Yogurt Chilli รักฉบับร้ายของยัยตัวป่วน

ตอนที่ 7 : ตอนที่ 7

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 426
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    6 ต.ค. 56

7

 

                “เจ็บตรงไหนหรือเปล่า” หลังจากให้จอห์นพาตัวลูกสาวของเขาไปยังที่ปลอดภัยแล้ว แอนโทนี่จึงเข้าไปหาผู้หญิงที่ยืนนิ่งเป็นรูปปั้น

                “...”

                “ผมรู้ว่าคุณไม่ต้องการพบผมอีก แต่ว่าเรื่องนี้มันจำเป็น คนของผมเตือนมาว่าคุณกับลูกกำลังมีอันตราย”

                “ไม่ใช่นายหรือ ที่สั่งให้มาเก็บฉันหน่ะ” แววตาที่มองมานั่นบอกความระแวงเต็มที่

                “ถึงผมจะไม่ได้เป็นคนดีอะไร แต่ผมก็ไม่คิดที่จะฆ่าคนที่เลี้ยงดูลูกสาวของผมมาเป็นสิบ ๆ ปีหรอก” สีหน้าเขาดูจะตึงขึ้นเล็กน้อย น้อยคนนักที่จะได้เห็นสีหน้าแบบนี้ แม้แต่ลูกน้องคนสนิด

                “ก็มันน่าคิด” เธอไหวไหล่เล็กน้อยก่อนสูบควันจากบุหรี่เข้าเต็มปอด

                “ผมไม่ปิดบังคุณหรอกนะ ในองค์กรของผม มีคนรู้เรื่องของโยเกิร์ต  จึงพยายามเก็บเธอเสียก่อนพร้อมกับผมที่นี่”

                “สรุป ต้นเหตุคือนาย” เธอปรายตามองก่อนทิ้งก้นบุหรี่ลงพื้น “ฉันดูแลลูกเองได้ นายกลับไปซะ”

                “ไม่มีทาง ผมจะไม่ทิ้งลูกอีก” พูดจบเขาก็เข้ามาจับข้อมือเธอแล้วลากไปขึ้นรถอีกคันที่เพิ่งจะมีคนขับมาจอด “ไปกับผม” เนยสะบัดมือหลุดแล้วเตะไปที่เขาแต่เขาก็เบี่ยงหลบทำให้เธอเสียหลักล้มลง เขาจึงเข้ามารับตัวไว้ได้พร้อมกับรวบตัวเธอดันเข้าไปในรถ

                “อย่าดื้อนักได้ไหม ให้ความร่วมมือกับผมหน่อยสิ” แอนโทนี่ถอนหายใจเบา ๆ ขณะที่อีกคนกลับจ้องหน้าเขาอย่างกับจะกินเลือดกินเนื้อ

                ไม่นานนัก แอนโทนี่ก็หยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมากดเบอร์โทรออก แล้วกรอกเสียงเข้าไป “โยไม่ต้องห่วงแม่นะ พ่อจะดูแลแม่เค้าเอง อยู่กับจอห์นสักพัก”

                “ถ้าวางสายนายตายแน่” ไม่ทันจบประโยคเขาก็กดปุ่มวางสายทันทีก่อนที่จะโยนโทรศัพท์ราคาแพงให้กับลูกน้องที่เดินตามหลังมา แบบไม่สนใจเสียงใส ๆ ของอีกคน ยิ่งเพิ่มความเกรี้ยวกราดให้คุณแม่ยังสาวถึงขนาด ปฏิญาณว่าจะต้องเอาคืนอีตาคนอวดดีคนนี้ให้ได้

 

                เมื่อคืนฉันรับโทรศัพท์ของพ่อที่บอกว่าพาแม่เนยไปอยู่ในที่ปลอดภัยแล้วไม่ต้องเป็นห่วง ให้ฉันอยู่กับอีตาจอห์นสักพัก ในโทรศัพท์ฉันได้ยินเสียงแม่เนยตะโกนว่าอะไร ตาย ๆ นี่แหละฟังไม่ถนัดเลย ¯;)  แต่ช่างเหอะ แค่รู้ว่าพ่ออยู่ด้วยก็อุ่นใจไปเปราะหนึ่งแล้ว

