Yogurt Chilli รักฉบับร้ายของยัยตัวป่วน

ตอนที่ 12 : ตอนที่ 12

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 345
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    10 ต.ค. 56

12

-Jo’s Part-

                ผมขับรถออกมาจากคอนโดของจอห์นโดยไม่บอกลาสักคำ โยเกิร์ตมองตามผมสีหน้างง  ๆ เหมือนกับว่าอยากจะถามผมว่าทำไมรีบกลับประมาณนั้น บอกตรง ๆ ว่าผมทำตัวไม่ถูก ถ้าไครู้ว่าผมมาหาเธอวันนี้หมอนั่นต้องมาเอาเรื่องกับผมแน่ ผมกับหมอนั่นรู้ใจกันและกันดี แต่ดูเหมือนว่าเธอเองจะไม่ได้คิดกับเราทั้งสองคนเกินกว่าคำว่าเพื่อนสักนิด (-_-;) ใช่ว่าเราจะไม่เคยแสดงออก แต่เป็นเพราะเธออาจไม่มีตาไว้มองเราสองคนเป็นอย่างอื่นนอกจากเพื่อน ถึงไม่อยากแต่ก็ต้องยอมรับว่าผมคงอกหักแล้วจริง ๆ ยิ่งเมื่อกี้ที่ผมเห็นสีหน้าของเธอที่มองจอห์น แสดงความยินดีอย่างปิดไม่มิด ผมยิ่งรู้สึกแย่ (ถ้าเจ้าไครู้มันต้องสมน้ำหน้าผม ชัวร์) (;_) อาจต้องใช้เวลาสักหน่อยผมถึงจะสามารถปล่อยเธอไปได้จริง ๆ ที่เหลือก็แค่เพียงคอยดูต่อไปว่าเขาคนนั้นจะดูแลเธอได้ดีแค่ไหน ถ้าเขาทำไม่ได้ ต่อให้เป็นพี่ชายของผม ผมก็ไม่ไว้หน้าเหมือนกัน

                “กลับดึก?” น่าแปลกที่วันนี้พ่อออกมานั่งที่ห้องนั่งเล่นไม่ใช่ห้องทำงานเหมือนอย่างเคย

                “มีงานนิดหน่อยครับ” ผมตอบก่อนจะขึ้นไปยังห้องนอน

                “ไปหาจอห์น?” คำถามนั้นหยุดการเคลื่อนไหวของผม ผมจึงหันหน้าไปหาพ่อที่ยังคงนั่งอยู่ที่เดิม

                “ใช่” ผมตอบกลับไป

                “เป็นไงบ้าง?” น้ำเสียงเหมือนจะไม่ใส่ใจนัก

                “เขาไม่เป็นอะไรหรอกครับผมกลับไปนั่งตรงข้ามกับพ่อ สีหน้าเรียบสนิดนั้นยังคงไม่แสดงความรู้สึกใด ๆ ผมแน่ใจว่าพ่อยังคงติดใจเรื่องการพบกันครั้งล่าสุดระหว่างทั้งสองคน ที่เกิดการปะทะคารมกัน “ไม่ต้องห่วง”

                “ก็ดี” พ่อลุกขึ้นยืนแล้วเดินจากไปทันที นี่แหละพ่อของผม พ่อผู้ไม่เคยแสดงความอบอุ่นหรืออ่อนโยนกับลูก ตั้งแต่ผมเป็นเด็ก พ่อก็จะมีเพียงสีหน้าเดียวแบบนี้ ท่าทางเย็นชาแบบนี้ ยังดีที่ผมมีแม่ที่อบอุ่นได้เท่ากับความเย็นชาของพ่อ แต่ท่านก็อยู่กับผมแค่เพียงไม่นานก็มาจากผมไปทิ้งให้ผมอยู่กับพ่อมาจนโต หลายคนบอกว่าผมติดความเย็นชานี้มาจากพ่อ ผมไม่ปฏิเสธ เพราะผมเลือกที่จะเป็นแบบนี้เอง ผมคิดเสมอว่าคงจะดีกว่าถ้าเราไม่แสดงความรู้สึกใด ออกมามากเกินไปอย่างน้อยก็ เพื่อเป็นเกราะปิดกั้นตัวเองจากเรื่องที่จะทำให้เราเจ็บปวดแค่เพียงเท่านั้น

                “นอนหรือยังคะ” ผมรับโทรศัพท์มือถือที่ดังขึ้นก่อนผมจะเอนหลังลงนอน 01.00 น. เวลาแบบนี้ใครกันที่ไม่มีมารยาทโทรมารบกวนคนอื่นกลางดึกแบบนี้ (=_=^)

                “ใคร?”

