[ exo SF/OS ] คลังฝัน - chanbaek

ตอนที่ 12 : Yellow girl - II

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 9,371
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 77 ครั้ง
    18 พ.ย. 58












YELLOW GIRL



อ่านเถอะ มันดีต่อจิตใจ อะฮริ้งงง

มันยาวมาก อย่าเพิ่งเบื่อ



















 

WHEN I FIRST WALKED IN THE ROOM

I SAW YOUR FACE

BABY GIRL I WAS SO AMAZED

I CAUGHT YOU SMILING BACK AT ME

BUT I DIDN’T KNOW WHAT TO SAY










 









 

            บริเวณลานม้าหินภายใต้ร่มไม้ขนาดใหญ่ที่อยู่ข้างตึกเรียนคณะ เหล่านักศึกษาหลายคนที่เพิ่งเลิกคลาสและที่มีเรียนต่างเดินสวนกันให้ควั่ก บ้างก็จับกลุ่มนั่งคุยกันที่ลานม้าหินรวมถึงร่างบางของใครบางคนก็ด้วย

 

บยอนฮยอนบีกำลังนั่งเท้าคางเหม่อมองไปไหนไม่รู้ แต่ที่รู้ ๆ คือเธอไม่ได้มีจุดหมายในการมองรวมถึงความคิดก็ด้วย ไม่ว่าจะเป็นเรื่องเสื้อผ้าที่เพิ่งซื้อใหม่ หนังสือที่เพิ่งอ่านจบไป หรือแม้แต่อาหารมื้อเย็นว่าจะเลือกกินอะไรดีระหว่างนมถั่วเหลืองสักกล่องหรือว่าน้ำผลไม้ดี

 

แต่นอกเหนือจากความคิดจิปาถะแล้วก็มีใบหน้าสวยของใครบางคนผุดขึ้นมาแทรก ทำเอาคนตัวเล็กอดรู้สึกแปลกใจไม่ได้ว่าทำไมถึงมีหน้าของชัลยูโผล่เข้ามาในความคิด อาจจะเป็นเพราะช่วงหนึ่งอาทิตย์ที่ผ่านมาไม่ได้เจอหน้าอีกฝ่ายเลยสักครั้ง กระทั่งเข้าออกลิฟต์ก็ไม่เจอร่างโปร่งของเพื่อนข้างห้อง

 

หายไปไหนกันนะ..

 

 

ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายเข้ามาอยู่ในความคิดตั้งแต่เมื่อไหร่ แต่ปกติแล้วมันควรจะต้องเจอหน้ากันอย่างน้อยสักครั้งหนึ่ง แต่นี่เธอกลับไม่เห็นแม้แต่ปลายเส้นผมสีดำของชัลยูเลยสักนิด ความจริงก็แอบเป็นห่วงนิดหนึ่งแหละ เพราะยังไงซะเพื่อนข้างห้องก็อุตส่าห์มีน้ำใจเอายาแก้หวัดมาให้ ถ้าไม่ห่วงเพื่อนข้างห้องแล้วจะให้ไปห่วงใครกัน

 

 

แป๊ะ!!

 

คนตัวเล็กสะดุ้งโหยงเมื่อจู่ ๆ ก็มีเสียงดังแปะพร้อมกับลมตีหน้าหนึ่งครั้ง พอตั้งสติได้ก็เห็นว่าเพื่อนคนสวยอย่างคริสตัลกำลังหัวเราะชอบใจที่แกล้งฮยอนบีได้สำเร็จ จากเมื่อครู่ที่คริสตัสเห็นว่าเพื่อนตัวบางนั่งเหม่ออยู่ที่โต๊ะม้าหินคนเดียวจึงก้าวเดินเข้ามาหาอย่างรวดเร็ว แต่จะมาให้รู้ตัวเลยมันก็ดูธรรมดาไป ยิ่งเห็นว่าฮยอนบีกำลังเหม่ออยู่ก็นึกสนุกใช่ฝ่ามือตีเข้าหากันจนทำให้เกิดเสียงดังตรงหน้าฮยอนบี ทำเอาร่างจ้อยสะดุ้งและดวงตาเรียวนั่นก็เบิกกว้างด้วยความตกใจ

 

“อะไรของแกยัยบ้า ตกใจหมดเลย” ฮยอนบีเอ็ดคนที่เข้ามาใหม่ก่อนจะใช้ฝ่ามือลูบหน้าอกตัวเองไปมาเพื่อปลอบขวัญ เล่นซะขวัญกระเจิงไปคนละทิศทางเลย ให้ตายสิ

 

คริสตัลหัวเราะร่วนก่อนจะนั่งลงตรงข้ามกับคนขี้ตกใจ “แกล้งหน่อยเดียวเอง ก็เห็นนั่งเหม่ออะ ไม่นึกว่าจะตกใจง่ายขนาดนี้” เธอพูดพร้อมกับยกมือทำท่าเหลาะแหละใส่ฮยอนบี พอคนตัวเล็กเห็นก็ทำหน้าค้อนใส่ให้ที่ล้อเลียนเธอไม่เลิก

 

“แล้วนี่นั่งเหม่ออะไร เดินผ่านหน้าตั้งหลายครั้งไม่ยักจะเห็น” คริสตัลถามออกไปเพราะก่อนหน้านี้เธอเดินผ่านฮยอนบีไปทำธุระตั้งสองรอบพอกลับมาก็ยังเห็นสาวเจ้านั่งอยู่ในสภาพเดิม นิ่งกว่ารูปปั้นก็ฮยอนบีเลยจริง ๆ

 

“เปล่าเหม่อซะหน่อย” คนถูกถามเฉไฉตอบไปเรื่อยเพราะจริง ๆ แล้วเธอไม่ได้เหม่อ เธอแค่คิดอะไรนู่นนี่เพลินไปหน่อยแค่นั้นเอง

 

“นี่ขนาดไม่เหม่อนะ ถ้าเหม่อนี่วิญญาณคงหลุดออกจากร่างแน่ ๆ” คริสตัลยังคงเอ่ยแซวอีกฝ่ายไม่เลิก ทำเอาคนคนตรงหน้าเบ้ปากใส่และไม่อยากต่อความยาวสาวความยืดมากนัก ปล่อยให้อีกคนแซวแบบนั้นแหละ พอใจเมื่อไหร่เดี๋ยวก็เลิกเอง เธอชินซะแล้ว

 

“สัมภาษณ์เสร็จแล้วหรอ ทำไมลงมาไวจัง” ฮยอนบียกนาฬิกาข้อมือขึ้นมาดูก็พบว่ามันยังไม่ถึงเวลาเลิกคลาสของคนตรงหน้า ถึงแม้ว่าจะรู้จักกันตั้งแต่สมัยเข้าปีหนึ่งใหม่ ๆ ถึงกลุ่มเพื่อนตอนปีหนึ่งเทอมแรกจะแยกย้ายไปอยู่กันคนละกลุ่ม แต่สุดท้ายแล้วฮยอนบีกับคริสตัลก็ยังติดต่อกันเหมือนเดิม อันที่จริงก็เรียกได้ว่าสนิทกันมากพอที่จะรู้ว่าตารางเรียนของอีกว่าฝ่ายยังไม่ถึงเวลาเลิก

 

“ก็เรียงตามคิวไง เสร็จแล้วเลยลงมาก่อน ยากชะมัด” หญิงสาวบ่นอุบอิบก่อนจะไล่สายตามองบนโต๊ะที่ตอนนี้ถูกวางเต็มไปด้วยชีทงาน ปากกา หูฟัง โทรศัพท์ รวมถึงหลอดยาดมที่กระจัดกระจายอยู่เต็มโต๊ะ แต่ที่สะดุดตาก็คงจะเป็นร่มพับสีเหลืองคันเล็กนั่น

 

“ฝนก็ไม่ได้จะตกซะหน่อย พกร่มมาทำไม”คริสตัลถามด้วยความสงสัย เธอหยิบร่มคันเล็กขึ้นมามองก่อนจะพบว่ามันเป็นร่มลายสปอนจ์บ๊อบสีเหลืองอ๋อย

 

“เผื่อไง”

 

“อาทิตย์นี้ฝนยังไม่ตกสักนิดเลยนะ” คำพูดของคริสตัลทำเอาร่างบางหยุดชะงัก ก็จริงอย่างที่เพื่อนพูด หลังจากวันนั้นที่เปียกกลับหอ ฝนก็ไม่เคยตกอีกเลย แต่เธอเองก็พกร่มมาทุกวันกันเหนียวเพราะไม่อยากเปียกกลับห้อง

 

“กันไว้ดีกว่าแก้หน่า” ฮยอนบีเบ้ปากเล็กน้อยก่อนจะเก็บของใส่กระเป๋า ตอนนี้เธอเริ่มหิวนิดหน่อย และน่าจะได้เวลาอาหารมื้อที่สี่แล้ว ต้องไปหาอะไรรองท้องซะก่อน

 

“แล้วนี่จะกลับละหรอ ฉันเพิ่งมานั่งเองนะเว้ย” เสียงเล็กโวยวายขึ้นเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าเพื่อนตัวบางกำลังเก็บของ

 

“เก็บไม่ได้รึไง” ปากก็พูดไปมือก็เก็บของไปด้วย คริสตัลทำท่าเหมือนจะพูดอะไรบางอย่างแต่ก็ถูกเสียงโทรศัพท์ดังขัดขึ้นมาก่อน เสียงพูดคุยกับปลายสายทำให้รู้ว่าคนที่เธอคุยด้วยอยู่คือใคร และไม่นานคริสตัลก็วางสายไปพร้อมกับทำหน้าตาเบื่อโลก

 

“เป็นไรอีก” ฮยอนบีเอ่ยถามเพื่อนคนสวยที่ตอนนี้กำลังมุ่ยหน้าใส่

 

“แฟนอ่ะดิ โทรมาสั่งให้ซื้อข้าวเข้าไปให้ ใช้เยี่ยงทาส รำคาญ” เรียวปากสีชมพูอ่อนกำลังพูดถึงคนปลายสายเมื่อครู่

 

“บ่นทำไมเนี่ย พูดแบบนี้ทีไรก็ซื้อไปให้เขาตลอดไม่ใช่ไง” ร่างจ้อยเลิกคิ้วเป็นเชิงถาม

 

“เออ จะปฏิเสธได้ไงละ อุตส่าห์วางตัวเป็นแฟนที่แสนดีขนาดนี้ แต่คราวนี้ที่สั่งมามันไม่ใช่น้อย ๆ เลยอ่ะดิ”

 

“ยังไง ใช้ไปซื้อไรล่ะ คราวที่แล้วได้ยินว่าแกต้องไปซื้อสายไฟจนเกือบถึงชานเมือง จริงป่ะ?” ฮยอนบีพูดถึงอดีตของเพื่อนคนสวยที่จำได้ว่าตอนนั้นด่ามันว่าบ้าทุกวัน มีอย่างที่ไหนตัวเองก็มีเรียนแต่กลับโดดเรียนเพื่อไปซื้อสายไฟให้แฟนถึงนอกเมือง พอกลับมาถึงเจ้าแฟนตัวดีก็บอกอีกว่าสายไฟผิดเบอร์ เออ เอาเข้าไป ไม่ตบกันตอนนั้นถือว่าเป็นบุญของแฟนมันมาก

