหรอก” เพื่อความสบายใจของฮยอนบี คริสตัลจึงให้คำมั่นสัญญาว่าจะไม่พูดเรื่องนี้ให้คนอื่นฟังเด็ดขาด คนตัวเล็กพยักหน้าเบาๆ เพื่อเป็นการรับรู้

 

พอเห็นว่าทุกอย่างเรียบร้อยดีแล้วคริสตัลจึงผละตัวลุกขึ้นท่ามกลางความงุนงงของฮยอนบี “นั่นแกจะไปไหน”

 

“ไปหาแฟนฉันสิยะ นี่อุตส่าห์รีบกลับมาหากลัวว่าจะไม่มีข้าวกิน” คำพูดของคริสตัลทำเอายิ้มเล็กผุดขึ้นบนใบหน้าของฮยอนบี เธอชอบเวลาที่คริสตัลทำตัวหงุดหงิดหรือคอยบ่นอยู่ตลอดเวลา มันทำให้นึกถึงเวลาที่อยู่บ้านกับแม่ชะมัด

 

“แล้วไหนข้าวอ่ะ” คนตัวเล็กถามพร้อมกับหันไปมองรอบห้องที่ไม่เห็นมีแม้แต่ข้าวสักกล่อง จะมีก็แต่ถุงขนมที่เพิ่งไปซื้อมาจากด้านล่างนั้นแหละ

 

“อ่า .. นี่ฉันรีบถึงกับลืมหยิบออกมาจากรถเลยหรอเนี่ย งั้นเดี๋ยวลงไปเอาแป๊บนะ” เพื่อนสาวคนสวยมุ่ยหน้าเล็กน้อยกับความสะเพร่าของตัวเองก่อนจะหยิบกระเป๋าแล้วเดินออกไปนอกห้องพร้อมกับพุดประโยคส่งท้ายว่า เดี๋ยวจะรีบกลับมา

 

 

เมื่อประตูห้องปิดทุกอย่างก็เข้าสู่ความเงียบอีกครั้งและตอนนี้ฮยอนบีกำลังครุ่นคิดถึงใครบางคนที่เธอคอยแต่หลบหน้ามาหลายวัน ถึงแม้ว่าจะได้คำปรึกษาจากคริสตัลมามากพอสมควรแต่คำพูดเหล่านั้นก็ต้องนำกลับมาคิดอีกครั้งว่าจริงๆ แล้วฮยอนบีรู้สึกยังไงกันแน่

 

เรื่องยอมรับไม่ยอมรับหน่ะ ส่วนตัวของฮยอนบีแล้วก็เป็นแค่ผู้หญิงธรรมดาคนหนึ่งที่คิดอยากจะแต่งงานและมีครอบครัว แต่ความคิดเหล่านั้นก็คงจะต้องละทิ้งไปถ้าคิดจะลองดูสักครั้งกับความรักที่มัน.. ผิดรูปแบบไปนิด

 

ฮยอนบีไม่ใช่คนเหยียดเพศหรือรังเกียจความรักเพศเดียวกัน หญิงสาวคิดว่ามันเป็นเรื่องที่วิเศษมากด้วยซ้ำกับการเจอใครสักคนที่รักเราจริงโดยที่ไม่สนว่าอีกฝ่ายจะเป็นเพศไหน เพราะสุดท้ายแล้วความรักและความเข้าใจต่างหากที่ทำให้เราสามารถอยู่ด้วยกันได้

 

แต่สำหรับชัลยูแล้ว.. ยอมรับว่าไม่มั่นใจเลยสักนิด เอาจริงแล้วชัลยูก็ยังไม่ชัดเจนในความรู้สึกทั้งหมด บางทีก็ทำตัวเหมือนจริงจัง บางทีก็ทำตัวเหมือนไม่ได้คิดอะไร จนบางครั้งคนเธอก็สับสนว่าชัลยูจะเอายังไงกันแน่

 

 

ก๊อก ก๊อก ก๊อก

 

            เสียงเคาะประตูดังขึ้นในขณะที่กำลังคิดอะไรเรื่อยเปื่อย ขาเรียวรีบพาตัวเองไปยังบานประตูเพื่อเปิดให้คริสตัลเข้ามาถึงแม้จะสงสัยอยู่นิดหน่อยว่าทำไมอีกฝ่ายถึงไปเร็วมาเร็วจนกระทั่งประตูถูกเปิดออกทั้งบานทำให้เห็นว่าคนที่ยืนอยู่หน้าห้องนั่นไม่ใช่เพื่อนคนสวยของตัวเอง

 

“ชัลยู..”

 

เสียงเรียกชื่อจากปากคนตัวเล็กทำเอาชัลยูรู้สึกประหม่าเล็กน้อย ยิ่งพอเห็นสีหน้าของฮยอนบีแล้วชัลยูก็อยากจะเข้าไปขอโทษอีกฝ่ายที่ทำให้เกิดเรื่องแบบนี้ แต่ยังไม่ทันที่จะได้พูดอะไรประตูไม้บานใหญ่ก็ทำท่าจะปิดอีกครั้ง ยังดีที่เธอใช้มือผลักไว้ทันและสามารถพาตัวเองแทรกเข้าไปในห้องได้สำเร็จท่ามกลางสายตาไม่พอใจของฮยอนบี

 

“ฮยอนบี” ชัลยูเรียกคนตัวเล็กที่กำลังจะเดินหนีไปอีกทาง แต่ทว่าฝ่ามือของร่างโปร่งคว้าแขนเล็กของฮยอนบีไว้ได้ก่อนจะดึงเอาไว้ “เป็นอะไร”

 

“เปล่า”ฮยอนบีตอบทั้งๆ ที่ไม่ยอมหันหน้ามอง ถึงแม้ว่าจะสงสัยว่าทำไมชัลยูถึงรู้ว่าเธออยู่ห้องนี้ แต่พอนึกอีกทีนี่อาจจะเป็นแผนการของคริสตัลก็เป็นไปได้เพราะอีกฝ่ายก็เพิ่งมาเคาะหลังจากที่คริสตัลเพิ่งเดินออกไป

 

“ถ้าเปล่าแล้วทำไมต้องวิ่งหนีเราด้วย” ชัลยูถามออกไปตรงๆ ด้วยน้ำเสียงเรียบ เธอไม่เข้าใจเลยสักนิดว่าฮยอนบีจะพยายามหลบหน้าไปทำไม เธอไปทำอะไรให้ไม่พอใจอะไรถึงต้องหลบหน้าไม่เจอกันเกือบอาทิตย์

 

ฮยอนบีไม่รู้เลยหรอว่าชัลยูคิดถึงเธอมากแค่ไหน

 

...