                “ซาร่าเองค่ะขอโทษนะคะที่โทรมารบกวนตอนดึกแบบนี้”

                “ก็รู้” แล้วจะโทรมารบกวนผมเพื่ออะไรไม่ทราบครับ

                “ขอโทษแล้วไงคะ ซาร่าจะโทรมาขอบคุณหน่ะค่ะ”

                “แล้ว?” เพิ่งจะนึกออกหรือไงครับ อีกอย่างเรื่องคำขอบคุณนี่ผมเลิกติดใจไปแล้ว

                “ไม่รบกวนแล้วนะคะ ฝันดีค่ะ” พูดจบก็วางสายไปเลย เธอเป็นอะไรของเธอกันนะ เหมือนเป็นคนละคนกับเมื่อไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมาเลย แต่ก็ช่างเถอะ ผมไม่สนใจอยู่แล้ว (=_=;)

-Jo’s Part End.-

 

                ในตอนเช้า(มืด) หลังจากที่อีตาจอห์นเข้ามาเคาะประตูห้องเหมือนกับกำลังมีเหตุร้ายเกิดขึ้นยังไงหยั่งงั้น   ตีห้า... (=′=) มันเช้าเกินไปม๊าย ฉันยังนอนไม่อิ่มเลย “แต่งตัวเลยนะ ฉันจะพาเธอไปส่งบ้าน” ตอนนี้เนี่ยนะ นายประสาทหรือเปล่า ฉันได้แต่คิด...ย้ำว่าคิด ด่าตานี่ในใจไปพลางอาบน้ำแต่งตัวแบบสะลึมสะลือ จากนั้นก็ขึ้นรถปล่อยให้จอห์นขับไปเรื่อย ๆ ส่วนฉันก็ขอนอนต่อในรถไปซะเลยนี่แหละ

                “นี่เธอ ตื่นได้แล้ว ถึงแล้ว” ฉันได้ยินเสียงอีตาจอห์นดังมาจากที่ไกล ๆ ฉันพยายามจะลืมตาดูแต่มันหนักมากจนไม่สามารถยกขึ้นได้ นานเท่าไหร่ไม่รู้ฉันรู้สึกว่ามีลมอุ่น ๆ มาปะทะที่แก้ม ก่อนความร้อนจากปากของใครบางคนสัมผัสกับแก้มของฉัน o("")o พอกันทีไม่นงไม่นอนมันแล้ว ฉันลืมตาโพล่ง ภาพที่เห็นคือ นายจอห์นยื่นหน้าเข้ามาใกล้มาก ใกล้เกินไปแล้ว (=///=) อีตานี่ชักจะเอาใหญ่แล้วนะ ฟ้องพ่อเลยดีมั้ยเนี่ย

                “โยเกิร์ต!!!” เสียงแม่เนยดังขึ้นทำให้เราสองคนหันไปมองแม่เนยยืนอยู่ไม่ไกล ฉันขอลาทุกคนตรงนี้ อีกไม่นานฉันต้องกลายเป็นศพแน่ ๆ (╥  ï ) “ทั้งสองคนตามมา” เสียงเย็น ๆ ที่สั่งมานั้นทำเอานายจอห์นถึงกับหน้าซีด มองตามแม่ที่เดินเข้าบ้านไป

                “เตรียมตัวตายแพ็คคู่เลย นายกับฉัน” () 

                “งั้นก่อนตาย ก็” พูดจบเขาก็ยื่นปากเข้ามาฉกปากฉันอย่างเร็ว ก่อนลงจากรถเข้าบ้านทันทีปล่อยให้ฉันนั่งงงสักพักก่อนจะเดินตามเข้าไป  ฮึ่ม (=′=) แม่จ๋า...ฆ่าอีตานั่นก่อนหนู่นะคะ นี่เป็นคำขอสุดท้ายจากลูกสาวค่ะแม่

                “จะรับผิดชอบยังไง” เสียงแม่ที่แว้ดมาจากห้องรับแขกดังลั่นบ้าน “จะทำยังไงกับคนของคุณ”

                “...” ฉันเพิ่งจะเดินเข้ามาในห้อง เห็นว่านายจอห์นตอนนี้กำลังนั่งคุกเข่าหน้ายับเยิน ไม่ต้องเดาฉันก็รู้ว่าเป็นฝีมือแม่ฉันแน่นอน ส่วนพ่อก็นั่งหน้าเครียด

                “แม่คะ” ฉันเรียกแม่เบา ๆ (กลัวโดนลูกหลง) _¯;)

                “จอห์น มีอะไรจะอธิบายไหม” พ่อถาม

                “ไม่มีครับบอส” นายจอห์นสบตากับพ่อตรง ๆ “ผมรักเธอ” แม่รี่เข้าไปหาอีตาจอห์นอีกครั้ง ฉันเข้าไปดึงแขนแม่ไว้สุดชีวิต ฉันทนเห็นเขาเจ็บไปมากกว่านี้ไม่ได้อีกแล้ว (﹏ ̄)

