Yogurt Chilli รักฉบับร้ายของยัยตัวป่วน

ตอนที่ 5 : ตอนที่ 5

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 436
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    5 ต.ค. 56

5

                หลังจากแน่ใจว่าโยเกิร์ตขึ้นห้องไปเรียบร้อยแล้วเจ้าของบ้านคุณแม่ยังสาวก็หันมาแว้ดใส่แขกไม่ได้รับเชิญที่ไม่ได้เจอกันเกือบยี่สิบปี อย่างแอนโทนี่  อาสโทร บอสของคาวัลโล่แฟมิลี่องค์กรมาเฟียเก่าแก่ที่มีอทธิพลในอิตาลีผู้ที่ทำให้เธอสูญเสียคนที่รักที่สุดไปอย่างไม่มีวันกลับ

                “มาทำไม ต้องการอะไรอีก”

                “ผมแค่อยากเจอหน้าลูกเท่านั้น”

                “หึ!!! หายหัวไปสิบแปดปี กลับมาเพราะอยากเจอหน้าลูกหรอ” เธอหัวเราะในลำคอก่อนที่จะหยิบบุหรี่ขึ้นมาจุด  “เพิ่งคิดออกหรือไงว่าไข่ทิ้งไว้หน่ะ”

                “ผมไม่ขอแก้ตัวอะไรทั้งนั้น ขอเพียงแค่ให้ผมได้พบเธอบ้าง ได้โปรด”

                “ก็ได้พบแล้วนี่ กลับไปซะ ก่อนที่ฉันจะหมดความอดทน” เธอทิ้งก้นบุหรี่ลงในถาดรองแรง ๆ แล้วหยิบปืนออกมาจาก ต้นขา ก่อนเล็งมาที่แขก

                “ถ้านั่นเป็นสิ่งที่คุณต้องการ ผมก็ยินดี” เขาหลับตาลง รอรับการพิพากษาความผิดจากผู้หญิงที่เขาติดค้าง

                “มันง่ายเกินไป” เธอลดปืนลง แล้ววางลงบนโต๊ะ แรงจนแก้วน้ำตกลงมาแตกกระจาย

                “ไปก่อนเถอะครับบอส” ลูกน้องคนสนิดที่ถูกส่งมาทำงานก่อนที่แอนโทนี่จะมาถึง เข้ามาดึงตัวนายออกไป “ไว้โอกาสหน้าเราค่อยมาใหม่”

                “อย่ามาให้ฉันเห็นหน้าอีก ไม่อย่างนั้นคุณอาจไม่โชคดีเหมือนวันนี้”

                หลังจากไล่แขกกลับไปแล้ว เจ้าของบ้านก็นั่งดื่มวิสกี้ภายในห้องโดยไม่เปิดไฟ ปล่อยความทรงจำที่ไม่อยากคิดถึงตลอดระยะเวลาสิบแปดปีให้กลับมาโลดแล่นในสมองอีกครั้ง

                “พี่ครีม” เธอในวัยสิบแปดปีกลับมาจากโรงเรียนพร้อมกับพี่สาวฝาแฝด ที่อยู่คนละโรงเรียนกัน แม้ว่าจะหน้าตาเหมือนกันจนแม้แต่ยายที่เลี้ยงดูมาเคยจำสับสน แต่นิสัยใจคอของทั้งคู่กลับไม่เหมือนกันชนิดที่เรียกได้ว่าฟ้ากับดิน ดำกับขาวเลยก็ว่าได้

                “เนย ทำไมแต่งตัวไม่เรียบร้อยเลยหล่ะ เดี๋ยวคุณยายดุเอานะ”

                “ช่างเหอะน่า ยังไง ๆ ยายก็หาเรื่องดุเนยได้มากกว่าพี่ครีมอยู่แล้วนี่”

                “พูดแบบนี้น้อยใจคุณยายหล่ะสิเรา”

                “เปล่านะ เนยพูดเรื่องจริงนี่หน่า ว่าแต่พี่ครีมเหอะ ทำไมเพิ่งกลับเนี่ย หลานรักของยายทำตัวไม่น่ารักซะแล้วหรอ” เสียงหัวเราะสดใสสมวัยดังขึ้นท้ายประโยค

