Yogurt Chilli รักฉบับร้ายของยัยตัวป่วน

ตอนที่ 6 : ตอนที่ 6

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 437
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    6 ต.ค. 56

6

                “ฉันเป็นพ่อของหนู ๆ ๆ ๆ ๆ” เสียงที่สะท้อนอยู่ในรูหูของฉันมันดังไม่หยุด มานานแค่ไหนแล้ว เกิดอะไรขึ้นกับฉัน ทำไมในสมองมันถึงได้ว่างเปล่าแบบนี้(﹏ ̄)

                “ฉันผิดที่ทิ้งหนูกับแม่ของหนูไป จนเธอต้องตาย” ตาย...ใครตาย แม่เนยของฉันยังอยุ่นี่หน่า มันต้องมีเรื่องอะไรเข้าใจผิดแล้วหล่ะ

                “ดะ...เดี๋ยวนะคะ คุณลุงพูดอะไร แม่เนยของหนูยังไม่ตายนะคะ” ใช่ ๆ ก็เมื่อเช้ายังเห็นอยู่เลย “ลุงจำคนผิดแล้วหล่ะ”

                “ไม่หรอก เป็นหนูแน่นอน” เขายืนยันหนักแน่น “แม่จริง ๆ ของหนูคือครีม ผู้หญิงที่ฉันรักมาก แต่ก็ทำผิดกับเธอไว้จนไม่น่าให้อภัย” คุณลุงคนนี้ต้องป่วยแน่นอน แม่ฉันชื่อแม่เนยต่างหาก ครีมอะไรฉันไม่รู้จัก

                “สิบแปดปีก่อน ฉันมาทำธุระที่นี่แต่ถูกลอบทำร้ายจนบาดเจ็บ ดีที่ ครีม แม่ของหนูได้ช่วยชีวิตของฉันไว้ เรารักกัน ฉันตั้งใจว่าจะทิ้งทุกอย่างเพื่อที่จะได้อยู่กับเธอและลูก แต่ว่า ฉันถูกตามตัวกลับอิตาลีด่วนโดยไม่มีโอกาสได้อธิบายกับเธอ หลายปีต่อมาฉันให้คนมาตามหาเธอแต่ก็ได้รู้ว่าเธอจากโลกนี้ไปแล้วทิ้งลูกสาวไว้ให้น้องสาวฝาแฝดเลี้ยงดู”

                “...” ฉันพูดอะไรไม่ออก ในสมองตอนนี้มันมึนไปหมด

                “มันอาจกะทันหันไปหน่อย แต่พ่ออยากให้ลูกไปอยู่กับพ่อที่อิตาลี”

                คน ๆ นั้นจากไปแล้ว ฉันกลับเข้าบ้านแบบงง ๆ เหมือนถูกค้อนปอนด์ทุบหัว เรื่องราวที่ฉันได้รับรู้ในวันนี้มันเกินกว่าที่ฉันจะรับได้  ทำไมสองขาของฉันมันถึงได้หนักอึ้งแบบนี้ แค่พยายามจะก้าวขาขึ้นบันไดยังยากนัก กว่าฉันจะพาตัวเองขึ้นมายังห้องได้นั้นผ่านไปกี่นาทีฉันไม่รู้ได้ ที่รู้ ๆ มันนานเป็นชาติ เสียงเครื่องยนต์ของรถดับลงตามด้วยเสียงเปิดและปิดประตูรถ ไม่นานก็มีเสียงเปิดประตูห้องนอนของฉัน

                “ทำไมยังไม่อาบน้ำอีก โย เพิ่งกลับมาหรือไง” เสียงเข้ม ๆของแม่ดังขึ้นข้างหลังฉัน

                “แม่ เมื่อกี้หนูเจอกับเขา” ไม่ว่ายังไงฉันก็ต้องคุยกเรื่องนี้กับแม่ไม่อย่างนั้นคืนนี้ฉันนอนไม่หลับแน่นอน

                “เขามาทำไม” แม่ไม่ข้องใจประโยคเมื่อกี้ของฉันสักนิด แสดงว่าสิ่งที่เขาพูดเป็นเรื่องจริงสินะ “เขาบอกอะไร” เสียงของแม่สั่น

                “หนูรู้หมดแล้ว”

