[ exo SF/OS ] คลังฝัน - chanbaek

ตอนที่ 13 : Yellow girl - III

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6,068
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 66 ครั้ง
    18 พ.ย. 58




YELLOW GIRL






 


 

 

 

HEY NOW BABY GIRL

DON’T YOU KNOW

I’M READY FOR YOU

NOW BOY WHAT YOU GONNA DO

 

 





 

 

บ่ายร้อน ๆ วันหนึ่งของวันหยุดสุดสัปดาห์ ชัลยูนัดฮยอนบีมาอ่านหนังสือที่ห้องของตัวเองหลังจากที่อีกฝ่ายเคยเข้ามาแล้วเจอชั้นหนังสือการ์ตูนที่เจ้าตัวเห็นแล้วทำตาลุกวาว ร่างบางเอ่ยขอยืมไปอ่านที่ห้อง แต่ชัลยูกลัวคนตัวเล็กจะทำยับเลยให้มาอ่านด้วยกันที่ห้องแทน ร่างบางเองก็ไม่ได้ว่าอะไรเพราะออกจะดีด้วยซ้ำไป อย่างน้อยก็ประหยัดค่าไฟ

 

แถมยังได้อยู่ใกล้กับชัลยูด้วย

 

 

เธอไม่รู้ว่าจะเรียกความรู้สึกของตัวเองว่าอะไรดี หลังจากวันนั้นที่ชัลยูพาซ้อนจักรยานกลับมาที่หอพัก เราทั้งคู่พูดคุยกันมากขึ้นแล้วก็ไม่ได้มีท่าทีเคอะเขินเหมือนตอนแรก

 

หลังจากสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาอีกคนบอกว่าจะมารับที่คณะเพราะเลิกคลาสเวลาเดียวกันแต่สิ่งที่ทำให้คนตัวเล็กอึ้งก็คือรถบีเอ็มสีขาวนั่นที่ชัลยูเป็นคนขับมา แถมยังบอกอีกต่างหากว่าถ้ามีเรียนเช้าวันไหนเธอจะไปส่ง ตอนแรกก็แอบเกรงใจอยู่เหมือนกัน แต่พอรู้ว่าชัลยูก็มีเรียนช่วงเช้าในวันเดียวกันจึงตอบตกลงไป

 

จากนั้นทั้งคู่ก็เริ่มสนิทกันมากขึ้นเรื่อย ๆ บางวันก็รอไปเรียนพร้อมกัน กลับหอพร้อมกัน หรือว่ามีบางทีที่ชัลยูต้องอยู่ทำแล็บดึก เธอก็จะมาส่งฮยอนบีที่หอก่อนจะกลับไปทำงานต่อ แถมฮยอนบียังซื้อขนมนมเนยติดไม้ติดไม้ให้ชัลยูไปอีกด้วย

 

เรียกได้ว่าต่างฝ่ายต่างดูแลกันและกันอย่างไม่มีขาดตกบกพร่อง ฮยอนบีเริ่มใส่กระโปรงยาวพอดีเข่าได้สองสามวันแล้ว ถึงแม้ว่าไม่ค่อยมั่นใจในตัวเองซักหน่อยเพราะปกติใส่สั้นตลอด กลัวว่าถ้าใส่ยาวแล้วจะดูเตี้ยมากไปกว่านี้ แต่พอชัลยูเห็นกลับพูดขึ้นมาว่า กลับไปใส่แบบเดิมก็ได้นะ แบบนั้นน่ารักกว่าเยอะ

 

ก็ไม่เข้าใจหรอกว่า น่ารัก ของชัลยูหน่ะหมายถึงอะไร

 

วันนี้ฮยอนบีสวมเสื้อครอปตัวโคร่งสีเหลืองอ่อนที่เพิ่งไปซื้อมาเมื่ออาทิตย์ก่อน คู่กับกางเกงผ้าฝ้ายขาสั้น แถมยังมัดจุกด้วยยางเกลียวสีเหลืองอีกต่างหาก เป็นการแต่งตัวง่ายๆเพราะไม่ได้ออกไปไหนไกลนอกจากประตูห้องข้างๆ

 

ยืนเคาะอยู่ไม่นานเจ้าของห้องก็เปิดประตูออกมาด้วยสภาพที่ดูไม่ต่างอะไรจากตัวเองมากนัก ชัลยูสวมเสื้อบอลตัวโคร่งและกางเกงยีนส์ขาสั้นทะมัดทะแมง ผมก็เกล้าขึ้นมัดลวกๆ แต่ทว่ามันกลับดูมีเสน่ห์มากๆ

 

อ่า.. ทำตัวเท่อีกแล้ว

 

“ฝากด้วยนะกั๊บ” ฮยอนบีพูดเสียงแบบเด็กๆ ก่อนจะยื่นถุงขนมให้ชัลยูหลังจากที่อีกคนเปิดประตูให้เข้าไปในห้อง เธอชอบห้องของชัลยูมากเพราะว่ามันโล่งกว่าห้องของตัวเองทั้งๆ ที่ขนาดห้องก็เท่ากันนะ หรืออาจะเพราะห้องของชัลยูไม่มีไมโครเวฟแล้วก็ไม่มีกองเสื้อผ้าเสริมเหมือนของฮยอนบี

 

ชัลยูยิ้มรับอีกคนก่อนจะปิดประตูห้อง จัดการเอาถุงขนมไปวางไว้ตรงโต๊ะญี่ปุ่นตัวเล็กก่อนจะเดินไปนั่งที่โต๊ะหนังสือ หยิบปากกาไฮไลท์ขึ้นมาถือไว้แล้วอ่านหนังสือต่อหลังจากที่อ่านค้างไว้เมื่อครู่ ร่างบางตรงมุมห้องที่เห็นว่าสาววิศวะกำลังง่วนกับการอ่านหนังสืออยู่จึงไม่อยากรบกวนอะไรมากเพราะว่าเมื่อวานก่อนอีกคนเพิ่งบ่นว่าควิซแคลครั้งที่แล้วได้คะแนนน้อย

 

พอถามว่าได้เท่าไหร่ชัลยูก็ลำบากใจที่จะพูดมันออกมาแต่สุดท้ายก็ยอมบอกและนั่นก็ทำให้ฮยอนบีอ้าปากค้างจนเกิดความสงสัยว่าชัลยูจะเอาเต็มรึยังไงเพราะว่าอีกไม่กี่คะแนนก็จะได้เต็ม แต่ทว่าเจ้าตัวกลับเครียดตั้งหน้าตั้งตาอ่านหนังสือลูกเดียว ซึ่งเธอเองก็ไม่อยากจะขัดหรอกนะ

 

แต่อีกสองคะแนนเต็มเนี่ย ไม่ต้องเครียดขนาดนั้นหรอกมั้ง

 

พอเห็นว่าอีกฝ่ายตั้งหน้าอ่านหนังสืออย่างมุ่นมั่น ฮยอนบีจึงหันไปสนใจชั้นหนังสือที่อยู่ข้างๆ โต๊ะเขียนหนังสือที่มีสาววิศวะนั่งอยู่ ร่างบางย่อตัวลงก่อนจะใช้นิ้วเรียวไล่ตามสันหนังสือไปเรื่อย

 

ความจริงแล้วการ์ตูนที่ชัลยูมีอยู่ก็มีแต่เรื่องที่เธอชอบทั้งนั้น โดยเฉพาะการ์ตูนวายนี่มันดีต่อจิตใจจริงๆ ปากบางยิ้มหัวเราะคิกคักเมื่อเห็นหน้าปกหวือหวาก่อนนิ้วเรียวจะเกี่ยวเล่มนั้นออกมาเปิดดูเนื้อหาด้านใน

 

ชัลยูที่นั่งอยู่ด้านบนก็สังเกตเห็นว่าคนตัวเล็กกำลังร่าเริงกับการหาการ์ตูนอ่าน ดูท่าเจ้าตัวจะชอบใจพอสมควร มองจากการที่เอาแต่หัวเราะแล้วส่ายหัวไปมาจนจุกเล็กๆ ที่มัดไว้ก็ส่ายตามไปด้วย

 

เหมือนลูกหมาชะมัดเลย

 

 

ดูเหมือนร่างบางที่อยู่ในเสื้อครอปตัวโคร่งจะได้หนังสือที่ถูกใจไปอ่านแล้ว และขณะที่กำลังจะหอบพวกมันไปนอนอ่านบนเตียงนั้นเอง ดวงตาเรียวเล็กก็ไปพบกับอะไรบางอย่างเข้าซะก่อน ทั้งสันหนังสือและหน้าปกมันก็คล้ายคลึงกับเล่มอื่นนั่นแหละ

 

แต่ตัวละครดันเป็นผู้หญิงสองคนเนี่ยสิ

 

คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันเล็กน้อยก่อนจะหยิบการ์ตูนเล่มนั้นออกมา ด้วยความอยากรู้จึงเปิดดูแบบผ่านๆ และก็ดูเหมือนว่ามือของเธอจะดีเหลือเกินที่เปิดไปเจอกับหน้าที่มีฉากอย่างว่าพอดี..

 

ผู้หญิงเขาทำกันแบบนี้หรอเนี่ย..