 

 

“เรา..เราเพิ่งนึกได้ว่าเราเปิดน้ำทิ้งไว้ เราต้องรีบมาปิดเพราะมันล้น” ประโยคแถจนสีข้างถลอกของฮยอนบีไม่ได้ทำให้ชัลยูเชื่อเลยสักนิดว่านั่นเป็นความจริง ยิ่งเห็นว่าปากบางของฮยอนบีขบเม้มเข้าหากันเล็กน้อยก็ทำเอาร่างโปร่งรู้ทันทีว่าอีกฝ่ายกำลังโกหก

 

“ฮยอนบี เธอโกรธเราเรื่องอะไรรึเปล่า” หญิงสาวก้มหน้าถามอีกคนด้วยความสงสัย และในจังหวะเดียวกันฮยอนบีก็ช้อนดวงตาขึ้นมาสบเข้ากับอีกคนอย่างจัง แต่เพียงแค่ชั่วครู่เท่านั้นคนตัวเล็กก็หันหน้าหนีไปทางอื่นเหมือนจะพยายามเลี่ยงที่จะไม่มองหน้าร่างโปร่งเลยสักนิด “ฮยอนบี..”

 

“ชัลยู เราขอโทษนะที่ทำตัวไม่ดีใส่ เราไม่ได้อยากวิ่งหนีเธอหรอก แล้วเราก็ไม่ได้อยากหลบหน้าเธอด้วย” หลังจากที่เงียบไปสักพักฮยอนบีก็พูดขึ้นมาพร้อมกับมองปลายเท้าตัวเองที่ตอนนี้กำลังจิกลงพื้นเป็นจังหวะ “ช่วงนี้เรามีโปรเจกที่ต้องส่งหลายตัว เราเครียด แล้วเราทำคนเดียวไม่ได้เลยต้องให้คริสตัลช่วย และมันก็คงไม่ลำบากอะไรถ้าต้องมานอนที่นี่เพื่อทำงาน”

 

“...”

 

“...”

 

“แค่ทำงานอย่างเดียวใช่ไหม” จู่ๆ ชัลยูพูดขึ้นมาพร้อมกับทำสีหน้าเรียบนิ่งไม่รู้สึกอะไร คนตัวเล็กพยักหน้าลงอีกครั้งเพื่อเป็นคำตอบสำหรับคำถามเมื่อครู่ ร่างโปร่งมองศีรษะเล็กที่เอาแต่ก้มจ้องปลายเท้าไม่เลิกจนเผลอถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่

 

“ถ้าอย่างนั้นช่วยตอบคำถามเราหน่อยได้รึเปล่า” ชัลยูพูดพร้อมกับคลายมืออกจากต้นแขนเล็กที่เผลอจับอีกคนนานเกินไป ส่วนฮยอนบีเองก็เงยหน้าขึ้นมามองอีกคนด้วยความสงสัย

 

“คืนนั้นที่เมา เราไม่ได้ทำอะไรเธอใช่ไหม” ในที่สุดร่างโปร่งก็ตัดสินใจถามมันออกไปเพราะตอนนี้มันยังคงเป็นปริศนาที่เธอต้องการคำตอบ อย่างน้อยถ้าได้ยินคำยืนยันจากปากของฮยอนบีได้หญิงสาวก็จะได้คิดว่าเรื่องที่เกิดขึ้นมันเป็นแค่ฝัน เพราะถึงยังไงฮยอนบีก็ไม่มีทางยอมให้เธอจูบแน่ๆ

 

เมื่อถูกถามด้วยคำถามแบบนั้นคนตัวเล็กก็ชะงักนิ่งพร้อมกับมองหน้าของชัลยูที่ไม่ได้แสดงอาการอะไรเลยสักนิด เหมือนกับว่าอีกฝ่ายไม่ได้รู้เรื่องราวเกี่ยวกับคืนนั้นเลยแม้แต่น้อย จนเมื่อร่างบางหัวเราะออกมาเล็กน้อยพร้อมจ้องหน้าอีกฝ่าย

 

“หัวเราะทำไม” คิ้วเรียวสวยขมวดเข้าหากันอย่างสงสัยว่าทำไมจู่ๆ ฮยอนบีถึงหัวเราะออกมาทั้งๆ ที่เมื่อครู่ทำหน้าเหมือนจะโกรธเธอเข้าให้

 

“ก็เราตลกอ่ะ ฮ่ะๆๆ” ร่างบางยังคงหัวเราะไม่เลิกพร้อมกับเอื้อมมือไปตบบ่าของชัลยูเบาๆ “คืนนั้นเธอเมาไม่รู้เรื่องเลย เอาแต่หลับคอพับจะทำอะไรเราได้ที่ไหนล่ะ” พูดไปก็ยิ้มให้กับคนตรงหน้า แต่ทว่าคนที่ได้ฟังนั่นกลับไม่รู้สึกโล่งใจอะไรเลยสักนิด อุตส่าห์คิดไว้ว่าถ้าฮยอนบีพูดอะไรสักนิดชัลยูคงจะสบายใจ

 

แต่เปล่าเลย ฮยอนบียังไม่ได้พูดอะไรที่เป็นความจริงเลยสักนิดเดียว

 

...

 

“ฮยอนบี อย่าโกหกเราสิ” ชัลยูยังคงพูดด้วยเสียงเรียบนิ่งราวกบว่าหญิงสาวจริงจังและต้องการคำตอบจริงๆ ไม่ใช่คำตอบเพื่อความสบายใจ จนเมื่อคนตัวเล็กที่เอาแต่หัวเราะอยู่ก็ค่อยๆ เงียบไปแล้วเงยหน้ามองอีกฝ่ายด้วยความรู้สึกแปลกใจ

 

“ทำไมถึงคิดว่าเราโกหกล่ะ เธอเมาจนคอพับเลยนะ”

 

“ถึงเราจะเมาแต่ก็ใช่ว่าเราจะจำอะไรไม่ได้นะ”

 

“...”

 

“เราจำได้ว่าเธอให้เราหนุนตักตอนอยู่บนรถ จับมือ และก็พาเรามาส่งที่ห้อง” ร่างโปร่งพูดพร้อมกับจ้องหน้าคนตัวเล็กเขม็ง เหมือนจะพยายามล้วงเอาความลับบางอย่างที่อยู่ในสายตาของฮยอนบีออกมา เพราะเธอเองก็อยากจะรู้ว่าความจริงในคืนนั้นมันคืออะไรกันแน่

 

เรื่องทั้งหมดที่ได้สัมผัสนั้นมันเป็นแค่ความฝันหรือว่าของจริง

 

“เธอทำแบบนั้นใช่ไหม”

 

“อ..อือ ก็ตามที่เธอพูดอ่ะ” ฮยอนบีพยักหน้าตอบอีกฝ่ายพร้อมกับยืนยันว่าสิ่งที่อีกฝ่ายพูดมันคือความจริง เมื่อครู่ที่ชัลยูพูดออกมา หัวใจของเธอก็เต้นแรงจนจะระเบิดออกมาข้างนอก กลัวว่าอีกคนจะพูดถึงเรื่องราวหลังจากนั้นแต่ชัลยูก็ไม่ได้พูดมันออกมาก็ทำเอาคนที่ยืนเกร็งฟังอยู่ถึงกับคลายอาการลงบ้าง

 

“แค่นั้นหรอ” หญิงสาวตัวสูงถามซ้ำอีกครั้งเพราะยังไม่มั่นใจกับคำตอบของฮยอนบีเท่าไหร่นัก และเมื่อดวงตาเรียวเล็กเงยหน้าขึ้นมามองก็ทำให้คำตอบเมื่อครู่ดูน่าเชื่อถือขึ้นมาทันที

 

“ต้องมีมากกว่านี้อีกหรอ” ฮยอนบีพูดทำเอาคนฟังชะงักนิ่งไปชั่วขณะ ครู่หนึ่งที่จู่ๆ ชัลยูก็มีความคิดหนึ่งแวบขึ้นมาว่าทำไมเธอถึงเอาแต่ถามเซ้าซี้คนตัวเล็กทั้งๆ ที่ความจริงแล้วอาจจะมีแค่เท่าที่หญิงสาวจำได้ หากแต่สัมผัสตรงปากมันยังคงตราตรึงไม่หายไปไหน ความข้องใจก็ไม่ได้หายไปเช่นกัน

 

“เหมือนฝัน”

 

“...”