                “แล้วไง แกจะไปอยู่กับเขาหรือไง ไปอยู่กับคนที่ไม่เคยแม้แต่จะชายตาแลแกกับพี่สาวของฉัน” แม่เนยของฉันตะโกนดังลั่นบ้าน ฉันเข้าใจแม่นะ นี่อาจเป็นการได้ระบายความอัดอั้นตลอดสิบแปดปีที่อดทนเก็บเรื่องนี้มาตลอด (Y ^ Y)

                “ไม่หรอกค่ะ โยจะอยู่กับแม่” ฉันเข้าไปกอดคนที่ฉันเรียกว่าแม่มาเกือบสิบแปดปี “โยจะอยู่กับแม่ ไม่ว่าแม่จะเป็นคนที่คลอดโยออกมาหรือไม่ โยก็จะอยู่กับแม่นะ ขอบคุณที่เลี้ยงโยมาจนโตขนาดนี้นะคะ” () 

                แม่ไม่พูดอะไรออกมาเลยแต่ก็ สะอื้นออกมาเบา ๆ นี่เป็นครั้งแรกที่ฉันเห็นแม่เนยคนเก่งสุดแกร่งของฉันมีน้ำตา แม่คงจะอดกลั้นมานาน รู้แบบนี้ฉันไม่สงสัยแล้วว่าทำไมแน่เนยของฉันถึงได้ดูขี้โมโหนัก

                “ยังไม่ดีขึ้นแล้วทำไมถึงมาโรงเรียนนะ น้ำหวาน” ฉันบ่นยัยเพื่อนสุดดื้อตั้งแต่คาบแรกจนคาบสุดท้ายของวันนี้ ก็ดูสิแผลยังไม่หายดีเลยถ่อมาโรงเรียนสภาพดูไม่ได้ น่าจะหยุดต่ออีกสักวันไม่รู้จะขยันเอารางวัลลูกโลกทองคำหรือไง (-_-;)

                “หวานเบื่อนั่ง ๆ นอน ๆ อยู่บ้านนี่หน่าโย” ยัยน้ำหวานนี่ถึงจะดูนุ่มนิ่มแต่เวลาดื้อนี่ก็ดื้อสุด ๆ เหมือนกันนะ ฉันหล่ะเหนื่อยใจจริง(=_=;)

                “ตามใจแล้วกันย่ะ” ไม่ไหวจะเคลียร์เลิกเถียงดีกว่าดูท่าทางแล้วฉันต้องแพ้แน่นอน

                “โยเข้าใจหวานแล้ว ดีใจจัง” เห็นคนที่ยังไม่หายดีดูสดใสได้ขนาดนี้  ฉันก็ไม่ใจร้ายใจดำขนาดนั้นหรอกนะ (>︿<)

                “นี่เธอ จะกลับหรือยังเนี่ย” ไอ้หน้าแหลมหัวแดงเข้ามาในห้องเรียนหลังจากหายหัวไปทั้งวันพร้อมกับท่านประธาน “ฉันกับโจกำลังคิดว่าจะปลดเธอออกจากกรรมการนักเรียนอยู่พอดี”

                “เชิญ ตามสบายค่ะท่านรอง” ข่าวนี้ไม่ได้ทำให้ฉันตื่นเต้นสักนิด พวกแกคิดว่าฉันอยากเป็นไอ้กรรมการนักเรียนนี่นักหรือไง ที่ได้เป็นนี่ก็เพราะพวกแกใส่ชื่อฉันไปแบบไม่เต็มใจหรอกนะ “เป็นข่าวดีที่สุดในชีวิตเลย ^___^”

                “อย่าหวังว่ามันจะง่ายขนาดนั้นนะยัยบ้า” ไคแยกเขี้ยวใส่หน้าฉัน กลัวตายหล่ะย่ะตาบ้า แบร่!!! (≧▂≦)

                “เราเพิ่มยัยเอ๋อนี่เข้าเป็นกรรมการนักเรียนแล้ว” ยัยน้ำหวานหันควับไปมองหน้าไคที่กำลังชี้นิ้วมาที่เธอทันที ส่วนเจ้าโจก็ตีหน้านิ่งสนิดเหมือนเคย

                “จะได้มีคนคอยจูงเธอเข้าประชุม ทำหน้าที่บ้างไง” ความคิดนี้ต้องเป็นของเจ้าไคแน่นอน ฉันกล้าพนันพันนึงเลย แต่เอ๊ะ จูง นี่มันใช้กับหมาไม่ใช่รึ (=_=^)

                “แต่หวานไม่...”

