Miracle of the Ankeh - ลิขิตรักข้ามเวลา

ตอนที่ 7 : เริ่มต้นการเดินทาง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 647
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 16 ครั้ง
    10 พ.ค. 62

สามวันต่อมาเด็กหนุ่มทัตออกจากโรงพยาบาลด้วยร่างกายที่แข็งแรงเต็มที่ ซินเทียพาเขาเข้าเมืองเพื่อซื้อของใช้ส่วนตัวหลายอย่างสำหรับการไปทำงานที่แค้มป์พร้อมกับเธอ อันที่จริงเธอโล่งใจเหลือเกินที่นายวิลเลี่ยม คลากซ์ออกปากเรื่องให้เขาเข้าทีมสำรวจสุสาน นั่นเท่ากับว่าปัญหาเรื่องการดูแลเด็กหนุ่มผู้นี้ก็เป็นอันหมดไป เหลือแค่เพียงการพยายามทำให้เขาใช้ชีวิตร่วมกันกับคนอื่น ๆ ได้อย่างไม่มีปัญหา

                “เจ้าจะพาข้าไปยังที่แห่งใดหรือ” ซินเทียขับรถคันเก่งมุ่งหน้าไปยังเมืองโซฮัก จุดนัดพบของทีมสำรวจก่อนจะเดินทางต่อเพื่อมุ่งหน้าไปยัง ลักซอร์

                “เรามีนัดกับศาสตราจารย์คลากซ์ไง นายจำเขาได้หรือเปล่าล่ะ”

                ทรงจดจำใบหน้าของชายไร้มารยาทผู้นั้นได้เป็นอย่างดี “ชายผู้นั้นหรือ”

                “ใช่...คนที่เธอพบระหว่างหนีออกจากโรงพยาบาล”

                “เจ้ามีธุระใดกับเขาหรือ”

                เธอยิ้มบางก่อนอธิบายอย่างใจเย็น “ฉันทำงานเป็นนักโบราณคดี งานของฉันก็คือการขุดค้นสถานที่หรือสุสานเก่า ๆ ค้นหาร่องรอยของประวัติศาสตร์เพื่อศึกษาและเรียนรู้วิธีชีวิตของผู้คนในอดีต และฉันก็เพิ่งจะได้รับเลือกให้ทำงานกับเขา” ใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยความสุขเปี่ยมล้น

                 “เขาเองก็เป็นนักโบราณคดีเช่นเดียวกับเจ้าหรือ”

                “ใช่...เขาน่ะระดับศาสตราจารย์เชียวนะ ฉันชื่นชมเขามานานแล้ว เหมือนฝันเลยที่ได้ร่วมงานกับเขาจริง ๆ”

                ฟาโรห์หนุ่มละพระเนตรจากซินเทียก่อนทอดยังผืนทรายเวิ้งว้างว่างเปล่าสองข้างทาง เกือบสัปดาห์ที่ทรงได้เรียนรู้เรื่องราวเกี่ยวกับอดีตจากอนาคต พระองค์ไม่อาจปฏิเสธได้เลยว่าการมองย้อนกลับไปจากมุมมองของผู้ที่มีชีวิตอยู่ในยุคนี้ สู่อดีตเมื่อสามพันห้าร้อยปีก่อนนั้นมันช่างเลือนราง  ทว่ากับพระองค์เองหลายสิ่งที่ได้สัมผัสและเรียนรู้จากที่นี่นั้นช่างเหลือเชื่อ หากว่าทรงนำเรื่องเหล่านี้กลับไปเล่าให้ใครฟังแน่นอนว่าทุกคนต่างต้องคิดว่าทรงวิปลาส

                ภาพของผืนทรายสีทองเริ่มเปลี่ยนไปกลายเป็นภาพของเมืองบ้านเรือนเรียงรายริมถนน กาลเวลาพัดพานำความเจริญเข้ามาสู่ที่แห่งนี้เช่นเดียวกับสถานที่ท่องเที่ยวอื่น ๆ ของประเทศ ซินเทียจอดรถยังลานจอดหน้าโรงแรมเล็ก ๆ แห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นสถานที่นัดหมาย ที่นั่นเธอพบกับนายวิลเลี่ยมที่นั่งรออยู่ก่อนแล้ว

                “สวัสดีค่ะ มิสเตอร์คลากซ์” ซินเทียทักทาย “ฉันมาช้าไปหรือเปล่าคะ”