                “นี่เธอ ตื่นได้แล้ว สายแล้วนะ เป็นผู้หญิงภาษาอะไรเนี่ย” ... “ตื่นสายชะมัด อย่างนี้ใครเขาจะมาขอเนี่ย” ... “ชาวบ้านเค้าตื่นกันหมดแล้ว นอนมากเดี๋ยวหน้าบวม ตัวบวม ยิ่งกว่าเดิมนะ” อีตาเจ้าของห้องบ่นอยู่หน้าห้องนอน ความจริงฉันก็ตื่นตั้งแต่เจ็ดโมงเช้าแล้ว แต่กะว่าจะนอนต่อสักหน่อย พอเลย!!! ไม่นอนต่อแล้ว ขอฆ่าคนตอนเช้าดีกว่า (҂̀_́) 

                “นายนี่มันไม่มีมารยาทเลยนะ คนจะหลับจะนอน เคาะประตูอยู่ได้”

                “ฉันหิวอ่ะ” อีตาจอห์น ลอยหน้าลอยตาบอกกับฉัน

                “ก็เรื่องของนายสิ” มาบอกฉันทำไมกันยะ อีตาบ้านี่ (o′o)

                “ไปหาอะไรกินกันเหอะ” พูดจบหมอนั่นก็เข้ามาจับข้อมือฉัน แล้วลากออกมาจากห้องนอน ลาก่อนเตียงที่ร้ากกก ()  ยังนอนไม่อิ่มแถมยังไม่ได้ล้างหน้าแปรงฟันเลยด้วยซ้ำ สภาพฉันตอนนี้เหมือนผีพึ่งผุดออกมาจากหลุมชัด ๆ กรี้ด...

 

-John’s Part-

                ผมลุกขึ้นจากโซฟาที่เป็นที่พักพิงยามยากของผม อันเนื่องมาจากห้องนอนของผมถูกยัยตัวแสบยึดครองไปแล้ว จะว่าไปเจ้าโซฟานี่ก็นอนสบายพอใช้ จะไปโทษมันคงไม่ได้ที่ผมหลับ ๆ ตื่น ๆ ตลอดทั้งคืน เรื่องเมื่อวานทำให้ประสาทของผมตื่นตัวจนไม่สามารถหลับสนิดได้

                “จอห์น ไปที่บ้านลูกสาวฉันเดี๋ยวนี้” บอสบอกผมหลังจากวางสายโทรศัพท์ทางไกลจากอิตาลี สีหน้าของเขาดูว้าวุ่นไม่นิ่งเหมือนเคย ผมสั่งงานให้ลูกน้องไปทำก่อนเดินตามบอสออกมาจากโรงแรม    

                ทันทีที่เรามาถึง ภาพที่เห็นทำให้บอสหน้าซีด รถที่คุณเนยเพิ่งลงมาระเบิดต่อหน้าต่อตาพวกเรา แต่คุณเธอกลับไม่มีทีท่าตกใจ กลับไปยืนชิลพิงกำแพงบ้านสูบบุหรี่หน้าตาเฉย ผมหล่ะนับถือเธอจริง ๆ (-_-;) ไม่นานนักยัยตัวแสบก็ออกมาจากบ้านแล้วพยายามลากแม่ของเธอให้เข้าไป บอสลงจากรถทันทีแล้วเดินเร็ว ๆ ตามหลังทั้งสองคนเข้าไปข้างใน ผมเองก็เดินตามเข้าไปด้วย แต่เมื่อผมได้ยินเสียงปืนนัดแรก ผมก็รีบเข้าไปคว้าตัวคนที่ใกล้มือที่สุดให้หมอบลง จากนั้นไม่นานพวกนั้นก็จากไปหลังจากถล่มพวกเราเสียยับเยิน บ้านทั้งหลังตอนนี้มีรูนับร้อยรู แถมข้าวของเครื่องใช้ในบ้านก็พังไม่เหลือชิ้นดี

