Yogurt Chilli รักฉบับร้ายของยัยตัวป่วน

ตอนที่ 26 : ตอนสุดท้าย บทแถม

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 629
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    15 ต.ค. 56

-ห้าปีผ่านไป ไวเหมือนโกหก-

                “ชีส มิลค์ ไปแอบอยู่ที่ไหน อย่าให้แม่จับได้นะจะตีให้ก้นลายเชียว” แม่ของฉันตะโกนลั่นบ้านเรียกหาน้องชายฝาแฝดตัวแสบประจำบ้านที่ไม่รู้ว่าไปแอบอยู่ที่ไหนกัน

                “มีอะไรหรือคะแม่” ฉันเดินลงบันไดลงมา กำลังจะไปทำงาน

                “เจ้าสองคนนั้นสิ รถโรงเรียนจะมารับอยู่แล้วเชียวหายหัวไปไหนกันทั้งคู่เลย” แม่เดินตามหาเจ้าแสบคูณสองรอบบ้าน ฉันเองก็ชักจะเป็นห่วงน้อง ๆ แล้วด้วยสิ เกิดอะไรกับพวกนั้นหรือเปล่านะ

                “หนูช่วยหานะคะ” ฉันเดินไปหาในห้องครัว ลองเปิดเคาน์เตอร์ดูก็พบเจ้าแสบสองคนกำลังแอบอยู่แล้วใช้นิ้วชี้ปิดปากตัวเอง ทำเสียง จุ๊ ๆ ๆ ( ̄ ̄)

                “พี่โยอย่าบอกแม่นะ มิคล์ กับชีสไม่อยากไปโรงเรียนเลย ไม่เห็นจะสนุกตรงไหน” ตายหล่ะเจ้าสองแสบถ้าแม่มาเห็นต้องโดนหนักแน่ ๆ

                “ออกมาก่อนเถอะนะ เชื่อพี่ เดี๋ยวพี่โยบอกแม่นะ” เจ้าสองคนออกมาจากที่ซ่อนแต่โดยดี “ทำไมไม่อยากไปโรงเรียนคะ บอกพี่สิ”

                “ก็...ก็ กอล์ฟอ่ะ ชอบล้อว่า มิลค์กับชีส เป็นฝรั่งขี้นก” ชีส พูดไปร้องไห้ไป เจ้าเด็กที่ชื่อกอล์ฟนี่มันทำให้น้องฉันร้องไห้เลยเราะ p(`O´*)  ฉันจะไปคิดบัญชี (เฮ่ย ๆ เด็กนะเด็ก)

                “มิลค์ก็ไม่ชอบขี้นกด้วย มันสกปรก” มิลค์พูดแล้วร้องไห้ตามชีสไปอีกคน กลายเป็นว่าเสียงเจ้าสองคนนี้เรียกทั้งพ่อและแม่ให้มาดู นี่พี่ไม่ได้เรียกนะ พวกเจ้าเรียกมากันเองทั้งสองคนเลย พี่ไม่เกี่ยวนะจ๊ะ

                แม่ดูเหมือนจะพูดอะไรบางอย่าง แต่พ่อจับบ่าแม่ไว้แล้วส่ายหน้าเบา ๆ ก่อนที่จะเดินมาหาเจ้าสองแสบ “แล้วทำไมลูกต้องสนใจด้วยครับว่าเขาจะล้อว่าอะไร ที่ตัวของพวกลูกมีขี้นกติดอยู่หรือเปล่าหล่ะ” ชีสมองหน้าพ่อแล้วก็มองหน้ามิลค์ แล้วส่ายหน้าด้วยกันทั้งสองคน “เพราะฉะนั้นลูกจะต้องไม่สนใจ รู้ไหมครับ ลูกผู้ชายเขาไม่ร้องไห้กับเรื่องแค่นี้หรอกนะ ไม่แมนเลยดูสิ มาร้องไห้ให้พี่โยเห็นแล้วแบบนี้พวกเราพอโตขึ้นจะดูแลพี่เค้าได้ยังไง” ได้ผลแฮะ เจ้าสองแสบหยุดร้องสนิด ไม่เหลือแม้แต่รอยสะอื้นให้เห็น “อีกอย่างหน้าที่ของเด็กดีคือต้องไปโรงเรียนนะครับ แฝดตัวแสบของพ่อไม่ยอมไปโรงเรียนแบบนี้ใช้ได้หรอ” สองแสบเข้าไปกอดแม่แม่จึงพาไปล้างหน้าล้างตาแต่งตัวใหม่รอรถโรงเรียนมารับ \(︶ ̄)>   พ่อฉันนี่กล่อมเด็กเก่งจังเลยนะ นับถือจริง ๆ แต่ว่ามันหลงประเด็นไปหรือเปล่าคะ ฝรั่งขี้นก กับขี้นก นี่มันคนละเรื่องเดียวกันเลยนะคะพ่อ (′)  