 

 

“อ่านหนังสือพวกนี้ด้วยหรอ” ฮยอนบีเอ่ยถามอีกคนด้วยสีหน้าแปลกใจเล็กน้อย ร่างบางเงยหน้าขึ้นมามองคนที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ข้างๆ และก็เป็นจังหวะเดียวกับที่ชัลยูละสายตาออกจากหนังสือมามองสิ่งที่อยู่ในมือของฮยอนบี

 

“เห้ย!” ดวงตากลมโตเบิกกว้างพร้อมกับร้องลั่นก่อนจะรีบโฉบหนังสือในมือเล็กไปทันที ฮยอนบีอ้าปากค้างตกใจกับความรวดเร็วเมื่อครู่

 

“อะไรอ่า เรายังอ่านไม่จบเลย” คนตัวเล็กเบ้ปากใส่เจ้าของห้องหลังจากที่อีกฝ่ายริบหนังสือในมือไป

 

“อ่านอะไรเล่า นี่ไม่ใช่เรื่องที่คุยกันไว้ซะหน่อย เธอจะอ่านเรื่องนี้ไม่ใช่หรอ” ชัลยูพยายามเบี่ยงความสนใจโดยการคว้าอีกเล่มขึ้นมาแต่ทว่ามันดันเป็นหน้าปกที่ไม่ต่างอะไรจากเล่มเมื่อกี้เลยสักนิด ใช่ว่าฮยอนบีจะไม่รู้ว่าหนังสือที่ชัลยูยึดไปมันเป็นหนังสือประเภทไหน แต่ที่สงสัยคือทำไมอีกฝ่ายต้องทำตัวลับๆ ล่อๆ ด้วย

 

เมื่อเห็นว่าสิ่งที่ตนหยิบขึ้นมาเป็นการขุดหลุมฝังตัวเองอีกครั้ง สาววิศวะก็รีบแทรกตัวเข้าไปหาเล่มอื่นให้ฮยอนบีอ่าน ทำให้ไม่ทันได้ระวังตัว คนตัวเล็กก็จัดการคว้าหนังสือที่อยู่ในมือเธอแล้ววิ่งจู๊ดไปบนเตียงทันที

 

“ฮยอนบี เล่มนั้นอ่านไม่ได้นะ” หญิงสาวเบิกตากว้างก่อนจะรีบตามอีกคนไปพร้อมกับยื้อแย่งหนังสือในมือแต่ด้วยความที่คนตัวเล็กเร็วกว่าเธออยู่มากโดยเฉพาะการหลบหลีกไม่ให้คว้าหนังสือการ์ตูนเล่มนั้นได้ “เอาคืนมานะ”

 

“อะไรเล่า ขออ่านหน่อยไม่ได้รึไง” เมื่อเห็นว่าเจ้าของห้องเริ่มทำท่าทีโวยวายฮยอนบีก็รู้สึกสนุกที่ได้แกล้งอีกฝ่าย ยิ่งตอนที่เบี่ยงหลบแล้วได้ยินเสียงจิ๊ปากดังมาจากร่างโปร่งเธอก็รู้สึกสะใจอย่างบอกไม่ถูก

 

เวลาที่ชัลยูขมวดคิ้วหน่ะเท่สุดๆ ไปเลย

 

“อ่านเล่มอื่นเถอะนะ เล่มนั้นของเพื่อนเรา เดี๋ยวยับ” อีกฝ่ายยังคงหาเหตุผลให้คนตัวเล็กยอมคืนหนังสือให้เธอแต่ดูท่าเจ้าตัวจะสนใจมันมากเลยทีเดียว

 

“เราไม่ทำยับหรอก อ่า ชัลยู ถ้าเธอแย่งเราเดี๋ยวมันก็ยับนะ” ฮยอนบีเอ็ดออกมาเบาๆ พร้อมกับพยายามยื้อหนังสือในมือไว้ ทันทีที่ชัลยูคว้าได้เจ้าหล่อนก็พยายามจะดึงกลับไปแต่ดูเหมือนว่าอีกคนจะไหวตัวทันจึงจับยึดหนังสือไว้แน่น

 

“เธอก็ปล่อยก่อนสิ” สาววิศวะไม่ยอมอ่อนข้อให้สาวอักษร เพราะยิ่งฮยอนบีอยากรู้มากเท่าไหร่เธอก็ต้องรีบเอาหนังสือนั่นออกห่างมือเรียวให้เร็วที่สุด “ฮยอนบี ทำไมดื้อแบบนี้เนี่ย”

 

กลายเป็นว่าตอนนี้สองสาวกำลังแย่งหนังสือการ์ตูนกันอยู่บนเตียงและดูเหมือนว่าคนตัวโตกว่าจะได้ชัยชนะไปเพราะชัลยูสามารถดึงหนังสือออกจากมืออีกคนได้สำเร็จ ทั้งคู่หอบแฮ่กกับการยื้อแย่งกันเมื่อครู่ ใครจะไปคิดว่าตัวเล็กอย่างฮยอนบีจะแรงเยอะขนาดนั้นกัน

 

“ใจร้าย ชัลยูใจร้าย ขอเราอ่านหน่อยไม่ได้รึไง”

 

“ไม่เอาหรอก ของเพื่อนเรา เดี๋ยวมันว่า” ชัลยูยังคงไม่หยุดใช้เพื่อนมาเป็นข้ออ้างและเพื่อให้พ้นมือของคนจอมซนเธอต้องเอามันไปเก็บไว้ในกระเป๋าก่อนที่อีกคนจะมาแย่งไปได้

 

“โธ่ ก็อย่าบอกเพื่อนเธอสิ เราอ่านแป๊บเดียว ไม่ยับหรอก น้าน้า..” เมื่อเห็นว่าร่างโปร่งกำลังจะลุกออกจากเตียงไปฮยอนบีก็จัดการคว้าแขนอีกคนไว้ ก่อนจะแนบหน้าเข้ากับต้นแขนขาวของอีกคนพร้อมกับช้อนตามอง ส่งสายตาวิบวับให้อีกฝ่ายเห็นใจ ทั้งยังลากเสียงนะๆ ให้ชัลยูเริ่มรู้สึกหวั่นใจอีก

 

“อย่าอ่านเลย เธอไม่ชอบหรอก” สาววิศวะยังคงใจแข็งและไม่ยอมให้อีกฝ่ายได้อ่านมันแน่ๆ

 

“ขอเราลองก่อน ชอบไม่ชอบเดี๋ยวรู้เลย ขออ่านหน่อยนะคะ” อีกฝ่ายก็ยังไม่ลดละความพยายามทั้งยังวาดแขนเล็กมาโอบคอเธออีกต่างหาก ฮยอนบีทำไมถึงดื้ออะไรขนาดนี้นะ

 

“อ่านเล่มอื่นเถอะ เล่มนี้เราขอ” เมื่อเห็นว่าร่างโปร่งใจแข็งไม่ยอมให้อ่านปากเล็กก็เริ่มเบะออกก่อนจะผละตัวออกจากอีกคน

 

“ทำไมไม่ให้อ่านอ่า มันก็หนังสือการ์ตูนเหมือนกันไม่ใช่หรอ” น้ำเสียงงึมงำเล็กน้อยทำเอาจิตใจของคนฟังรู้สึกแปลกๆ นี่คนตัวเล็กกำลังงอนเธออยู่งั้นหรอ

 

“มันก็ใช่..แต่..”

 

“แต่อะไร ทำไมเราถึงอ่านไม่ได้”

 

“ก็เราไม่อยากให้เธออ่าน”

 

“ทำไมอ่า มันน่ากลัวหรอ หรือว่ามีฉากแบบนั้น เราอ่านได้นะ ปกติเราก็อ่านวายอยู่แล้ว” พอได้ฟังแบบนั้นชัลยูก็ไม่รู้จะสรรหาคำพูดอะไรมาพูดให้อีกฝ่ายเข้าใจว่าทำไมถึงไม่อยากให้อ่าน ความจริงเนื้อหามันก็ไม่ได้หวือหวาหรอก ถ้ามันเป็นการ์ตูนวายที่อ่านกันตามปกติมันก็ไม่มีอะไร แต่นี่มันการ์ตูน.. อือ การ์ตูนยูริ เธอไม่อยากให้ฮยอนบีอ่าน

 

ถ้าถามว่าทำไมก็..ไม่รู้สิ

 

“มันไม่เหมือนกันซะหน่อย” ชัลยูพูดด้วยน้ำเสียงเบาหวิว เธอไม่รู้จะพูดยังไงให้อีกฝ่ายเลิกสนใจ ยิ่งเห็นว่าคนตัวเล็กกำลังทำหน้าตาบึ้งตึงอยู่ก็อยากจะยื่นให้อีกคนอ่านจะได้จบๆ ไป แต่ถ้าทำแบบนั้นมันคงไม่ใช่เรื่องดีแน่

 

