[ exo SF/OS ] คลังฝัน - chanbaek

ตอนที่ 14 : Yellow girl - IV

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 7,324
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 58 ครั้ง
    14 ต.ค. 58











YELLOW GIRL
































 

 

BECAUSE I KNOW YOU THE ONE

I’VE BEEN SEARCHING FOR

I KNOW WITH YOU MY LIFE MEANS MORE

 

 




 

 

 

 

 

กลับมาสู่สภาวะปกติที่ไม่ค่อยจะปกติสักเท่าไหร่ สำหรับคนอื่นหน่ะไม่รู้หรอกนะว่าเป็นยังไง แต่กับตัวฮยอนบีเองแล้วมันโคตรจะไม่ปกติเลย ไอ้ที่ไม่ปกติเนี่ยคือตัวของเธอเองนะ ไม่ได้หมายถึงคนอื่นๆ และยิ่งไปกว่านั้นก็คือใจตัวเองเนี่ยแหละ

 

มีอย่างที่ไหนใจเต้นเวลาเห็นหน้าผู้หญิงด้วยกัน

 

..

 

ฮือ อยากจะร้องไห้

 

 

แถมคนที่ใจเต้นด้วยดันเป็นเพื่อนข้างห้องอีกต่างหาก ปาร์คชัลยู สาววิศวะที่โคตรเท่ไม่ว่าจะทำอะไรก็ตามแต่ แค่อีกคนหายใจยังเท่ ถอนหายใจก็ยังดูดี อย่าให้ได้เสยผมกับขมวดคิ้วนะ ฮยอนบีคนนี้อยากจะบ้าตาย

 

ชีวิตหลังจากที่เอาหัวโหม่งกับคนสวยของวิศวะวันนั้น รู้สึกแปลกๆ ยังไงก็ไม่รู้ ยังคุยกันเหมือนปกติ เพียงแค่เวลาที่ชัลยูมองมามันทำให้คนตัวเล็กเขินแบบแปลกๆ คล้ายกับถูกอีกฝ่ายลวนลามทางสายตา แต่กลับไม่ได้ดูน่ากลัวหรือขนลุก มันแค่..

 

ไม่รู้ บอกไม่ถูก

 

วันนี้ฮยอนบีต้องเดินกลับหอคนเดียวโดยที่ไม่มีสารถีคนสวยของคณะวิศวะมารับมาส่ง เพราะว่าชัลยูติดสอบวิชาสุดท้ายของการสอบมิดเทอม ส่วนตัวของฮยอนบีเองก็เพิ่งสอบเสร็จเมื่อช่วงเช้า จะรอให้เพื่อนข้างห้องมารับก็ดูเหมือนจะเป็นการเร่งอีกฝ่ายให้รีบสอบ เดี๋ยวจะไม่มีสมาธิเอา เลยตัดสินใจว่าวันนี้กลับเองดีกว่า

 

คนตัวเล็กวางแผนว่ากลับห้องไปแล้วจะทำความสะอาดนิดหน่อยก่อนจะแต่งตัวออกไปช็อปปิ้งข้างนอก ไม่ได้เสียเงินกับของพวกนี้มานานแถมยังอยู่ในช่วงเพิ่งสอบเสร็จ แบบนี้มันต้องช็อปปิ้งแก้เครียด

 

นี่แหละ วิถีของบยอน ฮยอนบี

 

 

สามชั่วโมงผ่านไปกับการจับจ่ายซื้อเสื้อผ้าแบบไม่ลืมหูลืมตา คอลเลคชั่นใหม่ๆ ออกมาเยอะจนร่างบางแทบจะเป็นลมกับค่าเสียหายที่เพิ่งจ่ายไป ความจริงเธอเองก็ไม่ได้ซื้ออะไรมากหรอก แค่ชุดนี้มันมีสามสี แล้วทุกสีก็น่ารักมากๆ แค่นั้นเอง

 

ครั้นเสียเงินจนสบายตัวแล้วร่างบางจึงตัดสินใจจะกลับหอพักโดยที่ไม่ลืมไลน์ไปหาชัลยูถามว่าสอบเสร็จหรือยัง พิมพ์ไปเสร็จก็กดปิดแล้วเก็บใส่กระเป๋า เดินไปสักพักก็เจอกับร้านเครื่องประดับจึงทำให้สองเท้าก้าวเข้าไปหาอย่างรวดเร็ว

 

เครื่องประดับมากมายวางเรียงอยู่ในร้านอย่างเป็นระเบียบ ทั้งตุ้มหู สร้อยขอ กำไลข้อมือ แหวน และอื่นๆอีกมากที่ทำเอาคนตัวเล็กตาลุกวาว ดวงตาเรียวรีไล่มองเครื่องประดับเหล่านั้น ส่วนมากจะถูกผลิตออกมาแบบเรียบหรูดูไม่เว่อร์เกินไป มีทั้งเครื่องเงิน เครื่องหนัง หรือเชือกถักก็ยังมี แบบนี้เรียกสไตล์มินิมอลรึเปล่านะ

 

จนเมื่อร่างบางสะดุดเข้ากับสิ่งหนึ่งก่อนจะหยิบมันขึ้นมา พอเห็นแล้วก็นึกถึงใครบางคนขึ้นมาจนอดไม่ได้ที่ต้องหยิบมันไปจ่ายเงินพร้อมกับเดินยิ้มออกจากร้าน

 

เมื่อได้ของที่พอใจแล้วคนตัวเล็กจึงเดินตรงออกไปยังทางออก แต่จู่ๆ ก็รู้สึกเหมือนมีคนมองทำเอาร่างบางชะงักแล้วรีบหันกลับไปมอง เห็นแค่ผู้คนที่พลุกพล่านไปมาก็นึกกับตัวเองว่าสงสัยคงคิดไปเอง จนเมื่อโทรศัพท์เครื่องบางกำลังแผดเสียงอีกครั้งและมือเรียวก็หยิบมันขึ้นมากดรับ

 

ว่าไง

 

(อยู่ไหนเนี่ย) เสียงเล็กจากปลายสายถามมา

 

อยู่ห้างแถวมออ่ะ มาซื้อของ มีไรรึเปล่า

 

(แหม สอบเสร็จก็ละลายเงินเลยนะยะ ฉันโทรมาถามว่าเย็นนี้แกว่างไหม) พอจบคำถามของคริสตัล ฮยอนบีจึงยกยิ้มเล็กน้อยที่อีกฝ่ายโทรมา ยิ่งช่วงสอบเสร็จแบบนี้คงไม่พ้นเรื่องนั้นแน่ๆ

 

ทำไม จะชวนไปร้านเหล้าหรอ

 

(รู้ดี เพราะงั้นคืนนี้แต่งตัวสวยๆ นะคะ) คริสตัลหัวเราะน้อยๆ กับความรู้ดีของเพื่อนตัวเล็กแบบนี้เขาถึงเรียกว่าเพื่อนกันจริง ทั้งๆ ที่ยังไม่เอ่ยปากพูดอะไรก็ดันรู้เหมือนมีคนบอกมาก่อน

 

เดี๋ยวเหอะ ฉันบอกรึยังว่าจะไปคนตัวเล็กค้านเบาๆ แต่ทว่าใบหน้ายังคงยกยิ้มอยู่ ในขณะที่คุยไปก็เดินไปด้วยจนหยุดที่บริเวณหน้าร้านร้านหนึ่ง

 

(มีสิทธิ์ปฏิเสธหรอ ไม่รู้แหละ เดี๋ยวตอนทุ่มหนึ่งฉันจะเข้าไปรับ อ้อ แล้วก็อย่าทำเนียนเบี้ยวนัดนะ เพราะไม่งั้นฉันจะงัดแกออกจากห้องให้ได้เลยคอยดู) น้ำเสียงของคริสตัลทำเอาคนตัวเล็กนึกถึงสีหน้าของเพื่อนคนสวยที่ตอนนี้คงกำลังแยกเขี้ยวใส่อากาศอยู่แน่ๆ

 

สอบเสร็จก็หัดนอนอยู่ห้องบ้าง ไม่เหนื่อยรึไงเที่ยวตลอดเลยเอ่ยถามอีกคนไปทั้งๆ ที่รู้ว่าคำตอบจะเป็นยังไง เพราะทุกครั้งที่สอบเสร็จก็มักจะออกไปสังสรรค์กันเป็นธรรมดาแถมวันนี้หลายคณะก็สอบกันวันสุดท้าย แน่นอนว่าคืนวันศุกร์ร้านเหล้าก็ต้องแน่นมากเป็นพิเศษ

 

(คลายเครียดไงแก เดี๋ยวฉันโทรหาอีกที แค่นี้นะ บาย!) ยังไม่ทันจะได้ตอบอะไรกลับปลายสายก็ชิงตัดไปดื้อๆ ฮยอนบีหัวเราะเล็กน้อยกับความบ้าบอของเพื่อนตัวเองก่อนจะเก็บมือถือใส่กระเป๋า พอเงยหน้าขึ้นมาก็สะดุดกับป้ายโฆษณาหน้าร้านอะไรสักอย่าง เพ่งพินิจมองมันอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะคลี่ยิ้มแล้วเดินเข้าร้าน

 

ไหนๆ วันนี้ก็จะออกไปสังสรรค์แล้วแถมคริสตัลยังบอกให้แต่งตัวสวยๆ อีก

 

แบบนี้ต้องจัดเต็ม

 

 

 

 

 

 

 

 

ชัลยู ทางนี้โว้ยเจ้าของใบหน้าสวยหันไปตามเสียงเรียกก่อนจะเห็นผู้ชายผิวคล้ำกำลังโบกไม้โบกมือให้อยู่ตรงในสุดของร้าน หญิงสาวเดินก้าวเข้าไปหาอย่างไม่เร่งรีบ ระหว่างทางก็ถูกสายตาของคนอื่นมองมาเป็นระยะๆ ก็จะไม่ให้มองได้ยังไงวันนี้ชัลยูแต่งตัวมาได้น่ามองสุดๆ

 

ผมยาวสีดำถูกปล่อยสยายลงกลางหลัง เสื้อยืดคอกลมสีขาวถูกสวมคลุมทับด้วยเสื้อยีนส์ตัวหนา กางเกงสกินนี่สีเข้มที่อวดเรียวขาสวยรวมถึงรองเท้าผ้าใบสีขาวคาดดำที่กำลังเป็นที่นิยมอยู่ เป็นสไตล์การแต่งตัวที่โคตรจะธรรมดาแต่เมื่ออยู่บนร่างของชัลยูแล้วกลับน่าจับตามองเป็นบ้า

 

คนอะไร เท่ชิบหาย

 

โหย กว่าจะมาถึงนะแม่คุณ สางผมทีละเส้นอยู่รึไงจ๊ะคิมจงอินเอ่ยแซวเพื่อนสาวคนสวยในคณะอย่างไม่กลัวตาย พอเหล้าเข้าปากก็ทำให้กล้าพูดกล้าทำขึ้นมาซะดื้อๆ ชัลยูหรี่ตามองเพื่อนผิวคล้ำของตนก่อนจะส่ายหน้าไปมากับปากของมัน

 

เพื่อนเล่นไง

 

โอ้วววววววววว ไอ้จงอิน เดี๋ยวมึงโดนๆ เพื่อนคนอื่นๆ ต่างพากันลากไอ้จงอินให้นั่งลงเพราะตอนนี้หมอนั่นกำลังจะอ้าปากพูดอะไรสักอย่าง ส่วนคนที่มาก่อนหน้าก็กวักมือให้ชัลยูนั่งลงในที่ที่เตรียมให้

 

ตอนนี้เวลาเกือบสองทุ่มนิดๆ ชัลยูเพิ่งออกมาจากหอเพราะมัวแต่นั่งดูแคสเกมจนเพลิน รู้ตัวอีกทีก็ตอนที่จงอินโทรตามให้ออกมาร้านเหล้านั่นแหละ ก็ไม่ได้อยากจะออกมาเลยสักนิดถ้าไม่ติดว่าเหล้าฟรี ชัลยูก็จะไม่ไปไหน

 

เปล่าขี้งกนะ แค่รู้สึกว่าไม่อยากเสียเงินกับของแบบนี้

 

แค่นี้คงไม่สะเทือนกระเป๋าตังค์ของคนอย่างคิมจงอินที่คิดจะเลี้ยงเหล้าเพื่อนก็เลี้ยงได้สบายๆ คิมจงอินเป็นผู้ชายมีเสน่ห์ ผิวติดคล้ำนิดๆ ตามประสาผู้ชายเล่นกีฬา  ทั้งรูปร่างและหน้าตา รวมถึงสมองและฐานะก็เข้าขั้นดี  ถ้าไม่มองเรื่องความปากเสียขี้แซวของจงอิน โดยรวมก็ถือว่าเป็นผู้ชายที่น่าคบหาพอสมควร

 

หมดไปกี่ขวดแล้ววะ

 