                ฉันออกจากบ้านมาทำงานที่ร้านกาแฟที่พ่อเปิดนี่แหละ ตอนนี้มีสามสาขาแล้ว ฉันให้พี่ดาวกับพี่บอมบ์เป็นผู้จัดการคุมคนละสาขาเลย สองคนนั้นใช้ได้เลยทีเดียวมีความรับผิดชอบมาก (;_)  แม้ว่าพี่ดาวออกจะค่อนข้างโหดไปสักหน่อยแต่ก็แปลกที่มีลูกค้าเข้าสาขาพี่ดาวมากกว่าพี่บอมบ์ซะอีก ลูกค้าสมัยนี้อาจจะชอบอะไรแบบหนักหน่วงเหมือนพี่ดาวก็เป็นได้

                “ผู้จัดการคะ คุณน้ำหวานมาขอพบค่ะ” น้องน้อยหน่า เลขาหน้าห้องของฉันกรอกเสียงตามสายเข้ามารายงาน

                “อืม เข้ามาสิจ๊ะ” ฉันตอบกลับไป นี่ยัยน้ำหวานมาหาฉันเองเลยหรอ วันนี้ไม่ทำงานหรือไง ปกติงานที่สำนักพิมพ์ยุ่งจะตายไปเวลาว่างก็ไม่ค่อยจะมีด้วย “ว่าไง ลมอะไรหอบมาหาฉันได้เนี่ย”

                “คือว่า...” ยัยน้ำหวานหน้าแดงแล้ววางซองสีชมพูบนโต๊ะทำงานของฉัน

                “ไปทำบุญวัดไหนหล่ะหวาน”

                “(=_=^)

                “โยล้อเล่นอ่ะ หวานก็ ย่าทำหน้างั้นสิ” ได้แกล้งยัยนี่ก็เป็นความบันเทิงหนึ่งของฉันเลยนะ เข้าใจเจ้าไคแล้วว่าทำไมชอบแกล้งแฟนตัวเองซะเหลือเกิน (‵▽′) สนุกหยั่งงี้นี่เอง “ไคมันโทรมาบอกโยแล้วหล่ะ เมื่อไหร่หรอ”

                “สิ้นเดือนหน้าจ่ะ”

                “แล้วจะไปฮันนีมูนกันที่ไหนกัน” ยัยน้ำหวานไม่ตอบแถมหน้าแดงเป็นมะเขือเทศสุก “ทะเลสิ โรแมนติกดี เอ...หรือจะไปยุโรป ดีนะ”

                “หวานยังไม่ได้คิดเลย โยอ่ะ แกล้งหวานอีกแล้ว” ยัยน้ำหวานขอตัวกลับไปแล้ว คิดถึงวันเก่า ๆ เลยหล่ะ ฉัน ไค โจ น้ำหวาน เราทุกคนเรียนจบแล้ว ต่างก็มีหน้าที่ ๆ ต้องไปทำต่างกันไป อย่างที่บอก น้ำหวานทำงานเป็นบรรณาธิการสำนักพิมพ์ งานยุ่งจนแทบจะไม่มีเวลาพัก ไคเองก็ต้องทำธุรกิจต่อจากพ่อ แม้ว่าจะมีพี่ริว   แต่ขานั้นยังลัลล้า ลอยไปลอยมา เลยไม่อาจช่วยงานเจ้าไคได้เท่าไหร่นัก โจยิ่งหนักเลย ได้ข่าวว่าพ่อของหมอนั่นเล่นวางมือไปดื้อ ๆ ปล่อยให้โจบริหารงานทั้งหมดแทน แต่ฉันรู้ว่ายังไงหมอนั่นก็ทำได้แน่นอน พักนี้ฉันก็ไม่ได้ติดต่อโจเลยด้วยสิ คงจะยุ่งมาก

                เลิกงานแล้วฉันขับรถกลับถึงบ้านเวลาเดิม เห็นมีรถยนต์คันใหญ่จอดอยู่หน้าบ้าน พร้อมกับมีคนยืนออกันเต็มหน้าบ้านเลย แต่ละคนใส่ชุดดำทั้งนั้น มีใครเป็นอะไรหรือไงกัน (_)  เมื่อเห็นว่าฉันลงจากรถต่างก็หันมามองหน้าฉันเป็นตาเดียว จะมีเรื่องหรือไงยะเข้ามาเลย ช่วงนี้ยิ่งไม่ได้ยืดเส้นยืดสายอยู่ด้วย พวกนั้นพากันหลบไปยืนเรียงแถว แล้วก้มหัว <(^′)>เห็นป่ะ นี่แค่ฉันส่งสายตาพิฆาตไปให้นะเนี่ยกลัวกันจนขนาดนี้เลย

