FanFiction เทพยุทธ์เซียน GLORY l ลำนำพิรุณ

ตอนที่ 11 : สวี่ปั๋วหย่วน -10-

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 82
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 8 ครั้ง
    25 ก.ค. 61

หลานเฉียวชุนเสวี่ยถูกลากไปทางโน้นทีทางนั้นที สับสนมึนงงบสนอยู่กว่าครึ่งค่อนวัน กว่าจะเสร็จสิ้นเวลาในยมโลกก็ได้เลื่อนไหลไปหลายวันเสียแล้ว น่าเสียดายดอกจื่อเถิงที่เก็บมาฝากท่านพญายมเป็นอย่างยิ่ง

ภายใต้แสงสีขาวนวลของโคมเทียนที่วูบไหว เขานั่งมองดอกไม้งามที่นำกลับมาจัดวางไว้ในแจกันกลางโต๊ะอย่างเงียบงัน ยามอยู่บนแดนสวรรค์ ความทรงจำเขาถูกกระตุ้นด้วยบุปผาสีครามอ่อนละลานตานี้ เดิมทีแล้ววิญญาณทุกดวง ข้ามผ่านแม่น้ำลืมเลือนย่อมต้องละทิ้งความทรงจำก่อนเก่าจนหมดสิ้น กระทั้งเทพเซียนชั้นสูง เมื่อต้องโทษทัณฑ์ให้ลงไปชดใช้ ณ โลกมนุษย์ล้วนแล้วแต่ต้องดื่มน้ำแกงยายเมิ่งที่สะพาน ไม่มีข้อยกเว้น เขาเองเป็นเพียงวิญญาณดวงเล็กๆ ดวงหนึ่ง ชาติก่อนเก่าเป็นมนุษย์หรือเดรัจฉานยังมิอาจรู้ เหตุใดจึงหลงเหลือความทรงจำในชาติภพก่อนกันเล่า?

หลานเฉียวชุนเสวี่ยยิ่งครุ่นคิดยิ่งสงสัย แรกเริ่มความฝันเขามืดแปดด้านไปเสียทุกทาง ยามนี้ได้มีเวลาขบคิดใคร่ครวญถึงคำพูดคำจาสิ่งละอันพันน้อยที่ผ่านเข้ามาในช่วงนี้

'ข้านึกอยากให้เจ้าจดจำได้ เช่นเดียวที่สองคนนั้นมิเสแสร้งแกล้งลืมเลือนเหลือเกิน'

ถ้อยคำของเยี่ยซิวซ่างเสินราวกับกระเทาะเปิดให้เห็นแสงสว่างดวงเล็กๆ ขึ้นมา 'สองคนนั้น' ที่มหาเทพแห่งสงครามท่านนั้นกล่าวถึงย่อมต้องเป็นท่านพญายมและท่านแม่ทัพ ด้วยนัยยะของคำพูดกึ่งเล่นกึ่งจริงนี้ หมายความว่าความทรงจำที่ขาดหายไปของเขาเกี่ยวข้องกับทั้งสองท่าน เหตุใดเขาถึงได้เกี่ยวข้องกับเทพเซียนชั้นสูงเช่นนั้นได้? แล้วเหตุการณ์เช่นไรถึงกับทำให้ผู้อยู่เหนือดินฟ้าอย่างซ่างเสินสองท่านนั้นยังคงจารจำไว้ในใจ แต่กลับมิอาจเอ่ยถึง กลับแสร้งหลงลืมอดีตไปเสียสิ้น ภูมิความรู้เขาน้อยนัก คิดถึงความเป็นไปได้เพียงหนึ่งเดียวเท่านั้น

'ด่านสวรรค์'