ยังเลยครับเพ่ รอคุณเธอมาเปิดอยู่เนี่ย เอ้าๆ ชงให้คนสวยหน่อยเว้ยเพื่อนผู้ชายอีกคนหันไปสั่งคนนั่งใกล้กับขวดเหล้าและมิกเซอร์แต่ไม่ทันที่จะได้หยิบจับอะไรสาวเชียร์เบียร์ก็เดินเข้ามาจัดการให้ซะก่อน หญิงสาวเจอแซวเล็กแซวน้อยจากพวกผู้ชายแต่ดูท่าเธอคงจะชินกับคำพูดเหล่านั้นแล้วพูดคุยกันเองอย่างเป็นธรรมชาติ

 

แก้วเหล้าใบไม่เล็กมากถูกยื่นมาพร้อมหน้าพร้อมกับดวงตาที่แต่งแต้มไปด้วยเครื่องสำอางแถมยังยิ้มหวานให้อีกต่างหาก ชัลยูเงยหน้าขึ้นเล็กน้อยก่อนจะยิ้มรับแล้วเอื้อมมือไปหยิบแก้วเหล้ามาจิบ แค่ชั่วครู่ที่จ้องตากันก็ทำเอาพวกชายฉกรรจ์โห่ร้อง

 

โว้ย กูเบื่อ กูไม่เข้าใจ ทั้งๆ ที่กูเป็นผู้ชาย แต่ทำไมผู้หญิงถึงสนใจชัลยูมากกว่ากูวะซึงยูนพูดขึ้นพร้อมกับทำหน้าเหวี่ยงไปมาทำเอาคนที่อยู่รอบข้างหัวเราะ

 

ดูเบ้าหน้ามึงด้วย ตาตี่ชิบหาย ลืมตาบ้างเหอะ

 

ถ้ากูตาโตแล้วสาวจะสนใจกูรึไงวะ

 

ไม่

 

ไอ้เพื่อนเวรเอ้ยซึงยูนด่าคนที่กำลังหัวเราะ แต่ก็ต้องยอมรับจริงๆ ว่าผู้หญิงในคณะเขาแมนมาก มีอย่างที่ไหนที่ผู้ชายจะชมผู้หญิงว่า เห้ย แม่งเท่โคตร เชี่ยเอ้ย คนอะไรเท่ชิบหาย สาบานได้ว่าเกิดมาเขาว่าตัวเองแมนแล้ว แต่พอเจอชัลยูเข้าไปความแมนของกูอยู่ที่ไหน

 

พอเลย เงียบปาก นั่งลงแล้วกินซะจงอินรำคาญเสียงของซึงยูนที่โวยวายไม่เลิกเลยหยิบแก้วยัดใส่มือเพื่อนตัวเองทันที พอทุกอย่างเริ่มเข้าที่เข้าทางบทสนทนาการพูดคุยจึงเริ่มขึ้นอย่างงออกรส ไม่ว่าจะเป็นเรื่องข้อสอบ เรื่องโปรเจกต์ หรือว่าเรื่องสาวๆ ของเหล่าชายฉกรรจ์ที่โหยหาความสวยงามทางสรีระของอิสตรี

 

นี่ กูบอกเลยนะว่าถ้าหาสวยไม่ได้เท่าชัลยู มึงไม่ต้องมีเมียหรอกมิโนพูดในขณะที่ลดแก้วเหล้าลงจากริมฝีปาก จากเมื่อครู่ที่เพิ่งฟังเพื่อนพูดเรื่องสาวๆ เขาก็เลยพูดแทรกขึ้น

 

เชี่ยเอ้ย ถ้ารอสวยแบบชัลยูกูไม่นอนกำเป้าคนเดียวไปทั้งชีวิตรึไงซึงยูนหันมาพูดใส่มิโนซึ่งคนฟังก็ต่างพากันหัวเราะกันอย่างสะใจ

 

โหย มึงพูดอะไรเกรงใจผัวคณะบ้าง มันยังนั่งอยู่ตรงนี้โว้ยจงอินพูดแทรกขึ้นพร้อมกับส่งแก้วให้เพื่อนอีกคนชงเหล้าให้ เมื่อกี้เหมือนเห็นสาวเชียร์เบียร์แวบๆ แต่หายไปไหนแล้วก็ไม่รู้ ไวชิบหาย

 

มึงพูดกันขนาดนี้แล้วไม่ต้องเกรงใจกูก็ได้มั้งหญิงสาวคนเดียวของคณะหรือที่ถูกขนานนามว่าผัวคณะพูดขึ้นพร้อมกับกลั้วหัวเราะไปด้วย โคลงแก้วในมือไปมาก่อนจะยกจิบนิดหน่อยพอให้หายคอแห้ง เป็นภาพที่เพื่อนในโต๊ะเห็นจนชินตาแต่ทว่าคนที่อยู่รอบโต๊ะเนี่ยสิ ..

 

แม่ง ..

 

ระดับนี้กูไม่เกรงใจละ ชัลยู เมื่อไหร่จะมีผู้ชายมาจีบซะทีวะ นี่เฝ้ารอวันที่มึงจะมีแฟนมากเลยซึงยูนพูดทำเอาเพื่อนที่นั่งฟังหันมามองหน้ามันด้วยความตกใจ

 

มึงเฝ้ารออะไรห้ะ อยากเพื่อนมีคนมาจีบ แต่ไอ้หน้าไหนมันขวางเพื่อน ฮ่าๆๆ เชี่ยเอ้ย ใครมาจีบก็ได้ขัดขวางเขาหมด จะมาให้ชัลยูมีแฟน ไปหาแฟนตัวเองให้ได้ก่อนเถอะมิโนพูดพร้อมกับผลักหัวเพื่อนตาตี่จนเซไปด้านหลัง คนโดนผลักก็หันมาตวัดสีหน้าใส่ก่อนจะยกแก้วเหล้าจิบ

 

ก็จริงอย่างที่มิโนว่า ใช่ว่าชัลยูจะไม่มีผู้ชายมาจีบ แถมแต่ละคนที่มาจีบก็มีแต่คนหล่อๆ รวยๆ ทั้งนั้น เจ้าตัวก็ดูเหมือนจะไม่ได้อะไรกับคนพวกนั้นเท่าไหร่ เขาชวนไปไหนก็ไป แต่ทุกคนก็หายหน้าหายกันไปเรื่อยๆ คนที่รู้จักชัลยูดีก็จะเข้าใจว่าทำไมผู้ชายพวกนั้นถึงไม่จีบสาวสวยคนนี้ต่อ

 

ทำตัวให้แมนกว่าชัลยูก่อนเถอะค่อยมาจีบ

 

หัวข้อสนทนาถูกเปลี่ยนไปเรื่อยตามประสาคนกึ่มๆ ควันบุหรี่ลอยคละคลุ้งอยู่ในอากาศเพราะไอ้พวกเพื่อนผู้ชายต่างพากันดูดคนละมวน แถมกลางโต๊ะยังเตาบารากุให้พวกมันไอ้เสพสมกันจนตาเยิ้มกันไปข้าง

 

แล้วนี่แอมเบอร์ไปไหน ยังไม่เห็นหน้ามันเลยซึงยูนถามขึ้น

 

ไปรับแฟนมั้ง เดี๋ยวก็มา ตะกี้มันไลน์มาหากูอยู่

 

โห นี่ก็ทำตัวหน้าหมั่นไส้อีกคน มาแดกเหล้ากับเพื่อนฝูงทั้งทียังจะกล้าพาแฟนมาด้วยอีกหรอ

 

ถ้ามึงอยากรู้ว่าทำไมมันต้องพามาด้วย มึงลองเอาคริสตัลเป็นแฟนดูดิเดี๋ยวรู้เลยพอจงอินพูดจบคนอื่นก็หัวเราะกันครื้นแถมยังปรบมือชอบใจกันใหญ่เพราะถูกใจคำพูดของเพื่อนผิวคล้ำ พอนึกถึงว่าแอมเบอร์มีแฟนเป็นคริสตัลต่างก็พากันเสียดายความสวยกันตามระเบียบ แต่พอรู้นิสัยของคนสวยมาเท่านั้นแหละ เป็นแฟนแอมเบอร์ต่อไปเถอะ พวกเขาขอเฝ้ามองอยู่ตรงนี้พอ

 

พูดแล้วสยองสัด แต่วันนี้คนเยอะชิบหายเลยหว่ะพูดแล้วก็หันไปมองตามที่เพื่อนบอก ตอนนี้คนเริ่มแน่นร้าน โดยเฉพาะตรงหน้าเวทีที่ดูเหมือนว่าจะมีดนตรีสดให้ได้ฟังกัน ที่จริงละแวกนี้ก็มีร้านนั่งชิวอยู่เยอะแถมวันนี้ยังเป็นวันศุกร์อีกต่างหาก จึงไม่แปลกถ้าย่านนี้จะมีคนเยอะมากกว่าปกติ

 

ยิ่งไปกว่านั้นก็คงจะเป็นสาวสวยหุ่นน่าเซี้ยะแต่ละคนที่แต่งตัวอวดทรวดทรงองเอวกันมาเต็มที่ เป็นอาหารตาชั้นดีสำหรับชายฉกรรจ์ที่ยังหาว่างและคืนนี้ก็คงต้องออกล่าเหยื่อกันสักคนสองคน

 

มึงดูคนนั้นดิ หุ่นดีชิบหายเลยจงอินหันไปสะกิดมิโนที่นั่งอยู่ข้างกันให้หันไปดูตามนิ้วที่ชี้ไป

 

ไหนวะ

 

นั่นไง ที่ยืนกับสาวผมแดงๆ อ่ะเพื่อนผิวคล้ำพยายามบอกลักษณะของผู้หญิงคนนั้นให้ฟังจนเมื่อดวงตาคมของมิโนหันไปเจอพอดีแต่ทว่าในดวงตากลับฉายแววสงสัยมาซะดื้อๆ

 

เดี๋ยวนะ คนที่ยืนข้างผมแดงอ่ะนะ ใช่คนผมสั้นสีเงินๆ นั่นป่ะ

 

นั่นแหละ มึงดูขาดิ สวยกว่าขาชัลยูอีก นี่เห็นแค่ด้านหลังนะจงอินยังคงชมคนอยู่ไกลไม่เลิกแถมยังเอาแต่จับจ้องจนมิโนหันไปมองเพื่อนด้วยความสงสัย

 

ไอ้จงอิน มึงนี่เบลอรึไงวะ มึงชมคนนั้นอ่ะนะขาสวย

 

เออ ทำไม หรือมึงจะเถียงว่าไม่สวย นี่เห็นแค่ขา ถ้าหันหน้ามากูคงใจสั่น

 

เชี่ย นั่นมันทอม

 

ห้ะ

 

นั่นหน่ะ ทอม

 

“...”

 

ทอม

 

จริงดิ

  

เออ นี่มึงแยกไม่ออกหรอวะพอพูดจบเพื่อนทุกคนก็ต่างพากันหัวเราะรวมถึงชัลยูเองก็ด้วย ลองมาเห็นสีหน้าของจงอินตอนนี้ดูสิ ใครเห็นก็ต้องขำออกมา และดูเหมือนว่าเจ้าตัวจะกระจ่างทันทีเมื่อสาวผมเงินที่มันว่านั่นหันหน้ามาแล้วยิ้มร้ายใส่หญิงสาวข้างๆ

 

โคตรทอมเลยแม่งเอ้ย

 

ฮ่าๆๆๆ เกือบลุกไปจีบทอมแล้วไหมละมึงมิโนตบหัวจงอินแล้วหยิบบุหรี่มาดูดอีกครั้ง ส่วนคนหน้าแตกยับเองก็หยิบแก้วเหล้ามาดื่มเพื่อเยียวยาแผลใจ ใครจะไปมองออกว่านั่นเป็นทอม นึกว่าจะเป็นแค่สาวมั่นที่ชอบตัดผมสั้นแล้วทำสีจี๊ดๆ เหมือนเพื่อนของคริสตัล แถมอีกอย่างหุ่นแม่งก็โคตรวิคตอเรียซีเคร็ท ขางี้ เอวงี้ นี่ขนาดอีกฝ่ายใส่เชิ้ตขาวพอดีตัวกับสกินนี่สีอ่อน แม่งเอ้ย

 

อยากจะเปลี่ยนทอมให้เป็นเธอจริงๆ

 

...