 

“ลองใช้ไปซื้อสายไฟอีกดิ เลิกแบบไม่ต้องคิดอะไรเลยแถมจะเอาสายไฟรัดคอมันให้ตายไปซะ ไม่ก็ไล่ให้มันไปกอดหลอดไฟเมียรักของมันนู่น” คริสตัลบ่นเป็นหมีกินผึ้งพร้อมกับทำหน้าตาหงุดหงิดเล็กน้อย ฮยอนบีขำกับท่าทีของเพื่อนคนสวยที่เอาแต่บ่นแฟนตัวเองไม่เลิก มันแบบนู่น มันอย่างงี้ พูดทีไรก็ไม่เคยเห็นว่าจะเลิกกันซะที

 

ถึงบ่นก็รักสินะ

 

“บ่นไปเถอะ วันไหนไม่มีเขาอยู่ให้บ่นแล้วจะเหงา”

 

“อย่าพูดงี้ดิ เดี๋ยวตีปากเลย” มือสวยยกขึ้นมาทำท่าจะตีทำเอาคนพูดแซวถึงกับหัวเราะร่วนแล้วเอี้ยวตัวหลบ

 

“แล้วตกลงใช้ไปซื้อไร”

 

“คราวนี้มันใช้ไปซื้อข้าวอ่ะ ซื้อให้คนเดียวไม่เท่าไหร่แต่ต้องซื้อให้เพื่อนมันด้วยเนี่ยดิ เป็นง่อยกันรึไงก็ไม่รู้ เงินก็ไม่ให้ ใช้กันจัง”

 

“เอาหน่า อย่าบ่นเลย”

 

“เออไม่บ่นก็ได้” คริสตัลว่าก่อนจะปรับสีหน้าให้เป็นปกติ “แล้วนี่แกว่างป่ะ”

 

“ก็ว่างนะ ไม่มีไรทำอ่ะ ว่าจะกลับหอละ”ร่างบางพูดในขณะที่หยิบมือถือขึ้นมาดูแจ้งเตือนที่เพิ่งเด้งเข้าเมื่อครู่ เห็นว่าเป็นแม่ที่ส่งไลน์มาหาถามเกี่ยวกับเรื่องอาทิตย์นี้จะกลับบ้านไหม พอนึกถึงว่าตัวเองมีแพลนจะไปทำอะไรต่อไหมก็พิมพ์ตอบกลับไปว่าคงกลับช่วงเดือนหน้าซึ่งแม่ก็ไม่ได้ว่าอะไร

 

“งั้นไปเป็นเพื่อนหน่อยดิ ไม่อยากอยู่ในดงวิศวะคนเดียว” ไหน ๆ เพื่อนตัวเล็กก็ว่างแล้ว เธอเลยถือโอกาสชวนอีกคนไปด้วยซะเลย เพราะซื้อของไปให้แฟนตัวเองทีไรก็ต้องอยู่นั่งเฝ้ามันจนกว่าจะเสร็จงาน แล้วยิ่งอยู่ท่ามกลางพวกวิศวะคนเดียวนี้เป็นอะไรที่ไม่โอเคกับความรู้สึกตัวเองมาก

 

คือควรจะสำเหนียกกันสักนิดว่าที่แซว ๆ อยู่หน่ะ ไม่ได้ชอบผู้ชายเลยสักนิด

 

ถ้าทอมแซวก็ว่าไปอย่าง

 

..ใช่ ทอมนั้นแหละ

 

 

อ้อ บอกหรือยังว่าแฟนของคริสตัลหน่ะ

 

เป็นทอม

 

 

 

“อือ เอาดิ”

 

 

 

บางทีฮยอนบีก็ชอบตอบรับคำชวนของคนนู้นคนนี้ไปเรื่อยโดยไม่ได้คิดหน้าคิดหลังว่าตอบตกลงไปแล้วจะเจอกับอะไรบาง แต่นั่นก็ไม่ใช่ปัญหาเท่าไหร่เพราะสิ่งที่ต้องมาทำกับคริสตัลคือไปซื้อข้าวกล่องให้มนุษย์แฟนรวมถึงขนมและเครื่องดื่มต่างๆ ที่อีกฝ่ายขอมา

 

มือสวยหยิบของกินไปด้วยก็บ่นไปด้วยท่ามกลางเสียงขบขันของฮยอนบีตลอดทาง ก็มันตลกจริงๆ นะมีอย่างทีไหน ด่าเขาตลอดตั้งแต่อยู่บนรถ ลงไปซื้อของเสร็จ กลับมาขับรถต่อก็ยังบ่นไม่เลิก ฮยอนบีล่ะเชื่อเธอเลยจริง ๆ

 

“คอยดูนะ ถ้าเจอหน้าฉันจะด่ามันให้หายหงุดหงิด” อีกคนว่าในขณะที่ตาก็มองถนนไปด้วย เหยียบคันเร่งแซงคันนู้นคันนี้ไปมาจนน่าหวาดเสียว แต่ฮยอนบีก็ชินมันเสียแล้วล่ะ

 

“เออ ฉันจะคอยดู” ร่างบางหัวเราะกับท่าทีหงุดหงิดของเพื่อน เธอเองก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมต้องหัวเราะทั้ง ๆ ที่เพื่อนกำลังเครียด แต่ถ้าได้มาเห็นหน้าคริสตัลตอนบ่นแฟนตัวเองนี่มันตลกจริง ๆ นะ

 

“แกหัวเราะทำไม ฉันไม่ได้ล้อเล่นนะเว้ย!” มือเรียวตบเข้าที่พวงมาลัยเล็กน้อยทำเอาคนร่าเริงหยุดหัวเราะกลายเป็นการกลั้นขำแทน คนขับก็ชำเลืองตามามองก่อนจะมุ่ยหน้าใส่ “ฉันจริงจังนะ!

 

“เออรู้แล้วหน่า ขับรถไป” ฮยอนบีบอกปัดก่อนจะโบกมือไล่ให้เพื่อนดูทางพลางหยิบแตงโมเข้าปากไปด้วย และดูเหมือนว่าคนขับจะยังไม่เลิกบ่นแต่ร่างบางก็ไม่ได้ว่าอะไรเพื่อนคนสวย เพราะถ้ามันคือความสุขก็ทำไปเถอะ

 

 

 

จนเมื่อรถคันสวยของคริสตัลมาจอดเทียบหน้าคณะ พวกเธอทั้งสองก็แบ่งกันถือข้าวกล่องและของที่ซื้อมาเดินเข้าไปในตึกท่ามกลางสายตาของเด็กวิศวะ

 

จะไม่ให้มองก็คงแปลกเกินไป เพราะพวกเธอเป็นเด็กคณะอักษรฯที่มาเดินเข้าเดินออกตึกวิศวะได้อย่างหน้าตาเฉย และเพราะคริสตัลเป็นคนที่สวยมาก เคยประกวดเดือนเฟรชชี่เมื่อปีที่แล้วและนั่นก็ทำให้เธอมีหน้ามีตาในมหาลัยพอสมควร ข้อที่สามก็คงจะเป็นสีผมของฮยอนบีที่มันสว่างจ้าจนดึงดูดสายคนในบริเวณนั้น อีกทั้งเรียวขาขาวคู่สวยใต้กระโปรงพลีทสั้นเหนือเข่าเกือบคืบ เพราะฉะนั้นจึงไม่แปลกที่จะถูกมองด้วยสายตาของคนที่นี่

 

อันที่จริงฮยอนบีเป็นคนชอบแต่งตัวและทำสีผมแรง ๆ รวมถึงสีเล็บเองก็ด้วย คราวที่แล้วหญิงสาวทำผมสีม่วงไลแลคก็เล่นเอาอาจารย์หลายคนมองด้วยสายตาตำหนิ แต่ใครจะไปสนล่ะ ก็นี่มันหัวของเธอนะ ไม่ได้ไปทำบนหัวคนอื่นซะหน่อย

 

และตอนนี้ทั้งสองสาวก็เดินมาถึงห้องเรียนห้องหนึ่งที่อยู่บนชั้นสอง คริสตัลผลักประตูเข้าไปโดยไม่ต้องเคาะเอ่ยเรียกใครทั้งนั้นและฮยอนบีก็เดินตามเข้าไปก่อนจะพบว่ามีเด็กวิศวะหลายคนกำลังมองมาทางพวกเธอทั้งคู่

 

 “ตัวเอง เค้ามาแล้วววววววว” คริสตัลพูดเสียงดังพร้อมกับลากเสียงยาวลั่นห้อง ทำเอาคนมาด้วยถึงกับหน้าเหวอเล็กน้อยที่จู่ ๆ เพื่อนคนสวยก็ทำอะไรไม่ปรึกษากัน และแน่นอนว่าเสียงนั่นก็ดังมากพอที่จะเรียกใครบางคนให้หันมามองด้วยได้

 

“มาแล้วหรอ!” และดูเหมือนว่าแฟนของคริสตัลจะได้ยินเสียงเรียกนั่นก็จะรีบพุ่งตัวเข้ามาหาด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม แถมไอ้คนที่บอกว่าถ้าเจอหน้าแล้วจะด่าแฟนตัวเองตอนนี้ยืนยิ้มกว้างเป็นนางสาวเกาหลีอยู่หน้าห้อง

 

“มาช้าจังเลย เค้าหิวจะแย่แล้วรู้ไหม” แอมเบอร์หรือแฟนของคริสตัลยู่หน้าเล็กน้อยก่อนจะหยิบเอาถุงที่แฟนตัวเองยื่นให้มาเปิดดูของด้านใน

 

“โธ่ ก็ดีกว่าเค้าไม่มาไงตัวเอง เรียกเพื่อน ๆ มากินข้าวได้ละ แล้วนี่ทำงานเหนื่อยไหม มาเค้าเช็ดเหงื่อให้” คริสตัลพูดก่อนจะหยิบทิชชู่ขึ้นมาซับเหงื่อให้แฟนตัวเองจนหลายคนที่อยู่ในเหตุการณ์ต่างก็พากันทำหน้าเอือมกับความหวานของคู่นี้

 

คริสตัลก็เหมือนพวกผีเข้าผีออกที่ปากอย่างใจอย่าง บอกจะทำแบบนี้ แต่การกระทำนี่มันสวนทางทุกอย่างเลยโดยเฉพาะเรื่องแฟน หรือบางทีหญิงสาวอาจจะบ่นเอาความสบายใจ พอเจอหน้าคนรักที่ไร ที่เคยพูดไว้ว่าจะด่าก็หายไปในพริบตา

 

“เอ้าพวกมึง จะรอให้เมียกูไปป้อนถึงที่เลยไหม ลุกมาเอาข้าวได้แล้วโว้ย!” แอมเบอร์หันไปตะโกนให้พวกเพื่อน ๆ ลุกมาหยิบข้าว ได้ยินเสียงบ่นมาตามหลังแต่ก็ไม่ได้สนใจอะไรมากเพราะตอนนี้หลายคนก็เริ่มเดินมาแล้ว ในห้องนี้คนก็ไม่ได้เยอะมากเท่าไหร่ ถ้ากะจากสายตาดูแล้วก็น่าจะประมาณสิบคนเห็นจะได้

