Yogurt Chilli รักฉบับร้ายของยัยตัวป่วน

ตอนที่ 9 : ตอนที่ 9

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 388
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    8 ต.ค. 56

9

-Jo’s Part-

                “เห็นบอร์ดกลางเมื่อเช้าหรือยัง” ไคเข้ามาถามผมในห้องทำงานประธานนักเรียนทันทีที่ผมเข้ามาถึง

                “ยัง” วันนี้ผมมาสายก็เพราะพ่อกับจอห์นที่บังเอิญมาพบกันแล้วเกิดการปะทะคารมระหว่างทั้งสองเป็นผลให้ผมมาสายไปสองชั่วโมง จึงไม่ได้มีโอกาสไปดูบอร์ดกลางเหมือนทุกเช้า “มีอะไร”

                ไคไม่ตอบแต่วางโปสเตอร์แผ่นหนึ่งลงบนโต๊ะ ภาพที่เห็นคือรูปผมกับจอห์นยืนดึงแขนโยเกิร์ดกลางถนนเมื่อวาน พร้อมข้อความ ศึกชิงนางใครเป็นคนคิดข้อความนี้นะลิเกชะมัดแถมมุมกล้องกับองค์ประกอบของภาพก็ไม่ได้เรื่อง (นายกำลังตัดสินภาพถ่ายประกวดหรือไงยะ) ผมมองผ่าน ๆ แบบไม่ใส่ใจ (-_-)

                “แกจะว่าไง”

                “โย เห็นยัง” ผมรู้ว่าเรื่องแค่นี้ทำอะไรเธอไม่ได้หรอก

                “เห็นแล้ว ไม่ทุกข์ไม่ร้อนสักนิด” ไคยิ้มมุมปาก “แต่ประเด็นคือ ยัยนั่นจะทำอะไรอีกเพราะวิธีนี้ไม่ได้ผล”

                “คอยดู” ต้องดูกันต่อไป ผมแน่ใจว่าผู้หญิงคนนั้นไม่หยุดอยู่แค่นี้แน่

                “ฉันไม่อยากรอให้ยัยนั่นทำอะไรที่รุนแรงกว่านี้นะโจ”

                “แล้ว?” ผมเองก็คิดแบบเดียวกัน ยังไงซะตัดไฟเสียตั้งแต่ต้นลมก็ดีกว่า

                “ฉันจะสืบดูว่ายัยนั่นมีความแค้นอะไรกับโย แล้วจะลองเคลียร์ดู ถ้าไม่ได้ คงต้องให้นายช่วยอีกแรง ฉันเองก็ไม่อยากใช้วิธีรุนแรงกับผู้หญิงหรอกนะ ถ้าไม่จำเป็น”

                “อืม” ไคออกไปจากห้องหลังจากมีโทรศัพท์เข้า ผมเองก็ไม่เป็นอันทำงานจึงออกจากห้องไปอีกคน ด้วยเรื่องร้อนใจที่ยังไม่สิ้นสุดเมื่อเช้า ผมจึงไปหาจอห์นที่คอนโด

                “เข้ามาก่อนสิ” จอห์นไม่มีสีหน้าประหลาดใจสักนิดที่เห็นหน้าผมยืนอยู่หน้าห้อง “ไม่มีเรียนหรือไงเรา”

                “ครับ”

                “มาหาฉัน มีเรื่องข้องใจหรือไง” จอห์นรู้ใจผมเสมอ แม้ว่าเราจะได้อยู่ด้วยกันแค่ในตอนเด็กซึ่งเป็นเวลาแค่เพียงไม่กี่ปีก็ตาม

                “หลายอย่าง”

                “นายอยากรู้อะไรหล่ะ” จอห์นหยิบบุหรี่ขึ้นมาจุด

                “เมื่อวาน” เรื่องแรกที่ผมข้องใจก็คือคนพวกนั้นเป็นใครกัน

                “เรื่องภายในแฟมิลี่ ฉันคงบอกอะไรนายมากไม่ได้หรอก” จอห์นหยิบบุหรี่ขึ้นมาจุด “แต่นายไม่ต้องห่วงไปหรอก ฉันได้รับคำสั่งให้มาดูแลยัยตัวยุ่งจนกว่าจะจบเรื่อง”

                “....” ผมไม่อยากจะวางใจนักหรอก อีกอย่างตอนนี้เรียกได้ว่าโยเกิร์ตกำลังเผชิญกับศัตรูทั้งสองด้าน ทั้งในโรงเรียนและนอกโรงเรียน