 

“เราฝันว่าเราจูบเธอ” เมื่อจบประโยคของชัลยู คนตัวเล็กก็มองหน้าอีกคนนิ่งทันที ไม่นานนักทนไม่ไหวกับดวงตากลมสวยที่พยายามจ้องจะเอาคำตอบร่างบางจึงหันหน้าหนีไปทางอื่นแล้วหัวเราะออกมาเบาๆ

 

“เธอแค่ฝัน”

 

“แต่เรารู้สึกว่ามันเกิดขึ้นจริงๆ”

 

“เธอแค่รู้สึก”

 

“แต่เรา..”

 

“เธอคิดไปเองรึเปล่าชัลยู” คำพูดของฮยอนบีทำเอาชัลยูจ้องหน้าอีกฝ่ายหนึ่ง แววตาของคนตัวเล็กดูจริงจังมากรวมถึงรอยยิ้มเล็กๆ ที่เปื้อนอยู่บนหน้านั่น เหมือนกับว่าเรื่องที่เธอพูดมันกลายเป็นเรื่องตลก “เราจะจูบกันได้ยังไง จริงไหม”

 

“...”

 

การปั้นหน้านิ่งแล้วยิ้มเล็กๆ ของฮยอนบีอาจดูเหมือนว่าเธอสบายๆ ไม่ได้คิดอะไรมาก แต่ใครจะรู้ว่าความจริงแล้วเธอแทบจะยืนไม่ไหว เหมือนโลกทั้งใบกำลังสั่นคลอนกับประโยคที่ชัลยูบอกว่าฝันว่าจูบกับคนตัวเล็ก

 

มันเป็นเพียงแค่ฝัน

 

 

ใช่ ฮยอนบีเองก็ควรจะคิดแบบนั้นเหมือนกันว่าเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นมันเป็นเพียงแค่ฝัน ไม่มีทางที่ชัลยูจะจำมันได้หรอก ยิ่งคิดหัวใจดวงน้อยก็เริ่มเบาหวิวเหมือนคนล่องลอยที่หาจุดยืนไม่ได้ คล้ายกับมีคนเอาเข็มมาจิ้มจนอากาศด้านในมันรั่วไหลออกไปหมด รวมถึงสายตาของชัลยูนั่นก็เป็นเข็มเล่มใหญ่ที่ทิ่มแทงหัวใจเธอไม่เลิก

 

“สรุปเราแค่ฝันไปใช่ไหม” ชัลยูถามซ้ำอีกครั้งอีกครั้งและพยายามสังเกตสีหน้าของฮยอนบีว่ามีพิรุธหรือเปล่า แต่นอกจากหน้ายิ้มๆ ของฮยอนบีแล้วชัลยูก็แทบจะมองไม่เห็นอย่างอื่นอีกเลย

 

“อือ เธอเมามาก มันก็ไม่แปลกหรอกที่เธอจะฝัน” คนตัวเล็กตอบกลับไปและพยายามควบคุมเสียงตัวเองไม่ให้สั่นไปมากกว่านี้ จู่ๆ เธอก็รู้สึกอยากจะร้องไห้ออกมา อย่าถามว่าเพราะอะไรเลย แม้แต่ตัวเธอเองก็ไม่รู้ว่าทำไมน้ำตาถึงได้พร้อมที่จะไหลออกมาทุกเมื่อแบบนี้

 

ความร้อนผ่าวเริ่มเอ่อล้นขอบตาจนคนตัวเล็กต้องกระพริบตาถี่เพื่อไล่มันไป แต่ทุกอย่างมันโถมใส่คนตัวเล็กมากเกินไปจนแทบรับไม่ไหว ฮยอนบีหันหลังให้ชัลยูเพราะกลัวว่าอีกฝ่ายเห็นว่าเธอกำลังจะร้องไห้

 

ฮยอนบีไม่อยากให้ชัลยูเห็นน้ำตาของตัวเอง

 

 

“ฮยอนบี เธอเป็น—” เมื่อครู่ที่ท่าทีของฮยอนบีเริ่มแปลกๆ ไป ร่าบางหันหลังในพร้อมกับทำอะไรสักอย่างที่ชัลยูมองไม่ค่อยถนัดนัก เอ่ยถามอีกฝ่ายแล้วเอื้อมมือไปจับไหล่บางเบาๆ แต่ไม่ทันไรก็ถูกเบี่ยงออก

 

“อย่ามาจับตัวเรา”

 

“...” ประโยคนั้นทำเอาฝ่ามือของชัลยูชะงักนิ่งคล้ายกับคนเพิ่งไปทำความผิดมา จู่ๆความรู้สึกแปลกๆ ก็ก่อเกิดขึ้นมาในใจเมื่อได้ยินเสียงสั่นๆ ของฮยอนบีรวมถึงไหล่เล็กที่ไหวน้อยๆ เหมือนคนกำลังร้องไห้

 

ฮยอนบีร้องไห้อย่างนั้นหรอ

 

 

“เราบอกว่าอย่ามาจับเราไง!” ฮยอนบีพูดเสียงดังพร้อมกับถอยออกห่างจากชัลยู เมื่อครู่อีกฝ่ายเข้ามาจับไหล่เธอไว้ทั้งสองข้าง มือเล็กยกขึ้นปาดน้ำตาที่ไหลอาบแก้มอย่างลวกๆ ฮยอนบีไม่ได้อยากร้องไห้เลยสักนิด แต่ไม่รู้ว่าทำไมน้ำตาถึงไหลออกมาแบบนี้

 

ทางด้านชัลยูเองที่เห็นว่าจู่ๆ ฮยอนบีก็ร้องไห้ออกมาอย่างไม่มีสาเหตุแถมยังห้ามไม่ให้เธอโดนตัวอีกฝ่าย แต่คำพูดเหล่านั่นก็ไม่สามารถห้ามร่างโปร่งที่กำลังพยายามจับคนตัวเล็กไว้แน่นเพราะอีกฝ่ายเอาแต่จะเดินหนีไป กลายเป็นสงครามเล็กๆ ฮยอนบีพยายามใช้ฝ่ามือดันชัลยูให้ออกห่างแต่อีกฝ่ายกลับดึงยื้อให้อยู่ชิดใกล้

 