 

เมื่อเห็นว่าหลายคนกำลังเดินเข้ามาคริสตัลก็เดินมาบอกว่าให้เธอเอาของไปวางไว้บนโต๊ะ เดี๋ยวคนพวกนั้นก็มาจัดการกันเอง คนตัวเล็กพยักหน้ารับก่อนจะเอาของไปวางไว้แล้ว เพื่อนๆ ของแอมเบอร์หลายคนเธอเองก็เคยเห็นหน้ามาบ้างแต่ก็ไม่เคยคุยกันจริง ๆ จัง ๆ สักทีเพราะไม่ค่อยได้เจอกันเท่าไหร่นัก

 

“คริสตัล มีเพื่อนน่ารักขนาดนี้ทำไมเพิ่งพามาวะห้ะ” คิมจงอินเอ่ยในขณะที่กำลังหยิบข้าวกล่อง เขาแอบชำเลืองมองเพื่อนของคริสตัลตั้งหลายครั้งเพราะความน่ารัก อันที่จริงจะบอกว่าน่ารักก็ไม่ถูกแต่เอาเป็นว่าอีกคนมีเสน่ห์จนสะดุดตาละมั้ง

 

“พามาให้พวกมึงม่อหรอ ไม่เอาหรอก เดี๋ยวเพื่อนกูเสียคน” หญิงสาวว่าก่อนจะส่งสายตาจิก ๆ ให้กับผู้ชายผิวแทนคนนั้นและดูเหมือนว่าหมอนั่นจะไม่ได้ใส่ใจคำพูดของคริสตัลเท่าไหร่เพราะว่าสายตาของเขากำลังจับจ้องมาที่คนตัวเล็ก ทำเอาคนถูกมองถึงกับต้องเบือนหน้าหนีเล็กน้อยเพราะเกิดอาการเขินกับสายตาของคนมอง

 

ให้ตายเหอะ มองแบบนี้เอากลับไปเลี้ยงที่บ้านเลยไหม

 

 

หลังจากนั้นก็มีหลายคนที่เดินมาหยิบข้าวพร้อมกับน้ำไป บ้างก็พูดคุยกันอย่างสนุกสนานเพราะถือว่าเป็นการพักงานจากการทำโปรเจกต์ส่งอาจารย์ แต่ทว่ายังเหลือข้าวกล่องอยู่หนึ่งกล่องที่ยังไม่มีเจ้าของ

 

“คริสตัล มีคนยังไม่ได้ข้าวกล่องอ่ะ” ฮยอนบีหันไปถามเพื่อนตัวเองที่ตอนนี้กำลังนั่งป้อนข้าวแฟนอยู่ไม่ห่าง แต่ทว่าคนที่หันมากลับไม่ใช่เพื่อนตัวเองแต่เป็นแฟนของคริสตัลที่หันมามองแล้วชะโงกหน้าดู

 

“เห้ย!! ใครสั่งข้าวแล้วไม่มาเอาวะ” คราวนี้ฮยอนบีสะดุ้งเล็กน้อยกลับเสียงดังนั่น คือพูดกันเบา ๆ ไม่เป็นรึไงทำไมถึงใช้เสียงดังขนาดนั้น และดูเหมือนว่าคนที่ยังไม่ได้ข้าวจะรู้ตัวก่อนจะลุกขึ้นมาจากใต้โต๊ะแล้วหันมามองหน้าห้อง

 

จังหวะนั้นฮยอนบีก็ชะงักนิ่งเหมือนถูกหยุดเวลาไว้

 

นั่นมัน..

 

 

 

ชัลยู มึงได้ข้าวยัง” แอมเบอร์ถามคนที่เพิ่งโผล่หน้าขึ้นมาและแน่นอนว่าข้าวกล่องอันสุดท้ายก็คือของชัลยู รวมถึงน้ำหนึ่งขวดนั่นก็ด้วย ร่างโปร่งเดินเข้ามาใกล้ด้วยสีหน้าแปลกใจเล็กน้อยที่เห็นว่าฮยอนบีอยู่ที่นี่ ความจริงเธอเองก็ไม่เคยรู้มาก่อนว่าหญิงสาวคือเพื่อนของคริสตัล

 

ฮยอนบีเองก็แปลกใจที่ได้เห็นหน้าคนที่หายไปเป็นอาทิตย์มาอยู่ที่นี่ แต่นั่นก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอีกเพราะนี่มันคณะวิศวะที่ชัลยูเรียนอยู่ แต่หญิงสาวก็ไม่คิดว่ามันจะโลกกลมเกินไปรึเปล่าที่ชัลยูเองก็เรียนคณะเดียวกับแฟนของคริสตัล แถมยังอยู่กลุ่มเดียวกันอีกต่างหาก

 

“ไง” ชัลยูเอ่ยทักอีกคนด้วยความรู้สึกแปลก ๆ ความจริงแล้วเธอไม่รู้จะทักฮยอนบีว่ายังไงดี ก็หลังจากวันนั้นก็มัวแต่ทำงานหามรุ่งหามค่ำไม่ได้ออกจากห้องตั้งหลายวัน หรือออกมาทีไรก็ไม่เคยเห็นหน้าฮยอนบีเลยสักครั้ง

 

“อ..อือ” คนตัวเล็กตอบด้วยน้ำเสียงเบาหวิว หญิงสาวรู้สึกแปลกกับตัวเองอยู่เล็กน้อยที่ทุกอย่างมันไม่เป็นไปตามที่คิด ตอนแรกที่คิดเอาไว้คือถ้าเธอเจอชัลยูอีกครั้งจะขอบคุณเรื่องยาหน้าห้องวันนั้นซะหน่อย กลับกลายเป็นว่าคำพูดที่เตรียมมันมาหายไปหมดในตอนที่เห็นหน้าอีกฝ่าย

 

จะเรียกความรู้สึกแบบนี้ว่าไงดีล่ะ..

 

“อ่ะ นี่ของเธอ” คนตัวเล็กแก้อาการเก้อเล็กน้อยด้วยการถือข้าวกล่องส่งให้อีกฝ่าย แอบเหลือบมองใบหน้าของอีกคนที่โทรมลงเล็กน้อยแต่ทว่าดวงตาของชัลยูยังคงสวยอยู่เหมือนเดิมไม่มีเปลี่ยน ร่างโปร่งรับข้าวในมือไปก่อนจะมองหน้าคนตัวเล็ก

 

“ขอบใจนะ” พูดขอบคุณแล้วส่งยิ้มให้อีกฝ่ายทำเอาคนมองเองก็ยิ้มตามเหมือนกัน ฮยอนบีเผลอจ้องตากับชัลยูอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะก้มหน้ามองแหวนบนนิ้วตัวเองเพราะไม่รู้จะโฟกัสสายตาตัวเองไว้ตรงไหนดี อยากจะคุยกับชัลยูให้มากกว่านี้แต่ไม่รู้ว่าจะชวนอีกฝ่ายคุยเรื่องอะไรเนี่ยสิ

 

“ไม่ได้เป็นไข้ใช่ไหม” จู่ ๆ ชัลยูก็ถามขึ้นหลังจากที่เงียบไปได้สักพัก ร่างโปร่งเองก็ไม่รู้ว่าจะเดินไปไหนเพราะยังอยากทักทายคนตัวเล็กให้เยอะกว่านี้ อยากจะสรรหาคำพูดดี ๆ แต่เธอก็ดันนึกไม่ออกจนต้องถามเรื่องนี้ออกไป

 

“อื้อ ตอนแรกก็เป็นนิดหน่อยแหละ แต่กินยาก็เลยไม่เป็นไร” ร่างเล็กพยักหน้าตอบพร้อมกับเม้มปากยิ้มเล็กน้อย เจ้าตัวเองก็ไม่รู้ว่าไอ้อาการที่เป็นอยู่มันเรียกว่าอะไร จะบอกว่าเขินก็พูดไม่เต็มปาก มัน.... ไม่รู้สิ

 

“อ่า.. ขอบคุณเรื่องยาด้วยนะ”

 

“ไม่เป็นไรหรอก เรากลัวเธอไม่สบายมากกว่าอีก” ชัลยูว่าพร้อมกับยิ้มตามกับท่าทีของอีกคน แอบเห็นว่าคนตัวเล็กกำลังเม้มปากแน่นแถมใบหน้าขาวนั่นกำลังขึ้นสีเล็กน้อย ทำเอาความสงสัยของร่างโปร่งผุดขึ้นมาในหัว “เป็นไรป่ะเนี่ย”

 

“อ่อ เปล่าอ่ะ” ฮยอนบีผงกหัวขึ้นมามองก่อนจะตอบอีกคน “แล้วนี่..เรียนไฟฟ้าหรอ”

 

“อา.. ใช่ เหมือนเราจะลืมบอกเธอนะ” ร่างโปร่งบอกแล้วก็พลางนึกถึงว่าคราวที่แล้วพูดแนะนำตัวกับอีกฝ่ายว่ายังไง แต่ในเมื่ออีกคนถามแบบนี้ก็แสดงว่าเธอไม่ได้บอกว่าเรียนสาขาอะไรแน่ ๆ

 

“อือ เก่งอ่ะ” ฮยอนบีไม่รู้ว่าจะจัดการกับสถานการณ์แบบนี้ยังไงดีจึงได้แต่ยกมือขึ้นมาลูบท้ายทอยแก้เก้อเล็กน้อย ส่วนชัลยูเองก็ไม่ได้เดินไปไหนเอาแต่ยืนอยู่ที่เดิมกับฮยอนบีสองคน คริสตัลที่นั่งตักข้าวป้อนแฟนตัวเองอยู่ก็หันมามองด้วยท่าทีสงสัย

 

“ตรงนั้นมีปัญหาอะไรรึเปล่า” เสียงของเพื่อนคนสวยดังขึ้นทำเอาคนตัวเล็กสะดุ้งหันไปมองเล็กน้อย

 

“เปล่าอ่ะ ไม่มีไร” คริสตัลได้ยินดังนั้นก็พยักหน้ารับเบา ๆ ก่อนจะหันไปตักข้าวใส่ปากแฟนตัวเองที่เมื่อครู่สะกิดแขนเรียก

 

“ฮยอนบี แกรอแปปนึงได้ป้ะ ขอให้ข้าวให้น้ำลูกก่อน วอแวชะมัด!” เพื่อนคนสวยหันไปเอ็ดแฟนตัวเองที่ทำหน้าง้ำงอไม่เลิก “กินเองนี่มันยากมากเลยใช่ป้ะ!”