                “ฉันรู้นะ นายไม่เชื่อใจฉันเท่าไหร่หล่ะสิ” เขาหัวเราะเบา ๆ “เหมือนพ่อไม่มีผิดเลยนะ เรื่องขี้ระแวงเนี่ย”

                “ทำไมเข้าแกงค์มาเฟีย” เป็นอีกเรื่องที่ผมอยากรู้มานาน

                “ฉันไม่อยากอยู่ใต้ปีกของพ่อไปจนตายหรอกนะ อีกอย่าง เรื่อง ธุรกิจอะไรนั่น มันก็ไม่ใช่ทางของฉัน”

                “พ่อห่วงนาย”

                “คนอย่างเขาไม่เคยห่วงใครหรอก นอกจากตัวเอง แล้วก็ตัวเลขในบัญชี” จอห์นหัวเราะ ทำไมผมถึงได้ยินเหมือนเสียงสะอื้นปนมากับเสียงหัวเราะแปร่งหูนั่น

                ผมกลับมาที่โรงเรียนอีกครั้ง  ทันทีที่เห็นหน้าไค ผมก็เล่าเรื่องที่รู้มาจากการให้คนไปสืบเรื่องเกี่ยวกับจอห์น และงานของเขา อาจจะจริงที่จอห์นว่า ผมไม่อาจก้าวข้ามเงาของพ่อออกมาได้ ดังนั้นผมจึงใช้เงานั้นให้เป็นประโยชน์กับตัวผมเองเสียเลย เรื่องที่ได้มาคือโยเกิร์ตเป็นลูกสาวคนเดียวของบอสมาเฟียที่จอห์นทำงานเป็นมือขวาให้ และด้วยเรื่องความขัดแย้งภายในจึงมีการลอบสังหารโยเกิร์ตและพ่อของเธอเพราะต้องการยึดอำนาจสิทธิขาดการบริหารงานภายในองค์กร

                “เรื่องใหญ่เหมือนกันนะนี่”

                “ใช่” เรื่องนี้ผมคงจะเข้าไปยุ่งมากไม่ได้

                “พวกเราคงทำได้แค่คอยดูแลยัยนั่นอยู่ห่าง ๆ” ไคใช้นิ้วชี้ถูปลายจมูกเบา ๆ เป็นภาพเคยชินทุกครั้งที่หมอนี่กำลังใช้ความคิด “แล้วยัยบ้านั่นรู้หรือยัง”

                “คิดว่าไม่” ผมไม่คิดว่าจอห์นจะบอกกับโยเรื่องแบบนี้

                “อีกไม่นานก็รู้แน่นอน โยเกิร์ตเล่นไม่ง่ายหรอกนะ ” ไคหัวเราะเบา ๆ พร้อมกับส่ายหน้า ผมเองก็คิดแบบนั้นเหมือนกัน ผมจำได้ดี ครั้งแรกที่เราสามคนพบกันในวันปฐมนิเทศ

 

-สองปีก่อน-

                “นี่นายเขยิบไปหน่อยสิ” เด็กผู้หญิงหน้าตาน่ารัก เข้ามาบอกให้ผมขยับไปนั่งที่ว่างข้าง ๆ ผู้ชายผมแดงที่ผมไม่ชอบขี้หน้าเท่าไหร่

                “...” ผมไม่ตอบและก็ไม่ทำตามด้วย

                “ถ้าไม่ขยับ งั้นก็หลีก ฉันจะเข้าไปนั่งเอง<(^′)>” เธอเท้าเอวมองหน้าผมก่อน ใช้เข่าดันขาผมไปข้าง ๆ และแทรกตัวเข้าไปนั่งกลางระหว่างผมกับผู้ชายผมแดงคนนั้น ผมนั่งฟังการกล่าวทักทายของบรรดาอาจารย์และรุ่นพี่ รวมไปถึงประธานนักเรียน อย่างตั้งใจ ไม่นานนักผมก็รู้สึกได้ว่าที่ไหล่ของผมมีอะไรหนัก ๆ มาทับ ทำให้ผมต้องละสายตาจากเวที นักเรียนหญิงที่เข้ามานั่งข้างผมเธอหลับไปแล้วแถมยังเอาหัวมาพิงผมแบบเต็ม ๆ ผมพยายามดันหัวเธอไปอีกทาง เธอจึงไปพิงที่ผู้ชายผมแดงข้าง ๆ เธอ ไม่นานนักเขาก็ผลักหัวเธอมาหาผมอีกครั้ง ผู้หญิงอะไรเนี่ย โดนผลักหัวไปกลับเป็นลูกปิงปองแบบนี้ยังไม่ตื่นอีก