“ชัลยู ฟังไม่รู้เรื่องรึไง—!!” ยังไม่ทันที่คนตัวเล็กจะได้พูดจบประโยค ชัลยูก็จัดการคว้าท้ายทอยอีกคนเข้ามาใกล้ก่อนจะทาบริมฝีปากบนกลีบปากแดงฉ่ำนั่น บดเบียดกลีบเนื้อที่พยายามหลบหลีกเธออย่างสุดชีวิต แต่ตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่จะยอมถอยออกจากคนตัวเล็ก เพราะตอนนี้ชัลยูอยากจะพิสูจน์ว่าความฝันนั่นคือเรื่องจริง

 

ฮยอนบีที่ถูกชัลยูช่วงชิงจูบเป็นครั้งที่สองก็พยายามขัดขืนและดิ้นอยู่ในอ้อมแขนของร่างโปร่ง พยายามที่จะเบี่ยงหน้าไปทางอื่นแต่ทว่าฝ่ามืออีกข้างของชัลยูยังคงประคองใบหน้าเธอไว้ไม่ให้โอกาสได้หันหนีไปไหน ริมฝีปากยังคงถูกเบียดจูบอย่างต่อเนื่องจนเธอเริ่มจะยืนไม่อยู่

 

ฝ่ามือทั้งสองข้างของฮยอนบียังคงพยายามดันไหล่ของอีกฝ่ายให้ออกห่าง แต่ก็ไม่มีผลเมื่อชัลยูบดเบียดเรียวปากหนักหน่วงขึ้น ทั้งดูดดุนและขบเม้มริมฝีปากนุ่มของฮยอนบีซ้ำไปซ้ำมาจนคนตัวเล็กเริ่มหายใจไม่ทัน

 

สัมผัสนี้ไม่เหมือนกับคืนนั้นที่ทั้งอ่อนโยนและก็นุ่มนวล คราวนี้มีแต่ความสงสัยและความอยากรู้เต็มไปหมด ฮยอนบีไม่ชอบเลยสักนิดที่ต้องถูกสัมผัสด้วยความรู้สึกแบบนี้ มันเหมือนกับว่าหญิงสาวเป็นแค่สิ่งของที่อีกฝ่ายจะทำอย่างไรก็ได้

 

“ฮึก..อือออ” ทั้งเสียงสะอื้นและเสียงครางเครือดังแว่วอยู่ข้างหูของทำให้ชัลยูรู้ตัวว่าตนเองกำลังทำเกินเหตุ แต่ถ้าหากว่าต้องผละออกจากริมฝีปากคู่นี้ไป ชัลยูก็จะไม่มีทางได้รู้ว่าคืนนั้นที่เธอฝันมันเป็นเรื่องจริงหรือไม่ ยอมรับว่าเป็นคนเอาแต่ได้อยู่ฝ่ายเดียวด้วยการไล่ต้อนลิ้นเล็กจนหนีไปไหนไม่รอด ถึงแม้ว่าอีกฝ่ายจะพยายามหนีอยู่หลายครั้งแต่ชัลยูก็จัดการปราบพยศอีกฝ่ายด้วยการกดจูบให้หนักขึ้น

 

เมื่อเห็นท่าทีเริ่มอ่อนแรงของฮยอนบี ชัลยูก็ค่อยๆ ผ่อนแรงจูบลงไปด้วย หญิงสาวรู้ตัวดีว่านี่มันไม่ใช่เรื่องที่ถูกต้องนัก มันไม่ต่างอะไรจากการขืนใจอีกฝ่ายเลยด้วยซ้ำ แต่เธอก็ได้ตัดสินใจแล้ว

 

และเธอก็ยอมเสี่ยงหากการลงทุนครั้งนี่จะทำให้เราเข้าใจกันมากขึ้น

 

สัมผัสรุนแรงในคราวแรกแปรเปลี่ยนเป็นอ่อนโยนจนน่าประหลาดใจ น้ำตาอุ่นยังคงเอ่อล้นออกมาไม่ขาดสาย ถึงแม้จะพยายามปฏิเสธสัมผัสจากอีกฝ่ายมากแค่ไหน ก็กลายเป็นว่าตัวเองได้เข้าไปสู่วังวนที่ไม่มีทางออกจนได้ เผลออ้าปากตอบรับรสจูบของอีกคนอย่างลืมตัวรวมถึงเรียวแขนที่เกาะไหล่อีกคนไวแน่นเพื่อไม่ให้ตัวเองร่วงหล่นลงไปกองกับพื้น และคงต้องขอบคุณแขนของชัลยูที่ประคองเอวหญิงสาวไว้อีกข้าง

 

สัมผัสนุ่มนั่นทำให้ฮยอนบีรู้สึกว่าตัวเองกำลังลอยเบาเหมือนปุยเมฆ เหมือนว่าชัลยูพยายามจะปั้นเมฆเหล่านั้นให้กลายเป็นรูปร่างและพยายามจะสื่อให้เห็นว่าเมฆก้อนนั้นเป็นรูปอะไร จิตใจของคนตัวเล็กถูกมนต์สะกดของชัลยูเข้าให้อย่างจัง

 

เหมือนคืนนั้น...

 

ความรู้สึกมากมายไหลทะลักเข้ามารวมถึงภาพในตอนนั้นก็ย้อนกลับเข้ามาเป็นฉากๆ ทำให้เธอรู้ว่าคนตัวเล็กกำลังปิดบังเรื่องที่ถูกเธอจูบ การจูบครั้งนี้บ่งบอกให้รู้ว่า นี่ไม่ใช่จูบแรกของพวกเรา ทั้งความคุ้นเคยที่ที่สัมผัสได้ และความรู้สึกที่ยังหลงเหลืออยู่บนริมฝีปากถูกส่งต่อผ่านการสัมผัสย้ำๆ ซ้ำๆ เหมือนเป็นการสานต่อความรู้สึกที่ค้างคา และต้องการที่จะให้อีกฝ่ายได้รับรู้ว่าเธอจำเรื่องราวที่เกิดขึ้นทั้งหมดได้

 

ท้ายสุดชัลยูก็ต้องจำใจถอนริมฝีปากจากอีกฝ่ายอย่างเสียดาย แรงจิกที่ไหล่เป็นสัญญาณให้รู้ว่าอีกคนเริ่มหายใจไม่ออก แต่เธอก็ไม่วายที่จะแทะโลมอีกฝ่ายด้วยการจูบซับของเหลวใสบริเวณรอบริมฝีปากรวมถึงน้ำตาที่ยังคงไหลไม่หยุด เมื่อเคลื่อนใบหน้าออกห่างจนเห็นดวงหน้าของคนตัวเล็กที่ตอนนี้ขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างน่ารัก ชัลยูก็อยากจะกล่าวโทษตัวเองที่เอาแต่ใจจนทำให้อีกฝ่ายต้องร้องไห้ไม่หยุด

 

“ขอโทษ” คำพูดแผ่วเบาคล้ายคำกระซิบถูกเอ่ยออกมา นิ้วหัวแม่มือไล่เกลี่ยน้ำตาออกจากแก้มเนียน ปลายจมูกคลอเคลียไม่ห่างก่อนจะผละออกช้าๆ แล้วมองหน้าคนตัวเล็กอีกครั้ง