 



ในระหว่างที่ต่างคนต่างพากันขำกับอาการหน้าแหกของเพื่อนอยู่ เสียงเทสกีตาร์ก็ดังขึ้นอีกครั้งเรียกสายตาของหลายคู่ให้หันไปมอง ดูเหมือนว่าอีกไม่กี่นาทีข้างหน้าก็จะมีการร้องเพลงเกิดขึ้นทำเอาคนที่นั่งอยู่ในโต๊ะเริ่มหันไปมองอย่างสนใจ แต่ทว่าเสียงบางอย่างก็เรียกทำเอาคนทั้งโต๊ะหันไปมอง

 

ไงพวกมึงเป็นแอมเบอร์ที่เดินเข้ามาทักพร้อมกับโบกหัวเพื่อนผู้ชายที่นั่งอยู่ในโต๊ะ คนที่นั่งรออยู่ก่อนหน้าก็โห่ร้องว่าทำไมมาช้ากันจังวะ นี่กินกันหมดไปกลมใหญ่แล้ว เจ้าตัวไม่ได้ตอบอะไรนอกจากผินมองไปทางด้านหลังก่อนจะเห็นคริสตัลคนสวยกำลังเดินเข้ามาแถมยังยกมือกรีดนิ้วทักทายเหล่าเพื่อนชายของแฟนตัวเอง

 

ไปโมหน้ามาอยู่รึไง ช้าชิบหาย จงอินเอ่ยแซวคริสตัลเพราะหมั่นไส้กับความมาช้าของสองผัวเมียนี่

 

เรื่องของกู ไม่เสือกค่ะคริสตัลกรีดยิ้มสวยให้จงอินก่อนจะเดินเข้ามานั่ง แต่สิ่งที่ทำให้ชัลยูตกใจก็คงจะไม่ใช่การแต่งตัวของคริสตัลเพราะเจ้าหล่อนสวมเสื้อแขนกุดกับกระโปรงสั้นเอวสูงเป็นปกติ

 

แต่ตกใจกับใครอีกคนที่ตามหลังมาด้วยต่างหาก

 

อ่าว นี่พาใครมาด้วยเนี่ยซึงยูนเองก็เห็นเหมือนกันว่ามีคนสาวแปลกหน้าเข้ามาร่วมโต๊ะด้วย แถมยังไม่เคยเห็นหน้าเห็นตากันมาก่อน คริสตัลหันไปมองหน้าเพื่อนตัวเล็กที่พามาด้วยก่อนจะหันกลับไปมองกลุ่มเพื่อนผู้ชายแบบงงๆ

 

อะไร นี่ลืมเพื่อนฉันแล้วรึไง? ก็คนที่พาไปส่งข้าวที่ตึกไงจำไม่ได้หรอ

 

คนนั้นผมสีทองๆ หน่อยไม่ใช่ไงวะ..” เสียงของซึงยูนเริ่มแผ่วลงพร้อมกับมองหน้าคนที่มาใหม่ ส่วนคนอื่นๆ ก็ไม่อยากจะเชื่อสายตาว่าเพื่อนตัวเล็กที่คริสตัลพาไปด้วยวันนั้นจะคือคนเดียวกันกับที่มานั่งอยู่ตรงนี้

 

เออ คนเดียวกัน ลืมแนะนำเลย นี่ฮยอนบี เพื่อนฉันเองเมื่อแนะตัวกันเสร็จสรรพเจ้าของชื่อก็ยิ้มให้คนในโต๊ะอย่างมีมารยาท ความจริงก็เคยเห็นหน้ามาบ้างแล้วโดยเฉพาะคิมจงอินที่มองหน้าเธอจนต้องเบือนหน้าหนีไปทางอื่น ส่วนคนตรงนู้นก็คือคนที่เอ่ยแซวตอนที่ทำน้ำหก

 

ส่วนคนตรงนั้น..

 

 

ชัลยู

 



 

ฮยอนบีมองสาววิศวะที่นั่งอยู่ไม่ไกลกันเท่าไหร่ แถมอีกฝ่ายก็เหมือนจะดูงงๆ ว่าทำไมเธอถึงมาอยู่ที่นี่ ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านั้นเพิ่งคุยกันในไลน์ว่ากำลังจะไปหาอะไรกินข้างนอก แต่ไม่คิดว่าจะมาเจอกันที่นี่ เมื่อแนะนำตัวกันเสร็จแล้วจึงแยกกันไปนั่งตามที่ที่มันว่าอยู่ และแน่นอนว่าฮยอนบีก็ถูกคริสตัลชี้ให้ไปนั่งที่ข้างๆ ชัลยูเพราะมันยังว่างอยู่

 

คนตัวเล็กเองก็เผลอสบตามองกับดวงตากลมสวยนั่นก่อนจะเดินเข้าไปนั่งข้างๆ  เพื่อนในกลุ่มจึงถามว่ารับเครื่องดื่มแบบไหนดี คนตัวเล็กตอบไป ไม่นานนักแก้วเหล้าก็ถูกนำมาวางไว้ข้างหน้าเสร็จสรรพ หญิงสาวจึงหันไปยิ้มให้กับเพื่อนผู้ชายที่ช่วยดูแลเรื่องเครื่องดื่มให้ ส่วนคนเห็นเองก็ใจเผลอเต้นไปกับรอยยิ้มน่ารักนั่นจนต้องหันหน้าหนีซ่อนความเขินอาย

 

ชัลยูยังคงเอาแต่จ้องฮยอนบีไม่เลิกเพราะว่าคนตัวเล็กดูแปลกตาไปมาก ไม่ว่าจะเป็นการแต่งตัวที่สวมเสื้อครอปแขนยาวสีน้ำเงินตัวและกางเกงยีนส์ขาสั้นสีเข้มเอวสูงอวดเรียวขาขาวให้คนที่เดินผ่านไปมามองตามกันจนคอแถบเคล็ด ใบหน้าถูกแต่งแต้มไปด้วยเครื่องสำอางที่ทำให้ใบหน้าดูโดดเด่นและน่ามอง รวมถึงสีผมใหม่ที่ทำให้ใบหน้าของฮยอนบีดูดีขึ้นมากกว่าเดิม

 

มาได้ไงชัลยูถามออกมาด้วยความสงสัย ความจริงก็ไม่แปลกใจหรอกว่าฮยอนบีจะมาด้วยแต่ทว่ารูปลักษณ์ใหม่ของอีกคนทำเอาหญิงสาวไม่รู้จะเริ่มต้นด้วยคำถามอะไรก่อนดี

 

คริสตัลลากมาอ่ะปากบางสีเชอรี่เบะออกเล็กน้อยก่อนจะยกแก้วน้ำมาจิบเล็กน้อยแล้วส่งยิ้มให้เพื่อนผู้ชายตรงข้าม ชัลยูเองที่นั่งอยู่ข้างๆ ก็หันไปชำเลืองมองเล็กน้อยก่อนจะหันมาหาคนข้างๆ ตัวอีกครั้ง

 

คิดไงเปลี่ยนสีผมเนี่ยร่างโปร่งถามพร้อมกับจับจ้องสีผมใหม่ของฮยอนบี ถึงแม้ว่าจะดูไม่ออกว่ามันเป็นสีอะไรเพราะไฟในร้านมันมือสลัวแถมยังมีไฟม่วงๆ แดงๆ จนทำให้สีผมของฮยอนบีกลายเป็นสีเข้มๆ หน่อย

 

เมื่อเพื่อนข้างห้องถามฮยอนบีก็จับปลายผมตัวเองขึ้นมาดูก่อนจะมองหน้าชัลยูสีนี้ไม่สวยหรอถามหน่ะไม่เท่าไหร่ จ้องตาทำไมนี่ก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน ริมฝีปากบางขบกันเล็กน้อยเพราะเริ่มไม่มั่นใจที่ชัลยูทักเรื่องสีผม

 

 เธออุตส่าห์เข้าร้านยอมเสียเงินไปเยอะเพื่อสีผมใหม่ที่ไม่ต่างจากสีเก่าเท่าไหร่ ใจจริงก็อยากจะทำสีดำไม่ก็สีน้ำตาลเข้มๆ ไปเลยแต่พอนึกแล้วก็อดคิดถึงสีนี้ไม่ได้จึงลงแค่สีบลอนด์เข้มทับให้มันเข้มขึ้นกว่าเดิมนิดนึง ไม่ได้สว่างจ้าเหมือนตอนแรก

 

เปล่าชัลยูตอบก่อนจะหยิบแก้วขึ้นมาดื่มบ้างแต่สายตายังคงจับจ้องใบหน้าเนียนของคนข้างๆ อยู่ “สวยดี

 

“...” พอจบคำพูดของสาววิศวะ จู่ๆ ฮยอนบีก็รู้สึกร้อนหน้าขึ้นมาอีกครั้งแถมการพูดคุยครั้งนี้ก็ต้องอาศัยการโน้มหน้าเข้าหากันเล็กน้อยเพื่อที่จะฟังเสียงของคนข้างๆ เพราะเพลงในร้านมันดังเกินไปจนทำให้ได้ยินอีกฝ่ายไม่ชัด แต่เมื่อใกล้ก็ต้องเจอกับสายตาสวยของชัลยู

 

ฮยอนบีก็อยากจะกลั้นใจตายไปทันทีเลย

 

หู้ย เกรงใจทางนี้บ้างลูกเพ่คิมจงอินที่เห็นว่าระยะห่างของสองสาวนั้นเริ่มน้อยลงเรื่อยๆ จึงโพล่งออกไปแบบไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย ทำเอาสายตาของผัวคณะหันมามองด้วยความไม่พอใจเล็กน้อยก่อนจะตามด้วยรอยยิ้มของฮยอนบีที่ไม่รู้เรื่องอะไร

 

นี่ถามจริงไปสนิทกันได้ไงเนี่ยคริสตัลเองก็สงสัยกับความสนิทสนมของสองคนนี้ จะว่าไปก็ไม่เคยถามจริงๆ จังๆ สักที รู้แค่ว่าอยู่ห้องข้างกันแต่ก็ไม่คิดว่าจะตามไปรับไปส่งกันถึงคณะทุกวันแบบนี้ วันดีคืนดีชัลยูก็จะมารอหน้าคณะแถมยังพาไปกินร้านเค้กที่เปิดใหม่บ้าง หรือบางทีก็พาไปเดินเที่ยวตลาดหลังมอ

 

คริสตัลเองก็ไม่ได้อยากจะละลาบละล้วงอะไรให้เพื่อนสาวตัวเองให้มาก เพราะรู้ว่าฮยอนบีไม่ค่อยมีเพื่อนสนิทเท่าไหร่ แต่การที่มาสนิทกับชัลยูสาวคณะวิศวะนี่มันก็แปลกๆ อยู่ จะสนิทกันเพราะแค่อยู่ห้องข้างกันเนี่ยนะ

 

มันจะเป็นไปได้หรอ

 

 

ฉันก็บอกแกไปแล้วนี่ว่าอยู่ข้างห้องกันฮยอนบีตอบคำถามคริสตัลที่นั่งอยู่เยื้องไปหน่อย

 

อยู่ห้องข้างกันแล้วจำเป็นต้องไปรับไปส่งทุกวันขนาดนี้ไหมละ แหมว่าแล้วก็เอ่ยแซวเพื่อนตัวเองซะหน่อย และดูเหมือนว่าคนถูกแซวจะทำหน้าตาเหรอหราหันไปมองชัลยูเล็กน้อยก่อนจะหัวเราะออกมา

 

แปลกยังไง ก็อยู่ห้องข้างกัน กลับด้วยกันมันไม่แปลกเลยสักนิดคนตัวเล็กว่าใช่ไหมชัลยู

 

อือพอเจอคนข้างๆ หันมาขอความคิดเห็น คนสวยของวิศวะจึงยิ้มตอบไปตามความจริง เพราะมันก็เป็นอย่างที่ฮยอนบีว่า พวกเธอสนิทกันเพราะอยู่ห้องข้างกันแถมยังไปเรียนก็ไปพร้อมกัน กลับพร้อมกัน มันไม่ใช่เรื่องน่าแปลกเลยสักนิด

 

ใช่เรอะ แค่นั้นแน่เรอะคริสตัลหรี่ตามองพวกเธอทั้งคู่อย่างสงสัยแถมยังยกยิ้มกะลิ้มกะเหลี่ยอีกต่างหาก ไม่ให้คิดก็บ้าแล้ว ผู้หญิงอย่างคริสตัลทำไมจะดูความสัมพันธ์ของสองคนนี้ไม่ออก อยู่ที่ว่าเจ้าตัวจะเอายังไง แถมดูท่าจะไม่ใช่แค่เพื่อนข้างห้องกันแน่ๆ

 

อะไรของแกห้ะ ไม่คุยด้วยแล้วฮยอนบีว่าก่อนจะมุ่ยหน้าใส่เพื่อนตัวเองแล้วหยิบแก้วตัวเองขึ้นมาดื่ม ส่วนคริสตัลเมื่อเห็นว่ายิ่งแซวฮยอนบีคนตัวเล็กก็ยิ่งเบือนหน้าหนีซ่อนความอายทำเอาหญิงสาวหัวเราะร่วนอย่างสะใจจนแอมเบอร์ต้องคอยปรามว่าอย่าแกล้งเพื่อน กลายเป็นว่าบทสนทนาในกลุ่มกลายเป็นเรื่องสัพเพเหระไปทั่ว บ้างก็หันไปนั่งฟังเพลงแล้วก็ปรบมือตอนท้ายเพลง

 

ยิ่งดึกคนก็ยิ่งเยอะขึ้นเรื่อยๆ ภายในตัวร้านไม่ได้ใหญ่อะไรมากแต่ดูท่าทุกโต๊ะจะถูกจับจองหมดแล้ว แก้วของฮยอนบีเติมไปแล้วสองครั้งรวมถึงชัลยูเองก็ด้วย  หญิงสาวไม่ได้ดื่มเยอะเพราะว่าขับรถมาเองแถมยังกลัวอีกว่าถ้าฮยอนบีเมาเธอก็อาจจะต้องพาเพื่อนข้างห้องไปส่งให้ถึงที่

 