 

“ก็เค้าอยากกินที่ตัวเองป้อนอ่ะ”แอมเบอร์เบ้ปากใส่แฟนคนสวยของตัวเองแต่สุดท้ายต่างฝ่ายต่างก็นั่งอมยิ้มให้กันแล้วป้อนข้าวกันไปมาจนคนมองทนดูต่อไปไม่ไหว

 

“ไปนั่งกับเราไหม” ไหน ๆ ก็เห็นว่าคริสตัลไม่ว่างมาอยู่กับฮยอนบีแล้ว ชัลยูเลยเอ่ยชวนอีกคนให้ไปอยู่ด้วย เพราะขืนปล่อยไว้แบบนี้คงนั่งเก้ออยู่กลางห้องแน่ ๆ

 

เมื่อถูกร่างโปร่งชวนฮยอนบีจึงพยักหน้าเป็นคำตอบ ทำเอาคนมองยิ้มเล็กน้อยแล้วเดินนำอีกคนไปที่โต๊ะ พอไปถึงร่างบางก็ต้องเดินหลบซ้ายทีขวาทีเพราะกลัวเผลอเหยียบสายไฟเข้าให้ แต่ชัลยูก็หันมาบอกว่า ไม่เป็นไรหรอก เหยียบ ๆ ไปเถอะ

 

ถึงจะพูดแบบนั้นหญิงสาวก็ไม่กล้าเหยียบอยู่ดี

 

โต๊ะที่ชัลยูทำงานอยู่มีแต่สายไฟแล้วก็หลอดไฟอันเล็กเต็มไปหมด พอมองลงไปตรงพื้นก็เห็นว่าเป็นแผ่นไม้ขนาดไม่ใหญ่มากและมีเส้นขีด ๆ อยู่ ดูคล้ายกับผังวงจรอะไรสักอย่าง

 

ร่างโปร่งเดินไปนั่งที่พื้นเหมือนเดิมอย่างทะมัดทะแมงเพราะวันนี้หญิงสาวสวมกางเกงยีนส์ตัวโปรดกับเสื้อช็อป เกล้าผมขึ้นมัดลวก ๆ ตามสไตล์ มันสะดวกมาก ๆ กับการนั่งทำงานที่พื้น แต่กับอีกคนแล้วมันไม่ได้สะดวกนัก

 

“เอ่อ..” ฮยอนบียกมือขึ้นเกาหัวตัวเองเล็กน้อยเพราะไม่รู้จะนั่งตรงไหน วันนี้ดันใส่กระโปรงพลีทสั้นมาเหมือนเดิม แน่ละว่าถ้านั่งลงไปกับพื้นตอนนี้น้องลิงต้องออกมาวิ่งเล่นแน่ ๆ  ร่างโปร่งเมื่อเห็นว่าคนตัวเล็กยังไม่นั่งลงจึงหันไปมองก่อนจะพบว่าเหตุผลที่คนตัวเล็กไม่นั่งลงคืออะไร

 

“นั่งบนเก้าอี้ไหม เดี๋ยวเราขึ้นไปนั่งด้วย” ชัลยูพูดก่อนจะทำท่าลุกขึ้นมาแต่ก็ถูกมือเล็กห้ามไว้ก่อน

 

“ไม่ต้องอ่ะ นั่งพื้นก็ได้ เธอจะได้ทำงานไปด้วยไง” ฮยอนบีเองก็ไม่ได้ลำบากอะไรหรอกถ้าจะนั่งลงไป ตอนนี้มือเล็กก็จัดการจับกระโปรงแล้วค่อย ๆ นั่งพับเพียบลงเยื้องเพื่อนข้างห้อง เล็กน้อย ท่าทางน่ารักนั่นทำเอาคนข้าง ๆ อดอมยิ้มตามไม่ได้

 

“นั่งแบบนั้นไม่เมื่อยรึไง”

 

“ค่อยเปลี่ยนท่าก็ได้หนิ” คนตัวเล็กตอบพร้อมกับหันซ้ายหันขวาเพื่อตรวจดูว่ากระโปรงตัวเองไม่ได้เปิดช่องให้ลมผ่านใช่ไหม

 

“นั่งขัดสมาธิดิ เอาเสื้อเราไปคลุมก็ได้” ร่างโปร่งพูดก่อนจะถอดเสื้อช็อปตัวเองออกมาแล้วส่งให้คนตัวเล็ก พอเห็นแบบนั้นฮยอนบีถึงกับอ้าปากเหวอส่ายหน้าไปมา

 

“ได้ไงอ่ะ เอาเสื้อช็อปมาคลุมขาเนี่ยนะ” คนตัวเล็กถามเสียงหลง จะให้เอาเสื้อช็อปมาคลุมขามันใช่เรื่องซะที่ไหน แถมยังเป็นของสำคัญของคณะวิศวะอีกต่างหาก ถ้าคนอื่นมาเห็นจะมองยังไง

 

“คลุมไปเถอะไม่มีใครว่าไรหรอก เราอยากให้เธอนั่งสบาย ๆ อ่ะ” ว่าแล้วก็จัดการกางเสื้อคลุมขาให้อีกคนทันทีโดยที่คนตัวเล็กเองก็ไม่มีช่องทางปฏิเสธ แต่พอเห็นว่าอีกฝ่ายยอมสละเสื้อให้แล้วเธอจึงพูดขอบคุณแล้วเปลี่ยนท่านั่งใหม่ให้สบายขึ้นโดยไม่ต้องห่วงน้องลิง

 

เมื่อเห็นว่าคนตัวเล็กนั่งสบายแล้ว ชัลยูจึงหันมาจัดการปากท้องตัวเองบ้างเพราะวันนี้ทั้งวันเธอยังไม่ได้กินข้าวเลย แถมวันนี้คนที่เอาข้าวน้ำมาส่งดันเป็นเพื่อนข้างห้องอีก บังเอิญชะมัด

 

ฮยอนบีใช้สายตามองแผงวงจรนั่นอย่างพินิจระหว่างที่ชัลยูกำลังกินข้าว ถึงจะไม่ค่อยเข้าใจว่ามันต่อระบบอะไรยังไงแต่เส้นพวกนั้นก็ทำให้เด็กศิลป์แบบเธอมึนหัวอยู่ไม่น้อย

 

“งานเหลืออีกเยอะไหมอ่ะ” ฮยอนบีถามออกไปหลังจากที่เงียบมาได้สักพัก คนถูกถามพยักหน้าตอบพร้อมกับทำเสียงอือในลำคอ เพราะว่าข้าวเต็มปากกอยู่เธอจึงไม่สามารถพูดได้

 

“เหนื่อยน่าดู” คนตัวเล็กพึมพำเสียงเบาแต่มันก็ไม่ได้เบามากพอที่คนข้าง ๆ จะไม่ได้ยิน

 

“ก็ไม่เท่าไหร่ ล้ามากกว่า” ชัลยูกลืนข้าวก่อนจะพูดตอบ ท่าทีจดจ้องแผงวงจรของคนข้าง ๆ ทำให้คนมองอมยิ้มเล็ก ๆ กับท่าทีอยากรู้

 

“งานเดี่ยวหรอ ทำไมทุกคนก็มีเหมือนกันหมด” คนถามหันไปดูอีกทีที่ตอนนี้ก็มีอุปกรณ์คล้ายๆ กับของชัลยูวางอยู่กระจายไปทั่ว ส่วนพวกเพื่อน ๆ ของชัลยูก็พากันจับกลุ่มนั่งกินข้าวคุยกันเจี๊ยวจ๊าวไปหมด ก็มีแต่เธอกับร่างโปร่งเนี่ยแหละที่เดินหลบมานั่งเงียบ ๆ กันตรงนี้

 

“งานกลุ่มแหละ แต่ทำคนละแบบกัน เพื่อนที่ทำด้วยกับเรามันกลับบ้านไปแล้ว เลยต้องนั่งทำคนเดียว”

 

“งั้นเดี๋ยวเราช่วยไหม จะได้เสร็จไว ๆ”

 

“ทำเป็นหรอ” ชัลยูเลิกคิ้วเป็นเชิงถาม จะให้เด็กอักษรฯมานั่งต่อวงจรมันใช่เรื่องที่ไหนกันเล่า

 

“ก็เดี๋ยวเธอบอกเราไง อันไหนเราทำได้ก็จะทำ” คนฟังพยักหน้ารับก่อนจะเริ่มให้งานคนตัวเล็ก และแน่นอนว่ามันเป็นงานง่ายมาก มือเรียวของชัลยูหยิบขวดน้ำมายื่นให้ฮยอนบี คนตัวเล็กมองด้วยความสงสัยว่าส่งให้เธอทำไม

 

“เปิดให้หน่อย” เหมือนจะเข้าใจจุดประสงค์ของชัลยูร่างบางจึงเปิดฝาน้ำให้อีกคนก่อนจะยื่นส่งคืน แต่ทว่าชัลยูกลับพยักพเยิดหน้าไปอีกทาง

 

“หลอดอยู่ตรงนั้น” ร่างบางหันไปตามอีกคนก่อนจะเห็นถุงเซเว่นที่ด้านในมีหลอดอยู่ ฮยอนบีเอื้อมไปหยิบมาแล้วฉีกซองปักหลอดลงในขวดน้ำให้แบบงง ๆ

 

“ป้อนด้วย”

 

“หืม?” คนตัวเล็กร้องหืมมองหน้าสาววิศวะที่ตอนนี้ก็จ้องตัวเองอยู่เหมือนกัน “อะไรอ่า นี่ให้เราป้อนน้ำหรอ”

 

“อือ มือเราไม่ว่าง” ดวงตาเรียวเล็กหลุบต่ำมองฝ่ามือทั้งสองข้างของชัลยูที่ตอนนี้กำลังใช้คัทเตอร์ตัดปลายสายไฟอยู่ ถึงจะงง ๆ หน่อยก็เถอะว่าทำไมต้องป้อนน้ำให้แต่พอเห็นว่าเพื่อนยุ่ง ๆ อยู่เธอจึงยื่นน้ำให้หลอดจ่อปากอีกคน และครู่ต่อมาปากอิ่มของชัลยูก็งับเข้าที่หลอดแล้วดูดน้ำ

 

ดูดธรรมดาหน่ะไม่เท่าไหร่ แต่ทำไมดูดน้ำแล้วต้องช้อนตาขึ้นมามองด้วย

 

...

 

แล้วไอ้ความรู้สึกร้อน ๆ ตรงแก้มนี่มันอะไรกัน

 

...