 

“เราขอโทษนะ” ชัลยูพูดประโยคเดิมอีกครั้งก่อนจะดึงคนตัวเล็กเข้ามากอดแน่น จับศีรษะเล็กของอีกฝ่ายให้ซบที่ลาดไหล่ก่อนจะจูบกลุ่มผมนุ่มสองสามครั้งเผื่อเป็นการปลอบขวัญที่อีกคนทำให้ตกใจ

 

ฮยอนบียอมเอนซบกับไหล่กว้างของชัลยูพร้อมกับปล่อยน้ำตาออกมาจนซึมผ่านเสื้อช็อปของชัลยู แขนเล็กโอบตัวอีกคนไว้หลวมๆ พร้อมกับสะอึกสะอื้นและซุกหน้าจนแทบจะจมหายไปกับลาดไหล่ ฝ่ามือของชัลยูยังคงปลอบประโลมลูบหลังของฮยอนบีอย่างเบามือ กระซิบคำพูดว่า ขอโทษ จนนับไม่ถ้วน

 

ผ่านไปสักพักคนตัวเล็กก็เริ่มรู้ว่าตัวว่ากำลังปล่อยตัวปล่อยใจให้กับอีกฝ่ายมากเกินไป ฮยอนบีจึงผละออกจากอีกฝ่ายพร้อมกับปาดน้ำตาออกอย่างลวกๆ แล้วพยายามถอยห่างออกจากชัลยู แต่ทว่าร่างโปร่งยังคงกอดเอวหญิงสาวไว้แน่น

 

“ปล่อยเราเถอะนะชัลยู” เสียงสั่นของฮยอนบีพูดขึ้นในขณะที่ใช้ฝ่ามือปิดหน้าตัวเองไว้แน่นก่อนจะปล่อยให้น้ำตาไหลออกมาอีกรอบ ที่ร้องไห้ไม่ใช่โกรธหรือว่าโมโหที่อีกฝ่ายบุกจูบเป็นครั้งที่สอง แต่หญิงสาวร้องไห้เพราะว่ารู้สึกสับสนกับความรู้สึกของตัวเอง คล้ายกับว่าจะเสียใจก็ไม่ใช่ดีใจก็ไม่เชิง มันตีวนกันอยู่ในหัวจนถึงกับต้องระบายออกมาเป็นน้ำตาแทน

 

เกือบหนึ่งอาทิตย์ที่ผ่านมาฮยอนบีเอาแต่คิดมากเรื่องของชัลยู ทั้งกลัวแล้วก็กังวลว่าเรื่องราวในคืนนั้นจะทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างเธอและคนตรงหน้าเปลี่ยนไป รวมถึงการรักษาระดับความสัมพันธ์ให้คงที่ หญิงสาวไม่อยากให้ชัลยูเปลี่ยนไปเพียงเพราะแค่การจำเรื่องจูบนั้นได้ อย่างน้อยตอนนี้เธอก็ขอเวลาทำใจเรื่องนั้นสักพัก

 

ความจริงแล้วฮยอนบีอาจจะไม่ใช่คนผิดเพราะไม่ใช่คนเริ่ม แต่ถ้านึกดูดีๆ ถ้าเธอไม่ยิ้มให้คนอื่นหรือพูดว่าไม่ได้ชอบผู้หญิงด้วยกัน อีกฝ่ายก็คงจะไม่ต้องทำแบบนั้นกับเธอ

 

แต่บางทีชัลยูอาจจะต้องการทำแบบนั้นก็ได้

 

 

“ฮยอนบี มองเราหน่อยได้ไหม” ชัลยูพูดเพื่อให้อีกคนเงยหน้ามอง พยายามดึงฝ่ามือให้ออกจากใบหน้าเล็กที่ตอนนี้ขึ้นสีแดงก่ำไปหมด ไม่ว่าจะเป็นหน่วยแก้มใส่ที่กำลังเห่อร้อนหรือขนตาแพยาวที่เกาะพราวไปด้วยหยาดน้ำตา ริมฝีปากแดงฉ่ำที่เจ่อขึ้นเล็กน้อยกำลังกัดปากตัวเองแน่น

 

หญิงสาวไม่รู้ว่าคนตัวเล็กกำลังคิดอะไรอยู่ทำไมถึงได้เอาแต่ร้องไห้และไม่ยอมมองหน้า กันทั้งๆ ที่คนผิดคือเธอเองที่ล่วงเกินอีกฝ่ายก่อน  ยิ่งเห็นน้ำสีใสเอ่อล้นออกมาจากดวงตาทั้งสองข้างชัลยูก็ยิ่งรู้สึกผิดเข้าไปอีกที่ทำเรื่องที่ไม่สมควรแบบเมื่อครู่

 

“ฮยอนบี .. เราขอโทษ” หญิงสาวเอ่ยคำขอโทษอีกครั้งพร้อมกับประคองใบหน้าสวยให้เงยขึ้นมา รวมถึงค่อยๆ ดึงมือบางออกจากใบหน้าเพื่อมองดวงตาแดงก่ำที่เปรอะเปื้อนไปด้วยน้ำตา ปลายจมูกที่แดงระเรื่อรวมถึงปากบางทีเม้มเข้าหากันแน่น

 

เป็นภาพที่เห็นแล้วก็อยากจะให้ใครก็ได้เอามีดมาแทงเข้าที่ท้องซักที

 

ปาร์คชัลยูเป็นใคร ทำไมถึงทำให้ฮยอนบีร้องไห้ได้

 

 

ร่างโปร่งค่อยๆ ยกฝ่ามือเกลี่ยน้ำตาออกอย่างแผ่วเบาด้วยความรู้สึกผิด เธออยากจะขอโทษอีกฝ่ายเป็นร้อยเป็นพันครั้งที่ทำไม่ดีด้วย ไม่ใช่แค่เหตุการณ์ในครั้งนี้รวมถึงเหตุการณ์ก่อนหน้าที่ทำให้อีกคนตกใจจนต้องวิ่งหนี เธอก็แค่อยากรู้ว่าตัวเองทำอะไรผิดไป ทำไมถึงต้องทำแบบนี้

 

หลบหน้ากันแบบนี้มันเหมือนฆ่ากันให้ตายชัดๆ

 

“ฮยอนบี..” ร่างโปร่งเอาแต่พร่ำเรียกชื่อคนตัวเล็กเหมือนคืนนั้น หญิงสาวรู้ว่าคนตัวเล็กมักจะใจอ่อนทุกครั้งเวลาที่เรียกชื่อเธอซ้ำๆ มันเป็นหนทางเดียวที่ร่างบางจะยอมเงยหน้าขึ้นมาคุยด้วยและมันก็ได้ผลจริงๆ เมื่อดวงตาแดงก่ำของอีกฝ่ายสบเข้ากับดวงตากลมโตของชัลยู

 