“ถ้าไม่เหมือนก็ให้เราอ่านเถอะนะ สัญญาว่าจะเป็นเด็กดี” เมื่อเห็นว่าร่างโปร่งมีท่าทีอ่อนลงฮยอนบีก็อาศัยช่วงเวลานั้นเข้าไปออดอ้อนอีกคน หารู้ไม่ว่าการกระทำแบบนั้นมันไม่ต่างอะไรกับการยั่วเลยชัดๆ เสื้อครอปสีเหลืองของเจ้าหล่อนคอมันก็กว้างซะเหลือเกิน หรืออาจจะเป็นเพราะเธอช่วงตัวเธอที่ยาวเกินไปทำให้เวลาก้มมองอีกฝ่ายก็จะเห็นใบหน้าเนียนอมชมพูรวมถึงเนินอกของคนตรงหน้าภายใต้เสื้อตัวบางนั่นอีก

 

สาบานได้ว่าเธอไม่ได้ตั้งใจมองเลยสักนิด

 

 

ชัลยูรีบหันหน้าหนีไปอีกทางทันทีเพื่อซ่อนอาการเห่อร้อนบนใบหน้า พยายามสงบสติกับตัวเองที่เผลอมองร่างกายของอีกฝ่ายอย่างไม่ได้ตั้งใจ บางทีอาจจะลองคิดว่ามันเป็นอุบัติเหตุเหมือนวันนั้นที่ฝนตกก็คงจะไม่เสียหาย ก็เพราะอีกฝ่ายไม่ระวังตัวเองต่างหาก

 

“ทำไมถึงอยากอ่าน” ชัลยูตัดสินใจถามอีกคนตรงๆ อย่างน้อยถ้าเหตุผลมันฟังขึ้นก็พอจะให้อ่านแหละ แต่ถึงยังไงเธอก็พยายามจะหาทางไม่ให้อีกฝ่ายอ่านอยู่ดี

 

“มันก็การ์ตูนไม่ใช่หรอ ไม่เห็นเสียหายซะหน่อย” ฮยอนบีรู้ทัน ที่อีกฝ่ายท่ามาก ถามนู่นถามนี่ จะพยายามเบี่ยงความสนใจใช่ไหมล่ะ ไม่มีทางที่เธอจะลืมหรอก

 

“แต่มันไม่ใช่การ์ตูนวายนะ จะอ่านวายไม่ใช่หรอ”

 

“วายก็อ่าน เล่มนั้นก็จะอ่านด้วย”

 

“อ่านแค่วายอย่างเดียวก็พอแล้ว” ชัลยูพูดก่อนจะลุกพรวดขึ้นทำเอาร่างบางที่เกาะแกะอยู่ถึงกับนอนร่วงลงไปบนเตียง ปากบางยังคงเบะคว่ำอยู่แบบนั้นเพราะความใจแข็งของเจ้าบ้าน จะใจแข็งไปไหน ยอมให้อ่านก็จบแล้วแท้ๆ

 

“เออ ไม่อ่านก็ได้” คนตัวเล็กลั่นคำพูดก่อนจะทิ้งตัวลงนอน ทันทีหญิงสาวละออกมาจากตัวจุ้นได้เธอก็จัดการเก็บเอาหนังสือ อันตรายเข้าไปเก็บไว้ในโซนพื้นที่ที่ปลอดภัย แต่ยังไม่ทันได้ยัดหนังสือพวกนั้นเข้ากระเป๋าก็ได้ยินเสียงฮึดฮัดจากคนบนเตียงเสียก่อน พอหันไปดูก็เห็นว่าคนตัวเล็กกำลังนอนหันหลังใส่เธอพร้อมกับฟาดมือลงบนเตียงสองสามครั้งก่อนจะนิ่งเงียบไป

 

บรรยากาศในห้องเริ่มเปลี่ยนเมื่อดวงอาทิตย์ค่อยๆ หรี่แสงลง นี่อย่าบอกว่าฮยอนบีงอนเธอเรื่องที่เธอไม่ยอมให้อ่านยูริหน่ะ..

 

“ฮยอนบี”

 

“...”

 

เงียบ

 

 

สาววิศวะกรอกตามองเพดานก่อนจะละจากหนังสือการ์ตูนวางพวกมันไว้บนโต๊ะแล้วก้าวขึ้นไปบนเตียง แรงยวบข้างๆ ทำให้คนตัวเล็กมุดหน้าลงกับหมอนอย่างหงุดหงิดใจ คิดจะมาง้อกันหรอ บอกเลยนะว่าไม่ง่ายหรอก

 

“ฮยอนบี” ชัลยูยังคงเอ่ยเรียกอีกคนทั้งๆ ที่รู้ว่ายังไงอีกฝ่ายก็ไม่ยอมขานตอบแน่ ยิ่งเขยิบเข้าใกล้คนตัวเล็กก็คอยแต่เขยิบตัวหนีจนอดขำกับท่าทีนั้นไม่ได้ “นี่” ว่าแล้วก็จิ้มที่ไหล่บางเบาๆ แต่ทว่าก็ได้การเบี่ยงหลบเป็นคำตอบ

 

“งอนหรอ”

 

“...”

 

“ฮยอนบี” เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายไม่ยอมตอบแถมยังทำเสียงฟึดฟัดอีกต่างหาก เธอก็เลยจัดการจับไหล่อีกคนให้หันหน้ามามอง ยิ่งตอนที่ดวงตาเรียวเล็กสบเข้าให้ก็รู้เลยทันทีว่าตัวเองโดนงอนเข้าอย่างจัง เรียวปากบางยังคงเบะคว่ำจนอยากจะเอื้อมมือไปดึงเพราะความหมั่นไส้

 

“งอนเป็นเด็กเลยนะ”

 

“ใครงอน? ใครเด็ก? อย่ามามั่ว”

 

“ใครไม่รู้ แถวนี้เลยเนี่ย” ชัลยูหัวเราะกับคำพูดของอีกคนก่อนที่สายตาจะสังเกตบนศีรษะเล็กที่ตอนนี้ยางเกลียวมันหลุดออกมาจนเกือบหล่นแล้ว “ไหน มานี่”

 

“อะไร” ฮยอนบีถามด้วยเสียงแข็งเพราะจู่ๆ ชัลยูก็เอื้อมมือมายุ่มย่ามบนหัวของตัวเอง ร่างเล็กเบี่ยงหลบออกเล็กน้อยเพราะไม่เข้าใจการกระทำของอีกคน

 

“ยางมันจะหลุดแล้ว จะมัดให้ใหม่” พูดทั้งๆ ที่สายตายังคงจับจ้องที่ยางเกลียวสีเหลือง ถ้าคนตัวเล็กขยับตัวมากกว่านี้มันคงต้องหลุดออกมาแน่ๆ

 

“เดี๋ยวมัดเอง เอามือออกไปเลย” ว่าแล้วก็ปัดมือเรียวของอีกคนออกก่อนจะรูดยางเกลียวออกจากหัวตัวเอง แต่ไม่ทันไรก็โดนอีกคนแย่งไปซะก่อน “อะไรเนี่ย”

 

“จะมัดให้ไง”

 

“มัดของตัวเองก่อนเถอะ เอามานี่” ที่ฮยอนบีพูดหน่ะก็เป็นเรื่องจริง เพราะจากตอนแรกชัลยูมัดผมที่ยาวนั่นลวกๆ ไว้ก่อนที่จะมาฟัดกันบนเตียง ตอนนี้มันก็หลุดรุ่ยไปหมดแล้ว แถมยังจะมาพะวงกับจุกบนหัวของฮยอนบีอีก มันใช้ได้ที่ไหนกัน

 

“งั้นมัดให้หน่อย” อีกคนว่าก่อนจะยื่นยางเกลียวสีเหลืองให้ท่ามกลางความงุนงงของคนตัวเล็ก

 

“ยางตัวเองก็มี จะมาใช้ยางคนอื่นได้ไง” ฮยอนบีถามอีกคน

 

“ก็อยากใช้สีเหลือง”

 

“ซื้อซะสิ”

 

“อยากใช้ตอนนี้” ชัลยูยังยืนยันคำเดิมแต่ยื่นยางสีเหลืองไปตรงหน้าอีกครั้ง คนตัวเล็กมองยางมัดผมในมือสลับกับใบหน้าของสาววิศวะก่อนจะเชิดหน้าขึ้น

 

“จะมัดให้ก็ได้ แต่ต้องให้อ่านหนังสือนั่น” ว่าแล้วใบหน้าขาวเนียนก็พยักพเยิดไปทางโต๊ะหนังสือ ซึ่งเจ้าของห้องก็รู้ดีว่าเจ้าหล่อนหมายถึงอะไร

 

“งั้นมัดเองก็ได้” ชัลยูยักไหล่อย่างไม่ยี่หระก่อนจะเขยิบตัวมานั่งดีๆ แล้วแกะยางมัดผมของตัวเองให้หลุดออกมา ก่อนที่ก้านนิ้วยาวจะสางผมแล้วรวบใหม่ การกระทำของคนตัวสูงทำเอาหนึ่งชีวิตที่นอนอยู่บนเตียงต้องแยกเขี้ยวใส่ลับหลัง ทำไมถึงใจแข็งแบบนี้

 