                “จอห์นพาโยเกิร์ตไปที่ปลอดภัยก่อน แล้วฉันจะติดต่อไป” บอสบอกกับผม สายตาที่เขามองมานั้นบอกว่านี่ไม่ใช่คำสั่งแต่เป็นการขอร้อง ผมทำงานกับคน ๆ นี้มาเกือบสิบปี ไม่เคยเห็นความอ่อนแอใดจากแววตาคู่นั้น นี่คงจะเป็นเรื่องที่ทำให้เขาหวั่นไหว พวกนั้นจี้ถูกจุดแล้วสิ จะเป็นอย่างไรต่อไปน่าสนใจจริง ๆ

                ผมพายัยตัวแสบที่นั่งเงียบมาตลอดทางมาที่คอนโดของผม ผมเคยพาเธอมาครั้งหนึ่งแล้วเมื่อตอนพบกันครั้งแรก ไม่รู้ว่าเธอจะจำได้หรือเปล่า อันที่จริงผมไม่อยากจะมาเหยียบที่นี่เท่าไหร่นักหรอก เพราะคนที่ผมเคยเรียกว่าพ่อซื้อให้กับแม่ของผม เป็นที่ ๆ เราสามคนเคยอยู่ด้วยกันเป็นครอบครัว ความทรงจำต่าง ๆ ยังคงมีอยู่เต็มไปหมดราวกับว่าเพิ่งจะเมื่อวานที่ผมออกไปจากห้องนี้

                เกือบแปดโมงแล้วยัยตัวแสบยังไม่ออกมาจากห้องนอนเลย ยัยนี่ขี้เซาชะมัด ผมไปเคาะประตูห้องนอนของตัวเองหลายครั้ง ปากก็พร่ำปลุกยัยตัวแสบที่ป่านนี้คงจะนอนเป็นปลาดาวบนเตียงของผม ไม่นานนักเธอก็เปิดประตูออกมา หน้างอผมฟูเหมือนคนบ้า (-__-)b ตลกชะมัด ผมพาเธอมาหาก๋วยเตี๋ยวเรือเจ้าอร่อยแถวชานเมือง กว่าจะมาถึงก็เกือบสิบเอ็ดโมง ไม่รู้ว่าทำไมการจราจรเมืองนี้ถึงได้ห่วยแตกนัก

                “ไม่กินหรือไง” ยัยตัวแสบที่บ่นมาตลอดทางกินเอากินเอาเป็นปอบลงผู้หญิงอะไรกินจุเป็นบ้า (-_-;)

                “เห็นเธอกิน ฉันก็อิ่มและ” เดี๋ยวไปเบิกค่าอาหารของยัยนี่กับบอสคงได้นะ(_)  “เอาอีกมั้ยหล่ะ”

                “เอาสิ” ผมประชดนะคร้าบบ ดูสิตาเป็นประกายเชียว (-_-;)

                “โต๊ะนี้คงเล็กไปแล้วสินะ สั่งอีกคงต้องลงไปกินข้างล่างแล้วนะเธอ” โต๊ะข้าง ๆ มองมาที่เราด้วยสายตารังเกียจอย่างเห็นได้ชัด ผมควรจะอายดีไหม (

                “น้อง ๆ เคลียร์โต๊ะก่อน” ยัยตัวแสบตะโกนเรียกเด็กเสิร์ฟ “แล้วก็เอา เล็กน้ำ อีก 2 ด้วยนะ”

                “พอหรอ แค่สองเอง” ผมพูดเบา ๆ ให้ยัยนี่ได้ยิน ที่ได้กลับมาคือตาขวาง ๆ มองมาทางผม

                “เห็นฉันเป็นยักษ์หรือไงยะ ตาบ้า แค่นี้ก็อิ่มแล้ว ที่สั่งมานี่ก็สั่งมาให้นายแหละ ยังไม่เห็นกินอะไรเลย บ่นว่าหิวไม่ใช่หรอ”

                “ขอบคุณคร้าบบ” ยัยนี่เองก็มีด้านที่น่ารักกับเขาเหมือนกันนี่หน่า นึกว่าจะห้าวเป็นอย่างเดียวเสียอีก