ด่านสวรรค์ของผู้เป็นเทพเซียนแต่กำเนิดนั้นแตกต่างจากผู้บำเพ็ญเพียรเป็นอย่างยิ่ง ด้วยลืมตาดูโลกมาก็เป็นทารกเซียนแล้ว แต่ในโลกหล้านี้ ไหนเลยจะมีเรื่องง่ายดายถึงเพียงนั้น การสำเร็จเป็นเทพเซียนอายุเสมอฟ้าดิน จำต้องผ่านด่านอัสนีบาตสวรรค์ผ่านร่างเนื้อถึงเก้าสาย พลังฝีมือธรรมดาย่อมไม่อาจรอดพ้น ตายตกเป็นเถ้าธุลีไป แต่อายุไขของเทพเซียนโดยมากก็เป็นพันเป็นหมื่นปีแล้ว หากมิใช่เชื้อสายเก่าแก่หรือมีชื่อ ย่อมมิมีความกระตือรือร้นที่จะขวนขวายชีวิตอันยืดยาวถึงเพียงนั้น 

ด่านอัสนีบาตสวรรค์นั้น เมื่อร่ำเรียนวิชาความรู้ จับยามสามตา อ่านดวงดาราและเวลาตกฟาก สามารถคำนวณเวลาที่มันจะมาเยือนได้อย่างถูกต้องแม่นยำ คลาดเคลื่อนไม่กี่โมงยามเท่านั้น แต่มิใช่กับด่านสวรรค์ ... ด่านสวรรค์นั้นใช่ว่าเทพเซียนทุกองค์จะต้องผจญ เล่าลือกันว่าแทบจะสงวนไว้เฉพาะกับเหล่าเทพบรรพกาลหรือเชื้อสายตรงของท่านเหล่านั้นเลยด้วยซ้ำ

เนื่องจากด่านสวรรค์นี้ มิใช่มาถึงก็ผ่านเลยไป แต่เป็นการข้ามผ่านด้วยพลังฝีมือและจิตใจ อาจใช้เวลาสั้นเพียงชั่วพริบตาของการตัดสินใจหนึ่งหรือเนิ่นนานเป็นสิบเป็นร้อย หรืออาจจะเป็นพันเป็นหมื่นปี สุดแท้แต่ด่านสวรรค์ที่ต้องข้ามผ่านเป็นด่านอย่างไร

กลิ่นหอมของดอกจื่อเถิงช่อนี้หอมอ่อนละมุนยิ่ง นุ่มนวลเสียจนเขาที่ใจลอยตกอยู่ในภวังค์เผลอสูดดมเข้าเสียเต็มปอด กลิ่นอายเจือจางกลับอบอวลพาให้หัวใจโลดแล่นไปตามความนึกคิดสงบลงอย่างน่าประหลาด 

โคมเทียนสว่างไสว สว่างจนเมื่อตกต้องลงบนกลีบดอกสีฟ้าครามกลับเจิดจ้าราวกับอยู่ท่ามกลางแสงตะวัน เปลวไฟวูบไหวเริงร่ายดุจเต้นระบำหลอกล่อบุปผางาม ดวงตาหลานเฉียวชุนเสวี่ยเหม่อค้างเลื่อนลอย จากนั้นศีรษะที่ตั้งตรงจึงค่อยๆ เลื่อนไหลจากฝ่ามือที่รองปลายคางอยู่ 

เสินจวินแห่งหิมะวสันต์หลับใหลไปในที่สุด 

การหลับใหลครั้งนี้ยาวนานยิ่ง ยาวนานนึกดวงจิต แก่นแท้ของวิญญาณตกผลึกความทรงจำที่ถูกละลายหายไปในแม่น้ำลืมเลือนขึ้นมาได้ 

แท้จริงแล้วหลานเฉียวชุนเสวี่ยเคยเป็นหลานเหอ หลานเหอเคยเป็นสวี่ปั๋วหย่วน วิญญาณแห่งแม่น้ำลืมเลือนที่ได้รูปกายจากหิมะวสันต์ วิญญาณเร่ร่อนแห่งแม่น้ำลืมเลือน เด็กมนุษย์ผู้บำเพ็ญเพียรหมายเป็นเทพเซียน ล้วนแล้วแต่เป็นเขาทั้งสิ้น

