FanFiction เทพยุทธ์เซียน GLORY l ลำนำพิรุณ

ตอนที่ 4 : ลานบุปผา -4-

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 42
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    27 พ.ค. 61

:: บุปผางามกลางฝนพรำ ::


ตำหนักในบ้าบออะไร ตำหนักหลังที่สองอย่างไร

ท่านแม่ทัพเยี่ยอวี่เซิงฝานอยากจะวิ่งไปตะโกนให้ได้ยินกันไปทั้งสี่ทะเลแปดทิศ ดังถึงสวรรค์เก้าชั้นฟ้า

ท่านพญายมอวี้เหวินโจวช่างน่าสงสาร งามหยาดฟ้ามาดิน เป็นหนึ่งไม่มีสองถึงเพียงนี้ ท่านแม่ทัพยังรับอนุภรรยาให้ท่านเจ็บช้ำ และด้วยน้ำใจอันประเสริฐยิ่ง แม้นขุ่นเคืองใจคนรักเช่นไร ก็รับเอาหลานเฉียวชุนเสวี่ยผู้นั้นมาดูแลข้างกายอย่างดี

ตอนรับหลานเฉียวชุนเสวี่ยเข้าตำหนักหลานซีเก๋อ ฝากฝังให้เป็นเด็กรับใช้ข้างกายสหาย มิรู้มีผู้ใดอุตริคิดไปไกลถึงเพียงนั้นได้!! 

‏พวกเจ้าอ่านนิยายรักของพวกมนุษย์... เรื่องแต่งของเทพลิขิตกันมากไปใช่หรือไม่? ถึงได้จินตนาการกว้างไกลกันเช่นนี้!!

"ข้างกายมารดาคือผู้ใด?"
"ย่อมต้องเป็นบิดา"
"ท่านพญายมอวี้เหวินโจวเป็นบิดาข้า?"
"ถูกต้อง"
"ท่านพ่อ... ท่านพ่อ... งั้นหลานเฉียวก็ต้องเป็นท่านแม่!!"
"แล้วท่านแม่ทัพเยี่ยอวี่เซิงฝานเล่า?"
"เส้าเทียนก็คือเส้าเทียน!!"

ดูเอาเถิดว่าตำหนักในของเขาเสียทีไหน!!
อวี้เหวินโจวนอนตะแคง แขนข้างหนึ่งเอาศอกยันไว้ ฝ่ามือรองรับศีรษะ กลุ่มผมสีดำขลับปล่อยสยายเต็มเก้าอี้ยาว มืออีกข้างยกหนังสืออ่านเล่นขึ้นปิดหน้า กลั้นหัวเราะจนตัวสั่น

“ข้าเป็นท่านพ่อสินะ?” ท่านพญายมชี้ตัวเอง พลางกรีดหยาดน้ำใสที่กลั้นจากปลายหางตาด้วยหัวเราะมากเกินไป หวงเส้าเทียนมองร่างเจ้าหนูหลิวหยุนวิ่งตื้อมาหาคนข้างตัวด้วยแววตาอาฆาต

ทิ้งพี่เลี้ยงเด็ก... หลานเฉียวชุนเสวี่ยผู้นั้นไว้กลางลานบุปผางาม


ความสงสัยของเจ้าหนูนี้ เริ่มมาจากแม่ลูกบนสะพานของแม่น้ำลืมเลือน
ร่างเซียนของเมฆมงคลน้อยนี้ มีทั้งไอหยินและไอหยางสุดขั้ว สามารถอยู่ได้ทั้งบนสวรรค์และปรโลก แต่ก็ไม่อาจรั้งอยู่ที่ใดที่หนึ่งได้เนิ่นนานนัก เขาและอวี้เหวินโจวจึงผลัดกันเลี้ยงเจ้าหนูนี้เรื่อยมา 

ช่วงหลังๆ มีหลานเฉียวชุนเสวี่ยมาดูแลข้างกายอวี้เหวินโจว ประกอบกับเขตแดนสวรรค์มิมีการศึกใดหนักหนาถึงขั้นต้องให้แม่ทัพสวรรค์ลงมือ ตนจึงถือวิสาสะย้ายตัวเองและเจ้าหนูนี้มาพำนักปรโลกชั่วคราว ระหว่างเดินทางเจอเข้ากับขบวณวิญญาณของมนุษย์มากมาย แทบจะล้นสะพาน เหล่ายมบาลทั้งหลายวิ่งวุ่นวาย

‘บนโลกมนุษย์คงมีสงครามใหญ่’

ท่านแม่ทัพสวรรค์คล้ายชินชากับภาพน่าสลดนี้แล้ว ผิดกับเสินจวินตัวน้อยที่วิ่งผลุบโผล่ไปมาด้วยความสนใจยิ่ง

“ผู้หญิงกับเด็กสองคนนั้น ทำไมกอดกันที่สะพาน?”