หญิงสาวใช้มือทัดผมที่หูคนตัวเล็กก่อนจะใช้ปลายนิ้วเช็ดน้ำตาที่ยังหลงเหลืออยู่ออกให้หมด มองเข้าไปในดวงตาเรียวเล็กของอีกฝ่ายพร้อมกับส่งคำว่าขอโทษผ่านทางแววตา ขอโทษที่ทำให้รู้สึกแย่ ขอโทษที่ทำให้ร้องไห้ ขอโทษที่ล่วงเกินฮยอนบี

 

และขอโทษที่ห้ามใจตัวเองไม่ได้

 

 

“เราไม่รู้ว่าเธอกำลังคิดอะไรอยู่ แต่เราไม่อยากให้เธอกังวลกับเรื่องที่เกิดขึ้น เราไม่อยากให้เธอคิดว่าทุกอย่างมันเกิดเพราะเราเมา ในคืนนั้นที่เราพูดที่เราทำ เรามีสติ เรารับรู้ทุกอย่าง แต่ว่าเราควบคุมตัวเองไม่ได้ เราห้ามใจตัวเองไม่ให้เผลอทำแบบนั้นกับเธอไม่ได้” ชัลยูพูดระบายสิ่งที่อยู่ในใจออกมาขณะเดียวกันก็จ้องมองดวงตาฉ่ำเยิ้มของคนตรงหน้าไปด้วย เธอไม่รู้หรอกว่าคำพูดเหล่านั้นจะช่วยเยียวยาความรู้สึกของฮยอนบีได้หรือไม่ แต่เธอไม่อยากให้คนตัวเล็กกังวลว่าที่ทำไปทั้งหมดเกิดจากความไม่ตั้งใจ

 

“ที่บอกว่ามันเหมือนฝัน ก็เพราะว่าเรามีความสุขมากจนคิดว่าสิ่งที่เกิดขึ้นมันเป็นฝันจริงๆ เพราะถ้าเราตื่นขึ้นมาเมื่อไหร่ ยังไงเราก็รู้ว่าเราไม่สามารถทำแบบนั้นกับเธอได้” ร่างโปร่งยังคงพูดต่อพร้อมกับใช้ฝ่ามือเลื่อนไปจับมือเรียวของคนตัวเล็กแน่น

 

“เราขอโทษที่จูบเธอในคืนนั้น”

 

“...”

 

“แต่จูบเมื่อกี้ไม่ขอโทษหรอกนะ”

 

“...”

 

“เพราะเราอยากจูบเธอจริงๆ” ทั้งแววตาและน้ำเสียงของชัลยูทำเอาหัวใจดวงน้อยเต้นถี่รัวไม่เป็นจังหวะ ยิ่งพอได้ยินคำพูดจากปากอีกฝ่ายแล้วความร้อนก็เห่อแล่นขึ้นมาบนหน้าโดยที่ไม่ต้องเดาเลยสักนิดว่าตอนนี้ตัวเองจะหน้าแดงมากแค่ไหน พยายามอดกลั้นอารมณ์ตัวเองไม่ให้โลดแล่นไปมากกว่านี้ เพราะแค่ตอนนี้ฮยอนบีก็แทบจะทรงตัวยืนไม่ไหวอยู่แล้ว

 

ทำไมชัลยูถึงได้เป็นคนที่ร้ายกาจแบบนี้

 


“ที่พูดไปทั้งหมดเราก็หมายความว่าแบบนั้น เราไม่ขอให้เธอปักใจเชื่อหรอก แต่จะพิสูจน์ให้เธอเห็นว่าทุกอย่างที่ทำไปหน่ะ เราไม่ได้ล้อเล่น รู้ว่าตัวเองทำอะไรอยู่ และเราก็รู้ใจตัวเองด้วยว่าจริงๆ แล้วเรา..”

 

“..........”

 

“เราชอบเธอ”

 

“.......”

 

“เราชอบเธอจริงๆ”































end


.
.
.
.


?!








 

“ปล่อยไว้แบบนั้นจะดีหรอ” เสียงคนข้างๆ ถามขึ้นทำเอาหญิงสาวที่กำลังนั่งดูดโกโก้เย็นอยู่ชำเลืองมองเล็กน้อย

 

“ถามแบบนี้กี่รอบแล้วเนี่ย”คริสตัลพูดด้วยน้ำเสียงปนหงุดหงิด แต่ความจริงแล้วก็ไม่ได้หงุดหงิดอะไรเพราะตอนนี้เธอออกจะแฮปปี้ชีวิตดี๊ดีที่ตอนนี้เพื่อนของเธอกำลังจะเป็นฝั่งเป็นฝา

 

ใครมันจะไปคิดว่าสิ่งที่เธอคอยสังเกตมาเกือบเดือนจะทำให้ทุกอย่างมันเหมาะเจาะกันขนาดนี้  ไอ้เพื่อนตัวเล็กหน่ะตอนแรกก็มองไม่ออกหรอกเพราะวันๆ มันก็เอาแต่สนใจอย่างอื่นไม่เคยพูดถึงเรื่องความรักให้ฟังสักครั้ง ส่วนชัลยูหน่ะหรอ รายนี้ถ้าไม่รู้จักกันมาก่อนก็คงเดาไม่ได้สักนิดว่ากำลังสนใจเพื่อนตัวเล็กอยู่

 

ปลูกต้นรักกันเงียบๆ โดยที่ไม่บอกไม่กล่าว แต่ก็ช่างมันเถอะ เพราะยังไงสองคนนั้นก็หลุดพ้นสายตาเจ้าแม่ความรักอย่างคริสตัลไปไม่ได้หรอก

 

อย่างฮยอนบีหน่ะจะต้องเล่นเยอะๆ หยอดเข้าไปชนิดที่แบบเอาให้บิดเขินตัวม้วนกันสิบตลบ แต่ถ้าไม่พูดว่าชอบหรือสารภาพรักไป แน่นอนว่ายังไงเพื่อนตัวเล็กนั่นก็ไม่มีทางรู้เจตนาของอีกฝ่ายแน่ๆ

 

ไม่รู้จะเรียกว่าโง่หรือซื่อบื้อดี

 

 

ปาร์คชัลยูก็ใช่ย่อย นอกจากจะสวยแถมยังเรียนเก่งแล้วก็ไม่เคยนึกมาว่าก่อนจะมีรสนิยมชอบคนอย่างฮยอนบี ความจริงก็แอบตกใจที่ตอนแรกชัลลยูโทรมาถามว่าฮยอนบีอยู่ที่ไหน พอเค้นไปมาหน่อยเท่านั้นแหละ อีกฝ่ายก็ยอมสารภาพจนหมดเปลือกว่าคิดยังไงกับคนตัวเล็กแถมดูท่าจะจริงจังมากเสียด้วย

 

สาววิศวะคนนั้นช่างเป็นผู้หญิงที่มีเสน่ห์เหลือล้น ทั้งคำพูด รูปร่าง ท่าทาง รวมกันทุกอย่างเกิดเป็นคำว่า ผัวคณะ สมคำล่ำลือจริงๆ เอาตามตรงคริสตัลก็แอบอิจฉาเพื่อนตัวเล็กอยู่หน่อยๆ ที่นานๆ ทีจะมีคนมาชอบ แถมคนคนนี้ดันเป็นที่หมายตาของใครอีกหลายคน จะว่าไปฮยอนบีเองก็ใช่ย่อย ใช่ว่าจะไม่มีใครมาจีบ แต่ไอ้ที่จีบๆ ด้วยกันหน่ะก็มีแต่ทอมตามที่เคยพูดไว้ก่อนหน้านี้