สวี่ปั๋วหย่วน เด็กหนุ่มผู้หนึ่งข้ามผ่านแม่น้ำ ข้ามผ่านทุ่งหญ้า ปีนขึ้นยอดเขาสูงเสียดฟ้ากราบคารวะอาจารย์เป็นผู้บำเพ็ญเพียรแห่งสำนักหลานซีเก๋อ

โชคชะตาช่างเล่นตลกกับมนุษย์ธรรมดาผู้หนึ่งเหลือเกิน

ท่านแม่ทัพและท่านพญายมที่ยามนั้นยังเป็นเพียงซ่างเซียน ศึกษาติดตามอยู่ข้างกายปรมาจารย์สูงสุด ผู้สร้างขุนเขาแห่งนทีสีครามนี้ขึ้นมา ได้ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือเด็กมนุษย์เช่นเขา

เทพเซียนมีกฎข้อห้ามของเทพเซียน และหนึ่งในกฏหลักยามลงมาอยู่แดนมนุษย์คือห้ามใช้พลังฤทธิ์ในการสอดมือเปลี่ยนแปลงดวงชะตาของมนุษย์ หากออกมือออกเท้าไปแล้ว พลังฤทธิ์นั้นจะย้อนคืนเป็นเท่าทวีในภายหลัง เทพเซียนโดยมากมิได้แยแสมนุษย์ที่มีมากมายในพันล้านโลกต่างๆ อยู่แล้ว

สองท่านนั้นก็หาได้พิเศษแตกต่างไม่ เพียงคราวนั้นกลับได้รับคำสั่งจากเว่ยเชินซ่างเสินให้ท่องเที่ยวในดินแดนมนุษย์ เฝ้ามองกระแสเวลาของสรรพชีวิตที่ล่วงเลยไปเพื่อเป็นการฝึกวิชา 

เมื่อใช้ชีวิตในโลกมนุษย์ ย่อมต้องอยู่ในร่งมนุษย์ พลังฝีมือถูกปิดผนึก นานวันเข้ากลมกลืนไปกับมนุษย์ธรรมดาไม่ยากเย็น ยามเห็นเด็กหนุ่มผู้หนึ่งประสบเคราะห์ เห็นว่ามิได้เหนือบ่ากว่าแรงอะไร จึงได้ยื่นมือเข้าช่วยเหลือด้วยไมตรีจิต อาศัยเพียงสองมือสองเท้ากับพลังกายเล็กน้อยเท่านั้น

เด็กมนุษย์ผู้นั้นคือสวี่ปั๋วหย่วนนั้นเอง



*********


ทยอยเอามาลง เจอกันที่งาน Glory วันที่ 5 สิงหา นะคะ XD
เนื้อหาคร่าวๆ ลงในเว็บเกือบหมด ยกเว้นตอนพิเศษกับบางส่วนที่จะต่างออกไปเพราะรีไรท์ เป็นลำดับเหตุการณ์หรือแก้คำผิดไรงี้อะค่ะ 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 8 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

3 ความคิดเห็น

  1. #3 vadarabbit (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2561 / 21:55
    รอลุ้นคะ สนุกมากเลย
    #3
    1
    • #3-1 LoLinChaCHa(จากตอนที่ 11)
      3 สิงหาคม 2561 / 01:47
      ขอบคุณค่าาาา
      #3-1
  2. #2 ยี่สิบห้านาฬิกา (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 25 กรกฎาคม 2561 / 15:00
    ว้าว ๆ ๆ ดีใจที่มาต่อนะคะ รออยู่ตลอดเลยค่า
    #2
    1
    • #2-1 LoLinChaCHa(จากตอนที่ 11)
      26 กรกฎาคม 2561 / 04:21
      ขอบคุณค่าา จะลงเรื่อยๆ ยกเว้นตอนพิเศษเฉพาะรวมเล่มนะคะ
      #2-1