แต่ไม่ทันที่นิ้วเรียวจะได้ยืดยางเกลียวสีเหลืองนั่นออกจู่ๆ คนตัวเล็กก็โฉบเอาไปเสียก่อน ครั้นพอหันไปจะมองหน้าแต่ทว่าก็ถูกบดบังด้วยช่วงลำตัวบางของอีกคน เสื้อครอปตัวสั้นเลิกขึ้นเล็กน้อยทำให้เห็นเนื้อขาวที่อยู่ข้างใน รวมถึงส่วนเว้าโค้งตรงเอวคอดนั่น

 

ฮยอนบีลุกขึ้นนั่งชันเข่าบนเตียง ใช้ฝ่ามือดันไหล่อีกคนให้นั่งตรงก่อนจะใช้มือเกล้าเส้นผมสีดำให้สูงขึ้นพร้อมกับจัดการใช้ยางเกลียวสีเหลืองของตัวเองมัดผมให้เจ้าของห้อง ถึงจะเป็นการกระทำที่ไม่เต็มใจนักแต่ทว่าคนตัวเล็กก็อยากทำให้

 

ดวงตาโตของชัลยูจับจ้องภาพตรงหน้าด้วยอาการหายใจลำบาก ใช้สายตาไล่มองตั้งแต่ต้นขาเรียวเล็กที่ตั้งชันขึ้นไปจนถึงช่วงเอวขาว แล้วเวลาทีอีกคนขยับมือไปมาเสื้อครอปก็เลิกขึ้นตามไปจนน่าหวาดเสียว เป็นภาพที่ทำให้คนมองรู้สึกอยากกลั้นหายใจตายเอาดื้อๆ

 

หญิงสาวพยายามที่จะไม่มองภาพตรงหน้าเพราะมันอันตรายต่อจิตใจเกินไป ไม่เคยคิดมาก่อนว่าคนตัวเล็กจะเป็นคนผิวขาวเนียนทั้งข้างนอกข้างใน แถมเธอเองก็เคยลองจับแขนอีกคนมาบ้างแล้ว สัมผัสนุ่มนั่นยังติดมืออยู่เลย

 

ถ้าได้ลองจับเอวขาวๆ นั่นดูบ้างจะนุ่มเหมือนกันไหมนะ ..

 

....

 

คิดบ้าอะไรอยู่น่ะชัลยู !

 

 

 

 

นิ้วของฮยอนบียังยุ่งอยู่กับสางผมอยู่หลายครั้งเพราะว่าผมของชัลยูมันยาวพอสมควร กว่าจะรวบขึ้นหมดก็ต้องสางกันหลายรอบ กลิ่นแชมพูอ่อนๆ ปะทะเข้ากับจมูกรั้นที่ตอนนี้เริ่มสงสัยแล้วว่าชัลยูใช้ยาสระผมยี่ห้ออะไร แต่ก็ต้องละคำถามนั่นทิ้งไป แล้วจัดการมัดผมที่ใช้มือรวบไว้อยู่ให้เรียบร้อยก่อนจะจัดทรงให้มันดูดีขึ้นเล็กน้อย

 

“เสร็จแล้ว” คนตัวเล็กบอกพร้อมกับชะโงกหน้าซ้ายทีขวาทีเพื่อเช็กสภาพผม ส่วนชัลยูเองก็เพิ่งรู้ตัวว่าจับจ้องอีกคนนานเกินไป ตากลมกระพริบถี่ๆ ก่อนจะดึงสติตัวเองให้กลับคืนมาเหมือนเดิมพร้อมกับตีหน้านิ่งเหมือนก่อนหน้านี้

 

“ไหนว่าจะไม่มัดให้” ชัลยูหรี่ตามองคนปากไม่ตรงกับใจที่ตอนนี้ยังคงทำหน้าบึ้งไม่หาย

 

“ผมยุ่งเป็นผีกระสือ เห็นแล้วสงสาร” คนตัวเล็กว่าก่อนจะหันไปหยิบการ์ตูนวายข้างตัวมาอ่านแล้วล้มตัวลงนอน มือเล็กของฮยอนบีปัดผมที่ปรกหน้าของตัวเองเบาๆ ก่อนจะจดจ้องหนังสือในมือ เจ้าของห้องที่ยังคงนั่งอยู่บนเตียงมองการกระทำของคนขี้งอนก่อนจะลุกเดินไปที่โต๊ะเครื่องแป้ง เปิดลิ้นชักมองหาของบางอย่างก่อนจะหยิบมันขึ้นมา

 

ฮยอนบีแอบชำเลืองมองการกระทำของชัลยูเป็นระยะๆ ไม่รู้ว่าคนตัวสูงคิดจะทำอะไร แต่บอกเลยว่าตอนนี้แอบงอนนิดหน่อย คนอะไรหวงแม้กระทั่งหนังสือ ยืมไปอ่านที่ห้องก็ไม่ได้ พอยอมมาอ่านที่ห้องตัวเองก็ยังหวง

 

ยัยตัวโย่ง ยัยขี้งก

 

 

คนตัวเล็กทำสีหน้าล้อเลียนอีกฝ่ายในขณะที่ยังหันหลังให้เธออยู่แต่ทว่าก็ต้องรีบปรับสีหน้าให้เป็นปกติเมื่อชัลยูหันหน้ามามองเธอแล้วเดินเข้ามาใกล้ ฮยอนบีมองตามอีกคนที่ตอนนี้กำลังยืนจ้องหน้าเธออยู่ก่อนจะกวักมือเรียก

 

“มานี่”

 

“อะไร”

 

“ลุกขึ้นมาก่อน” เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายยังมองหน้าเธอด้วยความสงสัย ชัลยูเลยจัดการคว้าแขนคนตัวเล็กให้ลุกขึ้นมานั่ง ถึงแม้ว่าสีหน้าของอีกคนจะไม่เต็มใจนักแต่ชัลยูหน่ะชอบบังคับเป็นที่หนึ่ง เพราะฉะนั้นฮยอนบีไม่มีทางขัดคำสั่งเธอได้หรอก

 

“อะไรเล่า” ร่างบางทำน้ำเสียงหงุดหงิดเล็กน้อยที่จู่ๆ ชัลยูก็ลากให้ลุกขึ้นนั่ง แต่ยังไม่ทันที่จะได้ถามอะไรมากชัลยูก็เอื้อมมือมาที่ศีรษะเล็กแล้วจัดการใช้ก้านนิ้วรวบผมด้านหน้าเป็นจุกเล็ก ใช้กิ๊บรูปสตรอว์เบอร์รี่ติดผมให้มั่น เมื่อเสร็จแล้วก็มองตรวจผลงานของตัวเองแล้วยิ้มบางให้

 

“โอเคขึ้นไหม”

 

“ไม่โอเค” รู้หรอกว่าชัลยูทำอะไรให้ คิดจะง้อด้วยการเอากิ๊บมาติดให้หรอ เมื่อเห็นว่าอีกคนยังทำน้ำเสียงไม่พอใจชัลยูเลยจัดการใช้มือดึงปากล่างของอีกคนเบาๆ ก่อนจะโดนมือเรียวตีเข้าให้ “ทำไมชอบแกล้ง”

 

“แล้วทำไมถึงชอบดื้อ”

 

“ใครดื้อ ชัลยูนั่นแหละเริ่มก่อน” คนตัวเล็กยังคงต่อปากต่อคำแถมยังหันหน้าหนีอีกต่างหาก ท่าทีดื้อดึงของฮยอนบีเริ่มทำเอาเจ้าของห้องรู้สึกอยากตายขึ้นมาดื้อๆ การต่อล้อต่อเถียงกับสาวห้องข้างๆ นี่ทำไมมันเหนื่อยขนาดนี้

 

“เริ่มอะไรเล่า ก็เธอบอกเองว่าอยากอ่านวาย นั่นมันนอกเหนือที่ตกลงกันนะ”

 

“เราแค่ขออ่านหน่อยเดียวเอง ทำไมต้องงกด้วย”

 

“นี่ว่าเรางกเลยหรอ ฮยอนบี ไหนหันหน้ามานี่สิ”

 

“ไม่เอา ไม่หัน จะกลับห้องแล้ว” อีกฝ่ายว่าก่อนจะสะบัดมือของเจ้าของห้องที่เพิ่งแตะให้หลุดออกจากไหล่ก่อนจะยืดตัวลุกขึ้นทำท่าจะเดินออกไปจากห้อง แต่ทว่าฝ่ามือของอีกคนก็คว้าแขนเล็กแล้วดึงให้มานั่งลงบนเตียงเหมือนเดิม

 

“แค่นี้ทำหนี ขี้งอนเอ้ย”

 

“ไม่ต้องมาว่าเราเลย เราไม่อ่านก็ได้” ใบหน้าเนียนสะบัดหันไปอีกทางแถมด้วยการเบ้ปากคว่ำให้อีกฝ่ายรู้ว่าเธอกำลังงอนอยู่นะ กะอีแค่หนังสือการ์ตูนเล่มเดียว หึ

 

“นี่ไง ขี้งอน งอแงด้วย ไหนบอกเรามาก่อนสิทำไมถึงอยากอ่าน มันไม่สนุกหรอกเชื่อเราสิ”

 

“ก็เราอยากรู้ว่าผู้หญิงกับผู้หญิงเขาทำกันยังไงอ่ะ!” ฮยอนบีตวัดหน้ามาพูดใส่อีกคนที่นั่งอยู่ข้างๆ คำตอบของคนตัวเล็กทำเอาคิ้วสวยขมวดเข้าหากันเล็กน้อย

 

“จะอยากรู้ไปทำไมเนี่ย..” ชัลยูถามด้วยเสียงแผ่วเบา ยิ่งเห็นแววตาและสีหน้าที่จริงจังของหญิงสาวก็ต้องลอบกลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดๆ ทำไมถึงอยากรู้ในเรื่องที่ไม่ควรรู้เนี่ย..

