Miracle of the Ankeh - ลิขิตรักข้ามเวลา

ตอนที่ 2 : เด็กหนุ่มไร้บ้าน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 937
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 26 ครั้ง
    10 พ.ค. 62

              แสงสว่างจ้าพุ่งเข้าหาใบหน้าและนัยน์ตาเด็กหนุ่มวัยสิบแปดปี เขากระพริบตาถี่ ๆ ก่อนจะหรี่ตาลงมองดูรอบกาย เขากำลังอยู่ในสถานที่ซึ่งไม่คุ้นเคย ทุกอย่างมันดูแปลกใหม่ราวกับว่าตัวเขาเองกำลังอยู่ในความฝัน ผนังห้องสีขาวแปลกตา เครื่องเรือนอุปกรณ์ตกแต่งห้องก็มิได้เป็นทองคำหรูหราสมกับฐานะ  หรือว่าเขากำลังฝัน...ทว่าความรู้สึกเจ็บที่หลังมือนั้นเป็นของจริง เขาไม่เข้าใจว่าอะไรที่ปักอยู่ที่หลังมือพร้อมกับสายยางและถุงใส่ของเหลวใสที่แขวนอยู่ใกล้ ๆ  

ก่อนหน้านี้เขาจำอะไรได้ไม่มากนักมีเพียงแสงวูบวาบที่ผ่านเข้าร่างจากนั้นก็มีเสียงดังสนั่นกับความมืดมิด เขาคลำทางตามทางเดินออกสู่อาคารและท้องถนนซึ่งไม่คุ้นตา สุดท้ายเขาก็ต้องหยุดเมื่อไม่รู้ว่าจะไปต่อได้อย่างไร เขาคุดคู้อยู่นานจนมีเสียงเครื่องยนต์ของบางอย่างมาหยุดอยู่ใกล้ ๆ จากนั้นภาพสุดท้ายที่เขาเห็นก็คือหญิงสาวผมยาวดำขลับกับนัยน์ตาสีฟ้ากำลังจ้องมองมา

                “สวัสดี” เสียงสดใสของผู้หญิงคนหนึ่งเจ้าของนัยน์ตาสีฟ้าสดใสที่เขาจำได้ลาง ๆ ก่อนจะหมดสติ “เป็นไงบ้าง เธอเจ็บตรงไหนหรือเปล่า” เขามองริมฝีปากบางอิ่มได้รูปขยับไปมาสลับกับรอยยิ้ม

                ผู้หญิงอีกคนเปิดประตูเข้ามา เธอสวมเสื้อผ้าที่ดูแปลกตาสำหรับเขา ในมือมีอุปกรณ์บางอย่าง “ขอตรวจเลือดหน่อยนะคะ”

                “ค่ะ...เอ่อ ฉันต้องออกไปหรือเปล่า”

                “ไม่เป็นไรค่ะ คุณอยู่ได้ ใช้เวลาไม่นาน” หญิงสาวในชุดสีขาวยิ้มให้กับซินเทีย เด็กหนุ่มมองใบหน้าของผู้หญิงสองคนสลับไปมา เขาไม่มีเรี่ยวแรงขัดขืนผู้หญิงคนหนึ่งที่ดึงแขนของเขาไปและปักเข็มเข้ามาดูดเลือดจากร่างกาย

                “เขาเป็นอย่างไรบ้างคะ”

                “อ่อนเพลียค่ะ คุณหมอไม่แน่ใจว่าเขาเป็นโรคอะไรร้ายแรงหรือเปล่า จึงต้องขอเอาเลือดของเขาไปตรวจก่อนจึงจะยืนยันได้”

                “ถ้ามีอะไรโทรแจ้งฉันได้ตลอดเวลาเลยนะคะ”

                “ค่ะ...เราจะติดต่อคุณทันที” พยาบาลยิ้มให้กับคนป่วย “เสร็จแล้วค่ะ ขอบคุณสำหรับความร่วมมือนะคะ” เด็กหนุ่มเอียงคอเล็กน้อย ไม่นานนักเธอก็จากไปพร้อมกับของเหลวสีแดงสดในหลอดพลาสติก