เห้ยชัลยู โต๊ะพูลว่างละ เล่นไหม?” มิโนตะโกนถามเพื่อนคนสวยก่อนจะได้คำตอบเป็นการพยักหน้ารับ ฮยอนบีที่หันไปคุยกับเพื่อนของชัลยูที่ชื่อว่าคยองซูก็ละสายตาหันมองตามร่างโปร่งของอีกคนที่เดินไปนู่นแล้ว

 

หืม ชัลยูเล่นเป็นด้วยหรอคิ้วสวยขมวดเข้าหากัน หันไปถามคยองซูที่นั่งอยู่ข้างๆ จากเมื่อครู่ที่ได้นั่งคุยกับปรากฏว่านิสัยของผู้ชายคนนี้น่ารักมากแถมยังคุยง่ายอีกต่างหาก

 

ขั้นเซียนเถอะ เกิดมานี่กำไม้คิวออกมาด้วยเลยพอพูดจบทั้งโต๊ะก็หัวเราะกับประโยคของคยองซู แต่ก็คงจริงอย่างที่หมอนั่นว่าเพราะตอนนี้ร่างโปร่งของชัลยูกำลังขัดหัวไม้คิวอยู่ตรงข้างโต๊ะ แถมรอบโต๊ะก็มีแต่ผู้ชายเสียด้วย

 

หญิงสาวรูปร่างสูงโปร่งกำลังหัวเราะและพูดคุยกับผู้ชายที่ยืนรอบโต๊ะโดยที่มีสายตาของฮยอนบีจับจ้องอยู่ตลอดเวลา ไม่รู้ว่าจ้องนานแค่ไหนกว่าจะรู้ตัวอีกทีก็ถูกคริสตัลโบกไม้โบกมือผ่านหน้าไปมา

 

แหม มองตาเป็นมันเลยนะพอเห็นว่าเพื่อนตัวเล็กดึงสติกลับมาได้จึงเอ่ยแซวตามปกติ ทำเอาคนถูกแซวขมวดคิ้วกลบเกลื่อนอาการเมื่อครู่

 

ไปเรื่อยแกอ่ะ เหงารึไง ไม่มีใครคุยด้วยหรอ

 

ไอ้มีหน่ะมี แต่แกล้งแกแล้วสนุกดี ถ้าจ้องขนาดนั้นแล้วไม่ลุกขึ้นไปดูใกล้ๆ เลยล่ะจะได้เห็นชัดๆพูดแล้วก็ทำยักคิ้วหลิ่วตาใส่จนน่าหมั่นไส้ ฮยอนบีแค่นหัวเราะก่อนจะส่ายหัวปฏิเสธ ไม่ถึงกับต้องไปยืนดูใกล้ๆ หรอก

 

เพราะมองจากตรงนี้เธอก็เห็นชัลยูชัดแล้ว

 

 





ระหว่างที่โต๊ะพูลกำลังสนุกสนาน ชัลยูเองก็หัวเราะกับการแทงลูกพลาดของมิโนที่ดันไปเฉียดลูกลายของอีกฝ่ายทำอาต้องเสียฟาวล์ให้สองตา ดูเหมือนว่าเพื่อนร่างหมีจะหัวเสียเล็กน้อยเพราะดันทำลูกเสีย ครั้นถึงตาของชัลยูเองเจ้าตัวก็เดินมาประจำตำแหน่ง ตั้งไม้คิวตรงระหว่างกลางนิ้วโป้งพร้อมกับโน้มตัวตั้งท่าไปด้านหน้า ท่าทางทะมัดทะแมงนั่นสะกดสายตาคนที่อยู่รอบๆ ให้มองหญิงสาวจนเป็นตาเดียว

 

ข้อศอกง้างออกเล็กน้อยก่อนจะชักไปข้างอย่างรวดเร็วทำให้หัวไม้คิวกระทบกับลูกบอลสีขาวเด้งไปโดนลูกสี และเสียงร้องก็ดังลั่นเพราะลูกลงหลุมพอดี หญิงสาวโน้มตัวขึ้นใช้นิ้วเรียวสางผมไปด้านหลังก่อนจะยิ้มมุมปากพอใจกับผลงานของตัวเอง จนดวงตาสวยหันไปมองที่โต๊ะตัวเองแล้วก็เห็นว่าคนตัวเล็กกำลังมองเธออยู่เหมือนกัน

 

ร่างบางยกยิ้มให้ชัลยูเล็กน้อยก่อนจะยกนิ้วโป้งชูให้อีกฝ่ายแถมยังป้องปากพูดแบบไม่มีเสียงว่า

 

 

เก่งจัง

 

 

อ่า.. น่ารักชะมัด

 

 

 

 

ร่างโปร่งเมื่อถูกชมเงียบๆ ก็ยืนอมยิ้มเล็กน้อยก่อนจะถูกเพื่อนสะกิดให้หันไปเล่นต่อเพราะถึงตาแล้ว ชัลยูพยักหน้ารับก่อนจะหันไปมองฮยอนบีอีกครั้งแล้วเดินไปเข้าตำแหน่งอีกรอบ คราวนี้เหลือลูกสีอยู่แค่ไม่กี่ลูก แต่ทว่าระยะยิงนั่นมีลูกลายของฝั่งตรงข้ามอยู่ ชัลยูต้องทำสมาธิให้นิ่งเป็นพิเศษเพราะว่าเธอจะพลาดไม่ได้

 

จนเมื่อหญิงสาวใช้มืออีกข้างทัดปอยผมที่ปรกหน้าอยู่ไว้ตรงหูก่อนจะโน้มตัวลงอีกครั้งพร้อมกับวางไม่ไว้บนนิ้วโป้งเหมือนเดิม จังหวะที่ใช้สายตาจ้องปลายไม้คิวเพื่อเล็งลูกก็พลันเห็นความผิดปกติบางอย่างตรงหางตา สมาธิที่เคยตั้งไว้ก็พังครืนลงมาทันทีเมื่อดวงตากลมโตกำลังเห็นว่ามีใครบางคนที่ไม่ใช่เพื่อนของเธอเข้ามาคุยกับฮยอนบี

 

และดูเหมือนว่าจะจับจ้องอีกฝ่ายมากเกินไปจนไม่มีสมาธิ ชัลยูละสายตาจากตรงนั้นหันมามองลูกบอลตรงหน้าก่อนจะใช้ปลายไม้กระแทกเข้าอีกครั้งด้วยความรวดเร็ว คราวนี้คนที่ยืนดูอยู่ถึงกับร้องอู้วออกมาพร้อมกันเพราะเมื่อครู่ลูกที่หญิงสาวยิงไปมันเฉียดกับลูกของฝ่ายตรงข้ามอย่างน่าหวาดเสียว เรียกได้ว่าช่วงจังหวะผ่านนั้นทำเอากลั้นหายใจลุ้นจนสุดชีวิต แต่สุดท้ายลูกบอลขาวก็กระทบกับลูกสีจนแตกกระเจิงไปหมดแถมยังไม่ลงหลุมตามที่ทุกคนได้คาดหวังไว้

 

ดูเหมือนว่ารอบข้างจะร้องครางออกมาพร้อมกัน เพราะถ้าเป็นชัลยูอาจจะได้ยิงลูกสวยๆ แบบนี้ลงสักครั้ง แต่หญิงสาวกลับพลาดมันไปอย่างน่าเสียดาย ยิ่งเห็นคิ้วเรียวขมวดเข้าหากันพร้อมกับสีหน้าปนหงุดหงิดเล็กน้อย ก็ไม่มีใครกล้าปริปากพูดอะไรเพราะเมื่อไหร่ที่ชัลยูทำสีหน้าแบบนั้น นั่นก็แปลว่ากำลังมีปัญหา แล้วยิ่งตอนที่ร่างโปร่งโยนไม้คิวให้อีกฝ่าย ทุกคนก็พร้อมใจที่ยืนเงียบกริบทันที

 

ตามึงละ

 

 

 

 

 

 

 

 

ในขณะที่ดวงตาเรียวเล็กกำลังชื่นชมกับร่างโปร่งที่ยืนเล่นพูลอยู่ตรงนั้น บอกตามตรงว่าฮยอนบีแอบใจเต้นเล็กน้อยตอนที่ชัลยูโน้มตัวลงตั้งท่ายิงลูก ยิ่งตอนที่ร่างโปร่งเสยผมแล้วยกยิ้มนะ หญิงสาวก็ต้องกลั้นยิ้มกับตัวเอง อีกคนทำตัวเท่เกินไปแล้ว ให้ตายสิ

 

แต่ไม่ทันไรก็มีแรงสะกิดตรงหัวไหล่เรียกให้คนตัวเล็กหันไปมองหน้าใครบางคนที่ไม่เคยเห็นมาก่อน และแน่นอนว่าฮยอนบีไม่เคยรู้จักแน่ๆ

 

คะ?” หญิงสาวเอียงหัวถามพร้อมกับขมวดคิ้วมองเล็กน้อย พินิจมองใบหน้าของคนที่สะกิดเธอจนต้องตั้งคำถามกับตัวเองในใจว่า

 

นี่ผู้หญิงหรือผู้ชาย ..

 

 

เธอชื่ออะไรหรอคนมาใหม่ถามออกไปพร้อมกับยกยิ้มเล็กน้อย ตะกี้หันมาเห็นคนตัวเล็กกำลังนั่งยิ้มอยู่ก็เหมือนมีศรรักปักอกเข้าอย่างจังจนอยู่เฉยไม่ได้ ถ้าคืนนี้ไม่ได้รู้ชื่อหรือไม่ได้เบอร์ของอีกฝ่าย

 

 โอเซฮุนคนนี้คงนอนไม่หลับแน่

 

ห้ะ?” ฮยอนบีร้องถามเสียงหลง เพราะฟังเมื่อครู่ฟังไม่รู้เรื่อง เป็นช่วงจังหวะที่เพลงจบพอดีแล้วผู้คนก็ร้องเฮปิดท้าย

 

เซฮุนที่เห็นว่าคนตัวเล็กไม่ได้ยินประโยคเมื่อครู่จึงถือวิสาสะโน้มหน้าเข้ามาใกล้ใบหน้าเนียนของอีกฝ่าย

 

เราถามว่า เธอชื่ออะไรคำถามเดิมถูกถามออกไปอีกครั้ง คนฟังกระพริบตามองเจ้าของผมสีเงินตรงหน้าด้วยความแปลกใจเล็กน้อย

 

อ่า.. ฮยอนบีเพราะคิดว่าแค่ถามชื่อจึงไม่เสียหายที่จะบอกอีกฝ่ายไป แต่ดูเหมือนว่าคนตรงหน้าจะไม่จบแค่นั้น

 

ฮยอนบีหรอ เราชื่อเซฮุนนะเจ้าของชื่อเซฮุนโน้มหน้าเข้ามาใกล้อีกครั้ง ทั้งยังจ้องตาแล้วก็ยกยิ้มที่มุมปากให้อีก อ่า.. พออยู่ใกล้แล้วถึงได้สังเกตว่าคนตรงหน้าผิวเนียนชะมัด

 

อ่อ .. เซฮุน

 

เธอจะว่าอะไรไหมถ้าเราอยากรู้จัก.. ขอไลน์หน่อยได้ไหมโอเซฮุนจัดการถามออกไปตามตรงโดยไม่คิดอะไร ก็แน่ละ จะอ้อมไปทำไมในเมื่อปลายทางก็เหมือนกัน

 

ห้ะ? ชอบคนเสื้อลาย? คนไหนอ่ะคนตัวเล็กร้องเสียงหลงอีกครั้งทั้งยังทำหน้านิ่วหันมองซ้ายมองขวาเพื่อดูว่าใครใส่เสื้อลายมาบ้าง อ่ะ นั่นไง คิมจงอินใส่เสื้อลายมาคนนั้นหรอ? ชื่อจงอินอ่ะ

 

ไม่ใช่ เราขอไลน์เธอ ไม่ได้ถามชื่อคนนั้นตอนนี้เจ้าของผมเงินรู้สึกปวดศีรษะเล็กน้อยกับการสนทนาที่ไม่ค่อยรู้เรื่องเท่าไหร่ ถามอะไรไปเจ้าตัวก็เอาแต่พูดถึงผู้ชายตัวดำคนนั้น นี่แกล้งหรือของจริงวะเนี่ย

 

จะเอาไลน์คนเสื้อลาย? อ่อ จงอิน!! มีคนขอไลน์หน่ะและดูเหมือนว่าคนตัวเล็กจะไม่เข้าใจจุดประสงค์ของโอเซฮุนเลยสักนิด เพราะเจ้าหล่อนหันไปตะโกนเรียกผู้ชายผิวคล้ำคนนั้นให้หันมามองแถมยังกวักมือเรียกอีกต่างหาก

 

ว่าไงจงอินเลิกคิ้วมองอย่างสงสัยเพราะตอนนี้เห็นฮยอนบีกำลังนั่งมองเขาแถมยังส่งสายตาอะไรบางอย่างมาให้ที่เขาเองก็ไม่เข้าใจนัก ถัดไปหน่อยก็เห็นร่างผอมบางผมสั้นสีเงินที่ยืนอยู่ด้านหลังฮยอนบี

 

เซฮุนจะขอไลน์จงอินอ่ะ

 

เซฮุน?”