                “สำหรับคุณ...คุณมาก่อนเวลาครับ” เขาตอบด้วยสีหน้าเรียบตึง “ผมกำลังรอใครอีกคนที่น่าจะถึงก่อนคุณเกือบสี่สิบห้านาที” แววตาและสีหน้านั้นบ่งบอกชัดเจนในอารมณ์ของผู้พูด

                ซินเทียหันมายิ้มแห้ง ๆ กับเด็กหนุ่มข้าง ๆ เธอเองก็ไม่รู้ว่าจะทำตัวเช่นไรในสถานการณ์อันน่าอึดอัด จึงดึงเด็กหนุ่มเดินเลี่ยง ๆ มานั่งอยู่ไม่ไกลจากนายวิลเลี่ยมมากนัก ไม่ช้า...หญิงสาวคนหนึ่งที่น่าจะอายุมากกว่าเธอไม่ถึงห้าปีก็เปิดประตูเข้ามา ร่างสูงโปร่งกับเสื้อแจ็กเก็ตสีน้ำตาลเข้ม ผมสีน้ำตาลอ่อนถูกรวบตึงมัดเป็นหางม้า เดินตรงมาหานายวิลเลี่ยม

                “คุณน่าจะรู้เวลานะ ไคลี่” เขากล่าวเรียบ ๆ แต่ก็สามารถทำให้คนฟังเย็นสันหลังได้ง่าย ๆ “ผมมีอย่างอื่นที่สำคัญต้องไปทำมากกว่าการมานั่งรอไร้ค่า ฆ่าเวลาไปเกือบสี่สิบห้านาที”

                “ขอโทษค่ะ” ไคลี่ ซิลเวอร์ก้มหน้าก้มตากล่าวคำขอโทษ “พอดีมีเรื่องนิดหน่อยที่แคมป์ทำให้ฉันมาช้า ขอโทษอีกครั้งนะคะ” เธอเงยหน้าขึ้นมองอีกสองคนที่ข้างหลังของคู่สนทนาพร้อมยิ้มน้อยๆแสดงคำขอโทษจากใจ

                “เกิดอะไรขึ้น”

                “พายุทะเลทรายค่ะ มิสเตอร์คลากซ์” เธอเบาใจเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าประเด็ดการพูดคุยครั้งนี้กำลังจะเปลี่ยนไป “มีการแจ้งเตือนให้ระวังภัย”

                “จะมาถึงเมื่อไหร่”

                “อีกไม่กี่ชั่วโมงค่ะ” ไคลี่กระตือรือร้นตอบ “ทีมงานของเราทุกคนเตรียมการเอาไว้เรียบร้อยแล้ว”

                “ทุกคนเดินทางออกมาจากแค้มป์แล้วใช่ไหม” ระหว่างเกิดพายุฝุ่นเขาไม่ยอมให้ใครอยู่ที่แค้มป์ ทุกคนต้องละทิ้งสิ่งที่กำลังทำและเดินทางเข้าเมืองเพื่อพักในอาคารซึ่งแข็งแรงและมั่นคงกว่าการอยู่ภายในเต็นท์ที่พักชั่วคราว

                “ใช่ค่ะ”

                วิลเลี่ยมหันมาหาซินเทียและทัต “โชคไม่ดีเลยนะ เราคงต้องรอให้พายุฝุ่นผ่านไปก่อนถึงจะไปที่แค้มป์และเริ่มงานของเรา” ดูเหมือนว่าอารมณ์ของเขาจะเย็นลงบ้างเมื่อได้ทราบสาเหตุแห่งความล่าช้าของไคลี่ “ไคลี่...สองคนนี้คือคนที่จะมาร่วมทีมสำรวจกับเรา ซินเทีย คาร์เตอร์ และ ทัต”

                “สวัสดีค่ะ ฉันไคลี่ ซิลเวอร์” ซินเทียจับมือที่ยื่นมาทักทายพร้อมรอยยิ้ม ทว่าเมื่อไคลี่ยืนมือไปหาเด็กหนุ่มเขากลับมองมือนั้นอย่างไม่ใส่ใจ

                “ทัต...อย่าเสียมารยาทสิ” ซินเทียปราม ก่อนจะก้มศีรษะให้ทั้งไคลี่และนายวิลเลี่ยม “ขอโทษนะคะ”

                นายวิลเลี่ยมหัวเราะเบา ๆ กับท่าทีอันทะนงตนของผู้ที่เขาเรียกว่าคิงทัต “เกรย์ มาถึงหรือยัง”

                “เขาล่วงหน้ามาก่อนฉันเกือบสองชั่วโมงแล้วนะคะมิสเตอร์คลากซ์...ยังไม่มาพบคุณอีกหรือ”

                นายวิลเลี่ยมหรี่ตาลงเล็กน้อย “หมอนั่น...” เขามองข้ามไหล่ของไคลี่ไปด้านหลัง ภาพของชายหนุ่มหน้าตาคมเข้มผมทองกำลังโอบเอวหญิงสาวร่างบางนางหนึ่งเดินลงมาจากชั้นสอง “ว่าแล้วเชียว” เขาส่ายหน้าเบา ๆ

                “ขอโทษนะคะ”

                “มันไม่ใช่ความผิดของคุณ ไคลี่...”