-John’s Part End.-

 

                สองอาทิตย์ผ่านไปหลังจากเรื่องลอบทำร้ายฉันกับแม่ บ้านของเราซ่อมใกล้จะเสร็จแล้ว ผมจะรับผิดชอบทุกอย่างพ่อบอกกับแม่ก่อนที่จะเดินทางไปต่างประเทศ บ้านของเราไม่ใช่แค่เหมือนเดิมแต่ที่เพิ่มเติมคือ ห้องนอนอีกสองห้องที่งอกขึ้นมาตอนซ่อม เมื่อแม่ถามช่างที่มาทำงานก็ได้คำตอบว่าเป็นคำสั่งของพ่อ (ทำให้แม่ของฉันโกรธหน้าดำหน้าแดง) แม่บอกว่าถ้าเจอพ่ออีกครั้งเมื่อไหร่ จะทักทายด้วยลูกปืนให้สาสมที่มาบังอาจเข้ามาวุ้นวายกับบ้านหลังเก่าที่เป็นมรดกเก่าแก่ของแม่ อย่าให้ถึงกับต้องฆ่าเลยนะคะแม่ โยไม่อยากกำพร้าพ่ออ่ะ (-_-;)

                “ช่วงนี้มาเร็วผิดปกตินะ ยศมล” อาจารย์ประจำชั้นของฉันเปรยเมื่อเห็นว่าหลัง ๆ นี้ฉันมาโรงเรียนก่อนโฮมรูม

                “คิดถึงอาจารย์ค่ะ” ฉันตอบไปแล้วยิ้มเอาใจ แต่อาจารย์กลับเข่กหัวฉันกลับมาหนึ่งโป้กเป็นรางวัล

                “หวานก็คิดว่างั้นนะจ๊ะโย ทำไมช่วงนี้มาเร็วจังเลยหล่ะ” น้ำหวานเข้ามาถามฉันก่อนเริ่มเรียนชั่วโมงแรก

                “ก็...แบบว่า” จะให้อธิบายยังไงดีนะ ตั้งแต่เกิดเรื่องพ่อของฉันก็ส่งคนมาคอยดูแลฉันกับแม่ตลอดเวลา ไม่ว่าแม่จะไล่หรือขู่พวกนั้นยังไงก็ไม่ยอมไป สุดท้ายก็เลยต้องปล่อยให้พวกนั้นคอยรับ-ส่ง แถมตามติดเป็นเห็บหมา น่ารำคาญชะมัดเลย “ช่วงนี้รู้สึกอยากจะเป็นเด็กดีอะไรทำนองเนี้ยแหละ”

                “อืม...โยไม่สบายหรือเปล่าจ๊ะ” ยัยน้ำหวานเอามือมาอังหน้าผากฉันวัดอุณหภูมิ “ตัวก็ไม่ร้อนนี่หน่า”

                “ยัยนี่หน่ะ มันบ้า เธออย่าไปสนใจเลย” เจ้าบ้าไคมันกัดฉันแต่เช้าอีกแล้ว (=′=)

                “ไค ไอ้หัวแดงนี่ เดี๋ยวนายเจอฉันแน่” ฉันถกแขนเสื้อขึ้น เจ้าบ้าไควันนี้แกไม่รอดแน่ฉันจะกัดหูแก

                “ไปประชุม” โจที่ตามไคมาเงียบ ๆ เข้ามาจับหัวของฉันก่อนใช้ท่อนแขนล็อกคอแล้วลากฉันไปห้องประชุมกรรมการนักเรียนที่อีกฟากของตึกนี้

 