 

“ก็เราแค่อยากรู้อ่ะ เข้าใจคำว่าอยากรู้ไหม?” คนตัวเล็กพูดพร้อมกับแบมืออกสองข้างแล้วใส่ฟีลลิ่งขยับไปมา

 

“มันไม่ใช่เรื่องน่ารู้เลยสักนิด”

 

“นี่ปิดกั้นความคิดกันหรอ มันต่างกับการ์ตูนวายยังไงในเมื่อจุดประสงค์ก็เหมือนกัน” พอเห็นว่าใช้อารมณ์อย่างเดียวไม่ได้ผลเลยต้องงัดเหตุผลกันมายกใหญ่ ยังไงซะวันนี้ฮยอนบีจะต้องอ่านการ์ตูนเล่มนั้นให้ได้

 

ชัลยูหรี่ตามองคนตัวเล็กด้วยความสงสัย “เธอจะไม่ขนลุกเอาหรอกหรอ”

 

“ทำไมต้องขนลุกด้วย”

 

“ก็นั่นมันผู้หญิง..” สาววิศวะเอ่ยด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาแต่แฝงไปด้วยความหมาย ที่เธอไม่อยากให้ฮยอนบีอ่านเพราะนั่นมันการ์ตูนยูริ ที่มีร่างกายเหมือนผู้หญิงเรา แถมยังมีฉากวาบหวิวที่ขนาดชัลยูลองอ่านแล้วยังต้องขนลุก

 

ก็จะไม่ให้ขนลุกได้ยังไง จู่ๆ ก็มีภาพที่สื่อว่าเวลาผู้หญิงเขามีอะไรกันเหมือนกับการ์ตูนวายมันเป็นยังไง ตอนนี้ชัลยูก็เริ่มเข้าใจพวกผู้ชายที่ขยาดการ์ตูนวายแล้วล่ะ

 

“แล้วไงเล่า? นี่ยี่สิบแล้วนะ ไม่ใช่เด็กๆ โตแล้ว คิดได้” เสียงเล็กพูดจาฉะฉานพร้อมกับทำหน้าตาขึงขังไม่ยอมแพ้คนตรงหน้า ไม่ใช่เด็กเล็กที่จะต้องมาห้ามกันซะหน่อย จะหวงทำไมก็ไม่รู้

 

“เฮ้อ” ชัลยูถอนหายใจเฮือกใหญ่แถมยังกรอกตามองบนอีกก่อนจะสบเข้ากับดวงตาเรียวเล็กอีกครั้ง โอเค ที่อีกคนพูดมันก็ถูก ฮยอนบีไม่ใช่เด็กที่ต้องคอยห้ามนู่นนี่ซะหน่อย อีกคนอยากรู้อะไรก็ให้รู้ไปเถอะ

 

ร่างโปร่งหันไปมองทางอื่นอย่างใช้ความคิดก่อนจะลุกเดินไปที่โต๊ะเพื่อหยิบหนังสือการ์ตูนสองเล่มนั้นมาถือไว้ในมือ ชำเลืองมองฮยอนบีเล็กน้อยก่อนจะเดินถือยื่นให้อีกคน

 

“อ่านเลย ตามสบาย เราไม่ห้ามละ” ถึงแม้ว่าจะเป็นการอนุญาตอีกฝ่ายแล้วก็ตามแต่น้ำเสียงก็ยังบ่งบอกว่าคนพูดไม่ได้เต็มใจเลยสักนิด สุดท้ายก็ต้องยอมให้อีกคนไป

 

และแน่นอนว่าคนที่ดีใจยิ้มจนแก้มปริก็เป็นใครไม่ได้นอกจากสาวอักษรที่ตอนนี้กำลังยิ้มร่ามองการ์ตูนในมือ ก่อนจะช้อนสายตามองเจ้าของห้องแล้วยิ้มหวานให้

 

“ขอบคุณค่ะ” น้ำเสียงร่าเริงและใบหน้ายิ้มแย้มนั่นไม่ได้ทำให้ชัลยูรู้สึกยินดีด้วยเลยสักนิด สาวเจ้าพนักหน้ารับก่อนจะเดินกลับไปนั่งที่โต๊ะของตัวเองเพื่ออ่านหนังสือต่อ

 

ตอนนี้เธอเสียเวลาไปเกือบสิบนาทีสำหรับการอ่านหนังสือ และแน่นอนว่าเธอไม่ต้องการให้เวลามันเสียไปอีกโดยเปล่าประโยชน์ ชัลยูหยิบไฮไลท์ขึ้นมาอีกครั้งและละเลิกความสนใจกับเพื่อนข้างห้องที่กำลังเกลือกกลิ้งอยู่บนเตียงจนเสื้อเลิกขึ้นเห็นเอวไปหมด

 

จะอ่านอะไรก็เชิญเลย เธอจะไม่ยุ่งด้วยแล้ว

 

 

ฮยอนบียิ้มจนปวดแก้มไปหมดเมื่ออีกฝ่ายยื่นการ์ตูนเล่มที่อยากอ่านมาให้ รู้หรอกว่าอีกคนก็ไม่ได้เต็มใจ แต่ก็นะ พอหยิบเหตุผลเรื่องอายุมาคุยอีกฝ่ายก็ยอมให้เฉยเลย

 

แต่ดูท่าจะงอนนะนั่น..

 

ช่างเถอะ เดี๋ยวอ่านจบแล้วจะง้อละกัน

 

หญิงสาวเลิกสนใจเจ้าของห้องและหันมาสนใจหนังสือในมือแทน หน้าปกที่มีรูปผู้หญิงสองคนเรียกความตื่นเต้นให้กับเธออีกครั้ง หลังจากครั้งแรกที่เธอได้เห็นคือตอนที่หยิบมันออกมาจากตู้

 

นิ้วเรียวค่อยๆ เปิดหนังสือไปทีละหน้าโดยที่ดวงตาเรียวก็จับจ้องดูภาพและอ่านตัวหนังสืออย่างตั้งใจ ความจริงมันก็แอบคล้ายการ์ตูนวายนั่นแหละ แค่เปลี่ยนตัวละครเป็นผู้หญิงแค่นั้นเอง

 

มันคงไม่ต่างกันมากหรอกมั้ง..

 

...

 

มั้ง..

 

...

 

เห้ย.. ทำไมมัน..

 

ขนาดนี้เลยหรอ?

 

...

 

โอ้โห ฮยอนบียกมือขึ้นมาปิดปากตัวเองแทบไม่ทันเพราะเมื่อครู่เกือบเผลอร้องลั่นด้วยความตกใจ ตอนนี้ที่สิ่งเธอกำลังอ่านอยู่มัน ...

 

...

 

คือตอนแรกก็เฉยๆ หรอกนะเพราะยังไงมันก็ดำเนินเรื่องเปิดฉากตอนต้นมาปกติ พอตอนกลางๆ หน่อยตัวละครเริ่มตกหลุมรักกันและเพื่อความไม่ยืดเยื้อทั้งสองจึงตกลงปลงใจจนได้เสียกัน ซึ่งมันก็เป็นเรื่องปกติของการ์ตูนที่ต้องอาศัยความรวดเร็วและเข้าสู่เนื้อเรื่องจริงๆ

 

จากตอนแรกที่ทั้งคู่สวมชุดนักเรียนญี่ปุ่นวัยใส ต่างฝ่ายต่างค่อยๆ ปลดเปลื้องกันทีละชิ้นจนไม่เหลืออะไร แถมคนวาดยังใส่อารมณ์และสีหน้าของตัวละครจนฮยอนบีต้องเบือนหน้าหนีเล็กน้อย

 

ยิ่งพอเริ่มเข้าด้ายเข้าเข็ม ความฮาร์ดคอของทั้งสองก็เริ่มเพิ่มระดับ จากเนิบๆ แบบเพลงอะคูสติกก็กลายเป็นเพลงแร็พภายในสองหน้า ยิ่งไปกว่านั้นคือท่าทางมันไม่ได้เหมือนการ์ตูนชายชายเลยสักนิด

 

ถ้าปกติชายชายจะมี ‘ไอ้นั่น’ เป็นพระเอกของเรื่องแต่ทว่าหญิงหญิงกลับมีแค่ .. เออ แค่ นิ้วอ่ะ ...

 

โอ่ย ขนลุก

 

เรียกได้ว่าในเล่มนี้พลิ้วไหวดั่งสายน้ำ อ่านไปก็ทำท่าพะอืดพะอมไปเป็นระยะ เพราะนอกจากตัวละครในเรื่องจะร้องครางอย่างสุดสยิว คนอ่านเองก็แทบบ้าเหมือนกัน

 

แค่นิ้วก็ทำให้เสียวขนาดนั้นเลยรึไง

 

เว่อร์จริง!