                เมื่ออยู่ด้วยกันเพียงลำพังซินเทียพยายามเรียกร้องความสนใจจากเจ้าของนัยน์ตาสีน้ำตาลอีกครั้งแม้ว่าก่อนหน้านี้เขาจะไม่ตอบโต้เธอสักคำก็ตาม ก่อนหน้านี้ระหว่างที่เขายังไม่ได้สติ พลเมืองดีเช่นเธอก็จะต้องไปให้ข้อมูลคนไข้ซึ่งแน่นอนว่าเธอตอบได้แค่เพียงว่าพบเด็กหนุ่มผู้นี้โดยบังเอิญเท่านั้น ครั้นเมื่อจะขอตัวกลับก็ไม่สามารถไปได้เนื่องจากทางโรงพยาบาลกำลังติดต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ ดูเหมือนว่าเรื่องนี้จะกลายเป็นเรื่องยุ่งยากของเธอเสียแล้ว

                “เจ็บตรงไหนหรือเปล่า เด็กน้อย” เธอเอื้อมมือมาแตะแก้มเขาเบา ๆ และจากสัมผัสนั้นทำเอาเด็กหนุ่มหน้าแดงขึ้นมาในทันที “เกิดอะไรขึ้น...”

                เขาไม่เข้าใจว่าเหตุใดเธอถึงได้เข้ามาสัมผัสกับเขาตรง ๆ โดยไร้ความเกรงใจใด ๆ เธอนั้นไม่เหมือนผู้หญิงที่เขาเคยเจอ ทั้งหน้าตา ท่าทางและการแสดงออกเหล่านั้นก็ดูไม่อ่อนหวานเรียบร้อยเลยสักนิด สิ่งเดียวที่เขาพึงใจเห็นจะเป็นแววตาคู่นั้นของเธอ

“เธอถูกกระทบกระเทือนทางสมองหรือเปล่า...หรือว่าเธอไม่เข้าใจที่ฉันพูด ชาวต่างชาติหรอ” เธอเอียงคอเล็กน้อยและยังคงพูดบางอย่างที่เขาไม่เข้าใจอยู่ดี “แต่เธอดูเหมือนจะเป็นคนพื้นเมืองมากกว่านี่น่า”

                อยู่ดี ๆ เด็กหนุ่มก็เริ่มเริ่มรู้สึกปวดหัวและเมื่อทั้งห้องหมุนเคว้ง ตัวเขาจึงต้องหลับตาลงนอนแผ่บนเตียงอย่างไร้เรี่ยวแรง เขาพยายามหายใจเร็ว ๆ เมื่อรู้สึกว่าช่องอกขยายแน่นจนเขาเกือบจะไม่สามารถหายใจได้อย่างสะดวก

                “อะไรกัน...เป็นอะไรไป” ซินเทียพยายามเรียกสติเขาให้กลับคืน แต่เมื่อมันไร้ผลเธอจึงจำต้องกดปุ่มฉุกเฉินเรียกพยาบาลเข้ามาในห้อง ไม่กี่นาทีถัดมา พยาบาลและหมอก็เข้ามาพร้อมกับให้การรักษาเขาอย่างรวดเร็ว พร้อมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เพิ่งมาถึง ซินเทียจึงต้องเล่าถึงเหตุการณ์ที่ได้พบกับเด็กหนุ่มอีกครั้ง ซึ่งกว่าจะทำความเข้าใจกับเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ก็ทำเอาเกือบเช้า  

เมื่อมาถึงพิพิธภัณฑ์ก่อนเวลาทำงานเพียงไม่กี่นาที เพื่อนสาวคนสนิดของเธอรีบให้ข้อมูลโดยที่เธอไม่จำเป็นต้องร้องขอเกี่ยวกับอุบัติเหตุอันน่าพิศวงเมื่อวาน อันเป็นหัวข้อของการสนทนาระหว่างเจ้าหน้าที่เช้านี้ แปลกไปนิดหน่อยก็คือกำลังรักษาความปลอดภัยที่ดูเหมือนจะมีมากขึ้นและเข้มงวดกับใครก็ตามที่ต้องการเข้าหรือออกจากพิพิธภัณฑ์

“ตอนนี้ทุกอย่างในห้องนั้นเป็นปกติแล้วใช่ไหม” ซินเทียถามเพื่อนหลังจากที่พยักหน้ารับฟังมาเป็นเวลาหลายนาที สิ่งเดียวที่เธออยากจะรู้ก็คือความปลอดภัยของโบราณวัตถุชิ้นสำคัญมากกว่าข้อสันนิฐานของเหล่าผู้รู้ทั้งหลาย  “พวกเขาทำให้กลับมาเป็นเหมือนเดิมเลยหรือเปล่า”

“เมื่อเช้าฉันเข้าไปดูมา ทุกอย่างกลับมาเป็นเหมือนเดิม อย่างกับเป็นเรื่องโกหกเลยนะสำหรับความวุ่นวายเมื่อวาน”