                “อะแฮ่ม ๆ มายืนทำอะไรตรงนี้ครับคุณผู้หญิง” เสียงคุ้น ๆ ฉันหันไปดูก็เห็น...เต็มสองตาเลย นายจอห์น กลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่กัน ~()~*คิดถึงจุงเบยยยยย “แล้วมายืนมองหน้าฉันทำไมเนี่ย เข้าบ้านสิ ฉันมีเรื่องจะคุยกับพ่อแม่เธอ” นายจอห์นลากฉันเข้าบ้านฉันเอง ก็คนมันกำลังฟินที่ได้เห็นหน้าแฟนอ่ะ

                “ผมจะมาขอ ลูกสาวบอสครับ” จอห์นเข้ามาถึงก็พูดขึ้นมาเลย  (﹏ ̄) ช่างกล้านะไม่กลัวพ่อฉันลากปืนมายิงนายหรอ

                “ไม่นะ ชีสไม่ให้หรอก”

                “มิลค์ก็ไม่ให้” เจ้าสองแสบเข้ามากอดขาของฉันไว้แน่น

                “ได้ยังไงกันพี่ไม่ยอมนะ” จอห์นนั่งยอง ๆ ลงไปคุยกับพวกเด็ก ๆ เจ้าสองแสบมองหน้าแบบเอาเรื่องเลยทีเดียว “พี่รักมาก่อนพวกนายจะเกิดอีกนะรู้หรือเปล่า” แน่ะ...มีคุยข่มด้วย(^-^;)

                “ชีสไม่ให้พี่โยกับใครหรอก มิลค์กับชีสจะปกป้องพี่โยเอง” สองหนุ่มน้อยปล่อยขาฉันเข้าไปหาแนวร่วมซึ่งก็คือพ่อที่กำลังเดินเข้ามาหาพวกเรา “เนอะพ่อ ชีสโตแล้วจะดูแลพี่โยเอง” พ่อหัวเราะเบา ๆ

                “แล้วจะแต่งงานกันเมื่อไหร่หล่ะ” นี่พ่อไม่คิดจะหวงลูกสาวบ้างเลยหรือไงคะเนี่ย ( ̄ ̄) “รอมานานแล้วนี่ จอห์น” ใครเป็นลูกพ่อกันแน่คะ  (o`з´o)

                “ตอนนี้ได้เลยยิ่งดีครับ” นายจอห์นเข้ามาอุ้มฉัน “ผมขอไปก่อนแล้วกันนะครับ” พูดจบหมอนี่ก็พาฉันออกมาจากบ้านเลย ขึ้นไปที่รถแล้วบอกให้คนขับออกรถทันที โดยมีเจ้าสองแสบมองตามตาปริบ ๆ เขาบอกลูกน้องที่ยืนอยู่หน้าบ้านเป็นสิบว่าไม่ต้องตามไป เขาจะพาไปไหนกันฉันก็ไม่รู้หรอกนะ ที่รู้ ๆ ไม่ว่าเขาจะพาฉันไปไหน ฉันก็จะไปทุกที่โดยไม่มีข้อแม้  เขารอฉันมานานแล้วหล่ะฉันรู้ คงถึงเวลาที่เราสองคนจะร่วมกันสร้างอนาคตด้วยกันสักที

               

-Jo’s Part.-

                ผมอยู่ที่โรงแรมในสิงคโปร์ มีกิจการเก่าแก่ที่ผมจะต้องไปเทคโอเวอร์ มันอาจจะดูโหดร้ายไปสักหน่อย แต่ในโลกธุรกิจปลาใหญ่ย่อมกินปลาเล็กเสมอ  ผมเองก็ไม่คิดว่าจะทุบกิจการนี้ทิ้งไปเสียทีเดียวหรอก ก็แค่ปรับปรุงอะไรให้ดีขึ้นแล้วยังคงดำเนินกิจการต่อไป รับรองว่าจะไม่มีใครได้รับความเดือนร้อนเพราะการทำธุรกิจของผมแน่นอน

                “โทรศัพท์ทางไกลถึงคุณค่ะ” แอนนี่เลขาของผมส่งโทรศัพท์มาให้ ผมมองเลขหมายที่โทรเข้ามาก็รู้ได้ทันทีว่าเป็นเธอ คนที่ผมไม่อาจตัดออกไปจากหัวใจได้สักทีแม้ว่าเวลาจะผ่านไปแค่ไหนก็ตาม

                “ว่า...”