 

นึกไม่ออกเลยว่าถ้าสองคนนี้ตกลงคบกันแล้วใครจะฝ่ายหึงใครมากกว่ากัน

 

“แอมเบอร์” จู่ๆ ก็นึกเรียกชื่อคนข้างๆ ขึ้นมาแบบไม่บอกไม่กล่าว ทำเอาคนถูกเรียกเลิกคิ้วมองเล็กน้อย

 

“หือ”

 

“ถ้าเกิดว่าสองคนนั้นคบกันจริงๆ จะเป็นยังไงอ่ะ” หญิงสาวหันหน้าไปมองคนรักที่ตอนนี้ทำหน้าตาเหมือนกำลังครุ่นคิดอยู่

 

“ก็คง..เหมือนเราละมั้ง” แอมเบอร์ตอบแฟนสาว

 

“งั้นหรอ สงสารชัลยูแย่เลย”

 

“สงสารทำไม”

 

“ก็ต้องสงสารสิ เพราะอุตส่าห์แฟนน่ารักหุ่นน่าเซี้ยะซะขนาดนี้” คริสตัลพูดติดตลกแถมยังหัวเราะตบท้ายอีกต่างหาก ที่เธอพูดเมื่อครู่หน่ะ เธอพูดจริงๆ นะ

 

“งั้นก็ควรสงสารฮยอนบีไม่ดีกว่าหรอ”

 

“สงสารทำไม” คิ้วสวยขมวดเข้าหากันเล็กน้อยเพราะงุนงงกับคำพูดของแฟน

 

“ก็เพราะว่าชัลยูหน่ะ สวยกว่าฮยอนบีอีก คนจีบก็เยอะ ทั้งผู้หญิงทั้งผู้ชายก็ชอบกันทั้งนั้นแหละ”หนุ่มหล่อแห่งวิศวะไฟฟ้าพูดพร้อมกับเยาะยิ้มใส่แฟนสาว มันก็อาจจะจริงอย่างที่เธอพูด ปาร์คชัลยูคือคนที่สวยติดอันดับต้นๆ ของมหาวิทยาลัย ไปไหนก็เป็นที่น่าจับตามองตลอด นี่ขนาดนี้อีกฝ่ายไม่ได้เข้าสังคมอะไรมากมายเลยนะเนี่ย

 

“หึ เค้าว่าไม่ต้องกังวลเรื่องคนมาชอบแล้วล่ะ” คริสตัลพูดพร้อมกับยกยิ้มเล็กน้อย หากแต่สายตาไม่ได้จับจ้องหน้าแฟนตัวเองเหมือนเมื่อครู่จนแอมเบอร์นึกสงสัยว่าแฟนสาวกำลังมองอะไรอยู่ และเมื่อมองตามอีกคนไปก็เห็นภาพที่ทำเอาทั้งคู่หันมามองหน้ากันแล้วยิ้มให้กันโดยที่ไม่ต้องพูดอะไรมาก

 

 

ภาพที่ทั้งคู่เห็นคือปาร์คชัลยูกำลังเดินจับมือบยอนฮยอนบีออกมาจากหอพักของคริสตัล แถมในมือของร่างโปร่งนั้นยังถือกระเป๋าเป้สีเหลืองอ๋อยของฮยอนบีอีกด้วย เป็นภาพที่คนมองเห็นต่างก็ต้องยิ้มให้กัน

 

 


แค่นี้ก็รู้แล้วล่ะว่าอะไรเป็นอะไร































โอ้ย กว่าจะมา
5555555555555
ตบตีกับคนพรูฟอยู่ค่ะ มันก็ตีเรา เราก็ตีมัน
ตบตีกันอยู่หลายทีจนได้แบบนี้ออกมา
คนพรูฟมันบอกว่า มึงเขียนอะไรมาเหมือนกูต้องเขียนใหม่หมด
555555555555555555555555555555555555555555
เรามาหว่ะ เราขอโทษจริงๆ


เอาจริงๆนะ มันจบแล้วอ่ะ
5555555555555555555555
เห่ย แต่จบนี่หมายถึงในนี้นะ
เดี๋ยวไปหวีดต่ออีกบทความได้
เราเปิดเรื่องยาวแล้วนะเออ...


ส่วนเรื่องรวมเล่ม!
เก็บเงินรอเราได้เลย ตามที่บอกไป
ปกมาอาทิตย์หน้าเดี๋ยวจะเปิดจองตอนปกมาเนี่ยแหละ
จะได้มีแรงจูงใจว่า เออ แม่งต้องโดนหว่ะ สักเล่มๆ 55555
อิอิ

หลังจากตอนนี้ไปเราจะขออนุญาตลงเรื่องสั้นปกติแล้วนาจา
ใครอยากอ่านต่อก็ไม่ว่ากัน ใครอยากตามชัลบีไปก็อีกบทความนาจา
เห็นคำผิดเม้นบอกได้ สกรีมด่าได้ ทวงได้ ได้ทุกอย่าง มาเถอะ เรารับได้ อ่าส์..



สุดท้ายนี้เรากับคนพรูฟขอขอบคุณทุกคนที่ให้การสนับสนุนมาตลอด
ไม่มากก็น้อยแต่เราดีใจนะ ฮืออ น้ำตาไหลพรากกกกกกกกกกกก
ขอบคุณที่อยู่กับชัลยูและฮยอนบีจนถึงตอนนี้
แต่มันคงจะยังไงสะใจจนต้องมีต่ออีกนะจ๊ะ


ไมรู้จะเขียนอะไรอีกอ่ะ สงสัยเบื่อกันแล้ว
ขอบคุณมากๆนะ ขอบคุณทุกอย่างเลย
ทั้งคนพรูฟ คนอ่าน ขนม ข่าว น้ำ เวลา เข้าค่าย ไวไฟ หรือว่าโน๊ตบุ้ค
โดยเฉพาะชานยอลและแบคฮยอนที่ทำให้เราฮึด
อ่า.. เห็นงานเป็นลม แต่เห็นกล้ามสู้ตายมาก



พอละ จบเถอะ ยาวจนนะเป็นบันทึกที่สามละ
5555555555555555555555555555555555

#ฟิคคลังฝัน













ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 51 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