                “พี่มีรายงานทำตอนเย็นหน่ะ” เนยรู้ถึงสิ่งผิดปกติของพี่สาวได้เป็นอย่างดี ครีมเป็นคนที่ไม่เคยโกหก เมื่อเธอโกหกจึงเป็นการง่ายที่จะถูกจับได้ แต่น้องสาวเช่นเธอก็เลือกที่จะปล่อยไปโดยไม่คิดเลยว่านั่นจะเป็นต้นเหตุของเรื่องที่ไม่น่าจะเกิดขึ้น  สี่เดือนต่อมาเนยก็จับได้ว่าพี่สาวกำลังมีความรักกับ ชายต่างชาติที่บังเอิญช่วยไว้จากการถูกทำร้ายจนบาดเจ็บสาหัส เนยพยายามเตือนพี่สาวของเธอถึงความรักที่อาจมีมากเกินไปจนอาจทำร้ายตัวเธอเอง

                จากนั้นไม่นานเขาก็ทิ้งพี่สาวของเธอไปโดยปล่อยให้พี่สาวของเธอต้องอุ้มท้องโดยไม่มีสามีคอยดูแล สร้างความอับอายให้แก่ยายจนต้องตรอมใจตายไปในที่สุด ต่อมาเมื่อพี่สาวของเธอคลอด ด้วยความที่รู้สึกผิดต่อยายจึงเสียใจกินไม่ได้นอนไม่หลับ ร่างกายที่ไม่แข็งแรงจึงต้องทรุดลงและเสียชีวิตไปในอีกปีต่อมา เหลือไว้เพียงหลานสาวให้เธอดูแลเพียงคนเดียวเท่านั้น

                “พี่ไม่โกรธเขาหรอกนะเนย พี่เชื่อว่าเขาต้องมีเหตุผลของเขา แต่พี่รู้สึกผิดที่เป็นต้นเหตุให้ยายตาย เพราะพี่เพียงคนเดียว อย่าไปโทษเขานะเนย” คำพูดสุดท้ายก่อนที่ครีมจะจากไปยังไม่วายแก้ต่างให้กับคนที่รัก แต่นั่นไม่ทำให้ความแค้นในใจของน้องสาวที่สูญเสียยายและพี่สาวไปในเวลาไล่เลี่ยกันสงบลงได้ เธอปฏิญาณกับตัวเองไว้ว่าจะไม่มีวันอภัยให้กับผู้ชายคนนั้นเด็ดขาด

 

                “ทำไมมันวุ่นวายงี้วะเนี่ย!!!” ฉันตะโกนดังลั่นลานจัดงานโรงเรียนที่มีชมรมต่าง ๆ ออกร้านกันคึกคัก จะไม่ให้ฉันโวยวายได้ไง ก็ของที่อุสาห์ซื้อมามันอัตรธานหายไปหมดเลย ไม่เหลือแม้แต่ถุงหูหิ้วให้ดูต่างหน้าสักใบ อย่าให้ฉันรู้นะว่าใครทำ แม่จะดึงหนังหัวราดเกลือเสียเลย (โหดค่ะ โหด) (=′=)

                “ใจเย็น ๆ ก่อนดีกว่าไหม โย” บอกให้คนอื่นใจเย็นแต่ตัวเองหน้าซีดเป็นไก่ต้มตั้งแต่รู้เรื่องตอนเช้าแล้วไม่ใช่เราะ ¯;)

                “อีกสองชั่วโมงงานเริ่ม ไม่ทันแน่ โดนไอ้ท่านประธานกับไอ้ท่านรองฆ่าหมกส้วมแน่เลย” ได้ยินแบบนั้นยัยน้ำหวานยิ่งหน้าซีดหนักเข้าไปอีก