“ถ้าไม่มีอะไรเสียหายก็ดีแล้ว” เธอเตรียมตัวจะไปทำงานตามหน้าที่

“นี่รู้หรือเปล่า ซิน” เจนกระซิบกระซาบ “หลายคนพูดว่าเป็นเพราะคำสาปของฟาโรห์เลยทำให้ไม่มีใครกล้าเข้าไปในห้องนั้นสักคน”

“ไร้สาระ” ซินเทียขมวดคิ้ว พอกันทีกับเรื่องคำสาปไร้สาระ เธอได้ยินเรื่องพวกนี้มามากเกินพอแล้ว “ฉันไปทำงานดีกว่า...แล้วเจอกันนะ เจน”

สองเท้าพาร่างสูงเดินไปตามทางเดินอย่างคล่องแคล่ว จริงอย่างที่เจนบอก ห้องจัดแสดงพระศพเงียบเหงาลงไปถนัดตา ทั้งที่เดิมทีจะคับคั่งไปด้วยนักท่องเที่ยวจนแทบจะไม่มีที่ยืน เธอเห็นหลายคนที่เดินผ่านและมองมาที่เธอราวกับไม่เชื่อสายตา มีหรือที่เธอจะสนใจสายตาเหล่านั้น มิหนำซ้ำยังก้มลงมองดูกระจกนิรภัยชุดใหม่อย่างละเอียดเพื่อมองหาข้อผิดพลาด

“มีอะไรที่คุณไม่พอใจหรือเปล่าครับ”

หญิงสาวละสายตา ก่อนจะมองตรงมายังชายหนุ่มหน้าตาดีที่ยืนรอฟังคำตอบของเธออย่างตั้งอกตั้งใจ “ไม่มีเลยค่ะ...ทั้งที่ฉันพยายามหาข้อพอพร่องแล้วแท้ ๆ งานละเอียดมากจริง ๆ ยอดเยี่ยมค่ะ”

“อย่าดูถูกทีมช่างมืออาชีพของเรานะครับ” แซมยิ้มกว้างรับคำชมก่อนปรายตามองไปรอบ ๆ “ไม่น่าเชื่อว่าห้องนี้จะมีวันที่โล่งได้ขนาดนี้”

“คุณไม่กลัวหรือไงคะ”

“ถ้าคุณหมายถึงเรื่องคำสาปอะไรนั่น...ผมตอบเลยว่าไม่กลัวครับ” เขาหัวเราะเบา ๆ “ผมกลัวตกงานมากกว่า” ประโยคท้ายเขาป้องปากกระซิบให้ได้ยินกันแค่สองคน

ซินเทียยิ้มกว้าง “คงต้องใช้เวลาสักพัก ห้องจัดแสดงถึงจะกลับมาคึกคักเหมือนเดิม” เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นระหว่างการสนทนา ที่หน้าจอบอกเบอร์โทรของโรงพยาบาล “ขอตัวนะคะ” แซมพยักหน้าก่อนจะเดินเลี่ยงออกไปจากห้อง

“สวัสดีค่ะ คุณซินเทียใช่หรือเปล่า”

“ค่ะ”

“คือว่า...เด็กหนุ่มผู้ประสบเหตุเมื่อคืน ที่คุณเป็นเจ้าของไข้ อาการแย่ลงค่ะ” เสียงนั้นเงียบไปครู่หนึ่ง “คุณจะมาดูเขาหน่อยมั้ยคะ”

“ค่ะ...ฉันจะรีบไป” ใบหน้าเด็กหนุ่มผู้แววตาเศร้าสร้อยผุดขึ้นในความทรงจำ น่าเวทนาเขาเหลือเกิน เพราะเหตุใดเขาถึงต้องมาเร่ร่อนจนล้มป่วย บางทีอาจเป็นเพราะเธอให้การช่วยเหลือเขาช้าเกินไป

“ซินเทีย” แซมเรียกเธอระหว่างที่เธอจะกลับไปหยิบของที่ห้องพัก “มีอะไรหรือเปล่าครับ”

“มีเรื่องด่วนนิดหน่อยค่ะ ฉันต้องไปตอนนี้เลย” เธอยิ้มขอโทษ “รบกวนช่วยลางานให้ฉันหน่อยนะคะแซม”

“ได้ครับ...มีอะไรให้ผมช่วยหรือเปล่าครับ...ผมยินดี”

“ไม่เป็นไรค่ะ ไม่รบกวนดีกว่า” เธอเร่งฝีเท้า “ขอตัวก่อนนะคะ”