 

นี่ไง ชื่อเซฮุน เขาบอกว่าอยากได้ไลน์จงอินพอฮยอนบีพูดจบ คิ้วเข้มก็ขมวดเข้าหากันอย่างสงสัย เลื่อนสายตาหันไปมองหน้าอีกคนที่กำลังทำหน้าตาบอกบุญไม่รับสุดๆ อีกต่างหาก

 

ขอไลน์ผมหรอจงอินไม่รู้จะใช้สรรพนามเรียกคนตรงหน้าว่ายังไงดี ยิ่งเพื่อนบอกมาอีกว่าไอ้คนที่เขาชมหุ่นเหมือนวิคตอเรียซีเคร็ทดันเป็นทอมเนี่ยสิ ยิ่งพอได้เห็นหน้าใกล้ๆ ก็อยากจะอุทานออกมาว่า อิเชี่ย หน้าสวยชิบหาย แต่พอเห็นสายตาที่ไม่พอใจนั่นก็ต้องเงียบปากไว้เหมือนเดิม

 

เราขอไลน์ฮยอนบี ไม่ได้ขอไลน์นายเซฮุนอยากจะตบหน้าผากตัวเองกับความซื่อของฮยอนบี เสียงดนตรีก็ไม่ได้ดังมากแต่ทำไมคนตัวเล็กถึงเฉไฉจนลากไอ้ดำนี่เข้าร่วมวงสนทนาด้วยก็ไม่รู้

 

พอจงอินได้ยินก็หันหน้ามองฮยอนบีเล็กน้อยฮยอนบีหมอนี่ขอไลน์เธอต่างหาก ไม่ใช่เราจงอินอธิบายให้ร่างบางตรงหน้าฟัง ถึงจะแอบเสียดายที่คนผมเงินนั่นไม่ได้ขอไลน์เขาก็เถอะ สุดท้ายก็ต้องข่มตัวเองแล้วท่องในใจว่า

 

นั่นทอมนะจงอิน นั่นทอม ..

 

 

อ่าว ขอไลน์เราหรอฮยอนบีทำหน้าตาเหรอหราหันไปมองเซฮุนก่อนจะยิ้มแหยให้กับอาการหน้าแตกของตน พอเห็นว่าคนตัวเล็กเริ่มเข้าใจถึงการมาของตัวเองแล้วจึงคลี่ยิ้มโชว์เขี้ยวสวยให้อีกคนซะเลย

 

ใช่ ขอได้ไหม เราอยากรู้จักอ่ะ

 

อ่า.. ก็ได้และดูเหมือนว่าเหยื่อจะติดกับเข้าให้แล้ว เซฮุนจึงยื่นโทรศัพท์เครื่องบางของตนให้คนตัวเล็กรับไปพิมพ์ไอดีก่อนจะส่งคืนให้ เจ้าของชื่อไลน์ yellowB กับดิสหมวกสีเหลืองทำเอาคนผมเงินอมยิ้มเล็กน้อยกับความสำเร็จ

 

ฮยอนบีที่เห็นว่าอีกฝ่ายกำลังยิ้มอยู่กับจอมือถือก็เลยละสายตาไปมองคนที่ยังยืนอยู่ตรงโต๊ะพูล ชัลยูยังคงตั้งท่าแทงพูลอยู่ไม่เลิกแถมยังทำหน้านิ่วคิ้วขมวดเหมือนหงุดหงิดอะไรบางอย่าง จนในระหว่างที่หญิงสาวกำลังรอคิวต่อไป ในฝ่ามือของอีกฝ่ายก็ถูกยกขึ้นมาจรดริมฝีปากพร้อมกันแท่งเล็กสีขาวนั่นก่อนที่สายตาสวยของชัลยูจะหันมามอง กลายเป็นจังหวะที่เราทั้งคู่สบตากันนิ่ง

 

...

 

นี่ ฮยอนบีร่างบางสะดุ้งเล็กน้อยที่คนข้างๆ สะกิดอีกครั้ง ฮยอนบีหันไปมองก่อนจะเลิกคิ้วเป็นเชิงสงสัย

 

เราแอดไลน์ไปแล้วนะเซฮุนว่าก่อนจะยื่นหน้าจอให้ดูว่าได้เพิ่มคนตัวเล็กเป็นเพื่อนแล้ว ฮยอนบีจึงพนักหน้าเล็กน้อยก่อนจะส่งยิ้มให้

 

ฮยอนบีเจ้าของชื่อเลิกคิ้วมองเซฮุนอีกครั้ง

 

มีแฟนยังอ่ะ

 

ห้ะ?”

 

เราถามว่าเธอมีแฟนรึยังครั้งนี้เซฮุนจะไม่ยอมให้คนตัวเล็กทำเนียนกลบเกลื่อนไม่ได้ยินคำถามเมื่อครู่ โน้มใบหน้าเข้าใกล้แถมยังกระซิบข้างหูจนคนฟังต้องเบี่ยงศีรษะออกเล็กน้อย

 

และคำถามนั่นก็ทำเอาฮยอนบีเริ่มจะไม่แน่ใจแล้วว่าคนตรงหน้าต้องการที่จะรู้จักเธอเฉยๆ หรือเพื่อจุดประสงค์อื่น ความจริงแล้วเซฮุนเป็นคนหน้าตาดี ตาคมสวย จมูกเรียวได้รูป ริมฝีปากบางเล็กสีสด ทรงผมสีเงินที่ตัดรับเข้ากับโครงหน้าเรียวยาวและผิวพรรณของอีกฝ่ายที่ดีมากจนน่าอิจฉา

 

ฮยอนบีไม่ได้นึกรังเกียจที่คนตรงหน้าอยากจะรู้จัก แถมยังเป็นถึงสาวหล่อที่มองเผินๆ อาจจะเหมือนผู้ชาย แต่พอได้คุยใกล้ๆ แบบนี้แล้วเธอกลับรู้สึกได้เลยว่าคนตรงหน้าก็คือผู้หญิงเหมือนกับเธอเนี่ยแหละ

 

เอ่อ.. คือฮยอนบีอ้ำอึ้งเล็กน้อย ไม่ใช่ว่าตอบคำถามนั่นไม่ได้แต่ที่มัวแต่อมคำตอบเอาไว้ก็เพราะว่าชัลยูกำลังเดินกลับเข้ามานั่งที่โต๊ะ ครู่หนึ่งที่เผลอสบตากันก่อนที่อีกฝ่ายจะละใบหน้าสวยหันไปอีกทาง สร้างความประหลาดใจให้แก่ฮยอนบีเป็นอย่างมาก

 

ชัลยูเป็นอะไรไป

 

..

 

 



ว่าไง เธอมีแฟนรึยังเซฮุนเร่งถามอีกครั้งเมื่ออีกฝ่ายไม่ยอมตอบ เอาจริงถ้าสมมติว่าฮยอนบีมีเจ้าของแล้วเซฮุนก็จะไม่ยุ่งอะไรมาก นอกเสียจากเฝ้ารอให้เธอเลิกกับแฟนก่อนแล้วค่อยเสียบ..

 

อย่าว่างั้นงี้เลย ตั้งแต่เห็นคนตัวเล็กยิ้มครั้งแรก เซฮุนก็รู้สึกได้เลยว่าเนี่ยแหละ ว่าที่แฟนของโอเซฮุนถาปัต

 

ขาว สวย หมวย ตัวเล็ก สเปกทอมชัดๆ

 

 

ยังไม่มีอ่ะร่างบางตอบด้วยน้ำเสียงอ้อมแอ้มเล็กน้อยทั้งยังชำเลืองมองชัลยูที่นั่งอยู่ข้างกัน เหมือนอีกฝ่ายเองก็หันมามองแล้วจ้องใบหน้าของเซฮุนครู่หนึ่งก่อนจะหันกลับไป

 

งั้นเราจีบเธอได้ใช่ไหมจะทำการใหญ่ก็ต้องใจนิ่ง เซฮุนกล้าเสี่ยงที่จะพูดออกไปตามตรงเพราะจะได้รู้กันไปเลยว่าคนตัวเล็กจะว่ายังไง

 

เมื่อฮยอนบีเจอคำถามตรงๆ แบบนั้นก็ทำเอาหัวใจดวงน้อยเริ่มเขว ดวงตาเรียวเล็กที่แต่งแต้มไปด้วยอายไลน์เนอร์กระพริบเล็กน้อยเพื่อเรียกสติของตัวเองให้กลับคืนมา จังหวะนั้นก็ได้ยินเสียงกระแทกแก้วดังมาจากคนข้างๆ ทำเอาฮยอนบีหันไปมองก่อนจะเห็นว่าแก้วของชัลยูที่เพิ่งเติมเมื่อครู่ตอนนี้ปริมาณลดลงจนเหลือแค่ค่อนแก้วแล้ว

 

ซึงยูน สั่งเบียร์มาให้หน่อยสิสาววิศวะตะโกนใส่หน้าเพื่อนที่นั่งฝั่งตรงข้าม หมอนั่นก็ทำหน้าแปลกใจเล็กน้อยที่จู่ๆ ชัลยูก็บอกให้สั่งเบียร์ทั้งๆ ที่เจ้าตัว..

 

กินไม่ได้ไม่ใช่หรอวะเป็นแอมเบอร์ที่โพล่งถามขึ้นมาอย่างสงสัย จำได้ว่าชัลยูคอแข็งกับเหล้ามากๆ แต่อย่าให้ได้จิบเบียร์เชียว กระป๋องเดียวหลับลืมตาย

 

เออ รีบเมา จะได้รีบกลับคำตอบของชัลยูทำเอาคนที่นั่งฟังอยู่แปลกใจแต่สุดท้ายก็ต้องสั่งมาให้เพราะเจอสายตาผัวคณะเข้าไปก็ไม่มีใครกล้าขัด

 

ฮยอนบี..” เหมือนว่าคนตัวเล็กจะลืมคำถามของเซฮุนไปเธอจึงเร่งเร้าอีกคนให้ตอบคำถามและเมื่อใบหน้าเล็กนั่นหันมามองก็แสดงออกถึงความลำบากใจเล็กน้อย

 

เอ่อ.. เซฮุน พอดีเราไม่ได้ชอบผู้หญิงหน่ะฮยอนบีตัดสินใจพูดออกไปโดยไม่ทันได้คิดให้ดีเสียก่อน ไม่รู้แหละ วินาทีนี้เธอเหมือนถูกกดดันจากสายตาของเซฮุน รวมถึงเสียงน้ำแข็งโคลงไปมาของคนข้างๆ

 

.. ฮยอนบีอยากจะบ้าตาย

 

เมื่อได้ยินคำตอบตรงๆ แล้ว เซฮุนก็ถึงกับต้องส่งยิ้มแห้งให้กับคำตอบที่ไร้เยื่อใย จนได้ยินเสียงหัวเราะจากผู้ชายผิวคล้ำเสื้อลายคนนั้น ดวงตาคมจึงตวัดมองด้วยความไม่พอใจ ส่วนคนที่ถูกจับได้ก็ทำหน้าตาเหรอหราพร้อมกับยักไหล่เบะปากอีกต่างหาก

 

ไอ้..

 

 

เราขอตัวนะตอนนี้ร่างบางไม่รู้จะจัดการกับสถานการณ์นี้ยังไงดี สุดท้ายแล้วก็ต้องปลีกตัวออกไปเข้าห้องน้ำเพื่อตั้งสติใหม่อีกครั้ง เมื่อครู่เหมือนมีมีดมาจ่ออยู่ที่คอหอยเลย แถมยังพูดประโยคทำร้ายจิตใจออกไปแบบนั้นอีกต่างหาก

 

ฮยอนบีมองใบหน้าของตัวเองที่สะท้อนอยู่ในกระจกพลันนึกถึงสีหน้าของคนข้างๆ ที่ดูเหมือนจะไม่สบอารมณ์เท่าไหร่นัก ยิ่งคิดก็ยิ่งอยากจะทึ้งหัวตัวเองพร้อมกับชี้หน้าด่าตัวเองในกระจกว่า ยัยบ้า เธอทำอะไรลงไป

 

แต่คนตัวเล็กก็ทำได้แค่คิดก่อนจะต้องถอนหายใจเฮือกใหญ่ยืนขบริมฝีปากตัวเองอยู่หน้ากระจกสักพัก เมื่อครู่ชัลยูเองก็ยังดูปกติดีทุกอย่างจนเมื่อเล่นพูลแล้วกลับมานั่งที่โต๊ะ ร่างบางก็รู้สึกได้ว่าอีกคนกำลังอารมณ์ไม่ดีอยู่แถมยังแผ่รังสีอะไรบางอย่างออกมาที่ทำเอาหญิงสาวไม่กล้าเข้าไปคุยด้วย

 

อ่า.. ฮยอนบีจะทำยังไงดีเนี่ย!