                “แน่ใจหรือ”

                “ครับ”

                “ฉันคงต้องให้เธอกลับอิตาลีไปก่อนสักพักนะจอห์น ลองกลับไปทบทวนหัวใจตัวเองดู ถ้าฉันถามเธออีกครั้งแล้วเธอยังคงยืนยันคำเดิม ฉันจะพิจารณาดูอีกที”

                “คุณไม่มีสิทธิ โยเป็นลูกสาวชั้นนะ” แม่เข้ามาขวางไม่ให้พ่อเดินออกไปจากห้อง “ฉันไม่ยอมหรอก” แม่ทำท่าจะแว้ดอีกครั้ง พ่อก้มลงไปแบกแม่ทั้งที่ดิ้นพราด ๆ ขึ้นไปชั้นบนท่ามกลางสายตาลูกสาวอย่างฉัน( ̄ ̄)     เอ๋...พ่อกับแม่ของฉันสนิดกันขนาดอุ้มกันได้ตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย อยากรู้จังเลย เอาไว้สืบทีหลังดีกว่า ฉันเดินเข้าไปหาจอห์นที่ยังคงอยู่ท่าเดิม

                “เจ็บไหม” ฉันคุกเข่าลงมองหน้าเขาชัด ๆ แผลหลายที่บวมเบ่ง แผลตรงแก้มที่ถูกฉันต่อยเมื่อวานยิ่งช้ำเข้าไปใหญ่ “เพราะฉันแท้ ๆ นายต้องมาเจ็บตัวแบบนี้” น้ำตาของฉันที่ไม่รู้มาจากไหนไหลอาบแก้ม (╥  ï ) 

                จอห์นดึงตัวฉันเข้าไปกอดไว้ แล้วลูบหัวเบา ๆ “ไม่ใช่ความผิดของเธอหรอก มันเป็นสิ่งที่ฉันต้องเจอเพราะฉันเลือกที่จะรักเธอ” เขาเช็ดน้ำตาให้ฉันแล้วถอนหายใจเบา ๆ “ฉันคงไม่ได้อยู่ใกล้เธอสักพัก ดูแลตัวเองให้ดี อย่าให้ผู้ชายคนอื่นใกล้เธอได้เท่าฉันนะเขาจูบหน้าผากฉันเบา ๆ ”ทิอาโม”  เขาลุกขึ้นเดินจากไป ฉันมองตามจนสุดสายตา รู้สึกโหวง ๆ ในใจแปลก ๆ ฉันจะรอนายไม่ว่าจะนานแค่ไหน ฉันสัญญา (TT ¨ TT)

               

                สองอาทิตย์หลังจากที่จอห์นกลับอิตาลีไปแล้ว พ่อแนะนำลูกน้องคนใหม่ที่จะมาดูแลฉัน คราวนี้เป็นผู้หญิงชื่อมาเรีย เธอหน้าตาสวยมากเวลาที่เดินกับฉันแล้วฉันจะรู้สึกว่าตัวเองเป็นปลวกมีปีกไปในทันที (=_=;) เธอพูดไทยได้ในประโยคง่าย ๆ จึงมีการใช้ภาษาอังกฤษสำเนียงแปลก ๆ ผสมกับภาษาไทยบ่อย ๆ เวลาที่เธอพูด เธอทำหน้าที่รับ – ส่งฉันเหมือนกับจอห์น รวมถึงคอยตามฉันเป็นเงาในทุกที่ ยกเว้นในโรงเรียนที่ฉันจะมีเจ้าบอดี้การ์ดหน้าหล่อสองคนสลับมาอยู่ไม่ห่างฉันจนฉันชักจะสงสัยว่า เจ้าสองคนนั้นมันลาออกจากการเป็นประธานนักเรียนกับรองประธานกันแล้วหรือไง ( ̄3 ̄)a 

                “โย... โยจ๊ะ นั่งเหม่อ เป็นอะไรหรือเปล่า” ยัยน้ำหวานโบกมือไปมาข้างหน้าฉัน “หวานเห็นโยนั่งท่าเดิม หน้าเดิมมาเกือบสิบนาทีแล้วนะจ๊ะ” ( ́,̀)\(^^ )

                “นั่นสิคะ ซาร่าก็เห็น” ยัยยาแก้ปวดเองพักนี้ก็เข้ามาตีสนิดกับฉันด้วย ฉันไม่ลืมหรอกนะที่เธอเคยจ้องจะเล่นงานฉันหน่ะ “ถ้าเรียกแล้วไม่ตอบ ซาร่าคงต้องเรียกรถพยาบาลแล้วนะคะ”  ( )