 

 

 


“โอ้โห กูเผลอแปบเดียวเองนะเว้ย มึงดูดิ”

 

“เอาแล้วมึง ไอ้ชัลยูมันเล่นละ” เสียงของผู้ชายดังมาจากด้านหลังทำเอาคนตัวเล็กหันไปมองเล็กน้อยจนทำให้ขวดน้ำค่อย ๆ เลื่อนออกห่าง หลอดที่ดูดอยู่ก็หลุดออกจากปากของอีกคนด้วยความเร็วจนน้ำกระเด็นโดนหน้าสวยของชัลยู แถมน้ำยังหกใส่เลอะเทอะเต็มเสื้ออีกต่างหาก

 

“เห้ย เราขอโทษ” ฮยอนบีเบิกตาเรียวก่อนจะวางขวดน้ำลงแล้วรีบเปิดกระเป๋าควานหาทิชชู่กันยกใหญ่ พอหาเจอก็รีบนำมาเช็ดปากให้อีกคนทันทีด้วยความรวดเร็ว แถมยังชันเข่าโน้มตัวเข้ามาใกล้จนเสื้อช็อปที่คลุมขาอยู่ร่วงลงพื้น

 

“เปียกหมดเลยอ่า เราขอโทษนะ” คนตัวเล็กเอาแต่พร่ำขอโทษพร้อมกับใช้ทิชชู่ซับน้ำไปตรงมุมปากของหญิงสาว ไล่ลงไปจนถึงลำคอ ต่ำลงไปยังคอเสื้อ ชัลยูพยายามปัดออกเล็กน้อยเพราะว่าท่าของฮยอนบีตอนนี้มันเสี่ยงเกินไป เธอไม่ได้ว่าอะไรที่ทำน้ำหกใส่ แต่ตอนนี้ฮยอนบีต้องระวังตัวให้มากกว่านี้

 

“ฮยอนบี นั่งดี ๆ ก่อน กระโปรงเปิดหมดแล้ว” ชัลยูพยายามเอื้อมมือไปดึงกระโปรงพลีทนั่นไม่ให้เลิกขึ้นไปมากกว่านี้ ส่วนคนที่เอาแต่พร่ำขอโทษก็ชะงักนิ่งไปแล้วก้มมองกระโปรงตัวเองที่ไม่รู้ว่ามันจะสั้นไปไหน หันไปด้านหลังก็เห็นว่ามีพวกผู้ชายมองอยู่ พอถูกจับได้ต่างก็พากันหันหนีไปทางอีกเพื่อหลบตา แน่นอนว่าคนถูกมองตอนนี้รู้สึกอายจนหน้าไหม้ไปหมดแล้ว

 

“นั่งลงก่อน” ชัลยูบอกพร้อมกับใช้มืออีกข้างหยิบช็อปขึ้นมาคลุมให้ตอนที่คนตัวเล็กยอมลดเข่านั่งลงแต่ก็ยังไม่วายที่จะยื่นมือเข้ามาเช็ดน้ำตรงเสื้อออกให้ เพราะว่านั่งห่างกันเกินไป ฮยอนบีจึงเขยิบเข้ามาใกล้เพื่อที่จะเช็ดได้สะดวก จนหญิงสาวไม่รู้ตัวว่าเข้ามาอยู่ใกล้อีกคนมากแค่ไหนแถมคนที่ถูกเข้าใกล้ก็เรียกได้ว่าตั้งตัวแทบไม่ทันเหมือนกัน

 

“ฮยอนบี ใจเย็น ๆ สิ” ตอนนี้ร่างบางลนไปหมดแล้วเพราะทำเสื้อชัลยูเปียก เท่านั้นยังไม่พอขวดน้ำที่ถูกตั้งไว้ด้านข้างก็ถูกดันจนล้มทำเอาน้ำหกระเนระนาดไปทั่ว ร่างบางอ้าปากเหวอกับความซุ่มซ่ามของตัวเองจนต้องรีบยกขวดน้ำขึ้นมามองผลงานตัวเองด้วยความรู้สึกผิด

 

น้ำหกเจิ่งนองเต็มพื้นแถมยังไหลไปโดนแผงวงจรนั่นอีกทำเอาต้องหยิบทิชชู่ออกมาซับกันยกใหญ่ จนเมื่อเจ้าของงานห้ามไว้นั่นแหละมือเรียวถึงหยุดการกระทำ

 

“งานเปียกหมดแล้ว เราจะเช็ดให้ก่อน ฮือ เราขอโทษนะ เราไม่ได้ตั้งใจ” ปากเรียวเบ้คว่ำพร้อมกับหางคิ้วที่ลู่ลงอย่างเห็นได้ชัด หน้าตาน่าสงสารของฮยอนบีทำเอาใจของชัลบีเต้นผิดจังหวะไปชั่วขณะ คนอะไรทำหน้าตาน่าสงสารยังเหมือนลูกหมาไม่มีผิดเพี้ยน

 

“ไม่เป็นไรหรอก เดี๋ยวมันก็แห้ง เธออ่ะนั่งดี ๆ ก่อน” น้ำเสียงของชัลยูดูหงุดหงิดเล็กน้อยที่คนตัวเล็กเอาแต่ลนไม่เลิก ใส่พลีทไม่ระวังตัวเลย เวลาก้มหน้าก้มหลังกระโปรงมันเลิกขึ้นจนเห็นขาอ่อนขาว ๆ นั่น ก็ไม่ได้ตั้งใจมองอีกตามเคยนั้นแหละ แต่มันเตะตาจริง ๆ

 

จากวันนั้นที่ฝนตกชัลยูก็รู้เลยว่าฮยอนบีตัวเล็กแค่ไหน แต่ทว่ารูปร่างของหญิงสาวไม่ได้เล็กผอมแห้งแบบรูปร่างของเธอ ฮยอนบีเป็นคนมีน้ำมีนวล ผิวพรรณดูเปล่งปลั่ง รวมถึงต้นขาเนียนสวยนั่นอีก สาบานว่าไม่ได้ตั้งใจมองเป็นรอบที่สอง

 

และเธอก็จะตอบคำเดิมว่ามันเตะตาสุด ๆ

 

 

“อิเชี่ย ตะกี้แม่งขาวชิบหายเลยมึงเห็นป่ะ?”

 

“ก็มองอยู่กับมึง ใครจะไม่เห็น” เสียงพูดคุยของเพื่อนในห้องทำเอาชัลยูตวัดสายตาไปมองด้วยความไม่พอใจ ถึงจะไม่พูดอะไรแต่กลับแผ่รังสีทะมึนกระจายไปทั่วจนสองคนที่คุยกันอยู่นั้นถึงกับสะดุ้งเล็กน้อยแล้วยิ้มแหย่ให้

 

“ถ้ายังไม่อยากตายก็หันหน้าไปดี ๆ” ชัลยูพูดด้วยเสียงแข็งพร้อมกับทำหน้านิ่ง สองคนนั้นรีบโค้งหัวให้เพื่อนหน้าสวยจอมโหดก่อนจะยอมกลับไปก้มหน้าก้มตาทำงานตัวเองต่อ ส่วนฮยอนบีที่ไม่เคยรู้อะไรเลยก็หันไปมองตามแบบงง ๆ

 

“เอ่อ..” ฮยอนบีอ้ำอึ้งเล็กน้อยเพราะสีหน้าของชัลยูดูไม่ค่อยสู้ดีนัก คิ้วสวยขมวดเข้าหากันทำเอาใบหน้าสวยดูขังขึงเล็กน้อย จนคนที่เห็นก็นั่งนิ่งไม่กล้าพูดอะไรเลยสักคำ ทำไมชัลยูน่ากลัวแบบนี้ล่ะ

 

ร่างโปร่งผ่อนลมหายใจออกมาเฮือกใหญ่พยายามควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่ให้ใจร้อนไปมากกว่านี้ ยิ่งเมื่อครู่ได้เห็นสายตาหื่น ๆ ของไอ้พวกนั่นแล้วก็อยากจะลุกขึ้นไปชกหน้าให้ตาปูดกันทั้งคู่ มันมีอย่างที่ไหนมามองขาผู้หญิงแบบนี้ ไอ้พวกนี้ถ้าไม่เห็นว่าเป็นเพื่อนคงได้วางมวยกันแน่ ๆ

 

พลันสายตาก็หันไปชำเลืองคนตัวเล็กที่เอาแต่ก้มหน้าก้มตาเงียบไปไม่ยอมพูดอะไร ชัลยูจึงคลายอารมณ์ตัวเองลงก่อนเพราะไม่อยากให้คนตัวเล็กอึดอัด จากตอนแรกที่เจอหน้ากันบอกตามตรงว่าเธอไม่รู้จะชวนคุยอะไร เมื่อครู่ก็เกือบจะดีแล้วแท้ ๆ ดันเจอเสียงแซวไอ้พวกนั้นซะก่อนทำเอาวุ่นวายกันไปหมด แถมยังต้องมาอารมณ์เสียอีกต่างหาก

 

“ฮยอนบี” สาววิศวะเอ่ยเรียกอีกคนเบา ๆ ก่อนที่ดวงตาเรียวเล็กนั่นจะช้อนขึ้นมามองเล็กน้อย “ขอโทษ”

 

“ห..หือ ขอโทษเราทำไม” คนตัวเล็กดูตกใจเล็กน้อยที่จู่ ๆ ชัลยูก็เอ่ยขอโทษแบบไม่มีสาเหตุ มีเรื่องอะไรทำไมชัลยูต้องขอโทษเธอด้วย

 

“ตะกี้เราทำเธอตกใจ” ร่างบางร้องอ๋อในลำคอเบา ๆ ก่อนจะส่งยิ้มบางให้

 

“ไม่เป็นไรหรอก ตะกี้เราไม่ระวังเอง แถมทำน้ำเปียกงานเธออีก เรากลัวเธอโกรธเรามากกว่า..” ปลายเสียงแผ่วลงเล็กน้อย “เราเองก็ต้องขอโทษเหมือนกัน”

 

“เราไม่ได้โกรธซะหน่อย เพราะยังไงเธอก็ไม่ได้ตั้งใจ ถูกไหม” พอถูกถามคนตัวเล็กก็พยักหน้าตามเล็กน้อย “แต่เราโกรธที่เธอไม่ระวังตัวเอง”

 

“...”

 

“คราวหน้าใส่กระโปรงให้มันยาวกว่านี้หน่อยสิ สั้น ๆ แบบนี้มันอันตราย” เป็นประโยคธรรมดาที่คนฟังรู้สึกว่ามันไม่ธรรมดา ยิ่งเห็นสีหน้าของชัลยูตอนนี้ก็แทบจะเรียกได้ว่าอีกฝ่ายกำลังตำหนิเธอที่ใส่กระโปรงสั้นเกินไป ความจริงมันก็ไม่ได้สั้นมากเท่าไหร่แต่เพราะนั่งลงกับพื้นมันถึงได้เปิดหน้าเปิดหลังไปหมด

 

แต่ไม่รู้ว่าเพราะอะไรถึงยอมพยักหน้ารับปากอีกคนไปว่าจะไม่ใส่สั้นอีก ซึ่งคราวนี้คนตัวเล็กก็ต้องมาคิดหนักอีกแล้วกระโปรงนิสิตที่มีอยู่ในตู้ก็สั้นซะเกือบทุก จะมียาวเลยเข่ามาหน่อยก็แค่ตัวเดียวเท่านั้น สงสัยต้องไปซื้อเพิ่มซะแล้ว

 

“ลำบากใจหรอ”

 

“หือ” ฮยอนบีเงยหน้าขึ้นมามองอีกครั้งด้วยความสงสัย และเมื่อเห็นแววตาของชัลยูเธอก็รู้ว่าอีกคนหมายถึงอะไร “เปล่าอ่ะ จริง ๆ แล้วเราก็ใส่สั้นเกินไปนั้นแหละ”

 

“นี่เราทำเธอเสียความมั่นใจรึเปล่า ถ้าไม่สะดวกก็ไม่เป็นอะไรนะ เราแค่ไม่อยากให้คนอื่นมองขาเธอ”

 