 

 

ฮยอนบีทนอ่านต่อไปไม่ไหวจึงตัดสินใจตัดจบมันแค่นี้แหละ ทิ้งหนังสือนั่นให้ห่างตัวเล็กน้อยก่อนจะหอบหายใจเข้าปอดลึกๆ ฉากเมื่อครู่ทำเอาเลือดสูบฉีดจนหน้าเห่อร้อนไปหมด

 

ทำไมอากาศมันร้อนแบบนี้!

 

คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันก่อนจะทำหน้ามุ่ยมองรอบห้อง พัดลมที่ตั้งอยู่มุมห้องก็ส่ายช้าซะจนหงุดหงิด ยิ่งไปกว่านั้นคือมันพัดอยู่แค่เบอร์หนึ่ง ถึงว่าทำไมมันร้อนนัก!

 

หญิงสาวก้าวลงจากเตียงด้วยความรวดเร็วก่อนจะพุ่งไปตบเบอร์พัดลมให้แรงขึ้นกว่าเดิม ใบพัดเริ่มทำงานเร็วขึ้นเป็นจังหวะก่อนจะเป่าลมเย็นใส่ใบหน้าเนียนที่ตอนนี้นั่งจ่ออยู่หน้าพัดลม

 

ชัลยูได้ยินเสียงดังกุกกักมาจากด้านหลังก็หันไปชำเลืองมองเล็กน้อยก็เห็นว่าร่างบางกำลังนั่งเอาหน้าจ่อพัดลมอยู่ ทั้งๆ ที่อากาศมันก็ไม่ได้ร้อนมากแต่ทำไมต้องเอาไปยื่นใกล้แบบนั้น

 

“ร้อนหรอ เปิดแอร์ไหม” เจ้าของห้องเอ่ยถามหลังจากสังเกตเห็นความผิดปกติของแขกตัวจ้อย ใบหน้าเนียนของอีกฝ่ายกำลังขึ้นสีระเรื่อจนคนมองอดแปลกใจไม่ได้ว่าอากาศมันร้อนขนาดนั้นเชียวหรือ

 

คนถูกถามสะดุ้งเล็กน้อยแล้วหันไปมองสาววิศวะที่เอี้ยวตัวมามองตนอยู่ ผมสั้นสีบลอนด์สะบัดไปมาตามแรงส่ายเบาๆ

 

“ไม่ต้องอ่ะ เราเริ่มเย็นละ” ปากบางเอ่ยบอกอีกฝ่ายพร้อมกับเชิดหน้าใส่พัดลมอีกครั้ง ที่บอกว่าเย็นนี่ไม่ได้หมายถึงหน้านะ หมายถึงใจต่างหาก ..

 

ภาพนั้นยังติดตาอยู่เลย ยิ่งนึกถึงใจก็เต้นแรง ..

 

โอ้ย ขนลุกโว้ย!

 

 

เมื่อสาววิศวะเห็นว่าไม่จำเป็นต้องเปิดแอร์ เธอก็หันไปสนใจหนังสือตรงหน้าอีกครั้งก่อนจะอ่านทวนเป็นรอบสุดท้าย ตั้งใจว่าถ้าอ่านจบเมื่อไหร่เธอจะไปนั่งหาเรื่องคุยกับฮยอนบีบนเตียง

 

แน่นอนว่ามันต้องไม่ใช่เรื่องของหนังสือเล่มนั้น..

 

หญิงสาวตั้งหน้าตั้งตาอ่านทวนเป็นรอบสุดท้ายอีกครั้งอย่างตั้งใจแต่ไม่ทันไรก็ต้องสะดุ้งโหยงเมื่อเห็นความผิดปกติบางอย่างอยู่ตรงหางตา

 

ชัลยูหันหน้าไปมองอย่างตกใจเพราะจู่ๆ ฮยอนบีก็ยื่นหน้าเข้ามาทางด้านหลังแถมยังใช้เรียวแขนโอบรอบบ่าเธออีกต่างหาก

 

“อ่านอะไรอยู่” เสียงเล็กของคนข้างๆ ถามทำเอาห้วงหายใจของชัลยูสะดุด ก็จะไม่ให้ตกใจได้ไง จู่ๆ ก็ยื่นหน้ามาแล้วทำท่าจะโอบกอดกันจากด้านหลังเนี่ย

 

“แคลไง ใกล้จบแล้วล่ะ” ชัลยูตอบไม่ค่อยเต็มเสียง อาจจะเพราะไม่กล้าพูดดังมาก แต่ถึงยังไงก็คงได้ยิน เล่นยื่นหน้าเข้ามาใกล้กันซะขนาดนี้ ใบหน้าเนียนของฮยอนบีอยู่ใกล้กับชัลยูมากจนน่าใจหาย แก้มของอีกฝ่ายก็ขึ้นสีระเรื่ออย่างน่ารักและแน่นอนว่ามันไม่ได้ระเรื่อเพราะการเติมแต่ง เธอมั่นใจว่าวันนี้ฮยอนบีไม่ได้แต่งหน้าเพื่อมาอ่านการ์ตูนแน่ๆ

 

“ขยันจัง..” ไม่พูดเปล่าแถมยังหันหน้ามามองเธอเล็กน้อยพร้อมกับเอียงหน้าไปด้านข้าง กลุ่มผมสีบลอนด์พลิ้วตามแรงโน้มถ่วงของโลก แต่ที่ยิ่งกว่านั้นคือภาพที่ชัลยูเห็นมันหน่วงช้าไปหมดคล้ายกับภาพสโลวโมชั่น ยิ่งตอนที่ฮยอนบีใช้ดวงตาเรียวเล็กจับจ้องเธอหรือตอนที่ริมฝีปากสีเชอรี่นั่นเผยอออกเล็กน้อย

 

สาบานได้เลยว่าไม่เคยคิดชอบผู้หญิงมาก่อนและไม่คิดว่าตัวเองจะมาใจสั่นกับผู้หญิงด้วยกันเอง

 

บอกตามตรงว่าฮยอนบีไม่ใช่ผู้หญิงสวย ใบหน้าจืดชืดตามประสาสาวเอเชีย ดวงตาเรียวชั้นเดียว จมูกรั้นที่เชิดปลายนิดๆ และริมฝีปากบางเฉียบนั่น โดยรวมแล้วก็แค่ผู้หญิงเอเชียตัวเล็กธรรมดาคนหนึ่ง แต่ที่ไม่ธรรมดาก็คงจะเป็นเสน่ห์อันเหลือร้ายที่ทำเอาคนมองใจสั่นอย่างที่เป็นอยู่ตอนนี้!

 

ชัลยูลอบกลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดเคือง เธอไม่ได้ตั้งใจจะละลาบละล้วงอีกฝ่ายทางสายตาแน่นอนถึงแม้ว่าก่อนหน้านั้นจะพยายามไม่มองแล้วก็ตาม และที่น่าตกใจที่สุดก็คงจะเป็นอะไรบางอย่างที่ไหววูบอยู่ในดวงตาของอีกคนแถมยังเคลื่อนใบหน้าเข้ามาใกล้เธอเรื่อยๆ

 

“ชัลยู..” คนตัวเล็กเอ่ยเรียกชื่อคนตรงหน้าอย่างแผ่วเบาก่อนจะใช้ดวงตาหลุบมองต่ำตรงบริเวณเรียวปากอิ่มสีสดนั่น เธอเห็นตอนที่ชัลยูกลืนน้ำลายลงคอ มันให้ความรู้สึกประหลาดอย่างบอกไม่ถูก

 

ดวงตากลมโตของชัลยูคล้ายกับหลุมดำขนาดใหญ่จนคนตัวเล็กอยากจะมองลึกเข้าไปด้านในแล้วค้นให้ทั่วว่าอะไรที่ทำให้ดวงตาของชัลยูสวยขนาดนี้ แถมยังมีเสน่ห์จนบางครั้งก็เผลอใจสั่นเวลาที่ชัลยูมอง เหมือนมีอะไรบางอย่างดึงดูดให้เราทั้งคู่เข้าใกล้กันเรื่อยๆ

 

เรื่อยๆ...

 

ลมหายใจอุ่นปัดเป่าที่ข้างแก้มอย่างแผ่วเบา ริมฝีปากของทั้งคู่ที่เผยอออกเล็กน้อยกำลังเคลื่อนใกล้กัน

 

จนกระทั่ง....

 

 

 

 

 

โป๊ก!