                “เรารีบออกไปซื้อของก่อนดีกว่านะ” คราวนี้ยัยน้ำหวานเป็นคนลากฉันออกมาจากโรงเรียนเพื่อไปซื้อของที่ซุปเปอร์มาร์เก็ตใกล้ ๆ หลังจากได้ของครบแล้ว เหลือเวลาอีกครึ่งชั่วโมงเราสองคนก็มาถึงจุดที่เราจะตั้งร้านขายกาแฟกับขนมปังปิ้ง  ฉันกับน้ำหวานช่วยกันจัดของด้วยความรวดเร็ว ในที่สุดก็ทันเวลาจนได้ เล่นเอาเหงื่อท่วมตัวเลย ผ่านไปสี่ชั่วโมงร้านค้าต่างพากันพักร้านก่อนที่จะเปิดอีกครั้งในช่วงเย็น น้ำหวานขอตัวไปเข้าห้องน้ำล้างหน้าล้างตา เอ๋นี่มันโฟมล้างหน้าของหวานนี่หน่า สงสัยลืม ต้องเอาไปให้แล้วสิ

                “เธอนี่มัน หน้าด้านจริง ๆ นะ ไปนั่งหน้ารถเจ้าชายของพวกเราแบบนั้น” ฉันได้ยินประโยคเด็ดที่ลอยออกมาจากห้องน้ำ มีเรื่องกันแน่เลย โยเกิร์ตคนนี้ไม่พลาดแน่นอน <(︶ ̄)/   ขอแอบฟังอย่างเป็นทางการที่หน้าประตูเลยก็แล้วกัน

                “แค่ยัยทอมนั่นคนเดียวก็เกินพอแล้ว เธออีกคนคงไม่ได้หรอกนะยะ เจ้าชายเป็นของพวกเรา ไม่ว่าใครก็ห้ามเข้าใกล้เด็ดขาด” โรงเรียนเรามีเจ้าด้วยหรอเนี่ย เอ๋ ( ̄3 ̄)a  หรือจะปลอมตัวมาหาเจ้าสาวเหมือนในซี่รี่ย์เกาหลีหว่า (เรื่องไหนของมันฟะ)

                “นี่เป็นการเตือนครั้งสุดท้ายนะยัยเด็กใหม่ ถ้าเธอยังเสนอหน้าอยู่กับพวกเจ้าชายอีกหล่ะก็ เธอได้เจ็บตัวไปมากกว่านี้แน่”

                “แต่ว่า...ฮือ” เสียงนี่คุ้น ๆ เหมือนเคยได้ยินที่ไหนมาก่อนเลย (o.O) เสียงยัยน้ำหวานนี่หน่า นี่เกิดอะไรขึ้นยัยน้ำหวานถูกทำร้ายอยู่หรือไง ไม่ได้การและต้องเข้าไปช่วย

                “พวกเธอทำอะไรกัน” ฉันผลักประตูเข้าไปทันที ภาพที่เห็นมันทำให้ฉันฟิวส์ขาด น้ำหวานถูกทำร้ายจนเสื้อขาด หน้าถูกตบจนบวม มีเลือดไหลออกมาจากมุมปาก ผมที่ถักเปียไว้เรียบร้อยถูกดึงทึ้งจนยุ่งเหยิงนั่งพิงกำแพงห้องน้ำอย่างหมดแรง  (⊙⊙)∥∣  

                “พวกเธอ...ทำได้ยังไง...ทำเพื่อนฉันได้ยังไง” ฉันได้ยินเสียงตัวเองที่ลอดไรฟันออกมาแผ่วเบาเหมือนกับกำลังกระซิบ จากนั้นด้วยความโมโห ฉันจึงกระชากหัวยัยคนที่อยู่ใกล้มือที่สุดลงมาตบจนเลือดกลบปากลงไปนอนดิ้นพล่าน  ส่วนอีกสองคนก็โดนทั้งเท้าทั้งมือของฉันจนแน่นิ่งไป  ฉันไม่รู้ตัวเลยว่าโจเข้ามาเมื่อไหร่ มันกำลังล็อกแขนฉันไว้สุดแรงจากด้านหลัง ส่วนไคก็เข้าไปประคองน้ำหวานแล้วอุ้มพาไปห้องพยาบาล โจพยายามลากฉันออกจากห้องน้ำและตามน้ำหวานไป