“...” ฮยอนบีชะงักนิ่งไปทันทีเมื่ออีกฝ่ายพูดประโยคนั้นจบ ความรู้สึกบางอย่างก็ประเดประดังถาโถมใส่แบบไม่ตั้งตัว ไม่รู้ว่าทำไมถึงต้องหวั่นใจกับคำพูดแค่ไม่กี่ประโยค ยิ่งสบตากับดวงตาสวยนั่นทีไรก้อนเนื้อตรงอกก็สั่นแบบไม่มีสาเหตุ

 

“คราวหน้าเราจะใส่ให้ยาวกว่านี้ก็แล้วกัน” คนตัวเล็กพูดเสียงอ้อมแอ้มพร้อมกับขยับเสื้อช็อปให้พอดีกับหน้าขา แอบได้กลิ่นหอมจาง ๆ จากเสื้อของชัลยูทำเอาความรู้สึกทุกอย่างในตอนนี้สับสนปนเปกันไปหมด เมื่อชัลยูเห็นว่าฮยอนบีจัดท่านั่งดี ๆ แล้วตัวเองจึงจัดการหยิบทิชชู่ที่มีอยู่มาซับน้ำออก สงสัยต้องไปหาผ้ามาเช็ดเพราะมันเปียกมาเกินไป


เมื่อร่างโปร่งลุกหายไปสักพักก็กลับมาพร้อมกับผ้าในมือกวาดเช็ดน้ำซับไปจนหมดแล้วจึงเอาออกไปตากข้างนอก ชัลยูเดินกลับมานั่งแล้วหยิบข้าวกล่องวางไว้ข้าง ๆ ตัวเองก่อนจะลงมือทำงานต่อ ถึงจะไม่มีอารมณ์ทำยังไงแต่ก็ต้องเร่งมือให้เสร็จก่อนวันมะรืน อย่างน้อยถ้าเสร็จวันนี้เธออาจจะได้กลับหอพร้อมกับฮยอนบีก็ได้

 

นั่งเงียบไปสักพักโดยที่ไม่มีใครพูดอะไรนอกจากดวงตาเรียวเล็กเอาแต่จับจ้องมือสวยของชัลยูจับนู่นตัดนี่ไปมาอย่างคล่องแคล่ว แอบชื่นชมในความเก่งของอีกคนที่มาเรียนวิศวะ ท่าทางน่าจะได้คะแนนดีซะด้วย ไม่รู้หรอกนะว่าหัวดีแค่ไหนแต่ดูจากความตั้งใจในการทำงานแล้วให้ทายเกรดของชัลยูก็คงอยู่อันดับต้น ๆ แน่

 

สักพักเสียงเรียกเข้าของโทรศัพท์คนตัวเล็กก็ดังขึ้นทำเอาชัลยูชำเลืองมองหน่อยหนึ่ง เห็นว่าฮยอนบีก้มดูหน้าจอแล้วเงยหน้าชะโงกมองหน้าอะไรบางอย่าง

 

“โธ่ ฉันนึกว่าแกหนีกลับไปซะแล้ว” เป็นเสียงคริสตัลที่ดังขึ้นมาพร้อมกับเดินมาทางที่ฮยอนบีนั่งอยู่ ถ้าในเดาสายเมื่อครู่ก็คงจะเป็นของคริสตัลที่เป็นคนโทรเข้ามาเพราะชัลยูเห็นว่ามือของหญิงสาวก็ถือโทรศัพท์อยู่เหมือนกัน

 

“จะกลับยังไงล่ะ ก็แกบอกเองว่าจะไปส่ง” ฮยอนบีพูดทวงข้อตกลงก่อนมาที่นี่กับคริสตัลซึ่งสาวเจ้าเองก็ไม่ได้ลืมหรอก แต่แค่เพลินกับการนั่งป้อนข้าวแฟนนานไปหน่อย หันกลับมาอีกทีเพื่อนตัวเล็กก็หายไปซะแล้ว นึกว่าโดนชายฉกรรจ์ลากไปไหนต่อไหนซะอีก ที่ไหนได้ดันมานั่งกับสาววิศวะคนสวยนี่เอง

 

“แล้วนี่มานั่งกับเขา รู้จักกันรึไง” คริสตัลถามด้วยความสงสัย อดแปลกใจไม่ได้ที่ฮยอนบีจะรู้จักกับปาร์คชัลยูที่เป็นถึงรองดาวคณะปีที่แล้ว น่าเสียดายชะมัดที่หญิงสาวแพ้คะแนนดาวคณะอย่างเบซูจีไปคะแนนสองคะแนนแค่นั้น ถ้าชัลยูไม่ใช่คนโลกส่วนตัวสูงขนาดนี้ก็คงได้เป็นดาวแทนซูจีแน่ ๆ

 

“รู้จักดิ อยู่หอห้องข้างกัน” คนตัวเล็กตอบพร้อมกับหันไปมองหน้าชัลยูที่ตอนนี้ก็ละสายตาจากงานเงยหน้าขึ้นมามองคริสตัลแล้วพยักหน้าตามที่หญิงสาวพูด

 

“จริงดิ? โห งี้ก็ดีเลย” จู่ๆ ท่าทีของคริสตัลก็เปลี่ยนไปจากตอนแรกที่มาหน้านิ่ง ๆ หน่อยก็กลายเป็นยิ้มแย้มอย่างสดใส

 

“ชัลยู ไหน ๆ ก็อยู่ห้องข้างกันกับฮยอนบีแล้วฝากเอายัยนี้กลับหอหน่อยดิ”

 

“อ่าว ทำไมงั้นล่ะ ไหนบอกว่าจะไปส่งไง” คนตัวเล็กพูดโพลงขึ้นมาพร้อมกับทำสีหน้าตกใจเล็กน้อย จู่ ๆ จะมาทิ้งกันกลางคันแบบนี้ได้ยังไงเล่า

 

“ก็กะจะไปส่งแหละ แต่เพิ่งนึกได้ว่ามีนัดแล้ว แหะ ๆ โทษทีนะ ฉันลืมดูเวลาไปเลยอ่ะ” คริสตัลยิ้มหน้าแหย ๆ พร้อมกับชูนาฬิกาข้อมือให้ดูบ่งบอกว่ามันใกล้เวลานัดเธอแล้ว ฮยอนบียู่ปากเล็กน้อยกับท่าทีของเพื่อน

 

“ชัลยู งานจะเสร็จยังอ่ะ เราฝากฮยอนบีกลับหอด้วยได้รึเปล่า” คริสตัลชะโงกหน้ามาถามสาววิศวะอีกครั้ง คราวนี้ฮยอนบีเองก็หันมามองชัลยูด้วยสีหน้าลำบากใจเล็กน้อย วันนี้เธอทำเรื่องกับชัลยูไว้เยอะมากก็เลยเกรงใจที่จะทำให้อีกฝ่ายลำบากใจอีกครั้ง

 

“เดี๋ยวฉันกลับเองก็ได้ แกไม่ต้องไปลำบากคนอื่นหรอก” หญิงสาวรีบยกมือโบกเป็นพัลวันเชิงปฏิเสธ

 

“แกจะบ้าหรอ กว่าจะถึงหอแกก็อีกตั้งใกล้ นี่ไม่ใช่คณะอักษรฯนะจะได้ใกล้ ๆ เดินกลับได้หน่ะ อีกอย่างชัลยูเองก็มีรถ ไม่ได้ลำบากอะไรหรอก  ใช่ไหมชัลยู” เพื่อนคนสวยชะโงกหน้ามองอีกครั้งแล้วส่งยิ้มให้ชัลยูอย่างมีความหวัง

 

“อือ กลับด้วยกันก็ได้นะ” คนถูกวานพยักหน้าพร้อมกับพูดประโยคอนุญาตให้ฮยอนบีกลับหอด้วยกันได้ ก็อย่างที่คริสตัลว่าเธอเองก็ไม่ได้ลำบากอะไรถ้าจะต้องพาอีกคนกลับหอด้วย

 

“แต่ชัลยูทำงานอยู่ไม่ใช่รึไง เรารวบกวนเปล่า ๆ อ่ะ” ฮยอนบีหันหน้าไปพูดกับชัลยู ซึ่งสาวเจ้าเองก็ยักไหล่เล็กน้อยเป็นเชิงว่าไม่เป็นไร

 

“เดี๋ยวเก็บไปทำที่หอก็ได้ อีกนิดก็ใกล้เสร็จแล้ว” สาววิศวะตอบพลางหยิบสายไฟมาเก็บรวม ๆ กัน รวมถึงหลอดไฟเล็ก ๆ นั่นก็ถูกรวบเก็บเข้าถุงไปด้วย

 

“ดีมาก ขอบใจนะจ๊ะชัลยู” คริสตัลส่งยิ้มหวานให้ชัลยูก่อนจะหันมามองหน้าเพื่อนตัวเอง “ส่วนแก ถึงห้องยังไงแล้วก็ไลน์บอกฉันด้วยนะ ไปละ บาย” พอพูดเสร็จเจ้าหล่อนก็วิ่งพรวดออกจากห้องพร้อมกับแฟนไปทันที ปล่อยให้คนตัวเล็กอ้าปากพะงาบเพราะเรียกไว้ไม่ทัน นึกหงุดหงิดที่ถูกปล่อยทิ้งไว้ในสถานที่แบบนี้ พอหันกลับไปมองชัลยูก็เห็นว่าดวงตากลมสวยนั่นกำลังมองมาทางเธอเหมือนกัน

 

“ไม่อยากกลับกับเราหรอ” พออีกคนพูดแบบนั้นคนตัวเล็กก็รีบส่ายหน้าไปมาจนผมบ๊อบสั้นนั่นส่ายไปตามแรง

 

“เปล่าอ่ะ กลัวว่าจะลำบากเธอไง”

 

“ไม่หรอก ห้องก็อยู่ข้างกัน กลับพร้อมกันก็ได้” ชัลยูพูดพร้อมกับหยิบถุงผ้ามาเก็บอุปกรณ์ใส่เข้าไป “เธอกินข้าวยัง”

 

“ยังอ่ะ”

 

“งั้นเดี๋ยวพาเธอแวะกินข้าวก่อนละกัน” หญิงสาวพูดพร้อมกับหยัดตัวยืนขึ้น ส่งมือยื่นให้ฮยอนบีเพื่อให้อีกฝ่ายจับแล้วจะช่วยดึงขึ้น ตอนแรกคนตัวเล็กก็สงสัยเล็กน้อยแต่ก็ยอมจับมืออีกฝ่ายก่อนจะถูกดึงขึ้นโดยที่มีเสื้อช็อปคลุมที่หน้าขาไว้เหมือนเดิม ร่างโปร่งก้มเก็บของทั้งหมดใส่ถุงผ้าก่อนจะสะพายมันไว้ที่ไหล่รวมถึงแผ่นไม้นั่นก็ถูกถือขึ้นมาด้วย

 

“ช่วยถือไหม” และดูเหมือนว่าชัลยูจะต้องการความช่วยเหลือพอดีหญิงสาวจึงส่งถุงผ้าให้ฮยอนบีถือส่วนตัวเองก็แบกแผ่นไม้นั่นเดินไปที่หน้าห้อง

 