 

ยี่สิบห้านาทีถัดมาซินเทีย คาร์เตอร์ก็มาถึงโรงพยาบาล เธอเร่งฝีเท้าเพื่อไปให้ถึงห้องพักผู้ป่วยที่เธอจากมาเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน และทันทีที่เปิดห้องเข้าไปภายใน เธอก็เห็นความวุ่นวายของเหล่าพยาบาลและหมอที่กำลังพยายามรั้งชีวิตเด็กหนุ่มผู้น่าสงสาร เธอยืนมองดูความโกลาหลด้วยความสงบมือทั้งสองเกาะกุมภาวนาขอให้เด็กหนุ่มโชคร้ายผู้นี้มีชีวิตรอด เธอยังจำแววตาอันหม่นหมองคู่นั้นที่จ้องมองอย่างว่างเปล่า

 ที่นี่ไม่แปลกนักที่จะเจอเข้ากับคนไร้บ้าน บางคนยินดีที่จะออกจากบ้านมาเผชิญโชคชะตาอันยากลำบาก แต่บางคนก็ไม่อาจเลือกได้ ไม่น้อยที่หญิงไร้บ้านให้กำเนิดเด็กน้อยและทิ้งให้เขาเหล่านั้นเผชิญชะตากรรมอันโหดร้ายต้วยตัวเอง จึงไม่แปลกเลยที่เด็ก ๆ หลายคนจะไม่มีหลักฐานการมีตัวตน แค่เพียงเอาชีวิตให้อยู่รอดไปวัน ๆ ยังยากลำบากนัก เด็กหนุ่มคนนี้ก็คงมีชะตากรรมไม่ต่างจากเด็กเหล่านั้น  หลายครั้งที่เธอให้ความช่วยเหลือหยิบยื่นเงินหรืออาหารให้กับผู้คนเหล่านั้น น่าแปลกนักที่เด็กหนุ่มผู้นี้กลับเรียกความสงสารของเธอได้มากมายเช่นนี้

“กลับมานะ” เธอพูดเบา ๆ “ได้โปรด”

เสียงหมอสั่งการพยาบาลดังแข่งกับเสียงอุปกรณ์ตรวจวัดสัญญาณชีพ มันดังยาวต่อเนื่อง ขณะที่หมอทาบเครื่องปั้มหัวใจบนหน้าอกผอมแห้ง “เคลียร์!!!” ร่างเด็กหนุ่มสะดุ้งเฮือกอย่างแรง แต่ทว่าเสียงดังยาวน่าหดหู่ก็มิได้เงียบหาย

หมอตัดสินใจวางเครื่องปั้มหัวใจลง เขาประสานมือลงบนกลางอกของคนไข้ก่อนจะกดเป็นจังหวะหลายครั้ง ซึ่งก็เป็นอีกครั้งที่ไร้การตอบสนองใด ๆ จากร่างแน่นิ่ง ไร้สัญญาณชีพ ไร้ลมหายใจ

“เวลาการเสียชีวิต...สิบเอ็ดนาฬิกาสองนาที” หมอผ่อนลมหายใจ “เขาไม่กลับมาแล้ว...” เขาหันมาหาซินเทียที่ยังคงยืนนิ่ง “เราพยายามที่สุดแล้ว” แพทย์หนุ่มเจ้าของไข้แตะไหล่เธอเบา ๆ ก่อนจะก้าวออกจากห้อง พยาบาลจัดการคลุมร่างของเด็กหนุ่มไร้นามก่อนจะพากันเดินออกไป

หญิงสาวเดินขาสั่นเข้าไปหาร่างแน่นิ่ง มือหนึ่งเอื้อมไปจับผ้าคลุมหน้าเขาดึงลงมา ใบหน้าเรียบสนิดไม่รับรู้สิ่งใดอีกแล้ว เธอแตะแก้มเขาแผ่วเบา อะไรกันที่ทำให้เธอรู้สึกสงสารเขาจับใจทั้งที่เพิ่งจะพบกัน ซินเทียก้มลงจุมพิตเบา ๆ บนหน้าผากมนเพื่อบอกลา ขณะเดียวกันสร้อยที่คอของเธอห้อยลงมาแตะที่แก้มของเขา

เสียงอุปกรณ์ตรวจหาสัญญาณชีพทำงานอีกครั้ง มันกรีดร้องก่อนจะเงียบและดังเป็นจังหวะ ๆ มือทั้งสองข้างของเขาขยับเล็กน้อยก่อนที่นัยน์ตาสีน้ำตาลจะจับจ้องมาที่เธอและสร้อยทองที่ลำคอระหง 