                “เธอทำได้น่าาาา” น้ำหวานหน้าแดงทันทีที่ไคพูดจบ มันชักจะยังไง ๆ กันแล้วนะคู่นี้ ฉันคงต้องจับตาดู สถานการณ์อย่างใกล้ชิด

                ตอนกลับบ้านฉันคะยั้นคะยอให้ไคไปส่งน้ำหวาน ซึ่งกว่าเจ้าบ้านั่นจะยอมทำเอาฉันเหงื่อตกไปหลายปี๊บ ส่วนเจ้าโจ ก็รอจะไปส่งฉันทั้ง ๆ ที่ฉันบอกว่ากลับเองได้ ๆ มันก็ไม่ยอม ฉันกับโจออกจากประตูหน้าเพื่อไปที่ลานจอดรถใกล้ ๆ ระหว่างนั้นก็พบกับนายคนเมื่อวานยืนโบกไม้โบกมือให้ฉัน ทำให้คนที่เพิ่งจะออกมาจากโรงเรียนมองฉันแล้วพากันซุบซิบ ๆ  นี่พวกเธอ...ฉันรู้นะว่านินทาฉันหน่ะ (=′=)

                “มีอะไรอีกหล่ะ” ฉันเดินเข้าไปหาอีตานั่นเพราะอยากให้หยุดโบกมือให้ฉันสักที นายโจเดินตามมาเงียบ ๆ

                “บอสรอเธออยู่” ฉันเห็นเงาคนนั่งอยูที่รถคันเมื่อวาน โจถามว่าจะให้ไปด้วยไหม ฉันปฏิเสธไปก่อนที่จะตรงไปยังรถที่จอดนิ่งสนิด

                “พ่อมาฟังคำตอบ”

                “ขอปฏิเสธค่ะ”

                “ทำไม...หรือว่าลูกโกรธพ่อ”

                “ไม่หรอกค่ะ เรื่องก่อนหน้าที่โยจะเกิดโยไม่รู้ แต่เรื่องตอนนี้โยทิ้งแม่เนยไปไม่ได้หรอกค่ะ ถึงจะไม่ใช่แม่แท้ ๆ แต่แม่เนยก็เลี้ยงโยมา ส่วนเรื่องของพ่อโยคงทำตามที่ขอไม่ได้จริง ๆ ขอโทษนะคะ”

                “พ่อเข้าใจ” ฉันมองเห็นดวงตาที่เหมือนกับของฉันนั้นช่างเศร้าเหลือเกิน

                “แต่เราก็ยังเจอกันได้ คุยกันได้ ไปไหนมาไหนด้วยกันได้นี่คะ” กับผู้ชายคนนี้ฉันคงทำได้ดีที่สุดแค่นี้เท่านั้น ฉันไม่รู้หรอกนะว่าผู้ใหญ่มีปัญหาและแก้ปัญหายังไง แต่ตอนนี้ทั้งสองคนต่างก็เป็นคนสำคัญของฉันทั้งคู่ ฉันจะไม่ยอมเสียใครไปทั้งนั้น ฉันจะพยายามรักษาความสัมพันธ์ของทั้งสองไว้ด้วยตัวของฉันเองไม่ว่ามันจะยากแค่ไหน โยเกิร์ตคนนี้สู้ตายค่ะ (>‿◠)

 

-Jo’s Part-

                เสียงประตูรถปิดลงตามหลังโยเกิร์ต ทำให้ผมยิ่งกระวนกระวาย ผมรู้จักคน ๆ นี้ดี แค่เพียงแว้บแรกที่เห็นเขายืนอยู่หน้าโรงเรียน เกือบสิบปีแล้วที่เราไม่ได้พบกัน สายตาที่มองมาที่ผมนั้นแม้จะดูเย็นชาแต่ผมก็แน่ใจว่าเขาจำผมได้

                “ไง”

                “...”