                “เฮ้...มิสเตอร์คลากซ์” เกรย์เดินตรงมาเมื่อเห็นสายตาหลายคู่ที่กำลังจับจ้อง “ไม่คิดว่าคุณจะกลับมาเร็วขนาดนี้”

                “ถ้าเสร็จธุระของนายแล้วก็เตรียมตัวให้พร้อม”

                “คุณคงไม่ทราบว่าพายุทะเลทรายกำลังจะมาถึงที่นี่เหมือนกัน”

                “ให้ตายสิ วันนี้เราไม่มีโชคเลยหรือไง” เขาทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ตัวเดิม “มีอะไรคืบหน้าบ้างหรือเปล่าที่แค้มป์”

                เกรย์  มิลเลอร์ ส่ายหน้า “ไม่เลยครับ...เรายังไม่สามารถหาทางเข้าพบ ไม่ว่าจะพยายามขุดลงไปแค่ไหนมันยิ่งเหมือนกับขยับหนีเราลงไปลึกเท่านั้น” เขากล่าวติดตลก “และสุดท้ายพายุฝุ่นข้างนอกนั้นก็จะทำให้มันกลับไปอยู่ใต้กองทรายเหมือนเดิม”

                “อย่างน้อยเราก็ได้รู้ว่าควรจะเริ่มตรงไหน...ทักทายสมาชิกใหม่หรือยัง เกรย์”

                หนุ่มหน้าเข้มทอดมองใบหน้าของหญิงสาวหน้าใหม่ก่อนรอยยิ้มจะเผย “มัวแต่คุยจนลืมไปเลยว่าเรามีสมาชิกใหม่ สวัสดี...ผม เกรย์ มิลเลอร์”

                “ซินเทีย คาร์เตอร์ค่ะ ยินดีที่ได้พบ” เธอกล่าวทักทาย “ส่วนเขาคือทัต” ใบหน้าเรียบสนิดของคนที่ถูกเอ่ยถึงมองมาที่ใบหน้าคมคายของเกรย์ “ญาติของฉันเอง”

                “ยินดีที่ได้รู้จัก” อีกครั้งที่ ทัต เมินใส่ผู้อื่น ซินเทียจึงต้องผงกศีรษะเพื่อขอโทษเกรย์

                “ไปลอนดอนครั้งนี้ได้เรื่องอะไรมาบ้างหรือเปล่าคะ” ไคลี่เอ่ยถามก่อนนั่งลงพร้อมกับเกรย์

                คนถูกถามผ่อนลมหายใจแรง ๆ ขณะทอดมองยังกลุ่มก้อนฝุ่นขนาดใหญ่ที่คืบคลานเข้าใกล้นอกหน้าต่างอาคาร “เหมือนเดิม ผมพยายามเจรจาทุกวิถีทาง แต่ทางนั้นไม่ยอมคืนอะไรให้เราสักอย่าง”

                “แน่นอนล่ะ” เกรย์ขยับไขว้ห้าง “วัตถุโบราณมีค่ามากมายขนาดนั้นพวกเขาย่อมต้องการครอบครองเอาไว้ อย่างน้อย ๆ ก็เพื่อเก็บเงินค่าจัดแสดงปีละหลายสิบล้าน ดีกว่าคืนให้กับพิพิธภัณฑ์แห่งชาติไคโรเป็นไหน ๆ พวกเขาลงทุนแล้วก็ย่อมหวังผลกำไร”

                “ทั้งที่ไม่มีสิทธิ์” ไคลี่ออกความเห็น “นี่ขนาดศาสตราจารย์วิลเลี่ยม คลากซ์ ออกหน้าเองแท้ ๆ”