6,477 ความคิดเห็น

  1. #6086 999% (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2561 / 00:33
    ชอบที่ชัลยูเป็นคนเท่ๆดูแมนๆลุยๆ แต่จริงๆละเอียดอ่อนมากเลยนะ หรือเพราะเป็นฮยอนบีเลยละเอียดอ่อนเป็นพิเศษ แต่เขินไม่ไหวแน้ววว
    #6,086
    0
  2. #6079 afternuria (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2561 / 21:22
    โอ๊ยน่ารักอยากเปนเมียยย
    #6,079
    0
  3. #5781 pim pimmi (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2561 / 14:24
    ฮื่ออออ แฮปปี้สุดๆ
    #5,781
    0
  4. #5299 jjjasmin (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2560 / 19:57
    พึ่งรู้ว่า ท่อนอิ้ง เป็นเนื้อเพลง จากเพลง I just wanna - Amber ft. eric เพลงโปรดพอดี ฟังไปด้วย อ่านไปด้วย โคตรเขินนน><
    #5,299
    0
  5. #4518 MARKTUAN190 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2560 / 00:26
    ให้ตายสิ ฉันหุบยิ้มไม่ได้เลยยย
    #4,518
    0
  6. #1804 ★AOM'ONPCY☆ (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2559 / 22:32
    คริสตัลนี่มันเจ้าแม่ทอมดี้จริมๆ 555555555 เรื่องรักใคร่ของสาวๆนางนี่จับทางได้หมด จบน่ารักนะ แบบจูงมือกลับหอหลังจากเข้าใจกันแล้วโดยเฉพาะจังหวะรสจูบที่นุ่มนวมขึ้น... อื้อหือ บอกเลยอ่านวนหลายรอบ ยิ่งอ่านยิ่งเขิน เราน่าจะเจอบทความนี้ก่อน เราดันมาเจอชัลบีอีกบทความอ่าแต่พอมาอ่านอันนี้ก็เข้าใจที่มากขึ้น สู้ๆนะคะไรท์เตอร์~~~ ?
    #1,804
    0
  7. #1093 จีวอนชิ':) (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 18 มกราคม 2559 / 23:56
    มันก็ต้องสับสนกันบ้างแหละ
    #1,093
    0
  8. #793 joylnr (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2558 / 15:42
    เขินแทนฮยอนบีเลย น่ารักกกกกกกกกกกก

    ชัลยูนี่เท่ห์ชะมัดอ่ะ ชอบอ่ะะะะ

    ทำไมเขินขนาดนี้ 55555555
    #793
    0
  9. #603 `ตูดหมึก (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2558 / 23:00
    ลุ้นมากกกก อ่านตอนนี้นานโคตร555555555555
    #603
    0
  10. #540 เคแอล9091 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2558 / 00:24
    เราว่ามีแฟนแบบฮยอนบีนี่น่าหวงเพราะ น่ารัก
    #540
    0
  11. #534 ปาร์คบี (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2558 / 23:05
    อยากได้ชัลยู อ้ากก เท่โดนใจใช่เลยคนนี้ >//<
    #534
    0
  12. #484 pixxel (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2558 / 21:53
    ฮือออ เขิน -///-
    #484
    0
  13. #475 KH_polyployly (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2558 / 20:08
    อยากได้ผัวคณะะ โอรยยยยย ขอน้องไคฮุนเสริมนิดนึงนะไรต์ เค้าอยากอ่านนนน แฮะ แฮะ
    #475
    0
  14. #473 beamlesss (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2558 / 15:35
    กรี๊ดดดดดดดดด จูบแบบ..กรี๊ดดดดดดดด หลงรักผัวคณะมาก ถ้าฮยอนบีไม่ว่าง ก้มาหาเราได้นะ คคิคิคคิคิคิค โอ้ยยยย โง้ยยน
    #473
    0
  15. #467 Mkrd.Milky (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2558 / 05:50
    กรี้ดมาก จริงๆไม่ชอบอ่านหญิงหญิงเท่าไหร่แต่แบบนี้โอ้ยหลงรักชัลยูอะ ><
    #467
    0
  16. #466 infishi (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2558 / 22:08
    โอ้ยแกรรรรรรรรรรรรรร ชั้นอยากเป็นแฟนชัลยู เขินนนนนน บิดค่ะบิด >///<
    #466
    0
  17. #462 @bbhy (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2558 / 09:29
    แงงง เลาเขินชัลยู
    #462
    0
  18. #460 thunderB (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 20 ตุลาคม 2558 / 05:28
    น้ำตาซึม555555555555555555555555555555555 กรี้ดดดดอยากได้ชัลยู ฮืออออ
    #460
    0
  19. #457 ♥kaejaa♥ (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2558 / 22:43
    โอ้โห ตามต่อแน่นอน ฮยอยบีเธอได้ผัวคณะไปครอง อิจฉามาก
    #457
    0
  20. #454 Nursery*purr-fect (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2558 / 19:28
    เค้าดูใจกันแล้วใช่ม้อยยยยยยย จริงๆที่ผ่านมาเราก็ว่าเหมือนแฟนเลยอ่ะ มีไปรับไปส่งน่ารักประสาคนมีความรัก อิอิ เรากดเฟบเรื่องยาวชัลบีเรียบร้อย ไม่พลาดๆ อยากอ่านต่อแล้ววววว คือเราติดจริงๆนะ มันน่ารักดีกับใจจริงๆจนแทบจะอยากอ่านทุกวันเลยอ่ะ แต่มันก็จะโหดร้ายกับไรต์และคนพรูฟมากไป โดยเฉพาะคนพรูฟ เห็นในทวิตแล้วสงสารอ่ะฮือออ 55555 เราขอโทษถ้าบางทีเราตัดพ้อทวงฟิคในแท็กมากไปนะครัช ไรต์ไม่รู้หรอกว่าเราแอคไหน 5555555555
    #454
    0
  21. #453 31July (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2558 / 19:10
    ดีงามมมม~ ชัลยูคนจริงมากอ่ะ อะไรที่มันไม่ชัดมันก็ต้องทำให้ชัดเจนอ่ะเนอะ พี่เขาจับจูบพิสูจน์เลยค่ะ โอ่ยยยมันเขินจะบ้าจะบอ ไรท์บรรยายได้ดีมากเลยค่ะ ภาษาไหลลื่นอ่านไม่มีสะดุด(ชมคนพรู๊ปด้วย เห็นตีกันในทวิต 55555) อ่านแล้วใจเต้นตึกตักตามฮยอนบีเลย ><
    #453
    0
  22. #452 Beam Pimrapat (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2558 / 19:05
    อือหือ จับมือ55555
    #452
    0
  23. #451 thejae (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2558 / 18:34
    ชัลยูโอป้าาาาาาาาาาาาา เรียกออนนี่ไม่ได้จริงๆหล่อขนาดนี้ ฮืออออออ ติ่งนางยันพาร์ทสุดท้าย
    #451
    0
  24. #450 milk (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2558 / 18:00
    ไม่เคยอ่านฟิคญญมาก่อนเลยคะ ไม่คิดว่าจะติดขนาดนี้ ไม่คิดว่าเราจะชอบมากขนาดนี้ ไม่คิดว่าจะเขินขนาดนี้ เราจะบ้าตายแล้วค่ะ ไรท์เตอร์ปลุกความเบี้ยนในตัวเราขึ้นมาทำไม 555555555555555555 เราจะต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ เขินมากถึงมากที่สุด ฮือออออออออออออออออ ตกหลุมรัก
    #450
    0
  25. #449 Baifer77 (จากตอนที่ 15)
    วันที่ 19 ตุลาคม 2558 / 14:13
    โฮยยยย. เขิน งื้ออออ รักกันนานๆ.////.
    #449
    0