“อ้าว จะกลับแล้วหรอวะ” จงอินโพล่งถามขึ้นมาหลังจากที่เห็นว่าเพื่อนของตัวเองกำลังถือของทำท่าเหมือนจะกลับทั้ง ๆ ที่งานก็ยังไม่เสร็จดี

 

“เออ จะเอากลับไปทำที่ห้อง”

 

“ไม่ทำที่นี่ให้มันเสร็จ ๆ ล่ะ เหลืออีกนิดเดียวไม่ใช่ไง” จงอินเลิกคิ้วถามอย่างสงสัย ความจริงคือต้องรองานของทุกคนเสร็จก่อนแล้วค่อยเอามาต่อรวมเป็นวงจรเดียวกันอีกที ซึ่งคนถูกถามก็หันไปมองฮยอนบีที่เดินตามหลังมาต้อย ๆ

 

“ไม่ละ” ปากก็พูดแต่สายตาก็จับจ้องกับคนตัวเล็กที่กำลังเดินเข้ามาใกล้ ๆ คิมจงอินเห็นถึงความผิดปกติบางอย่างจึงตะโกนถามออกไปอีกครั้งทำเอาหญิงสาวสองคนนั้นหันมามองเขาเป็นตาเดียว

 

“มึงรู้จักเพื่อนคริสตัลด้วยหรอวะ แล้วนี่จะพากันไปไหน” และดูเหมือนว่าจะไม่ใช่แค่จงอินคนเดียวที่สงสัย เพราะคนอื่น ๆ ที่นั่งก้มหน้าอยู่ก็เงยหน้าขึ้นมามองเหมือนกัน

 

“กลับหอไง อย่าถามเยอะ ทำงานไป” ชัลยูพูดด้วยน้ำเสียงไม่พอใจเล็กน้อยก่อนจะดันไหล่ฮยอนบีให้เดินนำส่วนตนนั้นเดินตามหลัง และแน่นอนว่าขาขาวของฮยอนบีกลายเป็นเป้าสายตาอีกครั้งทำเอาสาววิศวะต้องหันมาถลึงตาใส่ไอ้พวกหื่นกามอีกรอบ ไอ้พวกนี้เผลอไม่ได้เลยสักนิด

 

“โอ้ย หวงอย่างกับเมีย ไอ้ชัลยู นี่มึงเป็นเบี้ยนหรอวะ?” เพื่อนผู้ชายอีกคนตะโกนถามทำเอาที่หัวเราะกันครืน

 

ไม่เสือกดิสัด” ว่าแล้วคนสวยของคณะตวัดสายตามองพวกนั้นอย่างหงุดหงิดก่อนจะยกนิ้วกลางฝากให้พวกมันทุกคนแล้วพาคนตัวเล็กออกจากห้องไปท่ามกลางเสียงโห่แซว

 


และดูเหมือนว่าเสียงเอ่ยแซวตามหลังนั่นทำเอาฮยอนบีรู้สึกหน้าร้อนเล็กน้อย ก็จะไม่ให้ร้อนได้ยังไงกัน ชัลยูเล่นหันไปยกนิ้วใส่คนพวกนั้นที่พูดว่าหญิงสาวเป็นเลสเบี้ยน บ้าหรอ ชัลยูออกจะสวยขนาดนี้จะเป็นเลสเบี้ยนได้ยังไง

 

แอบชำเลืองมองหน้าของคนตัวสูงเล็กน้อยก่อนจะรีบหันมองตรงในขณะที่ชัลยูก็หันมามองคนตัวเล็กเหมือนกัน กลายเป็นว่าระหว่างทางไม่มีใครพูดอะไรแถมยังเดินตามกันเงียบ ๆ  ถึงโรงจอดรถข้างตึก

 

ปัญหาของชัลยูเกิดขึ้นทันทีเมื่อนึกได้ว่ารถของตัวเองนั้นคือรถมอเตอร์ไซค์แถมยังเป็นรุ่นที่ไม่สามารถให้ฮยอนบีนั่งโดยใส่กระโปรงพลีทแบบนี้แน่ ๆ สาววิศวะยืนมองรถดูคาติสีดำของตัวเองด้วยความคิด เธอจะจัดการยังไงดี อุตส่าห์ตอบตกลงไปแล้วด้วยว่าจะพาฮยอนบีกลับหอ แต่เห็นทีก็คงไม่ใช่การขับเจ้าลูกรักกลับไปแน่ ๆ

 

“เป็นไรอ่ะ” ฮยอนบีชะโงกหน้ามาถามหลังจากที่เห็นร่างโปร่งยืนนิ่งไปสักพัก ชัลยูหันมามองหน้าคนตัวเล็กพร้อมกับยกมือลูบท้ายทอยเบา ๆ

 

“คือเราเพิ่งนึกได้ว่าเราขับมอ’ไซค์มา”

 

“แล้ว?” คนตัวเล็กเลิกคิ้วถามอย่างไม่เข้าใจนัก ขี่มอเตอร์ไซด์มาทำไมต้องทำหน้าเครียด

 

“เธอจะนั่งยังไง นั่นหน่ะรถเรา” นิ้วเรียวชี้ไปที่มอเตอร์ไซด์สีดำล้วนคันใหญ่ที่จอดอยู่ตรงนั้น ทำเอาคนมองลอบกลืนน้ำลายลงคอแล้วหันไปมองชัลยูก่อนจะส่งยิ้มแหยให้

 

ฮยอนบีอยากจะกรีดร้องกับความเท่ของเพื่อนสาวของห้องชะมัด ทำไมชัลยูถึงมีแต่เรื่องให้น่าตกใจตลอดทั้งเรื่องคณะที่เรียน ยานพาหนะ รวมถึงนิสัยหลาย ๆ อย่างของหญิงสาว พาลทำเอาจิตใจอยู่ไม่ค่อยสุขเลยสักนิด

 

“แล้วเอาไงอ่ะ” ใช่ว่าจะไม่เข้าใจว่าฮยอนบีจะนั่งมันไปยังไง ลำพังถ้าใส่กางเกงหรือทรงเอมาก็คงไม่มีปัญหา แต่วันนี้เธอดันสวมพลีทมาซึ่งมันโคตรยากลำบากกับการนั่งมอเตอร์ไซค์คันโตนั่น แน่ล่ะว่าแค่ก้าวขาขึ้นคร่อมก็คงเห็นไปถึงขอบน้องลิงแน่ ๆ

 

ชัลยูหันไปมองรถตัวเองด้วยความรู้สึกเสียดายเล็กน้อย มันก็น่าเสียดายอยู่หรอกที่ไม่สามารถพาลูกรักกลับห้องไปพร้อมกันได้กับอีกคน แถมยังนึกไปถึงเรื่องที่ต้องเอารถยนต์มาขับแทนการขี่มอเตอร์ไซค์ซะแล้ว คราวหน้าจะได้ไม่ลำบากแบบนี้อีก

 

 


กริ๊ง ๆ

  

เสียงกริ่งดังขึ้นมาจากด้านหลังพร้อมกับผู้ชายร่างเล็กตาโปนที่กำลังปั่นจักรยานเข้ามาจอดข้าง ๆ ความคิดบางอย่างก็ผุดเข้ามาในหัวของชัลยูก่อนที่เจ้าหล่อนจะเดินเข้าไปหาผู้ชายคนนั้น

 

“เห้ย คยองซู กูยืมรถมึงหน่อยดิ” คนถูกเรียกเงยหน้าขึ้นมามองด้วยความตกใจเล็กน้อยที่จู่ ๆ คนสวยของคณะก็มาขอยืมรถจักรยานทั้ง ๆ ที่ปกติหญิงสาวขับเจ้าเครื่องสองสูบคันใหญ่นั่น

 

“ไหงงั้นอ่ะ แล้วกูจะขี่อะไรกลับหอ” ผู้ชายที่ชื่อคยองซูพูดขึ้น

 

“มอไซค์กูไง ฝากหน่อยละกัน กูไปละ” ชัลยูตัดสินใจเอากุญแจรถตัวเองยัดใส่มือคยองซูก่อนจะจูงจักรยานแม่บ้านคันนั้นไปหาฮยอนบีที่ยืนอยู่เยื้องไปหน่อย ปล่อยให้เพื่อนตาโปนคนนั้นมองกุญแจรถในมืออย่างงง ๆ ใช่ว่าจะขับไม่ได้ แต่ทำไมมึงไม่คำนึงถึงความยาวขากูเลยไอ้สัด

 

 

 

คนตัวเล็กที่มองการกระทำของชัลยูเองก็ไม่ค่อยแน่ใจนักว่าทำไม เพราะหญิงสาวเดินเข้าไปคุยกับผู้ชายตัวเล็กคนนั้นก่อนจะเดินจูงจักรยานกลับมาทางที่เธอยืนอยู่

 

“นั่งได้ไหม” ชัลยูถามด้วยเสียงเรียบก่อนจะก้มไปปรับเบาะให้สูงขึ้นกว่าเดิมเล็กน้อย คยองซูมันคงจะไม่ว่าอะไรหรอกมั้งถ้าเธอปรับมันให้พอดีกับตัวเธอ พอเงยหน้ามองฮยอนบีเจ้าหล่อนก็กำลังทำหน้าตาแปลก ๆ พร้อมกับพยักหน้าเล็กน้อย

 

“เราจะปั่นจักรยานกลับกันหรอ จากที่นี่ไปหอก็ไกลอยู่เหมือนกันนะ” ใช่ว่าฮยอนบีจะนั่งจักรยานไม่ได้ แต่พอเธอนึกถึงว่าหอพักมันไกลจากที่นี่พอสมควรแน่นอนว่าคนปั่นก็ต้องเป็นชัลยู และเธอเป็นคนนั่ง ระยะทางก็ไม่ใช่เล่น ๆ

 

“มันก็ดีกว่าเธอต้องนั่งมอเตอร์ไซด์แล้วกระโปรงเปิดนะ” ชัลยูเงยหน้าขึ้นมามองคนตัวเล็กที่ตอนนี้เอาแต่จ้องหน้าเธอไม่เลิก หน่วยแก้มเริ่มขึ้นสีเล็กน้อยแต่เพราะอากาศข้างนอกร้อนละมั้ง “ไปกันเถอะ”

 

คนตัวเล็กพยักหน้าก่อนจะเดินมานั่งซ้อนจักรยานแม่บ้าน ถุงผ้าถูกเอาไว้วางไว้ในตะกร้าหน้ารถ ส่วนแผ่นไม้นั่นชัลยูก็ฝากฮยอนบีถือไว้ซึ่งเจ้าหล่อนเองก็ไม่ได้ว่าอะไร หากต้องให้ชัลยูถือด้วยปั่นจักรยานไปด้วยก็คงจะอันตรายเกินไป

 

“เอาเสื้อเราคลุมขาไว้ด้วยดิ เดี๋ยวกระโปรงเปิด” ชัลยูเอี้ยวตัวมาดูความพร้อมของคนตัวเล็กที่นั่งซ้อนอยู่ด้านหลัง ใบหน้าขาวนวลก้มลงเล็กน้อยก่อนจะพยักหน้ารับคำสั่งของอีกคนแล้วกางเสื้อช็อปนั่นคลุมขาตัวเอง จัดปลายเสื้อและปลายแขนให้มันไม่รุ่มร่ามจนเกินไป เกิดปั่น ๆ อยู่แล้วแขนเสื้อเข้าล้อขึ้นมาคงไม่ใช่เรื่องตลก