 

เสียงกระทบกันของหน้าผากดังขึ้นภายในเวลาแค่ไม่กี่วินาทีรวมถึงความเจ็บที่แล่นพล่านทั่วศีรษะคนทั้งสอง ชัลยูยกมือขึ้นมากุมหน้าผากตัวเองก่อนจะร้องซี๊ดออกมาเบาหวิว ส่วนฮยอนบีตอนนี้ก็ลงทิ้งตัวลงไปนอนกุมหน้าผากตัวเองอยู่บนเตียงเรียบร้อยแล้ว

 

ทุกอย่างมันเกิดขึ้นรวดเร็วมากจนตั้งตัวไม่ทัน ฮยอนบีรู้ตัวว่าตอนนี้ตัวเองกำลังทำอะไรอยู่ แน่นอนว่าแรงดึงดูดนั่นมันมหาศาลจนเกิดไปและเกือบจะทำให้ปากของเธอจะโดนปากของชัลยูอยู่แล้ว

 

ภายในเสี้ยววินาทีคนตัวเล็กก็ตัดสินใจเอาหัวเข้าชนกับแรงดึงดูดทั้งหมดและแน่นอนว่าสิ่งที่กระแทกเข้าอย่างจังจนทำให้เกิดเสียงก็คือหน้าผากของชัลยู

 

ฮยอนบีหยัดตัวขึ้นนั่งด้วยความรวดเร็วทั้งๆ ที่ตัวเองก็ยังเจ็บหน้าผากอยู่ แต่เธอรู้สึกสงสารอีกคนมากกว่าเพราะเมื่อตอนอยู่ที่บ้านฮยอนบีได้ฉายาคนหัวเหล็ก และเพราะฉายานั้นทำให้เธอเริ่มเป็นห่วงชัลยูทันที

 

“เจ็บตรงไหนรึเปล่า เราขอโทษ” คนตัวเล็กรีบรุดเข้าไปดูอาการของหญิงสาวอีกคนที่นั่งหน้าหงิกอยู่ตรงโต๊ะเขียนหนังสือ เสียงซี๊ดปากเบาๆ ทำเอาคนได้ยินเริ่มคว่ำปากรวมถึงหางตาเริ่มตกลงเล็กน้อย “ชัลยู..”

 

“ไม่ๆ เราไม่เป็นไร” ถึงปากจะพูดแบบนั้นแต่สาววิศวะก็ยังคงนิ่วหน้า รู้สึกเหมือนก่อนหน้านี้เห็นดาวเป็นสิบๆ ดวงลอยอยู่รอบตัวแถมมันยังเจ็บมากอีกต่างหาก ใครจะไปรู้ว่าอีกคนจะเอาหัวโหม่งเธอแบบนี้แถมอีกฝ่ายก็ยังหัวแข็งมากซะด้วย

 

“ขอโทษ เราไม่ได้ตั้งใจอ่า เจ็บไหม ขอเราดูหน่อย” ฝ่ามือเรียวดันหน้าอีกคนให้เงยขึ้นก่อนจะดึงมืออีกฝ่ายออก ปรากฏให้เห็นรอยแดงเป็นวงใหญ่ที่เกิดจากการกระแทกเมื่อครู่ แถมตอนนี้มันก็เริ่มบวมขึ้นแล้วด้วย “ชัลยูอ่า.. เจ็บไหม เราขอโทษ”

 

คนตัวเล็กจับจ้องรอยแดงบนหน้าผากด้วยความรู้สึกผิดจนต้องพูดคำว่าขอโทษออกมาเป็นสิบๆ ครั้ง ในขณะเดียวกันชัลยูเองก็เอาแต่มองใบหน้าของคนตรงหน้าด้วยความโล่งใจ

 

ใช่.. เธอโล่งใจมากที่ทุกอย่างมันไม่เป็นอย่างที่คิด

 

อยากขอบคุณอีกฝ่ายด้วยซ้ำที่ตัดสินใจเอาหัวเข้าโหม่งเพื่อเรียกสติของทั้งคู่ ถึงแม้ว่าวิธีมันจะรุนแรงไปหน่อยก็ตาม ยิ่งเห็นว่าคนตัวเล็กทำหน้าตารู้สึกผิดชัลยูเองก็ไม่ได้โกรธอะไร ความเจ็บที่หน้าผากค่อยๆ ทุเลาลงเพราะอีกฝ่ายเอาแต่เป่าเพี้ยงๆ พร้อมกับพูดพึมพำอะไรบางอย่าง ยิ่งพอเห็นหางตาของอีกฝ่ายที่ลู่ลงมาเรื่อยๆอย่างน่ารัก เธอก็ยิ่งอยากแกล้งลูกหมาตัวนี่ชะมัด

 

“ทำไมถึงยื่นหน้าเข้ามาแบบนั้นล่ะ มันอันตรายนะรู้ไหม” ได้ทีก็ทำท่าดุอีกฝ่ายเล็กน้อยโดยการทำหน้านิ่วคิ้วขมวดใส่ พอเห็นปฏิกิริยาคนตัวเล็กที่เริ่มเม้มปากอย่างประหม่าด้วยแล้วก็ชอบใจเข้าไปอีก

 

“เราขอโทษ เราไม่ตั้งใจอ่า เราแค่อยากทดสอบดูว่ามันจะรู้สึกยังไงแค่นั้นเอง ไม่คิดว่าจะเป็นแบบนี้” พอโดนบีบคั้นฮยอนบีก็สารภาพออกมาหมดเปลือกรวมถึงเจตนาของอีกฝ่ายที่ทำเอาคนฟังถึงกับต้องขมวดคิ้วมอง

 

“ทดสอบ?” ชัลยูพูดเสียงสูงเป็นเชิงคำถาม

 

“อือ” คนตัวเล็กยอมรับออกมาซึ่งๆ หน้าพร้อมกับทำหน้าตาสำนึกผิด “เราเห็นในหนังสืออ่ะ..แต่เราไม่ได้ตั้งใจทำให้ชัลยูเจ็บตัวเลยนะ งื้ออ เราขอโทษ”

 

สาววิศวะเงียบไปสักพักเมื่อคนตรงหน้าสารภาพความจริงออกมาว่าการกระทำเมื่อครู่เกิดจากความสงสัยในการอ่านหนังสือเล่มนั้น นี่หรือคนอายุยี่สิบที่บอกว่าตัวเองไม่เด็ก แล้วก็โตแล้ว แต่ยังทำตามหนังสือโดยไม่คิดหน้าคิดหลัง

 

ลองนึกเอาก็แล้วกันถ้าไม่ใช่แค่หน้าผากกระแทกกันแต่กลายเป็นอย่างอื่นกระแทกกันจะเกิดอะไรขึ้น

 

...

 

อย่าคิดเยอะ เธอหมายถึงจมูกต่างหาก

 

 

 

ชัลยูผ่อนลมหายใจอย่างเหน็ดเหนื่อย วันนี้มีแต่เรื่องวุ่นไปหมด อุตส่าห์ยอมใจอ่อนให้อีกฝ่ายอ่านหนังสือต้องห้ามได้แล้วยังจะต้องมาเจ็บตัวเพราะความสงสัยของคนตัวเล็กอีก

 

มันน่าจับตีจริงๆ

 

“เจ็บไหมอ่า ฮือ แดงหมดเลย เราขอโทษนะ” สาวอักษรตัวจ้อยเอาแต่พร่ำขอโทษไม่เลิกแถมยังประคองหน้าสวยของอีกคนเข้ามาดูพื้นที่เสียหายใกล้ๆ พอเห็นว่ามันเริ่มบวมคนตัวเล็กก็ทำหน้าคล้ายกับคนที่พร้อมจะร้องไห้ตลอดเวลา

 

เพราะความอยากรู้อยากลองของเธอแท้ๆ ที่ทำให้ชัลยูเจ็บตัว

 

“พอแล้ว ไม่ต้องขอโทษหรอก” ชัลยูพูดเสียงเรียบก่อนจะจ้องดวงตาเรียวเล็กที่กำลังมองมาอย่างรู้สึกผิด

 

“คราวหลังอย่าทำแบบนี้อีกนะรู้ไหม ไหนว่าโตแล้วไงทำไมถึงได้ทำอะไรไม่คิดให้ดีก่อน”พอโดนอีกฝ่ายว่าเข้าให้หญิงสาวตรงหน้าก็ก้มหน้ายอมรับความผิดแต่โดยดี จนชัลยูต้องเลื่อนมือไปดันหน้าอีกคนให้มองกันอีกครั้ง

 

“อยากทำตามในหนังสือแต่ไม่นึกผลที่มันจะตามมาเลยรึไง”

 

“...”