                “ด้วยกรรมการคุมกฎ ได้ออกกฎใหม่อันเนื่องมาจากกระกระทำผิดระเบียบวินัยของโรงเรียนโดยคณะกรรมการนักเรียนที่ควรจะเป็นแบบอย่างให้กับนักเรียนคนอื่น ๆ  อาทิเช่น มาสาย  ก่อเรื่องทะเลาะวิวาท @#$%&+” ฮ้าวววว ( ̄o ̄) เสียงยัยแว่นหนาที่กำลังยืนอ่านอะไรบางอย่าง ระดับความถี่ของเสียงยัยนั่นทำให้ฉันง่วงอย่างบอกไม่ถูก ดีที่น้ำหวานสะกิดฉันให้รู้สึกตัวก่อนที่จะตัวของฉันไหลตามแรงโน้มถ่วงของโลกไปจนหล่นเก้าอี้ ทำไมไอ้การเป็นกรรมการนักเรียนนี่มันน่าเบื่อนักนะ แล้วไอ้เจ้าไคกับเจ้าโจมันทนได้ไง อยากจะแว้บหายออกไปจากห้องนี้จัง (-_-;) “ที่กล่าวมาทั้งหมด ขอให้คณะกรรมการนักเรียนทุกคนลงคะแนนเสียงว่าเห็นด้วยหรือไม่กับบทลงโทษที่กรรมการคุมกฎเสนอ ใครเห็นด้วยยกมือเลยค่ะ” ยัยแว่นหนาคนเดิมดันแว่นให้เข้าไปชิดกับลูกตาอีก (ฉันว่ามันเข้าไปอีกไม่ได้แล้วนะตัวเทอร์) หลายคนยกมือขึ้น ฉันเห็นพวกนั้นยกมือจึงยกบ้าง ทำให้คนข้าง ๆ ฉันอย่างน้ำหวานต้องรีบดึงมือฉันกลับ ส่วนเจ้าโจกับเจ้าไค ก็มองหน้าฉันแบบสุดจะสมเพศ เรื่องอะไรของมันกันฟะเนี่ย ฉันก็กำลังทำหน้าที่กรรมการนักเรียนอันแสนจะน่าภูมิใจอยู่นี่ไง (_) 

                “สรุปว่ามีมีผู้เห็นด้วยและไม่เห็นด้วยเท่ากันนะคะยัยแว่นหนาสรุป

                “จะเท่ากันได้ยังไงคะ ก็เมื่อกี้มีคนยกมือเห็นด้วยอยู่ไม่ใช่หรือ” ผู้หญิงอีกคนที่ฉันไม่คุ้นหน้าพูดขึ้นทำให้หลายคนหันไปมองเธอ

                “ผมว่าบทลงโทษมันรุนแรงเกินไป แค่ตัดแต้มคะแนนความประพฤติก็น่าจะพอแล้ว” ไคเสนอความเห็น

                “กฎมันอ่อนเกินไปค่ะ ท่านรองประธาน” เธอคนเดิมยิ้ม ทำเอาหนุ่ม ๆ หลายคนในห้องหน้าแดง “เห็นได้จากสถิติการกระทำผิดยังคงไม่ลดลง”

                “เอาเป็นว่าเราจะขอให้กรรมการคุมกฎไปแก้ไขมาก่อนค่อยนำเข้าที่ประชุมเพื่อพิจารณาอีกครั้งในวาระถัดไป” ไคตัดบท สีหน้าบ่งบอกความไม่พอใจ

                “เลิกประชุม” สิ้นเสียงโจทุกคนก็ทยอยกันออกจาห้องโดยที่ยังเหลือฉัน ไค โจ น้ำหวาน กับผู้หญิงที่เสนอกฎอะไรนั่น

                “ท่านประธานกำลังเลือกปฏิบัติอยู่หรือเปล่าคะ” ยัยนั่นใช้หางตามองมาที่ฉันนิดเดียวเท่านั้นแต่ฉันก็รู้สึกได้ว่ายัยนี่กำลังหมายถึงฉัน ประกาศสงครามกับฉันสินะยะหล่อน (=_=^)

                “ในทางปฎิบัติมันทำไม่ได้ เธอก็น่าจะรู้นะ โรงเรียนนี้ส่วนใหญ่เป็นพวกคุณหนูทั้งนั้น ไม่มีใครสนใจทำตามกฎหรอก” ไคตอบแทนโจเสียเองขณะที่โจก็มองหน้าเธอคนนั้น ดวงตาเริ่มจะเปลี่ยนสีเข้มขึ้นเล็กน้อย