 

เมื่อเห็นว่าทุกอย่างเข้าที่แล้วชัลยูจึงพูดเป็นสัญญาณว่าจะออกตัวแล้วนะ ซึ่งเมื่อจักรยานเคลื่อนตัวออกไปฮยอนบีก็สะดุ้งเล็กน้อยเพราะกลัวตัวเองหล่นจักรยานจนต้องคว้าเอวของชัลยูเข้าให้  เมื่อความเร็วคงทีฮยอนบีก็เพิ่งนึกได้ว่ากำลังจับตัวอีกฝ่ายอยู่จึงคลายมือออกเล็กน้อย

 

สัมผัสตรงเอวค่อย ๆ คลายออกไปทำเอาคนปั่นเลิกคิ้วด้วยความสงสัย เมื่อครู่อีกฝ่ายยังเกาะแน่นอยู่เลย ไม่กลัวว่าจะหล่นหรือยังไง

 

“เกาะดี ๆ ก็ได้ เดี๋ยวหล่น” พออีกฝ่ายอนุญาตให้เกาะ ฮยอนบีจึงโอบเอวสาววิศวะหลวม ๆ ส่วนมืออีกข้างก็จับแผ่นไม้ไว้ สารถีไม่ได้ปั่นเร็วจนน่ากลัว เพียงแค่ปั่นไปเรื่อย ๆ ตามทางรถของมหาลัยซึ่งมีต้นไม้เต็มสองข้างทาง อากาศเย็น ๆ ประทะเข้าที่ผิวหน้าทำให้คนตัวเล็กรู้สึกสบายอย่างบอกไม่ถูก

 

ที่จริงวันนี้ฮยอนบีก็แอบดีใจเล็กน้อยที่ได้เจอชัลยูโดยบังเอิญแถมยังได้กลับหอด้วยกันอีกต่างหาก แต่ติดว่าอยากจะโทษตัวเองที่ใส่กระโปรงสั้นจนทำให้อีกคนต้องชักสีหน้าอยู่บ่อยครั้งกับอาการวับ ๆ แวม ๆ ของกระโปรง สาบานได้ว่าฮยอนบีใส่กระโปรงแบบนี้มาตั้งแต่ปีหนึ่ง ซึ่งแน่นอนว่าคนแต่งตัวจัดแบบเธอไม่ต้องมากังวลหรอกว่าใครจะมองหรือไม่มอง เพราะถึงยังไงมันก็กระโปรงเธอ ร่างกายของเธอ ใครจะมองฮยอนบีก็ไม่ได้สนใจเลยสักนิด

 

แต่พอเจอชัลยูพูดเข้าให้หน่อยความมั่นใจที่เคยมีอยู่มันก็สั่นคลอนเล็กน้อย ปกติไม่มีใครเคยเตือนหญิงสาวเลยด้วยซ้ำแต่ครั้งนี้กับมีเพื่อนสาวข้างห้องคอยเตือน  ใจดีให้เสื้อช็อปมาปิดขาไว้ตลอดเวลาอีก แถมยังมัวแต่พะวงหน้าพะวงหลังกังวลว่ากระโปรงเธอจะเปิดตลอดเวลา

 

แต่ทว่าวันนี้กลับทำให้ฮยอนบีชื่นชมในตัวอีกฝ่ายมากขึ้น นอกจากชัลยูจะเป็นคนสวยแล้วยังเป็นคนใจดีอีกต่างหาก ทั้งใส่ใจเรื่องกระโปรงของเธอรวมถึงยอมปั่นจักรยานแทนที่จะขี่มอเตอร์ไซค์ของตัวเองกลับหอ และแน่นอนว่าตลอดทางคนตัวเล็กก็เอาแต่อมยิ้มแล้วมองแผ่นหลังของชัลยูไปตลอดทาง

 


ไม่รู้ว่าคิดไปเองรึเปล่าที่แผ่นหลังของคนตรงหน้ามันกว้างมาก


 

กว้างซะจนอยากซบเลยล่ะ

 



...

 

 
























อะฮริ้งงงงงงง


100%
ขอโทษก๊าบ อัพดึกเกิน 5555555555555555
จะบอกว่าความจริงเราไม่อยากแต่งต่อเพราะกลัวมันไม่เหมือนตอนแรก
ระดับความรู้สึกเราลองคำนวนดูก็น่าจะอยู่ในระดับนี้
ส่วนสาววิศวะของเรานั้นก็เป็นห่วงฮยอนบีเหลือเกิน
ฮึ้ยยย ใครชอบก็อย่าลืมติดตามกันต่อนะก๊าบ
ตอนต่อไปไม่หวีดให้จูบปากเลยเอ้า ...

คอมเม้นท์ให้ชัลยูหน่อย สกรีมให้ฮยอนบีที #ฟิคคลังฝัน

5555555555555555555555

เจอกันตอนหน้างับ


**เห็นคำผิดทักได้นะจ๊ะ**







ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 77 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

6,477 ความคิดเห็น

  1. #6440 CB ♡ (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2562 / 09:13
    แต่งค่ะแต่ง จะแต่งกับคนนี้
    #6,440
    0
  2. #6282 chanbaekjan (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 18 ธันวาคม 2561 / 03:10

    ก็ซบเลยสิ้ หื่ออ ชัลยู
    #6,282
    0
  3. #6077 afternuria (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2561 / 20:21
    เขินนนน
    #6,077
    0
  4. #5778 pim pimmi (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2561 / 09:10
    ฮื่ออออ เขินอ่ะ ><
    #5,778
    0
  5. #4638 oilsingle1306 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 7 มิถุนายน 2560 / 01:36
    ซบไปเลยจ้าาาาาาา เอาให้แนบเลยนะ อรั๊ยยยย
    #4,638
    0
  6. #4515 MARKTUAN190 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 30 เมษายน 2560 / 22:13
    ชอบบบ เขินอะ เข้าใจหิลเขินของฮยอนบีเลย ฮือออ
    #4,515
    0
  7. #3047 Park.k_Kwancheses (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 15 กันยายน 2559 / 00:33
    หมอนขาดไปหลายใบแล้วคะ นุ่นเนิ่น

    นี่กระจุยกระจายทั่วบริเวณ บริจากเป็น

    ที่นอนน้องหมาต่อได้เลย เขินมากอะ

    เขินชนิดที่แบบว่า ' ถ้าบนโลกไม่มีผู้ดีๆ ขอเป็นนางเอกที่ชื่อว่าฮยอนบีเสียดีกว่า'

    คือละลายกับความชัลยูมาก ดิฉันอยาก

    ซ้อนจักรยานจริงๆ

    มีความฮาอยู่ในตัว คยองซูลูกแม่ ทน

    หน่อยนะลูก ขาไม่ถึงก็หาส้นสูงใส่เอา

    เนาะ ถ้าแค้นหนักหน่อย เจ๊แนะนำแงะ

    อะไหร่ยนต์ขายเลยลูกรัก เดี๋ยวชัลยู

    เพอเฟกเกินไป แล้วส่งผลต่อการเต้น

    ของหัวใจฮยอนบี

    #สู้ๆคะ รักเลย
    #3,047
    0
  8. #1801 ★AOM'ONPCY☆ (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2559 / 07:50
    ชัลบีเริ่มสนิทกันมากขึ้นนะแอบเขิน >< นี่อย่าบอกว่าฮยอนบีชอบชัลยูก่อนน่ะ พบ้าาาาาาาาา
    #1,801
    0
  9. #1627 aun-aom (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 17 เมษายน 2559 / 19:42
    สงสารคยอง5555 แต่ชัลยูเท่จริง
    #1,627
    0
  10. #1430 oil_exo-l (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 26 มีนาคม 2559 / 17:05
    น่ารักกกก
    #1,430
    0
  11. #1413 inuunan2 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 20 มีนาคม 2559 / 16:26
    ทำไมพึ่งมาเจอฟิคเรื่องนี้ ฮรือ น่ารัก
    #1,413
    0
  12. #1090 จีวอนชิ':) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 18 มกราคม 2559 / 20:45
    สมกับเป็นร่างสาวของชานยอล
    #1,090
    0
  13. #942 มิลี่ไลล่า♡ (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2558 / 12:36
    ชัลยูเท่มากเลยยย
    #942
    0
  14. #790 joylnr (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2558 / 00:36
    ชัลยูคนดี โอยยยยยยยยยยยยยย เขินนนนนนนนนนน

    ชอบอ่ะ ขำคยอง 555555555
    #790
    0
  15. #600 `ตูดหมึก (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2558 / 17:10
    ชอบอ่ะะะะ เขินนน
    #600
    0
  16. #537 เคแอล9091 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2558 / 19:37
    ชัลยูอย่างเท่ .เราอยากเท่แบบนี้บ้าง
    #537
    0
  17. #477 tistal94 (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2558 / 20:45
    อยากได้แบบชันยูซักคนนน ฮืออออ TToTT
    แลดูเป็นห่วงฮยอนบีมากเลยอ่ะ ขี่มอไซค์อีก ข่ลบ้าาาา 
    #477
    0
  18. #469 beamlesss (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2558 / 12:45
    ในหัวมีแต่คำว่าอยากได้ 55555555 ทั้งเท่ทั้งสวย อีกคนก้น่ารักบอบบางน่าปกป้อง แงงงง ได้กันเร้วๆ อุ้ปส์
    #469
    0
  19. #329 CHANFECT (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 14 ตุลาคม 2558 / 15:40
    โอยยยยยว ชัลยูโครตเท่อ่ะ
    #329
    0
  20. #302 FeiFei_nanny (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2558 / 18:55
    โอ้ยยยยยยยย สาววิดวะทำไมเท่ยังงี้เนี้ยยย อยากได้ อยากสิงฮยอนบี (?)
    #302
    0
  21. #292 นวศาจิบิ (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2558 / 00:42
    มันเขินกว่าอ่าน ชายชายแล้วเนี่ย โอ้ย มันนึกถึงตัวเองไง นึกถึงความเป็นจริง ฟินนนน ชอบมาก
    #292
    0
  22. #271 real_Sn (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2558 / 10:35
    กรี๊ดดดดดดดดด เราอยากได้ชัลยู
    #271
    0
  23. #269 ❥summer (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2558 / 08:28
    โว้ยยยยยยยยยยย อยากได้ผัวแบบชัลยู 55555555555 จงอินนี่ก็แซวจั๊ง เด๊ะได้แดกปลาห้าหัวโดยไม่รู้ตัว55555 ฮยอนบีน่ารักมุ๊มิ๊เอ่าะ
    #269
    0
  24. #265 Transfer (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2558 / 00:31
    ชัลยูคนหล่อออ 5555 โคตแมน
    #265
    0
  25. #257 fang_fang (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2558 / 18:53
    ชัลยูคือแมนมากอ่ะ อ่านไปเขินไป แอร๊ยยยย อยากเป็นฮยอนบีเลยยย -/////-
    #257
    0