                “ทำไม” โจถามเรียบ ๆ มันถามแบบนี้เหมือนกำลังต่อว่าฉันนี่หว่า ไม่รู้หล่ะอารมณ์ค้าง ยังกระทืบพวกนั้นไม่สะใจเลย ใครทำอะไรขัดใจฉันไม่ไว้หน้าทั้งนั้นแล้วตอนนี้ (=′=)

                “แล้วจะให้ฉันเข้าไปขอบคุณพวกมันหรอที่ทำกับเพื่อนฉัน...แบบนี้” ปลายนิ้วที่ชี้ไปที่น้ำหวานที่นอนหลับอยู่ที่เตียงข้าง ๆ สั่นแบบที่ฉันไม่อาจควบคุมได้ อยู่ดี ๆ น้ำตาจากไหนก็ไม่รู้มันไหลออกมา ฉันเสียใจจริง ๆ ที่ปกป้องเธอไม่ได้น้ำหวาน ฉันมันเป็นเพื่อนที่ใช้ไม่ได้

                “ไม่ใช่” โจพูดเบา ๆ แล้วเข้ามากอดฉันไว้ พลางลูบหัว

                “ไคไปไหน” เมื่อกี้ยังเห็นเจ้าหัวแดงมันอยู่ในห้องพยาบาลด้วยนี่หน่ามันไปไหนแล้วหล่ะ

                “ไปเคลียร์” นัยน์ตาสีฟ้าสดใสกลายเป็นสีน้ำเงินเข้ม “เดี๋ยวก็มา”

 

-Kai’s Part-

                ทันทีที่มีรุ่นน้องมาบอกว่าตอนนี้ยัยโยเกิร์ตกำลังซ้อมนักเรียนหญิงสามคนอยู่ในห้องน้ำชั้นล่างตึกวิทย์ ผมกับโจก็รีบวิ่งไป ภาพที่เราสองคนเห็นคือ ยัยบ้านั่นกำลังกระทืบร่างที่ไร้สติของนักเรียนหญิงสามคนอย่างบ้าคลั่ง ส่วนน้ำหวานก็ถูกทำร้ายจนบาดเจ็บ ผมเข้าไปดูน้ำหวานปล่อยให้โจเป็นคนหยุดยัยบ้าที่กำลังคุ้มคลั่ง สายตาของยัยนั่นแข็งกระด้างเหมือนกับจะฆ่าคนได้ ผมกับโจไม่ได้เห็นสายตาแบบนี้มานานมากแล้ว

                “หวาน ขอโทษ” ยัยเอ๋อพึมพำบางอย่างกับผมก่อนที่จะหมดสติไป น้ำตายังคงไหลออกมาไม่ขาดสาย นั่นทำให้ผมรู้สึกโหวง แปลก ๆ ผมพายัยเอ๋อไปห้องพยาบาลโดยที่โจก็ลากยัยบ้านั่นตามมา

                “แกจะไปไหน” ผมถามโจเมื่อเห็นว่ามันกำลังจะออกไปข้างนอก ดวงตาสีฟ้าที่เคยสดใสตอนนี้เปลี่ยนเป็นสีน้ำเงินเข้มแล้ว สัญญาณอันตรายของโจแสดงชัดเจน ผมจะปล่อยให้มันออกไปตอนนี้ไม่ได้ ไม่อย่างนั้น ยัยพวกนั้นต้องกลายเป็นศพไปจริง ๆแน่

                “ไปเคลียร์”

                “ฉันจะไปเอง คอยดูยัยบ้านั่นดีกว่า เดี๋ยวจะคุ้มคลั่งขึ้นมาอีก” ผมหันไปมองโยเกิร์ตที่กำลังนั่งมองน้ำหวานอยู่ข้างเตียง ไม่รู้ว่าคิดอะไรอยู่

                “ก็ได้”

                ผมออกมาจากห้องนั้นแล้วตรงไปยังโรงพยาบาลที่ให้ลูกน้อง (ขอใช้คนของพ่อสักหน่อยแล้วกันงานนี้) ส่งยัยสามคนที่ถูกกระทืบไปรักษาตัว ใช่ว่าใจผมจะเย็นกว่าโจสักเท่าไหร่หรอก ผมแค่ไม่อยากเห็นน้ำตาของยัยนั่น ถ้าผมเห็นผมคงจะตรงไปเก็บสามคนนั้นทันทีโดยไม่ให้มีโอกาสรอด ผมไม่ยอมให้ใครมาทำให้คนสำคัญของผมมีน้ำตาแน่