                “นี่ยัยบ้า! (=′=)” นายคนผมแดงตะโกนเสียงดังทันทีที่จบการปฐมนิเทศ

                “หืม..แจ้บ แจ้บ” เธองัวเงียตื่นขึ้นมา “เสร็จแล้วหรอ ฮ้าวววว (.)” จากนั้นก็ยืนขึ้นพร้อมกับบิดขี้เกียจ

                “เธอนอนพิงฉันแถมน้ำลายยังหกใส่ เสื้อฉันอีกนะ ยัยบ้านี่ รับผิดชอบเดี๋ยวนี้เลย” ผมรีบดูที่ไหล่ของตัวเอง โชคดีจริง ๆ ที่ยังปลอดภัยไร้มลทิน

                “อะไรของนายเนี่ย อย่ามามั่วนะ ฉันไม่ได้หลับสักหน่อย” อืม...เมื่อกี้ เธอไม่ได้หลับงั้นหรอ (-_-;)

                “ไม่หลับบ้าอะไร ฉันกับเจ้าแว่นนั่น” นายหัวแดงชี้มาที่ผม (=_=^)  “ผลักหัวเธอไป-มา ตั้งหลายรอบ ยังไม่รู้สีกตัวอีก”

                “อ้าว...หรอ” เธอหัวเราะแหะ ๆ “งั้นเอาเสื้อนอกนายมาสิ ฉันจะเอาไปซักให้” นายหัวแดงถอดเสื้อนอกส่งให้ผู้หญิงคนนั้นโดยดี “นายหล่ะ ได้รับความเดือดร้อนจากการนอนหลับ เอ้ย..ไม่ใช่ การพักสายตาของฉันมั้ย” เธอหันมาพูดกับผม พร้อมกับรอยยิ้มที่สดใส จนผมอดยิ้มกลับไปไม่ได้ “เอางี้ดีกว่า เพื่อเป็นการขอโทษพวกนาย และขอบคุณที่ไม่หักคอฉันตอนพักสายตา ฉันจะเลี้ยงข้าวพวกนายเอง” พูดจบเธอก็เข้ามาล็อกแขนผม กับนายหัวแดงแล้วลากไปยังศูนย์อาหาร

                 เธอแนะนำตัวว่าชื่อ โยเกิร์ต หรือยศมล มาจากโรงเรียน ม.ต้น ชื่อดังที่ไม่ไกลนัก ส่วนเจ้าหัวแดงชื่อ มัทซึโมโตะ ไค เป็นลุกครึ่งญี่ปุ่น เพิ่งจะย้ายมาที่นี่ ผมคุ้นนามสกุลหมอนี่มาก ถ้าจำไม่ผิดเป็นตระกูลยากูซ่าชื่อดังแถวตะวันตกของญี่ปุ่นเป็นคนอันตรายแบบที่พ่อจะไม่ยอมให้ผมอยู่ใกล้อย่างเด็ดขาด เธอหายไปสักพักหลังกินข้าวเสร็จ และกลับมาพร้อมกับเสื้อนอกของไคที่ผ่านการทำความสะอาดมาแล้วเรียบร้อย  พวกเราเลือกที่จะไปเข้ารับการปฐมนิเทศในช่วงบ่ายเป็นกลุ่มหลัง ๆ ไม่นานนักพิธีการก็เสร็จสิ้น

                “พวกนายจะไปไหนกันต่อหรือเปล่า” โยถามขึ้นเมื่อเห็นว่าผมกับไคกำลังจะเดินออกไปจากหอประชุมใหญ่  “ไปสำรวจรอบ ๆ โรงเรียนกันเถอะ” อีกครั้งที่ผมกับนายไคถูกลากไปโน่นมานี่รอบโรงเรียน โดยที่ไม่ถามความสมัครใจพวกเราเลยสักนิด(=_=;)