 

“ของจริงหน่ะ มันไม่เหมือนในหนังสือหรอกนะ”

 

“...” แค่คำพูดไม่กี่คำของชัลยูก็ทำเอาฮยอนบีเบ้ปากคว่ำเตรียมจะร้องไห้ เธอรู้สึกผิดกับชัลยูขึ้นมาทันทีที่ไม่ยอมเชื่อฟังแถมยังทำเรื่องที่ไม่น่าให้อภัยอีกต่างหาก

 

“ขอโทษ..” คนตัวเล็กเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเล็กน้อย จมูกรั้นริ่มขึ้นสีตรงปลายอย่างน่าเอ็นดู

 

“ไม่ต้องพูดแล้ว เราไม่อยากฟังแล้ว” ประโยคต่อมาทำเอาน้ำตาแทบจะไหลออกมาทันที คนที่เผลอพูดจาออกไปแบบนั้นก็ต้องรีบพูดแก้ใหม่อีกครั้งเพราะเธอกลัวว่าฮยอนบีจะร้องไห้ออกมาจริงๆ “ที่เราพูดเมื่อกี้เราหมายถึงว่าเราไม่เป็นไรแล้ว ไม่ต้องขอโทษหรอก”

 

“เรานึกว่าเธอจะโกรธเราซะอีก” ปากบางเบ้คว่ำอย่างน่าสงสารและแน่นอนว่าคนมองก็ต้องรู้สึกสงสารไปตามๆ กัน

 

“ใครจะโกรธลงเล่า” พูดแล้วก็ส่งยิ้มบางให้อีกฝ่ายก่อนจะเอื้อมมือไปยีกลุ่มผมนุ่มอย่างเบามือ “ทีหลังอย่าดื้อกับเรานะ”

 

“อือ เราจะเป็นเด็กดี ไม่ดื้อแล้ว”

 

“ดีมาก” เมื่ออีกฝ่ายตอบรับชัลยูจึงยิ้มกว้างกว่าเดิม จับจ้องคนตัวเล็กที่เอาแต่พะเน้าพะนอขอดูรอยแดงอีกรอบและเธอก็ยอมให้คนตัวเล็กดูมันอีกครั้ง ท่าทีเป็นห่วงของฮยอนบีทำเอาชัลยูอมยิ้มเล็กน้อย ถ้ารู้ว่าเจ็บตัวแล้วอีกคนจะเป็นห่วงแบบนี้รู้งี้ยอมเจ็บตัววันละหลายๆ หนเลย

 

“ฮยอนบี” เมื่อนึกอะไรบางอย่างได้ ชัลยูจึงเอ่ยเรียกคนตรงหน้าให้หลุบตามองกัน

 

“หือ” คิ้วเรียวเลิกขึ้นเล็กน้อยขณะที่จ้องใบหน้าของชัลยู

 

“ที่บอกว่าในหนังสือมันไม่เหมือนของจริง .. เราหมายความว่าแบบนั้นจริงๆ นะ”

 

“...”

 

“ไม่ต้องดูตามหนังสือหรอก”

 

“...”

 

“เดี๋ยวเราทำให้ดูเอง”

 

“...” พอชัลยูพูดจบคนฟังก็ชะงักนิ่งไป คำพูดของสาววิศวะยังคงวนเวียนอยู่ในหัวรวมถึงสายตาที่กำลังจับจ้องมามันดูเจ้าเล่ห์ยังไงชอบกล ยิ่งตอนที่ชัลยูยกยิ้มที่มุมปากเล็กน้อย ความร้อนก็เห่อแล่นขึ้นมาบนพวงแก้มทั้งสองข้างจนมันขึ้นสี

 

คนตัวเล็กเม้มปากแน่นเพราะประโยคหลายแง่ของชัลยู ฝ่ามือเล็กฟาดเข้าที่แขนคนตรงหน้าอย่างแรงเพื่อระบายความเขินบนใบหน้าของตน

 

 

“บ้า!!”

 

 

บอกแล้วว่าชัลยูหน่ะยอมเจ็บตัว..

 

 

 




























ขอกลับบ้านแปบ ..


- - - -



โอ้ย วูบวาบมากชีวิต
ทำไมถึงได้สยิวอะไรอย่างเน้

เม้นกัน สกรีมกันเถอะ!

รัก!


#ฟิคคลังฝัน


*เห็นคำผิดทักได้นะครับ ขอบคุณครับ!*





© themy butter
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 66 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

6,477 ความคิดเห็น

  1. #6284 chanbaekjan (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2561 / 09:09

    แหม ชัลยู จะเอาใหย่เลยน้าาา
    #6,284
    0
  2. #6084 999% (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2561 / 21:42
    โหหหหเจ้าเล่ห์ที่สุด!!! คือต่างฝ่ายต่างใจสั่นกัน ฝ่ายฮยอนบีดูจะชื่นชมในความเท่มากๆ แต่ชัลยูนี่สิ นางหื่นอะฮือออแบบชมรูปร่างเขางี้ อยากจับงี้ คลบ้า!
    #6,084
    0
  3. #6078 afternuria (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2561 / 20:41
    ชัลยูเกรเดดดดดดดดดดดดด
    #6,078
    0
  4. #6051 LuhanBen (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 14 มิถุนายน 2561 / 14:13
    บ้าไปแล้ววววววว กรี้ดดดดดดดดดดดด
    #6,051
    0
  5. #5779 pim pimmi (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2561 / 09:34
    เดี๋ยววววว ><
    #5,779
    0
  6. #4516 MARKTUAN190 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 30 เมษายน 2560 / 22:58
    เอ็นดูยัยหมาาา น่ารักน่ากอดจริงๆ
    #4,516
    0
  7. #3048 Park.k_Kwancheses (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 15 กันยายน 2559 / 08:20
    แบบนี้ก็ได้หรอ เอาหัวไปชนเค้าทำไมลูก ฮยอนบี 5555

    ชัลยูตอนนี้เริ่มออกลาย ร้ายนักนะคะหัวหน้า ; P
    #3,048
    0
  8. #1802 ★AOM'ONPCY☆ (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2559 / 12:28
    นี่เกิดมาไม่เคยอ่านการ์ตูนยูริเลย 555555555 เจอไรท์เตอร์บรรยายแบบนี้ทำไมรู้สึกขำ ลุ้นมากว่าชัลบีจะจูบกันไหมสรุปได้ว่าหัวโนกันตามระเบียบ ซนจริงๆยัยฮยอนบีเอ้ยยย
    #1,802
    0
  9. #1431 oil_exo-l (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 26 มีนาคม 2559 / 17:20
    แอบขนลุกเบาๆ เฮือกกกกก
    #1,431
    0
  10. #1414 inuunan2 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 20 มีนาคม 2559 / 16:47
    ชอบ งื้ออออออ น่ารักกก ชันยูๆๆๆ
    #1,414
    0
  11. #1091 จีวอนชิ':) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 18 มกราคม 2559 / 20:58
    ก็ยูริไม่เหมือนวายอ่ะลูกกก
    #1,091
    0
  12. #943 มิลี่ไลล่า♡ (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2558 / 12:43
    นี่ลุ้นจนสั่นไปหมด
    #943
    0
  13. #935 Exo_finland (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 28 ธันวาคม 2558 / 22:04
    โอ้ยนี่ลุ้นมากตอนจะจูบกันโอ้ยแม่อยากได้ชัลยู#ผิด ฮือออคือเป็นผู้หญิงที่เท่มากแต่เหมาะกับฮยอนบีที่สุดเเล้ว สาธิตให้ฮยอนบีดูทีว่าความจริงต่างจากในหนังสือยังไงงง
    #935
    0
  14. #791 joylnr (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2558 / 01:17
    งื้ออออออออออ น่ารักเกินไปแล้ววววววว

    ชัลยูเจ้าเล่ห์ ไหนทำให้ดูซิ 55555555 อ๊ากกกกกกกกกกกก

    เขินนนนนนนนนนนนนน ฮยอนบีก็น่ารักมากอ่ะ ดื้อแบบนี้ต้องให้ชัลยูปราบนะ
    #791
    0
  15. #601 `ตูดหมึก (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2558 / 18:12
    วรั้ยยยยสยิว
    #601
    0
  16. #538 เคแอล9091 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2558 / 21:09
    เกือบละๆๆๆงื้ออ
    #538
    0
  17. #478 tistal94 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2558 / 21:19
    ตายๆๆๆๆๆ อ่านไปกุมอกไป มันดีงามเหลือเกินนน
    #478
    0
  18. #470 beamlesss (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2558 / 13:20
    ชัลยู กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดด พูดอะไรเนี่ย ทำไมไม่ทำซะเลยล้ะ คคิคิคิคิคิคิคิ
    #470
    0
  19. #336 CHANFECT (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2558 / 17:31
    ชัลยูอ่ะพูดอัลไลก้ไม่รุ้!!!!!
    #จะรอดูของจริง"///"
    #336
    0
  20. #276 อันตี้คุง (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2558 / 00:02
    อ่านรอบที่สามเเล้วค่ะ อ่านจนอยากมีเเฟนเป็นสาววิศวะเเล้วอ่ะ อร้าางงงงงงง????????
    #276
    0
  21. #274 Baifer77 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2558 / 14:17
    รออออออ รอของจริง5555 อ่านไปบิดไป.////.
    #274
    0
  22. #273 อันตี้คุง (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2558 / 12:14
    มาต่อเร็วๆนะคะติดมากๆเลย ชัลยูอาาาา ~~~~ ชั้ลรักเทอออออออออออ
    #273
    0
  23. #270 milk (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2558 / 09:00
    หลงรักชัลยูแรง คนบ้า คนเจ้าเล่ห์ เขินแทนฮยอนบี แง้ๆ แม่จ๋าาาา หนูออยากเบี้ยนนนน ฮือออออออ
    #270
    0
  24. #268 yeolliyeol61 yeol (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2558 / 02:13
    แอร๊ยะๆๆๆๆๆๆจั๊กกะดึ่ยจังเลยคะ ^^
    #268
    0
  25. #266 Transfer (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2558 / 00:49
    ของจริงอ่ะๆของจริง 5555
    #266
    0