                “แค่พูดกับพี่คนนี้ พ่อไม่รู้หรอกน่า” จอห์นหัวเราะเบา ๆ มันไม่ตลกเลยสำหรับผม ผมอยากเจอเขามาตลอด อยู่ ๆ ก็เจอกันผมพูดอะไรไม่ออกจริง ๆ

                “ไม่ใช่”

                “พ่อคงสบายดีสิ”

                “ครับ” จะว่าสบายดีก็ไม่เชิง ท่านก็เหมือนเดิม เหมือนเดิมมาตลอดสิบปีที่พี่หายไปจากครอบครัวของเรา  มีหลายอย่างที่ผมอยากจะบอกอยากจะเล่าให้พี่ฟัง แต่ผมไม่รู้จะเริ่มยังไง (-_-;)

                “คุยอะไรกัน” โยเกิร์ตลงจากรถคันนั้นพอดี เธอมองหน้าผมสลับกับจอห์น “มีอะไรกันหรือเปล่าพวกนาย”

                “เปล่า” ผมกับจอห์นพูดออกมาพร้อมกัน “ไปก่อนนะจ๊ะสาวน้อย เราต้องได้เจอกันอีกแน่ ๆ” จอห์นเข้ามาหยิกแก้มของเธอแล้วขยี้ผมเบาๆ ก่อนขึ้นรถคันที่เธอเพิ่งลงมาขับออกไป

                “ไปเถอะ” ผมคว้าข้อมือยัยตัวแสบที่กำลังจะตามไปเอาเรื่องจอห์น ให้เดินตรงไปที่รถ

“รู้จัก?” ผมถามทันทีที่นั่งประจำด้านคนขับเรียบร้อย ยัยตัวยุ่งทำหน้าเป็นเครื่องหมายคำถามอยู่ข้าง ๆ

                “อะไร - -?”

                “คนเมื่อกี้”

                “นายก็ถามให้มันรู้เรื่องหน่อยสิ พูดประโยคหนึ่งมากกว่าห้าคำคงไม่ตายหรอก” เธอบ่นหน้างอ “คนในรถอ่ะคือพ่อของฉันเอง”

                “หืม?” ผมแปลกใจนิดหน่อย ตลอดเวลาที่รู้จักกันมาเธอไม่เคยปริปากเรื่องพ่อออกมาสักครั้ง ผมจึงคิดเอาเองว่าท่านอาจเสียไปแล้ว แต่ที่ทำให้ผมข้องใจคือ ผู้ติดตามที่มากับพ่อของเธอต่างหาก ก่อนหน้าที่ผมรู้มาว่าจอห์นเข้าองค์กรมาเฟียที่อิตาลี (เรื่องนั้นทำให้พ่อโกรธมาก) แสดงว่าคนที่เธอบอกว่าเป็นพ่อต้องเป็นใครสักคนในองค์กรนั้นแน่นอน

                “ฉันก็ไม่รู้เรื่องอะไรนักหรอก เขามาหาหาฉันเมื่อวันก่อน มาขอให้ฉันไปอยุ่กับเขา” คิ้วของเธอขมวดเล็กน้อยเมื่อเล่าเรื่องนี้ “แต่ฉันไม่ไปหรอก ฉันทิ้งแม่เนยไม่ได้”

                “อืม” ผมทำเสียงในคอแสดงการรับรู้ แล้วกลับมามีสมาธิในการขับรถ แม้ว่าในสมองของผมจะอดตั้งคำถามไม่ได้ว่า พ่อรู้จะหรือยังว่าจอห์นอยู่ที่นี่ ท่านจะทำอย่างไรกับเขา ต้องเกิดสงครามย่อม ๆ แน่นอนถ้าพวกเขาเจอกัน ผมไม่อยากจะจินตนาการเลยจริง ๆ

-Jo’s Part End.-

               

                ฉันมาถึงบ้านอย่างปลอดภัย เฮ้ออออ ขอบคุณสวรรค์  (-_-;) ก็เจ้าโจสิวันนี้ไม่รู้มันเป็นอะไรของมันขับรถเร็วหยั่งกับจะไปแข่งเวิลด์กรังด์ปรีซ์ ไอ้ฉันที่นั่งข้าง ๆ ก็เกร็งจนแทบจะหลอมรวมเป็นเนื้อเดียวกันกับเบาะไปแล้ว หวังว่าแกจะกลับถึงบ้านอย่างปลอดภัยนะโจ สาธุ (-/\-) เสียงรถของแม่เนยจอดที่หน้าบ้านพอดีฉันจึงละมือจากคอมพิวเตอร์ลงไปหาแม่ดีกว่า