                ตุ้บ...ตุ้บ...เสียงเหมือนกับอะไรบางอย่างถูกกระแทก ดังเป็นระยะ ๆ เสียงนั้นมาจากข้างตึกเก่าที่ค่อนข้างเงียบ “ถ้ายอมจ่ายมาดี ๆ ก็ไม่เจ็บตัวแบบนี้” เสียงหัวเราะต่อท้ายประโยคดังออกมาจากคนหลายคน พวกเราเงียบฟังอยู่นาน ไคมองหน้าผมแล้วพยักหน้าเพื่อจะให้เดินออกไปจากตรงนี้ แต่คนตัวเล็กที่ยืนอยู่ข้างหน้าพวกเรากลับยืนนิ่ง ไม่กี่นาทีจากนั้นเธอก็เข้าไปหาพวกนั้นโดยที่ผมกับไคไม่มีโอกาสห้ามได้ทัน ผู้หญิงแค่คนเดียวจะไปทำอะไรพวกนั้นได้ จากที่ผมประเมินน่าจะไม่ต่ำกว่า สามคนแน่นอน

                ผมกับไควิ่งตามไปอย่างน้อยก็อาจจะพูดให้ปล่อยเด็กใหม่อย่างโยเกิร์ตไป แต่ภาพที่ปรากฏแก่สายตาของผมและไค คือ ผู้หญิงที่เรากำลังจะเข้ามาช่วย กำลังจัดหนัก เจ้าพวกรุ่นพี่ที่ไม่ทันตั้งตัวจนลงไปนอนรวมกับคนที่ถูกทำร้ายก่อนหน้า  ไม่นานนักพวกนั้นทั้งสี่คนก็ลงไปนอนจมกองเลือด แต่โยเกิร์ตก็ยังไม่วายกระทืบพวกนั้นซ้ำ

                “ฮ่า ฮ่า ยัยนี่มันบ้าได้ใจฉันจริง ๆ หว่ะ” ไคหัวเราะหน้าดำหน้าแดง ผมไม่เห็นว่ามันจะน่าขำตรงไหนจึงเข้าไปล็อกแขนโยเกิร์ตไว้จากด้านหลัง สายตาที่เธอมองพวกนั้นช่างไร้ความปราณี

                “มาช่วยสิ” ผมคนเดียวแทบจะเอาไม่อยู่ (=_=;) จึงต้องเรียกไคที่ยังไม่หยุดหัวเราะให้มาช่วย พวกเราหิ้วปีกเพื่อนสาวผู้ห้าวหาญของพวกเราไปยังโต๊ะว่างใต้ต้นไม้ใหญ่ หน้าตึกเรียน ก่อนที่ผมจะโทรศัพท์แจ้งอาจารย์ ให้ไปช่วยเหลือคนเจ็บ

                “ทำไม” ผมถามคนที่นั่งนิ่งจ้องพื้นมานานหลายนาที

                “ฉันเกลียดการทำร้ายคนไม่มีทางสู้  เกลียดพวกหมาหมู่” สายตาของเธอนั้นแทบจะมีไฟลุกขึ้นมา

                “ก็เลยเข้าไปกระทืบพวกนั้นเองว่างั้น” ไคที่นั่งเงียบอยู่นานพูดขึ้นบ้าง “งั้นเธอก็ไม่ต่างจากพวกนั้นหรอก” โยเกิร์ตหันไปมองหน้าไคทันที “บ้านฉันเป็นยากูซ่า เรื่องแบบนี้มันเรื่องธรรมดา ไม่มีความยุติธรรมจริง ๆ บนโลกใบนี้หรอกนะ” ไคไหวไหล่เบา ๆ

                “แล้วจะให้ฉันทำไง”

                “ไม่รู้สิ” พูดจบหมอนั่นก็เดินจากไป วันถัดมา วันแรกของการเริ่มต้นเรียน เราสามคนก็ได้อยู่ห้องเดียวกัน พวกเราสามคนสนิดกันไปไหนมาไหนด้วยกันตลอด จนเมื่อปีก่อนที่ผมจะต้องลงสมัครเป็นประธานนักเรียน ตามคำสั่งของพ่อ ไค กับโยจึงต้อง มาเป็นกรรมการนักเรียน ดีที่ยังมีไค มาเป็นรองประธาน หมอนั่นช่วยผมได้หลายเรื่อง เขาทำให้ทัศนคติ แง่ลบที่ผมเคยมีหมดไปโดยสิ้นเชิง ผมอาจจะเป็นลูกแหง่ในสายตาจอห์น แต่ผมรู้ดีว่าตอนนี้ผมเป็นใครและกำลังทำอะไรอยู่ ผมบอกได้เพียงแค่ว่าผมเองก็มีวิถีทางในแบบของผมเช่นกัน

-Jo’s Part End-

 

                *****************************************

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

6 ความคิดเห็น