                ซิลเทียเริ่มเข้าใจความหมายของการสนทนา อันที่จริงเธอเองก็เคยได้ยินเรื่องเกี่ยวกับกลุ่มนายทุนผู้อยู่เบื้องหลังเงินทุนมหาศาลสนับสนุนงานของทีมขุดค้นและพิพิธภัณฑ์ที่เธอทำงานอยู่ แน่นอนว่าความเห็นและความต้องการของพวกเขาย่อมมีพลังที่เหนือกว่าหัวหน้าทีมและผู้เชี่ยวชาญด้านอียิปต์วิทยาอย่างศาสตราจารย์วิลเลี่ยม คลากซ์ ไม่ว่าเขาจะมีชื่อเสียงหรือเป็นที่ต้องการตัวมากเท่าไหร่ก็ตาม

                “ไปพักผ่อนกันเถอะ...ทันทีที่พายุฝุ่นนี่สงบลง เราจะออกเดินทางไปที่แค้มป์ในทันที” วิลเลี่ยมหยิบกระเป๋าใบเล็กของตัวเองขึ้นมาก่อนจะหันหลังเดินขึ้นบันไดไปยังห้องพักส่วนตัวที่ชั้นสอง

                “ที่นี่ไม่มีห้องว่างเหลือแล้วด้วยสิ คุณคาร์เตอร์” ไคลี่กล่าวเบา ๆ “พักกับฉันก่อนแล้วกันนะคะ”

                “ได้ค่ะ...เอ่อ แล้วก็เรียกฉันว่าซินเทียเถอะค่ะ” เธอยิ้มอย่างมีไมตรี “แล้วเขา...”

                เกรย์เดินเข้ามากอดคอเด็กหนุ่ม “ไม่ต้องห่วงครับ เขาพักกับผมได้”

                “ขอบคุณมากค่ะ” ซินเทียเดินตามไคลี่ ไปยังห้องพักแม้จะยังรู้สึกห่วงใยเด็กหนุ่มเจ้าของแววตาแสนเศร้าผู้แสนทะนงตน ทว่าเมื่อมาอยู่ที่นี่แล้ว ทั้งเธอและเขาต่างก็ไม่มีสิ่งอื่นให้ทำนอกจากรอคอยให้ลมพายุฝุ่นอันบ้าคลั่งผ่านพ้นไป

 

                พายุฝุ่นสงบลงในเวลาเช้ามืด ทีมขุดค้นสุสานนำโดยศาสตราจารย์วิลเลี่ยม คลากซ์ เตรียมตัวออกเดินทางสู่สถานที่ทำงานในทันที ซินเทียและทัตเตรียมตัวพร้อมแล้วเช่นเดียวกัน ทว่าเมื่อพวกเขามาที่รถก็พบว่ามันไม่สามารถใช้งานได้เนื่องจากความเสียหายที่พายุฝุ่นเมื่อคืน กลายเป็นว่าพวกเขาต้องใช้พาหนะเก่าแก่นั่นก็คืออูฐ สำหรับการเดินทางในครั้งนี้ ซึ่งหากเป็นเวลาปกติเหล่าทีมขุดค้นจะใช้รถล่วงหน้าไปก่อนส่วนสัมภาระจะปล่อยให้คนงานใช้อูฐขนตามไปที่แค้มป์

                “เราหามาได้แค่ 5 ตัว ครับ ศาสตราจารย์” เกรย์มาถึงพร้อมกับชาวพื้นเมืองสามคนจูงอูฐเดินเข้ามาหากลุ่มคนที่ยืนรวมกัน “สำหรับคนโดยสาร 3 และสัมภาระอีกสอง”

                “ช่างซ่อมรถยังไม่มาอีกหรือ”

                “ยังเลยค่ะ...เขาบอกว่าจะมาได้ช่วงบ่าย” ไคลี่ตอบ “เครื่องมือและสัมภาระอื่นคงต้องตามไปหลังจากที่รถซ่อมเสร็จ”

                “คงต้องตามนั้น” หัวหน้าทีมไม่แสดงอาการไม่พอใจใด เขาเข้าใจดีถึงข้อจำกัดและอุปสรรคในการทำงานที่เผชิญมานับครั้งไม่ถ้วน “สั่งคนงานให้ตามไปให้เร็วที่สุด ไคลี่ เราต้องล่วงหน้าไปกันก่อน ผมเป็นห่วงที่แค้มป์”

                เกรย์และไคลี่สบตากันก่อนจะยิ้มให้กับท่าทีเคร่งขรึมของนายวิลเลี่ยม “ไคลี่เธอไปกับฉันก็แล้วกัน ส่วนคุณคาร์เตอร์ ไปกับทัตนะครับ” เมื่อทุกอย่างลงตัวคณะเดินทางจึงขึ้นประจำที่บนหลังอูฐ และเริ่มออกเดินทางสู่ผืนทะเลทรายอันเวิ้งว้างและร้อนระอุ การเดินทางอันล่าช้าดำเนินต่อไป ระหว่างทางมีการหยุดพักบ้างครั้งละสิบห้านาทีก่อนจะเดินทางต่อ