                ตู้ม... เสียงดังที่หน้าบ้านทำให้ฉันต้องรีบลงบันไดไปดู ใจคอไม่ดีเป็นห่วงแม่ เมื่อฉันลงมาถึงภาพที่เห็นคือ รถที่แม่ใช้ประจำมีไฟไหม้ทั่วทั้งคัน ฉันรีบวิ่งไปเผื่อว่าแม่จะยังคิดอยู่ในรถ แต่ก็ถูกแม่ดึงตัวไว้ก่อน(O.O;) 

                “อ้าว แม่ โยนึกว่าแม่ยังอยู่ในนั้น”

                “ลงมาก่อนที่จะระเบิดหน่ะ” แม่เนยของฉันไม่มีท่าทางตกใจสักนิด ยืนสูบบุหรี่หน้าตาเฉย “เข้าบ้านไปซะเผื่อมันยังไม่หมด” ชิลล์มากอ่ะ แม่ฉัน (=_=;)

                “แม่ก็เข้ามาด้วยกันสิ อันตราย” ฉันดึงแขนแม่สุดแรงให้เข้าบ้าน

                ปัง ๆ ๆ ๆ ๆ เสียงปืนดังรัว ๆ เข้ามาในบ้านหลังจากที่ฉันกับแม่เหยียบพื้นห้องรับแขกได้เพียงไม่กี่นาที ใครบางคนรวบตัวของฉันให้ลงไปหมอบอยู่ที่พื้น ฉันเห็นเพียงเงาหนาที่บังตัวฉันไว้ ฉันพยายามหรี่ตามองผ่านฝุ่นและความมืดเพราะไฟทั้งบ้านดับสนิดแล้ว  ความเงียบเข้าปกคลุมไปทั่วบริเวณ หลักจากมีเสียงล้อรถบดถนนดังห่างออกไป ฉันรีบดันตัวเองขึ้นยืน แล้วมองหาแม่ ได้แต่หวังว่าแม่จะต้องปลอดภัย

                “เธอปลอดภัยนะ” เสียงนี้มาจากเงาที่บังฉันอยู่ คุ้นหูชะมัด

                “โย เป็นอะไรไหม” แม่ตะโกนเรียกฉัน เสียงแม่สั่น ๆ เพิ่งจะตกใจหรือไงคะคุณแม่ (-_-;)

                “ไม่เป็นไรค่ะ” เพิ่งเห็นว่ามีใครอีกคนยืนอยู่ข้าง ๆ แม่ ตอนนี้ค่อยมองอะไรได้ชัดเจนขึ้นเพราะฝุ่นเริ่มจางลง คนที่ช่วยแม่ไว้ก็คือพ่อของฉันนั่นเอง ฉันหันไปมองตรงที่ฉันเพิ่งลุกขึ้นมาอีตาผู้มีพระคุณของฉันนี่หน่า

                “จอห์น พาโยไปที่ปลอดภัยก่อน แล้วฉันจะติดต่อไป” พ่อพูดกับผู้มีพระคุณของฉัน อืม..ชื่อจอห์นสินะ

                “ครับ บอส” เขาเข้ามาจับแขนฉันลาก ๆ ๆ ๆ ไปที่รถแล้วขับออกมาด้วยความรวดเร็ว ฉันได้แต่มองหน้าแม่ตาไม่กระพริบ แม่เองก็มองมาที่ฉันด้วยท่าทางอึ้ง ๆ เหมือนกัน

                “หิวหรือเปล่า” (-_-;)

                “ง่วงหรอ” (-_-;)

                “มึนอยู่หรือไงเธอ” (-_-;)

                ตลอดเส้นทางที่ออกมาจากบ้านนั้น อีตาจอห์นก็ถามฉันอยู่แค่สามประโยคนี้วนไปวนมา น่ารำคาญชะมัด ฉันขี้เกียจตอบจึงทำเป็นใบ้รับประทาน เขาจอดรถที่หน้าร้านสะดวกซื้อ(ที่บวกเลขแล้วรวมกันได้สิบแปดพอดี) จากนั้นลงไปไม่นานก็กลับมาพร้อมกับขนมปัง ซาลาเปา น้ำผลไม้ ไอศกรีม ไส้กรอก นมกล่อง กาแฟกระป๋อง ขนม ลูกอม ยาแก้ไอ เบียร์ เท่าที่ฉันเห็นอย่าบอกนะว่าซื้อมาให้ฉันกินคนเดียวอ่ะ (ˇ)