-Kai’s Part End-

 

                หลังจากเกิดเรื่อง น้ำหวานหลับไปนานจนกระทั่งเย็นจึงลืมตาตื่นขึ้นมา ฉันนั่งเฝ้ามาตลอด ไม่ขงไม่ขายมันแล้วกาฟงกาแฟ ช่างหัวมันไปก่อน พี่ไอซ์พี่ชายของน้ำหวานเองก็เพิ่งจะออกไปได้สักพัก ฉันไม่กล้าสู้หน้ากับพี่เขาเลย เป็นเพราะฉันน้ำหวานถึงได้เจ็บตัวแบบนี้ ถ้าฉันไปห้องน้ำเป็นเพื่อนน้ำหวานเหตุการณ์แบบนี้คงไม่เกิดขึ้น

                “หวานเป็นไงบ้าง”

                “หวานขอโทษนะโย หวานมันอ่อนแอ พวกนั้นเป็นคนขโมยของ ๆ เราไป หวานได้ยินตอนเข้าห้องน้ำ เลยออกมาถามว่าทำแบบนั้นทำไม พวกนั้นก็เลย....อึก...ตบหวาน” พูดจบเธอก็ร้องไห้ออกมา ทำให้ฉันพลอยน้ำตาไหลตามไปอีกคน
() 

                “ไม่ใช่ความผิดของเธอเลย”

                “อึก ฮือ ถะ ถ้า หวาน” ยัยน้ำหวานพยายามจะพูด

                “อย่าโทษตัวเองนะ ความจริงโยเองก็ผิด ที่ไม่ไปห้องน้ำเป็นเพื่อนหวาน”

                “หวาน ขะ ขอ โทษ นะ จ๊ะ Y ^ Y“

                “ถ้าเธอขอโทษอีกคำฉันจะโกรธจริง ๆ” ฉันพูดจริง ๆ นะ คนที่ผิดมันยัยพวกนั้นมากกว่าทำไมถึงต้องขอโทษด้วย พูดแล้วขักจะโมโห อย่าให้ฉันเจอยัยชะนีสามตัวนั้นอีกนะ ไม่งั้นมันได้กลับป่าดงดิบบ้านเกิดแน่

                “ฮือ โย กะ โกรธ หะ หวาน ละ แล้วววว (TT . TT)” ยัยน้ำหวานร้องไห้ฟูมฟายใหญ่โต กลัวว่าฉันจะโกรธจริง ๆ โถ...แค่เห็นสภาพเธอฉันก็โกรธไม่ลงแล้วหล่ะ <(︶ ̄)>

                “โอ๋  ๆ เลิกร้องเถอะนะ” สุดท้ายฉันก็เป็นคนกอดยัยคนตัวเล็กที่มีสภาพยับเยิน เห็นแล้วเจ็บใจที่สุด ถ้าโจไม่เข้ามาขวางไว้บางทีฉันอาจเป็นฆาตกรไปแล้วจริง ๆ ต้องขอบคุณหรือต่อว่าไอ้ท่านประธานเนี่ยเรา เฮ้ออ...

                หลังเลิกเรียนฉันอาสาพายัยน้ำหวานกลับบ้านด้วยความเต็มใจ ที่บ้านของหวานนั้นไม่มีใครอยู่สักคน เธอบอกว่ากว่าพ่อจะกลับก็เกือบ ๆ เที่ยงคืนเพราะต้องเข้าเวร พี่ไอซ์ก็กลับมาอย่างช้าก็ไม่เกินหนึ่งทุ่ม ส่วนโค้กน้องชายอีกเดี๋ยวคงกลับมา เท่าที่ได้ฟังจากที่ยัยนี่เล่า เพื่อนของฉันเป็นผู้หญิงคนเดียวในบ้าน ส่วนแม่ก็อยู่เชียงใหม่กับครอบครัวใหม่ที่เพิ่งจะแต่งงานกันได้ไม่กี่เดือน ฉันอยู่เป็นเพื่อนน้ำหวานจนกระทั่งเจ้าโค้กน้องชายตัวแสบของเธอกลับมาจากโรงเรียน น้ำหวานจึงให้ฉันกลับบ้านเพราะกลัวว่าจะมืดค่ำเสียก่อน แล้วจะเป็นอันตราย ดูสิเพื่อนฉันยังเป็นห่วงฉันอีกน่ารักจริง ๆ (≧︿≦)