                “ไม่ได้คุยกันตั้งนาน ทำไมทักทายฉันเย็นชาแบบนั้นอ่ะโจ” ผมอดยิ้มไม่ได้เมื่อนึกถึงหน้าของเธอ “ว่าไงน้องชาย....เอามานี่นะ ฉันยังคุยไม่จบเลย” ผมได้ยินเสียงของผู้ชายอีกคนอยู่กับเธอ แน่หล่ะ ผมรู้แล้วว่าเขาคือจอห์น พี่ชายของผม “ขอโทษนะโจ พอดีอีตาบ้านั่น แย่งโทรศัพท์ไปอ่ะ”

                “มีอะไรหรือเปล่า” ผมยังคงไม่ชินกับการที่จะต้องมารับรู้ว่าสองคนนี้กำลังอยู่ด้วยกัน

                “อืม...กำลังยุ่งสินะ” เสียงของเธอฟังดูเหมือนกับเกรงใจผมมาก

                “ไม่หรอก” ผมเองก็ใจแข็งไม่ลงพอได้ยินน้ำเสียงแบบนั้นของเธอ

                “พอดีฉันจะโทรมาบอกเรื่องงานแต่งงานของน้ำหวานกับไคอ่ะ นายรู้หรือยัง”

                “รู้แล้ว”

                “แล้วก็ ส่วนของฉันก็งานหมั้นหลังจากงานแต่งเจ้าไค นายต้องมาให้ได้เลยนะ” ผมรู้อยู่แล้วว่าวันนี้ต้องมาถึง วันที่เธอตัดสินใจแล้วว่าจะเลือกเขา ทั้ง ๆ ที่รู้แต่ทำไมหัวใจผมถึงได้เจ็บแบบนี้ “ฉันรู้ว่านายงานยุ่งแต่นายก็อย่าหักโหมหล่ะ ดูแลตัวเองด้วยนะ เจอกันวันแต่งงานไคกับน้ำหวานนะโจ บาย” เธอวางสายไปแล้ว เธอมีความห่วงใยให้ผมเสมอ แต่ก็แค่เพื่อนเท่านั้น เมื่อไหร่ผมถึงจะยอมรับได้สักที (-_-;) น่ารำคาญชะมัด...

                “มีแขกมาขอพบค่ะ” แอนนี่เคาะประตูห้องพักของผม ใครกันมาขอพบผมเวลาแบบนี้

                “ใครกัน” ผมไม่มีอารมณ์จะพบกับใครทั้งนั้นถ้าไม่สำคัญผมคงต้องขอผ่าน

                “ตัวแทนจาก เอส แอล กรุ๊ปค่ะ” อ๋อกิจการที่ผมจะต้องร่วมทุนด้วย เอาเถอะ ยังไงก็เป็นงาน พบสักหน่อยคงไม่เสียหายอะไร ผมบอกให้แอนนี่รับแขกไปก่อนสักครู่ก่อนจะออกมา

                “สวัสดีค่ะ โจ ไม่ได้เจอกันนานเลยนะคะ” ผู้หญิงคนหนึ่งยืนขึ้นหันมาทางผม เธอเป็นใครกันทำไมผมถึงได้คุ้นหน้าเธอนัก “จำซาร่าได้หรือเปล่า”

                “อ๋อ” เธอนี่เอง ไม่ได้เจอกันนานจนผมแทบจะจำไม่ได้แล้ว

                “ซาร่าขอโทษนะคะที่มารบกวนคุณเวลานี้ พอดีว่าซาร่าอยากจะมาคุยเรื่องกิจการที่คุณจะเทคโอเวอร์หน่ะค่ะ ซาร่า...” ผมยกมือหยุดไม่ให้เธอพูดต่อ

                “ไปดินเนอร์กันแล้วค่อยคุยต่อ” ผมหิวแล้วนะ เลยอยากจะกินไปคุยไปกับเธอ บางที เรื่องที่เราได้เจอกันอาจจะไม่ใช่เรื่องบังเอิญก็เป็นได้ จะดีไหม ถ้าผมจะลองเล่นกับโชคชะตาของตัวเองดูสักครั้ง ในเมื่อผมก็ไม่อาจครอบครองผู้หญิงที่ผมรักมานานได้  ถึงเวลาที่ผมจะปล่อยเธอไปแล้วมีคนใหม่ได้หรือยัง...

-Jo’s Part End.-

จบแล้วจ้า

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

6 ความคิดเห็น

  1. #3 waloverid (@waloverid) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 1 กันยายน 2559 / 00:01
    โอ๊ยอ่านมาเนี่ยเชียร์โจค้ะ. มั่นไส่อีตาจอห์น. มากกกกก 555+

    #3
    0