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ชัลยู พอได้ละสัดซึงยูนคว้าแก้วในมือของเพื่อนคนสวยออกก่อนพร้อมกับดันไหล่ที่กำลังทรงตัวไม่ค่อยอยู่ หันไปมองทาวเวอร์ที่ตั้งไว้อยู่ข้างๆ ก็เห็นมันพร่องไปเกือบครึ่งเพราะชัลยู หญิงสาวที่ดื่มเบียร์เริ่มออกอาการเมาขั้นแรกคือยิ้มง่าย หัวเราะง่าย และดูเหมือนว่าตอนนี้กำลังจะเข้าสู่ขั้นที่สอง

 

ที่เรียกว่าอาการเมาซึม

 

ใช่ เมาซึมเนี่ยแหละที่ซึงยูนอยากจะนิยามให้ชัลยูตอนนี้ แก้วที่สี่กับอาการเมาซึมที่เจ้าตัวเอาแต่นั่งนิ่งแล้วดูดบารากุไปพลางๆ แถมยังไม่พูดไม่จาอีกต่างหาก เห็นแล้วหดหู่ทำเอาบรรยากาศกร่อยไปซะดื้อๆ แต่ดูเหมือนว่าทุกคนยังอยากจะสนุกกันอยู่จึงหาเรื่องพูดคุยกันไปเรื่อยจนถึงช่วงเวลาสุดท้ายที่ตัดสินใจจะกลับกัน

 

ตอนนี้แอมเบอร์ก็คอพับหลับคาตักแฟนสาวที่ยังคงนั่งทำตาใสแป๋วอยู่เหมือนเดิมตั้งแต่แรก คยองซูเองก็เริ่มโอนเอนพิงราบไปกับพนักโซฟา คู่ฝาแฝดดูโอ้ผิวบรอนซ์ก็ออกไปเดินชนแก้วโต๊ะนู้นทีโต๊ะนั้นทีตามประสาผู้ชาย ส่วนซึงยูนเองก็คงไปไหนไม่ได้นอกจากนั่งปรามเพื่อนคนสวยให้เลิกกินเบียร์ก่อนที่จะคอพับตามแอมเบอร์ไปอีกคน

 

เห้ย พอแล้วโว้ยเมื่อรู้สึกตัวว่าตัวเองกำลังถูกแย่งแก้วไป ชัลยูจึงชักสีหน้าไม่พอใจใส่พร้อมกับคว้าแก้วของตนคืนแต่เพื่อนกลับเบี่ยงหลบไปทางอื่น หญิงสาวจิ๊เสียงในลำคอเล็กน้อยก่อนจะหันไปหาเป้าหมายใหม่นั่นก็คือแก้วที่ตั้งวางอยู่ข้างๆ

 

ชัลยู พอแล้ว ขณะที่มือสวยกำลังจะคว้าแก้วไปดื่ม ฮยอนบีที่นั่งเงียบมาตลอดช่วงหลังก็รีบคว้าแก้วอีกคนไว้ก่อนจะพูดเบาๆ ให้อีกฝ่ายได้ยิน และดูเหมือนว่าประโยคของฮยอนบีจะเข้าหูของสาววิศวะ มือไม้เริ่มอ่อนลงก่อนจะเอนพิงโซฟาแล้วหลับตานิ่ง

 

แหมไอ้สัด ทีสาวห้ามละวางไว้เชียว เพื่อนแบบกูนี่ไม่มีความหมายเลยซึงยูนเอ่ยแขวะเพื่อนคนสวยเบาๆ ก่อนจะส่ายหน้าไปมาอย่างเอือมระอา

 

ฮยอนบีที่นั่งเฝ้าชัลยูตั้งแต่แรกก็เห็นว่าเบียร์ที่อีกฝ่ายกินเข้าไปกำลังออกฤทธิ์ทำให้แก้มของหญิงสาวกำลังแดงก่ำรวมถึงปลายจมูกเองก็ด้วย ริมสีฝากอิ่มเริ่มบวมแดงเล็กน้อยจนฮยอนบีอดสงสัยไม่ได้ว่าชัลยูแพ้เบียร์รึเปล่า

 

ซึงยูน ชัลยูปากบวมแบบนี้ไม่เป็นไรแน่หรอ ร่างบางถามเพื่อนผู้ชายที่นั่งตรงข้าม แต่คำถามนั่นก็ทำเอาคนฟังหัวเราะเล็กน้อยพร้อมกับโบกมือไปมา

 

มันเป็นงี้แหละ เช้ามาก็หาย ไม่ได้แพ้เบียร์หรอกดูเหมือนว่าคำตอบนั้นจะไม่สามารถคลายความกังวลให้กับร่างบางได้เท่าไหร่นัก ฮยอนบีจึงจัดการใช้มือเกลี่ยผมเส้นยาวของชัลยูไม่ให้ปรกหน้าก่อนจะตบแก้มเบาๆ เพื่อเรียกสติ

 

ชัลยู ไหวไหม กลับห้องไหมน้ำเสียงเป็นห่วงของคนตัวเล็กทำเอาชัลยูปรือตาขึ้นมามองเล็กน้อยก่อนจะหัวเราะหึในลำคอแถมยังไม่ตอบคำถามอีกต่างหาก

 

ฮยอนบี ไม่ต้องคุยกับมันหรอก ปล่อยมันไว้สักพัก ถามอะไรตอนนี้แม่งก็ไม่ตอบ ขนาดด่ามันมันยังไม่สวนกลับเลยได้ทีซึงยูนก็ขอเผาเพื่อนตัวเองเล็กน้อย ทว่าคนที่ถูกนินทาอยู่กลับเบนสายตามามองพร้อมกับชูนิ้วกลางให้เป็นคำตอบทำเอาคนนินทาเมื่อครู่ถึงกับร้อง อุ่ย แล้วหันหนีไปทางอื่น

 

จนเมื่อจงอินและมิโนเดินกลับมาที่โต๊ะ ทุกคนก็ตกลงจะแยกย้ายกันกลับเพราะตอนนี้มีสามชีวิตที่ดูท่าจะไม่ไหวนั่นก็คือ แอมเบอร์ที่เมาพับไปเป็นคนแรก คยองซูที่ดูเหมือนจะง่วงมากกว่า กับชัลยูที่กำลังนั่งหน้าแดงก่ำอยู่แบบนี้

 

กลายเป็นว่าคริสตัลก็ต้องรับผิดชอบชีวิตแฟนตัวเองพากลับไปที่ห้อง ส่วนมิโน ซึงยูนและคยองซูที่อยู่หอเดียวกันก็ต้องแชร์ค่าแท็กซี่กันกลับ เหลือจงอินที่ทุกคนลงความเห็นไว้ว่ามันมีสติเยอะพอที่จะขับรถของชัลยูกลับไปส่งที่หอได้พร้อมกับฮยอนบีแถมจงอินยังรู้เส้นทางที่จะไม่เจอด่านตรวจแอลกอฮอล์อีกต่างหาก

 

เพราะฉะนั้นก็ต้องเป็นจงอินนั่นแหละที่ต้องรับผิดชอบชีวิตของผัวของคณะที่ชื่อว่าชัลยูและหญิงสาวตัวเล็กน่าเซี้ยะที่ชื่อว่าฮยอนบี

 

 

 

 

 

 

 

การเดินทางกลับไปยังหอไม่ได้ลำบากเท่าไหร่ แต่ที่ลำบากก็ดูเหมือนจะเป็นการแบกร่างโปร่งของหญิงสาวที่เริ่มเมาไม่ได้สติ จงอินอยากจะด่าอีกฝ่าย ทั้งที่รู้ว่าตัวเองเมาเบียร์ง่ายแต่ก็ยังเลือกที่จะกิน ยิ่งพอช่วยกันหามคนละข้างกับคนตัวเล็กอย่างฮยอนบี ดู้หมือนว่าชัลยูจะเอนไปทางนู้นมากกว่าจนเกือบเซล้มไปหลายรอบ จนจงอินต้องแบกอีกคนขึ้นหลังให้มันรู้แล้วรู้รอดไปเลย

 

ขนาดมึงเมามึงยังไม่เลิกลวนลามเขา ให้ตายสิ

 

 

จงอินพาผัวคณะมาขึ้นรถบีเอ็มสีขาวที่จอดอยู่ด้านหน้า ถ้าจำไม่ผิดนี่ก็คงเป็นคนของพี่ชายชัลยูที่ชื่อว่า ชานยอลละมั้ง ดูเหมือนว่าจะเอาดูคาติกลับไปแลกกับรถยนต์พี่ชายมา เขายังแอบสงสัยอยู่นิดหน่อยว่าทำไมพี่ชานยอลถึงยอมให้เอารถบีเอ็มมาขับทั้งๆ ที่เขาเองก็เคยได้ยินว่าพี่แกหวงรถยิ่งรถกว่าเมียเสียอีก

 

จงอินจัดการยัดร่างเปลี้ยๆ ของเพื่อนสาวให้เข้าไปในรถพร้อมกับจัดท่าทางให้หญิงสาวนอนสบายๆ อย่าคิดว่าเขาจะชอบชัลยูเชียวล่ะ เพราะถ้าเป็นคนอื่นก็คงจะทำแบบเดียวกับที่จงอินทำ

 

ชัลยูเป็นสมบัติของคณะ เพราะฉะนั้นต้องดูแลให้ดียิ่งกว่าไข่ในหิน

 

 

ฮยอนบีถูกจงอินบอกให้ขึ้นไปนั่งข้างหลังกับชัลยู เผื่อว่าเลี้ยวรถแรงไปนิดจะทำให้ผัวคณะหัวแตกเอาได้ คนตัวเล็กเองก็ยินดีที่จะเข้าไปนั่งพร้อมกับช้อนศีรษะของคนเมาขึ้นมาหนุนตักตัวเอง ถึงแม้ว่าจะแอบจั๊กจี้อยู่หน่อยๆ ที่เส้นผมของชัลยูเสียดสีเข้ากับหน้าขา แต่มันก็คงกว่าถ้าจะปล่อยให้หญิงสาวนอนไถลกับเบาะรถ

 

ระหว่างทางจงอินก็เหลือบมองกระจกหลังเป็นระยะๆ เห็นใบหน้าของฮยอนบีที่แสดงความเป็นห่วงออกมาอย่างโจ่งแจ้ง นึกแล้วก็อยากจะอัดคลิปถ่ายไว้ให้ชัลยูดู ตื่นมามันจะได้รู้ว่ายังมีคนเป็นห่วงนอกจากเพื่อนฝูงในคณะตัวเอง

 

ฮยอนบีได้แต่จับจ้องใบหน้าที่ขึ้นสีระเรื่อของชัลยูแล้วใช้ปลายนิ้วเกลี่ยผมนุ่มไม่ให้ปรกหน้า ดูเหมือนว่าชัลยูจะรำคาญที่มีบางอย่างมายุ่มย่ามที่ใบหน้าจนต้องส่ายหน้าเบี่ยงสัมผัสพร้อมกับคิ้วสวยที่ขมวดเข้าหากันเล็กน้อย เสียงอื้ออึงดังในลำคอเป็นระยะ โดยเฉพาะตอนที่มือของชัลยูพยายามคว้าหาอะไรสักอย่าง ฮยอนบีจึงต้องยื่นมือไปจับไว้ไม่ให้อีกคนปัดป่ายไปมากกว่านี้

 

สัมผัสเย็นชื้นที่ฝ่ามือทำเอาฮยอนบีต้องคอยบีบมือสวยของชัลยูเบาๆ เป็นระยะก่อนที่แรงบีบของอีกคนจะเพิ่มมากขึ้นจนกลายเป็นว่านิ้วทั้งห้ากำลังประสานกันแน่น

 

และชัลยูก็จับมือของฮยอนบีไว้โดยที่ไม่มีท่าทีว่าจะคลายออกเลยสักนิดเดียว

 

 

 

 

 

 

“ไหวแน่หรอฮยอนบี”

 

“อือ เดี๋ยวเราค่อยๆ พาไป ขอบคุณจงอินมากๆ นะที่มาส่ง” ฮยอนบีส่งยิ้มบางให้ผู้ชายตรงหน้าก่อนจะหันมาประคองร่างโปร่งของชัลยูที่ทำท่าจะเซไปด้านข้างอีกครั้ง จงอินเองก็แทบจะถลาเข้าไปรับเพราะกลัวเพื่อนล้มหัวร้างข้างแตก อยากจะขึ้นไปส่งให้ถึงห้องแต่ก็สำเหนียกได้ว่าที่นี่เป็นหอพักหญิง

 

สุดท้ายก็ได้แต่ส่งกุญแจรถคืนให้ฮยอนบีพร้อมกับฝากดูแลชัลยูให้ดีด้วย คนตัวเล็กพยักหน้ารับก่อนจะพาร่างโปร่งของชัลยูเดินเข้าไปด้านใน ชายหนุ่มยืนมองแผ่นหลังของสองสาวด้วยความเป็นห่วง ฮยอนบีก็ตัวเล็กนิดเดียวจะพาชัลยูขึ้นไปถึงห้องยังไงโดยที่ไม่ล้ม แต่ถึงจะกังวลใจสุดท้ายก็ต้องเดินไปโบกแท็กซี่กลับบ้านไปอยู่ดี

 