                “แล้วเราจะมีประธานกับกฎระเบียบไปทำไมคะ” เธอยิ้มอีกครั้งก่อนออกไปจากห้อง ฉันไม่ชอบยัยคนนี้เลยจริง ๆ

                “ถามจริงเหอะ ยัยบ้า เมื่อกี้ได้ฟังจนจบหรือเปล่า” เออ...จะว่าไปก็ฟังมั่งไม่ฟังมั่งอ่ะ ขืนตอบแบบนั้นมีหวังไอ้บ้าไคมันได้ฆ่าฉันแน่

                “ฟังสิ” เอาตัวรอดก่อนดีกว่าเรา (< )>   

                “แล้วรู้หรือเปล่า ที่เขาพูดมาทั้งหมดมันคือทุกอย่างที่เธอทำเลยหน่ะสิ”

                “ไม่มั้ง” นั่นสิทำไมยัยนั่นต้องมาจ้องเล่นงานฉันคนเดียวด้วยหล่ะ ไม่เข้าใจ หรือฉันไปทำอะไรให้ยัยนั่นไม่พอใจ อืม... ไม่หรอกมั้ง ( ̄3 ̄)a 

                “มันก็น่าคิดนะจ๊ะโย เท่าที่หวานฟัง ๆ ดู โยทำทุกข้อเลย มาสาย ขาดโฮมรุม ทะเลาะวิวาท ทั้งที่เป็นกรรมการนักเรียนแต่ไม่เคยเข้าประชุม หวานว่าโยชัด ๆ เลยนะจ๊ะ”

                “ฉันไม่ได้มีเรื่องกับยัยนั่นนี่หน่า” หรือว่ามีฟะ ไม่แน่ใจ แบบว่าโจทย์เยอะจนจำไม่ไหว “แต่ก็ช่างมันเหอะ”

                “จะช่างได้ไง ยัยนั่นจ้องจะเล่นงานเธอนะ” ท่าทางไคจะโกรธจริง ๆ “เล่นออกกฎใหม่ให้ไล่เธอออก ฉันไม่ยอมหรอก”

                “ห๊า...ไล่ออก เลยหรอ” นี่ฉันพลาดมากเลยนะเนี่ย ยัยนั่นสงสัยอยากมีเรื่องกับฉัน “ไม่ได้การและ ฉันต้องไปจัดการยัยนั่นก่อน” (҂̀_́) 

                “เดี๋ยว” โจดึงคอเสื้อฉันไว้  “เข้าทางพวกนั้น”

                “ใช่แล้ว เธอก็ใจเย็น ๆ ดีกว่าหน่า” ไคเข้ามาดึงฉันให้ลงไปนั่งที่เก้าอี้ข้าง ๆ น้ำหวาน “อย่าหาเรื่องให้ยัยนั่นได้เปรียบเราสิ ใช้สมองมั่งก็ดีนะยัยบื้อเอ้ย”

                “แล้วให้ทำไงเล่า” โมโหชะมัดเลย อยากไปตบหน้ายิ้ม ๆ ของยัยนั่นสักเปรี้ยง

                “หวานว่าโยอย่าก่อเรื่องดีกว่านะจ๊ะ ช่วงนี้หน่ะ” แม้แต่น้ำหวานเพื่อนสุดเลิฟของฉันก็เข้าข้างเจ้าพวกบ้านั่น เศร้าจัง (TT ¨ TT)

                “เดี๋ยวพวกฉันจะจัดการเอง เธอแค่ทำตัวดี ๆ อย่าก่อเรื่องเท่านั้นก็พอ เข้าใจ๋”

                “ฉันจะพยายามก็แล้วกัน แต่ไม่รับปากนะเว้ย” สัญญาด้วยเกียรติของลูกสาวแม่เนย ว่าจะต้องเอาคืนยัยนั่นให้จงได้ รู้จักนังโยเกิร์ตคนนี้น้อยเกินไปแล้ว  <(^′)>

 

                *****************************************

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

6 ความคิดเห็น