                “ฉันปกติดี...ขอบใจ” ซาร่ากับน้ำหวานมองหน้ากันแล้วหัวเราะ

                “ประชุมเสร็จแล้วใช่ป่ะ” ฉันมองไปรอบ ๆ ตัว เห็นมีแค่เราสามคนอยู่เท่านั้น “ไคกับโจหล่ะ”

                “ประชุมเสร็จก็ออกไปทันทีเลยทั้งสองคน”

                “หวานว่าพวกนั้นคงยุ่ง ๆ นะจ๊ะ ใกล้สอบปลายภาคแล้วด้วย เทอมหน้าก็เป็นเทอมสุดท้ายของพวกเราแล้ว โยคิดหรือยังว่าจะเรียนต่อที่ไหน”

                “ยังเลยอ่ะ”

                “คิดสักหน่อยก็ดีนะคะ” ยัยซาร่าชายตามองฉัน “อนาคตหน่ะ”

                “เธอหล่ะ จะต่อไหน” ฉันชักจะหมั่นใส้ยัยยาพารานี่เต็มที (=′=)

                “คงจะเป็นมหาวิทยาลัย ที นะคะ” มหาลัยที ก็คือ มหาวิทยาลัยในเครือของโรงเรียนเรา ที่ตั้งอยู่ไม่ไกลจากโรงเรียนของพวกเรามากนัก

                “หวานอยากเรียนอักษรค่ะ ก็คงจะเป็นมหาวิทยาลัยทีเหมือนกับคุณซาร่า ขี้เกียจสอบตรงค่ะ”

                “ฉันก็จะเรียนอะไรดีหล่ะ” ฉันยังไม่เคยคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้จริงจังสักที ( ̄3 ̄)a 

                “หยั่งเธอ เรียนไปก็เท่านั้นแหละ” เสียงคุ้นหูดังมาจากหน้าห้อง เจ้าหน้าแหลมหัวแดงยืนกอดอกพิงประตูมองมาทางพวกเราด้วยสายตาเซ็ง ๆ โจก็กำลังเดินมาไม่ไกลนัก

                “มาถึงก็กัดฉันเลยนะเจ้าบ้าไค” p(`O´*)

                “ถ้าไม่ได้กัดใครแล้วเดี๋ยวเขี้ยวไม่คม” ยอมรับหน้าตาเฉยอีกแน่ะ (;_) “ฉันกับโจกำลังจะมาบอกพวกเธอเรื่องเลือกตั้งกรรมการนักเรียนชุดใหม่ที่จะมาแทนพวกเราเทอมหน้า” ไคเข้ามานั่งเก้าอี้ที่ว่างอยู่ ส่วนโจก็ยืนพิงโต๊ะข้าง ๆ

                “หมดวาระแล้วหรือคะ”

                “ใช่” โจพยักหน้า

                “หน้าที่เราเหลือแค่จัดการเลือกตั้งประธานนักเรียนคนใหม่” ไคอธิบาย

                “แล้วพวกนายสองคนหล่ะ เรียนต่อที่ไหน” คำถามของฉันคงจะมีอีกสองคนที่อยากรู้จึงตั้งใจฟังคำตอบมากเป็นพิเศษ

                “บริหาร ม.ที” โจพูดเบา ๆ

                “เหมือนกับหมอนี่” นี่พวกนายสองคนคิดจะแยกกันบ้างไหมเนี่ย เป็นแฝดสยามหรือไงยะ ไม่ได้มีอวัยวะส่วนไหนติดกันนี่หน่า (-_-;)

                “งั้นฉันเรียนด้วยดีกว่า ไม่อยากห่างพวกนาย” คงจะดีถ้าฉันมีเจ้าพวกนี้อยู่ด้วย ไคกับโจมองหน้ากันแล้วก้มหน้ามองมือตัวเองทั้งคู่ (.)

                “เอาเรื่องนี้ไว้ก่อนเถอะ ฉันกับโจว่าจะชวนเธอไปหัวหินหลังสอบไฟนอลแล้วหน่ะ”

                “ไปสิไป” \(‵▽′)/ “ไปด้วยกันนะ” ฉันหันไปบอกกับน้ำหวาน

                “แต่ว่าหวานต้องขออนุญาตคุณพ่อก่อน”

                “ซาร่าไม่ว่างหรอกค่ะ ต้องบินไปฮ่องกงช่วงนั้นพอดี เสียดายจัง” ใครถามเธอยะยัยยาแก้ปวด “ซาร่าไปก่อนนะคะ เพื่อน ๆ รออยู่”

                “หวานขอพ่อให้ได้นะ โยอยากให้หวานไปด้วยจริง ๆ”

                “เอ่อ...หวานไม่รับปากนะจ๊ะ” น้ำหวานเพื่อนรักของฉันทำหน้าลำบากใจ “แต่หวานจะพยายาม”

 

                *****************************************

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

6 ความคิดเห็น