                “อันนี้ของเธอ” เขาหยิบไอศกรีมโคนรสช้อคโกแลตยี่ห้อกำแพงมาให้ แล้วโยนของที่เหลือไปไว้เบาะหลัง ฉันรับมาแบบงง ๆ อีตานี่ซื้อของทั้งหมดนั่นมากินเองคนเดียวรึ ตัวก็ไม่ได้ใหญ่โตกว่าคนทั่วไปเท่าไหร่นี่หน่า กินจุเป็นบ้าเลย (ผิดหวังนิดหน่อยนึกว่าของฉันหมดเลย) <(^′)>

                เกือบชั่วโมงจอห์นก็จอดรถที่ลานจอดรถหน้าคอนโด ฉันเดินตามขึ้นลิฟต์ ไปยังชั้น 29 ห้องที่ 30 สถานที่นี้คุ้นตามาก ฉันพยายามนึก อ๋อ...เขาเคยพาฉันมาตอนที่ฉันถูกยิงลูกดอกยาสลบ หมดสติไปนี่หน่า

                “เข้ามาก่อนสิ” เขาเปิดประตูห้อง ( ̄ ̄) รกมากค่ะ คนละห้องกับที่ฉันมาคราวที่แล้วหรือเปล่านะ กระป๋องเบียร์เกลื่อนกลาดเต็มห้องจนแทบไม่มีที่เดิน “ไม่ต้องเกรงใจหรอก” โห ฉันอ่ะไม่เกรงใจนายหรอกนะแต่นายสิน่าจะเกรงใจฉันมั่ง โสโครกซะไม่มี

                ฉันใช้เท้าเขี่ยกระป๋องเบียร์ไปข้าง ๆ เพื่อสร้างทางเดิน อีตาเจ้าของห้องหายไปในห้องน้ำสักพัก แล้วก็ออกมาพร้อมกับผ้าขนหนู... (⊙⊙)∥∣  แค่ผ้าขนหนูผืนเดียวพันรอบเอว ผมเปียกลู่มีหยดน้ำหยดลงมาที่ไหล่

                “กรี้ด,,,” เสียงกรี้ดครั้งแรกในชีวิตของฉัน ไม่คิดเลยว่าจะมาเสียกรี้ดแรกให้กับอีตานี่ ตั้งแต่เกิดมาฉันไม่เคยกรี้ดเลยนะจะบอกให้

                “เป็นอะไรของเธอ” เอ้า...ถามมาได้ (>﹏<)

                “ไปใส่เสื้อผ้าให้เรียบร้อยสิ” เขาเดินเข้ามาหาฉันที่กำลังเอามือปิดตาอยู่ (แล้วเห็นได้ไงว่าเขาเดินมา)

                “เธอนี่ทะลึ่งเหมือนกันนะ” ตรงไหนกันยะอีตาบ้า

                “บ้าสินาย นายหน้าด้านเอง อย่ามาว่าฉันนะ”

                “หน้าด้านตรงไหนกัน ฉันก็แค่อาบน้ำ เธอต่างหาก คิดมากเอง” เขาหัวเราะเสียงดังแล้วเข้าห้องนอนไป สักครู่ก็ออกมาหลังจากใส่เสื้อผ้าเรียบร้อย

                “เมื่อไหร่พ่อจะพาแม่เนยมาสักที” ฉันนั่งมองเจ้าของห้องเก็บกวาดห้องอันแสนรกอย่างกับรังหนู ตอนนี้เริ่มจะเป็นที่อยู่ของคนขึ้นมาหน่อยแล้ว

                “ไม่รู้เหมือนกัน”

                “นายรู้หรือเปล่าว่าพวกไหนมาลอบทำร้ายพวกเราหน่ะ” ฉันสงสัยจริง ๆ นะ ก่อนหน้าที่จะมาเจอกับพ่อและอีตานี่ ถึงแม้ว่าจะแม่จะทำงานในบ่อน ลูกน้องของแม่เคยมาดูแลพวกเราบ้างระยะหลัง ๆ แม่บ่นว่ารำคาญจึงไม่ยอมให้มีใครตาม แต่ก็ไม่มีเหตุการณ์ใดเกิดขึ้นนอกจากการดักซุ่มทำร้ายฉันกับแม่หลายครั้ง พวกเราก็เอาตัวรอดมาได้

                “เธออย่ารู้เลย” งกอ่ะบอกหน่อยก็ไม่ได้ (-_-;) “แต่ระวังตัวไว้หน่อยก็ดี”

                *****************************************
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

6 ความคิดเห็น