ฮยอนบีพาชัลยูเข้ามาในลิฟท์ได้อย่างทุลักทุเล เพราะสาววิศวะเอาแต่เอนซ้ายเอนขวาเดินสะเปะสะปะไปทั่ว กว่าจะลากเข้ามาได้ก็แทบล้ม ปล่อยให้ชัลยูยืนพิงผนังลิฟต์ไปพลางๆ แล้วกดหมายเลขชั้น ไม่นานประตูลิฟท์ก็เปิดออก ร่างบางจึงเขย่าคนตัวสูงเล็กน้อยให้เดินออกไปด้านนอก

 

แขนเรียวของชัลยูโอบเข้าที่ไหล่คนตัวเล็กก่อนจะเอนซบเพราะรู้สึกหนักอึ้งที่หัว เหมือนมีอะไรมาถ่วงแถมยังหมุนติ้วอยู่ตลอดเวลา แต่พอลืมตาขึ้นมาแม้ว่าภาพทุกอย่างจะหมุนไม่หยุด แต่สายตากลับเห็นคนตัวเล็กที่กำลังง่วนอยู่กับการล้วงกุญแจห้องในกระเป๋ากางเกงของตน

 

เสียงหัวเราะในลำคอของร่างโปร่งทำเอาใบหน้าเล็กแหงนขึ้นมองเล็กน้อย เห็นว่าชัลยูกำลังหลับตาพริ้มแถมยังยกยิ้มที่มุมปากราวกับว่ามีเรื่องตลก แต่คนตัวเล็กก็ต้องหันกลับมาสนใจกุญแจในมืออีกครั้งพร้อมกับไขเข้าไปด้านใน

 

มือเล็กตบเปิดสวิตซ์ไฟให้ห้องจะสว่าง ก่อนจะค่อยๆ ประคองร่างโปร่งของชัลยูให้เดินเข้ามาในห้องอย่างระมัดระวังโดยที่ไม่ลืมหันไปปิดประตูด้วย ระยะทางจากหน้าห้องถึงเตียงไม่ได้ไกลมาก ยังดีว่าชัลยูรู้ตัวว่าต้องถอดรองเท้า เจ้าตัวก็เขี่ยๆ ดันๆ มันออกจนกระเด็นไปคนละทิศคนละทาง รวมถึงโน้มตัวไปถอดถุงเท้าแล้วโยนไว้ข้างๆ กัน

 

ทันทีที่วางร่างโปร่งของหญิงสาวลงบนเตียง ฮยอนบีก็หอบหายใจเล็กน้อยเพราะชัลยูก็ตัวหนักเอาเรื่อง การแบกคนเมากลับมาห้องนี่มันไม่ง่ายเลยสักนิด

 

คนตัวเล็กนั่งลงข้างๆ ชัลยูที่ตอนนี้กำลังหลับไหลไม่รู้อะไรอยู่บนเตียง หน้าอกที่กระเพื่อมขึ้นลงเป็นจังหวะทำให้รู้ว่าคนเมากำลังอยู่ในห้วงนิทรา ขณะนั้นเองเธอก็คิดได้ว่าจะต้องเช็ดหน้าเช็ดตัวให้ชัลยูก่อน เจ้าตัวจะได้นอนสบาย

 

ในขณะที่หญิงสาวกำลังจะลุกขึ้นไปเตรียมอุปกรณ์ จู่ๆ ฝ่ามือของชัลยูก็คว้าเข้าให้ที่ต้นแขนอย่างจังทำเอาเธอสะดุ้งหันไปมองด้วยความตกใจเพราะคิดว่าอีกฝ่ายไปหลับแล้ว ใบหน้าของชัลยูยังคงเรียบเฉย มีเพียงริมฝีปากสีสดที่กำลังพึมพำอะไรซักอย่างที่ฮยอนบีเองก็ฟังไม่ค่อยจะได้ศัพท์เท่าไหร่

 

“ชัลยู พูดว่าอะไรนะ” คนตัวเล็กถามออกไปพร้อมกับเขย่าร่างของสาววิศวะเบาๆ แต่ดูเหมือนว่าคนเมาจะไม่ได้ยินจึงเอาแต่งึมงำคนเดียวในลำคอจนคนตัวเล็กเริ่มสงสัย แต่ไม่ทันไรก็ต้องเบิกตากว้างเมื่อจู่ๆ ร่างโปร่งก็ลุกขึ้นมานั่งแถมยังโน้มหน้าเข้ามาใกล้จนหัวใจของฮยอนบีแทบหล่นลงไปที่ตาตุ่ม

 

เปลือกตาสีไข่บนใบหน้าสวยค่อยๆ ลืมขึ้นมามอง นัยน์ตาใสที่มีน้ำหล่อเลี้ยงคู่นั้นกำลังจดจ้องใบหน้าเล็ก แก้มของชัลยูขึ้นระเรื่อแต่ที่แดงที่สุดก็คงจะเป็นเรียวปากอิ่มนั่น

 

ชัลยูจ้องใบหน้าของฮยอนบีนิ่ง ทั้งยังเอื้อมมือข้างหนึ่งมาประคองใบหน้าของคนตัวเล็ก ใช้หัวแม่โป้งเกลี่ยหน่วยแก้มเนียนก่อนจะเคลื่อนไปทาบที่ริมฝีปากบาง

 

สัมผัสแผ่วเบานั่นทำเอาใจของฮยอนบีเต้นไม่เป็นส่ำ ดวงตากลมโตนั่นจับจ้องเธอคล้ายกับโดนมนต์สะกด ทั้งปลายนิ้วโป้งร้อนที่เกลี่ยอยู่และสายตาอีกฝ่ายที่จ้องมองมาทำให้คนตัวเล็กรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นขี้ผึ้งที่กำลังจะละลายภายในไม่อีกกี่นาทีข้างหน้า

 

“ฮยอนบี..” น้ำเสียงแหบแห้งของร่างโปร่งเอ่ยเรียกชื่อของคนตรงหน้าอย่างแผ่วเบา ก่อนจะปล่อยทุกอย่างให้อยู่ในความเงียบอีกครั้ง ใช่ว่าชัลยูจะไม่รู้สึกตัวว่าตัวเองกำลังจะทำอะไร แต่จู่ๆ ร่างกายของเธอกลับทำไปเองโดยที่สมองยังไม่ทันได้ไตร่ตรองอะไร หรือบางทีร่างกายอาจจะโดนจิตใจควบคุมแล้วก็เป็นได้

 

น้ำเสียงของอีกคนทำเอาคนตัวเล็กหน้าเห่อร้อนจนแทบไหม้ ฮยอนบีไม่รู้จะจัดการกับสถานการณ์ตรงหน้านี้ยังไง เพราะชัลยูเอาแต่พร่ำเรียกชื่อของเธอซ้ำไปซ้ำมา ทั้งยังทำท่าโอนเอนเหมือนจะล้มอีกรอบ แต่ก็ไม่ทันได้คิดอะไร ร่างของชัลยูก็โน้มเข้ามาจนทับร่างของเธอลงไปนอนราบกับเตียง

 

ฮยอนบีเบิกตากว้างด้วยความตกใจ มือเรียวดันไหล่ของคนด้านบนให้ลุกออกพร้อมกับเรียกสติคนเมา

 

 

“ชัลยู ลุกก่อน เราหนัก” ร่างบางพยายามเรียกอีกคน แต่ชัลยูก็ยังคงแน่นิ่งไม่ยอมขยับไปไหนจนต้องออกแรงดันคนด้านบนออกเล็กน้อย จังหวะนั้นชัลยูก็หยัดตัวขึ้นพร้อมกับจ้องใบหน้าของเธอนิ่ง

 

สถานการณ์ล่อแหลมทำให้จิตใจของฮยอนบีเริ่มอยู่ไม่เป็นสุข อยากจะขยับหนีแต่ก็โดนสายตาของชัลยูสะกดให้อยู่นิ่ง ไม่ว่าเหตุการณ์ต่อไปจะเป็นยังไง เธอก็มั่นใจว่าเธอไม่สามารถควบคุมใจตัวเองไม่ให้เต้นแรงไปมากกว่านี้ได้

 

“ฮยอนบี..” ชัลยูพร่ำเรียกชื่อคนตัวเล็กอีกครั้งและคราวนี้หญิงสาวก็โน้มหน้าเข้าไปใกล้คนด้านล่าง ได้กลิ่นหอมอ่อนๆ ของฮยอนบีติดอยู่ตรงปลายจมูก เป็นกลิ่นเฉพาะที่ชัลยูมักจะสัมผัสได้เวลาอยู่ใกล้กับคนตัวเล็ก ทุกครั้งจะรู้สึกได้เพียงกลิ่นหอมจางๆ แตกต่างจากครั้งนี้ที่หญิงสาวได้รับรู้ว่ากลิ่นตรงหน้ามันน่าหลงใหลมากแค่ไหน

 

 

ขณะที่กำลังใช้ปลายจมูกเฉียดกับผิวแก้ม สมองก็ดันจดจำภาพที่คนตัวเล็กกำลังคุยอยู่กับคนแปลกหน้าที่ทำทีเข้ามาจีบ เธอรู้ตัวเองดีว่ากำลังทำอะไร แต่มันก็อดหงุดหงิดไม่ได้ที่ฮยอนบียิ้มให้คนอื่นแบบที่ยิ้มให้กับเธอ

 

จะเป็นอะไรไหมถ้าชัลยูไม่อยากให้ฮยอนบียิ้มให้คนอื่นด้วยรอยยิ้มแบบนั้น

 

ฮยอนบีหลับตาแน่นหลังจากที่ชัลยูโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้ อยากจะระเบิดตัวเองให้หายไปจากตรงนี้ เธอแทบจะเป็นบ้าตายยามที่ลมหายใจร้อนของอีกฝ่ายปัดเป่าอยู่ข้างแก้ม แถมกลิ่นเบียร์อ่อนๆ รวมถึงกลิ่นเมนทอลปะปนกันอยู่ นั่นก็ทำให้ร่างกายของเธอแทบจะไม่มีแรง

 

ร่างโปร่งยังคงคลอเคลียกับใบหน้าเนียนหากแต่ยังไม่ได้สัมผัส เธอแค่ชอบกลิ่นของฮยอนบี และเธอก็อยากจะอยู่ใกล้ๆ ให้ได้กลิ่นชัดเจนมากที่สุด หญิงสาวยังคงยุ่มย่ามกับบริเวณข้างแก้มไม่เลิกทั้งยังแกล้งก้มลงให้ปลายจมูกเฉียดเนื้อนิ่มเบาๆ

 

“เราไม่ชอบ” ขนอ่อนที่ท้ายทอยก็พร้อมใจกันลุกซู่เมื่อประโยคนั่นอยู่ใกล้หูมากจนสัมผัสได้ถึงลมหายใจของอีกฝ่าย ฮยอนบีแทบจะกลั้นใจตอนชัลยูพยายามเคลื่อนใบหน้าต่ำลงมา

 

“ช..ชัลยู ลุก.ลุกก่อน..” น้ำเสียงติดขัดของคนตัวเล็กทำเอาชัลยูยิ่งสงสัยว่าเสียงนั่นออกมาจากไหน ปลายจมูกสวยค่อยๆ จรดลงมาใกล้ตรงมุมปากก่อนจะไล่ไปตามโครงหน้าได้รูป

 

เรียกได้ว่าเป็นนาทีแห่งชีวิตเมื่อคนด้านบนค่อยๆ หยัดตัวขึ้นเล็กน้อย “เราไม่ชอบสักนิด”

 

“ม..ไม่ชอบอะไร ..” คนตัวเล็กถามออกไปทั้งๆ ที่ยังหลับตาแน่น หญิงสาวไม่กล้าลืมตามองเพราะกลัวว่าจะทนไม่ไหวกับสายตาแพรวพราวนั่น

 

“ยิ้ม” ชัลยูตอบเสียงเรียบก่อนจะลากปลายนิ้วมาแตะที่มุมปากบางเบาๆ “เราไม่ชอบให้เธอยิ้ม”

 

“...” ร่างบางชะงักนิ่งไปเล็กน้อยก่อนจะค่อยๆ ลืมตาขึ้นมามอง และแน่นอนว่าสายตาคู่นั้นยังมองใบหน้าเล็กไม่วางตา แววตาไหววูบนั่นทำให้เธอใจสั่นหนักกว่าเดิม

 

“อย่ายิ้มแบบนี้ให้คนอื่นอีกนะ”

 

...

 

“นะ”

 

 

..