“พวกเขามีสายใยแม่ลูก ยามต้องจากกันเลยตัดไม่ขาด” ยมบาลผู้หนึ่งกล่าวตอบ

เซียนน้อยถามต่อ “สายใยแม่ลูกคืออะไร?”
หลิวหยุนซักถามต่ออีกหลายต่อหลายคำถามเรื่องครอบครัว เรื่องแม่ลูก เรื่องพ่อแม่ เด็กน้อยพยักหน้าหงึกหงัก ตลอดการอธิบายด้วยท่าทีกระตือรือร้นยิ่ง ก่อนจะโบกมือลาเหล่ายมบาล ตามเขาไปยังตำหนักหลานซีเก๋อ


หลานเฉียวชุนเสวี่ยเหม่อมอง... 
วันคืนในปรโลกเคลื่อนผ่านไปยังเชื่องช้า กาลเวลาเวียนบรรจบครบฤดูใบไม้ผลิครั้งแล้วครั้งเล่า

เขาเดินเล่นบนสะพานลืมเลือนมาเนิ่นนาน ได้รับใช้ใกล้ชิดท่านพญายมเป็นครั้งแรก จึงเพิ่งมีโอกาสได้ยลความงดงามของลานบุปผาแห่งตำหนักหลานซีเก๋อ ดวงตาสีครามแหงนมองท้องฟ้าปลอดโปร่ง เขาไม่เคยไปที่อื่นใดนอกจากปรโลกหรืออาจจะเคยไปแต่หลงลืมไปเสียแล้ว

แสงสว่างชืดชาของนภาทึบเทาผ่านเงาแมกไม้ทอดลงมา มวลบุปผาบานสะพรั่ง แข่งสีสันตระการตา กลีบดอกบางต้องสายลมโชยอ่อน ปลิดปลิวร่วงหล่นราวฝนพรำ

หลานเฉียวชุนเสวี่ยสงสัยยิ่ง จะมีบุปผาใดงดงามกว่าท่านพญายมอีกเหรอ เด็กหนุ่มครุ่นคิด พาให้เหม่อมองนานเป็นพิเศษ นานเข้ารู้สึกเมื่อยล้าเลยนั่งแปะกลางลานบุปผาเสียอย่างนั้น

“หลานเฉียว ท่านแม่หลานเฉียว ท่านพ่อเรียกไปกินขนมล่ะ! เหล่าชุนยกมาตะกี้ ห๊อมหอม ไปกินเร็ว!!”
หลานเฉียวชุนเสวี่ยเดินตามแรงจับจูงของเสินจวินตัวน้อย ด้วยรูปกายภายนอกเขาดูอายุมากกว่าก็จริง แต่พลังฝีมือนั้น เทียบไม่ได้เลยกับเซียนเมฆมงคลน้อยท่านนี้

ยามเดินมาถึง เขาเห็นท่านพญายมเอนกายพิงหมอนอาบแสงอาทิตย์นวลจางแห่งปรโลกพักสายตาอยู่ บนอกมีหนังสืออ่านเล่นเล่มนั้นวางพักไว้ ส่วนท่านแม่ทัพนั่งอยู่ข้างเคียงส่ายหน้าให้ยิ้มกับผู้ที่เข้าสู่ห้วงนิทราไปแล้ว สายตาที่ทอดมองอ่อนโยนยิ่ง
ท่านแม่ทัพแตะริมฝีปากให้เราสองตนเดินมาเงียบๆ

เขาไม่ค่อยเข้าใจนัก เรื่องครอบครัว บิดามารดาหรือสายใยรักแม่ลูก แท้จริงแล้วมิได้เข้าใจไปกว่าหลิวหยุนเท่าใดนัก เพียงเล่าจากที่จำความมาจากเหล่ายมบาลเท่านั้นเอง เมื่อเห็นท่านแม่ทัพนั่งเคียงข้างท่านพญายม เฝ้ามองท่านผู้นั้นด้วยสายตาอ่อนโยนยิ่งแล้ว เขาไม่อยากรบกวนสองท่านนั้นเลย

หากหลิวหยุนกล่าวว่าตนเป็นท่านแม่ ท่านพญายมเป็นท่านพ่อ เช่นนั้นแล้วบิดามารดาสำหรับเขาคงเป็นท่านแม่ทัพและท่านพญายมกระมัง

เขาก้มลงมองใบหน้าเปื้อนยิ้มของเสินจวินน้อยข้างตัว วันนี้อากาศดี ท้องฟ้าปลอดโปร่ง

เด็กน้อยสองตนเยาะย่องออกจากลานบุปผา ตัดสินใจพากันไปเดินเล่นส่วนอื่นของตำหนักแทน


**********************************



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

3 ความคิดเห็น