                ลมร้อนแสบผิวสาดกระทบผิวหน้าของซินเทียที่แม้จะมีผ้าคลุมศีรษะเหลือเพียงนัยน์ตาแต่ก็ยังรู้สึกได้ถึงความร้อน เธอรู้สึกได้ว่าคนที่โดยสารมาด้วยด้านหลังกำลังขยับตัว

                “เธอคงไม่เคยเดินทางแบบนี้สินะ...อดทนไว้นะ อีกไม่นานก็ได้พักแล้ว” อีกไม่นานเมื่อดวงอาทิตย์ใกล้จะประจำตรงกลางหัว เมื่อนั้นความร้อนจะยิ่งทวีความรุนแรงและนักเดินทางทั้งหลายจึงต้องพักและเดินทางต่อเมื่อดวงอาทิตย์นำพาความร้อนจากไป

                ฟาโรห์หนุ่มทอดพระเนตรแผ่นหลังตรงหน้าก่อนจะมีแย้มสรวลบาง “ขอบใจนะ” ทรงตรัสเบา ๆ พร้อมกับความรู้สึกแปลกประหลาดที่ไหลผ่านพระอุระ มันช่างอบอุ่นและเป็นสุข

                ซินเทียเอี้ยวตัวหันกลับมา “เรื่องอะไรล่ะ...”

                “ทุกเรื่อง”

พระเนตรจ้องมองเธออีกครั้ง ก่อนจะเปลี่ยนไปเมื่อเห็นบางอย่างข้างหน้า

“นั่น!!!

สิ่งที่หันเหสายพระเนตรคือมวลทรายที่ค่อย ๆ ทยอยกันรวมตัวตามแรงลม  จากกลุ่มก้อนบางเบาค่อย ๆ เพิ่มปริมาณและขนาดจนกลายเป็นมหาศาล มันอยู่ห่างจากคณะเดินทางเพียงไม่กี่กิโลเมตร ไม่กี่วินาทีต่อมาแรงลมก็พัดเข้าหากลุ่มนักเดินทางอับโชค

 +++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

ขณะนี้ นิยายเรื่องนี้ทางผู้แต่งได้จัดทำเป็น E-BOOK สำเร็จแล้ว หากท่านใดมีความประสงค์จะติดตามเนื้อหา สามารถอุดหนุดได้ตามลิ้งค์ นะคะ 

http://www.mebmarket.com/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NzoiMTc4MTMxOCI7czo3OiJib29rX2lkIjtzOjU6IjkzOTU3Ijt9


ขอบคุณค่ะ

พิเศษ ช่วงนี้มีโปรโมชั่น ลดเลย 30 % จาก 299 เหลือเพียง 209 บาท วันนี้ ถึง 23 พ.ค. เท่านั้น!!!

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 16 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

62 ความคิดเห็น

  1. #62 KitSuNe' (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 9 พฤษภาคม 2562 / 15:03

    ขณะนี้ นิยายเรื่องนี้ทางผู้แต่งได้จัดทำเป็น E-BOOK สำเร็จแล้ว หากท่านใดมีความประสงค์จะติดตามเนื้อหา สามารถอุดหนุดได้ตามลิ้งค์ นะคะ ขอบคุณค่ะ http://www.mebmarket.com/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NzoiMTc4MTMxOCI7czo3OiJib29rX2lkIjtzOjU6IjkzOTU3Ijt9

    #62
    1
    • #62-1 KitSuNe'(จากตอนที่ 7)
      9 พฤษภาคม 2562 / 15:09
      พิเศษ ช่วงนี้มีโปรโมชั่น ลดเลย 30 % จาก 299 เหลือเพียง 209 บาท วันนี้ ถึง 23 พ.ค. เท่านั้น!!!
      #62-1
  2. #9 ##@@ZINdear@@## (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 21 กันยายน 2559 / 19:16
    555ในที่สุด.....ก็เริ่มหวานแล้วววว -///- สนุกมากค่ะ ขอบคุณค่ะ รอๆๆ
    #9
    1
    • #9-1 KitSuNe'(จากตอนที่ 7)
      21 กันยายน 2559 / 23:38
      ขอบคุณค่ะ ^^
      #9-1