 

 

ดวงตาโตสวยนั่นฉายแววและส่งทอดความรู้สึกบางอย่างออกมา เป็นประโยคขอร้องปนการเว้าวอนทั้งน้ำเสียงและสายตา ทุกอย่างดูจริงจังไปหมด จากตอนแรกที่คิดว่าชัลยูจะยังไม่สร่างเมาถึงได้พูดอะไรที่ดูไม่เป็นเรื่องราวออกมา แต่เมื่อสบกับดวงตาสวยคู่นี้ฮยอนบีก็ต้องถามตัวเองอีกรอบแล้วว่าอีกฝ่ายเมาหรือไม่

 

“ฮยอนบี” คราวนี้ชัลยูก็เรียกคนตรงหน้าอีกครั้งพร้อมกับโน้มหน้าลงไปใกล้จนใบหน้าเล็กต้องเอียงหลบพร้อมกับหัวใจที่เต้นรัวเหมือนจะกระเด็นออกมาให้ได้ ยิ่งลมหายใจอุ่นๆ ของชัลยูเป่ารดแก้มก็ทำให้ผิวเนียนขึ้นสีแดงระเรื่ออย่างน่ารัก ชัลยูมองหน่วยแก้มเนียนที่ขึ้นสี ดวงตาเรียวที่หลับตาแน่น และริมฝีปากที่เม้มแน่นเป็นเส้นตรง

 

“ฮยอนบี” เป็นอีกครั้งที่ชัลยูเอาแต่พร่ำเรียกชื่อขอบคนตัวเล็ก ทุกครั้งที่ได้ยินเสียงของหญิงสาว ฮยอนบีก็แทบจะละลายไปกับเตียง

 

“ฮยอนบี”

 

“อ..อือ เรียก..ทำไม” คล้ายกับคนที่ไม่มีแรงแม้กระทั่งจะเปล่งให้เต็มเสียง มันแผ่วเบาและอื้ออึงอยู่ในลำคอจนชัลยูต้องเอียงใบหน้าเข้าใกล้

 

“เธอไม่ได้ชอบผู้หญิงจริงๆ หรอ” ฮยอนบีชะงักนิ่งเมื่อได้ยินประโยคนั้น สมองก็พลันนึกถึงเหตุการณ์ในร้านเหล้าที่ตนเป็นคนพูดกับเซฮุนโดยไม่รู้ว่ามันจะกลายเป็นประโยคสะเทือนใจจนเมื่อมาได้ยินจากปากอีกคน ทั้งน้ำเสียงของชัลยูเองก็ดูจริงจังปนตัดพ้อ เหมือนต้องการที่จะรู้อะไรบางอย่าง

 

ดวงตากลมสวยจดจ้องใบหน้าของคนตัวเล็ก ทั้งยังไล่สายตาไปทั่วจนเมื่อเปลือกคู่สวยลืมขึ้นมามองและเป็นจังหวะเดียวกันที่ชัลยูมองนัยน์ตาใสของอีกคน

 

“ฮยอนบี”

 

“...”

 

“เธอไม่ได้ชอบผู้หญิงจริงๆ หน่ะหรอ” ถามซ้ำอีกครั้งในขณะที่จ้องดวงตาของอีกคน มองลึกเข้าไปด้านในเพื่อพยายามค้นเอาความจริง

 

เพราะตลอดเวลาที่อยู่ใกล้ฮยอนบี เธอรู้สึกไม่เป็นตัวเองเลยสักครั้ง ทั้งๆ ที่ความจริงแล้วหญิงสาวไม่ค่อยใส่ใจคนรอบข้าง แต่เธอกลับอยากใส่ใจฮยอนบีให้มากกว่านี้ เพียงแค่อีกคนขยับเล็กขยับน้อย หญิงสาวก็อยากจะก้าวตามติดไปในทุกๆ ที่

 

ยิ่งเวลาที่ได้อยู่ด้วยกันหรือมองตากัน ก้อนเนื้อตรงกลางอกก็เต้นด้วยจังหวะประหลาดที่เธอเองก็ไม่เคยรู้มาก่อนว่าอาการแบบนี้มันคืออะไร

 

เธออยากรู้ว่าฮยอนบีจะเป็นเหมือนเธอบ้างไหม

 

ถ้าเป็นอย่างนั้นจริงๆ

 

 

ทุกอย่างก็คง...

 

 

 

 

 

 

ไม่มีประโยคใดเล็ดลอดออกมาจากริมฝีปากของทั้งสองเมื่อชัลยูโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้ ใช้ริมฝีปากตนทาบทับเรียวปากเล็กด้วยความแผ่วเบา สัมผัสนุ่มหยุ่นทำให้เธออยากจะกดริมฝีปากให้แนบชิดกว่านี้ ประคองใบหน้าเล็กพร้อมกับเอียงศีรษะตนให้อยู่ในองศาที่พอเหมาะ

 

บดเบียดกลีบปากบางอย่างเชื่องช้า ไม่เร่งเร้า ไม่อุกอาจจนเกินไป ทุกอย่างค่อยเป็นค่อยไปตามความรู้สึก เหมือนว่าทั้งคู่จะได้ยินเสียงหัวใจที่เต้นอยู่ในอกดังเป็นจังหวะเดียวกันจนแยกไม่ออกว่านั่นเป็นเสียงของใคร

 

ฮยอนบีหลับตารับสัมผัสอุ่นร้อนบนริมฝีปากของตัวเอง ไม่ใช่แค่ปากที่ร้อน มือของชัลยูที่ไล้สัมผัสอยู่แถวกกหูเองก็ไม่ต่างกัน ลมหายใจรวมถึงผิวเนื้อของอีกคนที่แนบกันมันร้อนไปหมด หญิงสาวกำเนื้อผ้าตรงลาดไหล่ของคนด้านบนจนเจ็บมือเพื่อระบายความรู้สึกแปลกใหม่และวูบวาบจนควบคุมจิตใจตัวเองไม่ได้

 

 ไม่รู้ว่านานแค่ไหนที่ชัลยูเอาแต่เล็มไล้ชิมรสหวานจากอีกฝ่าย เอาใจฮยอนบีบ้างและเอาแต่ใจตัวเองบ้าง สลับกันจนคนด้านล่างเริ่มสับสน แต่ความรู้สึกที่แน่ชัดที่สุดคือความอ่อนโยน ชัลยูค่อยๆ ขยับริมฝีปากตัวเองช้าๆ ขบเม้มเรียวปากบางของฮยอนบีอย่างละเมียดละไม

 

ละเลียดชิมอย่างเชื่องช้า

 

ค่อยๆ เบียดให้แนบชิดกันมากขึ้น

 

มากขึ้น..

 

 

 

 

มากพอที่จะบอกความรู้สึกจริงๆ ของเธอ มากพอที่จะบอกให้อีกฝ่ายรู้ว่าเหตุการณ์เมื่อค่ำนั่นทำให้เธอหึงหวงมากแค่ไหน มากพอที่จะให้อีกฝ่ายรู้ว่าจริงๆ แล้วเธอ..

 

 

จริงๆ แล้วเธอ..

 

      

 

 

 

“ชอบ”

 

 

 

 

 

 

 

 

 

.

 

 

 

 

 

 

 

 




























อัพล่วงหน้า 1 วัน
ฉลองลงทะเบียนทันตอนอยู่ค่ายย
ชีวิตหรรษามากค่ะ ผสมปูน แบกไม้

คริ

ภาษาตอนนี้อาจจะป่วงนิดนึง
เพราะแก้กันเป็นสิบรอบ
ก่อนหน้านี้หยาบคายมาก
แล้วเรากับเพื่อนเราช่วยกันเกลาจนมันสวย

อืม.. สวย

555555555555555555555555555


อ่านแล้วฝากเม้นและสกรีมกันเยอะๆนะฮับ
เจอคำผิดก็ทักได้เลยนะ <3


#ฟิคคลังฝัน








ข่าวดี(?)
มีแบบสอบถามเรื่องการรวมเล่ม
ใครที่สนใจจริงๆ รบกวนลงชื่อหน่อยนะคะ
ถ้ายอดถึงแล้วเราจะเปิดจองแน่นอนฮับ












ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 58 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

6,477 ความคิดเห็น

  1. #6085 999% (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2561 / 22:54
    คุณพี่อ่อนโยนจังคะ แงงงงงใจน้อง
    #6,085
    0
  2. #5866 Ann Wimonsiri (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 6 มีนาคม 2561 / 17:58
    ชัลยูโคตรกร๊าวใจเลยยยยยยยย ทำไมถึงเท่ ถึงมีความหลัวได้ขนาดเน้หืมมมมมมมมม
    #5,866
    0
  3. #5780 pim pimmi (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2561 / 10:25
    ฮื่ออออ. โคตรละมุน จะตายแล้วน้าาาา ><
    #5,780
    0
  4. #5464 izfxrn (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 10 พฤศจิกายน 2560 / 17:18
    ฮื่ออออ พี่ฮุนนกเว้ย
    #5,464
    0
  5. #5246 shark.rocket (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2560 / 23:40
    แม่งเอ้ยยยยย เขินจะตายอยู่แล้ว ว้าวุ่นแทนฮยอนบีเลย
    #5,246
    0
  6. #4517 MARKTUAN190 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 30 เมษายน 2560 / 23:47
    เขินนนน ชัลยูโคตรหลัว ฮยอนบีโคตรเมีย บรรยายดีจนเรานึกภาพยัยหมาตัวเล็กออกอะ แต่สะเทือนสุดก็คงแค่คำว่า ชอบ ฮืออออแ
    #4,517
    0
  7. #3578 Ap_Fortune (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2559 / 14:54
    กรี๊ดดดดดดไม่เคนอ่านญญแล้วเขินขนาดนี้เลย ทำไมถึงได้เขินนนนนขนาดนี้โว้ยยยยย
    #3,578
    0
  8. #1803 ★AOM'ONPCY☆ (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2559 / 13:45
    เขาจูบกันแล้ว... คือฮยอนบีนางก็น่าจะชอบชัลยูเว้ยแต่นางแค่ไม่รู้ตัวเท่านั้น ชัลยูทำไมเท่ห์จรุม ผัวคณะขราาาาา
    #1,803
    0
  9. #1092 จีวอนชิ':) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 18 มกราคม 2559 / 23:47
    ขุ่นพระ
    #1,092
    0
  10. #944 มิลี่ไลล่า♡ (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2558 / 12:54
    อหว้าววววว(((o(*???*)o)))
    #944
    0
  11. #792 joylnr (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2558 / 02:15
    ชัลยูจะเป้นผู้หญิงคนเดียวที่นี่ชอบ

    โอยยยยยยยยยยยยยยยย ใจสั่นนนน ทำไมเท่ห์ขนาดนี้

    ชอบเวลาชัลยูทำเจ้าชู้ใส่ฮยอนบีอ่ะ ใจละลาย

    ฮยอนบีบอกไปเลยว่าแกก็ชอบชัลยู งื้อออออออออ
    #792
    0
  12. #602 `ตูดหมึก (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2558 / 19:27
    /เอามือทาบอก
    #602
    0
  13. #539 เคแอล9091 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2558 / 23:29
    โอ้มายก๊อดดดด ฟินนนน
    #539
    0
  14. #471 beamlesss (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2558 / 14:25
    โอมายก้อด ไม่ไหวล้าวววว เขินมากกก ผัวคณะคือ... กรี๊ดดดดด อยากได้ๆ หลงจนโงหัวไม่ขึ้นล้าววว
    #471
    0
  15. #373 ฮยอนบี (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2558 / 17:47
    เขินอ่ะ เขาจูบกันแล้ววววว
    #373
    0
  16. #371 บี.เหลือง (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2558 / 16:37
    งุ่ย. เขินอ่า.. ฮือ. เขาจูบกันแล้วข่ะ ถึงแม้เราจะรู้สึกขนลุกหน่อยๆก็เถอะ ฮื่ออ. เขินจัง. ทำไงต่อเนี่ยยย รอคับ.
    #371
    0
  17. #365 bambambaek (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2558 / 21:06
    เขินโว้ยยยยยยย
    #365
    0
  18. #363 อันตี้คุง (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2558 / 17:32
    เขาจูบกันแล้วค่ะคุณแม่~~ ลูกดีใจ ปริ่มมาก กรี้ดจนน้ำตาเล็ด ?????????????????????????????????????
    #363
    0
  19. #359 fang_fang (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2558 / 03:30
    เขาจูบกันแล้ว ฮืออออออ อ่านนี้ตอนนี้แล้วอยากได้ชัลยูมาก ทำไมเป็นผญ.ที่เท่ได้ขนาดนี้กันนนน ฮยอนบีชอบด้วยย งื้ออออออ >///////<
    #359
    0
  20. #358 Minakawa_nt (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2558 / 01:07
    พึ่งอ่านหญิงหญิงแบบจริงจังครั้งแรก..รู้สึกร่างกายมันวูบวาบแปลกๆอ่ะ...หน้ามันร้อนๆ ใจมันหวิวๆ ปกติอ่านชายๆนี่เฉยมากจูบก็ฟิน แต่นี่มันเขินๆวูบแปลก ฮือออออ ตายแล้วตายๆๆๆๆ
    #358
    0
  21. #357 Transfer (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2558 / 23:58
    อื้มมมมม จูบแล้ววว จะเป็นไงต่อนะ ฮยอนบีชอบก็บอกเลยยย
    #357
    0
  22. #355 PK BkBand (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2558 / 23:00
    เค้าจูบกันแล้ว ฮืออออออออ
    ฟินมากกกกกป
    #355
    0
  23. #354 Sunshine01 (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2558 / 21:30
    ฮือออออ เลอค่ามากค่ะบอกเลย ไม่ไหว เขินแรง รอนะค้าาาา
    #354
    0
  24. #351 ไอจัง เองนะ (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2558 / 21:02
    เอาละไงๆ บอกไปเลยแก อย่าลีลา
    #351
    0
  25. #347 thunderB (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2558 / 20:24
    โอยยยยยยยนยยยยเหมือนตัวจะแตกตาย ฮืออออออ
    #347
    0