                “เธอ!!!” อีตาคนที่เคยช่วยฉันไว้เมื่อหลายวันก่อนยืนกอดอกพิงรั้วบ้านฉันอยู่ ตะโกนเรียกฉันพร้อมโบกมือ - -* ก็รู้นะว่านายไม่อายแต่ฉันอายนะเว้ยดูดิ คนมองเต็มเลย ( ̄ ̄)

                “อะไร ของนาย” (=_=;)

                “พูดกับผู้มีพระคุณอย่างนี้ได้ไง ไม่น่ารักเลย” ขอร้องเหอะอย่ายื่นหน้าเข้ามาใกล้แบบนี้ได้ป่ะ เดี๋ยวตบะแตกจับปล้ำมันตรงกลางถนนเนี่ยแหละ อย่ามาร้องไห้นะยะ “มีคนอยากเจอเธอ” อยู่ ๆ ท่าทีของเขาก็เปลี่ยนเป็นจริงจังขึ้นมาเฉยเลย อีตานี่ท่าทางจะไม่ค่อยเต็มแฮะ

                “ใคร - - ?”

                “เขารออยู่ในรถ” นายนั่นชี้ไปที่รถยุโรปตราห่วงที่มีดาวกระจายสามแฉกตรงกลาง ซึ่งจอดอยู่เยื้อง ๆ กับหน้าบ้านของฉันไปไม่ไกล

                “จะให้ฉันเข้าไปในรถนั่นอ่ะนะ” ฉันไม่ได้โง่ขนาดนั้นนะ “ถ้าเกิดพวกนายจะมาลักพาตัวฉันหล่ะ” ฉันมีประสบการณ์จากการดูซีรี่ย์เยอะนะจะบอกให้ <(^′)> ไม่ได้กินนังโยคนนี้หร็อก

                “ลักพาตัว? ฉันจะลักพาตัวเธอไปทำปุ๋ยคอกเราะ” เจ็บค่ะ รู้หรอกย่ะว่าฉันมันไม่ใช่คนสำคัญอะไร Y ^ Y

                “เอานี่ไป” เขาโยนกุญแจรถมาให้ฉัน “หลักประกันว่าเธอจะปลอดภัย”

                ฉันรับกุญแจที่ถูกโยนมาได้อย่างแม่นยำ (เรื่องความเร็วนี่ฉันไม่เป็นรองใครนะไม่อยากจะคุย (^O^)) แล้วก็ไปที่รถ ถึงแม้จะยังไม่ไว้ใจแต่ต่อมอยากรู้อยากเห็นของฉันมันมีอำนาจเหนือต่อมความกลัวไปซะแล้ว

                “อ้าว คุณลุงเองหรอคะ” โธ่... นึกว่าใครที่ไหน ทำตัวลับ ๆ ล่อ ๆ ที่แท้ก็ลุงฝรั่งที่เป็นแขกของแม่เมื่อวานนี่หน่า “ทำไมไม่เข้าไปนั่งในบ้านหล่ะคะ”

                “ไม่เป็นไร ลุงกำลังจะไปที่อื่นพอดี”

                “คุณลุงมีอะไรจะคุยกับโยหรอคะ”

                “ลุงไม่รู้ว่าจะเริ่มเรื่องนี้ยังไง” ลุงฝรั่งทำหน้าเหมือนกำลังจะร้องไห้ นี่แกเป็นอะไรหรือเปล่านะ “ฉันเป็นพ่อของหนู”

                *****************************************

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

6 ความคิดเห็น