“อัคค์” เขาพูดเบา ๆ ให้ซินเทียได้ยิน ทว่ายังไม่ทันได้รู้เรื่อง หมอกับพยาบาลก็กรูกันเข้ามาในห้องอีกครั้ง พวกเขามองหน้ากันไปมาขณะตรวจร่างกายเด็กหนุ่มที่เพิ่งจะถูกระบุเวลาเสียชีวิตไปเมื่อไม่กี่นาทีก่อนหน้า

“เกิดอะไรขึ้นระหว่างที่เราไม่อยู่คะ” พยาบาลคนหนึ่งถามซินเทีย “คุณทำอะไรกับเขา”

“เปล่านะคะ ฉันก็แค่จูบลาตรงหน้าผาก...แค่นั้น” เธอรีบบอกเสียงสั่น “จากนั้นก็มีเสียงดังออกมาจากเครื่อง”

“คุณช่วยออกไปก่อนนะคะ” พยาบาลคนเดิมดันตัวเธอออกมาจากห้องก่อนจะปิดประตู

ซินเทียเดินไปนั่งที่เก้าอี้หน้าห้องอย่างงุนงง เมื่อครู่เธอได้ยินเด็กหนุ่มคนนั้นเอ่ยชื่อสัญลักษณ์แห่งความเป็นอมตะของชาวอียิปต์โบราณ สัญลักษณ์บนสร้อยที่เธอสวมติดตัวตลอดเวลา สมบัติชิ้นเดียวที่ปู่ทวดของเธอมอบมันเอาไว้ให้กับปู่และพ่อของเธอและสุดท้ายก็ตกเป็นของเธอ เธอหยิบมันออกมาพิจารณาอีกครั้ง

สร้อยที่ดูคล้ายไม้กางเขนแต่ด้านบนเป็นรูปหยดน้ำดูเผิน ๆ คล้ายกับเชือกสีทองสองเส้น เส้นหนึ่งบิดงอโค้งมนวางลงบนเชือกอีกเส้นที่วางในแนวนอน มันคือสัญลักษณ์ที่เก่าแก่และทรงอำนาจมากที่สุด ในอักษรภาพเฮียโรกลิฟฟิค อัคค์ หมายถึง ชีวิต การดำรงชีวิตและความเป็นอมตะ ทั้งในโลกนี้และปรโลก รูปลักษณ์ของอัคค์ได้มาจากการรวมเครื่องหมายของมนุษย์ทั้งชายและหญิง เอาไว้ด้วยกัน โดยรูปห่วงหรือวงแหวนแทนหญิง ส่วนที่เหลือแทนชาย ความคิดของเธอจำต้องถูกหยุดเอาไว้เมื่อมีคนเปิดประตูออกมา

“เขาพ้นขีดอันตรายแล้วครับ...” สีหน้าของนายแพทย์หนุ่มเจ้าของไข้ดูงุนงงไม่ต่างจาก คนอื่น ๆ ที่พากันเดินตามออกมาจากห้อง “ขอตัวก่อนนะครับ” เขาบอกก่อนจะเดินห่างออกไปตามทางเดินที่ทอดยาว

หญิงสาวกลับเข้ามาภายในห้องรับรองคนไข้อีกครั้ง เด็กหนุ่มไร้บ้านผู้น่าสงสารยังคงนอนนิ่งอยู่บนเตียง สายระโยงระยางผ่านอุปกรณ์ช่วยชีวิตดูเหมือนจะมีมากกว่าตอนที่เธอออกไป เครื่องตรวจวัดชีพจรส่งเสียงร้องเป็นจังหวะ เช่นเดียวกับเครื่องช่วยหายใจ เสียงหายใจดังสม่ำเสมอทำให้เธอรู้สึกโล่งใจอย่างประหลาด เพราะอะไรกัน...เธอเองก็ยังหาคำตอบไม่ได้

 +++++++++++++++++++++++++++++

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 26 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

62 ความคิดเห็น

  1. #2 ##@@ZINdear@@## (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 18 กันยายน 2559 / 13:25
    แง๊......สนุกมากกก ลุ้นระทึกสุดๆๆ..แถม...ค้างมากด้วยย มาเร็วๆนะคะ
    #2
    1
    • #2-1 KitSuNe'(จากตอนที่ 2)
      18 กันยายน 2559 / 18:23
      ขอบคุณค่ะ จะพยายามอัพบ่อย ๆ นะคะ
      #2-1